Your SlideShare is downloading. ×
9789740331315
9789740331315
9789740331315
9789740331315
9789740331315
9789740331315
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×
Saving this for later? Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime – even offline.
Text the download link to your phone
Standard text messaging rates apply

9789740331315

336

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
336
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
2
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. บทนำ� _12-23(001-006)P3.indd 1 8/1/13 8:34 AM
  • 2. 2 ปลา : ชีววิทยาและอนุกรมวิธาน ปลาเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีชีวิต ซึ่งสามารถผลิตลูกหลานมาทดแทนได้ (renewable resource) เป็นสัตว์น�้ำที่มีความส�ำคัญยิ่งทางเศรษฐกิจ เป็นอาหารโปรตีนที่ส�ำคัญของมนุษยชาติ มนุษย์รู้จักน�ำปลามาเป็นอาหารตั้งแต่สมัยดึกด�ำบรรพ์ จนไม่อาจประมาณได้ว่ารู้จักมานาน เท่าใด เนื่องจากปลาอาศัยอยู่ในน�้ำและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ก็อยู่ใกล้แหล่งน�้ำ ในระยะแรก คงเป็นปลาน�้ำจืดที่สามารถจับได้ตามแม่น�้ำ ล�ำคลอง หนอง บึงต่าง ๆ ต่อมา เมื่อมีการอพยพ ย้ายถิ่นตามล�ำน�้ำจนถึงชายทะเล จึงได้น�ำปลาทะเลมาเป็นอาหาร ยิ่งมนุษย์ในสมัยต่อมารู้จัก การต่อแพต่อเรือขึ้นมาใช้ การจับปลาจึงมีความส�ำคัญมากขึ้นตามล�ำดับ ดังปรากฏจากภาพ วาดของคนโบราณ มักมีภาพปลาปรากฏอยู่ หรือจากการขุดซากมนุษย์โบราณมักพบชิ้นส่วน โครงกระดูกปลาอยู่ในบริเวณใกล้เคียงเสมอ จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ พบว่าปลามีความเกี่ยวพันกับมนุษย์อย่างแน่นแฟ้น เช่น เมืองส�ำคัญของชาวฟินิเชียน (Phoenician) คือเมือง “ไซดอน” (Sidon) มีความหมายว่า “ปลา” ชาวกรีกถือว่าการประมงมีความส�ำคัญต่อปากท้องของเขาเป็นอย่างมาก เขารู้จักวิธี ถนอมปลาโดยการตากแห้ง การท�ำเค็ม มีอยู่หลายสมัยที่ชาวกรีกและโรมันถือว่าปลาบางชนิด เป็นอาหารชั้นเยี่ยม กฎหมายของอังกฤษสมัยหนึ่งบัญญัติไว้ว่า ปลาเป็นพระราชทรัพย์ส่วน พระองค์ของพระมหากษัตริย์ซึ่งจะทรงให้ใครหรือเก็บภาษีอย่างไรก็ได้ ชาวจีนรู้จักเลี้ยงปลา สวยงามมานานหลายพันปี ดังที่เห็นได้จากภาพวาดและศิลปะการเย็บปักถักร้อยมักมีรูปปลา สวยงามอยู่ด้วยเสมอ ชาวไทยรู้จักว่า ปลาเป็นอาหารโปรตีนชั้นดีมานานแล้ว ดังค�ำกล่าว ที่มักพูดติดปากกันอยู่เสมอ ๆ เช่น ในน�้ำมีปลาในนามีข้าว ข้าวปลาอาหาร กินข้าวกินปลา บางครั้งเป็นค�ำพังเพยและสุภาษิต เช่น ปลาตกน�้ำตัวโต น�้ำมาปลากินมด น�้ำลดมดกินปลา ตีปลาหน้าไซ ปลาใหญ่กินปลาเล็ก เป็นต้น นอกจากปลาจะถูกน�ำมาเป็นอาหารแล้ว ยังมี การน�ำมาใช้ประโยชน์ในด้านอื่น ๆ อีก เช่น ในด้านนันทนาการโดยน�ำมาเลี้ยงเป็นปลา สวยงาม ร่างกายของปลาบางชนิดมีความโปร่งใส จึงถูกน�ำมาศึกษาเพื่อดูการท�ำงานของ ระบบอวัยวะภายใน บางชนิดน�ำมาเลี้ยงเพื่อศึกษาด้านสรีรวิทยา พฤติกรรม นิเวศวิทยา วิวัฒนาการ พันธุกรรมและการผสมข้ามพันธุ์ บางชนิดใช้เป็นดัชนีชี้วัดภาวะมลพิษ ปลา บางชนิดน�ำมาถ่วงดุลธรรมชาติ เช่น ช่วยกินวัชพืช กินไข่แมลง ฯลฯ ในบางครั้งมีการใช้ ปลาช่วยรักษาโรคและเป็นอาหารเสริมด้วย เช่น น�้ำมันปลา น�้ำมันจากตับปลา พิษจากปลา บางชนิดใช้เป็นยาชาในทางการแพทย์ จากเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้งในปัจจุบัน ประกอบกับความต้องการอาหารโปรตีนที่เพิ่มขึ้น ปลาจึงเพิ่มความส�ำคัญมากขึ้น ท�ำให้ มีการผสมเทียมและการเพาะเลี้ยงมากขึ้นเรื่อย ๆ ข้อที่ควรค�ำนึงถึงก็คือ ท�ำอย่างไรไม่ให้ปลา ชนิดต่าง ๆ สูญพันธุ์ไปจากโลกนี้ จากผลการกระท�ำของมนุษยชาติ _12-23(001-006)P3.indd 2 8/1/13 8:34 AM
  • 3. บทนำ� 3 ปลาคืออะไร เมื่อเอ่ยถึงปลา ทุกคนจะทราบว่า เป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในน�้ำ หายใจด้วยเหงือก ว่ายน�้ำ โดยใช้ครีบ แต่ความหมายของศัพท์ในพจนานุกรมเก่า ๆ ปลามีความหมายมากกว่านั้น โดยหมายถึงสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในน�้ำซึ่งสามารถน�ำมาใช้ประโยชน์ทางการประมงได้ เช่น ปลาชนิดต่าง ๆ ปลาวาฬ แมวน�้ำ หอยนางรม ปลาหมึก ปลาดาว แมงกะพรุน ฟองน�้ำ ตลอดจนดอกบัวและพืชน�้ำชนิดต่าง ๆ ในภาษาอังกฤษค�ำว่า “fish” หมายถึง “ปลา” แต่อาจมีค�ำอื่นมาควบเข้ากลายเป็น สัตว์น�้ำชนิดอื่น ซึ่งไม่ใช่ปลา เช่น Cuttlefish หมายถึง สัตว์จ�ำพวกหมึกกระดอง Shellfish หมายถึง สัตว์มีเปลือกประเภทกุ้ง ปู หอย ต่าง ๆ Crayfish หมายถึง กุ้งมังกร ในภาษาไทย สัตว์บางชนิดใช้ค�ำว่า “ปลา” น�ำหน้า แต่ความจริงสัตว์ชนิดนั้นไม่ใช่ปลา เช่น ปลาดาว ปลาหมึก ซึ่งเป็นสัตว์ประเภทไม่มีกระดูกสันหลัง ปลาวาฬ ปลาโลมา และปลาพะยูน คือ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน�้ำนมที่อาศัยอยู่ในน�้ำ เป็นต้น ในวิชานี้จะเรียนเฉพาะ “ปลา” ที่อยู่ในค�ำจ�ำกัดความนี้เท่านั้น ๑. เป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในน�้ำ หรืออย่างน้อยต้องเป็นที่ชื้นแฉะ ๒. เป็นสัตว์เลือดเย็น (poikilothermal animal) ๓. ร่างกายแบ่งออกเป็นส่วนหัว ล�ำตัว และหาง ชัดเจน ๔. ร่างกายสมมาตรแบบซ้ายขวา (bilateral symmetry) ยกเว้นกลุ่มปลาซีกเดียว ๕. ร่างกายถูกปกคลุมด้วยเกล็ด (scale) หรือมีเมือกห่อหุ้ม ๖. มีรยางค์คู่ไม่เกิน ๒ คู่ ๗. เคลื่อนที่โดยใช้ครีบ (fin) ๘. มีระบบอวัยวะต่าง ๆ แยกกันชัดเจน ๙. มีโนโตคอร์ด (notochord) และถูกแทนที่ด้วยกระดูกสันหลังเมื่อเจริญวัยขึ้น ๑๐. ระบบโครงสร้างประกอบด้วยกระดูกอ่อนและกระดูกแข็ง ๑๑. มีฟันบนกระดูกขากรรไกร ๑๒. หายใจด้วยเหงือก (gill) และมีช่องเปิดเหงือก (gill slit) ให้น�้ำออกสู่ภายนอก ๑๓. ระบบทางเดินเลือดเป็นแบบวงจรปิด ๑๔. มีหัวใจ ๒ ห้อง คือ auricle และ ventricle ๑๕. มีท่อประสาทกลวงอยู่เหนือทางเดินอาหาร ๑๖. มีจมูกใช้ส�ำหรับดมกลิ่นเท่านั้น _12-23(001-006)P3.indd 3 8/1/13 8:34 AM
  • 4. 4 ปลา : ชีววิทยาและอนุกรมวิธาน ๑๗. ส่วนมากมีเส้นข้างตัว (lateral line) ๑๘. มีรูทวารอยู่บริเวณสันท้อง ๑๙. เพศผู้และเพศเมียแยกกันชัดเจน ๒๐. การสืบพันธุ์มีทั้งออกไข่ (oviparous) ออกลูกเป็นตัวแบบตัวอ่อนได้รับอาหารจาก ไข่แดง (aplacental viviparous) และแบบได้รับอาหารทางสายสะดือ (placental viviparous) ปลามาจากไหน สัตว์ในไฟลัมคอร์ดาต้า (Phylum Chordata) ที่เรียกว่า คอร์เดท (chordate) เป็นสัตว์ ที่มีวิวัฒนาการสูงขึ้นมาจากสัตว์จ�ำพวกไม่มีกระดูกสันหลัง (invertebrate) โดยกลุ่มที่เป็นสัตว์ ชั้นต�่ำยังคงใช้โนโตคอร์ดเป็นแกนพยุงร่างกายให้คงรูป และไม่มีกะโหลกหัว (acraniated chordate) ได้แก่ ไฟลัมย่อยยูโรคอร์ดาต้า (Subphylum Urochordata) และไฟลัมย่อย เซฟาโลคอร์ดาต้า (Subphylum Cephalochordata) ปลาจัดอยู่ในไฟลัมย่อยเวอร์ทีบราต้า (Subphylum Vertebrata) ซึ่งมีลักษณะส�ำคัญ คือ ใช้กระดูกสันหลังเป็นแกนพยุงล�ำตัวและมี กะโหลกหัว (craniated chordate) ซึ่งแตกต่างจาก ๒ ไฟลัมย่อยแรกที่ไม่มีกะโหลกหัว Romer (1965) ได้กล่าวถึงลักษณะส�ำคัญของสัตว์ในไฟลัมย่อยเวอร์ทีบราต้าไว้ดังนี้ คือ ๑. การมีล�ำตัวซีกซ้ายเหมือนกับซีกขวาเหมือนภาพที่เกิดในกระจกเงาเรียกว่าการสมมาตร แบบซ้ายขวา (bilateral symmetry) ท�ำให้เคลื่อนไหวได้คล่องตัว ต่างกับการมีล�ำตัวสมมาตร แบบกลม (radial symmetry) ที่มีรูปร่างเทอะทะ เคลื่อนไหวช้า หรือเกาะติดอยู่กับที่ ๒. การแบ่งส่วนของล�ำตัวมองเห็นชัดเจนจากภายนอก ได้แก่ ส่วนหัว ล�ำตัว และหาง ในส่วนของล�ำตัวอาจแบ่งเป็นส่วนอกและส่วนท้องด้วย ๓. ใช้เหงือกในการหายใจ และเมื่อเป็นสัตว์ชั้นสูงขึ้นมาจะถูกแทนที่ด้วยปอด ๔. ใช้โนโตคอร์ดเป็นแกนพยุงล�ำตัวจากส่วนหัวจนถึงหาง ในสัตว์ชั้นสูงขึ้นมาจะถูกแทนที่ ด้วยกระดูกสันหลัง (vertebral column หรือ backbone) ๕. ระบบประสาทอยู่เหนือโนโตคอร์ดหรือกระดูกสันหลัง ภายในกลวง ไม่มีโครงสร้าง ของปมประสาทแต่มีของเหลวบรรจุอยู่ ทางส่วนหน้าจะโป่งออกกลายเป็นส่วนของสมองและ อวัยวะรับความรู้สึกเป็นคู่ เช่น ตา หู จมูก เป็นต้น ๖. ระบบทางเดินอาหาร มีทางเข้าและออกแยกจากกัน โดยมีปากอยู่ด้านล่างของ ส่วนหน้า (anterior) และทวารหนักอยู่ส่วนท้ายสุด (posterior) ของล�ำตัว และส่วนหาง ซึ่งไม่มีส่วนของทางเดินอาหารอยู่ ท่อทางเดินอาหารแบ่งเป็นส่วน เพื่อท�ำหน้าที่ต่าง ๆ กัน เช่น ปาก ช่องคอ หลอดอาหาร กระเพาะอาหารและล�ำไส้ นอกจากนี้ ตรงส่วนต้นด้านล่างของ ทางเดินอาหารยังมีส่วนของตับด้วย _12-23(001-006)P3.indd 4 8/1/13 8:34 AM
  • 5. บทนำ� 5 ๗. ไตเป็นคู่อยู่ด้านบนของช่องว่างในส่วนล�ำตัว มีท่อไตและกระเพาะปัสสาวะ ๘. อวัยวะสืบพันธุ์ แยกเพศ แต่การผสมพันธุ์อาจจะเป็นทั้งแบบภายนอกและภายใน ล�ำตัว ๙. ระบบทางเดินเลือดเป็นแบบวงจรปิด มีหัวใจช่วยสูบฉีดโลหิตส่งออกไปตามเส้นเลือด ทั่วร่างกาย ภายในเม็ดเลือดมีสารประกอบของเหล็ก เรียกว่า ฮีโมโกลบิน (haemoglobin) ๑๐. ช่องว่างภายในล�ำตัว แบ่งออกเป็นส่วนตามอวัยวะที่อยู่ เช่น ช่องว่างในส่วนท้อง (abdominal cavity) เป็นที่อยู่ของระบบทางเดินอาหาร ช่องว่างในทรวงอก (pleural cavity) มีปอดอยู่ และช่องว่างรอบหัวใจ (pericardial cavity) ๑๑. มีระบบกล้ามเนื้อช่วยในการขับเคลื่อนและเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ได้แก่ กล้ามเนื้อลาย กล้ามเนื้อเรียบ และกล้ามเนื้อหัวใจ ๑๒. ระบบโครงกระดูกยังคงเป็นกระดูกอ่อนในขณะที่เป็นตัวอ่อนและถูกแทนที่ด้วยกระดูก แข็งเมื่อเจริญวัยขึ้น ๑๓. มีรยางค์คู่ไม่เกิน ๒ คู่ ๑๔. การแบ่งเป็นข้อและปล้องของร่างกายเห็นไม่ชัดเจนจากภายนอก เช่น ข้อกระดูก สันหลัง และมัดกล้ามเนื้อ สัตว์ในไฟลัมย่อยนี้แบ่งออกเป็น ๕ กลุ่มใหญ่ ๆ โดยเรียงล�ำดับวิวัฒนาการจากต�่ำไปสูง ได้แก่ ปลา (pisces) สัตว์ครึ่งบกครึ่งน�้ำ (amphibia) สัตว์เลื้อยคลาน (reptilia) นก สัตว์มีปีก เป็นขน (aves) และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน�้ำนม (mammalia) จะเห็นว่าปลาเป็นกลุ่มของสัตว์มีกระดูก สันหลังที่มีวิวัฒนาการต�่ำที่สุด จ�ำนวนและความมากน้อย ปลาเป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังที่มีมากทั้งชนิดและจ�ำนวน จากการค้นพบประมาณ กันว่ามีมากกว่าครึ่งหนึ่งของสัตว์มีกระดูกสันหลังที่มีชีวิตอยู่ในปัจจุบันทั้งหมด โดย Nelson (2006) คาดว่ามีสัตว์มีกระดูกสันหลังทั้งหมด ๕๔,๗๑๑ ชนิด ในจ�ำนวนนี้เป็นปลาประมาณ ๒๗,๙๗๗ ชนิด และในแต่ละปียังได้มีการค้นพบชนิดใหม่เพิ่มขึ้นอีก ในขณะที่สัตว์มีกระดูก สันหลังชนิดอื่นมีการค้นพบชนิดใหม่น้อยกว่า ในจ�ำนวนนี้เป็นปลาที่มีชีวิตอยู่ทั้งหมด ๕๑๕ ครอบครัว พบว่า ๙ ครอบครัวมีจ�ำนวนชนิดมากกว่า ๔๐๐ ชนิด (รวมประมาณ ๙,๓๐๒ ชนิด) ซึ่งคิดเป็นประมาณร้อยละ ๓๓ ของจ�ำนวนชนิดทั้งหมด ได้แก่ ครอบครัว Cyprinidae, Gobiidae, Cichlidae, Characidae, Loricariidae, Balitoridae, Serranidae, Labridae และ Scorpaenidae จะเห็นว่าใน ๙ ครอบครัวใหญ่นี้ประกอบด้วยปลาน�้ำจืดประมาณร้อยละ ๖๖ (ประมาณ ๖,๑๐๖ ชนิด) _12-23(001-006)P3.indd 5 8/1/13 8:34 AM
  • 6. 6 ปลา : ชีววิทยาและอนุกรมวิธาน จากการจ�ำแนกพบว่า มี ๖๔ ครอบครัวที่เป็น monotypic (ร้อยละ ๓๓ มีเพียง ครอบครัวละ ๒ ชนิดจาก ๑ หรือ ๒ สกุล) ในขณะที่อีก ๖๗ ครอบครัวมีจ�ำนวนชนิดครอบครัว ละ ๑๐๐ ชนิดหรือมากกว่า ในจ�ำนวนนี้มี ๓ ครอบครัวที่มีจ�ำนวนชนิดครอบครัวละมากกว่า ๑,๐๐๐ ชนิด มีจ�ำนวน ๑๕๑ ครอบครัวที่มีเพียง ๑ สกุล (จ�ำนวนชนิดรวมกัน ๕๘๗ ชนิด) มีครอบครัวที่มี ๑ สกุลและมีจ�ำนวนชนิดมากถึง ๕๔ ชนิด (Family Astroblepidae) อย่างไร ก็ตาม โดยเฉลี่ยแล้วในแต่ละครอบครัวจะมีจ�ำนวน ๕๔ ชนิด ความหลากหลาย ปลาอาศัยอยู่บนผิวโลกในส่วนที่เป็นแหล่งน�้ำธรรมชาติทั้งน�้ำจืด (freshwater) น�้ำกร่อย (brackish water) และน�้ำทะเล (saline water) ตั้งแต่บนภูเขาที่สูงจากระดับน�้ำทะเลมากกว่า ๕,๒๐๐ เมตร (ในทิเบต) จนถึงในมหาสมุทรที่มีความลึกมากกว่า ๗,๐๐๐ เมตร (ความกดจะ เพิ่มขึ้น ๑ บรรยากาศในทุกความลึกที่เพิ่มขึ้น ๑๐ เมตร) เช่น ทะเลสาบ Titicaca ที่สูงที่สุด ในโลก (อยู่สูงจากระดับน�้ำทะเล ๓,๘๑๑ เมตร บนเทือกเขาแอนดีสในทวีปอเมริกาใต้) ทะเลสาบ Baikal ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ลึกที่สุดในโลก (ลึก ๑,๗๐๐ เมตร อยู่ในทวีปเอเชีย) เกี่ยวกับความ เค็ม บางชนิดอาศัยในน�้ำจืดที่มีความเค็มเพียง ๐.๐๑ ส่วนในพัน บางชนิดอาศัยในน�้ำที่มี ความเค็มมากกว่า ๑๐๐ ส่วนในพัน (ความเค็มของน�้ำทะเลปกติคือ ๓๔ ถึง ๓๖ ส่วนในพัน) เกี่ยวกับความลึก บางชนิดอาศัยที่ผิวน�้ำ (surface) บางชนิดมุดลงไปใต้พื้นดิน (subterranean หรือ hypogean) บางชนิดอาศัยในบริเวณ deep-sea thermal vent ของมหาสมุทรแปซิฟิก ตะวันออก เกี่ยวกับอุณหภูมิ บางชนิดอาศัยใน hot soda lake ที่มีอุณหภูมิสูงถึง ๔๒.๕ องศาเซลเซียส บางชนิดอาศัยในทะเลขั้วโลกมีแผ่นน�้ำแข็งปกคลุมอยู่ข้างบนที่อุณหภูมิ –๒ องศาเซลเซียส ปลาแต่ละชนิดมีความสามารถในการทนต่อสภาพแวดล้อมไม่เท่ากัน บางชนิด ทนได้ในช่วงกว้าง บางชนิดสามารถทนได้ในช่วงแคบ นอกจากนี้ ยังมีปลาบางชนิดอาศัยใน ถ�้ำ (cave) บางชนิดหลบซ่อนใต้พื้น (underground) บางชนิดอาศัยบริเวณธารน�้ำที่ไหลเชี่ยว (torrential stream) ปลาหลายชนิดที่มีอวัยวะช่วยหายใจ (air-breathing organ) ท�ำให้สามารถ อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีอากาศจ�ำนวนน้อย เช่น ในน�้ำนิ่งตามหนองบึงต่าง ๆ ในขณะที่บางชนิด ต้องอยู่ในที่มีปริมาณออกซิเจนเพียงพอ จากความหลากหลายของสภาพที่อยู่อาศัย และปัจจัยด้านสภาวะแวดล้อมที่แตกต่างกัน ท�ำให้ปลามีรูปร่างลักษณะต่างกัน ปลาขนาดใหญ่ที่สุดในโลก คือ ปลาฉลามวาฬ (whale shark, Rhyncodon typus) มีความยาวมากกว่า ๑๒ เมตร ส่วนปลาขนาดเล็กที่สุดในโลก ที่ค้นพบในปัจจุบันคือ ปลาในกลุ่มตะเพียน ชื่อว่า Paedocypris progenetica เมื่อโตเต็มที่ มีขนาดเพียง ๗.๙ มิลลิเมตรเท่านั้น ปลาชนิดนี้อาศัยในประเทศอินโดนีเซีย และถือว่าเป็นสัตว์ มีกระดูกสันหลังที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลกอีกด้วย _12-23(001-006)P3.indd 6 8/1/13 8:34 AM

×