9789740331186

346 views

Published on

Published in: Education
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
346
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
3
Actions
Shares
0
Downloads
3
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

9789740331186

  1. 1. 1. ที่มาและความสําคัญ สังคมทุกสังคมตางมีระเบียบ ธรรมเนียมแบบแผน และบรรทัดฐาน ความประพฤติไวเปนแนวทางปฏิบัติสําหรับสมาชิกของตน ขณะเดียวกัน เมื่อสมาชิกคนใดไมปฏิบัติตามกฎ กติกาที่สังคมกําหนดไว สังคมอาจใชอํานาจ ควบคุมสังคมของตน (social sanction) จัดการความขัดแยงที่เกิดขึ้นไดใน ระดับหนึ่ง หรืออาจใช “รัฐ” ที่สังคมมอบอํานาจใหเปนผูดําเนินการใชอํานาจ ควบคุมสังคมแบบเปนทางการ (formal social sanction) แทน เนื่องจากรัฐ มีศักยภาพความพรอม และมีกลไกรองรับคือ “กฎหมาย” เปนเครื่องมือที่สําคัญ ยิ่งในการระบุวาพฤติกรรมใดเปนการกระทําความผิดตามกฎหมายที่รัฐกําหนด อันเปนพฤติกรรมที่ไมพึงปรารถนาของรัฐและสังคม รวมทั้งไดรับอํานาจหนาที่ ที่จะนําบทบังคับโทษ และมาตรการแทนโทษรูปแบบตาง ๆ ตามที่กําหนดไว ในกฎหมายมาทําการตอบโต ตอตาน บังคับ ควบคุม หรือปฏิบัติตอผูกระทําการ ลวงละเมิดกฎเกณฑของสังคมเหลานั้น โดยมีวัตถุประสงคเพื่อใหผูกระทําผิด เกิดความหลาบจําไมกระทําผิดอีก เพื่อไมใหเปนเยี่ยงอยางแกผูอื่นในสังคม ทําใหเกิดการชดใชเยียวยาแกเหยื่ออาชญากรรมหรือผูเสียหาย และเพื่อปกปอง คุมครองสิทธิของคนสวนใหญที่รักษากฎเกณฑเหลานั้นไปพรอม ๆ กัน ซึ่งชุด กลไกของสังคมที่รับผิดชอบตอการบังคับใชกฎหมายนี้คือ กระบวนการยุติธรรม ในสังคม หรือหากจะจัดกระบวนการยุติธรรมเขาไวในโครงสรางสังคม กลไก สําคัญสวนนี้ก็ไดรับการกําหนดใหเปนสถาบันทางสังคมสถาบันหนึ่ง รูจักกัน ในนาม “กระบวนการยุติธรรมหรือกระบวนการยุติธรรมหลัก” (criminal บทนํา
  2. 2. 2 ระบบยุติธรรมและยุติธรรมทางเลือก : แนวการวิเคราะหเชิงสังคมศาสตรรร justice) “กระบวนการยุติธรรมเชิงสถาบัน” (institutional criminal justice) บางเรียกวา “กระบวนการยุติธรรมกระแสหลัก” (mainstream criminal justice) นับเนื่องจาก ค.ศ. 1970 เปนตนมา สังคมเกิดกระแสแนวคิดเชิงวิพากษ และตั้งคําถามตอกระบวนการยุติธรรมหลัก โดยเริ่มตนขึ้นในสังคมตะวันตก และ แพรกระจายสูสังคมตะวันออกที่ใชกระบวนการยุติธรรมรูปแบบซึ่งไดรับอิทธิพล จากตะวันตกตั้งแตสมัยหลังยุคลาอาณานิคม วากระบวนการยุติธรรมรูปแบบนี้ สามารถทาบทับอธิบายความยุติธรรมไดมากนอยเพียงใด ผูคนที่มีความไมเทา เทียมกันในสังคมจะสามารถเขาถึงความยุติธรรม และใชบริการจากกระบวนการ ยุติธรรมไดอยางเสมอภาคเปนธรรมหรือไม นอกจากนี้การที่กระบวนการ ยุติธรรมที่มีลักษณะดึงคดีความเขาสูระบบใชระยะเวลานาน และเนนการจํากัด อิสรภาพคน จะตองระดมสรรพทรัพยากรเพื่อใหสามารถรองรับปริมาณคดีที่เพิ่ม สูงขึ้นตามกระแสการพัฒนาทางสังคมและวัฒนธรรมมากนอยเพียงใด ฯลฯ คําถามเหลานี้เปนปจจัยเรงประการหนึ่งที่ทําใหเกิดการคิดคนแสวงหาชอง ทางออกหรือแนวทางการแกไขปญหาคดีความลนกระบวนการยุติธรรมที่ตั้งรับ อยูปลายทางของปญหาสังคมทุกรูปแบบ แนวทางดังกลาวพัฒนาไปในทิศทาง ที่มีการถกเถียงทางวิชาการระดับนานาชาติอยางกวางขวาง และไดขอสรุปวา ควรแกไขปญหาในรูปของ การหันเหคดี (diversion) รวมทั้งการนํา ยุติธรรม ทางเลือก (alternative to justice) มาใช ซึ่งยุติธรรมทางเลือกรวมสมัยที่ สําคัญ ๆ ไดแก ยุติธรรมชุมชน (community justice) และ ยุติธรรมเชิง สมานฉันท (restorative justice) ซึ่งไมอาจปฏิเสธไดวาการใชกระบวนการ ยุติธรรมทางเลือกเหลานี้ สวนหนึ่งนั้นไดรับอิทธิพลจากแนวคิดเชิงสังคมศาสตร แนววิพากษ แนวหลังสมัยใหม และแนวสันติวิธี ที่พยายามตั้งคําถาม วิพากษ และเสนอแนะการคืนความเปนมนุษย (humanization) เขาสูระบบยุติธรรม ในสังคมใหมากยิ่งขึ้นกวาเดิมที่อธิบายผลผลิตของการอํานวยความยุติธรรมใน
  3. 3. บทที่ 1 บทนํา 3 า รูปของคดีความ สํานวนคดี และจํานวนผูกระทําผิดกฎหมายที่มีความถี่และ ความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ปรากฏการณการเคลื่อนยายแนวคิดและแนวทางการอํานวยความ ยุติธรรมจากที่ใหความสําคัญแกรัฐในการจัดการความขัดแยงผานทาง กระบวนการยุติธรรมกระแสหลักไปสูการใหบทบาทความสําคัญแกชุมชน เพื่อทําหนาที่จัดการความขัดแยงบางลักษณะเพิ่มมากขึ้นอยางตอเนื่อง ทั้งมี การทบทวนรื้อฟนรูปแบบและแนวทางการอํานวยความยุติธรรมดั้งเดิม กอนที่จะใชกระบวนการยุติธรรมหลักเชนที่เปนอยู โดยนํารูปแบบตาง ๆ มา ประยุกตในฐานะระบบยุติธรรมทางเลือกดังกลาวนี้ เปนปรากฏการณที่ นักวิชาการดานอาชญาวิทยาและงานยุติธรรมสนใจศึกษาวิจัยอยางมาก เพราะ การเปลี่ยนแปลงระบบ รูปแบบ วิธีการอํานวยความยุติธรรมในสังคมไปจาก “กระแสหลัก” ที่ครอบครองวิธีคิดวิธีปฏิบัติของคนในสังคมมาเปนเวลา ยาวนานกวา 5 ศตวรรษนั้น ยอมมีเหตุปจจัยและมีความสัมพันธเชื่อมโยง กับแนวคิดตลอดจนกลไกทางสังคมที่หลากหลาย ซึ่งในชั้นนี้ผูวิจัยสนใจ ที่จะศึกษาโดยใชแนวการวิเคราะหเชิงสังคมศาสตรเพื่ออธิบายวา ลักษณะ การเปลี่ยนแปลงของกระบวนการยุติธรรมกระแสหลักในสังคมเปนอยางไร และการเกิดขึ้นของกระบวนการยุติธรรมทางเลือกดังกลาวในสังคมโลกซึ่ง สงอิทธิพลตอเนื่องถึงสังคมไทยรวมสมัยอยูในขณะนี้ไดรับอิทธิพลจากกลุม แนวคิดสังคมศาสตรสมัยใหมใดบางและอยางไร รวมทั้งนวัตกรรมยุติธรรม ทางเลือกรวมสมัยที่สําคัญ ๆ มีลักษณะอยางไร โดยองคความรูดังกลาวจะ เปนประโยชนตอการพัฒนานโยบายอาญาและการยุติธรรมของประเทศ รวมทั้งพัฒนาองคความรูดานสังคมวิทยา อาชญาวิทยาและงานยุติธรรม กฎหมาย และรัฐศาสตร ตลอดจนสามารถใชเปนแหลงศึกษาคนควาอางอิงทาง วิชาการที่เชื่อถือไดตอไป
  4. 4. 4 ระบบยุติธรรมและยุติธรรมทางเลือก : แนวการวิเคราะหเชิงสังคมศาสตรรร อนึ่ง การศึกษาระบบยุติธรรมและยุติธรรมทางเลือกโดยใชแนว การวิเคราะหเชิงสังคมศาสตรครั้งนี้จึงเปนการเปลี่ยนมุมมองในการศึกษา งานดานการยุติธรรมในสังคมไทยไปจากเดิมที่ผูกโยงและใหความสําคัญกับ นิติศาสตรเปนหลักในการศึกษาเพียงศาสตรเดียว เนื่องจากการใชแนว การวิเคราะหเชิงสังคมศาสตรครั้งนี้มีลักษณะสําคัญ คือ 1) มีลักษณะเปน พฤติกรรมศาสตร (behavioural science) ที่มุงศึกษาพฤติกรรมทางสังคม โดยใชทฤษฎีอาชญากรรมและการควบคุมสังคมอธิบายพฤติกรรมทางสังคม วาดวยการกระทําผิดกฎหมายและการจัดการตอพฤติกรรมการกระทําผิด ดวยกระบวนการยุติธรรมในฐานะสถาบันหลักที่ทําหนาที่ควบคุมสังคม 2) มี ลักษณะเปนการอธิบายความหมายความเขาใจโลกผสมผสานกับการตีความ (interpretivist) จากมุมมองที่แตกตางออกไปตามนัยของนักสังคมวิทยา ในเรื่องอาชญากรรมและงานยุติธรรมวาผูคนในสังคมที่มีกรอบบรรทัดฐาน และอยูภายใตกฎหมายเดียวกันกลายมาเปนผูฝาฝนกฎหมาย กระทําความผิด และเขาสูกระบวนการยุติธรรมไดอยางไร ใครบางที่เขาขายมีแนวโนมที่จะ กลายเปนอาชญากรในอนาคต ทั้งนี้เพื่อชี้ใหเห็นวาอาชญากรรมและกระบวนการ ยุติธรรมมีลักษณะเปนพลวัตผันแปรไปตามการเปลี่ยนแปลงของภูมิภาคและ สังคมโลก รวมทั้งบริบททางประวัติศาสตรและวัฒนธรรม ไมใชมีลักษณะ หยุดนิ่งอยูกับที่ ขณะที่บรรทัดฐานทางสังคมโดยเฉพาะกฎหมายมีลักษณะ คงที่ ความลาชาในการปรับตัวของกฎหมายที่ไมสอดคลองกับการเปลี่ยนแปลง ทางสังคมเปนอยางไร และกอใหเกิดผลกระทบอยางไร และ 3) มีลักษณะเปน การเปรียบเทียบเชิงสังคมวิทยากฎหมาย (Sociology of Law Comparation) คือ การจําแนกและเรียนรูจากกฎเกณฑ แนวคิด และแนวทางปฏิบัติที่เรียกวา กระบวนการยุติธรรม จากขอบเขตอํานาจของกฎหมายหรือชุดกฎเกณฑทาง สังคมกระแสหลักและกระแสทางเลือกที่แตกตางออกไป
  5. 5. บทที่ 1 บทนํา 5 า 2. ขอบเขตและวิธีการ หนังสือเลมนี้มุงอธิบายลักษณะการเปลี่ยนแปลงของกระบวนการยุติธรรม กระแสหลักในสังคม ความสัมพันธระหวางรัฐ กฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และสังคม และการเกิดขึ้นของกระบวนการยุติธรรมทางเลือกในสังคมรวมสมัย โดยใชแนวการวิเคราะหทางสังคมศาสตรเปนสําคัญ ซึ่งจะอธิบายประเด็น กฎหมายเทาที่เกี่ยวของจําเปน และเนนกระบวนการยุติธรรมทางอาญาเปน สําคัญ โดยทําการศึกษาวิจัยจากตําราและเอกสารตาง ๆ (documentary research) ประกอบการวิเคราะหอธิบายปรากฏการณทางสังคมและตีความ ขอมูลพรอมนําเสนอตัวอยางประกอบ โดยใชแนวการวิเคราะหเชิงสังคมศาสตร ครั้งนี้ใชทฤษฎีโครงสรางหนาที่ (structural-functional theory) ทฤษฎีพันธะ ทางสังคม (social bonding theory) แนวคิดอาชญาวิทยาแนววิพากษ (critical criminology) แนวคิดอาชญาวิทยาแนวหลังสมัยใหม (postmodern criminology) และแนวคิดอาชญาวิทยาแนวสันติวิธี (peacekeeping criminology) เปนสําคัญ ทั้งนี้แนวคิดทฤษฎีที่ใชประกอบการอธิบายประเด็น ที่เกี่ยวของจะปรากฏอยูในบทตาง ๆ 3. การจัดเรียงบท เพื่อใหผูศึกษาเขาใจแนวคิดพื้นฐานตาง ๆ เกี่ยวกับระบบยุติธรรมวา มีลักษณะอยางไร และในชวงเวลาสําคัญ ๆ ที่ผานมาระบบยุติธรรมบนเสนทาง แหงการเปลี่ยนแปลงมีลักษณะอยางไร อะไรเปนเหตุปจจัยใหเกิดการ เปลี่ยนแปลง และในชวงเวลาเปลี่ยนผานดังกลาว ระบบยุติธรรมทางเลือกได ถือกําเนิดขึ้นมาอยางไร มีแนวคิดทฤษฎีใดสนับสนุน รวมทั้งมีหลักการสําคัญ และรูปแบบวิธีการทํางานอยางไร จึงไดจัดเรียงบทเปนกลุมตาง ๆ เพื่อรวมกัน อธิบายประเด็นหลัก หรือตอบคําถามสําคัญ ๆ 3 กลุมดวยกันดังนี้
  6. 6. 6 ระบบยุติธรรมและยุติธรรมทางเลือก : แนวการวิเคราะหเชิงสังคมศาสตรรร 3.1 การอธิบายลักษณะการเปลี่ยนแปลงของกระบวนการ ยุติธรรมกระแสหลักในสังคม ประกอบดวยบทที่ 2 กระบวนการยุติธรรม : หลักการและแนวคิด กลาวถึงแนวคิดและตัวแบบตาง ๆ ที่เกี่ยวของกับ กระบวนการยุติธรรมในสังคม รวมทั้งหลักการสําคัญ ๆ ที่เปนฐานคติ ใหกระบวนการยุติธรรมดํารงอยูในสังคมทั้งแนวคิดเรื่องความยุติธรรม แนวคิด การควบคุมสังคม กฎหมายกับสังคม กระบวนการยุติธรรมกับสังคม หลักการ และระบบการดําเนินคดีอาญา ลวนเปนฐานคติสําคัญตามหลักปรัชญา หลักสังคมวิทยา และหลักกฎหมายที่รวมกันใชอธิบายลักษณะของความยุติธรรม และกระบวนการยุติธรรมที่สังคมใชเปนกลไกเขาถึงความยุติธรรมที่ผูกโยง ความสัมพันธระหวางรัฐกับกฎหมาย และสังคมเขาดวยกันอยางเปนระบบ บทที่ 3 วาดวยกระบวนการยุติธรรมกระแสหลัก กลาวถึงลักษณะ ของกระบวนการยุติธรรมกระแสหลักในมิติกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ระบบ งานยุติธรรมทางอาญา และองคการยุติธรรมทางอาญา ซึ่งขึ้นกับฐานคติที่ใชใน การวิเคราะหอธิบายกระบวนการยุติธรรม นอกจากนี้ไดอธิบายถึงองคประกอบ ของระบบงานยุติธรรมทางอาญา บทบาทและอํานาจหนาที่ของหนวยงาน สําคัญ ๆ ในระบบงานยุติธรรมไทย การบริหารงานยุติธรรม การดําเนิน กระบวนการยุติธรรมทางอาญาในสังคมไทย เริ่มตั้งแตการสอบสวนคดีอาญา การฟองคดีอาญา การบังคับใหเปนไปตามคําพิพากษา ทนายความกับ การดําเนินคดีอาญา ลวนเปนแบบแผนตามธรรมเนียมปฏิบัติของกระบวนการ ยุติธรรมกระแสหลักทั้งสิ้น อยางไรก็ตาม การดําเนินคดีอาญาตามระบบยุติธรรม กระแสหลักนี้จําเปนตองมีการคุมครองสิทธิของประชาชนในกระบวนการ ยุติธรรม และการใหความชวยเหลือเยียวยาในคดีอาญาทั้งแกผูถูกกลาวหา และผูเสียหายประกอบกัน เพื่อใหเกิดความเทาเทียมกันของทุกฝายกอนเขา สูการดําเนินกระบวนการยุติธรรมตามแนวคิดกระแสหลักนี้ตอไปจนสิ้นสุด กระบวนการ
  7. 7. บทที่ 1 บทนํา 7 า บทที่ 4 สืบคนภูมิหลังและจุดเปลี่ยนของระบบยุติธรรมไทย กลาวถึง ความสัมพันธระหวางระบบงานยุติธรรมและกฎหมายมีพัฒนาการรวมกัน ผานชวงเวลาและยุคสมัยตางๆ ของสังคมไทยตั้งแตครั้งกรุงสุโขทัยจนกระทั่ง ปจจุบัน บทที่ 5 พัฒนาการความสัมพันธของกระบวนการยุติธรรมกับรัฐ และสังคมไทย กลาวถึงพัฒนาการความสัมพันธ 2 ยุคสมัย โดยชวงแรก เปน ยุคของรัฐโบราณกับสังคมและกระบวนการยุติธรรม ที่ใชกฎหมายตามแนว คัมภีรพระธรรมศาสตรตั้งแตสมัยกรุงสุโขทัยถึงชวงเวลากอนปฏิรูประบบกฎหมาย และศาลยุติธรรม ในสมัยรัชกาลที่ 5 แหงกรุงรัตนโกสินทร และชวงที่ 2 เปน ยุคของรัฐชาติกับสังคมและกระบวนการยุติธรรม ตามแนวกฎหมายตะวันตก ของ John Austin ชาวอังกฤษ เริ่มตั้งแตสมัยหลังปฏิรูประบบกฎหมายและ ศาลยุติธรรม ในสมัยรัชกาลที่ 5 ถึงปจจุบัน 3.2 การอธิบายการเกิดขึ้นของกระบวนการยุติธรรมทางเลือก ในสังคมโลกและสังคมไทย ประกอบดวยบทที่ 6 วิกฤติกระบวนการยุติธรรม กระแสหลักในสังคมไทย กลาวถึงปญหาของกระบวนการยุติธรรมรวมสมัย ซึ่งมิใชปญหาที่เกิดขึ้นใหม ไดแก ปญหาการเปลี่ยนผานของกระบวนทัศน การยุติธรรม ปญหาดานกฎหมาย ปญหาดานการบังคับใชกฎหมาย ปญหาดาน การบริหารงานยุติธรรม ปญหาดานบุคลากรยุติธรรม แตบางปญหาก็เปน เรื่องที่เพิ่งจะปรากฏใหเห็น ไดแก ปญหาการเปลี่ยนแปลงทิศทางและแนวโนม อาชญากรรมในสังคมจากอาชญากรรมพื้นฐานสูองคกรอาชญากรรม และปญหา ดานสิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งมีกรณีศึกษาตาง ๆ เกิดขึ้น ในประเทศไทยในชวงทศวรรษรวมสมัยนี้ บทที่ 7 ยุติธรรมทางเลือก : หลักการและความสําคัญ กลาวถึงการ ที่กระบวนการยุติธรรมทางเลือกหวนกลับมาสูความนิยมของสังคมโลกและ
  8. 8. 8 ระบบยุติธรรมและยุติธรรมทางเลือก : แนวการวิเคราะหเชิงสังคมศาสตรรร สังคมไทยอีกครั้งนั้นไดกระตุนใหวงการวิชาการมีการทบทวนองคความรูดาน แนวคิด ทฤษฎี และการทํางานของกระบวนการยุติธรรมทางเลือกใหมี ความชัดเจนยิ่งขึ้น ขณะที่ทางปฏิบัติไดมีการนําแนวคิดนี้ไปปรับใชดวย การกําหนดมาตรการและดําเนินกิจกรรมรูปแบบตางๆ ในระยะตอมา ทั้งในดาน การคุมครองสิทธิเสรีภาพ ใหความเปนธรรมทางสังคม แกไขปญหาความขัดแยง แกคูกรณี และปองกันแกไขปญหาอาชญากรรม 3.3 การศึกษาแนวคิดและหลักการของนวัตกรรมยุติธรรมทาง เลือกรวมสมัยรูปแบบสําคัญๆ และอธิบายความสัมพันธระหวางยุติธรรม ทางเลือกกับกระบวนการยุติธรรมกระแสหลัก ประกอบดวย บทที่ 8 ยุติธรรมเชิงสมานฉันท (Restorative Justice) กลาวถึง การคงอยูและการลมสลายของแนวคิดที่สนับสนุนใหผูกระทําผิดชดใชคาเสียหาย แกผูเสียหายในสังคมโลกที่มีลักษณะเปลี่ยนแปลงไปในแตละยุคสมัย อยางไร ก็ตาม ในศตวรรษที่ผานมา ทั้ง ๆ ที่ความสนใจสังคมมุงปฏิรูปการลงโทษผูกระทํา ผิดไปสูวิธีการที่มีมนุษยธรรมมากขึ้น คือปรับจากวิธีการแกแคนทดแทน (retribution) เปนการแกไขฟนฟู (rehabilitation) ในทางตรงกันขาม การให ความสําคัญและดูแลเอาใจใสผูเสียหายและการมีสวนรวมของชุมชนในการแกไข ปญหาอาชญากรรมกลับลดลง จนกระทั่งคริสตทศวรรษที่ 1970 เปนตนมา กรอบทรรศนะดังกลาวเริ่มมีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง คือกลับไปสู การใหความสําคัญแกผูเสียหายและชุมชน บทที่ 9 ยุติธรรมชุมชน (Community Justice) กลาวถึงการรื้อฟน แนวคิดยุติธรรมชุมชนกลับมาใชในสังคมไทยอีกครั้ง นับเปนกาวยางสําคัญ สําหรับการปฏิรูประบบงานยุติธรรมไทยบนเสนทางแหงการเปลี่ยนแปลงที่ เล็งเห็นคุณคาของพลังเครือขายชุมชน เห็นความสําคัญของการเปดพื้นที่ชุมชน เพื่ออํานวยความยุติธรรมแกกันและกัน รวมทั้งนํายุติธรรมเชิงจารีตตาม
  9. 9. บทที่ 1 บทนํา 9 า ธรรมเนียมประเพณีที่เคยใชไดผลในการประสานสัมพันธภาพทางสังคมของ คนในชุมชนเขาดวยกันเชนในอดีตที่ผานมา และที่สําคัญยุติธรรมชุมชนจะ เปนระบบยุติธรรมแหงอนาคตที่ไดรับการออกแบบใหมีความเขมแข็งดวยพลัง เครือขายความสัมพันธของสมาชิกชุมชนทุกกลุมทุกระดับเพื่อรองรับกระแส โลกาภิวัตนที่เปลี่ยนแปลงสังคมโลกดวยเทคโนโลยีและระบบขอมูลขาวสาร ซึ่งทําใหรัฐเล็กลงจนอาจมีอํานาจควบคุมชุมชนไดนอยลงทุกขณะ บทที่ 10 บทวิเคราะหกระบวนการยุติธรรมและยุติธรรมทางเลือก กับสังคมไทย กลาวถึงลักษณะการเปลี่ยนแปลงของกระบวนการยุติธรรมกระแส หลักในสังคม การเกิดขึ้นของกระบวนการยุติธรรมทางเลือกในสังคมโลก และสังคมไทย ความสัมพันธของนวัตกรรมยุติธรรมทางเลือกรวมสมัย ไดแก ยุติธรรมเชิงสมานฉันทและยุติธรรมชุมชนกับกระบวนการยุติธรรมกระแส หลัก ตลอดจนการนํายุติธรรมทางเลือกมาแกไขปญหาบางประการของ กระบวนการยุติธรรมกระแสหลักเพื่ออํานวยความยุติธรรมตามกฎหมาย ทําให เกิดความเปนธรรมทางสังคม (social justice) และทําหนาที่ในการคุมครอง ปองกันสังคมใหปลอดภัยจากอาชญากรรมและการกระทําผิดตาง ๆ เปนสําคัญ อนึ่ง องคความรูที่ไดจากการศึกษาวิเคราะหและอธิบายดังกลาวจะ เปนประโยชนตอวงการสังคมวิทยา อาชญาวิทยาและงานยุติธรรม และ สังคมไทย ซึ่งทําใหเขาใจพัฒนาการความสัมพันธระหวางผูแสดงสําคัญ ๆ ที่เปน ผูทรงอํานาจตางชวงเวลาที่มีตอกันและตอกระบวนการยุติธรรมไทย ตลอดจน สามารถใชองคความรูดังกลาวเปนแหลงศึกษาคนควาอางอิงทางวิชาการที่ เชื่อถือไดตอไป
  10. 10. 10 ระบบยุติธรรมและยุติธรรมทางเลือก : แนวการวิเคราะหเชิงสังคมศาสตรรร

×