Operating Management

4,409 views
4,174 views

Published on

Published in: Business, Technology
0 Comments
1 Like
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
4,409
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
22
Actions
Shares
0
Downloads
115
Comments
0
Likes
1
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Operating Management

  1. 1. Operating Management
  2. 2. Operating Management <ul><li>เป็นการจัดการ ปฏิบัติการ ออกแบบ ปรับปรุง กระบวนการที่เกี่ยวข้องให้มีประสิทธิภาพ </li></ul>
  3. 3. Transformation Process <ul><li>Module I </li></ul><ul><ul><li>มหภาค </li></ul></ul><ul><ul><ul><li>วิเคราะห์เศรษฐกิจ ใช้ SPEELT </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>ทำ STP </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>ศึกษาความต้องการของลูกค้า </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><ul><li>กำหนด Order Qualifier </li></ul></ul></ul></ul><ul><ul><ul><ul><li>กำหนด Order Winner </li></ul></ul></ul></ul>
  4. 4. <ul><ul><ul><li>วิเคราะห์อุตสาหกรรม ใช้ 5 Force </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>กำหนดกลยุทธ์ </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><ul><li>Function Level </li></ul></ul></ul></ul><ul><ul><ul><ul><li>Business Level </li></ul></ul></ul></ul><ul><ul><ul><ul><li>Corporate Level </li></ul></ul></ul></ul>
  5. 5. <ul><li>Module II </li></ul><ul><ul><li>การออกแบบผลิตและบริการ </li></ul></ul><ul><ul><ul><li>การออกแบบผลิตภัณฑ์ต้องคำนึง </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><ul><li>Performance </li></ul></ul></ul></ul><ul><ul><ul><ul><li>Durability </li></ul></ul></ul></ul><ul><ul><ul><ul><li>Feature </li></ul></ul></ul></ul><ul><ul><ul><ul><li>Safety </li></ul></ul></ul></ul><ul><ul><ul><ul><li>Maintainability </li></ul></ul></ul></ul><ul><ul><ul><ul><li>ความน่าเชื่อถือ </li></ul></ul></ul></ul><ul><ul><ul><ul><li>รูปลักษณ์ </li></ul></ul></ul></ul>
  6. 6. <ul><li>QFD (Quality Functional Deployment) เป็นเครื่องในการช่วยออกแบบโดยเปลี่ยนความต้องการของลูกค้าให้เป็นแบบสินค้า </li></ul><ul><ul><li>Customer Requirement </li></ul></ul><ul><ul><li>Competitor Assessment </li></ul></ul><ul><ul><li>Design </li></ul></ul><ul><ul><li>Relationship Matrix </li></ul></ul><ul><ul><li>Trade-off </li></ul></ul><ul><ul><li>Technical Assessment </li></ul></ul>5 3 1 4 6 2
  7. 7. <ul><li>Other Tool </li></ul><ul><ul><li>CAD </li></ul></ul><ul><ul><li>Design for Manufacturing ( ง่าย เร็ว ถูก ) </li></ul></ul><ul><ul><li>Design for Environment (Reuse, Recycle, Reduce, Redesign) </li></ul></ul><ul><ul><li>Value Engineer เป็นการออกแบบให้มีประสิทธิภาพ </li></ul></ul>
  8. 8. ระบบการผลิต <ul><li>Job shop </li></ul><ul><li>Batch </li></ul><ul><li>Assembly line </li></ul><ul><li>Continuous flow </li></ul>
  9. 9. การออกแบบบริการ <ul><li>เน้น </li></ul><ul><ul><li>ความยืดหยุ่น </li></ul></ul><ul><ul><li>มีมาตรฐาน </li></ul></ul><ul><ul><li>เป็นมิตร </li></ul></ul><ul><ul><li>เหมาะกับการดำเนินงาน </li></ul></ul>
  10. 10. Service Strategies <ul><li>ความรวดเร็ว </li></ul><ul><li>ความสะดวกสบาย </li></ul><ul><li>ความหลากหลาย </li></ul><ul><li>ราคาเหมาะสม </li></ul>
  11. 11. <ul><li>Module III </li></ul><ul><ul><li>เน้นกระบวนการผลิต ขาย ส่งมอบ และเก็บเงิน </li></ul></ul>
  12. 12. Supply Chain Management <ul><li>เป็นกระบวนการส่งผ่านข้อมูล วางแผน ในการส่งวัตถุดิบ สินค้า และบริการ รวมถึงกระแสเงินสด จาก Supplier Manufacturer Distributor จนถึง Customer </li></ul>
  13. 13. ปัญหาที่เกิดขึ้น <ul><li>Inventory สูง </li></ul><ul><li>ต้นทุนจม </li></ul><ul><li>งานขาดคุณภาพ </li></ul><ul><li>ส่งงานช้า </li></ul><ul><li>บริการไม่ดี </li></ul>
  14. 14. สาเหตุ <ul><li>ขาดข้อมูลในการบริหาร </li></ul><ul><li>ขาดการวางแผน </li></ul><ul><li>ขาดความร่วมมือ </li></ul><ul><li>ขาดวินัย </li></ul>
  15. 15. วัตถุประสงค์ SCM <ul><li>Maximize customer value </li></ul><ul><li>Minimize cost </li></ul>
  16. 16. ลำดับขั้นในการพัฒนา SCM <ul><li>Functional Independent </li></ul><ul><li>Functional Integration </li></ul><ul><li>Internal Integration </li></ul><ul><li>External Integration </li></ul>
  17. 17. Benefit SCM <ul><li>ลด inventory </li></ul><ul><li>ลด Purchasing Cost </li></ul><ul><li>ลด Logistic cost </li></ul><ul><li>ลด Defect </li></ul><ul><li>พัฒนาความสัมพันธ์ลูกค้า </li></ul><ul><li>สร้างความพึงพอใจ </li></ul><ul><li>เพิ่มยอดขาย </li></ul><ul><li>เพิ่มกำไร </li></ul>
  18. 18. Inventory Management <ul><li>Inventory เป็นสิ่งที่มีไว้เพื่อใช้หรือขาย แบ่งเป็น </li></ul><ul><ul><li>ตาม Process เช่น Raw Material, WIP, FG </li></ul></ul><ul><ul><li>ตาม Function เช่น Cycle Stock, Safety Stock, Transportation Stock และ Anticipation Stock </li></ul></ul><ul><ul><li>ตาม Demand เช่น Dependent Demand และ Independent Demand </li></ul></ul>
  19. 19. <ul><li>Inventory Management เป็นกระบวนการจัดการสินค้าคงคลังให้มีจำนวนและปริมาณที่เหมาะสม โดยพิจารณาจาก ต้นทุนสินค้า ต้นทุนจัดเก็บและค่าใช้จ่ายต่างๆ </li></ul><ul><li>วัตถุประสงค์ </li></ul><ul><ul><li>เพียงพอกับความต้องการของลูกค้า </li></ul></ul><ul><ul><li>สินค้าคงคลังต่ำ </li></ul></ul><ul><ul><li>อาจทำได้โดยการปรับปรุง SCM ให้มีประสิทธิภาพ </li></ul></ul>
  20. 20. Just-In-Time System <ul><li>JIT คือปรัชญาในการบริหารงานโดยมุ่งเน้นที่การกำจัดสิ่งสิ้นเปลือง สิ่งที่ไม่สร้าง Value ไร้ประโยชน์ และต้องมีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เราจะผลิตสินค้าตามปริมาณ และในเวลาที่ต้องการเท่านั้น </li></ul>
  21. 21. <ul><li>วัตถุประสงค์ของ JIT เพื่อมี Inventory, Leadtime, failures และ Defect เป็นศูนย์ การขจัดของเสีย ขจัดคอขวด และสร้างให้เกิดการไหลเวียนของวัตถุดิบสู่กระบวนการผลินเป็นสินค้า (Streamline Production) ได้อย่างรวมเร็ว โดยไม่มี Stock ในระบบ แต่ต้องไม่ให้เกิด Opportunity Cost ขึ้น ของเสียในที่นี้รวมถึงผลผลิตที่เกินความต้องการ เวลาที่ใช้เพื่อรอ การส่งต่องาน ความไม่มีประสิทธิภาพในการบวนการ การเคลื่อนไหวที่เกินจำเป็น สินค้าคงเหลือ ของเสีย </li></ul>
  22. 22. <ul><li>การลด Inventory ต้องลด Lot Size ลงแต่จำนวนครั้งที่ set up เครื่องจักรจะเพิ่มขึ้น จึงต้องพยายามลด Set up Cost ด้วย เมื่อ Lot size น้อยๆ เราจะผลิตสินค้าที่มีความหลากหลายมากกว่า สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้กว้างกว่า </li></ul><ul><li>การที่จะผลิตให้ได้ Better Quality, Cheaper Cost, Faster Time นั้นต้องมีเสาหลักสองเสา คือ ระบบ JIT คือลดของเสีย ลด Inventory ผลิตให้ได้แบบ Streamline และมี JIDOKA เป็นระบบที่เน้นให้กระบวนการทำงานแบบ ZERO DEFECT คือไม่ผลิตของเสียเลย แต่ทั้งนี้จะต้องมีระบบที่เป็นรากฐานคือ KAIZEN หรือการทำ Continuous Improvement พนักงานต้องปรับปรุงการทำงานของตนเองทุกปี และต้องทำอย่างต่อเนื่อง โดยพนักงานจะปรับปรุงโดยเสนแนะวิธีการทำงานใหม่ๆ ที่ดีขึ้น ผ่าน Suggestion Systems ไม่ต้องเป็นสิ่งยิ่งใหญ่แต่ต้องปรับปรุงอย่างต่อเนื่องนั่นเอง </li></ul>
  23. 23. <ul><li>ข้อดีของการทำ SCM, ERP และ JIT คือ การลด Stock, Purchasing Cost, Defect, Logistic Cost สามารถปรับตัวให้ทันสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ ปรับปรุงการจัดส่ง ความพึงพอใจของลูกค้า และ Customer Value เพิ่มยอดขายและกำไร </li></ul>
  24. 24. Quality Management <ul><li>การบริหารคุณภาพต้องเริ่มตั้งแต่การออกแบบสินค้า จนถึงการออกแบบระบบในทุกขั้นตอนให้ดี เพื่อทำให้ผลินสินค้าที่มีคุณภาพ ซึ่งคุณภาพมี 2 มุมมองคือ </li></ul><ul><li>Customer’s Perspective - คุณภาพของการออกแบบให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า คุณภาพในมุมมองของลูกค้าจะมอง ประสิทธิภาพ รูปแบบการใช้งาน ความเชื่อถือได้ ความปลอดภัย ความคงทน สามารถบำรุงรักษาได้ มีการบริการที่ดี มีรูปลักษณ์ดี ภาพลักษณ์สินค้า </li></ul><ul><li>Producer’s Perspective - คุณภาพของการผลิตให้ได้ตาม Spec ที่ต้องการ ซึ่งจะมีคุณภาพหรือไม่ขึ้นอยู่กับ การออกแบบสินค้าว่าผลิตได้ง่าย / ยากเพียงใด การออกแบบกระบวนการสามารถตรวจสอบได้หรือไม่ Quality Assurance System มีระบบประกันคุณภาพหรือไม่ เช่น ISO 9000 </li></ul>
  25. 25. <ul><li>ระบบคุณภาพที่ดีต้องกำหนด </li></ul><ul><li>มาตรฐาน (Specification) ของผลผลิตที่ตรงความต้องการของลูกค้า (Meet Customer Needs) เพื่อสร้างความพึงขอใจให้ลูกค้า (Customer Satisfaction) </li></ul><ul><li>กระบวนกาผลิตที่สามารถผลิตได้ตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ (Conformance to Specification) </li></ul><ul><li>การบวนการวัดผล ประเมินผล และแก้ไขปัญหา (Measurement, Evaluate and Control) </li></ul><ul><li>กระบวนการพัฒนาคุณภาพให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement) </li></ul>
  26. 26. <ul><li>Cost of Quality </li></ul><ul><li>Appraisal Cost ต้นทุนการตรวจสอบหาของเสีย พบว่าการมี Appraisal Cost สูงของเสียไม่ได้ลด เพราะ Internal Failure Cost ยังสูงอยู่ แต่ External Failure Cost ลดลง แต่การที่จะลด Internal Failure Cost นั้นต้องเน้นที่ Prevention Cost ซึ่งจะช่วยลดได้ทั้ง Internal และ External Failure Cost ได้ดีกว่า </li></ul><ul><li>Prevention Cost ต้นทุนที่ลงทุนไปเพื่อไม่ให้เกิด หรือป้องกันไม่ให้มีของเสียเกิดขึ้น เช่น Training Cost ต้นทุนจากการปรับปรุงเครื่องจักร </li></ul><ul><li>Internal Failure Cost ต้นทุนเกี่ยวกับข้อผิดพลาด ของเสียแต่ยังไม่ถึงมือลูกค้า นำกลับมาผลิต แก้ไขใหม่ </li></ul><ul><li>External Failure Cost ต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับข้อผิดพลาด ของเสียที่ไปถึงมือลูกค้าแล้ว ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม แก้ไข หรือถูกฟ้องได้ทั้งนี้อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นในอนาคต </li></ul>
  27. 27. <ul><li>Quality & Cost การป้องกันปัญหา และลดของเสีย ทำให้ต้นทุนผลิตลดลง และต้นทุนการบริการลดลง เป็นผลทำให้กำไรเพิ่มสูงขึ้น </li></ul>
  28. 28. Continuous Quality Improvement หลักการของ KAIZEN ที่เน้นการปรับปรุง และพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง <ul><li>Level 0: No Formal Quality System ผลิตได้เท่าที่ทำได้ ไม่มีระบบการผลิตที่เป็นมาตรฐาน ไม่รู้ว่าจะผลิตเท่าไร ไม่มีการตรวจสอบ ของดีไม่ดีไม่รู้ ไม่รู้ Defect การควบคุมคุณภาพทำไม่ได้เลย ต้นทุนคุณภาพของระดับนี้ส่วนมากจะเป็น External Failure Cost </li></ul><ul><li>Level 1: Inspection System มีการติดตั้งระบบตรวจสอบ เพื่อแยกของเสียออกจากของดี แม้ว่าสามารถรับรู้ปริมาณของ defects แต่ไม่สามารถทำให้ลดลงได้ โดยเอาของดีไปขายให้ลูกค้า ส่วนของเสียนำกลับมาแก้ไขเพื่อนำไปขายใหม่ ต้นทุนส่วนใหญ่เป็น Appraisal Cost และ Internal Failure Cost การดำเนินงานเป็นการตรวจสอบและการวัดโดยใช้ระดับมาตรฐานเป็นเกณฑ์ </li></ul>
  29. 29. <ul><li>Level 2: Quality Control System มีระบบคุณภาพที่ชัดเจนสามารลดปริมาณ Defects ลงได้ ต้องทำการวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นว่ามีกี่ปัญหา สาเหตุจากอะไรด้วยเครื่องมือทางสถิติ สนับสนุน Quality team ให้ใช้ระบบ PDCA การใช้ทีมงานช่วยให้การวิเคราะห์และแก้ปัญหาเป็นได้ง่ายแต่ละทีมงานแก้ปัญหาแต่ละเรื่อง การจัดโครงสร้างเป็นทีมงานช่วยให้การดำเนินงานวิเคราะห์หาสาเหตุและแนวทางแก้ไขมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะนำมาปรับปรุงการผลิตไม่ให้เกิดของเสีย หรือควบคุมของเสียให้อยู่ภายในเกณฑ์ที่กำหนด ส่งผลต่อ Internal Failure Cost ลดลงได้ ต้นทุนส่วนใหญ่เป็น prevention cost เครื่องมือทางสถิติที่นิยมใช้ในการควบคุม </li></ul>
  30. 30. <ul><li>Level 3: Quality Assurance System เป็นการสร้าง Prevention System เพื่อไม่ให้เกิดมีของเสียตั้งแต่แรกเลย โดยระบบจะต้องป้องกันไม่ให้คนงานผลิตของเสียแต่แรก เน้น Zero Defect จะมี Prevention Cost สูงขึ้น และส่งผลต่อการลดต้นทุนได้ ทำตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ ใช้ QFD มาช่วย ใช้วิธีการ เช่น 100% check, Self-check mechanism ( ตรวจสอบด้วยกลไกเอง ), Source Inspection ( ตรวจแหล่งที่มา ตรวจไปผลิตไป ), Fail-Safe Techniques หรือ Poka Yoke ( ป้องกันไม่ให้ผลิตของเสีย ) </li></ul><ul><li>Level 4: Strategic Quality Management System ระบบที่เน้นและนำคุณภาพมาเป็นกลยุทธ์ในการแข่งขัน ซึ่ง Top management จำเป็นต้องเข้ามาร่วมสร้าง Strategic Quality Management โดยประสานงานระหว่างหน่วยงานเพื่อร่วมกันกำหนดกลยุทธ์ด้านคุณภาพเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้า ลูกค้าและตลาดเป็นผู้กำหนดลักษณะและระดับของคุณภาพ ซึ่งเป็นการสร้าง Competitive advantage เครื่องมือที่สำคัญสำหรับระบบคุณภาพระดับนี้คือ QFD </li></ul>
  31. 31. <ul><li>TQM หมายถึง แนวทางการบริหารอย่างต่อเนื่องขององค์กรที่มุ่งเน้นคุณภาพโดยสมาชิกทุกคนขององค์กรและมุ่งหมายผลกำไรระยะยาว ด้วยการสร้างความพึงพอใจให้แกลูกค้า รวมทั้งการสร้างผลประโยชน์ตอบแทนแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเป็นการจัดการองค์กรให้สามารถสร้างความเป็นเลิศในสินค้าหรือบริการอันเป็นสิ่งสำคัญต่อลูกค้า </li></ul>
  32. 32. <ul><li>วัตถุประสงค์ทั่วไปของ TQM </li></ul><ul><li>เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าภายในและภายนอก </li></ul><ul><li>เพื่อพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเนื่องในกิจกรรมทุกด้าน </li></ul><ul><li>เพื่อความอยู่รอดขององค์กรและสามารถเจริญเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง ภายใต้สภาวะการแข่งขันที่รุนแรง </li></ul><ul><li>เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงาน </li></ul><ul><li>เพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น </li></ul><ul><li>เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม </li></ul>
  33. 33. <ul><li>ผลที่ได้รับจาก TQM ทำให้การดำเนินการขององค์กรสูงขึ้นโดย </li></ul><ul><li>สินค้าหรือบริการมีคุณภาพสูงขึ้น </li></ul><ul><li>ของเสียเป็นศูนย์ </li></ul><ul><li>ออกแบบผลิตภัณฑ์ได้น่าสนใจขึ้น </li></ul><ul><li>บริการหรือส่งของได้เร็วขึ้น </li></ul><ul><li>ลดต้นทุนการผลิต </li></ul><ul><li>พนักงานทุกคนมีส่วนร่วม </li></ul>

×