Your SlideShare is downloading. ×
แนวข้อสอบ ก.พ.
แนวข้อสอบ ก.พ.
แนวข้อสอบ ก.พ.
แนวข้อสอบ ก.พ.
แนวข้อสอบ ก.พ.
แนวข้อสอบ ก.พ.
แนวข้อสอบ ก.พ.
แนวข้อสอบ ก.พ.
แนวข้อสอบ ก.พ.
แนวข้อสอบ ก.พ.
แนวข้อสอบ ก.พ.
แนวข้อสอบ ก.พ.
แนวข้อสอบ ก.พ.
แนวข้อสอบ ก.พ.
แนวข้อสอบ ก.พ.
แนวข้อสอบ ก.พ.
แนวข้อสอบ ก.พ.
แนวข้อสอบ ก.พ.
แนวข้อสอบ ก.พ.
แนวข้อสอบ ก.พ.
แนวข้อสอบ ก.พ.
แนวข้อสอบ ก.พ.
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×
Saving this for later? Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime – even offline.
Text the download link to your phone
Standard text messaging rates apply

แนวข้อสอบ ก.พ.

540

Published on

http://pun2013.bth.cc/

http://pun2013.bth.cc/

Published in: Education
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
540
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
3
Actions
Shares
0
Downloads
36
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. ข้อ สอบแข่ง ขัน เพื่อ บรรจุแ ละแต่ง ตั้ง บุค คลเป็น ข้า ราชการ ชุด ที่ 1 วิช าความรู้ค วามสามารถทั่ว ไป เวลา 2.30 ชั่ว โมง คะแนนเต็ม 100 คะแนน 1. 25 33 43 61 89........... ก. 102 ข. 125 ค. 135 ง. 140 2. 41 121 259 241 65........... ก. 0 ข. 1 ค. 2 ง. -1 3. 65 245 259 129............. ก. 79 ข. 53 ค. 41 4. 39 416 525 636....... ก. 749 ข.747 ค. 684 ง. 39 ง. 648 5. 25 21 17 23 19 15 18........ ก. 17 ข. 16 ค. 15 ง. 14 6. ผู้ว่าราชการจังหวัด: 7-> ?:? ก. นายอำาเภอ : 6 ข. เจ้าพนักงานปกครอง : 3 5 ง. ปลักจังหวัด : 3 ค. เจ้าหน้าที่ทะเบียน : 7. หอเอนเมืองปิซ่า : สโตนเฮ้นท์ -> ?:? ก.กำาแพงเมืองจีน : ปิรามิค ข. ทัชมาฮาล:กำาแพงเมืองจีน ค. ทัชมาฮาล:หอไอเฟล &n bsp; ง. ปิรามิค:แกร์แคยอน 8. กีฬา : พระ ->กติกา :? ก.วัด ข. ศีล ค. ข้อกำาหนด 9. รุ้งกินนำ้า : เขียว ->ธงชาติไทย :? ก. ขาว ข.แดง&nbs p; ค.นำ้าเงิน 10. แสง:เสียง -> ?:? ก. จักรยาน:จักรยานยนต์ วิ่ง:i5wa &nbs p; ง. ธรรม &nb sp; ข. เครื่องบิน:รถยนต์ ง.เหลือง ค. เดินเท้า: วิ่ง ง. 11. แดงขี่จักรยานจากบ้านไปโรงเรียน ซึ่งห่างกัน 15 ไมล์ ด้วยความเร็วเฉลี่ย 15 ไมล์ ต่อชั่วโมงแต่ในขา กลับแดงเดินกลับบ้านด้วยความเร็วเฉลี่ย 5 ไมล์ต่อ ชั่วโมง จงหาความเร็วเฉลี่ยในการเดินทางของแดงทั้งไปและกลับ ก. 7.5 ไมล์/ชม. ข.10 ไมล์/ชม. &nbs p; ค. 12.5 ไมล์/ ชม. &nbs p; ง. 3 ไมล์/ชม.
  • 2. 12. หาก 3*9=3 4*8=8 ดังนั้น 5*5=? ก. 1 ข. 5 ; ค. 25 ง.50 13.ซือไข่ไก่มา ราคา 10 ฟอง 19 บาท ขายไปในราคา 6 ฟอง ได้กำาไรร้อยละ ้ เท่าใด ก.28.7 ข. 31.6 ค. 41.2 ง.ไม่มีคำาตอบที่ถูก 14. วงกลมวงหนึ่งมีเส้นรอบวงยาว 88 นิ้ว และสี่เหลี่ยมผืนผ้ารูปหนึ่ง มีด้านกว้าง = 4 นิ้ว มีด้านยาว = 120 นิ้ว จงหาว่าวงกลมจะมีพื้นที่มากกว่าสี่เหลี่ยมผืนผ้าร้อย ละเท่าใด ก.56.67 ข. 61.23 & nbsp; ค.65.14 ง.ไม่มีคำาตอบที่ถูก 15. นักเรียนชั้น ม. 5 ห้องหนึ่ง มีนักเรียน 22 คน ที่เรียนวิชาชีววิทยา มี 30 คนที่ เรียนวิชาเคมี และมี 9 คน ที่เรียนทั้งสองวิชา อยากทราบว่านักเรียนห้องดังกล่าวมีกี่ คน หาก นักเรียนในห้องดังกล่าวไม่มีนักเรียนคนใดเลยที่ไม่เรียนวิชาชีว วิทยา หรือวิชา เคมี ก. 40 คน ข. 42 คน &nbs p; ค. 43 คน &nbs p; ง. ไม่มีคำาตอบที่ถูก คำาสั่ง ข้อ 16-20 คำาถามแต่ละคำาถามจะใช้ข้อมูลประกอบ 2 ชุดคือข้อมูลที่ 1)และ ข้อมูลชุดที่ 2)ผู้ตอบข้อสอบไม่จำาเป็นต้องหาคำาตอบของคำาถามดังกล่าวแต่ให้พิจา รณาว่าข้อมูลใดมีประโยชน์ ต่อการตอบคำาถามให้ตอบดังนี้ ก.ถ้าข้อมูลที่ 1) แต่พียงลำาพังเพียงพอต่อการตอบคำาถาม แต่ข้อมูล 2) เพียงลำาพังไม่ เพียงพอ ต่อการตอบคำาถาม ข. ถ้าข้อมูลชุดที่2)แต่เพียงลำาพังเพียงพอต่อการตอบคำาถาม แต่ขอมูล 1)เพียงลำาพัง ้ ไม่ เพียงพอ ต่อการตอบคำาถาม ค. ถ้าต้องใช้ข้อมูลที่ 1)และ 2)ร่วมกันจึงจะพียงพอต่อการตอบคำาถาม ไม่สามารถใช้ ข้อมูล หนึ่งเพียงลำาพังได้ ง. ถ้าข้อมูลที่ 1)หรือ 2)แต่เพียงลำาพังก็เพียงพอต่อการตอบคำาถาม
  • 3. จ.ถ้าใช้ข้อมูลที่ 1)และ 2)ร่วมกันแล้วยังไม่เพียงพอต่อการตอบคำาถามจำาเป็นต้องใช้ข้ อมูล เพิ่มเติม 16. ถ้าความสูงโดยเฉลี่ยของคน 3 คน คือ 68 นิ้ว คนที่เตี้ยที่สุด จะสูงมากกว่า 60 นิ้ว หรือไม่ 1) คนที่สูงที่สุด สูง 72 นิ้ว หนึ่งสูง 70 นิ้ว 2) มีคน 17. ในปี พ.ศ.2538 บริษัทได้กำาไร 6,000,000 บาท ในปี พ.ศ. 2539 บริษัทได้ กำาไรเท่าใด 1) ในปี พ.ศ.2539 บริษัทมีรายรับเพิ่มขึ้น 20% 2) ในปี พ.ศ.2539 บริษัทมีรายจ่ายเพิ่มขึ้น 25% 18.ถ้ามี a+b+c = 50 จงหาค่า a 1) c = 4a - b 2) ค่าเฉลี่ยของ b และ c เท่ากับ 2a 19. จงหาค่า (x+y)(x-2)=? 1) y+2=10 2) x+ y=5 20. นักศึกษาจำานวน 120 คน ลงทะเบียนเรียนวิชาภาษาฝรั่งเศส หรือภาษอังกฤษ หรือทั้ง 2 วิชาจะมีนักศึกษากี่คนที่ลงทะเบียนเรียนวิชาภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส 1) มีนักศึกษา 10 คน ที่ลงทะเบียนเรียนทั้งวิชาภาษาอังกฤษและวิชา 2) มีนักศึกษา 50 คน ที่ลงทะเบียนเรียนวิชาฝรั่งเศส คำาสั่ง ข้อ 21-30 การตอบให้ตอบดังนี้ ก. ถ้าข้อสรุปทั้งสองถูกหรือเป็นจริงตามเงื่อนไข ข. ถ้าข้อสรุปทั้งสองผิดหรือไม่เป็นจริงตามเงื่อนไข ค. ถ้าข้อสรุปทั้งสองไม่สามารถสรุปได้แน่ชัดว่าถูกหรือผิดตามเงื่อ นไข
  • 4. ง. ถ้าข้อสรุปทั้งสองมีข้อสรุปใดข้อสรุปหนึ่ง ที่เป็นจริงหรือไม่จริงหรือ ไม่แน่ชัดซึ่งไม่ซำ้า กับอีกข้อสรุปหนึ่ง เงื่อนไข 2a>b/4≥(k-2r)= (s-r) s> 0 = t≤(p/2+m) ทุกค่าเป็นจำานวนเต็ม และมีค่ามากกว่าศูนย์ 21. (1) s ≠ P / 2 (2) A < 0 22. (1) 5 > s (2) 3k ≥ T 23. (1) R ≤ B (2) B = M 24. (1) K = R (2) 2A/3≠P/2 25. (1) (A – 3T ) ≤ S (2) (4B + M) < 8 เงื่อนไข &nbs p; (A+45)<(C+50)=(B+60) ≥ D ≥ E ( F + G) = B < ( H + 36) = ( C + 15) ≤ K/5 ทุกค่าเป็นจำานวนเต็มและมีค่ามากกว่าศูนย์ 26. (1) C < B (2) A > (B + 15) 27. (1) (B+50) > (D-11) (2) ( F+G+30) < (B+50)
  • 5. 28. (1) H > G (2) K > 6G 29. (1) ( C - 15) = (B-5) (2) B > E 30. (1) ( A+100) > (D+200) (2) (K+40) > (B+100) คำาสั่ง ข้อ 31-40 ในคำาถามแต่ละข้อจะมีข้อสรุป 1) และข้อสรุป 2) ให้พิจารณาข้อ สรุปดังกล่าวโดยอาศัยเงื่อนไขตามโจทย์กำาหนดและให้ ตอบดังนี้ ก.กรณีที่ขอสรุปทั้งสองเป็นจริง ้ ข. กรณีที่ขอสรุปทั้งสองไม่เป็นจริง ้ ค. กรณีที่ขอสรุปทั้งสองไม่แน่ชัด ้ ง. กรณีที่เป็นข้อสรุป 1)และข้อสรุปข้อ 2) ข้อสรุปใดข้อสรุปหนึ่งเป็น จริงไม่เป็นจริง หรือไม่แน่ชัด ซึ่งซำ้ากับอีกข้อสรุปหนึ่ง เงื่อนไข -โครงพยาบาลเปิดใหม่แห่งหนึ่งมีแพทย์รักษาอยู่ 3 แผนก คือ แผนก ก. แผนก ข. และแผนก ค. -แพทย์แผนก ก. รักษาได้เฉพาะโรคตาอย่างเดียว มีแพทย์ทั้งหมด 6 คน - แพทย์แผนก ข.รักษาได้ทั้งโรคตาและโรคหัวใจ มีแพทย์ทั้งหมด 4 คน - แพทย์แผนก ค.รักษาได้ทั้งโรคตา โรคหัวใจ และโรคผิวหนัง มีแพทย์ทั้งหมด 5 คน - แพทย์ทุกคนจบจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รามคำาแหง และเกษตร ทำางานอยู่แผนก ก.ข.และ ค. ตามลำาดับ - สมชายและสมชาติเป็นแพทย์อยู่แผนก ก. สมศรีและสมศักดิ์ จบจากมหาวิทยาลัย เชียงใหม - สมจิต และสมใจจบจากมหาวิทยาลัยรามคำาแหง ละเอียดและลออเป็นแพทย์อยู่ แผนก ค. - มีคนเข้ามารักษาในวันที่โรงพยาบาลเปิดบริการคือ คนที่เป็นโรคตาอย่างเดียวมี 84 คน คนที่เป็นโรคตาและโรคหัวใจ มี 76 คน คนที่เป็นโรคตา โรคหัวใจ และโรค ผิวหนังมี 55 คน - วันโรงพยาบาลเปิดให้บริการ แพทย์แผนก ข. และ ค. ไม่มาแผนกละ 2 คน แพทย์ แผนก ก. จึงต้องมาประจำาแผนก ข. 2 คน และ แผนก ค. 1 คน - โรงพยาบาลให้คนไข้แต่ละคนพบแพทย์ได้คนเดียว และโรคทุกชนิดแพทย์จะรักษา ครั้งเดียวหาย ข้อสรุป 31 (1) มหาวิทยาลัยรามคำาแหงไม่เปิดสอนแพทย (2) คนไข้ที่มารักษาแต่ยังไม่ได้พบแพทย์มี 31 คน
  • 6. 32 (1) คนไข้ที่พบแพทย์แล้วยังไม่หายจากโรคมี 60 คน (2) คนไข้ทั้งหมดที่มารักษา มี 131 คนที่ยังไม่หายจากโรค 33. (1)คนไข้ที่ยังไม่ได้รักษาโรคตามี 30 คน (2) มหาวิทยาลัยเกษตรไม่เปิดสอนแพทย์มีแต่ละคณะสัตวแพทย์ 34. (1) สมชาติจบจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม (2)คนไข้ที่มารักษายังไม่ได้รักษาโรคหัวใจมี 71 คน เกษตรศาสตร 35. (1) โรงพยาบาลเปิดใหม่มี 3 แผนก (2) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ผลิตแพทย์ได้มากกว่ามหาวิทยาลัย เงื่อนไข -นักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งมี 5 คน เป็นชาวรัสเซีย เยอรมัน อังกฤษ และ ฝรั่งเศส แต่ละคน ใส่ เสื้อผ้าสีต่างๆกัน คือ แดง นำ้าตาล ขาว ฟ้า และเทา แต่ละคนมีอายุ ต่างกัน คือ 44 35 38 33 และ 40 ปี - กระเป๋าเดินทางของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มีนำ้าหนักต่างๆกัน คือ 20 25 15 18 และ 22 กิโลกรัม และสีต่างๆกันคือ ขา ดำา แดง นำ้าตาล และนำ้าเงิน ดำา - ชาวอังกฤษใส่เสื้อผ้าสีฟ้า และถือกระเป๋าที่มีนำ้าหนักรองจากกระเป๋าสี - ชาวฝรั่งเศส ใส่เสื้อสีไม่เหมือนสีของกระเป๋าเดินทางที่มีนำ้าหนักน้อย ที่สด และถือกระเป๋า ุ เดินทางนำ้าหนัก 22 กิโลกรัม - นักท่องเที่ยวชาวอเมริกามีอายุน้อยกว่านักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศ ส 5 ปี - กระเป๋าเดินทางสีนำ้าตาลหนักกว่ากระเป๋าเดินทางสีนำ้าเงินและสีดำา 5 และ 3 กิโลกรัม ตาม ลำาดับ - นักท่องเที่ยวชาวเยอรมันอายุน้อยที่สุด และมีอายุอ่อนกว่านักท่อง เที่ยวชาวอังกฤษอยู่ 5 ปี - นักท่องเที่ยวที่ใส่เสื้อสีฟ้า ไม่ถือกระเป๋าเดินทางสีดำา
  • 7. - นักท่องเที่ยวชาวเยอรมัน ถือกระเป๋าเดินทางที่มีนำ้าหนักมากที่สุดและ มีสีเดียวกับเสื้อที ่่ใส่ ข้อสรุป 36. (1)นักท่องเที่ยวชาวเยอรมันใส่เสื้อสีนำ้าตาล กิโลกรัม (2) นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษถือกระเป๋าเดินทางหนัก 20 37. (1) กระเป๋าเดินทางสีขาว เป็นของนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย (2)กระเป๋าเดินทางสรแดงมีนำ้าหนัก 15 กิโลกรัม 38. (1) กระเป๋าเดินทางสีดำา หนัก 20 กิโลกรัม (2) นักท่องเที่ยวชาวรัสเซียใส่เสื้อสีแดง ชาวอเ มริกัน 39. (1) อายุของนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษรวมกับอายุของนักท่องเที่ยว เท่ากับ 75 ปี (2) กระเป๋าของนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสหนักกว่ากระเป๋าของ ชาวอเมริ กัน 2 กิโลกรัม 40. (1) กระเป๋าเดินทางของชาวอังกฤษสีนำ้าเงิน กิโลกรัม (2) นักท่องเที่ยวชาวอเมริกันถือกระเป๋าเดินทาง หนัก 18 41. “ คนเจ้าระเบียบมีเหตุผลของตนเอง.....อยากจะมีความสุข........รับ เหตุของ ความไม่มีระเบียบของ คนอื่น.........ไม่ใช่จะเคี่ยวเข็ญให้คนอื่นมีระเบียบเหมือนตนเ อง ......มาตรฐานความมีระเบียบ ของคนไม่เท่ากัน” ข้อใดนำามาเติมลงในช่องว่างได้เหมาะสมที่สุด ก. ถ้า ควร ด้วย เพราะ เมื่อ ต้อง บ้าง ซึ่ง ข. ใน ค. เพื่อ อาจ ด้วย เนื่องจาก เนื่องจาก ควร บ้าง ทั้งนี้ ง.
  • 8. 42. ข้อใดนำามาเติมลงในช่องว่างได้เหมาะสมที่สุด .........เรานับถือพุทธศาสนา ฉะนั้น............วันวิสาขบูชาเรา........ร่วมกัน บำาเพ็ญบุญกุศ ล ก. เนื่องจาก เมื่อถึง จึง ใน จึง ข. เหตุที่ ค. เพราะ เมื่อ จะ เนื่องจาก ถึง จึง ง. 43. ข้อความใดที่เหมาะจะเติมลงในช่องว่าง เมื่อลมโชยพัดมา.............................ก็แกว่งไกว ก. ผมของวิภาดา ผ้าม่านที่หน้าต่าง ค. ธงทีหน้าโรงเรียน ่ กุหลาบ ข. ง. กิ่ง 44. คำาใดใช้เติมช่องว่างในประโยคต่อไปนี้ “ ความจริงไม่ใช่ฟ้า สิ่งที่ปรากฏเป็นสีครามนั้น คือฝุ่นละอองที่ลอยอยู่ใน อากาศ..........” ข. แน่นอน ง. เท่านั่น ก. นั่นเอง ค. ต่างหาก 45. คำาใด ไม่อาจใช้เติมในช่องว่างในประโยคต่อไปนี้ “ คนมีสติ.............ตกอยู่ในอันตราย ก็สามารถคิดหาทางเอาตัวรอดได้” ก. แม้ ข.แม้น ค. ถึง ง. หาก 46. “ แม่ไม่เห็นด้วยที่ลูกทำาตัวเหลวแหลก..........................พ ่่อแม่อย่างนี้ แค่นี้ พ่อแม่ก็.........
  • 9. ญาติพี่น้องจะแย่อยู่แล้ว อย่าทำาให้แม่....มากกว่านี้ จะทำาอะไรก็..............พ่อ แม่บ้าง” ก. ขายหน้า เสียหน้า ฉีกหน้า รักหน้า ข. ฉีกหน้า เสียหน้า รักหน้า ขายหน้า ค. ขายหน้า เสียหน้า รักหน้า ฉีกหน้า ง. ฉีกหน้า ขายหน้า เสียหน้า รักหน้า 47. “ ถ้าไม่เย้าแหย่ใครแล้วเขา .........ก็แสดงว่าไม่สบอารมณ์ และถ้าเขา........ยัง กับแสงไฟ ก็ให้ระวังตัวให้ดี เขาอาจทำาร้ายเราได้ง่ายๆที่เตือนเท่านี้ไม่ต้องมา ทำา.......ทำาเป ่็นคนบ่อ นำ้าตาตื้นไปได้ แล้วก็ไม่ต้องค้อนพี่จน...........ด้วยละนะ” ก. ตาควำ่า ตาเขียว ตาแดงๆตาแดง ข. ตาแดงๆตาแดง ตาควำ่า ตาเชียว ค. ตาเขียว ตาแดง ตาแดงๆ ตาควำ่า ง. ตาเขียว ตาแดงๆ ตาแดง ตาควำ่า 48. คำาที่มีความหมายเหมือนกันในข้อใด ใช้ได้ถูกต้องเหมาะสมที่สุด ก.ดูซิปลาก็เน่าผักก็บูดจะเหลืออะไรกิน ข. ฝนตก ชุกโจรก็ชุมมันน่าไปเหรอแถวนั้น ค. คนขับก็ดูบางรถก็ดูผอมลีบเล็กเหมาะกันดี ครวญช้างก็ ง. งานช้างสุรินทร์ปีนี้ไม่น่าดูหรอก เพราะช้างส้มไปตั้งหลายเชือกแถม ควำ่าไปอีกหลายคน 49. “เขาออกจะสนใจในลัทธิคอมมิวนิสต์มากเกินไป จึงไม่สนใจที่จะศึกษาและ ทำาความเข้าใจกับประชาธิปไตย ทั้งดูๆก็ออกจะสนใจในอบายมุขมากขึ้นทุกทีด้วย”
  • 10. ก. งมงาย ใฝ่ใจ ฝักใฝ่ ค. ฝักใฝ่ ใส่ใจ มัวเมา ข.หมกมุ่น ใส่ใจ งมงาย ง. มัวเมา ใฝ่ใจ หมกมุ่น 50. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะนามว่า องค์ ศรี ก. พระมาลา ข. พระทนต์ ;; ค. พระภิกษุ ง.พระ 51. ข้อใดใช้เริ่มต้นเนื้อเรื่องในหนังสือราชการ ในกรณีที่อ้างเป็นเหตุหนักแน่นที่ จำาเป็นต้องมีหนังสือไป เพื่อให้ผู้รับหนังสือดำาเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ง. อนุสนธิ ก. ด้วย ข. เนื่องจาก ค. ตามที่ 52. ความในข้อใดเหมาะที่จะใช้ในหนังสือราชการ ก. ประชาชนได้รับความเดือดร้อนแสนสาหัส ข. คำาอุทธรณ์ของผู้ร้องไม่มีข้อเท็จจริงอะไรเพิ่มเติม ค. พร้อมกันนี้ได้แจ้งให้จังหวัดทราบแล้วเหมือนกัน ง. จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา และแจ้งผลให้คณะมนุษยศาสตร์ ทราบด้วย จักขอบคุณมาก 53. หนังสือภายนอกจากอธิบดีถึงนายกรัฐมนตรี เขียน “จุดประสงค์” ของเรื่องว่า อย่างไร ก. จึงเรียนมาเพื่อทราบ มาเพื่อโปรดทราบ ค. จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดทราบ กราบเรียนมาเพื่อโปรดทราบ ข. จึงเรียน ง. จึงขอประทาน 54. หนังสือภายนอกจากอธิบดีถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ใช้คำาลงท้ายว่าอย่างไร ก. ด้วยความเคารพ ขอแสดงความนับถือ ค. ขอแสดงความนับถืออย่างสูง ความนับถืออย่างยิ่ง 5. คำาใดใช้ราชาศัพท์ผิด ข. ง. ขอแสดง
  • 11. พระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ พระตำาหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระราชวโรกาส ให้เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำา ประเทศไทย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ก. เสด็จออก ธุลีพระบาท ข. พระราชทาน ค. พระราชวโรกาส ง. เฝ้าทูลละออง 56. ถ้านักเรียนต้องการบอกให้เพื่อนรู้ว่า หลวงปู่เทสก์อยู่ประจำาที่วัดหินหมากแป้ง นักเรียนจะใช้คำาในข้อใด ก. หลวงปู่เทสก์อยู่ที่วัดหินหมากแป้ง สก์บวชที่วัดหินหมากแป้ง ข. หลวงปู่เท &nb sp; ค. หลวงปู่เทสก์จำาวัดอยู่ที่วัดหินหมากแป้ง &nbs p; สก์จำาพรรษาที่วัดหินหมากแป้ง 57. ข้อใดเป็นประโยคที่ใช้ภาษาแบบแผน ก. เขาพูดเป็นต่อยหอย พ่นเป็นคุ้งเป็นแคว ค. เขาพูดพล่ามไม่หยุดฟังคนอื่น นำ้าลายอยู่คนเดียว ง. หลวงปู่เท ข. เขา ง. หมอนั่นพูดบ้า 58. การจัดลำาดับคำาในข้อใดถูกต้องชัดเจน ก. เขาฟังเพลง จากวิทยุที่นำาติดตัวมาเพียงเบาๆ ข. นักเรียนต้องใช้รองเท้าหนังสีดำาหุ้มส้นมีเชือกผูก ค. เครื่องบินของข้าศึกถูกยิงตกขณะบินล่วงลำ้าเขตแดนหลายเครื่อง ง. บางคนขยัน บางคนเกียจคร้าน จึงทำาให้บางคนยากจน บางคนรำ่า รอย 59. ข้อใดเป็นประโยคที่มีความหมายกำากวม ก. นายอินถาผู้นำาชาวนาคนสำาคัญถูกฆ่าตาย ข. การท่องเที่ยวเพื่อหาความรู้ เพิ่มกำาไรแก่ชีวิต ค. ลูกชายของนายแดงซึ่งบวชเมื่อปีกลาย ตายเสียแล้ว ง. ท้าวสุรนารีวีรสตรีผู้กล้าหาญเป็นตัวอย่างนักรบหญิงไทย ่์ 60. “เขาเดินก้มหน้าอย่างตั้งใจจะไปให้ และกระชับโดยได้ความเท่าเดิมและตรง ความหมายที่สุด ก. เขาก้มหน้าก้มตาเดินไปบ้านคุณป้า ข. เขาตั้งอกตั้งใจเดินไปบ้านคุณป้า ค. เขาเดินดุ่มๆไปบ้านคุณป้า ง. เขาเดินดุ่ยๆๆไปบ้านคุณป้า
  • 12. 61. ความเปรียบในข้อใดใช้ได้ถูกต้องตามสำานวนไทย ก. เธอตกใจกลัวหน้าซีดขาวราวกับสำาลี ข. นำ้าในบ่อหน้าบ้านเธอใสราวกับใยบัวเลยนะ ค. แม่มาบ้านแรกอย่างนี้ ต้องบ่นเป็นหมีกินผึ้งอีกแน่เลย ง. ฉันไม่กล้าไปขอขนมจากเขาหรอก คนอะไรใจแข็งเป็นหินเลย 62. ข้อความที่ว่า “เมื่อยังติดขัดก็ถามท่านผู้รู้อื่นๆ ต่อไป และไม่ควรที่จะกระดาก อายในการไต่ถาม สิ่งที่เราไม่รู้ เพราะว่าการทะนงตัวว่าเรารู้มาก 1 ดูถูกผู้อื่น ว่าไม่รู้ 1 และ การ ถือเกียรติว่าไม่ควร ถามคนตำ่าต้อยกว่าตน 1 ทั้ง 3 นี้เป็นมารที่จะรั้งเราให้ลงจาก ฐานะเป็นนัก ปราชญ์”นั้นผู้แต่งตั้งการ จะสื่อ ให้ผู้อ่านเข้าใจว่าอย่างไร ก. อย่าคิดว่าตัวรู้มากอยู่แล้ว ว่าคนอื่นไม่มีความรู้ ข. อย่าคิด ค. อยากรู้ต้องถามคนอื่นที่เรียนน้อยกว่าตน มีความรู้ต้องไม่อายที่จะถาม ง. อยาก 63. “ชีวิตมีเกิดก็ย่อมมีดับ เมื่อมีการอยู่ด้วยกันก็ย่อมมีการพลัดพรากจาก กัน.............. .......หมุนเวียน เปลี่ยนแปลงไป” ก. ชีวิตเป็นอนิจจัง ชีวิตเป็นอนัตตา ค. ชีวิตเป็นวัฏสงสาร เป็นกฎแห่งกรรม ข. ง. ชีวิต 64. ความก้าวหน้าในงานเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นความรู้ ความสามารถจังหวะ และโอกาสของผู้ปฏิบัติงาน ดุลพินิจของผู้มีอำานาจ ให้คุณให้โทษโครงสร้าง ของงานตลอดจน สถานการณ์ของสังคมภายนอก จากบทความดังกล่าวข้อความใดคือสาระ สำาคัญ
  • 13. ในการทำางาน ก.ลักษณะของการทำางาน ค.สภาพการทำางาน ประกอบการทำางาน ข. เทคนิค ง. องค์ 65. ใครต้องการจะตายเพราะไฟลามทุ่งละก็หาทางให้หนามเกี่ยวเข็มดำา&nb sp; หา แผลใส่ตัว แล้วอย่ารักษา หรือจะให้แน่ก็หาพวกใบไม้หญ้ามาตำาพอกแผลเอาไว้ ถ้าบังเอิญร่างกายยัง แข็งแรงแผลเกิดหาย ไปได้ก็หาทางทำาให้ร่างกายอ่อนแอ แล้วพยายามทำาให้ผิวหนังมีแผลเอาไว้ คนอยากตายอาจโชค ดี สมปรารถนา เจตนาของผู้เขียนคืออะไร ชี้ขอบกพร่อง ้ ก. ห้ามกระทำา ค. ยั่วยุให้โต้แย้ง แนะนำาให้ปฏิบัติตาม ข. ง. อ่านข้อความต่อไปนี้ ตอบคำาถาม ข้อ 66-68 “พระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5 เสด็จพระราชทานทอดกฐินวัดหนึ่ง ทอดพระเนตรเห็นเด็ก วัดตัดต้นโพธิ์ขึ้นอยู่ตามกำาแพงโดยสะเพร่า คือ ไม่ขูดเอารากเหง้าออกให้หมด เป็น แต่ตันแล้วเอาปูน ขาวโบกกลบ ซึ่งไม่ช้ามันก็จะแตกหน่อขึ้นอีก และทรงเห็นรอยเกลี่ยเนินทรายที่สูง เอาไปถมที่ลุ่ม เพื่อให้พื้นสนามราบ ตามทางเสด็จพระราชดำาเนิน พระองค์มิได้ติให้เดือดร้อนเลย เป็นแต่ดำาตรัสชม ท่านเจ้าอาวาสเป็นใจความว่า มีความพอพระทัยในการปราบหญ้า โดยขุดทรายขึ้น ให้หมดราก แล้ว ยังเอาทรายถมที่ลุ่มได้อีก เป็นการทำาประโยชน์อย่างเดียวได้ผล 2 อย่าง และทรง เห็นใจว่ามีคนน้อย ปราบต้นโพธิ์บนกำาแพงเหมือนปราบหญ้าต่อไป”
  • 14. 66. ความคิดสำาคัญของข้อความนี้สรุปได้ตรงกับข้อใดที่สุด ก. ติเพื่อก่อ ยอเพื่อทำาลาย ข. ติเพื่อการแก้ไข ชมเพื่อให้กำาลังใจ ค. จะติไปทำาไม ชมเพื่อให้กำาลังใจดีกว่า ง. จะติจะชม ต้องให้สมกับงานที่ทำา 67. เจตนาของผู้เขียน คือข้อใด ก. ให้ความรู้ในการปราบหญ้าและปรับสนาม ข.แนะนำาให้ทำางานแบบค่อยเป็นค่อยไปตามกำาลังที่มีอยู่ ค. เห็นอกเห็นใจผู้ทำางาน และการชมผลงานเป็นเรื่องสำาคัญที่สุด ง. ชี้ให้เห็นความแตกต่าง ระหว่างการปราบต้นโพธิ์กับการปราบหญ้า 68. ข้อความนี้สามารถยกเป็นตัวอย่างในการสั่งสอนกุลบุตรธิดาได้อย่า งเหมาะสม ที่สดในเรื่องใด ุ ก. อย่าทำางานเพียงเพื่อ “ขายผ้าเอาหน้ารอด” ข. อย่าทำาการใดในลักษณะการเกลี่ยและกลบอย่างขอไปที ค. อย่าใช้วิธีเดียวกับงาน 2 แบบที่ต่างลักษณะกัน ง. อย่าติให้เสียงาน จงแปลงข้อตินั้นให้เป็นคำาชม จะได้ผลมากกว่า อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำาถามข้อ 69-73 “แต่คนทั้งปวงบางทีอาจจะลืมเสียสนิทว่า ชนบทนั่นเองเปรียบเสมือน เปลือกของต้นไม้และคนโดยมากนั้นเมื่อพู ดถึงก็มักจะไปยกย่องที่แก่นไม้มากกว่าเปลื อ ก ยากจะติฉินนินทาใครบางทีก็ยังอุปมาเอาว่าเป็นคนไม่มีแก่นมีแต่เ ปลือก คือ หาสติปัญญาอะไรมิได้ ดูถูกเปลือกแต่ไปยกย่องแก่น ต้นกล้วยนั้นมีแก่นหรือไม่แต่ก็ เลี้ยงชีวิตคนมาไม่น้อยด้วยผลขอ งมั น ฉันใดก็ฉันนั้นชนบทนั่นเองหล่อเลี้ยงแก่นคือ ชาวกรุงทุกวันนี้&n bsp; แต่คนก็มาเพ่งหนักเอาที่ในเมืองทุ่มเทส่วนใหญ่ลง ณ ที่นี้ จนเมืองนั้นเองเป็นแหล่งของมลภาวะทั้งปวงไป” 69. สาระสำาคัญที่ผู้เขียนต้องการโต้แย้งคืออะไร ก. ในเมืองเป็นแหล่งมลภาวะที่ควรแก้ไข ข. รัฐบาลให้ความสำาคัญแก่เมืองมากกว่าชนบท
  • 15. ค. ชนบททำาประโยชน์แก่เมืองมาก แต่ได้รับตอบแทนน้อย ง. สังคมชนบทมีความสำาคัญน้อยกว่าในเมือง 70. ผู้เขียนมีจุดประสงค์อย่างไรในการเขียน ข.ปรารถนา ก. แนะนำา ค. เตือนสติ ง. เปลี่ยนทรรศนะ 71. จุดเด่นในข้อเขียนนี้ใช้เหตุผลอย่างไร ก.ยกตัวอย่างให้เห็น แนวใหม่ ในการเปรียบเทียบ ให้เหตุผลดี ค. ใช้คำากะทัดรัด ข. ใช้ ง. 72.จากข้อเขียนนี้ผู้อ่านจะทราบว่าผู้เขียนมีความคิดอย่างไร ก.รักความยุติธรรม ข.ชอบเปรียบเทียบ ชอบชนบท ค.ชอบสร้างสรรค์ ง. อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำาถามข้อ 73-74 เมื่อก่อนเราเคยได้ยินสำานวนที่ว่า “ในนำ้ามีปลา ในนามีข้าว” แต่ถ้า ปลาจะมาอยู่ในนาก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะปลากินวัชพืช,แมลงศัตรูข้าวหลาย ชนิด,ช่วยพรวนดินโดยการว่า ยและการหาอาหาร ปลา 1 ตัว พอดีกับพื้นที่ 1 ตารางเมตร พันธ์ปลาที่อาจใช้ในระบบนี้มีหลานชนิด เช่นปลาไน,ปลายีศกเทศ,ปลา นวลจันทร์เทศ,ปลาจีน,ปลานิล,ปลาตะเพีย นและปลาเฉาหรือปลากินหญ้าถึงเวลาเก็บ เกี่ยวก็สูบนำ้าออกให้นาแห้ ง ปลาจะมารวมอยู่ในคูนำ้าโดยรอบ ข้าวได้เพิ่มขึ้นปลา ก็ได้กำาไร 73. ข้อความนี้ควรให้ชื่อเรื่องตามข้อใด ก.การเลี้ยงปลาในนา เลี้ยงปลาในนาข้าว ข.การ
  • 16. นาปลาในนำ้า ค. ในนำ้ามีปลา ในนามีข้าว ง.ข้าวใน 74. ข้อความที่ผู้เขียนให้เหตุผลว่า “ได้ข้าวเพิ่มขึ้น”นั่นอธิบายได้อย่างไร ก. ได้ข้าวนอกนาจากร่องคูริมขอบนาด้วย ข. ปลาในนาช่วยให้ต้นข้าวงามกว่าปกติ ค.ต้นข้าวปลอดภัยจากศัตรู ง. ระดับนำ้าเหมาะแก่ความต้องการของต้นข้าว ; อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำาถามข้อ นายคาร์เตอร์ นักมายากลเลี้ยงสิงโตไว้ตัวหนึ่งตั้งแต่เล็กๆประวัติเดิม ของสิง โตตัวนี้มีวาสนาอยู่ถึงในปราสาทราชวัง กษัตริย์แห่งราชวงศ์โปรตุเกส ทรง เลี้ยงลูกสิงโตตัวนี้ไว้ตั้งแต่ก่อนออกจากราชสมบัติ ครั้น เมื่อทรงประสบภัยทางการ เมือง มีผู้เข้าโค่นล้มยึดอำานาจการปกครอง ท่านต้องเสด็จลี้ภัยไปอยู่ประเทศอังกฤษ ทิ้งลูกสิงโตไว้ในโปรตุเกส นายคาร์เตอร์ไปพบเข้าในเวลาถูกประกาศขายพอดี จึง รับซื้อมาเลี้ยงไว้เองลูกสิงโตเติบโตใหญ่ขึ้นอย่างแสนเชื่อง เจ้าของเล่นด้วยได้ เหมือนดังว่าเลี้ยงสุนัขไว้ ตัวหนึ่ง แต่อย่างไรๆ ก็ต้องเลี้ยงในกรงอยู่นั่นเอง มิได้ ปล่อยออกมาเพ่นพ่าน เขาไปไหนพาไปด้วย เจ้ากรรมที่อาชีพ นายทำาให้ต้อง สัญจรตลอดเวลาและการพาสิงโตเดินทางนั้น ย่อมเป็นเรื่องทุลักทุเล มีอุปสรรคเกิด ขึนเนื่องๆ ้ คราวที่นายคาร์เตอร์จะลงเรือเมล์หรือเรือเดินเร็วเดินข้ามจากฝร ััั่งอังกฤษ ไป ฝรั่งเศสทราบว่าจะพาสิงโตลงเรือเมล์ไม่ได้ จึงสั่งลูกน้องให้ขนของอื่นๆ ขึ้นเรือเสีย ก่อน เอากรงสิงโตไว้สุดท้าย โดยตระเตรียมหาถุงคลุมมิดชิด ถุงมีบานเปิดได้ที่ ประตูกรงเกี่ยวไว้แน่นหนา ไม่ให้ใครรู้ได้ว่ามีสิงโตอยู่ในนั้น เมื่อรถไฟไปถึงท่าเรือ ก็ไสรถบรรทุกของไปยังท่าริมนำ้า ใช้รอกปั้นจั่นยกหู๊บใหญ่ๆขึ้นเรือไปเกือบหมดจึงจะ ถึงหู๊บสิงโต ในระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ของบริษัทเรือคอยยืนคุมของที่กำาลังขนข ัึั้น กำาลังจะ “มุบมิบ”เคลื่อนย้าย “จ๋าจ๊ะเลี้ยงแสนรัก”ของ นายคาร์เตอร์ ได้ตลอดรอดฝั่งแล้วที เดียวเผอิญลมพัดกรรโชกเอาบานที่ถุงเปิดโร่ เห็นหน้าสิงโตโผล่อยู่ในกรง เท่านั้นเอง เจ้าหน้าที่ถึงแก่อาการตาเหลือก ร้องห้ามระงับยับยั้งทันที่ว่าพาสิงโตลงเรือไม่ได้ ผิด กฎข้อบังคับ นายคาร์เตอร์แย้งว่าถ้าพาจ๋าจ๊ะนั้นไปด้วยไม่ได้ ก็จะต้องขนของกลับ ลงจากเรือหมดเพราะจ๋าจ๊ะนั้นเป็นเครื่องมือหา ก ัินของเขา เจ้าหน้าที่บริษัทเรือตอบ ว่าเสียใจ แต่ตองทำาตามข้อบังคับ ้
  • 17. นายคาร์เตอร์ จนมุมจะสั่งพวกพ้องให้ขนของกลับอยู่แล้ว แต่ความที่เป็นคนชอบพูด เล่นจึงถามออกไปว่า ทำาไมจึงว่าจ๋าจ๊ะนี้เป็นสิงโต เคยเห็นหรือ เจ้าหน้าที่ว่าไม่เคยเห็นตัวจริง เห็นแต่รูปจนคุ้นตา เขาได้โอกาสจึง ถามว่าที่นึกว่าเป็นสิงโตนั่นแหละผิด เพราะสิงโตเป็นจ๋าจ๊ะดุร้าย ไม่ทราบหรอกหรือ พอเจ้าหน้าที่บอกว่าทราบเขาก็เลยพูดต่อว่า ถ้าเช่นนั้นหากคนเอาแขน ให้สิงโตคาบมันก็กัดขาดเลย เมื่อเจ้าหน้าที่ยืนยันว่ามันต้องเป็นอย่างนั้นแน่ เขาจึง ขอพิสูจน์ว่าจ๋าจ๊ะนี้ไม่ใช่สิงโต ว่าแล้วเขาก็เดินเข้าไปเปิดประตูกรง เอาแขนยัด เข้าไปในปากสิงโต มันก็คาบแขนเฉยอยู่เขาแอบ ยิ้มกริ่มในใจ ชักแขนออกจาก ปากสิงโต ปิดประตูกรงแล้วพูดให้เจ้าหน้าที่วักไขว้เขวว่า จ๋าจ๊ะนี้ไม่กัดแขนคนที่ใส่ เข้าไปในปาก เพราะฉะนั้นไม่ใช่สิงโต และเขายังอยากทำาอีกอย่างเพราะใครๆก็รู้ว่า สิงโตไม่จูบคน เจ้าหน้าที่เรือ เห็นนายคาร์เตอร์เปิดประตูโผล่หน้าเข้าไปในกรงอีก แล้วพูดกับจ๋าจ๊ะ ให้จูบคน จ๋าจ๊ะนั้นแลบลิ้นเลียหน้านาย เหมือนกับจ๋าจ๊ะจูบคน ไม่ใช่จ๋าจ๊ะกินคนอย่างที่รู้มา ครั้นนายคาร์เตอร์เห็นอีกฝ่ายลังเล สงสัยว่าหากจ๋าจ๊ะนี้ไม่ใช่สิงโตแล้วคืออะไร เขา จึงบอกว่าจ๋าจ๊ะนี้เรียกว่าวูยูดีชนิดอเมริกัน เป็นจ๋าจ๊ะที่ไม่มีในยุโรป ท่านจึงไม่เคย เห็น เช่นนี้แล้วจะปล่อยให้ลงเรือได้หรือยัง นายคนเคร่งครัดต่อหน้าที่หันไปค้นบัญชีจ๋าจ๊ะต้องห้ามก่อน ; เห็นไม่ มีวูยูดีชนิดอเมริกันหรือชนิดไหน จึงเป็นอันว่าต้องปล่อยให้ไป คาร์เตอร์แอบเอา ธนบัตรใส่มือผู้นั้น แล้วก็สั่งให้คนชักรอกเอากรงสิงโตลงเรือ 75. นายคาร์เตอร์ผู้นี้ว่าจะจัดเข้าเป็นประเภทใดจึงจะเหมาะสมที่สุด ก. เจ้าเล่ห์ ข.เจ้าปัญญา ค. เจ้าอุบาย ง. เจ้าคารม 76. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของเจ้าหน้าที่ประจำาคือ ก. บริการผู้โดยสารอย่างดี ง่าย ข. ซื่ออย่างขาดไหวพริบ ค. เคร่งครัดต่อหน้าที่ ง. ตกใจ 77. สิงโตได้ลงเรือไปพร้อมเจ้าของโดยการปฏิบัติตามข้อใด ก. แก้ปัญหาอย่างแยบยล สินบนเจ้าหน้าที่ ข. ให้
  • 18. ค. ละเมิดกฎเกณฑ์ของเรือ ล่วงหน้าอย่างแนบเนียน ง. วางแผน 78. ข้อใดไม่ใช่ เหตุผลเจ้าหน้าที่ยินยอมให้สิงโตลงเรือ ก.ได้รับเงินเพิ่มพิเศษ ข. เชื่อว่าไม่มี ข้อบังคับระบุห้าม ค. แน่ใจว่าไม่มีอันตรายจากจ๋าจ๊ะนี้ ง. สับสนเรื่องความรู้ เกี่ยวกับสิงโต 79. การได้รับเงินของเจ้าหน้าที่ประจำาเรืออาจเปรียบได้กับสำานวนไทยข ั้อใด ก. ลาภลอย ข. กิน ตามนำ้า ค. สิบเบี้ยใกล้มือ ง. ตกบันได พลอย 80. เรื่องนี้ควรจะตั้งชื่อตามข้อใด ก. จากปราสาทสู่เรือเดินทะเล ข. สิงโตกับนัก มายากล ค. เมื่อนักมายากลแก้ปัญหา ง. จ๋าจ๊ะเลี้ยง แสนรัก 81. ข้อใดมีวธีการใช้เหตุผลต่างจากข้ออื่น ิ ก. สิงโตดุร้ายกัดคน จ๋าจ๊ะนี้ไม่กัด ฉะนั้นจ๋าจ๊ะนี้ไม่ใช่สิงโต ข. สิงโตไม่จูบคนจ๋าจ๊ะนี้จูบคน ฉะนั้นจ๋าจ๊ะนี้ไม่ใช่สิงโต ค. วูยูดีชนิดอเมริกัน เป็นจ๋าจ๊ะไม่มีในยุโรป คนยุโรปจึงไม่เคยเห็น ง. จ๋าจ๊ะร้ายกัดคน วูยูดีชนิดอเมริกันไม่กัด วูยูดีไม่ใช้จ๋าจ๊ะร้าย 82.จงเลือกข้อความที่ควรขึ้นย่อหน้าใหม่ ก. ทรัพยากรของประเทศไทยมีมากเมื่อเทียบกับขนาดและจำานวนของ พลเมือง ฉะนั้นได้ว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่ไม่ยากจน ข. การที่เมืองไทยยังไม่มีเงินปรังปรุงบ้านเมืองให้สวยงามเนื่องจา กคน ไทยยังมิได้นำา ทรัพยากรออกมาทำาให้เกิดประโยชน์ ค. การหาเลี้ยงชีพในประเทศใดๆก็ตาม ย่อมขึ้นกับทรัพยากรและลมฟ้า อากาศของประเทศ นั้นๆ ง. ทรัพยากร ลม ฟ้า อากาศ ของประเทศไทยเหมาะแก่การเพาะปลูก เป็นอย่างยิ่ง 83.ข้อใดไม่ใช่ข้อความตอนสุดท้ายของข้อเขียน ก. เกลือจะมีคุณค่ามหาศาลเมื่อรับประทานให้อยู่ในระดับไม่เกิน 3 กรัมต่อวัน ข. มีข่าวดีที่แทบจะไม่น่าเชื่อต่อไปนี้ มีมนุษย์จะไม่มีใครต้องเป็น อัมพาต เนื่องจากความ พิการทางสมองอีกแล้ว
  • 19. ค. แพทย์แนะนำำว่ำถำ้ำไม่ต้องกำรให้เด็กของท่ำนอ้วนก็ไม่ต้องให้เด็ก ดู โทรทัศน์มำกเกินไป ง.ถ้ำมีนักวิทยำศำสตร์หรือแพทย์ค้นพบตัวยำที่จะสำมำรถรักษำโรคเ อดส์ให้หำยได้โลก จะต้องจำรึกชื่อว่ำ เขำเป็นผู้วิเศษแน่นอน 84. “ด้วยเหตุที่ในประเทศไทยมีกำรสื่อสำรกันด้วยภำษำถิ่นหลำยภำษำ รวมทั้งผู้พูด เองก็มีทัศนคติต่อ ภำษำถิ่นแตกต่ำงกันไป จึงจำำเป็นที่จะต้องมีภำษำที่เป็นภำษำมำตรฐำนเพื่อใช้ เป็นแบบในก ำร อ้ำงอิง แต่กำรที่จะกำำหนดภำษำมำตรฐำนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ำยเพรำะ........ ...” ข้อใดสำมำรถนำำมำเติมข้อควำมข้ำงต้นแล้วได้ควำมเหมำะสมที่สุด ก. กำรเลือกภำษำใดภำษำหนึ่งจะทำำให้คนอีกกลุ่มหนึ่งไม่พอใจ ข. กำรเลือกภำษำใดภำษำหนึ่งเป็นปัญหำสำำคัญอย่ำงยิ่งของประเทศ ค. ภำษำมำตรฐำนต้องเป็นภำษำที่ยอมรับกันว่ำถูกต้องและเป็น บรรทัดฐำ นเท่ำกัน ง. เป็นกำรปลูกฝังควำมภำคภูมิใจในภำษำมำตรฐำนซึ่งเป็นควำมภำคภู มิใ จในชำติ 85. “กำรสูบบุหรี่ไม่ทำำให้ควำมดันโลหิตสูงขึ้น แต่คนที่มีควำมดันโลหิตสูงและสูบ บุหรีด้วยนั้น.......” ่ ข้อควำมใดนำำมำเติมท้ำยข้อควำมนี้ได้เหมำะสมที่สุด ก จะมีผลให้ยำลดควำมดันไม่ได้ผลเต็มที่ เท่ำกับคนที่มีควำมดันโลหิต สูงแต่สูบบุหรี่ ข. มีอัตรำเสี่ยงต่อหัวใจวำยและเส้นโลหิตในสมองแตกมำกกว่ำคนที่มีค วำมดันโลหิตสูงแต่ไม่สูบบุหรี่ ค. จะทำำให้หัวใจต้องทำำงำนหนัก สูบฉีดโลหิตแรงขึ้น ซึ่งมีผลให้ควำม ดันโลหิตสูงขึ้นอีกด้วย ง. จะมีผลกระทบกระเทือนกล้ำมเนื้อหัวใจให้ทำำงำนผิดปรกติ ซึ่ง สำมำรถทำำให้หัวใจวำยได้เช่นกัน 86. ประกำศอย่ำงเป็นทำงกำรจะประกอบด้วย ก) หน่วยงำนที่ประกำศ ข)เรื่องที่ ประกำศ ค) เนื้อหำที่ ประกำศ ง) วันเดือนปีที่ประกำศ จ)ลงนำมหัวหน้ำหน่วยงำนที่ประกำศในกำร เขียนประกำศอย่ำง เป็นทำงกำรจะต้องเรียงลำำดับอย่ำงไร ก. ก ข ค ง จ ข. ก ข ค จ ง ค. ข ค ง จ ก ง. ข ค จ ก ง 87. (1) และสนองตอบควำมต้องกำรและแก้ไขปัญหำของท้องถิ่นได้เท่ำที่ควร (2)กำรดำำเนินงำนของหน่วยงำนปกครองท้องถิ่นไทยที่ปรำกฏอยู่ยังไม ่่สนองตอบ วัตถุประสงค์ในกำรจัดตั้ง (3) กำรมีส่วนร่วมของประชำชนในกำรปกครองตนเองและระดับท้องถิ่น
  • 20. ย (3) (1) (4) (4) เพรำะท้องถิ่นในแต่ละรูปยังคงประสบปัญหำต่ำงๆหลำยประกำร (5)เพื่อเป็นสถำบันฝึกฝนและเรียนรู้กำรปกครองในระบอบประชำธิปไต ข้อใดเรียงลำำดับข้อควำมแล้วได้ใจควำมสมบูรณ์ ก. (3) (5) (4) (2) (1) ข. (2) (5) ค. (5) (2) (3) (1) (4) ค. (3) (2) (5) (4) (1) 88. (1)สื่อนำำฟันเฟืองของกิจกรรมทั้งหลำยให้สอดคล้องกลมกลืนกัน (2) โดยกำรประสำนงำนจะทำำหน้ำที่เสมือนตัวกลำง (3) กำรประสำนงำนเป็นหลักกำรสำำคัญประกำรหนึ่ง (4) ซึ่งจะขำดเสียมิได้ในกำรบริหำร ข้อใดเรียงลำำดับข้อควำมแล้วได้ใจควำมสมบูรณ์ ก. (1) (2) (3) (4) ข. (2) (3) (4) (1) ค. (3) (4) (2) (1) ง. (3) (2) (4) (1) 89. (1) อันจะหล่อหลอมให้มีคุณภำพชีวิตที่ดีขึ้น (2) สภำพแวดล้อมและสังคมต่ำงที่แตกต่ำงกันไป (3) กำรเผชิญกับสิ่งแวดล้อมใหม่ๆในต่ำงถิ่น (4) คงจะสร้ำงควำมห่วงใยและกังวลให้กับท่ำนเป็นอันมำก (5) สำำหรับบัตรหลำนของท่ำน ขณะที่ศึกษำหำควำมรู้ในสถำนที่ซึ่ง ห่ำงไกล ข้อใดเรียงลำำดับข้อควำมแล้วได้ใจควำมสมบูรณ์ ก. (2) (4) (3) (5) (1) ข.(3) (1) (4) (2) 5) ค. (3) (5) (4) (2) (1) ง. (2) (1) (5) (3) (4) อ่ำ นข้อ ควำมทั้ง 5 ตอนต่อ ไปนี้แ ล้ว ตอบคำำ ถำมข้อ 90-91 (1) คนเขลำย่อมจะมีควำมทุกข์อย่ำงแสนสำหัส (2) ชีวิตจริงคือสภำพที่ปรำกฏอยู่ต่อหน้ำเรำในปัจจุบัน (3) เพรำะมัวแต่เศร้ำโศกและอำลัยอดีตที่ไม่อำจเรียกกลับคืนมำได้ (4) หรือมัวแต่ใฝ่ฝันฟุ้งซ่ำนถึงอนำคตที่ยังไม่ปรำกฏ (5) คนที่ฉลำดที่สุดคือคนที่สำมำรถยอมรับสภำพปัจจุบันได้อย่ำงสงบสุ ขและเป็นสุข 90. ถ้ำให้เรียงลำำดับข้อควำมทั้ง 5 ตอน เข้ำเป็นเรื่องควรเริ่มต้นเรื่องด้วยข้อควำมใด ตอนที่ 5 ก. ตอนที่ 1 ข.ตอนที่ 2 ค. ตอนที่ 3 ง.
  • 21. 91. ควรใช้ข้อควำมใดมำต่อหลังข้อควำมตอนที่ 1 ก.ตอนที่ 2 ข.ตอนที่ 3 ; ค.ตอนที่ 4 ง.ตอนที่ 5 เรียงลำำดับข้อควำมต่อไปนี้ให้ได้ใจควำม ข้อ 92-94 92. และหัวหน้ำพรรคที่มีคะแนนเสียงในสภำผู้แทนรำษฏรรองลงไปก็จะได้ร ่ับมอบ หมำยให้ดำำรงตำำแหน่งรองนำยรัฐมนตรี / ถ้ำหำกผลของกำรเลือกตั้งทั่วไปไม่มี พรรคกำรเมืองใดมีคะแนนเสียง ข้ำงมำกเด็ดขำดในสภำผู้แทนรำษฏร / โดยทั่วไป หัวหน้ำพรรคกำรเมืองที่มีเสียงข้ำงมำกที่สุดจะได้รับเ ลือกให้ดำำรงตำำแหน่งนำยก รัฐมนตรี / พรรคกำรเมืองหลำยพรรคที่มีคะแนนเสียงมำกลดกลั่นจะรวมตัวกันเพื่ อ จัดตั้งรัฐบำลผสม / ในประเทศประชำธิปไตยที่มีรูปแบบรัฐสภำหรือแบบคณะรัฐมนตรี นั่น ก. 2-5-3-4-1 ข.4-3-2-5-1 & nbsp; ค.5-2-4-3-1 ง.3-1-25-4 94. แสดงว่ำศิลปะกับชีวิตเป็นส่วนที่แยกจำกกันไม่ออก / จึงมีผู้นำำผลไม้มำประดิษฐ์ ลวดลำยแล้วจัดวำงลงในภำชนะให้มองดูแป ลกตำน่ำรับประทำน / ส่วนไม้ดอกที่ ออกดอกก็นำำมำผูกมัดเป็นช่อบ้ำง เป็นพวงเป็นพู่บ้ำง เสียบเป็นพุ่มหรือปักลงใน แจกันก็ได้ / บำงคนชอบปลูกไม้ดอกไม้ผลเมื่อเกิดดอกออกผลก็ชื่นใจ เกิดควำมคิดที่ จะทำำดอกผลนั้นให้งดงำมน่ำดูยิ่งขึ้น / ลวดลำยนั้นก็เกิดจำกกำรตัด ผ่ำ ปอก คว้ำน และแกะสลัก ก.1-2-3-5-4 ข.1-3-2-4-5 ค.4-1-3-5-2 ง.4-2-5-3-1 95. ประโยคใดใช้คำำกะทัดรัดที่สุด ก. ภำษำไทยยุคปัจจุบันนับวันจะเสื่อมลงไปในทำงที่ไม่ควร ข. สินค้ำตกมำใหม่ตัวนี้ เหมำะกับชำยหญิงทุกเพศทุกวัย ค. ในโอกำสเปิดกิจกำรใหม่ ห้ำงขอแจกของสมนำคุณฟรีโดยไม่คิด มูลค่ำ ง.ในอนำคตอันใกล้นี้ เขำจะเป็นเจ้ำของกิจกำรที่ใหญ่โตที่สุดใน ประเทศ 96.ข้อใดควรเป็นใจควำมสรุปของประโยคที่ว่ำ “ครูปั้นคนให้เป็นพลเมืองดี” ก. เป็นผู้มีศีลธรรม ข.เป็นผู้มี ส่วนสร้ำงชำติ ค. เป็นผู้มีควำมรู้ เฉลียวฉลำด ง.เป็นผู้มีพลำ อนำมัยแข็งแรง 97. ข้อใดใช้คำำกะทัดรัดและสื่อควำมหมำยได้ดีที่สุด ก. ฝนเทียมซึ่งเลียนแบบฝนธรรมชำติมีประโยชน์มำก ข. เขำเป็นผู้ที่ชอบวิจำรณ์เรื่องต่ำงๆทุกเรื่อง ค. เมื่อสำมีเธอถึงแก่กรรม เธอก็กลับมำอยู่กินกับมำรดำ ง. สมัยนี้คนนิยมผูกนำฬิกำชนิดที่ไม่มีเข้มบนข้อมือ
  • 22. 98. ประโยคต่อไปนี้บกพร่องหรือถูกต้องแล้วอย่ำงไร “พ่อแม่ย่อมรักถ้ำลูกเป็นเด็กดี และอยู่ใน โอวำท” ก. ขำดกรรม ข. เรียง คำำเข้ำประโยคไม่ถูกที่ ค. ใช้คำำฟุ่มเฟื่อยไม่กะทัดรัด ง. ใช้คำำและ สำำนวนดีแล้ว 99. ข้อเขียนข้อใดที่มีหลำยเนื้อหำ ก. นำยกรัฐมนตรีพูดถึงเรื่องกำรแก้ปัญหำข้ำว มีทั้งกำรประกันรำคำ และกำรเร่งกำรส่งออก และควบคุมกำรผลิต ข. นำ้ำท่วมจังหวัดรำชบุรีมีคนตำย 15 คน บำดเจ็บ 27 คน จังหวัดและ ประชำสงเครำะห์ระดม ช่วยเหลือด่วน ค. รัฐมนตรีต่ำงประเทศไปร่วมประชุมสมัชชำใหญ่สหประชำชำติ ครำง นี้ได้เจรจำเรื่อง ปัญหำกัมพูชำ เรื่องสิ่งทอและมันสำำปะหลังกับประชำคมเศรษฐกิจ ยุโรป ง. นำยกรัฐมนตรีเดินทำงกลับจำกสหรัฐแวะเยือนอังกฤษ ฝรั่งเศสและ เยอรมนีตะวันตกเพื่อ ชี้แจงกรณีที่ไม่สงบ 9 กันยำยน 100. ข้อใดเป็นลักษณะเด่นของภำษำไทย ก. ไม่มีตัวกำรันต์ ข. มีคำำพยำงค์เดียวส่วน มำก ค. ใช้ตัวสะกดตรงตำมมำตรำ ง. คำำคำำเดียวทำำ หน้ำที่ได้หลำยอย่ำง

×