Your SlideShare is downloading. ×
Finance Distributions To Shareholders  Dividends And Repurchases
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×
Saving this for later? Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime – even offline.
Text the download link to your phone
Standard text messaging rates apply

Finance Distributions To Shareholders Dividends And Repurchases

4,383
views

Published on

Published in: Economy & Finance, Technology

0 Comments
2 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total Views
4,383
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
209
Comments
0
Likes
2
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. Chapter 18 Distributions to Shareholders: Dividends and Repurchases • ผูถือหุน - ถือหุนเดิมไว จะได Dividends - ขายหุนคืน จะได Capital Gain • เปาหมายของการดําเนินธุรกิจ คือ การสรางความมั่งคังสูงสุดใหกับผูถือหุน ่ Dividend Policy : นโยบายเงินปนผล - นโยบายเงินปนผลที่เหมาะสม คือ การจัดใหมีความสมดุลระหวาง การจายเงินปนผลในปจจุบัน และ อัตรา การเจริญเติบโตของบริษัทในอนาคต เพื่อที่จะทําใหราคาของหุนสามัญสูงสุด Theory of Dividends : ทฤษฎีนโยบายเงินปนผล 1. Dividend Irrelevance Theory : ทฤษฎีนโยบายปนผลที่ไมแตกตาง - เสนอโดย Merton Miller และ Franco Modigliani - Investors don’t care about payout (จาย หรือ ไมจาย Dividends ก็ไมมีผลตอนักลงทุน) - เสนอวา ... นโยบายเงินปนผลของบริษัท ไมมีผลกระทบตอมูลคาของบริษัท และ ตนทุนของเงินทุน ทั้งนี้เนื่องจาก มูลคาของบริษท ขึ้นอยูกบ ความสามารถในการทํากําไร และ ความเสี่ยงของธุรกิจของบริษัทเอง ั ั ทฤษฎีของ M&M นั้นจะตั้งอยูบนสมมติฐานที่สําคัญ ดังนี้ - ไมมีภาษีเงินได ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล - ไมมีคาใชจายในการจําหนายหุนสามัญใหม และ ไมมีคาใชจายในการซื้อขายหุน   - การที่บริษัทมีหนี้สิน ไมมีผลกระทบตอตนทุนของเงินทุน - นักลงทุนและผูบริหาร ไดรับขอมูลขาวสารเกี่ยวกับแนวโนมของบริษัทในอนาคต และ ขอมูลภายในของ บริษัทเหมือนกัน - ผูลงทุนทั้งหมด จะไมมีความแตกตางในการไดรับผลตอบแทนในรูปของการจายเงินปนผล หรือ สวน ตางราคาหลักทรัพย - นโยบายในการกําหนดงบลงทุนของบริษัท ไมขึ้นกับ นโยบายเงินปนผล จะเห็นไดวา จากสมมติฐานบางขออาจไมสอดคลองกับความเปนจริงของการดําเนินธุรกิจ กลาวคือ ธุรกิจและ ผูลงทุนจะตองจายภาษีเงินได และ การออกหุนสามัญจะมีคาใชจายในการดําเนินการ และ ผูลงทุนจะมีคาใชจายในการ   ซื้อขายหลักทรัพย ซึ่งคาใชจายที่เกิดขึ้นจะมีผลตอตนทุนของเงินทุนในสวนของผูถือหุน และ สวนใหญผูบริหารจะ  ทราบถึงขอมูลภายใน หรือ แนวโนมธุรกิจไดดีกวาผูลงทุนภายนอก
  • 2. 2. Bird-in-the-Hand Theory : ทฤษฎีลูกนกในกํามือ - เสนอโดย Myron Gordon และ John Lintner - Investors prefer a high payout (เอา Dividends เลยดีกวา) - นักลงทุนยินดีที่จะไดรบเงินปนผลในปจจุบัน มากกวา การรอกําไรที่จะไดจากการที่ราคาหุนสามัญ ั จะสูงขึ้นในอนาคต เนื่องจาก อัตราผลตอบแทนจากเงินปนผลจะมีความเสี่ยง นอยกวา อัตราผลตอบแทนจากกําไรที่จะ ไดรบจากการที่คาดวาราคาหุนจะสูงขึ้นในอนาคต ดังนั้น จึงชอบบริษัทที่จายเงินปนผลสูงๆ ั - นโยบายจายเงินปนผล จะมีผลตอ ตนทุนของเงินทุนในสวนของผูถือหุน คือ ตนทุนของเงินทุนใน สวนของผูถือหุนจะเพิ่มขึ้น หากอัตราการจายเงินปนผลลดลง เนื่องจากนักลงทุนจะมีความเชื่อมั่นจากผลตอบแทนที่ คาดวาจะไดรับจากเงินปนผล มากกวา ผลตอบแทนที่คาดวาจะไดรับจากสวนตางของราคา Capital Gain ในการซื้อขาย หุนสามัญ ซึ่งอัตราผลตอบแทนที่คาดหวังสามารถหาไดจาก.... Ks = อัตราผลตอบแทนที่คาดหวังจากหุนสามัญ Ks = D1 + g D1 = เงินปนผลจายที่คาดวาจะไดรับในปหนา P0 P0 = ราคาหุนสามัญในปจจุบัน  g = อัตราการเจริญเติบโตของเงินปนผล นักลงทุนเห็นวา ความเสี่ยงที่เกิดจากเงินปนผล (D1/P0) นอยกวา ความเสี่ยงที่เกิดจากสวนตางราคาหุนใน ปจจุบันกับในอนาคต ซึ่งขึ้นอยูกับอัตราการเจริญเติบโต (g) ที่มีความไมแนนอนสูงกวา ปล. ราคาหุนสามัญจะแปรผันในทิศทางเดียวกันกับเงินปนผล ถาอัตราจายเงินปนผลสูง คนก็อยากไปซื้อมากขึ้น ทําใหราคาหุนสามัญ ในตลาดสูงขึ้น 3. Tax Preference Theory : ทฤษฎีความแตกตางทางภาษี - Investors prefer a low payout, hence growth - คนที่มีรายไดสูง จะเสียภาษีสูง ดังนั้น จึงชอบบริษัทที่จายเงินปนผลในอัตราต่า เพราะจะทําใหเสีย ํ ภาษีนอยกวา - นักลงทุนยินดีที่จะรับเงินปนผลในอัตราที่ต่ํา มากกวา อัตราที่สูง เนื่องจากเหตุผล 2 ขอ 1. อัตราภาษีจากการซื้อขายหุน จะมีอัตราที่ต่ํากวา อัตราภาษีของเงินปนผล หากผูที่มีหุน สามัญอยูเปนจํานวนมาก ก็จะไดรับเงินปนผลมาก และเสียภาษีมากตามไปดวย ดังนั้น ทฤษฎีนี้สนับสนุนแนวคิด ที่วา นักลงทุนจะมีความตองการที่จะใหบริษัทเก็บกําไรไวเปนกําไรสะสม เพื่อนําไปลงทุนในการขยายกิจการ ทําให  เกิดผลกําไรและทําใหราคาหุนสูงขึ้นตามมา สงผลใหนักลงทุนเสียภาษีในอัตราที่ต่ํากวาการไดรับผลตอบแทนในรูป ของเงินปนผล 2. ภาษีจากกําไรในการซื้อขายหุน จะยังไมตองจายจนกวาจะมีการขายหุนออกไปจริง แต รายไดจากเงินปนผลจะตองเสียภาษีทันทีทไดรับเงินปนผล ซึ่งความสามารถในการชะลอเวลาการชําระคาภาษีน้ี จะมี ี่ ประโยชนในเรื่องของมูลคาของเงินตามเวลานั่นเอง - นักลงทุนอาจมีความชอบในเรื่องของการจายเงินปนผลในอัตราที่ต่ํา มากกวา ในอัตราที่สูง เนื่องจากผลประโยชนทางภาษีนั่นเอง และเมื่อมีอัตราเงินปนผลต่ํา คนก็ไมคอยอยากซื้อ ทําใหราคาหุนสามัญต่ํา 
  • 3. Theory Implication 1. Dividend Irrelevance Any payout OK. 2. Bird-in-the-Hand Set high payout 3. Tax preference Set low payout ฉบับยอ 1. Dividend Irrelevance Theory ผูลงทุนไมสนใจอัตราเงินปนผลจายเทาไรก็ได เพราะเชื่อวานโยบายเงินปน ผลไมมีผลกระทบตอราคาหุนสามัญหรือตนทุนของเงิน ถาผูถือหุนตองการเงินสดก็จะขายหุน หรือใชเงินสวนเกินซื้อ  หุนเพิ่มเพื่อลงทุน ทฤษฎีนี้สมมติวาไมมีภาษีและคานายหนา  2. Bird - in – the – Hand Theory ผูลงทุนชอบอัตราการจายปนผลสูง ใหความสําคัญกับเงินปนผลใน ปจจุบัน คือ มีความแนนอนมากกวากําไรสวนเกินทุน(เสี่ยงนอยกวาผลตอบแทนจากกําไรที่คาดวาราคาหุนจะสูงใน อนาคต) 3. Tax Preference Theory มีเหตุผลเกี่ยวกับภาษี 3 ประการซึ่งทําใหผลงทุนชอบเงินปนผลต่ํา คือ ู 3.1. อัตราภาษีของเงินปนผลสูงกวากําไรสวนทุน ผูลงทุนจึงยินดีใหกิจการนํากําไร สวนใหญไป ลงทุนเพื่อทําใหราคาหุนสามัญสูงขึ้น ทําใหผูลงทุนไดรับประโยชนจากการขายหุนสามัญไดในราคาสูงแตเสียภาษีจาก กําไรสวนทุนต่ํา 3.2. ภาษีของกําไรสวนทุนผูลงทุนยังไมตองจายจนกวาจะขายหุนนั้นได เงินภาษีที่จายในอนาคตจึงมี  ตนทุนที่แทจริงต่ํากวาปจจุบน ั 3.3. เมื่อผูถือหุนถึงแกกรรมผูรับมรดกจะใชมูลคาหุน ณ วันที่ผูถึงหุนถึงแกกรรมเปน ตนทุนของหุน ได แมวาหุนจะมีราคาสูงกวาราคาที่ผูถือหุนเดิมซื้อไวก็ไมเสียภาษีจากกําไรสวนทุน Setting Dividend Policy : ขั้นตอนในการกําหนดอัตราการจายเงินปนผล - Forecast ความตองการลงทุน ทุก 5 ป - ตั้งเปาหมายโครงสรางเงินลงทุน - กําหนดจํานวนเงินทุนที่ตองการจากสวนของผูถือหุนตามโครงสรางของเงินทุนเปาหมาย - ตั้งเปาหมายการจายเงินปนผลจาก Residual model (จายเงินปนผลจากกําไรสวนที่เหลือจากการลงทุน) - Maintain target growth rate it possible, Varying capital structure somewhat if necessary
  • 4. Clientele effect : นักลงทุนแตละกลุม จะชอบนโยบายการจายเงินปนผลที่แตกตางกัน) - เนื่องจากการใช Dividend Policy แตละแบบ ก็จะตอบสนองตอความตองการของกลุมผูลงทุนที่แตกตางกัน ดังนั้น ถาหากบริษัทมีนโยบายจางเงินปนผลสูงก็จะมีกลุมผูลงทุนที่ตองการรายไดในปจจุบัน (Bird-in-hand) แต ยอมรับกับการที่ตองเสียภาษี ในขณะที่หากนโยบายที่มีการจายเงินปนผลต่ํา ก็จะมีกลุมผูลงทุนในบริษัทที่เปนกลุมที่ ไมมีความจําเปนในการใช income ในปจจุบัน แตตองการ Capital Gain มากกวา เนื่องจาก Capital Gain ไมตองเสีย  ภาษี - ดังนั้น บริษัทอาจจะดึงดูดนักลงทุน โดยการกําหนดนโยบายเงินปนผลตามที่ผูถือหุนสวนใหญตองการ Information content or Signaling - ถาผูบริหารประกาศจายเงินปนผลสูงขึ้น ก็จะเปนการสงสัญญาณทางบวกวา ผูบริหารคาดวากําไรในอนาคต จะสูงขึ้น ดังนั้น ตลาดก็จะตอบสนองกับสัญญาณนี้ในทิศทางที่เปนบวก คือ ราคาหุนสามัญจะเพิ่มสูงขึ้น อยางไรก็ตาม หากการเพิ่มการจายเงินปนผลนี้ เปนผลมาจากการที่บริษัทไมมีโครงการที่นาลงทุนแลว ตลาดก็อาจจะตอบสนองใน ทิศทางที่ตรงกันขาม คือ ราคาหุนสามัญจะลดลง - ในทางตรงกันขาม ถามีการประกาศจายเงินปนผลลดลง นักลงทุนอาจถือเปนสัญญาณทางลบจากผูบริหาร วากําไรในอนาคตจะลดนอยลง หรืออาจจะมองวา การจายเงินปนผลที่นอยลงนี้เกิดขึ้นเพราะบริษัทมีโครงการลงทุนที่ นาสนใจ จึงจายเงินปนผลนอยลง เพื่อตองการเก็บกําไรสะสมไวเพื่อลงทุนตอ ซึ่งก็จะสงผลใหมูลคาหุนสามัญเพิ่มขึ้น - ดังนั้น ผูบริหารควรจะทําการชีแจงใหนักลงทุนทราบถึงสาเหตุในการเปลี่ยนแปลงการจายเงินปนผลดวย ้ ขอดี คือ ผูถือหุน, นักลงทุน เกิดความมันใจ ่ ขอเสีย คือ คูแขงรูทัน Residual distribution model : นโยบายปนผลสวนที่เหลือ - นํากําไรสะสมที่ได ---> เอามาใชเปนแหลงเงินทุนในการลงทุน (Capital Budget) ใหมากทีสุดเทาที่จะ ่ เปนไปไดกอน แลวสวนของกําไรที่เหลือจากการลงทุนคอยเอามาจายเปนเงินปนผล เนื่องจากการใชเงินจากแหลง เงินภายในนั้นมีตนทุนที่ต่ํากวา เงินที่จะใชในการลงทุนนั้น มาจากสวนของ Equity เทาไหร Distributions Paid = Net Income – (Target equity ratio x Total capital budget) - ถา Net Income > แสดงวา มีเงินเหลือพอที่จะจายเงินปนผล - ถา Net Income < แสดงวา มีเงินไมพอ ตองหาเงินมาเพิ่ม โดยอาจจะหามาจากการกู , ออกหุนใหม - หากบริษทมีโครงการลงทุนที่นาสนใจนอย ก็จะใชเงินลงทุนนอย ทําให จายเงินปนผลไดมาก ั - หากบริษัทมีโครงการลงทุนที่นาสนใจมาก ก็จะใชเงินลงทุนมาก ทําให จายเงินปนผลไดนอย Payout ratio = Dividends Net Income
  • 5. ขอดี - ใชเงินที่มีอยูกอน ถาไมพอแลวคอยออกหุนใหม ทําให มีการออกหุนใหมนอย ซึ่งก็จะทําใหมี Flotation cost นอย ขอเสีย - การจายเงินปนผลจะไมมีความสม่ําเสมอในแตละป เนื่องจากโอกาสการลงทุน, กําไรสุทธิในแตละปจะมีความ แตกตางกัน สรุป - การพิจารณาใช Residual Policy นั้น ควรใชเมื่อทําการ Setting target payout แตไมควรใชเปนแบบตายตัว ปล. นโยบายนี้ –คาใชจายในการขายหุนต่ํา และตนทุนถัวเฉลี่ยถวงน้ําหนักของเงินทุนต่ํา ปจจัยที่มีอิทธิพลตอการตัดสินใจเรื่อง อัตราการจายเงินปนผลที่เหมาะสม 1. ความชอบของนักลงทุน ระหวาง Dividend และ Capital gain 2. โอกาสในการลงทุนของบริษัท 3. ผลกระทบของนโยบายเงินปนผล ตอ นโยบายโครงสรางเงินทุนของบริษัท 4. โอกาสในการหาแหลงเงินทุนและตนทุนของเงินทุนจากแหลงเงินทุนภายนอก Stock Repurchases : การซื้อหุนคืน - การซื้อหุนสามัญกลับคืน ( stock repurchase) เปนทางเลือกหนึ่งของบริษัทในการจายเงินปนผลใหกับผูถือ หุนสามัญของบริษัท โดยบริษัทที่มีเงินสดสวนเกิน อาจจะทําการซื้อหุนสามัญของตนกลับคืน แทนที่จะจายเงินปนผล ในรูปแบบของเงินสด หุนที่ถูกซื้อคืนเรียกวา หุนทุนซื้อคืน หรือ Treasury Stock การซื้อหุนคืนอาจมีผลใหราคาหุน สูงขึ้น และราคาหุนที่สูงขึ้นนี้ จะทําใหมีกําไรจากการเปลี่ยนแปลงของราคาเมื่อขายหุนออกไป สาเหตุท่มการซื้อหุนคืน ีี - เพื่อกระจายเงินสดใหผูถือหุน แทนการจายเงินปนผล - เพื่อตองการเปลี่ยนแปลง Capital Structure เพื่อให WACC ต่ําที่สุดและ Maximize Value of Firm - หุนซื้อคืน เรียกวา Treasury stock การซื้อหุนคืนอาจมีผลใหราคาหุนสูงขึ้น และราคาหุนที่สูงขึ้นนี้จะทําใหมี กําไรจากการเปลี่ยนแปลงของราคาเมื่อขายหุนไป ขอดีจากการซื้อหุนคืน - ปองการการถูก Takeover - บริหารเงินสดสวนเกิน (Excess Cash) และเปนการลด Operation Capital ซึ่งจะทําให EVA ของบริษัทสูงขึ้น - รายไดที่ไดรับจากการซื้อขายหุน (Capital gains) rather than higher-taxed dividends - Stockholders may take as a positive signal management thinks stock is undervalued - ทําใหผูถือหุนสามัญไดรับผลประโยชนทางภาษี เนื่องจาก ภาษีจากการไดรับเงินสดปนผล จะสูงกวาภาษี จากสวนตางราคาในการซื้อขายหลักทรัพย
  • 6. ขอเสียจากการซื้อหุนคืน - อาจจะเปน Negative signal (firm has poor investment opportunities) - IRS สามารถลงโทษโดยการปรับได ถาทําการซื้อหุนคืนเพื่อหลีกเลี่ยนการจายภาษี Dividends Stock Dividend : หุนปนผล หุนปนผล ( stock dividends) หมายถึง หุนสามัญที่ผูถือหุนสามัญจะไดเพิ่มขึ้นแทนการไดรับปนผลเปนเงินสด หุนปนผลจะมีลักษณะที่คลายกับการแตกหุน ซึ่งจะไมมีผลตอฐานะของผูถือหุนโดยรวม การจายหุนปนผล มักจะ แสดงเปนรอยละของจํานวนหุนสามัญที่ถืออยูเดิม เชน หุนปนผล 10% ผูถือหุนจะไดรับหุนใหม 10 หุน สําหรับหุน สามัญเดิมที่ถืออยู 10จ หุน ตัวอยางเชน ถามีการกําหนดนโยบายการจายเงินปนผลเทากับ 5% หมายความวา ผูถือหุนที่ มีหุนสามัญอยูจํานวน 100 หุน จะไดรับหุนปนผลจํานวน 5 หุนทําใหมีหุนสามัญที่ถือเทากับ 105 หุน Stock split : การแตกหุน การแตกหุน( stock splits) คือการแบง หุนสามัญของบริษัท 1 หุน ออกเปนจํานวนหลายๆ หุน โดยมี วัตถุประสงคเพื่อ การกําหนดราคาตลาดของหุน และอัตราสวนราคาตอกําไร ( P/E) ที่เหมาะสม เพื่อทําใหมูลคาของ หุนสามัญเพิ่มขึ้นสูงสุด เชน ถาราคาตลาดของหุนเปน 100 บาท และราคาตลาดที่เหมาะสมเทากับ 20 บาทตอหุน ผูบริหารอาจดําเนินการแตกหุนเดิมจาก 1 หุนเปนหุนใหม 5 หุน ซึ่งจะทําใหจํานวนหุนสามัญเพิ่มขึ้นเปน 5 เทา โดยจะ ทําใหกําไรสุทธิตอหุนและเงินปนผลตอหุนลดลง 5 เทาผูลงทุนแตละคนจะมีหุนเพิ่มขึ้น แตมูลคาของแตละหุนจะ ลดลง อยางก็ตาม ผลตอบแทนที่ผูถือหุนไดรับโดยรวมจะยังคงเทาเดิม สัดสวนในการถือหุนก็ยังคงเทาเดิม ซึ่งนโยบาย การแตกหุนอาจทําไดหลายรูปแบบ เชน จากหุนเดิม 1 หุนเปนหุนใหม 2 หุน หรือจากหุนเดิม 1 หุนเปนหุนใหม 10 หุน เปนตน • เมื่อมีการแตกหุนและการจายหุนปนผล ราคาหุนสามัญมักเพิ่มสูงขึ้น • ราคาที่เพิ่มขึ้นของหุนสามัญ เกิดจากการที่นักลงทุนมองวาการแตกหุนและการจายหุนปนผลนั้น เปนการสง สัญญาณของบริษัทวา ผลประกอบการของบริษัทในอนาคตจะเพิ่มสูงขึ้น

×