Your SlideShare is downloading. ×
0
ยุทธศาสตร์การจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กพิเศษ
ยุทธศาสตร์การจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กพิเศษ
ยุทธศาสตร์การจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กพิเศษ
ยุทธศาสตร์การจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กพิเศษ
ยุทธศาสตร์การจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กพิเศษ
ยุทธศาสตร์การจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กพิเศษ
ยุทธศาสตร์การจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กพิเศษ
ยุทธศาสตร์การจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กพิเศษ
ยุทธศาสตร์การจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กพิเศษ
ยุทธศาสตร์การจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กพิเศษ
ยุทธศาสตร์การจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กพิเศษ
ยุทธศาสตร์การจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กพิเศษ
ยุทธศาสตร์การจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กพิเศษ
ยุทธศาสตร์การจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กพิเศษ
ยุทธศาสตร์การจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กพิเศษ
ยุทธศาสตร์การจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กพิเศษ
ยุทธศาสตร์การจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กพิเศษ
ยุทธศาสตร์การจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กพิเศษ
ยุทธศาสตร์การจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กพิเศษ
ยุทธศาสตร์การจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กพิเศษ
ยุทธศาสตร์การจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กพิเศษ
ยุทธศาสตร์การจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กพิเศษ
ยุทธศาสตร์การจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กพิเศษ
ยุทธศาสตร์การจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กพิเศษ
ยุทธศาสตร์การจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กพิเศษ
ยุทธศาสตร์การจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กพิเศษ
ยุทธศาสตร์การจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กพิเศษ
ยุทธศาสตร์การจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กพิเศษ
ยุทธศาสตร์การจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กพิเศษ
ยุทธศาสตร์การจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กพิเศษ
ยุทธศาสตร์การจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กพิเศษ
ยุทธศาสตร์การจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กพิเศษ
ยุทธศาสตร์การจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กพิเศษ
ยุทธศาสตร์การจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กพิเศษ
ยุทธศาสตร์การจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กพิเศษ
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×
Saving this for later? Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime – even offline.
Text the download link to your phone
Standard text messaging rates apply

ยุทธศาสตร์การจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กพิเศษ

2,725

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
2,725
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
21
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. เด็กปัญญาอ่อนที่เรียนหนังสือได้
  • 2. คำจำกัดความ
    เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาไม่มากนัก มีพัฒนาการที่ล่าช้า ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้
  • 3. หลักการสอนเด็กปัญญาอ่อนที่เรียนหนังสือได้
    • ด้านพัฒนาการทางการเคลื่อนที่และการรับรู้
    • 4. ด้านภาษา
    • 5. ด้านความคิดความจำ
    • 6. ด้านสังคมและการช่วยเหลือตัวเอง
    • 7. ด้านทักษะทางสังคม
    • 8. ด้านความคิดสร้างสรรค์
  • เด็กปัญญาอ่อนที่ฝึกได้ และ เด็กปัญญาอ่อนที่ระดับสติปัญญาต่ำมาก
  • 9. คำจำกัดความ
    • เด็กปัญญาอ่อนที่ฝึกได้ หมายถึง เด็กที่มีความบกพร่องปานกลางไปจนถึงความบกพร่องรุนแรง ในด้านสติปัญญาและพฤติกรรม ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ของเด็ก
    • 10. เด็กปัญญาอ่อนที่ระดับสติปัญญาต่ำมาก หมายถึง มีปัญหาในการเคลื่อนไหว พูดไม่ค่อยได้หรือพูดไม่ได้เลย ช่วยตัวเองไม่ได้ เรียนหนังสือไม่ได้ สอนพูดได้บ้าง ฝึกเกี่ยวกับสุขภาพ อนามัยได้บ้าง ต้องการการดูแลเอาใจใส่จากผู้ใกล้ชิด ช่วยตัวเองได้บ้างแต่น้อย
  • หลักการสอนของเด็กปัญญาอ่อนที่ฝึกได้และเด็กปัญญาอ่อนที่ระดับสติปัญญาต่ำมาก
    ทักษะในการช่วยเหลือตนเอง
    ทักษะในการสื่อสาร
    ทักษะในการดำรงชีวิตประจำวัน
    ทักษะการอ่าน เขียน และเลขคณิตที่จำเป็นในการดำรงชีวิต
    ทักษะด้านนันทนาการ
  • 11. เด็กที่มีความบกพร่อง
    ทางสายตา
  • 12. หมายถึง
    1.เด็กตาบอด คือ เด็กที่มีสายตาเหลืออยู่น้อยมาก หรือไม่มีเลย แม้จะได้รับการแก้ไขแล้ว
    2.เด็กตาบอดบางส่วน คือ เด็กที่มีสายตาบกพร่อง แต่ภายหลังจากการแก้ไขแล้ว สามารถมองเห็นได้บ้าง
    เด็กที่มีความบกพร่องทางสายตา
  • 13. ยุทธศาสตร์การจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางสายตา
    • กิจกรรมกระตุ้นการรับรู้
    • 14. กิจกรรมกระตุ้นการสัมผัส
    • 15. การช่วยเหลือตนเองเบื้องต้น
    • 16. ทักษะที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพ
    • 17. การรู้จักพึ่งพาตนเอง
    • 18. การอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคม
    • 19. เน้นการฝึกด้านการฟัง
    • 20. การใช้อักษร braille
    • 21. การเคลื่อนไหว ทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อม
  • เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกาย
  • 22. ลักษณะเด็กที่มีความบกพร่องทางด้านร่างกายและเข้ารับบริการการศึกษาพิเศษได้
    มีกล้ามเนื้อ แขน ขา พิการ ไม่สามารถใช้งานได้
    กระโหลกศีรษะมีลักษณะบิดเบี้ยวไปจากเดิม
    มีการเจ็บป่วยเรื้อรังติดต่อกันเป็นเวลานาน
    มีความบกพร่องในระดับรุนแรง จนไม่สามารถเรียนในรูปแบบเด็กปกติได้
  • 23. หลักสูตรและยุทธศาสตร์การจัดการเรียนรู้
  • 24.
    • การเคลื่อนไหว
    • 25. การสื่อสาร
    • 26. พัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ มัดเล็ก
    • 27. ทักษะที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพ
    • 28. การรู้จักพึ่งพาตนเอง
    • 29. การอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคม
    • 30. ทักษะทางสังคม
  • เด็กที่มีปัญหาทางพฤติกรรม
    หมายถึง
    • เด็กที่ไม่สามารถเรียนหนังสือได้เหมือนคนปกติทั่วไป
    • 31. มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเหมือนเด็กทั่วไป
    • 32. มีความเก็บกด คับข้องใจ
    • 33. มีความหวาดกลัวเมื่อมีปัญหาส่วนตัว
  • ลักษณะของเด็กที่มีปัญหาทางพฤติกรรม
    จำแนกได้ 2 ประเภท คือ
    พฤติกรรมที่เกิดจากความขัดแย้งภายในตัวเด็ก
    เช่น ความวิตกกังวล การมีปมด้อย และการหนีสังคมเป็นต้น
    ความขัดแย้งระหว่างเด็กกับสิ่งแวดล้อมที่อยู่ใกล้ตัวเด็ก
    เช่น การก้าวร้าวและก่อกวน การปรับตัวที่ไม่ถูกต้อง เป็นต้น
  • 34. หลักสูตรและการสอน
    มีแผนการสอนเฉพาะบุคคล
    จัดให้เรียนในห้องพิเศษทั้งในโรงเรียนปกติและโรงเรียนพิเศษ
    ฝึกให้เด็กมีทักษะในการปรับตัวและทักษะเบื้องต้นต่างๆ
    การปรับพฤติกรรมของเด็ก
  • 35. เด็กที่มีปัญหาในการเรียนรู้
    มีความบกพร่องเกี่ยวกับกระบวนการทางจิตวิทยา
    ความบกพร่องเกี่ยวกับการใช้ภาษาพูดและเขียน
    มีปัญหาในการฟัง คิด คุยกับผู้อื่นและการกระทำต่างๆ
    ความบกพร่องเกี่ยวกับการรับรู้
  • 36. ลักษณะของเด็กที่มีปัญหาในการเรียนรู้
    • ปัญหาในการเรียนรู้
    • 37. ปัญหาทางภาษา
    • 38. ความบกพร่องทางการรับรู้
    • 39. ความผิดปกติในการเคลื่อนไหว
    • 40. ปัญหาทางด้านอารมณ์และสังคม
    • 41. ปัญหาในการจำ
    • 42. ปัญหาในด้านความสนใจ
  • หลักสูตรและการสอน
    มุ่งขจัดความบกพร่องของเด็ก
    ให้เด็กมีโอกาศเรียนร่วมกับเด็กปกติมากที่สุด
    จัดแผนการสอนเฉพาะบุคคล
    ครอบคลุมในเนื้อหา การพัฒนาการับรู้และการเคลื่อนไหว ภาษา วิชาพื้นฐาน การงานอาชีพและเทคโนโลยีและทักษะทางสังคม
  • 43. เด็กเจ็บป่วยเรื้อรัง
    เด็กที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล อันมีสาเหตุมาจากการเจ็บป่วย
    ต้องเข้ารับการรักษาเป็นระยะเวลานานในสถานพยาบาลโดยอยู่ในความดูแลของแพทย์
    เด็กเจ็บป่วยที่พักรักษาตัวอยู่บ้าน
  • 44. เหตุผล
    เนื่องจากเด็กเจ็บป่วยเรื้อรัง ต้องพักรักษาตัวเป็นเวลานานจึงทำให้เด็กไม่สามารถมาโรงเรียนได้
    หากเด็กไม่เรียนหนังสือระหว่างการเจ็บป่วยจะทำให้การเรียนของเด็กไม่ต่อเนื่อง
    อาจทำให้เด็กเรียนในระดับชั้นที่ต่ำกว่าเพื่อนในวัยเดียวกันหรืออาจทำให้เด็กเป็นคนไม่รู้หนังสือได้
  • 45. หลักสูตรและการสอน
    เน้นในส่วนที่เด็กเรียนไม่ทันหรือขาดไประหว่างที่เด็กเข้ารับการรักษาพยาบาล
    เน้นการสอนเป็นรายบุคคลหรือรายกลุ่ม
    ควรเน้นถึงความต่อเนื่องของการเรียน
  • 46. เด็กออทิซติก (AutisticChildren)
  • 47. คำจำกัดความ
    “ เด็กออทิซติก (Autistic Children) ” มีลักษณะเด่น 5 ประการ
    มีพัฒนาการล่าช้าหรือมีพัฒนาการไปในทางถดถอย
    แสดงปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมในลักษณะแปลกๆ
    สมาคมเด็กออทิซติคของสหรัฐอเมริกา
  • 48. แสดงอาการสนใจต่อตนเองโดยไม่สนใจสิ่งรอบตัว
    มีปัญหาทางการพูดและภาษา
    ไม่สามารถแสดงปฏิกิริยาโต้ตอบต่อผู้คน สิ่งของและเหตุการณ์ต่างๆ
  • 49. หลักสูตรและการเรียนการสอน
    การปรับหลักสูตร
    การจัดการเรียนการสอน
    เด็กออทิซติค
    การตอบสนองความต้องการของเด็ก
    การดำรงชีพในสังคม
    การทำงานเป็นทีม
    การช่วยเหลือเบื้องต้น
  • 50. เด็กที่มีความบกพร่องซ้ำซ้อน(Multiple Handicapped Children)
  • 51. คำจำกัดความ
    เด็กพิการซ้ำซ้อน หมายถึง เด็กที่มีสภาพความบกพร่องทางอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายมากกว่า 1อย่างในบุคคลเดียวกัน
  • 52. หลักสูตรและการเรียนการสอน
    การช่วยตัวเอง
    การจัดการเรียนการสอนเด็กที่มีความบกพร่องซ้ำซ้อน
    พัฒนาการทางสังคม
    การสื่อสาร
    การเคลื่อนไหว
    การปรับพฤติกรรม
  • 53. เด็กปัญญาเลิศ(Gifted)
  • 54. คำจำกัดความ
    เด็กปัญญาเลิศ หมายถึง เด็กที่มีความสามารถทางสมองสูงกว่าเด็กทั่วไป เป็นเด็กที่มีระดับสติปัญญาที่วัดได้จากการทดสอบมาตรฐาน มีค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐานสูงกว่าค่าเฉลี่ยตั้งแต่ 2 ขึ้นไป
  • 55. หลักสูตรและการเรียนการสอน
    พัฒนาศักยภาพและความสามารถ
    การจัดการเรียนการสอน เด็กปัญญาเลิศ
    ทักษะในการแก้ปัญหา
    เปิดโอกาสการเรียนรู้
    บรรยากาศการเรียนรู้
  • 56. RELAXATION
    RECEIVE
    ROUTINE
    REPEAT
    REGENERETION
    REPAIR
    Model ในความคิดของกลุ่มคือ 6 R ได้แก่
    REPAIR REPEAT ROUTINE
    RELAXATION RECRIVE REGENERETION
  • 57. REPAIR = ซ่อมแซม: มองหาปัญหาในการเรียนรู้ของเด็กเพื่อซ่อมแซมความร็ให้เกิดขึ้น
    REPEAT=ทำซ้ำ : จัดการความรู้ด้วยการสอนซ้ำ เพราะเด็กพิเศษจะมีการเรียนรู้กว่าเด็กปกติ
    ROUTINE = ทำเป็นประจำ : มีการสอนอย่างต่อเนื่องและติดต่อกันเป็นประจำ
    RELAXATION = ผ่อนคลาย : มีการสอนที่ป่อนคลายเพื่อให้เด็กเกิดการเรียนรู้ และ เพิ่มความสนุกในการเรียน ลดภาวะเครียดจากอาการผิดปกติ
    RECRIVE = ได้รับ : เด็กได้รับความรู้และเกิดการเรียนรู้
    REGENERETION = พัฒนา ปับปรุง : เกิดการพัฒนาและความรู้ใหม่สำหรับเด็ก
    6 R
  • 58. ผู้จัดทำ
    นาย ธีรวิทย์ อินทะชาติ 51102010701
    นางสาวนัฏฐาภรณ์ ขาวเขียว 51102010702
    นายโยธิน อสุริยิน 51102010714
    นายวุฒิชัย ใหญ่ยอด 51102010719
    นางสาวศิริรัตน์ หวังสะแล่ะฮ์ 51102010721
    กลุ่มผู้เรียน SC4ED2
     เสนอ
    อ. สมชาย เทพแสง

×