Your SlideShare is downloading. ×
พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 8 พ.ศ. 2553
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×

Introducing the official SlideShare app

Stunning, full-screen experience for iPhone and Android

Text the download link to your phone

Standard text messaging rates apply

พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 8 พ.ศ. 2553

75
views

Published on


0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
75
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
2
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พระราชบัญญัติ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๕๓๔สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา่ ๒๑ สิงหาคม าพ.ศ. ๒๕๓๔ สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นปีที่ ๔๖ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า สํ ฯ ให้ประกาศว่าานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยที สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าาฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคําแนะนําและยินยอม กงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑ พระราชบั ญ ญั ตินี้เ รี ย กว่า “พระราชบั ญ ญัติร ะเบี ยบบริห ารราชการ แผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔” สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๒ พระราชบังานคณะกรรมการกฤษฎีแต่วันถัดจากวันานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก ญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้ง กา สํประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๓ ให้ยกเลิก (๑) า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๘ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั พ.ศ. ๒๕๑๕ (๒) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๑๐ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ สํานั(๓) พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๘ ลงวันที่ ๒๙ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ พ.ศ. ๒๕๑๗ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกพระราชบัญญัติแก้งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับนัก๒๑๘ ลงวันที่ ๒๙ กา สํา ที่ งานคณะกรรมการกฤษฎี (๔) า กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๗ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๕) พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๘ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.ก๒๕๑๗ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๖) พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๘ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ.สํ๒๕๑๕ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๙ านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๗) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๒ ลงวันที่ ๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๐ (๘) า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกพระราชบัญญัติแก้งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับนัก๒๑๘ ลงวันที่ ๒๙ กา สํา ที่ งานคณะกรรมการกฤษฎี กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๒๒ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๘/ตอนที่ ๑๕๖/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๔ กันยายน ๒๕๓๔
  • 2. -๒- สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๙) า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกประกาศคณะรัานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกงชาติ ฉบับที่ ๔๘ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ กษาความสงบเรียบร้อยแห่ า สํานั เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติม ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๘ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ ลงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๕๓๔ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๓/๑๒ การบริกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ญญัตินี้ต้องเป็านไปเพื่อประโยชน์สุข กา สํานั หารราชการตามพระราชบั สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี มาตรา ของประชาชน เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ ความมีประสิทธิภาพ ความคุ้มค่าในเชิงภารกิจแห่งรัฐ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน การลดภารกิจและยุบเลิกหน่วยงานที่ไม่จําเป็น การกระจายภารกิจและ ทรัพยากรให้แก่ท้องถิ่น การกระจายอํานาจตัดสินใจ การอํานวยความสะดวก และการตอบสนอง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก ผู้รับผิดชอบต่อผลของงาน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ความต้องการของประชาชน ทั้งนี้ โดยมีงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การจัดสรรงบประมาณ และการบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้าดํารงตําแหน่งหรือปฏิบัติ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หน้าที่ต้องคํานึงถึงหลักการตามวรรคหนึ่ง ในการปฏิ บั ติ ห น้สําที่ ข องส่ ว นราชการ ต้ อ งใช้าวิ ธี ก ารบริ ห ารกิ จ การบ้ า นเมื อ งที่ ดี กา า นักงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้คํานึงถึงความรับผิดชอบของผู้ปฏิบัติงาน การมีส่วนร่วมของประชาชน การ เปิดเผยข้อมูล สํการติดตามตรวจสอบและประเมินผลการปฏินับัติงาน ทั้งนี้ ตามความเหมาะสมของแต่ านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ละภารกิจ เพื กประโยชน์ในการดํงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี่อา สํานัก าเนินการให้ เป็ นไปตามมาตรานี้ จะตราพระราชกฤษฎีกา กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี กําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการปฏิบัติราชการและการสั่งการให้ส่วนราชการและข้าราชการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ปฏิบัติก็ได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๔ ให้จัดระเบีกงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดังนี้ สํานั ยบบริหารราชการแผ่นดิน มาตรา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๑) ระเบียบบริหารราชการส่วนกลาง สํานั(๒) ระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาคสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๓) ระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๕ การแบ่งราชการออกเป็นส่วนต่าง ๆ ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ สํานัง งานคณะกรรมการกฤษฎีก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้กําหนดตําแหน่กและอัตราเงินเดือนโดยคําานึงถึงคุณภาพและปริมาณงานของส่วนราชการนั้น ๆ ไว้ ด้วย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การบรรจุและการแต่งตั้งบุคคลให้ดํารงตําแหน่งหน้าที่ราชการต่าง ๆ ให้เป็นไปตาม กฎหมาย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๖ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนที่ ๑ สํานัก การจัดระเบียบบริหารราชการส่งานคณะกรรมการกฤษฎีกา วนกลาง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๗ ให้จัดระเบียบบริหารราชการส่วนกลางดังนี้ สํานั(๑) สํานักนายกรัฐมนตรีกา กงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๒ มาตรา ๓/๑ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕
  • 3. -๓- สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๒) า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกกระทรวง หรือทบวงซึ่งมีฐานะเทียบเท่ากระทรวง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๓) ทบวง ซึ่งสังกัดสํานักนายกรัฐมนตรีหรือกระทรวง สํานั(๔) กรม หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกซึ่งสังกัดหรือไม่ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา งอื่นและมีฐานะเป็นกรม า สังกัดสํานักนายกรัฐมนตรี กระทรวงหรือทบวง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีนัา นายกรัฐมนตรีนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา มีฐานะเป็นกระทรวง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สําก ก ส่วนราชการตาม (๑) (๒) (๓) และ (๔) มีฐานะเป็นนิติบุคคล สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๘๓ การจัดตั้ง การรวม หรือการโอนส่วนราชการตามมาตรา ๗ ให้ตราเป็น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พระราชบัญญัติ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การจัดตั้งทบวงโดยให้สังกัดสํานักนายกรัฐมนตรีหรือกระทรวง ให้ระบุการสังกัดไว้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในพระราชบัญญัติด้วย การจั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ดตั้งกรมหรือานักงานคณะกรรมการกฤษฎีางอื่นและมีฐานะเป็นกรม ซึ่งไม่สังกัด กา สํ ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง ให้ระบุการไม่สังกัดไว้ในพระราชบัญญัติด้วย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๔ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๘ ทวิ การรวมหรือการโอนส่วนราชการตามมาตรา ๗ ไม่ว่าจะมีผลเป็น การจัดตั้งส่วนราชการขึ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ้นใหม่หรือไม่านักไม่มีการกําหนดตําแหน่งาหรืออัตราของข้นัราชการหรือลูกจ้าง กา สํ ถ้า งานคณะกรรมการกฤษฎีก สํา า กงานคณะกรรมการกฤษฎี เพิ่มขึ้นให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา สํานัพระราชกฤษฎี กาตามวรรคหนึ่ ง ให้ ระบุนักํ านาจหน้ าที่ ของส่ วนราชการ การโอน กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา อ งานคณะกรรมการกฤษฎีกา อํา นาจหน้ าที่ ต ามบทบั ญ ญั ติแ ห่ง กฎหมาย ซึ่ งส่ ว นราชการหรื อ เจ้ า พนัก งานที่ มี อ ยู่ เ ดิม การโอน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกางบประมาณรายจ่าย รวมทั้งทรัพย์สินและหนี้สินเอาไว้ด้วยนัแล้วแต่กรณี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ข้าราชการและลูกจ้าง ให้ สํ า นั ก งานคณะกรรมการข้ า ราชการพลเรื อ นและสํ า นั ก งบประมาณมี ห น้ า ที่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตรวจสอบดูแลมิให้มีการกําหนดตําแหน่งหรืาออัตราของข้าราชการหรือลูกจ้างของส่วนราชการที่จัดตั้ง ขึ้นใหม่ หรือที่ถูกรวมหรือโอนไปตามวรรคหนึ่ง เพิ่มขึ้นจนกว่าจะครบกําหนดสามปีนับแต่วันที่พระ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ่งมีผลใช้บสํังาคับ งานคณะกรรมการกฤษฎีกา นัก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ราชกฤษฎีกาตามวรรคหนึ สํานัมาตรา ๘ ตรี ๕ การเปลีา่ ย นชื่ อ ส่ ว นราชการตามมาตรา ๗ ให้ ตกา น พระราช กงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ราเป็ กฤษฎีกา และในกรณีที่ชื่อตําแหน่งของข้าราชการในส่วนราชการนั้นเปลี่ยนไปให้ระบุการเปลี่ยนชื่อไว้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในพระราชกฤษฎีกาด้วย บทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ระเบียบ สําอนับังงานคณะกรรมการกฤษฎีกาบัญญัติท้องถิ่น ข้ ก คับ เทศบัญญัติหรือข้อ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อื่น ประกาศ หรือคําสั่งใดที่อ้างถึงส่วนราชการหรือตําแหน่งของข้าราชการที่ได้ถูกเปลี่ยนชื่อตามวรรค หนึ่ง ให้ถือว่าบทบัญ า อข้อ งานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกญัติแห่งกฎหมาย กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ญญัติหรืสํานักบัญญัติท้องถิ่นอื่น กา สํานั กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ เทศบั ประกาศหรือคําสั่งนั้นอ้างถึงส่วนราชการหรือตําแหน่งของข้าราชการที่ได้เปลี่ยนชื่อนั้น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๖ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๘ จัตวา การยุบส่วนราชการตามมาตรา ๗ ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั๓กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๘ แก้ไ ขเพิ่ม เติม โดยพระราชบัญสํานักะเบีย บบริห ารราชการแผ่น ดิน (ฉบับ ที่ ๔) ญัติร งานคณะกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๕๔๓ ๔ มาตรา สํ นักบที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๓ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๘ ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ารราชการแผ่นดิน า(ฉบังานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๕ มาตรา ๘ ตรี เพิ่มโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๓
  • 4. -๔- สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เมื กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี่อมีพระราชกฤษฎีนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ่งแล้ว ให้งบประมาณรายจ่ายที่ กา สํา กายุบส่วนราชการตามวรรคหนึ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี เหลืออยู่ของส่วนราชการนั้นเป็นอันระงับไป สําหรับทรัพย์สินอื่นของส่วนราชการนั้นให้โอนให้แก่ส่วน สํ ผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎี ราชการอื่นหรืสําหน่วยงานอื่นของรัฐ ตามที่ราัฐมนตรีซึ่งเป็นานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กาตามวรรค อ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีก หนึ่งกําหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี สําหรับวิธีการจัดการกิจการ สิทธิและหนี้สินของ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไปตามที่กําหนดในพระราชกฤษฎีกา กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนราชการนั้นให้เป็น ข้าราชการหรือลูกจ้างซึ่งต้องพ้นจากราชการเพราะเหตุยุบตําแหน่ง อันเนื่องมาแต่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การยุบส่วนราชการตามวรรคหนึ่ง นอกเหนือจากสิทธิประโยชน์ที่พึงได้รับตามกฎหมายหรือระเบียบ ข้อบังคับอื่นแล้ว ให้ข้าราชการหรือสํากจ้างได้รับเงินชดเชยตามหลักเกณฑ์และวิธนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ลู นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ีการที่กําหนดในพระ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ราชกฤษฎีกาตามวรรคหนึ่งด้วย สํานัในกรณี ที่ ส่ ว นราชการ กา วิ ส าหกิ จ หรื อนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จ ะรั บ โอน กงานคณะกรรมการกฤษฎี รั ฐ สํา หน่ ว ยงานอื่ น ของรั ฐ ประสงค์ ข้าราชการหรือลูกจ้างตามวรรคสามก็ให้กระทําได้โดยมิให้ถือว่าข้าราชการหรือลูกจ้างผู้นั้นได้พ้นจาก ราชการตามวรรคสาม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแต่ทั้งนี้ต้องกระทําภายในสามสิบวันนับแต่พระราชกฤษฎีานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ กาตามวรรคหนึ่งมีผล ใช้บังคับ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๗ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๘ เบญจ พระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๘ ทวิ หรือมาตรา ๘ จัตวา ที่มีผล เป็นการแก้ไขเพิ่มเติม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาหรือยกเลิกบทบักงานคณะกรรมการกฤษฎีดตั้งส่วนราชการานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั ญญัติแห่งกฎหมายที่จั กา สํ กฎหมายว่าด้วยการ ปรั บ ปรุ ง กระทรวง ทบวง กรม หรื อ กฎหมายอื่ น ที่ เ กี่ ย วข้ อ ง ตามมาตรา ๒๓๐ วรรคห้ า ของ สํ ราชอาณาจักรไทย ให้ร กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก ญั รัฐธรรมนูญแห่างนักงานคณะกรรมการกฤษฎีะบุให้ชัดเจนในพระราชกฤษฎีกาว่าบทบัญา ติใดถูกแก้ไข เพิ่มเติมหรือยกเลิกเป็นประการใดในกฎหมายนั้น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๘ ฉ๘ การแบ่งส่วนราชการภายในสํานักงานรัฐมนตรี กรม หรือส่วนราชการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่เรียกชื่ออย่าสํานั่นและมีฐานะเป็นกรม ให้ออกเป็นกฎกระทรวงและให้ระบุอํานาจหน้าที่ของแต่ละ งอื กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนราชการไว้ในกฎกระทรวงด้วย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีรัฐมนตรีเจ้าสังกัานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ่งเป็นผู้ออกกฎกระทรวงแบ่งส่วน กา สํ ดของส่วนราชการตามวรรคหนึ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ให้ กา ราชการดังกล่าว กฎกระทรวงนั้นเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๘ สั ต ต ๙ ให้ สํ า นั ก งานคณะกรรมการข้ า ราชการพลเรื อ นและสํ า นั ก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา งบประมาณร่วมกันเสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีในการแบ่งส่วนราชการภายในและในการกําหนด อํานาจหน้าที่สําองแต่ละส่วนราชการตามมาตรา ๘ ฉ ในการเสนอความเห็นดังกล่กาาวให้สํานักงาน ข นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนจัดอัตรากําลัง และสํานักงบประมาณจัดสรรเงินงบประมาณให้ สอดคล้องเสนอไปในคราวเดียวกัน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๖ มาตรา ๘ จัตวา เพิ่มโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๒๕๔๓ ๗ มาตรา ๘ เบญจ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๒๕๔๓ ๘ มาตรา ๘ ฉ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๓ ๙ มาตรา สํา นดิน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๘ สัตต เพิ่ มนักงานคณะกรรมการกฤษฎีบบริหารราชการแผ่นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา โดยพระราชบัญญัติระเบีย กา ๒๕๔๓
  • 5. -๕- สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑๐ มาตรา ยาลั งานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๘ อั ฏ ฐ สํานัการแบ่ ง ส่ ว นราชการภายในมหาวิ ทสํานักย หรื อ สถาบั น ใน กา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ทบวงมหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยมหาวิทยาลัยหรือสถาบันนั้น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หมวด ๑ สํานั บราชการในสํานักนายกรั การจัดระเบีกยงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ฐมนตรี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๙ การจัดระเบียบราชการในสํานักนายกรัฐมนตรีให้เป็นไปตามกฎหมายว่า ด้วยการปรับปรุงกระทรวง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ทบวง กรม กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้ส่วนราชการในสํานักนายกรัฐมนตรีบรรดาที่กําหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการ ปรับปรุงกระทรวงกทบวง กรม มีฐานะเป็นกา สํานั งานคณะกรรมการกฤษฎี กรม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักนายกรัฐมนตรีอาจจัดให้มีส่วนราชการเป็นการภายในขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ก กับ เร่งรัด และติดตามนโยบายและแผนการปฏิบัติราชการ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี เพื่อทําหน้าที่จัดทํานโยบายและแผน นักํางานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตามนโยบายที่คณะรัฐมนตรีกําหนดหรืออนุมัติ เพื่อการนี้นายกรัฐมนตรีจะสั่งให้กรมหรือส่วนราชการ สํา ่นและมีฐานะเป็นกรมในสํานั สํานั จัดทําก็ได้ ที่เรียกชื่ออย่างอืนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กนายกรัฐมนตรีกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑๐ สํานักานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ่ตามที่กําหนดไว้กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นายกรัฐมนตรีมีอํานาจหน้าที สํานั ในกฎหมายว่าด้วย มาตรา การปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักนายกรัฐมนตรีมีนายกรัฐมนตรีเป็สําผู้บังคับบัญชาข้าราชการและรับผิดชอบใน น นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การกํ า หนดนโยบาย เป้ า หมาย และผลสั ม ฤทธิ์ข องงานในสํา นั ก นายกรั ฐ มนตรี ใ ห้ ส อดคล้ อ งกั บ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นโยบายที่คณะรัฐมนตรีแถลงไว้ต่อรัฐสภาหรือที่คณะรัฐมนตรีกําหนดหรืออนุมัติ โดยจะให้มีรอง นายกรัฐมนตรีสําละรังานคณะกรรมการกฤษฎีกา ฐมนตรีเป็สําผู้ช่วยสั่งและปฏิบัติราชการก็ได้๑๑ แ นัก ฐมนตรีประจําสํานักนายกรั น นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในกรณีที่มีรองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีหรือมีทั้งรอง นายกรั ฐ มนตรี แ ละรั ฐ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มนตรี ป ระจํ า สํ กนั ก นายกรั ฐ มนตรี การสั่ ง และการปฏิ บกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัา งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัั ติ ร าชการของรอง นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีให้เป็นไปตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย๑๒ สํานัในระหว่ า งที่ ค ณะรั ฐ มนตรี ต้ อ งอยู่ ใ นตํนักแหน่ ง เพื่ อ ปฏิ บั ติ ห น้ ากา่ ต่ อ ไปจนกว่ า กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา า งานคณะกรรมการกฤษฎี ที คณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่เพราะนายกรัฐมนตรีตาย ขาดคุณสมบัติ ต้องคําพิพากษาให้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา งานคณะกรรมการกฤษฎีก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี จํ า คุ ก สภาผู้ แ ทนราษฎรมี ม ติ ไ ม่สํไาว้นัวกางใจ ศาลรั ฐ ธรรมนู ญาวิ นิ จ ฉั ย ว่ า ความเป็ น รั ฐ มนตรี ข อง กา นายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง หรือวุฒิสภามีมติให้ถอดถอนจากตําแหน่ง ให้คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้รอง สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีั ต สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี รงตํ นายกรั ฐ มนตรีาค นใดคนหนึ่ ง เป็ น ผู้ ป ฏิ บกาิ ห น้ า ที่ แ ทนนายกรั ฐ มนตรี ถ้ า ไม่ มี ผู้ ดํ ากา า แหน่ ง รอง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑๐ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีมาตรา ๘ อัฏฐ เพิา่มโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา นดิน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๓ สํานั๑๑งานคณะกรรมการกฤษฎีแก้ไ ขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ก มาตรา ๑๐ วรรคสอง กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕ ๑๒ บบริ งานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีมาตรา ๑๐ วรรคสามงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ญญัติระเบียสํานักหารราชการแผ่นดิน กา กา สํานัก แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบั (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕
  • 6. -๖- สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นายกรัฐมนตรีหรือมีแ ัต นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาต่ไม่อาจปฏิบสําิราชการได้ ให้คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีคนใดคนหนึ่ง กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน๑๓ สํานัในระหว่ า งที่ ค ณะรั ฐ มนตรี ต้ อ งอยู่ ใ นตํนักแหน่ ง เพื่ อ ปฏิ บั ติ ห น้ ากา่ ต่ อ ไปจนกว่ า กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา า งานคณะกรรมการกฤษฎี ที คณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่ ให้คณะรัฐมนตรีดังกล่าวอํานวยความสะดวกให้หัวหน้าส่วน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีเนิ น การใด ๆ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ราชการต่ า ง ๆ ดํ า กา เท่ า ที่ จํ า เป็ น เพื่ อ รั บ แนวทางการบริ ห ารราชการแผ่ น ดิ น จาก กา นายกรัฐมนตรีคนใหม่มาเตรียมการดําเนินการได้๑๔ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๑ นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลมีอํานาจหน้าที่ดังนี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกากํ า กั บ โดยทั่ ว ไปซึงานคณะกรรมการกฤษฎีกา น ดิ น เพื่ อ การนีงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก ่ ง การบริ ห ารราชการแผ่ สํานัก้ จ ะสั่ ง ให้ ร าชการ (๑) ส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค และส่วนราชการซึ่งมีหน้าที่ควบคุมราชการส่วนท้องถิ่น ชี้แจง แสดง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ความคิดเห็น ทํารายงานเกี่ยวกับการปฏิบัติราชการ ในกรณีจําเป็นจะยับยั้งการปฏิบัติราชการใด ๆ ที่ ขัดต่อนโยบายหรือมติ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาของคณะรัฐมนตรีงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก ก็ได้และมีอํานาจสั่งสอบสวนข้อเท็จจรินัเกี่ยวกับการปฏิบัติ กา สํา ง กงานคณะกรรมการกฤษฎี ราชการของราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค และราชการส่วนท้องถิ่น ํา นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั(๒) มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีกสํากับการบริหารราชการของกระทรวงหรื อ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ทบวงหนึ่งหรือหลายกระทรวงหรือทบวง (๓) บั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา งคับบัญชาข้านักงานคณะกรรมการกฤษฎีาแหน่งซึ่งสังกัดกระทรวง ทบวง กรม กา สํา ราชการฝ่ายบริหารทุกตํ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี และส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเป็นกรม สํานั(๔) สั่ ง ให้ ข้ า ราชการซึ่ งกาง กั ด กระทรวงานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาิ ร าชการสํ า นั ก กงานคณะกรรมการกฤษฎี สั สํ ทบวง กรมหนึ่ ง มาปฏิ บั ต นายกรัฐมนตรี โดยจะให้ขาดจากอัตราเงินเดือนทางสังกัดเดิมหรือไม่ก็ได้ ในกรณีที่ให้ขาดจากอัตรา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้ได้รับเงินเดือนในสํานักนายกรัฐมนตรีกนระดับ และขัสําที่ไม่สูงกว่าเดิม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ใา เงินเดือนทางสังกัดเดิม ้น นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๕) แต่งตั้งข้าราชการซึ่งสังกัดกระทรวง ทบวง กรมหนึ่งไปดํารงตําแหน่งของอีก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กระทรวง ทบวง กรมหนึ่ง โดยให้ได้รับเงินเดือนจากกระทรวง ทบวง กรมเดิม ในกรณีเช่นว่านี้ให้ ข้าราชการซึ่งได้รับ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีแต่งตั้งมีฐานะเสมือนเป็นข้าราชการสังกัดกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี กระทรวง ทบวง นักรม ซึ่งตนมาดํารง กา สํา กงานคณะกรรมการกฤษฎี ตําแหน่งนั้นทุกประการ แต่ถ้าเป็นการแต่งตั้งข้าราชการตั้งแต่ตําแหน่งอธิบดีหรือเทียบเท่าขึ้นไป ต้อง ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๖) แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานที่ปรึกษา ที่ปรึกษา หรือคณะที่ปรึกษาของ นายกรัฐมนตรี หรือเป็ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นคณะกรรมการเพื่อปฏิบัติราชการใด กๆ และกําหนดอัตกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี า สํานัราเบี้ยประชุมหรือ ค่าตอบแทนให้แก่ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้ง สํานั(๗) แต่งตั้งข้าราชการการเมืองให้ปฏิบัตสําาชการในสํานักนายกรัฐมนตรี กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ิร นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๘) วางระเบียบปฏิบัติราชการ เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปโดยรวดเร็ว สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีเท่าที่ไม่ขัดหรือสํานังกงานคณะกรรมการกฤษฎีอา และมีประสิทธิภาพ กา แย้ กับพระราชบัญญัตินี้หรืกกฎหมายอื่น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๙) ดําเนินการอื่น ๆ ในการปฏิบัติตามนโยบาย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ระเบียบตาม (๘) เมื่อคณะรัฐมนตรีให้คสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีบได้ วามเห็นชอบแล้ว ให้ใช้บังคั กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั๑๓งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ก มาตรา ๑๐ วรรคสี่ แก้ไขเพิ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕ ๑๔ สํานั นดิน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีมาตรา ๑๐ วรรคห้าานัเพิงานคณะกรรมการกฤษฎีกยาบบริหารราชการแผ่กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กา สํ ก ่มโดยพระราชบัญญัติระเบี ๒๕๔๕
  • 7. -๗- สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑๒ ในกรณีที่นายกรัฐมนตรีเป็นผู้บังกาบบัญชาส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่าง กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี คั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี อื่นและมีฐานะเป็นกรม แต่มิได้สังกัดสํานักนายกรัฐมนตรีหรือทบวง นายกรัฐมนตรีจะมอบหมายให้ สํานั หรือรัฐมนตรีประจําสํานั า สํ นักบัติราชการแทนก็ได้ รองนายกรัฐมนตรีกงานคณะกรรมการกฤษฎีกกนายกรัฐมนตรีาปฏิงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑๓ สํานัสําเลขาธิการนายกรัฐมนตรีกมีอํานาจหน้าสํา่เนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ก นักงานคณะกรรมการกฤษฎี า ที กี่ยวกับราชการทาง การเมื อง มี เลขาธิการนายกรัฐ มนตรีเป็นผู้ บังคับบัญชาข้าราชการ และรับผิ ดชอบในการปฏิ บัติ สํานั อ นายกรั ฐ มนตรี และให้ าารนายกรั ฐ มนตรี ฝ่ า ยการเมื ราชการขึ้ น ตรงต่กงานคณะกรรมการกฤษฎีกามี ร องเลขาธิสํกนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อ งและรอง เลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร เป็นผู้ช่วยสั่งและปฏิบัติราชการ และจะให้มีผู้ช่วยเลขาธิการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา่วยสั่งและปฏิสําัติราชการด้วยก็ได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้ช บ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้เลขาธิการนายกรัฐมนตรีและรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เป็น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ข้ า ราชการการเมื อ ง และให้ ร องเลขาธิ ก ารนายกรั ฐ มนตรี ฝ่ า ยบริ ห ารและผู้ ช่ ว ยเลขาธิ ก าร นายกรัฐมนตรี เป็นข้าราชการพลเรืสํานสามัญ อ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๔ สํานักเลขาธิการคณะรัฐสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาบราชการของ มนตรีมีอํานาจหน้าที่เกี่ยวกั คณะรัฐมนตรี รัฐสภา และราชการในพระองค์ มีเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการ และรับผิดชอบในการปฏิ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บัติราชการขึ้นงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก ตรงต่อนายกรัฐมนตรี และให้มีรองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี เป็นผู้ช่วยสั่งและปฏิบัติราชการ และจะให้มีผู้ช่วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเป็นผู้ช่วยสั่งและปฏิบัติ ราชการด้วยก็ไสํด้ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้ เ ลขาธิ ก ารคณะรั ฐ มนตรี รองเลขาธิ ก ารคณะรั ฐ มนตรี และผู้ ช่ ว ยเลขาธิ ก าร สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีาราชการพลเรือนสามัญ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะรัฐมนตรี เป็นข้ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑๕ สํานัมาตรา ๑๕ ในสํานักนายกรัฐมนตรี อาจมีส่วนราชการที่อยู่ในบังคัา บัญชาขึ้นตรง กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก บ ต่อนายกรัฐมนตรีได้ตามที่กําหนดในกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๖ สํานักนายกรัฐมนตรี นอกจากมีนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีและ สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีก รัฐมนตรีประจํสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกลัดสํานักนายกรัาฐมนตรีคนหนึ่งมีอํานาจหน้าาที่ดังนี้ าสํานักนายกรัฐมนตรี ให้มีป า (๑) รับผิดชอบควบคุมราชการประจําในสํานักนายกรัฐมนตรี กําหนดแนวทางและ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี แผนการปฏิบัติราชการของสํานักนายกรัฐมนตรี และลําดับความสําคัญของแผนการปฏิบัติราชการ กา ประจํ าปี ของส่ วนราชการในสํ านั กนายกรัฐ มนตรีใ ห้เป็นไปตามนโยบายที่นายกรั ฐมนตรี กําหนด นั รั ด ติ ด ตามและประเมิ สํา บั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา รวมทั้ ง กํ า กั บสําเร่กงงานคณะกรรมการกฤษฎีกา น ผลการปฏินักติ ร าชการของส่ ว นราชการในสํ า นั ก นายกรัฐมนตรี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๒) เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการของส่วนราชการในสํานักนายกรัฐมนตรี รองจาก นายกรัฐมนตรีสํรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจําสํานัานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ กนายกรัฐมนตรี ยกเว้นข้าราชการของส่วน ราชการซึ่งหัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี (๓) บั นั ชาข้ า ราชการในสํ า นั กา ก นักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็ น ผู้ บั ง คั บสําญกงานคณะกรรมการกฤษฎีก งานปลั ด สํ า นัสํานายกรั ฐ มนตรี แ ละ กา รับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของสํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑๕ สํานั นดิน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีมาตรา ๑๕ แก้ไขเพิ่มเติงานคณะกรรมการกฤษฎีกยาบบริหารราชการแผ่กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กา สํานัก มโดยพระราชบัญญัติระเบี ๒๕๔๕
  • 8. -๘- สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในการปฏิบัติราชการของปลัดสํ านักนายกรักฐามนตรีตามวรรคหนึ่ง ให้มีรองปลัด กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ช่วยสั่งและปฏิบัติราชการ และจะให้มีผู้ช่วยปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีเป็น สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้ช่วยสั่งและปฏิาบัติราชการด้วยก็ได้ ในกรณีที่มีรองปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีหรือผู้ช่วยปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีหรือมีทั้ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกฐมนตรีและผู้ช่วนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาให้รองปลัดสํานันักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํายปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี สํา กนายกรัฐมนตรีหรือ รองปลัดสํานักนายกรั า ผู้ช่วยปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการรอง านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จากปลัดสํานักสํนายกรัฐมนตรี ให้ปลัดสํานักนายกรักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ฐมนตรีสํและผู้ช่วยปลัดสํานัก กา ฐมนตรี รองปลัดสํานักนายกรั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั านักงานคณะกรรมการกฤษฎี นายกรัฐมนตรี เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ และให้รองปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี ผู้ช่วยปลัดสํานัก นายกรัฐมนตรีสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา่ออย่างอื่นในสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีฐมนตรี มีอํานาจ และผู้ดํารงตําแหน่งที่เรียกชื สํา นักงานปลัดสํานักนายกรั กา หน้าที่ตามที่ปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีกําหนดหรือมอบหมาย ให้ กํา นายกรัฐมนตรี ในส่วน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีนา ความในมาตรานั๑๙/๑ มาใช้บังคับแก่ราชการของสํานักสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่เกี่ยวกับสํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีและส่วนราชการที่มิได้ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรีด้วยโดย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อนุโลม๑๖ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑๗ สํานักนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มี อํานาจหน้นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํางานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี สํา าที่เกี่ยวกับราชการ ประจําทั่วไปของสํานักนายกรัฐมนตรี และราชการที่คณะรัฐมนตรีมิได้กําหนดให้เป็นหน้าที่ของกรมใด กรมหนึ่งในสังสําดสํานักนายกรัฐมนตรีโดยเฉพาะ รวมทั้งสําานักักบและเร่งรัดการปฏิบัติราชการของส่วน กั นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กํ งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ราชการในสํานักนายกรัฐมนตรี ให้เป็นไปตามนโยบาย แนวทาง และแผนการปฏิบัติราชการของ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกยกเว้นราชการของงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก สํา หัวหน้าส่วนราชการ สํานักนายกรัฐมนตรี า ส่วนราชการซึ่งกฎหมายกําหนดให้นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในกรณีที่สํานักนายกรัฐมนตรีมีทบวงอยู่ในสังกัดและยังไม่สมควรจัดตั้งสํานักงาน ปลัดทบวงตามมาตรา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา๒๕ วรรคสามาจะให้สํานักงานปลัดสํานักกา ฐมนตรีทํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี นายกรั สําหน้าที่สํานักงานปลัด ทบวงด้วยก็ได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หมวด ๒ การจัดระเบียบราชการในกระทรวงหรือทบวง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัมาตรา ๑๘ ให้จัดระเบียบราชการของกระทรวงดังนี้ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๑) สํานักงานรัฐมนตรี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๒) สํานักงานปลัดกระทรวง า นั ่น เว้นแต่บางกระทรวงเห็ สํานั(๓) กรม หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่สํางอืกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นว่าไม่มีความ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จําเป็นจะไม่แยกส่วนราชการตั้งขึ้นเป็นกรมก็ได้ ให้ ก่ว สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีสา นราชการตามนั(๒) และส่วนราชการที่เกา กชื่ออย่างอื่นานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา กงานคณะกรรมการกฤษฎี รีย สํ ตาม (๓) มีฐานะเป็น กรม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑๖ สํานั นดิน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีมาตรา ๑๖ วรรคห้าานัเพิงานคณะกรรมการกฤษฎีกยาบบริหารราชการแผ่กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กา สํ ก ่มโดยพระราชบัญญัติระเบี ๒๕๔๕
  • 9. -๙- สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กระทรวงใดมีความจํนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ่อทําหน้าที่จัดนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา าเป็นจะต้องมีส่วนราชการเพื สํา ทํานโยบายและแผน กํากับ เร่งรัด และติดตามนโยบายและแผนการปฏิบัติราชการของกระทรวง จะจัดระเบียบบริหาร สํ ม กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ราชการโดยอนุานััติคณะรัฐมนตรีเพื่อให้มีสํานักนโยบายและแผนเป็นส่วนราชการภายใน ขึ้นตรงต่อ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงก็ได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ดชอบภาระหน้าที่ใด ในกระทรวงจะตราพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งส่วนราชการเพื่อรับผินักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยเฉพาะซึ่งไม่มีฐานะเป็นกรมแต่มีผู้บังคับบัญชาของส่วนราชการดังกล่าวเป็นอธิบดีหรือตําแหน่งที่ สํา งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา เรียกชื่ออย่างอื่นนัก่มีฐานะเป็นอธิบดีก็ได้ ในกรณีเช่นนั้นให้นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกที่เรียกชื่ออย่าง ที อธิบดีหรือผู้ดํารงตําแหน่งา อื่ น ดั ง กล่ า วมี อํ า นาจหน้ า ที่ สํ า หรั บานักนราชการนั้ น เช่ น เดี ย วกัาบ อธิ บ ดี ตามทีนักํ างานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่ ว ่ ก หนดในพระราช สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ งานคณะกรรมการกฤษฎีก สํา กฤษฎีกา และให้คณะอนุกรรมการสามัญประจํากระทรวงทําหน้าที่คณะอนุกรรมการสามัญประจํา กรม สําหรับส่วนราชการนั้น๑๗ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การตราพระราชกฤษฎีกาตามวรรคสี่ให้กระทําได้ในกรณีเป็นการยุบ รวม หรือโอน กรมในกระทรวงใดมาจั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ดตั้งเป็นส่วนราชการตามวรรคสี่ในกระทรวงนั้นหรือกระทรวงอื่น โดยไม่มีการ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี กําหนดตําแหน่งหรืออัตราของข้าราชการหรือลูกจ้างเพิ่มขึ้น และให้นําความในมาตรา ๘ ทวิ และ สํา มาใช้บังคับโดยอนุโลม๑๘ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๘ เบญจ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การแต่งตั้งอธิบดีหรือผู้ดํารงตําแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นของส่วนราชการตามวรรคสี่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นผู้นําเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติ และให้ผสําํารงตําแหน่งดังกล่าว กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้รัฐมนตรีเจ้าสังกัดเป็ ู้ด นักงานคณะกรรมการกฤษฎี เป็นผู้ดํารงตําแหน่งระดับสูงตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ทุจริต๑๙ ก่อนที่คณะรัฐมนตรีจะให้ความเห็นชอบในร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งส่วนราชการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตามวรรคสี่ของกระทรวงใด ให้นายกรัฐมนตรีส่งร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวต่อสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาเพืสํ่อาทราบ๒๐ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้ นํ า ความในวรรคสี่ วรรคห้ า วรรคหก และวรรคเจ็ ด มาใช้ บั ง คั บ กั บ สํ า นั ก นายกรัฐมนตรีและทบวงตามหมวด สํ๓นัโดยอนุโลม๒๑ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา า กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๒๒ าที่ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัมาตรา ๑๙ กระทรวงมี อํ า นาจหน้สํานัต ามที่ กํ า หนดไว้ ใ นกฎหมายว่ า ด้ ว ยการ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั๑๗งานคณะกรรมการกฤษฎีโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิกา (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ก มาตรา ๑๘ วรรคสี่ เพิ่ม กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี น ๒๕๔๕ ๑๘ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีมาตรา ๑๘ วรรคห้าานัเพิงานคณะกรรมการกฤษฎีกยาบบริหารราชการแผ่กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ ก ่มโดยพระราชบัญญัติระเบี สํานั นดิน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕ สํานั๑๙งานคณะกรรมการกฤษฎีกาโดยพระราชบัสําญักิงานคณะกรรมการกฤษฎีกานดิน (ฉบับที่ ๕) ก มาตรา ๑๘ วรรคหก เพิ่ม ญ นัตระเบียบบริหารราชการแผ่ พ.ศ. ๒๕๔๕ ๒๐ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีมาตรา ๑๘ วรรคเจ็ด งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ยบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๕) กา สํานัก เพิ่มโดยพระราชบัญญัติระเบี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี พ.ศ. ๒๕๔๕ สํานั๒๑งานคณะกรรมการกฤษฎี่มโดยพระราชบัญสําติรกงานคณะกรรมการกฤษฎีดิกา (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ก มาตรา ๑๘ วรรคแปด เพิ กา ญั นั ะเบียบบริหารราชการแผ่น น ๒๕๔๕ ๒๒ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีมาตรา ๑๙ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรกา ยบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๕) กา กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีะเบี พ.ศ. ๒๕๔๕
  • 10. - ๑๐ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การจั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ด ระเบี ย บราชการในกระทรวงหนึ่ ง ๆกาให้ เ ป็ น ไปตามกฎหมายว่ า ด้ ว ยการ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ส่วนการจัดระเบียบราชการในกระทรวงที่เกี่ยวกับการทหารและ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การศึกษา ให้เสํานไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น ป็ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑๙/๑๒๓ สํให้กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ่ม ภารกิจและหั วหน้ าส่วนราชการ กา านัปลัดกระทรวง หัวหน้ากลุ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี มาตรา ตั้งแต่ระดับกรมขึ้นไป วางแผนและประสานกิจกรรมให้มีการใช้ทรัพยากรของส่วนราชการต่าง ๆ ใน สํา เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กระทรวงร่วมกันนักงานคณะกรรมการกฤษฎีความคุ้มค่า และบรรลุเป้าหมายของกระทรวง เพื่อประโยชน์ในการดําเนินการตามวรรคหนึ่ง หัวหน้าส่วนราชการและหัวหน้ากลุ่ม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาติให้นํางบประมาณที่แต่ละส่วนราชการได้รับจัดสรรมาดําาเนิงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นัก นการและใช้จ่าย ภารกิจดังกล่าวจะมีม ร่วมกันก็ได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๐ ๒๔ ภายใต้ บั ง คั บ บทบั ญ ญั ติ ม าตรา ๑๑ ในกระทรวงหนึ่ ง ให้ มี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคนหนึ่งเป็สําผู้บังคับบัญชาข้าราชการ กา บผิดชอบในการกําหนดนโยบาย กา น นักงานคณะกรรมการกฤษฎีและรั เป้าหมาย และผลสัมฤทธิ์ของงานในกระทรวงให้สอดคล้าองกับนโยบายที่คณะรัฐมนตรีแถลงไว้ต่อ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รัฐสภาหรือที่คณะรัฐมนตรีกําหนดหรืออนุมัติ โดยจะให้มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเป็นผู้ช่วยสั่ง และปฏิบัติราชการก็กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในกรณีที่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง การสั่งหรือการปฏิบัติราชการของรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมอบหมาย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในกรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเป็นผู้บังคับบัญชาส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกแต่มิได้สังกัดกระทรวง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงจะมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่า กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี และมีฐานะเป็นกรม า การกระทรวงปฏิบัติราชการแทนก็ได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๒๕ มาตรา ๒๑ ในกระทรวงให้มีปลัดกระทรวงคนหนึ่งมีอํานาจหน้าที่ดังนี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บผิดชอบควบคุมงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แปลงนโยบายเป็นแนวทางและ กา สํานัก ราชการประจําในกระทรวง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี (๑) รั แผนการปฏิบัติราชการ กํากับการทํางานของส่วนราชการในกระทรวงให้เกิดผลสัมฤทธิ์ และประสาน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การปฏิบัติงานของส่วนราชการในกระทรวงให้มีเอกภาพสอดคล้องกัน รวมทั้งเร่งรัด ติดตาม และ ประเมินผลการปฏิบัติราชการของส่วนราชการในกระทรวง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๒) เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการของส่วนราชการในกระทรวงรองจากรัฐมนตรี (๓) เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการในสํานัานังานปลัดกระทรวง และรักาผิดชอบในการ ก บ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ กงานคณะกรรมการกฤษฎี ปฏิบัติราชการของสํานักงานปลัดกระทรวง ในการปฏิ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บัติราชการของปลัดกระทรวงตามวรรคหนึ่ง จะให้มานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ ีรองปลัดกระทรวงคน หนึ่งเป็นผู้ช่วยสั่งและปฏิบัติราชการตามที่ปลัดกระทรวงมอบหมายก็ได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๒๓ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีมาตรา ๑๙/๑ เพิานักงานคณะกรรมการกฤษฎีบบริหารราชการแผ่นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ่มโดยพระราชบัญ ญัติระเบีย กา สํา นดิน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕ สํานั๒๔งานคณะกรรมการกฤษฎีกาโดยพระราชบัสําญัติงานคณะกรรมการกฤษฎีกานดิน (ฉบับที่ ๕) ก มาตรา ๒๐ แก้ไขเพิ่มเติม ญ นักระเบียบบริหารราชการแผ่ พ.ศ. ๒๕๔๕ ๒๕ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีมาตรา ๒๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรกา ยบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๕) กา กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีะเบี พ.ศ. ๒๕๔๕
  • 11. - ๑๑ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ภายในกระทรวงจะออกกฎกระทรวงกําหนดให้ส่วนราชการระดันักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา บกรมตั้งแต่สองส่วน ราชการขึ้นไปอยู่ภายใต้กลุ่มภารกิจเดียวกันก็ได้ โดยให้แต่ละกลุ่มภารกิจมีผู้ดํารงตําแหน่งไม่ต่ํากว่า สํานั หัวหน้ากลุ่มภารกิจรับผิด สํานัก งคับบัญชาข้าราชการของส่ อธิบดีคนหนึ่งเป็นกงานคณะกรรมการกฤษฎีกาชอบราชการและบังานคณะกรรมการกฤษฎีกา วนราชการ ในกลุ่มภารกิจนั้น โดยปฏิบัติราชการขึ้นตรงต่อปลัดกระทรวงหรือขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีตามที่กําหนด สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี โดยกฎกระทรวง และในกรณีที่ขึ้นสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตรงต่อรัฐมนตรีต้องรายงานผลการดําเนินงานต่อปลัดกระทรวง กา ตามที่กําหนดโดยกฎกระทรวง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในกลุ่ มภารกิจเดียวกัน หัวหน้ากลุ่มภารกิจอาจกํ าหนดให้ส่วนราชการของส่ วน ราชการระดับกรมแห่งหนึ่งปฏิบัตสํงาานที่เกี่ยวกับสารบรรณ บุา ลากร การเงินนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ิ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกค การพัสดุ หรือการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา บริหารงานทั่วไปให้แก่ส่วนราชการแห่งอื่นภายใต้กลุ่มภารกิจเดียวกันก็ได้ สํานักระทรวงใดมิได้จัดให้มีกกา่มภารกิจ และมีนักงานคณะกรรมการกฤษฎีองปลัดกระทรวง กงานคณะกรรมการกฤษฎี ลุ สํา ปริมาณงานมาก จะให้มีรกา เป็นผู้ช่วยสั่งและปฏิบัติราชการเพิ่มขึ้นเป็นสองคนก็ได้ ในกรณี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่กระทรวงใดมี การจัดกลุ่มภารกิ จ จะให้ มีรองปลั ดกระทรวงเพิ่มขึ้ นเป็ น กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี หัวหน้ากลุ่มภารกิจก็ได้ และให้อํานาจหน้าที่ของปลัดกระทรวงที่เกี่ยวกับราชการของส่วนราชการใน า ้งนี้ เว้นแต่จะมีกฎกระทรวงกํ กลุ่มภารกิจเป็สําอํากนาจหน้าที่ของหัวหน้ากลุา่มภารกิจนั้น สํทันักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา าหนดไว้เป็น น นั งานคณะกรรมการกฤษฎีก อย่างอื่น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา จเพิ่มขึ้น และมีความจําเป็ สํานัรองปลัดกระทรวง กระทรวงใดมีภารกินักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นอย่างยิ่งต้องมีกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มากกว่าที่กําหนดไว้ในวรรคห้าหรือวรรคหก คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนและคณะกรรมการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั พัฒนาระบบราชการจะร่วมกันอนุมัติให้กระทรวงนั้นมีรองปลักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พิเศษโดยจะ ดกระทรวงเพิ่มขึ้นเป็นกรณี ๒๖ กําหนดเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาไว้ด้วยหรือไม่ก็ได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในการดําเนินการตามวรรคเจ็ด ให้คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการจัดให้มีการ ประชุมพิจารณาร่กงานคณะกรรมการกฤษฎีกละฝ่ายจะต้องมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งจึงจะเป็นองค์ สํานั วมกัน โดยกรรมการแต่ า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ประชุม และในการออกเสียงลงมติจะต้องได้คะแนนเสียงของกรรมการแต่ละฝ่ายเกินกว่ากึ่งหนึ่งของ ๒๗ กรรมการฝ่ายดังกล่าวที สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ่มาประชุม แล้นัให้นํามติดังกล่าวเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป สําวกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัมาตรา ๒๒ สํ านั ก งานรัา มนตรี มี อํา นาจหน้ าที่ เกี่ ยวกั บ ราชการทางการเมื อง มี กงานคณะกรรมการกฤษฎีก ฐ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขานุการรัฐมนตรีซึ่งเป็นข้าราชการการเมืองเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการ และรับผิดชอบในการ ปฏิบัติราชการของสํ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีานักงานรัฐมนตรีขึ้นงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักตรงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวง และจะให้มีผู้ช่วยเลขานุการ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี รั ฐ มนตรี ซึ่ ง เป็ น ข้ า ราชการการเมื อ งคนหนึ่ ง หรื อ หลายคนเป็ น ผู้ ช่ ว ยสั่ ง หรื อ ปฏิ บั ติ ร าชการแทน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขานุการรัฐมนตรีก็ได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๒๓ สํานัสํางานปลัดกระทรวงมีอํานาจหน้าที่เกี่ยวกัสําราชการประจําทั่วไป กา มาตรา ก นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี ของกระทรวง และราชการที่คณะรัฐมนตรีมิได้กําหนดให้เป็นหน้าที่ของกรมใดกรมหนึ่งในสังกัด สํานัก รวมทั้งกํากับและเร่ง กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กระทรวงโดยเฉพาะงานคณะกรรมการกฤษฎีรัดการปฏิบัติราชการของส่วนราชการในกระทรวงให้เป็นไป ตามนโยบายแนวทาง และแผนการปฏิบัติราชการของกระทรวง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั๒๖งานคณะกรรมการกฤษฎีก่มโดยพระราชบัสําญักงานคณะกรรมการกฤษฎีกานดิน (ฉบับที่ ๗) ก มาตรา ๒๑ วรรคเจ็ด เพิ า ญ นั ติระเบียบบริหารราชการแผ่ พ.ศ. ๒๕๕๐ ๒๗ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีมาตรา ๒๑ วรรคแปด งานคณะกรรมการกฤษฎีิรกา ยบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๗) กา กา สํานัก เพิ่มโดยพระราชบัญญัต ะเบี พ.ศ. ๒๕๕๐
  • 12. - ๑๒ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในกรณี ้ง นักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่กระทรวงมีทงานคณะกรรมการกฤษฎีงไม่สมควรจัดตัสําสํานักงานปลัดทบวง กา สํานัก บวงอยู่ในสังกัดและยั กา ตามมาตรา ๒๕ วรรคสาม จะให้สํานักงานปลัดกระทรวงทําหน้าที่สํานักงานปลัดทบวงด้วยก็ได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๔ การจัดระเบียบราชการในทบวงซึ่งมีฐานะเทียบเท่ากระทรวง ให้อนุโลม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ๑๘ ตามการจัดระเบียบราชการของกระทรวงซึ่งบัญญัติไว้ในมาตรา กา ถึงมาตรา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๒๓ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หมวด ๓ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การจัดระเบียบราชการในทบวงซึ่งสังกัดสํานักนายกรัฐมนตรีหรือกระทรวง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัมาตรา ๒๕ ราชการส่วนใดซึ่งโดยสภาพและปริมาณของงานไม่เหมาะสมที่จะจัดตั้ง กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นกระทรวงหรือทบวงซึ่งมีฐานะเทียบเท่ากระทรวง จะจัดตั้งเป็นทบวงสังกัดสํานักนายกรัฐมนตรี หรือกระทรวง เพื่อ กา าานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ชาข้ และรับผิดชอบในการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีให้ มีรัฐมนตรีว่สํการทบวงเป็ นผู้บังคั บบัญกา าราชการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ปฏิบัติราชการของทบวงก็ได้ และให้จัดระเบียบราชการในทบวงดังนี้ สํานั(๑) สํานักงานรัฐมนตรี กา กงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๒) สํานักงานปลัดทบวง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นกา นแต่บางทบวงซึ่งเห็นว่าไม่มีความ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี เว้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี (๓) กรม จําเป็นจะไม่แยกส่วนราชการตั้งขึ้นเป็นกรมก็ได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก ให้ส่วนราชการตาม (๒) และส่วนราชการทีงานคณะกรรมการกฤษฎีก(๓) มีฐานะเป็น ่เรียกชื่ออย่างอื่นตาม า กรม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในกรณีที่สํานักนายกรัฐมนตรีหรือกระทรวงมีทบวงอยู่ในสังกัด และปริมาณ และ คุณภาพของราชการในทบวงยั งไม่ ส มควรจัดตั้งสํานักสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกงานปลั ดสํานั ก งานปลั ดทบวง จะให้ สํ านั กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นายกรัฐมนตรีหรือสํานักงานปลัดกระทรวงทําหน้าที่สํานักงานปลัดทบวงด้วยก็ได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๖ การจัดระเบียบราชการในทบวงหนึ่ง ๆ ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วย การปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ส่วนการจัดระเบียบราชการในทบวงมหาวิทยาลักา ให้เป็นไปตาม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ย กฎหมายว่าด้วยการนั้น ทบวงมี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อํ า นาจหน้านัก่ ต ามที่ กํ า หนดไว้ ใ นกฎหมายว่ า ด้ ว ยการปรั บ ปรุ ง กระทรวง กา สํ า ที งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ทบวง กรม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๗ ภายใต้บังคับบทบัญญัติมาตรา ๑๑ ทบวงหนึ่งมีรัฐมนตรีว่าการทบวง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีาราชการ และกําหนดนโยบายของทบวงให้กาอดคล้องกับนโยบายที่คณะรัฐมนตรี กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ส สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี เป็นผู้บังคับบัญชาข้ กา กําหนดหรืออนุมัติ และรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของทบวง และจะให้มีรัฐมนตรีช่วยว่าการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ทบวงเป็นผู้ช่วสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ยสั่งและปฏิบัติราชการก็ได้ ในกรณีที่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการทบวง การสั่งหรือการปฏิบัติราชการของรัฐมนตรีช่วย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ่รัฐมนตรีวนัการทบวงมอบหมาย กา สํา่า กงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ว่าการทบวงให้เป็นไปตามที ในกรณีที่เป็นทบวงสังกัดสํานักนายกรัฐมนตรีหรือกระทรวง ให้รัฐมนตรีว่าการทบวง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ปฏิบัติราชการภายใต้การกํากับของนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวง แล้วแต่กรณี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • 13. - ๑๓ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๒๘ ทบวงานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นอกจากมีรัฐมนตรีว่าการทบวงและรัฐมนตรีงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก ช่วยว่าการทบวง ให้มีปลัดทบวงคนหนึ่งมีอํานาจหน้าที่ดังนี้ สํานั(๑) รับผิดชอบควบคุมราชการประจําในทบวง กําหนดแนวทางและแผนการปฏิบัติ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ราชการของทบวง และลําดับความสําคัญของแผนการปฏิบัติราชการประจําปีของส่วนราชการใน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ก หนด รวมทั้งกํากับ เร่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ทบวงให้เป็นไปตามนโยบายที่รัฐมนตรีนักํางานคณะกรรมการกฤษฎีงกรัาด ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติ กา ราชการของส่วนราชการในทบวง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา านักงานคณะกรรมการกฤษฎี (๒) เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการของส่วสํนราชการในทบวงรองจากรักา ฐมนตรี (๓) เป็ นผู้บังคั บบัญชาข้ าราชการในสํ านักงานปลัดทบวงและรังานคณะกรรมการกฤษฎีกา บผิ ด ชอบในการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก ปฏิบัติราชการของสํานักงานปลัดทบวง สํานัในการปฏิบัติราชการของปลัดทบวงตามวรรคหนึ่ง ให้มีรองปลัดทบวงเป็นผู้ช่วยสั่ง กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และปฏิบัติราชการ และจะให้มีผู้ช่วยปลัดทบวงเป็นผู้ช่วยสั่งและปฏิบัติราชการด้วยก็ได้ ในกรณี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่มีรองปลัดนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หรือมีทั้งรองปลัดทบวงและผู้ช่วย กา สํา ทบวงหรือผู้ช่วยปลัดทบวง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ปลัดทบวง ให้รองปลัดทบวงหรือผู้ช่วยปลัดทบวงเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและรับผิดชอบในการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ปฏิบัติราชการรองจากปลัดทบวง ให้ ร องปลั ด ทบวง ผู้ ช่ ว ยปลั ด ทบวง และผู้ ดํ า รงตํ า แหน่ ง ที่ เ รี ย กชื่ อ อย่ า งอื่ น ใน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกมีอํานาจหน้าที่ตนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สําามที่ปลัดทบวงกําหนดหรือมอบหมาย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานปลัดทบวง า ในกรณีที่ปลัดทบวงจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคําสั่งใด สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นัก หรื อมติ ข องคณะรั ฐ มนตรี ใ นเรื่ อ งใด ถ้า กฎหมาย ระเบีาย บ งานคณะกรรมการกฤษฎีนัา หรื อ มติ ข อง ข้อ บัง คั บ หรือ คํา สั่ ง ก้น คณะรั ฐ มนตรี ใ นเรื่ อ งนั้ น มิ ไ ด้ ก ล่ า วถึ ง อํ า นาจของปลั ด ทบวงไว้ ใ ห้ ป ลั ด ทบวงมี อํ า นาจดั ง เช่ น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ปลัดกระทรวง สํานัในกรณี ที่ ใ ห้ สํ านั กงานปลั ด สํ านั ก นายกรันักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดกระทรวงทํ า กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ฐ มนตรี ห รื อสํ านั ก งานปลั หน้าที่สํานักงานปลัดทบวง ให้ปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีหรือปลัดกระทรวงทําหน้าที่ปลัดทบวง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๒๙ สํานักงานรัฐมนตรีมีอํานาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการทางการเมือง มี เลขานุการรัฐมนตรีซึ่งเป็นข้าราชการการเมืองเป็นผู้บังสําบบัญชาข้าราชการ และรักาผิดชอบในการ คั นักงานคณะกรรมการกฤษฎี บ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ปฏิบัติราชการของสํานักงานรัฐมนตรีขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่าการทบวง และจัดให้มีผู้ช่วยเลขานุการ รั ฐ มนตรี ซึ่ ง เป็ น ข้า ราชการการเมื อนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาน ผู้ ช่ว ยสั่ ง หรืสํอ ปฏิงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา งคนหนึ่ ง หรื อ หลายคนเป็ านัก บั ติ ร าชการแทน เลขานุการรัฐมนตรีก็ได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๓๐ สํานักงานปลัดทบวงมีอํานาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการประจําทั่วไปของ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา่ ค ณะรั ฐ มนตรี นักด้ กํ า หนดให้ เ ป็ น หน้ า ที่ า องกรมใดกรมหนึ่ ง ในสั ง กั ด ทบวง กา สํามิ ไ งานคณะกรรมการกฤษฎีกข สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ทบวง และราชการที โดยเฉพาะ รวมทั้งกํากับและเร่งรัดการปฏิบัติราชการของส่วนราชการในทบวงให้เป็นไปตามนโยบาย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แนวทาง และแผนการปฏิบัติราชการของทบวง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หมวด ๔ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การจัดระเบียบราชการในกรม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • 14. - ๑๔ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา กระทรวง หรือทบวง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๓๑ กรมซึา่งสังกัดหรือไม่สังกัดสํานักกนายกรัฐมนตรีสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี า อาจแบ่งส่วนราชการดังนี้ สํานั(๑) สํานักงานเลขานุการกรม กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๒) กองหรือส่วนราชการที่มีฐานะเทียบกอง เว้นแต่บางกรมเห็นว่าไม่มีความจําเป็น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ้งขึ้นเป็นกองก็นัด้ งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ไ ก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จะไม่แยกส่วนราชการตั กรมใดมีความจําเป็น จะแบ่งส่วนราชการโดยให้มีส่วนราชการอื่นนอกจาก (๑) หรือ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๒) ก็ได้ สําหรับสํานักงานตําารวจแห่งชาติจะแบ่งส่วนราชการให้เหมาะสมกับราชการของ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ๒๘ ตํารวจก็ได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๒๙ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๓๒ กรมมีอํานาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการของกระทรวงตามที่กําหนดใน กฎกระทรวงแบ่งส่ว กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีนราชการของกรมนัหรือตามกฎหมายว่าด้วยอําานาจหน้าที่ของกรมนั้น สํา กงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในกรมหนึ่งมีอธิบดีคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและรับผิดชอบในการปฏิบัติ ราชการของกรมให้เงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก กิดผลสัมฤทธิ์และเป็นไปตามเป้าหมายนัแนวทาง และแผนการปฏิบัติราชการของ สํา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กระทรวงและในกรณีที่มีกฎหมายอื่นกําหนดอํานาจหน้าที่ของอธิบดีไว้เป็นการเฉพาะ การใช้อํานาจ และการปฏิบัติหน้าที า ถลงไว้ต่อรัฐสภาหรือที่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก่ตามกฎหมายดังากล่าวให้คํานึงถึงนโยบายทีกาณะรัฐมนตรีแสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี ่ค คณะรัฐมนตรีกําหนด หรืออนุมัติ และนโยบาย แนวทาง และแผนการปฏิบัติราชการของกระทรวง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ด้วย ในกรมหนึ่งจะให้มีรองอธิบดีเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการรองจากอธิบดีและช่วย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ด้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อธิบดีปฏิบัติราชการก็ไ รองอธิบดีมีอํานาจหน้าที่ตามที่อธิบดีกําหนดหรือมอบหมาย มาตรา ๓๓ สํานักงานเลขานุการกรมมีอํานาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการทั่วไปของกรม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เ ป็ นหน้ าทีนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ่ ข องกองหรื อ ส่ ว นราชการใดโดยเฉพาะมีนัลขานุ ก ารกรมเป็ น กา สํา เ กงานคณะกรรมการกฤษฎี และราชการที่มิได้แยกให้ ผู้บังคับบัญชาข้าราชการ และรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของสํานักงานเลขานุการกรม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนราชการตามมาตรา ๓๑ วรรคหนึ่ง (๒) และส่วนราชการตามมาตรา ๓๑ วรรค สอง ให้มีอํานาจหน้ กา โดยให้มีผู้อํานวยการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีาที่ตามที่ได้กําหนดไว้ให้เป็นหน้าที่ของส่วนราชการนั้น ๆสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กอง หัวหน้ากอง หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่เทียบเท่าผู้อํานวยการกอง หรือหัวหน้า กอง หรือหัวหน้าานักงานคณะกรรมการกฤษฎี๓๑ วรรคสอง เป็นผูงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและรับผิดชอบ สํ ส่วนราชการตามมาตรา กา สํานัก้บังคับบัญชาข้าราชการ ในการปฏิบัติราชการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๓๔ กระทรวง ทบวง กรมใดมีเหตุพิเศษ จะตราพระราชกฤษฎีกาแบ่งท้องที่ ออกเป็นเขตเพื่อนักมีหัวหน้าส่วนราชการประจําเขตแล้วแต่าจะเรียกชื่อเพื่อปฏิบัติงานทางวิชาการก็ได้ สําให้ งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั๒๘งานคณะกรรมการกฤษฎีไกา ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับ ก มาตรา ๓๑ วรรคสามแก้ ขเพิ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๕๓ ๒๙ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีมาตรา ๓๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรกา ยบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๕) กา กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีะเบี พ.ศ. ๒๕๔๕
  • 15. - ๑๕ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หั ว หน้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา า ส่ ว นราชการประจํ า เขตมี อํ า นาจหน้ า ที่ เ ป็ น ผู้ รั บ นโยบายและคํ า สั่ ง จาก กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี กระทรวง ทบวง กรม มาปฏิบัติงานทางวิชาการ และเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการประจําสํานักงาน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เขตซึ่งสังกัดกระทรวง ทบวง กรมนั้น กา ความในมาตรานี้ไม่ใช้บังคับแก่การแบ่งเขตและการปกครองบังคับบัญชาของตํารวจ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งได้กําหนดโดยพระราชกฤษฎีกา๓๐ านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัมาตรา ๓๕ กระทรวง กา หรือกรมใดโดยสภาพและปริมาณของงานสมควรมี กงานคณะกรรมการกฤษฎีทบวง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้ตรวจราชการของกระทรวง ทบวง หรือกรมนั้น ก็ให้กระทําได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํ ผู้ตรวจราชการของกระทรวง ทบวง หรือกรมกา อํานาจหน้าทีานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มี ่ตรวจและแนะนําการ ปฏิบัติราชการอัานเกีงานคณะกรรมการกฤษฎีกหรือกรมนั้นให้เาป็นไปตามกฎหมาย ระเบียกบ หรือข้อบังคับ ่ยวกับกระทรวง ทบวง า สํ นัก สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี า ของกระทรวง ทบวง หรือกรมหรือมติของคณะรัฐมนตรี หรือการสั่งการของนายกรัฐมนตรี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๓๖ ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรมจะมีเลขาธิการ ผู้อํานวยการ หรืนักงานคณะกรรมการกฤษฎีงอืา่นซึ่งเทียบเท่าปลักงานคณะกรรมการกฤษฎีป็นผู้บังคับบัญชา สํา อตําแหน่งที่เรียกชื่ออย่า ก สํานั ดกระทรวงหรืออธิบดีเ กา ข้าราชการ และรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของส่วนราชการนั้นให้เป็นไปตามที่กฎหมายกําหนด และจะให้มีรองเลขาธิ ่เ ายกชื่ออย่างอื่น หรือ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาการ รองผู้อํานวยการหรือตําแหน่งรองของตําแหน่งทีสํรีนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้ช่วยเลขาธิการ ผู้ช่วยผู้อํานวยการหรือตําแหน่งผู้ช่วยของตําแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่น หรือมีทั้งรอง เลขาธิการ และผู้ช่วยเลขาธิการหรือทั้งรองผู้อํานวยการและผู้ช่วยผู้อํานวยการ หรือทั้งตําแหน่งรอง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และตําแหน่งผู้ช่วยของตําแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่น เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการ และช่วยปฏิบัติ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ราชการแทนก็ได้ สํานัมาตรา ๓๗ ให้นําความในมาตรา ๓๑ ามาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ และ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๓๕ มาใช้บังคับแก่ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรมโดยอนุโลม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หมวด ๕ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บัติราชการแทนงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก การปฏิ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๓๘๓๑ อํานาจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ การปฏิบัติราชการหรือ การดําเนินการอื่นกงานคณะกรรมการกฤษฎีกปฏิบัติหรือดําสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ยบ ประกาศ เนินการตามกฎหมาย กฎ ระเบี สํานัที่ผู้ดํารงตําแหน่งใดจะพึง า หรือคําสั่งใด หรือมติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องใด ถ้ากฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ หรือคําสั่งนั้น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในเรื่องนั้นมิได้กําหนดเรื่องการมอบอํากา เป็นอย่าสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี นาจไว้ หรือมติของคณะรัฐมนตรี งอื่น หรือมิได้ห้ามเรื่อง การมอบอํานาจไว้ ผู้ดํารงตําแหน่งนั้นอาจมอบอํานาจให้ผู้ดํารงตําแหน่งอื่นในส่วนราชการเดียวกัน สํานัก่น หรือผู้ว่าราชการจังหวั สํ ัติ งานคณะกรรมการกฤษฎีกา หรือส่วนราชการอืงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ดเป็นผู้ปฏิบานัรกาชการแทนได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ กําหนดในพระราชกฤษฎีกา สํานั๓๐งานคณะกรรมการกฤษฎีไกา ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับ ก มาตรา ๓๔ วรรคสามแก้ ขเพิ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๕๓ ๓๑ สํานั นดิน (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีมาตรา ๓๘ แก้ไขเพินัเติงานคณะกรรมการกฤษฎีกยบบริหารราชการแผ่กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กา สํา่มก มโดยพระราชบัญญัติระเบี า ๒๕๕๐
  • 16. - ๑๖ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พระราชกฤษฎีกาตามวรรคหนึ่งอาจกําหนดให้มีการมอบอํานาจในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ตลอดจนการมอบอํานาจให้ทํานิติกรรมสัญญา ฟ้องคดีและดําเนินคดี หรือกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หรือเงื่อนไขในการมอบอํานาจหรือที่ผู้รับมอบอํานาจต้องปฏิบัติก็ได้ ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับกับอํานาจในการอนุญาตตามกฎหมายที่บัญญัติให้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาอที่บัญญัติผู้มสําํานาจอนุญาตไว้เป็นการเฉพาะ ในกรณีเช่สํานั้นให้ผู้ดํารงตําแหน่ง กา ต้องออกใบอนุญาตหรื ีอ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา น นักงานคณะกรรมการกฤษฎี ซึ่งมีอํานาจตามกฎหมายดังกล่าวมีอํานาจมอบอํานาจให้ข้าราชการซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาและผู้ว่า นักงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ราชการจังหวัสํดาได้ตามที่เห็นสมควร หรือา ่คณะรัฐมนตรีกําหนด ในกรณีมอบอํ านาจให้ ผู้ ว่า ตามที ราชการจังหวัด ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มีอํานาจมอบอํานาจได้ต่อไปตามหลักเกณฑ์นัแกละเงื่อนไขที่ผู้มอบ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา สํา งานคณะกรรมการกฤษฎี อํานาจกําหนด สํานัในกรณีตามวรรคสาม เพื่อประโยชน์ในการอํงานคณะกรรมการกฤษฎีประชาชนจะตรา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก านวยความสะดวกแก่ กา พระราชกฤษฎีกากําหนดรายชื่อกฎหมายที่ผู้ดํารงตําแหน่งซึ่งมีอํานาจตามกฎหมายดังกล่าวอาจมอบ อํานาจตามวรรคหนึ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี่งตามหลักเกณฑ์แนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ละเงื่อนไขที่กําหนดในพระราชกฤษฎีกาดังากล่าวก็ได้ สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การมอบอํานาจให้ทําเป็นหนังสือ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๓๒ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๓๙ เมื่ อ มี ก ารมอบอํา นาจแล้ ว ผู้ รั บ มอบอํ า นาจมี หน้ า ที่ ต้ อ งรั บ มอบ อํานาจนั้น โดยผู้มอบอํ หนดให้ผู้รับมอบอํานาจมอบอํ ํารงตําแหน่งอื่นปฏิบัติ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา านาจจะกําสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา านาจให้ผู้ดสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ราชการแทนต่อไป โดยจะกําหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขในการใช้อํานาจนั้นไว้ด้วยหรือไม่ก็ได้ แต่ใน สํา นาจให้ผู้ว่าราชการจังหวั ก สํา ะกําหนดหลักเกณฑ์ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด กรณีการมอบอํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีด าคณะรัฐมนตรีจนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ต้องมอบอํานาจต่อไปให้รองผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัดหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องใน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จังหวัดก็ได้ สํานัมาตรา ๔๐ ๓๓ ในการมอบอํ านาจ ให้สํามอบอํ านาจพิ จารณาถึ งการอํ านวยความ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สะดวกแก่ประชาชน ความรวดเร็วในการปฏิบัติราชการ การกระจายความรับผิดชอบตามสภาพของ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา า นาจ และผู้ รั บ มอบอํ า นาจต้ อ งปฏิาบั ติ ห น้ า ที่ ที่ ไสํารั บ มอบอํ า นาจตาม กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก ตํ า แหน่ ง ของผู้ รั บ มอบอํ ด้ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี วัตถุประสงค์ของการมอบอํานาจดังกล่าว สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เมื่อได้มอบอํานาจแล้ว ผู้มอบอํานาจมีหน้าที่กํากับดูแลและติดตามผลการปฏิบัติ ราชการของผู้รับมอบอํ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาานาจ และให้มนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บัติราชการของผู้รับมอบอํานาจ กา สํา ีอํานาจแนะนําหรือแก้ไขการปฏิ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๓๔ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๔๐/๑ ในการปฏิบัติราชการของส่วนราชการภายในกรม ถ้าการปฏิบัติ ราชการใดของส่วนราชการนั้นมีลักสํษณะเป็นงานการให้บริการหรือมีการให้บริกนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ารเกี่ยวเนื่องอยู่ด้วย และหากแยกการบริหารออกเป็นหน่วยบริการรูปแบบพิเศษจะบรรลุเป้าหมายตามมาตรา ๓/๑ ยิ่งขึ้น ส่วนราชการดัสํงากล่าวโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ่องนั้น ไป นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา จะแยกการปฏิบัติราชการในเรื ๓๒ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีมาตรา ๓๙ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรกา ยบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๗) กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีะเบี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี พ.ศ. ๒๕๕๐ สํานั๓๓งานคณะกรรมการกฤษฎีกาโดยพระราชบัสําญัติงานคณะกรรมการกฤษฎีกานดิน (ฉบับที่ ๗) ก มาตรา ๔๐ แก้ไขเพิ่มเติม ญ นักระเบียบบริหารราชการแผ่ พ.ศ. ๒๕๕๐ ๓๔ สํา นดิน (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีมาตรา ๔๐/๑ เพิานักงานคณะกรรมการกฤษฎีบบริหารราชการแผ่นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กา สํ่มโดยพระราชบัญญัติระเบีย กา ๒๕๕๐
  • 17. - ๑๗ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จัดตั้งเป็นหน่วยบริการรู สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ปแบบพิเศษานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รัฐวิสาหกิจแต่นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ ซึ่งมิใช่เป็นส่วนราชการหรือ สํา อยู่ในกํากับของส่วน ราชการดังกล่าวก็ได้ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี สํานัระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีตามวรรคหนึนัอย่างน้อยให้กําหนดรายละเอียดเกี่ยวกับ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ่ง กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การจัดตั้ง การมอบอํานาจให้ปฏิบัติราชการแทน วิธีการบริหารงาน การดําเนินการด้านทรัพย์สิน การ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ของบุคลากรและการยุบเลิกไว้ด้วย กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กํากับดูแลสิทธิประโยชน์ ให้หน่วยบริการรูปแบบพิเศษ มีหน้าที่ปฏิบัติงานให้กับส่วนราชการตามภารกิจที่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จัดตั้งหน่วยบริการรูปแบบพิเศษนั้นเป็นหลัก และสนับสนุานัภารกิจอื่นของส่วนราชการดังกล่าวตามที่ น ได้ รับ มอบหมาย และอาจให้ บริ กสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีว ยงานของรัฐ หรืนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ารแก่ ส่ ว นราชการอื่ น หน่ กา อ เอกชน แต่ ต้ อ งไม่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา กระทบกระเทือนต่อภารกิจอันเป็นวัตถุประสงค์แห่งการจัดตั้ง สํานัให้รายได้ของหน่วยบริการรูปแบบพิเศษเป็กงานคณะกรรมการกฤษฎีกางตามกฎหมาย กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั นรายได้ที่ไม่ต้องนําส่งคลั ว่าด้วยวิธีการงบประมาณและกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หมวด ๖ การรั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กษาราชการแทนงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก มาตรา ๔๑ ในกรณีที่นายกรัฐมนตรีไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้รองนายกรัฐมนตรี เป็ น ผู้ รั ก ษาราชการแทน ถ้ า มี ร องนายกรั ฐ มนตรี ห ลายคน ให้ ค ณะรั ฐ มนตรี ม อบหมายให้ ร อง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นายกรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้าไม่มีผู้ดํารงตําแหน่งรองนายกรัฐมนตรี หรือมี แต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้คณะรันัมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีคนใดคนหนึา่งเป็งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สําฐกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นัก นผู้รักษาราชการ แทน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๔๒ ในกรณีที่ไม่มีผู้ดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงหรือมีแต่ไม่อาจ ปฏิบัติราชการได้ ให้ า นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ามีรัฐมนตรีช่วยว่าการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกราัฐมนตรีช่วยว่สําการกระทรวงเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กระทรวงหลายคน ให้คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคนใดคนหนึ่งเป็น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํยว่าการกระทรวง หรื อมี กา ผู้รักษาราชการแทน ถ้าไม่มีผู้ดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีช่วานักงานคณะกรรมการกฤษฎีแต่ไม่อาจปฏิบัติ ราชการได้ ให้คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีนา ความในวรรคหนึ่งงานคณะกรรมการกฤษฎีกว่าการทบวงด้วยโดยอนุโลม สํานัก มาใช้บังคับแก่รัฐมนตรี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้ กํา สํานัมาตรา ๔๓ ในกรณีที่ไม่กาีผู้ดํารงตําแหน่งเลขานุการรัฐมนตรี หรือมีกาต่ไม่อาจปฏิบัติ กงานคณะกรรมการกฤษฎี ม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี แ ราชการได้ ให้ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้ามีผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีหลาย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีารรั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี คน ให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมอบหมายให้ผู้ช่วยเลขานุกกา ฐมนตรีคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รั กษา กา ราชการแทน ถ้าไม่มีผู้ ช่วยเลขานุ การรัฐมนตรี ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแต่งตั้ งข้าราชการใน สํ ก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กระทรวงคนหนึา่งนัเป็งานคณะกรรมการกฤษฎีกา นผู้รักษาราชการแทน ให้นํ าความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับ แก่เลขานุการรัฐมนตรีว่นัการทบวงด้วยโดย กา า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา กงานคณะกรรมการกฤษฎี อนุโลม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๔๔ ในกรณีที่ไม่มีผู้ดํารงตําแหน่งปลัดกระทรวง หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติ ราชการได้ ให้ ร องปลั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ด กระทรวงเป็นักผู้ รั ก ษาราชการแทน ถ้า มี ร องปลั ด กระทรวงหลายคน ให้ กา สํา น งานคณะกรรมการกฤษฎีก า นายกรัฐมนตรีสําหรับสํานักนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแต่งตั้งรองปลัดกระทรวงคน
  • 18. - ๑๘ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทนสํถ้นัไม่มีผู้ดํารงตําแหน่งรองปลัดกระทรวง สํานัอมีแต่ไม่อาจปฏิบัติ กา หรื กงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา าา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ราชการได้ ให้ น ายกรั ฐ มนตรี สํ า หรั บ สํ า นั ก นายกรั ฐ มนตรี ห รื อ รั ฐ มนตรี ว่ า การกระทรวงแต่ ง ตั้ ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก่ํา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ข้าราชการในกระทรวงซึ่งดํารงตําแหน่งไม่ตา กว่าอธิบดีหรือเทียบเท่าเป็นผู้รักษาราชการแทน ในกรณีที่ไม่มีผู้ดํารงตําแหน่งรองปลัดกระทรวง หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกงตั้ ง ข้ า ราชการในกระทรวงซึ่ ง ดํ า รงตํ า แหน่ ง ไม่ ต่ํ า กว่ าสํา้ อํ า นวยการกองหรื อ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ปลัดกระทรวงจะแต่ า ผู นักงานคณะกรรมการกฤษฎี เทียบเท่าเป็นผู้รักษาราชการแทนก็ได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๔๕ ให้นําความในมาตรา ๔๔ มาใช้บังคับแก่กรณีที่ไม่มีผู้ดํารงตําแหน่งปลัด สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ทบวงหรือรองปลัดทบวงตามมาตราสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โลม ๒๔ หรือมาตรา ๒๘ ด้วยโดยอนุ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัมาตรา ๔๖ ในกรณีที่ไม่มีผู้ดํารงตําแหน่นัอธิบดี หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ง กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้รองอธิบดีเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้ามีรองอธิบดีหลายคน ให้ปลัดกระทรวงแต่งตั้งรองอธิบดีคนใด สํานัก คนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้าสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาหรือมีแต่ไม่อาจปฏิงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ไม่มีผู้ดํารงตําแหน่งรองอธิบดี บัติราชการได้ ให้ ปลัดกระทรวงแต่กงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดํารงตําแหน่สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีข้าราชการตั้งแต่ งตั้งข้าราชการในกรมซึ่ง งเทียบเท่ารองอธิบดี หรือ กา สํานั ตําแหน่งหัวหน้ากองหรือเทียบเท่าขึ้นไปคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน แต่ถ้านายกรัฐมนตรี สําหรับสํานักนายกรั า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกฐมนตรี หรือรั ฐนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกนสมควรเพื่อความเหมาะสมแก่การ กา สํา มนตรีว่าการกระทรวงเห็ า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี รั บผิ ด ชอบการปฏิ บัติ ร าชการในกรมนั้น นายกรัฐ มนตรีห รือ รั ฐ มนตรีว่ า การกระทรวงจะแต่ งตั้ ง ข้าราชการคนใดคนหนึ่งซึ่งดํารงตําแหน่งไม่าต่ํากว่ารองอธิสํบดีกงานคณะกรรมการกฤษฎีษาราชการแทนก็ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก านัหรือเทียบเท่า เป็นผู้รัก กา ได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ไม่มีผู้ดําสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีมีแต่ไม่อาจปฏิบัตนัาชการได้ อธิบดีจะ กา สํา ิร กงานคณะกรรมการกฤษฎี ในกรณี รงตําแหน่งรองอธิบดี หรือ กา แต่งตั้งข้าราชการในกรมซึ่งดํารงตําแหน่งเทียบเท่ารองอธิบดี หรือข้าราชการตั้งแต่ตําแหน่งหัวหน้า สํา าก้นไปเป็นผู้รักษาราชการแทนก็ กองหรือเทียบเท่นัขึงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้นํ าความในวรรคหนึ่งและวรรคสองมาใช้ บังคับแก่กรณีที่ ไม่ มี ผู้ดํารงตําแหน่ ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกการ ผู้อํานวยการกรองผู้อํานวยการ หรือตํกาแหน่งที่เรียกชื่อนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั งานคณะกรรมการกฤษฎี า สํา อย่างอื่นซึ่งเทียบเท่า เลขาธิการ รองเลขาธิ า ปลัดกระทรวงหรืออธิบดี ในส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น และมีฐานะเป็นกรมด้วยโดยอนุโลม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๔๗ ในกรณีที่ไม่มีผู้ดํารงตําแหน่งเลขานุการกรมตามมาตรา ๓๓ วรรคหนึ่ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หรือหัวหน้าส่วนราชการตามมาตรา ๓๓ วรรคสอง หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้อธิบดีแต่งตั้ง ข้าราชการในกรมคนหนึ่งซึ่งดํารงตําแหน่กงาไม่ต่ํากว่าหัวหน้ากองหรือเทียบเท่า เป็นผู้รักษาราชการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แทน ให้ กํา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีนา ความในมาตรานี้มาใช้บังคับแก่ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่าานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ งอื่นและมีฐานะเป็น กรมด้วยโดยอนุโลม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๔๘ ให้ผู้รักษาราชการแทนตามความในพระราชบัญญัตินี้มีอํานาจหน้าที่ เช่นเดียวกับผู้ซึ่งตนแทน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในกรณีที่ผู้ดํารงตําแหน่งใดหรือผู้รักษาราชการแทนผู้ดํารงตําแหน่งนั้นมอบหมาย สํานัก ผู้ดํารงตําแหน่งอื่นปฏิ า สํานั ให้ผู้ปฏิบัติราชการแทนมี หรือมอบอํานาจให้งานคณะกรรมการกฤษฎีกบัติราชการแทน กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อํานาจหน้าที่ เช่นเดียวกับผู้ซึ่งมอบหมายหรือมอบอํานาจ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • 19. - ๑๙ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในกรณี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่มีกฎหมายอื่นแต่งตั้งให้ผู้ดํารงตําแหน่งใดเป็นกรรมการหรือให้มีอํานาจ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี หน้าที่อย่างใด ให้ผู้รักษาราชการแทนหรือผู้ปฏิบัติราชการแทนมีอํานาจหน้าที่เป็นกรรมการหรือมี นัเดียวกับผู้ดํารงตําแหน่ า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี าชการแทนด้วย อํานาจหน้าที่เสํช่านกงานคณะกรรมการกฤษฎีงกนั้นในการรักษาราชการแทนหรือปฏิบัติรกา แล้วแต่กรณี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๔๙ การเป็นผู้รักษาราชการแทนตามพระราชบัญญัตินี้ไม่กระทบกระเทือน อํานาจนายกรัสํามนตรี รัฐมนตรีเจ้าสังกัด ปลัดกระทรวง สํานัอผู้ดํารงตําแหน่งเทียบเท่าปลัดกระทรวง ฐ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หรื กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ปลัดทบวง อธิบดีหรือผู้ดํารงตําแหน่งเทียบเท่าอธิบดี ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาที่จะแต่งตั้งข้าราชการอื่น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นผู้รักษาราชการแทนตามอํานาจหน้าที่ที่มีอยู่ตามกฎหมาย กา ในกรณีที่มีการแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ดํารงตําแหน่งรองหรือ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้ช่วยพ้นจากความเป็นผู้รักษาราชการแทนนับแต่เวลาที่ผู้ได้รับแต่งตั้งตามวรรคหนึ่งเข้ารับหน้าที่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานัก มาตรา ๕๐ ความในหมวดนี้มิให้ใช้บังคับแก่รกา าชการในกระทรวงทีงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ่เกี่ยวกับทหาร สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หมวด ๗ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การบริหารราชการในต่างประเทศ๓๕ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัมาตรา ๕๐/๑๓๖ ในหมวดนี้ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา “คณะผู้แทน” หมายความว่า บรรดาข้าราชการฝ่ายพลเรือน หรือข้าราชการฝ่าย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกางประเทศซึ่งได้นัับงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สําร ก แต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งในสถานเอกอัสํารราชทูต สถานกงสุล กา ทหารประจําการในต่ า ค นักงานคณะกรรมการกฤษฎี ใหญ่ สถานกงสุล สถานรองกงสุล ส่วนราชการของกระทรวงการต่างประเทศซึ่งเรียกชื่อเป็นอย่างอื่น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และปฏิบัติหน้าที่เช่นเดียวกับสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ และคณะผู้แทนถาวรไทย ประจําองค์การระหว่างประเทศ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา “หัวหน้าคณะผู้แทน” หมายความว่า ข้าราชการสังกัดกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่ง ได้รับแต่งตั้งให้ดนัรงตําแหน่งหัวหน้าคณะผู้แทนตามระเบียนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาธีการกงสุล ใน สํา ํา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา บพิธีการทูต หรือระเบียบพิ กรณีของคณะผู้แทนถาวรไทยประจําองค์การระหว่างประเทศ ให้หมายความว่า ข้าราชการสังกัดส่วน ราชการซึ่งได้รับแต่ง กา ก นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีตั้งให้ดํารงตําแหน่นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา งหัวหน้าคณะผู้แทนถาวรไทยประจําองค์สําารระหว่างประเทศ “รองหัวหน้าคณะผู้แทน” หมายความว่า ข้าราชการสังกัดกระทรวงการต่างประเทศ านักงานคณะกรรมการกฤษฎี า ซึ่งได้รับแต่งตั้สํให้กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา่งและปฏิบัติรสําชการแทนหัวหน้าคณะผู้แกทน ในกรณีของ ง านัดํารงตําแหน่งเป็นผู้ช่วยสั คณะผู้แทนถาวรไทยประจําองค์การระหว่างประเทศ ให้หมายความว่า ข้าราชการสังกัดส่วนราชการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีรงตําแหน่งในลัสําษณะเดียวกัน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดํา กา ก นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัมาตรา ๕๐/๒ ๓๗ ให้ กาว หน้ า คณะผูาแ ทนเป็ น ผู้ รั บ นโยบายและคํ า สั่ ง จาก กงานคณะกรรมการกฤษฎีหั สํ ้ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาล คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม มาปฏิบัติการให้เหมาะสม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั๓๕งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ก หมวด ๗ การบริหารราชการในต่า งประเทศ งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๕๐/๖ เพิ่มโดย สํานัก มาตรา ๕๐/๑ ถึ ง มาตรา พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕ ๓๖ สํา นดิน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีมาตรา ๕๐/๑ เพิานักงานคณะกรรมการกฤษฎีบบริหารราชการแผ่นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กา สํ่มโดยพระราชบัญญัติระเบีย กา ๒๕๔๕
  • 20. - ๒๐ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กับการปฏิบัติราชการในต่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา างประเทศนัและเป็นหัวหน้าบังคับบักาชาบุคคลในคณะผูงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา กงานคณะกรรมการกฤษฎีญ สํานัก ้แทน และจะให้มี รองหัวหน้าคณะผู้แทนเป็นผู้ช่วยสั่งและปฏิบัติราชการแทนหัวหน้าคณะผู้แทนก็ได้ สํานัการสั่ง และการปฏิบัติราชการของกระทรวง งานคณะกรรมการกฤษฎีกา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก ทบวง กรม ต่อบุคคลในคณะผู้แทน ให้ เป็นไปตามระเบียบที่คณะรัฐมนตรีกําหนด สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา าคณะผู้แทนอาจมอบอํานาจให้บุคคลในคณะผู้แทนปฏิบกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานััติราชการแทนตาม หัวหน้ ระเบียบที่คณะรัฐมนตรีกําหนด สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๕๐/๓๓๘ ในกรณีที่ไม่มีผู้ดํารงตําแหน่งหัวหน้าคณะผู้แทน หรือมีแต่ไม่อาจ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกองหัวหน้าคณะผู้แทนรักษาราชการแทน กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ปฏิบัติราชการได้ ให้รา ในกรณีที่ไม่มีรองหัวหน้าคณะผู้แทนที่จะรักษาราชการแทนตามวรรคหนึ่ง หรือไม่มี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้ดํารงตําแหน่งใดอันเป็นบุคคลในคณะผู้แทน หรือมีแต่บุคคลดังกล่าวไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้การ รักษาราชการแทนหัวหน้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา าคณะผู้แทนหรือผู้ดํารงตําแหน่งใดอันเป็นบุคคลในคณะผู้แทน เป็นไปตาม กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ระเบียบที่คณะรัฐมนตรีกําหนด สํานัความในวรรคหนึ่งไม่ใช้บกา บกับข้าราชการฝ่ายทหารประจําการในต่างประเทศ กงานคณะกรรมการกฤษฎี ังคั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๕๐/๔ ๓๙ หั หน้าคณะผู้แทนมีอํานาจและหน้ สําวนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา าที่ดังนี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๑) บริหารราชการตามกฎหมายและระเบียบแบบแผนของทางราชการ สํานั(๒) บริ ห ารราชการตามที่ ค ณะรั ฐ มนตรีนักระทรวง ทบวง กรม มอบหมาย หรื อ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตามที่นายกรัฐมนตรีสั่งการในฐานะหัวหน้ารัฐบาล สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา งคับบัญ ชาบุาคคลในคณะผู้แทนและข้าราชการฝ่ายพลเรืกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั อนที่มิใช่บุคคลใน (๓) บั คณะผู้แทนซึ่งประจําอยู่ในประเทศที่ตนมีอํานาจหน้าที่ เพื่อให้การปฏิบัติราชการเป็นไปตามกฎหมาย สําบ งานคณะกรรมการกฤษฎี สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี อ ระเบียบ ข้อบังคันักหรือคําสั่งของกระทรวงกาทบวง กรม หรืาอมติของคณะรัฐมนตรี หรืกาการสั่งการของ นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาล สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี (๔) รายงานข้อเท็สําจริงงานคณะกรรมการกฤษฎีบผลการปฏิบัติราชการของบุคคลตาม กา จ นัก และความเห็นเกี่ยวกั กา (๓) เพื่อประกอบการพิจารณาของผู้บังคับบัญชาของส่วนราชการต้นสังกัดเกี่ยวกับการแต่งตั้งและการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เลื่อนขั้นเงินเดือน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๕๐/๕ ๔๐ รั ฐ มนตรี ว่ า การกระทรวง รั ฐ มนตรี ว่ า การทบวง ปลั ด สํ า นั ก นายกรัฐมนตรี าปลังานคณะกรรมการกฤษฎีกาอธิบดีหรือผู้ดํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา านาจให้ ดกระทรวง ปลัดทบวง ารงตําแหน่งเทียบเท่า อาจมอบอํ สํ นัก สํ หัวหน้าคณะผู้แทนปฏิบัติราชการแทนได้ ในการนี้ให้นําความในมาตรา ๓๘ มาใช้บังคับโดยอนุโลม สํานั๓๗งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ก มาตรา ๕๐/๒ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติระเบีกงานคณะกรรมการกฤษฎีน า(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. สํานั ยบบริหารราชการแผ่นดิ ก ๒๕๔๕ ๓๘ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีมาตรา ๕๐/๓ เพิานักงานคณะกรรมการกฤษฎีบบริหารราชการแผ่นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ่มโดยพระราชบัญญัติระเบีย กา สํา นดิน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕ สํานั๓๙งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ก มาตรา ๕๐/๔ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติระเบีกงานคณะกรรมการกฤษฎีน า(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. สํานั ยบบริหารราชการแผ่นดิ ก ๒๕๔๕ ๔๐ สํา นดิน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีมาตรา ๕๐/๕ เพิานักงานคณะกรรมการกฤษฎีบบริหารราชการแผ่นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กา สํ่มโดยพระราชบัญญัติระเบีย กา ๒๕๔๕
  • 21. - ๒๑ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เมื กา นาจตามวรรคหนึ่งโดยชอบแล้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี่อมีการมอบอําสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ว ผู้รับมอบอําานาจมีหน้าที่ต้องรับ กา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี มอบอํานาจนั้น และจะมอบอํานาจนั้นให้แก่ผู้อื่นต่อไปไม่ได้ เว้นแต่เป็นการมอบอํานาจต่อไปให้บุคคล สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกํา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในคณะผู้แทนตามระเบียบที่คณะรัฐมนตรีกา หนด เมื่อได้มีการมอบอํานาจแล้ว หัวหน้าคณะผู้แทนมีหน้าที่กํากับ ติดตามผลการปฏิบัติ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาานาจ และให้มนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บัติราชการของผู้รับมอบอํานาจ กา สํา ีอํานาจแนะนําและแก้ไขการปฏิ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ราชการของผู้รับมอบอํ ได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๕๐/๖ ๔๑ การที่ ก ระทรวง ทบวง กรม จะมอบอํ า นาจหรื อ มี คํ า สั่ ง ใดที่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ แจ้ ผ่านกระทรวงการต่างประเทศ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เกี่ยวข้องไปยังหัวหน้าคณะผู้แทน ให้านักงงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนที่ ๒ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การจัดระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาค สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัมาตรา ๕๑ ให้จัดระเบียบบริหารราชการส่กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั วนภูมิภาคดังนี้ (๑) จังหวัด สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกอําเภอ (๒) า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หมวด ๑ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จังหวัด สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัมาตรา ๕๒ ให้รวมท้องที่หลาย ๆ อําเภอตั้งขึ้นเป็นจังหวัดมีฐานะเป็นนิติบุคคล กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การตั้ง ยุบ และเปลี่ยนแปลงเขตจังหวัด ให้ตราเป็นพระราชบัญญัติ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี่อประโยชน์ในการบริหารงานแบบบูรณาการในจังหวัดหรือกลุ่มงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักจังหวัด ให้จังหวัด เพื กา หรือกลุ่มจังหวัดยื่นคําขอจัดตั้งงบประมาณได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดใน สํ ก ในกรณีนี้ ให้ถือว่าจังหวั สํานั ดเป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วย พระราชกฤษฎีานัากงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดหรือกลุ่มจังหวักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา วิธีการงบประมาณ๔๒ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๔๓ มาตรา ๕๒/๑ ให้จังหวัดมีอํานาจภายในเขตจังหวัด ดังต่อไปนี้ สํานั(๑) นําภารกิจของรัฐและนโยบายของรัฐบาลไปปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๒) ดูแลให้มีการปฏิบัติและบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย เพื่อให้เกิดความสงบ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรียบร้อยและเป็นธรรมในสังคม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๔๑ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีมาตรา ๕๐/๖ เพิานักงานคณะกรรมการกฤษฎีบบริหารราชการแผ่นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ่มโดยพระราชบัญญัติระเบีย กา สํา นดิน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕ สํานั๔๒งานคณะกรรมการกฤษฎีก่มโดยพระราชบัสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกานดิน (ฉบับที่ ๗) ก มาตรา ๕๒ วรรคสาม เพิ า ญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่ พ.ศ. ๒๕๕๐ ๔๓ สํา นดิน (ฉบับ ที่ ๗) พ.ศ. สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีมาตรา ๕๒/๑ เพิ่านักงานคณะกรรมการกฤษฎีบบริหารราชการแผ่นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กา สํมโดยพระราชบัญ ญัติระเบีย กา ๒๕๕๐
  • 22. - ๒๒ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๓) า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกจัดให้มีการคุ้มครอง ป้องกัน ส่งเสริม และช่วยเหลือประชาชนและชุมชนที่ด้อย กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี โอกาสเพื่อให้ได้รับความเป็นธรรมทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมในการดํารงชีวิตอย่างพอเพียง สํานั(๔) จั ดให้ มี การบริ การภาครัฐ เพื่ อให้ ประชาชนสามารถเข้าถึ งได้กาย่ างเสมอหน้ า กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี อ รวดเร็ว และมีคุณภาพ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ดให้มีการส่งเสริม อุดหนุน และสนับสนุนองค์กรปกครองส่งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก วนท้องถิ่นเพื่อให้ (๕) จั สามารถดําเนินการตามอํานาจและหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และให้มีขีดความสามารถ สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พร้อมที่จะดําเนิานการตามภารกิจที่ได้รับการถ่ายโอนจากกระทรวง ทบวง กรม (๖) ปฏิบัติหน้าที่อานัตามที่คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรมกหรือหน่วยงานอื่น กา ื่น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั งานคณะกรรมการกฤษฎี ของรัฐมอบหมาย หรือที่มีกฎหมายกําหนด สํานัเพื่อประโยชน์ในการปฏิกาัติหน้าที่ของจังหวังานคณะกรรมการกฤษฎีนา าที่ของส่วน กงานคณะกรรมการกฤษฎี บ สํานักดตามวรรคหนึ่ง ให้เป็ ก หน้ ราชการและหน่วยงานของรัฐที่ประจําอยู่ในเขตจังหวัดที่จะต้องปฏิบัติให้สอดคล้องและเป็นไปตาม แผนพัฒนาจังหวัดตามมาตรา ๕๓/๑านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัมาตรา ๕๓ ในจังหวัดหนึา่งให้มีคณะกรมการจังหวัด ทําหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของผู้ว่า กงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ราชการจังหวัดในการบริหารราชการแผ่นดินในจังหวัดนั้น กับปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กฎหมายหรือมติ ของคณะรัฐมนตรีกําหนด สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๔๔ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะกรมการจังหวัดประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน รองผู้ว่าราชการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี หั จังหวัดหนึ่งคนตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมาย ปลัดจังาหวัด อัยการจังหวัดซึ่งเป็นกาวหน้าที่ทําการ อัยการจังหวัด ผู้บังคับการตํารวจภูธรจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการประจําจังหวัดจากกระทรวง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีนา กระทรวงมหาดไทยซึ่งประจําอยู่ในจังกา ด กระทรวง าหรือทบวงละหนึ่งคน กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี หวั สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี และทบวงต่าง ๆ เว้ กแต่ เป็นกรมการจังหวัดและหัวหน้าสํานักงานจังหวัดเป็นกรมการจังหวัดและเลขานุการ๔๕ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ถ้ า กระทรวงหรื อ ทบวงมี หั ว หน้ า ส่ ว นราชการประจํ า จั ง หวั ด ซึ่ ง กรมต่ า ง ๆ ใน กระทรวงหรือทบวงนั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา้นส่งมาประจํสําาอยู่ในจังหวัดมากกว่าหนึ่งคน ให้ปลัดกระทรวงหรือปลัดทบวง กา นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี กํ าหนดให้ หั วหน้าส่วนราชการประจํ าจังหวัดหนึ่งคนเป็นผู้ แทนของกระทรวงหรือ ทบวงในคณะ กรมการจังหวัดานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นสมควรจะแต่งตั้งให้ หัวหน้าส่วนราชการประจํ ซึ ปฏิบัติหน้าที่ในราชการส่ า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา าจังหวัดสํา่งนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกวนภูมิภาคคนหนึ่งหรือหลายคนเป็น กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี กรมการจังหวัดเพิ่มขึ้นเฉพาะการปฏิบัติหน้าที่ใดหน้าที่หนึ่งก็ได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๔๖ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๕๓/๑ ให้จังหวัดจัดทําแผนพัฒนาจังหวัดให้สอดคล้องกับแนวทางการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกางคมในระดับชาติกและความต้องการของประชาชนในท้องถินักในจังหวัด สํานั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ่น งานคณะกรรมการกฤษฎีกา พัฒนาเศรษฐกิจและสั ในการจัดทําแผนพัฒนาจังหวัดตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดให้มีการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี าส่ สํา ีสถานที่ตั้งทําการอยู่ในจังหวั ประชุมปรึกษาหารือร่วมกันระหว่างหัวหน้กา วนราชการที่มนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ดไม่ว่าจะเป็น ๔๔ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีมาตรา ๕๓ วรรคหนึกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ญญัติระเบียสํานักหารราชการแผ่นดิน กา สํานั ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบั บบริ งานคณะกรรมการกฤษฎี (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๐ สํานั๔๕งานคณะกรรมการกฤษฎีแก้ไ ขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ก มาตรา ๕๓ วรรคสอง กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๖ ๔๖ สํา นดิน (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีมาตรา ๕๓/๑ เพิานักงานคณะกรรมการกฤษฎีบบริหารราชการแผ่นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กา สํ่มโดยพระราชบัญญัติระเบีย กา ๒๕๕๐
  • 23. - ๒๓ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ราชการบริหารส่วนภู รปกครองส่วนท้องถิ่น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามิภาคหรือราชการบริหารส่วนกลางและผู้บริหารองค์กสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ทั้งหมดในจังหวัดรวมทั้งผู้แทนภาคประชาสังคม และผู้แทนภาคธุรกิจเอกชน สํานัการจัดทําแผนพัฒนาจังหวัดตามวรรคหนึกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ้แทนภาค กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั ่ง จํานวนและวิธีการสรรหาผู ประชาสังคมและผู้แทนภาคธุรกิจเอกชนตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กําหนด สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในพระราชกฤษฎีกา เมื่อประกาศใช้แผนพัฒนาจังหวัดแล้ ว การจัดทําแผนพั ฒนาท้องถิ่นขององค์กร สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี า ปกครองส่วนท้องถิ่นและการดําเนินกิจการของส่วนราชการและหน่วยงานอื่นของรัฐกทั้งปวงที่กระทํา ในพื้นที่จังหวัดต้องสอดคล้องกับแผนพัฒงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นาจังหวัดดังกล่าว สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๕๓/๒๔๗ ให้นําความในมาตรา ๕๓/๑ มาใช้บังคับกับการจัดทําแผนพัฒนา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กลุ่มจังหวัดด้วยโดยอนุโลม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี มาตรา ๕๔ ในจัสํหวักงานคณะกรรมการกฤษฎีกางหวัดคนหนึ่งเป็นผู้รับนโยบายและ กา งานั ดหนึ่ง ให้มีผู้ว่าราชการจั คําสั่งจากนายกรันักงานคณะกรรมการกฤษฎีฐบาล คณะรัฐมนตรีงานคณะกรรมการกฤษฎีกมาปฏิบัติการให้ ฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารั กา กระทรวง ทบวง กรม า สํา สํานัก เหมาะสมกับท้องที่และประชาชน และเป็นหัวหน้าบังคับบัญชาบรรดาข้าราชการฝ่ายบริหาร ซึ่ง ปฏิบัติหน้าที่ในราชการส่ ง นักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา วนภูมิภาคในเขตจังหวัด และรับผิดชอบในราชการจัสําหวัดและอําเภอ และ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จะให้มีรองผู้ว่าราชการจังหวัด หรือผู้ช่วยผู้ว่าราชการจังหวัด หรือทั้งรองผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ช่วย ผู้ว่าราชการจังสํานัดเป็นผู้ช่วยสั่งและปฏิบัตกาาชการแทนผู้ว่านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หวั กงานคณะกรรมการกฤษฎี ิร สํา ราชการจังหวัดก็ได้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ช่วยผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ฝ่ายบริหารส่วนภูมิภาคในเขตจังหวัสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ด และรับผิดชอบในราชการรองจากผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้ช่วยผู้ว่าราชการจังหวัดสังกัด สํานัก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กระทรวงมหาดไทยงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๕๕ ในจัสํหวักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ง านั ดหนึ่ง นอกจากจะมีผู้ว่าราชการจังหวัสําเป็กนหัวหน้าปกครอง กา ด นั งานคณะกรรมการกฤษฎี บังคับบัญชาข้าราชการ และรับผิดชอบงานบริหารราชการของจังหวัดดังกล่าวในมาตรา ๕๔ ให้มีปลัด านั าส่วนราชการประจําจังหวั สํา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จังหวัดและหัวสํหน้กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ดซึ่งกระทรวงนัทบวง กรมต่าง ๆ ส่งมาประจําทําหน้าที่ เป็นผู้ช่วยเหลือผู้ว่าราชการจังหวัด และมีอํานาจบังคับบัญชาข้าราชการฝ่ายบริหารส่วนภูมิภาคซึ่ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สังกัดกระทรวง ทบวง กรมนั้น ในจังหวัดนั้น สํานัมาตรา ๕๕/๑๔๘ ในจังหวัดหนึ่งนอกจากกรุงานคณะกรรมการกฤษฎีณะกรรมการธรร กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก งเทพมหานคร ให้มีค กา มาภิบาลจังหวัดคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า “ก.ธ.จ.” ทําหน้าที่สอดส่องและเสนอแนะการปฏิบัติภารกิจ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ของหน่วยงานของรัฐในจังหวัดให้ใช้วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีและเป็นไปตามหลักการที่ กําหนดไว้ในมาตรางานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก ๓/๑ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ก.ธ.จ. ประกอบด้วยผู้ตรวจราชการสํานักนายกรัฐมนตรีซึ่งมีเขตอํานาจในจังหวัด เป็นประธานผู้แทนภาคประชาสังคมนักงานคณะกรรมการกฤษฎีก่นที่ไม่ได้ดํารงตําาแหน่งผู้บริหารและ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ผู้แทนสมาชิกสภาท้องถิ า สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั๔๗งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ก มาตรา ๕๓/๒ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติระเบีกงานคณะกรรมการกฤษฎีน า(ฉบับที่ ๗) พ.ศ. สํานั ยบบริหารราชการแผ่นดิ ก ๒๕๕๐ ๔๘ สํา นดิน (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีมาตรา ๕๕/๑ เพิานักงานคณะกรรมการกฤษฎีบบริหารราชการแผ่นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กา สํ่มโดยพระราชบัญญัติระเบีย กา ๒๕๕๐
  • 24. - ๒๔ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้แทนภาคธุรกิจเอกชน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ทั้งนี้ จํานวนนัวิธีการสรรหา และการปฏิบัติหน้าที่ของ าก.ธ.จ. ให้เป็นไปตาม กา สํา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี สํานัในกรณีที่ ก.ธ.จ. พบว่ามีการละเลยไม่ปานับัติตามกฎหมาย ระเบียกา หรือข้อบังคับ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ ฏิ กงานคณะกรรมการกฤษฎี บ หรือมีกรณีที่เป็นการทุจริต ให้เป็นหน้าที่ของ ก.ธ.จ. ที่จะต้องแจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่เกี่ยวข้อง แล้วแต่กรณี เพื่อดํานักนการตามอํานาจ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา เนิ งานคณะกรรมการกฤษฎี ราชการ รัฐวิสาหกิ กา หน้าที่ต่อไป สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๕๖ ในกรณีที่ไม่มีผู้ดํารงตําแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีการาชการจังหวัดเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้าไม่มีผู้ดํารงตําแหน่งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก งรองผู้ว่าราชการ ราชการได้ ให้รองผู้ว่า จังหวัด หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ให้ผู้ช่วยผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้าไม่มีผู้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ดํารงตําแหน่งผู้ช่วยผู้ว่าราชการจังหวัด หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ให้ปลัดจังหวัดเป็นผู้รักษา ราชการแทน ถ้ามีร กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีองผู้ว่าราชการจัางหวัด ผู้ช่วยผู้ว่าราชการจังหวัด หรือปลัดนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา จังหวัดหลายคน ให้ ปลัดกระทรวงแต่งตั้งรองผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ช่วยผู้ว่าราชการจังหวัด หรือปลัดจังหวัดคนใดคนหนึ่ง แล้วแต่กรณี เป็านกงานคณะกรรมการกฤษฎีากไม่มีทั้งผู้ดํารงตําานัแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ช่วยผู้ว่า สํ นัผู้รักษาราชการแทน ถ้ า สํ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ราชการจังหวัด และปลัดจังหวัด หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้หัวหน้าส่วนราชการประจํา จังหวัดซึ่งมีอาวุโสตามระเบี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ยบแบบแผนของทางราชการเป็นผู้รักษาราชการแทนานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ สํานัมาตรา ๕๗ ผู้ว่าราชการจัางหวัดมีอํานาจและหน้าที่ดังนี้ กงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๑)๔๙ บริหารราชการตามกฎหมาย ระเบียบแบบแผนของทางราชการ และตาม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แผนพัฒนาจังหวัด (๒) บริหารราชการตามที่คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม มอบหมายหรือตามที่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นายกรัฐมนตรีสําั่งนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส การในฐานะหัวหน้ารัฐบาล (๓) บริหารราชการตามคําแนะนําและคําชี้แจงของผู้ตรวจราชการกระทรวงในเมื่อ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ยบ ข้อบังคัสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กรม มติสําองคณะรัฐมนตรีหรือ กา ไม่ขัดต่อกฎหมาย ระเบี บ หรือคําสั่งของกระทรวง ทบวง ข นักงานคณะกรรมการกฤษฎี การสั่งการของนายกรัฐมนตรี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๔) กํากั บดูแลการปฏิ บัติราชการอันมิใช่ราชการส่วนภูมิภาคของข้าราชการซึ่ ง ประจําอยู่ใ นจังหวั ด า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกนั้ น ยกเว้ น ข้ าสํราชการทหาร ข้ า ราชการฝ่าา ยตุ ล าการ ข้ านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา านักงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํา ราชการฝ่ า ยอั ย การ ข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย ข้าราชการในสํานักงานตรวจเงินแผ่นดินและข้าราชการครู ให้ ปฏิบัติราชการให้นัป็งานคณะกรรมการกฤษฎีกยบ ข้อบังคับ สํานัอคําสั่งของกระทรวง ทบวง กรม หรือมติ หรื กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา เก นไปตามกฎหมาย ระเบีา ของคณะรัฐมนตรี หรือการสั่งการของนายกรัฐมนตรีหรือยับยั้งการกระทําใด ๆ ของข้าราชการใน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ระเบียบ ข้สํานังกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ทบวง กรม ามติของคณะรัฐมนตรี กา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี จังหวัดที่ขัดต่อกฎหมาย อบั คับ หรือคําสั่งของกระทรวง หรือการสั่งการของนายกรัฐมนตรีไว้ชั่วคราวแล้วรายงานกระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้อง สํานั(๕) ประสานงานและร่วมมือกับข้าราชการทหาร ข้าราชการฝ่ายตุลาการ ข้าราชการ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ฝ่ า ยอั ย การ ข้ า ราชการพลเรื อ นในมหาวิ ท ยาลั ย ข้ า ราชการในสํ า นั ก งานตรวจเงิ น แผ่ น ดิ น และ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ข้าราชการครู ผู้ตรวจราชการและหัสําหน้าส่วนราชการในระดับเขตหรือภาค ในการพัฒนาจังหวัดหรือ กา ว นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๔๙ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีมาตรา ๕๗ (๑) แก้าไนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาะเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๗) กา กา สํ ขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติร พ.ศ. ๒๕๕๐
  • 25. - ๒๕ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๕๐ (๖) สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เสนองบประมาณต่อกระทรวงที่เกี่ยวข้กาง หรือเสนอขอจัดตั้งงบประมาณต่อ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี อ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงบประมาณตามมาตรา ๕๒ วรรคสาม และรายงานให้กระทรวงมหาดไทยทราบ สํานั(๗)๕๑ กํากับดูแลการบริหารราชการส่วนท้นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา องถิ่นตามกฎหมาย (๘) กํากับการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานองค์การของรัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจ ในการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการดําเนินงานขององค์นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา การของรัฐบาลหรือ นี้ให้มีอํานาจทํารายงานหรื รัฐวิสาหกิจต่อรัฐมนตรีเจ้าสังกัดองค์การของรัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๙) บรรจุ แต่งตั้ง ให้บําเหน็จ และลงโทษข้าราชการส่วนภูมิภาคในจังหวัดตาม กฎหมาย และตามที่ปลัดกระทรวง สํานัดทบวง หรืออธิบดีมอบหมาย ปลั กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๕๘ การยกเว้น จํากัด หรือตัดทอน อํานาจหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดใน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การบริหารราชการในจังหวัด หรือให้ข้าราชการของส่วนราชการใดมีอํานาจหน้าที่ในการบริหาร ราชการส่วนภูมิภาคเช่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกานเดียวกับผู้ว่าราชการจังหวัดจะกระทําได้กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี โดยตราเป็นพระราชบัญญัติ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๕๙ ให้ นํ า ความในมาตรา ๔๘ นัและมาตรา ๔๙ มาใช้ บั ง คั บ แก่ ผู้ รั ก ษา สํา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ราชการแทนและผู้ปฏิบัติราชการแทนตามหมวดนี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๖๐ ให้แบ่งส่วนราชการของจังหวัดดังนี้ สํานั(๑) สํานักงานจังหวัด มีหา าที่เกี่ยวกับราชการทั่วไปและการวางแผนพัฒนาจังหวัด กงานคณะกรรมการกฤษฎีกน้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ของจังหวัดนั้น มีหัวหน้าสํานักงานจังหวัดเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการ และรับผิดชอบในการปฏิบัติ ราชการของสํานักงานจั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา งหวัด สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๒) ส่วนต่าง ๆ ซึ่งกระทรวง ทบวง กรม ได้ตั้งขึ้น มีหน้าที่เกี่ยวกับราชการของ กระทรวง ทบวงนักงานคณะกรรมการกฤษฎีนราชการประจํานักหวัดนั้น ๆ เป็นผู้ปกครองบังคับบัญชา สํา กรมนั้น ๆ มีหัวหน้าส่ว กา สํา จังงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รับผิดชอบ หมวด ๒ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อําเภอ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๖๑ ในจังหวัดหนึ่งให้มีหน่วยราชการบริหารรองจากจังหวัดเรียกว่าอําเภอ สํานัการตั้ง ยุบ และเปลี่ยนเขตอําเภอ ให้ตราเป็กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั นพระราชกฤษฎีกา มาตรา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๖๑/๑ ๕๒ ให้อําเภอมีอํานาจหน้าที่ภายในเขตอําเภอ ดังาต่อไปนี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๑) อํานาจและหน้าที่ตามที่กําหนดในมาตรา ๕๒/๑ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) และ (๖) โดยให้นําความในมาตรา ๕๒/๑ วรรคสองกมาใช้บังคับโดยอนุกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี า สํานั โลม ๕๐ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีมาตรา ๕๗ (๖) แก้นัขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับ ที่ กา สํา ไ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ๗) พ.ศ. ๒๕๕๐ สํานั๕๑งานคณะกรรมการกฤษฎีกาเติมโดยพระราชบัญงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นดิน (ฉบับที่ ก มาตรา ๕๗ (๗) แก้ไขเพิ่ม สํานัก ญัติระเบียบบริหารราชการแผ่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๐ ๕๒ สํา น ดิน (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีมาตรา ๖๑/๑ เพิ่านักงานคณะกรรมการกฤษฎีบบริหารราชการแผ่นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กา สํมโดยพระราชบัญญัติระเบีย กา ๒๕๕๐
  • 26. - ๒๖ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๒) สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาส่ ง เสริ ม สนั บาสนุ น และจั ด ให้ มี ก ารบริกาารร่ ว มกั น ของหน่งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี ก สํานัก ว ยงานของรั ฐ ใน ลักษณะศูนย์บริการร่วม สํานั(๓) ประสานงานกั บ องค์ ก รปกครองส่นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกบ ชุ ม ชนในการ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ว นท้ อ งถิ่ น เพื่ อ ร่ ว มมื อ กั า ดําเนินการให้มีแผนชุมชน เพื่อรองรับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาทบวง กรม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จังหวัด และกระทรวง (๔) ไกล่ เ กลี่ย หรื อจั ดให้มี ก ารไกล่ เ กลี่ย ประนอมข้อ พิพ าทเพื่ อให้ เ กิ ด ความสงบ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรียบร้อยในสังคมตามมาตรา ๖๑/๒ และมาตรา ๖๑/๓ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๖๑/๒๕๓ สํานักาเภอหนึ่ง ให้มีคณะบุคคลผู้ทําหน้าที่ไกล่เกลี่ยและประนอม กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี มาตรา ในอํ งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ข้อพิพาทของประชาชนที่คู่กรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีภูมิลําเนาอยู่ในเขตอําเภอ ในเรื่องที่พิพาททางแพ่ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เกี่ยวกับที่ดิน มรดก และข้อพิพาททางแพ่งอื่นที่มีทุนทรัพย์ไม่เกินสองแสนบาท หรือมากกว่านั้น ตามที่กําหนดในพระราชกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้นายอําเภอโดยความเห็นชอบของคณะกรมการจังหวัดจัดทําบัญชีรายชื่อบุคคลที่ จะทําหน้าที่เป็นนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเกลี่ยและประนอมข้อพิพาท โดยคัดเลือกจากบุคคลที่มี สํา คณะบุคคลผู้ทําหน้าที่ไกล่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ความรู้หรือมีประสบการณ์เหมาะสมกับการทําหน้าที่ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท เมื กา ด นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี่อมีข้อพิพาทเกิสําขึ้นและคู่พิพาทตกลงยินยอมให้ใช้วิธีการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทให้ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี คู่ พิ พ าทแต่ ล ะฝ่า ยเลื อ กบุ ค คลจากบั ญ ชี ร ายชื่ อ ตามวรรคสองฝ่ า ยละหนึ่ งคน และให้ น ายอํ า เภอ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี าเภอที สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พนักงานอัยการประจําจังหวัดหรือปลัดอํกา ่ได้รับมอบหมายคนหนึ่งเป็นประธาน เพื่อทําหน้าที่ เป็นคณะบุคคลผู้ทําหน้าที่ไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาท สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีคา คคลผู้ทสํานักาที่ไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาทมีสําานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้ ก ณะบุ ําหน้ งานคณะกรรมการกฤษฎีกา อํ นาจหน้าที่รับฟังข้อ พิพาทโดยตรงจากคู่พิพาท และดําเนินการไกล่เกลี่ยให้เกิดข้อตกลงยินยอมร่วมกันระหว่างคู่พิพาท สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยเร็ว ถ้าคู่พิพาททั้งสองฝ่ายตกลงกันได้ ให้คณะบุคคลผู้ทําหน้าที่ไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาท จัดให้มีการทําสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างคู่พิพาท และให้ถือเอาข้กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัอตกลงตามสัญญา ประนีประนอมยอมความมีผลผูกพันคู่พิพาททั้งสองฝ่าย ในกรณีที่คู่พิพาทไม่อาจตกลงกันได้ ให้คณะ บุคคลผู้ทําหน้าทีนักล่เกลี่ยและประนอมข้อกาพาทสั่งจําหน่สําายข้อพิพาทนั้น สํา ่ไกงานคณะกรรมการกฤษฎี พิ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ข้อตกลงตามวรรคสี่ให้มีผลเช่นเดียวกับคําชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการตามกฎหมาย ว่าด้วยอนุญาโตตุลาการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หลักเกณฑ์และวิธีการจัดทําบัญชี การดําเนินการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทและการจัดทํา สํ ระนอมยอมความ ตลอดจนค่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ที สั ญ ญาประนี ปานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา า ตอบแทนของคณะบุค คลผู้ทํา หน้ ากา่ไกล่ เกลี่ ย และ ประนอมข้อพิพาท ให้เป็นไปตามที่กําหนดในกฎกระทรวง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่คู่พิพาทฝ่าานักงานคณะกรรมการกฤษฎีามสัญญาประนีสําระนอมยอมความให้ กา สํ ยใดฝ่ายหนึ่งไม่ปฏิบัติต กา ในกรณี ป นักงานคณะกรรมการกฤษฎี คู่พิพาทอีกฝ่ายหนึ่งยื่นคําร้องต่อพนักงานอัยการ และให้พนักงานอัยการดําเนินการยื่นคําร้องต่อศาล สํา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่มีเขตอํานาจเพืนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวโดยให้นํากฎหมาย ่อให้ออกคําบังคับให้ตามสัา ว่าด้วยอนุญาโตตุลาการมาใช้บังคับสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยอนุโลม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เมื่ อ คณะบุ ค คลผู้ ทํ า หน้ า ที่ ไ กล่ เ กลี่ ย และประนอมข้ อ พิ พ าทได้ รั บ ข้ อ พิ พ าทไว้ พิจารณา ให้อสํานักวามในการฟ้องร้องคดีสกะดุดหยุดลง นัสําแต่วันที่ยื่นข้อพิพาทจนถึงกวัานที่คณะบุคคล ายุค งานคณะกรรมการกฤษฎี า บ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี ๕๓ สํา นดิน (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีมาตรา ๖๑/๒ เพิานักงานคณะกรรมการกฤษฎีบบริหารราชการแผ่นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กา สํ่มโดยพระราชบัญญัติระเบีย กา ๒๕๕๐
  • 27. - ๒๗ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้ ทํ า หน้ า ที่ ไ กล่ เ กลี่ ย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและประนอมข้กงานคณะกรรมการกฤษฎีอ พิ พ าทหรื อ วั นาที่ คู่ งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั อ พิ พ าทสั่ ง จํ า หน่ า ยข้ กา สํ นักพิ พ าททํ า สั ญ ญา ประนีประนอมยอมความกัน แล้วแต่กรณี สํานัความในมาตรานี้ให้ใช้กับกา กงานคณะกรรมการกฤษฎี เขตของกรุงเทพมหานครด้วยโดยอนุโลม กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๖๑/๓๕๔ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ่เกิดขึ้นในเขตอําเภอใดหากเป็น กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี มาตรา บรรดาความผิดที่มีโทษทางอาญาที ความผิดอันยอมความได้ และมิใช่เป็นความผิดเกี่ยวกับเพศ ถ้าผู้เสียหายและผู้ถูกกล่าวหายินยอม สํา นง ให้นายอําเภอของอํ า านักงานคณะกรรมการกฤษฎี า หรือแสดงความจํนัากงานคณะกรรมการกฤษฎีากเภอนั้นหรือปลัสํดอําเภอที่นายอําเภอดังกล่ากวมอบหมายเป็น ผู้ไกล่เกลี่ยตามควรแก่กรณี และเมื่อผู้เสียหายและผู้ถูกกล่าวหายินยอมเป็นหนังสือตามที่ไกล่เกลี่ย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเกลี่ยดังกล่าวแล้ว งานคณะกรรมการกฤษฎีกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา กา สํานัก ให้คดีอาญาเป็นอันเลิ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี และปฏิบัติตามคําไกล่ ความอาญา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในกรณีที่ผู้เสียหายและผู้ถูกกล่าวหาไม่ยินยอมตามที่ไกล่เกลี่ย ให้จําหน่ายข้อพิพาท นั้น แต่เพื่อประโยชน์ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาในการที่ผู้เสียหายจะไปดําเนินคดีต่อไปกอายุความการร้าองทุกข์ตามประมวล กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี า สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี กฎหมายอาญาให้เริ่มนับแต่วันที่จําหน่ายข้อพิพาท สํานัหลั ก เกณฑ์ แ ละวิ ธี ใ นการดํ า เนิ น การตามวรรคหนึ่ ง ให้ เ ป็ น ไปตามที่ กํ า หนดใน กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กฎกระทรวง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๖๒ ในอําเภอหนึ่ง มีนายอําเภอคนหนึ่งเป็นหัวหน้าปกครองบังคับบัญชา บรรดาข้าราชการในอําเภอ และรับผิดชอบงานบริหารราชการของอําเภอ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นายอําเภอสังกัดกระทรวงมหาดไทย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา า นาจและหน้งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก า ที่ เกี่ ยวกั บราชการของกรมการอํ าเภอหรื อ นายอํ าเภอซึ่ ง กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี บรรดาอํ กฎหมายกําหนดให้กรมการอําเภอและนายอําเภอมีอยู่ให้โอนไปเป็นอํานาจและหน้าที่ของนายอําเภอ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๖๓ ในอําเภอหนึ่ง นอกจากจะมีนายอําเภอเป็นผู้ปกครองบังคับบัญชาและ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํา าก าเภอซึ่งกระทรวง รับผิดชอบดังกล่าวในมาตรา ๖๒ ให้ามีปลัดอําเภอและหัวหน้าส่กวานราชการประจํนัอํงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ทบวง กรมต่าง ๆ ส่งมาประจําให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือนายอําเภอ และมีอํานาจบังคับบัญชา สํานัก ารส่วนภูมิภาคซึ่งสังกัดกระทรวง ทบวงานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ กรมนั้น ในอําเภอนั้น ข้าราชการฝ่ายบริหงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๖๔ ในกรณีที่ไงานคณะกรรมการกฤษฎีกา าเภอ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้ง กา สํานัก ม่มีผู้ดํารงตําแหน่งนายอํ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี มาตรา ปลัดอําเภอ หรือหัวหน้าส่วนราชการประจําอําเภอผู้มีอาวุโสตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้ามีผู้ดํารงตําแหน่งนายอําเภอ แต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้นายอําเภอแต่งตั้ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ปลัดอําเภอ หรือหัวหน้าส่วนราชการประจําอําเภอผู้มีอาวุโสตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ เป็นผู้รักษาราชการแทน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอําเภอมิได้แต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนไว้ตาม วรรคหนึ่งและวรรคสอง เภอหรือหัวหน้าส่วนราชการประจํ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้ปลัดอําสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา าอําเภอผูา้มีอาวุโสตามระเบียบ กา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี แบบแผนของทางราชการเป็นผู้รักษาราชการแทน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๕๔ สํา น ดิน (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีมาตรา ๖๑/๓ เพิ่านักงานคณะกรรมการกฤษฎีบบริหารราชการแผ่นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กา สํมโดยพระราชบัญญัติระเบีย กา ๒๕๕๐
  • 28. - ๒๘ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๖๕ นายอําเภอมีอํานาจและหน้าที่ดังกา้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี นี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๑) บริหารราชการตามกฎหมายและระเบียบแบบแผนของทางราชการ ถ้ากฎหมาย สํา ่ า การปฏิ บั ติ ต ามกฎหมายนั ใดมิ ไ ด้ บั ญ ญั ติ วนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ้ น เป็ น หน้สําที่ ข องผู้ ใ ดโดยเฉพาะ ให้กเาป็ น หน้ า ที่ ข อง า นักงานคณะกรรมการกฤษฎี นายอําเภอที่จะต้องรักษาการให้เป็นไปตามกฎหมายนั้นด้วย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกบริหารราชการตามที่คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม ามอบหมายหรือตามที่ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี (๒) า นายกรัฐมนตรีสั่งการในฐานะหัวหน้ารัฐบาล สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นักงานคณะกรรมการกฤษฎีก (๓) บริหารราชการตามคําแนะนําและคํสําาชี้แจงของผู้ว่าราชการจังหวัา และผู้มีหน้าที่ ด ตรวจการอื่ น ซึ่ ง คณะรั ฐ มนตรี นายกรังานคณะกรรมการกฤษฎีกา กรม และผู้ ว่ า ราชการจั ง หวั ด กา ฐ มนตรี กระทรวง ทบวง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี มอบหมาย ในเมื่อไม่ขัดต่อกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคําสั่งของกระทรวง ทบวง กรม มติของ คณะรัฐมนตรี สํานัอการสั่งการของนายกรัฐกา หรื กงานคณะกรรมการกฤษฎี มนตรี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๔) ควบคุมดูแลการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นในอําเภอตามกฎหมาย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๖๖ ให้แบ่งส่วนราชการของอําเภอดังนี้ สํานั(๑) สํานักงานอําเภอ มีหน้าที่เกี่ยวกับราชการทั่วไปของอําเภอนั้นกๆ มีนายอําเภอ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี า เป็นผู้ปกครองบังคับบัญชาข้าราชการและรับผิดชอบ (๒) ส่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา วนต่าง ๆ ซึ่งกระทรวง ทบวง กรม ได้ ตั้งขึ้นในอําเภอนั้ น งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก มีห น้าที่เกี่ยวกั บ ราชการของกระทรวง ทบวง กรมนั้น ๆ มีหัวหน้าส่วนราชการประจําอําเภอนั้น ๆ เป็นผู้ปกครอง สํา ดชอบ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บังคับบัญชารับผินักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๖๗ ให้ นํ านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ความในมาตรา ๔๘ และมาตรา ๔๙ มาใช้งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก บั ง คั บ แก่ ผู้ รั ก ษา มาตรา ราชการแทนและผู้ปฏิบัติราชการแทนตามหมวดนี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๖๘ การจัดการปกครองอําเภอ นอกจากที่ได้บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา าด้วยการปกครองท้องที่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้เป็นไปตามกฎหมายว่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนที่ ๓ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การจัดระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้ราษฎรมีส่วนในการปกครองท้ สํานัมาตรา ๖๙ ท้องถิ่นใดทีกห็นสมควรจัดสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา องถิ่นให้จัด กงานคณะกรรมการกฤษฎี ่เ า ระเบียบการปกครองเป็นราชการส่วนท้องถิ่น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๗๐ ให้จัดระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่นดังนี้ สํานั(๑) องค์การบริหารส่วนจังาหวัด กงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๒) เทศบาล สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกสุขาภิบาล สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๓) า (๔) ราชการส่วนท้องถิ่นอื่นตามที่มีกฎหมายกําหนด สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๗๑ การจั ด ระเบี ย บการปกครององค์ ก ารบริ ห ารส่ ว นจั ง หวั ด เทศบาล สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา วนท้องถิ่นสํานัตามที่มีกฎหมายกําหนด กา เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น สุขาภิบาล และราชการส่ อื่น กงานคณะกรรมการกฤษฎี ให้
  • 29. - ๒๙ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนที่ ๔ ๕๕ คณะกรรมการพั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ฒนาระบบราชการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๗๑/๑๕๖ ให้มีคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า “ก.พ.ร.” ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธาน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รัฐมนตรีหนึ่งคนที่นายกรัฐมนตรีกําหนดเป็นรองประธาน ผู้ซึ่งคณะกรรมการการกระจายอํานาจให้แก่ องค์ ก รปกครองส่ ว นท้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อ งถิ่ น มอบหมายหนึ่ ง คน และกรรมการผู้ ท รงคุ ณ วุ นักไงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สําฒิ ม่ เ กิ น สิ บ คน ซึ่ ง คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในทางด้านนิติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ การ บริหารรัฐกิจ การบริหารธุรกิจ การเงินการคลัง จิตวิทยาองค์การ และสังคมวิทยา อย่างน้อยด้านละ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หนึ่งคน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่มีความจําเป็นเพื่อให้การปฏิบัติงานบรรลุผล คณะรัาฐมนตรีจะกําหนดให้ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี ในกรณี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิไม่น้อยกว่าสามคนแต่ไม่เกินห้าคนต้องทํางานเต็มเวลาก็ได้๕๗ สํานัเลขาธิการ ก.พ.ร. เป็นกรรมการและเลขานุกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัการโดยตําแหน่ง การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาจากรายชื่อบุคคลที่ได้รับ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การเสนอโดยวิธีการสรรหา ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาที่คณะรัฐมนตรีกําหนด สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๕๘ มาตรา ๗๑/๒ กรรมการผู้ทรงคุณวุสําิต้องานคณะกรรมการกฤษฎีีลักษณะต้องห้าม ฒ นักงมีคุณสมบัติและไม่ม กา ดังต่อไปนี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๑) มีสัญชาติไทย สํานั(๒) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๓) ไม่เคยได้รับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก เว้นแต่เป็นโทษสําหรับ ความผิดที่ได้กระทํา กา อ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีโดยประมาทหรืสําความผิดลหุโทษ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๔) ไม่เป็นผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กรรมการหรือสํา้ซนัึ่งกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู ดํารงตําแหน่งซึ่งรับผิดชอบการบริหารพรรคการเมือง ที่ปรึกษาพรรคการเมืองหรือ เจ้าหน้าที่พรรคการเมือง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เคยถู กไล่ ออกกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั ปลดออก หรื อ ให้ ออกจากราชการ หน่นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา วยงานของรั ฐ หรื อ (๕) ไม่ รัฐวิสาหกิจเพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือถือว่ากระทําการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๕๙ มาตรา ๗๑/๓ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดํารงตําแหน่งคราวละสี่ปี ผู้ซึ่ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกอาจได้รับแต่งตัานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาต่อกัน สํ้งอีกได้แต่ไม่เกินสองวาระติด พ้นจากตําแหน่งแล้ว า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั๕๕งานคณะกรรมการกฤษฎีกาฒนาระบบราชการกงานคณะกรรมการกฤษฎีก๗๑/๑๐ เพิ่มโดย ก ส่วนที่ ๔ คณะกรรมการพั สํานั มาตรา ๗๑/๑ ถึง มาตรา า พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕ ๕๖ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีมาตรา ๗๑/๑ เพิานักงานคณะกรรมการกฤษฎีบบริหารราชการแผ่นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ่มโดยพระราชบัญญัติระเบีย กา สํา นดิน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕ สํานั๕๗งานคณะกรรมการกฤษฎีกแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหกา ก มาตรา ๗๑/๑ วรรคสอง า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๐ ๕๘ สํา นดิน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีมาตรา ๗๑/๒ เพิานักงานคณะกรรมการกฤษฎีบบริหารราชการแผ่นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กา สํ่มโดยพระราชบัญญัติระเบีย กา ๒๕๔๕
  • 30. - ๓๐ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในกรณี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ ก รรมการผู้ ท รงคุ ณ วุ ฒิ พ้ น จากตํ า แหน่ ง ตามวาระ กแต่ ยั ง มิ ไ ด้ แ ต่ ง ตั้ ง กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั งานคณะกรรมการกฤษฎี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใหม่ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒินั้นปฏิ บัติหน้าที่ไปก่อนจนกว่าจะได้แต่งตั้ง สํา ณ งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กรรมการผู้ทรงคุนักวุฒิใหม่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๗๑/๔๖๐ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกงาตามวาระ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้น กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี มาตรา นอกจากการพ้นจากตําแหน่ จากตําแหน่งเมื่อ สํานั(๑) ตาย กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๒) ลาออก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกขาดคุณสมบัตสํารือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๗๑/๒ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๓) า ิหนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๔) คณะรัฐมนตรีให้ออกเพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หย่อนความสามารถ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก มาตรา ๗๑/๕๖๑ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกวุฒิพ้นจากตําแหน่งงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณ า ก่อนวาระและยัง มิได้แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทนตําแหน่งที่ว่าง ให้กสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ่ต่อไปได้ รรมการที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เมื่อตําแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิว่างลงก่อนวาระ ให้ดําเนินการแต่งตั้งกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิภายในสามสิ แต่ าระของกรรมการผู้ทรงคุ ถ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บวัน เว้นสํานัวกงานคณะกรรมการกฤษฎีกาณวุฒิเหลือไม่สําึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน กา จะไม่แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิก็ได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๖๒ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๗๑/๖ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งแทนตําแหน่งที่ว่าง หรือ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ิซึ่งได้รับแต่งตันัเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา้ง กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั ิอื่นยังมีวาระอยู่ใน ตําแหน่ง ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับแต่งตั้งมีวาระการดํารงตําแหน่งเท่ากับเวลาที่เหลืออยู่ของ กรรมการผู้ทรงคุนักวุฒิที่ยังอยู่ในตําแหน่ง กา สํา ณ งานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๖๓ มาตรา การประชุม ก.พ.ร. ต้องมีกรรมการมาประชุนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๗๑/๗ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา มไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ของจํานวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ จึงจะเป็นองค์ประชุม ไม่ว่ากรรมการดังกล่าวจะเป็นกรรมการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้ทรงคุณวุฒิทสําํางานเต็มเวลาหรือไม่ กา ี่ท นักงานคณะกรรมการกฤษฎี ในการประชุม ก.พ.ร. ถ้าประธานไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาาที่แทน ในกรณีที่ไม่มีรองประธานหรือมีแา ไม่อาจปฏิบัติหนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกต่ สํา น้าที่ได้ ให้กรรมการ รองประธานปฏิบัติหน้ ที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งทําหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๕๙ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีมาตรา ๗๑/๓ เพิานักงานคณะกรรมการกฤษฎีบบริหารราชการแผ่นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ่มโดยพระราชบัญญัติระเบีย กา สํา นดิน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕ สํานั๖๐งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ก มาตรา ๗๑/๔ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติระเบีกงานคณะกรรมการกฤษฎีน า(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. สํานั ยบบริหารราชการแผ่นดิ ก ๒๕๔๕ ๖๑ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีมาตรา ๗๑/๕ เพิานักงานคณะกรรมการกฤษฎีบบริหารราชการแผ่นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ่มโดยพระราชบัญญัติระเบีย กา สํา นดิน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕ สํานั๖๒งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ก มาตรา ๗๑/๖ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติระเบีกงานคณะกรรมการกฤษฎีน า(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. สํานั ยบบริหารราชการแผ่นดิ ก ๒๕๔๕ ๖๓ สํา นดิน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีมาตรา ๗๑/๗ เพิานักงานคณะกรรมการกฤษฎีบบริหารราชการแผ่นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กา สํ่มโดยพระราชบัญญัติระเบีย กา ๒๕๔๕
  • 31. - ๓๑ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การวิ ให้ กงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นิ จ ฉั ย ชี้ ข าดให้กถื อ เสี ย งข้ า งมาก กรรมการคนหนึ่ งสํานัมี เ สี ย งหนึ่ ง ในการ กา สํานั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ลงคะแนน ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ขาด สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๗๑/๘๖๔ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก ้ทรงคุณวุฒิที่ต้อง มาตรา การปฏิบัติหน้าที่และค่าตอบแทนของกรรมการผูงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ทํางานเต็มเวลา ให้เป็นไปตามที่กําหนดในพระราชกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๖๕ มาตรา ๗๑/๙ ให้ มี สํ า นั ก งานคณะกรรมการพั ฒ นาระบบราชการ เป็ น ส่ ว น สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ฐ มนตรี ทํ าหน้งานคณะกรรมการกฤษฎีการของ ก.พ.ร. าและหน้ าที่ อื่น ตามที่ กา สํานัก า ที่ รั บผิ ด ชอบงานธุ ร กา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี ราชการในสํานักนายกรั กฎหมายหรื อ ก.พ.ร. กํ า หนด โดยมี เ ลขาธิ ก าร ก.พ.ร. ซึ่ ง เป็ น ข้ า ราชการพลเรื อ นสามั ญ เป็ น สําราชการและลูกจ้างของสํ า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ผู้บังคับบัญชาข้านักงานคณะกรรมการกฤษฎีากนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการกาและรับผิดชอบ การปฏิบัติราชการขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๗๑/๑๐๖๖ ก.พ.ร. มีอํานาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ สํานั(๑) เสนอแนะและให้คํากา กษาแก่คณะรันักงานคณะกรรมการกฤษฎีนาระบบราชการ กงานคณะกรรมการกฤษฎี ปรึ สํา ฐมนตรีเกี่ยวกับการพัฒ กา และงานของรั ฐ อย่ า งอื่ น ซึ่ ง รวมถึ ง โครงสร้ า งระบบราชการ ระบบงบประมาณ ระบบบุ ค ลากร สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรฐานทางคุณธรรมและจริยธรรม ค่าตอบแทน และวิธีปฏิบัติราชการอื่น ให้เป็นไปตามมาตรา ๓/ ๑ โดยจะเสนอแนะให้มีการกําหนดเป้าหมาย ยุทธศาสตร์สํและมาตรการก็ได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๒) เสนอแนะและให้คําปรึกษาแก่หน่วยงานอื่นของรัฐที่มิได้อยู่ในกํากับของราชการ ฝ่ายบริหารตามที่หน่วยงานดังกล่าวร้าองขอ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๓) รายงานต่อคณะรั ฐ มนตรีใ นกรณี ที่มีการดําเนิ นการขัดหรื อไม่สอดคล้ องกับ หลักเกณฑ์ที่กสํหนดในมาตรา ๓/๑ ําานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๔) เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อกําหนดหลักเกณฑ์และมาตรฐานในการจัดตั้ง การ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีบเลิก การกําหนดชื่อ การเปลี่ยนชื่อ การกํกหนดอํานาจหน้าานัก่ งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี าา สํ ที และการแบ่งส่วน รวม การโอน การยุ กา ราชการภายในของส่วนราชการที่เป็นกระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนราชการอื่น สํานั(๕) เสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีในการตราพระราชกฤษฎีกา และกฎที่ออกตาม กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พระราชบัญญัตินี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๖) ดําเนินการให้มีการชี้แจงทําความเข้าใจแก่ส่วนราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และประชาชนทั่วไป รวมตลอดทั้งการฝึกอบรม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๗) ติดตาม ประเมินผล และแนะนําเพื่อให้มีการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ และ รายงานต่อคณะรัฐมนตรี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พร้อมทั้งข้อเสนอแนะ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๘) ตี ค วามและวินิ จฉั ย ปัญ หาที่เกิ ดขึ้น จากการใช้ บัง คับพระราชบั ญ ญั ตินี้ หรื อ กฎหมายว่าด้วสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กรม รวมตลอดทั้งกําหนดแนวทางปฏิบัติ ในกรณีที่เป็น ยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๖๔ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีมาตรา ๗๑/๘ เพิานักงานคณะกรรมการกฤษฎีบบริหารราชการแผ่นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ่มโดยพระราชบัญญัติระเบีย กา สํา นดิน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕ สํานั๖๕งานคณะกรรมการกฤษฎีกามโดยพระราชบัานัญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๗) ก มาตรา ๗๑/๙ แก้ไขเพิ่มเติ สํ ญ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๕๕๐ ๖๖ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีมาตรา ๗๑/๑๐ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. กา กา ๒๕๔๕
  • 32. - ๓๒ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ปัญหา มติของคณะกรรมการตามข้สํอนี้กเมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา านั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั แล้ว ให้ใช้บังคับได้ ตามกฎหมาย สํานั(๙) เรียกให้เจ้าหน้าที่หกา บุคคลอื่นใดมาชีงานคณะกรรมการกฤษฎีกนประกอบการ กงานคณะกรรมการกฤษฎี รือ สํานัก ้แจงหรือแสดงความเห็ า พิจารณา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๑๐) จัดทํารายงานประจําปีเกี่ยวกับการพัฒนาและจัดระบบราชการและงานของรัฐ สํอคณะรัฐมนตรี เพื่อเสนอต่อ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อย่างอื่นเสนอต่านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา (๑๑) แต่งตั้งคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือคณะทํางาน เพื่อปฏิบัติหน้าที่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และจะกําหนดอังานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก ตราเบี้ยประชุมหรือค่าตอบแทนอื่นด้วยก็ได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ต่าง ๆ ตามที่มอบหมาย (๑๒) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กําหนดในพระราชบัญญัตินี้หรือตามที่คณะรัฐมนตรี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มอบหมาย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บทเฉพาะกาล สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๗๒ คํ า ว่ า “ทบวงการเมื อ ง” ตามกฎหมายอื่ น ที่ มี อ ยู่ ก่ อ นวั น ที่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกังคับ ให้หมายความถึงกระทรวง ทบวง กรมา ตามพระราชบัาญญังานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํ นัก ตินี้แล้วแต่กรณี พระราชบัญญัตินี้ใช้บ า สํานัมาตรา ๗๓ พระราชกฤษฎีกา และประกาศของคณะปฏิวัติเกี่ยวกับา ดระเบียบ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกการจั ราชการในสํานักงานรัฐมนตรี สํานักงานปลัดกระทรวงหรือทบวง กรม และส่วนราชการที่เรียกชื่อ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎียบเท่ากรมหรือสําฐานะเป็นกรมที่ได้ตราหรือประกาศโดยอาศันักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ยอํานาจกฎหมายว่า อย่างอื่นที่มีฐานะเที กา มี นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดินที่ใช้บังคับอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้คงใช้บังคับได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้ จนกว่าจะมีพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการจัดระเบียบ ราชการตามพระราชบั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาญญัตินี้ใช้บังคับนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา แทน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๗๔ พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการภายในสํานักงานรัฐมนตรี และกรม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเทียบเท่ากรมหรือมีฐานะเป็นกรมใดยังมิได้ระบุอํานาจ หน้าที่ไว้ตามมาตรา ๘ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา วรรคสี่ ให้ดําเนินการแก้ไขให้เสร็จสิ้นภายในสองปีนับแต่วนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ันที่พระราชบัญญัตินี้ ใช้บังคับ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๗๕ บทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคําสั่งใดอ้างถึง ประกาศของคณะปฏิ า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกวัติ ฉบับที่ ๒๑๘นัลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ หรือานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํอ้างถึงบทบัญญัติแห่ง ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๘ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ ให้ถือว่าบทบัญญัติแห่ง กฎหมาย กฎสําข้ อ บั ง คั บ ระเบี ย บ หรื อกาา สั่ ง นั้ น อ้ า งถึานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ญ ญั ติ แ ห่ ง นักงานคณะกรรมการกฤษฎี คํ สํ ง พระราชบั ญ ญั ติ นี้ หรื อ บทบั พระราชบัญญัตินี้ในบทมาตราที่มีนัยเช่นเดียวกัน แล้วแต่กรณี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อานันท์ ปันยารชุน นายกรัฐ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีมนตรี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • 33. - ๓๓ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กงานคณะกรรมการกฤษฎี้ กาอ โดยที่เป็นการจํงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั พระราชบัญญัติฉบับนี คื สํานักาเป็นต้องกําหนด ขอบเขตอํานาจหน้าที่ของส่วนราชการต่าง ๆ ให้ชัดเจนเพื่อมิให้มีการปฏิบัติงานซ้ําซ้อนกันระหว่าง นั ๆ และเพื่อให้การบริห กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนราชการต่สําาง กงานคณะกรรมการกฤษฎีารงานในระดับกระทรวงมีเอกภาพสามารถดําเนินการให้ เป็นไปตามนโยบายที่รัฐมนตรีกําหนดได้ และสมควรเพิ่มบทบัญญัติเกี่ยวกับการมอบอํานาจให้ปฏิบัติ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นชัดเจนเพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคในการปฏิาบัติราชการ และกําหนดอํานาจและ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ราชการแทนให้ครบถ้ว หน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดในการควบคุมดูแลการปฏิบัติราชการของข้าราชการซึ่งปฏิบัติราชการใน านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี เขตจังหวัดให้เสํหมาะสมขึ้น ประกอบกับประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๘ ลงวันกา่ ๒๙ กันยายน ที พ.ศ. ๒๕๑๕ ซึ่งเป็นกฎหมายหลักในการบริหารราชการแผ่นดิกาได้ประกาศใช้สําังคับมาเป็นเวลานาน กา น บ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี แล้ว สมควรแก้ไขปรับปรุงเป็นพระราชบัญญัติเสียในคราวเดียวกัน จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัติ นี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พระราชบัญญัติระเบีย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.ก๒๕๓๕ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี า ๖๗ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบัสํานี้ กคือ โดยที่พระราชบัญญักาิคณะกรรมการ บ นั งานคณะกรรมการกฤษฎี ต สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จัดระบบการจราจรทางบก (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ ได้บัญญัติให้จัดตั้งสํานักงานคณะกรรมการ จัดระบบการจราจรทางบก เป็นส่วสํนราชการสังกัดสํานักนายกรัฐมนตรี มีเลขาธิกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก ารคณะกรรมการ จัดระบบการจราจรทางบกเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการ ขึ้นตรง ต่อนายกรัฐมนตรีกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ่ม เติมมาตรา า๑๕งานคณะกรรมการกฤษฎีกาะเบียบบริหาร สํานั ในการนี้ ส มควรแก้ ไ ขเพิ สํ นัก แห่ งพระราชบั ญ ญั ติร ราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ เสียใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกัน จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๖ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๖๘ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรกําหนดให้ เลขาธิ ก ารคณะกรรมการพิ เ ศษเพืนัอ ประสานงานโครงการอั น เนื่ อ งมาจากพระราชดํ า ริ เ ป็ น กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ่ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ผู้บังคับบัญชาข้าราชการในสํานักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจาก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา อนายกรัฐมนตรีและโดยที า พระราชดําริ และรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการ ขึ้นตรงต่นักงานคณะกรรมการกฤษฎีก่พระราชบัญญัติ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งได้ใช้บังคับแล้วบัญญัติให้จัดตั้งสํานักงาน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ ชาติเป็ นส่วนราชการสั ง ก ด สํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎี คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่างนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกัา สํานักนายกรัาฐมนตรี มีเลขาธิการ กา คณะกรรมการนโยบายพลั ง งานแห่ ง ชาติ เ ป็ น ผู้ บั ง คั บ บั ญ ชาข้ า ราชการในสํ า นั ก งาน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะกรรมการนโยบายพลั ง งานแห่ ง ชาติ แ ละรั บ ผิสําชอบในการปฏิ บั ติ ร าชการ ขึ้ น ตรงต่ อ ด นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นายกรัฐมนตรี ในการนี้ต้องแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ เพืา่อกํางานคณะกรรมการกฤษฎีกา ้งสองเป็สําผู้บังานคณะกรรมการกฤษฎีกา บผิดชอบใน น นักงคับบัญชาข้าราชการและรั สํ นัก หนดให้หัวหน้าส่วนราชการทั การปฏิบัติราชการขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๓๖๙ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๖๗ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๙/ตอนที่ ๒๑/หน้า ๖/๑๔ มีนาคม ๒๕๓๕ ๖๘ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีราชกิจจานุเบกษา าเล่ม งานคณะกรรมการกฤษฎีพิเา หน้า ๑/๖ กันยายน ๒๕๓๖ กา สํ นัก ๑๑๐/ตอนที่ ๑๒๗/ฉบับ ก ศษ ๖๙ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๗/ตอนที่ ๓๗ ก/หน้า ๒๒/๒๘ เมษายน ๒๕๔๓
  • 34. - ๓๔ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๕ พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการภายในส่วนราชการตามมาตรา ๘ วรรคสี่ แห่ งพระราชบั ญ ญั ติ ร ะเบี ย บบริกาารราชการแผ่าน ดิงานคณะกรรมการกฤษฎีบั งคั บ อยู่ ใ นวั น ที่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ห สํ นัก น พ.ศ. ๒๕๓๔ ที่ ใ ช้ กา พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้คงใช้บังคับได้ต่อไป จนกว่าจะมีกฎกระทรวงว่าด้วย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี การแบ่งส่วนราชการตามมาตรา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ยบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. กา ๘ ฉ แห่งพระราชบัญ ญัติระเบี ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกบัญญัติให้การรวมหรือโอนกระทรวง ทบวงากรม ที่ไม่มีการกําหนดตําแหน่งหรือ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ไทย มาตรา ๒๓๐ ได้ า อัตราของข้าราชการหรือลูกจ้างเพิ่มขึ้นหรือการยุบเลิกส่วนราชการดังกล่าว สามารถทําได้โดยตราเป็น สํา า งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา ท งานคณะกรรมการกฤษฎีกา พระราชกฤษฎีกนักดังนั้น สมควรกําหนดลักษณะของกรณีนักี่สามารถตราเป็นพระราชกฤษฎีกาและ วิ ธี ก ารดํ า เนิ น การของแต่ ล ะกรณี และรู ป แบบของพระราชกฤษฎี ก าดั ง กล่ า ว รวมทั้ ง ปรั บ ปรุ ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีก สํา หลักเกณฑ์การแบ่งส่วนราชการภายในสํานักงานรัฐมนตรีและส่าวนราชการระดันักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บกรม ทั้งนี้ เพื่อให้ สอดคล้องกับบทบักงานคณะกรรมการกฤษฎีงกา าว จึงจําเป็สํนต้องานคณะกรรมการกฤษฎีี้กา ญญัติของรัฐธรรมนูญดั กล่ งตราพระราชบัญญัติน สํานั านัก พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕๗๐ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๑๖ ในวาระเริ่มแรก ให้ ก.พ.ร. ดําเนินการเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อให้มีการปรับปรุงโครงสร้าง ระบบราชการ ระบบงบประมาณ ระบบบุคลากร การปรับเปลี่ยนส่วน ราชการเป็นองค์การมหาชน หรือองค์กรรูปแบบอื่นที่มิใช่ส่วนราชการ เพื่อให้การบริหารราชการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แผ่นดินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและตอบสนองความต้องการของประชาชน ทั้งนี้ ภายในสองปีนับ แต่วันที่พระราชบัญงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก ญัตินี้ใช้บังคับ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑๗ ให้ แสํก้ ไขคํ าว่า “สํ านั กงานเลขานุ การรัฐ มนตรี ”นัในพระราชบั ญ ญั ติ กา านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา กงานคณะกรรมการกฤษฎี ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม เป็นคําว่า “สํานักงานรัฐมนตรี” ทุก แห่ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑๘ ให้ดําเนินงานคณะกรรมการกฤษฎีแล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ กา สํานัก การแต่งตั้ง ก.พ.ร. ให้ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ านั กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัให้โอนงบประมาณและบุาคลากรของสํสํานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน กงานคณะกรรมการกฤษฎีก ตามที่นายกรัฐมนตรีประกาศกําหนดในราชกิจจานุเบกษา ไปเป็นของสํานักงานคณะกรรมการพัฒนา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ระบบราชการ ให้อํานาจหน้าที่ของสํานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนตามมาตรา ๘ ทวิ สํ ๘ งานคณะกรรมการกฤษฎีการแบ่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และตามมาตราานักสัตต ในส่วนที่เกี่ยวกับกา งส่วนราชการและการกําหนดอํานาจหน้าที่ของส่วน ราชการซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๓ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาก.พ.ร. สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นอํานาจหน้าที่ของ ให้ ค ณะกรรมการข้ า ราชการพลเรื อ น และสํ า นั ก งานคณะกรรมการข้ า ราชการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พลเรือน คงมีอํานาจหน้าที่เท่าที่ไม่ซ้ํากับอํานาจหน้าที่ของ ก.พ.ร. สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๗๐ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๙/ตอนที่ ๙๙ ก/หน้า ๑/๒ ตุลาคม ๒๕๔๕
  • 35. - ๓๕ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้ กํา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีดา เนินการปรับปรุกกฎหมายว่าด้วยระเบียกา าราชการพลเรือนและกฎหมายว่า กา สํานั ง งานคณะกรรมการกฤษฎี บข้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อกําหนดภารกิจของ ก.พ.ร. สํานักงานคณะกรรมการพัฒนา านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ระบบราชการสํคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน และสําสํากงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนให้ นั นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เหมาะสม ซึ่งต้องทําให้แล้วเสร็จและเสนอสภาผู้แทนราษฎรภายในสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ใช้บังคับ สํานัมาตรา ๑๙ ให้บทบัญญัติมาตรา ๑๕ สํานังกพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แห่ งานคณะกรรมการกฤษฎีกา แผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ ก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ คงใช้บังคับต่อไปจนกว่าจะมีการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกรณีที่ส่วนราชการใดขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรีไปบัญญัติไว้สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติม ให้นํา กา ในกฎหมายว่าด้วยการ ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงระบบ า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี บริ หารราชการเพื่ อ ให้สามารถปฏิสํบนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นาประเทศและการให้ บริการแก่ กา ัติงานตอบสนองต่อการพัฒ ประชาชนได้ อย่นักงานคณะกรรมการกฤษฎีโดยกําหนดให้สําารบริ หารราชการแนวทางใหม่ต้องมี การ างมี ประสิทธิ ภาพยิ่งขึ้น กา ก นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา กําหนดนโยบาย เป้าหมาย และแผนการปฏิบัติงานเพื่อให้สามารถประเมินผลการปฏิบัติราชการในแต่ ละระดับได้อย่างชัด กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีเจน มีกรอบการบริกงานคณะกรรมการกฤษฎีดีเา นแนวทางในการกํากับการกําหนด กา สํานั หารกิจการบ้านเมืองที่ ก ป็ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี นโยบายและการปฏิ บั ติ ร าชการ และเพื่ อ ให้ ก ระทรวงสามารถจั ด การบริ ห ารงานให้ เ ป็ น ไปตาม เป้าหมายได้ จึสํงากํากหนดให้มีรูปแบบการบริหารใหม่ โดยกระทรวงสามารถแยกส่วนราชการจัดตั้งเป็น นั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หน่วยงานตามภาระหน้าที่ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวและสอดคล้องกับเป้าหมายของงานที่จะต้อง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มี กลุ่ มภารกิ จนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา่ มี งานสั ม พันธ์ กนักเพื่ อที่ จะสามารถ กา สําของส่ วนราชการต่ าง ๆ ที สําั น งานคณะกรรมการกฤษฎี ปฏิบัติ และกําหนดให้ กําหนดเป้าหมายการทํางานร่วมกันได้ และมีผู้รับผิดชอบกํากับการบริหารงานของกลุ่มภารกิจนั้น สําานเป็นไปอย่างมีประสิท กา สํ นั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยตรงเพื่อให้งนักงานคณะกรรมการกฤษฎีธิภาพและรวดเร็าว กรวมทั้งให้มีการประสานการปฏิบัติงาน และการใช้งบประมาณเพื่อที่จะให้การบริหารงานของทุกส่วนราชการบรรลุเป้าหมายของกระทรวงได้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา อน มีการมอบหมายงานเพื สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี อย่างมีประสิทธิภาพและลดความซ้ําซ้นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา่อลดขั้นตอนการปฏิบัติราชการ และ กา สมควรกํา หนดการบริห ารราชการในต่ างประเทศให้ เ หมาะสมกั บลั ก ษณะการปฏิ บัติ หน้ าที่ แ ละ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สามารถปฏิบัติการได้อย่างรวดเร็วและมีเอกภาพ โดยมีหัวหน้าคณะผู้แทนเป็นผู้รับผิดชอบในการ บริหารราชการ นอกจากนี้ สมควรให้ มี คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการเพืกองานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานั ่ เป็ น หน่ ว ยงานที่ รับผิดชอบในการดูแลการจัดส่วนราชการและการปรับปรุงระบบการทํางานของภาคราชการให้มีการ จัดระบบราชการอย่งานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงจําเป็นต้อสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา งตราพระราชบัญญัตินี้ สํานัก างมีประสิทธิภาพต่อไป สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พระราชบัญญัติระเบีย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๖) พ.ศ.ก๒๕๔๖ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี า ๗๑ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หมายเหตุ :- เหตุผงานคณะกรรมการกฤษฎีระราชบัญญัติฉสํบับกงานคณะกรรมการกฤษฎีได้มีการโอนกรม สํานัก ลในการประกาศใช้พ กา านั นี้ คือ โดยที่ในปัจจุบัน กา ตํารวจไปจัดตั้งเป็นสํานักงานตํารวจแห่งชาติและกําหนดให้ผู้บังคับการตํารวจภูธรจังหวัดทําหน้าที่ หัวหน้าตํารวจภูธรจักา ห นักงานคณะกรรมการกฤษฎี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีงหวัด จึงสมควรแก้ไงานคณะกรรมการกฤษฎีด้วยระเบียบบริสําารราชการแผ่นดินใน กา สํานัก ขเพิ่มเติมกฎหมายว่า กา ส่วนของชื่อกรมตํารวจและตําแหน่งของข้าราชการตํารวจในกรมการจังหวัดให้สอดคล้องกัน จึง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๗๑ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๐/ตอนที่ ๑๐๘ ก/หน้า ๑/๓๑ ตุลาคม ๒๕๔๖
  • 36. - ๓๖ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พระราชบัญญัติระเบีย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๗) พ.ศ.ก๒๕๕๐๗๒ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัมาตรา ๑๗ ในระหว่างที่ยังมิได้มีการตราพระราชกฤษฎีกาเกี่ยวกับการมอบอํานาจ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้ปฏิบัติราชการแทนตามมาตรา ๓๘ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มโดยพระราชบัญงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บการมอบอํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก ญัตินี้ ให้หลักเกณฑ์เกี่ยวกั สํ านาจตามมาตรา ๓๘ ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี พ.ศ. สํงคงใช้บังคับต่อไปได้ ทั้งนี้ า ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๕)กา ๒๕๔๕ ยัานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกไม่เกินหกสิบวัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงระบบ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การบริหารราชการให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลทีสําุ่งนักงานคณะกรรมการกฤษฎีฐกา สอดคล้องกับ ่ม เน้นการจัดองค์กรภาครั ให้ ทิศทางการนําพาประเทศไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน และเพื่อให้การปฏิบัติราชการสามารถอํานวยความ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานัก สํ นัก สะดวกและให้บริการแก่ประชาชนได้องานคณะกรรมการกฤษฎีกา้น สนับสนุนให้ามีกงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ ารมอบอํานาจให้ ปฏิบัติราชการแทนได้กว้างขวางขึ้น เพื่อเน้นการบริกสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ารประชาชนให้มีความสะดวกและรวดเร็ว สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นอกจากนั้น เพื่อให้การบริหารราชการในราชการบริหารส่วนภูมิภาคสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนา ประเทศ และให้ ก ารบริ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ห ารงานแบบบู ร ณาการในจั ง หวั ด บรรลุ ผ ล สมควรปรั บ ปรุ ง อํ า นาจการ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี ดําเนินการของจังหวัด การจัดทําแผนพัฒนาจังหวัดและการจัดทํางบประมาณของจังหวัดให้เหมาะสม รวมทั้งสมควรส่างนัเสริมให้มีคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังสํหวัดงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํ กงานคณะกรรมการกฤษฎีกา านัก เพื่อสอดส่องและเสนอแนะการปฏิบัติ ภารกิจของหน่วยงานของรัฐในจังหวัดให้ใช้วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี อันจะทําให้การบริหาร สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกใสเป็นธรรม และมีความรับผิดชอบตลอดจนปรับปรุงอํานาจในทางปกครองของ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎี เป็นไปด้วยความโปร่ง า อําเภอเพื่อสนับสนุนให้เกิดความสงบเรียบร้อยในสังคม และสมควรให้สํานักงานคณะกรรมการพัฒนา สํา นส่วนราชการในสํานักนายกรั สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ระบบราชการเป็นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ฐมนตรีและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการขึ้นตรงต่อ นายกรัฐมนตรี จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๕๓๗๓ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกรอัยการเป็นองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ และมาตรา ๒๕๕นัวรรคห้า บัญญัติให้ กา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํา กงานคณะกรรมการกฤษฎี ไทย บัญญัติให้องค์ กา องค์กรอัยการมีหน่วยธุรการที่เป็นอิสระ ในการบริหารงานบุคคล การงบประมาณ และการดําเนินการ สํานั อื่ น โดยมี อั ยสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกชา ทั้ ง นี้ ตามทีกงานคณะกรรมการกฤษฎีจํ า เป็ น ต้ อ งตรา การสู ง สุ ด เป็ น ผู้ บั ง คั บ บั ญ า ่ ก ฎหมายบั ญ ญั ติ จึ ง กา พระราชบัญญัตินี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา วศิน/แก้ไข ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๗๒ ๒๕๕๐ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีราชกิจจานุเบกษา าเล่ม งานคณะกรรมการกฤษฎีกา กันยายน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กา สํ นัก ๑๒๔/ตอนที่ ๕๕ ก/หน้า ๑/๑๕ ๗๓ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๗/ตอนที่ ๗๕ ก/หน้า ๕๑/๗ ธันวาคม ๒๕๕๓