Your SlideShare is downloading. ×
สื่อและแหล่งการเรียนรู้
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×

Saving this for later?

Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime - even offline.

Text the download link to your phone

Standard text messaging rates apply

สื่อและแหล่งการเรียนรู้

2,800
views

Published on


0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
2,800
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
6
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. สื่อและแหล่งการเรียนรู้
  • 2.
    • สื่อและแหล่งการเรียนรู้
    • สื่อ หมายถึง วัสดุ อุปกรณ์ หรือวิธีการ อาจจำแนกเป็น สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อบุคคล สื่อวัสดุ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ สื่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
    • แหล่งการเรียนรู้ หมายถึง แหล่งข้อมูลข่าวสาร สารสนเทศและประสบการณ์ที่สนับสนุนส่งเสริมให้ผู้เรียนใฝ่เรียนรู้ แสวงหาความรู้และเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างกว้างขวาง เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดกระบวนการเรียนรู้และเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้
  • 3.
    • สื่อและแหล่งการเรียนรู้ คือ สิ่งที่ใช้เป็นสื่อกลางให้ผู้สอนสามารถถ่ายทอด ความรู้ เจตคติและทักษะไปยังผู้เรียน สามารถมองเห็นเป็นรูปธรรมได้ ทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ
    • คุณสมบัติของสื่อที่ดี คือ น่าสนใจ ประหยัด ช่วยให้เกิดการเรียนรู้ได้เร็วและถูกต้อง การเขียนสื่อและแหล่งการเรียนรู้ให้เขียนเรียงตามลำดับกิจกรรมการเรียนรู้ที่กำหนด
  • 4.
    • สื่อการสอน หมายถึง ตัวกลางที่ถ่ายทอดสารสนเทศไปสู่ผู้เรียน ไม่ว่าจะเป็นวัสดุ เครื่องมือและเทคนิควิธีการที่ผู้สอนนำมาประกอบการเรียนการสอน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    • สื่อการเรียนรู้ หมายถึง ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวผู้เรียนที่ช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมการค้นคว้าหรือการแสวงหาความรู้ด้วนตนเอง ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต
    • ดังนั้นสื่อการสอนและเทคโนโลยีทางการศึกษาจึงเปรียบเสมือนมือไม้ของครูที่สำคัญที่จะขาดไม่ได้ในการจัดการเรียนการสอนในปัจจุบัน
  • 5. สื่อการสอน
    • นักวิชาการและนักเทคโนโลยีการศึกษาทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ให้ความหมายของสื่อการสอนไว้หลายท่าน พอสรุปได้ดังนี้
    • เชอร์ส (Shores) กล่าวว่า สื่อการสอนเป็นเครื่องมือช่วยสื่อความหมายใดๆก็ตามที่จัดโดยครูและนักเรียน
    • ฮาสและแพกเกอร์ ( Hass and Packer ) กล่าวว่า สื่อการสอนคือเครื่องมือที่ช่วยถ่ายทอดสิ่งต่างๆที่เป็นจริงไปยังผู้เรียน ได้แก่ ทักษะ ความรู้ ความเข้าใจและความซาบซึ้ง
    • บราวน์และคนอื่นๆ ( Brown and other ) กล่าวว่าสื่อการสอนคือจำพวกอุปกรณ์ทั้งหลายที่สามารถเสนอความรู้ให้แก่ผู้เรียนจนเกิดการเรียนรู้รวมทั้งกิจกรรมต่างๆที่ไม่ใช่วัสดุหรือเครื่องมือ เช่น การศึกษานอกสถานที่ การสาธิต เป็นต้น
  • 6.
    • ไชยยศ เรืองสุวรรณ กล่าวว่า สื่อการสอน คือ สิ่งที่ช่วยให้เกิดการเรียนรู้ ซึ่งครูและนักเรียนเป็นผู้ใช้เพื่อให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
    • ชม ภูมิภาค กล่าวว่า สื่อการสอนนั้นเป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีการสอนเป็นพาหนะที่นำสารหรือความรู้ไปยังผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้
    • พิมพ์วรรณ เทพสุมาธานนท์ กล่าวว่า สื่อการสอนคือ สิ่งต่างๆที่ใช้เป็นเครื่องมือหรือช่องทางสำหรับให้การสอนของครูกับนักเรียน และทำให้ผู้เรียนเรียนรู้ไปตามวัตถุประสงค์
    • สรุปได้ว่า สื่อการสอน หมายถึง วัสดุ เครื่องมือและเทคนิควิธีการที่ผู้สอนนำมาใช้ประกอบการเรียนการสอน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • 7. ประเภทของสื่อการสอน
    • Dale ได้แบ่งสื่อการสอนออกเป็น 11 ประเภท โดยพิจารณาจากลักษณะของประสบการณ์ที่ได้รับจากสื่อการสอน โดยยึดหลักความเป็นรูปธรรมและนามธรรม
    • ประสบการณ์ตรงที่มีความหมาย ( Direct and Purposeful Experiences ) เป็นประสบการณ์ทีผู้เรียนได้รับจากความเป็นจริงและประสบการณ์นั้นมีความหมายต่อผู้ได้รับประสบการณ์
    • ประสบการณ์จำลอง ( Contrived Experiences ) เป็นประสบการณ์ที่จำลองแบบจากของจริงหรือมีความซับซ้อนเกินไป เช่น หุ่นจำลอง ของตัวอย่าง เป็นต้น
    • ประสบการณ์นาฎการ ( Dramatized Experiences ) การมีส่วนร่วมในการแสดงประสบการณ์ได้จากาการศึกษาเนื้อเรื่องที่จะแสดง
    • การสาธิต ( Demonstrations ) ให้ดูตัวอย่างประกอบการอธิบายการสาธิตที่ดีต้องมีอุปกรณ์ ผุ้สาธิตควรรู้จักใช้อุปกรณ์นั้นด้วย
  • 8.
    • ๕ . การศึกษานอกสถานที่ ( Study Trips ) การพาผู้เรียนไปศึกษานอกสถานที่เพื่อให้ผู้เรียนมีประสบการณ์และความรู้กว้างขวาง เป็นเครื่องมือให้ผู้เรียนประสบกับบางสิ่งโดยตรง
    • ๖ . นิทรรศการ ( Exhibitions ) การแสดงสิ่งของต่างๆเพื่อให้ความรู้แก่ผู้ดู อาจรวมเอา หุ่นจำลอง การสาธิต แผนภูมิ ฯลฯ ไว้เพื่อให้ผู้ดูรับประสบการณ์ต่างๆจากสิ่งเหล่านั้น
    • ๗ . โทรทัศน์การศึกษา ( Education Televition ) รายการโทรทัศน์จะทำให้ผู้เรียนได้เห็นภาพและได้ยินเสียงเหตุการณ์และความเป็นไปต่างๆ
    • ๘ . ภาพยนตร์ ( motionPicture ) เป็นการจำลองเหตุการณ์มาให้ผู้เรียนได้ดูได้ฟังใกล้เคียงกับความเป็นจริงแม้จะไม่ใช่เวลาเดียวกันกับเหตุการณ์จริงสามารถได้ดีในการประกอบการสาธิต เพราะเปิดโอกาสให้ผู้ดูได้เห็นเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด
    • ๙ . ภาพนิ่ง ( Recordings.Radio.And Still Picturess ) ได้แก่ ภาพถ่าย ภาพวาด แผ่นโปร่งใส สไลด์ การบันทึกเสียงต่างๆและวิทยุสามารถใช้กับการเรียนเป็นกลุ่ม วิทยุและการบันทึกเสียงให้ความรู้แก่ผู้ฟังโดยไม่ต้องอ่าน
  • 9.
    • ๑๐ . ทัศนสัญลักษณ์ ( Visul Symbols ) ได้แก่ แผนภาพ แผนภูมิ แผนสถิติ ภาพโฆษณา การ์ตูน เป็นสัญลักษณ์สำหรับการถ่ายทอดความหมาย นำมาใช้แทนความหมายที่เป็นข้อเท็จจริง
    • ๑๑ . วจนสัญลักษณ์ ( Verbal Symbols ) ได้แก่ คำพูด ตัวหนังสือ ตัวอักษร ผู้ที่จะเข้าใจสัญลักษณ์นี้ได้ต้องอาศัย ประสบการณ์เดิมเป็นพื้นฐานมากพอสมควร
    • นักเทคโนโลยีการศึกษาได้แบ่งประเภทของสื่อการสอน พอจะสรุปเป็น ๓ ประเภท ดังนี้
    • ๑ . ประเภทวัสดุ ( Material or Software ) เป็นสื่ออยู่ในรูปของภาพ เสียงหรือตัวอักษร แยกเป็น ๒ ชนิด
    • ๑ . ๑ ชนิดที่สามารถสื่อความหมายได้ด้วยตัวของมันเอง เช่น รูปภาพ แผนภูมิ ภาพวาด หนังสือ เป็นต้น
    • ๑ . ๒ ชนิดที่ต้องอาศัยเครื่องมือเสนอเรื่องราวไปสู้ผู้เรียน เช่น สไลด์ ภาพโปร่งใส แถบบันทึกเสียง ฟิล์มภาพยนตร์ เป็นต้น
  • 10.
    • ๒ . ประเภทเครื่องมือ ( Hardware or Equipment ) เครื่องมือที่เป็นตัวกลางส่งผ่านความรู้ไปสู่ผู้เรียน เช่น เครื่องฉายชนิดต่างๆ เครื่องเสียงชนิดต่างๆ เครื่องรับและส่งวิทยุและโทรทัศน์
    • ๓ . ประแภทเทคนิคหรือวิธีการ ( Technique or Method ) เทคนิคหรือวิธีการที่จะใช้ร่วมกับวัสดุและเครื่องมือ
    • ๓ . หลักการใช้สื่อการสอน
    • การใช้สื่อการสอนนับว่ามีความสำคัญต่อการเรียนการสอน การใช้สื่อการสอนแต่ละครั้งจึงควรพิจารณาให้ถี่ถ้วน และวางแผนการใช้อย่างรอบครอบ การใช้สื่อการสอนในห้องเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ ควรปฏิบัติตามหลักการดังนี้ คือ
    • ๑ . หลักการเลือก ( Selection ) ๒ . หลักการเตรียม ( Preparation )
    • ๓ . หลักการนำเสนอ ( Presentation ) ๔ . หลักการประเมิน ( Evaluation )
  • 11.
    • หลักการเลือก ( Selection ) โนเอลและลีโอนาร์ด ( Noel and Leonard ) ให้หลักการเลือกสื่อการสอนไว้ ดังนี้
    • ๑ . มีความเหมาะสมกับระดับสติปัญญาของผู้เรียน
    • ๒ . เหมาะสมกับประสบการณ์เดิมของผู้เรียน
    • ๓ . เหมาะกับความต้องการและความสนใจของผู้เรียน
    • ๔ . เหมาะสมกับเรื่องที่สอน
    • ๕ . มีลักษณะที่น่าสนใจ ฯลฯ
    • อีริคสัน ( Erickson ) แนะนำครูควรเลือกสื่อการสอนโดยพิจารณาจากคำถามต่อไปนี้
    • ๑ . สื่อการสอนนั้นเป็นประโยชน์ต่อหน่วยการสอนและเป็นกิจกรรมในการแก้ปัญหาประสบการณ์เฉพาะหรือไม่
    • ๒ . เนื้อหาที่ต้องใช้สื่อการสอนในการสื่อความหมายนั้นเป็นประโยชน์และสำคัญต่อผู้เรียน ชุมชนและสังคมหรือไม่
  • 12.
    • ๓ . สื่อการสอนนั้นเหมาะกับจุดประสงค์การสอนหรือเป้าหมายของผู้เรียนหรือไม่
    • ๔ . มีการตรวจสอบระดับความยากของจุดประสงค์การสอนเกี่ยวกับความเข้าใจ
    • ๕ . สื่อการสอนนั้นให้ความสำคัญต่อประสบการณ์จากการคิด การโต้ตอบ การอภิปรายและการศึกษา
    • ๖ . เนื้อหาที่สอนในรูปของปัญหาและกิจกรรมของผู้เรียนหรือไม่
    • ๗ . สื่อการสอนนั้นให้แนวคิดที่มีความสัมพันธ์กันหรือไม่
    • ๘ . สื่อการสอนนั้นให้เนื้อหาความรู้เกี่ยวกับขนาด อุณหภูมิ น้ำหนัก ระยะทาง อารมณ์หรอไม่
    • ๙ . สื่อการสอนนั้นให้ความแน่นอนและทันสมัยหรือไม่
    • ๑๐ . สื่อการสอนนั้นปรับให้เข้ากับจุดประสงค์ที่พึงปรารถนาได้หรือไม่
    • ฯลฯ
  • 13.
    • ๒ ) หลักการเตรียม ( Preparation ) อีริคสัน และคิร์ล ( Erickson and Curl ) ได้กล่าวถึงการเตรียมก่อนการใช่สื่อการสอนต้องเตรียมความพร้อมให้กับผู้เรียน ดังนี้
    • ๑ . พัฒนาการสร้างความพร้อมเฉพาะอย่าง
    • ๒ . แนะนำผู้เรียนเพื่อเป็นการเร้าให้เกิดการเรียนรู้จากสื่อที่ครูเลือกมา
    • ๓ . สร้างกิจกรรมการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับสื่อการสอน
    • ๔ . เลือกหาวิธีที่เหมาะสมที่จะนำไปสู้การใช้สื่อการสอนนั้นๆ
    • ๕ . ใช้แหล่งการเรียนรู้อื่นๆเพื่อสร้างความพร้อมให้เกิดขึ้นกับตัวผู้เรียน
    • ครูควรมีความสามารถและทักษะพื้นฐานดังนี้
    • ๑ . สามารถใช้เครื่องมือเทคโนโลยีทางการศึกษาได้
    • ๒ . สามารถป้องกันและแก้ไขข้อขัดข้องของเครื่องมือต่างๆได้
    • ๓ . สามารถติดตั้งอุปกรณ์ เครื่องมือต่างๆได้ดี
  • 14.
    • ๓ ) หลักการนำเสนอ ( Presentation ) อีริคสัน และคิร์ล ( Erickson and Curl )
    • กล่าวเพื่อให้การนำเสนอได้ผลครูควรมีความรู้ความสารถและทักษะพื้รฐานดังนี้
    • ๑ . เลือกกิจกรรมการสอนที่กระตุ้นให้ผู้เรียนอยากเรียน อยากรู้ตามจุดมุ่งหมายของการเรียนการสอน
    • ๒ . ใช้คำถมเป็นตัวกระตุ้นและชี้แนะ
    • ๓ . ใช้การอภิปรายเพื่อนำไปสู้เนื้อหาและการสร้างมโนมติ
    • ๔ . จัดกลุ่มผู้เรียนให้เหมาะสมและสร้างกิจกรรมท้าทายในการแก้ปัญหา
    • ๕ . ใช้สื่ออย่างมีลำดับ
    • ๖ . จัดดำเนินการด้านการจัดการสภาพการณ์ต่างๆในการใช้สื่อการสอนเพื่อการเรียนรู้
    • ๗ . สามารถจัดกลุ่มกิจกรรมให้ผู้เรียนหาความรู้จากสื่อต่างๆได้ เช่น จัดป้านนิเทศจัดมุมวิชาการ และการศึกษาค้นคว้ารายงานเพิ่มเติมเป็นต้น
  • 15.
    • ๔ ) หลักการประเมินผล ( Evaluation ) อีริคสัน และคิร์ล ( Erickson and Curl )
    • ครูควรประเมินผลทั้งจากตัวสื่อและจากการใช้สื่อการสอนของครูเอง เพื่อนำไปปรับปรุงใช้ให้เหมาะสมในโอกาสต่อไป
    • ไฮนิกส์ . โมเลนดา และรัสเซล ( heinch.Molenda and ussel ) กล่าวว่า การประเมินผลควรกระทำใน ๓ ลักษณะดังต่อไปนี้
    • ๑ . การประเมินผลกระบวนการสอน เพื่อตรวจสอบว่าผู้เรียนบรรลุตามวัตถุประสงค์หรือไม่ ทั้งในด้านผู้สอน สื่อการสอนและวิธีสอน
    • ๒ . ประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน ซึ่งขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ว่ามีเกณฑ์เท่าใด อย่างไรก็ตามการประเมินผลขึ้นอยู่กับการออกแบบและการวางแผนการสอนให้ตรงกับวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้
    • ๓ . การประเมินผลสื่อและวิธีใช้สื่อหรือวิธีการสอน เป็นการประเมินผลเพื่อหาประสิทธิภาพของสิ่อ เพื่อนำผลไปปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นสำหรับการนำไปใช้ครั้งต่อไป
  • 16. การออกแบบสื่อ
    • ในการพิจารณาเลือกสื่อการสอนแต่ละครั้งครูควรพิจารณาถึงความเหมาะสมของสื่อการสอนแต่ละชนิด ดังนี้
    • ๑ . ความเหมาะสม สื่อที่จะใช้เหมาะสมกับเนื้อหาและวัตถุประสงค์ของการสอนหรือไม่
    • ๒ . ความถูกต้อง สื่อจะช่วยให้นักเรียนได้ข้อสรุปที่ถูกต้องหรือไม่
    • ๓ . ความเข้าใจ สื่อที่จะใช้ช่วยให้นักเรียนรู้จักคิดอย่างมีเหตุผลและให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่นักเรียน
    • ๔ . ประสบการณ์ที่ได้รับ สื่อที่ใช้นั้นช่วยเพิ่มพูนประสบการณ์ให้แก่นักเรียน
    • ๕ . เหมาะสมกับวัย ระดับความยากง่ายของเนื้อหาที่บรรจุในสื่อนั้นๆ
    • ๖ . เที่ยงตรงในเนื้อหา สื่อนั้นช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้เนื้อหาที่ถูกต้องหรือไม่
    • ๗ . ใช้การได้ดี สื่อที่นำมาใช้ควรทำให้เกิดประสิทธิภาพในการเรียนรู้ได้ดี
    • ๘ . คุ้มค่ากับราคา ตรงกับความต้องการช่วยกระตุ้นนักเรียนสนใจในช่วงเวลานานพอสมควรหรือไม่
  • 17. ประโยชน์ของสื่อ
    • ๑ . เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้จากวัตถุที่เป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้แก่นักเรียนได้สร้างแนวความคิดด้วยตนเอง
    • ๒ . กระตุ้นให้นักเรียนเกิดความสนใจในเรื่องที่จะเรียนมากขึ้น
    • ๓ . ช่วยให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้นและสามารถจดจำได้นาน
    • ๔ . ให้ประสบการณ์ที่ส่งเสริมให้นักเรียนทำกิจกรรมต่างๆด้วยตนเอง
    • ๕ . นำประสบการณ์นอกห้องเรียนมาให้นักเรียนศึกษาในห้องเรียนได้
    • การออกแบบสื่อ คือ การวางแผนสร้างสรรค์สื่อการสอนหรือการปรับปรุงสื่อการสอนให้มีประสิทธิภาพ โดยอาศัยหลักการทางศิลปะรู้จักเลือกสื่อและวิธีการทำ เพื่อให้สื่อนั้นมีความสวยงาม มีประโยชน์และความเหมาะสมกับสภาพการเรียนการสอน
  • 18. องค์ประกอบของการออกแบบ
    • ๑ . จุด ( Dots )
    • ๒ . เส้น ( Line )
    • ๓ . รูปร่าง รูปทรง ( Shape-Form )
    • ๔ . ปริมาตร ( Volume )
    • ๕ . ลักษณะพื้นผิว ( Texture )
    • ๖ . บริเวณว่าง ( Space )
    • ๗ . สี ( Color )
    • ๘ . น้ำหนักสื่อ ( Value )
  • 19.
    • การเลือกสื่อ การดัดแปลง และการออกแบบสื่อ ( Select,Modify or Design Materials )
    • การเลือกสื่อที่เหมาะสมนั้นต้องพิจารณาหลัก ๓ ประการ ดังนั้น
    • ๑ . การเลือกสื่อที่มีอยู่แล้ว ส่วนใหญ่ในสถาบันการศึกษามักจะใช้ทรัพยากรที่สามารถใช้เป็นสื่อได้อยู่แล้ว สิ่งที่ผู้สอนต้องกระทำคือ ตรวจสอบดูว่ามีสิ่งใดที่จะใช้เป็นสื่อได้บ้าง โดยเลือกให้ตรงกับลักษณะผู้เรียนและวัตถุประสงค์
    • ๒ . การดัดแปลงสื่อที่มีอยู่แล้ว ให้ใช้ได้ดีและเหมาะสมมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ย่อมขึ้นกับเวลาและงบประมาณในการดัดแปลงสื่อด้วย
    • ๓ . การออกแบบผลิตสื่อใหม่ ถ้าสื่อนั้นมีอยู่แล้วและตรงกับจุดมุ่งหมายของการเรียนการสอน เราก็สามารถนำมาใช้ได้เลยแต่ถ้ามีอยู่โดยไม่ตรงกับจุดมุ่งหมายเราก็ใช้วิธีดัดแปลงได้ แต่ถ้าไม่มีสื่อที่ต้องการก็ต้องผลิตสื่อใหม่
  • 20.
    • การออกแบบผลิตสื่อใหม่
    • ๑ . จุดมุ่งหมาย พิจารณาว่าต้องการให้ผู้เรียนได้เรียนอะไร
    • ๒ . ผู้เรียน ควรได้พิจารณาผู้เรียนทั้งโดยรวมว่าเป็นใคร มีความรู้พื้นฐานและทักษะอะไรมาก่อน
    • ๓ . ค่าใช้จ่าย มีงบประมาณเพียงพอหรือไม่
    • ๔ . ความเชี่ยวชาญด้านเทคนิค ถ้าตนเองไม่มีทักษะจะหาผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้านมาจากแหล่งใด
    • ๕ . เครื่องมืออุปกรณ์ มีเครื่องมืออุปกรณ์ที่จำเป็นพอเพียงต่อการผลิตหรือไม่
    • ๖ . สิ่งอำนวยความสะดวก มีอยู่แล้วหรือสามารถจะจัดหาอย่างไร
    • ๗ . เวลา มีเวลาพอสำหรับการออกแบบหรือไม่