บทนําพอล เคล (Paul Klee, ค.ศ. 1879-1940) ชือผลงาน Seneclo, 1922                                      ่ผลงานจิตรกรรมสีนามัน...
บทนํา                                     INTRODUCTION        คุณสมบัตดงเดิมตามธรรมชาติของคน หรือเรียกวาสัญชาตญาณ เปนสิง...
สุ น ท รี ย ศ า ส ต ร์    A E S T H E T I C S       กอนทีจะกลาวถึงสุนทรียศาสตร ซึงมีผลจากศาสตรหลายศาสตรเขามาเกียวขอ...
คุณวิทยา สามารถแบงออกเปนลักษณะและประเภทได ดังนี้  1. ลักษณะคุณคา       1.1 คุณภาพ (quality) หมายถึง ลักษณะที่เปนคุณขอ...
สุ น ท รี ย ศ า ส ต ร์    A E S T H E T I C S       2. ประเภทคุณคา แบงออกเปน 2 ประเภท คือ           2.1 คุณคานอกตัว (e...
ปญหาเรื่องคุณคาจึงเปนประเด็นปญหาใหญ โดยเฉพาะเรื่องบรรทัดฐานแหงคุณคานั้นยังแบงออกเปน มีความเชื่อวาคุณคามีความคงท...
สุ น ท รี ย ศ า ส ต ร์    A E S T H E T I C S              จริยศาสตร (ethics)        เปนสาขาหนึงในวิชาปรัชญา จึงมีอกชือห...
แนวคิดในเรื่องมาตรการในจริยศาสตร แบงออกเปน 2 แนวทาง คือ  1. อัตนัยนิยม หรือจิตวิสย (Subjectivism) เชือวาจริยศาสตรไมม...
สุ น ท รี ย ศ า ส ต ร์     A E S T H E T I C S        • มโนธรรม (conscience) เปนความรูสึกทางใจ ในเรื่องของความผิดชอบชั่ว...
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

9789740329237

526

Published on

สุนทรียศาสตร์ หลักปรัชญาศิลปะ ทฤษฎีทัศนศิลป์ ศิลปะวิจารณ์

Published in: Education
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
526
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
19
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

9789740329237

  1. 1. บทนําพอล เคล (Paul Klee, ค.ศ. 1879-1940) ชือผลงาน Seneclo, 1922 ่ผลงานจิตรกรรมสีนามัน ขนาด 40.6 x 38 ซม., อยูทพพธภัณฑเมืองบาเซิล สวิตเซอรแลนด ํ้  ี่ ิ ิ
  2. 2. บทนํา INTRODUCTION คุณสมบัตดงเดิมตามธรรมชาติของคน หรือเรียกวาสัญชาตญาณ เปนสิงทีธรรมชาติให ิ ั้ ่ ่มาตังแตเกิด มีทงทีเ่ ปนความรูสกและพฤติกรรม โดยไมตองมีใครมาสังสอน เชน ความหวาด ้ ั้ ึ  ่กลัว ความโกรธ ความรัก ความหิว และอื่น ๆ อีกมาก ยิ่งกวานั้น มนุษยยงไดรูจักพัฒนาสิ่งตาง ๆ ัเหลานี้ใหเจริญกาวหนาขึ้นไปอีก พวกเขารูจักสังเกต จดจํา และมีจินตนาการ นํามาสรางเครื่องไมเครื่องมือเพื่อยังชีพ กอรางสรางบานเรือนสําหรับอยูอาศัย ทําทุกสิ่งทุกอยางเพื่อใหชีวตมีความสุข สะดวกสบาย สิ่งเหลานี้ไดทําใหพนสภาพจากสัตวมาเปนมนุษยอยางสมบูรณ ิ จากชีวิตที่เรียบงายตั้งแตครั้งบรรพกาล ผานยุคกอนประวัติศาสตร สูยุคสมัยโบราณในสมัยราชอาณาจักรอียิปต สาธารณรัฐกรีซ จักรวรรดิโรมัน และเรื่อยมาจนถึงปจจุบัน มนุษยไดสรรสรางสิ่งตาง ๆ ที่เกี่ยวของกับศิลปะไวมากมายเหลือคณา ทั้งเพื่อประโยชนทางกายและบํารุงบําเรอจิตวิญญาณ โดยมีสิ่งหนึ่งที่ซอนเรนอยูในสิ่งตาง ๆ เหลานั้นเสมอ นั่นคือความงามที่หลากหลาย เปนภาษาพูด ภาษาเขียน ภาษาภาพ ภาษากาย และภาษาเสียง โดยสะทอนถึงความรักความพึงพอใจ ความศรัทธา ความกลัวเกรง และความระทมทุกข สิ่งเหลานี้คอสิ่งที่เรียกวางานศิลปะ ภาษาพูด ภาษาเขียน ทําใหไดมีบทกวีนิพนธและวรรณกรรม ืภาษาภาพคืองานจิตรกรรม ประติมากรรม และสถาปตยกรรม ภาษากายกอใหเกิดนาฏศิลปและภาษาเสียงคือดนตรี ซึ่งลวนเปนผลงานหลักของศิลปะและวัฒนธรรม อันเปนแกนสําคัญแกนหนึ่งในโครงสรางของสังคม จากผลงานศิลปะที่สรางขึ้นอยางเรียบงายตั้งแตโบราณกาล ไดเพิ่มความสลับซับซอนตามสภาพบริบทตาง ๆ ของสิ่งแวดลอมทางสังคม จึงทําใหเกิดคําถามมากมายเกี่ยวกับปญหาทางสุนทรียศาสตร เชน บอเกิดของสุนทรียศาสตรเกิดขึ้นที่ไหน อะไรเปนแรงดลใจใหเกิด ความงามกับความไมงาม ความงามกับความดี ความงามกับความจริง มีศาสตรอื่นใดบางที่เขามาเกี่ยวกับสุนทรียศาสตร ปญหาความงามในธรรมชาติกับสุนทรียศาสตรงานศิลปะกับสุนทรียศาสตร วิทยาศาสตรกับสุนทรียศาสตร ฯลฯ อยางไรก็ตาม บอเกิดแหงสุนทรียศาสตรหรือความรูสกในความงามของมนุษยนน พอสรุปไดวา มีแหลงกําเนิดมาจาก ึ ั้ ธรรมชาติกบผลงานศิลปะทุกสาขา ั ปญหาตาง ๆ ทางความงามหรือสุนทรียภาพ จึงกอประเด็นปญหาที่สลับซับซอนและเปลี่ยนแปลงลึกซึ้งทางสุนทรียศาสตร ซึ่งลวนทาทายการคนหาคําตอบอยูตลอดมา บทนํา 3
  3. 3. สุ น ท รี ย ศ า ส ต ร์ A E S T H E T I C S กอนทีจะกลาวถึงสุนทรียศาสตร ซึงมีผลจากศาสตรหลายศาสตรเขามาเกียวของดวย ดวย ่ ่ ่ เหตุนจงขอแนะนําศาสตรตาง ๆ ทีเ่ ขามามีความสัมพันธมาเสนอ เพือทําความเขาใจเบืองตน ี้ ึ  ่ ้ กอน 1. วิิชาปรัชญา (Philosophy) คือวิชาที่วาดวยความจริง แบงออกเปน 4 สาขา คือ 1. อภิปรัชญา (Metaphysics) 2. ญาณวิทยา (Epistemology) 3. จริยปรัชญา (Ethic) 4. ตรรกวิทยา (Logics) ทัง 4 สาขาเรียกปรัชญาบริสทธิ์ (pure philosophy) สวนสุนทรียศาสตรเปนปรัชญาประยุกต ้ ุ (applied philosophy) มีสวนเกี่ยวของกับญาณวิทยา ซึ่งเปนปรัชญาสําคัญสาขาหนึ่งที่วา ดวยบอเกิด ลักษณะหนาที่ ประเภท ระเบียบวิธี และความสมเหตุสมผลของความรู หรือเรียก วาเปน ทฤษฎีความรู (theory of knowledge) เพื่อนํามาใชสอบสวน คนหา และตอบปญหา ถึงแหลงกําเนิดและอื่น ๆ ของสุนทรียภาพ สวนศาสตรแหงคุณคา (axiology) นํามาเพื่อใช เปนหลักเกณฑในการประเมินคุณคาทางสุนทรียภาพ คุณวิทยา, อรรฆวิทยา หรือศาสตรแหงคุณคา (axiology) เปนวิชาทีวาดวยเรืองของคุณคา (value) เปนสาขาหนึงของญาณวิทยา มีการพิจารณาถึง ่ ่ ่ ปญหาคุณคาของสิงตาง ๆ มีดวยกัน 4 ปญหาใหญดวยกัน คือ ่ 1. ลักษณะคุณคา 2. ประเภทคุณคา 3. บรรทัดฐานแหงคุณคา 4. สถานะทางอภิปรัชญาของคุณคา คุณวิทยามีสวนสําคัญโดยตรงกับสุนทรียศาสตรในการพิจารณาปญหาคุณคาทางสุนทรียะ  วาดวยเรืองของความงาม ความดี และความจริงนันมีความสําคัญยิง ในการประเมินคุณคา ่ ้ ่ และการตัดสินเชิงสุนทรียภาพตอสุนทรียศาสตร โดยมีตรรกศาสตรและจริยศาสตรเขามา เกียวของดวย ่4 บทนํา
  4. 4. คุณวิทยา สามารถแบงออกเปนลักษณะและประเภทได ดังนี้ 1. ลักษณะคุณคา 1.1 คุณภาพ (quality) หมายถึง ลักษณะที่เปนคุณของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือลักษณะประจําบุคคลหรือสิ่งของ แบงออกเปน 2 แบบ คือ ก. คุณภาพปฐมภูมิ (primary quality) เปนลักษณะคุณภาพหลัก เชน รูปราง รูปทรง การกินทีในอากาศ การเคลือนไหว การหยุดนิง สิงเหลานีพบไดใน ่ ่ ่ ่ ้ ธรรมชาติ และงานจิตรกรรม ประติมากรรม สถาปตยกรรม และอืน ๆ ตัวอยาง ่ เชน เสียงเปนคุณภาพปฐมภูมของดนตรี ิ ข. คุณภาพทุติยภูมิ (secondary quality) เปนลักษณะคุณภาพรอง ไมมีอยู ในสิ่งนั้น เกิดคุณภาพไดขนอยูกบการรับรูของผูหนึงผูใดรับรส เชน ไดยนเสียง ึ้  ั   ่  ิ ไดเห็นสี ไดกลิน ไดรรส ไดสมผัส ซึงมีผลตอการเกิดอารมณสนทรียภาพ ่ ู ั ่ ุ 1.2 คุณลักษณะ (attribute) เปนลักษณะประจําที่เปนสวนสําคัญและจําเปนอัน ขาดมิไดของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งทําใหสิ่งนั้นแตกตางไปจากสิ่งอื่น ๆ เชน ไมมีคุณ- ลักษณะแตกตางไปจากเหล็ก จิตรกรรมมีคุณลักษณะแตกตางไปจากดนตรี 1.3 คุณคา คา (value) เปนคําทีใชกนทัวไป หมายถึง สิงใดก็ตามทีเ่ ชือวามีคณคา ่ ั ่ ่ ่ ุ เพราะตอบสนองความปรารถนาของมนุษย หรือคุณคาที่เปนประโยชนนาสนใจ  ตอบุคคล ความมีคาหรือมีคณคาสําหรับแตละคนไมเหมือนกัน หรืออาจคลายกัน  ุ ก็ได โดยเฉพาะคุณคาทางนามธรรม เชน ความงามหรือสุนทรียภาพเปนคุณคา ของงานศิลปะ สวนความดีเปนคุณคาทางจริยศาสตร 1.4 คุณสมบัติ สมบัติ (property) หมายถึง คุณหรือคุณคาประจําตัวของบุคคล หรือสิ่งตาง ๆ ซึ่งมีอยูแลว กอนที่จะไดมาซึ่งสิทธิหรือตําแหนงหรือเปนอยู 1.5 คุณพิเศษ คุณวิเศษ ความดีที่แปลกกวาสามัญชนทั่วไป 1.6 คุณธรรม (virtue) สภาพคุณความดี 1.7 คานิยม (good will value) เปนคุณคาทีเ่ กิดจากบุคคลหรือกลุมบุคคลใหคานิยม   สิงใดสิงหนึงรวมกัน ่ ่ ่ คําเหลานี้ลวนมีการนํามาใชในสุนทรียศาสตรกันมาก บทนํา 5
  5. 5. สุ น ท รี ย ศ า ส ต ร์ A E S T H E T I C S 2. ประเภทคุณคา แบงออกเปน 2 ประเภท คือ 2.1 คุณคานอกตัว (extrinsic value) หมายถึง คุณคาของสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่มีคา อยูนอกตัว หมายความวา ถาเราตองการสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ไมใชจากสิ่งนั้น ๆ หากแต เปนความตองการเพราะสิ่งนั้นมีคานอกตัวสําหรับไปไดสิ่งอื่น เชน ตองการซื้อ งานจิตรกรรมภาพนั้น ไมใชเกิดจากเห็นคุณคาในงาน แตเปนเพราะผลงานภาพ นั้นมีคุณคานอกตัว สามารถนําไปขายไดเงินมากกวาที่ซื้อมา เงินเปนคุณคา นอกตัว สําหรับใชจายซื้อสิ่งของตาง ๆ เพื่อบํารุงบําเรอความสุข  2.2 คุณคาในตัว (intrinsic value) การที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีคาในตัวเอง หมายความ วา เราตองการสิ่งนั้นเพราะตัวสิ่งนั้นมีคณคาอยูในตัวเอง คุณคาตรงนี้ตรงขาม ุ กับคุณคานอกตัว เชน เห็นคุณคาในตัวของงานศิลปะ 3. บรรทัดฐานแหงคุณคา แบงออกเปน 2 ประเภทใหญดวยกัน คือ 3.1 คุณคาเชิงวัตถุวสัย (objective value) เปนมาตรฐานการชีขาดของการ ิ ้ ตัดสินขึนอยูกบคุณคาทางวัตถุวสยหรือปรนัยวิสยทีเ่ คยยึดถือ และยอมรับกัน ้ ั ิ ั ั ในกลุมสังคม เชน คุณคาของศิลปวัตถุตาง ๆ มีอยูแลวในตัวของมันเอง นอกจาก    นี้ นักสุนทรียศาสตรแนววัตถุนยมยังถือเปนคุณคาทีสาคัญ เพราะเชือวามีวตถุ ิ ่ํ ่ ั จึงทําใหมสนทรียภาพเกิดขึน ีุ ้ 3.2 คุณคาเชิงจิตวิสัย (subjective value) เปนมาตรฐานการตัดสินที่ขึ้นอยูกับ การประเมินของบุคคลหรือของกลุม ยึดถือตามสถานการณทางสังคม กําหนด และยึดถือกันมา มีการใชความรูสึกเปนตัวกําหนด คุณคาเชิงจิตวิสัยนี้ถือเอา ความรูสึกที่เปนนามธรรมมีความสําคัญสูงสุด เปนทรรศนะตรงกันขามกับ คุณคาเชิงวัตถุวสย เชื่อวาเพราะมีจิตกําหนดจึงทําใหเกิดสุนทรียภาพ ิ ั นอกจากนี้ บรรทัดฐานแหงคุณคายังมีทรรศนะและการนําไปใชทแตกตางออกไปอีก เชน ี่ คุณคาทางจริยธรรม คุณคาทางประเพณี เปนตน อีกทั้งยังแบงคุณคาออกไปอีกเปนคุณคา ทางเศรษฐกิจ คุณคาทางสุนทรียศาสตร คุณคาทางจริยศาสตร คุณคาทางตรรกศาสตร คุณคาทางวิทยาศาสตร คุณคาทางญาณวิทยา คุณคาทางอภิปรัชญา และอื่น ๆ6 บทนํา
  6. 6. ปญหาเรื่องคุณคาจึงเปนประเด็นปญหาใหญ โดยเฉพาะเรื่องบรรทัดฐานแหงคุณคานั้นยังแบงออกเปน มีความเชื่อวาคุณคามีความคงที่ถาวรไมเปลี่ยนแปลง หรือไมมีมาตรฐานของบรรทัดฐานที่แนนอน เปลี่ยนแปลงได นอกจากนี้ ปญหาเรื่องของคุณคายังมีคุณคาที่เปดเผยเห็นไดชัดเจน ไมตองการคําอธิบาย กับคุณคาที่แฝงเรน สามารถรูไดดวยการสํานึก ความซาบซึ้ง และการอรรถาธิบาย ดังเชน คุณคาทางสุนทรียศาสตรที่มีคุณคาทั้งสองประการ ตรรกศาสตร ตรรกวิทยา (logic, logics) เปนศาสตรหนึ่งในวิชาปรัชญาวาดวยเรื่องวิธีของการวิเคราะหและการตัดสินตามสมเหตุสมผลในการอางเหตุผล คําที่ใชในตรรกะ(logical term) สําหรับขอเสนอหรือขอความ มีทั้งที่เปนประโยคบอกเลาและประโยคปฏิเสธมีเนื้อหาเปนขอเท็จจริงหรือความจริงอยางใดอยางหนึ่งเทานั้น จะมีความหมายกํากวมไมไดหรือสรางประพจน (proposition) หรือขอเสนอใหม คําตรรกะที่ใชกันมากไดแก และ หรือ ไมถา-ก็ ทุก บาง เปนตน ตรรกศาสตร เปนศาสตรที่ละเอียดออนซับซอน มีทั้งการใชคณิตศาสตร เชน คณิตตรรกศาสตร (mathematic logic) ตรรกศาสตรสัญลักษณ (symbolic logic) ที่ใชภาษาสัญลักษณแทนภาษาถอยคํา วิชานี้ใชกันมากในศาสตรอื่น ๆ สวนในสุนทรียศาสตรนั้นนํามาใชบาง เพราะเปนเรื่องของความรูสกคอนขางมาก ึ บทนํา 7
  7. 7. สุ น ท รี ย ศ า ส ต ร์ A E S T H E T I C S จริยศาสตร (ethics) เปนสาขาหนึงในวิชาปรัชญา จึงมีอกชือหนึงวา จริยปรัชญา มีสวนเกียวของกับกฎเกณฑ ่ ี ่ ่  ่ ขอบังคับในทางศาสนา และความเชือในลัทธิตาง ๆ อยูบาง แตจริยศาสตรหรือจริยปรัชญา ่    ตางจากหลักศาสนาไปบางตรงทีมงเนนถึงเนือหาสาระหรือแกน(substance)เนือหา(content) ่ ุ ้ ้ เนือเรือง (subject matter) สาระหรือแกนสาร (essence) ทีวาดวยเรืองของการแสวงหาความดี ้ ่ ่ ่ สูงสุดของชีวิตมนุษย คนหาเกณฑในการพิจารณาตัดสินความประพฤติของมนุษยวาอยาง ไหนผิดไมผด ถูกไมถก ดีไมดี ควรไมควร และพิจารณาปญหาเรืองสถานภาพของคุณคาทาง ิ ู ่ ศีลธรรม ซึ่งสุนทรียศาสตรบางสํานักยึดถือเปนมาตรฐานสําคัญสําหรับเกณฑการตัดสินเชิง สุนทรียภาพ สํานักจริยศาสตรมทรรศนะตางกันอยูหลายสํานัก เชน พวกอาเวค (อารมณ) นิยม (Emotiv- ี  ism) มีหลักทฤษฎีอาเวคนิยม (Emotion Theory Ethics) เชือในการตัดสินดวยอารมณ ความ ่ รูสกเกียวกับศีลธรรมสําคัญมากกวาอาศัยขอเท็จจริง สวนพวกจริยศาสตรแบบธรรมชาตินยม  ึ ่ ิ (Natural Ethics) มีทรรศนะวาควรหาวิธขอเท็จจริงเชิงประจักษ (empirical fact) มีกรอบการ ี ศึกษายึดถือมนุษยในสังคม เกียวของกับอะไรถูกอะไรผิดอะไรดีไมดี สํานักนีไมนยมคนหา ่ ้ ิ เกณฑการตัดสินตายตัว หากเชือในสิงหรือประสบการณทเี่ ปนอยูทเี่ กิดขึนตามธรรมชาติเปน ่ ่  ้ ขอเท็จจริงทางธรรมชาติ จริยศาสตรแนวประโยชนนยม (Utilitarianism) ของจอหน สจวต ิ มิลล (ค.ศ. 1806-1873) ทีเ่ ชือวาการมีศลธรรมดีหรือไมดขนอยูกบการนําความสุขสูมหาชน ่ ี ี ึ้  ั  เชน ดุรยางคศิลปเปนสิงทีดี ดวยเหตุผลเพราะทําใหเกิดความรืนรมย ิ ่ ่ ่ จริยศาสตรมสวนเขามาสัมพันธกบสุนทรียศาสตรคอนขางแนบแนน โดยเปนหนึงในปญหา ี ั  ่ หลักของสุนทรียภาพในเรืองของความดีหรือจริยธรรม ความสุนทรียหรือความงาม และความ ่  จริงหรือสัจธรรม ซึงจําเปนตอการสอบสวน วิเคราะห และวิจยในงานศิลปะทุกสาขา เชน ยุค ่ ั กอนประวัตศาสตร และยุคประวัตศาสตร มีสวนผูกพันกับสุนทรียศาสตรคอนขางมาก โดยมี ิ ิ   ศาสนาเปนหลัก สวนยุคสมัยใหมแมจะลดบทบาทลงบางจากลัทธิศลปะบางลัทธิทมทรรศนะ ิ ี่ ี วา การสรางสรรคงานไมจาเปนตองคํานึงถึงเพราะไมใชหนาที่ แตกยงมีความสําคัญอยูไมนอย ํ ็ั   เนืองจากยังมีผเู ห็นดวยอยูเ ชนกัน ่8 บทนํา
  8. 8. แนวคิดในเรื่องมาตรการในจริยศาสตร แบงออกเปน 2 แนวทาง คือ 1. อัตนัยนิยม หรือจิตวิสย (Subjectivism) เชือวาจริยศาสตรไมมมาตรการตายตัว ั ่ ี สามารถเปลียนแปลงได เพราะเกิดจากมนุษยกาหนดขึนเอง มาตรการตาง ๆ ทีสราง ่ ํ ้ ่ มานั้น จะประสบผลขึ้นอยูกับมีคนเชื่อมากนอยเพียงไร ถาตองการใหมีความเชื่อ มาก ก็ขนอยูกบการสรางวิธการตาง ๆ เพือใหเกิดศรัทธา ึ้  ั ี ่ 2. ปรนัยนิยม หรือวัตถุวสัย (Objectivism) มีทรรศนะวามาตรการทางจริยศาสตรนั้น ิ มีความแนนอนตายตัวในระดับสูงสุด หรือขันสากล ดังนัน มนุษยจงมีหนาทีคนควา ้ ้ ึ ่ ศึกษาใหรมาตรการนัน เทาทียงไมรูก็เปนเพราะยังไมสามารถเขาถึงได ู ้ ่ั จริยศาสตรในยุคโบราณ และยุคกลางของชาวตะวันตกและชาวตะวันออก มีความเขมงวดมาก ทั้งนี้ขึ้นอยูกับมาตรการควบคุมความประพฤติของทางศาสนา และลัทธิความเชื่อในเวลานั้นกําหนดขึ้น ซึ่งมีผลสะทอนปรากฏในผลงานศิลปะทุกสาขาดวย นั่นยอมหมายถึงมีสวนสงผลตอสุนทรียศาสตรโดยตรง เพื่อใหเกิดความกระจางในจริยศาสตร จึงขอนําเสนอคําศัพทที่มักพบเห็นเสมอ ดังนี้ • จริยธรรม (ethic) มาจากคํา จริย + ธรรม มีแนวในการใชอยู 2 แนวทาง คือ ก. เปนความประพฤติทดงาม ทังเพือประโยชนแกตนและสังคม เชน ปฏิบตตามหลัก ่ี ี ้ ่ ั ิ ศีลธรรมทางศาสนา ทางวัฒนธรรมประเพณี หลักกฎหมาย และจรรยาบรรณใน วิชาชีพ ข. เปนเรื่องของความรูสึกนึกคิด และสติปญญาของบุคคล ใชไตรตรอง อะไรควร ไมควร • จรรยา (eliquette) คือความประพฤติ หมายความวา เปนพฤติกรรมทีควรปฏิบติ ่ ั เปนมารยาททางสังคม และเปนจรรยาบรรณทีบคคลในอาชีพตาง ๆ ควรปฏิบติ เชน ครู ่ ุ ั แพทย ชางหรือศิลปน เปนจรรยาบรรณวิชาชีพ (professional code) อาจมีการเขียน กําหนดหรือไมมการเขียนไวกได ี ็ • ศีลธรรม (moral) คําวา moral นันนํามาจากภาษาละติน moralis หมายถึง หลักของ ้ การประพฤติทดี สวนคําวาศีลธรรม นํามาจากคําในพระพุทธศาสนา หมายถึง หลักของ ี่ ความประพฤติทดทงาม มีศลมีธรรม ี่ ี ี่ ี บทนํา 9
  9. 9. สุ น ท รี ย ศ า ส ต ร์ A E S T H E T I C S • มโนธรรม (conscience) เปนความรูสึกทางใจ ในเรื่องของความผิดชอบชั่วดี อะไร ควรทํา ไมควรทํา • คุณธรรม (virtue) เปนสภาพของคุณงามความดี ทั้งในดานความประพฤติ และจิตใจ เชน ซื่อสัตยสุจริต อุทิศเสียสละ ความอดกลั้นอดทน ความรับผิดชอบ • คตินิยม (ideology) ความคิดหรือความเชื่อ อันมีจุดมุงหมายรวมกันของกลุมชน เชน กลุมวิชาชีพ นิกายศาสนา พรรคการเมือง • คติชาวบาน เปนเรืองราวความเชือของชาวบานเกียวกับอดีต เลากันปากตอปากและ ่ ่ ่ ประพฤติสบตอกันมาหลายชัวอายุคน สวนมากมักเปนเรืองของคติความเชือ ประเพณี ื ่ ่ ่ นิยาย นิทาน เพลง ภาษิตปริศนา บทเสียงทาย งานศิลปกรรม การละเลน ปจจุบน ่ ั มีการศึกษากันอยางลึกซึงในมนุษยศาสตร สังคมศาสตร และสุนทรียศาสตร ้ • คติธรรม เปนคํานาม หมายถึง ธรรมที่เปนแบบอยาง นอกจากนี้ คําวา คติ ยังนําไปใชเพื่อแสดงถึงความคิด ความเชื่อ และประพฤติปฏิบติ ั กันอีกมาก เชน คติโลกวิสัย (secularism) ใชในจริยศาสตร สุนทรียศาสตร และปรัชญาทาง ศิลปะอยูมาก เพราะเกี่ยวของกับทางโลกวิสัยโดยตรง ปรากฏในงานศิลปะจํานวนมาก เชน คติสขารมณ (hedoism) มีทรรศนะที่เชื่อวาความพึงพอใจในความสุข (pleasure) นั้น เปน ุ สิ่งประเสริฐสูงสุด และเปนคุณความดีที่แทจริง หลักการของคตินี้แนะนําใหบุคคลมุงแสวงหา ความสุขจากรสสัมผัส เปนความสุขทางโลกียสุข ปญหานี้เปนปญหาโลกแตก หรือปญหาที่ ยังคงเปนปญหามาตั้งแตโบราณกาลจนถึงปจจุบัน ตัวอยางที่ชัดเจน ไดแก แนวคิดในการ สรางงานศิลปะในสมัยโรโกโก ในฝรั่งเศส เมื่อคริสตศตวรรษที่ 17 ที่เห็นวางานศิลปะตอง ตอบสนองเรื่องของความสุขเทานั้น เปนตน คตินิยมตน หรือ อัตตานิยม (egoism) นับเปน คติที่สาคัญ มักพบเห็นเสมอในผูสรางสรรคงานศิลปะ คตินิยมสิทธิสตรี (feminism) ซึ่งเริ่มมี ํ บทบาทในคริสตศตวรรษที่ 20 เรื่อยมา เมื่อสตรีมีบทบาทตอการสรางสรรคงานศิลปะและ หนาที่การงานอยางมากในปจจุบัน คติอณาธิปไตย (anarchism) ที่เกิดจากคติมองโลกใน แงราย หรือทุนิยมตอสังคม แนวคิดนี้เชื่อวาอํานาจใด ๆ ที่มนุษยกําหนดขึ้นไมสําคัญ เพราะ มนุษยสามารถบริหารและกําหนดตัวเองไดโดยไมจําเปนตองบังคับ แนวคิดทางจริยศาสตรเหลานี้ ลวนเขาไปอยูในประเด็นปญหาทางสุนทรียศาสตร ทั้งสิ้น10 บทนํา

×