11 สื่อผสม (multimedia) 001272

711 views
612 views

Published on

0 Comments
1 Like
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
711
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
7
Actions
Shares
0
Downloads
52
Comments
0
Likes
1
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

11 สื่อผสม (multimedia) 001272

  1. 1. ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอรคณะวิทยาศาสตร มหาวิทยาลัยนเรศวร1สื่อผสม (Multimedia)
  2. 2. วัตถุประสงค2เพื่อใหเขาใจในความหมายของมัลติมีเดียเพื่อใหเขาใจองคประกอบของมัลติมีเดียเพื่อใหเขาใจระบบสี RGB และ CMYKเพื่อใหเขาใจการทํางานของแสงและสี
  3. 3. ความหมาย3มัลติ (Multi) หมายถึง หลายๆ อยางผสมกัน (มีศัพทใกลเคียงกัน เชน Many,Much และ Multiple เปนตน)มีเดีย (Media) หมายถึง สื่อ ขาวสาร ชองทางการติดตอสื่อสาร"สื่อผสม (Multimedia)" คือการผสมผสานหรือบูรณาการของสื่อตางๆ มากกวา 2ประเภทขึ้นไป เพื่อสรางเนื้อหาสาระใหมสําหรับการสอนและการสื่อสาร โดยอาศัยเครื่องคอมพิวเตอรเปนเครื่องมือหรืออุปกรณการผลิตและการนําเสนอ
  4. 4. องคประกอบของมัลติมีเดีย4มัลติมีเดีย (Multimedia) จะตองมีองคประกอบตั้งแต 2 องคประกอบเปนอยางนอย เชน ใชตัวอักษรรวมกับการใชสีที่แตกตางกัน 2-3 สี ภาพศิลป ภาพนิ่ง จากการวาด หรือการสแกน นอกนั้น ก็อาจมีเสียงและวิดีทัศนรวมอยูดวยก็ไดTextGraphicsMultimediaMultimediaAudio AnimationVideo
  5. 5. องคประกอบของมัลติมีเดีย (ตอ)5Text ตัวอักษร ในระบบคอมพิวเตอรเปนตัวอักษรระบบดิจิตอล ในโปรแกรมคอมพิวเตอรจะมีตัวอักษรใหเลือกหลาบแบบ หลายขนาดGraphics เปนภาพกราฟกที่ไมมีการเคลื่อนไหว เชน ภาพถาย หรือภาพวาด เปนตน ชวยในการเสริมความชัดเจนใหกับ Text เพื่อใหเขาใจงายขึ้นAudio ชวยใหเกิดบรรยากาศที่นาสนใจในการรับรูทางหู โดยอาศัยจะนําเสนอในรูปของ เสียงประกอบ เพลงบรรเลง เสียงพูด เสียงบรรยาย หรือเสียงพากย เปนตนไฟลเสียงมีหลายประเภท เชน Midi ,Wav ,Mp3Animation หมายถึง การทําใหภาพเคลื่อนไหว โดยการเปลี่ยนตําแหนงของภาพหรือการแสดงภาพหลายๆ ภาพที่แตกตางกันอยางรวดเร็วVideo นับเปนสื่ออีกรูปหนึ่งที่นิยมใชกับเทคโนโลยีมัลติมีเดีย เนื่องจากสามารถแสดงผลไดทั้งภาพเคลื่อนไหว และเสียงไปพรอมๆ กัน
  6. 6. ตัวอักษร (Text)6แอสกี (ASCII) ยอมาจาก American Standard Code for InformationInterchange) ใชเพียงประเทศสหรัฐอเมริกาเทานั้นยูนิโคด (Unicode) เปนรหัสที่พัฒนาขึ้นเพื่อการใชงานที่เปนสากล โดยผูพัฒนาคือองคกรกําหนดมาตรฐานสากลหรือไอเอสโอ (ISO : Internation Organization forStandardization) เพื่อรองรับตัวอักษรและสัญลักษณแบบตางๆ ของแตละภาษาเปนรหัสขนาด 16 บิต สามารถรองรับตัวอักษรไดมาถึง 65,536 (รหัส) ในรูปแบบของ “ Code Point”
  7. 7. รูปแบบตัวอักษร(Fonts) แบงเปน 3 ระดับ ไดแก71.ประเภท (Category) เปนที่รวมของตระกูล (Family) และชื่อเฉพาะ (Face) ของแตละตัวอักษร (Font)แบงไดดังนี้1.1 Serif: เปนแบบอักษรที่ใชเปนมาตรฐาน ในแตละตัวอักษรจะมีเสนคลายๆ ขีด-เหลี่ยม1.2 Sans-Serif: เปนแบบอักษรที่คุนเคยมากกวา Serif เพราะเปนที่นิยมของผูเขียนเว็บ มีรูปรางมนกลม และดูสวยงาม1.3 Monospaced: เปนแบบอักษรที่มีขนาดความกวางของทุกตัวอักษรเทากันหมดบางครั้งเรียกวา Typewriter Fonts เนื่องจากมีลักษณะใกลเคียงกับตัวอักษรที่ไดจากเครื่องพิมพดีด1.4 Script: เปนแหลงรวมของแบบอักษรทุกชนิด ที่มีลักษณะพิเศษตางๆ เชน มีจุด มีหาง เปนตน
  8. 8. รูปแบบตัวอักษร(Fonts) (ตอ)82. ตระกูล (Family)เปนหมวดที่ยอยลงไปจาก Category แตตัวอักษรที่อยูในตระกูลเดียวกัน จะมีบรรพบุรุษรวมกันตารางแสดงความสัมพันธระหวาง Category และ FamilyCategory FamilySerif Times, Century Schoolbook, GaramondSans-Serif Helvetica, Arial, VerdanaMonospaced Courier, Courier NewDecorative Whimsy, Arribal, Bergell
  9. 9. รูปแบบตัวอักษร(Fonts) (ตอ)93. ชื่อเฉพาะ (Face)เปนตัวอักษรที่สามารถแสดงความสัมพันธระหวาง Family และ FaceFamily FaceTime Roman, ItalicArial Regular, Bold, ItalicCourier Regular, ObliqueWhimsy Regular, Bold
  10. 10. การใชงานตัวอักษรและรูปแบบตัวอักษรในมัลติมีเดีย10ในการใชตัวอักษรที่มีขนาดเล็กจะตองชัดเจนและอานงายขอความที่ตองการจะเนนควรจะมีลักษณะที่แตกตางจากขอความธรรมดาเชน มีการขีดเสนใต ตัวอักษรตัวเอียง หรือตัวหนาจัดชองวางของบรรทัดใหเหมาะสมและอานงายจัดขนาดของตัวอักษรตามความสําคัญของขอความหัวขอที่ใชตัวอักษรขนาดใหญควรมีระยะชองไฟของตัวอักษรที่ใหความรูสึกที่ดี ไมติด หรือหางกันเกินไปจัดสีของขอความใหอานงาย มีความแตกตางจากสีของพื้นหลังควรใชวิธีการ Anti-aliasing กับหัวขอที่เปนอักษรกราฟฟกขนาดใหญ
  11. 11. การใชงานตัวอักษรและรูปแบบตัวอักษรในมัลติมีเดีย(ตอ)11หากตองการจัดขอความใหอยูกึ่งกลางบรรทัด ไมควรทําติดตอกันหลายบรรทัดจะดูไมสวยงามในภาษาอังกฤษควรใชอักษรพิมพใหญ และพิมพเล็กอยางเหมาะสมเนนความนาสนใจของขอความดวยการไลแสงเงาใหตัวอักษรหรือวางหัวขอหลักๆ บนพื้นที่วาง ซึ่งเปนจุดที่สนใจที่มองเห็นไดอยางชัดเจนสรรหาขอคิด คําเสนอแนะ หรือคําติชมจากหลายๆ ความคิดมาสรุปเพื่อเลือกใชตัวอักษรที่เหมาะสมที่สุดใชคําศัพทที่มีความหมายนาสนใจและเขาใจงาย เพื่อเชื่อมโยงหัวขอกับเนื้อความเขาดวยกันขอความสําหรับเชื่อมโยงบนหนาเว็บเพจ ควรมีลักษณะตัวอักษรที่เนนขอความ เชน ใสสีสัน ขีดเสนใตขอความ ควรหลีกเลี่ยงการเนนดวยสีเขียวบนพื้นสีแดงเนนเนื้อความที่เปนจุดสําคัญดวยการทําแถบสีที่ขอความนั้นๆ แตไมควรใหเหมือน TextLink หรือขอความบนปุมกด Button
  12. 12. การจัดวางขอความสําหรับการอาน (Fields for Reading)12จัดวางขอความสําคัญๆ แตละหัวขอใหอยูบนจอภาพเดียวกันแบงเนื้อความอธิบายเปนสวนๆ แยกยอยกันไปในแตละยอหนาใชตัวอักษรที่อานงาย และมีขนาดของตัวอักษรไมใหญหรือเล็กจนเกินไปเชื่อมโยงความสัมพันธของขอความใหงายตอการเขาถึงขอมูลที่ตองการไดอยางรวดเร็ว
  13. 13. ภาพกราฟก (Graphics)13กราฟก (Graphic) ก็คือภาพตาง ๆ ที่เกิดจากการสรางสรรค ไมวาจะเปนวาดเสน หรือระบายสีจนเกิดเปนภาพ ลักษณะตาง ๆ ขึ้นมา สวนคําวาคอมพิวเตอรกราฟก (Computer Graphic – CG) ก็คือภาพตาง ๆ ที่เกิดขึ้นมา จากการใชเครื่องคอมพิวเตอรเปนเครื่องมือในการสรางสรรค
  14. 14. ตัวอยางโปรแกรม14โปรแกรมสําหรับวาดภาพ เชน โปรแกรม Microsoft Paint,Illustrator, Corel Painter หรือ Corel DRAW เปนตนโปรแกรมสําหรับการตกแตงภาพ เชน Photoshop, Paint Shop Proหรือ GIMP เปนตนโปรแกรมสําหรับงานตัดตอหรือแกไขวิดีโอ Premiere Pro, FinalCut Pro, After Effect, Newtek VT หรือ Combustion เปนตนโปรแกรมสําหรับสรางงาน 2D Animation เชน Flash, Moho หรือToon Boom เปนตนโปรแกรมสําหับสรางงาน 3D Animation เชน 3ds Max, Maya,Lightwave, Softimage XSI หรือ Cinema 4D เปนตน
  15. 15. ประเภทของภาพ15วิธีการที่เครื่องคอมพิวเตอรจะสามารถสรางภาพ และบันทึกขอมูลของภาพนั้นเก็บเอาไวมีอยู 2 วิธี หลัก ๆ ดวยกัน คือวิธีการสรางภาพแบบ Raster Graphicวิธีการสรางภาพแบบ Vector Graphic
  16. 16. Raster Graphic16เปนวิธีการสรางภาพและจดจําขอมูลของภาพแบบที่เรียบงายที่สุด อาศัยหลักการ โดยนําเอาจุดสีเล็ก ๆ ที่เรียกวา Pixelหลาย ๆ จุดมาวางเรียงกันจนกลายเปนภาพขนาดใหญ ยิ่งจุดสีหรือ Pixel มีจํานวนมากเทาไหร ภาพก็ยิ่งมีรายละเอียดมากแลดูสวยงาม (ความละเอียดของภาพแบบ Raster วัดเปนจํานวนจุด Pixel ตอพื้นที่ 1 ตารานิ้ว หรือตารางเซนติเมตร)
  17. 17. Raster Graphic (ตอ)17ถาเราขยายภาพที่เปน Raster Graphic ขึ้นมากๆ เราจะพบวาภาพนั้นประกอบไปดวยจุดสีสี่เหลี่ยมที่ เรียกวา Pixel หลาย ๆ จุดมาวางเรียงตอกัน ไฟลประเภทนี้ไดแกBMP, CGM, GIF, HGL, JPEG, PBM, PCX, PGM, PNM, PPM, PSD, RLE, TGA,TIFF และ WPGสวนใหญภาพประเภทนี้จะนํามาจากแหลงขอมูลตางๆ ผานโปรแกรมที่รองรับการทํางานเกี่ยวกับรูปภาพ การคัดลอก (Copy) ภาพที่แสดงบนจอภาพ โดยกดปุมPrint Screen บนคียบอรด จากนั้นวาง (Paste) ในโปรแกรมที่สามารถแกไขภาพหรือโปรแกรมที่จะใชพิมพการนําภาพถายผานทางเครื่องสแกนเนอร (Scanner) หรือรูปภาพจากกลองถายภาพดิจิตอลหรือกลองวิดีโอดิจิตอล เปนตน
  18. 18. Vector Graphic18เปนภาพที่มีวิธีการสรางภาพและบันทึกขอมูลของภาพที่แตกตางออกไปอยางสิ้นเชิง เพราะภาพแบบ Vector จะอาศัยการทางเลขาคณิตมาเปนตัวชวยในการสรางภาพและบันทึกขอมูลภาพ เชน ภาพสี่เหลี่ยม 1 รูปแทนที่จะบันทึกดวยขอมูลของจุด Pixel หลาย ๆ จุด ก็บันทึกเปนสูตรคณิตศาสตรแทน เชน จําวาจุดทั้ง 4 มุม ของภาพสี่เหลี่ยมวางอยูในตําแหนงใดบาง สีภายในภาพสี่เหลี่ยมเปนสีอะไร ซึ่งทั้งหมดนี้จะเปนขอมูลที่มีจํานวนนอยกวาขอมูลของจุด Pixel ทั้งหมดในภาพสี่เหลี่ยมมาก
  19. 19. Vector Graphic (ตอ)19เนื่องจากภาพแบบ Vector เปนภาพแบบที่สรางจากสูตรคณิตศาสตรหรือเลขาคณิตจึงทําใหภาพแบบ Vector ไมมีปญหาเรื่องความคมชัดเมื่อขยายภาพขึ้นมาก ๆอยางภาพ Raster เพราะไมวาภาพจะเล็กหรือ ใหญเทาใด จํานวนขอมูลที่ตองจําก็มีขนาดเทาเดิมแตขอเสียของการสรางจากสูตรคณิตศาสตรหรือเลขาคณิต ของภาพแบบ Vectorก็คือมันไมสามารถสรางหรือบันทึกภาพที่มีรายละเอียดของสีมาก ๆ อยางภาพถายตาง ๆ ได ดังนั้น ภาพแบบ Vector จึงเหมาะสําหรับการสรางและบันทึกภาพที่มีสีเรียบ ๆ เทานั้น ไฟลประเภทนี้ไดแก AI, CDR, CGM, CMX, DRW, DFX,EPS,PDF,PCT, PIC, PLT และ WMF เปนตน
  20. 20. คุณภาพของรูปภาพ20ความละเอียดของภาพ (Image Resolution)การบีบอัดขนาดของรูปภาพ (Image Compression)
  21. 21. ความละเอียดของภาพ (Image Resolution)21หนวยที่ใชวัดความละเอียดของภาพเรียกวา พิกเซลตอนิ้ว (Pixel Per Inch :PPI) จอคอมพิวเตอรสวนใหญจะมีความละเอียดที่ 72 PPI คือความกวาง 1นิ้วบนจอคอมพิวเตอรจะแสดงจุดได 72 จุดนั่นเอง ดังนั้นไฟลภาพที่เรานํามาไมวาจากกลองหรือเครื่องสแกนก็ตาม หากคิดวาจะใชแสดงผลแคบนจอคอมพิวเตอรเทานั้น ก็ใหกําหนดความละเอียดเปน 72 PPIจุดแตละจุดที่ประกอบเปนภาพ เรียกวา Pixel300 จุด400 จุดResolution ของภาพนี้คือ 300 จุด * 400 จุด= 120,000 pixels
  22. 22. การบีบอัดขนาดของรูปภาพ (Image Compression)22ลดจํานวนขอมูลในการแสดงภาพใหนอยลงโดยเมื่อนําขอมูลที่ลดขนาดไปมาสรางภาพขึ้นใหม คุณภาพของภาพใหมจะไมมีการสูญเสียหรือมีการสูญเสียที่ยอมรับได เมื่อเทียบกับภาพเดิมการบีบอัดมาก - เสียความละเอียดมาก - ไฟลขนาดเล็กการบีบอัดนอย - เสียความละเอียดนอย - ไฟลขนาดใหญCompressed
  23. 23. ชนิดของ image compression23Lossless Image Compressionภาพที่สรางกลับมาจากขอมูลที่ถูกบีบอัดมีคุณภาพเหมือนภาพเดิมโดยไมมีการเปลี่ยนแปลงภาพทางการแพทยที่ตองการความแมนยํามาก ความผิดพลาดเพียงเล็กนอยอาจหมายถึงชีวิตของผูปวยไดLossy Image Compressionภาพที่สรางกลับมาจากขอมูลที่ถูกบีบอัดมีคุณภาพไมเหมือนภาพเดิม (แตตามนุษยไมสามารถแยกออกได)การบันทึกภาพวิดีโอ ถึงแมวาภาพที่แปลงมาจากการ compress จะไมเหมือนเดิมทีเดียว แตมีผลกระทบกับคุณภาพของภาพเพียงเล็กนอยก็สามารถยอมรับได
  24. 24. ภาพ 3 มิติ (3D Image)24เปนภาพประเภทหนึ่งของภาพเวกเตอร มีลักษณะมุมมองของภาพที่เหมือนจริง อยูในรูปทรง 3 มิติ (3D: Three Dimensions) การสรางและการแสดงผลของภาพ 3 มิตินั้น จะตองใชซอฟตแวรที่เหมาะสมสําหรับสรางแกไข หรือแสดงภาพในรูปแบบ 3 มิติ และเพิ่มลักษณะพิเศษใหกับภาพ 3 มิติ เชน สรางฉากหลัง เพิ่มทิศทางของแสง และเพิ่มเทคนิคพิเศษใหกับภาพ
  25. 25. ตัวอยาง25
  26. 26. สี (Color)26เปนสวนประกอบสําคัญในการตกแตงภาพเวกเตอรและภาพบิตแมปใหเปนไปตามความตองการ สําหรับงานมัลติมีเดียไมวาจะแสดงผลผานจอภาพหรือพิมพลงแผนพับโฆษณาตางๆ
  27. 27. รูปแบบของแสงสีที่ใชงานบนคอมพิวเตอร27HSBเปนพื้นฐานของการมองเห็นแสงสีของดวงตามนุษย ประกอบดวยลักษณะของแสงสี 3 ประการ คือ Hue, Saturation, BrightnessLabคาขอมูลแสงสีของ Lab ประกอบไปดวยคาตางๆ ไดแก คาระดับความเขมของแสงสวาง คาแสดงการไลแสงสีจากสีเขียวไปยังแสงสีแดง และคาแสดงการไลแสงสีจากแสงสีน้ําเงินไปยังแสงสีเหลือง
  28. 28. รูปแบบของแสงสีที่ใชงานบนคอมพิวเตอร (ตอ)28Saturationเปนคาความเขมของแสงสีที่อยูในชวงแสงสีจางจนถึงแสงสีเขม จะเปนสัดสวนของแสงสี Hue ที่มีอยูในโทนสีเทา โดยวัดคาเปนเปอรเซนตHueเปนการเปลี่ยนแปลงเฉดสีที่แตกตางจากแสงหลักทั้งสาม (แดง เขียว น้ําเงิน) โดยเปรียบเทียบกับองศาตางๆ บนวงกลมที่เปนการนําองศาของวงกลมมาใชแบงความแตกตางของแสงสีตั้งแต 0-360 องศาBrightnessคาความสวางของแสงสี คือ คาของแสงสีดําไลระดับสวางขึ้นเรื่อยๆ จนถึงแสงสีขาวสวาง ซึ่งวัดคาเปนเปอรเซ็นตจาก 0% (แสงสีดํา) จนถึง 100 % (แสงสีขาว
  29. 29. รูปแบบของแสงสีที่ใชงานบนคอมพิวเตอร (ตอ)29RGBเกิดจากการรวมแสงของแสงสีหลัก คือ แสงสีแดง (Red) เขียว (Green) และน้ําเงิน(Blue) โดยแสงสีหลักทั้ง 3 จะมีคาตั้งแต 0 ถึง 255 เมื่อขอมูลแสงสี RGBเปลี่ยนไป ความเขมของแสงสีแดง เขียว และน้ําเงิน บนจอภาพจะปรับเปลี่ยนตามไปดวยCMYKเกิดจากการซึมซับหมึกพิมพลงบนกระดาษ โดยมีสีพื้นฐาน คือ สีน้ําเงินเขียว(Cyan) สีแดงมวง (Magenta) และสีเหลือง (Yellow)
  30. 30. เสียง (Sound)30ประเภทของเสียงมิดี้ (MIDI : Musical Instrument Digital Interface)คือ ขอมูลที่แสดงถึงลักษณะเสียงที่แทนเครื่องดนตรีชนิดตางๆ ซึ่งเปนมาตรฐานในการสื่อสารดานเสียงหรือหมายถึง โนตเพลงที่มีรูปแบบเปนสัญลักษณหรือตัวเลข ที่จะบอกใหรูวาตองเลนโนตตัวใดในเวลานานเทาไร เพื่อใหเกิดเปนเสียงดนตรีขอดีไฟลขอมูลมีขนาดเล็ก การสรางขอมูล MIDI ไมจําเปนตองใชเครื่องดนตรีจริงๆ ใชหนวยความจํานอย ทําใหประหยัดพื้นที่บนฮารดดิสก เหมาะสําหรับใชงานบนระบบเครือขาย และงายตอการแกไขและปรับปรุงขอเสียแสดงผลเฉพาะดนตรีบรรเลงและเสียงที่เกิดจากโนตดนตรีเทานั้น และอุปกรณอิเล็กทรอนิกสที่ใชสรางมีราคาคอนขางสูง
  31. 31. 31เสียงแบบดิจิตอล (Digital Audio)คือ สัญญาณเสียงที่สงมาจากไมโครโฟน เครื่องสังเคราะหเสียง เครื่องเลนเทป หรือจากแหลงกําเนิดเสียงตางๆ แลวนําขอมูลที่ไดแปลงเปนสัญญาณดิจิตอล ซึ่งขอมูลดิจิตอลจะถูกสุมใหอยูในรูปแบบของบิต และไบต โดยเรียกอัตราการสุมขอมูลที่ไดมา วา“Sampling Size” จะเปนตัวกําหนดคุณภาพของเสียงที่ไดจากการเลนเสียงแบบดิจิตอลเสียงดิจิตอลจะมีขนาดของขอมูลใหญ ทําใหตองใชหนวยความจําและทรัพยากรบนหนวยประมวลผลกลางมากกวา MIDI
  32. 32. การบันทึกขอมูลเสียง (Recording Sound)32การบันทึกเสียงเปนการนําเสียงที่ไดจากการพูด การเลนเครื่องดนตรี หรือเสียงจากแหลงตางๆ เชน เสียงน้ําตก ฟารอง หรือ สัตวรอง มาทําการจัดเก็บลงในหนวยความจําหรือหนวยจัดเก็บ เพื่อนําไปใชงานตามที่ตองการ เสียงที่ทํางานผานคอมพิวเตอรเปนสัญญาณดิจิตอล มี 2 รูปแบบคือ
  33. 33. การบันทึกขอมูลเสียง (Recording Sound) ตอ33Synthesize Sound เปนเสียงที่เกิดจากตัววิเคราะหเสียง ที่เรียกวา MIDI โดยเมื่อตัวโนตทํางาน คําสั่ง MIDI จะถูกสงไปยังSynthesize Chip เพื่อทําการแยกเสียงวาเปนเสียงดนตรีชนิดใดไฟลที่ไดจะมีขนาดเล็กSound Data : เปนเสียงที่ไดจากการแปลงสัญญาณอนาลอกเปนสัญญาณดิจิตอล โดยจะมีการบันทึกตัวอยางคลื่น (Sample ) ใหอยูที่ใดที่หนึ่งในชวงของเสียงนั้นๆ และการบันทึกตัวอยางคลื่นจะเรียงกันเปนจํานวนมาก เพื่อใหมีคุณภาพที่ดี
  34. 34. การแกไขและการเพิ่มเทคนิคพิเศษ (Sound Editing and Effects)34คือ การตัดตอ และการปรับแตงเสียง โดยสิ่งที่สําคัญในการแกไขเสียง คือการจัดสรรเวลาของการแสดงผลใหสัมพันธกับองคประกอบตางๆ ที่ใชงานรวมกับเสียง เชน การตัดตอเสียงสําหรับนํามาใชในการนําเสนอไฟลวิดีโอตัวอยางเชน โปรแกรม Audio Edit สําหรับใชแกไขและการเพิ่มเทคนิคพิเศษใหกับเสียงที่ไดทําการบันทึก เพื่อสรางความตอเนื่องของเสียง
  35. 35. การจัดเก็บแฟมขอมูลเสียงแบบดิจิตอล(Preparing DigitalAudio File)35หลักสําคัญในการจัดเก็บแฟมขอมูลเสียงแบบดิจิตอล คือ1. จะตองเตรียม RAM และทรัพยากรบนฮารดดิสรองรับใหเหมาะสมกับคุณภาพของเสียงที่ตองการ2. ปรับระดับของการบันทึกเสียงใหตรงกับคุณภาพที่ตองการและมีมาตรการปองกันเสียงรบกวนได
  36. 36. การแสดงผลเสียงบนระบบเครือขายทําได 2 วิธีคือ361. จัดเก็บขอมูลเสียงจากระบบเครือขาย (Download) ลงบนเครื่องคอมพิวเตอรของผูใชกอนแลวจึงแสดงผลเสียง ในขณะที่กําลังใชงานบนระบบเครือขาย (Streaming)2. คุณภาพของเสียงจะขึ้นอยูกับประสิทธิภาพของอุปกรณเชื่อมตอ(Modem) ดวยรูปแบบของไฟลเสียงที่นิยมใชบนระบบเครือขายไดแกไฟล AU. Wav,MIDI, MPEG และ MP3 ซึ่งนิยมนํามาใชกับเทคโนโลยีสตรีมมิ่งมีเดีย(Streaming Media Technology)
  37. 37. แอนิเมชัน (Animation)37หลักการของแอนิเมชันแอนิเมชันอาศัยปรากฎการณทางชีววิทยาที่เรียกวา “ความตอเนื่องของการมองเห็น รวมกับการทําใหวัตถุมีการเคลื่อนที่ที่ความเร็วระดับหนึ่ง จนตาของคนเรามองเห็นวาวัตถุนั้นมีการเคลื่อนไหว ภาพแตละภาพที่นํามาทําแอนิเมชันเรียกวา “เฟรม (Frame)”
  38. 38. วิธีการสรางแอนิเมชัน381.เฟรมตอเฟรม (Frame by frame) เปนการนําภาพมาใสไวในแตละเฟรมและทําการกําหนดคียเฟรม (คียเฟรม คือ เฟรมที่ถูกกําหนดใหมีการเปลี่ยนแปลงของวัตถุเพื่อสรางการเคลื่อนไหว) การสรางเคลื่อนไหวแบบFrame by Frame เหมาะสําหรับ ภาพอะนิเมชันที่มีการเปลี่ยนแปลงแบบรวดเร็ว หรืองานที่ซับซอนมากๆ
  39. 39. วิธีการสรางแอนิเมชัน (ตอ)392.ทวีนแอนิเมชัน (Tween Animation)Tween (ทวีน) ยอมาจากคําวา Between แปลวา “ระหวาง” ดังนั้นการสรางภาพแบบนี้เปนการกําหนดคียเฟรมเริ่มตนและคียเฟรมสุดทาย จากนั้นปลอยใหโปรแกรมสรางความเปลี่ยนแปลงระหวางเฟรมโดยอัตโนมัติ คือ การสรางภาพเคลื่อนไหวแบบ Tween จะสรางเฟรมเพียงสองเฟรม คือ เฟรมเริ่มตนและเฟรมสุดทาย แบงได 2 แบบคือ1.Motion Tween หรือ Motion Path:2.Shape Tween:
  40. 40. วิธีการสรางแอนิเมชัน (ตอ)40Motion Tween หรือ Motion Path: เปนการเคลื่อนไหวที่มีการกําหนดการเคลื่อนที่ หมุน ยอ หรือขยายไปตามเสนที่วาดไว โดยที่รูปทรงของวัตถุไมมีการเปลี่ยนแปลง และวิธีนี้นิยมใชมากที่สุดShape Tween: เปนการสรางภาพเคลื่อนไหวที่มีการเปลี่ยนแปลงรูปทรงของวัตถุ จากรูปทรงหนึ่งไปเปนอีกรูปทรงหนึ่งโดยสามารถกําหนด ตําแหนง ขนาดทิศทาง และสีของวัตถุในแตละชวงเวลาตามตองการ นิยมใชกับรูปวาดเทานั้น
  41. 41. วิธีการสรางแอนิเมชัน (ตอ)413.เอ็คชันสคริปต (Action Script)เปนภาษาโปรแกรมที่นํามาใชเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทํางานของระบบ และสามารถโตตอบ (Interactive) กับผูใชงานได โดย Action Script จะถูกนํามาใชเมื่อมีการกระทําเกิดขึ้น เรียกวา “เหตุการณ”(Event) เชน การคลิกเมาส หรือการกดคียบอรด เปนตน
  42. 42. รูปแบบของไฟลแอนิเมชัน (Animation File Format)421. GIF (Graphics Interlace File)ไฟล GIF (Graphics Interlace File) หรือ กิฟอะนิเมชัน เปนอะนิเมชันที่ไดรับความนิยมมาก เนื่องจากประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บขอมูล โดยจัดเก็บภาพนิ่งเปนลําดับตอเนื่องกัน เหมาะสําหรับการใชงานบนเว็บไซต เพื่อเพิ่มเติมความสวยงามและสรางความนาสนใจ
  43. 43. รูปแบบของไฟลแอนิเมชัน (Animation File Format) ตอ432. JPG (Joint Photographer’s Experts Group)เปนไฟลภาพที่ใชงานบนระบบเครือขาย มีโปรแกรมสนับสนุนในการสรางจํานวนมาก นําเสนอภาพที่มีความละเอียดสูง และคมชัด แตมีขอเสียคือ ไมสามารถทําใหพื้นภาพโปรงใสได เมื่อมีการสงภาพจาก Server ไปแสดงผลที่ Client จะทําใหการแสดงผลภาพชามาก เพราะตองเสียเวลาในการคลายไฟล
  44. 44. รูปแบบของไฟลแอนิเมชัน (Animation File Format) ตอ443. PNG (Portable Network Graphics)เปนไฟลที่ทําใหพื้นภาพใหโปรงใสได สนับสนุนสีไดตามคา “True color) มีระบบแสดงผลตั้งแตความละเอียดนอยๆ และคอยๆ ขยายไปสูรายละเอียดที่มีความคมชัดมากขึ้น โดยผูใชสามารถกําหนดคาการบีบอัดไฟลไดตามตองการ ไฟลที่ไดมีขนาดเล็ก แตหากกําหนดคาการบีบไฟลไวสูง ก็จะตองใชเวลาในการคลายไฟลสูงไปดวย โปรแกรมสนับสนุนในการสรางมีนอย ไมสามารถเรียกดูกับ GraphicBrowser รุนเกาได
  45. 45. วิดีโอ (Video)45ชนิดของวิดีโอวิดีโออนาลอก (Analog Video) วิดีโออนาลอก เปนวิดีโอที่ทําการบันทึกขอมูลภาพและเสียงใหอยูในรูปของสัญญาณอนาลอก สําหรับวิดีโอที่เปนอนาลอก ไดแก VHS ( Video Home System) เปนมวนเทป วิดีโอที่ใชคูกันตามบาน
  46. 46. ชนิดของวิดีโอ (ตอ)46วิดีโอดิจิตอล (Digital Video) เปนวิดีโอที่ทําการบันทึกขอมูลภาพและเสียงที่ไดมา จากกลองวิดีโอดิจิตอล ใหอยูในรูปของสัญญาณดิจิตอล คือ 0กับ 1 สวนการตัดตอขอมูลของภาพและเสียงที่ไดมาจากวิดีโอดิจิตอลนั้นจะแตกตางจากวิดีโออนาลอก เพราะขอมูลที่ไดจะยังคงคุณภาพความคมชัดเหมือนกับขอมูลตนฉบับ
  47. 47. แหลงที่มาของวิดีโอ47แผนวีดีโอซีดี (VCD)กลองดิจิตอล (Digital Camera)แผนดีวีดี (DVD)เทปวีดีโอที่ใชดูกันตามบาน (VHS)เว็บไซตตางๆ
  48. 48. ลักษณะการทํางานของวิดีโอ48กลองวิดีโอเปนการนําเอาหลักการของแสงที่วา “แสงตกกระทบกับวัตถุแลวสะทอนสูเลนสในดวงตาของมนุษยทําใหเกิดการมองเห็น “มาใชในการสรางภาพรวมกับวงจรอิเล็กทรอนิกส โดยภาพที่ไดจะถูกเก็บบันทึกเปนสัญญาณอิเล็กทรอนิกส ที่เรียกวา “สัญญาณอนาลอก (Analog Signal) ประกอบดวยขอมูลสี 3 ชนิด คือ แดง เขียว น้ําเงิน (Red, Green, Blue : RGB)
  49. 49. ลักษณะการทํางานของวิดีโอ (ตอ)49สัญญาณวิดีโอจะถูกสงไปบันทึกยังตลับเทปวิดีโอ (Video CassetteRecorder VCR) โดยการแปลงสัญญาณอิเล็กทรอนิกสเปนสัญญาณดิจิตอลและบันทึกลงบนอุปกรณบันทึกขอมูลดวยหลักการของสนามแมเหล็กการบันทึกจะตองกระทําผานอุปกรณที่เรียกวา “หัวเทปวิดีโอ “ ที่สามารถบันทึกไดทั้งภาพ (Video Track) เสียง (Audio Track) และขอมูลควบคุมการแสดงภาพ (Control Track)
  50. 50. มาตรฐานการแพรภาพวิดีโอ50National Television System Committee (NTSC) เปนมาตรฐานเกี่ยวกับโทรทัศนและวิดีโอในสหรัฐอเมริกาPhase Alternate Line (PAL) เปนมาตรฐานของโทรทัศนและวิดีโอที่นิยมใชกันในแถบยุโรป อังกฤษ ออสเตรเลีย อัฟริกาใต และประเทศไทยSequential Color and Memory (SECAM) เปนมาตรฐานการเผยแพรสัญญาณโทรทัศนและวิดีโอที่ใชกันในประเทศฝรั่งเศส รัสเซีย ยุโรปตะวันออกตะวันออกกลางHigh Definition Television (HDTV) เปนเทคโนโลยีของการแพรภาพโทรทัศนที่ถูกพัฒนาขึ้นมา เพื่อแสดงภาพที่มีความละเอียดสูง
  51. 51. การบีบอัดวิดีโอ51เจเพ็ก (JPEG) เปนมาตรฐานการบีบอัดขอมูลที่คิดขึ้นในยุคปลายทศวรรษ1980Motion – JPEC หรือ M-JPEG เปนมาตรฐานการบีบอัดขอมูลที่สามารถบีบอัดและขยายสัญญาณไดตั้งแต12:1 , 5 : 1 และ 2 : 1CODEC เปนเทคโนโลยีการบีบอัดและการคลายขอมูล สามารถนําไปใชกับซอฟตแวรและฮารดแวร สวนมาก CODEC นิยมใชบีบอัดแบบ MPEG ,Indeo และ Cinepakเอ็มเพ็ก (MPEG : Moving Picture Experts Group) เปนมาตรฐานการบีบอัดสัญญาณภาพและเสียง โดยใชระบบ DCT ที่ใชกับระบบวิดีโอคุณภาพสูงทั่วไป
  52. 52. คุณภาพของวิดีโอ52อัตราเฟรม (Frame Rate)คืออัตราความถี่ในการแสดงภาพจาก Timeline ออกทางหนาจอ อัตราที่เฟรมถูกแสดงในวิดีโอมีหนวยเปนเฟรมตอวินาทีความละเอียด (Resolution)หมายถึง ความคมชัดของภาพที่แสดงผลออกทางจอภาพ ความละเอียดของจอภาพขึ้นอยูกับจํานวนจุดทั้งหมดที่เกิดบนจอ จุดตางๆ นี้เรียกวา พิกเซล (Pixels)รูปแบบของไฟลวิดีโอ เชน *rm / *.ra / *.ram *.MPEG2 / *.MPEC4*.viv *.mov*. Avi (Audio / Video Interleave)
  53. 53. ความสําคัญของสี53สี คือลักษณะของแสงที่ปรากฏแกสายตาใหเห็นเปนสี (พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน)ในทางวิทยาศาสตรใหคําจํากัดความของสีวา เปนคลื่นแสงหรือความเขมของแสงที่สายตาสามารถมองเห็นในทางศิลปะ สีคือ ทัศนธาตุอยางหนึ่งที่เปนองคประกอบสําคัญของงานศิลปะ และใชในการสรางงานศิลปะ โดยจะทําใหผลงานมีความสวยงาม ชวยสรางบรรยากาศมีความสมจริง เดนชัดและนาสนใจมากขึ้น
  54. 54. ประโยชนของสี541. ใชในการจําแนกสิ่งตาง ๆ เพื่อใหเห็นชัดเจน2.ใชในการจัดองคประกอบของสิ่งตาง ๆ เพื่อใหเกิดความสวยงาม กลมกลืน เชน การแตงกาย การจัดตกแตงบาน3. ใชในการจัดกลุม พวก คณะ ดวยการใชสีตาง ๆ เชน คณะสี เครื่องแบบตาง ๆ4. ใชในการสื่อความหมาย เปนสัญลักษณ หรือใชบอกเลาเรื่องราว5. ใชในการสรางสรรคงานศิลปะ เพื่อใหเกิดความสวยงาม สรางบรรยากาศ สมจริงและนาสนใจ6. เปนองคประกอบในการมองเห็นสิ่งตาง ๆ ของมนุษย
  55. 55. แสงสี55แสง เปนพลังงานรังสี (Radiation Energy) ที่ตารับรูและมีปฏิกิริยาตอบสนองดวยกระบวนการ วิเคราะหแยกแยะของสมอง ตาสามารถวิเคราะหพลังงานแสงโดยการรับรูวัตถุ สัมพันธกับตําแหนง ทิศทาง ระยะทาง ความเขมของแสงและความยาวคลื่นที่มองเห็นไดสี คือลักษณะความเขมของแสงที่ปรากฏแกสายตาใหเห็นเปนสี โดยผานกระบวนการรับรูดวยตา มองจะรับขอมูลจากตา โดยที่ตาไดผานกระบวนการวิเคราะหขอมูลพลังงานแสงมาแลว ผานประสาท สัมผัสการมองเห็น ผานศูนยสับเปลี่ยนในสมองไปสูศูนยการมองเห็นภาพ การสรางภาพหรือการมองเห็นก็คือ การที่ขอมูลไดผานการวิเคราะหแยกแยะใหเรารับรูถึงสรรพสิ่งรอบตัว
  56. 56. เกี่ยวกับสี56ในราวป ค.ศ. 1666 เซอร ไอแซค นิวตันไดแสดงใหเห็นวา สีคือสวนหนึ่งในธรรมชาติของแสงอาทิตย โดยใหลําแสงสองผานแทงแกวปริซึม แสงจะหักเหเพราะแทงแกวปริซึมความหนาแนนมากกวาอากาศเมื่อลําแสงหักเหผานปริซึมจะปรากฏแถบสีสเปคตรัม ( Spectrum) หรือที่เรียกวา สีรุง (Rainbow) คือ สีมวง คราม น้ําเงิน เขียว เหลือง แสด แดง เมื่อแสงตกกระทบโมเลกุลของสสาร พลังงานบางสวนจะดูดกลืนสีจาก แสงบางสวน และสะทอนสีบางสีใหปรากฏเห็นได พื้นผิววัตถุที่เราเห็นเปนสีแดง เพราะ วัตถุดูดกลืนแสงสีอื่นไว สะทอนเฉพาะแสงสีแดงออกมา วัตถุสีขาวจะสะทอนแสงสีทุกสี และวัตถุสีดําจะดูดกลืนทุกสี
  57. 57. เกี่ยวกับสี (ตอ)57จากทฤษฎีการการหักเหของแสงของ ของนิวตัน และจากสามเหลี่ยมสี CIE พบวาแสงสีเปนพลังงานเพียง ชนิดเดียวที่ปรากฎสี จากดานทั้ง 3 ดานของรูปสามเหลี่ยมสี CIE นักวิทยาศาสตรไดกําหนดแมสีของแสงไว 3 สี คือ สีแดง ( Red )สีเขียว (Green) และสีน้ําเงิน ( Blue ) แสงทั้งสามสี เมื่อนํามาฉายสองรวมกัน จะทําใหเกิด สีตาง ๆ ขึ้นมา คือแสงสีแดง + แสงสีเขียว = แสงสีเหลือง ( Yellow )แสงสีแดง + แสงสีน้ําเงิน = แสงสีแดงมาเจนตา ( Magenta)แสงสีน้ําเงิน + แสงสีเขียว = แสงสีฟาไซแอน ( Cyan )
  58. 58. เกี่ยวกับสี (ตอ)58และถาแสงสีทั้งสามสีฉายรวมกัน จะไดแสงสีขาว หรือ ไมมีสี เราสามารถสังเกตแมสีของแสง ไดจากโทรทัศนสี หรือจอคอมพิวเตอรสี โดยใชแวนขยายสองดูหนาจอจะเห็นเปนแถบสีแสงสวาง 3 สี คือ แดง เขียว และน้ําเงิน นอกจากนี้เราจะสังเกตเห็นวา เครื่องหมายของสถานีโทรทัศนสีหลาย ๆ ชอง จะใชแมสีของแสงดวยเชนกันทฤษฎีของแสงสีนี้ เปนระบบสีที่เรียกวา RGB ( Red - Green - Blue ) เราสามารถนําไปใชในการ ถายทําภาพยนตร บันทึกภาพวิดีโอ การสรางภาพ เพื่อแสดงทางคอมพิวเตอร การจัดไฟแสงสีในการแสดง การจัดฉากเวที
  59. 59. 59แสงสีที่เปนแมสี คือ สีแดง น้ําเงิน เขียว จะเรียกวา สีพื้นฐานบวก ( Additiveprimary colors ) คือ เกิดจาก การหักเหของแสงสีขาวสวนสีใหมที่เกิดจากการผสมกันของแมสีของแสงทั้งสามสี จะเรียกวา สีพื้นฐานลบ (Subtractive primary colors ) คือ สีฟาไซแอน (Cyan) สีแดงมาเจนตา(Magenta) และสีเหลือง (Yellow) ทั้งสามสีเปนแมสีแมใชในระบบการพิมพออฟเซท หรือที่เรียกวา ระบบสี CMYK โดยที่มีสีดํา (Black) เพิ่มเขามา
  60. 60. แมสี Primary Colour60แมสี คือ สีที่นํามาผสมกันแลวทําใหเกิดสีใหม ที่มีลักษณะแตกตางไปจากสีเดิมแมสี มือยู 2 ชนิด คือ1. แมสีของแสง เกิดจากการหักเหของแสงผานแทงแกวปริซึม มี 3 สี คือ สีแดง สีเหลือง และสีน้ําเงิน อยูในรูปของแสงรังสี ซึ่งเปนพลังงานชนิดเดียวที่มีสี คุณสมบัติของแสงสามารถนํามาใช ในการถายภาพ ภาพโทรทัศน การจัดแสงสีในการแสดงตาง ๆ เปนตน
  61. 61. แมสี Primary Colour (ตอ)612. แมสีวัตถุธาตุ เปนสีที่ไดมาจากธรรมชาติ และจากการสังเคราะหโดยกระบวน ทางเคมี มี 3 สี คือ สีแดง สีเหลือง และสีน้ําเงิน แมสีวัตถุธาตุเปนแมสีที่นํามาใช งานกันอยางกวางขวาง ในวงการศิลปะ วงการอุตสาหกรรม ฯลฯ
  62. 62. 62แมสีวัตถุธาตุ เมื่อนํามาผสมกันตามหลักเกณฑ จะทําใหเกิด วงจรสี ซึ่งเปนวงสี ธรรมชาติ เกิดจากการผสมกันของแมสีวัตถุธาตุ เปนสีหลักที่ใชงานกันทั่วไปใน วงจรสี จะแสดงสิ่งตาง ๆ ดังตอไปนี้
  63. 63. วงจรสี ( Colour Circle)63สีขั้นที่ 1 คือ แมสี ไดแก สีแดง สีเหลือง สีน้ําเงินสีขั้นที่ 2 คือ สีที่เกิดจากสีขั้นที่ 1 หรือแมสีผสมกันในอัตราสวนที่เทากัน จะทําใหเกิดสีใหม 3 สี ไดแกสีแดง ผสมกับสีเหลือง ไดสี สมสีแดง ผสมกับสีน้ําเงิน ไดสีมวงสีเหลือง ผสมกับสีน้ําเงิน ไดสีเขียว
  64. 64. 64สีขั้นที่ 3 คือ สีที่เกิดจากสีขั้นที่ 1 ผสมกับสีขั้นที่ 2 ในอัตราสวนที่เทากัน จะไดสีอื่นๆอีก 6 สี คือสีแดง ผสมกับสีสม ไดสี สมแดงสีแดง ผสมกับสีมวง ไดสีมวงแดงสีเหลือง ผสมกับสีเขียว ไดสีเขียวเหลืองสีน้ําเงิน ผสมกับสีเขียว ไดสีเขียวน้ําเงินสีน้ําเงิน ผสมกับสีมวง ไดสีมวงน้ําเงินสีเหลือง ผสมกับสีสม ไดสีสมเหลือง
  65. 65. 65วรรณะของสี คือสีที่ใหความรูสึกรอน-เย็น ในวงจรสีจะมีสีรอน 7 สี และสีเย็น 7 สี ซึ่งแบงที่ สีมวงกับสีเหลือง ซึ่งเปนไดทั้งสองวรรณะ
  66. 66. 66สีตรงขาม หรือสีตัดกัน หรือสีคูปฏิปกษ เปนสีที่มีคาความเขมของสี ตัดกันอยาง รุนแรง ในทางปฏิบัติไมนิยมนํามาใชรวมกัน เพราะจะทําใหแตละสีไมสดใส เทาที่ควร การนําสีตรงขามกันมาใชรวมกัน อาจกระทําไดดังนี้1. มีพื้นที่ของสีหนึ่งมาก อีกสีหนึ่งนอย2. ผสมสีอื่นๆ ลงไปสีสีใดสีหนึ่ง หรือทั้งสองสี3. ผสมสีตรงขามลงไปในสีทั้งสองสี
  67. 67. 67สีกลาง คือ สีที่เขาไดกับสีทุกสี สีกลางในวงจรสี มี 2 สี คือ สีน้ําตาล กับ สีเทา สีน้ําตาล เกิดจากสีตรงขามกันในวงจรสีผสมกัน ในอัตราสวนที่เทากัน สีน้ําตาลมี คุณสมบัติสําคัญ คือ ใชผสมกับสีอื่นแลวจะทําใหสีนั้น ๆ เขมขึ้นโดยไมเปลี่ยน แปลงคาสี ถาผสมมาก ๆ เขาก็จะกลายเปนสีน้ําตาล สีเทา เกิดจากสีทุกสี ๆสีในวงจรสีผสมกัน ในอัตราสวนเทากัน สีเทา มีคุณสมบัติ ที่สําคัญ คือ ใชผสมกับสีอื่น ๆ แลวจะทําให มืด หมน ใชในสวนที่เปนเงา ซึ่งมีน้ําหนัก ออนแกในระดับตาง ๆถาผสมมาก ๆ เขาจะกลายเปนสีเทา
  68. 68. ระบบสี RGB68ระบบสี RGB เปนระบบสีของแสง ซึ่งเกิดจากการหักเหของแสงผานแทงแกวปริซึมจะเกิดแถบสีที่เรียกวา สีรุง ( Spectrum ) ซึ่งแยกสีตามที่สายตามองเห็นได 7 สี คือแดง แสด เหลือง เขียว น้ําเงิน คราม มวง ซึ่งเปนพลังงานอยูในรูปของรังสี ที่มีชวงคลื่นที่สายตาสามารถมองเห็นได แสงสีมวงมีความถี่คลื่นสูงที่สุด คลื่นแสงที่มีความถี่สูงกวาแสงสีมวง เรียกวา อุลตราไวโอเลต ( Ultra Violet ) และคลื่นแสงสีแดง มีความถี่คลื่นต่ําที่สุด คลื่นแสง ที่ต่ํากวาแสงสีแดงเรียกวา อินฟราเรด (Infrared) คลื่นแสงที่มีความถี่สูงกวาสีมวง และต่ํา กวาสีแดงนั้น สายตาของมนุษยไมสามารถรับได และเมื่อศึกษาดูแลวแสงสีทั้งหมดเกิดจาก
  69. 69. การนํา RGB มาใชงาน69แสงสี 3 สี คือ สีแดง ( Red ) สีน้ําเงิน ( Blue)และสีเขียว ( Green )ทั้งสามสีถือเปนแมสี ของแสง เมื่อนํามาฉายรวมกันจะทําใหเกิดสีใหม อีก 3 สี คือ สีแดงมาเจนตา สีฟาไซแอน และสีเหลือง และถาฉายแสงสีทั้งหมดรวมกันจะไดแสงสีขาว จากคุณสมบัติของแสงนี้เรา ไดนํามาใชประโยชนทั่วไป ในการฉายภาพยนตร การบันทึกภาพวิดีโอ ภาพโทรทัศน การสรางภาพเพื่อการนําเสนอทางจอคอมพิวเตอร และการจัดแสงสีในการแสดง เปนตนRED BLUE GREEN
  70. 70. ระบบสี CMYK70ระบบสี CMYK เปนระบบสีชนิดที่เปนวัตถุ คือสีแดง เหลือง น้ําเงิน แตไมใชสีน้ําเงินที่เปนแมสีวัตถุธาตุ แมสีในระบบ CMYK เกิดจากการผสมกันของแมสีของแสง หรือระบบสี RGB คือแสงสีน้ําเงิน + แสงสีเขียว = สีฟา (Cyan)แสงสีน้ําเงิน + แสงสีแดง = สีแดง (Magenta)แสงสีแดง + แสงสีเขียว = สีเหลือง (Yellow)CYAN MAGENTA YELLOW BLACK
  71. 71. การนํา CMYK มาใชดานการพิมพ71ทั้ง 3 สี ไดแก สีฟา (Cyan) สีแดง (Magenta) สีเหลือง (Yellow) นี้นํามาใชในระบบการพิมพ และ มีการเพิ่มเติม สีดําเขาไป เพื่อใหมีน้ําหนักเขมขึ้นอีก เมื่อรวมสีดํา ( Black=K )เขาไป จึงมีสี่สีโดยทั่วไปจึงเรียกระบบการพิมพนี้วาระบบการพิมพสี่สี ( CMYK )ระบบการพิมพสี่สี ( CMYK ) เปนการพิมพภาพในระบบที่ทันสมัยที่สุด และไดภาพใกลเคียงกับภาพถายมากที่สุด โดยทําการพิมพทีละสี จากสีเหลือง สีแดง สีน้ําเงิน และสีดํา ถาลองใชแวนขยายสองดู ผลงานพิมพชนิดนี้ จะพบวา จะเกิดจากจุดสีเล็ก ๆ สี่สีอยูเต็มไปหมด การที่เรามองเห็นภาพมีสีตาง ๆ นอกเหนือจากสี่สีนี้ เกิดจากการผสมของเม็ดสีเหลานี้ใน ปริมาณตาง ๆ คิดเปน % ของปริมาณเม็ดสี ซึ่งกําหนดเปน 10-20-30-40-50-60-70-80-90 จนถึง 100 %
  72. 72. ความรูสึกเกี่ยวกับสีในเชิงจิตวิทยา72-สีแดง ใหความรูสึกรอน รุนแรง กระตุน ทาทาย เคลื่อนไหว ตื่นเตน เราใจ มีพลังความอุดมสมบูรณ ความมั่งคั่ง ความรัก ความสําคัญ อันตราย-สีสม ใหความรูสึก รอน ความอบอุน ความสดใส มีชีวิตชีวา วัยรุน ความคึกคะนอง การปลดปลอย ความเปรี้ยว การระวัง-สีเหลือง ใหความรูสึกแจมใส ความสดใส ความราเริง ความเบิกบานสดชื่นชีวิตใหม ความสด ใหม ความสุกสวาง การแผกระจาย อํานาจบารมี
  73. 73. ความรูสึกเกี่ยวกับสีในเชิงจิตวิทยา (ตอ)73-ใหความรูสึก สงบ เงียบ รมรื่น รมเย็น การพักผอน การผอนคลาย ธรรมชาติความปลอดภัย ปกติ ความสุข ความสุขุม เยือกเย็น-สีน้ําเงิน ใหความรูสึกสงบ สุขุม สุภาพ หนักแนน เครงขรึม เอาการเอางานละเอียด รอบคอบ สงางาม มีศักดิ์ศรี สูงศักดิ์ เปนระเบียบถอมตน-สีมวง ใหความรูสึก มีเสนห นาติดตาม เรนลับ ซอนเรน มีอํานาจ มีพลังแฝงอยู ความรัก ความเศรา ความผิดหวัง ความสงบ ความสูงศักดิ์-สีฟา ใหความรูสึก ปลอดโปรงโลง กวาง เบา โปรงใส สะอาด ปลอดภัยความสวาง ลมหายใจ ความเปนอิสระเสรีภาพ การชวยเหลือ แบงปน
  74. 74. ความรูสึกเกี่ยวกับสีในเชิงจิตวิทยา (ตอ)74-สีขาว ใหความรูสึก บริสุทธิ์ สะอาด สดใส เบาบาง ออนโยน เปดเผย การเกิด ความรัก ความหวัง ความจริง ความเมตตา ความศรัทธา ความดีงาม-สีดํา ใหความรูสึก มืด สกปรก ลึกลับ ความสิ้นหวัง จุดจบ ความตายความชั่ว ความลับ ทารุณ โหดราย ความเศรา หนักแนน เขมเข็ง อดทน มีพลัง-สีชมพู ใหความรูสึก อบอุน ออนโยน นุมนวล ออนหวาน ความรัก เอาใจใสวัยรุน หนุมสาว ความนารัก ความสดใส-สีเทา ใหความรูสึก เศรา อาลัย ทอแท ความลึกลับ ความหดหู ความชราความสงบ ความเงียบ สุภาพ สุขุม ถอมตน-สีทอง ใหความรูสึก ความหรูหรา โออา มีราคา สูงคา สิ่งสําคัญ ความเจริญรุงเรือง ความสุข ความมั่งคั่ง ความร่ํารวย การแผกระจาย
  75. 75. การใชสีในเชิงสัญลักษณ75สีแดงมีความอบอุน รอนแรง เปรียบดังดวงอาทิตย นอกจากนี้ยังแสดงถึงความมีชีวิตชีวาความรัก ความปรารถนา เชนดอกกุหลาบแดงวัน วาเลนไทน ในทางจราจรสีแดงเปนเครื่องหมายประเภทหาม แสดง ถึงสิ่งที่อันตราย เปนสีที่ตองระวัง เปนสีของเลือด ในสมัยโรมัน สีของราชวงศเปนสีแดง แสดงความมั่งคั่งอุดมสมบูรณและอํานาจ
  76. 76. การใชสีในเชิงสัญลักษณ (ตอ)76สีเขียวแสดงถึงธรรมชาติสีเขียว รมเย็น มักใชสื่อความหมายเกี่ยวกับการอนุรักษธรรมชาติเกี่ยวกับสิ่งแวดลอม การเกษตร การเพาะปลูกการเกิดใหม ฤดูใบไมผลิ การงอกงาม ในเครื่องหมายจราจร หมายถึงความปลอดภัย ในขณะเดียวกัน อาจหมายถึงอันตราย ยาพิษ เนื่องจากยาพิษ และสัตวมีพิษ ก็มักจะมีสีเขียวเชนกัน
  77. 77. การใชสีในเชิงสัญลักษณ (ตอ)77สีเหลืองแสดงถึงความสดใส ความเบิกบาน โดยเรามักจะใชดอกไมสีเหลือง ในการไปเยี่ยมผูปวย และแสดงความรุงเรืองความมั่งคั่ง และฐานันดรศักดิ์ ในทางตะวันออกเปนสีของกษัตริย จักรพรรดิ์ของจีนใชฉลองพระองคสีเหลือง ในทางศาสนาแสดงความเจิดจา ปญญา พุทธศาสนาและยังหมายถึงการเจ็บปวย โรคระบาด ความริษยาทรยศ หลอกลวง
  78. 78. การใชสีในเชิงสัญลักษณ (ตอ)78สีน้ําเงินแสดงถึงความเปนสุภาพบุรุษ มีความสุขุม หนักแนน และยังหมายถึงความสูงศักดิ์ในธงชาติไทย สีน้ําเงินหมายถึงพระมหากษัตริย ในศาสนาคริตสเปนสีประจําตัวแมพระ โดยทั่วไป สีน้ําเงินหมายถึงโลก ซึ่งเราจะ เรียกวา โลกสีน้ําเงิน (Blue Planet)เนื่องจากเปนดาวเคราะหที่มองเห็นจากอวกาศโดยเห็นเปนสีน้ําเงินสดใส เนื่องจากมีพื้นน้ําที่กวางใหญ
  79. 79. การใชสีในเชิงสัญลักษณ (ตอ)79สีมวงแสดงถึงพลัง ความมีอํานาจ ในสมัยอียิปตสีมวงแดงเปนสีของกษัติรยตอเนื่องมาจนถึงสมัยโรมัน นอกจากนี้ สีมวงแดงยังเปนสีชุดของพระสังฆราช สีมวงเปนสีที่มีพลังหรือการมีพลังแอบแฝงอยู และเปนสีแหงความผูกพัน องคการลูกเสือโลกก็ใชสีมวง สวนสีมวงออนมักหมายถึง ความเศรา ความผิดหวังจากความรัก
  80. 80. การใชสีในเชิงสัญลักษณ (ตอ)80สีฟาแสดงถึงความสวาง ความปลอดโปรง เปรียบเหมือนทองฟา เปนอิสระเสรี เปนสีขององคการสหประชาชาติ เปนสีของความสะอาด ปลอดภัย สีขององคการอาหารและยา (อย.) แสดงถึงการอนุรักษสิ่งแวดลอม การใชพลังงานอยางสะอาด แสดงถึงอิสรภาพ ที่สามารถโบยบินเปนสีแหงความคิดสรางสรรคและจินตนาการที่ไมมีขอบเขต
  81. 81. การใชสีในเชิงสัญลักษณ (ตอ)81สีทองมักใชแสดงถึง คุณคา ราคา สิ่งของหายาก ความสําคัญ ความสูงสงสูงศักดิ์ความศรัทธาสูงสุด ในศาสนาพุทธ หรือ เปนสีกายของพระพุทธรูป ในงานจิตรกรรมเปนสีกายของพระพุทธเจา พระมหากษัติรยหรือเปนสวนประกอบของเครื่องทรง เจดียตาง ๆ มักเปนสีทอง หรือขาว และเปนเครื่องประกอบยศศักดิ์ ของกษัตริยและขุนนาง
  82. 82. การใชสีในเชิงสัญลักษณ (ตอ)82สีขาวแสดงถึงความสะอาด บริสุทธิ์ เหมือเด็กแรกเกิด แสดงถึงความวางเปลาปราศจากกิเลส ตัณหา เปนสีอาภรณของผูทรงศีล ความเชื่อถือ ความดีงาม ความศรัทธา และหมายถึงการเกิดโดยที่แสงสีขาว เปนที่กําเนิดของแสงสี ตาง ๆ เปนความรักและความหวัง ความหวงใยเอื้ออาทรและเสียสละของ พอแม ความออนโยน จริงใจ บางกรณีอาจหมายถึง ความออนแอ ยอมแพ
  83. 83. การใชสีในเชิงสัญลักษณ (ตอ)83สีดําแสดงถึงความมืด ความลึกลับ สิ้นหวัง ความตายเปนที่สิ้นสุดของทุกสิ่ง โดยที่สีทุกสีเมื่ออยูในความมืด จะเห็นเปนสีดํา นอกจากนี้ยังหมายถึง ความชั่วราย ในคริสตศาสนาหมายถึง ซาตาน อาถรรพเวทมนต มนตดํา ไสยศาสตร ความชิงชัง ความโหดราย ทําลายลาง ความลุมหลงเมามัว แตยังหมายถึงความอดทน กลาหาญเขมแข็ง และเสียสละไดดวย
  84. 84. การใชสีในเชิงสัญลักษณ (ตอ)84สีชมพูแสดงถึงความอบอุน ออนโยน ความออนหวาน นุมนวล ความนารัก แสดงถึงความรักของมนุษยโดยเฉพาะรุนหนุมสาว เปนสีของความ เอื้ออาทร ปลอบประโลม เอาใจใสดูแล ความปรารถนาดี และอาจ หมายถึงความเปนมิตร เปนสีของวัยรุนโดยเฉพาะผูหญิง และนิยม ใชกับสิ่งของเครื่องใชของเด็กวัยรุนเปนสวนใหญ
  85. 85. 85ซักซัก--ถามถาม

×