โครงการอบรมการจัดการความรูในองคกร (ครั้งที่ 3)                             วันจันทรที่ 30 มกราคม 2555 เวลา 13.00 –16.00...
สิทธิบัตร (Paent)            เครื่องหมายการคา (Trademark)            แบบผังภูมิของวงจรรวม (Layout - Designs Of Inegrated ...
สิ่งบงชี้ทางภูมิศาสตร หมายถึง ชื่อ สัญลักษณ หรือสิ่งอื่นใดที่ใชเรียกหรือใชแทน แทนแหลงภูมิศาสตรและสามารถบงบอกวาสิน...
ไทยจะมีกฎหมายคุมครองลิขสิทธิ์มาเปนระยะเวลานานแลว แตความเขาใจของประชาชนโดยทั่วไปในเรื่องลิขสิทธิ์ยังไมชัดเจน ความตระห...
- ผูมีสทธิในระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลของขาราชการและลูกจางของทางราชการ บางกรณี อาจมีการจํากัด            ิจํานวนผูใชยาต...
ง. รูปเขียน (ถามี)      จ. บทสรุปการประดิษฐก. แบบพิมพคําขอ และเอกสารประกอบ        แบบพิมพคําขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัต...
ลักษณะและความมุงหมายของการประดิษฐ จะตองระบุถึงลักษณะทีสําคัญของการประดิษฐโดยยอ รวมทั้ง                                ...
สิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร        ขอถือสิทธิ เปนการระบุถึงสวนของการประดิษฐทผูขอตองการสงวนสิทธิมิใหคนอื่นแสดงหาประโยชนจ...
ตองไมอยูภายในวงกลม วงเล็บ หรือเครื่องหมายใด ๆ และหมายเลขเดียวกันใหชี้แสดงชิ้นสวนเดียวกัน และไมตองระบุขนาดหรือบอกขนา...
ก. แบบพิมพคําขอและเอกสารประกอบ         เปนเอกสารที่แสดงเจตนาของผูขอตองการทีจะไดรบความคุมครองตามกฎหมายและเปนการระบุ ...
ง. คําพรรณนาแบบผลิตภัณฑ (ถามี)         ใชในกรณีที่ผูขอประสงคจะชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับแบบผลิตภัณฑเพิ่มเติมเพื่อใหเ...
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

สรุปโครงการอบรมการจัดการความรู้ในองค์กรครั้งที่ 3

907

Published on

Published in: Education
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
907
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
2
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Transcript of "สรุปโครงการอบรมการจัดการความรู้ในองค์กรครั้งที่ 3"

  1. 1. โครงการอบรมการจัดการความรูในองคกร (ครั้งที่ 3) วันจันทรที่ 30 มกราคม 2555 เวลา 13.00 –16.00 น. ณ หองประชุมเพชรภิรมย อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 7 เรื่อง...........นวัตกรรมสิ่งประดิษฐและการจดลิขสิทธิ์ทางปญญา โดย... ดร.ใจรัก เอื้อชูเกียรติ จากงานนโยบายทรัพยสินทางปญญา คุณทวีศักดิ์ สุขสวัสดิ์ งานจัดการทรัพยสินทางปญญานวัตกรรม หมายถึงความคิด การปฏิบัติ หรือสิ่งประดิษฐใหม ๆ ที่ยังไมเคยมีใชมากอน หรือเปนการพัฒนาดัดแปลงมาจากของเดิมที่มีอยูแลว ใหทันสมัยและใชไดผลดียิ่งขึ้น เมื่อนํา นวัตกรรมมาใชจะชวยใหการทํางานนั้นไดผลดีมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูง กวาเดิม ทั้งยังชวย ประหยัดเวลาและแรงงานไดดวย “นวัตกรรม” (Innovation) มีร ากศัพทม าจาก innovare ในภาษาลาติน แปลวา ทําสิ่ง ใหมขึ้นมาความหมายของนวัตกรรมในเชิงเศรษฐศาสตรคือ การนําแนวความคิดใหมหรือการใชประโยชนจากสิ่งที่มีอยูแลวมาใชในรูปแบบ ใหม เพื่อทําใหเกิดประโยชนทางเศรษฐกิจ หรือก็คือ ”การทําในสิ่งที่แตกตางจากคนอื่น โดยอาศัยการเปลี่ยนแปลงตาง ๆ (Change) ที่เ กิดขึ้นรอบตัวเราใหก ลายมาเปนโอกาส (Opportunity) และถายทอดไปสูแนวความคิดใหมที่ทําใหเกิดประโยชนตอตนเองและสังคม” แนวความคิดนี้ไดถูกพัฒนาขึ้นมาในชวงตนศตวรรษที่ 20โดยจะเห็นไดจากแนวคิดของนักเศรษฐอุตสาหกรรม เชน ผลงานของ Joseph Schumpeter ใน The Theory ofEconomic Development,1934 โดยจะเนนไปที่การสรางสรรค การวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีอันจะนําไปสูการไดมาซึ่ง นวัตกรรมทางเทคโนโลยี (Technological Innovation) เพื่อประโยชนในเชิงพาณิชยเปนหลัก นวัตกรรมยังหมายถึงความสามารถในการเรียนรูและนําไปปฏิบัติใหเกิดผลไดจริง อีกดวยทรัพยสินทางปญญาคืออะไร ทรัพยสินทางปญญา หมายถึง ผลงานอันเกิดจากความคิดสรางสรรคของมนุษย ทรัพยสินทางปญญาเปนทรัพยอกชนิดหนึ่ง นอกเหนือจากสังหาริมทรัพย คือ ทรัพยสินทีสามารถเคลื่อนยายได เชน นาฬิกา รถยนต โตะ ี ่เปนตน และอสังหาริมทรัพย คือ ทรัพยสินที่ไมสามารถเคลือนยายได เชน บาน ที่ดิน เปนตน ่ประเภทของทรัพยสินทางปญญา โดยทั่วๆไป คนไทยสวนมากจะคุนเคยกับคําวา "ลิขสิทธิ" ซึ่งใชเรียกทรัพยสินทางปญญาทุกประเภท ์โดยที่ถูกตองแลวทรัพยสินทางปญญาแบงออกเปน 2 ประเภท ที่เรียกวา ทรัพยสินทางอุตสาหกรรม และลิขสิทธิ์ ทรัพยสินทางอุตสาหกรรม ไมใชสังหาริมทรัพยและอสังหาริมทรัพยที่ใชในการผลิตสินคาหรือผลิตภัณฑ ทางอุตสาหกรรม แทที่จริงแลว ทรัพยสินทางอุตสาหกรรมนี้ เปนความคิดสรางสรรคของมนุษยทเี่ กี่ยวกับสินคา ความคิดสรางสรรคนี้จะเปนความคิดในการประดิษฐคดคน การออกแบบผลิตภัณฑทางอุตสาหกรรม ซึ่ง ิอาจจะเปนกระบวนการ หรือเทคนิคในการผลิตที่ไดปรับปรุงหรือคิดคนขึ้นใหม หรือที่เกี่ยวของกับตัวสินคา หรือผลิตภัณฑทเี่ ปนองคประกอบและรูปรางสวยงามของตัวผลิตภัณฑ นอกจากนี้ยังรวมถึงเครื่องหมายการคาหรือยี่หอซื่อและถิ่นทีอยูทางการคา ที่รวมถึงแหลงกําเนิดสินคาและการปองกันการแขงขันทางการคาที่ไมเปนธรรม ทรัพยสิน ่ทางอุตสาหกรรม จึงสามารถแบงออกไดดังนี้ 1
  2. 2. สิทธิบัตร (Paent) เครื่องหมายการคา (Trademark) แบบผังภูมิของวงจรรวม (Layout - Designs Of Inegrated Circuit) ความลับทางการคา (Trade Secrets) สิ่งบงชี้ทางภูมิศาสตร (Geographical Indicaion)ความหมายของทรัพยสินทางปญญาแตละประเภท ลิขสิทธิ์ หมายถึง งานหรือความคิดสรางสรรคในสาขาวรรณกรรม ศิลปกรรม ดนตรีกรรม งานภาพยนตหรืองานอื่นใดในแผนกวิทยาศาสตรลิขสิทธิ์ยังรวมทัง ้ สิทธิคางเคียง (Neighbouring Right) คือ การนําเอางานดานลิขสิทธิ์ออกแสดง เชน นักแสดง ผูบันทึกเสียงและสถานีวิทยุโทรทัศนในการบันทึกหรือถายทอดเสียงหรือภาพ โปรแกรมคอมพิวเตอร (Computer Program หรือ Computer Software) คือ ชุดคําสั่งที่ใชกับเครื่องคอมพิวเตอร เพื่อกําหนดใหเครื่องคอมพิวเตอรทํางาน งานฐานขอมูล (Data Base) คือ ขอมูลที่ไดรบเก็บรวบรวมขึ้นเพือใชประโยชนดานตางๆ ั ่ สิทธิบัตร หมายถึง หนังสือสําคัญทีรัฐออกใหเพื่อคุมครองการประดิษฐ (Invention) การออกแบบ ่ผลิตภัณฑ (Product Design) หรือ ผลิตภัณฑอรรถประโยชน (Utility Model) ที่มีลักษณะตามที่กฎหมายกําหนด การประดิษฐ คือ ความคิดสรางสรรคเกี่ยวกับ ลักษณะองคประกอบ โครงสรางหรือกลไกลของผลิตภัณฑ รวมทังกรรมวิธีในการผลิตการักษา หรือปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ ้ การออกแบบผลิตภัณฑ คือ ความคิดสรางสรรคเกี่ยวกับการทําใหรูปรางลักษณะภายนอกของผลิตภัณฑเกิดความสวยงาม และแตกตางไปจากเดิม ผลิตภัณฑอรรถประโยชนหรือที่เรียกอีกอยางหนึ่งวา อนุสิทธิบัตร (Petty Patent) จะมีลักษณะคลายกันกับการประดิษฐ แตเปนความคิดสรางสรรคทมีระดับการพัฒนาเทคโนโลยีไมสงมาก หรือเปนการประดิษฐ ี่ ูคิดคนเพียงเล็กนอย แบบผังภูมิของวงจรรวม หมายถึง แผนผังหรือแบบที่ทําขึ้น เพื่อแสดงถึงการจัดวางและการเชื่อมตอวงจรไฟฟา เชน ตัวนําไฟฟา หรือตัวตานทาน เปนตน เครื่องหมายการคา หมายถึง เครื่องหมายหรือสัญลักษณหรือตราที่ใชกับสินคา หรือบริการ ไดแก เครื่องหมายการคา (Trade Mark) คือเครื่องหมายที่ใชเปนทีหมายเกี่ยวของกับสินคาเพื่อแสดงวา ่สินคาที่ ใชเครื่องหมายนั้นแตกตางกับสินคาที่ใชเครื่องหมายการคาของบุคคลอื่น เชน โคก เปปซี่ บรีส เปนตน เครื่องหมายบริการ (Service Mark) คือ เครืองหมายที่ใชเปนที่หมายหรือเกี่ยวของกับการบริการ เพื่อ ่แสดงวาบริการที่ใชเครื่องหมายนั้นแตกตางกับบริการที่ใชเครื่องหมาย บริการของบุคคลอื่น เชน เครื่องหมายของสายการบิน ธนาคาร โรงแรม เปนตน เครื่องหมายรับรอง (Certificaion mark) คือเครืองหมายที่เจาของเครื่องหมายรับรองใชเปนทีหมาย ่ ่หรือเกี่ยวของกับ สินคาและบริการของบุคคลอื่น เพื่อเปนการรับรองคุณภาพของสินคา หรือบริการนั้น เชนเชลลชวนชิม แมชอยนางรํา เปนตน เครื่องหมายรวม (Colective Mark) คือ เครื่องหมายการคาหรือเครื่องหมาบบริการที่ใชโดยบริษัทหรือรัฐวิสาหกิจใน กลุมเดียวกัน หรือโดยสมาชิกของสมาคม กลุมบุคคล หรือองคกรอื่นใดของรัฐหรือเอกชน เชน ตราชางของบริษทปูนซิเมนไทย จํากัด เปนตน ั ความลับทางการคา หมายถึง ขอมูลการคาที่ยังไมเปนที่รูจักกันโดยทั่วไป และมีมูลคาในเชิงพาณิชยเนื่อ งจากขอ มูล นั้น เป นความลั บ และมีก ารดําเนิน การตามความสมควรเพื่อ รัก ษาขอ มูล นั้น ไว เ ป นความลั บ ชื่ อ ทางการค า หมาถึ ง ชื่ อ ที่ ใ ช ใ นการประกอบกิ จ การ เช น โกดั ก ฟู จิ เป น ต น 2
  3. 3. สิ่งบงชี้ทางภูมิศาสตร หมายถึง ชื่อ สัญลักษณ หรือสิ่งอื่นใดที่ใชเรียกหรือใชแทน แทนแหลงภูมิศาสตรและสามารถบงบอกวาสินคาที่เกิดจากแหลงภูมิศาสตรนั้นเปนสินคาที่มี คุณภาพ ชื่อเสียง หรือคุณลักษณะเฉพาะของแหลงภูมิศาสตรนั้น เชน มีดอรัญญิก สมบางมด ผาไหมไทย แชมเปญ คอนยัค เปนตนปจจุบัน ประเทศไทยมีกฎหมายใหความคุมครองทรัพยสินทางปญญา 4 ฉบับ คือ 1. พระราชบัญญัตสิทธิบัตร พ.ศ. 2522 แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตสิทธิบัตร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 และ ิ ิ พระราชบัญญัตสิทธิบัตร (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2542 ิ 2. พระราชบัญญัตเิ ครื่องหมายการคา พ.ศ. 2534 ท แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตเิ ครื่องหมายการคา (ฉบับ ที่ 2) พ.ศ. 2537 3. พระราชบัญญัตลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ิ 4. พระราชบัญญัติคุมครองแบบผังภูมิของวงจรรวม พ.ศ. 2543ลิขสิทธิ์คืออะไร ลิขสิทธิ์ เปนทรัพยสินทางปญญาอยางหนึ่ง ที่กฎหมายใหความคุมครอง โดยใหเจาของลิขสิทธิ์ ถือสิทธิแตเพียงผูเดียวที่จะกระทําการใด ๆ เกี่ยวกับงานสรางสรรคที่ตนไดกระทําขึ้น งานอันมีลิขสิทธิ์ งานสรางสรรคที่จะไดรับความคุม ครองตามพระราชบัญญัติลิขสิท ธิ์ตองเปนงานในสาขา วรรณกรรม นาฏกรรม ศิลปกรรม ดนตรีกรรมโสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร สิ่งบันทึกเสียง งานแพรเสียงแพรภาพ รวมถึงงานอื่น ๆ ในแผนกวรรณคดี วิทยาศาสตร หรือแผนกศิลปะ งานเหลานี้ถือเปนผลงาน ที่เกิดจากการใชสติปญญา ความรูความสามารถ และความวิริยะอุตสาหะ ในการสรางสรรคงานใหเกิดขึ้น ซึ่งถือเปนทรัพยสินทางปญญาประเภทหนึ่งที่มีคุณคาทางเศรษฐกิจการคุมครองลิขสิทธิ์ ผูเปนเจาของลิขสิทธิ์ มีสิทธิแตเพียงผูเดียว ในการใชประโยชนจากผลงานสรางสรรคของตน ในการทําซ้ําดัดแปลง หรือเผยแพรตอสาธารณชน รวมทั้งสิทธิในการใหเชา โดยทั่วไปอายุการคุมครองสิทธิจะมีผลเกิดขึ้นทันทีที่มีการสรางสรรคผลงาน โดยความคุม ครองนี้จะมีตลอดอายุของผูส รางสรรค และคุมครองตอไปอีก 50 ปนับแตผูสรางสรรคเสียชีวิตพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ กฎหมายลิขสิทธิ์มีวัตถุประสงคใหความคุมครองปองกันผลประโยชนทั้งทางเศรษฐกิจและทางศีลธรรม ซึ่งบุคคลพึงไดรับจากผลงานสรางสรรคอันเกิดจากความนึกคิดและสติปญญาของตน นอกจากนี้ยังมุงที่จะสนับสนุนสงเสริมใหเกิดการสรางสรรคผลงาน กลาวคือ เมื่อผูสรางสรรคไดรับผลตอบแทนจากหยาดเหงื่อแรงกายและสติปญญา ของตน ไดรับผลประโยชนตอบแทนจากการลงทุน ก็ยอมจะเกิดกําลังใจที่จะคิดคนสรางสรรคและเผยแพรผลงานใหแพรหลายออกไปมากยิ่งขึ้น อันจะเปนประโยชนตอการพัฒนาประเทศชาติ ทั้งดานเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีการกระตุนใหเกิดการพัฒนาสติปญญาของคนในชาติ เปนปจจัยสําคัญที่สุดที่จะนําไปสูการพัฒนาที่ยั่งยืนตอไปในอนาคต ประเทศไทยไดประกาศใชพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เพื่อใชบังคับแทน พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 โดยมีผลบังคับใชเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2538 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ ใหความคุมครองตอโปรแกรมคอมพิวเตอรโดยจัดเปนผลงานทางวรรณกรรมประเภทหนึ่ง และงานที่ไดจัดทําขึ้นกอนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ และเปนงานที่ไดรับความคุมครองลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ จะไดรับความคุมครองลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ แมวาประเทศ 3
  4. 4. ไทยจะมีกฎหมายคุมครองลิขสิทธิ์มาเปนระยะเวลานานแลว แตความเขาใจของประชาชนโดยทั่วไปในเรื่องลิขสิทธิ์ยังไมชัดเจน ความตระหนักรูถึงความสําคัญของการคุมครองลิขสิทธิ์ และทัศนคติที่ถูกตองเกี่ยวกับการคุมครองทรัพยสินทางปญญาเปนปจจัยสําคัญ ที่จะนําไปสูการคุมครองทรัพยสินทางปญญา ที่ยั่งยืนกวาการปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ซึ่งเปนการแกปญหาที่ปลายเหตุ พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ไดใหความหมายของคําวา "ลิขสิทธิ์" วา หมายถึง สิทธิแตเพียงผูเดียวที่จะทําการใดๆตามพระราชบัญญัตินี้" เกี่ยวกับงานที่ผูสรางสรรคไดทําขึ้น นั่นก็หมายความ วา เจาของลิขสิทธิ์เพียงผูเดียวเทานั้นที่มีสิทธิจะทําอยางไรก็ได กับงานอันมีลิขสิทธิ์ของตนเองการละเมิดลิขสิทธิ์ การละเมิดลิขสิทธิ์โดยตรง : คือ การทําซ้ํา ดัดแปลง เผยแพรโปรแกรมคอมพิวเตอรแกสาธารณชน รวมทั้งการนําตนฉบับหรือสําเนางานดังกลาวออกใหเชา โดยไมไดรับอนุญาตจากเจาของลิขสิทธิ์ การละเมิดลิขสิทธิ์โดยออม : คือ การกระทําทางการคา หรือการกระทําที่มีสวนสนับสนุนใหเกิดการละเมิดลิขสิทธิ์ดังกลาวขางตนโดยผูกระทํารูอยูแลว วางานใดไดทําขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผูอื่น แตก็ยังกระทําเพื่อหากําไรจากงานนั้น ไดแก การขาย มีไวเ พื่อขาย ใหเชา เสนอใหเชา ใหเ ชาซื้อ เสนอใหเชาซื้อ เผยแพรตอสาธารณชนแจกจายในลักษณะที่อาจกอใหเกิดความเสียหายตอเจาของลิขสิทธิ์และนําหรือสั่งเขามาในราชอาณาจักรหนวยงานที่เกี่ยวของ1. กรมทรัพยสินทางปญญา - www.ipthailand.go.th - บริการขอมูลตาง ๆ2. ศาลทรัพยสินทางปญญาและการคาระหวางประเทศกลาง - www.ipitc.coj.go.thพระราชบัญญัติเครื่องมือแพทย พ.ศ. 2551ผลบังคับ (ตังแตวนที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2551) ้ ับุคลที่อยูในขายตองปฏิบัติตามกฎหมาย (สถานพยาบาล – ผูประกอบวิชาชีพทางการแพทยและสาธารณสุข)การผลิต หมายถึง ทํา ประกอบ ประดิษฐ แบงบรรจุ รวมบรรจุ ปรับปรุง ดัดแปลง หรือทําใหปราศจากเชื้อหาม ผลิต นําเขา หรือขายเครื่องมือแพทย (ก) ปลอม (ข) ผิดมาตรฐาน (ค) เสื่อมคุณภาพ (ง) ไมปลอดภัยในการใช(จ) ไมตรงตามที่ไดรับอนุญาตหรือแจงรายการละเอียดฝาฝน (รับผิดทั้งทางแพงและทางอาญา)เงื่อนไขการบังคับใชสิทธิในสิทธิบัตรยา(ก) ระยะเวลาการใชสิทธิ ระยะเวลาจํากัด หรือจนกวาจะหมดอายุการคุมครองสิทธิบัตร หรือจนกวาจะหมดความจําเปน(ข) วัตถุประสงคในการใชสทธิ ิ เพื่อจัดใหมียาในปริมาณที่เพียงพอในการใหบริการแกผูที่จําเปนค) ผูมีสทธิใชยา ิ - ผูมีสทธิตาม พรบ.หลักประกันสุขภาพแหงชาติ (บัตรทอง) ิ - ผูประกันตนตาม พรบ.ประกันสังคม 4
  5. 5. - ผูมีสทธิในระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลของขาราชการและลูกจางของทางราชการ บางกรณี อาจมีการจํากัด ิจํานวนผูใชยาตอป(ง) อัตราคาตอบแทน ตั้งแตรอยละ 0.5 – 3 – 5 ของมูลคาการจําหนาย(จ) วิธีการ เพื่อผลิตหรือนําเขา(ฉ) ขอผูกพัน กระทรวงสาธารณสุขจะแจงผูทรงสิทธิและกรมทรัพยสนทางปญญาทราบ ิแหลงขอมูลสําหรับสืบคนผลงานที่มีมากอนฐานขอมูลสิทธิบัตรฐานขอมูลงานวิจัยสิ่งตีพิมพตาง : หนังสือ วารสาร วิทยานิพนธ ฯลฯหลักการทั่วไปของการรางคําขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตรและการออกแบบผลิตภัณฑ1. ลักษณะและขอบกพรองของงานที่ปรากฏอยูแลว2. ลักษณะและโครงสรางของการประดิษฐ3. แนวโนมการปรับปรุง(ตอยอด)ที่อาจเปนไปไดการจัดเตรียมคําขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ/อนุสิทธิบัตร1. แบบพิมพคําขอรับสิทธิบัตร2. รายละเอียดการประดิษฐ3. ขอถือสิทธิ4. รูปเขียน ( ถามี )5. บทสรุปการประดิษฐ6. เอกสารประกอบคําขอรายละเอียดการประดิษฐ1. ชื่อที่แสดงถึงการประดิษฐ2. สาขาวิทยาการที่เกี่ยวของกับการประดิษฐ3. ลักษณะและความมุงหมายของการประดิษฐ4. ภูมิหลังของศิลปะหรือวิทยาการที่เกี่ยวของ5. คําอธิบายรูปเขียนโดยยอ(ถามีรูปเขียน)6. การเปดเผยการประดิษฐโดยสมบูรณ7. วิธีการในการประดิษฐที่ดที่สุด ี8. การนําการประดิษฐไปใชประโยชนในการผลิตทางอุตสาหกรรมหัตถกรรม เกษตรกรรม หรือ พาณิชยกรรมคําขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ/อนุสิทธิบัตร ประกอบดวย ก. แบบพิมพคําขอ และเอกสารประกอบ ข. รายละเอียดการประดิษฐ ค. ขอถือสิทธิ 5
  6. 6. ง. รูปเขียน (ถามี) จ. บทสรุปการประดิษฐก. แบบพิมพคําขอ และเอกสารประกอบ แบบพิมพคําขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร ผูขอรับสิทธิบัตร/อนุสทธิบัตรตองใชแบบพิมพทกรมทรัพยสินทาง ิ ี่ปญญากําหนดและจะพิมพขึ้น ซึ่งไดแกแบบ สป/สผ/001-ก สวนเอกสารประกอบคําขอมีอยู 2 ลักษณะ คือ 1. เอกสารหลักฐานแสดงสิทธิขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร มีลักษณะตางๆ ดังนี้ ในกรณีผูขอเปนผูประดิษฐหรือผูออกแบบผลิตภัณฑใหยื่นคํารับรองเกี่ยวกับสิทธิขอรับสิทธิบัตร/อนุ สิทธิบัตร โดยใชแบบ สป/สผ/001-ก (พ) แตถาผูขอซึ่งเปนผูประดิษฐเปนคนตางดาวและอานภาษาไทยไมเขาใจใหใช Form PI/PD/001-A (Add) ซึ่งเปนแบบพิมพที่กรมทรัพยสินทางปญญากําหนดและจัดพิมพขึ้น ผูขอจะตองยื่นแบบพิมพดังกลาวพรอมกับการยื่นขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบตร แตถาไมสามารถยื่นพรอมกับคําขอได ก็อาจขอผอน ัผันได 2 ครั้ง คือ ครั้งแรกขอผอนผันไดเปนเวลา 90 วัน และครั้งทีสองขอผอนผันไดอีก 30 วัน โดยตองยื่นขอผอนผัน ่กอนสิ้นกําหนดระยะเวลา ในกรณีที่ผูขอมิใชผูประดิษฐแตเปนผูมีสทธิขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร ในฐานะอื่น เชนเปน นายจางหรือผู  ิวาจางของผูประดิษฐ เปนทายาทหรือผูจัดการมรดกของผูประดิษฐ หรือ เปนผูรบโอนสิทธิขอรับสิทธิบัตร/อนุ ัสิทธิบัตร จะตองยื่นเอกสารหลักฐานแสดงวาเปนผูมสิทธิขอรับสิทธิบัตร/อนุสทธิบัตร ในฐานะดังกลาวดวย ทั้งนี้ ี ิเอกสารหลักฐานดังกลาวจะตองถูกตองตามแบบที่กฎหมายกําหนดดวย เชน ผูขอที่เปนผูรับโอนสิทธิขอรับสิทธิบัตร/ อนุสิทธิบัตร จะตองยื่นหนังสือโอนสิทธิขอรับสิทธิบัตร/อนุสทธิบัตร ที่ลงลายมือชื่อทังผูโอนและผูรบโอนดวย เปนตน ิ ้ ั 2. เอกสารหลักฐานการมอบอํานาจใหตัวแทนกระทําการแทน ผูขอจะตองมอบอํานาจใหตัวแทนซึ่งไดขึ้นทะเบียนไวกับกรมทรัพยสินทางปญญา เพื่อดําเนินการ ขอรับสิทธิบัตรแทนโดยทําเปนหนังสือมอบอํานาจซึ่งมีได 2 กรณี คือ 2.1. ผูขอเปนผูที่ไมมีถิ่นทีอยูในประเทศไทย ในกรณีดังกลาวหนังสือมอบอํานาจจะตองมีคํารับรอง ของ ่ทูต ที่ปรึกษาการพาณิชย ขาหลวงพาณิชย ผูชวยทูตการพาณิชย หรือกงสุลไทย ซึ่งประจําอยูในประเทศนั้น หรือมีคํารับรองของบุคคลซึ่งกฎหมายของประเทศทีผูมอบอํานาจมีถนที่อยู ซึ่งโดยทั่วไปไดแก โนตารีพับลิค (Notary-Public) ่ ิ่ถาหนังสือมอบอํานาจหรือคํารับรองดังกลาวจัดทําขึ้นเปนภาษาตางประเทศ ใหผูยื่นจัดใหมีคําแปลเปนภาษาไทย โดยมีคํารับรองของผูแปลและผูรับมอบอํานาจวา เปนคําแปลภาษาไทยที่ ถูกตองตรงกับหนังสือมอบอํานาจหรือคํารับรอง นั้น และยื่นคําแปลดังกลาวพรอมกับหนังสือมอบอํานาจ หรือคํารับรองดวย 2.2. ผูขอเปนผูที่มีถิ่นทีอยูในประเทศไทยแตประสงคจะมอบอํานาจใหบุคคลอื่นกระทําการแทน (คือไม ่ประสงคจะดําเนินการดวยตนเอง)ข. รายละเอียดการประดิษฐ รายละเอียดการประดิษฐเปนสวนทีผูขอจะตองจัดทําขึ้นเองโดยจะตองมีลกษณะดังที่กลาวขางตน ทั้งนี้ โดย ่ ัจะตองปฏิบัติตามหลักเกณฑ และวิธีการที่กําหนดในกฎกระทรวง (พ.ศ2522) ออกตามความในพระราชบัญญัติสิทธิบัตรดวย กฎกระทรวงดังกลาวกําหนดวา รายละเอียดตองระบุหัวขอเรื่องตามลําดับ ดังตอไปนี้ ชื่อที่แสดงถึงการประดิษฐ จะตองระบุวาการประดิษฐนั้นคืออะไร โดยระบุถึงลักษณะสําคัญของการประดิษฐนั้นดวย เชน พัดลมไฟฟา กรรมวิธีหลอผนังคอนกรีต เตาอบไฟฟา แบบจายความรอน เปนตน จะตองไมใชชื่อที่ตั้งขึ้นเองหรือเครื่องหมายการคา เชน เตาอบไฟฟาสุรชัย และจะตองไมใชชื่อที่เปนการอวดอางสรรพคุณ เชน เตาแกสมหัศจรรย หรือปากกาเนรมิต เปนตน 6
  7. 7. ลักษณะและความมุงหมายของการประดิษฐ จะตองระบุถึงลักษณะทีสําคัญของการประดิษฐโดยยอ รวมทั้ง  ่วัตถุประสงคของการประดิษฐดังกลาว ตัวอยางเชน การขอรับสิทธิบัตร/อนุสทธิบัตร สําหรับ "อุปกรณและวิธีวัดความ ิยาวของวัตถุโดยความยาวคลื่นแสงเลเซอร" ผูจะขอระบุวา"ลักษณะของอุปกรณอันเปนการประดิษฐนี้ประกอบดวยแหลงกําเนิดแสงเลเซอร เครื่องตรวจจับสัญญาณ สวนบังคับทิศทาง โดยมีวงจรทางอีเลคโทรนิคควบคุมการทํางานและความยาวของวัตถุและจุดประสงคของการประดิษฐดงกลาว คือ เพื่อที่จะใหการวัดความยาวของวัตถุมีคาถูกตอง ัแนนอนยิ่งขึ้น สาขาวิทยาการที่เกี่ยวของกับการประดิษฐ จะตองระบุวาการประดิษฐที่ขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบตร จัดอยูใน ั สาขาวิทยาการหรือเทคโนโลยีดานใด เชน วิศวกรรมเครื่องกล วิศวกรรมไฟฟา เคมี ฟสิกส เปนตน ภูมิหลังของศิลปะหรือวิทยการที่เกี่ยวของ จะตองระบุลักษณะของการประดิษฐที่มีอยูกอนแลว พรอมทั้งขอบกพรองตางๆ หรือปญหาของการประดิษฐดังกลาว ทั้งนี้เพื่อที่จะแสดงใหเห็นวาการประดิษฐที่ขอรับสิทธิบัตรนั้นแตกตางกับการประดิษฐที่มีอยูกอนแลวอยางไรและเพียงใด ในกรณีที่เปนการประดิษฐที่ยังไมเคยมีมากอนเลย ผู ข อ อ า จ จ ะ ร ะ บุ ถึ ง ป ญ ห า ใ น ท า ง ป ฏิ บั ติ ที่ เ กี่ ย ว ข อ ง ซึ่ ง ก ร ะ ตุ น ใ ห เ กิ ด แ น ว คิ ด ดั ง ก ล า ว การเปด เผยการประดิษฐโ ดยสมบูร ณ จะตองระบุถึ ง รายละเอียดของการประดิษ ฐที่ขอรับ สิ ท ธิบัตร/อนุสิทธิบัตร วามีลักษณะโครงสราง สวนประกอบ องคประกอบ หรือขั้นตอนอยางไรบาง การบรรยายในหัวขอนี้จะตองละเอียดสมบูรณ และชัดเจนพอที่จะทําใหผูมีความชํานาญในระดับสามัญในสาขาวิท ยาการนั้นๆ สามารถอานแลวเขาใจถึงการประดิษฐนั้นได และสามารถนําไปใชและปฏิบัติตามการประดิษฐนั้นไดดวยในหัวขอการเปดเผยการประดิษฐโดยสมบูรณนี้ ผูเขียนควรคํานึงถึงความชัดเจนเปนหลักดังนั้น ควรกําหนดลักษณะและขั้นตอนการบรรยายใหดี หากเปนเรื่องที่เกี่ยวกับกลไก หรือเครื่องมือตางๆ จําเปนอยางยิ่งที่จะตองมีรูปเขียนประกอบในกรณีดงกลาว การ ัอางอิงลักษณะทางโครงสรางในหัวขอนี้ จะตองสอดคลองกับรูปเขียนดวย ตัวอยางในกรณีที่เปนการขอรับสิทธิบัตรสําหรับเครื่องมือหรือกลไก ในขั้นแรกควรอธิบายถึงสวนประกอบหรือโครงสรางของการประดิษฐนั้นวามีสวนประกอบอยางไรประกอบกันในลักษณะใด และประกอบกันแลวจะใหผลในทางปฏิบัติอยางไร ขั้นที่สองควรอธิบายถึงระบบการทํางานหรือกรรมวิธีในการผลิตเริ่มตั้งแตนําวัตถุดิบเขาระบบและผานขบวนการตางๆ ของอุปกรณ ซึ่งควรจะระบุถึงรายละเอียดของขั้นตอนนั้นๆ ดวย จนกระทั้งไดเปนผลิตภัณฑสําเร็จออกมา คําอธิบายรูปเขียนโดยยอ จะตองระบุถึงรูปเขียนทีเ่ สนอมาพรอมกับคําขอ (ถามี) โดยระบุวา รูปเขียนแตละรูปแสดงถึงสวนใดของการประดิษฐ เชน รูปที่ 1 แสดงถึงสวนประกอบทั้งหมดของเครื่องจักร รูปที่ 2 แสดงถึงสวนประกอบสวนใดสวนหนึงของเครื่องจักร เปนตน ่ วิธีการในการประดิษฐที่ดีทสุด ในกรณีทมีการระบุในหัวขอการเปดเผยการประดิษฐโดยสมบูรณ ถึงวิธีการ ี่ ี่ประดิษฐหลายวิธี ผูขอจะตองระบุถึงวิธีการประดิษฐที่ดีทสด แตถามีการเปดเผยวิธีการประดิษฐ เพียงวิธีเดียวใน ี่ ุหัวขอการเปดเผยการประดิษฐโดยสมบูรณ ผูขอก็สามารถระบุวา "วิธีการในการประดิษฐที่ดีทสุดไดแก วิธีการดังที่ได ี่บรรยายไวในหัวขอการเปดเผยการประดิษฐโดยสมบูรณ" การใชประโยชนการประดิษฐในการผลิตทางอุตสาหกรรม หัตถกรรม เกษตรกรรม หรือพาณิชยกรรม ในกรณีที่ลักษณะของการประดิษฐเองไมสามารถแสดงไดวาจะนําไปใชในการผลิตในดานตางๆ ไดหรือไมเปนอยางไร เชน การประดิษฐสารประกอบเคมีขึ้นใหมผูขอจะตองอธิบายใหเห็นวา สามารถนําเอาการประดิษฐนั้นไปใชในทางใดบาง และมีประโยชนอยางไร แตถาโดยลักษณะของ การประดิษฐนั้นเอง แสดงใหเห็นไดอยูแลววาสามารถนําไปใชประโยชนในดานการผลิตได ก็ไมจําเปน ตองมีหัวขอนี้ค. ขอถือสิทธิ ขอถือสิทธิเปนสวนทีผูขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร ระบุถึงขอบเขตของการประดิษฐที่ตองการไดรับความ ่คุมครองขอถือสิทธิเปรียบไดกับการกําหนดขอบเขตอันเปนพื้นที่ที่เปนสิทธิของเจาของโฉนดที่ดิน ขอถือสิทธิจะกําหนดขอบเขตอันเกี่ยวกับลักษณะของการประดิษฐทเี่ ปนสิทธิของผูทรงสิทธิทบุคคลอื่นมีหนาทีที่จะตองเคารพและ ี่ ่ละเวนจากการกระทําอันจะเปนการละเมิดสิทธิของผูทรง 7
  8. 8. สิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร ขอถือสิทธิ เปนการระบุถึงสวนของการประดิษฐทผูขอตองการสงวนสิทธิมิใหคนอื่นแสดงหาประโยชนจากการ ี่ประดิษฐ โดยหลักการทั่วไปแลว ขอบเขตของการประดิษฐที่ระบุในขอถือสิทธิจะตอง ไมกวางหรือเกินไปกวาที่ผูขอไดทําการประดิษฐนั้น และที่ไดเปดเผยในรายละเอียดการประดิษฐ ดังนั้นหากผูขอตองการขอถือสิทธิในลักษณะของสวนของการประดิษฐ ก็จะตองเปดเผยรายละเอียด เกี่ยวกับลักษณะสวนนั้นของการประดิษฐโดยสมบูรณ ชัดแจง และรัดกุมในรายละเอียดการประดิษฐดวย ขอถือสิทธิตองระบุลกษณะของการประดิษฐทผูขอประสงคจะขอรับ  ั ี่ความคุมครองโดยชัดแจง รัดกุม และสอดคลองกับรายละเอียดการประดิษฐ ถาขอถือสิทธิไมเปนไปตามหลักเกณฑที่กฎหมายกําหนด คําขอนั้นอาจถูกปฏิเสธได หลักที่วาขอถือสิทธิจะตองสอดคลองกับรายละเอียดการประดิษฐ ไดกลาวถึงแลวขางตนสวนที่วาขอถือสิทธิจะตองชัดแจงและรัดกุมนั้น พอสรุปไดวามีอยู 2 ความหมายดังนี้1.ลักษณะของถอยคําที่ใชจะตองชัดแจงและรัดกุม ถอยคําที่ใชจะตองชัดเจน หามใชถอยคําที่คลุมเครือหรือมีความหมายเพือเลือกแบบกวางๆ เชน ระบุวา ่สวนประกอบสวนหนึงของการประดิษฐนั้น "ทําจากโลหะหรือสิ่งที่คลายคลึงกัน" ยอมไมชัดเจน เพราะสิ่งทีมีคุณสมบัติ ่ ่คลายคลึงกับโลหะมีมากมาย2. ลักษณะของการแยกและจัดลําดับขอถือสิทธิ ความชัดแจงและรัดกุมของขอถือสิทธิอาจเกิดขึ้นจากวิธีการแยกและการจัดลําดับขอถือสิทธิ รวมทั้งการอางอิงถึงขอถือสิทธิอื่นๆ ในคําขอเดียวกันนั้นดวยการพิจารณาวาควรแยกขอถือสิทธิออกเปนหลายขอหรือควรมีขอถือสิทธิเพียงขอเดียวหรือไมนั้น ขึ้นอยูกับลักษณะของการประดิษฐที่ขอรับสิทธิบัตร /อนุสทธิบัตร วาการประดิษฐนั้นมี ิลักษณะองคประกอบหรือโครงสรางซับซอนหรือไมเพียงใด ถาเปนการประดิษฐที่ไมซบซอนก็ไมควรแยกขอถือสิทธิ ัเปนหลายขอ เพราะจะทําใหขาดความชัดแจงและรัดกุม ในทางกลับกันถาเปนการประดิษฐทซับซอนมาก หากไมแยก ี่ขอถือสิทธิออกเปนหลายๆ ขอก็จะทําใหขาดความชัดแจงและรัดกุมเชนเดียวกัน ขอถือสิทธิที่ใชระบุถึงลักษณะทางเทคนิคอันเปนสาระสําคัญของการประดิษฐเรียกวา "ขอถือสิทธิหลัก" สวนขอถือสิทธิทระลึกถึงลักษณะทางเทคนิคอัน ี่เปนลักษณะพิเศษหรือ รายละเอียดปลีกยอย เรียกวา "ขอถือสิทธิรอง" โดยทั่วไป การประดิษฐที่ขอรับสิทธิบัตรมักมีลักษณะ ที่ไมซับซอนมากจึงมักจะมีขอถือหลักเพียงขอเดียวและมีขอถือสิทธิรองอีก 2-3 ขอ ในกรณีที่ขอถือสิทธิห ลัก เพียงขอเดียวไมส ามารถคลุม ถึง ลักษณะทางเทคนิคของการประดิษฐไดทั้งหมด ผูขอจะระบุขอถือสิทธิหลักหลายขอสําหรับลักษณะของการประดิษฐประเภทเดียวกันในคําขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร ฉบับหนึ่งก็ได การอางถึงขอถือสิทธิอื่นในขอถือรองนั้น จะตองอางในลักษณะที่เปนทางเลือกเทานั้นง. รูปเขียน (ถามี) เปนสวนทีจะชวยใหผอานคําขอรับสิทธิบัตรสามารถเขาใจรายละเอียดการประดิษฐไดดีขึ้น ดังนั้น กฎหมายจึง ่ ูกําหนดวา หากจําเปนเพื่อทีจะทําใหสามารถเขาใจการประดิษฐโดยทั่วไป รูปเขียนมักจะจําเปนในกรณีที่เปนคําขอรับ ่สิทธิบัตรสําหรับการประดิษฐในสาขาวิศวกรรมเครื่องกล ฟสิกสดวย หากผูขอไมยื่นรูปเขียนในกรณีทจําเปนคําขอนั้น ี่อาจถูกปฏิเสธได รูปเขียนจะตองแสดงใหเห็นชัดเจนสอดคลองกับรายละเอียดการประดิษฐและเปนไปตามหลักวิชาการเขียนแบบ ตามลักษณะและวิธีที่อธิบดีกรมทรัพยสินทางปญญากําหนด เชน จะตองเขียนดวยหมึกสีดําเขมที่สามารถอยูไดทนนาน และหามระบายสีเขียนโดยใชอุปกรณการเขียนแบบมีสัดสวนที่ถูกตอง และใชสัญลักษณ (Drawing Symbols) ตามที่กําหนด รูปเขียน ใหแสดงรูปเขียนที่ชวยใหสามารถเขาใจถึงลักษณะของการประดิษฐนี้ไดดียิ่งขึ้น รูปเขียนนี้ตองเปนรูปที่เขียนขึ้นตามหลักวิชาการเขียนแบบ คือ ใชเครื่องมือในการวาดเขียน เชน การลากเสนตรงตองใชไมบรรทัด การวาดรูปวงกลมตองใชวงเวียนหรือเครื่องเขียนแบบอื่น ๆ (รูปถายไมสามารถใชประกอบการพิจารณาได) และใหมีหมายเลขชี้แสดงชิ้นสวนตาง ๆ เพื่อใชประกอบการอธิบายในหัวขอการเปดเผยการประดิษฐโดยสมบูรณ โดยหมายเลขเหลานี้ 8
  9. 9. ตองไมอยูภายในวงกลม วงเล็บ หรือเครื่องหมายใด ๆ และหมายเลขเดียวกันใหชี้แสดงชิ้นสวนเดียวกัน และไมตองระบุขนาดหรือบอกขนาดของชิ้นสวนที่ไดประดิษฐขึ้น และไมตองอธิบายรูปเขียน ใหระบุเพียง รูปที่ 1,รูปที่ 2 หรือรูปที่ 3 เทานั้นจ. บทสรุปการประดิษฐ เปนสวนของคําขอสิทธิบัตรการประดิษฐที่จะชวยใหบุคคลที่เกี่ยวของ เชน เจาหนาที่ตรวจสอบสิทธิบัตร และผูสนใจ สามารถตรวจคน หรือคนควาเกี่ยวกับการประดิษฐนั้นโดยไมตองเสียเวลามาก ผูขอจะตองจัดทําบทสรุปการประดิษฐในทุกกรณี หากผูขอไมยื่นบทสรุปการประดิษฐดวย คําขอนั้นอาจถูกปฏิเสธได บทสรุปการประดิษฐตองสรุปสาระสําคัญของการประดิษฐที่ไดเปดเผยหรือแสดงไวในรายละเอียดการประดิษฐ ขอถือสิทธิและรูปเขียน (ถามี) โดยจะตองระบุลักษณะทางเทคนิคทีเ่ กี่ยวของกับการประดิษฐโดยยอ แตตองเปนไปในลักษณะทีจะทําใหเขาใจไดดีขึ้นถึงปญหาทางเทคนิคตลอดจนการแกไขปญหาโดยการประดิษฐ และการใช ่การประดิษฐนั้น โดยจะตองรัดกุม ชัดแจงและมีถอยคําไมเกิน 200 คํา การกําหนดจํานวนหนา ในแตละหนาจะมีการกําหนดหนาและจํานวนหนาไวที่กึ่งกลางหนากระดาษเอ 4 ดานบนสุด ถาเปนเนื้อหาในสวนเดียวกัน ไดแก รายละเอียดการประดิษฐ ขอถือสิทธิ รูปเขียน และบทสรุปการประดิษฐใหเรียงลําดับหนาตอเนื่องกันไป และใหขึ้นหนาและจํานวนหนาใหมของแตละสวนเชน หนา 1 ของจํานวน 3 หนา,หนา 2 ของจํานวน 3 หนา ,หนา 3 ของจํานวน 3 หนา ....เปนตน การกํากับบรรทัดทุกสวนและแตละหนา หากมีบรรทัดเกิน 5 บรรทัด ใหรบุหมายเลขกํากับบรรทัดทุก 5 ุบรรทัด ทางดานซายมือ และระบุตอเนื่องกันลงมาตามลําดับ เชน 5,10,15.....เปนตน สวนประกอบทั้ง 5 สวนของคํา ขอรับสิทธิบัตร/อนุสทธิบัตร นอกจากสวนที่ 1 คือแบบพิมพคําแลวสวนอื่นๆ คือ รายละเอียดการประดิษฐ ขอถือ ิสิทธิ รูปเขียน และบทสรุปการประดิษฐ เปนสวนทีผูขอจะตองเตรียมจัดทําเองทั้งสิ้น ทั้งนี้ จะตองเปนไปตาม ่หลักเกณฑและวิธีการทีกําหนด เพื่อใหบรรลุวัตถุประสงคของกฎหมายสิทธิบัตรและเพื่อประโยชนในดานการ ่บริหารงาน หลักเกณฑ และวิธีการดังกลาวที่สําคัญ สรุปไดดังนี้ 1. คําขอรับสิทธิบัตรและเอกสารหลักฐาน จะตองยื่นอยางนอย 2 ชุด ซึ่งจะคืนให 1 ชุด เพื่อเปนสําเนาใหกับผูขอรับสิทธิบัตร 2. คําขอจะตองมีขอความถูกตอง ชัดเจน และครบถวนตามที่กําหนดไวในแบบพิมพ 3. คําขอและสวนประกอบทุกสวนจะตองพิมพหรือดีดพิมพขอความเปนภาษาไทย 4. ลงลายมือชื่อผูขอหรือตัวแทน นอกจากนี้ ยังมีรายละเอียดปลีกยอยเกี่ยวกับการจัดเตรียมคําขอรับสิทธิบัตรอยูเ ปนอันมาก กอนจัดทําคําขอรับสิทธิบัตรควรศึกษากฎกระทรวง (พ.ศ. 2522) ออกตามความในพระราชบัญญัตสิทธิบัตรและประกาศกรม ิทรัพยสินทางปญญาที่เกี่ยวของคําขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ คําขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ ประกอบดวย ก. แบบพิมพคําขอและเอกสารประกอบ ข. ขอถือสิทธิ ค. ภาพแสดงแบบผลิตภัณฑ ง. คําพรรณนาแบบผลิตภัณฑ (ถามี) 9
  10. 10. ก. แบบพิมพคําขอและเอกสารประกอบ เปนเอกสารที่แสดงเจตนาของผูขอตองการทีจะไดรบความคุมครองตามกฎหมายและเปนการระบุ และแสดง ่ ัหลักฐานวาผูขอมีสิทธิขอรับสิทธิบัตรในฐานะอะไร แบบพิมพคําขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ ผูขอตองใชแบบพิมพที่กรมทรัพยสินทางปญญา กําหนดและจัดพิมพขน ซึ่งไดแกแบบ สป/สผ/001-ก อันเปนแบบพิมพคําขอ ึ้ที่ใชสําหรับขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐนั้นเอง ซึ่งกําหนดใหผูขอ ระบุถงผลิตภัณฑที่จะใชการออกแบบผลิตภัณฑใน ึแบบพิมพคําขอดวย กรณีคําขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ คือ เอกสารหลักฐานแสดงสิทธิขอรับสิทธิบัตร และเอกสารหลักฐานการมอบอํานาจใหตัวแทนเปนผูกระทําการแทน ผูขอจะตองยื่นแบบพิมพดังกลาวพรอมกับการยื่นขอรับสิทธิบัตร แตถาไมสามารถยื่นพรอมกับคําขอได ก็อาจขอผอนผันได 2 ครั้ง คือ ครั้งแรกขอผอนผันไดเปนเวลา 90 วัน และครั้งที่สองขอผอนผันไดอีก 30 วัน โดยตองยื่นขอผอนผันกอนสิ้นกําหนดระยะเวลาลวงหนาไมนอยกวา 10 วัน แบบฟอรมคําขอรับรองเกี่ยวกับสิทธิขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตรข. ขอถือสิทธิ เปนสวนทีผูขอรับสิทธิบัตรระบุถึงขอบเขตการออกแบบผลิตภัณฑที่ตองการไดรับความคุมครอง เนื่องจาก ่ลักษณะของการออกแบบผลิตภัณฑไมยุงยากซับซอนเหมือนกับการประดิษฐ กฎหมายจึงกําหนดใหผูขอระบุขอถือสิทธิเพียงขอเดียวเทานั้น ขอถือสิทธิจะตองระบุถึงลักษณะของการออกแบบผลิตภัณฑทผูขอประสงคจะไดรับความ ี่คุมครองโดยชัดแจง กลาวคือ ผูขอตองการที่จะไดรับความคุมครองในรูปรางลักษณะหรือลวดลาย หรือสีของ ผลิตภัณฑโดยทั่วไปแลวผูขอจะอางถึงลักษณะที่แสดงในภาพแสดงแบบผลิตภัณฑ เชน "ขอถือสิทธิในรูปรางลักษณะและลวดลายของเหยื่อใสน้ําตามที่แสดงในภาพแสดงแบบผลิตภัณฑ"...ขอถือสิทธิ... ขอบเขต (scope) ลักษณะเฉพาะ (characteristics) ชัดแจง (clear) สมบูรณ (complete) สอดคลองกับรายละเอียด (supported) โครงสราง (structure) สวนนํา (introductory phase) เนื้อหา (the body of claim) ลําดับความสัมพันธ (the link that joins the two)ค. ภาพแสดงแบบผลิตภัณฑ ไดแกภาพที่แสดงถึงรายละเอียดของการออกแบบผลิตภัณฑที่ขอรับความคุมครอง เทียบไดรับ รายละเอียดการประดิษฐในคําขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ กลาวคือ มุงหมายที่จะแสดงใหเห็นถึงลักษณะของสิงที่ตองการไดรบความ ่ ัคุมครองดังนั้น ภาพแสดงแบบผลิตภัณฑ จึงเปนสวนทีสําคัญที่สุดในคําขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑซึ่งผูขอ ่จะตองยื่นพรอมกับแบบพิมพคําขอทุกกรณีภาพแสดงแบบผลิตภัณฑตองแสดงรูปราง ลวดลายหรือสีของผลิตภัณฑอันเปนสาระสําคัญทังหมดที่ประสงคจะขอรับความคุมครองโดยจะแสดงเปนรูปเขียน (Drawing) หรือ ้ภาพถาย (Photographs) ก็ได โดยปกติภาพแสดงแบบผลิตภัณฑตองเปนภาพขาวดําเวนแตเปนการขอรับความคุมครองในสีของผลิตภัณฑ ในกรณีเชนนี้ ภาพแสดงแบบผลิตภัณฑตองแสดงสีดวย ขอสําคัญคือ ตองแสดงถึงลักษณะ ที่ตองการไดรับความคุมครองทังหมด เชน ถาเปนการขอรับความคุมครองสําหรับรูปรางลักษณะ ตองแสดงรูปดาน ้ตางๆ และทัศนียภาพ (Perspective View) ของผลิตภัณฑนั้นดวย 10
  11. 11. ง. คําพรรณนาแบบผลิตภัณฑ (ถามี) ใชในกรณีที่ผูขอประสงคจะชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับแบบผลิตภัณฑเพิ่มเติมเพื่อใหเจาที่หรือ บุคคลอื่นเขาใจแบบผลิตภัณฑที่ขอรับสิทธิบัตรไดดีขึ้น กฎหมายไมไดกําหนดใหผูขอยื่นคําพรรณนาแบบผลิตภัณฑ เนื่องจากการออกแบบผลิตภัณฑเปนลักษณะภายนอกของผลิตภัณฑ ซึ่งปกติอาจแสดงใหเห็นไดโดยละเอียด โดยภาพแสดงแบบผลิตภัณฑอยูแลว แตถาหากผูขอประสงคที่จะยื่นคําพรรณาแบบผลิตภัณฑเพื่อวัตถุประสงคดังกลาวขางตน ก็ควรเขียนเพียงสั้นๆ ไมควรเกิน 100 คํา การยื่นคําขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร เมื่อเตรียมคําขอรับสิทธิบัตรเรียบรอยแลว ผูขอจะตองยื่นคําขอรับสิทธิบัตรนั้นพรอมชําระคาธรรมเนียมคําขอรับสิทธิบัตร ซึ่งอาจทําได 2 วิธีคือ 1. นําคําขอไปยื่นตรงตอพนักงานเจาหนาที่ ณ กรมทรัพยสินทางปญญา กระทรวงพาณิชย ชําระคาธรรมเนียมเปนเงินสด หรือ 2. สงคําขอดังกลาวโดยทางไปรษณียลงทะเบียน ถึง พนักงานเจาหนาที่ ณ กรมทรัพยสิน ทางปญญา กระทรวงพาณิชย หรือ สํานักงานพาณิชยจงหวัด ชําระคาธรรมเนียมโดยสั่งจายเปนธนาณัติ ัสถานที่ยื่นคําขอจดทะเบียนสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร การยืนขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร จะตองยื่นคําขอรับสิทธิบัตร/ อนุสิทธิบัตร พรอมชําระคาธรรมเนียมไดที่ ่สวนงานรับคําขอสิทธิบัตร ชั้น 3 กรมทรัพยสินทางปญญา โทร. 0-2547-4637 หรือสํานักงานพาณิชยจังหวัดทุกแหง ........................................... นางสาวธิดารัตน โดดหนู ผูสรุป ........................................... นางรําพึง ปุยแกว ผูตรวจรายงาน ........................................... นางภาณี ผลากรกุล ผูรับรองรายงาน 11

×