Your SlideShare is downloading. ×
Financial Management
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×

Introducing the official SlideShare app

Stunning, full-screen experience for iPhone and Android

Text the download link to your phone

Standard text messaging rates apply

Financial Management

13,367
views

Published on

Published in: Business, Economy & Finance

0 Comments
2 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total Views
13,367
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
219
Comments
0
Likes
2
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. Financial Management
  • 2.
    • Objective ของการบริหารการเงิน : ทำให้ Maximize shareholder wealth โดยการทำ Maximizing stocks price ราคาหุ้นจะสูงสุดก็ต้องทำให้ Maximize corporate value การยกระดับความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดในปัจจุบันและอนาคต
  • 3.  
  • 4. หน้าที่ของการบริหารการเงิน
    • หาเงิน โดยเงินทุนของกิจการมาจาก Debt และ Equity ซึ่งทั้งสองอย่างมีต้นทุน โดยต้นทุนของ Debt คือดอกเบี้ย Equity ต้นทุนคือผลตอบแทนที่กิจการต้องจ่ายให้แก่ Shareholder หรือนักลงทุน โดยรวมกันเป็นต้นทุนของเงินทุน WACC โดยมีเป้าหมายเพื่อทำให้ WACC ต่ำสุด
    • ใช้เงิน โดยนำเงินที่ได้มาลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ แล้วใช้สินทรัพย์เหล่านั้นสร้าง FCF โดยมีเป้าหมายเพื่อทำให้ FCF สูงสุด
  • 5. แหล่งที่มาของเงิน
    • บริษัทใหม่
      • เงินทุน Equity
      • เงินกู้ Debt
    • บริษัทที่ดำเนินกิจการแล้ว
      • เงินทุน Equity
      • เงินกู้ Debt
      • เงินกำไรสะสม
  • 6. ข้อดี ข้อเสียของ Debt และ Equity ( บริษัท ) สูญเสียความเป็นเจ้าของ ต้นทุนไม่คงที่ สูงกว่า Dividend หักภาษีไม่ได้ ความเสี่ยงสูง Equity ความเสี่ยงต่ำ DEBT ต้นทุนคงที่ ต่ำกว่า ไม่สูญเสียความเป็นเจ้าของ หักภาษีได้
  • 7. ต้นทุนของเงินทุน
    • Kd เป็นต้นทุนของเงินกู้ (Debt)
    • Ke เป็นต้นทุนของเงินทุน (Equity)
    • Ke > Kd เสมอ
  • 8. Invester Company หุ้นกู้ หุ้นสามัญ Debt Equity Risk Risk Risk Risk Rate of return Rate of return Rate of return Rate of return Kd Ke
  • 9.
    • กำไรสะสมมีต้นทุนที่เรียกว่า ต้นทุนค่าเสียโอกาสซึ่งผู้บริหารสามารถนำเงินกำไรสะสมดังกล่าว จ่ายคืนให้กับผู้ถือหุ้น ซึ่งผู้ถือหุ้นอาจนำไปลงทุนต่อ ดังนั้นบริษัทควรจะได้รับผลตอบแทนจากการนำหำไรสะสมไปลงทุน อย่างน้อยเท่ากับที่ผู้ถือหุ้นสามารถจะได้รับผลตอบแทนจากนำเงินไปลงทุนเองในธุรกิจที่มีความเสี่ยงเท่ากัน
    • ดังนั้นในการระดมทุนควรเลือกใช้เงินทุนจากกำไรสะสมก่อน จึงใช้เงินกู้ แล้วจึงใช้เงินทุนเป็นลำดับสุดท้าย
  • 10. WACC ต่ำสุดที่จุดที่เป็น Optimal Capital Structure ของแต่ละบริษัท
  • 11. Value MM Actual Value of firm เมื่อไม่ใช้หนี้ Value added by debt tax Value reduced by bankruptcy cost Leverage
  • 12. ต้นทุนล้มละลาย (Bankruptcy cost)
    • จากกราฟข้างต้น พบว่ามูลค่ากิจการจะเพิ่มสูงขึ้นเมื่อกู้หนี้เพิ่มขึ้น แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งจะทำให้มูลค่ากิจการลดลง เนื่องจากต้นทุนของเงินกู้จะเพิ่มสูงขึ้น เมื่อสัดส่วนเงินกู้เพิ่มขึ้น
    • ต้นทุนเงินกู้ที่เพิ่มขึ้นมาจากความเสี่ยงของบริษัทที่เพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งต้นทุนล้มละลายซึ่งเป็นต้นทุนที่เกิดจากค่าใช้จ่ายทางกฎหมายและค่าใช้จ่ายทางบัญชี รวมทั้งต้นทุนที่เกิดขึ้นในช่วงที่บริษัทอยู่ในภาวะล้มละลาย เช่น การขายทรัพย์ในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาด
    • ดังนั้นบริษัทควรใช้แหล่งเงินทุนที่มาจากหนี้สินน้อยกว่า หรือควรจำกัดการใช้หนี้สิน
  • 13. ความสัมพันธ์ระหว่าง WACC, ราคาหุ้น และ EPS
    • จากกราฟ พบว่าที่ WACC ต่ำสุด เรียกว่า Optimal capital structure ซึ่งเป็นจุดที่จะทำให้มูลค่ากิจการเพิ่มสูงที่สุด ( ณ จุดที่ FCFF เท่ากัน ) ดังนั้นมูลค่าหุ้นจะสูงที่สุด
    • แต่พบว่าที่จุดที่ราคาหุ้นสูงสุด ไม่ใช่จุดที่ EPS สูงที่สุด เนื่องจาก EPS คำนวณจาก Net Income ซึ่ง Net Income ไม่ใช่กระแสเงินสด และมีมูลค่าสูงกว่ากระแสเงินสดเสมอ ทำให้จุดที่ EPS สูงสุดอยู่ถัดไปทางขวาของจุดที่ราคาหุ้นสูงที่สุด
  • 14. Value of firm Cost of capital Stock price EPS Cost of equity After tax Cost of debt WACC Percent financed of debt Percent financed of debt Percent financed of debt
  • 15. วิธีการประเมินโครงการลงทุน
    • ระยะเวลาคืนทุน Payback period (PB)
    • PB = จำนวนปีก่อนคืนทุน + กระแสเงินสดส่วนที่เหลือ / กระแสเงินสดทั้งปี
    • ถ้าต้องเลือกเพียงโครงการเดียว เลือกโครงการที่มีระยะเวลาคืนทุนสั้นกว่า แต่ถ้าเลือกได้ทุกโครงการ ( เงินทุนไม่จำกัด ) จะเลือกทุกโครงการที่ระยะเวลาคืนทุนน้อยกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้
    • ข้อเสีย ไม่คำนึงถึงมูลค่าเงินตามเวลา และไม่คำนึงถึงผลประโยชน์หลังจากคืนทุนแล้ว ไม่คำนึงถึงต้นทุนของเงินทุน
    • ข้อดี คำนวณง่าย สามารถบอกถึงความเสี่ยงของโครงการเบื้องต้นได้
  • 16.
    • Discount Payback period (DPB) คิดเหมือน Payback period แต่เงินที่ได้รับในแต่ละปีจะนำมาคิดเป็นมูลค่าปัจจุบันก่อน โดยใช้ต้นทุนของเงินทุนเป็นตัวคิดลด สามารถแก้ข้อเสียในเรื่อง Time value of money ได้ แต่ยังมีจุดอ่อนในเรื่องผลประโยชน์หลังจากคืนทุนแล้ว เหมือนเดิม
    • Net present value (NPV)
    • ถ้าเป็นโครงการที่เป็นอิสระต่อกัน เลือกโครงการที่มี NPV เป็นบวก ถ้าเป็นโครงการที่ทดแทนกันได้เลือกโครงการที่ NPV สูงสุด
  • 17.
    • Internal rate of return (IRR) การหาอัตราส่วนลดที่ทำให้ NPV เป็น 0
    • ถ้าเป็นโครงการที่เป็นอิสระต่อกัน เลือกโครงการที่มี IRR มากกว่า WACC ถ้าเป็นโครงการที่ทดแทนกันได้เลือกโครงการที่ IRR มากกว่า WACC และ IRR สูงสุด
    • ถ้าผ่านการตัดสินใจของ NPV และ IRR แล้วควรเลือกโครงการที่มีเงินลงทุนน้อยกว่า และมี CF ในระยะแรกๆมาก ระยะปลายน้อยๆ เพราะจะได้นำเงินไปลงทุนในโครงการอื่นๆต่อไป
    • เมื่อขนาดของโครงการต่างกัน และมีกระแสเงินสดเข้ามาในเวลาที่ต่างกัน บางครั้งเกิดความขัดแย้งของ NPV และ IRR เนื่องจากสมมติฐานของทั้ง 2 วิธีต่างกันคือ NPV จะสมมติว่าเงินทุนที่ได้รับมาในปีแรกๆจะนำไปลงทุนต่อจนกว่าจะสิ้นสุดโครงการ โดยได้รับผลตอบแทนเท่ากับต้นทุนของเงินทุน ในขณะที่ IRR จะสมมติว่าเงินทุนที่ได้รับมาในปีแรกๆจะนำไปลงทุนเช่นกันแต่จะได้รับผลตอบแทนเท่ากับ IRR ข้อสมมติฐานของ NPV สมเหตุสมผลกว่า ถ้าโครงการที่มีขนาดต่างกัน ควรใช้ NPV เป็นตัวเลือก
  • 18.
    • Modified internal rate of return (MIRR) ใช้ข้อสมมติของ NPV มาคำนวณ เพื่อลดข้อขัดแย้งระหว่าง NPV กับ IRR ได้สำหรับกรณีที่มีระยะเวลาต่างกัน แต่เรื่องขนาดที่ต่างกันก็ยังอาจจะทำให้เกิดข้อขัดแย้งได้เช่นเดิม เวลาคำนวณให้คิดเงินที่ได้ในแต่ละปี เป็น FV ด้วย rate ต้นทุนของเงินทุน จากนั้นหาตัวคิดลดที่ทำให้ค่า FV นั้น เท่ากับเงินลงทุน ตัดสินใจเลือกโครงการที่มี MIRR > WACC
    • Profitability Index (PI) เลือกโครงการที่มี PI > 1 ถ้าเลือกโครงการเดียวเลือกที่ PI สูงกว่า