• Share
  • Email
  • Embed
  • Like
  • Save
  • Private Content
9789740329176
 

9789740329176

on

  • 757 views

อีเลิร์นนิงคอร์สเเวร์ : แนวคิดสู่การปฎิบัติ

อีเลิร์นนิงคอร์สเเวร์ : แนวคิดสู่การปฎิบัติ
สำหรับการเรียนการสอนอีเลิร์นนิงในทุกระดับ

Statistics

Views

Total Views
757
Views on SlideShare
757
Embed Views
0

Actions

Likes
0
Downloads
8
Comments
0

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

    9789740329176 9789740329176 Document Transcript

    • 1. ความเปนมาของบทเรียนอิเล็กทรอนิกสทางการศึกษา 2. ทฤษฎีทางการศึกษาสําหรับการออกแบบบทเรียนอิเล็กทรอนิกสทางการศึกษา 3. องคประกอบของบทเรียนอิเล็กทรอนิกสทางการศึกษา 4. กรณีศึกษาการออกแบบบทเรียนอิเล็กทรอนิกสทางการศึกษา ในวงการศึกษาในปจจุบัน คําวาอีเลิรนนิง (E-Learning) ไดรับการกลาวถึงอยางแพรหลายอีเลิรนนิงเปนการเรียนการสอน ที่รวมถึงการถายทอดเนื้อหา การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ตลอดจนการวัดและประเมินผล ผานตัวอักษร ภาพนิ่ง ผสมผสานกับการใชภาพเคลื่อนไหว วีดิทัศน และเสียง โดยอาศัยเทคโนโลยีของเว็บในการถายทอด ดังนั้น จึงอาจกลาวไดวาบทเรียนอิเล็กทรอนิกสที่มีคุณภาพในการเรี ย นรู จึ ง มี ค วามสํ า คั ญ เนื่ อ งจากเป น การทดแทนเนื้ อ หาในชั้ น เรี ย นผ า นรู ป แบบการนํ า เสนอที่ มีประสิทธิภาพ ดวยการออกแบบตามหลักการเรียนรู หลักการออกแบบ อันจะสงผลตอประสิทธิผลทางการเรียนตอไป ความเปนมาของบทเรียนอิเล็กทรอนิกส (e-learning courseware) 1 ทางการศึกษา อีเลิรนนิงไดแพรกระจายสูการศึกษาในทุกระดับ ดวยสาเหตุท่ีวาการเรียนรูในรูปแบบนี้มีความยืดหยุนสูงสําหรับผูสอนในการบูรณาการเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษาเขาไปในกระบวนการเรียนการสอนและยังลดขอจํากัดของความพยายามที่จะใชเทคโนโลยีท่ีมีอยูไมวาจะเปน สื่อการเรียนรูอิเล็กทรอนิกสตางๆ(Courseware/Learning Object) และระบบเครือขายคอมพิวเตอรเพื่อการสื่อสาร (Computer MediatedCommunication) ในเรื่องของการออกแบบเฉพาะตัวเพื่อใหเหมาะสมกับผูเรียนรายบุคคลมากที่สุด โดยการเรียนการสอนแบบอีเลิรนนิงหรือออนไลนเต็มรูปแบบที่เนนในเรื่องของการเรียนการสอนที่ไมมีขอจํากัดของเวลาและสถานที่นั้น ยังมีขอจํากัดในเรื่องของชองวางในการติดตอสื่อสารระหวางกันทั้งกับผูสอนและผูเรียนและผูเรียนดวยกันเองอีเลิรนนิงคอรสแวร : แนวคิดสูการปฏิบัติ สําหรับการเรียนการสอนอีเลิรนนิงในทุกระดับ 1
    • ดังนั้น การเรียนการสอนแบบผสมผสานจึงเขามาเปนตัวเลือกหนึ่ง โดยการเรียนการสอนแบบ ผสมผสาน (Hybrid/Blended Learning) ถือวาเปนระบบการเรียนที่ผสมผสานจุดเดนของการเรียนการสอน ในชั้นเรียนและการเรียนการสอนดวยเทคโนโลยีคอมพิวเตอรผานเครือขายอินเทอรเน็ต ทั้งในดานการ นําเสนอเนื้อหาและการเขารวมกิจกรรม สาเหตุสําคัญที่ทําใหการเรียนการสอนในรูปแบบนี้เปนที่นิยมอยาง แพรหลายคือการที่ผูสอนสามารถกําหนดการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพิ่มกลยุทธการเรียน การสอนโดยใหผูเรียนเปนศูนยกลาง ผูเรียนสามารถเขาถึงและศึกษาขอมูลเนื้อหาการเรียนการสอนเมื่อใด และเวลาใดก็ได การใหผูเรียนมีสวนรวมในการเรียนรวมทั้งการแลกเปลี่ยนความรูความคิดระหวางผูเรียนทั้ง ในหองเรียน และสามารถตอยอดไดผานสังคมการเรียนรูออนไลน ดังนั้น เวลาที่มีคาในชั้นเรียนผูสอน สามารถฝกทักษะตางๆ ตลอดจนเสริมสรางเจตคติทางการเรียนที่จําเปน และการพัฒนาทักษะการคิดของ ผูเรียนในเรื่องของการพัฒนาและใชเพื่อการตัดสินใจ การแกปญหาตางๆ เชนกิจกรรมกรณีศึกษา โดยการ ออกแบบการเรียนการสอนในรูปแบบนี้โดยมากจะประกอบดวย 6 ขั้นตอนคือ 1) การวิเคราะหความตองการ จําเปน 2) กําหนดวัตถุประสงคของหลักสูตร 3) การออกแบบหลักสูตรแบบผสมผสาน 4) การออกแบบการ เรียนการสอนแบบผสมผสานในรายวิชาตางๆ 5) การทดลองใชหลักสูตรฯ และ 6) การวัดและประเมินผล หลักสูตร (Bonk and Graham, 2006; Wilson and Smilanich, 2005; Sloan Consortium Foundation, 2005) การเรียนการสอนแบบผสมผสานมีความคลายคลึงกับการเรียนการสอนแบบอีเลิรนนิง เนื่องดวย การเรียนการสอนทั้งสองรูปแบบนี้ลวนใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการนําเสนอเนื้อหาและการ จัดกิจกรรมตางๆ ผานทางอินเทอรเน็ต จุดตางของการเรียนการสอนสองรูปแบบนี้คือในเรื่องของสัดสวนที่ใช ในการนําเสนอเนื้อหาวิชาโดยการเรียนการสอนแบบผสมผสานนั้นจะเปนการดึงคุณสมบัติเดนของการเรียน การสอนในชั้นเรียนและการเรียนการสอนออนไลน โดยคํานึงถึงความเหมาะสมและประโยชนทางการศึกษา สูงสุดที่ผูเรียนจะไดรับเปนสําคัญ โดยการเรียนการสอน แบบอีเลิรนนิงจะเนนในเรื่องของการเรียนการสอนที่ ไมมีขอจํากัดทั้งในเรื่องของคุณสมบัติผูเขาศึกษา เรื่องเวลา และเรื่องสถานที่ (anyone, from anywhere, and at anytime) และเนนในเรื่องของ WEB 2.0 Technology ที่ใหความสําคัญของการปฏิสัมพันธระหวาง กันมากขึ้น ซึ่งนําไปสูการแลกเปลี่ยนเรียนรูและสังคมแหงการเรียนรูออนไลน (Online learning community) ทั้งนี้ องคประกอบของบทเรียนอีเลิรนนิงและบทเรียนแบบผสมผสาน มีองคประกอบที่สําคัญ 4 สวน คือ 1) บทเรียนอิเล็กทรอนิกส 2) ระบบจัดการการเรียนรู 3) การติดตอสื่อสาร และ 4) การประเมินผล การเรียน ซึ่งเมื่อนําองคประกอบทั้ง 4 มาประกอบเขาดวยกันแลว ระบบจะทํางานประสานกันไดอยางลงตัว โดยแตละองคประกอบมีรายละเอียดดังนี้2 ขอมูลพื้นฐานเกี่ยวกับบทเรียนอิเล็กทรอนิกส (E-Learning Courseware) ทางการศึกษา
    • 1) บทเรียนอิเล็กทรอนิกส เปนเนื้อหาสาระที่นําเสนอในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส ซึ่งสวนใหญมีลักษณะเปนสื่อประสมซึ่งสามารถแบงการถายทอดเนื้อหาได 3 ลักษณะ ดังนี้ 1) การใชขอความออนไลนเปนหลัก มีจุดเดนคือประหยัดเวลาและคาใชจาย และผูสอนยังสามารถผลิตเนื้อหาไดดวยตนเอง 2) การใชบทเรียนสื่อประสมแบบปฏิสัมพันธที่ผลิตอยางงายๆ เพื่อประกอบบทเรียน ซึ่งผูสอนสามารถผลิตและปรับปรุงเนื้อหาใหทันสมัยไดอยางสะดวกดวยตนเอง และ 3) การใชบทเรียนคุณภาพสูงโดยการนําเสนอเนื้อหาจะใชสื่อประสมเชน เดียวกับขอ 2 แตมี ความเปนมืออาชีพ มีทีมงาน ไดแ ก ผูเชี่ยวชาญดานการออกแบบการสอน ดานเนื้อหา ดานการผลิตบทเรียนมัลติมีเดีย ตลอดจนโปรแกรมเมอร และนักออกแบบกราฟก 2) ระบบบริหารจัดการการเรีย นรู คือโปรแกรมบริหารจัดการการเรียนรูที่ทําหนาที่เปนศู น ย ก ลางการจั ด การและสนั บ สนุ น การจั ด การเรี ย นรู ซึ่ ง ใช เ ทคโนโลยี อิ น เทอร เ น็ ต มาจั ด การให เ กิ ดปฏิสัมพันธระหวางผูสอนและผูเรียน ผูเรียนกับผูเรียน และผูเรียนกับแหลงขอมูล ทั้งนี้ จะชวยใหผูเรียนและผูสอนสามารถเขาถึงเนื้อหาและใชงานไดงาย โดยมีเครื่องมือทางดานการจัดการ การปรับปรุง การควบคุม การสํารองขอมูล การสนับสนุนขอมูล การบันทึกสถิติผูเรียน และการประเมินผล ตลอดจนการตรวจใหคะแนนผูเรียน ซึ่งผูใชสามารถเรียกใชเครื่องมือเหลา นี้ผานโปรแกรมเว็บบราวเซอร WesternCooperative for Educational Telecommunications: WCET (2009 อางถึงใน จินตวีร คลายสังข และประกอบ กรณีกิจ, 2552) ไดแบงเครื่องมือของระบบจัดการการเรียนรูเปน 6 กลุมดังนี้ 2.1) เครื่องมือสื่อสาร (Communication tools) ประกอบดวย การอภิปราย การแลกเปลี่ยนไฟล อีเมล วารสาร/บันทึกออนไลน การสนทนา การบริการวิดีโอ และไวตบอรด 2.2) เครื่องมืออํานวยประโยชน (Productivity tools) ประกอบดวย บุกมารค ปฏิทินการเรียนการสืบคนภายในรายวิชา และการแนะนําการเรียน 2.3) เครื่องมือสนับสนุนผูเรียน (Student involvement tools) ประกอบดวย การจัดกลุม การประเมินตนเอง การสรางชุมชนของผูเรียน และแฟมสะสมงานผูเรียน 2.4) เครื่องมือบริหารรายวิชา (Administration tools) ประกอบดวย การระบุตัวตนของผูเรียนการกําหนดสิทธิ์การเขาใชรายวิชา และการลงทะเบียนเรียน 2.5) เครื่องมือสงผานรายวิชา (Course delivery tools) ประกอบดวย การจัดการรายวิชา การชวยเหลือผูสอน การประเมินผลออนไลน การติดตามผูเรียน และการทดสอบและใหคะแนนอัตโนมัติ 2.6) การออกแบบหลักสูตร (Curriculum design) ประกอบดวย การเขาถึงระบบ เทมเพลตรายวิชา การจัดการหลักสูตร การปรับแตงมุมมองของหนาจอ การออกแบบการสอน การยินยอมตามมาตรฐานการสอน และการใชเนื้อหารวมและการใชซ้ําอีเลิรนนิงคอรสแวร : แนวคิดสูการปฏิบัติ สําหรับการเรียนการสอนอีเลิรนนิงในทุกระดับ 3
    • 3) การติดตอสื่อสาร เปนเครื่องมือที่ชวยใหผูเรียนไดติดตอสอบถาม ปรึกษาหารือและ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหวางผูเรียนและผูสอน และระหวางผูเรียนกับเพื่อนรวมชั้นเรียนคนอื่นๆ โดย เครื่องมือที่ใชในการติดตอสื่อสารอาจแยกไดเปน 2 ประเภท คือ แบบประสานเวลา (Synchronous) และ แบบไมประสานเวลา (Asynchronous) โดยเครื่องมือที่ชวยในการติดตอสื่อสารที่สามารถใชในการจัดการ เรียนรูออนไลนท้ัง 2 ประเภท ไดแก แช็ท ไปรษณียอิเล็กทรอนิกส กลุมขาว หองสนทนา กระดานอภิปราย กระดานประกาศ บล็อก และวิกิ เปนตน 4) การประเมินผลการเรียน ในการเรียนแบบผสมผสานบางรายวิชาจําเปนตองวัดระดับความรู กอนเรียน (Pre-test) เพื่อใหผูเรียนไดเลือกเรียนในบทเรียนหรือหลักสูตรที่เหมาะสมมากที่สุด ซึ่งจะทําให การเรียนเกิดประสิทธิภาพสูงสุด เมื่อเขาสูบทเรียนในแตละหลักสูตรก็จะมีการสอบยอยทายบท (Quiz) และ การสอบใหญกอนที่จะจบหลักสูตร (Final Examination) ซึ่งขอสอบดังกลาวอาจอยูในหลายรูปแบบใหผูสอน เลือกใชผ านระบบจั ดการการเรียนรู เชน แบบเลือกตอบ แบบถูกผิด แบบเติมคํา ตอบ และแบบจับคู นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมทางการเรียนอื่นๆ ซึ่งมีความสําคัญในการเรียนการสอนออนไลน ที่ควร นํามาใชเพื่อพิจารณาประกอบผลการเรียนรูของผูเรียนดวย เชน จํานวนครั้งการเขาเรียนในหองเรียน หรือ ในบทเรียนออนไลน หรือการเขารวมกิจกรรมบนออนไลน เวลาที่เขาใชในแตละบทเรียน ความถี่ในการ แสดงความคิดเห็นหรือการอภิปราย ตลอดจนคุณภาพของการแสดงความคิดเห็นหรือการอภิปราย งานที่ ไดรับมอบหมาย การเขียนบันทึกการเรียนรูประจําวัน และแฟมสะสมงานอิเล็กทรอนิกส เปนตน (จินตวีร คลายสังข และประกอบ กรณีกิจ, 2552) ในหนังสือเลมนี้ จะขอเนนในเรื่องของบทเรียนอิเล็กทรอนิกสหรือคอรสแวร ซึ่งเปนองคประกอบที่ สําคัญอยางยิ่งในการจัดการเรียนรูแบบอีเลิรนนิง โดยบทเรียนอิเล็กทรอนิกสหรือคอรสแวรในที่นี้จะหมายถึง เนื้อหาสาระที่นําเสนอในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส โดยมากมีลักษณะเปนสื่อประสมซึ่งสามารถแบงประเภทตาม การถายทอดเนื้อหา ไดแก รูปแบบที่ 1 การใชขอความออนไลนเปนหลัก รูปแบบที่ 2 การใชบทเรียนสื่อ ประสมแบบปฏิสัมพันธที่ผลิตอยางงายๆ เพื่อประกอบบทเรียน และ รูปแบบที่ 3 การใชบทเรียนคุณภาพสูง โดยการนําเสนอเนื้อหาจะใชสื่อประสมเชนเดียวกับขอ 2 แตมีความเปนมืออาชีพ โดยบทเรียนอิเล็กทรอนิกส หรือคอรสแวรทั้ง 3 รูปแบบนี้จะนําเสนอผานระบบบริหารจัดการการเรียนรูที่ทําหนาที่เปนศูนยกลางการ จัดการและสนับสนุนการจัดการเรียนรูในบริบทของการจัดการเรียนรูแบบอีเลิรนนิง4 ขอมูลพื้นฐานเกี่ยวกับบทเรียนอิเล็กทรอนิกส (E-Learning Courseware) ทางการศึกษา
    • 2 ทฤษฎีทางการศึกษาสําหรับการออกแบบบทเรียนอิเล็กทรอนิกส ทางการศึกษา ทฤษฎี ท างการศึ ก ษาและหลั ก การพื้ น ฐานสํ า หรั บ การออกแบบบทเรี ย นอิ เ ล็ ก ทรอนิ ก ส ท างการศึกษา ประกอบดวย (1) ทฤษฎีพฤติกรรมนิยมที่เชื่อในเรื่องของการฝกปฏิบัติ การเสริมแรงและการลงโทษ การมีสวนรวมในการเรียนและการตอบสนอง การปรับพฤติกรรมและการเลียนแบบ 2) ทฤษฎีพุทธิปญญาที่เนนเรื่องการเรียนรูที่ผูเรียนเปนศูนยกลาง การเรียนรูอยางมีความหมายและเปนระบบ โดยคํานึงถึงพื้นฐานความรูเดิม และการเชื่อมโยงไปสูความรูใหม 3) ทฤษฎีคอนสตรั๊คติวิสมที่เนนเรื่องของการสรางองคความรูดวยตนเอง แตละทฤษฎีนั้นลวนมีวัตถุประสงคเดียวกันคือเพื่อใหผูเรียนบรรลุเปาหมายการเรียนรูที่ไดกําหนดไว อยางไรก็ตามดวยลักษณะของความรูและวัตถุประสงคที่ตางกัน ทฤษฎีทั้ง 3 นี้จึงเหมาะสมในสถานการณที่แตกตางกันไป ในการเรียนรูผานบริบทของสื่อเว็บ โดยที่ผูสอนเปนผูชวยเหลือแนะนํา และจัดสภาพแวดลอมใหเหมาะตอการเรียน และบริบทของสังคมที่เอื้อตอการเรียนรู (จินตวีรคลายสังข, 2553) ทฤษฎีพฤติกรรมนิยม (Behaviorist Theory) นักจิตวิทยาการศึกษา ไดแก Thorndike (1913) Pavlov (1927) และ Skinner (1974) เชื่อวาการเรียนรูคือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่สามารถสังเกตเห็นได อันเกิดจากการใหสิ่งเราจากภายนอกในสภาพแวดลอมการเรียนรู นักจิตวิทยากลุมนี้เชื่อวาพฤติกรรมที่สังเกตเห็นไดเปนการบงชี้อยางชัดเจนของการเรียนรูท่ีเกิดขึ้น ไมใชสิ่งที่อยูในความคิดของผูเรียน ดังนั้น แนวทางปฏิบัติของการนําแนวคิดของนักจิตวิทยากลุมพฤติกรรมนิยมไปใช ควรมีการแจงใหทราบวาวัตถุประสงคของการเรียนการสอนคืออะไรเพื่อใหผูเรียนทราบและตั้งความคาดหวัง ตลอดจนการประเมินตนเองวาจะสามารถไดรับผลการเรียนรูประจําบทเรียนนั้นๆ หรือไม ผูเรียนจะตองไดรับการประเมินผลการเรียนการสอนเพื่อใหทราบวาตนเองมีผลการเรียนรูเปนไปตามที่กําหนดไวหรือไม ทั้งนี้ อาจมาจากการใหขอมูลปอนกลับที่เหมาะสมทั้งในภาพรวมและในทุกๆ ขั้นตอนของการเรียนการสอน เพื่อใหผูเรียนสามารถตรวจสอบไดวาตนเองกําลังเกิดการเรียนรูที่ถูกตองหรือไม อยางไรอีเลิรนนิงคอรสแวร : แนวคิดสูการปฏิบัติ สําหรับการเรียนการสอนอีเลิรนนิงในทุกระดับ 5
    • แผนภาพที่ 1.1 บทเรียนอิเล็กทรอนิกสที่มีการแจงวัตถุประสงคการเรียนการสอนใหทราบ6 ขอมูลพื้นฐานเกี่ยวกับบทเรียนอิเล็กทรอนิกส (E-Learning Courseware) ทางการศึกษา
    • ใหเลือกคําตอบที่ถูกตองเพียงขอเดียว แลวกด Submit เพื่อยืนยันคําตอบ ยุคแรกของการเรียนการสอนทางไกลเริ่มตนดวยการเรียนผานทางใด 1) การบรรทุกสื่อการสอนไปกับรถมา 2) ไปรษณีย จดหมาย 3) วิทยุ โทรทัศน 4) อินเทอรเน็ต ถูกตองคะ – คลิกที่นเพื่อไปยังขอถัดไป ี่ แผนภาพที่ 1.2 บทเรียนอิเล็กทรอนิกสที่มีการใหขอมูลปอนกลับ ทฤษฎีพทธิปญญา (Cognitive Theory) ุ นักจิตวิทยาและนักการศึกษากลุมพุทธิปญญา เชื่อวาการเรียนรูบางเรื่องไมสามารถสังเกตเห็นไดจากพฤติกรรมที่แสดงออก และการเรียนรูที่เกิดขึ้นมีมากกวาการวัดดวยพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลง ดังนั้นนักจิตวิทยาและนักการศึกษากลุมนี้จึงศึกษาเกี่ยวกับการเรียนรูที่เกี่ยวของกับการใชความจํา แรงจูงใจและการคิด ตลอดจนการสะทอนที่แสดงใหเห็นถึงกระบวนการเรียนรูของผูเรียน ซึ่งนักจิตวิทยากลุมนี้พิจารณาวาการเรียนรูเปนกระบวนการที่เกิดขึ้นภายในของผูเรียน ตามความสามารถในการเรียนรูของแตละบุคคล ปริมาณความสามารถ ความพยายามที่ทมเทระหวางกระบวนการเรียนรู และความซับซอนของการ ุประมวลผล ตลอดจนโครงสรางความรูเดิมของผูเรียน ดังนั้น แนวทางปฏิบัติของการนําแนวคิดของนักจิตวิทยาและนักการศึกษากลุมพุทธิปญญาไปใชไดคือ การใชกลวิธีที่ใหผูเขารับการเรียนการสอนไดเขาถึงสื่อการเรียนไดมากที่สุด เพื่อใหผูเขารับการเรียนการสอนสามารถถายโอนสิ่งที่ไดรับผานประสาทสัมผัสไปยังหนวยความจําระยะสั้น เชน การอาน การมอง และการสัมผั ส เปน ตน นอกจากนี้การจัดลําดับเนื้อหาอยางเปนระบบ เรียงลําดับจากงายไปยาก และแสดงถึงความเชื่อมโยง เชน การใชผังความคิดลวงหนา (Advanced Organizer) จะชวยใหผูเขารับการเรียนการสอนเกิดการจดจําและระลึกถึงขอมูลนั้นๆ ไดดียิ่งขึ้นอีเลิรนนิงคอรสแวร : แนวคิดสูการปฏิบัติ สําหรับการเรียนการสอนอีเลิรนนิงในทุกระดับ 7
    • แผนภาพที่ 1.3 บทเรียนอิเล็กทรอนิกส (e-learning courseware) ที่มีการจัดลําดับเนื้อหาอยางเปนระบบ ทฤษฎีคอนสตรั๊คติวิสม (Constructivism Theory) นักทฤษฎีกลุมคอนสตรั๊คติวิสมความคิดเห็นในเรื่องการเรียนรูของผูเรียน โดยนักทฤษฎีกลุมนี้ เห็นวาผูเรียนแตละคนมีการแปลความหมายของสารที่ไดรับและการแปลความสิ่งที่อยูรอบตัวตามการรับรู ของแตละบุคคล ซึ่งการรับรูนั้นภายหลังจะเปลี่ยนเปนความรูตามความเขาใจของผูเรียนแตละคน (Learners construct their own knowledge) นักทฤษฎีกลุมนี้มองวาผูเรียนจะตองเปนศูนยกลางการเรียนรู (Learner center) ซึ่งมีผูสอนทําหนาที่เปนผูชวยสนับสนุนการเรียนรู และใหคําแนะนําสนับสนุนการเรียนรู (facilitator, coach) โดยผูสอนจะเปนผูใหคําแนะนํามากกวาเปนผูถายทอดความรู กิจกรรมการเรียนจึงเนน สถานการณการเรียนรู ซึ่งผูเรียนจะตองประยุกตใชความรูในการแกปญหา ดังนั้น การประยุกตใชทฤษฎี คอนสตรั๊คติวิสมสําหรับการเรียนการสอน คือการจัดการเรียนรูที่ใหผูเขารับการเรียนการสอนมีสวนรวมและ วิทยากรตั้งคําถามหรือเสนอสถานการณปญหากระตุนใหผูเขารับการเรียนการสอนคิดวิเคราะหและคิด แกปญหา วิทยากรในฐานะที่เปนผูสนับสนุนการเรียนรูจะตองจัดเตรียมแหลงขอมูลใหเพียงพอตอการเรียนรู ของผูเขารับการเรียนการสอน อันจะนําไปสูการสรางองคความรูใหมตามความเขาใจของผูเรียน นอกจากนี้ การเรียนแบบรวมมือ (Collaborative learning) ยังชวยกระตุนใหผูเขารับการเรียนการสอนแลกเปลี่ยนความ คิดเห็นและรวมกันทํางานใหเสร็จตามที่ไดรับมอบหมาย และมีปฏิสัมพันธกับผูอื่น ซึ่งจะนําไปสูการเรียนรู เพื่อสงเสริมการเรียนรูข้นสูง (higher order learning) และเกิดชุมชนแหงการเรียนรู (learning community) ั อีกดวย8 ขอมูลพื้นฐานเกี่ยวกับบทเรียนอิเล็กทรอนิกส (E-Learning Courseware) ทางการศึกษา
    • ภาพที่ 1.4 บทเรียนอิเล็กทรอนิกส (e-learning courseware) ที่มีการตั้งคําถามใหผูเรียนมีสวนรวม สรุปไดวาการใชความรูของทฤษฎีการเรียนรูทั้ง 3 กลุม ไดแก พฤติกรรมนิยม พุทธิปญญา และคอนสตรั๊คติวิสม ลวนมีวัตถุประสงคเดียวกันคือเพื่อใหผูเรียนบรรลุเปาหมายการเรียนรูที่ไดกําหนดไวอยางไรก็ตามดวยลักษณะของความรูและวัตถุประสงคที่ตางกัน ทฤษฎีทั้ง 3 นี้จึงเหมาะสมในสถานการณที่แตกตางกันไป เชน การใชทฤษฎีกลุมพฤติกรรมนิยมจะเหมาะกับการเรียนการสอนที่เนนขอเท็จจริงในขณะที่หลักการจากทฤษฎีพุทธิปญญาจะเหมาะกับการเรียนการสอนที่เนนหลักการและกระบวนการและหลักการจากทฤษฎีคอนสตรั๊คติวิสมจะเหมาะกับการเรียนการสอนที่เนนทักษะการคิดระดับสูง (Ally,2006; Waterhouse, 2005)อีเลิรนนิงคอรสแวร : แนวคิดสูการปฏิบัติ สําหรับการเรียนการสอนอีเลิรนนิงในทุกระดับ 9
    • 3 องคประกอบของบทเรียนอิเล็กทรอนิกส ทางการศึกษา บทเรียนอิเล็กทรอนิกส (e-learning courseware) เปนเนื้อหาสาระที่นําเสนอในรูปแบบ อิเล็กทรอนิกส ซึ่งสวนใหญมีลักษณะเปนสื่อประสม โดยเนนการออกแบบที่ใชวิธีการ กลยุทธ และการให ขอมูลปอนกลับแกผูเรียนโดยทันทีในการนําเสนอ ที่กระตุนใหผูเรียนเกิดการเรียนรูตามวัตถุประสงคที่ กํ า หนดไว ซึ่ ง ผู เ รี ย นสามารถเข า ถึ ง เนื้ อ หาได ต ามความต อ งการ ตลอดจนอาจมี แ บบฝ ก หั ด หรื อ แบบทดสอบเพื่อใหผูเรียนสามารถตรวจสอบความเขาใจ ทั้งนี้ อาจยึดแนวทางของ learning object บทเรียนอิเล็กทรอนิกส (Courseware) ในรูปแบบของ Learning Objects เปนสื่อการสอนในลักษณะ บทเรียนอิเล็กทรอนิกสที่มีขนาดเล็ก สามารถนํากลับมาใชใหมโดยการจัดเรียงลําดับเนื้อหาใหม เกิดเปน บทเรียนใหม โดยมีองคประกอบสําคัญในแตละ Learning Object คือ (1) วัตถุประสงคการเรียนรู (2) หนวย การเรียน และ (3) แบบทดสอบ โดยคุณลักษณะเดนของ Learning Objects คือเนื้อหาเปนอิสระภายใน ตัวเอง สะดวกตอการนําไปใชและการปรับแก (content updated) สามารถใชซ้ํา(reusable) แบงปน แลกเปลี่ยนเนื้อหาระหวางกัน (repository) ไดผานระบบบริหารการเรียนการสอน (Learning Management System) อีก ทั้ ง ยั งเปน การลดปญ หาไฟลข นาดใหญแ ละการปรั บ ปรุ งแกไ ขเนื้ อหาบทเรี ย นไดยาก (Davidson-Shivers, 2006; Waterhouse, 2005; ใจทิพย ณ สงขลา, 2550; Khan, 2005) ทั้งนี้ ไดมีงานวิจัย และหนังสือ/บทความที่มีการเผยแพรในชวง พ.ศ. 2541-2553 เกี่ยวกับ องคประกอบของบทเรียนอิเล็กรอนิกสทางการศึกษา ที่สามารถพิจารณาจําแนกไดเปน ดานองคประกอบ มัลติมเดีย (ภาพ กราฟก แอนิเมชั่น ขอความ เสียง และวีดิทัศน) ดานการออกแบบสวนตอประสาน ดานการ ี ออกแบบเนื้อหา ดานการออกแบบระบบนําทาง ดานการทดสอบการใชงาน ดานการเขาถึงขอมูล และดาน อื่นๆ เชน คุณภาพเนื้อหา กิจกรรมการเรียน การทดสอบความรู ขอมูลปอนกลับ มาตรฐาน SCORM เปน ตน ดังตัวอยางผลงานวิจัยในตารางที่ 1.1-1.2 และหนังสือ/บทความในตารางที่ 1.3-1.410 ขอมูลพื้นฐานเกี่ยวกับบทเรียนอิเล็กทรอนิกส (E-Learning Courseware) ทางการศึกษา