1. ความรู้ ทวไปและกฎหมายทีเกียวข้ องกับการปฏิบตงาน            ั                                       ั ิ     1) นโยบายรัฐ...
- ยึดวิสยทัศน์ปี 70 = คนไทยภาคภูมิใจในความเป็ นไทย มีมิตรไมตรี บนวิถีความพอเพียง ยึดมันในวัฒนธรรมไทย และหลัก              ...
- พรบ.45 =1.ปฏิรูประบบราชการ 2.แยกกระทรวงวัฒนธรรม 3.กําหนดหน้าทีอาชีวะ 4.ประเมินภายนอก         - พรบ.53 = การบริ หารยึดเขต...
- คําสังทางปกครองไม่ชอบด้วยกฎหมาย ร้องขอค่าทดแทนภายใน 180 วันนับตังแต่ได้รับแจ้งเพิกถอน                   ้ ่         - ถ้...
12) กฎหมายว่ าด้ วยคุ้มครองเด็ก        - เด็ก คือ บุคคลทีมีอายุตากว่า 18 ปี บริ บูรณ์แต่ไม่รวมบรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส    ...
- กระจายอํานาจ = วิ / มาณ / คน / ไป    2) การวางแผนพัฒนาการศึกษา ประเมินและจัดทํารายงานเกียวกับกิจการของสถานศึกษา       - ...
- การเทียบโอน = พิจารณาจาหลักฐาน + ทดสอบความรู ้ความสามารถ+ สภาพจริ ง = ก่อนเปิ ดภาคเรี ยนแรก/ต้นภาคเรี ยนแรก/เรี ยนในทีเท...
1.1 เงินอุดหนุน (เงินรายหัว) = เพือการเรี ยนการสอนตาแผนฯ(คกศ.เห็นชอบ) = วิชาการ60-70/บริ หารทัวไป20-30/สํารอง10-20 =(เก็บไ...
-              = คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา – คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ                      = คณะกรรมการพิจารณาผลการปร...
2. กรณี ไม่ร้ายแรง = 1.รับสารภาพเป็ นหนังสื อ 2. ผูพิพากษาตัดสิ น                                                         ...
3. สมรรถนะทางการบริหาร         สมรรถนะ คือ บุคลิกลักษณะทีซ่อนภายในปัจเจกบุคคล ซึงสามารถลักดันสร้างผลการปฏิบติงานทีดี = ภูเ...
3) คิดแก้ปัญหาเชิงระบบ+4=มีการวิเคราะห์จุดเด่นจุดด้อย ภาวะคุกคาม โอกาสหรื อจัดทําแผนงานโครงการรองรับ ดําเนิน     กิจกรรมแล...
สรุปเตรียมสอบผู้บริหาร ปี 55
สรุปเตรียมสอบผู้บริหาร ปี 55
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

สรุปเตรียมสอบผู้บริหาร ปี 55

7,717

Published on

สรุปเตรียมสอบผู้บริหาร ปี 55

Published in: Education
3 Comments
7 Likes
Statistics
Notes

สรุปเตรียมสอบผู้บริหาร ปี 55

  1. 1. 1. ความรู้ ทวไปและกฎหมายทีเกียวข้ องกับการปฏิบตงาน ั ั ิ 1) นโยบายรัฐบาล แผนการบริหารราชการแผ่ นดินและวาระแห่ งชาติ ่ - หลักการนโยบายยิงลักษณ์ = ยืดหยุนคํานึงพลวัฒน์การเปลียนแปลง - จุดมุ่งหมายนโยบายยิงลักษณ์ = กิจ – ปรอง – เซียน = แนวคิดพืนฐานหลัก วัตถุประสงค์ปรองดอง 1.วิเคราะห์ความขัดแย้ง 2. เทียบประสบการการแก้ไขและสร้างความสําเร็ จจากต่างๆประเทศ3. ปัจจัยเสริ มความปรองดรอง 4.จัดทําข้อเสนอแนะ - นโยบายยิงลักษณ์ 8 ข้อ 2 ระยะ (เร่ ง – มัน – กิจ – สัง – ดิน – วิทย์ – ต่าง – เมือง) ระยะที 1 เร่ งด่วน 16 ข้อ (ดอง/ติด/จิต/นํา/ใต้/พันธ์/ร้อน/วิต/ษี/ทุน/เศรษ/เทียว/กัน/หัต/เตอร์/เมือง) ระยะที 2 ตามแผนฯ 4 ปี = ข้อ 2 - 8 - วาระแห่งชาติ = 1)ยาเสพติด(7แผน4ปรับ3หลัก6เร่ ง) – 2)สังคมและคุณภาพชีวิต – 3)ลดอุบติเหตุ ั - เครื องมือในการบริ หารประเทศ = แผนบริ หารราชการแผ่นดิน (55-58) - ปรัชญา(นโยบายสุ ชาติ ธาดาธํารงเวช) = ความเท่าเทียมและนําเทคโนโลยี นโยบายกระทรวง ศธ.= 1) จัดการศึกษาทีมีคุณภาพสําหรับเยาวชนทุกคน จบ ม.6 เป็ นแรงงานคุณภาพ ประกันค่าแรง 300 2) ปันนักศึกษาไทยเป็ นมืออาชีพ จบ ป.ตรี ต้องเป็ นมืออาชีพ รายได้ 15,000 ขยายโอกาสทางการศึกษา = 1) โอกาสเข้าถึงทรัพยากร = One Tablet per Child , ห้องเรี ยนรู้ พลังครู , 1 ร.ร.1 พยาบาล 2) โอกาสเข้าถึงแหล่งทุน = Smart Card , เรี ยนก่อนผ่อนทีหลัง,1อําเภอ1ทุน,กองทุนตังตัวได้ 3) โอกาสเพิมพูนและฝึ กฝนทักษะ = ศูนย์ซ่อมเพือชุมชน ,1ดนตรี 1กีฬา2ภาษา 4) โอกาสเรี ยนรู้ตลอดชีวต ส่ งเสริ มการศึกษานอกระบบ(ห้องสมุด/พิพิธภัณฑ์)= อินเตอร์เน็ตตําบล ิ - ผลผลิต สพฐ. 6 ยุทธศาสตร์ = ก่อน(ผูจบก่อนประถมฯ) / บัง(จบการศึกษาภาคบังคับ)/ ปลาย(จบ ม.ปลาย)/การ(เด็ก ้พิการ) / ด้อย / พิเศษ - การปฏิรูปรอบ 1 = ปฏิรูปโครงสร้าง / ปฏิรูปกฎหมาย - การปฏิรูปรอบ 2 = ปฏิรูปคุณภาพ / ปฏิรูปไอที / ปฏิรูปการมีส่วนร่ วม ภายใต้กรอบ 4 ใหม่ = ไทย – ครู –ถาน –หาร - วิสยทัศน์การปฏิรูปรอบ 2 = คนไทยเรี ยนรู ้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ั - เป้ าหมายการปฏิรูปรอบ 2 = ภายในปี 61 ปฏิรูปเป็ นระบบเน้น- คุณภาพ/เพิมโอกาส/มีส่วนร่ วม - วิสยทัศน์แผนฯ4ปี สพฐ = เป็ นองค์กรขับเคลือนคุณภาพการศึกษาให้สูงเทียบเท่าค่าเฉลียโลก ในปี 63 ั - ค่านิยมฯแผนฯ4ปี สพฐ = เป็ นองค์กรทีมีชีวิต พร้อมจิตเอืออาทร มีอาภรณ์ คือ ขยัน ยึดมันหลักยุติธรรม - กลยุทธ์แผนฯ4ปี สพฐ = (คุณ – คุณ – โอ – ครู – สิ ทธิ – ใต้) = คุณ(คุณภาพ) – คุณ(คุณธรรม) – โอ(โอกาส) – ครู(พัฒนาครู ) – สิ ทธิ(เพิมประสิ ทธิภาพบริ หารจัดการ) – ใต้(ส่ งเสริ มการศึกษาพิเศษเฉพาะกิจภาคใต้) - ทิศทาง สพฐ ปี 55 = เป็ นองค์กรขับเคลือนคุณภาพการศึกษาเข้าสู่ มาตรฐานสากล ในปี 63 - PISA = ประเมินผลนักเรี ยนนานาชาติ=ประเมินผลการศึกษาประเทศสมาชิก OEDC=เน้นสมรรถนะการใช้ความรู ้และทักษะ 3 ด้าน =การอ่าน / คณิ ตศาสตร์ / วิทยาศาสตร์ - โรงเรี ยนมาตรฐานสากล = 1.ผูเ้ รี ยนเป็ นพลโลก(เลิศวิชาการ/สื อสาร2ภาษา(ม.ปลายเพิมภาษาที2)/ลําหน้าทางความคิด/ผลิตอย่างสร้างสรรค์ 2.สอนเทียบเคียงมาตรฐานสากล 3.บริ หารจัดการด้วยระบบคุณภาพ 2) สถานการณ์ ทางเศรษฐกิจ สั งคมและการเมืองในปัจจุบน ั แผนพัฒนาฯ ที11 - ยึดหลักปฏิบติตาม “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ั - ยึดแนวคิดการพัฒนาแบบบูรณาการเป็ นองค์รวมทีมี “คนเป็ นศูนย์กลาง” เตรียมสอบผูบริหารสถานศึกษา ป 2555  (มนัด เทศทอง ครูโรงเรียนพระแกวทยา สพม.33) ิ 1
  2. 2. - ยึดวิสยทัศน์ปี 70 = คนไทยภาคภูมิใจในความเป็ นไทย มีมิตรไมตรี บนวิถีความพอเพียง ยึดมันในวัฒนธรรมไทย และหลัก ัธรรมาภิบาล บริ การสู่ สาธารณะทีทัวถึง มีคุณภาพ สังคมปลอดภัยและมันคงฯ - วิสยทัศน์ = สังคมอยูร่วมกันอย่างมีความสุ ข เสมอภาค เป็ นธรรม และภูมิคุมกันต่อการเปลียนแปลง ั ่ ้ - ยุทธศาสตร์ = 1) สร้างความธรรมในสังคม 2)พัฒนาคนสู่ สงคมแห่งการเรี ยนรู ้ตลอดชีวตอย่างยังยืน 3) ความเข็มแข็งภาค ั ิเกษตร ความมันคงอาหารและพลังงาน 4) ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจเติบโตมีคุณภาพ/ยังยืน 5) สร้างความเชือมโยงกับประเทศในภูมิภาคเพือเศรษฐกิจและสังคม 6) จัดการทรัพยากรและสิ งแวดล้อมทียังยืน 3) การบริหารยุคใหม่ การบริหารการเปลียนแปลงและทฤษฎีทางการบริหาร - การบริ หารมุ่งผลสัมฤทธิ = 1)วิเคราะห์วิสยทัศน์ พันธกิจ 2)กําหนดปัจจัยหลักความสําเร็ จCSFs 3)กําหนดตัวชีวัดผลการ ัดําเนินงานหลักKPIs 4)กําหนดแหล่งข้อมูล 5)ตังเป้ าหมาย 6)รวบรวมข้อมูล 7)บันทึก/อนุมติขอมูล 8)วิเคราะห์ผล 9)รายงานผล ั ้ - วิเคราะห์องค์กร =ดาว(โอกาส-แข็ง//กลยุทธ์เชิงรุ ก) /สงสัย(โอกาส-อ่อน//กลยุทธ์พฒนาองค์กร)/แม่วว(อุปสรรค-แข็ง//กล ั ัยุทธ์ป้องกัน-ผูนา)/สุ นข(อุปสรรค-อ่อน//กลยุทธ์ประคองตัว-ถอยฉาก) ้ ํ ั - การบริ หารโดยใช้โรงเรี ยนเป็ นฐาน(SBM) = กระจายอํานาจ – มีส่วนร่ วม – คืนอํานาจ – บริ หารตนเอง – ตรวจสอบและถ่วงดุล - การบริ หารคุณภาพทังองค์กร TQM = โครงสร้าง + บุคคล = พัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนือง =ดําเนินงานบนพืนฐานเกียวกับตัวบุคคล + ปรับปรุ งกระบวนการทํางาน - ภาวะผูนาการเปลียนแปลง(4I’S) = แบบอย่าง – จูงใจ – แก้ปัญหา- เอใจใส่ ้ ํ 1) การมีอิทธิผลอย่างมีอุดมการณ์ = ผูนาทีเป็ นแบบอย่างทีดี ้ ํ 2) การสร้างแรงบันดาลใจ = ผูนาทีสร้างแรงจูงใจภายในให้ผตามได้ ้ ํ ู้ 3) การกระตุนทางปัญญา = ผูนาทีกระตุนให้ผตามแก้ปัญหาได้ดวยตนเองอย่างสร้างสรรค์ ้ ้ ํ ้ ู้ ้ 4) การคํานึงถึงปัจเจกบุคคล = ผูนาทีเอาใจใส่ ผตามเป็ นรายบุคคล/โค้ช/ทีปรึ กษา ้ ํ ู้ - วัฒนธรรมองค์กร = สร้างการรับรู ้ – ปรับเปลียนแนวคิด ทัศนคติ – เปลียนพฤติกรรม ปัจจัยสู ้ความสําเร็ จต่อการเปลียนฯ = เปลียนโครงสร้างองค์กร – ลดอายุงาน – สร้างวัฒนธรรมใหม่(ผูบริ หารทีมใหม่) ้ - การบริ หารความเสี ยง = กําหนดวัตถุประสงค์ – ระบุความเสี ยง – ประเมินความเสี ยง – ติดตาม รายงานผล 4) หลักปรัชญาเศรษฐกิจของเศรษฐกิจพอเพียง ่ - มาณ – ผล - คุม - รู ้ - ธรรม / 30-30-30-10=นํา-นา-พืชไร่ -ทีอยูอาศัย ้ - ความรู ้ = สติปัญญา/รอบรู ้/รอบคอบ/ระมัดระวัง/ คุณธรรม=ซือสัตย์/สุ จริ ต/ขยัน/อดทน/สามัคคี/แบ่งปัน 5) กฎหมายว่ าด้ วยการศึกษาแห่ งชาติ - แผนการศึกษาแห่งชาติ = แผนระยาว 15 ปี / แผนฯปรับปรุ ง (เน้นการปฏิบติ) = สภาการศึกษา+รัฐมนตรี ั - กฎหมายแม่บททางการศึกษา = พรบ.การศึกษาแห่งชาติ 42 - สิ ทธิ = 1.บุคคลได้รับการศึกษา 12 ปี (ทัวถึง / คุณภาพ / ไม่เสี ยค่าใช้จ่าย) 2.เด็กพิการ + เด็กด้อยโอกาส 3. เด็กพิการจัด ตังแต่แรกเกิด/แรกพบ 4.เด็กทีมีความสามารพิเศษจัดรู ปแบบทีเหมาะสม - หน้าที = บิดาร – มารดา – ผูปกครอง เท่านัน ้ จุดเน้น 1. ก่อนประถม 1 = เจริ ญ /ร่ างกาย /สติปัญญา /อารมณ์ 2. ประถม 1-3 = คิด /เขียน /อ่าน เบืองต้น 3. ประถม 6 = คิด /เขียน /อ่าน ขันสู ง 4. มัธยมศึกษาปี 3 = ระดับชาติ / นานาชาติ (77=66+11) 5. มัธยมศึกษาปี 6 = ศึกษาต่อ / อาชีพ (77=41+36) เตรียมสอบผูบริหารสถานศึกษา ป 2555  (มนัด เทศทอง ครูโรงเรียนพระแกวทยา สพม.33) ิ 2
  3. 3. - พรบ.45 =1.ปฏิรูประบบราชการ 2.แยกกระทรวงวัฒนธรรม 3.กําหนดหน้าทีอาชีวะ 4.ประเมินภายนอก - พรบ.53 = การบริ หารยึดเขตฯ = ดับ(ระดับการศึกษา) – ถาน(สถานศึกษา) – กร(ประชากร) – วัฒ – สม 6) กฎหมายว่ าด้ วยระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ - พันธกิจแผนฯ 4 ปี กระทรวงศึกษา = ยกระดับคุณภาพ / เสริ มสร้างโอกาสทางการศึกษา / พัฒนาระบบบริ หารตามหลักธรรมาภิบาล - กระทรวงศึกษาธิการ = นโยบาย = ส่ วน(กลาง + เขตฯ + ญา) - สพฐ = ติดตามภารกิจตามนโยบาย ครู = วิจย ั - สํานักงานเขตฯ = ยุบ/รวม/เลิก/ส่ งเสริ ม/สนับสนุน =มุ่งผลสัมฤทธิ (เขตฯ + สถานศึกษา + อปท.) - สถานศึกษา = ปฏิบติ/ดําเนินการ = คณะกรรมการสถานศึกษา เล็ก =9คน/ใหญ่ =15คน ั - พระราชกฤษฎีกา = ออกโดยคณะรัฐมนตรี พระราชบัญญติ = ฝ่ ายนิติบญญัติ ั - กฎกระทรวง = ฝ่ ายบริ หาร / ส่ วนราชการ / กระทรวง 7) กฎหมายว่ าด้ วยสภาครู และบุคลากรทางการศึกษา - โครงสร้างการบริ หาร = เอก – จาย – ฐาน – ครู – ทรัพย์ – ร่ วม 8) กฎหมายว่ าด้ วยระเบียบข้ าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา สู ตรวาระการดํารงตําแหน่ง 1. 1,5,6,7,8 ปี ห้ามกา 2. ไม่เกิน 2 ปี 2 วาระติดต่อกัน = คณะกรรมการเขตฯ 3. ไม่เกิน 3 ปี 2 วาระติดต่อกัน = คณะกรรมการคุมครองเด็ก , คนพิการ , กตปน. ้ 4. ไม่เกิน 4 ปี ทีเหลือกาเลย จรรยาบรรณวิชาชีพ = มวลประสบการณ์ความประพฤติ - ไม่มีใบประกอบวิชาชีพ(ถูกเพิกถอน-แสดงตน) = โทษ 12 =จําคุก 1 ปี ปรับ 20,000 - ไม่ได้รับใบประกอบวิชาชีพเข้าประกอบอาชีพควบคุม = โทษ 36 =จําคุก 3 ปี ปรับ 60,000 - เพิกใบประกอบวิชาชีพ = พ้น 5 ปี พักใบประกอบวิชาชีพ = 5 ปี 9) กฎหมายว่ าด้ วยระเบียบวิธีปฏิบตราชการทางการปกครอง ั ิ - คําสังทางปกครอง = ผลจากการสร้างนิติสมพันธ์ระหว่างบุคคล เช่น การสังการ อนุญาต อนุมติ วินิจฉัยอุทธรณ์ รับรอง ั ัจัดทะเบียน คําสัง แต่ไม่รวมการออกกฎ(พระราชกฤษฎีกา/กฎกระทรวง/ประกาศกระทรวง/ข้อบัญญัติทองถิน/ระเบียบข้อบังคับ) ้ - คู่กรณี = ผูยนคําขอ / คัดค้านคําขอ / ผูอยูในบังคับของคําสังทางปกครอง / ผูถูกกระทบกระเทือน ้ื ้ ่ ้ - ห้ามทําการพิจารณาทางปกครอง = คู่กรณี /คู่หมัน คู่สมรส/ญาติคู่กรณี /เจ้าหนี ลูกหนี นายจ้าง/เคยเป็ นผูแทน ้ - ผูทีพิจารณาทางปกครอง = บรรลุนิติภาวะ/กฎหมายสังแม่ไม่บรรลุฯ/นิติบุคคล/ผูทีมีประกาศของนายกฯ ้ ้ - การยืนคําขอร่ วมกันเกิน 50 คน ข้อความเดียวกัน/ระบุตวแทน ให้ถือเป็ นตัวแทนร่ วม(บุคคลธรรมดา) ั ถ้าคู่กรณี เกิน 50 คน ข้อความเดียวกัน/ไม่ระบุตวแทน ให้เจ้าหน้าทีแต่งตังคู่กรณี ฝ่ายข้างมากเป็ นตัวแทนร่ วม(บุคคลธรรมดา) ั - เอกสารทียืนทีจัดทําเป็ นภาษาไทย ถ้าเป็ นภาษาต่างประเทศให้คู่กรณี จดทําแปลเป็ นภาษาไทยทีมีการรับรองความถูกต้อง ั - คําสังทางปกครองอาจเป็ นหนังสื อหรื อวาจา(ผูรับร้องขอภายใน 7 วัน เจ้าหน้าทีผูออกคําสังต้องยืนยันคําสังเป็ นหนังสื อ)หรื อสื อ ้ ้ในรู ปแบบอืนแต่ตองมีขอความ/ความหมายชัดเจนทีจะเข้าใจได้ = ประกอบด้วย = ข้อเท็จจริ ง / ข้อกฎหมาย / ข้อพิจารณา-ข้อสนับสนุน ้ ้ - คู่กรณี อุทธรณ์คาสังทางปกครองภายใน 15 วันนับวันทีตนได้รับแจ้ง ํ - การเพิกถอนคําสังทางปกครองต้องกระทําภายใน 90 วันนับตังแต่ได้รู้ถึงเหตุ เตรียมสอบผูบริหารสถานศึกษา ป 2555  (มนัด เทศทอง ครูโรงเรียนพระแกวทยา สพม.33) ิ 3
  4. 4. - คําสังทางปกครองไม่ชอบด้วยกฎหมาย ร้องขอค่าทดแทนภายใน 180 วันนับตังแต่ได้รับแจ้งเพิกถอน ้ ่ - ถ้าผูอยูในบังคับคําสังทางปกครองผ่าฝื นไม่ปฏิบติตาม ั 1) เจ้าหน้าทีดําเนินการเอง/มอบหมายคนอืนแทน ผูอยูในบังคับต้องชดใช้ค่าใช้จ่ายและเงินเพิมร้อยละ 25/ปี ของค่าใช้จ่าย ้ ่ 2) ใช้ชาระค่าปรับ ไม่เกิน 20,000 บาท/วัน ํ - อายุความ = ไม่นบวันแรก วันสิ นสุ ดเข้าด้วย (วันทําการทีถัดจากวันหยุด) ั - การแจ้งคําสังทางปกครอง หากผูรับไม่รับ ้ 1) ให้บุคคลบรรลุนิติภาวะทีนัน/ปิ ดหนังสื อไว้ในทีเห็นได้ง่าย ณ ทีนันต่อหน้าเจ้าพนักงาน 2) ไปรษณี ยตอบรับ (7วันภายในประเทศ / 15ต่างประเทศ) ์ 3) ผูรับเกิน 50 คน ปิ ดประกาศ ณ ทีทําการ/ทีว่าการอําเภอ ถือรับแจ้งเมือพ้น 15 วัน ้ 4) ไม่รู้ตวผูรับ/ไม่มีภูมิลาเนา/เกิน 100 คน ประกาศในหนังสื อพิมพ์ทีเผยแพร่ ในท้องถิน ถือรับแจ้งเมือพ้น 15 วัน ั ้ ํ 10) กฎหมายว่ าด้ วยข้ อมูลข่ าวสารของราชการ ข้อมูล = ข้อเท็จจริ ง – สารสนเทศ – สถิติ ข้อมูลข่าวสาร = สิ งทีสื อความหมายให้รู้เรื องราว ข้อเท็จจริ ง ข้อมูล ในรู ปแบบเอกสาร ภาพ เสี ยง คอมพิวเตอร์ ่ ข้อมูลข่าวสารของทางราชการ = ข้อมูลข่าวสารทีอยูในครอบครอง/ดูแลของรัฐ ข้อมูลข่าวสารส่ วนบุคคล = ข้อมูลข่าวสารเฉพาะบุคคล /การศึกษา/ฐานะการเงิน/ประวัติ/อืนทีรู ้ตวผูนนรวมทีถึงแก่กรรม ั ้ ั - ถ้าบุคคลขอดูขอมูลข่าวสาร หน่วยงานรัฐผูรับผิดชอบจัดหาข้อมูลข่าวสารนันภายในเวลาอันสมควร ถ้าไม่จดพิมพ์/ ้ ้ ัจัดหามีสิทธิร้องเรี ยนต่อคณะกรรมการฯ พิจารณาให้แล้วเสร็ จภายใน 30 วันถ้าขยายไม่เกิน 60 วัน ข้อข่าวสารทีไม่ตองเปิ ดเผย = 1)ก่อให้เกิดความเสี ยหายต่อสถาบันพระมหากษัตริ ย ์ 2) เสี ยหายต่อความมันคงของประเทศ/ ้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ/ความมันคงทางเศรษฐกิจ-คลัง 3) ทําให้กฎหมายเสื อมประสิ ทธิภาพ 4) เกิดอันตรายต่อชีวิต/ความปลอดภัย 5) รายงานการแพทย์/รุ กลําสิ ทธิส่วนบุคคล เสี ยหาย (เสนอคําคัดค้านไม่นอยกว่า 15 วันทีรับแจ้ง) 6) กฎหมายคุมครอง ้ ้ เอกสารประวัติศาสตร์(ไม่ประสงค์เก็บรักษาส่ งต่อหอจดหมายเหตุ กรมศิลปากร) = ข้อ1) 75ปี ข้อ2-6) 20ปี คณะกรรมการเปิ ดเผยข้อมูลข่าวสาร ไม่นอยกว่า 3 คน ้ ไม่ปฏิบติ(ให้ถอยคํา/ส่ งวัตถุ เอกสาร) จําคุกไม่เกิน 3 เดือน /ปรับไม่เกิน 5,000 บาท ั ้ ฝ่ าฝื น(เปิ ดเผยข้อมูลข่าวสาร ข้อ2-6)จําคุกไม่เกิน 1 ปี /ปรับไม่เกิน 20,000 บาท จุดมุ่งหมายระบบสารสนเทศ = ประมวลข้อมูลเป็ นสารสนเทศนําไปสู่ ความรู ้ทีช่วยแก้ปัญหา=คนสําคัญสุ ด - EIS = ระดับการตัดสิ นใจ/เชียวชาญ = รัฐมนตรี DSS = สนับสนุนการตัดสิ นใจ = กระทรวง - MIS = บริ หาร = สพฐ DPS = ระดับปฏิบติการ = เขตฯ + สถานศึกษา ั 11) กฎหมายว่ าด้ วยการศึกษาสํ าหรับคนพิการ - คนพิการ คือ บุคคลซึงมีขอจํากัดในการปฏิบติกิจกรรมประจําวันหรื อมีส่วนร่ วมทางสังคม ้ ั - แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล = สิ งต้องคํานึงลําดับ 1 = แผนการเรี ยนรู ้คนพิการ = แผนซึงกําหนดแนวทางการจัดการศึกษาทีสอดคล้องกับความต้องการจําเป็ นพิเศษของคนพิการ - ครู การศึกษาพิเศษ = มีวฒิทางการศึกษาพิเศษสู งกว่าปริ ญญาตรี ุ - ศูนย์การศึกษาพิเศษ = จัดการศึกษานอกระบบ/อัธยาศัยแก่คนพิการตังแต่แรกเกิดหรื อแรกพบความพิการ - ศูนย์การการเรี ยนเฉพาะความพิการ = จัดการศึกษานอกระบบ/อัธยาศัยแก่คนพิการโดยเฉพาะตังแต่ปฐมวัย - คนพิการมีสิทธิ = 1) รับการศึกษาไม่เสี ยค่าใช้จ่าย 2)เลือกบริ การทางการศึกษา 3)ได้รับการศึกษาทีมีมาตรฐานและประกันคุณภาพ - สพท.มีหน้าทีจัดการศึกษาโดยเฉพาะ การจักการเรี ยนร่ วม/นิเทศ/กํากับ/ติดตามเพือให้คนพิการไก้รับการศึกษาทัวถึง/มีคุณภาพ - สพฐ. สนับสนุนทรัพยากร องค์ความรู ้ และบุคลากรทีเชียวชาญเฉพาะด้านแก่ สพท.(ได้ครู เพิม) เตรียมสอบผูบริหารสถานศึกษา ป 2555  (มนัด เทศทอง ครูโรงเรียนพระแกวทยา สพม.33) ิ 4
  5. 5. 12) กฎหมายว่ าด้ วยคุ้มครองเด็ก - เด็ก คือ บุคคลทีมีอายุตากว่า 18 ปี บริ บูรณ์แต่ไม่รวมบรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส ํ - เด็กพึงได้รับการสงเคราะห์ = เร่ ร่อน กําพร้า / ถูกทอดทิง พลัดหลง/พิการ/ลําบาก/ผูปกครองไม่สามารถเลียงได้-อาชีพไม่เหมาะ ้ เด็กทีได้รับการสงเคราะห์มีอายุ 18 ปี บริ บรณ์ ปลัดกระทรวง/ผู้ว่าฯ อาจสังให้รับฯถึง 20 ถ้ามิคดค้านรับฯไม่เกิน 24 ปี บริ บูรณ์ ู ั ้ ่ - เด็กพึงได้รับการคุมครองสวัสดิภาพ = ถูกทารุ ณกรรม / เสี ยงต่อการทําผิด / อยูในสภาพทีต้องคุมครอง ้ การส่ งเด็กไปสถานแรกรับระหว่างสื บเสาะและพินิจเพือหาวิธีการคุมครอง ให้กระทําได้ไม่เกิน 7 วัน ้ ศาลมีอานาจออกคําสังให้ตารวจจับกุมผูทารุ ณกรรมเด็กมากักขังได้ครังละไม่เกิน 30 วัน (ห้ามเข้าใกล้ตวเด็ก) ํ ํ ้ ั หากผูปกครองไม่เห็นด้วยกับการตัดสิ นทํางานบริ การสังคม มีสิทธินาคดีสู่ ศาล ภายใน 120 วัน ้ ํ - สถานรับเลียงเด็ก = สถานทีรับเลียง/พัฒนาเด็กทีมีอายุไม่เกินหกปี บริ บูรณ์และมีหกคนขึนไป ํ ้ ้่ - ปลัดกระทรวงมีอานาจจัดตังสถานรับเลียง/แรกรับ/สงเคราะห์/คุมครอง/ฟื นฟูเด็กทัวราชอาณาจักร / ผูวาฯภายในเขต จังหวัดผูใดจัดตังโดยไม่ได้รับอนุญาต โทษจําคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท ้ - สถานสงเคราะห์ = สถานทีอุปการะเลียวดู/พัฒนาเด็กตังแต่ 6 คนขึนไป - คณะกรรมการคุมครองเด็ก ต้องเป็ นสตรี ไม่นอยกว่า 1 ใน 3 ้ ้ - การปฏิบติต่อเด็ก ให้คานึงถึงประโยชน์สูงสุ ดของเด็กเป็ นสําคัญ ั ํ - ห้ามมิให้กระทําทารุ ณกรรม บังคับคู่เข็ญ ใช้ จาง วานเด็ก จําหน่วยสุ รา/บุหรี แก่เด็ก โทษจําคุกไม่เกิน 3 เดือน/ปรับไม่เกิน 30,000 - ห้ามเผยแพร่ ทาให้เกิดความเสี ยหายแก่จิตใจ ชือเสี ยง โทษจําคุกไม่เกิน 6 เดือน/ปรับไม่เกิน 60,000 ํ - โรงเรี ยน/สถานศึกษาต้องมีระบบงานและกิจกรรมแนะแนว ให้คาปรึ กษา ฝึ กอบรม เพือส่ งเสริ มความประพฤติทีเหมาะสม ํความรับผิดชอบต่อสังคมและความปลอดภัยแก่นกเรี ยน ั - ผูใดยุยง ส่ งเสริ ม ช่วยเหลือ สนับสนุนให้นกเรี ยนนักเรี ยนประพฤติผดระเบียบของโรงเรี ยนจําคุกไม่เกิน3 เดือน ปรับไม่เกิน30,000 ้ ั ิ 13) กฎหมายหลักเกณฑ์ และวิธีการบริหารกิจการบ้ านเมืองทีดี - การบริ หารราชการเพือบรรลุเป้ าหมาย 1) เกิดผลประโยชน์สุขของประชาชน(ม.๗) = กําหนดภารกิจของรัฐและส่ วนราชการเพือ ม.๗ สอดคล้องนโยบายรัฐ 2) เกิดผลสัมฤทธิต่อภารกิจของรัฐ = ก่อนดําเนินการต้องจัดทําแผนปฏิบติราชการ=แผน 4ปี (รายละเอียด/ขันตอน/ ัระยะเวลา/งบประมาณ/เป้ าหมาย/ผลสัมฤทธิ/ตัวชีวัด) = แผนบริ หารราชการแผ่นดิน เสนอคณะรัฐมนตรี ภายใน 90 วันทีแถลงนโยบาย 3) มีประสิ ทธิ ภาพและเกิดความคุมค่าของรัฐ 4) ไม่มีขนตอนปฏิบติงานเกินจําเป็ น 5) ประชาชนได้รับความสะดวก ้ ั ั 6) ปรับปรุ งภารกิจส่ วยราชการทันสถานการณ์ 7) ประเมินผลการปฏิบติราชการสมําเสมอ(คํารับรอง) ั - หลักธรรมมาภิบาล = นิ – คุณ – โปร่ ง – ร่ วม – ชอบ – ค่า (นิตธรรม + คุณค่า = หลักการ) (โปร่ ง – ร่ วม – ชอบ – ค่า = วิธีปฏิบติ) ั2. ความสามารถในการบริหารงานในหน้ าที 1) การบังคับบัญชา อํานาจและหน้ าทีบริหารกิจการของสถานศึกษาระเบียบ ข้ อบังคับ นโยบายและวัตถุประสงค์ ของสถานศึกษา บทบาทและหน้าทีของผูบริ หาร ้ 1. ตาม พรบ.ระเบียบบริ หารราชการ ศธ. 46 = 1) บริ หารกิจการตามกฎ ระเบียบ 2)ประสานระดมทรัพยากร 3)เป็ นผูแทนทํา ้นิติกรรม 4)จําทํารายงานประจําปี 5)อนุมติวฒิ 6)อืนๆ ั ุ 2. ตาม พรบ.ระเบียบ ก.ค.ศ. 47 = 1) บริ หารงานบุคคล 2)พิจารณาความดีความชอบ 3)ส่ งเสริ มสนับสนุนบุคลากรให้พฒนา ั4)จําทําภาระ/มาตรฐานครู 5)ประเมินผลการปฏิบติงานครู 6)อืนๆตาม อ.ก.ค.ศ. ั - ผลสัมฤทธิ = ประสบผลสําเร็ จ = วัตถุประสงค์ = เป้ าหมาย เตรียมสอบผูบริหารสถานศึกษา ป 2555  (มนัด เทศทอง ครูโรงเรียนพระแกวทยา สพม.33) ิ 5
  6. 6. - กระจายอํานาจ = วิ / มาณ / คน / ไป 2) การวางแผนพัฒนาการศึกษา ประเมินและจัดทํารายงานเกียวกับกิจการของสถานศึกษา - งานวิชาการ = คุณภาพ,ประกัน,หลักสู ตร,วิชาการ,นิเทศ,วัดประเมินผล - งานบุคคล = บรรจุ,แต่งตัง,สรรหา,ให้ออก,วินย,อุธรณ์,ร้องทุกข์,เครื องราช,ขวัญกําลังใจ ั - งบประมาณ = งบประมาณ,เงิน,บัญชี,ทรัพย์สิน,พัสดุ ็ - หนังสื อสังการ = คําสัง(ชอบด้วยกฎหมาย) / ระเบียบ(อาศัยอํานาจกฎหมายหรื อไม่กได้) / ข้อบังคับ(อาศัยอํานาจกฎหมาย) - ชันความเร็ วหนังสื อ = ด่วนทีสุ ด(ปฏิบติทนที) / ด่วนมาก(ปฏิบติโดยเร็ ว) / ด่วน(ปฏิบติเร็ วกว่าปกติ-อักษรสี แดง) ั ั ั ั - ชันความลับ = ลับทีสุ ด(เสี ยหายต่อความมันคงร้อยแรงทีสุ ด)/ลับมาก(เสี ยหายต่อความมันคงร้อยแรง) / ลับ(เสี ยหายต่อฯ) - หนังสื อเก็บไม่นอยกว่า 1 ปี = หนังสื อเรื องธรรมดาสามัญ ้ - หนังสื อเก็บไม่นอยกว่า 5 ปี = หนังสื อทีปฏิบติงานเสร็ จสิ นแล้วและเป็ นคู่สาเนา ้ ั ํ - หนังสื อเก็บไม่นอยกว่า 10 ปี = หนังสื อความลับ/สํานวนศาล/หนังสื อประวัติศาสตร์/เอกสารการเงิน(ไม่ใช่เอกสารสิ ทธิ) ้ - ขันตอนการวางแผนและบริ หารโครงการ 1)ทบทวน/ตรวจสอบผลการดําเนินงานทีผ่านมา 2)ริ เริ มโครงการใหม่/วิเคราะห์เบืองต้น 3)วิเคราะห์/กําหนดรายละเอียดโครงการ 4)วิเคราะห์/จําทําคําของบประมาณ 5)ติดตามความก้าวหน้าการดําเนินโครงการ 6)ประเมิน ติดตาม ปรับปรุ ง แก้ไข - แผนพัฒนาสถานศึกษา (3-5ปี ) ครอบคลุมทุกด้าน /พัฒนาคุณภาพผูเ้ รี ยนต้องคํานึงถึงมาตรฐานการเรี ยนรู ้ - สถานศึกษาส่ งแผนพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาประจําปี (คณะกรรมการสถานศึกษาเห็นชอบ)ต่อเขตฯภายในเดือนพฤษภาคม (สมศ.เฉพาะปี รับประเมินภายนอก) เขตฯเสนอ สพฐ.ภายในเดือนกรกฎาคม สพฐ.นําผลมากําหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ 3) การจัดทําและพัฒนาหลักสู ตรสถานศึกษา การจัดกระบวนการเรียนรู้ การพัฒนาสื อ นวัตกรรม และเทคโนโลยีฯ การนิเทศการวัดผล ประเมินผล - ขันตอนการจัดทําหลักสู ตร = แต่งตังคณะกรรมการบริ หารหลักสู ตร(ผูบริ หาร-ครู )/วิเคราะห์/จัดทํา/คณะกรรมการ ้สถานศึกษาเห็นชอบ/ใช้หลักสู ตร/วิจยและติดตามการใช้ ั - หลักสู ตรแกนกลางฯ=คณะกรรมการการศึกษาขันพืนฐาน(กพฐ.)=แผนพัฒนาฯที11/จุดเน้นนอง ศธ. - หลักสู ตรท้องถิน = สพท. หลักสู ตรสถานศึกษา = สถานศึกษา - วิสยทัศน์หลักสู ตร51 = มุ่งพัฒนาผูเ้ รี ยนทุกคน มีความสมดุลทังร่ างกาย ความรู ้ คุณธรรม เป็ นพลเมืองไทย พลโลก ยึดมัน ัระบอบประชาธิปไตย ทุกคนสามารถเรี ยนรู ้และพัฒนาตนเองได้เต็มศักยภาพ - หลักการหลักสูตร51 = เอก–ชน–จาย – ยืด – เน้น– ใน(/นอก/อัธยาศัย) - จุดมุ่งหมายหลักสู ตร51 = คุณ – รู ้ – สุ ข – จิต – รักษ์ = เก่ง ดี สุ ข - สมรรถนะหลักสู ตรฯ51= สื อ – คิด - แก้ – ทัก – เทค - คุณลักษณะอันพึงประสงค์ หลักสู ตรฯ51 = ชาติ – ซือ – นัย – ใฝ่ – เพียง – งาน – รัก – จิต - แนวทางการจัดการศึกษา = จัดการศึกษาเพือมุ่งผูเ้ รี ยนเป็ นสําคัญ - ตัวชีวัดชันปี =เป้ าหมายพัฒนาระดับการศึกษาภาคบังคับ(ป.๑–ม.๓) ตัวชีวัดช่วงชัน=เป้ าหมายพัฒนาระดับม.ปลาย(ม.๔- ๖) - สาระการเรี ยนรู ้ = องค์ความรู ้ + ทักษะหรื อกระบวนการเรี ยนรู ้ + คุณลักษณะอันพึงประสงค์ - กิจกรรมพัฒนาผูเ้ รี ยน = แนะแนว/นักเรี ยน/เพือประโยชน์และสาธารณะประโยชน์(ประถม 60/ม.ต้น45/ม.ปลาย60) - ห้องเรี ยนคุณภาพ = ไอ – จัย – นัย – แปลง – อิง - การวัดผลประเมินผล51 = ชัน(ก่อน-หลัง-พัฒนาการ) – ถาน(ภาค/ปี /เลือนชัน) – เขต(ก่อนจบช่วงชัน) – ชาติ(จบช่วงชัน) - การประเมินผูเ้ รี ยน = พัฒ + พฤติ + สัง + กิจ + สอบ เตรียมสอบผูบริหารสถานศึกษา ป 2555  (มนัด เทศทอง ครูโรงเรียนพระแกวทยา สพม.33) ิ 6
  7. 7. - การเทียบโอน = พิจารณาจาหลักฐาน + ทดสอบความรู ้ความสามารถ+ สภาพจริ ง = ก่อนเปิ ดภาคเรี ยนแรก/ต้นภาคเรี ยนแรก/เรี ยนในทีเทียบโอนอย่างน้อย 1 ภาคเรี ยน - ภารกิจสถานศึกษาพัฒนาหลักสู ตร = จัดทํา – วางแผน/ใช้ – วิจย – ประเมิน – ปรับปรุ ง/พัฒนา ั - การนิเทศ = กํากับ – ดูแล – ช่วยเหลือ - นิเทศภายใน = สถานศึกษา - การคัดเลือกหนังสื อ = ตรงสาระ/มาตรฐาน - O-Net = การทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขนพืนฐานั I – Net = อิสลาม - A – Net = การทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติระดับสู ง V – Net = อาชีวะ N – Net = นอกระบบ - การจําหน่ายนักเรี ยน =ย้าย/ตาย/หยุดเรี ยนนาน/ไม่มีตวตนในพืนที/พ้นเกณฑ์ภาคบังคับ/เรี ยนจบ ั - ทัศนศึกษาไม่คางคืน ผอ.อนุญาต/ค้างคืน ผองเขตฯอนุญาต / ต่างประเทศ หัวหน้าส่ วนอนุญาต ้ 4) การส่ งเสริมและจัดการศึกษาให้ กบผู้เรียนทุกกลุ่มเป้ าหมาย ทังในระบบและนอกระบบ และตามอัธยาศัย ั 5) การจัดทําระบบประกันคุณภาพการศึกษา หลักการ = กระจายอํานาจ – มีส่วนร่ วม – รับผิดชอบ (แผนพัฒนาคุณภาพฯ+มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา) ระบบการประกันคุณภาพภายใน=1)การประเมินคุณภาพภายฯ 2)การติดตามตรวจสอบคุณภาพฯ 3)การพัฒนาคุณภาพการศึกษา ระบบการประกันคุณภาพภายนอก=1)การประเมินคุณภาพภายนอก 2)การติดตามตรวจสอบคุณภาพการศึกษา วิธีปฏิบติ = กําหนดมาตรฐาน/ทําแผนฯ/จัดระบบสารสนเทศ/ติดตาม/ประเมิน/รายงาน/พัฒนาคุณภาพต่อเนือง ั การประกันคุณภาพภายใน = โดยบุคลากรของสถานศึกษา(ทุกปี ) / เขตฯ(อย่างน้อย 1 ครังในทุก 3 ปี ) การประกันคุณภาพภายนอก = โดย สมศ.เพือประกันคุณภาพและให้มีคุณภาพและมาตรฐาน(อย่างน้อย 1 ครังในทุก 5 ปี ) ยึดหลักเทียงตรง เป็ นธรรม โปร่ งใส คํานึงถึงความเป็ นอิสระ/เสรี ทางวิชาการ=การรับรองระดับตัวบ่ งชี(ค่าเฉลียตัวบ่งชีพืนฐาน 4.00 ขึนไป/ตัวบ่งชีย่อยอย่างน้อย 20 ตัวมีคะแนน 3.75 ขึนไป/ไม่มีตวบ่งชีใดตํากว่า 2.5),การรับรองภาพรวม(ค่าเฉลีย 4.00ขึน ั ไป/ค่าเฉลียระดับ 3.75 ไม่ตากว่า 3 มาตรฐานใน 4 มาตรฐาน/ไม่มีมาตรฐานใดไก้ปรับปรุ ง น้อยกว่า 2.51) ํ 6) การบริหารงบประมาณ การเงิน และทรัพย์ สิน - หลักการบริ หารการเงิน = คล่องตัว/ถ่วงดุล - หลักประกันสัญญา = เช็ค/หนังสื อคํา = ไม่ตาร้อยละ 5 = ไม่เกิน 3 วัน ํ - จัดซือจัดจ้างแบบไม่มีสญญา = หน่วยงานของรัฐ/รัฐวิสาหกิจ – ส่ งมอบงานได้ภายใน 5 วัน ั - เงินรายได้แผ่นดิน = หนุน + เนียม + ทิศ(อุทิศ) + โยชน์ + ดอก - RBM = Input – Process – Output - Outcome - หลักการบริ หารมุ่งผลสัมฤทธิ (RBM) 1. มีพนธกิจ-ภารกิจ 2. มีการดําเนินงาน/โครงการชัดเจน ั 3. มีการกํากับติดตามการปฏิบติงาน 4. ปรับปรุ งพัฒนางาน ั - หัวใจ RBM = 1. วัดผล 2. Ben Marking 3. ตัดสิ นใจ 4. คุณภาพ-พัฒนา(Service) 5. สร้างขวัญกําลงใจ 6. กระจายอํานาจ 7. มีคารับรองการปฏิบติงาน 8. MBO ํ ั - หลักSPBBS = 1.มีเครื องมือเกิดความสําเร็ จตามนโยบาย 2.โปร่ งใส มีประสิ ทธิภาพและประสิ ทธิผล 3.ความคล่องตัว = มีตวชีวัด (ปริ มาณ / คุณภาพ / เวลา / ค่าใช้จ่าย) ั - พัสดุ = คุณภาพทีถูกต้อง – ปริ มาณทีถูกต้อง – เวลาทีถูกต้อง – แหล่งขายทีถูกต้อง – ราคาทีถูกต้อง – กฎระเบียบทีถูกต้อง เงินในสถานศึกษา = ตรวจสอบเงิน + ออกใบเสร็ จระบุรับจาก สพฐ. ไม่เกิน 5 วันทําการ + บันทึกลงบัญชี ร.ร. + จ่ายตามแผนฯ 1. เงินงบประมาณ = รายจ่ายส่ วนกลาง / รายจ่ายงบกลาง เตรียมสอบผูบริหารสถานศึกษา ป 2555  (มนัด เทศทอง ครูโรงเรียนพระแกวทยา สพม.33) ิ 7
  8. 8. 1.1 เงินอุดหนุน (เงินรายหัว) = เพือการเรี ยนการสอนตาแผนฯ(คกศ.เห็นชอบ) = วิชาการ60-70/บริ หารทัวไป20-30/สํารอง10-20 =(เก็บได้2ปี งบ/ดอกเบียส่ ง31ม.ค.ปี ถัดไป/ออกใบเสร็ จ สพฐ.5วันทําการ) 1.1.1 งบบุคลากร 1.1.1.1 ค่าจ้างชัวคราว = จ้างครู อตราจ้าง พนักงานขับรถ ั 1.1.2 งบดําเนินงาน 1.1.2.1 ค่าตอบแทน = ตอบแทนวิทยากร / โล่รางวัล 1.1.2.2 ค่าใช้สอย = เบียเลียง/ทีพัก/พาหนะ/ซ่อมแซม/จ้างเหมา 1.1.2.3 ค่าวัสดุ = ชินละไม่เกิน 5,000 บาท โปรแกรมคอมฯไม่เกิน20,000 บาท 1.1.2.4 ค่าสาธารณูปโภค = ค่านํา ไฟ โทรศัพท์ อินเตอร์เน็ต 1.1.3 งบลงทุน 1.1.3.1 ค่าครุ ภณฑ์ = เกิน 5,000 บาท โปรแกรมคอมฯเกิน20,000 บาท (ผอ.มีอานาจตํากว่า2ล้าน) ั ํ 1.1.3.2 ค่าทีดินและสิ งก่อสร้าง = ดัดแปลง/ต่อเติม/ปรับปรุ ง เกิน 50,000 บาท(ผอ.มีอานาจตํากว่า10 ล้าน) ํ 1.2 เงินอุดหนุนปัจจัยพืนฐาน =ป.1(1,000 บาท) – ม.3(3,000 บาท) รายได้ไม่เกิน 40,000 บาท =เพือจัดหาปัจจัยพืนฐาน+เพิมโอกาสทางการศึกษา =ถัวจ่าย 1.2.1 ค่าหนังสื อ+อุปกรณ์ = จัดซือ/ยืม 1.2.2 ค่าเสื อผ้า+วัสดุแต่งกาย =จัดซือ/ผลิตแจก 1.2.3 ค่าอาหารกลางวัน = จัดซือ/จ้างเหมา/จ่ายเป็ นเงินสด(ตัง คก.3 คน จ่ายเงิน-ใบเสร็ จ) 1.2.4 ค่าพาหนะ = จ้างเหมา/จ่ายเป็ นเงินสด(ตัง คก.3 คน จ่ายเงิน-ใบเสร็ จ) 2. เงินรายได้ แผ่ นดิน = เงินทังปวงทีส่ วนราชการจัดเก็บหรื อได้รับเป็ นกรรมสิ ทธิ 3. เงินนอกงบประมาณ = เงินรายได้สถานศึกษา/เงินบริ จาค/เงินลูกเสื อ/เงินโครงการอาหารกลางวัน/เงินประกันสัญญา/เงินทดลอง (จัดทํารายรับ-จ่ายให้ คกศ.และเขตฯ ทราบภายใน 30 วันก่อนสิ นปี งบประมาณ) อํานาจก่ อหนีผูกพนและอนุมตจ่ายเงิน ั ิ ผอ.รร. = ครังละไม่เกิน 15 ล้าน ผอ.เขตฯ/ผอ.สํานักคลัง = ครังละไม่เกิน 20 ล้าน ้่ ผูวา = ครังละไม่เกิน 25 ล้าน ทีปรึ กษาคลัง สพฐ = ครังละไม่เกิน 30 ล้าน รองเลขาฯ=ไม่เกิน 40 ล้าน - การหักภาษี ณ ทีจ่าย = บุคคลธรรมดาตังแต่ 10,000 บาท / นิติบุคคลตังแต่ 500 บาท โดยนําส่ งเดือนละ 1 ครัง แต่ถาเกิน้10,000 บาท ส่ งภายใน 3 วันทําการ - ตังกรรมการเก็บเงินอย่างน้อย 2 คน / ทํารายงานคงเหลือประจําวันทุกวัน / คก.จ่าย-ทําบัญชีคนละคนกัน - การเก็บรักษาเงินรายได้สถานศึกษา 1) นักเรี ยนไม่เกิน 120 เก็บเงินสด 20,000 ธนาคาร 30,000 ทีเหลือกฝากคลัง 2) นักเรี ยนเกิน 120 เก็บเงินสด 30,000 ธนาคาร ไม่เกิน 1 ล้าน ทีเหลือกฝากคลัง 3) สพท เก็บเงินสด 100,000 ธนาคาร ไม่เกิน 5 ล้าน ทีเหลือกฝากคลัง - นําเงินรายได้แผ่นดินส่ งคลัง เดือนละ 1 ครัง / ถ้าเกิน 10,000 ให้ส่งภายใน 3 วันทําการ - การตรวจสอบพัสดุ – แต่งตัง คก.ก่อนสิ นปี งบ/ตรวจสอบวันแรกของเดือน ต.ค./รายงานใน 30 วันทําการ - การซือการจ้าง 6 วิธี = ตกลงราคา(ไม่เกิน 1 แสน) – สอบราคา(เกิน 1 แสน – ไม่เกิน 2 ล้าน – ประชาสัมพันธ์ล่วงหน้า 10วัน) – ประกวดราคา(เกิน 2 ล้าน – ประชาสัมพันธ์ล่วงหน้า 7 วันทําการ) – พิเศษ(เกิน 1 แสน) – กรณี พิเศษ – E-Auction(เกิน 2 ล้าน) - e-GP(ระบบจัดซือจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเลคทรอนิกส์) = สอบราคา / ประกวดราคา / E-Auction - ห้ามแต่งตัง = คณะกรรมการเปิ ดซองสอบราคา – คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ เตรียมสอบผูบริหารสถานศึกษา ป 2555  (มนัด เทศทอง ครูโรงเรียนพระแกวทยา สพม.33) ิ 8
  9. 9. - = คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา – คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ = คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา – คณะกรรมการรับซองและเปิ ดซองประกวดราคา(ไม่ตองมีความรู้) ้ - หลักประกันสัญญา/หลักประกันซอง = 5% ของวงเงิน - การปรับ = ซือปรับ 0.20% / จ้างปรับ 0.1% - ค่าปรับกรณี ส่งมอบพัสดุ ร้อยละ 0.01 -0.2 /ค่าปรับงานก่อสร้าง ร้อยละ 0.01 -0.12/ค่าปรับสิ งก่อสร้างสาธารณะ ร้อยละ0.25 - จ่ายเงินล่วงหน้าซือกับรัฐ ไม่เกิน 50% / จ่ายเงินล่วงหน้าซือกับเอกชน ไม่เกิน 15% 7) การวางแผนการบริหารงานบุคคล การสรรหา การบรรจุ แต่ งตังการเสริมเสร้ างประสิ ทธิภาพในการปฏิบติงาน วินัย การ ัรักษาวินัยการออกจากราชการ การอุทธรณ์ และการร้ องทุกข์ - การปฏิบติราชการแทน = 1. กระจายอํานาจ 2. ต้องทําเป็ นหนังสื อ 3. ผูรับมอบมีอานาจเช่นเดียวกัน 4.ผูมอบอํานาจ ั ้ ํ ้กํากับติดตาม 5.มอบผูอืนแทนไม่ได้ 6. ยกเว้นผูวาฯ ้ ้่ - ปฏิบติราชการแทน = ผอ.อยู่ – มอบอํานาจเป็ นหนังสื อ – ข้าราชการในสถานศึกษา – มอบต่อไม่ได้ ั - รักษาราชการแทน = ผอ.ไม่มี/มีแต่มามาให้รองรักษาราชการแทน – ถ้าหลายคน ผอ.เขตฯแต่งตังคนใดคนหนึง – ไม่มี/มีรองแต่ไม่มา ผอ.เขตฯแต่งข้าราชการคนใดคนหนึงเป็ นผูรักษาราชการแทน ้ - การบริ หารงานบุคคล = คุณธรรม = เมอ – มาถ – มัน – เมือง - งานบุคคล = การเสริ มแรง = ยกย่องชมเชย - เลือนขันเงินเดือน = ตังคณะกรรมการ 3 คน – ยึดหลักคุณธรรม – ผลทีเกิดขึนกับผูเ้ รี ยน = ครู ผช่วย/ครู ให้ ผอ.รร.สัง ู้เลือนขัน / ครู ชานาญการขึนไปให้ ผอ.เขตฯ สังเลือน @ อ.ก.ค.ศ. เห็นชอบ ํ - ข้อ 6 เลือน 0.5=ไม่ถูกลงโทษหนักกว่าภาคฑัณฑ์/พักราชการเกิน2เดือน/ทํางานไม่นอยกว่า4เดือน/ไม่สายเกิน8ครัง/ลา ้ไม่เกิน6ครัง/ลากิจไม่เกิน23วันทําการ/(ยกเว้นลาป่ วย60วัน/ลาบวช/ประกอบพิธีฮจย์/ลาคลอด90วัน/ั - ข้อ 7 เลือน 1.0 = คะแนน 90 ขีนไป - เกณฑ์อตรากําลัง ั 1) ประถมไม่เกิน120 = ครู 1/20 2)ประถมเกิน120 = ครู 1/25 3) มัธยม = ครู 1/20 - ผอ.ร.ร.สังภาคทัณฑ์/ตัดเงินเดือน 5% ไม่เกิน 1 เดือน - ผอ.เขตฯ.สังภาคทัณฑ์/ตัดเงินเดือน 5% ไม่เกิน 2 เดือน ลด 1 ขัน - นายก/ปลัด/เลขาฯ สังภาคทัณฑ์/ตัดเงินเดือน 5% ไม่เกิน 3 เดือน ลด 1 ขัน - เครื องราช = เหรี ยญ – เบญจ – จัตุ – ตริ – ทวี – ประถม – มหา - หลักการมอบอํานาจ = 1.มอบตามตําแหน่งหน้าที 2.มอบตามลําดับอาวุโส (ดับ-เดือน-ยุ-ราช-ตัว) - ผูมีอานาจแต่งตัง ้ ํ 1. เชียวชาญพิเศษ = เลขาฯสพฐ รมต. โดยอนุมติ ก.ค.ศ. ั 2. ผอ.เขตฯ+รอง.ผองเขตฯ = เลขาธิการ สพฐ. โดยอนุมติ ก.ค.ศ. ั 3. ผอ.รร.+รอง+ครู มีวิทยฐานะ+ศน. = ผอ.เขตฯ โดยอนุมติ อ.ค.ก.ศ. ั 4. ครู + ครู ผช่วย + ลูกจ้างประจํา = ผอ.รร. โดยอนุมติ อ.ค.ก.ศ. ู้ ั - ไปช่วยราชการใน สพท. ผองเขตฯโดยอนุมติ อ.ค.ก.ศ. ั / ย้ายต่าง สพท. อํานาจของเลขาธิการ สพฐ. - ผอ.เขียนย้ายได้ปีละ 1 ครัง / ดํารงตําแหน่งไม่นอยกว่า 12 เดือน ้ - วินยไม่ร้ายแรง = ผูบงคับบัญชา (อุธรณ์+ร้องทุกข์เหนือขึนไปอีกชัน ภายใน 30 วัน) ั ้ ั - วินยร้ายแรง + ไม่มีวิทยฐานะ = อ.ค.ก.ศ. (อุธรณ์+ร้องทุกข์เหนือขึนไปอีกชัน ภายใน 30 วัน) ั - วินยร้ายแรง + มีวทยฐานะ = ก.ค.ศ. (อุธรณ์+ร้องทุกข์เหนือขึนไปอีกชัน ภายใน 30 วัน) ั ิ 1. ปรากฏชัดแจ้ง = ลงโทษได้เลย เตรียมสอบผูบริหารสถานศึกษา ป 2555  (มนัด เทศทอง ครูโรงเรียนพระแกวทยา สพม.33) ิ 9
  10. 10. 2. กรณี ไม่ร้ายแรง = 1.รับสารภาพเป็ นหนังสื อ 2. ผูพิพากษาตัดสิ น ้ 3. กรณี ร้ายแรง = 1.รับสารภาพเป็ นหนังสื อ 2. ขาดราชการติดต่อ 15 วัน 3.ตัดสิ นจําคุก - เหตุแห่งการร้องทุกข์ = คับข้องใจ / ไม่เป็ นธรรม/ถูกกลันแกล้ง/ไม่มีสิทธิอุธรณ์/ให้ออก - คณะกรรมการสถานศึกษา(คกศ.) = นักเรี ยน 300 = 9 คน(ผูทรงคุณวุฒิ =1, ผูแทนศาสนา =1) ้ ้ นักเรี ยน 301 ขึนไป = 15 คน(ผูทรงคุณวุฒิ =6, ผูแทนศาสนา =2) ้ ้ 8) การจัดทํามาตรฐานและภาระงานข้ าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาในการระดมทรัพยากรเพือการศึกษาและให้ บริการด้ านวิชาการแก่ชุมชน - ระดมทุน = ระดมทรัพยากร = มีส่วนร่ วม = SBM 9) ส่ งเสริมสนับสนุนข้ าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาให้ มีการพัฒนา - พานักเรี ยนไปนอกสถานศึกษาไม่คางคืน ผอ. อนุญาต ้ (ครู 1 คนต่อนักเรี ยน 30 คน) - พานักเรี ยนไปนอกสถานศึกษาค้างคืน ผอ.เขตฯ อนุญาต - พานักเรี ยนไปนอกราชอาณาจักร หัวหน้าส่ วนราชการ 10) การจัดระบบการควบคุมภายในสถานศึกษา - หน่วยตรวจรับ = กระทรวง ทบวง กรม หน่วยงานราชการ หน่วยงานทีได้รับเงินอุดหนุน - หน่วยรับตรวจ = โรงเรี ยน –แบบ ปอ.(ใช้ประเมินองค์กร) - การควบคุมภายใน คือ กระบวนการเพือสร้างความมันใจว่าการดําเนินงานบรรลุวตถุประสงค์ในด้านประสิ ทธิภาพ/ ัประสิ ทธิผล ซึ งลดความเสี ยหา รัวไหล สิ นเปลือง ทุจริ ต และปฏิบติตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ั - รายงานการควบคุมภายในต่อ คตง. อย่างน้อยปี ละ 1 ครังภายใน 90 วันจากวันสิ นปี งบประมาณ - องค์ประกอบการควบคุมภายใน = สภาพแวดล้อมของการควบคุม / การประเมินความเสี ยง / กิจกรรมการควบคุม /สารสนเทศและการสื อสาร / การติดตามประเมินผล - การดําเนินการประเมินควบคุมภายใน = 1) กําหนดผูรับผิดชอบ (ผอ.=พิจารณาผลประเมินระดับหน่วยรับตรวจ , รอง ้ผอ.=ประเมินผลการควบคุมด้วยตนเอง CSA-ติดตาม-สรุ ป-รายงาน) 2) กําหนดขอบเขตและวัตถุประสงค์การประเมิน 3) ศึกษาทําความเข้าใจโครงสร้างควบคุมภายใน 4) จัดทําแผนการประเมิน 5) ดําเนินประเมินด้วย CSA 6) สรุ ปและจัดทําเอกสารประเมิน 11) การจัดระบบการดูแลช่ วยเหลือนักเรียน หรือนักศึกษา - แนะแนว = ปรึ กษา – ช่วยเหลือ – แก้ปัญหา – พึงตนเองได้ // ปัญหา = ตระหนัก รับรู ้ แก้ปัญหา// - รู ้จกนักเรี ยนเป็ นรายบุคคล – คัดกรองนักเรี ยน – ส่ งเสริ มนักเรี ยน – ป้ องกันและแก้ปัญหา - ส่ งต่อ ั - กลุ่มปกติ(สร้างภูมิคุมกัน) – กลุ่มเสี ยง(ป้ องกัน) – กลุ่มมีปัญหา(แก้ไข) – กลุ่มพิเศษ(ส่ งเสริ ม) ้ - การลงโทษนักเรี ยน = ว่ากล่าวตักเตือน – ทําทัณฑ์บน – ตัดคะแนนความประพฤติ – ทํากิจกรรมเพือปรับพฤติกรรม - ประโยชน์ = 1) ช่วยเหลือทัวถึงตรงปัญหา 2)สัมพันธภาพครู -นักเรี ยน 3)รู ้จกตนเอง EQ(ฉลาดทางอารมณ์) IQ(ความเก่ง) ัMQ(คุณธรรมจริ ยธรรม) AQ(มุ่งมันชนะอุปสรรค) 4)สุ ขและเสริ มพัฒนาเต็มศักยภาพ 5)ผูมีส่วนร่ วมจริ งจัง เอาใจใส่ เสี ยสละ ้ - บทบาทหน้าที = 1)ทีมนํา(คณะกรรมการอํานวยการ/ผอ.เป็ นประธาน/หัวหน้าแนะแนวเป็ นเลขาฯ/ 2)ทีมทํา(ครู ทีปรึ กษา) - ทฤษฎีบริ หารระบบดูแลฯ = บริ หารเชิงระบบ = ปัจจัย(ครู /ผูปกครอง/ชุมชน/งบประมาณ) – กระบวนการ(รู ้/คัด/ป้ อง/ ้เสริ ม/ต่อ) – ผลผลิต(ปริ มาณกล่อมเสี ยว/ปัญหาลดลง) - เครื อข่ายในระบบดูแลฯ = ครู + ผูปกครอง +ชุมชน +ผูใหญ่ใจดี ้ ้ // เยียมบ้าน ครู 1 ต่อนักเรี ยน 20 คน// - วินยเชิงบวก = การปฏิบติต่อเด็กในฐานะผูกาลังเรี ยนรู ้โดยปราศจากความรุ นแรงและเคารพศักดิศรี ั ั ้ํ ขันตอนการสร้างวินยเชิงบวก = บรรยายพฤติกรรมมาเหมาะสม-ให้เหตุผลทีชัดเจน-ให้แสดงอาการรับรู ้-ให้รางวัล/ชืนชม ั เตรียมสอบผูบริหารสถานศึกษา ป 2555  (มนัด เทศทอง ครูโรงเรียนพระแกวทยา สพม.33) ิ 10
  11. 11. 3. สมรรถนะทางการบริหาร สมรรถนะ คือ บุคลิกลักษณะทีซ่อนภายในปัจเจกบุคคล ซึงสามารถลักดันสร้างผลการปฏิบติงานทีดี = ภูเขานําแข็ง ั ่ 1) การมุ่งผลสั มฤทธิ = ประสิ ทธิ ภาพ (ผลผลิต) + ประสิ ทธิผล(ผลลัพธ์) = หัวใจอยูทีการวัดผลการปฏิบติงาน(C) ั 1) มุ่งมันในการพัฒนาผลงานต่อเนือง+4=มุ่งมัน กระตือรื อร้นในการพัฒนางานทุกรายการทีได้รับมอบหมายจนปรากฏผลงานมีคุณภาพ เป็ นทียอมรับในและนอกองค์กร 2) มีคุณภาพ ถูกต้อง สมบูรณ์ + 4=ผลงานมีความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ เกือบทุกรายการและเป็ นแบบอย่างได้ 3) คิดริ เริ มสร้างสรรค์/นํานวัตกรรม+4=มีการทดลอง วิธีการ หรื อจัดทําคู่มือประกอบการพัฒนางานใหม่ๆโดยมีการจัดทํารายงานทีเป็ นรู ปธรรม ชัดเจน และเผยแพร่ ในวงกว้าง 2) การบริการทีดี (หัวใจนักบริ การ = เจตคติ , มโนคติ) 1) ปรับปรุ งระบบบริ การ+4=ศึกษาความต้องการของผูรับบริ การนําข้อมูลมาปรับปรุ งและพัฒนาระบบบริ การเกือบทุก ้รายการอย่างต่อเนือง 2) ความพึงพอใจของผูรับบริ การ+4=ผูรับบริ การร้อยละ 80 % มีความพึงพอใจระดับมาก ้ ้ หลักการบริ การ บุคลากร กลยุทธ์ ระบบการบริ การ 3) การพัฒนาตนเอง (=คุณลักษณะ) 1) ศึกษา ค้นคว้า หาความรู ้ ด้วยการประชุม อบรม+4=มีชวโมงเข้าประชุม อบรม สัมมนาไม่นอยกว่า 20 ชัวโมง/ปี และมีการ ั ้จัดทําเอกสารนําเสนอเพือแลกเปลียนเรี ยนรู ้อย่างน้อย 2 รายการ/ปี 2) รวบรวมและประมวลความรู ้+4=มีการสังเคราะห์ขอมูลความรู ้ จัดเป็ นหมวดหมู่ ปรับปรุ งให้ทนสมัย รวบรวมองค์ความรู ้ ้ ัสําคัญเพือใช้ในการพัฒนางานอย่างต่อเนือง 3) แลกเปลียนความคิดเห็นด้านวิชาการ+4= เข้าร่ วมแลกเปลียนเรี ยนรู ้ภายในหน่วยงาน ร้อยละ 80 ของจํานวนกิจกรรมทีหน่วยฯจัด 4) การทํางานเป็ นทีม 1) ร่ วมแรงร่ วมใจ ช่วยเหลือ สนับสนุน+4=ให้ความร่ วมมือ ช่วยเหลือ สนับสนุน เพือนร่ วมงาน สมําเสมอเกือบทุกครัง 2) ผูนาหรื อผูตาม+4=แสดงบทบาทผูนาผูตามในการทํางานร่ วมกับผูอืนอย่างเหมาะสม ้ ํ ้ ้ ํ ้ ้ 3) ปรับตัวเข้ากับสถานการณ์+4=ใช้ทกษะการบริ หารจัดการในการทํางาน อย่างมีประสิ ทธิภาพในเกือบทุกสถานการณ์ ทุกโอกาส ั ํ ํ 4) เสริ มแรง ให้กาลังใจ ยกย่อง ชมเชย+4=ให้เกียรติ ยกย่อง ชมเชย ให้กาลังใจ สนับสนุนเพือนร่ วมงานในโอกาสทีเหมาะสมเกือบทุกครัง ํ เสริ มแรง = ภายใน(คุณค่าจิตใจ=ยกย่อง-ชมเชย-ชืนชม-ให้กาลังใจ) – ภายนอก(วัตถุสิงของ) มาสโลว์ = กาย – ภัย – รัก – ชือ – ดม หลักการบริ หารงานเป็ นทีม 1. ทีมงาน 2. มีส่วนร่ วม 3. สมาชิกมากว่า1 4. มนุษยสัมพันธ์/ปฏิสัมพันธ์ 5. บรรลุเป้ าหมายร่ วมกัน 5) การวิเคราะห์ และสั งเคราะห์ 1) วิเคราะห์สภาพปัจจุบนปั ญหา/เสนอทางเลือก+ 4=ระบุสภาพปัจจุบน ปั ญหา ความต้องการ และแนวทางป้ องกัน แก้ไข ั ั ปัญหาทีหลากหลายและปฏิบติได้ บันทึกไว้เป็ นหลักฐาน ั ั 2) แผนงาน/โครงการ+ 4=องค์ประกอบแผนงาน โครงการมีความสอดคล้อง สัมพันธ์กนทุกองค์ประกอบ สอดคล้องกับ นโยบาย ยุทธศาสตร์ และมีการระบุตวชีวัดความสําเร็ จอย่างชัดเจน ั เตรียมสอบผูบริหารสถานศึกษา ป 2555  (มนัด เทศทอง ครูโรงเรียนพระแกวทยา สพม.33) ิ 11
  12. 12. 3) คิดแก้ปัญหาเชิงระบบ+4=มีการวิเคราะห์จุดเด่นจุดด้อย ภาวะคุกคาม โอกาสหรื อจัดทําแผนงานโครงการรองรับ ดําเนิน กิจกรรมและประเมินผล นําผลการประเมินไปใช้พฒนาอย่างต่อเนือง ั 6) การสื อสารและการจูงใจ = สื อสาร 2 ทาง 1) สามารถพูด และเขียน+ 4=พูด เขียน สà

×