ระบบสารสนเทศ




        ในปัจจุบนระบบสารสนเทศมีความสาคัญและความจาเป็นอย่างยิ่ง ในการดาเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะ
 ...
ความหมายสารสนเทศ




       ระบบสารสนเทศ (Information System ) หมายถึง ระบบที่มีการนาคอมพิวเตอร์
มาช่วยในการรวบรวม จัดเก็บ...
3 User หมายถึง กลุ่มผุ้คนที่ทางานหรือเกี่ยวข้องกับระบบสารสนเทศ
               4. Data หมายถึง ข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่อาจอยูใ...
เพิ่มประสิทธิภาพในการทางาน (Increase Work Efficiency )
              องค์กรสามารถนาระบบสารสนเทศมาช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพ...
ประเภทของระบบสารสนเทศ
         มีงานหลายงานทางธุรกิจที่ต้องการให้เกิดการทางานที่เป็นอัตโนมัติ
ระบบสารสนเทศจึงเป็นสิ่งที่มค...
การพัฒนาระบบสารสนเทศ

      การที่ระบบสารสนเทศจะสามารถทางานได้ตรงตามความต้องการ รวดเร็ว และถูกต้อง
ได้นั้นจาเป็นต้องมีการส...
อ้างอิง
http://www.thaigoodview.com/library/teachershow/bangkok/pich
                       ai_l/it01/it.htm
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

38210679 ระบบสารสนเทศ

612

Published on

Published in: Lifestyle
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
612
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
11
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Transcript of "38210679 ระบบสารสนเทศ"

  1. 1. ระบบสารสนเทศ ในปัจจุบนระบบสารสนเทศมีความสาคัญและความจาเป็นอย่างยิ่ง ในการดาเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะ ั เป็น หน่วยงานรัฐบาลหรือเอกชน โดยอาศัยกระบวนข้อมูลข่าวสารที่มีอยู่ กระบวนทีทาให้เกิดสารสนเทศนี้เรียกว่า ่ การประมวลผลสารสนเทศ (Information Technology) และเรียกวิธีการประมวลผลสารสนเทศด้วยเครื่องมอืทาง อิเล็กทรอนิกส์ นี้ว่า เทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีสารสนเทศ มากจากคา 2 คาา นั่นคือ เทคโนโลยี และ สารสนเทศเทคโนโลยี หมายถึง การนาเอาความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ สารสนเทศ หมายถึง ข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลแล้ว การประมวลผลที่ว่านี้ เช่น การวิเครราะห์ การจัดลาดับ การเรียง ข้อมูล เป็นต้น
  2. 2. ความหมายสารสนเทศ ระบบสารสนเทศ (Information System ) หมายถึง ระบบที่มีการนาคอมพิวเตอร์ มาช่วยในการรวบรวม จัดเก็บ หรือจัดการกับข้อมูลข่าวสารเพื่อให้ข้อมุลนั้นกลายเป็น สารสนเทศทีดี สามารถนาไปใช้ในการประกอบการตัดสินใจได้ในเวลาอันรวดเร็วและถูกต้อง ่ ระบบสารสนเทศประกอบด้วยองค์ประกอบดังนี้ 1. Hardware หมายถึงอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องในการจัดกระทากับข้อมูล ทั้งทีเ่ ป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อื่น ๆ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องคิดเลข 2. Software หมายถึง ชุดคาสั่ง หรือเรียกให้เข้าง่ายว่า โปรแกรม ที่สามารถ สั่งการให้คอมพิวเตอร์ทางานในลักษณะที่ต้องการภายใต้ขอบเขตความสามารถที่เครื่อง คอมพิวเตอร์ หรือโปรแกรมนัน ๆ สามารถทาได้ ซอร์ฟแวร์แบ่งออกเป็น ซอร์ฟแวร์ระบบ ้ และ ซอร์ฟแวร์ประยุกต์
  3. 3. 3 User หมายถึง กลุ่มผุ้คนที่ทางานหรือเกี่ยวข้องกับระบบสารสนเทศ 4. Data หมายถึง ข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่อาจอยูในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ่ ตัวหนังสือ แสง สี เสียง สัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ ภาพ วัตถุ หรือ หลาย ๆ อย่างผสมผสาน กัน ซึ่งข้อมูลที่ดจะต้องตรงกับความต้องการของผู้ใช้ ี 5. Procedure หมายถึง ขั้นตอน กระบวนการต่าง ๆ ในการปฏิบติงาน ั ในระบบสารสนเทศ เมื่อทั้ง 5 ส่วนดังกล่าวข้างต้น ทางานประสานกัน ส่งผลให้ข้อมูลเกิดการ ประมวลผลและนาไปใช้ประโยชน์ นั่นก็คือ สารสนเทศนั่นเอง ซึ่งสารเสนทศนีจะเป็นสารสนเทศที่ดี จะต้องเป็นสารสนเทศที่มีความถูกต้อง ้ ตรงกับความต้องการของผูใช้และทันเวลาในการใช้งาน ้ กล่าวโดยสรุปก็คือ กระบวนการสารสนเทศเป็นกระบวนการที่ทาให้เกิด สารเสนเทศขึ้นมานันเอง ซึ่งจะต้องประกอบด้วยองค์ประกอบสาคัญ 5 ส่วน นั่นคือ ่ Hardware Software User Procedure และ Data
  4. 4. เพิ่มประสิทธิภาพในการทางาน (Increase Work Efficiency ) องค์กรสามารถนาระบบสารสนเทศมาช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพการทางาน ภายใต้สภาวะที่มีกาลังคนและกาลังการผลิตที่เท่าเดิม แต่ปริมารงานที่ทามีมากขึน ้ การนาระบบสารสนเทศมาใช้จะช่วยทาให้ทางานสะดวก รวดเร็ว และมีความถูกต้องมากขึ้น เพิ่มผลิตให้แกองค์กร (Increase Productivity ) ตัวอย่างเช่นมีการนาระบบควบคุมการผลิตมาใช้ ทาให้องค์กรสามารถผลิต สินค้าหรือบริการได้มากขึ้นทเพียงพอต่อความต้องการของตลาดเป็นต้น เพิ่มคุณภาพในการบริการลูกค้า (Increase service Quality ) ระบบสารสนเทศถูกนามาใช้พัฒนาการใฟห้บริการลูกค้า เพื่อเพิ่ม ความพึงพอใจในการใช้บริการของลูกค้า เช่น ระบบสอบถามและจองตั๋วเครื่องบินผ่าน อินเตอร์เน็ต โดยที่ไม่ต้องเดินททางมาเอง เป็นต้น เพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขัน (Increase Competitive Advantage ) ข้อมูลนับว่ามีความสาคัญมาก ในทางธุรกิจ ดังนันจึงจาเป็นที่จะต้องมี ้ การบริหารจัดการข้อมูลทีดี เพื่อนาเอาข้อมุลเหล่านั้นมาใช้ในการสนับสนุนการตัดสินใจ ่ เพื่อ นามาพัฒนา ปรับปรุงองค์กร
  5. 5. ประเภทของระบบสารสนเทศ มีงานหลายงานทางธุรกิจที่ต้องการให้เกิดการทางานที่เป็นอัตโนมัติ ระบบสารสนเทศจึงเป็นสิ่งที่มความจาเป็นมากขึ้น ระบบสารสนเทศที่นามา ี ใช้เพื่อช่วยในการทางานนั้นมีหลายระบบ บางระบบอาจออกแบบมาเพื่อช่วย ให้สามารถรวบรวมข้อมูลได้รวดเร็ว บางระบบอาจถูกออกแบบมาเพื่อช่วย ในวิเคราะห์และตัดสินใจ ระบบสารสนเทศเหล่านี้สามารถทางานได้เสร็จ ภายในระบบย่อยเพียงระบบเดียว หรือสามารถทางานร่วมกันในหลาย ๆ ระบบ สาหรับองค์กรที่มขนาดใหญ่ ี ระบบสารสนเทศสามารถแยกตามหน้าที่ที่แตกต่างกันได้ดงนี้ ั 1. ระบบสานักงานอัตโนมัติ (Office Automatic System หรือ OAS ) 2. ระบบประมวลผลรายการประจาวัน (Transaction Processing System หรือ TPS) 3. ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ (Management Information System หรือ MIS ) 4. ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support System หรือ DSS) 5. ระบบสารสนเทศเพื่อผู้บริหารระดับสูง (Executive Informaion Systyem หรือ EIS ) 6. ระบบผู้เชี่ยวชาญ (Excpert System หรือ ES )
  6. 6. การพัฒนาระบบสารสนเทศ การที่ระบบสารสนเทศจะสามารถทางานได้ตรงตามความต้องการ รวดเร็ว และถูกต้อง ได้นั้นจาเป็นต้องมีการสร้างระบบสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพ โดยใช้กระบวนการพัฒนา ระบบที่เรียกว่า ขั้นตอนการพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ (Systems Delopment Life Cycle หรือ SDLC ) ดังนี้ 1. วิเคราะห์และกาหนดความต้องการของระบบงาน (System Analysis and Specification ) 2. ออกแบบขั้นตอนการแก้ไขปัญหา (System Design ) 3. เขียนชุดคาสั่ง (Program Coding ) 4. ทดสอบการทางานของระบบงาน (System or Program Testing) 5. ใช้งานและบารุงรักษาระบบ (System Implementaion and Maintenance ) 6. จัดทาเอกสารประกอบระบบ (Documentation)
  7. 7. อ้างอิง http://www.thaigoodview.com/library/teachershow/bangkok/pich ai_l/it01/it.htm

×