จิตรกรรม หมายถึง การวาดภาพระบายสีบนพื้นราบ โดยมี
สีและเส้นเป็นองค์ประกอบที่สําคัญในการแสดงออกซึ่งความงาม
มีช่างหรือจิตรกรเ...
ติดประดับให้เป็นภาพหรือลวดลายบนพื้นสีดําหรือสีแดงสีใดสีหนึ่งด้วยกรรมวิธีทางลายรดนํ้า ตัวอย่างลายรดนํ้าบนตู้พระธรรมสมัยธนบุ...
หลายมุมมอง๑
กล่าวคือ ในงานจิตรกรรมไทยประเพณีมักนําเสนอมุมมองในลักษณะมองจากที่สูงสู่ที่ตํ่าเพื่อให้ผู้ดูสามารถมองเห็น
รายละ...
รองรับเท้าม้า และพญามารมาขวางอยู่ด้านหน้าเพื่อห้ามมิให้ออก
ผนวช หรือ ทศชาติชาดก ตอน เตมียชาดก มักทําเป็นรูปพระเตมีย์
ยกราช...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

9789740331292

714 views

Published on

ความเข้าใจในจิตรกรรมไทยประเพณี

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
714
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2
Actions
Shares
0
Downloads
3
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

9789740331292

  1. 1. จิตรกรรม หมายถึง การวาดภาพระบายสีบนพื้นราบ โดยมี สีและเส้นเป็นองค์ประกอบที่สําคัญในการแสดงออกซึ่งความงาม มีช่างหรือจิตรกรเป็นผู้กําหนดเนื้อหา เรื่องราว รวมไปถึงการจัดวาง องค์ประกอบของภาพ จิตรกรรมไทยประเพณี คือ การวาดภาพ ระบายสี สะท้อนให้เห็นถึงเอกลักษณ์และภูมิปัญญาของช่างไทย โบราณที่มีการคิดค้นวัสดุ เทคนิค รูปแบบ ฯลฯ จนเกิดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของตนเอง เป็นที่ยอมรับ และสืบทอดจนกลาย เป็นประเพณี จิตรกรรมไทยประเพณีส่วนใหญ่เกิดจากความศรัทธาในพระพุทธศาสนา ที่เรียกว่าสร้างขึ้นเพื่อเป็น “พุทธบูชา” มักเขียน บนฝาผนังเพื่อประดับงานสถาปัตยกรรม เช่น เขียนในพระปรางค์ พระอุโบสถ วิหาร ศาลาการเปรียญ พระบรมมหาราชวัง ฯลฯ รวม เรียกว่า “จิตรกรรมฝาผนัง” หากเขียนในสมุดที่ทําจากกระดาษ เรียกว่า “ใบสมุด” หรือ “สมุดไทย” (ภาพที่ ๑) หากเขียนบนผืนผ้า เรียกว่า “พระบฏ” นอกจากนี้ยังมีการเขียนบนตู้พระธรรม บานแผละ หรืออื่น ๆ โดยเขียนด้วยเทคนิคสีฝุ่นตามวิธีการของช่าง ไทยแต่โบราณ เรื่องราวที่เขียนมักเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ได้แก่ พุทธประวัติ ไตรภูมิ ชาดก เป็นต้น จุดประสงค์ในการเขียนภาพจิตรกรรมไทยประเพณีนอกจาก ใช้ประดับงานสถาปัตยกรรมให้เกิดความงามแล้ว ยังเป็นช่องทาง ในการบอกเล่าหรือสั่งสอนเรื่องราวทางศาสนา ในขณะที่คน ส่วนใหญ่ยังไม่สามารถอ่านหนังสือได้การสั่งสอนผ่านภาพจะทําให้ คนเข้าใจได้ง่ายขึ้น ที่น่าสนใจคือจิตรกรรมไทยประเพณีทําให้ผู้ดูสามารถจินตนาการถึงสิ่งที่เป็นนามธรรมซึ่งเข้าใจได้ยากให้ ปรากฏเป็นรูปธรรมผ่านงานจิตรกรรม เช่น สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เขาพระสุเมรุ หรือนรกขุมต่าง ๆ ฯลฯ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีจริงบนโลกใบนี้ นอกจากนี้จิตรกรรมไทยประเพณียังมีวัตถุประสงค์เขียนขึ้นเพื่อ บันทึกศิลปวิทยาการต่าง ๆ ให้คนรุ่นหลังได้รับรู้อีกด้วย มีผลงานศิลปกรรมอีกประเภทหนึ่งที่นับว่าเป็นจิตรกรรมไทยได้เช่นกัน คือ จิตรกรรมลายเส้นที่เกิดจากการใช้วัสดุปลายแหลม ขูดขีดให้เกิดเป็นภาพโดยเน้นความงามของเส้นและรูปร่างมากกว่าการใช้สี เช่น ภาพลายเส้นจารบนหินชนวนที่เพดานทางเดินระหว่างผนังทางขึ้นมณฑปวัดศรีชุม จังหวัดสุโขทัย หรือภาพจารลายเส้น รูปเทวดารอบรอยพระพุทธบาทในมณฑปที่วัดตระพังทอง จังหวัดสุโขทัย เป็นต้น (ภาพที่ ๒) การลงรักปิดทอง หรือที่เรียกว่า การเขียนลายรดนํ้า ควรนับเป็นงานจิตรกรรมไทยประเพณีได้เช่นกัน โดยการใช้ทองคําเปลว
  2. 2. ติดประดับให้เป็นภาพหรือลวดลายบนพื้นสีดําหรือสีแดงสีใดสีหนึ่งด้วยกรรมวิธีทางลายรดนํ้า ตัวอย่างลายรดนํ้าบนตู้พระธรรมสมัยธนบุรี ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร (ภาพที่ ๓) จิตรกรรมไทยประเพณีจึงถือเป็นวิจิตรศิลป์ สาขาหนึ่ง ซึ่ง สะท้อนให้เห็นวัฒนธรรมอันดีงามของไทย มีคุณค่าทางศิลปะ สุนทรียะ และเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาค้นคว้าเรื่องราวในอดีต ที่เกี่ยวกับความเชื่อ ศาสนา รวมทั้งประวัติศาสตร์และชีวิตความ เป็นอยู่ของผู้คนในแต่ละยุคสมัย อย่างไรก็ตาม ในการศึกษางานจิตรกรรมไทยประเพณีมีข้อจํากัดอยู่หลายประการ ได้แก่ การกําหนดอายุของงานจิตรกรรมและการระบุตัวผู้สร้างงานโดยเฉพาะผลงานก่อนหน้าพุทธศตวรรษที่ ๒๕ ขึ้นไป เนื่องจากจิตรกรรมไทยประเพณีส่วนใหญ่เขียนขึ้นเพื่อเป็น พุทธบูชาโดยไม่ระบุตัวผู้วาด ทําให้การศึกษาลักษณะร่วมบางประการเพื่อใช้เป็นมาตรฐานในการกําหนดอายุของผลงานนั้น ๆ ทําได้ยาก ยิ่งงานจิตรกรรมที่ปรากฏในอาคารที่มีการใช้สอยต่อเนื่องและผ่านการซ่อมแซมโดยช่างในชั้นหลัง ๆ จนบดบังรูปแบบดั้งเดิมทําให้ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมากในการศึกษารูปแบบและการกําหนดอายุ รูปแบบและเอกลักษณ์ของจิตรกรรมไทยประเพณี จิตรกรรมไทยประเพณีรับรูปแบบและเทคนิคมาจากหลายแหล่ง ได้แก่ ศิลปะอินเดีย ศิลปะพุกาม และศิลปะจีน นํามาปรับปรุงจนเกิดเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง รูปแบบและเอกลักษณ์ของจิตรกรรมไทยประเพณีที่เด่นชัด ได้แก่ ๑. มีลักษณะเป็นอุดมคติ (Idealistic) อันเกิดจากการประดิษฐ์ของช่างให้มีลักษณะเหนือจริง ตัวพระและตัวนางซึ่งเป็น ตัวละครสําคัญตามท้องเรื่องจะได้รับการออกแบบด้วยลีลาที่งามสง่า อ่อนช้อยแบบนาฏลักษณ์ (Dramatic) มีการแสดงอารมณ์ความรู้สึก ด้วยอากัปกิริยาท่วงท่ามากกว่าการแสดงออกทางสีหน้าแบบ เหมือนจริงดังที่ปรากฏในจิตรกรรมตะวันตก ตัวอย่างเช่น จิตรกรรม สุวรรณสามชาดก จากพระอุโบสถวัดเครือวัลย์วรวิหาร กรุงเทพฯ ตอนพระบิดาของสุวรรณสามกําลังเศร้าโศกเมื่อทราบว่าสุวรรณสาม ต้องศรพระราชากปิลยักข์ (ภาพที่ ๔) ในขณะที่ตัวละครซึ่งเป็น ตัวร้ายมักใช้ยักษ์หรือมารเป็นสัญลักษณ์ และแสดงออกด้วยใบหน้าท่าทางที่ขึงขัง บึกบึน การวาดภาพสัตว์มีทั้งการวาดเลียนแบบของจริงโดยจับ ลักษณะเด่นและอากัปกิริยาท่าทางมาถ่ายทอด และประดิษฐ์ขึ้นใหม่ ตามความคิดสร้างสรรค์ของช่าง เช่น คชสีห์ ซึ่งเป็นสัตว์ในป่าหิมพานต์ เป็นสัตว์ที่เกิดจากการผสมลักษณะของช้างและราชสีห์ เป็นต้น ตัวอย่างภาพคชสีห์ในฉากมารผจญ จิตรกรรมฝาผนัง วัดช่องนนทรี กรุงเทพฯ (ภาพที่ ๕) หรือการเขียนนํ้า ก่อนหน้าที่จะมีการรับเอารูปแบบ การไล่นํ้าหนักแสงเงาแบบตะวันตก ช่างไทยวาดคลื่นนํ้าด้วยลายเส้นคล้ายเกล็ดปลาซ้อนกันไปมาได้อย่างน่าชม สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความคิดสร้างสรรค์ของช่างที่ดัดแปลงความเป็นจริงผนวกกับความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการจนเกิดเป็นรูปแบบควา มงามเฉพาะตัว ๒. มักแสดงภาพคล้ายกับการมองจากที่สูงลงสู่ที่ตํ่า หรือที่เรียกว่า Aerial Perspective หรือที่เรามักคุ้นว่า ทัศนียภาพแบบ ตานกมอง (Bird’s Eye View) ซึ่งเป็นการวาดให้ผู้ชมเห็นได้
  3. 3. หลายมุมมอง๑ กล่าวคือ ในงานจิตรกรรมไทยประเพณีมักนําเสนอมุมมองในลักษณะมองจากที่สูงสู่ที่ตํ่าเพื่อให้ผู้ดูสามารถมองเห็น รายละเอียดให้มากที่สุดเท่าที่จะทําได้เช่น ในฉากเดียวกันผู้ดู สามารถมองเห็นบ้านเรือนได้ทุกหลังโดยมองเข้าไปทางประตูและหน้าต่าง แลเห็นชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนที่อยู่ในภาพได้อย่าง ทั่วถึงโดยไม่ทับซ้อนกันเหมือนจิตรกรรมแบบตะวันตก ตัวอย่างเช่น ภาพเวสสันดรชาดก จิตรกรรมในพระอุโบสถวัดหน่อพุทธางกูร จังหวัดสุพรรณบุรี (ภาพที่ ๖) ๓. มักแสดงภาพ ๒ มิติ คือ กว้างและยาว โดยไม่แสดง แสงเงาตามธรรมชาติ ไม่แสดงเวลาว่าเป็นกลางวันหรือกลางคืน และ ไม่สนใจการเขียนให้ถูกตามสัดส่วนใหญ่-เล็กเพื่อแสดงระยะใกล้- ไกลของภาพตามหลักทัศนียวิทยา (Perspective) แบบตะวันตก การระบายสีตัวภาพใช้สีแบนเรียบ๒ มีการใช้สีอ่อน-เข้มในการ ระบายสีตัวบุคคลเพื่อแสดงความสําคัญของตัวละครนั้น ๆ ถ้าเป็น ตัวละครเอก ได้แก่ พระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ฯลฯ มักปิดด้วย ทองคําเปลวและตัดเส้นลวดลายไปตลอดทั้งภาพ โดยเส้นที่ใช้วาด มีการสลับนํ้าหนักของสีและขนาดของเส้นไปมาเพื่อให้เกิดความ กลมกลืนกัน ความอ่อนช้อยงดงามและความฉับไวของเส้นแสดงถึง ความเจนจัดชํานิชํานาญของช่างที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี ๔. จิตรกรรมไทยประเพณีเป็นภาพเขียนแบบเล่าเรื่อง ต่อกันไปทั้งผนังโดยใช้เส้นสินเทา พุ่มไม้ท้องฟ้า ภูเขา โขดหิน หรือสัญลักษณ์อื่น ๆ เป็นตัวแบ่งฉากหรือเรื่องราวโดยไม่มีการขีด เส้นกรอบของภาพแบบจิตรกรรมตะวันตก เนื่องจากงานจิตรกรรม ไทยประเพณีส่วนใหญ่เขียนเรื่องราวที่เกี่ยวกับพุทธประวัติ ชาดก ฯลฯ ซึ่งเป็นการเล่าเรื่องเป็นตอน ๆ ช่างผู้วาดจึงต้อง ออกแบบจัดวางภาพให้เหมาะสมกับพื้นที่ว่างบนผนังและใช้ ทิวทัศน์ธรรมชาติ เช่น ต้นไม้โขดหิน ปราสาท ราชวัง ฯลฯ รวมทั้งประดิษฐ์ “เส้นสินเทา” เป็นตัวแบ่งฉากและเชื่อมประสาน ให้เกิดเอกภาพเพื่อให้ผู้ชมเข้าใจเรื่องราวและรับรู้ถึงความงามได้ ในเวลาเดียวกัน ตัวอย่างการใช้เส้นสินเทาเป็นตัวแบ่งฉากในมหาชนกชาดก จิตรกรรมฝาผนังวัดช่องนนทรี กรุงเทพฯ (ภาพที่ ๗) ๕. ในการวาดภาพจิตรกรรมไทยประเพณีมักใช้สัญลักษณ์ ซํ้า ๆ เพื่อสื่อความหมายแทนตอนใดตอนหนึ่ง เช่น พุทธประวัติ ตอนมหาภิเนษกรมณ์ (การออกบรรพชาของพระพุทธเจ้า) ช่าง มักวาดรูปเจ้าชายสิทธัตถะทรงม้ากัณฐกะโดยมีท้าวจตุโลกบาล 1 ๑Ringis Rita, Thai Temples and Temple murals (New York: Oxford University press), 1990, p. 90. 2 ๒ Ibid., p. 90.
  4. 4. รองรับเท้าม้า และพญามารมาขวางอยู่ด้านหน้าเพื่อห้ามมิให้ออก ผนวช หรือ ทศชาติชาดก ตอน เตมียชาดก มักทําเป็นรูปพระเตมีย์ ยกราชรถด้วยพระหัตถ์ข้างเดียวขึ้นกวัดแกว่ง เป็นต้น ลักษณะ ดังกล่าวจะได้รับการเขียนขึ้นซํ้า ๆ โดยมีองค์ประกอบคล้ายคลึงกันในแต่ละวัด ทําให้ผู้ชมเข้าใจเนื้อหาของภาพได้โดยง่าย

×