รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 2 พ.ศ. 2554
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 
Like this document? Why not share!

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 2 พ.ศ. 2554

on

  • 1,895 views

 

Statistics

Views

Total Views
1,895
Views on SlideShare
1,895
Embed Views
0

Actions

Likes
0
Downloads
14
Comments
0

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 2 พ.ศ. 2554 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 2 พ.ศ. 2554 Document Transcript

  • สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รัฐสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑ ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพลอดุลยเดช ิ สํานักนทราธิราช บรมนาถบพิตร งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สยามิ ตราไว้ ณ วันที่ ๒๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๐ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นปีที่ ๖๒ ในรัชกาลปัจจุบัน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ศุภมัสดุ พระพุทธศาสนกาลเป็นอดีตภาค ๒๕๕๐ พรรษา ปัจจุบันสมัย จันทรคติ นิยม สูกรสมพัสํตสร งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ิย นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา านัก สาวนมาส ชุณหปักษ์ เอกาทสีดิถี สุรสําคติกาล สิงหาคมมาส จตุวีสติมสุรทิน ศุกร วาร โดยกาลบริเฉท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จัก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้นําความกราบบังคมทูลว่า การปกครองของประเทศไทยในระบอบ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีการะมหากษั ตสําย์ ทงานคณะกรรมการกฤษฎีกา วั ฒ นามากว่านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ า เจ็ ด สิ บ ห้ า ปี ตลอด ประชาธิ ป ไตยอั น มี พ ริ นัก รงเป็ น ประมุ ข ได้ ดํ า เนิ น ระยะเวลาที่ผ่านมา ได้มีการประกาศใช้ ยกเลิก และแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญหลายครั้ง เพื่อให้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เหมาะสมแก่สภาวการณ์ของบ้านเมืองและกาลสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป และโดยที่รัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจัก รไทย (ฉบั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บ ชั่ ว คราว)านักงานคณะกรรมการกฤษฎีบา ญั ติ ใ ห้ มี ส ภาร่นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ พุ ท ธศั ก ราช ๒๕๔๙ ได้ ก ั ญ สํา า งรั ฐ ธรรมนู ญ และ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้น มีหน้าที่จัดทําร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับสําหรับเป็นแนว ทางการปกครองประเทศ โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวางทุกขั้นตอน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และนําความคิดเห็นเหล่านั้นมาเป็นข้อคํานึงพิเศษในการยกร่างและพิจารณาแปรญัตติโดยต่อเนื่อง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่จัดทําใหม่นี้มีสาระสําคัญเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ร่วมกันของ สํานั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั ่นคงของชาติ การทํานุบําา ประชาชนชาวไทยกในการธํารงรักษาไว้ซึ่งเอกราชและความมักงานคณะกรรมการกฤษฎีกรุงรักษาศาสนา ทุกศาสนาให้สถิตสถาพร การเทิดทูนพระมหากษัตริย์เป็นประมุขและเป็นมิ่งขวัญของชาติ การยึดถือ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นมีพระมหากษักงานคณะกรรมการกฤษฎีนา ถีทางในการปกครองประเทศ การ กา สํานั ตริย์ทรงเป็นประมุขเป็ ก วิ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ระบอบประชาธิปไตยอั คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ให้ประชาชนมีบทบาทและมีส่วนร่วมในการปกครองและ สํา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก ตรวจสอบการใช้นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การกําหนดกลไกสถาบันทางการเมืองทั้งาฝ่ายนิติบัญญัติ อํานาจรัฐอย่างเป็นรูปธรรม และฝ่ายบริหาร ให้มีดุลยภาพและประสิทธิภาพตามวิถีการปกครองแบบรัฐสภา ารวมทั้งให้สถาบันศาล กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี และองค์กรอิสระอื่นสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้โดยสุจริตเที่ยงธรรม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เมื่อจัดทําร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว สภาร่างรัฐธรรมนูญได้เผยแพร่ให้ประชาชน ทราบและจัดให้มีการออกเสียงประชามติเพื่อให้ความเห็นชอบแก่ร่างรัฐธรรมนูญงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก ทั้งฉบับ การออก เสี ย งลงประชามติ ป รากฏผลว่ า ประชาชนผู้ มี สิ ท ธิ เ ลื อ กตั้ ง โดยเสี ย งข้ า งมากของผู้ ม าออกเสี ย ง านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นัก ประธานสภานิติบัญญั า ประชามติเห็นสํชอบให้นําร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาใช้บสํังาคับงานคณะกรรมการกฤษฎีกติแห่งชาติจึงนํา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนที่ ๔๗ ก/หน้า ๑/๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๐ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • -๒- สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ร่ า งรั ฐ ธรรมนู ญ ขึ้ น ทู สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาล เกล้ า ทู ล กระหม่ อ มถวายเพื่ อ ทรงลงพระปรมาภิ ไ ธย นัให้ ป ระกาศใช้ เ ป็ น กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา กงานคณะกรรมการกฤษฎี รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยสืบไป ทรงพระราชดําริว่าสมควรพระราชทานพระบรมราชานุมัติ สํานัก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตามมติของมหาชน งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีมีา ระบรมราชโองการดํารัสเหนือเกล้าเหนืาอกระหม่อมให้ตรารัฐธรรมนูญแห่ง กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี จึง ก พ ราชอาณาจั ก รไทยฉบั บ นี้ ขึ้ น ไว้ ให้ ใ ช้ แ ทนรั ฐ ธรรมนู ญ แห่ ง ราชอาณาจั ก รไทย (ฉบั บ ชั่ ว คราว) สํานัก สํ พุทธศักราช ๒๕๔๙งานคณะกรรมการกฤษฎี๑ าตุลาคม พุทธศัานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ้เป็นต้นไป ซึ่งได้ตราไว้ ณ วันที่ ก กราช ๒๕๔๙ ตั้งแต่วันประกาศนี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ขอปวงชนชาวไทย จงมีความสมัครสโมสรเป็นเอกฉันท์ ในอันที่จะปฏิบัติตามและ พิทักษ์รักษารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักกา ้ เพื่อธําสํรงคงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยและอํานาจ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี รไทยนี านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อธิ ป ไตยของปวงชนชาวไทย และนํ ามาซึ่ ง ความผาสุก สิริ ส วั ส ดิ์ พิพั ฒ นชั ย มงคลอเนกศุ ภผลสกล เกียรติยศสถาพรแก่อ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาาณาประชาราษฎรทั่วสยามรัฐสีมา สมดัา พระบรมราชปณิธานปรารถนาทุก กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก่ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ประการ เทอญ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หมวด ๑ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บททั่วไป สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑ ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัมาตรา ๒ ประเทศไทยมีาการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพา กงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก ระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๓ อํ า นาจอธิ ป ไตยเป็ น ของปวงชนชาวไทย พระมหากษั ตริ ย์ผู้ท รงเป็ น สํา นาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐ สํา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ประมุขทรงใช้อํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามนตรี และศาลนัตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ การปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล รวมทั้งองค์กรตามรัฐธรรมนูญและ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นไปตามหลักนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานิติธรรม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หน่วยงานของรัฐ ต้องเป็ สํานัมาตรา ๔ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทานัเสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคล กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํธิ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ย่อมได้รับความคุ้มครอง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัมาตรา ๕ ประชาชนชาวไทยไม่ว่าเหล่ากํนัเนิด เพศ หรือศาสนาใดกย่อมอยู่ในความ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา า กงานคณะกรรมการกฤษฎี า คุ้มครองแห่งรัฐธรรมนูญนี้เสมอกัน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๖ รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย สํา กงานคณะกรรมการกฤษฎีก กฎหรือข้อบังคับนัขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญานี้ บทบัญญัตสําั้นเป็งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ิน นัก นอันใช้บังคับมิได้
  • -๓- สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ไม่ม งานคณะกรรมการกฤษฎีก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๗ ในเมื่อสํานักีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูาญนี้บังคับแก่กรณีกใงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั ด ให้วินิจฉัยกรณี นั้นไปตามประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หมวด ๒ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พระมหากษัตริย์ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๘ องค์พระมหากษัตริย์ทรงดํารงอยู่ในฐานะอันเป็นทีสํคารพสักการะ ผู้ใดจะ กา ่เ านักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ละเมิดมิได้ สํานัผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตนัย์ในทางใด ๆ มิได้ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สําริ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา อั นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๙ พระมหากษังานคณะกรรมการกฤษฎีกา และทรงเป็นสําครศาสนูปถัมภก สํานัก ตริย์ทรงเป็นพุทธมามกะ สํานัมาตรา ๑๐ พระมหากษัการิย์ทรงดํารงตําแหน่งจอมทัพไทย กงานคณะกรรมการกฤษฎี ต สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑๑ พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอํานาจที่จะสถาปนาฐานันดรศักดิ์ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี มาตรา และพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๒ พระมหากษัตริย์ทรงเลือกและทรงแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธาน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา องคมนตรีคนหนึ่งและองคมนตรีอื่นอีกไม่เกินสิบแปดคนประกอบเป็นคณะองคมนตรี ต่ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัคณะองคมนตรีมีหน้าที่ถวายความเห็นสําอพระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจทั้ง กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ปวงที่พระมหากษัตริย์ทรงปรึกษา และมีหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญนี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๓ การเลือกและแต่งตั้งองคมนตรีหรือการให้องคมนตรีพ้นจากตําแหน่งให้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย ให้ ป ระธานรั ฐ สภาเป็ น ผู้ ล งนามรั บ สนองพระบรมราชโองการแต่ ง ตั้ ง ประธาน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา า้นจากตําแหน่ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา องคมนตรีหรือให้ประธานองคมนตรีสํพนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งองคมนตรีอื่น สํานักื่นพ้นจากตําแหน่ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หรือให้องคมนตรีอ งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๔ องคมนตรี ต้ อ งไม่ เ ป็ น สมาชิ ก สภาผู้ แ ทนราษฎร สมาชิ ก วุ ฒิ ส ภา กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดินกกรรมการสิทธิสํมนุกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ฐธรรมนูญ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี า านัษยชนแห่งชาติ ตุลาการศาลรั ตุลาการศาลปกครอง กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ข้าราชการซึ่งมีตําแหน่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา งหรือเงินเดือานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จ เจ้าหน้าที่อานัของรัฐ หรือสมาชิก กา สํ นประจํา พนักงานรัฐวิสาหกิ สํ ื่น กงานคณะกรรมการกฤษฎี หรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง และต้องไม่แสดงการฝักใฝ่ในพรรคการเมืองใด ๆ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๕ ก่อนเข้ารับหน้าที่ องคมนตรีต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ด้วยถ้อยคํา ดังต่อไปนี
  • -๔- สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา “ข้ า พระพุ ท ธเจ้ าสํา(ชืกงานคณะกรรมการกฤษฎีกาต ย์ ป ฏิ ญ าณว่ า นัข้ า พระพุ ท ธเจ้ า จะ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นั ่ อ ผู้ ป ฏิ ญ าณ) ขอถวายสั สํา กงานคณะกรรมการกฤษฎี จงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศ า ้งจะรักษาไว้และปฏิบัติต กา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และประชาชนสํทันักงานคณะกรรมการกฤษฎีามซึ่งรัฐธรรมนูญาแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ” สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑๖ องคมนตรีงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ลาออก หรือมีนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก พ้นจากตําแหน่งเมื่อตาย สํา พระบรมราชโองการ มาตรา ให้พ้นจากตําแหน่ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๗ การแต่นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา งตั้งและการให้ข้าราชการในพระองค์และสมุหราชองครักษ์พ้น กา สํา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี จากตําแหน่ง ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๘ ในเมื่อพระมหากษัตริย์จะไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักร หรือจะทรง บริหารพระราชภาระไม่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ ด้ ว ยเหตุาในักงานคณะกรรมการกฤษฎี้ กผู้ ใ ดผู้ ห นึ่ ง เป็ นผูนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ ดก็ ต าม จะได้ ท รงแต่ งตั ง า สํา ้ สํ าเร็ จ ราชการแทน พระองค์ และให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ มาตรา ๑๙ ในกรณีที่พระมหากษัตริย์มิได้ทรงแต่งตั้งผู้สําเร็จราชการแทนพระองค์ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีอในกรณีที่พระมหากษัตริย์ไม่สามารถทรงแต่งตั้งผู้สําเร็จราชการแทนพระองค์ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ตามมาตรา ๑๘ หรื กา เพราะยังไม่ทรงบรรลุนิติภาวะหรือเพราะเหตุอื่น ให้คณะองคมนตรีเสนอชื่อผู้ใดผู้หนึ่งซึ่งสมควรดํารง สํ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก ตําแหน่งผู้สําเร็านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สภาเพื่อขอความเห็นชอบ เมื่อรัฐสภาให้าความเห็นชอบ จราชการแทนพระองค์ต่อรัฐ แล้วให้ประธานรัฐสภาประกาศในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ แต่งตั้งผู้นั้นเป็นผู้สําเร็จราชการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แทนพระองค์ ห นักงานคณะกรรมการกฤษฎี บ สํานัในระหว่างที่สภาผู้แทนราษฎรสิ้นอายุสํารือสภาผู้แทนราษฎรถูกยุกา ให้วุฒิสภาทํา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หน้าที่รัฐสภาในการให้ความเห็นชอบตามวรรคหนึ่ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๐ ในระหว่างที่ไม่มีผู้สําเร็จราชการแทนพระองค์ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา สํ ๑๙ ให้ประธานองคมนตรี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก ๑๘ หรือมาตราานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกเาป็นผู้สําเร็จราชการแทนพระองค์เป็นการชัา่วคราวไปพลาง ก่อน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ ผู้ สํ า เร็ จสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกรั บ การแต่ ง ตั้ งตามมาตรา ๑๘ หรื อ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ในกรณี ราชการแทนพระองค์ซึ่งได้ า มาตรา ๑๙ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ประธานองคมนตรีทําหน้าที่ผู้สําเร็จราชการแทนพระองค์ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน ในระหว่างที่ประธานองคมนตรีเป็นผู้สําเร็จราชการแทนพระองค์ตามวรรคหนึ่ง หรือ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในระหว่ า งที่ ป ระธานองคมนตรี ทํ า หน้ า ที่ ผู้ สํ า เร็ จ ราชการแทนพระองค์ ต ามวรรคสอง ประธาน องคมนตรีจะปฏิบกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานััติหน้าที่ในฐานะเป็นประธานองคมนตรีมานักในกรณีเช่นว่านี้ ให้คณะองคมนตรีเลือก สํ ิได้ งานคณะกรรมการกฤษฎีกา องคมนตรีคนหนึ่งขึ้นทําหน้าที่ประธานองคมนตรีเป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๑ ก่อนเข้ารับหน้าที่ ผู้สําเร็จราชการแทนพระองค์ซึ่งได้รับการแต่งตั้งตาม สํามาตรา ๑๙ ต้องปฏิญาณตนในที นักงานคณะกรรมการกฤษฎีก มาตรา ๑๘ หรือนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ่ประชุมรัสํฐาสภาด้วยถ้อยคํา ดังต่อไปนี้ า
  • -๕- สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา “ข้าพเจ้ ฏิ นัาณ) ขอปฏิญาณว่า ข้า กา กดีต งานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา า (ชื่อผู้ปสําญกงานคณะกรรมการกฤษฎีพเจ้าจะจงรักภัสํานัก่อพระมหากษัตริย์ กา (พระปรมาภิ ไ ธย) และจะปฏิ บั ติ ห น้ า ที่ ด้ ว ยความซื่ อ สั ต ย์ สุ จ ริ ต เพื่ อ ประโยชน์ ข องประเทศและ สํา ก งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ประชาชนทั้งจะรันักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ” ในระหว่างที่สภาผู้แทนราษฎรสิ้นอายุหรือสภาผู้แทนราษฎรถูกยุบ ให้วุฒิสภาทํา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หน้าที่รัฐสภาตามมาตรานี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๒ ภายใต้บังคับมาตรา ๒๓สํการสืบราชสมบัติให้เป็นไปโดยนัยแห่งกฎ มณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การแก้ไขเพิ่มเติมกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ เป็นพระราชอํานาจของพระมหากษัตริย์โดยเฉพาะกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั เมื่อมีพระราชดําริประการใด ให้คณะ องคมนตรีจัดทําร่างกฎมณเฑียรบาลแก้ไขเพิ่มเติมกฎมณเฑียรบาลเดิมขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย เพื่ อ มี พ ระราชวิ นิ จ กย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีฉัา เมื่ อ ทรงเห็ นนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ไ ธยแล้ ว ให้นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ชอบและทรงลงพระปรมาภิ สํา ป ระธานองคมนตรี ดําเนินการแจ้งประธานรัฐสภาเพื่อให้ประธานรัฐสภาแจ้งให้รัฐสภาทราบ และให้ประธานรัฐสภาลง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี า นามรับสนองพระบรมราชโองการ และเมืา่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว กให้ใช้บังคับเป็น กฎหมายได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา างที่สภาผูานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ้แทนราษฎรถูกยุบ ให้วุฒิสภาทํา กา สํ้แทนราษฎรสิ้นอายุหรือสภาผู สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ในระหว่ หน้าที่รัฐสภาในการรับทราบตามวรรคสอง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๓ ในกรณีที่ราชบัลลังก์หากว่างลงและเป็นกรณีที่พระมหากษัตริย์ได้ทรง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แต่งตั้งพระรัชทายาทไว้ตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ แล้วให้คณะรัฐานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํมนตรีแ จ้งให้ประธานรัฐสภาทราบ และให้ประธานรัฐสภาเรี ยกประชุมรัฐสภาเพื่ อ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รับทราบและให้ประธานรัฐสภาอัญเชิญองค์พระรัชทายาทขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์สืบไป แล้วให้ประธานรัฐสภาประกาศให้ปสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ระชาชนทราบ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในกรณีที่ราชบัลลังก์หากว่างลงและเป็นกรณีที่พระมหากษัตริย์มิได้ทรงแต่งตั้งพระ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รัชทายาทไว้ตสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เสนอพระนามผู้สืบราชสันตติวงศ์ตามมาตรา ๒๒ ต่อ ามวรรคหนึ่ง ให้คณะองคมนตรี คณะรัฐมนตรีเพื่อเสนอต่อรัฐสภาเพื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบ ในการนี้ จะเสนอพระนามพระราชธิดา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีวามเห็นชอบแล้วนัให้ประธานรัฐสภาอัญเชิญาองค์ผู้สืบราชสัานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา กงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํนตติวงศ์ขึ้นทรงราชย์ ก็ได้ เมื่อรัฐสภาให้ค กา เป็นพระมหากษัตริย์สืบไป แล้วให้ประธานรัฐสภาประกาศให้ประชาชนทราบ สํานัในระหว่างที่สภาผู้แทนราษฎรสิ้นอายุสํารือสภาผู้แทนราษฎรถูกยุกา ให้วุฒิสภาทํา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ห นักงานคณะกรรมการกฤษฎี บ หน้าที่รัฐสภาในการรับทราบตามวรรคหนึ่งหรือให้ความเห็นชอบตามวรรคสอง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัมาตรา ๒๔ ในระหว่างทีา่ยังไม่มีประกาศอัญเชิญองค์พระรัชทายาทหรือองค์ผู้สืบ กงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ราชสันตติวงศ์ขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ตามมาตรา ๒๓ ให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้สําเร็จ ราชการแทนพระองค์ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน แต่ในกรณีที่ราชบัลลังก์ว่างลงในระหว่างที่ได้ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี แต่งตั้งผู้สําเร็จราชการแทนพระองค์ไว้ตามมาตรา ๑๘ หรือมาตรา ๑๙ หรือระหว่างเวลาที่ประธาน สํผู้ ส เร็ จ ราชการแทนพระองค์ สํา กงานคณะกรรมการกฤษฎีก จ องคมนตรี เป็นานักํ างานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตามมาตรา นั๒๐ วรรคหนึ่ง ให้ผู้ สํ า เร็า ราชการแทน พระองค์นั้น ๆ แล้วแต่กรณี เป็ นผู้สํ าเร็จราชการแทนพระองค์ต่อไป ทั้งนี้ จนกว่ าจะได้ ประกาศ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํู้สืบ งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั ตริย์ อัญเชิญองค์พระรัชทายาทหรือองค์ผานักราชสันตติวงศ์ขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • -๖- สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในกรณี ละเป็นผู้สําเร็จราชการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ผู้สําเร็จราชการแทนพระองค์ซึ่งได้รับการแต่งตั้งไว้แสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แทนพระองค์ต่อไปตามวรรคหนึ่งไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ประธานองคมนตรีทําหน้าที่ผู้สําเร็จ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ราชการแทนพระองค์เป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน ในกรณีที่ประธานองคมนตรีเป็นผู้สําเร็จราชการแทนพระองค์ตามวรรคหนึ่ง หรือทํา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นัติมาตรา ๒๐ วรรค หน้าที่ผู้สําเร็จราชการแทนพระองค์สํเานันการชั่วคราวตามวรรคสอง ให้นําบทบัญาญักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ป็ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สามมาใช้บังคับ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๕ ในกรณีกงานคณะกรรมการกฤษฎีองปฏิบัติหน้าทีสํ่ ตนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่คณะองคมนตรีจะต้ กา ามมาตรา ๑๙ หรือ สํานั า มาตรา ๒๓ วรรคสอง หรือประธานองคมนตรีจะต้องปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๒๐ วรรคหนึ่ง หรือ วรรคสอง หรือมาตรา ๒๔ วรรคสอง และอยู่ในระหว่างที่ไม่มงานคณะกรรมการกฤษฎีอมีแต่ไม่สามารถ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก ีประธานองคมนตรีหรื กา ปฏิบัติหน้าที่ได้ให้คณะองคมนตรีที่เหลืออยู่เลือกองคมนตรีคนหนึ่งเพื่อทําหน้าที่ประธานองคมนตรี หรือปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๒๐ วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง หรือตามมาตรา ๒๔ กวรรคสาม แล้วแต่ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั งานคณะกรรมการกฤษฎี กรณี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หมวด ๓ สํา ธิกละเสรีภาพของชนชาวไทย สิทนัแงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนที่ ๑ บททั่วไป สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๒๖ การใช้นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกากองค์กร ต้องคํนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา อํานาจโดยองค์กรของรัฐทุ สํา านึงถึงศักดิ์ศรีความ เป็นมนุษย์สิทธิและเสรีภาพ ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๗ สิทธิและเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญนี้รับรองไว้โดยชัดแจ้ง โดยปริยายหรือ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ฐธรรมนูญสํานักมได้รับความคุ้มครองและผูกพันรัฐสภานัคณะรัฐมนตรี ศาล กา สํา กงานคณะกรรมการกฤษฎี โดยคําวินิจฉัยของศาลรั ย่อ งานคณะกรรมการกฤษฎีกา รวมทั้ ง องค์ ก รตามรั ฐ ธรรมนู ญ และหน่ ว ยงานของรั ฐ โดยตรงในการตรากฎหมาย การใช้ บั ง คั บ สํานัก ความกฎหมายทั้งปวง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กฎหมาย และการตีงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๘ บุคคลย่อมอ้างศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์หรือใช้สิทธิและเสรีภาพของตน ได้เท่าที่ไม่ละเมิาดสิทธิและเสรีภาพของบุคกา ่น ไม่เป็นปฏินักงานคณะกรรมการกฤษฎีไม่ขัดต่อศีลธรรม สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีคลอื สําปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ หรือ กา อันดีของประชาชน บุคคลซึ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ่งถูกละเมิดสินักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาญนี้รับรองไว้สํสามารถยกบทบัญญัติ กา สํา ทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนู านักงานคณะกรรมการกฤษฎี แห่งรัฐธรรมนูญนี้เพื่อใช้สิทธิทางศาลหรือยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้คดีในศาลได้ สํานับุงานคณะกรรมการกฤษฎีกาธิ ท างศาลเพืสํอ บักงานคณะกรรมการกฤษฎีามบทบั ญ ญั ติ ใ น กค คลย่ อ มสามารถใช้ สิ ท ่ านั งคั บให้รัฐ ต้ องปฏิ บัติต กา หมวดนี้ได้โดยตรงหากการใช้สิทธิและเสรีภาพในเรื่องใดมีกฎหมายบัญญัติรายละเอียดแห่งการใช้สิทธิ
  • -๗- สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และเสรีภาพตามที่รัฐ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาธรรมนูญนี้รับานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาละเสรีภาพในเรื่องนั้นเป็นไปตามที่ กา สํ รองไว้แล้ว ให้การใช้สิทธิแ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี กฎหมายบัญญัติ สํานับุคคลย่อมมีสิทธิได้รับการส่งเสริม สนัสําสนุงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในการใช้สิทธิ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บ นัก น และช่วยเหลือจากรัฐ ตามความในหมวดนี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๙ การจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ จะกระทํา มิได้เว้นแต่โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกนี้กําหนดไว้และ เฉพาะเพื่อการที่รัฐธรรมนูญ า เท่าที่จําเป็น และจะกระทบกระเทือสํนสาระสําคัญแห่งสิทธิและเสรีภาพนั้นมิได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กฎหมายตามวรรคหนึ่งต้องมีผลใช้บังคับเป็นการทั่วไป และไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับ แก่กรณีใดกรณีหนัก่งงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ่งเป็นการเจาะจงงานคณะกรรมการกฤษฎีกิแาห่งรัฐธรรมนูญ สํา นึ หรือแก่บุคคลใดบุคคลหนึ สํานัก ทั้งต้องระบุบทบัญญัต ที่ให้อํานาจในการตรากฎหมายนั้นด้วย บทบั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาญญัติในวรรคหนึกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บังคับกับกฎทีาออกโดยอาศัยอํานาจ กา สํานั ่งและวรรคสองให้นํามาใช้ สํ ่ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายด้วยโดยอนุโลม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนที่ ๒ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ความเสมอภาค สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๓๐ บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมายและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เท่าเทียมกัน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องถิ่น กําเนิด เชื้อชาติ ภาษา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพศ อายุ ความพิงานคณะกรรมการกฤษฎีอสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทาง กา สํานักการ สภาพทางกายหรื กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี เศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม หรือความคิดเห็นทางการเมืองอันไม่ขัดต่อ สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บทบัญญัติแห่งรัาฐธรรมนูญ จะกระทํามิได้ กา มาตรการที่รัฐกําหนดขึ้นเพื่อขจัดอุปสรรคหรือส่งเสริมให้บุคคลสามารถใช้สิทธิและ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกบบุคคลอื่น ย่อมไม่ถือเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมตามวรรคสาม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เสรีภาพได้เช่นเดียวกั า สํานัมาตรา ๓๑ บุ ค คลผู้ เ ป็ น ทหาร ตํ า รวจ กงานคณะกรรมการกฤษฎี่กาน ของรั ฐ และ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั ข้ า ราชการ เจ้ า หน้ า ที อื่ พนักงานหรือลูกจ้างขององค์กรของรัฐ ย่อมมีสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกับบุคคล สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ทั่วไป เว้นแต่ที่จํากัดไว้ในกฎหมายหรือกฎที่ออกโดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะ ในส่วนที่เกี่ยวกับนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หรือจริยธรรมานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา การเมือง สมรรถภาพ วินัย สํ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนที่ ๓ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สิทธิและเสรีภาพส่วนบุคคล สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๓๒ บุคคลย่นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกวิตและร่างกาย านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา อมมีสิทธิและเสรีภาพในชี า สํ มาตรา
  • -๘- สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การทรมาน ทารุณานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาธีการโหดร้ายหรือไร้มนุษยธรรม จะ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํกรรม หรือการลงโทษด้วยวิ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี กระทํามิได้แต่การลงโทษตามคําพิพากษาของศาลหรือตามที่กฎหมายบัญญัติไม่ถือว่าเป็นการลงโทษ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ด้วยวิธีการโหดร้ายหรือไร้มนุษยธรรมตามความในวรรคนีสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ้ การจับและการคุมขังบุคคล จะกระทํามิได้ เว้นแต่มีคําสั่งหรือหมายของศาลหรือมี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีฎหมายบัญญัติ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เหตุอย่างอื่นตามที่ก กา การค้นตัวบุคคลหรือการกระทําใดอันกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพตามวรรคหนึ่ง จะ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กระทํามิได้เว้นแต่มีเหตุตามที่กฎหมายบัญญัติ ในกรณี ที่ มี ก ารกระทํ า ซึ่ ง กระทบต่ อ สิ ท ธิ แ ละเสรี ภ าพตามวรรคหนึ่ ง ผู้ เ สี ย หาย กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี พนักงานอัยการหรือบุคคลอื่นใดเพื่อประโยชน์ของผู้เสียหาย มีสิทธิร้องต่อศาลเพื่อให้สั่งระงับหรือเพิก ถอนการกระทํสําเช่กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ธีการตามสมควรหรือการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น า นั นว่านั้น รวมทั้งจะกําหนดวิ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ด้วยก็ได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๓๓ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในเคหสถาน สํานับุงานคณะกรรมการกฤษฎีกาครองในการทีานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กคคลย่อมได้รับความคุ้ม สํ่จะอยู่อาศัยและครอบครองเคหสถานโดย ปกติสุข สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา าไปในเคหสถานโดยปราศจากความยินยอมของผู้ครอบครอง หรือการตรวจ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี การเข้ ค้นเคหสถานหรือในที่รโหฐาน จะกระทํามิได้ เว้นแต่มีคําสั่งหรือหมายของศาล หรือมีเหตุอย่างอื่น สํา งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตามที่กฎหมายบันักญัติ ญ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๓๔ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการเดินทางและมีเสรีภาพในการเลือกถิ่นที่อยู่ ภายในราชอาณาจักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั กร สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การจํ า กั ด เสรี ภ าพตามวรรคหนึ่ ง จะกระทํ า มิ ไ ด้ เว้ น แต่ โ ดยอาศั ย อํ า นาจตาม บทบั ญ ญั ติ แ ห่ ง กฎหมาย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เฉพาะเพืา่ อ ความมั่ น คงของรั ฐ ความสงบเรี ย บร้ อ ยหรืงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก อ สวั ส ดิ ภ าพของ ประชาชน การผังเมือง หรือเพื่อสวัสดิภาพของผู้เยาว์ สํานัการเนรเทศบุคคลผู้มีสัญา ไทยออกนอกราชอาณาจักร หรือห้ามมิให้บุคคลผู้มี กงานคณะกรรมการกฤษฎีก ชาติ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สัญชาติไทยเข้ามาในราชอาณาจักร จะกระทํามิได้ มาตรา ๓๕ สิทธิของบุคคลในครอบครัว เกียรติยศ ชื่อเสียง ตลอดจนความเป็นอยู่ ส่วนตัวย่อมได้สํานัความคุ้มครอง รับ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความหรือภาพไม่ว่าด้วยวิธีใดไปยังสาธารณชน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อันเป็นการละเมิดหรือกระทบถึงสิทธิของบุคคลในครอบครัว เกียรติยศ ชื่อเสียง หรือความเป็นอยู่ ส่วนตัวจะกระทําานัมิไงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ต่อสาธารณะงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ ก ด้ เว้นแต่กรณีที่เป็นประโยชน์ สํานัก บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับความคุ้มครองจากการแสวงประโยชน์โดยมิชอบจากข้อมูล ส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัมาตรา ๓๖ บุคคลย่อมมีเา ภาพในการสื่อสารถึงกันโดยทางที่ชอบด้า ยกฎหมาย กงานคณะกรรมการกฤษฎีก สรี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก ว การตรวจ การกัก หรือการเปิดเผยสิ่งสื่อสารที่บุคคลมีติดต่อถึงกัน รวมทั้ง การ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา่ น ใดเพื่ อ ให้ ล่ ว งรู้ ถึ งข้ อความในสิ่ ง สื่ อสารทั้ ง หลายที่ บุคานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ คลมี ติดต่ อ ถึ งกั น จะ กระทําด้วยประการอื
  • -๙- สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กระทํามิได้เว้นแต่โดยอาศั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายา เฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี หรือเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๓๗ บุคคลย่อมมีเสรีภาพบริบูรณ์ในการถือศาสนา นิกายของศาสนา หรือ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และย่อมมีสํเานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ลัทธินิยมในทางศาสนา สรีภาพในการปฏิบัติตามศาสนธรรม ศาสนบัญญัติ หรือปฏิบัติ กา พิธีกรรมตามความเชื่อถือของตน เมื่อไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อหน้าที่ของพลเมืองและไม่เป็นการขัดต่อความ สํา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สงบเรียบร้อยหรืนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อศีลธรรมอันดีของประชาชน ในการใช้เสรีภาพตามวรรคหนึ่ง บุคคลย่อมได้กาับความคุ้มครองมิกห้รัฐกระทําการใด กา ร ใ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานั งานคณะกรรมการกฤษฎี ๆ อันเป็นการรอนสิทธิหรือเสียประโยชน์อันควรมีควรได้ เพราะเหตุที่ถือศาสนา นิกายของศาสนา ลัทธินิยมในทางศาสนาหรือปฏิบัติตามศาสนธรรม ศาสนบัานัญังานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ ญ ก ติ หรือปฏิบัติพิธีกรรมตามความเชื่อถือ แตกต่างจากบุคคลอื่น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๓๘ การเกณฑ์ แ รงงานจะกระทํ า มิ ไ ด้ เว้ น แต่ โ ดยอาศั ย อํ า นาจตาม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี าเป็ บทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะเพื่อประโยชน์ในการป้องปัาดภัยพิบัติสาธารณะอันมีมกา นการฉุกเฉิน หรือโดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายซึ่งให้กระทําได้ในระหว่างเวลาที่ประเทศอยู่ในภาวะ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อในระหว่างเวลาที่มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหรือประกาศใช้กฎอัยการศึก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สงครามหรือการรบ หรื ส่วนที่ ๔ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สิทธิในกระบวนการยุติธรรม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๓๙ บุคคลไม่ต้องรับโทษอาญา เว้นแต่ได้กระทําการอันกฎหมายที่ใช้อยู่ใน เวลาที่กระทํานั้นบัญญั ด นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คลนั้นจะหนักกว่าโทษ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาติเป็นความผิสําและกําหนดโทษไว้ และโทษที่จะลงแก่บุคสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่กําหนดไว้ในกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลาที่กระทําความผิดมิได้ สํานัในคดีอาญา ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจําเลยไม่มีความผิกา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ด ก่อนมีคําพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้กระทําความผิด จะปฏิบัติต่อบุคคล สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาความผิดมิได้สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นั้นเสมือนเป็นผู้กระทํา สํานัมาตรา ๔๐ บุคคลย่อมมีสิทธิในกระบวนการยุติธรรม ดังต่อไปนี้ กา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี (๑) สิทธิเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยง่าย สะดวก รวดเร็ว และทั่วถึง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๒) สิทธิพื้นฐานในกระบวนพิจารณา ซึ่งอย่างน้อยต้องมีหลักประกันขั้นพื้นฐานเรื่อง การได้รับการพิาจารณาโดยเปิดเผย การได้รับทราบข้อเท็จนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกางเพียงพอ การ สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา จริงและตรวจเอกสารอย่า เสนอข้อเท็จจริง ข้อโต้แย้ง และพยานหลักฐานของตน การคัดค้านผู้พิพากษาหรือตุลาการ การได้รับ การพิจารณาโดยผู้พิพ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาากษาหรือตุลาการที่นั่งพิจารณาคดีครบองค์คณะ และการได้รับทราบเหตุผล กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ประกอบคําวินิจฉัย คําพิพากษา หรือคําสั่ง สํานั(๓) บุคคลย่อมมีสิทธิที่จะให้คดีของตนได้รับการพิจารณาอย่างถูกต้กาง รวดเร็ว และ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี อ เป็นธรรม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • - ๑๐ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๔) ผู ้อ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี ผู หรื กงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ้เสียหาย ผู้ตสํางหา โจทก์ จําเลย คู่กรณี กา้มีส่วนได้เสีย สํานัอพยานในคดีมีสิทธิ กา ได้รับการปฏิบัติที่เหมาะสมในการดําเนินการตามกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งสิทธิในการได้รับการ สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี สอบสวนอย่างถูากต้อง รวดเร็ว เป็นธรรม และการไม่ให้ถ้อยคําเป็นปฏิปักษ์ต่อตนเอง กา (๕) ผู้เสียหาย ผู้ต้องหา จําเลย และพยานในคดีอาญา มีสิทธิได้รับความคุ้มครอง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีที่จําเป็นและเหมาะสมจากรัฐ ส่วนค่าตอบแทน ค่าทดแทนสํและค่าใช้จ่ายที่จําเป็น กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา านักงานคณะกรรมการกฤษฎี และความช่วยเหลือ กา ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ (๖) เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ หรือผู้พานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกสิทธิได้รับความ ิการหรือทุพพลภาพ ย่อมมี า คุ้มครองในการดําเนินกระบวนพิจารณาคดีอย่างเหมาะสม และย่า มมีสิทธิได้รับการปฏิบัติที่เหมาะสม กา อ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ในคดีที่เกี่ยวกับความรุนแรงทางเพศ ิท นั ด้รับการสอบสวนหรือการพิ สํานั(๗) ในคดีอาญา ผู้ต้องหาหรือจําเลยมีสสําธิไกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จารณาคดีที่ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ถูกต้องรวดเร็ว และเป็นธรรม โอกาสในการต่อสู้คดีอย่างเพียงพอ การตรวจสอบหรือได้รับทราบ พยานหลักฐานตามสมควร การได้สําับความช่วยเหลือในทางคดีาจากทนายความ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ร นักงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั และการได้รับการ ปล่อยตัวชั่วคราว สํานั(๘) ในคดีแพ่ง บุคคลมีสิทา ได้รับความช่สํายเหลือทางกฎหมายอย่างเหมาะสมจากรัฐ กงานคณะกรรมการกฤษฎีก ธิ ว นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนที่ ๕ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สิทธิในทรัพย์สน ิ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๔๑ สิทธิของบุคคลในทรัพย์สินย่อมได้รับความคุ้มครอง ขอบเขตแห่งสิทธิ และการจํากัดสิานัธิกเงานคณะกรรมการกฤษฎีกา่กฎหมายบัญญัาติ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ ท ช่นว่านี้ย่อมเป็นไปตามที สํ นั การสืบมรดกย่อมได้รับความคุ้มครอง สิทธิของบุคคลในการสืบมรดกย่อมเป็นไป ตามที่กฎหมายบัญญัต สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาิ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัมาตรา ๔๒ การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ยอํานาจตาม กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํจะกระทํามิได้ เว้นแต่โดยอาศั บทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะกิจการของรัฐเพื่อการอันเป็นสาธารณูปโภค การอันจําเป็นในการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ม าซึ่ ง ทรั พานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกอ ง การส่ ง เสริานัและรั ก ษาคุ ณ ภาพ กา สํ ยากรธรรมชาติ การผั ง เมื า สํ ม กงานคณะกรรมการกฤษฎี ป้ อ งกั น ประเทศ การได้ สิ่งแวดล้อม การพัฒนาการเกษตรหรือการอุตสาหกรรม การปฏิรูปที่ดิน การอนุรักษ์โบราณสถานและ สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํางอื งานคณะกรรมการกฤษฎีกา แหล่งทางประวัาติศาสตร์ หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่านัก่น และต้องชดใช้ค่าทดแทนที่เป็นธรรม ภายในเวลาอันควรแก่เจ้าของตลอดจนผู้ทรงสิทธิบรรดาที่ได้รับความเสียหายจากการเวนคืนนั้น ทั้งนี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตามที่กฎหมายบัญญัติ สํานัการกําหนดค่าทดแทนตามวรรคหนึ่งต้อสํงกําหนดให้อย่างเป็นธรรมโดยคํานึงถึงราคา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาด การได้มา สภาพและที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์ ความเสียหายของผู้ ถูกเวนคืนและประโยชน์ ูก นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่รัฐและผู้ถสําเวนคืนได้รับจากการใช้สอยอสังหาริมทรัพย์นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สําที่ถูกเวนคืน กฎหมายเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ต้องระบุวัตถุประสงค์แห่งการเวนคืนและกําหนด สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก ช านัก พื่อการนั้นภายในระยะเวลาที่กําหนด ระยะเวลาการเข้าใช้อสังหาริมทรัพย์ไว้ให้า ัดแจ้ง ถ้ามิไสํด้ใช้เงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ดังกล่าวต้องคืนให้เจ้าของเดิมหรือทายาท สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • - ๑๑ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การคื สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นอสังหาริมทรันักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สําพย์ให้เจ้าของเดิมหรือทายาทตามวรรคสามนัและการเรียกคืนค่า กา สํา กงานคณะกรรมการกฤษฎี ทดแทนที่ชดใช้ไป ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนที่ ๖ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สิทธิสํและเสรีภาพในการประกอบอาชีพ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๔๓ บุคคลย่นักมมีเสรีภาพในการประกอบกิจการหรือประกอบอาชีพและการ กา อ สํา งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี แข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม สํานัการจํ า กั ด เสรี ภ าพตามวรรคหนึ่ ง จะกระทํ า มิ ไ ด้ เว้ น แต่ โ ดยอาศั ย อํ า นาจตาม กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บทบัญ ญัติแ ห่ งกฎหมาย เฉพาะเพื่อประโยชน์ ใ นการรักษาความมั่นคงของรัฐ หรือเศรษฐกิจของ ประเทศ การคุ้มครองประชาชนในด้าานสาธารณูปโภค การรักษาความสงบเรียบร้นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สําอยหรือศีลธรรมอันดี ของประชาชน การจัดระเบียบการประกอบอาชี พ การคุ้มครองผู้บริโภค การผังเมือง การรักษา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ดิ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก ทรัพยากรธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อม สวัสกาภาพของประชาชน หรือเพื่อป้องกันการผูากขาดหรือขจัด ความไม่เป็นธรรมในการแข่งขัน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๔๔ บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับหลักประกันความปลอดภัยและสวัสดิภาพในการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ทํางานรวมทั้งหลักประกันในการดํารงชีพทั้งในระหว่างการทํางานและเมื่อพ้นภาวะการทํางาน ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนที่ ๗ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของบุคคลและสื่อมวลชน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัมาตรา ๔๕ บุคคลย่อมมีาสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด าการเขียน การ กงานคณะกรรมการกฤษฎีก เ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก พิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา า กั ด เสรี ภ าพตามวรรคหนึ่ ง จะกระทํกา ไ ด้ เว้ น แต่ โสํดยอาศั ย อํ า นาจตาม กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี า มิ านักงานคณะกรรมการกฤษฎี การจํ บทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ เพื่อคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ เกียรติยศ านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา คลอื่น เพื่อรักษาความสงบเรี ชื่อเสียง สิทธิใสํนครอบครัวหรือความเป็นอยู่ส่วนตัวของบุคนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ยบร้อยหรือ ศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อป้องกันหรือระงับความเสื่อมทรามทางจิตใจหรือสุขภาพของ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ประชาชน สํานัการสั่งปิดกิจการหนังสือพิา พ์หรือสื่อมวลชนอื่นเพื่อลิดรอนเสรีภาพตามมาตรานี้ จะ กงานคณะกรรมการกฤษฎีก ม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กระทํามิได้ การห้ ม นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ามหนังสือพิสําพ์หรือสื่อมวลชนอื่นเสนอข่าวสารหรือแสดงความคิดเห็นทั้งหมด กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี หรือบางส่วน หรือการแทรกแซงด้วยวิธีการใด ๆ เพื่อลิดรอนเสรีภาพตามมาตรานี้ จะกระทํามิได้ เว้น สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แต่โดยอาศัยอํสํนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายซึ่งได้ตราขึา้นตามวรรคสอง าานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • - ๑๒ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การให้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นําข่าวหรือบทความไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจก่อนนําไปโฆษณาในหนังสือพิมพ์ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี หรือสื่อมวลชนอื่น จะกระทํามิได้ เว้นแต่จะกระทําในระหว่างเวลาที่ประเทศอยู่ในภาวะสงคราม แต่ สํานั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ทั้งนี้จะต้องกระทํากโดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายซึ่งได้ตราขึ้นตามวรรคสอง เจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เงินหรือทรัสํพนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา งสือพิมพ์สํารือสื่อมวลชนอื่นของ กา า ย์สินอื่นเพื่ออุดหนุนกิจการหนั การให้ ห นักงานคณะกรรมการกฤษฎี เอกชนรัฐจะกระทํามิได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๔๖ พนัสํกนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ่ ป ระกอบกินัจกการหนั ง สื อ พิ ม พ์ กา งานหรื อ ลู ก จ้ า งของเอกชนที า สํา งานคณะกรรมการกฤษฎี วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ หรือสื่อมวลชนอื่น ย่อมมีเสรีภาพในการเสนอข่าวและแสดงความ คิดเห็นภายใต้ขานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตกอยู่ภายใต้าอาณัติของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ สํ้อจํากัดตามรัฐธรรมนูญ โดยไม่ สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รัฐวิสาหกิจ หรือเจ้าของกิจการนั้น แต่ต้องไม่ขัดต่อจริยธรรมแห่งการประกอบวิชาชีพ และมีสิทธิ จัดตั้งองค์กรเพื่อปกป้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาองสิทธิ เสรีภาพและความเป็นธรรม รวมทั้งมีกลไกควบคุมกันเองขององค์กร กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี วิชาชีพ สํานัข้ า ราชการ พนั ก งาน หรื อ ลู ก จ้ า งของหน่ ว ยราชการ หน่ ว ยงานของรั ฐ หรื อ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รัฐวิสาหกิจในกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ หรือสื่อมวลชนอื่น ย่อมมีเสรีภาพเช่นเดียวกับ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พนักงานหรือลูกจ้างของเอกชนตามวรรคหนึ่ง การกระทําใด ๆ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือเจ้าของกิจการ อันเป็นการขัดขวางหรือแทรกแซงการเสนอข่าวหรือแสดงความ คิดเห็นในประเด็นสาธารณะของบุคคลตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ให้ถือว่าเป็นการจงใจใช้อํานาจ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หน้าที่โดยมิชอบและไม่มีผลใช้บังคับ เว้นแต่เป็นการกระทําเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายหรือจริยธรรม แห่งการประกอบวิกชงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั าชีพ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ่ น นักงานคณะกรรมการกฤษฎี ยุ ง วิ ท ยุ โ ทรทั ศ น์ และ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๔๗ คลืสําความถี่ ที่ ใ ช้ ใ นการส่ ง วิ ทกาก ระจายเสี ยสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โทรคมนาคมเป็นทรัพยากรสื่อสารของชาติเพื่อประโยชน์สาธารณะ สํานัให้มีองค์กรของรัฐที่เป็นอิสระองค์กรหนึ่งทําหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่ตามวรรคหนึ่ง กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ทั้งนี้ ตามที่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กฎหมายบัญญัติ การดําเนินการตามวรรคสองต้องคํานึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนในระดับชาติ สํานักทั้งในด้านการศึกษา วักานธรรม ความมันักคงของรัฐ ประโยชน์สาธารณะอื่น และ สํา ่น งานคณะกรรมการกฤษฎีกา และระดับท้องถิ่น งานคณะกรรมการกฤษฎีฒ การแข่ง ขั น โดยเสรีอ ย่างเป็น ธรรม รวมทั้ งต้ อ งจั ดให้ ภาคประชาชนมีส่ วนร่ ว มในการดํ า เนิ น การ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สื่อมวลชนสาธารณะ สํานัการกํากับการประกอบกิจการตามวรรคสองต้องมีมาตรการเพื่อป้กางกันมิให้มีการ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี อ ควบรวมการครองสิทธิข้ามสื่อ หรือการครอบงํา ระหว่างสื่อมวลชนด้วยกันเองหรือโดยบุคคลอื่นใด ซึ่งจะมีผลเป็นการขัด สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาขวางเสรีภาพในการรั บรู้ข้ อมูล ข่าวสารหรือปิ ดกั้นการได้รับข้อมูล ข่าวสารที่ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี หลากหลายของประชาชน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๔๘ ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองจะเป็นเจ้าของกิจการหรือถือหุ้นในกิจการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีระจายเสียง วิทสําโนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มิได้ ไม่ว่าในนามของตนเองหรือให้ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี หนังสือพิมพ์ วิทยุก กา ยุ ทรทัศน์ หรือโทรคมนาคม
  • - ๑๓ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้อื่ น เป็ น เจ้ า ของกิ จ การหรื อ ถื อ หุสําแทน หรื อ จะดํา เนิ น การโดยวิ ธี ก ารอื่ น ไม่นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ้ น นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ว่ า โดยทางตรงหรื อ ทางอ้อมที่สามารถบริหารกิจการดังกล่าวได้ในทํานองเดียวกับการเป็นเจ้าของกิจการหรือถือหุ้นใน สํ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กิจการดังกล่าว านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนที่ ๘ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สิทธิและเสรีภาพในการศึกษา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๔๙ บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับการศึกษาไม่น้อยกว่าสิบสองปีที่รัฐ จะต้องจัดให้อสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เก็บค่าใช้จ่าสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ โดยไม่ ย ผู้ยากไร้ ผู้พิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้อยู่ในสภาวะยากลําบาก ต้องได้รับสิทธิตาม วรรคหนึ่งและการสนั า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกบสนุนจากรัฐเพืา่อให้ได้รับการศึกษาโดยทัดกา ยมกับบุคคลอืา่น กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี เที สํ นั การจั ด การศึก ษาอบรมขององค์ ก รวิ ช าชี พ หรื อ เอกชน การศึ ก ษาทางเลื อ กของ สํานักนรู้ด้วยตนเอง และการเรี สํา ิต งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ประชาชน การเรียงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ยนรู้ตลอดชีวนักย่อมได้รับความคุ้มครองและส่งเสริมที่ เหมาะสมจากรัฐ มาตรา ๕๐ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในทางวิชาการ สํานั การศึกษาอบรม การเรียนการสอน การวิกจงานคณะกรรมการกฤษฎีานวิจัยตามหลัก ัย และการเผยแพร่ง กา วิ ช าการย่ อ มได้ รั บ ความคุ้ ม ครอง ทั้ ง นี้ เท่ า ที่ ไ ม่ ขั ด ต่ อ หน้ า ที่ ข องพลเมื อ งหรื อ ศี ล ธรรมอั น ดี ข อง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ประชาชน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนที่ ๙ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสิทธิในการได้รบกงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสดิการจากรัฐสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สําันั บริการสาธารณสุขและสวั มาตรา ๕๑ บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับบริการทางสาธารณสุขที่เหมาะสม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ้ยากไร้มีสิทสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี และได้มาตรฐาน และผู ธิได้รับการรักษาพยาบาลจากสถานบริการสาธารณสุขของรัฐโดย กา ไม่เสียค่าใช้จ่าย สํานับุคคลย่อมมีสิทธิได้รับการบริการสาธารณสุขจากรัฐซึ่งต้องเป็นไปอย่างทั่วถึงและมี กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ประสิทธิภาพ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับการป้องกันและขจัดโรคติดต่ออันตรายจากรัฐอย่างเหมาะสม โดยไม่เสียค่าใช้จนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ่ายและทันต่อเหตุการณ์ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๕๒ เด็กและเยาวชน มีสิทธิในการอยู่ราอดและได้รับการพังานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํานัก ฒนาด้านร่างกาย จิตใจและสติปัญญา ตามศักยภาพในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม โดยคํานึงถึงการมีส่วนร่วมของเด็ก านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และเยาวชนเป็สํนสําคัญ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • - ๑๔ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เด็ ก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก าเยาวชน สตรีาและบุ คคลในครอบครัว กาสิท ธิได้ รับความคุ้มครองจากรั ฐ ให้ กา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี มี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ปราศจากการใช้ความรุนแรงและการปฏิบัติอันไม่เป็นธรรม ทั้งมีสิทธิได้รับการบําบัดฟื้นฟูในกรณีที่มี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เหตุดังกล่าว สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การแทรกแซงและการจํ ากัด สิท ธิ ข องเด็ก เยาวชน และบุค คลในครอบครั ว จะ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีโกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํสงวนและรักษาไว้ซึ่ง กระทํามิได้ เว้นแต่ ดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะเพื่อานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สถานะของครอบครัวหรือประโยชน์สูงสุดของบุคคลนั้น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เด็กและเยาวชนซึ่งไม่มีผู้ดูแลมีสิทธิได้รสําการเลี้ยงดูและการศึกษาอบรมที่เหมาะสม ับ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จากรัฐ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัมาตรา ๕๓ บุคคลซึ่งมีอกา เกินหกสิบปีสําริบูรณ์และไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ กงานคณะกรรมการกฤษฎี ายุ มีสิทธิได้รับสวัสดิการ สิ่งอํานวยความสะดวกอันเป็นสาธารณะอย่างสมศักดิ์ศรี และความช่วยเหลือที่ เหมาะสมจากรัฐ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัมาตรา ๕๔ บุ ค คลซึ่ ง พิ ก ารหรื อ ทุ พ พลภาพ มี สิ ท ธิ เ ข้ า ถึ ง และใช้า ระโยชน์ จ าก กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก ป สวัสดิการ สิ่งอํานวยความสะดวกอันเป็นสาธารณะ และความช่วยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กลจริตย่อสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บุคคลวิ มได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ก มาตรา ๕๕ บุคคลซึ่งไร้ที่อยู่อาศัยและไม่นัมีรงานคณะกรรมการกฤษฎีกงาชีพ ย่อมมีสิทธิ ายได้เพียงพอแก่การยั ได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนที่ ๑๐ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สิทธิในข้อมูลข่าวสารและการร้องเรียน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัมาตรา ๕๖ บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับทราบและเข้าถึงข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะใน กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ครอบครองของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น เว้นแต่การ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ้นจะกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยของประชาชน หรือส่วน กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี เปิดเผยข้อมูลหรือข่าวสารนั ได้เสียอันพึงได้รับความคุ้มครองของบุคคลอื่น หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๕๗ บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับข้อมูล คําชี้แจง และเหตุผลจากหน่วยราชการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น ก่อนการอนุญาตหรือการดําเนินโครงการหรือ กิจกรรมใดที่อสําจมีผลกระทบต่อคุณภาพสิางแวดล้อม สุขานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกหรือส่วนได้เสีย านักงานคณะกรรมการกฤษฎีก ่ สํภาพอนามัย คุณภาพชีวิต า สําคัญอื่นใดที่เกี่ยวกับตนหรือชุมชนท้องถิ่น และมีสิทธิแสดงความคิดเห็นของตนต่อหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องเพื่อนําไปประกอบการพิจารณาในเรื่องดังกล่าว สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การวางแผนพั ฒ นาสั ง คม เศรษฐกิ จ การเมื อ ง และวั ฒ นธรรม การเวนคื น สํา กงานคณะกรรมการกฤษฎีหนดเขตการใช้ปนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ระโยชน์ในที่ดิน และการออกกฎที่อาจมี อสังหาริมทรัพย์นัการวางผังเมือง การกํากา ผลกระทบต่ อส่ว นได้เสี ยสํ าคั ญของประชาชน ให้รั ฐ จัดให้ มี ก ระบวนการรับฟัง ความคิดเห็ น ของ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีงก่อนดําเนินการานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ประชาชนอย่างทั่วถึ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • - ๑๕ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๕๘ บุคคลย่อมมีสิทธิมีส่วนร่วมในกระบวนการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ของ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รัฐในการปฏิบสําิรนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกลหรืออาจมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของตน ัต าชการทางปกครองอันมีผ า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๕๙ บุคคลย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องราวร้กางทุกข์และได้รับนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี อ สํา แจ้งผลการพิจารณา มาตรา ภายในเวลาอันรวดเร็ว สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๖๐ บุคคลย่อมมีสิทธิที่จะฟ้องหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ราชการส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรอื่นของรัฐที่เป็นนิติบุคคล ให้รับผิดเนื่องจากการกระทําหรือการละ เว้นการกระทําสํของข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยงานนั้น านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๖๑ สิทธิขนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มได้รับความคุนักครองในการได้รับ กา สําองบุคคลซึ่งเป็นผู้บริโภคย่อ สํา ้ม งานคณะกรรมการกฤษฎี ข้อมูลที่เป็นความจริง และมีสิทธิร้องเรียนเพื่อให้ได้รับการแก้ไขเยียวยาความเสียหาย รวมทั้งมีสิทธิ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รวมตัวกันเพื่อสําทักษ์สิทธิของผู้บริโภค กา พิ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี ให้ มี อ งค์ ก ารเพื่ อ การคุ้ ม ครองผู้ บ ริ โ ภคที่ เ ป็ น อิ ส ระจากหน่ ว ยงานของรั ฐ ซึ่ ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ้บริโภค ทําหน้าที่งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักให้ความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของหน่วยงานของรัฐ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ประกอบด้วยตัวแทนผู ในการตราและการบังคับใช้กฎหมายและกฎ และให้ความเห็นในการกําหนดมาตรการต่าง ๆ เพื่อ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คุ้มครองผู้บริโสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ภครวมทั้งตรวจสอบและรายงานการกระทํสําาหรือละเลยการกระทําอันเป็นการคุ้มครอง ผู้บริโภค ทั้งนี้ให้รัฐสนับสนุนงบประมาณในการดําเนินการขององค์การอิสระดังกล่าวด้วย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัมาตรา ๖๒ บุคคลย่อมมีสิทธิติดตามและร้องขอให้มีการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง หน่วยงานของรัฐ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ บุคคลซึ โดยสุจริตแก่องค์กรตรวจสอบการใช้อํานาจรันักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ่งให้ข้อมูลสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ฐหรือหน่วยงานของ รัฐเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง หน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ สํา ้ม งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ย่อมได้รับความคุนักครอง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนที่ ๑๑ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เสรีภาพในการชุมนุมและการสมาคม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๖๓ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ สํานัการจํ า กั ด เสรี ภ าพตามวรรคหนึ่ ง จะกระทํ า มิ ไ ด้ เว้ น แต่ โ ดยอาศั ย อํ า นาจตาม กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บทบั ญ ญัติแ ห่งกฎหมาย เฉพาะในกรณีการชุ ม นุมสาธารณะ และเพื่อคุ้ มครองความสะดวกของ ประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ หรือเพืา่อรักษาความสงบเรียบร้อยในระหว่างเวลาที่ประเทศอยู่ในภาวะ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี สงครามหรือในระหว่างเวลาที่มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหรือประกาศใช้กฎอัยการศึก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๖๔ บุ ค คลย่ อ มมี เ สรี ภ าพในการรวมกั น เป็ น สมาคม สหภาพ สหพั น ธ์ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา องค์การเอกชนกองค์การพัฒนาเอกชน หรือหมู่คณะอื่นสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร
  • - ๑๖ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ข้าราชการและเจ้สําาหน้งานคณะกรรมการกฤษฎีาพในการรวมกลุา่มเช่นเดียวกับบุคคล กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นัก าที่ของรัฐย่อมมีเสรีภ กา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี ทั่วไป แต่ทั้งนี้ต้องไม่กระทบประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดินและความต่อเนื่องในการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จัดทําบริการสาธารณะ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การจํากั ดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง จะกระทํามิได้ เว้นแต่โดยอาศั ย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาิแห่งกฎหมาย าเฉพาะเพื่อคุ้มครองประโยชน์ส่วนรวมของประชาชน เพื่อรักษา กา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี อํานาจตามบทบัญญัต ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อป้องกันมิให้มีการผูกขาดตัดตอนในทาง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เศรษฐกิจ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๖๕ บุ ค คลย่ อมมี เสรีภ าพในการรวมกั น จัด ตั้ง พรรคการเมื องเพื่ อ สร้ า ง เจตนารมณ์ ทสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา างการเมื อ งของประชาชนและเพื่ อ ดํ า เนิ นนักจ กรรมในทางการเมื อกา เ ป็ น ไปตาม สํา กิ งานคณะกรรมการกฤษฎี งให้ เจตนารมณ์นั้นตามวิถีทางการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนู สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ญนี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การจัดองค์ กรภายใน การดําเนินกิจการ และข้อบังคั บของพรรคการเมือง ต้อง สํา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สอดคล้องกับหลันักการพื้นฐานแห่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นสมาชิกของพรรคการเมืองสํกรรมการบริหารของ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา านักงานคณะกรรมการกฤษฎี สมาชิ พรรคการเมื อ ง หรื อ สมาชิ ก พรรคการเมื อ งตามจํ า นวนที่ กํ า หนดในพระราชบั ญ ญั ติ ป ระกอบ านักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานัก รัฐธรรมนูญว่าสํด้วยพรรคการเมือง ซึ่งเห็นกาามติหรือข้อบังคับงานคณะกรรมการกฤษฎีกา องที่ตนเป็น ว่ ในเรื่องใดของพรรคการเมื สมาชิกอยู่นั้นจะขัดต่อสถานะและการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญนี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หรือขัดหรือแย้งกับหลักการพื้นฐานแห่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรง เป็นประมุข มีสิทนักงานคณะกรรมการกฤษฎีญาพิจารณาวินิจสําย กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ฉั นั สํา ธิร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนู ก ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามติหรือข้อบังคับดังกล่าวขัดหรือแย้งกับหลักการ พื้ นฐานแห่ ง การปกครองระบอบประชาธิป ไตยอั นมี พ ระมหากษัต ริย์ท รงเป็านัประมุ ข ให้ ม ติ หรื อ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ น กงานคณะกรรมการกฤษฎี ข้อบังคับนั้นเป็นอันยกเลิกไป สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนที่ ๑๒ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สิทธิชุมชน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๖๖ บุคคลซึ่งรวมกันเป็นชุมชน ชุมชนท้องถิ่น หรือชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ย่อมมีสิทธิอนุรักษ์หรือฟื้นฟูจารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่นและ ของชาติและมีสํส่วนร่วมในการจัดการ การบํารุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สิ่งแวดล้อม รวมทั้งความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุลและยั่งยืน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๖๗ สิ ท ธิ ข องบุ ค คลที่ จ ะมี ส่ ว นร่ ว มกั บ รั ฐ และชุ ม ชนในการอนุ รั ก ษ์ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา านักงานคณะกรรมการกฤษฎี ภาพ บํารุงรักษาและการได้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติแสํละความหลากหลายทางชีวกา และในการ คุ้มครอง ส่งเสริ ม และรักษาคุณ ภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ ดํารงชีพอยู่ได้อย่างปกติและต่อเนื่องใน
  • - ๑๗ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สิ่งแวดล้อมที่จะไม่ก่อ ภาพชีวิตของตน ย่อม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามัย สวัสดิา าพ หรือคุณสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกภ ได้รับความคุ้มครองตามความเหมาะสม สํานัการดําเนินโครงการหรือกา กรรมที่อาจก่านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา างรุนแรงทั้ง กงานคณะกรรมการกฤษฎี กิจ สํ อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่ ทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ จะกระทํามิได้ เว้นแต่จะได้ศึกษาและ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อ คุ ณ ภาพสิสํงาแวดล้ อ มและสุ ข ภาพของประชาชนในชุ มงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก ชน และจั ด ให้ มี ประเมิ น ผลกระทบต่ ่ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียก่อน รวมทั้งได้ให้องค์การอิสระซึ่ง านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก ประกอบด้วยผูสํ้แทนองค์การเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กษาที่จัดการ และผู้แทนสถาบันอุดมศึ การศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมหรือทรัพสํยากรธรรมชาติหรือด้านสุขกา ให้ความเห็านประกอบก่อนมีการ กา ภาพ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา านักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี ดําเนินการดังกล่าว สํานัสิทธิของชุมชนที่จะฟ้องหน่วยราชการสํหน่กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ราชการส่วน กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา านั วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ท้องถิ่นหรือองค์กรอื่นของรัฐที่เป็นนิติบุคคล เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ตามบทบัญญัตินี้ ย่อมได้รับความ คุ้มครอง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนที่ ๑๓ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สิทธิพิทักษ์รฐธรรมนูญ ั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๖๘ บุคคลจะใช้สิทธิและเสรีภสําพตามรัฐธรรมนูญเพื่อล้มล้างการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้ หรือเพื่อให้ได้มาซึ่ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อํานาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ มิได้ สํานัในกรณีที่บุคคลหรือพรรคการเมืองใดกระทําการตามวรรคหนึ่ง ผู้ทราบการกระทํา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ดังกล่าวย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงและยื่นคําร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทําดังกล่นัว งานคณะกรรมการกฤษฎีกา อนการดําเนิสํนคดีงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สําา ก แต่ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทื านักอาญาต่อผู้กระทํา การดังกล่าว สํานัในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวิานิจฉัยสั่งการให้นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การตามวรรค กงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํา พรรคการเมืองใดเลิกกระทํา สองศาลรัฐธรรมนูญอาจสั่งยุบพรรคการเมืองดังกล่าวได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคําสั่งยุบพรรคการเมืองตามวรรคสามงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก ให้เพิกถอนสิทธิ ในกรณี เลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมืองและกรรมการบริหารของพรรคการเมืองที่ถูกยุบในขณะที่กระทํา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก ับ สํ ฐธรรมนูญมีคําสั่งดังกล่าว ความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นระยะเวลาห้าปีนา แต่วันที่ศาลรัานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หมวด ๔ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๖๙ บุคคลย่อมมีสิทธิต่อต้านโดยสันติวิธีซึ่งการกระทําใด ๆ ที่เป็นไปเพื่อให้ ได้มาซึ่งอํานาจในการปกครองประเทศโดยวิาธีการซึ่งมิได้เป็านัไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้กนรัฐธรรมนูญนี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํ น กงานคณะกรรมการกฤษฎี ใ า หน้าที่ของชนชาวไทย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • - ๑๘ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๗๐ บุคคลมีหน้าที่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๗๑ บุคคลมีหน้าที่ป้องกันประเทศ รักษาผลประโยชน์ของชาติ และปฏิบัติ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตามกฎหมาย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั มาตรา ๗๒ บุคคลมีหน้าที่ไปใช้สิทธิเลือกตักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ้ง บุคคลซึ่งไปใช้สิทธิหนัองานคณะกรรมการกฤษฎีกา อันสมควรที่ทนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รื ไม่ไปใช้สิทธิโดยไม่แจ้งเหตุ ําให้ไม่อาจไปใช้สิทธิ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ก สํา ได้ย่อมได้รับสิทธิหรือเสียสิทธิตามที่กฎหมายบัญญัติ สํานัการแจ้งเหตุที่ทําให้ไม่อาจไปเลือกตั้งและการอํานวยความสะดวกในการไปเลือกตั้ง กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๗๓ บุคคลมีหน้าที่รับราชการทหาร ช่วยเหลือในการป้องกันและบรรเทาภัย สํ เสี งานคณะกรรมการกฤษฎี ราชการ รับการศึกงานคณะกรรมการกฤษฎีกาง และสืบสาน สํานักษาอบรม พิทักษ์ ปกป้อ พิบัติสาธารณะานักยภาษีอากร ช่วยเหลือกา ศิลปวัฒนธรรมของชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่น และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาิ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตามที่กฎหมายบัญญัต สํ มาตรา ๗๔ บุคคลผู้เป็นข้าราชการ พนัานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หน่วยงาน กงาน ลูกจ้างของหน่วยราชการ ของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ มีหน้าที่ดําเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายเพื่อรักษา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ประโยชน์ส่วนรวมอํานวยความสะดวก และให้บริการแก่ประชาชนตามหลักธรรมาภิบาลของการ บริหารกิจการบ้าานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นเมืองที่ดี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในการปฏิบัติหน้าที่และในการปฏิบัติการอื่นที่เกี่ยวข้องกับประชาชน บุคคลตาม วรรคหนึ่งต้องวางตนเป็ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นกลางทางการเมืงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก อง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในกรณีที่บุคคลตามวรรคหนึ่งละเลยหรือไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง าคคลผู้มีส่วนได้เสียย่อมมีสิท สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก ญ หรือวรรคสอง สํบุนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาธิขอให้บุคคลตามวรรคหนึ่ง หรือผู้บังคับบัา ชาของบุคคล ดังกล่าว ชี้แจง แสดงเหตุผล และขอให้ดําเนินการให้เป็นไปตามบทบัญญัติในวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หมวด ๕ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนที่ ๑ บททั่วไป สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๗๕ บทบัญญัติในหมวดนี้เป็นเจตจํานงให้รัฐดําเนินการตรากฎหมายและ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หารราชการแผ่งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก นดิน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กําหนดนโยบายในการบริ
  • - ๑๙ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในการแถลงนโยบายต่งานคณะกรรมการกฤษฎีกาที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดินต้อง กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก อรัฐสภา คณะรัฐมนตรี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ชี้แจงต่อรัฐสภาให้ชัดแจ้งว่าจะดําเนินการใด ในระยะเวลาใด เพื่อบริหารราชการแผ่นดินให้เป็นไป สํานัก ้นฐานแห่งรัฐ และต้อ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตามแนวนโยบายพืงานคณะกรรมการกฤษฎีงจัดทํารายงานแสดงผลการดําเนินการ รวมทั้งปัญหาและ อุปสรรคเสนอต่อรัฐสภาปีละหนึ่งครั้ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๗๖ คณะรัฐมนตรีต้องจัดทําแผนการบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อแสดง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรการและรายละเอียดของแนวทางในการปฏิบัติราชการในแต่ละปีของการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งจะต้องสอดคล้องกับแนวนโยบายพืนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ้นฐานแห่งรัฐ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในการบริหารราชการแผ่นดิน คณะรัฐมนตรีต้องจัดให้มีแผนการตรากฎหมายที่ จําเป็นต่อการดํานักนการตามนโยบายและแผนการบริหารราชการแผ่นดิน สํา เนิ งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนที่ ๒ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๗๗ รัฐ ต้สํางพิทักษ์ รักษาไว้ซึ่งสถาบักาพระมหากษัตรินักเอกราช อธิ ปไตย กา สํา ย์ งานคณะกรรมการกฤษฎี มาตรา อ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี น และบูรณภาพแห่งเขตอํานาจรัฐ และต้องจัดให้มีกําลังทหาร อาวุธยุทโธปกรณ์ และเทคโนโลยีที่ สํา ทั น สมั ย จํ า เป็สํานัและเพี ย งพอ เพื่ อ พิ ทั กกษ์ รั ก ษาเอกราชนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ฐ สถาบั น น กงานคณะกรรมการกฤษฎี า อธิ ป ไตย ความมั่ น คงของรั พระมหากษัตริย์ ผลประโยชน์แห่งชาติ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ทรงเป็นประมุขและเพื่อการพัฒนาประเทศ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนที่ ๓ แนวนโยบายด้านการบริหารราชการแผ่นดิน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๗๘ รัฐต้องดําเนินการตามแนวนโยบายด้านการบริหารราชการแผ่นดิน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ดังต่อไปนี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๑) บริหารราชการแผ่นดินให้เป็นไปเพื่อการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ และความ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ง สํานัการตามปรัชญาเศรษฐกิ มั่นคงของประเทศอย่างยั่งยืน โดยต้องส่กาเสริมการดําเนินกงานคณะกรรมการกฤษฎีกาจพอเพียงและ คํานึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติในภาพรวมเป็นสําคัญ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๒) จั ด ระบบการบริ ห ารราชการส่ วนกลาง ส่ วนภู มิ ภ าค และส่ว นท้ อ งถิ่ น ให้ มี ขอบเขตอํานาจหน้างานคณะกรรมการกฤษฎีกา ่ชัดเจนเหมาะสมแก่การพัฒนาประเทศ กา บสนุนให้ สํานัก ที่ และความรับผิดชอบที สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีและสนั จังหวัดมีแผนและงบประมาณเพื่อพัฒนาจังหวัด เพื่อประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่ (๓) กระจายอํานาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพึ่งตนเองและตัดสินใจในกิจการ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ของท้องถิ่นได้เอง ส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการดําเนินการตามแนวนโยบาย สํ นัฒนาเศรษฐกิจของท้องถิ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี า พื้นฐานแห่งรัฐ าพักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา่นและระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูกปการ ตลอดทั้ง โครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศในท้องถิ่น ให้ทั่วถึงและเท่าเทียมกันทั่วประเทศ รวมทั้งพัฒนาจังหวัดที่มี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • - ๒๐ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ความพร้อมให้เป็นองค์ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กรปกครองส่านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาานึงถึงเจตนารมณ์งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ โดยคํ สํานัก ของประชาชนใน จังหวัดนั้น สํานั(๔) พัฒนาระบบงานภาครัฐ โดยมุ่งเน้นสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และจริยธรรม กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การพัฒนาคุณภาพ คุณธรรม ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ควบคู่ไปกับการปรับปรุงรูปแบบและวิธีการทํางาน เพื่อให้การบริหารราชการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ป ระสิ ท ธิ ภ าพนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา และส่ ง เสริ ม ให้ ห น่ ว ยงานของรั ฐ ใช้ หสําก การบริ ห ารกิ จ การ กา แผ่ น ดิ น เป็ น ไปอย่ า งมี ลั นักงานคณะกรรมการกฤษฎี บ้านเมืองที่ดีเป็นแนวทางในการปฏิบัติราชการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๕) จั ด ระบบงานราชการและงานของรักฐ อย่ า งอื่ น เพื่ อ ให้ ก ารจั ด ทํ า และการ ให้บริการสาธารณะเป็นไปอย่างรวดเร็วกงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและตรวจสอบได้กโดยคํานึงถึงการมี กา มีประสิทธิภาพ โปร่งใส สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั สํานั งานคณะกรรมการกฤษฎี ส่วนร่วมของประชาชน สํานั(๖) ดํ า เนิ น การให้ ห น่ วกา กงานคณะกรรมการกฤษฎี ยงานทางกฎหมายที่ มี ห น้ า ที่ ใ ห้ ค วามเห็ น เกี่ ย วกั บ การ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ดําเนินงานของรัฐตามกฎหมายและตรวจสอบการตรากฎหมายของรัฐ ดําเนินการอย่างเป็นอิสระ เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็สํนนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา าไปตามหลักนิติธรรม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๗) จัดให้มีแผนพัฒนาการเมือง รวมทั้งจัดให้มีสภาพัฒนาการเมืองที่มีความเป็น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อิสระ เพื่อติดตามสอดส่องให้มีการปฏิบัติตามแผนดังกล่าสํานักางานคณะกรรมการกฤษฎีกา วอย่ งเคร่งครัด (๘) ดําเนินการให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐได้รับสิทธิประโยชน์อย่างเหมาะสม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนที่ ๔ สํา แนวนโยบายด้านศาสนา สังคม การสาธารณสุนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ข การศึกษา และวัฒนธรรม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัมาตรา ๗๙ รัฐต้องให้คกา ปถัมภ์และคุกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา่งเป็นศาสนาที่ กงานคณะกรรมการกฤษฎี วามอุ สํานั ้มครองพระพุทธศาสนาซึ ประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่นับถือมาช้านานและศาสนาอื่น ทั้งต้องส่งเสริมความเข้าใจอันดีและความ สมานฉันท์ระหว่างศาสนิ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กชนของทุกนักงานคณะกรรมการกฤษฎีการนําหลักธรรมของศาสนามาใช้เพื่อ กา สําศาสนา รวมทั้งสนับสนุน กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี เสริมสร้างคุณธรรมและพัฒนาคุณภาพชีวิต สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๘๐ รั ฐ ต้ อ งดํ า เนิ น การตามแนวนโยบายด้ า นสั ง คม การสาธารณสุ ข สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ดังต่อไปนี้ านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การศึกษา และวัฒนธรรม (๑) คุ้มครองและพัฒนาเด็กและเยาวชน สนับสนุนการอบรมเลี้ยงดูและให้การศึกษา สําความเสมอภาคของหญิงและชาย เสริมสร้านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นของสถาบัน นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ างและพัฒนาความเป็นปึกแผ่ ปฐมวัย ส่งเสริม ครอบครัวและชุมชน รวมทั้งต้องสงเคราะห์และจัดสวัสดิการให้แก่ผู้สูงอายุ ผู้ยากไร้ ผู้พิการหรือ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ทุพพลภาพและผู้อยู่ในสภาวะยากลําบาก ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและพึ่งพาตนเองได้ สํานั(๒) ส่งเสริ ม สนั บสนุ น กา ฒนาระบบสุงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มสุ ขภาพอั น กงานคณะกรรมการกฤษฎี และพั สํานัก ขภาพที่เน้นการสร้ างเสริ นําไปสู่สุขภาวะที่ยั่งยืนของประชาชน รวมทั้งจัดและส่งเสริมให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขที่มี มาตรฐานอย่างทั่วถึงและมีประสิทสํธิาภาพ และส่งเสริมให้เอกชนและชุมชนมีสํา่วนร่วมในการพัฒนา กา ส นักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สุขภาพและการจัดบริการสาธารณสุข โดยผู้มีหน้าที่ให้บริการดังกล่าวซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรฐาน สํา วิชาชีพและจริสําธรรม ย่อมได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ย นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๓) พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการจัดการศึกษาในทุกระดับและทุกรูปแบบให้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม จัดให้มีแผนการศึกษาแห่งชาติ กฎหมายเพื่อ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี สอดคล้องกับความเปลี
  • - ๒๑ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พัฒนาการศึกษาของชาติ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จัดให้มีการพักงานคณะกรรมการกฤษฎีลากรทางการศึกานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัฒนาคุณภาพครูและบุค กา สํ ษาให้ก้าวหน้าทันการ เปลี่ยนแปลงของสังคมโลก รวมทั้งปลูกฝังให้ผู้เรียนมีจิตสํานึกของความเป็นไทย มีระเบียบวินั ย สํานั ส่วนรวม และยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คํานึงถึงประโยชน์กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นประมุข สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา งเสริมและสนันักสนุนการกระจายอํานาจเพื่อให้องค์กสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา บ งานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๔) ส่ รปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน องค์การทางศาสนา และเอกชน จัดและมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนามาตรฐาน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานัก คุณภาพการศึกษาให้เท่าเทียมและสอดคล้กา บแนวนโยบายพืงานคณะกรรมการกฤษฎีกา องกั ้นฐานแห่งรัฐ (๕) ส่งเสริมและสนัาบสนุนการศึกษาวิจัยในศิลปวิทยาการแขนงต่กางานคณะกรรมการกฤษฎีกา ง ๆ และเผยแพร่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั ข้อมูลผลการศึกษาวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนการศึกษาวิจัยจากรัฐ สํานั(๖) ส่ ง เสริ ม และสนั บ สนุาน ความรู้ รั ก สามักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ต สํ า นึ ก และ กงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํานั ค คี แ ละการเรี ย นรู้ ปลู ก จิ เผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีของชาติ ตลอดจนค่านิยมอันดีงามและภูมิปัญญา ท้องถิ่น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนที่ ๕ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แนวนโยบายด้านกฎหมายและการยุติธรรม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๘๑ รัฐต้ องดําเนินการตามแนวนโยบายด้านกฎหมายและการยุติธรรม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ดังต่อไปนี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๑) ดูแลให้มีการปฏิบัติและบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างถูกต้อง รวดเร็ว เป็นธรรม และทันักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาวยเหลือและให้นักงานคณะกรรมการกฤษฎีระชาชน และจัด สํา ่วถึง ส่งเสริมการให้ความช่ สําความรู้ทางกฎหมายแก่ป กา ระบบงานราชการและงานของรัฐอย่างอื่นในกระบวนการยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพ โดยให้ประชาชน และองค์กรวิชาชีพมี กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีส่วนร่วมในกระบวนการยุติธรรม และการช่กยเหลือประชาชนทางกฎหมาย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีวา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๒) คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของบุคคลให้พ้นจากการล่วงละเมิด ทั้งโดยเจ้าหน้าที่ สํา คคลอื่น และต้องอํานวยความยุ สํา ระชาชนอย่างเท่าเทียมกั ก ของรัฐและโดยบุนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ติธรรมแก่ปนักงานคณะกรรมการกฤษฎีน า (๓) จัดให้มีกฎหมายเพื่อจัดตั้งองค์กรเพื่อการปฏิรูปกฎหมายที่ดําเนินการเป็นอิสระ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกนากฎหมายของประเทศ รวมทั้งการปรับปรุงกฎหมายให้สํป็นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อปรับปรุงและพัฒ า เ า นไปตามรัฐธรรมนูญ โดยต้องรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายนั้นประกอบด้วย สํานั(๔) จั ด ให้ มี ก ฎหมายเพืา จั ด ตั้ ง องค์ ก านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ติ ธ รรมที่ กงานคณะกรรมการกฤษฎีก ่ อ สํรเพื่ อ การปฏิ รู ป กระบวนการยุ ดําเนินการเป็นอิสระ เพื่อปรับปรุงและพัฒนาการดําเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ยุติธรรม สํานั(๕) สนับสนุนการดําเนินกา กงานคณะกรรมการกฤษฎี การขององค์กรภาคเอกชนที่ให้ความช่วยเหลืาอทางกฎหมาย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก แก่ประชาชน โดยเฉพาะผู้ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงในครอบครัว ส่วนที่ ๖ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา านการต่างประเทศ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แนวนโยบายด้
  • - ๒๒ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๘๒ รัฐต้องส่งเสริมสัมพันธไมตรีและความร่วมมือกับนานาประเทศ และพึง กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ถือหลักในการปฏิบัติต่อกันอย่างเสมอภาค ตลอดจนต้องปฏิบัติตามสนธิสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนที่ สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ประเทศไทยเป็านภาคี รวมทั้งตามพั นธกรณี ที่ได้กระทํสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การระหว่ าง าไว้กับนานาประเทศและองค์ ประเทศ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีต้องส่งเสริมการค้นักการลงทุน และการท่องเที่ยวกับนานาประเทศ ตลอดจนต้อง กา สํา า งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี รัฐ กา ให้ความคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์ของคนไทยในต่างประเทศ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนที่ ๗ แนวนโยบายด้านเศรษฐกิจ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๘๓ รั ฐ ต้ อนักงานคณะกรรมการกฤษฎีให้ มี ก ารดํ า เนิ น การตามแนวปรั ช ญา กา สํา งส่ ง เสริ ม และสนั บ สนุ น กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี เศรษฐกิจพอเพียง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๘๔ รัฐต้องดําเนินการตามแนวนโยบายด้านเศรษฐกิจ ดังต่อไปนี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสนั บ สนุ น ระบบเศรษฐกิ จ แบบเสรี แ ละเป็ น ธรรมโดยอาศั ยงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก กลไกตลาด และ (๑) สนั บสนุน ให้ มีก ารพั ฒ นาเศรษฐกิ จ อย่ า งยั่ง ยืน โดยต้อ งยกเลิ ก และละเว้ นการตรากฎหมายและ สํานั สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กฎเกณฑ์ที่ควบคุกงานคณะกรรมการกฤษฎีิทา ม่สอดคล้องกัาบความจําเป็นทางเศรษฐกิจ และต้องไม่ ม ธุรกิจซึ่งมีบทบัญญั ต กี่ไ ประกอบกิจการที่มีลักษณะเป็นการแข่งขันกับเอกชน เว้นแต่มีความจําเป็นเพื่อประโยชน์ในการรักษา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ความมั่นคงของรัฐ รักษาผลประโยชน์ส่วนรวม หรือการจัดให้มีสาธารณูปโภค สํานั(๒) สนับสนุนให้มีการใช้หลักคุณธรรมสํจริยงานคณะกรรมการกฤษฎีกาบาล ควบคู่กับ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา านัก ธรรม และหลักธรรมาภิ การประกอบกิจการ (๓) ควบคุมให้มีกสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกงเพื่อสนับสนุนเสถียรภาพและความ กา ารรักษาวินัยการเงินการคลั า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี มั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ปรับปรุงระบบการจัดเก็บภาษีอากรให้มีความเป็นธรรม สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และสอดคล้องกัาบการเปลี่ยนแปลงของสภาพเศรษฐกิจและสังคม (๔) จัดให้มีการออมเพื่อการดํารงชีพในยามชราแก่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อย่างทั่วถึง (๕) กํากับให้การประกอบกิจการมีการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม ป้องกันการ สํานัว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อา และคุ้มครองผู้บริโภค สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผูกขาดตัดตอนไม่ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกม (๖) ดําเนินการให้มีการกระจายรายได้อย่างเป็นธรรม คุ้มครอง ส่งเสริมและขยาย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โอกาสในการประกอบอาชีพของประชาชนเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการ พัฒนาภูมิปัญญาท้กองานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อใช้ในการผลิตสินค้า บริการ และการประกอบอาชีพ สํานั งถิ่นและภูมิปัญญาไทย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๗) ส่งเสริมให้ประชากรวัยทํางานมีงานทํา คุ้มครองแรงงานเด็กและสตรี จัดระบบ แรงงานสัมพันธ์และระบบไตรภาคีที่ผนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จัดระบบประกันสังคม รวมทั้ง กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ู้ทํางานมีสิทธิเลือกผู้แทนของตน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี คุ้มครองให้ผู้ทํางานที่มีคุณค่าอย่างเดียวกันได้รับค่าตอบแทน สิทธิประโยชน์ และสวัสดิการที่เป็น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ธรรมโดยไม่เลืสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อกปฏิบัติ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • - ๒๓ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๘) า และการตลาด ส่งเสริม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกคุ้มครองและรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกรในการผลิตสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้สินค้าเกษตรได้รับผลตอบแทนสูงสุด รวมทั้งส่งเสริมการรวมกลุ่มของเกษตรกรในรูปของสภา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เกษตรกรเพื่อวางแผนการเกษตรและรักษาผลประโยชน์รสํานักนของเกษตรกร ่วมกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๙) ส่งเสริม สนับสนุน และคุ้มครองระบบสหกรณ์ให้เป็นอิสระ และการรวมกลุ่ม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา วิชาชีพตลอดทั้งกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ่อดําเนินกิสําการด้านเศรษฐกิจ สํานั การรวมกลุ่มของประชาชนเพื การประกอบอาชีพหรือ จ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๑๐) จัดให้มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานอันจําเป็นต่อการดํารงชีวิตของประชาชนเพื่อ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงของรัฐในทางเศรษฐกิสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ้นพื้นฐานอัน จ และต้องมิให้สาธารณูปโภคขั จําเป็นต่อการดํารงชีวิตของประชาชนอยูงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นอาจก่อความเสียหายแก่รัฐ ่ในความผูกขาดของเอกชนอั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๑๑) การดําเนินการใดที่เป็นเหตุให้โครงสร้างหรือโครงข่ายขั้นพื้นฐานของกิจการ สาธารณูปโภคขัา้นพืงานคณะกรรมการกฤษฎีกาอการดํารงชีวสํิตของประชาชน หรือเพื่อความมั่นคงของรัฐ สํ นัก ้นฐานของรัฐอันจําเป็นต่ านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตกไปเป็นกรรมสิทธิ์ของเอกชน หรือทําให้รัฐเป็นเจ้าของน้อยกว่าร้อยละห้าสิบเอ็ด จะกระทํามิได้ (๑๒) งทางราง รวมทั้ง การ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่ งเสริมและสนับสนุน กิจการพาณิ ชยนาวี การขนส่สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ดําเนินการตามระบบบริหารจัดการขนส่งทั้งภายในและระหว่างประเทศ สํานั(๑๓) ส่งเสริมและสนับสนุนองค์กรภาคเอกชนทางเศรษฐกิจทั้งในระดับชาติและ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ระดับท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่งเสริมอุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเพื่อให้นักิดมูลค่าเพิ่มในทาง กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา เ กงานคณะกรรมการกฤษฎี (๑๔) เศรษฐกิจ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนที่ ๘ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แนวนโยบายด้านที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๘๕ รัฐต้องดําเนินการตามแนวนโยบายด้านที่ดิน ทรัพนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ยากรธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อม ดังต่อไปนี้ สํานั(๑) กําหนดหลักเกณฑ์การใช้ที่ดินให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยให้คํานึงถึงความ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ ทั้งผืนดิน ผืนน้ํา วิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่น และการดูแล สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อย่างมีประสิทงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก ธิภาพ และกําหนดมาตรฐานการใช้ที่ดินนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา อย่างยั่งยืน โดยต้อง รักษาทรัพยากรธรรมชาติ ให้ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากหลักเกณฑ์การใช้ที่ดินนั้นมีส่วนร่วมในการตัดสินใจด้วย สํานั(๒) กระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรมและดําเนินการให้เกษตรกรมีกรรมสิทธิ์ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หรือสิทธิในที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมอย่างทั่วถึงโดยการปฏิรูปที่ดินหรือวิธีอื่น รวมทั้งจัดหา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แหล่งน้ําเพื่อให้เกษตรกรมีน้ําใช้อย่างพอเพียงและเหมาะสมแก่การเกษตร สํานั(๓) จัดให้มีการวางผังเมือา พัฒนา และดํนัเนินการตามผังเมืองอย่ากา ประสิทธิภาพ กงานคณะกรรมการกฤษฎีก ง สําา กงานคณะกรรมการกฤษฎี งมี และประสิทธิผล เพื่อประโยชน์ในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน (๔) า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกจัดให้มีแผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ําและทรัพยากรธรรมชาติอื่นอย่างเป็น กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ระบบและเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม ทั้งต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการสงวน บํารุงรักษา และใช้ สํา พ งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั วภาพอย่างสมดุล ประโยชน์จากทรันักยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๕) ส่งเสริม บํารุงรักษา และคุ้มครองคุณภาพสิ่งแวดล้อมตามหลักการพัฒนาที่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกมและกําจัดภาวะมลพิษที่มีผลต่อสุขภาพอนามัย สวัสดิภาาพ งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นัก และคุณภาพชีวิต ยั่งยืนตลอดจนควบคุ า
  • - ๒๔ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ของประชาชน โดยประชาชน ชุมชนท้กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา วนท้องถิ่นสํานัอกงมีส่วนร่วมในการ กา ต้ งานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั องถิ่น และองค์กรปกครองส่ กําหนดแนวทางการดําเนินงาน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนที่ ๙ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา านัก แนวนโยบายด้านวิาทยาศาสตร์ ทรัพย์สินทางปัญญา และพลังสํงาน งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๘๖ รัฐต้สํางดําเนินการตามแนวนโยบายด้านวิทยาศาสตร์ ทรัพย์สินทาง กา อ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ปัญญา และพลังงาน ดังต่อไปนี้ สํานั(๑) ส่งเสริมให้มีการพัฒกา านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านต่าง ๆ กงานคณะกรรมการกฤษฎี นาด้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยจัดให้มีกฎหมายเฉพาะเพื่อการนี้ จัดงบประมาณสนับสนุ นการศึกษา ค้นคว้า วิจัย และให้มี สถาบันการศึกษาและพั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ฒนา จั ดให้ มีกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ก ษาและพั ฒงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก ารใช้ ประโยชน์ จ ากผลการศึ สํานัก นา การถ่ ายทอด เทคโนโลยี ที่ มี ป ระสิ ท ธิ ภ าพ และการพั ฒ นาบุ ค ลากรที่ เ หมาะสม รวมทั้ ง เผยแพร่ ค วามรู้ ด้ า น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา า ระชาชนใช้ ห ลั กด้ านวิ ท กา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสมัยใหม่ และสนับสนุนให้สํปนักงานคณะกรรมการกฤษฎียาศาสตร์ในการ ดํารงชีวิต สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา งเสริมการประดิษฐ์หรือการค้นคิดเพื่อให้าเกิดความรู้ใหม่านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํ รักษาและพัฒนาภูมิ (๒) ส่ ปัญญาท้องถิ่นและภูมิปัญญาไทย รวมทั้งให้ความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๓) ส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย พัฒสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกงางานทดแทนซึ่ง นา และใช้ประโยชน์จากพลั ได้จากธรรมชาติและเป็นคุณต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนที่ ๑๐ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แนวนโยบายด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัมาตรา ๘๗ รัฐต้องดําเนิา การตามแนวนโยบายด้านการมีส่วนร่วกา กงานคณะกรรมการกฤษฎีก น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี มของประชาชน ดังต่อไปนี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาส่ ง เสริ ม ให้ ปสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หนดนโยบายและวางแผนพั ฒ นา กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี (๑) ระชาชนมี ส่ ว นร่ ว มในการกํ า เศรษฐกิจและสังคมทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น สํานั(๒) ส่งเสริมและสนับสนุกาการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตัดสินใจทางการเมือง กงานคณะกรรมการกฤษฎี น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การวางแผนพัฒนาทางเศรษฐกิจ และสังคม รวมทั้งการจัดทําบริการสาธารณะ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๓) ส่งเสริ มและสนั บ สนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบการใช้ อํานาจรัฐทุกระดันักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาาชีพหรือตามสาขาอาชีพที่หลากหลาย หรือรูปแบบอื่น สํา บ ในรูปแบบองค์กรทางวิช สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๔) ส่งเสริมให้ประชาชนมีความเข้มแข็งในทางการเมือง และจัดให้มีกฎหมายจัดตั้ง กองทุนพัฒนาการเมื า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกองภาคพลเมืองเพื่อช่วยเหลือการดําเนินกา กรรมสาธารณะของชุมชน รวมทั้ง กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกิจ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี สนับสนุนการดําเนินการของกลุ่มประชาชนที่รวมตัวกันในลักษณะเครือข่ายทุกรูปแบบให้สามารถ สํ นั แสดงความคิดสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มชนในพื้นาที่ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เห็นและเสนอความต้องการของชุ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • - ๒๕ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๕) ส่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา งเสริม และให้นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา่ยวกั บการพัฒานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา การศึ กษาแก่ ประชาชนเกี สํ นาการเมืองและการ ปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนได้ใช้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สิทธิเลือกตั้งโดยสุจริตและเที่ยงธรรม กา การมีส่วนร่วมของประชาชนตามมาตรานี้ต้องคํานึงถึงสัดส่วนของหญิงและชายที่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ใกล้เคียงกัน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หมวด ๖ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รัฐสภา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนที่ ๑ บททั่วไป สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๘๘ รัฐสภาประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา น งานคณะกรรมการกฤษฎีกา านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รัฐสภาจะประชุมร่วมกันักหรือแยกกัน ย่อมเป็นไปตามบทบัญญัตสํิแห่งรัฐธรรมนูญนี้ บุคคลจะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาในขณะเดียวกันมิได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๘๙ ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธานรัฐสภา ประธานวุฒิสภาเป็นรอง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ประธานรัฐสภา หรื กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํในกรณีที่ไม่มีประธานสภาผูา้แทนราษฎร สํานัอประธานสภาผู้แทนราษฎรไม่อยู่หรือไม่ านักงานคณะกรรมการกฤษฎีก สามารถปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภาได้ ให้ประธานวุฒิสภาทําหน้าที่ประธานรัฐสภาแทน ประธานรั นาจหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ใ กา และดําเนินกิจการของ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ฐสภามีอําสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีนรัฐธรรมนูญนี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รัฐสภาในกรณีประชุมร่วมกันให้เป็นไปตามข้อบังคับ สํประธานรัฐสภาและผู้ทําหน้า ที่แทนประธานรักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา านักงานคณะกรรมการกฤษฎีก า สํานั ฐสภาต้องวางตนเป็นกลางในการปฏิบัติ หน้าที่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ํานาจหน้าที่ตามที่บัญญัติไ า สํ นี และตามที่ประธาน รองประธานรัฐสภามีอนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกว้ในรัฐธรรมนูญานั้ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รัฐสภามอบหมาย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๙๐ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญและร่างพระราชบัญญัติจะตรา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ขึ้นเป็นกฎหมายได้ก็แต่โดยคําแนะนําและยินยอมของรัฐสภา และเมื่อพระมหากษัตริย์ได้ทรงลงพระ ปรมาภิไธยหรืสําถือเสมือนว่าได้ทรงลงพระปรมาภิไธยตามรันักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ฐธรรมนูญนี้แล้ว ให้ประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเพื่อใช้บังคับเป็นกฎหมายต่อไป สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๙๑ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งใน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สิบของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา มีสําิทธิกเงานคณะกรรมการกฤษฎีกางสภาที่ตนเป็น ส นั ข้าชื่อร้องต่อประธานแห่ สมาชิกว่าสมาชิกภาพของสมาชิกคนใดคนหนึ่งแห่งสภานั้นสิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๐๖ (๓) (๔) (๕) (๖) สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี(๑๑) หรือมาตรานั๑๑๙ (๓) (๔) (๕) (๗) หรือ (๘) แล้วแต่กนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา รณี และให้ประธาน (๗) (๘) (๑๐) หรือ กา
  • - ๒๖ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แห่งสภาที่ได้รับคําร้องส่ ก นักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา งคําร้องนั้นไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวิกาิจฉัยว่าสมาชิสําภาพของสมาชิกผู้นั้น กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี น สิ้นสุดลงหรือไม่ สํเมื่กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ิ จ ฉั ย แล้ ว ให้าศ าลรั ฐ ธรรมนู ญ แจ้ ง คํ า วิ นิ จ ฉั ย นั้ น ไปยั ง านัอ ศาลรั ฐ ธรรมนู ญ มี คํ า วิ น สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ประธานแห่งสภาที่ได้รับคําร้องตามวรรคหนึ่ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งเห็นว่าสมาชิากภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ในกรณี หรือสมาชิกวุฒิสภาคนใดคนหนึ่งมีเหตุสิ้นสุดลงตามวรรคหนึ่ง ให้ส่งเรื่องไปยังประธานแห่งสภาที่ผู้นั้น สํานัก สํา เป็นสมาชิก และให้งานคณะกรรมการกฤษฎีกงาเรื่องไปยังศาลรันักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ประธานแห่งสภานั้นส่ ฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยตามวรรคหนึ่งและ วรรคสอง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํมาตรา ๙๒ การออกจากตํา แหน่งของสมาชิกงานคณะกรรมการกฤษฎีอสมาชิกวุฒิสภา านักงานคณะกรรมการกฤษฎีก า สํานั กสภาผู้แทนราษฎรหรื กา ภายหลังวันที่สมาชิกภาพสิ้นสุดลง หรือวันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคําวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของสมาชิกคน ใดคนหนึ่งสิ้นสุดลง กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีย่อมไม่กระทบกระเทือนกิจการที่สมาชิกผู้นั้นได้กระทําไปในหน้งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก าที่สมาชิกรวมทั้ง การได้รับเงินประจําตําแหน่งหรือประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นก่อนที่สมาชิกผู้นั้นออกจากตําแหน่ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา านักงานคณะกรรมการกฤษฎีก หรือก่อนที่ประธานแห่งสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิกได้รับแจ้งสํคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูาญแล้วแต่กรณี เว้ น แต่ใ นกรณี ที่ อ อกจากตํ า แหน่ ง เพราะเหตุ ที่ ผู้ นั้ น ได้รั บ เลื อ กตั้ งหรื อ สรรหามาโดยไม่ ช อบด้ ว ย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ฐธรรมนูญนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่ง กา สํา ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิ า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี พระราชบัญญัติประกอบรั สมาชิกวุฒิสภา ให้คืนเงินประจําตําแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่ผู้นั้นได้รับมาเนื่องจากการ สํา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ดํารงตําแหน่งดังนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าว สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนที่ ๒ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีสภาผู้แทนราษฎรนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กา สํา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๒ มาตรา ๙๓ สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจํานวนห้าร้อยคน โดยเป็น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจํานวนสามร้อยเจ็ดสิบห้าคน และสมาชิกซึ่งมาจาก การเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อจํานวนหนึ่งร้อยยี่สิบห้าคน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อกตั้งสมาชิสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกอกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับโดย กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี การเลื กสภาผู้แทนราษฎรให้ใช้วิธีอ า ให้ใช้บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบละหนึ่งใบ สํานัหลั ก เกณฑ์ แ ละวิ ธี ก ารการเลื อ กตั้ ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เ ป็ น ไปตาม กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สมาชิ ก สภาผู้ แ ทนราษฎรให้ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สมาชิกวุฒิสภา สํานัในกรณีที่ตําแหน่งสมาชิกา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใดกและยังไม่มีการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี า เลื อ กตั้ ง สมาชิ ก สภาผู้ แ ทนราษฎรขึ้ น แทนตํ า แหน่ ง ที่ ว่ า ง ให้ ส ภาผู้ แ ทนราษฎรประกอบด้ ว ย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา าที่มีอยู่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๒ มาตรา ๙๓ แก้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไขเพิ่มเติมโดยรักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑) กา สํานัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี พุทธศักราช ๒๕๕๔
  • - ๒๗ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ภายใต้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บังคับมาตรานั๑๐๙ (๒) ในกรณีที่มีเหตุาใด ๆ ทําให้ในระหว่างอายุของสภา กา สํา กงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ผู้แทนราษฎรมีสมาชิกซึ่งได้รับการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อมีจํานวนไม่ถึงหนึ่งร้อยยี่สิบห้าคน ให้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อประกอบด้วยสมาชิกเท่าที่มีอยู่ ในกรณีที่มีเหตุการณ์ใด ๆ ทําให้การเลือกตั้งทั่วไปครั้งใดมีจํานวนสมาชิกสภาผู้แทน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แต่มีจํานวนไม่น้อยกว่าร้อยละเก้าสิบห้าของจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ราษฎรไม่ถึงห้าร้อยคน ทั้ ง หมดให้ ถื อ ว่ า สมาชิ ก จํ า นวนนั้ น ประกอบเป็ น สภาผู้ แ ทนราษฎร แต่ ต้ อ งดํ า เนิ น การให้ มี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ครบตามจํานวนที่บัญญัติไว้สํใานักฐงานคณะกรรมการกฤษฎี่งร้อยแปดสิบวัน นรั ธรรมนูญนี้ภายในหนึกา และให้อยู่ในตําแหน่งได้เพียงเท่าอายุานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกออยู่ ของสภาผู้แทนราษฎรที่เหลื า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๓ สํานัมาตรา ๙๔ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กตั้งแบบแบ่ง กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ทนราษฎรซึ่งมาจากการเลือ เขตเลือกตั้ง ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งผู้สมัครรับเลือกตั้งได้เขตละหนึ่งคน การคํ จ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา านวณเกณฑ์สําํานวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคน ให้คํานวณจากจํานวนราษฎรทั้ง กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ประเทศตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้ายก่อนปีที่มีการเลือกตั้งเฉลี่ยด้วย จํานวนสมาชิกสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกดสิบห้าคน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สภาผู้แทนราษฎรสามร้อยเจ็ า จํานวนสมาชิ กสภาผู้แทนราษฎรที่แต่ละจังหวัดจะพึงมี ให้นํ าจํานวนราษฎรต่ อ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตามวรรคสองมาเฉลี่ยจํานวนราษฎรในจังหวัดนั้น จังหวัดใดมีราษฎรไม่ถึง กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี สมาชิกหนึ่งคนที่คํานวณได้ เกณฑ์จํานวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคนตามวรรคสอง ให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในจังหวัดนั้นได้ สํานั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา หนึ่งคน จังหวัสําใดมีงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ด นัก ราษฎรเกินเกณฑ์จํานวนราษฎรต่อสมาชิกกหนึ่งคน ให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในจังหวัดนั้นเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคนทุกจํานวนราษฎรที่ถึงเกณฑ์จํานวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เมื่ อได้ จํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละจังหวัดตามวรรคสามแล้ว ถ้า จํานวนสมาชิกานักงานคณะกรรมการกฤษฎีรบสามร้อยเจ็ดสินักห้าคน จังหวัดใดมีเศษทีา่เหลือจากการ สํ สภาผู้แทนราษฎรยั งไม่ ค กา สํา บ งานคณะกรรมการกฤษฎีก คํานวณตามวรรคสามมากที่สุด ให้จังหวัดนั้นมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน และให้เพิ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามวิธีการดังกล่าวแก่จังหวัดที่มีเศษทีกหลือจากการคํสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา านวณตามวรรคสามใน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ่เ า ลําดับรองลงมาตามลําดับจนครบจํานวนสามร้อยเจ็ดสิบห้าคน สํานัจังหวัดใดมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ไม่เกินหนึ่งคน ให้ถือเขตจังหวัด กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นเขตเลือกตั้ง และจังหวัดใดมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกินหนึ่งคน ให้แบ่งเขต สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาอกตั้งมีจํานวนเท่าจํานวนสมาชิกสภาผู้แกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ทนราษฎรที่พึงมีนัโดยจัดให้แต่ละเขต กา สํา กงานคณะกรรมการกฤษฎี จังหวัดออกเป็นเขตเลื เลือกตั้งมีจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหนึ่งคน และในกรณีที่จังหวัดใดมีการแบ่งเขตเลือกตั้ง สํา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ต งานคณะกรรมการกฤษฎีกา มากกว่าหนึ่งเขตนัต้องแบ่งพื้นที่ของเขตเลือกตั้งแต่ละเขตให้นักิดต่อกัน และต้องให้จํานวนราษฎรในแต่ ละเขตใกล้เคียงกัน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้ดําเนินการนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง และให้ส่งผลการนับคะแนนของหน่วย เลือกตั้งนั้นไปรวมทีงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้ป งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก ่เขตเลือกตั้ง เพื่อนับคะแนนรวม แล้วสํานักระกาศผลการนับคะแนนโดยเปิดเผย ณ สถานที่แห่งใดแห่งหนึ่งแต่เพียงแห่งเดียวในเขตเลือกตั้งนั้นตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด เว้นแต่เป็นกรณีที่มีความจํ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา าเป็นเฉพาะท้องที่ คณะกรรมการการเลือกตั้งจะกําหนดให้นับคะแนน รวม กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ๓ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๙๔ แก้ ไ ขเพิ่ ม เติ ม โดยรั ฐ ธรรมนู ญ แห่ ง ราชอาณาจั ก รไทย แก้ ไ ขเพิ่ ม เติ ม (ฉบั บ ที่ ๑) พุทธศักราช ๒๕๕๔ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • - ๒๘ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผลการนั บ คะแนน และประกาศผลการนั บ คะแนนเป็ น อย่ า งอื่ น ก็ ไ ด้ ทั้ งสํา้ นัตามที่ บั ญ ญั ติ ไ ว้ ใ น กา นี กงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่ง สํ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สมาชิกวุฒิสภา านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๙๕๔ การเลืกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั อกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ญชีรายชื่อ ให้ผู้มีสิทธิ เลือกตั้งมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งที่พรรคการเมืองจัดทําขึ้น โดย สํา สํา งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้ผู้มีสิทธิเลือกตันักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อกบัญชีรายชืนั่อกใดบัญชีรายชื่อหนึ่งเพียงบัญชีเดียว และ ้งมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลื ให้ถือเขตประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๕ สํานัมาตรา ๙๖ บั ญ ชี รายชืา่ อผู้ ส มั ค รรั บเลื อกงานคณะกรรมการกฤษฎีกพรรคการเมื อง กงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํานักตั้ งตามมาตรา ๙๕ ให้ า จัดทําขึ้นพรรคการเมืองละหนึ่งบัญชี ไม่เกินบัญชีละหนึ่งร้อยยี่สิบห้าคน และให้ยื่นต่อคณะกรรมการ การเลือกตั้งก่อนวันเปิด เขตเลือกตั้ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สมัครรับเลือกตักสมาชิกซึ่งมาจากการเลืกากตั้งแบบแบ่งสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั้ง งานคณะกรรมการกฤษฎี อ บัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคการเมืองใดที่ได้ยื่นไว้แล้ว ถ้าปรากฏว่าก่อน หรือในวันเลือสํานั้งกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ่มีผลทําให้สําัญกงานคณะกรรมการกฤษฎีกาองนั้นมีจํานวน กตั มีเหตุไม่ว่าด้วยประการใดที บ นั ชีรายชื่อของพรรคการเมื ผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อไม่ครบตามจํานวนที่พรรคการเมืองนั้นได้ยื่นไว้ ให้ถือว่าบัญชี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา องนั้นมีจํานวนผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบักา ชีรายชื่อเท่าทีานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ญ สํ่มีอยู่ และในกรณีนี้ให้ รายชื่อของพรรคการเมื ถือว่าสภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่าที่มีอยู่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๙๗๖ การจัดทําบัญชีผู้รับสมัครรับเลือกตั้งของพรรคการเมืองสําหรับการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ให้ดําเนินการดังต่อไปนี้ สํานั(๑) บัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งต้องประกอบด้วยรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งจาก กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ภูมิภาคต่าง ๆ อย่างเป็นธรรม และต้องคํานึงถึงโอกาส สัดส่วนที่เหมาะสมและความเท่าเทียมกัน ระหว่างหญิงและชาย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๒) รายชื่อในบัญชีต้องไม่ซ้ํากับบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองอื่นจัดทําขึ้น และไม่ซ้ํา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กับรายชื่อของผูา้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งตามมาตรา ๙๔ และ (๓) จัดทํารายชื่อเรียงตามลําดับหมายเลข สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๔ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ่ ม เติ ม โดยรัสําธรรมนู ญ แห่ ง ราชอาณาจัาก รไทย แก้ ไ ขเพิกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั ่ ม เติ ม (ฉบั บ ที่ ๑) มาตรา ๙๕ แก้ ไ ขเพิ ฐ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีก พุทธศักราช ๒๕๕๔ ๕ านั แก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนู สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี เติ มาตรา สํ๙๖กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มกา ม (ฉบับที่ ๑) พุทธศักราช ๒๕๕๔ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั สํานัก ๖ มาตรา ๙๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยรักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กรไทย แก้ไขเพิ่งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจั มเติม (ฉบับที่ ๑) พุทธศักราช ๒๕๕๔งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • - ๒๙ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๗ มาตรา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๙๘ การคํ า นวณสั ดส่ วนผู้ ส มั ค รรั บ เลื อ กตั้ ง ตามบั ญ ชี ร ายชื่ อ ของแต่ ล ะ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี พรรคการเมืองที่จะได้รับเลือกตั้ง ให้นําคะแนนที่แต่ละพรรคการเมืองได้รับการเลือกตั้งมารวมกันทั้ง สํานั ละพรรคการเมือง เป็น กา ประเทศแล้วคํสํานวณเพื่อแบ่งจํานวนผู้ที่จะได้รับเลือกของแต่กงานคณะกรรมการกฤษฎีสัดส่วนที่สัมพันธ์ า นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กันโดยตรงกับจํานวนคะแนนรวมข้างต้น โดยให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งซึ่งมีรายชื่อในบัญชีรายชื่อของแต่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาับเลือกตามเกณฑ์คะแนนที่คํานวณได้เรียงตามลําดับหมายเลขในบัญชีรายชื่อ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ละพรรคการเมืองได้ร ของพรรคการเมืองนั้ น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ แ ละวิธีการที่บัญ ญั ติไว้ในพระราชบัญ ญัติป ระกอบ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รัฐธรรมนูญว่าสําวนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ด้ ยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู ให้นําบทบัญญัติมาตรา ๙๔ วรรคหก มาใช้บาังคับกับการนัสําคะแนนการเลือกตั้ง กา บ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อด้วยโดยอนุโลม ทั้งนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้งอาจ กําหนดให้มีการรวมผลการนับคะแนนเบื้องต้นที่จังหวัดก่อนก็กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั ได้ มาตรา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๙๙ บุคคลผูนักงานคณะกรรมการกฤษฎีนา ้มีสิทธิเลือกตั้งานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ เป็ ก ผู สํ (๑) มีสัญชาติไทย แต่บุคคลผู้มีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ ต้องได้สัญชาติไทย สํา าห้าปี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาแล้วไม่น้อยกว่นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๒) มีอายุไม่ต่ํากว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ในวันที่ ๑ มกราคมของปีที่มีการเลือกตั้ง และ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ชื่ออยู่ในทะเบีนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา วเป็นเวลาไม่นนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ยนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้ สํา ้อยกว่าเก้าสิบวันนับ (๓) มี ถึงวันเลือกตั้ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งซึ่งอยู่นอกเขตเลือกตั้งทีานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาหรือมีชื่ออยู่ใน ่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ทะเบี ย นบ้ า นในเขตเลื อ กตั้ ง เป็ น เวลาน้ อ ยกว่ า เก้ า สิ บ วั น นั บ ถึ ง วั น เลื อ กตั้ ง หรื อ มี ถิ่ น ที่ อ ยู่ น อก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ราชอาณาจักรย่อมมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๐๐ บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ในวันเลือกตั้ง เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สิทธิเลือกตั้ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๑) เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกอยู่ในระหว่างถูานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ กเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๒) า (๓) ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาลหรือโดยคําสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย สํานั(๔) วิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๐๑ บุ ค คลผู้ มีคุ ณ สมบั ติ ดัง ต่อ ไปนี้ เป็น ผู้มี สิท ธิ ส มั ค รรั บ เลือ กตั้ ง เป็ น สมาชิกสภาผู้แสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ทนราษฎร สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด (๒) า ายี่สิบห้าปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกมีอายุไม่ต่ํากว่สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ้ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๗ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๙๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑) พุทธศักราช ๒๕๕๔ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • - ๓๐ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๓) เป็ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืา งหนึ่งแต่เพียงพรรคเดียวเป็นเวลา กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก อ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ติดต่อกันไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในกรณีที่มีการเลือกตั้งทั่วไปเพราะเหตุยุบสภา สํ พรรคการเมืองใดพรรคการเมื สํยงพรรคเดียวเป็นเวลาติด กา ต้องเป็นสมาชิกานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา องหนึ่งแต่เพีานักงานคณะกรรมการกฤษฎีต่อกันไม่น้อยกว่า สามสิบวันนับถึงวันเลือกตั้ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาผู้ ส มั ค รรั บ เลื อนักงานคณะกรรมการกฤษฎีก้ ง ต้ อ งมี ลั ก ษณะอย่ า งใดอย่ า งหนึ่ ง กา สํา กตั้ ง แบบแบ่ ง เขตเลื อ กตั า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี (๔) ดังต่อไปนี้ด้วย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นัก (ก) มี ชื่ อ อยู่ ใ นทะเบี ย นบ้ า นในจัสํงาหวั งานคณะกรรมการกฤษฎีมาแล้ ว เป็ น เวลา ด ที่ ส มั ค รรั บ เลื อ กตั้ ง กา ติดต่อกันไม่น้อยกว่าห้าปีนับถึงวันสมัาครรังานคณะกรรมการกฤษฎีกา บเลือกตั้ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นัก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ข) เป็นบุคคลซึ่งเกิดในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้ง (ค) เคยศึกษาในสถานศึ ั้ งอยู นจังหวัดที่สมัครรั บเลื า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ก ษาที่ ตสํานัก่ ใงานคณะกรรมการกฤษฎีกอ กตั้ ง เป็ น เวลา ติดต่อกันไม่น้อยกว่าห้าปีการศึกษา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ง) เคยรับราชการหรือเคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวันักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ดที่สมัครรับเลือกตั้ง เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าห้าปี สํานั(๕)๘ (ยกเลิก) กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๖) คุณสมบัติอื่นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เลือกตั้งสมาชิกสภาผู า สํานั งานคณะกรรมการกฤษฎี มาตรา ๑๐๒ บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนีกเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้กใาช้สิทธิสมัครรับ ้ เลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๑) ติดยาเสพติดให้โทษ สํานั(๒) เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้งานคณะกรรมการกฤษฎีกา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก มละลายทุจริต (๓) เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตาม มาตรา ๑๐๐ (๑) (๒) หรื สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อ (๔) สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๔) ต้องคําพิพากษาให้จําคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล สํานั(๕) เคยต้องคําพิพากษาให้จําคุกโดยได้สํา้นโทษมายังไม่ถึงห้าปีในวันเลือกตั้ง เว้นแต่ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในความผิดอันได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเคยถู ก ไล่ อ อก นัปลดออก หรื อ ให้ อ อกจากราชการ หน่ นัยงานของรั ฐ หรื อ กา สํา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สําว กงานคณะกรรมการกฤษฎี (๖) รัฐวิสาหกิจเพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือถือว่ากระทําการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ สํานั(๗) เคยต้องคําพิพากษาหรือคําสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน เพราะ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ร่ํารวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๘) เป็นข้าราชการซึ่งมีตําแหน่งหรือเงินเดือนประจํานอกจากข้าราชการการเมือง สํานั(๙) เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา องถิ่น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๘ ,มาตรา ๑๐๑(๕)งานคณะกรรมการกฤษฎีกาญ แห่ ง ราชอาณาจั ก รไทย แก้ ไ ขเพิ่ ม เติาม (ฉบั บ ที่ ๑) ยกเลิ ก โดยรั ฐ ธรรมนู สํานัก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก พุทธศักราช ๒๕๕๔ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • - ๓๑ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๑๐) วุฒ กงานคณะกรรมการกฤษฎี วุฒ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นสมาชิกสํานัิสภาหรือเคยเป็นสมาชิกกา ิสภาและสมาชิกภาพสิ้นสุดลงแล้ว กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ยังไม่เกินสองปี สํานั(๑๑) เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกหรือรัฐวิสาหกิจ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ยราชการ หน่วยงานของรัฐ า หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็ น ตุ ล าการศาลรั ฐ ธรรมนู ญ กรรมการการเลื อ กตัสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๑๒) ้ ง ผู้ ต รวจการแผ่ น ดิ น กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน หรือกรรมการสิทธิ สํานั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มนุษยชนแห่งชาติกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๑๓) อยู่ในระหว่าสํงต้องห้ามมิให้ดํารงตําแหน่งกทางการเมืองตามมาตรา ๒๖๓ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา านักงานคณะกรรมการกฤษฎี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๑๔) เคยถูกวุฒิสภามีมติตามมาตรา ๒๗๔ ให้ถอดถอนออกจากตําแหน่ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๐๓ พรรคการเมืองที่ส่งสมาชิกเข้าเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งในการเลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้งใด ต้องส่ สมั กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา งสมาชิกเข้าสํานัครรับเลือกตั้งให้ครบจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะพึงมี กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ได้ในเขตเลือกตั้งนั้น และจะส่งเกินจํานวนดังกล่าวมิได้ สํานัเมืงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กเข้าสมัครรับงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ก ่อพรรคการเมืองใดส่งสมาชิ สํานัก เลือกตั้งครบจํานวนตามวรรคหนึ่งแล้ว แม้ภายหลังจะมีจํานวนลดลงจนไม่ครบจํานวน ไม่ว่าด้วยเหตุใด ให้ถือว่าพรรคการเมืองนั้นส่งสมาชิก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีครบจํานวนแล้ว านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เข้าสมัครรับเลือกตั้ง กา เมื่อพรรคการเมืองใดส่งสมาชิกเข้าสมัครรับเลือกตั้งแล้ว พรรคการเมืองนั้นหรือ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นัก ผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคการเมืองนั้น จะถอนการสมัาครรังานคณะกรรมการกฤษฎีกา ้สมัครรับ บเลือกตั้งหรือเปลี่ยนแปลงผู เลือกตั้งมิได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัมาตรา ๑๐๔ อายุของสภาผู้แทนราษฎรมีกํางานคณะกรรมการกฤษฎีกาันเลือกตั้ง กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก หนดคราวละสี่ปีนับแต่ว ในระหว่างอายุของสภาผู้แทนราษฎร จะมีการควบรวมพรรคการเมืองที่มีสมาชิก เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมิได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัมาตรา ๑๐๕ สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเริ่มตั้งแต่วันเลือกตั้ง กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑๐๖ สมาชินักงานคณะกรรมการกฤษฎีทนราษฎรสิ้นสุดลงกเมื่อ สํา กภาพของสมาชิกสภาผู้แ กา สํานั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา (๑) ถึงคราวออกตามอายุของสภาผู้แทนราษฎร หรือมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร สํานั(๒) ตาย กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๓) ลาออก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๔) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๑๐๑ สํานั(๕) มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๐๒สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๖) กระทําการอันต้องห้ามตามมาตรา ๒๖๕ หรือมาตรา ๒๖๖ (๗) า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกลาออกจากพรรคการเมืองที่ตนเป็นสมาชิกาหรือพรรคการเมืกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํานั องที่ตนเป็นสมาชิก มีม ติด้วยคะแนนเสี ยงไม่ น้อยกว่าสามในสี่ของที่ประชุ ม ร่วมของคณะกรรมการบริหารของพรรค สํานักกสภาผู้แทนราษฎรที่สังา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การเมืองและสมาชิงานคณะกรรมการกฤษฎีกกัดพรรคการเมืาองนั้น ให้พ้นจากการเป็นสมาชิกของพรรค การเมืองที่ตนเป็นสมาชิ ก ในกรณีเช่นนี้ ให้ถือว่าสิ้นสุดสมาชิกภาพนับแต่วันที่ลาออกหรือพรรค สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามาชิกสภาผู้แสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี่อศาลรัฐธรรมนูสําภายในสามสิบวันนับ กา การเมืองมีมติเว้นแต่ส ทนราษฎรผู้นั้นได้อุทธรณ์ต กา ญ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • - ๓๒ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แต่ วั น ที่ พ รรคการเมื า า นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกอ งมี ม ติ คั ด ค้สํานว่ า มติ ดั ง กล่ า วมี ลั ก ษณะตามมาตรา ๖๕นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา วรรคสาม ถ้ า ศาล รัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามติดังกล่าวมิได้มีลักษณะตามมาตรา ๖๕ วรรคสาม ให้ถือว่าสมาชิกภาพสิ้นสุด สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ้าศาลรั า วินิจฉัยว่ามติดังกล่าวมีลักษณะตามมาตรา ลงนับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แต่ถกา ฐธรรมนูสํญนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๖๕ วรรคสาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้นั้นอาจเข้าเป็นสมาชิกของพรรคการเมืองอื่นได้ภายใน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก่ศาลรัฐธรรมนูสําวินิจฉัย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สามสิบวันนับแต่วันที า ญ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๘) ขาดจากการเป็นสมาชิกของพรรคการเมืองในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคําสั่งยุบ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก พรรคการเมืองที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้นั้นเป็นสมาชิก งานคณะกรรมการกฤษฎีกา กของพรรค และไม่อาจเข้าเป็นสมาชิ การเมืองอื่นได้ภายในหกสิบวันนับแต่นัันงานคณะกรรมการกฤษฎีสั่ง ในกรณีเช่นนี้ให้กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ว ที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคํา กา ถือว่าสิ้นสุดสมาชิก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ก สํานั ภาพนับแต่วันถัดจากวันที่ครบกําหนดหกสิบวันนั้น ให้ กอดถอนออกจากตํ า แหน่ สํานั(๙) วุ ฒิ ส ภามี ม ติ ต ามมาตรา ๒๗๔ สํานัถ งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ง หรื อ ศาล กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รัฐธรรมนูญมีคําวินิจฉัยให้พ้นจากสมาชิกภาพตามมาตรา ๙๑ หรือศาลฎีกามีคําสั่งตามมาตรา ๒๓๙ วรรคสอง ในกรณีเช่ก นี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีนา ้ ให้ถือว่าสิ้นสุดสมาชิกภาพนับแต่วันที่วกาิสภามีมติหรือศาลมีคําวินิจฉัยหรือมี กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ุฒ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี คําสั่งแล้วแต่กรณี สํานั(๑๐) ขาดประชุ ม เกิ น จํกาานวนหนึ่ ง ในสีาข องจํ า นวนวั น ประชุ ม ในสมั ย ประชุ ม ที่ มี กงานคณะกรรมการกฤษฎี สํ ่ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กําหนดเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยยี่สิบวันโดยไม่ได้รับอนุญาตจากประธานสภาผู้แทนราษฎร สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ต้องคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก แม้จะมีการรอการลงโทษกเว้นแต่เป็นการรอ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั งานคณะกรรมการกฤษฎี (๑๑) การลงโทษในความผิดอันได้กระทําโดยประมาท ความผิดลหุโทษ หรือความผิดฐานหมิ่นประมาท สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๐๗ เมื่ออายุของสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง พระมหากษัตริย์จะได้ทรง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตราพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่เป็นการเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งต้อง กําหนดวันเลือสํานั้งกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่อายุของสภาผูกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นเลือกตั้งนั้น กตั ภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วัน สํานั ้แทนราษฎรสิ้นสุดลง และวั ต้องกําหนดเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๐๘ พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอํานาจที่จะยุบสภาผู้แทนราษฎร สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อให้มีการเลืสํากตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ อ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การยุบสภาผู้แทนราษฎรให้กระทําโดยพระราชกฤษฎีกา ซึ่งต้องกําหนดวันเลือกตั้ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักอกตั้งทั่วไปภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ าสี่สิบห้าวันแต่ไม่เกิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่เป็นการเลืงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หกสิ บ วั น นั บ แต่ วั น ยุ บ สภาผู้ แ ทนราษฎร และวั น เลื อ กตั้ ง นั้ น ต้ อ งกํ า หนดเป็ น วั น เดี ย วกั น ทั่ ว สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ราชอาณาจักรสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การยุบสภาผู้แทนราษฎรจะกระทําได้เพียงครั้งเดียวในเหตุการณ์เดียวกัน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัมาตรา ๑๐๙ เมื่อตําแหน่า สมาชิกสภาผู้แนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาอื่นใดนอกจาก กงานคณะกรรมการกฤษฎีก ง สํา ทนราษฎรว่างลงเพราะเหตุ ถึ ง คราวออกตามอายุ ข องสภาผู้ แ ทนราษฎรหรื อ เมื่ อ มี ก ารยุ บ สภาผู้ แ ทนราษฎร ให้ ดํ า เนิ น การ ดังต่อไปนี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๑) ในกรณีที่เป็นตําแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่ง สํ มีก งานคณะกรรมการกฤษฎี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เขตเลือกตั้ง ให้านัการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูก้แทนราษฎรขึ้นแทนตําแหน่งที่ว่างภายในสี่สิบห้าวันนับแต่ วันที่ตําแหน่งนั้นว่าง เว้นแต่อายุของสภาผู้แทนราษฎรจะเหลือไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • - ๓๓ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๙ (๒) สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาในกรณีที่เป็นตํนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา าแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งแบบบัญชี กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี รายชื่อ ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรประกาศให้ผู้มีชื่ออยู่ในลําดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรค สําา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การเมืองนั้นเลืสํานขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แกา ่อ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี ทนราษฎรแทนตํนัแหน่งที่ว่าง โดยต้องประกาศในราชกิจจา นุเบกษาภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ตําแหน่งนั้นว่างลง เว้นแต่ไม่มีรายชื่อเหลืออยู่ในบัญชีที่จะเลื่อน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา่าง ให้สมาชิกสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ่อประกอบด้นัยสมาชิกเท่าที่มีอยู่ สํา วกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ขึ้นมาแทนตําแหน่งที่ว สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้เข้ามาแทนตาม (๑) ให้เริ่มนับแต่วัน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา เลือกตั้งแทนตําแหน่งที่ว่าง ส่วนสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผูก้แทนราษฎรผู้เข้ามาแทนตาม (๒) ให้เริ่ม นับแต่วันถัดจากวันประกาศชื่อในราชกิงานคณะกรรมการกฤษฎีกมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้เข้ามาแทน กา จจานุเบกษา และให้ส า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ตําแหน่งที่ว่างนั้น อยู่ในตําแหน่งได้เพียงเท่าอายุของสภาผู้แทนราษฎรที่เหลืออยู่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๑๐ ภายหลั ง ที่ ค ณะรั ฐ มนตรี เ ข้ า บริ ห ารราชการแผ่ น ดิ น แล้ ว พระมหากษั ต ริ ย์ จ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีะทรงแต่ ง ตั้ ง สมาชิ ก สภาผู้ แ ทนราษฎรผูกเา น หั ว หน้ า พรรคการเมื อ งในสภา กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ้ ป็ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ผู้แทนราษฎรที่สมาชิกในสังกัดของพรรคตนมิได้ดํารงตําแหน่งรัฐมนตรี และมีจํานวนมากที่สุดใน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก ไ สํา งรั ฐ มนตรี แต่ ไม่ น้ อยกว่ า บรรดาพรรคการเมืองที่สมาชิกในสังกัดมิา ด้ดํารงตําแหน่นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาหนึ่งในห้าของ จํา นวนสมาชิ กทั้ ง หมดเท่ า ที่ มี อ ยู่ข องสภาผู้ แ ทนราษฎรในขณะแต่ ง ตั้ ง เป็ น ผู้นํ า ฝ่ า ยค้ า นในสภา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้แทนราษฎร ในกรณีที่ไม่มีพรรคการเมืองใดในสภาผู้แทนราษฎรมีลักษณะที่กําหนดไว้ตามวรรค สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก หนึ่ง ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองซึ่งได้รับเสียงสนับสนุานข้างมากจาก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพรรคการเมืองที่สมาชิกในสังกัดของพรรคนั้นมิได้ดํารงตําแหน่งรัฐมนตรี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ในกรณีที่มีเสียงสนับสนุนเท่ากัน ให้ใช้วิธีจับสลาก สํานัให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งผู้นํา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ผู้นําฝ่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ายค้านในสภาผูกงานคณะกรรมการกฤษฎีกาาแหน่งเมื่อขาดคุณงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั ้แทนราษฎรย่อมพ้นจากตํ สํานัก สมบัติดังกล่าวใน วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง และให้นําบทบัญญัติมาตรา ๑๒๔ วรรคสี่ มาใช้บังคับโดยอนุโลม ในกรณี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ฝ่ สํา ้แทนราษฎรแทนตําแหน่งที เช่นนี้พระมหากษัตริย์จะได้ทรงแต่งตั้งผู้นํากาายค้านในสภาผูนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา่ว่าง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนที่ ๓ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา วุฒิสภา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๑๑ วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกจํานวนรวมหนึ่งร้อยห้าสิบคน ซึ่งมาจาก การเลือกตั้งในแต่กงานคณะกรรมการกฤษฎีก่า คน และมาจากการสรรหาเท่ากับจํานวนรวมข้างต้นหัก สํานั ละจังหวัด จังหวัดละหนึง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ด้วยจํานวนสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้ง ๙ มาตรา ๑๐๙(๒)กแก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มกา ม (ฉบับที่ ๑) เติ สํานั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี พุทธศักราช ๒๕๕๔ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • - ๓๔ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในกรณี ่ม นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ก นัก ิสภาที่มาจากการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่มีการเพิสําหรือลดจังหวัดในระหว่างวาระของสมาชิสําวุฒงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เลือกตั้งให้วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกเท่าที่มีอยู่ สํานัในกรณีที่ตําแหน่งสมาชิกวุฒิสภาว่างลงไม่นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มีการเลือกตั้ง กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ว่าด้วยเหตุใด ๆ และยังมิได้ หรือสรรหาขึ้นแทนตําแหน่งที่ว่าง แล้วแต่กรณี ให้วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกวุฒิสภาเท่าที่มีอยู่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่มีเหตุการณ์กด ๆ ทําให้สมาชิกวุฒิสกา ครบจํานวนตามวรรคหนึ่ง แต่มี กา สํานัใ งานคณะกรรมการกฤษฎี ภาไม่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ในกรณี จํานวนไม่น้อยกว่าร้อยละเก้าสิบห้าของจํานวนสมาชิกวุฒิสภาทั้งหมด ให้ถือว่าวุฒิสภาประกอบด้วย สํ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก สมาชิกจํานวนดัางนักล่าว แต่ต้องมีการเลือกตั้งหรือการสรรหาให้งานคณะกรรมการกฤษฎีกานวนตามวรรค ได้สมาชิกวุฒิสภาครบจํ า หนึ่งภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่าวันที่มีเหตุการณ์ดังกล่าว และให้สมาชิกวุฒาิสภาที่เข้ามานั้นอยู่ใน กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี ตําแหน่งเพียงเท่าอายุของวุฒิสภาที่เหลืออยู่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๑๒ การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาในแต่ละจังหวัด ให้ใช้เขตจังหวัดเป็นเขต เลือกตั้งและให้มีสมาชิ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกากวุฒิสภาจังหวันักงานคณะกรรมการกฤษฎีกธิาเลือกตั้งออกเสีายงลงคะแนนเลือกตั้ง กา สํา ดละหนึ่งคน โดยให้ผู้มีสิท สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี ผู้สมัครรับเลือกตั้งได้หนึ่งเสียงและให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ สํานัเพื่อประโยชน์ในการเลือกา ้งสมาชิกวุฒิสนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กงานคณะกรรมการกฤษฎี กตั สํา ภา ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งสามารถหาเสียง เลือกตั้งได้ก็แต่เฉพาะที่เกี่ยวกับการปฏิบัติงานในหน้าที่ของวุฒิสภา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเกณฑ์ วิธีการ าและเงื่อนไขในการเลือกตักา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี ้งและการหาเสีสํางเลืงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หลัก ย นัก อกตั้งของสมาชิก วุฒิส ภาให้เป็นไปตามพระราชบัญ ญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้ แทน สํานั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ราษฎรและการได้กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๑๓ ให้มีคณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาคณะหนึ่ง ประกอบด้วย ประธานศาลรั ฐนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ธรรมนู ญ ประธานกรรมการการเลื อ กตันักประธานผู้ ต รวจการแผ่า ดิ น ประธาน สํา้ ง งานคณะกรรมการกฤษฎีกน กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้พิพากษาใน ศาลฎีกาซึ่งดํารงตําแหน่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา งไม่ต่ํากว่าผู้พนักากษาศาลฎีกาที่ที่ประชุกาใหญ่ศาลฎีกามอบหมายจํานวนหนึ่ง กา สํา ิพ งานคณะกรรมการกฤษฎี ม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี คนและตุลาการในศาลปกครองสูงสุดที่ที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมอบหมายจํานวน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หนึ่งคนเป็นกรรมการ ทําหน้าที่สรรหาบุคคลตามมาตราสํา๑๑๔ ให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่ วันที่ได้รับบัญชีรายชื่อจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง แล้วแจ้งผลการสรรหาให้คณะกรรมการการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รับการสรรหาเป็นสมาชิกวุฒิสภา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เลือกตั้งประกาศผลผู้ได้ ให้กรรมการตามวรรคหนึ่งเลือกกันเองให้กรรมการผู้หนึ่งเป็นประธานกรรมการ สํานัในกรณี ที่ ไ ม่ มี ก รรมการในตํ า แหน่ ง ใด าหรืงานคณะกรรมการกฤษฎีบา ิ ห น้ า ที่ ไ ด้ ถ้ า กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นัก อ มี แ ต่ ไ ม่ ส ามารถปฏิ ก ั ต กรรมการที่ เ หลื อ อยู่ นั้ น มี จํ า นวนไม่ น้ อ ยกว่ า กึ่ ง หนึ่ ง ให้ ค ณะกรรมการสรรหาสมาชิ ก วุ ฒิ ส ภา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ประกอบด้วยกรรมการที่เหลืออยู่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๑๔ ให้คณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาดําเนินการสรรหาบุคคลที่มี ความเหมาะสมจากผูไ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก้าด้รับการเสนอชื่อจากองค์กรต่าง ๆ ในภาควิชาการ ภาครัฐ งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก ภาคเอกชน ภาค วิชาชีพและภาคอื่นที่เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติการตามอํานาจหน้าที่ของวุฒิสภาเป็นสมาชิกวุฒิสภา สํา มีตามที่กําหนดในมาตรา สํ เท่าจํานวนที่จะพึนังกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา๑๑๑ วรรคหนึา่งนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในการสรรหาบุ ค คลตามวรรคหนึ่ ง ให้ คํ า นึ ง ถึ ง ความรู้ ความเชี่ ย วชาญ หรื อ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาประโยชน์ในการปฏิบัติงานของวุฒิสภาเป็นสําคัญ และให้านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ คํานึงถึงองค์ประกอบ ประสบการณ์ที่จะเป็น
  • - ๓๕ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จากบุคคลที่มีความรู้ค สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาวามสามารถในด้กนต่าง ๆ ที่แตกต่างกัน กา สํานัางานคณะกรรมการกฤษฎี โอกาสและความเท่าเทียมกันทางเพศ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี สัดส่วนของบุคคลในแต่ละภาคตามวรรคหนึ่งที่ใกล้เคียงกัน รวมทั้งการให้โอกาสกับผู้ด้อยโอกาสทาง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สังคมด้วย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หลั ก เกณฑ์ วิ ธี ก าร และเงื่ อ นไขในการสรรหาสมาชิ ก วุ ฒิ ส ภา ให้ เ ป็ น ไปตาม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ฐธรรมนูญนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่ง กา สํา ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิ า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี พระราชบัญญัติประกอบรั สมาชิกวุฒิสภา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๑๕ บุคคลผูงานคณะกรรมการกฤษฎีักา ้มีคุณสมบัติและไม่มีลก ษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้เป็นผู้มีสิทธิ กา สํานัก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี สมัครรับเลือกตั้งหรือได้รับการเสนอชื่อเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิกวุฒิสภา สํานั(๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๒) มีอายุไม่ต่ํากว่าสี่สิบปีบริบูรณ์ในวันสมัครรับเลือกตั้งหรือวันที่ได้รับการเสนอชื่อ (๓) า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกสําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญาตรีหรือเทีายบเท่า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๔) ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งต้องมีลักษณะอย่าง นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ใดอย่างหนึ่ง ดัสํงาต่อไปนี้ด้วย (ก) มี ชื่ อ อยู่ ใ นทะเบี ย นบ้ า นในจั ง หวั ด ที่ ส มั ค รรั บ เลื อ กตั้ ง มาแล้ ว เป็ น เวลา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ปีนับถึงวันสมัาครรังานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นัก บเลือกตั้ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ติดต่อกันไม่น้อยกว่าห้า (ข) เป็นบุคคลซึ่งเกิดในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ค) เคยศึกษาในสถานศึกษาที่ตสํานัก่ใงานคณะกรรมการกฤษฎีกอกตั้งเป็นเวลา ั้งอยู นจังหวัดที่สมั ครรั บเลื า ติดต่อกันไม่น้อยกว่าห้าปีการศึกษา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ง) เคยรับราชการหรือเคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้ง เป็นเวลาติดต่อกันักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานไม่น้อยกว่าห้าปี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๕) ไม่เป็นบุพการี คู่สมรส หรือบุตรของผู้ดํารงตําแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือผู้ดํารงตําแหน่ง กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีทางการเมือง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๖) ไม่เป็นสมาชิกหรือผู้ดํารงตําแหน่งใดในพรรคการเมืองหรือเคยเป็นสมาชิกหรือ สํา งกงานคณะกรรมการกฤษฎีก เคยดํารงตําแหน่นัและพ้นจากการเป็นสมาชิากหรือการดําสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา องมาแล้วยัง รงตําแหน่งใด ๆ ในพรรคการเมื ไม่เกินห้าปีนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งหรือวันที่ได้รับการเสนอชื่อ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือเคยเป็นสมาชิกสภาผูนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ้แทนราษฎรและพ้น (๗) ไม่ จากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาแล้วไม่เกินห้าปีนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งหรือวันที่ได้รับการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เสนอชื่อ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๘) เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามมาตรา ๑๐๒ (๑) (๒) (๓) สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๔) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๑) (๑๒) (๑๓) หรือ (๑๔) งานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั(๙) ไม่เป็นรัฐมนตรีหรือกา้ดํารงตําแหน่สํทางการเมืองอื่นซึ่งมิใช่สมาชิกสภาท้องถิ่น กงานคณะกรรมการกฤษฎี ผู หรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือเคยเป็นแต่พ้นจากตําแหน่งดังกล่าวมาแล้วยังไม่เกินห้าปี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๑๖ สมาชิกวุฒิสภาจะเป็นรัฐมนตรี ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองอื่น หรือ ผู้ดํารงตําแหน่สํในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ มิได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา งานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บุคคลผู้เคยดํารงตําแหน่งสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกภาพสิ้นสุดลงมาแล้วยังไม่เกิน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาหรือผู้ดํารงตําแหน่งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก งทางการเมือง มิได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สองปีจะเป็นรัฐมนตรี
  • - ๓๖ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๑๗ สมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งเริ่มตั้งแต่วันที่มี สํานั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ วุฒ งานคณะกรรมการกฤษฎีกา การเลือกตั้งสมาชิกกวุฒิสภา และสมาชิกภาพของสมาชิกานักิสภาที่มาจากการสรรหาเริ่มตั้งแต่วันที่ คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการสรรหา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กภาพของสมาชิกวุฒิสภามีกําหนดคราวละหกปีนับแต่านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํวันเลือกตั้ง หรือวันที่ สมาชิ คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการสรรหา แล้วแต่กรณี โดยสมาชิกวุฒิสภาจะดํารงตําแหน่ง สํา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ติดต่อกันเกินหนึนัวาระไม่ได้ ่ง ให้สมาชิกวุฒิสภาซึนัสิ้งานคณะกรรมการกฤษฎีกา อยู่ในตําแหน่กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ่ง นสุดสมาชิกภาพตามวาระ งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ก สํานั ต่อไปจนกว่าจะมีสมาชิกวุฒิสภาขึ้นใหม่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๑๘ เมื่ อ วาระของสมาชิ ก วุ ฒิ ส ภาซึ่ ง มาจากการเลื อ กตั้ ง สิ้ น สุ ด ลง พระมหากษัตริย์จะได้ท สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รงตราพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้กสมาชิกวุฒิสภาซึนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีง า สํา ่งมาจากการเลือกตั้ง ใหม่เป็นการเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งต้องกําหนดวันเลือกตั้งภายในสามสิบวันนับแต่วันที่วาระของสมาชิก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํ กตั งานคณะกรรมการกฤษฎี วั วุ ฒิ ส ภาซึ่ ง มาจากการเลื อ กตั้ ง สิ้ น สุ ด ลงา และวั น เลื อานัก้ ง นั้ น ต้ อ งกํ า หนดเป็ นกาน เดี ย วกั น ทั่ ว ราชอาณาจักร สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี่อวาระของสมาชิกกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ้นสุดลง สํให้คณะกรรมการการ กา สํานัวุฒิสภาซึ่งมาจากการสรรหาสิ านักงานคณะกรรมการกฤษฎี เมื กา เลือกตั้งประกาศกําหนดวันเริ่มการสรรหาและระยะเวลาการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งต้องทําการสรร านักงานคณะกรรมการกฤษฎี า หาให้แล้วเสร็จสํภายในหกสิบวันนับแต่วันทีการะของสมาชิสําวุนัฒิสภาที่มาจากการสรรหาสิ้นสุดลง ่ว ก กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๑๙ สมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภาสิ้นสุดลง เมื่อ สํานั(๑) ถึงคราวออกตามวาระา กงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๒) ตาย (๓) า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกลาออก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๑๕ สํานั(๕) กระทําการอันต้องห้ามตามมาตรา ๑๑๖ งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๒๖๖ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก มาตรา ๒๖๕ หรือมาตรา (๖) วุ ฒิ ส ภามี ม ติ ต ามมาตรา ๒๗๔ ให้ ถ อดถอนออกจากตํ า แหน่ ง หรื อ ศาล สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกายให้พ้นจากสมาชิกภาพตามมาตรา ๙๑ กา อศาลฎีกามีคานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี หรื สํ ําสั่งตามมาตรา ๒๓๙ รัฐธรรมนูญมีคําวินิจฉั วรรคสองหรือมาตรา ๒๔๐ วรรคสาม ในกรณีเช่นนี้ ให้ถือว่าสิ้นสุดสมาชิกภาพนับแต่วันที่วุฒิสภามี สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มติหรือศาลมีคําาวินิจฉัยหรือมีคําสั่ง แล้วแต่กรณี (๗) ขาดประชุ ม เกิ น จํ า นวนหนึ่ ง ในสี่ ข องจํ า นวนวั น ประชุ ม ในสมั ย ประชุ ม ที่ มี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กําหนดเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยยี่สิบวัน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากประธานวุฒิสภา สํานั(๘) ต้องคํา พิพากษาถึงกา่สุดให้จําคุก แม้นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกนแต่เป็นการรอ กงานคณะกรรมการกฤษฎี ที สํา จะมีการรอการลงโทษ เว้ า การลงโทษในความผิดอันได้กระทําโดยประมาท ความผิดลหุโทษ หรือความผิดฐานหมิ่นประมาท มาตรา ๑๒๐ เมื่อตําแหน่งสมาชิกวุฒิสภาว่างลงเพราะเหตุตามมาตรา ๑๑๙ ให้นํา สํานั ๑๑๒ มาตรา ๑๑๓ มาตรา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี การเลื บทบัญญัติมาตรา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑๑๔ และมาตรา ๑๑๘ มาใช้บังคับกับกา อกตั้งหรือ การสรรหาสมาชิกวุฒิสภาในกรณีดังกล่าว และให้สมาชิกวุฒิสภาผู้เข้ามาแทนตําแหน่งที่ว่างนั้น อยู่ใน
  • - ๓๗ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตําแหน่งได้เพียงเท่ากา ฒ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน เว้นแต่วาระของสมาชิกวุสําิสภาที่ว่างลงจะเหลือ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน จะไม่ดําเนินการเลือกตั้งหรือการสรรหาก็ได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๒๑ ในการที่วุฒิสภาจะพิจารณาให้บุคคลดํารงตําแหน่งใดตามบทบัญญัติ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกวุฒิสภาแต่งตัสํคณะกรรมาธิการขึ้นคณะหนึ่ง ทําหน้าที่ตสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แห่งรัฐธรรมนูญนี้ ให้ า ้ง านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รวจสอบประวัติ ความ ประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดํารงตําแหน่งนั้น รวมทั้ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รวบรวมข้อเท็สําจริกงงานคณะกรรมการกฤษฎีนจําเป็น แล้วรายงานต่อวุฒิสภาเพื่อประกอบการพิจารณา จ นั และพยานหลักฐานอั กา ต่อไป สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การดําเนินการของคณะกรรมาธิการตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามวิธีการที่กําหนดใน ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนที่ ๔ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บทที่ใช้แก่สภาทั้งสอง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑๒๒ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาย่าอมเป็นผู้แทนปวงชน กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี มาตรา ชาวไทยโดยไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติ มอบหมาย หรือความครอบงําใด ๆ และต้องปฏิบัติหน้าที่ สํา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ด้วยความซื่อสัตนักสงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ย์ ุจริต เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของปวงชนชาวไทย โดยปราศจากการขัดกันแห่ง ผลประโยชน์ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ก นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัมาตรา ๑๒๓ ก่อนเข้ารักาหน้าที่ สมาชิสําสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาต้อง กงานคณะกรรมการกฤษฎี บ ปฏิญาณตนในที่ประชุมแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิกด้วยถ้อยคําดังต่อไปนี้ “ข้าพเจ้ น้นัก่ด้วยความซื่อสัตย์ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา า (ชื่อผู้ปฏิานัาณ) ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหสําาทีงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ ญ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สุจริตเพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่ง สํานัก กประการ” สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ราชอาณาจักรไทยทุงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑๒๔ สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาแต่ละสภา มีประธานสภาคนหนึ่งและ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี มาตรา รองประธานคนหนึ่งหรือสองคน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจากสมาชิกแห่งสภานั้น ๆ ตามมติของ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สภา ประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรดํารงตําแหน่งจนสิ้นอายุของสภาหรือมี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การยุบสภา สํานัประธานและรองประธานวุฒิสภาดํารงตําาแหน่งจนถึงวันก่อนวันเลืกากประธานและ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี อ รองประธานวุฒิสภาใหม่ ประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานและรองประธานวุฒิสภา กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ย่อมพ้นจากตําแหน่งก่อนวาระตามวรรคสองหรือวรรคสาม แล้วแต่กรณี เมื่อ สํานั(๑) ขาดจากสมาชิกภาพแห่งสภาที่ตนเป็นนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา สมาชิก (๒) ลาออกจากตําแหน่ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกดํารงตําแหน่งสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา าราชการการเมืองอื่น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๓) า นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี หรือข้
  • - ๓๘ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๔) า ก นักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกต้องคําพิพากษาให้งานคณะกรรมการกฤษฎีไม่าถึงที่สุดหรือมีสําารรอการลงโทษ เว้น กา สํานัก จําคุก แม้คดีนั้นจะยัง ก แต่เป็นกรณีที่คดียังไม่ถึงที่สุดหรือมีการรอการลงโทษในความผิดอันได้กระทําโดยประมาท ความผิด สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ลหุโทษหรือความผิดฐานหมิ่นประมาท กา ในระหว่างการดํารงตําแหน่ง ประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรจะเป็น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกดํารงตําแหน่งใดในพรรคการเมืองขณะเดียกา นมิได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี วกั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กรรมการบริหารหรือ า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๒๕ ประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานวุฒิสภามีอํานาจหน้าที่ดําเนิน กิจการของสภานั้น ๆ ให้เป็นไปตามข้อบังคับ รองประธานมีอกา ํานาจหน้าที่ตามที่ประธานมอบหมาย กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี และปฏิบัติหน้าที่แทนประธานเมื่อประธานไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ สํานัประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒาสภา และผู้ทําหน้าที่แทนกต้องวางตนเป็น กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ ิ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี า กลางในการปฏิบัติหน้าที่ เมื กประธานและรองประธานสภาผู้ แ ทนราษฎรหรื อ ประธานและรองประธาน กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี่ อา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี วุฒิสภาไม่อยู่ในที่ประชุม ให้สมาชิกแห่งสภานั้น ๆ เลือกกันเองให้สมาชิกคนหนึ่งเป็นประธานในคราว สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ประชุมนั้น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑๒๖ การประชุมสภาผู้แทนราษฎรและการประชุมวุสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ฒิสภาต้องมีสมาชิกมา ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา จึงจะเป็นองค์ประชุม สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เว้ น แต่ ใ นกรณีาก ารพิ จ ารณาระเบี ย บวาระกระทู้ ถ ามตามมาตรา ๑๕๖ และมาตรา ๑๕๗ สภา ผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาจะกําหนดเรื่ององค์ประชุมไว้ในข้อบังคับเป็นอย่างอื่นก็ได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การลงมติวินิจฉัยข้อปรึกษาให้ถือเอาเสียงข้างมากเป็นประมาณ เว้นแต่ที่มีบัญญัติไว้ เป็นอย่างอื่นในรันัธรรมนูญนี้ สําฐ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สมาชิกคนหนึ่งย่อมมีเสียงหนึ่งในการออกเสียงลงคะแนน ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุ า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกมออกเสียงเพิ่มขึนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ประธานรัฐสภา ประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานวุฒิสภา ต้องจัดให้มีการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี า บันทึกการออกเสียงลงคะแนนของสมาชิกแต่ละคน และเปิาดเผยบันทึกดังกล่าวไว้ในทีก่ที่ประชาชนอาจ เข้าไปตรวจสอบได้ เว้นแต่กรณีการออกเสียงลงคะแนนเป็นการลับ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี การออกเสียงลงคะแนนเลือกหรือให้ความเห็นชอบให้บุคคลดํารงตําแหน่งใด ให้ กา กระทําเป็นการลับ เว้นแต่ที่มีบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นในรัฐธรรมนูญนี้ และสมาชิกย่อมมีอิสระและไม่ถูก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผูกพันโดยมติของพรรคการเมืองหรืออาณัติอื่นใด สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๒๗ ภายในสามสิบวันนับแต่วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้มีการ เรียกประชุมรัฐสภาเพื่อให้สมาชิกได้มาประชุมเป็นครั้งแรกานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ ในปีหนึ่งให้มีสมัยประชุมสามัญทั่วไป และสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ วันประชุ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มครั้งแรกตามวรรคหนึ่ง ให้ถือเป็นวักาเริ่มสมัยประชุมนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี น สํา สามัญทั่วไป ส่วนวัน เริ่มสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติให้สภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้กําหนด ในกรณีที่การเริ่มประชุมครั้งแรก สํานั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตามวรรคหนึ่งสําเนักงานคณะกรรมการกฤษฎีึงหนึ่งร้อยห้าสิบวันกจะไม่มีการประชุมสมัยสามัญนิติบัญญัติ มี วลาจนถึงสิ้นปีปฏิทินไม่ถ กา สําหรับปีนั้นก็ได้
  • - ๓๙ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในสมั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ยประชุมสามัานันิติบัญญัติ ให้รัฐสภาดําเนิานการประชุมได้นัฉพาะกรณีที่บัญญัติ กา สํญ กงานคณะกรรมการกฤษฎีก สําเ กงานคณะกรรมการกฤษฎี ไว้ในหมวด ๒ หรือการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญหรือร่างพระราชบัญญัติการ สํา าหนด การให้ความเห็นชอบในการประกาศสงคราม การรับฟังคําชี้แจงและการให้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อนุมัติพระราชกํนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ความเห็นชอบหนังสือสัญญา การเลือกหรือการให้ความเห็นชอบให้บุคคลดํารงตําแหน่ง การถอดถอน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาง การตั้งกระทู้ถาม และการแก้ไขเพิ่มเติมา ฐธรรมนูญ เว้นนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก รั สํา แต่รัฐสภาจะมีมติให้ บุคคลออกจากตําแหน่ พิจารณาเรื่องอื่นใดด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสอง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สภา สมั ย ประชุ ม สามั ญาของรัฐ สภาสมั ย หนึ่ง ๆ ให้ มีกําหนดเวลาหนึงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ่ งร้ อยยี่ สิ บวั นแต่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก พระมหากษัตริย์จะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ขยายเวลาออกไปก็ได้ สํานัการปิดสมัยประชุมสมัยกา ญก่อนครบกํนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จะกระทําได้ กงานคณะกรรมการกฤษฎีสามั สํา าหนดเวลาหนึ่งร้อยยี่สิบวัน แต่โดยความเห็นชอบของรัฐสภา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๒๘ พระมหากษัตริย์ทรงเรียกประชุมรัฐสภา ทรงเปิดและทรงปิดประชุม สํานัพระมหากษั ตริ ย์จะเสด็กาพระราชดํ าเนิานัมาทรงทํ ารั ฐ พิ ธีเปิ ดประชุ ม สมั ยประชุ ม กงานคณะกรรมการกฤษฎี จ สํ น กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สามัญทั่วไปครั้งแรกตามมาตรา ๑๒๗ วรรคหนึ่ง ด้วยพระองค์เอง หรือจะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นิติภาวะแล้าว กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นั หรือผู้ใดผู้หนึ่งเป็นผู้แทนพระองค์ มาทํารัฐพิงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักธีก็ได้ ให้พระรัชทายาทซึ่งบรรลุ เมื่อมีความจําเป็นเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ พระมหากษัตริย์จะทรงเรียกประชุมรัฐสภา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นการประชุมสมัยวิสามัญก็ได้ ภายใต้บังคับมาตรา ๑๒๙ การเรียกประชุม การขยายเวลาประชุม และการปิด สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ประชุมรัฐสภาให้กระทําโดยพระราชกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๒๙ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาทั้งสองสภารวมกัน หรือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ้งานักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มีจํานวนไม่นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สําน้อยกว่าหนึ่งในสามของจํานวนสมาชิกทัสํหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้ง กา สองสภา มีสิทธิเข้าชื่อร้องขอให้นําความกราบบังคมทูลเพื่ อมีพระบรมราชโองการประกาศเรียก สํา นการประชุมสมัยวิสามัญได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ประชุมรัฐสภาเป็นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คําร้องขอดังกล่าวในวรรคหนึ่ง ให้ยื่นต่อประธานรัฐสภา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีปา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้ กระธานรัฐสภานําาความกราบบังคมทูลและลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ สํานัมาตรา ๑๓๐ ในที่ประชุกาสภาผู้แทนราษฎร งานคณะกรรมการกฤษฎีกา่ประชุมร่วมกัน กงานคณะกรรมการกฤษฎี ม สํานัก ที่ประชุมวุฒิสภา หรือที ของรัฐสภา สมาชิกผู้ใดจะกล่าวถ้อยคําใดในทางแถลงข้อเท็จจริง แสดงความคิดเห็น หรือออกเสียง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ลงคะแนน ย่อมเป็นเอกสิทธิ์โดยเด็ดขาด ผู้ใดจะนําไปเป็นเหตุฟ้องร้องว่ากล่าวสมาชิกผู้นั้นในทางใด มิได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เอกสิ ท ธิ์ ต ามวรรคหนึ่ ง ไม่ คุ้ ม ครองสมาชิ ก ผู้ ก ล่ า วถ้ อ ยคํ า ในการประชุ ม ที่ มี ก าร ถ่ายทอดทางวิทยุกระจายเสียงหรือวิทนักทรทัศน์ หากถ้อยคําที่กล่าวในที่ประชุมไปปรากฏนอกบริเวณ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ยุโงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี รัฐสภา และการกล่าวถ้อยคํานั้นมีลักษณะเป็นความผิดทางอาญาหรือละเมิดสิทธิในทางแพ่งต่อบุคคล สํานั หรือสมาชิกแห่งสภานั้น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อื่นซึ่งมิใช่รัฐมนตรีกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในกรณีตามวรรคสอง ถ้าสมาชิกกล่าวถ้อยคําใดที่อาจเป็นเหตุให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกแห่งสภานั้นได้รนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา งสภานั้นสํจัดให้มีการโฆษณาคํา กา สําับความเสียหาย ให้ประธานแห่ านักงานคณะกรรมการกฤษฎี รัฐมนตรีหรือสมาชิก า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • - ๔๐ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ชี้แจงตามที่บุคคลนั้นร้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาองขอตามวิธีการและภายในระยะเวลาที่กกาหนดในข้อบังคัานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ํา สํ บการประชุมของสภา นั้น ทั้งนี้โดยไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิของบุคคลในการฟ้องคดีต่อศาล สํานัเอกสิทธิ์ที่บัญญัติไว้ในมาตรานี้ ย่อมคุ้มครองไปถึงผู้พิมพ์และผู้โฆษณารายงานการ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ประชุมตามข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา หรือรัฐสภา แล้วแต่กรณี และคุ้มครองไปถึง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก่ประชุมอนุญาตให้กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั แถลงข้อเท็จจริง หรือแสดงความคิดเห็นานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํในที่ประชุม ตลอดจน บุคคลซึ่งประธานในทีา ผู้ดําเนินการถ่ายทอดการประชุมสภาทางวิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์ที่ได้รับอนุญาตจาก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ประธานแห่งสภานั้นด้วยโดยอนุโลม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๓๑ ในระหว่ า งสมั ย ประชุ ม ห้ า มมิ ใ ห้ จั บ คุ ม ขั ง หรื อ หมายเรี ย กตั ว สมาชิกสภาผู้แสํทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา ไปทําการสอบสวนในฐานะที่สมาชิกผู้นั้นา นผู้ต้องหาใน านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกเป็ คดีอาญา เว้นแต่ในกรณีที่ได้รับอนุญาตจากสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิก หรือในกรณีที่จับในขณะกระทํา ความผิด สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในกรณี ที่ มี ก ารจั บ สมาชิ ก สภาผู้ แ ทนราษฎรหรื อ สมาชิ ก วุ ฒิ ส ภาในขณะกระทํ า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก่ผ สํา โดยพลัน และประธานแห่ง ความผิดให้รายงานไปยังประธานแห่งสภาทีา ู้นั้นเป็นสมาชิกนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสภาที่ผู้นั้นเป็น สมาชิกอาจสั่งให้ปล่อยผู้ถูกจับได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่มีการฟ้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒสําภาในคดีอาญา ไม่ว่า กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในกรณี ิส นักงานคณะกรรมการกฤษฎี จะได้ฟ้องนอกหรือในสมัยประชุม ศาลจะพิจารณาคดีนั้นในระหว่างสมัยประชุมมิได้ เว้นแต่จะได้รับ สํานั สํ อนุญาตจากสภาทีกงานคณะกรรมการกฤษฎีกาคดีอันเกี่ยวกับานักงานคณะกรรมการกฤษฎีฐธรรมนูญว่าด้วย ่ผู้นั้นเป็นสมาชิก หรือเป็น พระราชบัญญัติประกอบรั กา การเลือกตั้งสมาชิ กสภาผู้แ ทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พระราชบั ญ ญัติป ระกอบ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรค การเมือง แต่กสํานักจงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ดขวางต่อการทีกงานคณะกรรมการกฤษฎีมสภา ารพิ ารณาคดีต้องไม่เป็นการขั สํานั่สมาชิกผู้นั้นจะมาประชุ กา การพิจารณาพิพากษาคดีที่ศาลได้กระทําก่อนมีคําอ้างว่าจําเลยเป็นสมาชิกของสภา ใดสภาหนึ่งย่อมเป็น กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีอันใช้ได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ถ้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาถูกคุมขังในระหว่างสอบสวนหรือ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี แต่ พิจารณาอยู่กสํานสมัยประชุม เมื่อถึงสมัยกประชุม พนักงานสอบสวนหรือศาล แล้วกา กรณี ต้องสั่ง ่อ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี า ปล่อยทันทีถ้าประธานแห่งสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิกได้ร้องขอ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีสัา ปล่อยให้มีผลบันักงานคณะกรรมการกฤษฎีกงวันสุดท้ายแห่สําสมัยประชุม สํา งคับตั้งแต่วันสั่งปล่อยจนถึ า คําก่ง ง นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัมาตรา ๑๓๒ ในระหว่ า งที่ อ ายุ ข องสภาผู้ แ ทนราษฎรสิ้ น สุา ลงหรื อ สภา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก ด ผู้แทนราษฎรถูกยุบ จะมีการประชุมวุฒิสภามิได้ เว้นแต่เป็นกรณีดังต่อไปนี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๑) การประชุมที่ให้วุฒิสภาทําหน้าที่รัฐสภาตามมาตรา ๑๙ มาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ และมาตรา ๑๘๙ โดยถือคะแนนเสียงจากจํานวนสมาชิกของวุฒิสภา กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี (๒) การประชุ ม ที่ ใ ห้ วุ ฒิ ส ภาทํ า หน้ า ที่ พิ จ ารณาให้ บุ ค คลดํ า รงตํ า แหน่ ง ใดตาม บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนู สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ญนี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๓) การประชุมที่ให้วุฒิสภาทําหน้าที่พิจารณาและมีมติให้ถอดถอนบุคคลออกจาก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตําแหน่ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • - ๔๑ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑๓๓ การประชุมสภาผู้แทนราษฎรกการประชุมวุฒิสนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี า สํา ภา และการประชุม ร่วมกันของรัฐสภา ย่อมเป็นการเปิดเผยตามลักษณะที่กําหนดไว้ในข้อบังคับการประชุมแต่ละสภา แต่ สํา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ถ้าคณะรัฐมนตรีนัหรือสมาชิกของแต่ละสภา หรือสมาชิกสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีํากนวนไม่น้อยกว่า ของทั้งสองสภารวมกัน มีจ า หนึ่งในสี่ของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา หรือจํานวนสมาชิกของทั้งสองสภาเท่าที่มี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีรณี ร้องขอให้ปสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อยู่รวมกัน แล้วแต่ก กา ระชุมลับ ก็ให้ประชุมลับ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นั มาตรา ๑๓๔ สภาผู้แ ทนราษฎรและวุาฒกงานคณะกรรมการกฤษฎีงคั บการประชุ ม ิสภามีอํานาจตราข้อบั กา เกี่ยวกับการเลือกและการปฏิบัติหสําาที่ของประธานสภา รองประธานสภา เรื่อนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา น้ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา งหรือกิจการอันเป็น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา อํ า นาจหน้ า ที่ ข องคณะกรรมาธิ ก ารสามั ญ แต่ ล ะชุ ด การปฏิ บั ติ ห น้ า ที่ แ ละองค์ ป ระชุ ม ของ คณะกรรมาธิการ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จารณาร่สําางพระราชบัญญัติประกอบรัาฐธรรมนูญและ สํานั วิธีการประชุมการเสนอและพิ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีก ร่างพระราชบัญญัติ การเสนอญัตติการปรึกษา การอภิปราย การลงมติ การบันทึกการลงมติ การ เปิดเผยการลงมติ การตั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ้งกระทู้ถามานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กษาระเบียบและความเรียบร้อย กา สํ การเปิดอภิปรายทั่วไป การรั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี และการอื่นที่เกี่ ยวข้อง รวมทั้งมีอํานาจตราข้ อบังคับเกี่ยวกับประมวลจริยธรรมของสมาชิ กและ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กรรมาธิการ และกิจการอื่นเพื่อดําเนินการตามบทบัญญัตสําห่งรัฐธรรมนูญนี้ ิแ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑๓๕ สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภามีอํานาจเลือกสมาชิกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั กของแต่ละสภาตั้ง มาตรา เป็น คณะกรรมาธิ ก ารสามั ญ และมี อํา นาจเลื อ กบุ ค คลผู้ เ ป็น สมาชิก หรื อมิ ได้ เป็ น สมาชิ ก ตั้ง เป็ น านั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี า คณะกรรมาธิกสํารวิกสามัญ เพื่อกระทํากิจการ พิจารณาสอบสวน หรือศึกษาเรื่องใด ๆกอันอยู่ในอํานาจ หน้าที่ของสภา แล้วรายงานต่อสภา มติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญดังกล่าวต้องระบุกิจการหรือเรื่อง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้ชัดเจนและไม่ซ้ําหรือซ้อนกัน สํานัคณะกรรมาธิการตามวรรคหนึ่งมีอํานาจออกคําสั่งเรียกเอกสารจากบุคคลใด หรือ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรียกบุ ค คลใดมาแถลงข้ อเท็ จ จริ งหรือแสดงความเห็น ในกิจ การที่ กระทํ าหรือ ในเรื่ องที่ พิ จ ารณา สอบสวนหรือศึกษาอยู สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ่นั้นได้ และให้นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกงาคับตามที่กฎหมายบัญญัติ แต่คําสั่ง กา สํา คําสั่งเรียกดังกล่าวมีผลบั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี เรี ย กเช่ นว่ านั้ นมิ ใ ห้ ใ ช้ บังคั บกั บผู้ พิพากษาหรือ ตุล าการที่ปฏิบั ติตามอํานาจหน้ าที่ ใ นกระบวนวิ ธี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั ละศาล และมิให้ใช้บังคับ พิจารณาพิพากษาอรรถคดีหรือการบริหารงานบุคคลของแต่กงานคณะกรรมการกฤษฎีกากับผู้ตรวจการ แผ่นดินหรือกรรมการในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญที่ปฏิบัติตามอํานาจหน้าที่โดยตรงในแต่ละ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตามบทบัญสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา องค์กรตามรัฐธรรมนูญ ญัติในรัฐธรรมนูญหรือตามพระราชบัญญัสําประกอบรัฐธรรมนูญ กา ติ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี แล้วแต่กรณี สํานัในกรณี ที่ บุ ค คลตามวรรคสองเป็ น ข้ าสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา า งของหน่ ว ย กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ราชการ พนั ก งาน หรื อ ลู กจ้ ราชการหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น ให้ประธานคณะกรรมาธิการแจ้งให้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รัฐมนตรีซึ่งบั งคับบัญชาหรือกํากับดูแลหน่วยงานที่บุคคลนั้นสังกัดทราบและมีคําสั่งให้บุคคลนั้ น ดําเนินการตามวรรคสอง เว้นแต่เป็นกรณีกาี่เกี่ยวกับความปลอดภัยหรือประโยชน์สําคัญของแผ่นดิน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ท สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้ถือว่าเป็นเหตุยกเว้นการปฏิบัติตามวรรคสอง เอกสิ ิไว้ในมาตรา ๑๓๐ นั้น ให้ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ทธิ์ที่บัญญัตสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีคุ้มครองถึงบุคคลผูกกระทําหน้าที่ตาม กา สํานั ้ งานคณะกรรมการกฤษฎี มาตรานี้ด้วย สํานักรรมาธิการสามัญซึ่งตั้งจากผู้ซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด ต้องมีจํานวน กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตามหรือใกล้เคียงกับอัตราส่วนของจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละพรรคการเมืองหรือกลุ่ม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พรรคการเมืองที่มีอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร
  • - ๔๒ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในระหว่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา า งที่ ยั ง ไม่ มนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ้ แ ทนราษฎรตามมาตรา ๑๓๔ ให้ กา สํา ี ข้ อ บั ง คั บ การประชุ ม สภาผู สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้กําหนดอัตราส่วนตามวรรคห้า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนที่ ๕ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การประชุมร่วมกันของรัฐสภา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๓๖ ในกรณีกตงานคณะกรรมการกฤษฎีการ่วมกัน ่อไปนี้ ให้รัฐสภาประชุม สํานั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๑) การให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งผู้สําเร็จราชการแทนพระองค์ตามมาตรา ๑๙ สํานั(๒) การปฏิญาณตนของผู้สําเร็จราชการแทนพระองค์ต่อรัฐสภาตามมาตรา ๒๑ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๓) การรับทราบการแก้ไขเพิ่มเติมกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตามมาตรา านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ ๒๒ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๔) การรับทราบหรือให้ความเห็นชอบในการสืบราชสมบัติตามมาตรา ๒๓ สํานั(๕) การมี ม ติ ใ ห้ รั ฐ สภาพิาจ ารณาเรื่ อ งอืา่ น ในสมั ย ประชุ ม สามั ญ นิกาบั ญ ญั ติ ไ ด้ ต าม กงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี ติ มาตรา ๑๒๗ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกการให้ความเห็นนักงานคณะกรรมการกฤษฎีมตามมาตรา ๑๒๗ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ชอบในการปิดสมัยประชุ กา สํานั (๖) า (๗) การเปิดประชุมรัฐสภาตามมาตรา ๑๒๘ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๘) การตราข้อบังคับการประชุมรัฐสภาตามมาตรา ๑๓๗ (๙) การให้ความเห็นชอบให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญหรือ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ร่างพระราชบัญญัติตามมาตรา ๑๔๕ ระกอบรัฐธรรมนูญหรือร่า กา สํานั(๑๐) การปรึกษาร่างพระราชบัญญัติปสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีงพระราชบัญญัติ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ใหม่ตามมาตรา ๑๕๑ (๑๑) สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การให้ ค วามเห็ น ชอบให้ พิ จ ารณาร่ า งรั ฐ ธรรมนู ญาแก้งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นัก ไ ขเพิ่ ม เติ ม ร่ า ง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญหรือร่างพระราชบัญญัติต่อไปตามมาตรา ๑๕๓ วรรคสอง สํานั(๑๒) การแถลงนโยบายตามมาตรา ๑๗๖านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ (๑๓) การเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา ๑๗๙ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การให้ความเห็นักชอบในการประกาศสงครามตามมาตรา านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา น งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ ๑๘๙ (๑๔) (๑๕) การรับฟังคําชี้แจงและการให้ความเห็นชอบหนังสือสัญญาตามมาตรา ๑๙๐ สํานั(๑๖) การแก้ไขเพิ่มเติมรักา กงานคณะกรรมการกฤษฎี ฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนที่ ๖ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๓๗ ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาให้ใช้ข้อบังคับการประชุมรัฐสภาใน ระหว่างที่ยังไม่มนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้ใช้ข้อบังสําบการประชุมสภาผู้แทนราษฎรโดยอนุโลม คั นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ีข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ไปพลางก่อน ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ให้นําบทที่ใช้แก่สภาทั้งสองมาใช้งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก บังคับโดยอนุโลม เว้นแต่ในเรื่องการตั้งคณะกรรมาธิการ กรรมาธิการซึ่งตั้งจากผู้ซึ่งเป็นสมาชิกของแต่ละสภาจะต้องมี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จํานวนตามหรืสําใกล้งานคณะกรรมการกฤษฎีกาานวนสมาชิกของแต่ละสภา อ นัก เคียงกับอัตราส่วนของจํ
  • - ๔๓ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐกธรรมนูญ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๓๘ ให้มีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ดังต่อไปนี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพระราชบั ญสําติ ปงานคณะกรรมการกฤษฎีา ด้ ว ยการเลื อ กตันัสมาชิ ก สภาผู้ แ ทน กา สํา้ ง กงานคณะกรรมการกฤษฎี (๑) ญั นัก ระกอบรัฐ ธรรมนู ญ ว่ กา ราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ก (๒) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่นัด้งานคณะกรรมการกฤษฎีกอกตั้ง า วยคณะกรรมการการเลื า (๓) พระราชบัญญัสํตาิประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วกา ยพรรคการเมือสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นักงานคณะกรรมการกฤษฎี (๔) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ สํานั(๕) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่นัด้งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ธรรมนูญ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ากวยวิธีพิจารณาของศาลรัฐ (๖) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารง ตําแหน่งทางการเมือง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๗) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน สํานั(๘) พระราชบั ญญั ติประกอบรัฐ ธรรมนูาญกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นัว่ าด้ วยการป้องกั นและปราบปรามการ ทุจริต สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกพระราชบัญญัสําิประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วกา สํา นดิน (๙) า ต นักงานคณะกรรมการกฤษฎี ยการตรวจเงินแผ่นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๓๙ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญจะเสนอได้ก็แต่โดย (๑) คณะรัฐมนตรี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๒) สมาชิ ก สภาผู้ แ ทนราษฎรจํ า นวนไม่ น้ อ ยกว่ า หนึ่ ง ในสิ บ ของจํ า นวนสมาชิ ก ทั้งหมดเท่าที่มสํายู่ของสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกสภาผู้แนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาภา มีจํานวนไม่ ีอ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ทนราษฎรและสมาชิกวุฒิส น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา หรือ (๓) ศาลรั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ฐธรรมนูานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํญ ศาลฎีกา หรือองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั ญ ซึ่งประธานศาล และประธานองค์กรนั้นเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนั้น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๔๐ การพิ จ ารณาร่ า งพระราชบั ญ ญั ติ ป ระกอบรั ฐ ธรรมนู ญ ของสภา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกิสภาให้กระทําสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้แทนราษฎรและวุฒ า เป็นสามวาระ ดังต่อไปนี้ (๑) การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่หนึ่งขั้นรับหลักการ และในวาระที่สองขั้น สําดับงานคณะกรรมการกฤษฎีกา านัก มาตรา ให้ถือเสียงข้างมากของแต่ละสภา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั พิจารณาเรียงลํ (๒) การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่สาม ต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยในการที่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จะให้ออกใช้เป็นพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญมากกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่ มีอยู่ของแต่ละสภา งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้นําบทบัญญัติในหมวด ๖ ส่วนที่ ๗ การตราพระราชบัญญัติ มาใช้บังคับกับการ พิจารณาร่างพระราชบั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาญญัติประกอบรัฐธรรมนูญด้วยโดยอนุโลม า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัมาตรา ๑๔๑ เมื่ อ รั ฐ สภาให้ ค วามเห็ นกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ญั ติ ป ระกอบ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั ชอบกั บ ร่ า งพระราชบั ญ รั ฐ ธรรมนู ญ แล้ ว ก่ อ นนํ า ขึ้ น ทู ล เกล้ า ทู ล กระหม่ อ มถวายเพื่ อ ทรงลงพระปรมาภิ ไ ธย ให้ ส่ ง ศาล สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • - ๔๔ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รัฐธรรมนูญพิจารณาความชอบด้วยรัานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํฐธรรมนูญซึ่งต้องกระทําให้แ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ได้รับเรื่อง สํานัคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่วินิจฉัยว่นัร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สําา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ใดมีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ให้ข้อความที่ขัดหรือแย้งนั้นเป็นอันตกไป ในกรณีที่วินิจฉัยว่า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีนสาระสําคัญหรืาอร่กางานคณะกรรมการกฤษฎีกา ฐธรรมนูญานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นั งพระราชบัญญัติประกอบรั สํ ตราขึ้นโดยไม่ถูกต้อง ข้อความดังกล่าวเป็ กา ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ให้ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนั้นเป็นอันตกไป สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ก ในกรณี ที่ คํ า วิ นิ จ ฉั ย ของศาลรั ฐ ธรรมนูนัญ งานคณะกรรมการกฤษฎีกาั ด หรื อ แย้ ง ต่ อ มี ผ ลทํ า ให้ ข้ อ ความที่ ข รัฐธรรมนูญเป็นอันตกไปตามวรรคสอง กให้ส่งร่างพระราชบัญญักาประกอบรัฐธรรมนูงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ติ ญนั้นกลับคืนสภา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั งานคณะกรรมการกฤษฎี สํานัก ผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเพื่อพิจารณาตามลําดับ ในกรณีเช่นว่านี้ ให้สภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา พิจารณาแก้ไขเพินั่มเติมเพื่อมิให้ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญได้ กงานคณะกรรมการกฤษฎีเติมให้ใช้คะแนน สํา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั โดยมติในการแก้ไขเพิ่มกา เสี ย งมากกว่ ากึ่ ง หนึ่ง ของจํ า นวนสมาชิ ก ทั้ ง หมดเท่ าที่ มี อ ยู่ข องแต่ ล ะสภา แล้ ว ให้ น ายกรั ฐ มนตรี ดําเนินการตามมาตรา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา๙๐ และมาตรา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา วแต่กรณี ต่อานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั ๑๕๐ หรือมาตรา ๑๕๑ แล้ สํไป สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนที่ ๗ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การตราพระราชบัญญัติ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๔๒ ภายใต้บังคับมาตรา ๑๓๙าร่ากงพระราชบัญญัติจะเสนอได้ก็แต่โดย (๑) คณะรัฐมนตรี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๒) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจํานวนไม่น้อยกว่ายี่สิบคน สํานั(๓) ศาลหรือองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกบการจัดองค์กร กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั เฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวกั า และกฎหมายที่ประธานศาลและประธานองค์กรนั้นเป็นผู้รักษาการ หรือ (๔) า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกผู้มีสิทธิเลือกตั้งจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นคนเข้าชื่อเสนอกฎหมายตามมาตรา กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ๑๖๓ สํานัในกรณี ที่ ร่ า งพระราชบั ญ ญั ติ ซึ่ ง มี ผู้ เาสนอตาม (๒) (๓) หรื อ า (๔) เป็ น ร่ า ง กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีก พระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินจะเสนอได้ก็ต่อเมื่อมีคํารับรองของนายกรัฐมนตรี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ประชาชนได้กงานคณะกรรมการกฤษฎีกาิใดตาม (๔) แล้านัหากบุคคลตาม (๑) กา สํานั เสนอร่างพระราชบัญญัต สํ ว กงานคณะกรรมการกฤษฎี ในกรณี หรือ (๒) ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติที่มีหลักการเดียวกับร่างพระราชบัญญัตินั้นอีก ให้นําบทบัญญัติ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก ญญัตินั้นด้วย มาตรา ๑๖๓ วรรคสี่ มาใช้บังคับกับการพิจารณาร่างพระราชบังานคณะกรรมการกฤษฎีกา ร่างพระราชบัญญัติให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรก่อน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในการเสนอร่างพระราชบัญญัติตามวรรคหนึ่งต้องมีบันทึกวิเคราะห์สรุปสาระสําคัญ ของร่างพระราชบัญงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก ญัติเสนอมาพร้อมกับร่างพระราชบัญญัาติด้วย สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ร่ า งพระราชบั ญ ญั ติ ที่ เ สนอต่ อ รั ฐ สภาต้ อ งเปิ ด เผยให้ ป ระชาชนทราบและให้ ประชาชนสามารถเข้าถึ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา งข้อมูลรายละเอีกงานคณะกรรมการกฤษฎีญัา ินั้นได้โดยสะดวก งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั ยดของร่างพระราชบัญ ก ต สํานัก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัมาตรา ๑๔๓ ร่ า งพระราชบั ญ ญั ติานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ เ กี่ ย วด้ ว ยการเงิ น หมายความถึ ง ร่ า ง พระราชบัญญัติว่าด้วยเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ดังต่อไปนี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • - ๔๕ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๑) การตั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ้งขึ้น ยกเลินักงานคณะกรรมการกฤษฎีขาผ่อน หรือวางระเบียบการบังคับอัน กา สํา ก ลด เปลี่ยนแปลง แก้ไ ก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี เกี่ยวกับภาษีหรืออากร สํานั(๒) การจัดสรร รับ รักษา าหรือจ่ายเงินแผ่นดิงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํานัก น หรือการโอนงบประมาณรายจ่ายของ แผ่นดิน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกการกู้เงิน การค้ําประกัน การใช้เงินกู้ หรือการดําเนินการทีนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ่ผูกพันทรัพย์สินของ (๓) า รัฐ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๔) เงินตรา ในกรณีที่ เป็ นที่สสํานักว่งานคณะกรรมการกฤษฎีกดเป็นร่างพระราชบัญ ญั ติเกี่ ยวด้ ว ย กา งสัย าร่างพระราชบั ญ ญัติใ า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี การเงิ น ที่ จ ะต้ อ งมี คํ า รั บ รองของนายกรั ฐ มนตรี ห รื อ ไม่ ให้ เ ป็ น อํ า นาจของที่ ป ระชุ ม ร่ ว มกั น ของ ประธานสภาผูสํ้แาทนราษฎรและประธานคณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎรทุกคณะ เป็นผู้ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา วินิจฉัย ให้ ก ระธานสภาผู้แทนราษฎรจัดให้มีการประชุมร่วมกันเพื่อพิจนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีปา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สําารณากรณีตามวรรค สอง ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีกรณีดังกล่าว สํานัมติของที่ประชุมร่วมกันกา กงานคณะกรรมการกฤษฎีตามวรรคสอง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ถ้าคะแนน ให้ใช้เสียงข้างมากเป็นประมาณ เสียงเท่ากันให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๔๔ ร่างพระราชบัญญัติใดที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้เสนอและใน สํ นัก ขั้นรับหลักการไม่เป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินาแต่งานคณะกรรมการกฤษฎีก้ไาขเพิ่มเติม และ สภาผู้แทนราษฎรได้แ ก ประธานสภาผู้แทนราษฎรเห็นว่าการแก้ไขเพิ่มเติมนั้นทําให้มีลักษณะเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยว สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ด้วยการเงิน ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรสั่งระงับการพิจารณาไว้ก่อน และภายในสิบห้าวันนับแต่ วันที่มีกรณีดังกล่นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา าว ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งร่างพระราชบัญญัตินั้นไปให้ที่ประชุมร่วมกันของ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานคณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎรทุกคณะเป็นผู้ วินิจฉัย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในกรณีที่ที่ประชุมร่วมกันตามวรรคหนึ่งวินิจฉัยว่าการแก้ไขเพิ่มเติมนั้น ทําให้ร่าง พระราชบัญญัสําินั้นงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ญญัติเกี่ยสํานัวยการเงิน ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ต นักมีลักษณะเป็นร่างพระราชบั วด้ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่งร่างพระราชบัญญัตินั้นไปให้นายกรัฐมนตรีรับรอง ในกรณีที่นายกรัฐมนตรีไม่ให้คํารับรอง ให้สภา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีการแก้ไขเพื่อมิสํห้นักงพระราชบัญญัตินั้นเป็นา างพระราชบัญาญักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นั ติเกี่ยวด้วยการเงิน ผู้แทนราษฎรดําเนิน กา ใ า ร่างานคณะกรรมการกฤษฎีกร่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัมาตรา ๑๔๕ ร่ า งพระราชบั ญ ญั ติ ที่ ค ณะรั ฐ มนตรี ร ะบุ ไ ว้ ใ นนโยบายที่ แ ถลงต่ อ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รัฐสภาตามมาตรา ๑๗๖ ว่าจําเป็นต่อการบริหารราชการแผ่นดิน หากสภาผู้แทนราษฎรมีมติไม่ให้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ความเห็นชอบ และคะแนนเสียงที่ไม่ให้ความเห็นชอบไม่ถึงกึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรทั้งหมดเท่กงานคณะกรรมการกฤษฎีอาจขอให้รัฐสภาประชุมร่วมกันเพื่อมีมติอกีกครั้งหนึ่ง หาก สํานั าที่มีอยู่ คณะรัฐมนตรี กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี า รัฐสภามีมติให้ความเห็นชอบให้ตั้งบุคคลซึ่งเป็นหรือมิได้เป็นสมาชิกของแต่ละสภามีจํานวนเท่ากัน ตามที่คณะรั ฐมนตรีเสนอ สภาเพื่อพิ จารณาร่าง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ประกอบกักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาว มกั น ของรั ฐสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัน เป็ น คณะกรรมาธิ ก ารร่ พระราชบัญญัตินั้น และให้คณะกรรมาธิการร่วมกันของรัฐสภารายงานและเสนอร่างพระราชบัญญัติที่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้พิจารณาแล้สําต่อรังานคณะกรรมการกฤษฎีห็า ชอบด้วยร่างพระราชบัญญัตินั้น ให้ดําเนินการต่อไปตาม ว นัก ฐสภา ถ้ารัฐสภามีมติเ ก น มาตรา ๑๕๐ ถ้ารัฐสภามีมติไม่ให้ความเห็นชอบ ให้ร่างพระราชบัญญัตินั้นเป็นอันตกไป สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • - ๔๖ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑๔๖ ภายใต้งานคณะกรรมการกฤษฎีก่า สภาผู้ แ ทนราษฎรได้ พิจ ารณาร่ า ง กา สํานัก บังคั บมาตรา ๑๖๘ เมื อ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี พระราชบัญญัติที่เสนอตามมาตรา ๑๔๒ และลงมติ เห็นชอบแล้ว ให้สภาผู้แทนราษฎรเสนอร่าง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี้น พระราชบัญญัสําินั้นงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จารณาร่างพระราชบัญญัติที่เสนอมานักาให้เสร็จภายใน ต นักต่อวุฒิสภา วุฒิสภาต้องพิ หกสิบวัน แต่ถ้าร่างพระราชบัญญัตินั้นเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน ต้องพิจารณาให้เสร็จ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ้ เว้นแต่วุฒิสานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํภาจะได้ลงมติให้ขยายเวลาออกไปเป็นกรณีพิเงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก ศษซึ่งต้องไม่เกิน ภายในสามสิบวัน ทั้งนี สามสิบวัน กําหนดวันดังกล่าวให้หมายถึงวันในสมัยประชุม และให้เริ่มนับแต่วันที่ร่างพระราชบัญญัติ สํา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นั้นมาถึงวุฒิสภานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ระยะเวลาดังกล่าวในวรรคหนึ่ง ไม่ให้นับรวมระยะเวลาที่อยู่ใสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นระหว่างการพิจารณา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ของศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๑๔๙ สํานัถ้าวุฒิสภาพิจารณาร่างพระราชบัญญัติไาม่เกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ่กล่าวในวรรค กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นั สร็จภายในกําหนดเวลาที หนึ่ง ให้ถือว่าวุฒิสภาได้ให้ความเห็นชอบในร่างพระราชบัญญัตินั้น ในกรณี ยการเงินไปยังวุฒิสภา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่สภาผู้แทนราษฎรเสนอร่างพระราชบัาญญัติเกี่ยวด้วสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรแจ้งไปด้วยว่าร่างพระราชบัญญัติที่เสนอไปนั้นเป็นร่างพระราชบัญญัติ สํา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สําือเป็นเด็ดขาด เกี่ยวด้วยการเงินนัคําแจ้งของประธานสภาผู้แทนราษฎรให้ถนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในกรณีที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรมิได้แจ้งไปว่าร่างพระราชบัญ ญัติใดเป็นร่าง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีวด้วยการเงิน ให้านักว่าร่างพระราชบัญญัตินกาไม่เป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วย กา สํ ถือ งานคณะกรรมการกฤษฎี ั้น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี พระราชบัญญัติเกี่ย กา การเงิน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๔๗ ภายใต้บังคับมาตรา ๑๖๘ เมื่อวุฒิสภาได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เสร็จแล้ว สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั(๑) ถ้าเห็นชอบด้วยกับสภาผู้แทนราษฎรานักดําเนินการต่อไปตามมาตรา ๑๕๐ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ ให้ งานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๒) ถ้าไม่เห็นชอบด้วยกับสภาผู้แทนราษฎร ให้ยับยั้งร่างพระราชบัญญัตินั้นไว้ก่อน และส่งร่างพระราชบัญ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาญัตินั้นคืนไปยัานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ งสภาผู้แทนราษฎร สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๓) ถ้ าแก้ไขเพิ่ม เติม ให้ส่งร่างพระราชบั ญญัติตามที่แ ก้ไขเพิ่ มเติม นั้นไปยังสภา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้แทนราษฎร สําาสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติม ให้ดําเนินการต่อไปตามมาตรา ถ้ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑๕๐ ถ้าเป็นกรณีอื่น ให้แต่ละสภาตั้งบุคคลซึ่งเป็นหรือมิได้เป็นสมาชิกแห่งสภานั้น ๆ มีจํานวนเท่ากัน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา าหนด ประกอบเป็นคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิสําารณาร่างนั้น และให้ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตามที่สภาผู้แทนราษฎรกํ จ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี คณะกรรมาธิการร่วมกันรายงานและเสนอร่างพระราชบัญญัติที่คณะกรรมาธิการร่วมกันได้พิจารณา สํานัก ถ้าสภาทั้งสองต่างเห็ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แล้วต่อสภาทั้งสอง งานคณะกรรมการกฤษฎีนชอบด้วยร่างพระราชบัญญัติที่คณะกรรมาธิการร่วมกันได้ พิจารณาแล้ว ให้ดําเนินการต่อไปตามมาตรา ๑๕๐ ถ้าสภาใดสภาหนึ่งไม่เห็นชอบด้วย ก็ให้ยับยั้งร่าง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พระราชบัญญัตินั้นไว้ก่อน สํานัคณะกรรมาธิการร่วมกันกา ยกเอกสารจากบุคคลใด หรือเรียกบุคคลใดมาแถลง กงานคณะกรรมการกฤษฎี อาจเรี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติได้ และเอกสิทธิ์ที่บัญญัติไว้ใน มาตรา ๑๓๐ นั้น ให้คุ้ม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ครองถึงบุคคลผูกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา้ด้วย สํานั ้กระทําหน้าที่ตามมาตรานี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมกันต้องมีกรรมาธิการของสภาทั้งสองมาประชุมไม่ สํา ของจํานวนกรรมาธิการทั า สํา องค์ประชุม และให้นําบทบั น้อยกว่ากึ่งหนึ่งนักงานคณะกรรมการกฤษฎีก้งหมดจึงจะเป็นนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ญญัติมาตรา ๑๓๗ มาใช้บังคับโดยอนุโลม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • - ๔๗ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ถ้าวุา าานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกฒิสภาไม่ส่งร่สํงพระราชบัญญัติคืนไปยังสภาผู้แทนราษฎรภายในกําหนดเวลา กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ตามมาตรา ๑๔๖ ให้ถือว่าวุฒิสภาได้ให้ความเห็นชอบในร่างพระราชบัญญัตินั้น และให้ดําเนินการ สํานั ต่อไป สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตามมาตรา ๑๕๐ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑๔๘ ร่สํางพระราชบั ญ ญั ติ ที่ ต้ อ งยั บ ยั้ ง ไว้ ต ามมาตรางานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก ๑๔๗ นั้ น สภา มาตรา า นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้แทนราษฎรจะยกขึ้นพิจารณาใหม่ได้ต่อเมื่อเวลาหนึ่งร้อยแปดสิบวันได้ล่วงพ้นไปนับแต่วันที่วุฒิสภา สํานั สํา ส่งร่างพระราชบัญกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ญัตินั้นคืนไปยังสภาผู้แทนราษฎร สําหรับนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา๑๔๗ (๒) และ กรณีการยับยั้งตามมาตรา นับแต่วันที่สภาใดสภาหนึ่งไม่เห็นชอบด้กงานคณะกรรมการกฤษฎียั้งาตามมาตรา ๑๔๗ก(๓) ในกรณีเช่นว่า กา วย สําหรับกรณีการยับ ก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั สํานั งานคณะกรรมการกฤษฎี นี้ ถ้าสภาผู้แทนราษฎรลงมติยืนยันร่างเดิมหรือร่างที่คณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาด้วยคะแนน เสียงมากกว่าสํางนักงานคณะกรรมการกฤษฎีทั้งหมดเท่าที่มสํายู่ของสภาผู้แทนราษฎรแล้าว ให้ถือว่าร่าง กึ่ หนึ่งของจํานวนสมาชิก กา ีอ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีก พระราชบัญญัตินั้นเป็นอันได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา และให้ดําเนินการต่อไปตามมาตรา ๑๕๐ ถ้ากา ิเ า ่ยวด้วยการเงิน สภา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีร่างพระราชบัญญัติที่ต้องยับยั้งไว้เป็นร่างพระราชบัญญัตสํกีนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้ แ ทนราษฎรอาจยกร่ า งพระราชบั ญ ญั ติ นั้ น ขึ้ น พิ จ ารณาใหม่ ไ ด้ ทั น ที ในกรณี เ ช่ น ว่ า นี้ ถ้ า สภา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี า านั วมกันพิจารณาด้วยคะแนนเสี ผู้แทนราษฎรลงมติยืนยันร่างเดิมหรือร่างทีก่คณะกรรมาธิกสํารร่กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ยงมากกว่า กึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ให้ถือว่าร่างพระราชบัญญัตินั้น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาชอบของรัฐสภานัและให้ดําเนินการต่อไปตามมาตรา ๑๕๐านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ เป็นอันได้รับความเห็น สํา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๔๙ ในระหว่า งที่ มีก ารยับ ยั้งนัางพระราชบัญ ญั ติใ ดตามมาตรา ๑๔๗ ร่ คณะรัฐมนตรีหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะเสนอร่างพระราชบัญญัติที่มีหลักการอย่างเดียวกันหรือ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คล้ายกันกับหลักการของร่างพระราชบัญญัติที่ต้องยับยั้งไว้มิได้ สํานัในกรณีที่สภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติที่เสนอหรือส่งให้ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พิจารณานั้น เป็นร่างพระราชบัญญัติที่มีหลักการอย่างเดียวกันหรือคล้ายกันกับหลักการของร่าง พระราชบั ญ ญั ติ ท ก อ ให้ ก ระธานสภาผู้ แ ทนราษฎรหรื อ ประธานวุ ฒิ ส ภาส่ ง ร่ า ง กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีี่ ต้ า งยั บ ยั้ ง ไว้ สํานัปงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี พระราชบั ญ ญั ติ ดั ง กล่ า วให้ ศ าลรั ฐ ธรรมนู ญ วิ นิ จ ฉั ย ถ้ า ศาลรั ฐ ธรรมนู ญ วิ นิ จ ฉั ย ว่ า เป็ น ร่ า ง สํานั กการของร่างพระราชบั ก ญั พระราชบัญญัสํานัี่มีหลักการอย่างเดียวกันหรืาอคล้ายกันกับหลักงานคณะกรรมการกฤษฎีญา ติที่ต้องยับยั้ง ติท กงานคณะกรรมการกฤษฎีก ไว้ ให้ร่างพระราชบัญญัตินั้นเป็นอันตกไป สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๕๐ ร่ า งพระราชบั ญ ญั ติ ที่ ไ ด้ รั บ ความเห็ น ชอบของรั ฐ สภาแล้ ว ให้ สํา วันนับแต่วันที่ได้รับร่างพระราชบั นายกรัฐมนตรีสําําขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายภายในยี่สิบนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ญญัตินั้น น นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จากรัฐสภาเพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย และเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ใช้บังคับเป็นกฎหมายได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๕๑ ร่างพระราชบั ญ ญัติใ ด พระมหากษั ตริย์ไม่ทรงเห็ นชอบด้ว ยและ พระราชทานคืนมายังา รัฐสภาจะต้องปรึกษา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกรัฐสภา หรือเมืานักนเก้าสิบวันแล้วมิได้พระราชทานคืนมาสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ่อพ้ งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ร่างพระราชบัญญัตินั้นใหม่ ถ้ารัฐสภามีมติยืนยันตามเดิมด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของ สํา ้งกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จํานวนสมาชิกทันัหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาแล้ว ให้สําายกรัฐมนตรีนําร่างพระราชบัญญัตินั้นขึ้น น นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายอีกครั้งหนึ่ง เมื่อพระมหากษัตริย์มิได้ทรงลงพระปรมาภิไธยพระราชทาน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • - ๔๘ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คืนมาภายในสามสิบวัน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้นายกรัฐมนตรีงานคณะกรรมการกฤษฎีประกาศในราชกิาจจานุเบกษาใช้บังคับ กา สํานัก นําพระราชบัญญัตินั้นกา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี เป็นกฎหมายได้เสมือนหนึ่งว่าพระมหากษัตริย์ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๕๒ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรวินิจฉัย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาวกั บ เด็ ก เยาวชน สตรี ผู้ สู ง อายุ หรื อา ้ พิ ก ารหรื อ ทุานัพลภาพ หากสภา กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก ผู สํ พ กงานคณะกรรมการกฤษฎี ว่ า มี ส าระสํ า คั ญ เกี่ ย ผู้แทนราษฎรมิได้พิจารณาโดยกรรมาธิการเต็มสภา ให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ สํานั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ขึ้นประกอบด้วยผูกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บบุคคลประเภทนั้นมีจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของ ้แทนองค์การเอกชนเกี่ยวกั จํานวนกรรมาธิการทั้งหมด ทั้งนี้ โดยมีสัดส่วนหญิงและชายที่ใกล้าเคียงกัน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํานัมาตรา ๑๕๓ ในกรณีกาี่ อ ายุ ข องสภาผูนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกอ มี ก ารยุ บ สภา กงานคณะกรรมการกฤษฎีท สํา ้ แ ทนราษฎรสิ้ น สุ ด ลงหรื า ผู้แทนราษฎร ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมหรือบรรดาร่างพระราชบัญญัติที่พระมหากษัตริย์ไม่ทรง เห็นชอบด้วยหรือเมื กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี่อพ้นเก้าสิบวันแล้วมิได้พระราชทานคืนมา ให้าเป็นอันตกไป สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก ในกรณี ที่ อ ายุ ข องสภาผู้ แ ทนราษฎรสิ้ น สุ ด ลงหรื อ มี ก ารยุ บ สภาผู้ แ ทนราษฎร สํ อ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ภายหลังการเลืานักตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอันเป็นการเลือกตั้งทั่วไป รัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภาแล้วแต่กรณี จะพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม หรือร่างพระราชบัญญัติที่รัฐสภา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อไปได้ ถ้าสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีายหลังการเลือกตั้งทั่วไปร้องขอภายใน กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ยังมิได้ให้ความเห็นชอบต่ คณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่ภ กา หกสิบวันนับแต่วันเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกหลังการเลือกตั้งทั่วไป และรัฐสภามีมติเห็นชอบด้วย สํานัก แต่ถ้าคณะรัฐมนตรีงานคณะกรรมการกฤษฎีหนดเวลาดังกล่สําวนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ่มเติมหรือร่าง มิได้ร้องขอภายในกํา กา า ให้ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ พระราชบัญญัตินั้นเป็นอันตกไป สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมหรือร่างพระราชบัญญัติต่อไปตามวรรค สองให้เป็นไปตามข้อบังคับการประชุมสภาผูา้แทนราษฎร สํานัิสภา หรือรัฐสภา แล้วแต่การณี วุฒ กงานคณะกรรมการกฤษฎี ก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนที่ ๘ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การควบคุมการตรากฎหมายที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑๕๔ ร่สําางพระราชบั ญ ญั ติ ใ ดที่ รั ฐ สภาให้ ค วามเห็นักชอบแล้ ว ก่ อ นที่ กา นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา น งานคณะกรรมการกฤษฎี มาตรา นายกรัฐมนตรีจะนําขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยตาม มาตรา ๑๕๐ สํานักร่งานคณะกรรมการกฤษฎีกาัฐสภาลงมติยสํายันตามมาตรา ๑๕๑ ก่อนทีา่นายกรัฐมนตรี หรือ างพระราชบัญญัติใดที่ร ืน นักงานคณะกรรมการกฤษฎีก จะนําร่างพระราชบัญญัตินั้นขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายอีกครั้งหนึ่ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๑) หากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิ กของทั้งสองสภา รวมกันมีจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจํา นวนสมาชิกสํา้งนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เห็นว่าร่าง ทั หมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก า พระราชบั ญ ญั ติ ดั ง กล่ า วมี ข้ อ ความขั ด หรื อ แย้ ง ต่ อ รั ฐ ธรรมนู ญ นี้ หรื อ ตราขึ้ น โดยไม่ ถู ก ต้ อ งตาม บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนู สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ญนี้ ให้เสนอความเห็นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร าประธานวุฒิสภาหรือ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี ประธานรัฐสภา แล้วแต่กรณี แล้วให้ประธานแห่งสภาที่ได้รับความเห็นดังกล่าวส่งความเห็นนั้นไปยัง สํ นั ่อวินิจฉัย และแจ้งให้นายกรั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ศาลรัฐธรรมนูญาเพืกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ฐมนตรีทราบโดยไม่ชักช้า (๒) หากนายกรัฐมนตรีเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมีข้อความขัดหรือแย้งต่อ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ้นโดยไม่ถูกสําองตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ ให้ส่งความเห็นเช่นว่านั้นไป กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี รัฐธรรมนูญนี้ หรือตราขึ ต้ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • - ๔๙ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาวินิจฉัย และแจ้นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา งให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานวุกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั ฒิสภาทราบโดยไม่ ชักช้า สํานัในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาการดําเนินการ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ ิจฉัย ให้นายกรัฐมนตรีระงับ เพื่อประกาศใช้ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวไว้จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคําวินิจฉัย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ฐ ธรรมนู ญนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกญ ญั ติ นั้ น มี ข้ อ ความขั ด หรื อ แย้ ง ต่ อ กา สํา วิ นิ จ ฉั ย ว่ า ร่ า งพระราชบั า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ถ้ า ศาลรั รัฐธรรมนูญนี้หรือตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ และข้อความดังกล่าวเป็น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาระสําคัญให้สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตกไป ร่างพระราชบัญญัตินั้นเป็นอัน ถ้ า ศาลรั ฐ ธรรมนูสํญนักนิ จ ฉั ย ว่ า ร่ า งพระราชบั ญ ญั ติ นั้ น มี ข้ อสํความขั ด หรื อ แย้ ง ต่ อ กา วิ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา า งานคณะกรรมการกฤษฎีกา านักงานคณะกรรมการกฤษฎี รั ฐ ธรรมนู ญ นี้ แ ต่ มิ ใ ช่ ก รณี ต ามวรรคสาม ให้ ข้ อ ความที่ ขั ด หรื อ แย้ ง นั้ น เป็ น อั น ตกไป และให้ นายกรัฐมนตรีสําํานัเนิงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อมาตรา ๑๕๑กแล้วแต่กรณี ต่อไป กา ด ก นการตามมาตรา ๑๕๐ หรื สํานั งานคณะกรรมการกฤษฎี มาตรา างข้อบังคับการประชุม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑๕๕ บทบัญกงานคณะกรรมการกฤษฎีมาใช้บังคับกับร่สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั ญัติมาตรา ๑๕๔ ให้นํา กา สภาผู้แ ทนราษฎร ร่างข้ อบั งคั บการประชุ ม วุฒิส ภา และร่า งข้ อบั งคับ การประชุ ม รั ฐสภา ที่ส ภา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้แทนราษฎร สําฒิสงานคณะกรรมการกฤษฎีการณี ให้ความเห็นชอบแล้ว แต่ยังมิได้ประกาศในราชกิจจา วุ นักภาหรือรัฐสภา แล้วแต่ก นุเบกษาด้วยโดยอนุโลม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนที่ ๙ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัมาตรา ๑๕๖ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรืงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สิทธิตั้งกระทู้ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก อสมาชิกวุฒิสภาทุกคนมี ถามรัฐมนตรีในเรื่องใดเกี่ยวกับงานในหน้าที่ได้ แต่รัฐมนตรีย่อมมีสิทธิที่จะไม่ตอบเมื่อคณะรัฐมนตรี เห็นว่าเรื่องนั้นยังไม่ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีควรเปิดเผยเพราะเกี่ยวกับความปลอดภัยหรือประโยชน์สําคัานัของแผ่นดิน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ ญ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัมาตรา ๑๕๗ การบริหารราชการแผ่นดินักงานคณะกรรมการกฤษฎีคัญที่อยู่ในความ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา นเรื่องใดที่เป็นปัญหาสํา กา สนใจของประชาชน เป็นเรื่องที่กระทบถึงประโยชน์ของประเทศชาติหรือประชาชน หรือที่เป็นเรื่อง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก้แทนราษฎรอาจแจ้งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ประธานสภาผูนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงเป็นลายลักษณ์อักษรต่อ สํา ้แทนราษฎรก่อนเริ่ม เร่งด่วนสมาชิกสภาผู า ประชุมในวันนั้นว่าจะถามนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบในการบริหารราชการแผ่นดินเรื่อง สํานั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นั้นโดยไม่ต้องระบุกคําถาม และให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรบรรจุเรื่องดังกล่าวไว้ในวาระการประชุม วันนั้น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การถามและการตอบกระทู้ตามวรรคหนึ่งให้กระทําได้สัปดาห์ละหนึ่งครั้ง และให้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้นั้นตั้งกระทู้ถามด้วยวาจาเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินกนั้นได้เรื่องละไม่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี า เกินสามครั้ง ทั้งนี้ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๕๘ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจํานวน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นักงานคณะกรรมการกฤษฎี รายทั สมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร มีสิทธิเข้สําาชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปกา ่วไปเพื่อลง มติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ญัตติดังกล่าวต้องเสนอชื่อผู้สมควรดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรีคนต่อไป
  • - ๕๐ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งเป็นบุคคลตามมาตรา แ นัก จะมีการยุบสภา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑๗๑ วรรคสอง ด้ วย และเมื่ อได้ มกาารเสนอญั ตติสําล้ ว งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ี ก ผู้แทนราษฎรมิได้ เว้นแต่จะมีการถอนญัตติหรือการลงมตินั้นไม่ได้คะแนนเสียงตามวรรคสาม สํานัการเสนอญัตติขอเปิดอภิการายทั่วไปตามวรรคหนึ่ง ถ้าเป็นเรื่องที่เกีกาวกับพฤติกรรม กงานคณะกรรมการกฤษฎี ป สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ่ย ของนายกรัฐมนตรีที่มีพฤติการณ์ร่ํารวยผิดปกติ ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ราชการ หรือจงใจฝ่าฝืน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ญหรือกฎหมาย งานคณะกรรมการกฤษฎี่นา าร้องขอตามมาตรา ๒๗๑ ก่อนมิได้ กา สํานัก จะเสนอโดยไม่มีการยื กคํ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนู และเมื่ อได้มีการยื่นคํ าร้องขอตามมาตรา ๒๗๑ แล้ว ให้ดําเนินการต่ อไปได้โดยไม่ ต้องรอผลการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ดําเนินการตามมาตรา ๒๗๒ เมื่อการอภิปรายทั่วไปสิ้นสุดลงโดยมิใช่ด้วยมติาห้ผ่านระเบียบวาระเปิดอภิปรายนั้น กา ใ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ไปให้สภาผู้แทนราษฎรลงมติไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจ การลงมติในกรณีเช่นว่านี้มิให้กระทําในวัน เดียวกับวันที่กสํารอภิปรายสิ้นสุด มติไม่ไว้วางใจต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิก านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ในกรณี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่มติไม่ไว้วางใจมีคะแนนเสียงไม่มากกว่ากึ่งหนึ่งของจําานวนสมาชิกทั้งหมด กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี เท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายนั้น สํ ท งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นอันหมดสิทาธินักี่จะเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีอีก ตลอดสมัยประชุมนั้น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่มติไม่ไว้สําางใจมีคะแนนเสียงมากกว่า กึ่งหนึ่งของจํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา นวนสมาชิกทั้งหมด ในกรณี ว นักงานคณะกรรมการกฤษฎีก า เท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรนําชื่อผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อตามวรรค สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา หนึ่งกราบบังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้งต่อไป และมิให้นํามาตรา นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑๗๒ มาใช้บังคับ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๕๙ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในหกของจํานวน สมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร มีสิทธิเข้สําาชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปกา ่วไปเพื่อลง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นักงานคณะกรรมการกฤษฎี รายทั มติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล และให้นําบทบัญญัติมาตรา ๑๕๘ วรรคสอง วรรคสาม และ วรรคสี่ มาใช้บังคับโดยอนุ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โลม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รัฐมนตรีคนใดพ้นจากตําแหน่งเดิมแต่ยังคงเป็นรัฐมนตรีในตําแหน่งอื่นภายหลังจาก สํานั้แทนราษฎรเข้าชื่อตามวรรคหนึ วันที่สมาชิกสภาผูกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ่ง ให้รัฐสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกปรายเพื่อลงมติ มนตรีคนนั้นยังคงต้องถูกอภิ า ไม่ไว้วางใจตามวรรคหนึ่งต่อไป สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีนา ความในวรรคสองมาใช้บังคับกับรัฐมนตรีผู้ซึ่งพ้นจากตําสํานักงเดิมไม่เกินเก้าสิบ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้ กํา แหน่ งานคณะกรรมการกฤษฎี วันก่อนวันที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าชื่อตามวรรคหนึ่ง แต่ยังคงเป็นรัฐมนตรีในตําแหน่งอื่นด้วย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยอนุโลม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๖๐ ในกรณี ที่ ส มาชิ ก สภาผู้ แ ทนราษฎรที่ มิ ไ ด้ อ ยู่ ใ นพรรคการเมื อ งที่ สมาชิ กในสั งกั ดนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ง รัฐ มนตรีมสํจาํา นวนไม่ ถึง เกณฑ์ ที่ จ ะเสนอญั ต ติข อเปิ ด ี นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ของพรรคนั้ น ดํ า รงตํ า แหน่ อภิปรายทั่วไปตามมาตรา ๑๕๘ หรือมาตรา ๑๕๙ ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจํานวนมากกว่ากึ่งหนึ่ง ของจํานวนสมาชิกสภาผู สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ้แทนราษฎรดันักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาิทธิเข้าชื่อเสนอญักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา งกล่าวทั้งหมดเท่าที่มีอยู่มีส สํานั ตติขอเปิดอภิปราย ทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามมาตรา ๑๕๘ หรือมาตรา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํกว่าสองปีแล้ว ๑๕๙ ได้เมื่อคณะรัฐมนตรีได้บริหารราชการแผ่นดินมาเกินานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • - ๕๑ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑๖๑ สมาชิกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา าหนึ่ ง ในสามของจํ านวนสมาชิ ก กา สํานั กวุ ฒิ สภาจํ า นวนไม่ น้ อ ยกว่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา มีสิทธิเข้าชื่อขอเปิดอภิปรายทั่วไปในวุฒิสภาเพื่อให้คณะรัฐมนตรีแถลง สํา ้แจงปัญหาสําคัญเกี่ยวกับกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก ข้อเท็จจริงหรือชีนักงานคณะกรรมการกฤษฎีการบริหารราชการแผ่นดินโดยไม่มีการลงมติา การขอเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรานี้ จะกระทําได้ครั้งเดียวในสมัยประชุมหนึ่ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๖๒ ในกรณีที่มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาเพื่อตั้งกระทู้ถาม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในเรื่องใดเกี่ยวกับงานในหน้าที่ หรือการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีผู้ใด ให้เป็น หน้าที่ของนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ้แทนราษฎรหรืกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้นั้นต้องเข้าร่วมประชุมสภาผู อวุฒิสภาเพื่อชี้แจง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา สํานั หรือตอบกระทู้ถามในเรื่องนั้นด้วยตนเอง เว้นแต่มีเหตุจําเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ทําให้ไม่อาจเข้า ชี้แจงหรือตอบกระทู้ แต่ต้องแจ้งให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือประธานวุฒิสภาทราบก่อนหรือใน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา วันประชุมสภาในเรื่องดังกล่าว สมาชิ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กสภาผู้ แทนราษฎรมีอิสระจากมติพรรคการเมื องในการตังานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก ้งกระทู้ ถาม การ อภิปราย และการลงมติในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หมวด ๗ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยตรงของประชาชน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๖๓ ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นคน มีสิทธิเข้าชื่อร้อง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ขอต่อประธานรัฐสภาเพื่อให้รัฐสภาพิจารณาร่างพระราชบัญญัติตามที่กําหนดในหมวด ๓ และหมวด ๕ แห่งรัฐธรรมนูนักนี้ สํา ญ งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คําร้องขอตามวรรคหนึ่งต้องจัดทําร่างพระราชบัญญัติเสนอมาด้วย หลัก ีก นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเกณฑ์และวิธสําารเข้าชื่อ รวมทั้งการตรวจสอบรายชื่อ ให้เาป็นไปตามที่กฎหมาย กา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี บัญญัติ สํานัในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติตามวรรคหนึ่ง สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ต้องให้ผู้แทนของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัตินั้นชี้แจงหลักการของร่าง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ารวิ ส ามั ญ เพื่ อ พิ จ ารณาร่ พระราชบั ญ ญั ติ แ ละคณะกรรมาธิ กนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาา งพระราชบัสํานักติ ดั ง กล่ า วจะต้ อ ง กา ญ ญั งานคณะกรรมการกฤษฎี ประกอบด้วยผู้แทนของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัตินั้นจํานวนไม่น้อย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กว่าหนึ่งในสามของจํานวนกรรมาธิการทั้งหมดด้วย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๖๔ ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจํานวนไม่น้ อยกว่าสองหมื่นคน มีสิท ธิ เข้าชื่อร้องขอต่อนักงานคณะกรรมการกฤษฎีุฒาิสภามีมติตามมาตรา ๒๗๔ ให้ถอดถอนบุกคคลตามมาตรา สํา ประธานวุฒิสภาเพื่อให้ว ก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี า ๒๗๐ ออกจากตําแหน่งได้ คําร้อ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา งขอตามวรรคหนึ่งต้องระบุพฤติการณ์กาี่กล่าวหาว่าผู้ดานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีท สํํารงตําแหน่งดังกล่าว กระทําความผิดเป็นข้อ ๆ ให้ชัดเจน สํานัหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการทีสําระชาชนจะเข้าชื่อร้องขอตามวรรคหนึ่ง ให้ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ่ป นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
  • - ๕๒ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑๖๕ ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งย่อมมีสิทธิออกเสียงประชามติ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การจัดให้มีการออกเสียงประชามติให้กระทําได้ในเหตุ ดังต่อไปนี้ สํานั(๑) ในกรณีที่คณะรัฐมนตรีเห็นว่ากิจการในเรื่องใดอาจกระทบถึงกา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ประโยชน์ได้เสีย ของประเทศชาติ หรื อประชาชน นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี อาจปรึกษา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานวุฒิสภาเพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีการออกเสียง กา ประชามติได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๒) ในกรณีที่มีกฎหมายบัญญัติให้มีการออกเสียงประชามติ การออกเสียงประชามติตาม (๑) หรือ (๒) อาจจัดให้เป็นการออกเสียงเพื่อมีข้อยุติ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี โดยเสียงข้างมากของผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติในปัญหาที่จัดให้มีการออกเสียงประชามติ หรือเป็น การออกเสียงเพืา่อให้งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ก็ได้ เว้นแต่าจะมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นการเฉพาะ สํ นัก คําปรึกษาแก่คณะรัฐมนตรี สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การออกเสียงประชามติต้องเป็นการให้ออกเสียงเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบในกิจการ ตามที่จัดให้มีการออกเสี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ยงประชามติ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั และการจัดการออกเสียงประชามติในเรื่องที่ขัดหรือแย้งต่อ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี รัฐธรรมนูญหรือเกี่ยวกับตัวบุคคลหรือคณะบุคคล จะกระทํามิได้ สํานัก่อนการออกเสียงประชามติ รัฐต้องดําเนินการให้ข้อมูลอย่างเพียงพอ และให้บุคคล กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ฝ่ายที่เห็นชอบและไม่เห็นชอบกับกิจการนั้น มีโอกาสแสดงความคิดเห็นของตนได้อย่างเท่าเทียมกัน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเกณฑ์และวิธีกนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกเาป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบ กา สํา ารออกเสียงประชามติให้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี หลัก รัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ซึ่งอย่างน้อยต้องกําหนดรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการออก สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํ กงานคณะกรรมการกฤษฎี เสียงประชามติ าระยะเวลาในการดําเนินการา และจํานวนเสีายนังประชามติ เพื่อมีข้อยุติ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หมวด ๘ การเงิน การคลั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ง และงบประมาณ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๖๖ งบประมาณรายจ่ า ยของแผ่ น ดิ น ให้ ทํ า เป็ น พระราชบั ญ ญั ติ ถ้ า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก พระราชบัญญัสําิงนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา งบประมาณออกไม่ทันปีงบประมาณใหม่าให้ใช้กฎหมาย ต บประมาณรายจ่ายประจําปี ว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายในปีงบประมาณปีก่อนนั้นไปพลางก่อน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๖๗ ในการนําเสนอร่ างพระราชบั ญ ญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี สํานั งานคณะกรรมการกฤษฎีก สํานัก บ และวัตถุประสงค์ กิจกรรม งบประมาณต้องมีเกอกสารประกอบซึ่งรวมถึงาประมาณการรายรังานคณะกรรมการกฤษฎีกา แผนงาน โครงการในแต่ละรายการของการใช้จ่ายงบประมาณให้ชัดเจน รวมทั้งต้องแสดงฐานะการเงินการคลัง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ของประเทศเกี่ยวกับภาพรวมของภาวะเศรษฐกิจที่เกิดจากการใช้จ่ายและการจัดหารายได้ ประโยชน์ และการขาดรายได้จากการยกเว้นภาษีเฉพาะรายในรูปแบบต่าง ๆ ความจําเป็นในการตั้งงบประมาณ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู ก พั น ข้ า มปี ภาระหนี้ แ ละการก่ อ หนี้ ข องรั ฐ และฐานะการเงิ น ของรั ฐ วิ ส าหกิ จ ในปี ที่ ข ออนุ มั ติ งบประมาณนั้นและปี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกงบประมาณที่ผานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาารณาด้วย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ่านมาเพื่อใช้ประกอบการพิจ หากรายจ่ายใดไม่สามารถจัดสรรงบประมาณให้แก่หน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจหรือ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ใ า สํ ายงบกลาง โดยต้องแสดงเหตุ หน่วยงานอื่นใดของรัฐได้โดยตรง ให้จัดไว้กนรายการรายจ่านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผลและความ จําเป็นในการกําหนดงบประมาณรายจ่ายงบกลางนั้นด้วย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • - ๕๓ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีมีกฎหมายการเงิานัการคลังของรัฐเพื่อกําหนดกรอบวินัยการเงินักการคลัง ซึ่งรวมถึง กา สํ น กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา น งานคณะกรรมการกฤษฎี หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการวางแผนการเงินระยะปานกลาง การจัดหารายได้ การกําหนดแนวทางในการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จัดทํางบประมาณรายจ่ายของแผ่นดิน การบริหารการเงิสําและทรัพย์สิน การบัญชี กองทุนสาธารณะ น นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การก่อหนี้หรือการดําเนินการที่ผูกพันทรัพย์สินหรือภาระทางการเงินของรัฐ หลักเกณฑ์การกําหนด สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี่อา ฉุกเฉินหรือจําเป็น และการอื่นที่เกีกา อง ซึ่งจะต้สํางใช้งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี่ยวข้ วงเงินสํารองจ่ายเพื ก กรณี อ นัก เป็นกรอบในการ จัดหารายได้ กํากับการใช้จ่ายเงินตามหลักการรักษาเสถียรภาพ พัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน และ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ความเป็นธรรมในสังคม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๖๘ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ ร่าง พระราชบัญญัสําิงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติาม และร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย สภา ต นักงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้ แ ทนราษฎรจะต้ อ งวิ เ คราะห์ แ ละพิ จ ารณาให้ แ ล้ ว เสร็ จ ภายในหนึ่ ง ร้ อ ยห้ า วั น นั บ แต่ วั น ที่ ร่ า ง พระราชบัญญัติดังกล่ า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาวมาถึงสภาผู้แานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํทนราษฎร สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ถ้าสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินั้นไม่แล้วเสร็จภายในกําหนดเวลา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ญ ที่กล่าวในวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าสภาผู้แทนราษฎรได้ให้ความเห็นชอบในร่างพระราชบักา ญัตินั้นและให้ เสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวต่อวุฒิสภา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จ ารณาของวุงานคณะกรรมการกฤษฎีอ งให้ ค วามเห็ น ชอบหรื อ ไม่ ใ ห้ ค วาม กา สํานัก ฒิ ส ภา วุ ฒิ ส ภาจะต้ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ในการพิ เห็นชอบภายในยี่สิบวันนับแต่วันที่ร่างพระราชบัญญัตินั้นมาถึงวุฒิสภา โดยจะแก้ไขเพิ่มเติมใด ๆ มิได้ สํานัก านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ถ้าพ้นกําหนดเวลาดังานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้ความเห็นสํชอบในร่างพระราชบัญญัตินั้น ในกรณีเช่นนี้ งกล่าวให้ถือว่าวุฒิสภาได้ และในกรณีที่วุฒิสภาให้ความเห็นชอบ ให้ดําเนินการต่อไปตามมาตรา ๑๕๐ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ถ้าร่างพระราชบัญญัติดังกล่าววุฒิสภาไม่เห็นชอบด้วย ให้นําบทบัญญัติมาตรา ๑๔๘ วรรคสองมาใช้สํบังคับโดยอนุโลม านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ ร่าง พระราชบั ญ ญั ติ ง บประมาณรายจ่ า ยเพิ่ ม เติ ม และร่ า งพระราชบั ญ ญั ติ โ อนงบประมาณรายจ่ า ย กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะแปรญัตติเพิ่มเติมรายการหรือจํานวนในรายการมิได้ แต่อาจแปรญัตติ ในทางลดหรือสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตัดทอนรายจ่ายซึ่งมิใช่รายจ่ายตามข้อผูกพัสําอย่างานคณะกรรมการกฤษฎีกา้ น นัก งใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี (๑) เงินส่งใช้ต้นเงินกู้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกดอกเบี้ยเงินกูสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๒) า ้ (๓) เงินที่กําหนดให้จ่ายตามกฎหมาย สํานัในการพิจารณาของสภาผูา ทนราษฎร วุฒนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาการ การเสนอ กงานคณะกรรมการกฤษฎีก้แ สํา ิสภา หรือของคณะกรรมาธิ การแปรญัตติหรือการกระทําด้วยประการใด ๆ ที่มีผลให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หรือกรรมาธิการมีส่วนไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในการใช้งบประมาณรายจ่าย จะกระทํามิได้ สมาชิกวุฒิสภา มีจํานวนไม่น สํานัในกรณีที่สมาชิกสภาผู้แกา กงานคณะกรรมการกฤษฎีทนราษฎรหรือสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา้อยกว่าหนึ่งใน สิบของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา เห็นว่ามีการกระทําฝ่าฝืนบทบัญญัติตามวรรค หกให้เสนอความเห็น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาต่ อศาลรั ฐ ธรรมนูงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ฐ ธรรมนู ญ ต้นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก ญ เพื่ อพิ จารณา และศาลรั สํา องพิ จารณาวิ นิ จ ฉั ย ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับความเห็นดังกล่าว ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามีการกระทําฝ่า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ฝืนบทบัญญัติตามวรรคหก ให้การเสนอ การแปรญัตติหรืสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อการกระทําดังกล่าวสิ้นผลไป รัฐต้องจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอกับการบริหารงานโดยอิสระของรัฐสภา ศาล สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีิธกา ศาลปกครองและองค์กรตามรัฐธรรมนูญ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รัฐธรรมนูญ ศาลยุต รรม
  • - ๕๔ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในการพิ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จารณางบประมาณรายจ่ายของรัฐสภาาศาล และองค์กรตามวรรคแปด หาก กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี หน่วยงานนั้นเห็นว่างบประมาณรายจ่ายที่ได้รับการจัดสรรให้นั้นไม่เพียงพอ ให้สามารถเสนอคําขอ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แปรญัตติต่อคณะกรรมาธิการได้โดยตรง กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑๖๙ การจ่นัยเงินแผ่นดินจะกระทําได้ก็เฉพาะที่ได้อสํานัาตไว้ในกฎหมายว่า กา สําา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา นุญ กงานคณะกรรมการกฤษฎี ด้วยงบประมาณรายจ่าย กฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ กฎหมายเกี่ยวด้วยการโอนงบประมาณ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา หรือกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง เว้นแต่ในกรณีจําเป็นเร่งด่วนักงานคณะกรรมการกฤษฎีไกา แต่ต้องเป็นไป นรัฐบาลจะจ่ายไปก่อนก็ ด้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายบัญงานคณะกรรมการกฤษฎี้องตั้งงบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้เงิน กา ญัติ ในกรณีเช่นว่านี้ต กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี คงคลังในพระราชบัญญัติโอนเงินงบประมาณรายจ่าย พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม หรือพระราชบัญนัญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณถัดไป ทั้งนี้ ให้กําหนดแหล่งที่มาของ สํา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รายได้เพื่อชดใช้รายจ่ายที่ได้ใช้เงินคงคลังจ่ายไปก่อนแล้วด้วย ในระหว่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา างเวลาที่ประเทศอยู่ในภาวะสงครามหรือการรบ คณะรันักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ฐมนตรีมีอํานาจโอน หรือนํารายจ่ายที่กําหนดไว้สําหรับหน่วยราชการหรือรัฐวิสาหกิจใดไปใช้ในรายการที่แตกต่างจากที่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก ันที และให้รายงานรัฐ กา กําหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีได้ทงานคณะกรรมการกฤษฎีสภาทราบโดยไม่ ชักช้า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่มีการโอนหรืกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ่กําหนดไว้ในรายการใดไปใช้ใน กา สํานั อนํารายจ่ายตามงบประมาณที สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ในกรณี รายการอื่นของหน่วยราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ให้รัฐบาลรายงานรัฐสภาเพื่อทราบทุกหกเดือน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๗๐ เงินรายได้ของหน่วยงานของรัฐใดที่ไม่ต้องนําส่งเป็นรายได้แผ่นดินให้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หน่วยงานของรัฐนั้นทํารายงานการรับและการใช้จ่ายเงินดังกล่าว เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเมื่อสิ้น ปีงบประมาณทุกนักงานคณะกรรมการกฤษฎีํารายงานเสนอต่อนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาภาต่อไป สํา ปี และให้คณะรัฐมนตรีท กา สํา สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิส การใช้จ่ายเงินรายได้ตามวรรคหนึ่งต้องอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังตาม หมวดนี้ด้วย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หมวด ๙ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะรัฐมนตรี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัมาตรา ๑๗๑ พระมหากษัตริย์ทรงแต่งสํา้งนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ฐมนตรีอื่นอีก กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตั นายกรัฐมนตรีคนหนึ่งและรั ไม่เกินสามสิ บห้ าคน ประกอบเป็ น คณะรั ฐ มนตรี มีหน้า ที่บริ ห ารราชการแผ่ นดิ น ตามหลัก ความ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รับผิดชอบร่วมกัน สํานันายกรัฐมนตรีต้องเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งได้รับแต่งตั้งตามมาตรา ๑๗๒ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้ประธานสภาผู้ แทนราษฎรเป็ นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้ง นายกรัฐมนตรี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นายกรัฐมนตรีจะดํารงตําแหน่งติดต่อกันเกินกว่าแปดปีมิได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • - ๕๕ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑๗๒ ให้สานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับ กา สํภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการเรียกประชุมรัฐสภาเป็นครั้ง สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แรกตามมาตราา๑๒๗ การเสนอชื่อบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีตามวรรคหนึ่ง ต้องมี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัา หนึ่ ง ในห้ า ของจํ า นวนสมาชิ สํานัก า ที่ มี อ ยู่ ข องสภา สมาชิ ก สภาผู้ แ ทนราษฎรไม่ น้ อ ยกว่ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ก ทั้ ง หมดเท่งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้แทนราษฎรรับรอง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี มติของสภาผู้แทนราษฎรที่เห็นชอบด้วยในการแต่งตั้งบุคคลใดให้เป็กานายกรัฐมนตรี น ต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่กาาที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร การลง กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี มติในกรณีเช่นว่านี้ให้กระทําโดยการลงคะแนนโดยเปิดเผย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๗๓ ในกรณีที่พ้นกําหนดสามสิบวันนับแต่วันที่มีการเรียกประชุมรัฐสภา เพื่อให้สมาชิกสภาผู้แ ม นักงานคณะกรรมการกฤษฎี า บ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาทนราษฎรได้สําาประชุมเป็นครั้งแรกแล้วกไม่ปรากฏว่ามีสําุคคลใดได้รับคะแนน กา เสี ย งเห็ น ชอบให้ ไ ด้ รั บ แต่ ง ตั้ ง เป็ น นายกรั ฐ มนตรี ต ามมาตรา ๑๗๒ วรรคสาม ให้ ป ระธานสภา สําความขึ้นกราบบังคมทูลภายในสิ สํา แต่วันที่พ้นกําหนดเวลาดังกล่ ผู้แทนราษฎรนํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บห้าวันนับนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา าวเพื่อทรงมี พระบรมราชโองการแต่งตั้งบุคคลซึ่งได้รับคะแนนเสียงสูงสุดเป็นนายกรัฐมนตรี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๗๔ รัฐมนตรีต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด (๒) มีอายุไม่ต่ํากว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๓) สําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า สํานั(๔) ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๐๒กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๘) (๙) (๑๑) กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั (๑) (๒) (๓) (๔) (๖) (๗) (๑๒) (๑๓) หรือ (๑๔) (๕) ไม่ พิ นั ากษาให้จําคุกโดยได้พ้น า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เคยต้องคําสําพกงานคณะกรรมการกฤษฎีกโทษมายังไม่ถึงห้นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา าปีก่อนได้รับแต่งตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ สํานั(๖) ไม่ เ ป็ น สมาชิ ก วุ ฒิ สกา หรื อ เคยเป็านัสมาชิ ก วุ ฒิ ส ภาซึ่ ง สมาชิกก ภาพสิ้ น สุ ด ลง กงานคณะกรรมการกฤษฎี ภา สํ น กงานคณะกรรมการกฤษฎี า มาแล้วยังไม่เกินสองปีนับถึงวันที่ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๗๕ ก่อนเข้ารับหน้าที่ รัฐมนตรีต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ สํา อไปนี้ ด้วยถ้อยคํา ดังต่นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา “ข้ า พระพุ ท ธเจ้ า (ชื่ อ ผู้ ป ฏิ ญ าณ) ขอถวายสั ต ย์ ป ฏิ ญ าณว่ า ข้ า พระพุ ท ธเจ้ า จะ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศ และประชาชนสํทันักงานคณะกรรมการกฤษฎีามซึ่งรัฐธรรมนูญาแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ” า ้งจะรักษาไว้และปฏิบัติต กา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑๗๖ คณะรักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั ฐมนตรีที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดินต้นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา องแถลงนโยบายต่อ รัฐสภาและชี้แจงการดําเนินการตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐตามมาตรา ๗๕ โดยไม่มีการลงมติ า ้งนี้ ภายในสิบห้าวันนับแต่ า า กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ความไว้วางใจสํทันักงานคณะกรรมการกฤษฎีกวันเข้ารับหน้าสํที่นัและเมื่อแถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้วต้อง จัดทําแผนการบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อกําหนดแนวทางการปฏิบัติราชการแต่ละปีตามมาตรา ๗๖ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • - ๕๖ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ก่อนแถลงนโยบายต่นัอรังานคณะกรรมการกฤษฎีหากมีกรณีที่สําสําญและจําเป็นเร่งด่วน กา คั นักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ก ฐสภาตามวรรคหนึ่ง กา ซึ่งหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะกระทบต่อประโยชน์สําคัญของแผ่นดิน คณะรัฐมนตรีที่เข้ารับหน้าที่จะ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ดําเนินการไปพลางก่อนเพียงเท่าที่จําเป็นก็กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑๗๗ รัฐสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกและแถลงข้อเท็านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ จจริงหรือแสดงความ มาตรา มนตรีย่อมมีสิทธิเข้าประชุม า คิดเห็นในที่ประชุมสภา และในกรณีที่สภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภามีมติให้เข้าประชุมในเรื่องใด สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รัฐมนตรีต้องเข้าร่วมประชุม และให้นําเอกสิาทธิ์ที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๓๐ มาใช้บังคับโดยอนุโลม ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถ้ารัฐมนตรีกผู้ใดเป็นสมาชิสําสภาผู้แทนราษฎรใน กา ก นักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี า ขณะเดียวกันด้วยห้ามมิให้รัฐมนตรีผู้นั้นออกเสียงลงคะแนนในเรื่องที่เกี่ยวกับการดํารงตําแหน่ง การ ปฏิบัติหน้าที่หสําอนัการมีส่วนได้เสียในเรื่องนักา รื กงานคณะกรรมการกฤษฎี ้น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑๗๘ ในการบริหารราชการแผ่นดิน รัฐามนตรีต้องดําเนินักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํานการตามบทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และนโยบายที่ได้แถลงไว้ตามมาตรา ๑๗๖ และต้องรับผิดชอบต่อสภา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ต้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้ แ ทนราษฎรในหน้ า ที่ ข องตน รวมทั้ งกาอ งรั บ ผิ ด ชอบร่ ว มกั น ต่ อ รั ฐ สภาในนโยบายทั่ ว ไปของ คณะรัฐมนตรี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๗๙ ในกรณี ที่ มี ปั ญ หาสํ า คั ญ เกี่ ย วกั บ การบริ ห ารราชการแผ่ น ดิ น ที่ สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะรั ฐ มนตรี เ ห็ น สมควรจะฟั ง ความคิ ด เห็ น ของสมาชิาก สภาผู้ แ ทนราษฎรและสมาชิ ก วุ ฒิ ส ภา นายกรัฐมนตรีจะแจ้งไปยังประธานรัฐสภาขอให้มีการเปิดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมร่วมกันของ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รัฐสภาก็ได้ ในกรณีเช่นว่านี้รัฐสภาจะลงมติในปัญหาที่อภิปรายมิได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๘๐ รัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตําแหน่ง เมื่อ (๑) า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ดลงตามมาตราสํ๑๘๒ านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๒) อายุสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงหรือมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร สํานั(๓) คณะรัฐมนตรีลาออกกา กงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในกรณีที่ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๘๒ (๑) (๒) สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก(๘) ให้ดําเนินสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑๗๓ โดยอนุกลม สํานั โงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๓) (๔) (๕) (๗) หรือ า การตามมาตรา ๑๗๒ และมาตรา สํานัมาตรา ๑๘๑ คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตํสําแหน่ง ต้องอยู่ในตําแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา า นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ต่อไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่ แต่ในกรณีพ้นจากตําแหน่งตามมาตรา ๑๘๐ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๒) คณะรัฐมนตรีและรัฐมนตรีจะปฏิบัติหน้าที่ได้เท่าที่จําเป็น ภายใต้เงื่อนไขที่กําหนด ดังต่อไปนี้ สํานั(๑) ไม่กระทําการอันเป็นการใช้อํานาจแต่งตั้งหรือโยกย้ายข้าราชการซึ่งมีตําแหน่ง กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หรือเงินเดือนประจํา หรือพนักงานของหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือกิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ หรือ ให้บุคคลดังกล่าวพ้นจากการปฏิบัตสํิหน้กที่หรือพ้นจากตําแหน่งกหรือให้ผู้อื่นมาปฏิกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา านัางานคณะกรรมการกฤษฎี า สํานั บัติหน้าที่แทน เว้น แต่จะได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อน สํานั(๒) ไม่กระทําการอันมีผกา นการอนุมสําิให้ใงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ายเพื่อกรณี กงานคณะกรรมการกฤษฎี ลเป็ ัต นัก ช้จ่ายงบประมาณสํารองจ่ ฉุกเฉินหรือจําเป็น เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • - ๕๗ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๓) ไม่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กระทําการอันักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อโครงการ หรืนักมีผลเป็นการสร้าง กา สํา นมีผลเป็นการอนุมัติงานหรื สํา อ งานคณะกรรมการกฤษฎี ความผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดต่อไป สํานั(๔) ไม่ใช้ทรัพยากรของรัฐหรือบุคลากรของรัฐเพื่อกระทําการใดซึกาจะมีผลต่อการ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ่ง เลือกตั้งและไม่กระทําการอันเป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามตามระเบียบที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๘๒ ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๑) ตาย (๒) ลาออก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๓) ต้องคําพิพากษาให้จําคุก แม้คดีนั้นจะยังไม่ถึงที่สุดหรือมีการรอการลงโทษ เว้น แต่เป็นกรณีที่คานักังงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ ดีย ไม่ถึงที่สุดหรือมีการรอการลงโทษในความผิดอันได้กระทําโดยประมาท ความผิด สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ลหุโทษหรือความผิดฐานหมิ่นประมาท (๔) า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกสภาผู้แทนราษฎรมีงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑๕๘ หรือมาตรา ๑๕๙ สํานัก มติไม่ไว้วางใจตามมาตรา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๕) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๗๔ สํานั(๖) มีพระบรมราชโองการให้พ้นจากความเป็นรัฐมนตรีตามมาตรา ๑๘๓ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๗) กระทําการอันต้องห้ามตามมาตรา ๒๖๗ มาตรา ๒๖๘ หรือมาตรา ๒๖๙ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกวุฒิสภามีมติตสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ (๘) า ามมาตรา ๒๗๔ ให้ถอดถอนออกจากตําแหน่างนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นอกจากเหตุที่ทําให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามวรรคหนึ่งแล้ว ความ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก เป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเมื่อครบกําหนดเวลาตามมาตรา ๑๗๑ วรรคสี่ าด้วย ให้นําบทบัญญัติมาตรา ๙๑ และมาตรา ๙๒ มาใช้บังคับกับการสิ้นสุดของความเป็น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รัฐมนตรีตาม (๒) (๓) (๕) หรือ (๗) หรือวรรคสอง โดยให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นผู้ส่งเรื่องให้ ศาลรัฐธรรมนูญาวินิจฉัยได้ด้วย สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑๘๓ พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอํานาจในการให้รัฐมนตรีพ้นจาก กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ความเป็นรัฐมนตรีตามที่นายกรัฐมนตรีถวายคําแนะนํา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๘๔ ในกรณีเพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความปลอดภัยของประเทศ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือป้องปันักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ดภัยพิบัติสาธารณะ ความปลอดภัยสาธารณะ พระมหากษัตริย์จะทรงตราพระราชกําหนดให้ใช้บังคับดังเช่นพระราชบัญญัติก็ได้ สํานัการตราพระราชกําหนดตามวรรคหนึ่ง สํให้กระทําได้เฉพาะเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นว่า กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจําเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในการประชุมรัฐสภาคราวต่อไป ให้คณะรัฐมนตรีเสนอพระราชกําหนดนั้นต่อรัฐสภา เพื่อพิจารณาโดยไม่ชักช้า ถ้าอยู่นอกสมัยประชุมและการรอการเปิดสมัยประชุมสามัญจะเป็นการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ชักช้าคณะรัฐมนตรีต้องดําเนินการให้มีการเรียกประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาอนุมัติหรือไม่ อนุมัติพระราชกําหนดโดยเร็ว ถ้าสภาผูกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สภาผู้แทนราษฎรอนุมัติแต่วุฒิสภา กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั ้แทนราษฎรไม่อนุมัติ หรือ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ไม่อนุมัติและสภาผู้แทนราษฎรยืนยันการอนุมัติด้วยคะแนนเสียงไม่มากกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิก สํา ยู่ของสภาผู้แทนราษฎร า ทั้งหมดเท่าที่มีอนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกให้พระราชกําสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หนดนั้นตกไป แต่ทั้งนี้ไม่กระทบกระเทือน กิจการที่ได้เป็นไปในระหว่างที่ใช้พระราชกําหนดนั้น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • - ๕๘ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หากพระราชกําหนดตามวรรคหนึ่งมีผลเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมหรืกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั อยกเลิกบทบัญญัติ แห่งกฎหมายใด และพระราชกําหนดนั้นต้องตกไปตามวรรคสาม ให้บทบัญญัติแห่งกฎหมายที่มีอยู่ สํา ่มเติมหรือยกเลิก มีผลใช้บ สําว กที่การไม่อนุมัติพระราชกํ ก่อนการแก้ไขเพินักงานคณะกรรมการกฤษฎีกังาคับต่อไปนับแต่นัันงานคณะกรรมการกฤษฎีกาาหนดนั้นมีผล ถ้าสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาอนุมัติพระราชกําหนดนั้น หรือถ้าวุฒิสภาไม่อนุมัติ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นยันการอนุามัติด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ านวนสมาชิกทั้งหมด และสภาผู้แทนราษฎรยื เท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ให้พระราชกําหนดนั้นมีผลใช้บังคับเป็นพระราชบัญญัติต่อไป สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา การอนุมัติหรือไม่อนุมัติพระราชกําหนดนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้นายกรัฐมนตรีประกาศในราชกิจจา นุเบกษา ในกรณีไม่อนุมัติ ให้มีผลตัสํแต่กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จจานุเบกษา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ้ง านั วันถัดจากวันประกาศในราชกิ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั การพิจารณาพระราชกําหนดของสภาผู้แทนราษฎรและของวุฒิสภาในกรณียืนยัน การอนุมัติพระราชกําหนด จะต้องกระทําในโอกาสแรกที่มีกนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ารประชุมสภานั้น ๆ มาตรา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑๘๕ ก่อสํนทีกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ิสภาจะได้อนุมนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา านั ่สภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒ สํา ัติพระราชกําหนดใด ตามมาตรา ๑๘๔ วรรคสาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งใน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีองแต่ สํา ิทธิเข้าชื่อเสนอความเห็นต่ ห้าของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ขกา ละสภา มีสนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาอประธานแห่ง สภาที่ตนเป็นสมาชิกว่าพระราชกําหนดนั้นไม่เป็นไปตามมาตรา ๑๘๔ วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง และให้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกางความเห็นไปยันักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นนับแต่วันานั่ไกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา งศาลรัฐธรรมนูญภายในสามวั สํ ที ด้รับความเห็นเพื่อ ประธานแห่งสภานั้นส่ วินิจฉัย เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว ให้ศาลรัฐธรรมนูญแจ้งคําวินิจฉัยนั้นไปยังประธานแห่งสภาที่ สํ นั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่งความเห็นนั้นามากงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เมื่ อ ประธานสภาผู้ แ ทนราษฎรหรื อ ประธานวุ ฒิ ส ภาได้ รั บ ความเห็ น ของ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้รอการพิจารณาพระราชกําหนด นั้นไว้ก่อนจนกว่าาจะได้รับแจ้งคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ตามวรรคหนึ่ง ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าพระราชกําหนดใดไม่เป็นไปตามมาตรา ๑๘๔ วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้พระราชกําาหนดนั้นไม่มีผลบังคับมาแต่ต้น สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่าพระราชกําหนดใดไม่เป็นไปตามมาตรา ๑๘๔ วรรค สํานัก ต้องมีคะแนนเสี ยงไม่ า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หนึ่งหรือวรรคสองงานคณะกรรมการกฤษฎีกน้อยกว่าสองในสามของจํานวนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งหมด สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๘๖ ในระหว่างสมัยประชุม ถ้ามีความจําเป็นต้องมีกฎหมายเกี่ยวด้วยภาษี านักงานคณะกรรมการกฤษฎีจ ารณาโดยด่ วสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ข องแผ่ น ดิ น อากรหรือ เงิ นสํตราซึ่ ง จะต้ อ งได้ รั บ การพิ กา นและลั บ เพื่อ รั ก ษาประโยชน์ พระมหากษัตริย์จะทรงตราพระราชกําหนดให้ใช้บังคับดังเช่นพระราชบัญญัติก็ได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พระราชกําหนดที่ได้ตราขึ้นตามวรรคหนึ่ง จะต้องนําเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ภายในสามวันสําบแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑๘๔ มา นั นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บกษา และให้นําบทบัญญัติมาตรา ใช้บังคับโดยอนุโลม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๘๗ พระมหากษั ต ริ ย์ ท รงไว้ ซึ่ ง พระราชอํ า นาจในการตรา านักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พระราชกฤษฎีสํกาโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย กา
  • - ๕๙ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑๘๘ พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอํานาจในการประกาศใช้และเลิกใช้ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี กฎอัยการศึกตามลักษณะและวิธีการตามกฎหมายว่าด้วยกฎอัยการศึก สํานัในกรณี ที่ มี ค วามจํ า เป็ นกาอ งประกาศใช้ากฎอั ย การศึ ก เฉพาะแห่ งกา น การรี บ ด่ ว น กงานคณะกรรมการกฤษฎี ต้ สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี เป็ เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารย่อมกระทําได้ตามกฎหมายว่าด้วยกฎอัยการศึก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๘๙ พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอํานาจในการประกาศสงครามเมื่อ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา มติให้ความเห็นชอบของรัฐสภาต้องมีคะแนนเสีายงไม่น้อยกว่าสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สองในสามของจํานวน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก สมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา ด นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัในระหว่างที่อายุสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุสําลงหรือสภาผู้แทนราษฎรถูกยุบ ให้วุฒิสภา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ทําหน้าที่รัฐสภาในการให้ความเห็นชอบตามวรรคหนึ่ง และการลงมติต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า สองในสามของจํานวนสมาชิกวุฒิสภาทักหมดเท่าที่มีอยู่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั้ง งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัมาตรา ๑๙๐๑๐ พระมหากษัตริย์ทรงไว้านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาหนังสือสัญญา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ ซึ่งพระราชอํานาจในการทํ า สันติภาพ สัญญาสงบศึก และสัญญาอื่น กับนานาประเทศหรือกับองค์การระหว่างประเทศ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสือสัญญาใดมีานัทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย หรือเขตพืานัที่นอกอาณาเขตซึ่ง กา สํ บ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ ้น กงานคณะกรรมการกฤษฎี หนัง ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตยหรือมีเขตอํานาจตามหนังสือสัญญาหรือตามกฎหมายระหว่างประเทศ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หรือจะต้องออกพระราชบัญญัติเพื่อให้การเป็นไปตามหนังสือสัญญา หรือมีผลกระทบต่อความมั่นคง ทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้า การลงทุน หรือ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา งบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสําคัญ ต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา ในการนี้ รัฐสภาจะต้อง พิจารณาให้แล้สําเสร็งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ันที่ได้รับเรื่อสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ว นัก จภายในหกสิบวันนับแต่ว งดังกล่าว ก่อนการดําเนินการเพื่อทําหนังสือสัญญากับนานาประเทศหรือองค์การระหว่าง ประเทศตามวรรคสอง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะรัฐมนตรีนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บฟังความคินักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ต้องให้ข้อมูลและจัดให้มีการรั สํา ดเห็นของประชาชน และต้องชี้แจงต่อรัฐสภาเกี่ยวกับหนังสือสัญญานั้น ในการนี้ ให้คณะรัฐมนตรีเสนอกรอบการเจรจาต่อ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบด้วย เมื่อลงนามในหนังสือสัญญาตามวรรคสองแล้ว ก่อนที่จะแสดงเจตนาให้มีผลผูกพัน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกประชาชนสามารถเข้าถึงรายละเอียดของหนังสือสัญญานั้นกและในกรณีที่การ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั งานคณะกรรมการกฤษฎี คณะรัฐมนตรีต้องให้ า ปฏิบัติตามหนังสือสัญญาดังกล่าวก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนหรือผู้ประกอบการขนาดกลางและ สํานัก ฐ มนตรี ต้ อ งดํ า เนิ น การแก้ สํา วยาผู้ ไ ด้ รั บ ผลกระทบนั้ า ขนาดย่ อ ม คณะรังานคณะกรรมการกฤษฎีกา ไ ขหรื อ เยี ยนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกน อย่ า งรวดเร็ ว เหมาะสม และเป็นธรรม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้มีกฎหมายว่าด้วยการกําหนดประเภท กรอบการเจรจา ขั้นตอนและวิธีการจัดทํา หนังสือสัญญาทีา่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรืนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาางขวาง หรือมี สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สําอสังคมของประเทศอย่างกว้ ผลผูกพันด้านการค้า การลงทุน หรืองบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสําคัญ รวมทั้งการแก้ไขหรือ เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการปฏิกงานคณะกรรมการกฤษฎีกงากล่าว โดยคํานึนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั บัติตามหนั งสื อสั ญ ญาดั สํา งถึ งความเป็ นธรรม ๑๐ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๙๐ แก้ไ ขเพิ่ ม เติ มโดยรั ฐ ธรรมนู ญ แห่ งราชอาณาจั ก รไทย แก้ ไ ขเพิ่มเติ ม (ฉบั บที่ ๒) พุทธศักราช ๒๕๕๔ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • - ๖๐ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ระหว่างผู้ที่ได้ประโยชน์ บ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี ิต สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กับผู้ที่ได้รัสําผลกระทบจากการปฏิบัตกาามหนังสือสัญญานั้นและประชาชน กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ทั่วไป สํานัในกรณีที่มีปัญหาตามวรรคสอง ให้เป็นอํานาจของศาลรัฐธรรมนูญที่จะวินิจฉัยชี้ขาด กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยให้นําบทบัญญัติตามมาตรา ๑๕๔ (๑) มาใช้บังคับกับการเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยอนุโลม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๙๑ พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอํานาจในการพระราชทานอภัย โทษ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๙๒ พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอํานาจในการถอดถอนฐานันดร ศักดิ์และเรียกคืานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑๙๓ พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งข้กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี าราชการฝ่ายทหารและฝ่ายพลเรือน กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ตําแหน่งปลัดกระทรวง อธิบดี และเทียบเท่า และทรงให้พ้นจากตําแหน่ง เว้ นแต่กรณีที่ พ้นจาก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตําแหน่งเพราะความตาย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑๙๔ ข้าราชการและพนักงานของรัฐกา มีตําแหน่งหรือนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ซึ่ง สํา เงินเดือนประจําและ มาตรา มิใช่ข้าราชการการเมือง จะเป็นข้าราชการการเมืองหรือผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองอื่นมิได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๙๕ บทกฎหมาย พระราชหัตถเลขา และพระบรมราชโองการอันเกี่ยวกับ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ราชการแผ่นดิน ต้องมีรัฐมนตรีลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ เว้นแต่ที่มีบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น ในรัฐธรรมนูญสํา้ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บทกฎหมายที่ ท รงลงพระปรมาภิ ไ ธยแล้ ว หรื อ ถื อ เสมื อ นหนึ่ ง ว่ า ได้ ท รงลงพระ ปรมาภิไธยแล้วให้ประกาศในราชกิจจานุเงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก บกษาโดยพลัน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัมาตรา ๑๙๖ เงินประจํกาาตําแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอืกาขององคมนตรี กงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ่น ประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานและรองประธานวุฒิสภา ผู้นําฝ่ายค้านในสภา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก และสมาชิกวุฒิสภา ให้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร งานคณะกรรมการกฤษฎีกากําหนดโดยพระราชกฤษฎีกาซึ่งต้อง กา กําหนดให้จ่ายได้ไม่ก่อนวันเข้ารับหน้าที่ สํานับําเหน็จบํานาญหรือประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นขององคมนตรีซึ่งกานจากตําแหน่ง กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี พ้ ให้กําหนดโดยพระราชกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หมวด ๑๐ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ศาล สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนที่ ๑ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บททั่วไป สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • - ๖๑ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๙๗ การพิจารณาพิพากษาอรรถคดีเป็นอํานาจของศาลซึ่งต้องดําเนินการ านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้เป็นไปโดยยุสํติธรรม ตามรัฐธรรมนูญ ตามกฎหมาย และในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ ผู้ พิ พ ากษาและตุ ล าการมี อิ ส ระในการพิ จ ารณาพิ พ ากษาอรรถคดี ใ ห้ เ ป็น ไปโดย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกานธรรม ตามรัสําธรรมนูญและกฎหมาย กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ถูกต้อง รวดเร็วและเป็ ฐ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี การโยกย้ายผู้พิพากษาและตุลาการโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้พิพากษาและ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก ตุลาการนั้นจะกระทํามิได้ เว้นแต่เป็นการโยกย้ายตามวาระตามที่กฎหมายบัญญัตาเป็นการเลื่อน ิ ตําแหน่งให้สูงขึ้นเป็นกรณีที่อยู่ในระหว่กางานคณะกรรมการกฤษฎีนัา หรือตกเป็นจําเลยในคดีอาญา เป็น กา งถูกดํา เนินการทางวิ กย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี กรณีที่กระทบกระเทือนต่อความยุติธรรมในการพิจารณาพิพากษาคดี หรือมีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุ จําเป็นอื่นอันไม่านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาฎหมายบัญญัสําิ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ต สํ อาจก้าวล่วงได้ ทั้งนี้ ตามที่ก ผู้พิพากษาและตุลาการจะเป็นข้าราชการการเมืองหรือผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง มิได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัมาตรา ๑๙๘ บรรดาศาลทั้งหลายจะตั้งขึ้นกงานคณะกรรมการกฤษฎีกติ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั ได้ก็แต่โดยพระราชบัญญั า การตั้งศาลขึ้นใหม่เพื่อพิจารณาพิพากษาคดีใดคดีหนึ่งหรือคดีที่มีข้อหาฐานใดฐาน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ่มีอยู่ตามกฎหมายสําหรับพิจารณาพิพกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ากษาคดีนั้น จะกระทํามิได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หนึ่งโดยเฉพาะแทนศาลที การบัญญัติกฎหมายให้มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก ธรรมนูญศาลหรือวิธีพิจารณาเพื่อใช้แก่คดีใดคดีหนึ่งโดยเฉพาะงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จะกระทํามิได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๙๙ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับอํานาจหน้าที่ระหว่างศาลยุติธรรม ศาล ปกครอง ศาลทหาร หรื อ ศาลอื่ น ให้ พิ จ ารณาวิ นิ จ ฉัานัชีก้ ข าดโดยคณะกรรมการคณะหนึ่ ง ซึ่ ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ ย งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ประกอบด้ ว ยประธานศาลฎี ก าเป็ น ประธาน ประธานศาลปกครองสู ง สุ ด ประธานศาลอื่ น และ ผู้ทรงคุณวุฒิอื่นอีกไม่ กิ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกเา นสี่คนตามที่กฎหมายบัญญัติ เป็นกรรมการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หลักเกณฑ์การเสนอปัญหาตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๐๐ พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งผู้พิพากษาและตุลาการ และทรงให้พ้น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่พ้นจากตําแหน่งเพราะความตาย กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จากตําแหน่ง เว้นแต่กรณี การแต่งตั้งและการให้ผู้พิพากษาและตุลาการในศาลอื่นนอกจากศาลรัฐธรรมนูญ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พ้นจากตําแหน่ ง ตลอดจนอํ านาจพิ พกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ากษาคดีและวิ ธี ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง และศาลทหาร พิจารณาของศาลดังกล่าว ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลนั้น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัมาตรา ๒๐๑ ก่อนเข้ารักาหน้าที่ ผู้พิพากษาและตุลาการต้องถวายสัาตย์ปฏิญาณต่อ กงานคณะกรรมการกฤษฎี บ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก พระมหากษัตริย์ด้วยถ้อยคําดังต่อไปนี้ “ข้ า พระพุ ท ธเจ้ าสํา(ชืกงานคณะกรรมการกฤษฎีกาต ย์ ป ฏิ ญ าณว่ า นัข้ า พระพุ ท ธเจ้ า จะ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นั ่ อ ผู้ ป ฏิ ญ าณ) ขอถวายสั สํา กงานคณะกรรมการกฤษฎี จงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และจะปฏิบัติหน้าที่ในพระปรมาภิไธยด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดย สํานั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ปราศจากอคติสําั้งปวง เพื่อให้เกิดความยุติธรรมแก่ประชาชนกและความสงบสุขแห่งราชอาณาจักร ทั้ง ท นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีราชอาณาจักรไทยและกฎหมายทุกประการ”า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตามรัฐธรรมนูญแห่งกา
  • - ๖๒ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๐๒ เงิน เดือน เงิ น ประจํา ตํ า แหน่ ง และประโยชน์ ต อบแทนอื่ น ของผู้ สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี ฎหมายบั ญ ญั ตานักงานคณะกรรมการกฤษฎีงิกาเดื อ นหรื อเงิ น สํ ิ ทั้ งนี้ จะนํ า ระบบบั ญ ชี เ น พิพากษาและตุาลาการ ให้เป็ นไปตามที่กกา ประจําตําแหน่งของข้าราชการพลเรือนมาใช้บังคับมิได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีนา ความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับกับกรรมการการเลือกตั้งนัผู้ตรวจการแผ่นดิน กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา กงานคณะกรรมการกฤษฎี ให้ ก ํา กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ด้วยโดยอนุโลม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๐๓ บุสําคลจะดํ า รงตํ า แหน่ ง กรรมการในคณะกรรมการตุ ล าการศาล กา ค นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ยุติธรรม กรรมการในคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง หรือกรรมการในคณะกรรมการตุลาการ ของศาลอื่นตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น ในเวลาเดียวกันมิได้ กทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นกรรมการโดยตําแหน่ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา หรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนที่ ๒ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกศาลรัฐธรรมนูญานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา า สํ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๐๔ ศาลรัฐธรรมนูญประกอบด้วยประธานศาลรัฐธรรมนูญคนหนึ่งและ สํา ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอื่นอีกแปดคน ซึ่งพระมหากษัตริยนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ฒิสภาจาก ์ทรงแต่งตั้งตามคําแนะนําของวุ บุคคลดังต่อไปนี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๑) ผู้พิพากษาในศาลฎีกาซึ่งดํารงตําแหน่งไม่ต่ํากว่าผู้พิพากษาศาลฎีกา ซึ่งได้รับ เลือกโดยที่ประชุนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บ จํานวนสามคน สํา มใหญ่ศาลฎีกาโดยวิธีลงคะแนนลั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๒) ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดซึ่งได้รับเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาล ปกครองสูงสุดโดยวิธีล สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกางคะแนนลับ จํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานวนสองคน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๓) ผู้ทรงคุณวุฒิสาขานิติศาสตร์ซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านนิติศาสตร์อย่าง สํา เลื งานคณะกรรมการกฤษฎีกา แท้จริงและได้รับนักอกตามมาตรา ๒๐๖ จํานวนสองคน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๔) ผู้ทรงคุณวุฒิสาขารัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ หรือสังคมศาสตร์อื่น ซึ่งมี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั งานคณะกรรมการกฤษฎี สํา รับเลือกตามมาตรา ความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านการบริกหารราชการแผ่นดินอย่กาางแท้จริงและได้นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๒๐๖ จํานวนสองคน สํานัในกรณีที่ไม่มีผู้พิพากษาในศาลฎีกาหรือนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกงสุดได้รับเลือก กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สําตุลาการในศาลปกครองสู า ตาม (๑) หรือ (๒) ให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาหรือที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด แล้วแต่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กรณีเลือกบุคคลอื่นซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๐๕ และมีความรู้ ความ เชี่ยวชาญทางด้าานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บัติหน้าทีสํป็นักงานคณะกรรมการกฤษฎีญา เป็นตุลาการ ่เ า นตุลาการศาลรัฐธรรมนู กให้ สํ นนิติศาสตร์ที่เหมาะสมจะปฏิ ศาลรัฐธรรมนูญตาม (๑) หรือ (๒) แล้วแต่กรณี ให้ กู้ไ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีผาด้รับเลือกตามวรรคหนึ่ง ประชุมและเลืกากกันเองให้คนหนึกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี อ สํานั ่งเป็นประธานศาล รัฐธรรมนูญ แล้วแจ้งผลให้ประธานวุฒิสภาทราบ สํานัให้ประธานวุฒิสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งกตั้งประธานศาล กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี า รัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • - ๖๓ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา รงคุณวุฒิตามมาตรา ๒๐๔ (๓) อ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๒๐๕ ผู้ทสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และ (๔) ต้สํางมีคุณสมบัติและไม่มี กา ลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ สํานั(๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๒) มีอายุไม่ต่ํากว่าสี่สิบห้าปีบริบูรณ์ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเคยเป็ น รั ฐ มนตรี งานคณะกรรมการกฤษฎีกาในศาลทหารสูนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก ตุ ล าการพระธรรมนู ญ สํา ง สุ ด กรรมการการ (๓) เลือกตั้งผู้ตรวจการแผ่นดิน กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กรรมการตรวจเงิน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํา แผ่นดินหรือกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งกา หรือเคยรับนักงานคณะกรรมการกฤษฎี่ํากว่ารองอัยการ ชาติ ราชการในตําแหน่งไม่ต กา สูงสุดอธิบดีหรือผู้ดํารงตําแหน่งทางบริหารในหน่วยราชการทีกาีอํานาจบริหารเทีกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ่ม ยบเท่าอธิบดี หรือ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานั ดํารงตําแหน่งไม่ต่ํากว่าศาสตราจารย์ หรือเคยเป็นทนายความที่ประกอบวิชาชีพอย่างสม่ําเสมอและ ต่อเนื่องไม่น้อยกว่กสามสิบปีนับถึงวันที่ได้รับการเสนอชื่อสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั างานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๔) ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๐๐ หรือมาตรา ๑๐๒ (๑) (๒) (๔) (๕) (๖) (๗) (๑๓) หรือ (๑๔) สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๕) ไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการการเมือง สมาชิก านัก ริหารท้องถิ่น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สภาท้องถิ่นหรืสํอผู้บงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๖) ไม่เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกหรือผู้ดํารงตําแหน่งอื่นของพรรคการเมือง ในระยะ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สามปีก่อนดํารงตําแหน่ (๗) ไม่ เ ป็ น กรรมการการเลื อ กตั้ ง ผู้ ต รวจการแผ่ น ดิ น กรรมการป้ อ งกั น และ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กรรมการตรวจเงินแผ่นดินสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา งชาติ หรือกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๐๖ การสรรหาและการเลือกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๐๔ (๓) และ (๔) ให้าดําเนินการดังต่อไปนี้ กา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๑) ให้ มีคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐ ธรรมนูญคณะหนึ่ ง ประกอบด้วย ประธานศาลฎี ก า ประธานศาลปกครองสู ง สุ ด ประธานสภาผู้ แ ทนราษฎรสํานันํ า ฝ่ า ยค้า นในสภา กา ผู้ กงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้แทนราษฎร และประธานองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญซึ่งเลือกกันเองให้เหลือหนึ่งคน เป็นกรรมการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ิต สํา (๓) และ (๔) ให้แล้วเสร็ ทําหน้าที่สรรหาและคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒกาามมาตรา ๒๐๔นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกจาภายในสามสิบ วันนับแต่วันที่มีเหตุทําให้ต้องมีการเลือกบุคคลให้ดํารงตําแหน่งดังกล่าว แล้วให้เสนอรายชื่อผู้ได้รับ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ประธานวุฒิสภา มติในการคั สํ าวต้องลงคะแนนโดย เลือกพร้อมความยินยอมของผู้นั้นต่อนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ดเลือกดังกล่านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เปิดเผยและต้องมีคะแนนไม่น้อยกว่าสองในสามของจํานวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ในกรณีที่ไม่มี า่ไ ก ถ้ากรรมการที่เหลืออยู่น กรรมการในตํสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บัติหน้าสํทีนัด้ งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ั้นมีจํานวนไม่ าแหน่งใด หรือมีแต่ไม่สามารถปฏิ น้อยกว่ากึ่งหนึ่งให้คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญประกอบด้วยกรรมการที่เหลืออยู่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ทั้งนี้ ให้นําบทบัญญัติในมาตรา ๑๑๓ วรรคสองมาใช้บังคับโดยอนุโลม ิส นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั(๒) ให้ประธานวุฒิสภาเรียกประชุมวุฒสําภาเพื่อมีมติให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การคัดเลือกตาม (๑) ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับรายชื่อ การลงมติให้ใช้วิธีลงคะแนนลับ ใน กรณีที่วุฒิสภาให้ความเห็ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นชอบ ให้สํปนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา งคมทูลเพื่อนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา าระธานวุฒิสภานําความกราบบั สํา ทรงแต่งตั้งต่อไป ใน กรณี ที่ วุ ฒิ ส ภาไม่ เ ห็ น ชอบในรายชื่ อ ใด ไม่ ว่ า ทั้ ง หมดหรื อ บางส่ ว น ให้ ส่ ง รายชื่ อ นั้ น กลั บ ไปยั ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพร้อมด้วสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ยเหตุผลเพื่อให้ดําเนินการสรรหาใหม่ หาก คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไม่เห็นด้วยกับวุฒิสภาและมีมติยืนยันตามมติเดิมด้วย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีส่งรายชื่อนั้นให้ปนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา งคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้งต่อไป แต่ กา สํา ระธานวุฒิสภานําความกราบบั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี คะแนนเอกฉันท์ ให้ กา
  • - ๖๔ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ถ้ามติที่ยืนยันตามมติเ ต้ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ดิมไม่เป็นเอกฉันท์ ให้เริ่มกระบวนการสรรหาใหม่ ซึ่งสําองดําเนินการให้แล้ว กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีเหตุให้ต้องดําเนินการดังกล่าว สํานัในกรณีที่ไม่อาจสรรหาผูการงคุณวุฒิตาม า(๑)งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ไม่ว่าด้วยเหตุ กงานคณะกรรมการกฤษฎี ้ท สํ นัก ได้ภายในเวลาที่กําหนด ใด ๆ ให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาแต่งตั้งผู้พิพากษาในศาลฎีกาซึ่งดํารงตําแหน่งไม่ต่ํากว่าผู้พิพากษาศาล สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีและให้ที่ประชุมใหญ่งานคณะกรรมการกฤษฎีกา งสุดแต่งตั้งตุลาการในศาลปกครอง กา สํานัก ตุลาการในศาลปกครองสู สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ฎีกาจํานวนสามคน กา สูงสุดจํานวนสองคน เป็นกรรมการสรรหาเพื่อดําเนินการตาม (๑) แทน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๐๗ ประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญต้อง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๑) ไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตําแหน่งหรือเงินเดือนประจํา วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ กา สํานั(๒) ไม่เป็นพนักงานหรือกากจ้างของหน่สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีหรือราชการส่วน กงานคณะกรรมการกฤษฎี ลู ท้องถิ่นหรือไม่เป็นกรรมการหรือที่ปรึกษาของรัฐวิสาหกิจหรือของหน่วยงานของรัฐ (๓) ไม่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ดํารงตําแหน่งใดในห้างหุ้นส่วน บริษัทกหรือองค์การทีสํ่ดําเนินธุรกิจโดยมุ่งหา กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี า านักงานคณะกรรมการกฤษฎี ผลกําไรหรือรายได้มาแบ่งปันกัน หรือเป็นลูกจ้างของบุคคลใด สํานั(๔) ไม่ประกอบวิชาชีพอิกา ่นใด สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กงานคณะกรรมการกฤษฎีสระอื ในกรณีที่ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาหรือที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ความเห็นชอบบุคคลตาม (๑) (๒) (๓) าหรือ (๔) โดยได้นัับงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํา รก ความยินยอมของ เลือกบุคคลหรือวุฒิสภาให้ บุคคลนั้น ผู้ได้รับเลือกจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ได้ต่อเมื่อตนได้ลาออกจากการเป็นบุคคลตาม (๑) (๒) หรือ สํานัก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี (๓) หรือแสดงหลักงานคณะกรรมการกฤษฎีตนได้เลิกประกอบวิชาชีพอิสระดังกล่าวแล้กา ซึ่งต้องกระทํา ฐานให้เป็นที่เชื่อได้ว่า กา ว ภายในสิ บ ห้ า วั น นั บ แต่ วั น ที่ ไ ด้ รั บ เลื อ กหรื อ ได้ รั บ ความเห็ น ชอบ แต่ ถ้ า ผู้ นั้ น มิ ไ ด้ ล าออกหรื อ เลิ ก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ประกอบวิชาชีพอิสระภายในเวลาที่กําหนด ให้ถือว่าผู้นั้นมิได้เคยรับเลือกหรือได้รับความเห็นชอบให้ เป็นตุลาการศาลรักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ญญัติมาตราสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกวแต่กรณี มาใช้ ๒๐๔ และมาตรา ๒๐๖ แล้ า สํานั ฐธรรมนูญ และให้นําบทบั บังคับ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๐๘ ประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีวาระการดํารง สํ ับ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก รงตําแหน่งได้เพียงวาระเดี ตําแหน่งเก้าปีนานัแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง และให้ดํางานคณะกรรมการกฤษฎีกา ยว ประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญซึ่งพ้นจากตําแหน่งตามวาระ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา าประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูาญซึงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นัก่งได้รับแต่งตั้งใหม่ ให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ จะเข้ารับหน้าที่ สํานัประธานศาลรั ฐ ธรรมนูกา และตุ ล าการศาลรั ฐ ธรรมนู ญ เป็ น เจ้ า พนั ก งานในการ กงานคณะกรรมการกฤษฎี ญ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ยุติธรรมตามกฎหมาย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัมาตรา ๒๐๙ นอกจากการพ้นจากตําแหน่กตามวาระ ประธานศาลรัาฐธรรมนูญและ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัง งานคณะกรรมการกฤษฎีก ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพ้นจากตําแหน่ง เมื่อ (๑) า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกตาย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๒) มีอายุครบเจ็ดสิบปีบริบูรณ์ สํานั(๓) ลาออก กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๐๕ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกกระทําการอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๒๐๗ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๕) า
  • - ๖๕ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๖) า ามมาตรา ๒๗๔ ให้ถอดถอนออกจากตําแหน่างนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกวุฒิสภามีมติตสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ (๗) ต้องคําพิพากษาให้จําคุก แม้คดีนั้นจะยังไม่ถึงที่สุดหรือมีการรอการลงโทษ เว้น สํ ดีย ไม่ถึงที่สุดหรือมีการรอการลงโทษในความผิดอันได้กระทําโดยประมาท ความผิด สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แต่เป็นกรณีที่คานักังงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ลหุโทษหรือความผิดฐานหมิ่นประมาท สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี่อมีกรณีตามวรรคหนึงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ญที่เหลืออยู่ปฏิงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก ่ง ให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนู สํานัก บัติหน้าที่ต่อไปได้ เมื กา ภายใต้บังคับมาตรา ๒๑๖ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๑๐ ในกรณีงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพ้น กา ที่ประธานศาลรัฐธรรมนู สํานัก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี จากตําแหน่งตามวาระพร้อมกันทั้งหมด ให้เริ่มดําเนินการตามมาตรา ๒๐๔ และมาตรา ๒๐๖ ภายใน สามสิบวันนับแต่นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา วันที่พ้นจากตําแหน่ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในกรณีที่ประธานศาลรัฐธรรมนูญหรือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพ้นจากตําแหน่ง นอกจากกรณีตามวรรคหนึ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ่ง ให้ดําเนินนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา การดังต่อไปนี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๑) ในกรณีที่เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญซึ่งได้รับเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาให้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํนับ งานคณะกรรมการกฤษฎี ดําเนินการตามมาตรา ๒๐๔ ให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันานักแต่วันที่พ้นจากตําแหน่งกา (๒) ในกรณีที่เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญซึ่งได้รับเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ตุลาการใน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีให้ดําเนินการตามมาตรา ๒๐๔ ให้แล้วเสร็กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีจภายในสามสิบวันักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา นนับแต่วันที่พ้นจาก ศาลปกครองสูงสุด กา ตําแหน่ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๓) ในกรณี ที่ เ ป็ น ตุ ล าการศาลรั ฐ ธรรมนูกญ ตามมาตรา ๒๐๔ (๓) หรื อ (๔) ให้ ดําเนินการตามมาตรา ๒๐๖ให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พ้นจากตําแหน่ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในกรณีที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพ้นจากตําแหน่งไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนนอก สมัยประชุมของรัฐสภา ให้ดําเนินการตามมาตรา ๒๐๖ สํภายในสามสิบวันนับแต่วันกา ดสมัยประชุม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา านักงานคณะกรรมการกฤษฎี เปิ ของรัฐสภา ในกรณี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ประธานศาลรัฐธรรมนูญพ้นจากตํากแหน่ง ให้นําบทบัญงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี า สํานัก ญัติมาตรา ๒๐๔ วรรคสามมาใช้บังคับ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๑๑ ในการที่ศาลจะใช้บทบัญญัติแห่งกฎหมายบังคับแก่คดีใด ถ้าศาลเห็น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีย้งพร้อมด้วยเหตุนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ้นต้องด้วยบทบัญญัติมาตรา ๖ กา สําผลว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี เองหรือคู่ความโต้แ กา และยังไม่มีคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินั้น ให้ศาลส่งความเห็นเช่นว่า สํานั งานคณะกรรมการกฤษฎี พ นั้นตามทางการเพืก่อศาลรัฐธรรมนูญจะได้กาิจารณาวินิจฉัสํยานักงานคณะกรรมการกฤษฎีเนิานการพิจารณา ในระหว่างนั้นให้ศาลดํา ก ต่อไปได้แต่ให้รอการพิพากษาคดีไว้ชั่วคราว จนกว่าจะมีคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าคําโต้แย้งของคู่ความตามวรรคหนึ่งไม่เป็นสาระอัน ควรได้รับการวิสํนนัฉังานคณะกรรมการกฤษฎีกรับเรื่องดังกล่าสํวไว้กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา าิจกย ศาลรัฐธรรมนูญจะไม่ า านั พิจารณาก็ได้ คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้ใช้ได้ในคดีทั้งปวง แต่ไม่กระทบกระเทือนถึงคํา พิพากษาของศาลอันถึ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกางที่สุดแล้ว สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัมาตรา ๒๑๒ บุคคลซึ่งถูกาละเมิดสิทธิหสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีับรองไว้มีสิทธิยื่น กงานคณะกรรมการกฤษฎี ก รือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญนี้ร กา คําร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อมีคําวินิจฉัยว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • - ๖๖ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การใช้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สิทธิตามวรรคหนึ่งต้องเป็นกรณีที่ไม่อาจใช้สิทธิโดยวิานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ ธีการอื่นได้แล้ว ทั้งนี้ ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๑๓ ในการปฏิ บั ติ ห น้ า ที่ ศาลรั ฐ ธรรมนู ญ มี อํ า นาจเรี ย กเอกสารหรื อ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คคลใด หรืนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาา ตลอดจนขอให้กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา อเรียกบุคคลใดมาให้ถ้อยคํ สํานั พนักงานสอบสวน หลักฐานที่เกี่ยวข้องจากบุ หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น ดําเนินการใดเพื่อประโยชน์แห่ง สํ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การพิจารณาได้านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ศาลรั ฐ ธรรมนู ญ สําอํ ากนาจแต่ ง ตั้ ง บุ ค คลหรื อ คณะบุ ค คลเพื่ อนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มี นั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ปฏิ บั ติ ห น้ า ที่ ต ามที่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา มอบหมาย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๑๔ ในกรณี ที่ มี ค วามขั ด แย้ ง เกี่ ย วกั บ อํ า นาจหน้ า ที่ ร ะหว่ า งรั ฐ สภา คณะรั ฐ มนตรี ห รื อ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีองค์ ก รตามรั ฐ ธรรมนู ญ ที่ มิ ใ ช่ ศ าลตั้ ง แต่ สกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ององค์ ก รขึ้ น ไป นัให้ ป ระธานรั ฐ สภา กา สํา กงานคณะกรรมการกฤษฎี นายกรัฐมนตรี หรือองค์กรนั้น เสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัย มาตรา ๒๑๕ ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าเรื่องใดหรือประเด็นใดที่ได้มีการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาญพิจารณา เป็านัเรืงานคณะกรรมการกฤษฎีกาธรรมนูญได้เคยพิกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ น ก ่องหรือประเด็นที่ศาลรัฐ สํานั จารณาวินิจฉัยแล้ว เสนอให้ศาลรัฐธรรมนู ศาลรัฐธรรมนูญจะไม่รับเรื่องหรือประเด็นดังกล่าวไว้พิจารณาก็ได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๑๖ องค์คณะของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในการนั่งพิจารณาและในการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ทํ า คํ า วิ นิ จ ฉั ย ต้ อ งประกอบด้ ว ยตุ ล าการศาลรั ฐ ธรรมนู ญ ไม่ น้ อ ยกว่ า ห้ า คน คํ า วิ นิ จ ฉั ย ของศาล รัฐธรรมนูญให้สําือเสีงานคณะกรรมการกฤษฎีกาัญญัติเป็นอย่างอื่นงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ถ นัก ยงข้างมาก เว้นแต่จะมีบ สํานัก ในรัฐธรรมนูญนี้ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นองค์คณะทุกคนจะต้องทําความเห็นในการวินิจฉัยใน ส่วนของตนพร้อมแถลงด้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา วยวาจาต่อทีนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา่ประชุมก่อนการลงมติ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คํ า วิ นิ จ ฉั ย ของศาลรั ฐ ธรรมนู ญ และความเห็ น ในการวิ นิ จ ฉั ย ของตุ ล าการศาล สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รัฐธรรมนูญทุกคนให้ประกาศในราชกิจจานุเาบกษา คํ าวิ นิ จฉั ย ของศาลรั ฐ ธรรมนู ญ อย่า งน้อ ยต้อ งประกอบด้ว ยความเป็นมาหรื อคํ า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา งที่ได้มาจากการพิจารณา เหตุผลในการวินิจฉัยในปัญหาข้งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก อเท็จจริงและข้อ กล่าวหาสรุปข้อเท็จจริ กฎหมาย และบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่ยกขึ้นอ้างอิง สํานัคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นเด็สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ฐมนตรี ศาล กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรั และองค์กรอื่นของรัฐ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๒๑๗ ศาลรันักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ฐธรรมนูญมีหน่วยธุรการของศาลรัฐธรรมนูญที่เป็นอิสระ โดยมี กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี เลขาธิการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้บังคับบัญชาขึ้นตรงต่อประธานศาลรัฐธรรมนูญ สํานัการแต่งตั้งเลขาธิการสํากากงานศาลรัฐสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กงานคณะกรรมการกฤษฎี นั ธรรมนูญ ต้องมาจากการเสนอของประธาน ศาลรัฐธรรมนูญและได้รับความเห็นชอบของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตามที่กฎหมายบัญญัติ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • - ๖๗ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สําก ก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีนัา งานศาลรัฐธรรมนูญมีอิสระในการบริหารงานบุคคล การงบประมาณ และการ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ดําเนินการอื่น ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนที่ ๓ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ศาลยุติธรรม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๑๘ ศาลยุ ติ ธ รรมมี อํ า นาจพิ จ ารณาพิ พ ากษาคดีาทั้ กปวง เว้ น แต่ ค ดี ที่ กา ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นั งานคณะกรรมการกฤษฎี รัฐธรรมนูญนี้หรือกฎหมายบัญญัติให้อยู่ในอํานาจของศาลอื่น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๑๙ ศาลยุติธรรมมีสามชั้น คือ ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา เว้น แต่ที่มีบัญญัติไว้เป็น กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีอย่างอื่นในรัฐธรรมนูงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก ญนี้หรือตามกฎหมายอื่น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ศาลฎีกามีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายบัญญัติให้เสนอต่อ สํานัก และคดีที่อุทธรณ์หรือฎี สํานัก อคําสั่งของศาลชั้นต้น กา ศาลฎีกาได้โดยตรงงานคณะกรรมการกฤษฎีกากาคําพิพากษาหรืงานคณะกรรมการกฤษฎีหรือศาลอุทธรณ์ ตามที่กฎหมายบัญญัติ เว้นแต่เป็นกรณีที่ศาลฎีกาเห็นว่าข้อกฎหมายหรือข้อเท็จจริงที่อุทธรณ์หรือ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นควรแก่การพิจารณา ศาลฎีกามีอํานาจไม่รับคดีไว้พิจสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ฎีกานั้นจะไม่เป็นสาระอั ารณาพิพากษาได้ ทั้งนี้ ตามระเบียบที่ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกากําหนด สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้ศาลฎีกามีอํานาจพิจารณาและวินิจฉัสํยาคดีที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งและการเพิกถอน สิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา และให้ศาล สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อุทธรณ์มีอํานาจพิจารณาและวินิจฉัยคดีที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งและการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งในการ เลือกตั้งสมาชิสํกนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา องถิ่น ทั้งนีสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาใ ห้เป็นไปตาม ้ วิ ธีพิจารณาและวิ นิ จ ฉัยคดี า สภาท้ อ งถิ่ น และผู้ บ ริ ห ารท้ ระเบียบที่ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกากําหนด โดยต้องใช้ระบบไต่สวนและเป็นไปโดยรวดเร็ว ให้ก ีแ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีมา ผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมื องในศาลฎี กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก า โดยองค์คณะผู้ พิพากษาประกอบด้วยผู้พิพากษาในศาลฎีกาซึ่งดํารงตําแหน่งไม่ต่ํากว่าผู้พิพากษาศาลฎีกาหรือผู้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีได้ พิพากษาอาวุโสํานั่งเคยดํารงตําแหน่งไม่ต่ํากา าผู้พิพากษาศาลฎีกาจํานวนเก้าคน ซึ่งกา รับเลือกโดยที่ สซึ กงานคณะกรรมการกฤษฎี กว่ ประชุมใหญ่ศาลฎีกาโดยวิธีลงคะแนนลับ และให้เลือกเป็นรายคดี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี อํานาจหน้าที่ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองและวิธี กา พิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ให้เป็นไปตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้และใน สํา าญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง พระราชบัญญัสํานัระกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ติป กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๒๐ การแต่งตั้งและการให้ผู้พิพากษาในศาลยุติธรรมพ้นจากตําแหน่ง ต้อง ได้รับความเห็นชอบของคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมก่กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา งคมทูล สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั อน แล้วจึงนําความกราบบั การเลื่อนตําแหน่ง การเลื่อนเงินเดือน และการลงโทษผู้พิพากษาในศาลยุติธรรม ต้องได้รับความเห็น กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีชอบของคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ในการนี้ให้คณะกรรมการตุลาการ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ศาลยุติธรรมแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นชั้นศาลละหนึ่งคณะ เพื่อเสนอความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าว สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อประกอบการพิจารณา
  • - ๖๘ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การให้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ความเห็นชอบของคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมตามวรรคหนึ่งและ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี วรรคสองต้องคํานึงถึงความรู้ความสามารถและพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลดังกล่าวด้วย เป็น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สําคัญ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๒๒๑ คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี รรมประกอบด้สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา วยบุคคลดังต่อไปนี้ (๑) ประธานศาลฎีกาเป็นประธานกรรมการ สํานั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๒) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในแต่ละชั้นศาลกได้แก่ ศาลฎีกาหกคน ศาลอุทธรณ์สี่คน และศาลชั้นต้นสองคน ซึ่งเป็นข้าราชการตุลาการในแต่ละชั้นศาล และได้รับเลืสํอกจากข้าราชการตุลา กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา านักงานคณะกรรมการกฤษฎี การในแต่ละชั้นศาล สํานั(๓) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจํานวนสองคน กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และได้รับ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั ซึ่งไม่เป็นข้าราชการตุลาการ เลือกจากวุฒิสภา คุณ า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกสมบัติ ลักษณะต้นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา องห้าม และวิธีการเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้เป็นไปตามที่ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี กฎหมายบัญญัติ สํานัในกรณีที่ไม่มีกรรมการผูการงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่ง (๓) หรือมีแต่ไม่ครบสองคน ถ้า กงานคณะกรรมการกฤษฎี ้ท สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมจํานวนไม่น้อยกว่าเจ็ดคนเห็นว่ามีเรื่องเร่งด่วนที่ต้องให้ความ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี เห็นชอบ ให้คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมจํานวนดังกล่กาาวเป็นองค์ประกอบและองค์ประชุม กา พิจารณาเรื่องเร่งด่วนนั้นได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๒๒ ศาลยุ ติ ธ รรมมี ห น่ ว ยธุ ร การของศาลยุ ติ ธ รรมที่ เ ป็ น อิ ส ระ โดยมี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการสํานักงานศาลยุติธรรมเป็นผู้บังคับบัญชาขึ้นตรงต่อประธานศาลฎีกา สํานัการแต่งตั้งเลขาธิการสํากา งานศาลยุติธรรมงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กงานคณะกรรมการกฤษฎีนัก สํานัก ต้องมาจากการเสนอของประธานศาล ฎีกาและได้รับความเห็นชอบของคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมตามที่กฎหมายบัญญัติ สํานั ิธ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกากงานศาลยุตสํารรมมีอิสระในการบริหารงานบุคคล การงบประมาณ และการ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ดําเนินการอื่น ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนที่ ๔ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ศาลปกครอง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๒๓ ศาลปกครองมีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดี พิพาทระหว่างหน่วย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญ หรือ เจ้าหน้าที่ของรัฐนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาวยราชการ หน่าวยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจกองค์กรปกครอง สํา กับเอกชน หรือระหว่างหน่ สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี า ส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วยกัน อันเนื่องมาจากการใช้อํานาจ ทางปกครองตามกฎหมาย หรื อ เนืา่ อ งมาจากการดํ า เนิ น กิ จ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีการทางปกครองของหน่ ว ยราชการ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญ หรือเจ้าหน้าที่ สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี ั ของรั ฐ ทั้ ง นี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ้ ง มี อํ า นาจพิาจ ารณาพิ พ ากษาเรื่ อ งที่ รกฐาธรรมนู ญ หรื อ ตามที่ ก ฎหมายบั ญ ญั ติ รวมทั กฎหมายบัญญัติให้อยู่ในอํานาจของศาลปกครอง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • - ๖๙ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อํ า นาจศาลปกครองตามวรรคหนึ่ ง ไม่ ร วมถึ ง การวิ นิ จ ฉั ย ชีานัาดขององค์ ก รตาม กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ้ ข กงานคณะกรรมการกฤษฎี รัฐธรรมนูญซึ่งเป็นการใช้อํานาจโดยตรงตามรัฐธรรมนูญขององค์กรตามรัฐธรรมนูญนั้น สํานัให้มีศาลปกครองสูงสุดและศาลปกครองชักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ้นอุทธรณ์ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั ้นต้น และจะมีศาลปกครองชั ด้วยก็ได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๒๔ การแต่งตั้งและการให้ตุลาการในศาลปกครองพ้นจากตําแหน่ง ต้อง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้รับความเห็นชอบของคณะกรรมการตุลาการศาลปกครองตามที่กฎหมายบัญญัติก่อน แล้วจึงนํา ความกราบบังคมทูล สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้ทรงคุณวุฒิสาขานิติศาสตร์และผู้ทรงคุณวุฒิในการบริหารราชการแผ่นดินอาจ ได้รับแต่งตั้งให้เาป็นงานคณะกรรมการกฤษฎีกา งสุดได้ การแต่งตั้งให้บุคคลดังกล่าวเป็นตุลาการในศาล สํ นัก ตุลาการในศาลปกครองสู สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ปกครองสูงสุดให้แต่งตั้งไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจํานวนตุลาการในศาลปกครองสูงสุดทั้งหมด และ ต้องได้รับความเห็นชอบของคณะกรรมการตุลาการศาลปกครองตามที่กฎหมายบัญญัติและได้รับ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ความเห็นชอบจากวุฒิสภาก่อน แล้วจึงนําความกราบบังคมทูล สํานัการเลื่อนตําแหน่ง การเลื่อนเงินเดือน และการลงโทษตุลาการในศาลปกครอง ต้อง กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้รับความเห็นชอบของคณะกรรมการตุลาการศาลปกครองตามที่กฎหมายบัญญัติ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ตุลาการศาลปกครองในชั้นศาลใดจะมีจํานวนเท่าใด ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการ กา ตุลาการศาลปกครองกําหนด สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๒๕ การแต่งตั้งตุลาการในศาลปกครองให้ดํารงตําแหน่งประธานศาล สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ปกครองสูงสุดนั้น เมื่อได้รับความเห็นชอบของคณะกรรมการตุลาการศาลปกครองและวุฒิสภาแล้วให้ นายกรัฐมนตรีสําําความกราบบังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้งต่อไปานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา น นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา วยบุ งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๒๒๖ คณะกรรมการตุลาการศาลปกครองประกอบด้สํานักคคล ดังต่อไปนี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๑) ประธานศาลปกครองสูงสุดเป็นประธานกรรมการ สํานั(๒) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจํานวนเก้าคนซึกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั ่งเป็นตุลาการในศาลปกครองและได้รับ เลือกจากตุลาการในศาลปกครองด้วยกันเอง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก วุฒิซึ่งได้รับเลือกจากวุ า (๓) กรรมการผู้ทรงคุณงานคณะกรรมการกฤษฎีกฒิสภาสองคน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และจากคณะรัฐมนตรี อีกหนึ่งคน สํานัคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้กาม และวิธีการเลืนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกให้เป็นไปตามที่ กงานคณะกรรมการกฤษฎี า สํา อกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ า กฎหมายบัญญัติ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในกรณีที่ไม่มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่ง (๓) หรือมีแต่ไม่ครบสามคน ถ้า คณะกรรมการตุนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา น้อยกว่าหกคนเห็นว่าเป็นเรื่องเร่งด่วกา ่ต้องให้ความ สํา ลาการศาลปกครองจํานวนไม่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี นที เห็นชอบ ให้คณะกรรมการตุลาการศาลปกครองจํานวนดังกล่าวเป็นองค์ประกอบและองค์ประชุม พิจารณาเรื่องเร่งด่ว กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีนนั้นได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัมาตรา ๒๒๗ ศาลปกครองมี ห น่ ว ยธุ ร การของศาลปกครองที่ เกาน อิ ส ระ โดยมี กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ป็ เลขาธิการสํานักงานศาลปกครองเป็นผู้บังคับบัญชาขึ้นตรงต่อประธานศาลปกครองสูงสุด สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • - ๗๐ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การแต่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา งตั้งเลขาธิกานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา งมาจากการเสนอของประธานศาล กา สํารสํานักงานศาลปกครอง ต้อ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ปกครองสูงสุดและได้รับความเห็นชอบของคณะกรรมการตุลาการศาลปกครองตามที่กฎหมายบัญญัติ สํานัสํานักงานศาลปกครองมีอิสระในการบริหกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั ารงานบุคคล การงบประมาณ และการ ดําเนินการอื่น ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนที่ ๕ ศาลทหาร สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัมาตรา ๒๒๘ ศาลทหารมีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญาซึ่งกากระทําผิดเป็ น กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ผู้ บุคคลที่อยู่ในอํานาจศาลทหารและคดีอื่น ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ การแต่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา งตั้งและการให้ตุลาการศาลทหารพ้นจากตําแหน่ง ให้เานันไปตามที่กฎหมาย กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ ป็ กงานคณะกรรมการกฤษฎี บัญญัติ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หมวด ๑๑ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา องค์กรตามรัฐธรรมนูญ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนที่ ๑ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑. กงานคณะกรรมการกฤษฎีก้ง สํานัคณะกรรมการการเลือกตัา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๒๙ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ประกอบด้วย ประธานกรรมการคนหนึ่ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา่คน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคํกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี าแนะนําของวุฒาิสภา จากผู้ซึ่งมีความ กา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี และกรรมการอื่นอีกสี เป็นกลางทางการเมืองและมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ สํานัให้ประธานวุฒิสภาลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งประธานกรรมการ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และกรรมการตามวรรคหนึ่ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ดังต่อไปนี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ต้ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี ั ก สํานัมาตรา ๒๓๐ กรรมการการเลื อ กตั้ งสําอ งมี คุ ณ สมบั ติ แ ละไม่ มี ลกาษณะต้ อ งห้ า ม กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๑) า าสี่สิบปีบริบูรณ์ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกมีอายุไม่ต่ํากว่สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๒) สําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า สํานั(๓) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และ (๖) กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มตามมาตรา ๒๐๕ (๑) (๔) (๕) (๔) ไม่ เป็ น ตุล าการศาลรั ฐ ธรรมนูญ ผู้ ต รวจการแผ่ น ดิ น กรรมการป้อ งกัน และ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีตแห่งชาติ กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน หรือกรรมการสิทธิมนุานัยชนแห่งชาติ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ ษ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ปราบปรามการทุจริ กา
  • - ๗๑ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้ กํา าตรา ๒๐๗ มาใช้บังคับกับกรรมการการเลือกตักด้วยโดยอนุโลม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีนา บทบัญญัติมสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั ้งงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัมาตรา ๒๓๑ การสรรหาและการเลือกประธานกรรมการและกรรมการการเลือกตั้ง กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้ดําเนินการดังนี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกให้มีคณะกรรมการสรรหากรรมการการเลือกตั้งจํานวนเจ็ดนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา คน ซึ่งประกอบด้วย (๑) า ประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานสภาผู้แทนราษฎร สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี านักงานคณะกรรมการกฤษฎีก ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร บุคคลซึกาที่ประชุมใหญ่สํศาลฎีกาคัดเลือกจํานวนหนึ่งาคน และบุคคล ่ง ซึ่งที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดคัดเลือกจํานวนหนึา่งคน เป็นกรรมการงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ทําหน้าที่สรรหา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํานัก ผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา ๒๓๐ ซึ่งสมควรเป็นกรรมการการเลือกตั้ง จํานวนสามคน เสนอต่อประธาน วุฒิสภา โดยต้สํางเสนอพร้อมความยินยอมของผู้ได้รับการเสนอชื่อนั้น มติในการสรรหาดังกล่าวต้องมี อ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจํานวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ในกรณีที่ไม่มีกรรมการใน ตําแหน่งใด หรือมีแต่ไม่ นวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สามารถปฏิบานัหน้าที่ได้ ถ้ากรรมการที่เหลืออยู่นั้นมีจําสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ ัติ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้คณะกรรมการสรรหากรรมการการเลือกตั้งประกอบด้วยกรรมการที่เหลืออยู่ ทั้งนี้ ให้นําบทบัญญัติ สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในมาตรา ๑๑๓าวรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม บุคคลซึ่งที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาและที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาองมิใช่ผู้พิพากษาหรือตุลาการ และต้องไม่าเป็นกรรมการสรรหาผู้ดํารงตําแหน่ง กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี เลือกตามวรรคหนึ่ง ต้ ในองค์กรตามรัฐธรรมนูญอื่นในขณะเดียวกัน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๒) ให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาพิจารณาสรรหาผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา ๒๓๐ ซึ่ง สมควรเป็นกรรมการการเลือกตั้งจํานวนสองคน เสนอต่อประธานวุฒิสภา โดยต้องเสนอพร้อมความ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ยินยอมของผู้นั้น สํานั(๓) การสรรหาตาม (๑) กา (๒) ให้กระทํกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ันที่มีเหตุที่ทํา กงานคณะกรรมการกฤษฎี และ สํานั าภายในสามสิบวันนับแต่ว ให้ต้องมีการเลือกบุคคลให้ดํารงตําแหน่งดังกล่าว ในกรณีที่มีเหตุที่ทําให้ไม่อาจดําเนินการสรรหาได้ ภายในเวลาที่กําหนดหรื สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อไม่อาจสรรหาได้ครบจํานวนภายในเวลาที่กําหนดตามานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ (๑) ให้ที่ประชุมใหญ่ ศาลฎีกาพิจารณาสรรหาแทนจนครบจํานวนภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ครบกําหนดตาม (๑) สํานั(๔) ให้ประธานวุฒิสภาเรีกากประชุมวุฒิสภาเพื่อมีมติให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการสรร กงานคณะกรรมการกฤษฎี ย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หาตาม (๑) (๒) หรือ (๓) ซึ่งต้องกระทําโดยวิธีลงคะแนนลับ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาในกรณี ที่ วุ ฒสําภาให้ ค วามเห็ น ชอบให้ ดกาเนิ น การตามสํ(๖) งานคณะกรรมการกฤษฎีกา านัก แต่ ถ้ า วุ ฒิ ส ภาไม่ (๕) ิส นักงานคณะกรรมการกฤษฎี ํ า เห็นชอบในรายชื่อใด ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ให้ส่งรายชื่อนั้นกลับไปยังคณะกรรมการสรรหา สํา อกตั้งหรือที่ประชุมใหญ่ ก าลฎี สํา กรณี เพื่อให้ดําเนินการสรรหาใหม่ หาก กรรมการการเลืนักงานคณะกรรมการกฤษฎีศา กา แล้วแต่นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะกรรมการสรรหากรรมการการเลือกตั้งหรือที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ไม่เห็นด้วยกับวุฒิสภา และมี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มติยืนยันตามมติเดิมด้วยคะแนนเอกฉันท์หรือด้วยคะแนนไม่น้อยกว่าสองในสามของที่ประชุมใหญ่ ศาลฎีกา แล้วสํานักรณีให้ดําเนินการต่อไปตาม (๖) แต่ถ้ามติกงานคณะกรรมการกฤษฎีป็า เอกฉันท์หรือ แต่ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั ที่ยืนยันตามมติเดิมไม่เ ก น ไม่ได้คะแนนตามที่กําหนดให้เริ่มกระบวนการสรรหาใหม่ ซึ่งต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในสามสิบ วันนับแต่วันที่มีเหตุใก ต สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีห้า ้องดําเนินการดังกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั กล่าว สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๖) ให้ผู้ได้รับความเห็นชอบตาม (๔) หรือ (๕) ประชุมและเลือกกันเองให้คนหนึ่ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํานั ฒิสภาทราบ และให้ประธานวุ เป็นประธานกรรมการการเลือกตั้ง และแจ้างผลให้ประธานวุกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ฒิสภานํา ความกราบบังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้งต่อไป สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • - ๗๒ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๒๓๒ กรรมการการเลื อ กตั้ ง มี ว าระการดํ า รงตํ า แหน่กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั ง เจ็ ด ปี นั บ แต่ วั น ที่ พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง และให้ดํารงตําแหน่งได้เพียงวาระเดียว สํานักรรมการการเลือกตั้งซึ่งพ้นจากตําแหน่งตามวาระ ต้องอยู่ในตําแหน่งเพื่อปฏิบัติ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หน้าที่ต่อไปจนกว่ากรรมการการเลือกตั้งซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่จะเข้ารับหน้าที่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีนา บทบัญญัติมสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก(๖) (๗) และการขาดคุณสมบัติและมี กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ให้ กํา าตรา ๒๐๙ (๑) (๒) (๓) (๕) า ลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๓๐ มาใช้บังคับกับการพ้นจากตําแหน่งของกรรมการการเลือกตั้งด้วย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยอนุโลม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๓๓ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิกของทั้งสองสภา รวมกัน มีจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจํานวนสมาชิานัก้งงานคณะกรรมการกฤษฎี้งกสองสภา มีสิทธิ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํกทั หมดเท่าที่มีอยู่ของทั า เข้าชื่อร้องขอต่อประธานรัฐสภาว่ากรรมการการเลือกตั้งคนใดคนหนึ่งขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะ ต้องห้าม หรือกระทํ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีาการอันต้องห้ามตามมาตรา ๒๓๐ และให้การะธานรัฐสภาส่งคําร้องนั้นไปยังศาล กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีป สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี รัฐธรรมนูญภายในสามวันนับแต่วันที่ได้รับคําร้อง เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย สํานัเมืงานคณะกรรมการกฤษฎีวินิจฉัยแล้ว ให้สําาลรัฐธรรมนูญแจ้งคําวินิจฉัา ไปยังประธาน ก ่อศาลรัฐธรรมนูญมีคํากา ศ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกย รัฐสภาและประธานกรรมการการเลือกตั้ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีนา บทบัญญัติมสําตรา ๙๒ มาใช้บังคับกับการพ้นจากตําแหน่งของกรรมการการ กา านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ให้ ก ํา เลือกตั้งด้วยโดยอนุโลม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๓๔ ในกรณีที่กรรมการการเลือกตั้งพ้นจากตําแหน่งตามวาระพร้อมกันทั้ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะให้ดําเนินการสรรหาตามมาตรา ๒๓๑ ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พ้นจากตําแหน่ง สํานัในกรณีที่กรรมการการเลือกตั้งพ้นจากตํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา งคราวออก กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ าแหน่งเพราะเหตุอื่นนอกจากถึ ตามวาระให้ดําเนินการสรรหาตามมาตรา ๒๓๑ ให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่มีเหตุดังกล่าว และให้ผู้ได้รับความเห็น าแหน่งเพียงเท่าวาระที่เหลืออยู สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ชอบอยู่ในตํสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ่ของผู้ซึ่งตนแทน งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัมาตรา ๒๓๕ คณะกรรมการการเลือกตัานักนผู้ควบคุมและดําเนินการจัดหรือจัดให้ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ ้งเป็งานคณะกรรมการกฤษฎีกา มีการเลือกตั้งหรือการสรรหาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น และ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีวแต่กรณี รวมทัสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกเา นไปโดยสุจริสําและเที่ยงธรรม ผู้บริหารท้องถิ่น แล้ กา ้งการออกเสียงประชามติ ให้ ป็ ต นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ประธานกรรมการการเลื อ กตั้ ง เป็ น ผู้ รั ก ษาการตามพระราชบั ญ ญั ติ ป ระกอบ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสภาผู้ แ ทนราษฎรและการได้ ม าซึ่ ง สมาชิ ก วุ ฒิ ส ภา า ด้ ว ยการเลื อ กตั้ ง สมาชิ ก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รั ฐ ธรรมนู ญ ว่ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ และกฎหมายว่าาด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผูานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ยนพรรค สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ้บริหารท้องถิ่น และเป็นนายทะเบี การเมือง ให้ ม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาี สํ า นั ก งานคณะกรรมการการเลื อ กตั้ กเป็ น หน่ ว ยงานทีกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีง า สํานั ่ เ ป็ น อิ ส ระในการ บริหารงานบุคคล การงบประมาณ และการดําเนินการอื่น ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๓๖ คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอํานาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • - ๗๓ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๑) ออกประกาศหรืนัอกวางระเบียบกําหนดการทั้งหลายอันจําสํเป็นแก่การปฏิบัติตาม กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา งานคณะกรรมการกฤษฎีกา านักงานคณะกรรมการกฤษฎี กฎหมายตามมาตรา ๒๓๕ วรรคสอง รวมทั้ ง วางระเบี ย บเกี่ ย วกั บ การหาเสี ย งเลื อ กตั้ ง และการ สํานัก ้มีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อให้เ า ดําเนินการใด สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีคา บเลือกตั้ง และผูงานคณะกรรมการกฤษฎีกป็นไปโดยสุจริต ๆ ของพรรคการเมือง ผู้สมั กรรั และเที่ยงธรรมและกําหนดหลักเกณฑ์การดําเนินการของรัฐในการสนับสนุนให้การเลือกตั้งมีความ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ดเทียมกันในการหาเสียงเลือกตั้ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เสมอภาค และมีโอกาสทั (๒) วางระเบียบเกี่ยวกับข้อห้ามในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีและรัฐมนตรี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ขณะอยู่ในตําแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๑๘๑ โดยคํานึงถึงการรักษาประโยชน์ของรัฐ และ คํานึงถึงความสุจริต เที่ยงธรรม ความเสมอภาค และโอกาสทัดเทีา มกันในการเลืานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ย อกตั้ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํ (๓) กํ าหนดมาตรการและการควบคุ มการบริจาคเงิ น ให้ แ ก่พรรคการเมื อง การ สนับสนุนทางการเงินโดยรัฐ การใช้จ่ายเงิา ของพรรคการเมืงานคณะกรรมการกฤษฎีกตั้ง รวมทั้งการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก น สํานัก องและผู้สมัครรับเลือ กา ตรวจสอบบัญชีทางการเงินของพรรคการเมืองโดยเปิดเผย และการควบคุมการจ่ายเงินหรือรับเงินเพื่อ ประโยชน์ในการลงคะแนนเลือกตั้ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๔) มีคําสั่งให้ข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รัฐวิสาหกิจ หรืาอราชการส่วนท้องถิ่น หรืกอเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ปฏิบัติการทั้งหลายอันจําเป็นตาม กฎหมายตามมาตรา ๒๓๕ วรรคสอง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บ สวนสอบสวนเพื่ อหาข้ อเท็ จ จริ งและวิานิ จ ฉั ย ชี้ ขาดปั ญ หาหรื อข้ อโต้ แ ย้ ง ที่ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี (๕) สื เกิดขึ้นตามกฎหมายตามมาตรา ๒๓๕ วรรคสอง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา (๖) สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่หรือออกเสียนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาอกตั้งใดหน่วย งประชามติใหม่ในหน่วยเลื เลือกตั้งหนึ่งหรือทุกหน่วยเลือกตั้ง เมื่อมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งหรือการออกเสียง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ประชามติในหน่วยเลือกตั้งนั้น ๆ มิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม สํานั(๗) ประกาศผลการเลือกตั้ง ผลการสรรหา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั และผลการออกเสียงประชามติ (๘) ส่ งเสริมและสนั บสนุนหรือประสานงานกับหน่วยราชการ หน่วยงานของรั ฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่ ่น หรือสนับสนุนองค์การเอกชน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา วนท้องถิสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในการให้การศึงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักกษาแก่ประชาชน เกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และส่งเสริมการมี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน (๙) ดําเนินการอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บัติหน้าสํา่ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อํานาจเรียกเอกสารหรือหลักฐานที่ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ในการปฏิ ที คณะกรรมการการเลือกตั้งมี เกี่ยวข้องจากบุคคลใด หรือเรียกบุคคลใดมาให้ถ้อยคํา ตลอดจนขอให้พนักงานอัยการ พนักงาน สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี า สอบสวน หน่สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกฐ รัฐวิสาหกิจ าหรือราชการส่วนท้องถิ่น กดําเนินการเพื่อ วยราชการ หน่วยงานของรั า ประโยชน์แห่งการปฏิบัติหน้าที่ การสืบสวน สอบสวน หรือวินิจฉัยชี้ขาด สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอํานาจแต่งตั้งบุคคล คณะบุคคล หรือผู้แทนองค์การ เอกชนเพื่อปฏิสําัติหน้าที่ตามที่มอบหมาย กา บ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา มั นักงานคณะกรรมการกฤษฎีการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๒๓๗ ผู้สสําครรับเลือกตั้งผู้ใดกระทํากา ก่อ หรือสนัาบสนุนให้ผู้อื่นกระทํา กา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี การอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สํงสมาชิกวุฒิสภา หรือระเบีย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และการได้มาซึ่านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาบหรือประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งมีผลทํา ให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของบุคคลดังกล่าวตาม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • - ๗๔ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พระราชบัญญัติประกอบรั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ฐธรรมนูญนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่ง กา สํา ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิ า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี สมาชิกวุฒิสภา สํานัถ้าการกระทําของบุคคลตามวรรคหนึสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา่อได้ว่าหัวหน้ า กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ่ง ปรากฏหลักฐานอันควรเชื พรรคการเมืองหรือกรรมการบริหารของพรรคการเมืองผู้ใด มีส่วนรู้เห็น หรือปล่อยปละละเลย หรือ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก้นแล้ว มิได้ยับยัานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา้งเป็นไปโดยสุสําริตและเที่ยงธรรม ให้ กา สํ้งหรือแก้ไขเพื่อให้การเลือกตั ทราบถึงการกระทํานั า จ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี ถือว่าพรรคการเมืองนั้นกระทําการเพื่อให้ได้มาซึ่งอํานาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้ สํ านั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นไปตามวิถีทานักงานคณะกรรมการกฤษฎีญานี้ตามมาตราสํ๖๘กและในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคําสั่งให้ างที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนู ก ยุบพรรคการเมืองนั้น ให้เพิกถอนสิสําธิเกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา องและกรรมการบริหารพรรค กา ท นั ลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมื สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี การเมืองดังกล่าวมีกําหนดเวลาห้าปีนับแต่วันที่มีคําสั่งให้ยุบพรรคการเมือง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๓๘ คณะกรรมการการเลือกตั้งต้องดําเนินการสืบสวนสอบสวนเพื่อหา ข้อเท็จจริงโดยพลันเมื่อ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มีกรณีใดกรณีาหนึงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นัก่ง ดังต่อไปนี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๑) ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง หรือพรรคการเมืองซึ่งมีสมาชิกสมัครรับ สํานัก กตั้งใดเขตเลื อกตั้ งหนึ สํานัก อกตั้ งในเขตเลื อกตั้ง กา เลือกตั้งในเขตเลืองานคณะกรรมการกฤษฎีก่งา คัดค้านว่าการเลืงานคณะกรรมการกฤษฎีนั้นเป็นไปโดยไม่ ถูกต้องหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกผู้เข้ารับการสรรหางานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก หรือสมาชิกขององค์กรตามมาตรา ๑๑๔กวรรคหนึ่ง คัดค้าน กา สํานั งานคณะกรรมการกฤษฎี (๒) า ว่าการสรรหาสมาชิกวุฒิสภานั้น เป็นไปโดยไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๓) ปรากฏหลั ก ฐานอั น ควรเชื่ อสํานัว่ งานคณะกรรมการกฤษฎีก้ า หรื อ สรรหา ได้ กา ก่ อ นได้ รั บ เลื อ กตั ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ใดได้กระทําการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ใด ๆ โดยไม่สุจริตเพื่อให้ตนเองได้รับเลือกตั้งหรือสรรหา หรือได้รับเลือกตั้งหรือสรรหามาโดยไม่สุจริต โดยผลของการทีนักุคคลหรือพรรคการเมืองใดได้กระทําลงไปโดยฝ่าฝืนหลักเกณฑ์ตามพระราชบัญญัติ สํา ่บ งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พระราชบัญญัติประกอบรั ญ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี อ ว นักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ฐธรรมนูสําว่าด้วยพรรคการเมือง หรืกากฎหมายว่าด้สํายการเลือกตั้งสมาชิก กา สภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น สํานั(๔) ปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการออกเสียงประชามติมิได้เป็นไปโดยชอบด้วย กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กฎหมาย หรือผู้มีสิทธิเลือกตั้งคัดค้านว่าการออกเสียงประชามติในหน่วยเลือกตั้งใดเป็นไปโดยไม่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีวยกฎหมาย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ถูกต้องหรือไม่ชอบด้กา เมื่อดําเนินการตามวรรคหนึ่งเสร็จแล้ว คณะกรรมการการเลือกตั้งต้องพิจารณา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา วินิจฉัยสั่งการโดยพลัน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๓๙ ในกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งวินิจฉัยให้มีการเลือกตั้งใหม่หรือ เพิกถอนสิทธิเลืานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อกตั้งสมาชินักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กวุฒิสภา ให้ สํอกตั้งก่อนการประกาศผลการเลื สํากสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิ คําวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นที่สุด ในกรณี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ประกาศผลการเลือกตั้งแล้ว ถ้าคณะกรรมการการเลือกตั้งเห็นว่าควรให้มี กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี การเลือกตั้งใหม่หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาผู้ใด ให้ยื่นคํา า าเพื่ อ วิ นิ จ ฉั ย เมื่ อ ศาลฎี สํา งของคณะกรรมการการเลื ร้ อ งต่ อ ศาลฎีสํกนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาก าได้ รั บ คํ า ร้ อนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อ กตั้ ง แล้ ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาผู้นั้นจะปฏิบัติหน้าที่ต่อไปไม่ได้ จนกว่าศาลฎีกาจะมี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ศาลฎีกามีคํกสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่าในเขตเลือกตัสํงาใดหรือเพิกถอนสิทธิ กา สํานัา งานคณะกรรมการกฤษฎีก คําสั่งยกคําร้อง ในกรณี ้ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี
  • - ๗๕ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เลือกตั้งสมาชิกสภาผู า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาผู้ใด ให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี หรือสมาชิกวุฒิสภาในเขตเลือกตั้งนั้นสิ้นสุดลง สํานัในกรณีที่บุคคลตามวรรคสองปฏิบัติหน้าทีกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา งกล่าวเข้าใน กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั่ต่อไปไม่ได้ มิให้นับบุคคลดั จํานวนรวมของสมาชิกเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา แล้วแต่กรณี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีนา ความในวรรคหนึ่งงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาใช้บังคับสําบการเลือกตั้งสมาชิก กา สํานัก วรรคสอง และวรรคสาม ให้ กํา กั นักงานคณะกรรมการกฤษฎี สภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นด้วยโดยอนุโลม โดยการยื่นคําร้องต่อศาลตามวรรคสองให้ยื่นต่อศาล สํ นั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อุทธรณ์ และให้าคํากงานคณะกรรมการกฤษฎีที่สุด สั่งของศาลอุทธรณ์เป็น กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๔๐ ในกรณีที่มีการคัดค้านว่าการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาผู้ใดเป็นไปโดยไม่ ถูกต้องหรือไม่สําอบด้วยกฎหมาย หรือปรากฏหลักฐานอันานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ช นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ ควรเชื่อได้ว่าก่อนได้รับการสรรหา สมาชิก วุฒิสภาผู้ใดกระทําการตามมาตรา ๒๓๘ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งดําเนินการสืบสวนสอบสวน โดยพลัน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งได้วินิจฉัยสั่งการเป็นอย่างใดแล้ว ให้เสนอต่อศาลฎีกา สํานั วรรคสองและวรรคสาม เพื่อพิจารณาวิสําิจฉัยโดยพลัน และให้นําความในมาตรา ๒๓๙กงานคณะกรรมการกฤษฎีกามาใช้บังคับกับ น นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การที่สมาชิกวุฒิสภาผู้นั้นไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ โดยอนุโลม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ศาลฎีกามีนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อเพิกถอนสิกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา คําสั่งให้เพิกถอนการสรรหาหรื สํานั ทธิเลือกตั้งสมาชิก ในกรณี วุฒิ ส ภาผู้ ใ ดให้ ส มาชิ ก ภาพของสมาชิ กวุ ฒิ ส ภาผู้นั้ น สิ้ น สุ ด ลงนั บ แต่ วั นที่ ศ าลฎี ก ามี คํ า สั่ ง และให้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ดําเนินการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาใหม่แทนตําแหน่งที่ว่าง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในการดําเนินการตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองประธานกรรมการการเลือกตั้งจะร่วม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ดําเนินการหรือวินิจฉัยสั่งการมิได้ และให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีองค์ประกอบเท่าที่มีอยู่ สํานัการคัดค้านและการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ให้เป็นไปตามที่บัญญัติ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่ง สมาชิกวุฒิสภา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัมาตรา ๒๔๑ ในระหว่กา ่ พระราชกฤษฎีงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กสภาผู้แ ทน กงานคณะกรรมการกฤษฎี างที สํานัก กาให้ มีการเลือกตั้ งสมาชิ ราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา ประกาศให้มีการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา หรือประกาศให้มีการออกเสียง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีักคั บ ห้ า มมิ ใ ห้สําั บกคุ ม ขั ง หรื อ หมายเรี ย กตั ว กรรมการการเลื อ กตั้ ง ไปทํ า การ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ประชามติ มี ผ ลใช้ บ ง า จ นั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สอบสวน เว้นแต่ในกรณีที่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือในกรณีที่จับในขณะ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กระทําความผิสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ด ในกรณีที่มีการจับกรรมการการเลือกตั้งในขณะกระทําความผิด หรือจับ หรือคุมขัง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กรรมการการเลือกตั้งในกรณีอื่น ให้รายงานไปยังประธานกรรมการการเลือกตั้งโดยด่วน และประธาน กรรมการการเลืาอกตั้งอาจสั่งให้ปล่อยผู้ถูกกาบได้ แต่ถ้าประธานกรรมการการเลือกตั้งกา นผู้ถูกจับหรือ สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี จั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี เป็ คุมขังให้เป็นอํานาจของคณะกรรมการการเลือกตั้งเท่าที่มีอยู่เป็นผู้ดําเนินการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๒. ผู้ตรวจการแผ่นดิน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • - ๗๖ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๒๔๒ ผู้ตรวจการแผ่นดินมีจํานวนสามคน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ตามคํ า แนะนํ า ของวุ ฒิ ส ภา จากผู้ ซึ่ ง เป็ น ที่ ย อมรั บ นั บ ถื อ ของประชาชน มี ค วามรอบรู้ แ ละมี ประสบการณ์สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกดิน วิสาหกิจ สํานัอกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ร่วมกันของ ในการบริหารราชการแผ่น า หรื กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาธารณะ และมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไ ด้ รั บ เลื อ กเป็านัผู้ ต รวจการแผ่ น ดิ น ประชุ ม และเลื อ กกัาน เองให้ ค นหนึ่ ง เป็ น กา สํ น กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี ให้ ผู้ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินแล้วแจ้งผลให้ประธานวุฒิสภาทราบ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้ ป ระธานวุ ฒิ ส ภาเป็ น ผู้ ล งนามรั บ สนองพระบรมราชโองการแต่ ง ตั้ ง ประธาน ผู้ตรวจการแผ่นดินและผู้ตรวจการแผ่านดิน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ตรวจการแผ่นดินให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูกญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน สํานั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้ตรวจการแผ่นดินมีวาระการดํารงตําแหน่งหกปีนับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรง แต่งตั้ง และให้ดํารงตํ า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแหน่งได้เพียงวาระเดียว สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้มีสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นหน่วยงานที่เป็นอิสระในการบริหารงานบุคคล สํ และการดําเนินการอื่น ทั กา สํานัก ญญัติ การงบประมาณานักงานคณะกรรมการกฤษฎี้งนี้ ตามที่กฎหมายบังานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๒๔๓ การสรรหาและการเลือกผู้ตรวจการแผ่นดินให้นํกบทบัญญัติมาตรา กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัา งานคณะกรรมการกฤษฎี มาตรา ๒๐๖ และมาตรา ๒๐๗ มาใช้ บั ง คั บ โดยอนุ โ ลม โดยให้ มี ค ณะกรรมการสรรหาจํ า นวนเจ็ ด คน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ประกอบด้วยประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญาประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานสภา ผู้แทนราษฎร ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร บุคคลซึ่งที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาคัดเลือกจํานวนหนึ่ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คน และบุคคลซึ่งที่ ประชุ มใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดคัดเลือกจํานวนหนึ่งคน และให้นํ า บทบัญญัติมาตรา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกาบังคับด้วยโดยอนุโงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั ๒๓๑ (๑) วรรคสอง มาใช้ สํานัก ลม มาตรา รวจการแผ่นดินมีอํานาจหน้ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๒๔๔ ผู้ตสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีาที่ ดังต่อไปนี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๑) พิจารณาและสอบสวนหาข้อเท็จจริงตามคําร้องเรียนในกรณี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาามกฎหมายสํานักอ ปฏิ บั ติ น อกเหนื อ อํ ากา (ก) การไม่ ป ฏิ บั ติ ต หรื งานคณะกรรมการกฤษฎี นาจหน้ า ที่ ต าม กฎหมายของข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีงถิ่น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หรือราชการส่วนท้อ กา (ข) การปฏิบัติหรือละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้าง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีการัฐวิสาหกิจ สํานักราชการส่วนท้องถิ่น ที่ก่อให้เกิ ดความ ของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือ หรือ งานคณะกรรมการกฤษฎีกา เสียหายแก่ผู้ร้องเรียนหรือประชาชนโดยไม่เป็นธรรม ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือไม่ชอบด้วยอํานาจ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หน้าที่ก็ตาม (ค) การตรวจสอบการละเลยการปฏินักงานคณะกรรมการกฤษฎีิหน้าที่โดยไม่ชอบ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา บัติหน้าที่หรือการปฏิบัต กา ด้วยกฎหมายขององค์กรตามรัฐธรรมนูญและองค์กรในกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ ไม่รวมถึงการ พิจารณาพิพากษาอรรถคดี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ของศาลสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ง) กรณีอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ สํานั(๒) ดําเนินการเกี่ยวกับจริา ธรรมของผู้ดําารงตํงานคณะกรรมการกฤษฎีกา าหน้าที่ของ กงานคณะกรรมการกฤษฎีก ย สํ นัก าแหน่งทางการเมืองและเจ้ รัฐตามมาตรา ๒๗๙ วรรคสาม และมาตรา ๒๘๐ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • - ๗๗ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๓) ติ ัติต กงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ดตาม ประเมิานผล และจัดทําข้อเสนอแนะในการปฏิบสํานัามรัฐธรรมนูญ รวม กา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตลอดถึงข้อพิจารณาเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในกรณีที่เห็นว่าจําเป็น สํานั(๔) รายงานผลการตรวจสอบและผลการปฏิ บั ติ ห น้ า ที่ พ ร้ อกา อ สั ง เกตต่ อ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี มข้ คณะรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ทุกปี ทั้งนี้ ให้ประกาศรายงานดังกล่าวในราชกิจจา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาอสาธารณะด้สํยนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นุเบกษาและเปิดเผยต่ วา การใช้อํานาจหน้าที่ตาม (๑) (ก) (ข) และ (ค) ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินดําเนินการเมื่อมี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การร้องเรียน เว้นแต่เป็นกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ว่าการกระทําดังกล่าวมีผลกระทบต่อความ เสียหายของประชาชนส่วนรวมหรือสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้ตรวจการแผ่นดินอาจพิจารณา กา เพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี และสอบสวนโดยไม่มีการร้องเรียนได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๔๕ ผู้ ต รวจการแผ่ น ดิ น อาจเสนอเรื่ อ งต่ อ ศาลรั ฐ ธรรมนู ญ หรื อ ศาล ปกครองได้เมื่อเห็นว่กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีามีกรณีดังต่อไปนีนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๑) บทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ให้เสนอ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก เรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญา และให้ศาลรัสําธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยโดยไม่ชักช้า ทั้งนี้ ฐ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกกฎ คําสั่ง หรือานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ การกระทําอื่นใดของบุคคลใดตามมาตรา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๒) า ๒๔๔ (๑) (ก) มีปัญหา เกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ให้เสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลปกครอง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และให้ศาลปกครองพิจารณาวินิจฉัยโดยไม่ชักช้า ทั้งนีสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ดตั้งศาล ้ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการจั ปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๓. คณะกรรมการป้อกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีงกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๔๖ คณะกรรมการป้ อ งกั น และปราบปรามการทุ จ ริ ต แห่ ง ชาติ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ อี งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ประกอบด้วยประธานกรรมการคนหนึ่งและกรรมการอื่นานักกแปดคน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง ตามคําแนะนําของวุฒิสภา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา านักงานคณะกรรมการกฤษฎี แห่ สํน งานคณะกรรมการกฤษฎี กรรมการป้องกันสํและปราบปรามการทุจริตกา งชาติต้องเป็านัผูก้ซึ่งมีความซื่อสัตย์ กา สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๐๕ โดยเคยเป็นรัฐมนตรี สําอกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรรมการสิทธิมนักษยชนแห่งชาติ หรือกรรมการตรวจเงิน สํา นุ งานคณะกรรมการกฤษฎีกา กรรมการการเลืนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แผ่นดินหรือเคยรับราชการในตําแหน่งไม่ต่ํากว่าอธิบดีหรือผู้ดํารงตําแหน่งทางบริหารในหน่วยราชการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่มีอํานาจบริหารเทียบเท่าอธิบดี หรือดํารงตําแหน่งไม่ต่ํากว่าศาสตราจารย์ ผู้แทนองค์การพัฒนา เอกชน หรือผูสําระกอบวิชาชีพที่มีองค์กรวิาชาชีพตามกฎหมายมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบปีซึ่ง ้ป นักงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา องค์การพัฒนาเอกชนหรือองค์กรวิชาชีพนั้นให้การรับรองและเสนอชื่อเข้าสู่กระบวนการสรรหา การสรรหาและการเลืกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั อกกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ให้นํา กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี บทบัญญัติมาตรา ๒๐๔ วรรคสามและวรรคสี่ มาตรา ๒๐๖ และมาตรา ๒๐๗ มาใช้บังคับโดยอนุโลม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยให้มีคณะกรรมการสรรหาจํานวนห้าคนประกอบด้วยประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานสภาผู้แทนราษฎร และผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • - ๗๘ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้ ป สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีการะธานวุ ฒิ ส ภาเป็งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก น ผู้ ล งนามรั บ สนองพระบรมราชโองการแต่ ง ตั้ ง ประธาน กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี กรรมการและกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สํานัให้ มี ก รรมการป้ อ งกั น และปราบปรามการทุ จ ริ ต ประจํ า จั ง หวั ดกาโดยคุ ณ สมบั ติ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี กระบวนการสรรหา และอํ า นาจหน้ า ที่ ให้ เ ป็ น ไปตามที่ บั ญ ญั ติ ไ ว้ ใ นพระราชบั ญ ญั ติ ป ระกอบ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา องกันและปราบปรามการทุจริต สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี มาตรา ๒๔๗ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติกาีวาระการดํารง ม ตําแหน่งเก้าปีนับแต่วันที่พระมหากษัาตริกยงานคณะกรรมการกฤษฎีรงตําแหน่งได้เพีสํางวาระเดียว ์ทรงแต่งตั้ง และให้ดํา กา ย นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นั กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติซึ่งพ้นจากตําแหน่งตามวาระ ต้องปฏิบัติหน้าทีนักงานคณะกรรมการกฤษฎีการับแต่งตั้งใหม่าจนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ่ต่อไปจนกว่ากรรมการซึ่งได้ สํ ะเข้ารับหน้าที่ การพ้นจากตําแหน่ง การสรรหา และการเลือกกรรมการป้องกันและปราบปรามการ ทุจริตแห่งชาติแทนตํ า ให้น งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแหน่งที่ว่าง สํานักําบทบัญญัติมาตรา ๒๐๙ และมาตราสํ๒๑๐ มาใช้บังคับโดย กา านักงานคณะกรรมการกฤษฎี อนุโลม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๔๘ สมาชิ กสภาผู้แทนราษฎรจํานวนไม่น้ อยกว่าหนึ่งในสี่ของจํ านวน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี่มา ยู่ของสภาผู้แทนราษฎร หรือประชาชนผูกาีสิทธิเลือกตั้งไม่น้องานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ้ม สํานักยกว่าสองหมื่นคน สมาชิกทั้งหมดเท่าที กีอ มีสิทธิเข้าชื่อร้องขอต่อประธานวุฒิสภาว่ากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติผู้ใด สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา กระทําการขาดความเที่ยงธรรม จงใจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญหรือนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ี่เป็นการเสื่อม กฎหมาย หรือมีพฤติการณ์ท เสียแก่เกียรติศักดิ์ของการดํารงตําแหน่งอย่างร้ายแรง เพื่อให้วุฒิสภามีมติให้พ้นจากตําแหน่ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มติ ข องวุ ฒิ ส ภาให้ ก รรมการป้ อ งกั น และปราบปรามการทุ จ ริ ต แห่ ง ชาติ พ้ น จาก ตําแหน่งตามวรรคหนึ่ง ต้องมีคะแนนเสียกา น้อยกว่าสามในสี่ของจํานวนสมาชิกทักา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี งไม่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ้งหมดเท่าที่มีอยู่ ของวุฒิสภา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๔๙ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิกของทั้งสองสภา านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั งานคณะกรรมการกฤษฎีก ส มีจํานวนไม่น้อสํยกว่าหนึ่งในห้าของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่ากที่มีอยู่ของทั้งสองสภา มีา ิทธิเข้าชื่อร้อง ขอต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองว่า กรรมการป้องกันและปราบปราม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ํารวยผิดปกติ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตต่อหน้าที่ หรืาอกระทําความผิดต่อ กา สํานั กระทําความผิดฐานทุจริ สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี การทุจริตแห่งชาติผู้ใดร่ ตําแหน่งหน้าที่ราชการ สํานัคําร้องขอตามวรรคหนึ่งต้องระบุพฤติกานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแหน่งดังกล่าว กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ ารณ์ที่กล่าวหาว่าผู้ดํารงตํา กระทําการตามวรรคหนึ่งเป็นข้อ ๆ ให้ชัดเจน และให้ยื่นต่อประธานวุฒิสภา เมื่อประธานวุฒิสภา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้รับคําร้องแล้ว ให้ส่งคําร้องดังกล่าวไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง เพื่อพิจารณาพิสํพนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา า ากษา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติผู้ถูกกล่าวหา จะปฏิบัติหน้าที่ใน ระหว่างนั้นมิได้ จนกว่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาาจะมีคําพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตํนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา าแหน่งทางการเมือง ให้ยกคําร้องดังกล่าว สํานัในกรณีที่กรรมการป้องกักาและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ กงานคณะกรรมการกฤษฎี น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตามวรรคสาม และมีกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเหลืออยู่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีงกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติทั้งหมด ให้ประธานศาลฎีกาและประธาน กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี จํานวนกรรมการป้อกา
  • - ๗๙ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ศาลปกครองสูงสุดร่ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีวมกันแต่งตั้งบุคคลซึงานคณะกรรมการกฤษฎีกกษณะต้องห้ามเช่นเดียวกับกรรมการ กา สํานัก ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลั า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ทําหน้าที่เป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สํานัก ่ ว คราว โดยให้ ผู้ ที่ ไ ด้ า สํา า แหน่ ง ได้ จ นกว่ า กรรมการป้ แห่ ง ชาติ เ ป็ น การชังานคณะกรรมการกฤษฎีรกับ แต่ ง ตั้ ง อยู่ ใ นตํนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อ งกั น และ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติที่ตนดํารงตําแหน่งแทนจะปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือจนกว่าจะมีคําพิพากษา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา าญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองว่าผูา ั้นกระทําความผิดงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก้น สํานัก ของศาลฎีกาแผนกคดีอ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก มาตรา ๒๕๐ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่างชาติมีอํานาจ หน้าที่ดังต่อไปนี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๑) ไต่สวนข้อเท็จจริงและสรุปสํานวนพร้อมทั้งทําความเห็นเกี่ยวกับการถอดถอน ออกจากตําแหน่งเสนอต่อวุฒิสภาตามมาตรา ๒๗๒ และมาตรา ๒๗๙ วรรคสาม กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี (๒) ไต่สวนข้อเท็จจริงและสรุปสํานวนพร้อมทั้งทําความเห็นเกี่ยวกับการดําเนิน คดีอาญาของผู้ดํารงตํ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาาแหน่งทางการเมืงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อาญาของผูกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก องส่งไปยังศาลฎีกาแผนกคดี สํานั ้ดํารงตําแหน่งทาง การเมืองตามมาตรา ๒๗๕ สํานั(๓) ไต่สวนและวินิจฉัยว่กา าหน้าที่ของรัาฐตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูงหรืา ข้าราชการซึ่ง กงานคณะกรรมการกฤษฎี าเจ้ สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีก อ ดํารงตําแหน่งตั้งแต่ผู้อํานวยการกองหรือเทียบเท่าขึ้นไปร่ํารวยผิดปกติ กระทําความผิดฐานทุจริตต่อ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ดต่อตําแหน่นัหน้าที่ราชการ หรือความผิดต่อตําแหน่สํานักาที่ในการยุติธรรม กา สํา ง กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หน้าที่หรือกระทําความผิ งหน้ งานคณะกรรมการกฤษฎี รวมทั้งดําเนินการกับเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือข้าราชการในระดับต่ํากว่าที่ร่วมกระทําความผิดกับผู้ดํารง สํา สํา ตํ า แหน่ ง ดั ง กล่ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ง ทางการเมื อนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกด ในลั ก ษณะที่ า วหรื อ กั บ ผู้ ดํ า รงตํ า แหน่ ง หรื อ ที่ ก ระทํ า ความผิ า คณะกรรมการป้ อ งกั น และปราบปรามการทุจ ริต แห่ งชาติ เห็ น สมควรดํ า เนิน การด้ ว ย ทั้ง นี้ ตาม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สํานั(๔) ตรวจสอบความถู ก ต้ อ งและความมี อ งานคณะกรรมการกฤษฎีกา่ ย นแปลงของ กงานคณะ