• Share
  • Email
  • Embed
  • Like
  • Save
  • Private Content
รายงานผลการเข้าร่วมโครงการStem2012 ณ สหรัฐอเมริกา
 

รายงานผลการเข้าร่วมโครงการStem2012 ณ สหรัฐอเมริกา

on

  • 3,931 views

รายงานผลโครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สำรวจตรวจ...

รายงานผลโครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สำรวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics (STEM Education) ระหว่างวันที่ 29 กันยายน – 15 ตุลาคม 2555
ณ State University of New York at Cortland ประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศแคนาดา จัดทำโดย คณะครูและศึกษานิเทศก์ที่เข้าร่วมโครงการภายใต้การนำของสถาบันวิทยาศาสตร์ สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

Statistics

Views

Total Views
3,931
Views on SlideShare
3,292
Embed Views
639

Actions

Likes
0
Downloads
502
Comments
0

2 Embeds 639

http://teacherkobwit2010.wordpress.com 638
http://www.google.co.th 1

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

    รายงานผลการเข้าร่วมโครงการStem2012 ณ สหรัฐอเมริกา รายงานผลการเข้าร่วมโครงการStem2012 ณ สหรัฐอเมริกา Document Transcript

    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics คานา การดําเนินโครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู๎สํารวจตรวจสอบ(The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อสํงเสริมการเรียนการสอน Science, Technology,Engineering and Mathematics (STEM) โดยสถาบันวิทยาศาสตร์ สํานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษาสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นกิจกรรมที่มีจุดมุํงหมายในการ สร๎างแกนนําในการพัฒนาความรู๎ความเข๎าใจการจัดการเรียนการสอน STEM และการนําไปใช๎ในการพัฒนาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์อยํางยั่งยืน ตลอดจนเป็นการสํงเสริมให๎เกิดเครือขํายการพัฒนากระบวนการจัดการเรียนการสอนSTEM ให๎มีประสิทธิภาพ รายงานฉบับนี้เป็นการสรุปผลของการเข๎ารํวมโครงการ สัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู๎สํารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อสํงเสริมการเรียนการสอน Science,Technology, Engineering and Mathematics (STEM) โดยคณะครูและศึกษานิเทศ ก์ผู๎เข๎ารํวมโครงการเพื่อ รายงานสรุป ผลการดําเนิน งานตํอหนํวยงานต๎นสังกัด ตลอดจนเพื่อเผยแพรํผลของการดําเนินงานตํอหนํวยงานและบุคคลทั่วไปอันเป็นขั้นตอนหนึ่งในการสร๎างเครือขํายความรํวมมือและการแลกเปลี่ยนความรู๎ประสบการณ์แกํบุคคลที่ สนใจ ข๎อมูลในรายงานเป็นการสรุปผลการเข๎ารํวมโครงการตามขั้นตอนตํางๆนับตั้งแตํเริ่มเดินทางจนกระทั่งถึงวันสุดท๎ายของการทํากิจกรรม เป็นการนําเสนอข๎อมูล การทํากิจกรรมทุกรายการในกําหน ดการ รวมทั้งเป็นรายงานการวิเคราะห์ผลความสําเร็จและการใช๎ประโยชน์ของแตํละกิจกรรมในการพัฒนาการจัดการศึกษาวิทยาศาสตร์ รูปแบบของรายงานเป็นการเขียนเชิงพรรณนาและมีรูปภาพประกอบแตํละหัวข๎อ โดยมีองค์ประกอบสําคัญของหัวข๎อที่นําเสนอได๎แกํ รายละเอียดหรื อขั้นตอนการทํากิจกรรม ข๎อค๎นพบจากกิจกรรม และแนวทางหรือข๎อเสนอแนะตํอการนําไปประยุกต์ใช๎ ซึ่งคณะผู๎จัดทําหวังวําข๎อมูลรายงานสรุปฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ตํอการพัฒนาวิทยาศาสตร์ศึกษาในประเทศไทยตํอไป ขอขอบพระคุณผู๎มีสํวนเกี่ยวข๎องทุกทําน และขออุทิศผลอันเกิดจากคุณปร ะโยชน์ใดๆ ที่เกิดจากโครงการครั้งนี้ให๎แกํผู๎มีพระคุณทุกทําน คณะผู๎จัดทํา พฤศจิกายน 2555สถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics บทสรุปสาหรับผู้บริหารบทนา ปัจจุบันองค์ความรู๎ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ (Science,Technology, Engineering, and Mathematics (STEM)) นับเป็นรากฐานสําคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ จากการศึกษาและงานวิจัย พบ วํา ประเทศใดที่ประชากรมีระดับพื้ นฐานความรู๎ STEMอยูํในระดับสูงก็อนุมานได๎วํา ประเทศนั้นมีความได๎เปรียบทางด๎านเศรษฐกิจและสังคม ดังนั้นจึงสํงผลให๎ประเทศตํ างๆ ได๎เริ่มสํงเสริมให๎มีการพัฒนาการเรียนการสอน STEM เป็นประเด็นสําคัญในการพัฒนาวิทยาศาสตร์ศึกษาในศตวรรษที่ 21 จากความสําคัญของการจัดการเรียนการสอน STEM ดังกลําว สถาบันวิทยาศาสตร์สํานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา จึงได๎มีความรํวมมือทางวิชาการกับ State University of New Yorkat Cortland ผําน MOU ซึ่งได๎ลงนามระหวํางสองหนํวยงานในปี พ .ศ.๒๕๔๔ ในการสัมมนาพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู๎สํารวจตรวจสอบ (The 5 Features of science Inquiry) เพื่อสํงเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering, and Mathematics (STEM Learning)เพื่อเสริมสร๎างความเข๎าใจให๎กับครูและบุคลากรทางการศึกษา ทั้งนี้จะทําให๎ผู๎ที่เกี่ยวข๎องกับการพัฒนาครูทั้งกํอนและขณะประจําการสามารถกําหนดแนวทางในการพัฒนาให๎ครูมีความรู๎ความเข๎าใจการจัดการเรียนการสอนSTEM อยํางถูกต๎องและสามารถนําไปบูรณาการในการเรียนการสอนได๎ผลการสัมมนา การสัมมนา ศึกษา ดูงาน การจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ ณ เมือง Cortland , New Yorkสหรัฐอเมริกา ระหวํางวันที่ 29 กันยายน -15 ตุลาคม 2555 สรุปผลการสัมมนา ดังนี้ด้านการจัดการศึกษาวิทยาศาสตร์1. การพัฒนาแนวคิดเกี่ยวกับรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน จากประสบการณ์ที่ได๎รับจากการเข๎ารํวมโครงการครั้งนี้พบวําการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ของประเทศสหรัฐอเมริกาโดยสํวนใหญํมุํงเน๎นการจัดกิจกรรมการเรียนรู๎โดยใช๎แนวทางการสืบเสาะหาความรู๎(inquiry) ที่มุํงพัฒนาให๎ผู๎เรียนสามารถเรียนรู๎จากการทํา กิจกรรมให๎ผู๎เรียนสืบเสาะหาความรู๎จากการลงมือปฏิบัติแล๎วเชื่อมโยงไปสูํ การสร๎าง องค์ความรู๎ โดยที่การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนไมํได๎เน๎นการถํายทอดเนื้อหาความรู๎แกํผู๎เรียนเพียงอยํางเดียว แตํเป็นการสํงเสริมให๎ผู๎ เรียนเกิดทักษะในการเรียนรู๎วิทยาศาสตร์อยํางเป็นกระบวนการ มีเหตุมีผลด๎วยการสืบเสาะหาความรู๎จากสื่อและแหลํงเรียนรู๎ที่หลากหลาย มีความทันสมัย จากแนวคิดในการจัดการศึกษาวิทยาศาสตร์ในรูปแบบ ดังกลําว สามารถนํามาพัฒนาแนวคิดหรือปรัชญาในการจัดการศึก ษาวิทยาศาสตร์ของไทยให๎มีการมุํงเน๎นในด๎านทักษะกระบวนการและธรรมชาติของวิทยาศาสตร์ให๎มากขึ้น ควรให๎ความสําคัญตํอการสอนเนื้อหาลง โดยมุํงเน๎นการนํากระบวนการสืบเสาะความรู๎ทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Inquiry) มาใช๎เป็นเครื่องมือในการจัดกิจก รรมให๎มากขึ้น เนื่องจากการสืบเสาะความรู๎ทางวิทยาศาสตร์เป็นกระบวนการเรียนรู๎ที่มุํงให๎ผู๎เรียนสร๎างองค์ความรู๎ใหมํด๎วยตนเอง โดยผํานกระบวนการคิดและปฏิบัติ และใช๎กระบวนการทางวิทยาศาสตร์เป็นเครื่องมือ ในการจัดกิจกรรม ควรกระตุ๎นสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsให๎ผู๎เรียนเกิดความสงสัยใครํรู๎ แล๎วให๎ผู๎เรียนตั้งใจรวบรวมข๎อมูลและหลักฐานโดยใช๎กระบวนการกลุํม มีครูเป็นผู๎คอยชํวยเหลือให๎คําแนะนําและเป็นที่ปรึกษาคอยชํวยเหลือ ให๎นักเรียนเชื่อมโยง ความรู๎ที่มี กับความรู๎ใหมํจนกระทั่งเกิดองค์ความรู๎ในเรื่องที่สนใจศึกษาแล๎วสามารถเชื่อมโยงนําความรู๎ไปประยุกต์ใช๎ ได๎ ทั้งนี้การสืบเสาะหาความรู๎แบํงออกเป็น 4 ระดับ คือการสืบเสาะหาความรู๎แบบยืนยัน (Confirmed Inquiry) แบบนําทาง(Directed Inquiry) แบบชี้แนะแนวทาง (Guided Inquiry) และแบบเปิด (Open Inquiry) โดยผู๎สอนอาจเริ่มจัดกิจกรรมจากการสืบเสาะหาความรู๎ในระดับยืนยันกํอนเพื่อให๎ผู๎เรียนคุ๎นเคยกับกระบวนการสร๎างองค์ความรู๎ไปทีละขั้น จนสามารถพัฒนาไปถึงการสืบเสาะหาความรู๎แบบเปิดได๎ ซึ่งการนําแนวคิดการจัดกิจกรรมดังกลําวไปใช๎ เชื่อวําจะทําให๎เกิดประสิทธิผลในการเรียนรู๎ทางวิทยาศาสตร์ของผู๎เรียนมากยิ่งขึ้น2. การใช้และการพัฒนาเอกสาร สื่อ และแหล่งเรียนรู้ในกระบวนการจัดกิจกรรม จากการเข๎ารํวมการสังเกตการณ์ในห๎องเรียนวิทยาศาสตร์ทั้งใน State University of New Yorkat Cortland และในชั้นเรียนวิทยาศาสตร์ของโรงเรียนมัธยมศึกษา Tully High School พบวําการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจะมีการใช๎เอ กสาร หนังสือ สื่อการสอนและแหลํงเรียนรู๎ที่มีความสอดคล๎องเชื่อมโยงกัน เป็นสื่อการเรียนการสอนที่มีความทันสมัยและมุํงเน๎นให๎ผู๎เรียนใช๎สื่อในการเรียนรู๎จากการสืบค๎นหาความรู๎ การลงมือปฏิบัติโดยใช๎ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์อยํางแท๎จริง เชํน การเลือกใช๎หนังสือเรียนที่มีสื่อเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ประกอบการจัดกิจกรรมหรือการสืบเสาะหาความรู๎ในแตํละสาระสําคัญ มีการพัฒนาสื่อเทคโนโลยีในรูปแบบของห๎องปฏิบัติการเสมือนหรือสื่อแอนนิเมชั่นมาใช๎ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู๎ นอกจากนี้ยังมีการใช๎โมเดลประกอบในการ เรียนรู๎เพื่อสร๎างความเข๎าใจในองค์ความรู๎แตํละเรื่องให๎ชัดเจน มีการเลือกใช๎สื่อที่เกี่ยวข๎องกับสถานการณ์ในชีวิตประจําวันอยํางเหมาะสมจากประสบการณ์ดังกลําวจึงเป็นปัจจัยสํงเสริมให๎ผู๎เข๎ารํวมโครงการมีวิสัยทัศน์ในการผลิต การพัฒนาและการเลือกใช๎เอกสาร สื่อ และแหลํงเรียนรู๎ประกอบการจัดการเรียนการสอนให๎มีประสิทธิภาพตํอการเรียนรู๎ของผู๎เรียนมากขึ้น3. การพัฒนาทักษะ และเทคนิคการใช้กลวิธีในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ดังที่ได๎กลําวไปแล๎ววําการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ในประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นการเรียนการสอนที่มุํงให๎ผู๎เรียนสืบเสาะหาความรู๎โดยใช๎ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการลงมือปฏิบัติ ดังนั้นครูผู๎สอนจึงไมํได๎มีบทบาทเป็นเพียงผู๎ถํายทอดเนื้อหาความรู๎เทํานั้น แตํครูผู๎สอนจะทําหน๎าที่เป็นผู๎อํานวยความสะดวก จัดบรรยากาศและสภาพแว ดล๎อม ตลอดจนจัดหาสื่อและแหลํงเรียนรู๎ให๎ผู๎เรียนใช๎สร๎างประสบการณ์ที่จะนําไปสูํการสร๎างองค์ความรู๎ตํอไป ด๎วยเหตุดังกลําวจึงพบวําครูผู๎สอนมักจะใช๎กลวิธีที่หลากหลายในการกระตุ๎นให๎ผู๎เรียนเกิดการเรียนรู๎ตามกระบวนการของการเรียนรู๎ทางวิท ยาศาสตร์ ครูต๎องรู๎จักการใช๎คําถามกระตุ๎นผู๎เรียน รู๎จักใช๎เทคนิควิธีสํงเสริมให๎ผู๎เรียนเรียนรู๎จากสื่อและแหลํงเรียนรู๎ตํางๆ มีกลวิธีในการจัดกิจกรรมให๎ผู๎เรียนลงมือปฏิบัติอยํางเหมาะสมตํอธรรมชาติและพื้นฐานความสามารถในการเรียนรู๎ของผู๎เรียนแตํละคน โดยกิจกรรมการเรียนการสอนในลักษณะดังกลําวจะสํงผลให๎ผู๎เรียนเกิดการเรียนรู๎อยํางชัดเจนและเป็นความรู๎ที่คงทน ในขั้นตอนของการทํากิจกรรมจะสังเกตเห็นบรรยากาศของการเรียนสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsแบบรํวมมือ การชํวยเหลือซึ่งกันและกัน ทําให๎เกิดผลของการเรียนรู๎อยํางแท๎จริง จากข๎อสังเก ตดังกลําวผู๎เข๎ารํวมโครงการจึงสามารถนํามาประยุกต์ใช๎ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของตน โดยควรให๎ความสําคัญตํอการใช๎เทคนิควิธีในการกระตุ๎นและอํานวยความสะดวกให๎ผู๎เรียนเกิดการเรียนรู๎อยํางอิสระด๎วยการใช๎กลวิธีตํางๆ อาทิ กลวิธีทํากิจกรรมกํอนเข๎าสูํเนื้อหา (ABC, Activity Before Content) กลวิธีคิดเดี่ยวคิดคูํ (Think pair share) กลวิธีจิ๊กซอว์ (Jigsaw) กลวิธีทํานาย สังเกต อธิบาย (POE, predict observeexplain) ฯลฯ อยํางไรก็ตามการจัดกิจกรรมตํางๆ ควรฝึกให๎ผู๎เรียนมีโอกาสได๎เรียนรู๎และทํางานเป็นกลุํมไปพร๎อมกันด๎วย4. การพัฒนาหลักสูตรวิทยาศาสตร์ ปัญหาที่เกิดขึ้นกับการศึกษาวิทยาศาสตร์ของไทยอาจมีสาเหตุมาจากปัจจัยสําคัญอยํางหนึ่งนั่นคือหลักสูตรวิทยาศาสตร์ที่ให๎ความสําคัญกับเนื้อหามากกวํากระบวนการเรียนรู๎ และบริบทในการเรียนรู๎ของผู๎เรียน โดยเฉพาะหลักสูตรวิทยาศาสตร์ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ทําให๎ผู๎เรียนต๎องใช๎เวลากับการเรียนเนื้อหามากเกินไปทําให๎ไมํเกิดทักษะวิทยาศาสตร์ขึ้นอยํางแท๎จริง ดังนั้นเพื่อพัฒนาผู๎เรียนให๎เกิดทักษะและมีคุณลักษณะความเป็นนักวิทยาศาสตร์อยํางมีคุณภาพ จึงควรมีการพัฒนาหลักสูตรที่มีความสอดคล๎องกับบริบททางการเรียนรู๎ของผู๎เรียนในแตํละสถานศึกษา เป็นหลักสูตรที่สํงเสริมให๎ผู๎เรียนได๎ฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์อยํางจริงจัง มีความสอดคล๎องกับท๎องถิ่นและบูรณาการให๎ผู๎เรียนได๎เรียนรู๎จากสถานการณ์ในชีวิตประจําวันหรือบริบทใกล๎ตัวให๎มากยิ่งขึ้น5. การใช้ภาษาอังกฤษในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน การเข๎ารํวมโครงการในครั้งนี้ เป็นการจัดกิจกรรมที่ทําให๎ผู๎เข๎ารํวมโครงการมีโอกาสได๎พัฒนาทักษะการใช๎ภาษาอังกฤษโดยตรงจากการสื่อสาร การฟังบรรยายและการอํานเอกสารหรือข๎อความตํางๆตลอดระยะเวลาของการเข๎ารํวมโครงการในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งโอกาสดังกลําวนับเป็นการกระตุ๎นให๎ผู๎เข๎ารํวมโครงการมีการพัฒนาตนเองในด๎านทักษะภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะทักษะในการอําน การฟังและการพูดสื่อสาร นอกจากนี้ยังนับเป็นการสร๎างแรงบันดา ลใจให๎ผู๎เข๎ารํวมโครงการเกิดการพัฒนาตนเองอยํางตํอเนื่อง มีความตั้งใจที่จะใช๎ภาษาอังกฤษในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ ซึ่งสํงผลดีตํอนโยบายการสํงเสริมให๎เกิดการพัฒนาบุคลากรในด๎านการใช๎ภาษาอังกฤษและรองรับการเตรียมตัวเข๎าสูํการเป็นสมาชิกประชาคมอาเซียนอีกด๎วย6. การพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ระบบการศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกาให๎ความสําคัญตํอการดูแลชํวยเหลือนักเรียนเป็นอยํางมากมีระเบียบและข๎อปฏิบัติในการดูแลรักษาสิทธิ์ของนักเรียนอยํางเครํงครัด เชํน การไมํอนุญาตให๎ถํายภาพเจาะจงสําหรับนักเรียนแตํละคนโดยไมํได๎รับอนุญาตจากผู๎ปกครองหรือครูผู๎ดูแลนักเรียน การให๎ความสําคัญตํอสิทธิเสรีภาพในการเรียนรู๎อยํางเทําเทียม การดูแลความปลอดภัยของนักเรียนอยํางเข๎มงวด เชํน ในเวลาที่มีรถนักเรียนจอดรับนักเรียนที่จุดใดในเมือง Cortland รถที่จะแลํนผํานบริเวณนั้นต๎องหยุดทั้งสองฝั่งของถนนเพื่อปูองกันไมํให๎เกิดอุบัติเหตุขึ้นกับนักเรียน นอกจากนี้ยังให๎ความสําคัญตํอระดับพื้นฐานความสามารถเฉพาะสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsแตํละบุคคลเป็นอยํางมาก สถานศึกษาจะมีการคัดกรองนักเรียนอยํางละเอียด เพื่อจะได๎จัดการศึกษาให๎แกํนักเรียนได๎อยํางเหมาะสม ในกรณี พบนักเรียนที่มีความบกพรํองก็จะต๎องจัดให๎มีระบบดูแลชํวยเหลือเฉพาะรวมทั้งมีการจัดการศึกษารองรับความผิดปกติของนักเรียนเป็นรายบุคคล มีการจัดเตรียมบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางไว๎ดูแลนักเรียนโดยตรง จากประสบการณ์ดังกลําวผู๎เข๎ารํวมโครงการสามารถที่จะนําความรู๎เหลํานี้มาประยุกต์ใช๎ให๎เหมาะสมในการดูแลชํวยเหลือนักเรียนของตนตํอไปด้านการขับเคลื่อนนโยบายทางวิทยาศาสตร์ศึกษา ปัจจุบันรัฐมีนโยบายในการสํงเสริมทางด๎านวิทยาศาสตร์ศึกษา โดยมุํงเน๎นการพัฒนากระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่มุํงเน๎นให๎เด็กได๎พัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์อยํางแท๎จริง สํงเสริมการพัฒนาผู๎ที่มีความสามารถทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยีให๎มีปริมาณและคุณภาพที่เหมาะสมตํอความต๎องการในการพัฒนาประเทศ มีการสํงเสริมให๎เกิดการใช๎สื่อและเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข๎ามาใช๎ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน การพัฒนาครูผู๎สอนให๎มีความรู๎ความสามารถและทักษะในการจัดการเรียนการสอนอยํางมีคุณภาพ สํงเสริมให๎มีรูปแบบการเรียนการสอนที่หลากหลาย ซึ่ง โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู๎สํารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อสํงเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics (STEM) นับเป็นโครงการหนึ่งที่มีประโยชน์ตํอการขับเคลื่อนนโยบายทางด๎านการสํงเสริมการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์เนื่องจากเป็นการจัดกิจกรรมที่สํงเสริมให๎ครูและศึกษานิเทศที่เข๎ารํวมโครงการมีประสบกา รณ์ในการเรียนรู๎เทคนิควิธีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์ (STEM) โดยตรงจากการฟังบรรยาย การเข๎ารํวมกิจกรรมการเรียนรู๎ในรายวิชาทางด๎านการสอนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ใน State University of New York at Cortland และการสังเกตชั้นเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษา นอกจากนี้ผู๎เข๎ารํวมโครงการยังได๎ศึกษาเรียนรู๎เทคนิควิธีในการจัดกิจกรรมการเรียนรู๎ที่ฝึกให๎ผู๎เรียนเกิดทักษะการสืบเสาะหาความรู๎และการใช๎ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการสร๎างองค์ ความรู๎ อาทิ เทคนิคการจัดกิจกรรมการเรียนรู๎เกี่ยวกับปรากฏการณ์ข๎างขึ้นข๎างแรม (Moon Phases) เทคนิคการใช๎โมเดลในการจัดกิจกรรมการเรียนรู๎วิทยาศาสตร์ เทคนิคการใช๎นิทานเป็นสื่อ เทคนิคการจัดกิจกรรมรถไฟเหาะตีลังกา(Rollercoaster) ในการฝึกให๎ผู๎เรียนแกํไขปัญหาโดย ใช๎กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เป็นต๎น กิจกรรมการเรียนรู๎เหลํานี้ทําให๎ผู๎เข๎ารํวมโครงการเกิดความรู๎ ความเข๎าใจ ทักษะปฏิบัติ ตลอดจนเกิดทัศนคติอันดีทางด๎านการจัดการศึกษาวิทยาศาสตร์มากยิ่งขึ้น สํงผลให๎เกิดความเชี่ยวชาญในการจัดกิจกรรมการสืบเสาะความรู๎และการรู๎สํารวจตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์อยํางหลากหลายและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้การพัฒนาที่เกิดขึ้นกับผู๎เข๎ารํวมโครงการสํงผลให๎เกิดกลุํมผู๎นําในการพัฒนาวิทยาศาสตร์ศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศไทยให๎มีความก๎าวหน๎าทั้งจากการพัฒนากระบวนการเรียนการสอนโดยตรง การถํายทอดขยายผลตํอผู๎รํวมงานในโอกาสตํางๆ เชํน การเป็นวิทยากรในการฝึกอบรม การประชุมสัมมนา ตลอดจนการนําเสนอข๎อคิดเห็นหรือแนวทางในการพัฒนาตํอผู๎บริหารการศึกษาในระดับตํางๆ เป็นต๎น การเผยแพรํและแลกเปลี่ยนความรู๎และประสบการณ์ผํานการนําเสนอผลงาน การเขียนบทความทางวิชาการ ตลอดจนการสร๎างสรรค์งานสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsในความรับผิดชอบให๎เกิดผลเป็นที่ประจักษ์ สามารถเป็นตัวอยํางให๎บุคคลอื่นๆ นําไปพัฒนาตํอได๎ซึ่งกระบวนการดังกลําวจะมีผลทําให๎การขับเคลื่อนนโยบายทางวิทยาศาสตร์ศึกษาประสบความสําเร็จได๎ที่สุดด้านการเรียนรู้วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม กิจกรรมการสัมมนาและการศึกษาดูงานยังตํางประเทศในครั้งนี้ เป็นกิจกรรมที่ทําให๎ผู๎เข๎ารํวมโครงการได๎รับประสบการณ์และเกิดการเรียนรู๎เกี่ยวกับวัฒนธรรมและสิ่งแวดล๎อมที่แตกตํางกันระหวํางสังคมตะวันตกกับวัฒนธรรมไทยได๎โดยตรง นับตั้งแตํกํอนเข๎ารํวมโค รงการที่ผู๎เข๎ารํวมโครงการทุกคนจะต๎องทําการศึกษาข๎อมูลเกี่ยวกับวัฒนธรรมประเพณี ระเบียบปฏิบัติตน ข๎อมูลในด๎านสภาพอากาศและสิ่งแวดล๎อมสภาพทางเศรษฐกิจ ตลอดจนการเตรียมตัวในด๎านภาษาและข๎อมูลอื่นๆ ให๎มีความพร๎อมที่จะนําไปใช๎ปฏิบัติในระหวํางการเข๎ารํวมโครงการ นอกจา กนี้เมื่อเข๎ารํวมกิจกรรมตํางๆ ทําให๎ครูและศึกษานิเทศก์ทุกทํานได๎มีโอกาสปะทะสังสรรค์และมีปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับชาวตํางชาติ ทั้งผู๎ที่เป็นวิทยากร นักเรียนนักศึกษาและบุคคลทั่วไปในระหวํางที่ใช๎ชีวิตอยูํในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศแคนาดา ทําให๎เกิดการแลกเปลี่ยนเรี ยนรู๎วัฒนธรรมซึ่งกันและกัน นอกจากนี้ในระหวํางการศึกษาดูงานผู๎เข๎ารํวมโครงการยังได๎เรียนรู๎เกี่ยวกับสภาพแวดล๎อมและการจัดการอาคารสถานที่ตํางๆ ทั้งในสถานศึกษาและในชุมชนที่พักอาศัย ซึ่งข๎อมูลตํางๆเหลํานี้ล๎วนมีประโยชน์ในการนํามาประยุกต์ใช๎ในการทํางานและการใช๎ชี วิต และยังสามารถถํายทอดประสบการณ์ให๎แกํนักเรียน เพื่อนรํวมงาน รวมทั้งบุคคลทั่วไปได๎เป็นอยํางดีอีกด๎วย ซึ่งผลที่เกิดขึ้นดังกลําวยังมีความสําคัญตํอการเตรียมบุคลากรทางการศึกษาให๎มีความพร๎อมในระดับสากล เป็นการพัฒนาบุคลากรให๎มีคุณภาพเพื่อรองรับนโยบายการเข๎าสูํประชาคมอาเซียนที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล๎นี้ จากบทสรุปประสบการณ์และประโยชน์จากการดําเนินโครงการดังที่ได๎กลําวไปแล๎ว จะเห็นได๎วําโครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู๎สํารวจตรวจสอบ (The 5 Features ofScience Inquiry) เพื่อสํงเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics(STEM) เป็นโครงการที่ทําให๎เกิดผลอยํางชัดเจนตํอการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ศึกษาในประเทศไทย ภาพความสําเร็จของโครงการที่เกิดขึ้นนอกจากจะสํงผลโดยตรงตํอวิสัยทัศน์ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน สํงผลตํอการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ของนักเรียนและเป็นการพัฒนากระบวนการทางวิทยาศาสตร์ศึกษาในปัจจุบันแล๎ว โครงการดังกลําวนี้ยังสามารถขยายผลให๎เกิดวิสัยทัศน์การพัฒนาอยํางยั่งยืนตํอวงการวิทยาศาสตร์ศึกษาในอนาคต นับเป็นการกระตุ๎ นสํงเสริมให๎การจัดการศึกษาวิทยาศาสตร์มีคุณภาพในระดับสากลตํอไปสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา ผู๎บริหารสถานศึกษา 1. สํงเสริมให๎ครูจัดการเรียนการสอนที่เน๎นกระบวนการคิด พัฒนาด๎านความรู๎และความสามารถในการจัดการเรียนการสอน จัดสรรสื่อและงบประมาณในการพัฒนาอยํ างเพียงพอ 2. ให๎ความสําคัญตํอการพัฒนางานวิชาการ นิเทศภายในอยํางเป็นระบบและสม่ําเสมอ 3. ลดภาระงานอื่นของครูที่ไมํเกี่ยวข๎องกับการเรียนการสอน เพื่อให๎ครูมีเวลา ในการวางแผนการสอน 4. วิเคราะห์และสรุปผลการจัดการศึกษาทุกภาคเรียน 5. จัดสรรงบประมาณให๎ครูนําไปใช๎พัฒนาตนเองในการจัดการเรียนการสอนตามความสนใจ 6. ให๎บริการด๎านสวัสดิการภายในโรงเรียนตามความต๎องการของครูอยํางเพียงพอ 7. ยกยํอง ชมเชย และมอบรางวัลแกํครูที่ประสบความสําเร็จในจัดการเรียนการสอน ผู๎บริหารการศึกษาระดับสูง 1. จัดสรรอัตรากําลังครูให๎พอเพียงกับจํานวนนักเรียน 2. กําหนดกฎ ระเบียบ เกี่ยวกับอัตรานักเรียนตํอชั้นเรียนให๎น๎อยลง เพื่อสะดวกตํอการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน 3. ปรับปรุงกระบวนการผลิตครูให๎สามารถจัดการเรียนการสอนได๎อยํางมีคุณภาพ 4. ประเมินคุณภาพของครูทุก 3-5 ปีสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics สารบัญ เรื่องบทนําวันที่หนึ่ง 29 กันยายน 2555 - กิจกรรมการออกเดินทางจากประเทศไทยไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาวันที่สอง 30 กันยายน 2555 - แลลํองทํองเมือง เรียนรู๎วิถีชีวิต วัฒนธรรม ความเป็นอยูํและสภาพบ๎านเมือง ของเมือง Cortland - กิจกรรมการศึกษาแหลํงเรียนรู๎เสริมประสบการณ์ที่ Ithaca Farmers Market ตลาดนัดผลิตผลทางการเกษตร - เยี่ยมชม Taughannock Falls น้ําตกที่สูงที่สุดในนิวยอร์ควันที่สาม 1 ตุลาคม 2555 - กิจกรรม Campus Tour เยี่ยมชมและทําความรู๎กับ State University of NewYork at Cortlandวันที่สี่ 2 ตุลาคม 2555 - สังเกตการสอนวิชาพื้นฐานทางการศึกษา - สังเกตการสอนวิชาAnatomy – Physology - สังเกตการสอนและรํวมกิจกรรมการเรียนวิชา ICT for Educationวันที่ห๎า 3 ตุลาคม 2555 - สังเกตการสอนวิชา Teaching Science - สังเกตการสอนวิชา Teaching Elementary Science - สังเกตการสอนวิชา Geology - สังเกตการสอน เรียนรู๎เกี่ยวกับ Multi-stage, Binary Classify - เยี่ยมชมสวนสาธารณะ เมือง Cortlandวันที่หก 4 ตุลาคม 2555 - สังเกตการสอนของคณะวิทยาศาสตร์ในวิชา Biology514 Mammalian Physiology Lab#6 Muscle Physiology - สังเกตการสอนวิชา Advance computer Mapping โดยDr.Miller เกี่ยวกับ การใช๎ ESRI software ในทางปฏิบัติการภูมิศาสตร์ - สังเกตการสอนวิชา Earth science lab for elementary teachers (Hydrology)วันที่เจ็ด 5 ตุลาคม 2555 - เข๎ารํวมอบรมเชิงปฏิบัติการการจัดการศึกษาในศตวรรษที21 ่ การใช๎แบบจําลองในการสอนวิทยาศาสตร์ กับ Dr. Orvil L. white - สังเกตการสอนวิชา Biology - ฟังบรรยายวิชา การศึกษาพิเศษ กับ Dr.Chirst - รํวมรับประทานอาหารค่ํา ทีบ๎านของ Dr.Orvil L. White ่สถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics เรื่อง หน้าวันทีแปด 6 ตุลาคม 2555 ่ - รํวมเทศกาลฟักทองเมืองคอร์ทแลนด์ The Great cortland pumpkinfestวันทีเก้า 7 ตุลาคม 2555 ่ - เยี่ยมชม Apple Cider - เยี่ยมชม Indian Campวันทีสิบ 8 ตุลาคม 2555 ่ - เยี่ยมชม Cornell University - เยี่ยมชม เมือง Ithaca - รํวมรับประทานอาหารค่ํา ทีบ๎านของทําน ผอ.อังสนา พันธุ์เจริญ ่วันทีสิบเอ็ด 9 ตุลาคม 2555 ่ - ฟังบรรยายเกี่ยวกับ ระบบการบริหารจัดการในการสํงนักศึกษาไปฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู - รํวมกิจกรรมแกะสลักฟักทอง - รํวมกิจกรรมการทดลองเรื่องการเปลี่ยนสีของใบไม๎ - สังเกตการสอน วิชาปฏิบัติการชีววิทยา เรื่องพืชวันทีสิบสอง 10 ตุลาคม 2555 ่ - ศึกษาดูงานและสังเกตการสอน โรงเรียนระดับมัธยมศึกษา Tully Central Schools - เข๎ารํวมกิจกรรม Round table เกี่ยวกับประเทศไทย ณ Tompkins Cortland Communities Collegeวันทีสิบสาม 11 ตุลาคม 2555 ่ - รํวมกิจกรรมการเรียนการสอนแบบ Inquiry กับกิจกรรม Roller Closter - สังเกตการสอน เรื่อง Accommodations for Students with Disabilities In Your Science Classroom - รํวมกิจกรรมสาธิตการสอนวิชาคณิตศาสตร์ของนักศึกษาระดับปริญญาโทวันทีสิบสี่ 12 ตุลาคม 2555 ่ - รํวมพิธีปิดโครงการและงานเลี้ยงของมหาวิทยาลัย - เดินทางไป Niagara Fallsวันทีสิบห้า 13 ตุลาคม 2555 ่ - เยี่ยมชม Niagara Falls - เดินทางไปประเทศแคนาดา - เยี่ยมชมแหลํงเรียนรู๎ตํางๆ ของประเทศแคนาดาวันทีสิบหก 14 ตุลาคม 2555 ่ - เดินทางกลับจากประเทศแคนาดา - ลงเรือ Maid of the Mist เยี่ยมชมความงามของ Niagara Falls อยํางใกล๎ชิด - เดินทางกลับ เมือง Cortlandวันทีสิบเจ็ด 15 ตุลาคม 2555 ่ - ออกเดินทางจากประเทศสหรัฐอเมริกากลับสูํประเทศไทยบทสรุปสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics บทนา โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics (STEM Education) ระหว่างวันที่ 29 กันยายน – 15 ตุลาคม 2555 ณ State University of New York at Cortland ประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศแคนาดาโครงการ การฝึกอบรมเชิงปฏิบติการการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู๎สํารวจตรวจสอบ ั (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อสํงเสริมการเรียนการสอน Science, Technology , Engineering ,and Mathematics (STEM learning) ณ State University of New York at Cortland ประเทศสหรัฐอเมริกาแผนงาน ขยายโอกาสและพัฒนาการศึกษา รหัสบัญชี04-045 โครงการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาเพื่อการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองกิจกรรม พัฒนาคุณภาพ คนไทยยุคใหมํ (โครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์และ คณิตศาสตร์) งบรายจํายอื่นกิจกรรมย่อย 141หน่วยงานที่รับผิดชอบ สํานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษาระยะเวลาดาเนินงาน กันยายน 2555 -------------------------------------------หลักการและเหตุผล ปัจจุบันองค์ความรู๎ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ (Science, Technology,Engineering ,and Mathematics (STEM)) นับเป็นรากฐานสําคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศจากการศึกษาและงานวิจัยพบวําประเทศใดที่ประชากรมีระดับพื้นฐานความรู๎ STEM อยูํในระดับสูงก็อนุมานได๎วําประเทศนั้นมีความได๎เปรียบทางด๎านเศรษฐกิจและสังคม ดังนั้นจึงสํงผลให๎ประเทศตําง ๆ ไ ด๎เรํงสํงเสริมให๎มีการพัฒนาการจัดการเรียนการสอน STEM และกําหนดให๎ STEM เป็นประเด็นสําคัญในการพัฒนาวิทยาศาสตร์ศึกษาในศตวรรษที่ 21 ดังจะเห็นได๎จากงานประชุมเชิงวิชาการและการประชุมสําคัญตํางๆได๎ให๎ความสําคัญกับการเรียนการสอน STEM เป็นอยํางมาก อาทิ เชํน ในการประชุม โต๏ะกลมไทย- สหรัฐฯ( Thai-US roundtable) ครั้งที่ 5 ในระหวํางวันที่ 29-30 มีนาคม 2554 ณ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญวิทยาเขตสุวรรณภูมิ ได๎กําหนดหัวข๎อ Science Education in Schools as Feeder of College ScienceEngineering Program เป็นหัวข๎อหนึ่งในการประชุม และประเทศสหรัฐอเมริกาได๎ให๎ความสําคัญกับ STEMเป็นอยํางมาก National Science Teachers Association ได๎จัดการประชุม STEM Forum & Expo ขึ้น จากความสําคัญของการจัดการเรียนการสอน STEM ดังกลําว สถาบันวิทยาศาสตร์ สํานั กวิชาการและมาตรฐานการศึกษา จึงได๎มีความรํวมมือทางวิชาการกับ State University of New York at Cortlandผําน MOU ซึ่งได๎ลงนามระหวํางสองหนํวยงานในปี พ .ศ. 2554 ในการจัด การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู๎สํารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อสํงเสริมการเรียนการสอน Science, Technology , Engineering ,and Mathematics (STEM learning)สถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsเพื่อเสริมสร๎างความเข๎าใจให๎กับครู และบุคลากรทางการศึกษา ทั้งนี้จะทําให๎ผู๎ที่เกี่ยวข๎องกับการพัฒนาครูทั้งกํอนและขณะประจําการสามารถกําหนด แนวทางในการพัฒนาให๎ครูมีความรู๎ความเข๎าใจการจัดการเรียนการสอน STEM อยํางถูกต๎องและสามารถนําไป บูรณาการในการเรียนการสอนได๎วัตถุประสงค์ของโครงการ 1. เพื่อสร๎างแกนนําในการพัฒนาความรู๎ความเข๎าใจการจัดการเรียนการสอน STEM และการนําไปใช๎ใน การพัฒนาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์อยํางยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ 2. เพื่อนําความรูเ๎ กี่ยวกับการจัดการเรียนการสอน STEM ไปใช๎ในการวางแผนกิจกรรมการเรียนการสอน วิทยาศาสตร์อยํางมีประสิทธิภาพ 3. เพื่อพัฒนาเครือขํายการจัดการเรียนรู๎วิทยาศาสตร์เป้าหมาย ครู ศึกษานิเทศก์ และนักวิชาการศึกษาวิธีดาเนินกิจกรรม 1. รับฟังการบรรยาย 2. แบํงกลุํมฝึกปฏิบัติกิจกรรม 3. แลกเปลี่ยนประสบการณ์ 4. ระดมพลังสมองงบประมาณ แผนงาน ขยายโอกาสและพัฒนาการศึกษา รหัสบัญชี04-045 โครงการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาเพื่อการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง กิจกรรม พัฒนาคุณภาพ คนไทยยุคใหมํ(โครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ งบรายจํายอื่น ) กิจกรรมย่อย 141 จํานวน 1,449,500 บาท (หนึ่งล๎านสี่แสนสี่หมื่นเก๎าพันบาทถ๎วน )ผลที่คาดว่าจะได้รับ 1. ผู๎เข๎ารํวมฝึกอบรม มีความรู๎ ความเข๎าใจและตระหนัก ถึงความสําคัญของ ดการเรียนการสอนSTEM การจั 2. ผู๎เข๎ารํวมอบรมสามารถนําความรู๎ด๎าการจัดการเรียนการสอน น STEM ไปพัฒนาการจัดการเรียนการสอน 3. ผู๎เข๎ารํวมอบรมเชิงปฏิบัติการนํความรู๎ด๎านการจัดการเรียนการสอน า STEM มาพัฒนาประสิทธิภาพ 4. ผู๎เข๎ารํวมอบรมสามารถเป็นวิทยากรแกนนําในการเผยแพรํองค์ความรู๎ด๎าน ดการเรียนการสอนSTEM การจั 5. มีเครือขํายการจัดการเรียนรู๎วิทยาศาสตร์ที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ ทั้งในและตํางประเทศสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics สถาบันวิทยาศาสตร์ สํานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา (สวก.) ได๎ดําเนินการโดยคัดเลือกครูและบุคลากรทางการศึกษา ให๎เข๎ารับการฝึกอบรมและศึกษาดูงาน โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู๎สํารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อสํงเสริมการเรียนการสอนScience, Technology, Engineering and Mathematics (STEM Education) ระหวํางวันที่29 กันยายน – 15 ตุลาคม 2555 ณ State University of New York at Cortland ประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศแคนาดา โดยมีผู๎ครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่เข๎ารํวมโครงการ จํานวน 12 คน ดังนี้ 1. นางสาวกานจุลี ปัญญาอินทร์ นักวิชาการศึกษาชํานาญการ สวก. 2. นางเพ็ญพิศ ตั้งวิชรฉัตร ครู คศ. 3 โรงเรียนตากพิทยาคม สพม. เขต 38 3. นายเสนํห์ ชุมแสน ครู คศ. 3 โรงเรียนประชารัฐธรรมคุณ สพม. เขต 35 4. นางสาวจงกล ผลประสาท ศึกษานิเทศก์ ชํานาญการพิเศษ สพป.นครราชสีมา เขต 7 5. นางสาวอรชพร มีพัฒน์ ศึกษานิเทศก์ ชํานาญการ สพม. เขต 11 6. นางสุมิตรา อุปพงษ์ ครู คศ. 3 โรงเรียนบ๎านโนนกุง สพป.สกลนคร เขต 1 7. นายเสกสรร สรรสรพิสุทธิ์ ครู คศ. 2 โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย สพม. เขต 34 8. นางสาวณัฐยา ศรีบุรินทร์ ครู คศ. 2 โรงเรียนนาด๎วงวิทยา สพม. เขต 19 9. นางสาวกรประภา สระแก๎ว ครู คศ.1 โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ ศรีสะเกษ สพม. เขต 28 10. นายสิทธิศักดิ์ จินดาวงศ์ ครู คศ.1 โรงเรียนศรีสะเกษวิทยาลัย สพม. เขต 28 11. นางสาวอนงค์รัตน์ แก๎วบํารุง ครู คศ.1 โรงเรียนดีบุกพังงาวิทยายน สพม. เขต 14 12. นายกอบวิทย์ พิริยะวัฒน์ ครู คศ.1 โรงเรียนนนทรีวิทยา สพม. เขต 2สถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics นางสาวกานจุลี ปัญญาอินทร์ นางเพ็ญพิศ ตั้งวิชรฉัตร นายเสนํห์ ชุมแสน นักวิชาการศึกษาชํานาญการ สวก. ครู โรงเรียนตากพิทยาคม ครู โรงเรียนประชารัฐธรรมคุณ นางสาวจงกล ผลประสาท นางสาวอรชพร มีพัฒน์ นางสุมิตรา อุปพงษ์ ศึกษานิเทศก์ สพป.นครราชสีมาเขต ศึกษานิเทศก์ สพม. เขต 11 ครู โรงเรียนบ๎านโนนกุง 7 นายเสกสรร สรรสรพิสุทธิ์ นางสาวณัฐยา ศรีบุรินทร์ นางสาวกรประภา สระแก๎ว ครู โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จ ครู โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ครู โรงเรียนนาด๎วงวิทยา พระศรีนครินทร์ ศรีสะเกษ นายสิทธิศักดิ์ จินดาวงศ์ นางสาวอนงค์รัตน์ แก๎วบํารุง นายกอบวิทย์ พิริยะวัฒน์ ครู โรงเรียนศรีสะเกษวิทยาลัย ครู โรงเรียนดีบุกพังงาวิทยายน ครู โรงเรียนนนทรีวิทยาสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics ซึ่งทาง State University of New York at Cortland ประเทศสหรัฐอเมริกา ได๎สํงหนังสือเชิญครูและบุคลากรทางการศึกษา จํานวน12 คน เข๎ารํวมโครงการดังกลําว ระหวํางวันที29 กันยายน – 15 ตุลาคม 2555 ่สถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics กาหนดการ โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics (STEM Education) ระหว่างวันที่ 29 กันยายน – 15 ตุลาคม 2555 ณ State University of New York at Cortland ประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศแคนาดาวันที่ วันเดือนปี กิจกรรม สถานที่ 1 29 กันยายน 2555 ออกเดินทางจากประเทศไทยไปยังประเทศ สหรัฐอเมริกา 2 30 กันยายน 2555 - แลลํองทํองเมือง เรียนรู๎วิถีชีวิต วัฒนธรรม - เมือง Cortland ความเป็นอยูํและสภาพบ๎านเมือง ของเมือง - เมือง Ithaca Cortland - เยี่ยมชมIthaca Farmers Market ตลาดนัด ผลิตผลทางการเกษตร - เยี่ยมชม Taughannock Falls น้ําตกที่สูงที่สุด ในนิวยอร์ค 3 1 ตุลาคม 2555 - กิจกรรม Campus Tour เยี่ยมชมและทําความรู๎ State University of กับ State University of NewYork at Cortland NewYork at Cortland 4 2 ตุลาคม 2555 - สังเกตการสอนวิชาพื้นฐานทางการศึกษา State University of - สังเกตการสอนวิชา Anatomy – Physology NewYork at Cortland - สังเกตการสอนและรํวมกิจกรรมการเรียนวิชา ICT for Education 5 3 ตุลาคม 2555 - สังเกตการสอนวิชา Teaching Science State University of - สังเกตการสอนวิชา Teaching Elementary NewYork at Cortland Science - สังเกตการสอนวิชา Geology - สังเกตการสอน เรียนรู๎เกี่ยวกับ Multi-stage, Binary Classify - เยี่ยมชมสวนสาธารณะ เมือง Cortland 6 4 ตุลาคม 2555 - สังเกตการสอนของคณะวิทยาศาสตร์ในวิชา State University of Biology514 Mammalian Physiology Lab#6 NewYork at Cortland Muscle Physiology - สังเกตการสอนวิชา Advance computer Mapping โดยDr.Miller เกี่ยวกับ การใช๎ ESRI software ในทางปฏิบัติการภูมิศาสตร์ - สังเกตการสอนวิชา Earth science lab for elementary teachers (Hydrology)สถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsวันที่ วันเดือนปี กิจกรรม สถานที่ 7 5 ตุลาคม 2555 - เข๎ารํวมอบรมเชิงปฏิบัติการการจัดการศึกษาใน State University of ศตวรรษที21 การใช๎แบบจําลองในการสอน ่ NewYork at Cortland วิทยาศาสตร์ กับ Dr.Orvil White - สังเกตการสอนวิชา Biology - ฟังบรรยาย ิชา การศึกษาพิเศษ กับ ว Dr.Chirs White - งานเลี้ยงต๎อนรับจากครอบครัว Dr.Orvil White 8 6 ตุลาคม 2555 รํวมเทศกาลฟักทองเมืองคอร์ทแลนด์ The Great เมือง Cortland cortland pumpkinfest 9 7 ตุลาคม 2555 - เยี่ยมชม Apple Cider เมือง Cortland - เยี่ยมชม Indian Camp 10 8 ตุลาคม 2555 - เยี่ยมชม Cornell University เมือง Ithaca - เยี่ยมชม เมือง Ithaca - เยี่ยมบ๎านและรํวมรับประทานอาหารค่ํา ทีบ๎าน ่ ของ ทําน ผอ.อังสนา พันธุ์เจริญ 11 9 ตุลาคม 2555 - ฟังบรรยายเกี่ยวกับ ระบบการบริหารจัดการใน State University of การสํงนักศึกษาไปฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู NewYork at Cortland - รํวมกิจกรรมแกะสลักฟักทอง - รํวมกิจกรรมการทดลองเรื่องการเปลี่ยนสีของใบไม๎ - สังเกตการสอน วิชาปฏิบัติการชีววิทยา เรื่องพืช 12 10 ตุลาคม 2555 - ศึกษาดูงานและสังเกตการสอน โรงเรียนระดับ - Tully Central มัธยมศึกษา Tully Central Schools Schools - เข๎ารํวมกิจกรรม Round table เกี่ยวกับประเทศ - Tompkins Cortland ไทย ณ Tompkins Cortland Communities Communities College College 13 11 ตุลาคม 2555 - รํวมกิจกรรมการเรียนการสอนแบบ Inquiry กับ State University of กิจกรรม Roller Closter NewYork at Cortland - สังเกตการสอน เรื่อง Accommodations for Students with Disabilities in Your Science Classroom - รํวมกิจกรรมสาธิตการสอนวิชาคณิตศาสตร์ของ นักศึกษาระดับปริญญาโท 14 12 ตุลาคม 2555 - รํวมพิธีปิดโครงการและงานเลี้ยงของมหาวิทยาลัย - State University of - เดินทางไป Niagara Falls NewYork at Cortland - Niagara Fallsสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsวันที่ วันเดือนปี กิจกรรม สถานที่ 15 13 ตุลาคม 2555 - เยียมชม Niagara Falls ่ - Niagara Falls - เดินทางไปประเทศแคนาดา - ประเทศแคนาดา - เยี่ยมชมแหลํงเรียนรู๎ตํางๆ ของประเทศแคนาดา 16 14 ตุลาคม 2555 - เดินทางกลับจากประเทศแคนาดา - Niagara Falls - ลงเรือ Maid of the Mist เยี่ยมชมความงามของ - เมือง Cortland Niagara Falls อยํางใกล๎ชิด - เดินทางกลับ เมือง Cortland 17 15 ตุลาคม 2555 ออกเดินทางจากประเทศสหรัฐอเมริกากลับสูํ ประเทศไทย ซึ่งในการรายงานผลการเข๎ารํวมโครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู๎สํารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อสํง เสริมการเรียนการสอน Science, Technology,Engineering and Mathematics (STEM Education) ณ State University of New York at Cortlandประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศแคนาดา เลํมนี้ จะขอนําเสนอความรู๎และประสบการณ์ที่ได๎รับ พร๎อมทั้งแนวทางการนําไปปรับใช๎โดยเรียงตามวันและเวลาตามกําหนดการ ดังตํอไปนี้สถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics วันที่หนึ่ง 29 กันยายน 2555 ออกเดินทางจากประเทศไทย ไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsวันที่หนึ่ง 29 กันยายน 2555 คณะของเราจํานวน 12 ชีวิต นัดรวมพลกันที่ ทําอากาศยานนานาชาติวรรณภูมิ เวลาประมาณ03.00 น. สุหลังจากเช็คอินกันเรียบร๎อยแล๎ว ทุกคนก็พร๎อมกันทีGATE 5 พร๎อมที่จะเดินทางด๎วยสายการบินDelta Airline ่ ระหวํางการเดินทางไปยังGATE 5 ของทําอากาศยานสุวรรณภูมิ ทุกคนพร๎อมแล๎วที่ GATE 5 เพื่อมุํงหน๎าสูํประเทศสหรัฐอเมริกา ด๎วยสายการบินDelta Airline เราออกเดินทางจากสุวรรณภูมิเวลาประมาณ05.40 น. ถึงทําอากาศยานนานาชาติNarita เวลา 14.20 น.จากนั้นเราตํอเครื่องบินออกจาก าอากาศยานนานาชาติNarita เวลา 15.05 น. ไปยังจุดหมายปลายทางตํอไป คือ ทํทําอากาศยานนานาชาติ Detroit ประเทศสหรัฐอเมริกา ได๎แวะมาเยือนแผํนดินญี่ปุนเพียงไมํนาน กํอนออกเดินทางตํ ่อมุํงหน๎าสูํ ทําอากาศยานนานาชาติ อไปเพื Detroitสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsภาพจากมอนิเตอร์บนเครื่องบิน แสดงตําแหนํงของเครื่องบินและเส๎นทางการบิน อากาศยานนานาชาติDetroit สูํทํา เที่ยวบินของเราใช๎เวลาเดินทางประมาณ 15 ชั่วโมง คณะของเราก็เดินทางถึง ทําอากาศยานนานาชาติDetroit เวลาประมาณ 13.50 น. ตามเวลาท๎องถิ่น ชํวงนี้เรามีเวลาพักประมาณ 4 ชั่วโมง ทําให๎เราได๎ผํอนคลายความเมื่อยล๎าจากการนั่งเครื่องบินเป็นเวลานาน ที่ ทําอากาศยานนานาชาติ Detroit ระหวํางทางเดินเพื่อไปตํอเครื่องบินเราเดินผํานอุโมงค์ดนตรี มีสีสนสวยงามและเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ มีทั้งชมพู แดง เขียว ัฟูา มํวง ทุกคนตื่นเต๎นกันมากและถํายภาพเป็นที่ระลึก เมื่อใกล๎ถึงเวลาเดินทางทุกคนพร๎อมกันที่เกท C 41 เจ๎าหน๎าที่สนามบินประกาศให๎เราเปลี่ยน GATEเป็น GATE B 6 คณะของเราต๎องรีบเคลื่อนย๎ายกันอยํางรวดเร็วเพื่อให๎ทันเวลา แตํเมื่อไปถึงยังไมํหายเหนื่อยเจ๎าหน๎าที่ก็ประกาศให๎เราเปลี่ยนอีกครั้งเป็น GATE B 18 ตอนนี้ทุกคนเริ่มหงุดหงิดกับการเปลี่ยนแปลงแตํก็ต๎องปฏิบัติตาม เพื่อมุํงหน๎าสูํเปูาหมายปลายทางตํอไปคือ ทํานอากาศยาน Syracuse เครื่องบินโดยสารของเรา บรรยากาศระหวํางรอขึ้นเครื่องไป Syracuseสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics ในที่สุดเราก็เดินทางมาถึง ทําอากาศยาน Syracuse ใช๎เวลาบินประมาณ ชั่วโมงกวําๆ คณะของเราถึงSyracuse เวลาประมาณ 18.50 น. โดยมี Dr. Orvil L. White มารอรับเราพร๎อมด๎วย นักศึกษาที่เคยรํวมเดินทางมาประเทศไทยชื่อ แคลลี่ ทั้งสองพาเราเดินทางด๎วยรถตู๎ของทางมหาวิทยาลัยไปยังเมือง Cortland ถึงแล๎ว ! ทําอากาศยาน Syracuse Dr. Orvil L. White มารับพวกเราถึงที่ ใช๎เวลาอีกประมาณเกือบหนึ่งชั่วโมง พวกเราก็เดินทางมาถึงเมือง Cortland และเข๎าพักทีโรงแรม ่Econolodge ซึ่งจะเป็นสถานที่พักอาศัยของเราตลอดระยะเวลา 2 สัปดาห์ตํอจากนี้ ในการเดินทางจากประเทศไทย มาถึงเมือง Cortland , New York ประเทศสหรัฐอเมริกา ครั้งนีรวม ้เวลาในการเดินทางทั้งหมดประมาณ 24ชั่วโมง ชํางเป็นการเดินทางเพื่อการเรียนรูที่แสนนาน และยาวไกลมาก ๎แม๎รํางกายจะดูอํอนแรง แตํสภาพจิตใจยังคงเข๎มแข็งและพร๎อมที่จะเรียนรู๎ตลอดเวลา การเดินทางในครั้งนี้ชํวยฝึกความอดทนให๎กับทุกคน นอกจากนี้ทักษะการชํางสังเกตเป็นสิ่งสําคัญและจําเป็นมากเมื่อเราไปตํางถิ่น บุคคลที่ไมํชํางสังเกตมักทําอะไรลําช๎า ผิดพลาด หากเป็นเรื่องไมํสําคัญนักก็อาจไมํสํงผลกระทบแตํถ๎าเป็นเรื่องสําคัญอาจนําความเดือดร๎อนมาสูํตัวเองและทีมงาน ในการเดินทางครั้งนี้จึงนับเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ครั้งยิ่งใหญํในชีวิตของพวกเราทุกคนสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics วันที่สอง 30 กันยายน 2555 - แลล่องท่องเมือง เรียนรู้วิถีชีวิต วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ และสภาพบ้านเมือง ของเมือง Cortland - กิจกรรมการศึกษาแหล่งเรียนรู้เสริมประสบการณ์ที่ Ithaca Farmers Market ตลาดนัดผลิตผลทางการเกษตร - เยี่ยมชม Taughannock Falls น้าตกที่สูงที่สุด ในนิวยอร์คสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsวันที่สอง 30 กันยายน 2555 อรุณสวัสดิ์เช๎าวันใหมํ ณ เมือง Cortland เป็นวันอาทิตย์หลังจากที่เราได๎พักผํอนจากการเดินทางที่แสนยาวนาน เช๎าวันนี้เราจึงมีโอกาสได๎เยี่ยมชมบรรยากาศรอบๆเมือง Cortland ทํามกลางอากาศที่หนาวเย็นโดยอาศัยการเดินเท๎าเพื่อศึกษาเรี ๎วัฒนธรรม วิถีชีวิต ความเป็นอยูํ ตลอดจนสภาพบ๎านเมืองที่มีความสวยงาม ยนรูเป็นระเบียบเรียบร๎อยทําให๎เราได๎ทราบวําเมือง Cortland เป็นเมืองเล็กๆที่เงียบสงบ การจราจรไมํติดขัดและผู๎คนมีอัธยาศัยที่ดีเป็นกันเอง ทําให๎พวกเราที่มีโอกาสมาที่เมืองนี้เป็นครั้งแรกเกิ ดความประทับใจเป็นอยํางมาก ท๎องถนนด๎านหน๎าที่พักของเราที่สะอาด เป็นระเบียบเรียบร๎อย และที่ไมํมีการจราจรติดขัด ความสวยงามของสถาปัตยกรรมบ๎านเรือนและโบสถ์ในเมือง Cortland ถํายภาพรํวมกับบรรยากาศที่แสนสวยงามของเมือง Cortlandสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics กิจกรรมการศึกษาแหล่งเรียนรู้เสริมประสบการณ์ Ithaca Farmer’s Market ตํอจากนั้น ได๎นัดหมายกับ Dr. Orvil L. Whiteในเวลา 11.00 น. โดยเมื่อถึงเวลานัดหมายสมาชิกทุกคนก็พร๎อมกันและเดินทางโดยรถยนต์ของ SUNY Cortland Dr. Orvil L. White Childhood and Early Childhood Education ยานพาหนะในการเดินทางของพวกเราตลอดสองสัปดาห์ State University of New York at Cortland บรรยากาศการเดินทางบนรถยนต์ของ SUNY Cortland เราออกเดินทางมุํงหน๎าสูIthaca Farmer’s Market เดินทางใช๎เวลาประมาณ30 นาที จากที่พักระหวําง ํทางก็ได๎ดูวิวและบรรยายกาศทั้งสองข๎างทาง ซึ่งจะเห็นได๎วําใบไม๎คํอนข๎างจะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีส๎ม เหลืองสลับดูสวยงาม เป็นชํวงที่กํอนใบไม๎จะรํวง กํอนที่จะยํางเข๎าสูํฤดูหนาว นานนักก็ถึง Ithaca Farmers’Market ไมํสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics ณ เมืองอิตาก๎า คนสํวนใหญํจะเป็นเกษตรกรรม พืชที่ปลูกมากก็ข๎าวโพด และผักออร์แกนิก เราได๎รับโอกาสที่ดีมากที่ได๎ไปชมตลาดผัก และผลไม๎ ก็ประมาณตลาดนัดบ๎านเรา แตํมีสินค๎าน๎อยกวํา สินค๎าสํวนใหญํเป็นพืชผักออร์แกนิก ได๎แกํ ข๎าวโพด ฟักทอง. ฟักทั้งหลาย มะเขือเทศ พริก ผักใบเขียว แตง แครอท มันฝรั่งแอ๏บเปิ้ล องุํน เห็ด ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์จากฟาร์ม เชํน ชีส น้ําผึ้งและผลิตภัณฑ์จากน้ําผึ้ง มีน้ําผึ้งหลอดขายด๎วย โดยเอาน้ําผึ้งใสํหลอดกาแฟแบบบ๎านเรา ปิดหัวท๎าย นําจะเอาไปทําที่บ๎านเราได๎ นับเป็นไอเดียที่ดี และยังมีงานฝีมือพื้นเมือง เชํน งามถักถุงมือ. งานจักสานเครื่องใช๎จากไม๎ที่ชื่อวํา Black ash ลอกตามวงปีแล๎ว นํามาเหลาให๎เป็นแผํนบางๆคล๎ายไม๎ไผํ สานเป็นภาชนะรูปทรงตํางๆ สวยงามและดูทนทานมากแทํนหินศิลา เอกลักษณ์ของ Ithaca Farmers’Market ผลไม๎นานาชนิด สดๆทั้งนั้นเลย ผลผลิตทางการเกษตรมีจําหนํายมากมาย ผักสดสีเขียวงามมากๆ เสื้อผ๎าก็มีจําหนําย การแสดงดนตรีกับบทเพลงเพราะๆสไตล์อเมริกันสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics เดินไปเดินมาได๎กลิ่นอาหารหอมมาก ในตลาดจะมีอาหารขาย นานาชาติ เชํน อาหารแขก อาหารเวียดนาม อาหารกัมพูชา อาหารขนมปังตํางๆ ไวน์ ขนมปังอบใหมํๆ หอมกรุํนจากเตา ลองชิมพิซซําร๎อนๆอบจากเตาใหมํๆ อรํอยมากๆ นอกจากนี้ก็ยังมีดอกไม๎สวยๆขาย ที่รู๎จักก็มีหลายประเภท เชํน ดอกบานชื่น ดอกหงอนไกํดอกลิ้นมังกร ดอกรักเรํ ดอกไฮเด นเยีย แล ะยังมี ดอกไม๎ของที่นี่ไมํรู๎จักชื่อ อีกมากมาย เดินดูราคาก็ แล๎วสํวนใหญํอยํางถูกที่สุดราคาดอกละ 1 เหรียญ หรือประมาณ 30 บาท ร๎านจําหนํายดอกไม๎สีสันสวยงาม ดูแปลกตา ด๎านซ๎ายของตลาดจะเป็นทะเลสาบ มีสะพานเดินลงไปขึ้นเรือทํองเที่ยวรอบทะเลสาบ คําขึ้ นเรือ 12เหรียญ ไปยืนลังเลอยูํจนเรือออกไป ถึงได๎ไปดูอยากขึ้นก็ไมํทันแล๎ว เพราะมีเที่ยวเดียว . ก็เลยได๎แตํถํายรูปกันในทะเลสาบใกล๎ๆทําขึ้นเรือมีนกกับเป็ด ให๎พอได๎ดูและถํายรูป เด็กๆซื้ออาหารมาจ ะให๎นกกิน ก็ ทําให๎เราเพลิดเพลินดี บรรยากาศแบบ Panorama ของทะเลสาบริม Ithaca Farmers’Marketสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsประวัติของ Ithaca Farmers’Marketที่ตั้ง Ithaca Farmers’Marketเลขที่ 273-7109 at Steamboat Landing on ThirdSt., off Rt. 13 www.ithacamarket.comตั้งอยูํใกล๎ริมฝั่ง Ithaca ในตลาดก็ขายผักสดที่ปลูกจากฟาร์มแถวนั้น เนื้อ ชีส และพวกงานศิลปะของชาวเมือง Ithaca และจะมีชํวงเวลาพิเศษที่ตลาด ชํวงเมษาถึงฤดูใบไม๎รํวง วันเสาร์อาทิตย์เดือนมิถุนายน วันพฤหัสวันอังคาร และตลาดในเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมที่ สวนDewitt บนถนน Buffallo & Cayuga ในบางครังก็จะมีการให๎ความรู๎หรือข๎อเกี่ยวกับผลิตตํางๆที่ผลิตใน ้ท๎องถิ่น บริเวณ ริมน้ําที่มีเรือกลไฟจาก Cayuga Lake มาใช๎ทําเรือแหํงนี้ในการ ทอดสมอจอดเทียบ ก็ทําให๎เกิดตลาดนัดของเกษตรกรชาวเมืองอิตาก๎าได๎สําเร็จ ก็ทําให๎เกิดการเปลี่ยนแปลงจากที่ดินที่วํางเปลํา ไมํได๎ทําประโยชน์เป็นที่รกร๎างเป็นดินแดนแหํงเรือกลไฟ ทุกสิ่งทุกอยํางที่นี่ทั้งหมด สร๎างขึ้นโดยแรงงาน ที่เป็นอาสาสมัคร ได๎มีการพัฒนาตลาดจากสิ่งรกร๎างกลายเป็นตลาดที่สวยงาม สถานที่ชุมนุม ชุมชนที่เจริญรุํงเรืองผู๎คนที่มาจับจํายที่ตลาดแหํงนี้สามารถเลือกซื้อสินค๎าตํางๆได๎ ไมํวําจะเป็นอาหารสดใหมํ ผลิตภัณฑ์ ในท๎องถิ่นหรือสามรถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ศิลปหัตกรรมที่ทําขึ้นด๎วยมือ ของขวัญ ของที่ระลึกที่ทําจากมือตํางๆมากมายในขณะที่เดินชมเลือกซื้อสินค๎าก็ สามารถฟังเพลง พร๎อมๆกับเลือกชิมอาหารจากชาติตํางๆ เชํน อาหารจากประเทศเขมรเป็นต๎น และสามารถนั่งรับประทานอาหารข๎างๆทะเลสาปได๎อีกด๎วยถือได๎วําเป็นสถานที่เหมาะสําหรับการพักผํอนหยํอนใจ ตลาดนัดของเกษตรกรชาวเมืองอิตาก๎านี้ ได๎ถือกําเนิดเปิดขึ้นครั้ง แรกในปี 1973 เป็นสถานที่สําหรับเพาะปลูกพืชในท๎องถิ่นโดยคนเพาะปลูกจะเป็นคนท๎องถิ่นและงานชํางฝีมือของค นในท๎องถิ่น ตลาดนัดแหํงนี้เป็นตลาดที่มีการขยายตัวอยํางรวดเร็ว และมีการย๎ายสถานที่ถึง ห๎าครั้ง กํอนที่จะมาอยูํ ณ ที่ปัจจุบัน โดยจะเปิดตลาดนัดกลางสัปดาห์ที่ ริมสวนดิวอิท (Dewitt) ในเมืองอิทาก๎ า แล๎ว มีการเปิดเพิ่มใน วันอาทิตย์ที่ทําเรือเทียบเรือ เมื่อเร็ว ๆ นี้ทําเรือถูกสร๎างขึ้นเพื่อรองรับชาวประมงท๎องถิ่นคนที่เดินทางมาด๎วยเรือและผู๎ที่ต๎องการจุดนั่งพักผํอนหยํอนใจ ตลาดนัดเกษตรกรอิตาก๎าได๎ยังคงเติบโตขึ้นเรื่อยๆและมีคนมาจํายตลาดโดยประสบความสําเร็จในการดึงดูดคนกวํา 5,000 คนตํอวัน ในปี 1999 มีการจับจํายซื้อของ ได๎ประมาณ 4 ล๎านดอลลาร์ ทุก วันนี้ มีร๎านค๎ากวํา 125 ร๎าน ซึ่งขายของท๎องถิ่นเชํนพวกงานฝีมือ ขนม และผลิตภัณฑ์ตํางๆสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics1973 - เปิดพื้นที่ใกล๎ Agway1974 - ย๎ายไปรันเวย์สนามบินเกําใกล๎กับโรงละคร Hangar1975 - ย๎ายไปที่วํางในฝั่งตะวันตกของเมืองอิทาก๎า โดยรื้อถอนสิ่งกํอสร๎างเดิม1976 - เปิดตลาดนัดกลางสัปดาห์ในเมืองอิทาก๎า1985 - ย๎ายตลาดนัดกลางสัปดาห์ที่ ดิวอิท (Dewitt)1987 – ตลาดนัดสหกรณ์1988 - ย๎ายออกจากฝั่งตะวันตกไปยังลานจอดรถที่ Cornell จากนั้นย๎ายไปทางตอนเหนือของเมืองอิทาก๎า จากนั้นก็เริ่มการกํอสร๎างจากที่รกร๎างวํางเปลํา1989 - ตลาดนัดเสร็จสมบูรณ์เป็นสไตล์ของโบสถ์ในศตวรรษที่ 13 ของยุโรป1990 - เปิดตลาดในวันอาทิตย์1997 – เริ่มกํอสร๎างทําเทียบเรือ1998 - ฉลองครบรอบ 25 ปี และปูพื้นแล๎วเสร็จ2000 – ริเริ่มเปิดเว็บไซต์2003 – ฉลองครบรอบ 30 ปี2004 - เริ่มเปิดตลาดนัดในตอนบํายวันพฤหัส บริเวณด๎านหลังของตลาดนัดเป็นทะเลสาปและมีทําเทียบเรือ เหมาะสําหรับการนั่งพักผํอน ถํายภาพกับบรรยากาศสวยๆ ของทะเลสาบ บรรยากาศแบบ Panorama ของทะเลสาบริม Ithaca Farmers’Market หลังจากนั้น Dr. Orvil L. White ก็ต๎องการที่จะ เซอร์ไพร ซ์ สมาชิก โดยการพาไปเที่ยวที่ น้ําตกทัฟแฮนน๏อก(Taughannock Falls)สถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics น้าตกทัฟแฮนน๊อก(Taughannock Falls)ที่ตั้ง เมืองยูลิชเซส มลรัฐทอมกิ้นส์ รัฐนิวยอร์ค น้ําตก ทัฟแฮนน๏อก ซึ่งถือวํา เป็นน้ําตกขนาดใหญํสูงเกือบที่ สุดในอเมริกาเหนือ ประมาณ เกือบ 66 เมตร เป็นน้ําตกที่สูงที่สุดและสูงกวําน้ําตกไนแองการํา ประมาณ 10 เมตรอีกด๎วย มีเล๎นทางน้ําตกรวมถึงหน๎าผายาวถึง 120 เมตร เป็นสํวนหนึ่งของทะเลสาปแหํงนิ้วมืออันโดํงดังอยูํบริเวณตอนกลางของนิวยอร์คสวนสาธารณะของน้ําตก ทัฟแฮนน๏อก นี้อยูํร ะหวํางหมูํบ๎านทรูเมนเบิร์จกับเมืองอิทาก๎า มีกระแสน้ําสกัดหุบเขาสํวนนี้ให๎กลายเป็นครึ่งวงกลมดูเผินๆเหมือนฮอลล์แสดงคอนเสิร์ ตชํวงเวลาที่เหมาะสําหรับมาตั้งแคมป์จะเป็นชํวงฤดูใบไม๎ผลิถ๎าหากเป็นชํวงฤดูหนาวแล๎วจะมีหิมะปกคลุมบางครั้งอาจมีน้ําหลาก สวนสาธารณะของน้ําตก ทัฟแฮนน๏อก มีกิจกรรมที่หลากหลายให๎ผู๎เดินทางมาเที่ยวได๎ทํา เชํนการปืนเขา การเดินเท๎าเพื่อสํารวจธรรมชาติ การกางเต๎นท์นอน นอนในกระทํอมปิกนิค วํายน้ํา ตกปลา เลํนเรือ สนามเด็กเลํนหรือสวนสนุกลานสําหรับเลํนไอซ์สเก็ต และงานคอนเสิร์ตฤดูร๎อนประจําปี สําหรับบริเวณอื่นๆก็สามารถขับรถยนต์ประมาณ 10 นาที ไมํเกินหนึ่งชั่วโมงก็จะถึง น้ําตกบัตเตอร์มิลค์ สวน สาธารณะ ทรีแมน มหาลัยคอร์แนล walkins glen ทะเลสาบฟิงเกอร์ พิพิ ธภัณฑ์แก๎วคอนนิ่งมหาวิทยาลัยอิทาก๎า และอีกมากกวํา ห๎าสิบแหํงเลยทีเดียว เก็บภาพแหํงความประทับใจ ณ น้ําตกทัฟแฮนน๏อกสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics วันที่สาม 1 ตุลาคม 2555 กิจกรรม Campus Tour เยี่ยมชมและ ทาความรู้กับ State University of NewYork at Cortlandสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsวันที่สาม 1 ตุลาคม 2555กิจกรรม Campus tour (กิจกรรมเยี่ยมชมมหาวิทยาลัย) วันแรกของการทํากิจกรรมอยํางเป็นทางการ คณะของเรามีนัดหมายกับ Dr. Orvil L. Whiteเวลา 08:30น. โดย Dr. Orvil L. White มารับคณะเราตรงเวลานัดหมายเพื่อไปมหาวิทยาลั ยระหวํางทางพาเราแวะโรงเรียนประถมศึกษาแหํงหนึ่ง คือโรงเรียน Parker Elementary School เนื่องจากมีธุระที่จะต๎องมารับกุญแจรถคันใหมํกับนักศึกษาซึ่งเป็นผู๎ชํวยในการประสานงานกับทางมหาวิทยาลัยในเรื่องการใช๎รถยนต์ของมหาวิทยาลัยเพื่อบริการรับ – สํง คณะของเรา โดยนักศึกษาดังกลําวชื่อ แคลลี่ ซึ่งมาฝึกสอนอยูํที่โรงเรียนแหํงนี้ หลังจากจัดการเรื่องกุญแจรถคันใหมํเรียบร๎อยแล๎ว จึงนําเราไปสํงบริเวณหน๎า อาคารหอสมุดของมหาวิทยาลัย ในระหวํางที่รอ Dr. Orvil L. White นํารถไปคืนมหาวิทยาลัย สมาชิกทุกคนมีโอกาสได๎เยี่ยมชมหอสมุดและบริเวณโดยทั่วไปในเบื้องต๎น บรรยากาศบริเวณด๎านหน๎าอาคารหอสมุดและภายในหอสมุดของมหาวิทยาลัยสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics หลังจากที่จัดการเรื่องรถเรียบร๎อยแล๎ว Dr. Orvil L. White ได๎นําคณะของเราไปยังอาคารหลังหนึ่งตรงบริเวณด๎านหน๎ามหาวิทยาลัย เพื่อพบกับนักศึกษาผู๎ทําหน๎าที่เป็นไกด์แนะนํามหาวิทยาลัยให๎แกํคณะของเรา ในระหวํางรอเราสังเกตเห็นวํามีแขกหลายคณะที่มาเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยในวันนี้ ซึ่งแตํละคณะจะมีนักศึกษาทําหน๎าที่เป็นอาสาสมัครนําชมและแนะนําบริเวณตํางๆ ในมหาวิทยาลัย หลังจากนั้นจึงมีนักศึกษาชื่อเชลซี มาแนะนําตัวกับคณะของเรา แล๎วการทัวร์มหาวิทยาลัยจึงเริ่มต๎นขึ้น Dr. Orvil L. White พามาพบกับนักศึกษา ชื่อ เชลซี เพื่อนําพวกเราชมมหาวิทยาลัย เชลซี ซึ่งเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ทางด๎านวิทยาศาสตร์สุขภาพและตั้งใจจะเรียนตํอทางด๎านพยาบาลศาสตร์ ได๎เลําให๎ฟังถึงประวัติและข๎อมูลทั่วไปของมหาวิทยาลัย SUNY Cortland ตลอดจนข๎อมูลทางด๎านการจัดการศึกษาและการบริการของมหาวิทยาลัย เชลซี พาคณะของเราเยี่ยมชมอาคารสถานที่ของมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย SUNY Cortland เป็นมหาวิทยาลัยในเครือของ State University of New York ซึ่งมีประมาณสามสิบกวําแหํง เป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง ทางด๎านศึกษาศาสตร์ โดย ติดอันดับ หนึ่งในสิบของมหาวิทยาลัยที่จัดการศึกษาด๎านศึกษาศาสตร์ในประเทศสหรัฐอเมริกา เปิดทําการสอนตั้งแตํปี ค.ศ. 1868 โดยในชํวงแรกจัดตั้งเป็น The Cortland Normal School เดิมตั้งอยูํบริเวณใจกลางเมืองคอร์ทแลนด์ จนกระทั่งถูกไฟไหม๎ในปี ค.ศ. 1919 จึงได๎ย๎ายมาอยูํ ณ สถานที่ปัจจุบันตั้งแตํปี ค .ศ. 1923 เป็นต๎นมา จากนั้นก็มี การพัฒนาและขยายตัวมาเรื่อยๆ จนกระทั่งเติบโตเป็นระดับวิทยาลัยและเริ่มมีการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรี หลักสูตร 4 ปี ในปี 1941 และในปี 1948 จึงได๎รับการยกระดับให๎เข๎าเป็นมหาวิทยาลัยในเครือของthe State University of New York ในปัจจุบันได๎ เปิดทําการสอนกวํา 60 สาขาวิชา มีนักศึกษาประมาณ6,500 คนสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics เชลซีแนะนําตึกแรกที่นําเราไปถึงวําเป็นตึกที่เรียกวํา Old Main ซึ่งเป็นตึกที่เกําแกํที่สุดของมหาวิทยาลัย สร๎างมาตั้งแตํตอนที่ The Cortland Normal School ถูกไฟไหม๎ จึงย๎ายจากบริเวณดาวน์ทาวมาสร๎างอาคารหลังนี้เป็นหลังแรก และใช๎งานมานานจนตอนนี้เริ่มทรุดโทรม จนบางห๎องไมํได๎ใช๎งานแล๎ว ชั้นแรกมีห๎องเลคเชอร์อยูํห๎องหนึ่งซึ่งยังคงใช๎งานได๎และห๎องอื่นๆ สํวนใหญํจะเป็นสํานักงานของสาขาวิชาตํางๆอาทิ สาขาเศรษฐศาสตร์ สาขาวิชาจิตวิทยาเป็นต๎น โดยจะมีสํวนที่เป็นห๎องพั กอาจารย์ประจําสาขาวิชาตํางๆอยูํในบริเวณเดียวกันนั้นด๎วย เซลชีเลําให๎ฟังวํา ที่นี่จะมีข๎อกําหนดวํานอกจากจะมีชั่วโมงสอนแล๎ว อาจารย์แตํละทํานจะต๎องมีชั่วโมงสําหรับให๎คําปรึกษากับนักศึกษาของตนเองด๎วย โดยนักศึกษาที่ต๎องการคําปรึกษาหรือมีปัญหาในรายวิชาที่เรียนสามารถมาพบอาจารย์ผู๎สอนได๎ที่ห๎องพักประจําของอาจารย์ จากอาคารแรกเราเดินผํานอาคารหลังที่สอง ซึ่งกําลังอยูํในระหวํางการปรับปรุงจึงไมํได๎เข๎าไปเยี่ยมชม อาคารดังกลําวจะเป็นสถานที่เรียนทางด๎านพลศึกษา ภายในเป็นสระวํายน้ํา สนามกีฬาบางประเภท เนื่องจากในฤดูหนาวจะใช๎สนามภายนอกอาคารในการทํากิจกรรมไมํได๎ จึงต๎องมีสนามในอาคารให๎นักศึกษาได๎เรียนกันด๎วย อาคาร Old Main ซึ่งเป็นตึกที่เกําแกํที่สุดของมหาวิทยาลัย จากนั้นเชลซีนําคณะของเราเข๎าไปชมอาคารที่เป็นศูนย์การเรียนรวม (Lecture Hall) โดยภายในอาคารจะประกอบไปด๎วยห๎องบรรยายสําหรับรายวิชาตํางๆ (Lecture Room) อยูํจํานวนหลายห๎อง แตํละห๎องอาจบรรจุนักศึกษาได๎ตั้งแตํ 75 – 300 คนแล๎วแตํขนาดของห๎อง ภายในอาคารยังมีบริเวณที่จัดให๎นักศึกษาได๎นั่งทํางาน อํานหนังสือในระหวํางที่รอเวลาเข๎าเรียนอีกด๎วย อาคารตํางๆ ภายในมหาวิทยาลัยสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics จากนั้นเราจึงเข๎าไปชมอาคารคณะศึกษาศาสตร์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมการเรียนการสอนด๎านการศึกษาวิชาความเป็นครู โดยมีการเปิดสอนหลายสาขาวิชา ในห๎องเรียนแตํละห๎องจะมีการจัดบรรยากาศของห๎องให๎ใกล๎เคียงกับสภาพบรรยากาศการเรียนการสอนในระดับนั้นๆ เชํน ในห๎องเรียนของนักศึกษาสาขาปฐมวัยก็จะมีการจัดสภาพบรรยากาศให๎เหมือนชั้นเรียนปฐมวัยที่นักศึกษาจะต๎องไปสอนเลย เพื่อให๎นักศึกษาเคยชินและเข๎าใจสภาพบรรยากาศการเรียนการสอนจริงกํอน นักศึกษาที่เรียนศึกษาศาสตร์ใช๎หลักสูตรการเรียน 4 ปีและในหลักสูตรจะต๎องมีการสังเกตการสอนและมีการฝึกสอนด๎วย ในการฝึกสอนนักศึกษาสามารถที่จะเลือกได๎วําจะฝึกในโรงเรียนใกล๎ๆ มหาวิทยาลัยหรืออาจเลือกกลับไปฝึกสอนใกล๎บ๎านได๎เชํนกัน โดยมหาวิทยาลัยจะมีระบบติดตามนิเทศการฝึกสอนที่คอยติดตามดูแลชํวยเหลือให๎คําแนะนํานักศึกษาอยํางใกล๎ชิด การเรียนการสอนจะเน๎นกระบวนการให๎นักศึกษาได๎เรียนรู๎ถึงกระบวนการเรียนการสอนจริงในชั้นเรียนเลย โดยนักศึกษาจะมีบทบาทคล๎ายเป็นนักเรียนแล๎วอาจารย์ผู๎สอนจะจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให๎นักศึกษาได๎ปฏิบัติกิจกรรมที่สามารถนําไปเป็นตัวอยํางในการทํางานจริงได๎ หลังจากชมภายในบริเวณอาคารแล๎ว เราจึงออกมาภายนอกอาคารอีกด๎านหนึ่ง ซึ่งจะพบกับอาคารที่มีศูนย์การเรียนอนุบาลอยูํคล๎ายกับเป็นโรงเรียนสาธิต เป็นสถานที่ให๎นักศึกษาได๎ฝึกงานในเบื้ น โดยเด็กนักเรียนสํวนใหญํมักจะเป็นลูกหลานของอาจารย์และเจ๎าหน๎าที่ของมหาวิทยาลัย องต๎ อาคารเรียนของคณะศึกษาศาสตร์และโรงเรียนสาธิต สถานที่ตํอจากคณะศึกษาศาสตร์คือบริเวณโรงอาหารกลางของมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นอาคารสองชั้นมีร๎านขายสินค๎าและที่ทําการธนาคาร ตลอดจนสํานักงานตํางๆ ตั้งอยูํชั้นแรก และชั้นที่สองจะเป็นบริเวณของโรงอาหาร เชลซีเลําวําในบริเวณมหาวิทยาลัยมีโรงอาหารอยูํหลายแหํงตามอาคารตํางๆ ทั่วมหาวิทยาลัยนักศึกษาสามารถเลือกใช๎บริการที่ไหนก็ได๎ โดยแตํละแหํงสามารถเดินทาง ถึง อาคารเรียนได๎ไมํเ กิน 5 นาทีสํวนโรงอาหารกลางที่เราไปเยี่ยมชมถือเป็นโรงอาหารที่ใหญํที่สุด และให๎บริการในระบบเหมาจํายหรือระบบบุฟเฟุต์ โดยนักศึกษาสามารถใช๎บัตรนักศึกษาในการเข๎าไปใช๎บริการได๎เลยเนื่องจากคําบริการอาหารนักศึกษาได๎ชําระพร๎อมกับคําลงทะเบียนเรียนแล๎ว อาหารที่ให๎บริการมีมากมายหลายอยําง ทั้งแบบสั่งเป็นรายการอาหารตามสั่ง ซึ่งในแตํละวันจะมีเมนูไมํซ้ํากันอยูํบริเวณเคาน์เตอร์สํวนกลางของห๎อง นอกจากนี้ยังมี สลัดบาร์แฮมเบอร์เกอร์ พาสต๎า เบคอร์น ขนมบัง ฯลฯ เครื่องดื่มสารพัดชนิด (ไมํมีแอลกอฮอล์ ) ขนม ผลไม๎ รวมทั้งไอศครีมไว๎บริการอยํางเต็มที่อีกด๎วยสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics ออกจากบริเวณโรงอาหารกลาง ผู๎นําทาง พาเราไปเยี่ยมชมหอพักนักศึกษา ซึ่งมีอยูํหลาย อาคาร บางอาคารเป็นหอพักแบบห๎องรวม นอนห๎องละ 4 คน และใช๎ห๎องน้ํารวม สํวนอาคารที่ เชลซีพาเราไปชมเป็นหอพักแบบห๎องละ 2 คนและ ใ ช๎ห๎องน้ํา 2 ห๎องตํอห๎องน้ํา 1 ห๎อง มีเครื่องปรับอากาศไว๎บริการในแตํละห๎อง ภายใน อาคารจะแบํงห๎องพักนักศึกษาหญิงและชายออก จากกัน โดยให๎อยูํคนละฝั่งของอาคาร และจะมีห๎องสํวนกลางเป็นห๎องนั่งเลํนไว๎คอยบริการเครื่องเลํนตํางๆ อาทิ มีทีวี โต๏ะสนุกเกอร์ เครื่องเลํนกีฬา นอกจากนี้ยังมีบริการเครื่องซักผ๎า ซึ่งนักศึกษาสามารถตรวจสอบจากระบบในห๎องพักได๎วําขณะนั้นมีเครื่องวํางหรือไมํ และเมื่อไปใช๎บริการซักเสร็จแล๎วจะมีข๎อความแจ๎งไปยังนักศึกษาอีกด๎วย โดยคําหอพักและคําบริการทั้งหมดคิดรวมอยูํในคําลงทะเบียนเรียนแล๎ว ในระหวํางที่คณะของเราเดินชมบริเวณหอพักนั้น เราสามารถเข๎าเยี่ยมชมถึงในห๎องของนักศึกษาบางห๎องได๎ โดยในระหวํางนั้นเป็นชํวงที่มีการเปิดให๎ผู๎ปกครองของนักศึกษาที่สนใจมาเรียนที่นี่เข๎าเยี่ยมชมมหาวิทยาลัย จึงมีการเตรียมการให๎บาง ห๎องพักสามารถเปิดให๎เข๎าชมได๎โดยนักศึกษาเจ๎าของห๎องพักจะได๎รับคําตอบแทนจากทางมหาวิทยาลัยด๎วย ขั้นตอนการจองหอพักนักศึกษาจะต๎องทําการลงทะเบียนจอง แล๎วกรอกข๎อมูลสํวนตัวและข๎อมูลสําคัญ เชํน นิสัยสํวนตัว ความชอบ กิจกรรมที่ทํา สําหรับการจับคูํเพื่อนรํวมห๎องให๎ได๎เพื่อนที่มีนิสัยใกล๎เคียงกัน จากนั้นเจ๎าหน๎าที่จะทําการเลือกและตัดสินใจวําจะให๎นักศึกษาคนใดอยูํหอไหน ห๎องไหน และอยูํรํวมห๎องกับใคร โดยผู๎ที่ลงทะเบียนจองหอพักกํอนมีสิทธิจะได๎ห๎องพักดีๆ กํอน บรรยากาศภายในห๎องพักของนักศึกษา ห๎องนันทนาการของนักศึกษาภายในหอพัก จากบริเวณหอพักนักศึกษา คณะของเรามีโอกาสเข๎าเยี่ยมชมอาคารศูนย์กลางกิจการนักศึกษา ซึ่งเป็นอาคารที่ประกอบไปด๎วยร๎านอาหารหลายร๎านอยูํบริเวณชั้นที่หนึ่ง บนชั้นสองจะประกอบไปด๎วยสํวนประชาสัมพันธ์ ห๎องสํานักงานของชมรม สโมส รนักศึกษา และสํานักงานสภานักศึกษาของมหาวิทยาลัย(Student Government Office) ตั้งอยูํ นอกจากนี้ภายในยังมีห๎องพยาบาล ห๎องแนะแนว ศูนย์ที่ให๎คําปรึกษาแกํนักศึกษาที่ต๎องการทํางานหรือผู๎ที่จะออกไปหางานทํา ห๎องให๎คําปรึกษาโดยจิตแพทย์ห๎อง Student Health Service เป็นศูนย์การพยาบาลที่มีแพทย์อยูํประจําตลอดเวลาอีกด๎วย ในบริเวณอาคารดังกลําวยังเป็นที่ตั้งของสํานักงานตํารวจประจํามหาวิทยาลัย (University Police) คอยให๎บริการดูแลความสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง และยังคอยจัดกิจกรรมในด๎านการดูแลความปลอดภัยแกํนักศึกษา เชํ น การส อนศิลปะปูองกันตัวให๎กับนั กศึกษาด๎วย ถัดจากที่ทําการตํารวจประจํามหาวิทยาลัยเป็นยิมเนเซี่ยมที่ให๎บริการเครื่องออกกําลังกายแกํนักศึกษา ซึ่งเป็นห๎องที่มีขนาดคํอนข๎างใหญํ มีเครื่องมือออกกําลังกายไว๎บริการหลายชนิด นักศึกษาสามารถมาใช๎บริการได๎ตลอดเวลาโดยทางมหาวิ ทยาลัยเก็บคําธรรมเนียมพร๎อมกับคําลงทะเบียนเรียนแล๎วเชํนกัน ห๎องสํานักงานของชมรม สโมสรนักศึกษา ห๎อง Student Health Service จากอาคารศูนย์กลางกิจการนักศึกษา คณะของเราเดินตํอไปยังอาคารห๎องสมุดกลางซึ่งเป็นอาคารสี่ชั้น ภายในอาคารชั้นลํางเป็นบริเวณ สําหรับศึกษาค๎นคว๎าทั่วไป ในบริเวณดังกลําวยังมีร๎านขายอาหารและเครื่องดื่มไว๎บริการสําหรับนักศึกษา อีกด๎านหนึ่งของอาคารยังเป็นหนํวยบริการเทคโนโลยีการศึกษาของมหาวิทยาลัยอีกด๎วย จากการสังเกตและข๎อมูลที่ได๎จากเชลซีจะเห็นวําห๎อ งสมุดให๎บริการสิ่งอํานวยความสะดวกในการศึกษาค๎นคว๎าแกํนักศึกษาอยํางครบครัน ทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ ระบบอินเทอร์เน็ต อุปกรณ์สื่อเทคโนโลยีในการสืบค๎นตํางๆ บริการพริ้นท์เอกสารได๎จากทุกแหํงในมหาวิทยาลัย มีห๎องบริการสืบค๎นและ ทบทวนความรู๎เป็นกลุํมยํอยให๎บริการด๎วย โดยชั้น แรกจะคํอนข๎างพลุกพลําน แตํชั้นที่สองถึงชั้นที่สี่ เป็นบริเวณที่นักศึกษาค๎นคว๎าหาข๎อมูลความรู๎และ อํานหนังสือกัน จึงต๎องรักษามารยาทเรื่องการใช๎ เสียงอยํางเข๎มงวด ห๎องสมุดแหํงนี้เปิดให๎บริการ ตลอด 24 ชั่วโมง และมีการรักษาความปลอดภัย ให๎แกํนักศึกษาเป็นอยําง ดี อาสาสมัครแจ๎งเราวํา ตึกนี้เป็นตึกสุดท๎ายที่พาชมแล๎ว เราจะเดินกลับไป ยังตึกหน๎า ซึ่งเป็นจุดเริ่มต๎นของเราอีกครั้งระหวํางทางเดินกลับเชลซีพาเราเดินผํานอาคารคณะที่สอนทางด๎านศิลปะทุกด๎าน ภายในมีโรงละคร ห๎องจัดแสดงนิทรรศการผลงาน ห๎องดนตรี ฯลฯ อยูํภายในด๎วยแตํค ณะของเราไมํได๎เข๎าไปเยี่ยมชมภายในเนื่องจากอยูํในระหวํางปรับปรุงสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics เราใช๎เวลาเดินไมํนานนักก็ถึงจุดแรกที่เรามาพบเชลซี ที่บริเวณตึกหลังนี้เป็นสถานที่แรกในการต๎อนรับและรับรองผู๎ที่มาเยือนมหาวิทยาลัย คล๎ายเป็นศูนย์ข๎อมูลประชาสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัย จะเห็ นได๎วําผู๎ปกครองของนักศึกษาแตํละกลุํมที่มาเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยก็จะมาเริ่มต๎นและสิ้นสุดการเยี่ยมชมที่บริเวณนี้โดยจะมีนักศึกษาอาสาสมัครมาดูแลกลุํมละหนึ่งคน บริเวณดังกลําวมีเอกสารแนะนําข๎อมูลของมหาวิทยาลัยรวมทั้งข๎อมูลของคณะตํางๆ อยูํด๎วย นอกจากนี้ยังมีบริการเครื่องดื่มตํางๆ ทั้งน้ําชา กาแฟและน้ําอัดลมให๎กับผู๎มาเยี่ยมชมฟรีอีกด๎วย หลังจากเสร็จสิ้นการนําชมแล๎ว เราได๎กลําวขอบคุณเชลซีและ ดร.กานจุลี ได๎มอบของที่ระลึกเป็นการตอบแทนน้ําใจแกํเชลซี ภารกิจหลักใน วันนี้ของเราเสร็จสิ้นลง หลังจากขอบคุณเชล ซี เสร็จแล๎ว Dr. Orvil L. White นํา ดร.กานจุลี ไปพบกับคณบดีของคณะ ศึกษาศาสตร์ โดยให๎คณะ ของเรารออยูํตรงบริเวณ ห๎องรับรองแขกของ มหาวิทยาลัย หลังจาก ทั้งสองทํานเสร็จธุระจากการพบคณบดีแล๎ว คณะของเราจึงไปทานอาหารมื้อเที่ยงกันยังโ รงอาหารกลาง บริเวณดังกลําวยังมีร๎านขายของให๎คณะของเราได๎เลือกซื้อเสื้อและของที่ระลึกอื่นๆ อีกด๎วย หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจหลักวันนี้พวกเราได๎ทํากิจกรรมกันตามอัธยาศัย คณะของเราจึงได๎เดินชม สภาพทั่วไปของมหาวิทยาลัยอีกเล็กน๎อยแล๎วจึงกลับที่พักเพื่อเตรียมตัวและปรับตัวให๎พร๎อมสําหรับการเรียนรู๎และการทํากิจกรรมในวันตํอไป ด๎วยความเหนื่อยล๎า วันนี้จึงเป็นวันที่ทําให๎เราทุกคนได๎ทําความรู๎กับ SUNY Cortland มากยิ่งขึ้นสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics วันที่สี่ 2 ตุลาคม 2555 - สังเกตการสอนวิชาพื้นฐานทางการศึกษา - สังเกตการสอนวิชาAnatomy – Physology - สังเกตการสอนและร่วมกิจกรรมการเรียนวิชา ICT for Educationสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsวันที่สี่ 2 ตุลาคม 2555 สําหรับในวันนี้ เราตื่นแตํเช๎าและเดินเท๎าไปที่ SUNY Cortland เราจึงได๎มีโอกาสเก็บภาพบรรยากาศสวยๆ ของมหาวิทยาลัยกันพอประมาณกํอนถึงเวลาเข๎าสังเกตการสอนในชั้นเรียน ตํอจากนั้นเราได๎เดินทางไปพบกับ Dr. Orvil L. White ซึ่งวันนี้ได๎จัดเตรียมโปรแกรมไว๎ให๎พวกเราได๎เข๎ารํวม กิจกรรมสังเกตการสอนในหลายวิชาด๎วยกัน ภาพบรรยากาศสวยๆ ของมหาวิทยาลัย กิจกรรมแรก คณะของเราได๎เข๎าไปในห๎องเรียนหนึ่งซึ่งเป็นวิชาทางพื้นฐานการศึกษา แตํเราไมํได๎อยูํสังเกตการสอนเป็นระยะเวลานาน เป็นเพียงการเข๎าไปแนะนําตัวทีละคนให๎นักศึกษารู๎จักเทํานัน ซึ่งบรรยากาศ ้เป็นไปอยํางเป็นกันเอง และสังเกตเห็นวํานักศึกษาทุกคนจะมี iPad ที่จะพกติดตัวมาใช๎ในการเรียน โดยในเครื่องของนักศึกษาจะมีไฟล์ Powerpoint ที่อาจารย์ใช๎สอนอยูํด๎วย บรรยากาศในห๎องเรียน ตํอจากนั้น อาจารย์โอวิล ได๎พาคณะของเราไปสังเกตการเรียนการสอนของคณะวิทยาศาสตร์ ใน วิชาAnatomy – Physologyสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsกิจกรรม การสังเกตการเรียนการสอนวิชา Anatomy – Physology รหัสวิชา Bio 301/302/305 จํานวน 3 หนํวยกิต 12 weeks/เทอมรูปแบบการเรียนสอน 1) การบรรยาย ( Lecture 2 ครั้ง/สัปดาห์ ) 2) การปฏิบัติการทดลอง ( Lab 2 ชั่วโมง)เกณฑ์การผํานการเรียน 65 % อาจารย์ผู๎สอน Dr. Carie Georgeจํานวนนักศึกษาที่เรียน 21 คน นักศึกษาที่เรียน ชั้นปีที่ 3 – 4 สภาพห๎องปฏิบัติการ มีสื่อและอุปกรณ์การเรียนการสอนที่ทันสมัย มีโต๏ะปฏิบัติการจํานวน 6 ตัวมีเก๎าอี้ประจําโต๏ะปฏิบัติการ 4 ตัว/โต๏ะ ตู๎เก็บอุปกรณ์ มี LCD Projector คอมพิวเตอร์จํานวน 12 เครื่องในการสืบค๎นข๎อมูล และจากการจัดบรรยากาศของห๎องเรียนและการมีสื่อ อุปกรณ์ที่ครบถ๎วน สํงเสริมให๎เกิดบรรยากาศของการเรียนรู๎ และนักศึกษาเรียนกลุํมละ 3 - 4 คน ซึ่งเป็นจํานวนที่เหมาะสมตํอการเรียนเป็นกลุํม ภาพบรรยากาศในชั้นเรียน ซึ่งมีสื่อการสอนเป็นแบบจําลองตํางๆ และมีคอมพิวเตอร์ให๎นักศึกษาค๎นคว๎า กํอนหน๎านักศึกษาได๎เรียนภาคทฤษฏีและผํานการวัดผลมาแล๎ว สําหรับในคาบเรียนนี้เป็นภาคปฏิบัติโดยมีลําดับขั้นตอนดังตํอไปนี้ ขั้นที่ 1 เรียนรู๎จาก Application ของ Computer เพื่อศึกษาชื่อและการทํางานของกล๎ามเนื้อแตํละชนิด ผําน แอมมิเนชั่น (Ammination)สถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics ขั้นที่ 2 เรียนรู๎จาก Model กล๎ามเนื้ อคนที่ถอดประกอบเป็นมัดๆ ได๎ โดยศึกษาหนังสือประกอบtext book ชื่อหนังสือ Anatomy and Physiology The Unity of Form and Function ผู๎แตํง Saladin ขั้นที่ 3 เรียนรู๎จากสัตว์ดอง (แมว ) โครงสร๎างกายวิภาคของแมว โด ยให๎นักศึกษาแตํละกลุํมออกไประบุตําแหนํง ชื่อ และหน๎าที่ของกล๎ามเนื้อมัดตําง ๆ ให๎ถูกต๎อง การจัดกลุํมนักศึกษา ใช๎วิธีจัดให๎ นักศึกษา กลุํมเกํง กลาง อํอน คละรวมอยูํด๎วยกัน และจากการสังเกตการเรียนรู๎จากสื่อของจริง นักศึกษาศึกษา กล๎ามเนื้อแขน ขา และศึกษาจากคอมพิวเตอร์และบันทึกผลลงในใบกิจกรรม (worksheet) ทุกกลุํมมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู๎ สนทนา ซักถาม และมีอาจารย์คอยดูแลใกล๎ชิดให๎คําแนะนํา โดยอาจารย์จะเดินไปดูแลนักศึกษาในแตํละกลุํมและนักศึกษาจะตั้งคําถามเมื่อมีข๎อสงสัยและอาจารย์จะให๎คําแนะนําชํวยเหลือและอธิบายเพิ่มเติม เมื่อนักศึกษาตอบถูกต๎องอาจารย์จะเสริมแรงให๎คําชมให๎กําลังใจ ท๎ายคาบมีการทดสอบการเรียนรู๎จากใบงานและนักศึกษาทุกคนสํงใบงานให๎กับคุณครู และนักเรียนจะตรวจสอบคําตอบจากเฉลยคําตอบที่ติดอยูํบนกระดานในห๎อง และถ๎ามีคําตอบที่ผิดนักเรียนจะแก๎ไขคําตอบให๎ถูกต๎องและปรับคะแนนให๎ผํานเกณฑ์(นักศึกษาที่ปรับคะแนนคือนักศึกษาที่มีคะแนนต่ํากวําเกณฑ์ทําให๎นักศึกษาได๎ประเมินตนเอง) ประโยชน์ที่ได๎รับและแนวทางในการนําไปใช๎ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนคือได๎ความรู๎ความเข๎าใจและแนวทางในการนําไปประยุกต์ใช๎ ในการจัดการเรียนรู๎ในห๎องเรียน วิชาชีววิทยา เกี่ยวกับAnatomy – Physology ในประเทศไทยสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsกิจกรรมสังเกตการสอนและร่วมกิจกรรมการเรียนวิชา ICT for Education ในชํวงบําย คณะของเราได๎มีโอกาส สังเกตการสอนและรํวมกิจกรรมวิชา EDU315 Critical MediaLiteracy สอนโดย Dr.Shu Fang Shi ซึ่งเราได๎มีโอกาสได๎ รํวมกิจกรรม กับนักศึกษาชั้นปีที่ 3 วิชาเอกChildhood Education จํานวนประมาณ 20 คน อาจารย์ Dr. Orvil L. White ได๎แนะนําพวกเราตํอ Dr.ShuFang Shi และเหลําบรรดานักศึกษา หลังจากที่ อาจารย์ Ovil White ได๎แนะนําพวกเราตํอ Dr.ShuFang Shi และเหลําบรรดานักศึกษาแล๎ว เราได๎รับโอกาสให๎พวกเราเข๎าไปอยูํรํวมกลุํมกับนักศึกษาแตํละกลุํม เพื่อทํากิจกรรมรํวมกัน หลังจากที่ได๎พูดคุยทําความรู๎จักกันแล๎ว Dr.Shu Fang Shi ได๎แนะนําให๎เราได๎เห็นถึงการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ผํานทางเว็บไซต์http://edu315.wikispaces.com/ซึ่งในการจัดการเรียนการสอนนี้ประกอบด๎วย 7 Projectได๎แกํ Project 1 Come to the Edge Project 2 E-Portfolio Project 3 M-Learning Project 4 Standard Project 5 Audio-Video Projector Project 6 Smart Board Project 7 Manage my class สําหรับในวันนี้ พวกเราได๎รับโอกาสให๎เข๎ารํวมกลุํมของนักศึกษาที่จัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์โดยสมัครเข๎าใช๎งานเว็บไซต์ www.edmodo.comซึ่งเป็น Freeware คล๎ายกับ Facebook ที่สามารถนํามาใช๎บริหารจัดการในการจัดการเรียนการสอนได๎เป็นอยํางดี นอกจากนี้ Dr.ShuFang Shi ได๎มอบหมายให๎นักศึกษาสัมภาษณ์พวกเราเกี่ยวกับเรื่องตํางๆ เชํน ประวัติสํวนตัว อาหารไทย จังหวัดที่อาศัย และสิ่งที่สนใจ เป็นต๎นจากนั้นให๎นักศึกษาโพสต์ข๎อมูลจากการสัมภาษณ์ลงใน Edmodo ของกลุํม แล๎วให๎นักศึกษาออกมานําเสนอตํอจากนั้นเป็นการทํากิจกรรม Project 5 Audio-Video Projector ซึ่ง Dr.Shu Fang Shi ได๎นําเสนอรูปแบบและวิธีการใช๎ Freeware และ Application ตํางๆในการตัดตํอวีดิโอ และชํองทางเผยแพรํวีดิโอออนไลน์สถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsโดยได๎เปิดคลิปวีดิโอจาก Youtube เพื่อนําเสนอการใช๎ imovie ซึ่งเป็น Appliction หนึ่งใน Appstoreเพื่อใช๎ในการตัดตํอวีดิโอ ซึ่งได๎มี ตัวอยํางผลงานของนักศึกษามาเปิดให๎เราชม แล๎ว Dr.Shu Fang Shiจึงมอบหมายงานให๎ถํายทําคลิปวีดิโอสั้นๆ โดยให๎พวกเราทุกคนถํายภาพรํวมกัน รํวมกับนักศึกษา Dr.Shu Fang Shi จัดการเรียนการสอนผํานเว็บไซต์ www.edmodo.com และให๎นักศึกษาออกมานําเสนอ กํอนจบการสังเกตการสอนวิชานี้ พวกเราได๎มีโอกาสนําเสนอความเป็นไทยและเผยแพรํวัฒนธรรมโดยการให๎ทุกคนรํวมกันรําไทยในบทเพลง ลอยกระทง ไปรอบๆห๎อง และจบปิดท๎ายด๎วยการรํวมกันเต๎นเพลงฮิตอยําง Gangnam Style กันอยํางสนุกสนาน และประทับใจจัดกิจกรรมเผยแพรํวัฒนธรรมไทยนํานักศึกษารําวง ถํายภาพรํวมกับนักศึกษา จากการเข๎ารํวมกิจกรรมนี้ ทําให๎ได๎รับความรู๎ ความเข๎าใจ และเห็นตัวอยํางในการนํา ICT มาใช๎ในการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนครูสามารถเปิดโอกาสให๎นักเรียนได๎ใช๎ Freeware และ Application ตํางๆเป็นเครื่องมือทางปัญญาในการสะท๎อนผลการเรียนรู๎ได๎เป็นอยํางดี ซึ่งนับวําเรื่อง ICT นี้เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ครูต๎องตระหนักและให๎ความสําคัญในการจัดการเรียนรู๎ในศตวรรษที่ 21 การที่พวกเราได๎มีโอกาสมารํวมสังเกตการเรียนการสอนรํวมกับนักศึกษาในวันนี้จึงนับวําเป็นประสบการณ์ตรงที่มีคุณคํา ทําให๎ได๎แนวทางในการนําICT ไปปรับใช๎ในการจัดการเรียนรู๎ให๎เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทยตํอไปสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics วันที่ห้า 3 ตุลาคม 2555 - สังเกตการสอนวิชา Teaching Science - สังเกตการสอนวิชา Teaching Elementary Science - สังเกตการสอนวิชา Geology - สังเกตการสอน เรียนรู้เกี่ยวกับ Multi-stage, Binary Classify - เยี่ยมชมสวนสาธารณะ เมือง Cortlandสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsวันที่ห้า 3 ตุลาคม 2555 สําหรับในวันนี้ Dr. Orvil L. White ได๎จัดเตรียมโปรแกรมไว๎ให๎พวกเราได๎เข๎ารํวม กิจกรรมสังเกตการสอน ในหลายวิชาด๎วยกันซึ่งมีรายละเอียด ดังตํอไปนี้กิจกรรมสังเกตการสอนวิชา Teaching Science เช๎านี้คณะของเรา ได๎มีโอกาสสังเกตการจัดการเรียนรู๎แบบ5E ในชั้นเรียนของ Dr.John Pinto นักศึกษาที่มาเรียนในชั่วโมงนี้ผํานการเรียนรู๎เบื้องต๎นเกี่ยวกับ 5 E มาบ๎างแล๎ว เริ่มชั้นเรียนนักศึกษาได๎นําการบ๎าน มานําเสนองานเป็นงานกลุํมโดยนักศึกษาแตํละกลุํม ได๎ศึกษาขั้นตอนการจัดการเรียนรู๎แบบ5E กลุํมละ1 ขั้นแล๎วนํามาเขียนลงใน Frayer Model ที่แบํงเป็นสี่ชํองโดยตรงกลางเขียนหัวข๎อที่ต๎องการนําเสนอ ซึ่งก็คือชื่อของขั้นตํางใน 5 Eในชํองด๎านบนซ๎ายให๎บอกความหมาย ชํองบนขวาให๎บอกลักษณะชํองลํางซ๎ายให๎เสนอตัวอยําง และชํองด๎านลํางขวาบอกสิ่งที่ไมํใชํตัวอยําง ภาพแสดง Frayer Model Diagram นักศึกษานําเสนอแผนผังมโนทัศน์สถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics เมื่อ แตํละกลุํมนําเสนอจบ อาจารย์จะรํวมอภิปรายกับนักเรียนทั้งชั้นเรียน สลับกับการตั้งคําถามจนได๎ข๎อสรุป จากนั้นอาจารย์ก็จะสาธิตการสอนวิทยาศาสตร์ โดยใช๎การจัดการเรียนรู๎แบบ 5 E Dr.John Pinto นํานักศึกษาอภิปราย ในขั้น Engage ใช๎หนังสือนิทานสําหรับเด็ก มาสร๎างความสนใจ ในขณะที่ผู๎สาธิตอํานนิทานให๎นักเรียนฟัง ก็จะใช๎คําถามให๎นั กเรียนคิดเกี่ยวกับเรื่อง ที่อําน การใช๎นิทานประกอบการสอน นับเป็นการปลูกฝังนิสัยรักการอํานให๎กับนักเรียนโดยที่นักเรียนไมํรู๎ตัว เมื่อฟังนิทานจบครูแจกกระดาษ ที่มีข๎อความจากเรื่องที่อําน ให๎นักเรียนแตํละกลุํมรํวมกันวิเคราะห์วําข๎อความใดเป็นการสังเกต ข๎อความใดเป็นกา รลงความคิดเห็น ซึ่งเป็นการฝึกทักษะการสังเกตและการลงความคิดเห็นแทรกไปในกิจกรรมการเรียนการสอน จากนั้นเข๎าสูํขั้น Explore จากเรื่องที่อํานพูดถึงมนุษย์ตํางดาว ครูนํากลํองดํา (กลํองใสํฟิล์มถํายรูป )สมมติเป็นสิ่งที่มาจากตํางดา ว ให๎นักเรียนคนละ 1 กลํอง จากนั้นแจกใบงาน คนละใบ พร๎อมกลํองดําคนละ 1 กลํอง ในใบงานมีกิจกรรมให๎นักเรียนหามวลของสิ่งของที่อยูํข๎างในกลํองเขยําแล๎วฟังเสียงวัตถุภายในทดสอบการเป็นแมํเหล็ก โดยมีกติกาวําเปิดกลํองในระหวํางปฏิบัติกิจกรรมไมํได๎ เพราะเป็นสารกัมมันตรังสีจากนั้นนําข๎อมูลทั้งหมดมาลงข๎อสรุปลักษณะของสิ่งที่อยูํภายในกลํอง การปฏิบัติกิจกรรมในขั้นนี้ นักเรียนทุกคนได๎ลงมือปฏิบัติด๎วยตนเอง และยังได๎ฝึกทักษะการสังเกต การลงความคิดเห็นจากข๎อมูลที่มีอยูํโดยไมํรู๎ตัวถ๎าได๎ฝึกบํอยๆจะเกิดเป็นนิสัยสํวนตัวสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics ในขั้น Explain ครูใช๎คําถามให๎นักเรียนตอบจากการลงข๎อสรุปของตนเองเกี่ยวกับของที่อยูํ ภายในกลํอง โดยให๎นักเรียนแบํงกลุํมตามคําตอบของตนเองเป็นสองกลุํมได๎แกํ กลุํมที่คิดวําของ ในกลํองมีอํานาจแมํเหล็ก กับ ไมํมีอํานาจแมํเหล็ก จากนั้ นให๎นักเรียนจับคูํกับเพื่อนที่คิดวํามีคําตอบเหมือนกัน พูดคุยกันเกี่ยวกับสิ่งที่อยูํในกลํอง จากนั้นจึงให๎เปิดกลํองดูสิ่งที่อยูํข๎างใน นักเรียนจะเรียนรู๎ด๎วยตนเองวํา สิ่งที่ลงข๎อสรุปนั้นใกล๎เคียงกับความเป็นจริงมากน๎อยเพียงใด ในขั้นสุดท๎าย Elaborate อาจารย์ให๎นักศึกษาได๎เลือกหนังสืออํานสําหรับเด็กเพื่อนําไปใช๎ ออกแบบการสอนของตนเองเป็นการบ๎าน และนํามาสาธิตการสอนในครั้งตํอไปสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics จากการสังเกตการสอนในชั่วโมงนี้พบวําการสอนให๎นักศึกษารู๎จัก เข๎าใจ และนําการ จัดการเรียนรู๎แบบ 5E ไปใช๎ได๎จริงนั้น ไมํได๎ให๎นักศึกษาเรียนรู๎จากเนื้อหาในตํารา แตํให๎นักศึกษาได๎เรียนรู๎ขั้นตอนจากการค๎นคว๎าด๎วยตนเอง ฝึกปฏิบัติตามขั้นตอนการสาธิต นักศึกษามีสํวนรํวมในการสาธิตการสอน โดยสมมติ ให๎เป็นนักเรียน ทําให๎เข๎าใจขั้นตอนการสอน และในขั้นประเมินผลที่ให๎นักศึกษาออกแ บบการจัดการเรียน การสอนของตนเอง เป็นการประเมินผลที่สามารถบอกได๎วํานักศึกษามีความเข๎าใจในการ จัดการเรียนรู๎ แบบ 5Eมากน๎อยแคํไหน นอกจากนี้จะเห็นวําในทุกขั้นตอนการจัดการเรียนรู๎ ครูจะตั้งคําถามให๎นักเรียนได๎คิดอยูํเสมอซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งสําคัญ เป็ นการปลูกฝังกระบวนการคิดของนักเรียนไปโดย ไมํรู๎ตัว ถ๎าได๎รับการฝึกบํอยๆนักเรียนจะมีวิธีการคิดอยํางเป็นระบบ รับฟังเกี่ยวกับแหลํงเรียนรู๎เพิ่มเติม จาก Dr.John Pintoกิจกรรมสังเกตการสอนวิชา Teaching Elementary Science นับเป็นโอกาสที่ดีมากที่ห๎องเรียนถัดไปที่เราได๎สังเกตการสอนเป็นนักศึกษาที่ผํานกระบวนการเชํนเดียวกับห๎องแรกมาแล๎ว ชั่วโมงนี้เป็นการนําการบ๎านจากคราวที่แล๎วมานําเสนอการออกแบบการสอนของตนเอง อาจารย์ที่สอนชื่อวํา Dr.Susan มีบุคลิกของความเป็นครูสูงมาก ทําทางใจดี แลดูอบอุํน นํารัก และยิงประทับใจมากเมื่อเห็นนักศึกษาเข็นรถที่มีสื่อการสอนของอาจารย์แบบเต็มรถเข๎ามาในห๎องเรียน จากนั้นเป็น ่สาธิตการสอนของนักศึกษากลุํมที่ 1 สอนเรื่อง Moon Face Dr.Susan โชว์หนังสือเกี่ยวกับดวงจันทร์ที่นักศึกษาอํานให๎ฟังสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics เริ่มที่ขั้น Engage ครูอํานหนังสือสําหรับเด็กเป็นเรื่องเกี่ยวกับดวงจันทร์ ให๎นักเรียนฟัง ในขณะที่อํานก็เดินไปรอบๆห๎องให๎นักเรียนได๎เห็นภาพในหนังสือ พร๎อมกับตั้งคําถามถึงขนาดของดวงจันทร์กับคนให๎เปรียบเทียบระหวํางใหญํกับเล็ก เมื่ออํานกลุํมที่ 1 จบ ครูก็จะอํานเลํมที่ 2 ให๎นักเรียนฟัง หนังสือเลํมที่ 2เป็นหนังสือที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับดวงจันทร์ พร๎อมทั้งตั้งคําถามในระหวํางการอําน กิจกรรมใน ขั้น Engage ขั้น Explore ครูแจกสื่อการสอนที่ เรียกวํา Moon pop ซึ่งทํา จากโฟมกลมๆขนาดเทําลูกปิงปองมีด๎ามจับ ให๎กับนักเรียน คนละ 1 อัน สมมติวําสื่อนี้เป็นดวงจันทร์ จากนั้นครูให๎นักเรียนสมมติวําหัวของเราคือโลก จมูกคือบ๎านของเรา ดวงไฟคือดวงอาทิตย์การที่เราเห็นดวงจันทร์จึงไมํใชํเงาของโลกไปบัง ครูให๎นักเรียนนําสื่อที่แจกให๎ไปสํองกับ ไฟหน๎าโปรเจคเตอร์ สมมติให๎ไฟจากโปรเจคเตอร์คือดวงอาทิตย์ ให๎นักเรียนหมุนสื่อไปช๎าๆ แล๎วสังเกตการสวํางของ Moon pop กิจกรรมใน ขั้น Explore ขั้น Explain ครูแจกสื่อลูกกลมๆทําจากโฟมมี ขนาดเทําลูกฟุตบอลเล็ก ด๎านหนึ่งระบายสีดํา อีกด๎านมีสีขาวของโฟม ให๎นักเรียนกลุํมละ 1 ลูก นําไปวางไว๎กลางโต๏ะ นักเรียนแตํละคนได๎รับ กระดาษสีดําขนาด A4คนละ 1 แผํน และชอล์ค คนละ 1 แทํง จากนั้นให๎นักเรียนที่นั่งอยูํรอบๆโต๏ะ วาดภาพดวงจันทร์ที่เห็นลงบนกระดาษสีดํา จากนั้นให๎ทุกคนหมุนตําแหนํงรอบๆโต๏ะ แล๎ววาดภาพดวงจันทร์ในตําแหนํงตํางๆสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics กิจกรรมใน ขั้น Explain ขั้น Elaborate ครูให๎นักเรียนจับคูํ วาดภาพดวงจันทร์ตามใบงานที่ได๎รับ ลงบนกระดาษวาดภาพให๎นักเรียนถือภาพไปหน๎าห๎องแล๎วยืนเรียงลําดับรูปรํางของดวงจันทร์ที่เราจะสังเกตเห็นครูและนักเรียนรํวมกันอภิปรายความถูกต๎องของภาพและการเรียงลําดับ ขั้นสุดท๎าย Evaluate ในขั้นนี้อาจใช๎การทดสอบหรือให๎นักเรียนเก็บข๎อมูการสังเกตดวงจันทร์ ในแตํละวัน ล จากนั้นเป็นการนําเสนอการสอนของกลุํมที่ 2 เรื่อง Parasite เริ่มด๎วยขั้น Engage ครูแจกกระดาษให๎นักเรียนคนละ 1 แผํน ให๎นักเรียนเขียนสิ่งที่รู๎ สิ่งที่ต๎องการรู๎และสิ่งที่เรียนรู๎เกี่ยวกับพืช ตามหลัก KWL จากนั้นครูอํานหนังสือสําหรับเด็กเกี่ยวกับเหา กิจกรรมใน ขั้น Engageสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics ขั้น Explore ครูแจกต๎ นพืชชนิดหนึ่ง บริเวณลําต๎นจะมีกระเปาะสีเขียวพองออกมา ดอกเล็กๆสีเหลือง แวํวขยาย และไม๎บรรทัด ให๎นักเรียนสังเกตสิ่งที่พบบนต๎นพืช แตํละกลุํมรํวมกันศึกษา นําเสียดายที่เราได๎มีโอกาสสังเกตการสอนของกลุํมที่ 2 แคํสองขั้น เนื่องจากหมดเวลา กิจกรรมใน ขั้น Explore คณะของเรามีสํวนรํวมในการทํากิจกรรมอยํางสนใจ จากการสังเกตการสอน พบวํา ในระหวํ างที่นักศึกษา สาธิตการสอน อาจารย์จะรํวมชี้แนะให๎แก๎ไขในเรื่องตํางๆ ในทันทีที่นักศึกษาปฏิบัติไมํถูกต๎อง เชํน การอํ านหนังสือต๎องเดินไปรอบๆห๎องให๎นักเรียนได๎สังเกตเห็นภาพในหนังสือด๎วย เสียงที่พูดต๎องไมํเบาจนเกินไป และไมํควรพูดเร็ว การใช๎คําถามกับนักเรียนในแตํละกิจกรรม ฯลฯ สิ่งเหลํานี้เป็นเรื่องที่ครูผู๎สอนมักจะละเลยในการฝึกปฏิบัติ จะเห็นได๎วําการจัดการเรียนการสอนของอเมริกาเป็นการสอนที่เน๎นกระบวนการฝึกปฏิบัติมากกวําความรู๎ นักศึกษาที่เรียนด๎านการสอนก็ต๎องเรียนวิธีการจัดการสอนอยํางลึกซึ้งจนสามารถออกแบบการสอนของตนเองได๎อยํางเหมาะสม สิ่งที่ชื่นชมอีกเรื่องคือการฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์สอดแทรกในขั้นตอนการจัดการเรียนการสอนโดยไมํแยกออกจากกัน การใช๎คําถามฝึกให๎นักเรียนคิด สิ่งเหลํานี้เป็นสิ่งสําคัญที่สามารถพัฒนาการจัดการเรียน การสอนให๎ได๎คุณภาพทําให๎สามารถสร๎างทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณคําได๎สถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsกิจกรรมสังเกตการสอนวิชา Geologyวิชา environmentals of formation Rock Lab Part 2 รหัส EDU 374ผู๎สอน Mrs. Julie Barelay ในชํวงบําย คณะของเราได๎มีโอกาสเข๎าสังเกตการสอนวิชา ธรณีวิทยา ของคณะวิทยาศาสตร์ ซึ่งได๎เห็นถึงการจัดการเรียนการสอนที่มีกระบวนการพัฒนาความรู๎ความเข๎าใจของนักศึกษา บร รยากาศของห๎องเรียนโดยทั่วไป รอบๆห๎องเรียนมีสื่อการเรียนการสอน เชํน ตัวอยํางหิน ตัวอยํางแรํ และแบบจําลองทางธรณีวิทยาตํางๆมากมาย บุคลิกของอาจารย์ผู๎สอนที่คํอนข๎างนิ่ง สุขุม และเครํงครัดในระเบียบวินัยมากสําหรับกิจกรรมการเรียนการสอนในคาบเรียนนี้ เริ่มต๎นด๎วยกา รแจกผลการทดสอบบํอย ครั้งที่แล๎วให๎กับนักศึกษา และให๎นักศึกษาทําการทดสอบยํอยครั้งตํอไป โดยกําหนดเวลาประมาณ 10 นาที เมื่อหมดเวลานักศึกษานํากระดาษคําตอบไปสํงอาจารย์ จากนั้นแจกใบงานและใบความรู๎ให๎นักศึกษาได๎ศึกษาเรียนรู๎และตอบคําถามโดยอาจารย์เป็นผู๎นําอภิปรายในชั้นเรียน และอธิบายเพิ่มเติมโดยใช๎สื่อ Powerpoint ประกอบ ในสํวนเนื้อหาประกอบด๎วย รูปภาพตําง ๆ และเป็น VDO เชํน - เปรียบเทียบระหวํางระบบนิเวศในน้ํากับระบบนิเวศบนบก (ในเมือง) - Volcanic Ash – Pyroclatics intrusive ligneous - Lava flows - ocean Spreading Ridge - River Stream Beach - Sedimentary Rock - Meandering Stream - Cut Banks out off Oxbow Lake Discharge - Food Plain บรรยากาศการจัดการเรียนการสอนวิชา Geologyสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics หลังจาก Mrs. Julie Barelay อธิบายเสร็จแล๎ว ให๎นักศึกษาแตํละกลุํมได๎ศึกษา Model การกัดเซาะหน๎าห๎องเรียน โดยนักศึกษาทุกกลุํมหมุนเวียนไปศึกษา และทํากิจกรรมตามใบงาน นักศึกษาได๎ลงมือปฏิบัติจริงและสังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โดยมีอาจารย์เป็นผู๎คอยให๎คําแนะนําและอธิบายอยํางใกล๎ชิดนักศึกษาทําการทดลอง การกัดเซาะของแผํนดิน นักศึกษาศึกษาใบความรู๎ในการทําใบงาน จากการสังเกตการสอน พบวํา นักศึกษาทุกคน มีแฟูมสะสมงานของตนเอง (Portfolio) เชํนใบความรู๎ ใบงาน แบบฝึกหัด ผลการทดสอบ และบนโต๏ะเรียนในคาบสอนของครั้งนี้ อาจารย์ได๎แจกเอกสาร สื่อ เป็นใบความรู๎วางไว๎บนโต๏ะให๎นักเรียนได๎ศึกษา และสภาพของห๎องเรียนเอื้อตํอการเกิดการเรียนรู๎กลําวคือ โต๏ะเรียนของนักศึกษา ประกอบด๎วยลิ้นชัก 3 ลิ้นชัก และในลิ้นชักมีสื่อตัวอยํางหิน ทุกชนิดไว๎ให๎นักศึกษาได๎ศึกษา และการจัดสภาพแวดล๎อมของห๎อง มีภาพประกอบเป็นสื่อในเนื้อหาที่เรียนทางด๎านธรณีวิทยา มีตู๎เก็บอุปกรณ์ซึ่งจัดวางตัวอยํางหินเป็นจํานวนเพียงพอตํอการเรียนการสอน ไว๎อยํางเป็นระเบียบตามชนิดของหินเพื่อให๎นักศึกษาได๎เรียนรู๎เพิ่มเติม ดังนั้น ในการสังเกตการจัดการเรียนการสอนในวิชา Geology นี้ทําให๎คณะของเราได๎เห็นถึงกระบวนการจัดการเรียนการสอน ที่เน๎นผู๎เรียนเป็นสําคัญ ได๎เห็นถึงบทบาทของอาจารย์ที่เป็นผู๎เอื้ออํานวยให๎เกิดการเรียนรู๎โดยใช๎สื่อการสอนและการทํากิจกรรมอยํางหลากหลายที่สํงเสริมให๎กศึกษาได๎ลงมือปฏิบัติจริง ซึ่งสามารถนําไป นัเป็นแนวทางในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนในระดับมัธยมศึกษาของประเทศไทยได๎ตํอไปกิจกรรมสังเกตการสอน เกี่ยวกับ Multi-stage, Binary Classify ตํอจากนั้น วันนี้คณะของเรายังได๎รับโอกาสพิเศษในการเข๎ารํวม การจัดการเรียนกา รสอนในวิชาของDr. Orvil L. white เกี่ยวกับการจัดจําแนกสิ่งตํางๆ โดยตอนเริ่มต๎นคาบเรียนได๎นําเสนอตัวอยํางการจัดจําแนกกระดุมผําน ppt ที่มีลําดับขั้นตอนในการจัดจําแนกหลายขั้นเพื่อให๎นักศึกษาเข๎าใจความหมายของคําวําBinary Classification ซึ่งในการจัดจําแนกนี้ จําเป็นต๎องแยกความแตกตํางออกเป็นทีละกลุํมโดยอาศัยความแตกตํางกันอยํางชัดเจน ซึ่งการอธิบายความหมายของคําวํา “ความแตกตํางอยํางชัดเจน ” ได๎ใช๎วิธีการยกตัวอยํางลักษณะทางพันธุกรรมของมนุษย์หลายๆ ลักษณะ เชํน การมีกระหรือไมํมีกระ การมีลักยิ้มหรือไมํมีลักยิ้ม ถนัดมือซ๎ายถนัดมือขวา การมีติ่งหูหรือไมํมีติ่งหู ลักษณะของเชิงผม ลักษณะการหํอลิ้น ฯลฯสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics รับฟังการบรรยาย กับ Dr. Orvil L. white จากนั้นแบํงนักศึกษาเป็นกลุํม แตํละกลุํมจะมีกระดานสําหรับเขียน ปากกา และแปรงลบกระดานจากนั้น Dr. Orvil L. white แจกถุงที่บรรจุตุ๏กตาสัตว์หลากหลายชนิดๆ ละ 1 ตัว แล๎วให๎นักศึกษาแตํละกลุํมจําแนกตัวอยํางสิ่งมีชีวิตออกทีละ 2 กลุํม (โดยจะต๎องจําแนกให๎ได๎สองกลุํมตามลักษณะที่แตกตํางกัน )จนกระทั่งเหลือไมํสามารถจําแนกออกได๎อีกแล๎ว ในแตํละครั้งของการจําแนก นักศึกษาจะต๎องบันทึกเกณฑ์ที่ใช๎ในการจําแนกลงบนกระดานของกลุํม ในระหวํางที่นักศึกษาทํากิจกรรมนี้ Dr. Orvil L. white จะเดินไปตรวจสอบกระดานของแตํละกลุํม และให๎คําแนะนํากับกลุํมที่อาจจะมีปัญหาในการจัดจําแนก รํวมกิจกรรมจําแนกประเภทของสัตว์ โดยใช๎เกณฑ์ที่กําหนดขึ้นเอง เมื่ อแตํละกลุํมทํากิจกรรมของตนเองเสร็จสิ้นแล๎ว Dr. Orvil L. white จะใช๎คําถามเพื่อชํวยให๎ได๎ข๎อสรุปเกี่ยวกับการจัดจําแนก โดยให๎อาสาสมัครหนึ่งคนออกมาเขียนข๎อสรุปที่เกิดจากการอภิปรายทั้งชั้นเรียน บนกระดานสิ่งที่ได๎รับจากการสังเกตชั้นเรียน 1. ในระหวํางการทํากิจกรรมในชั้นเรียนของนักศึกษาครูจะให๎ความสนใจ คอยสังเกตและให๎คําแนะนํา กับทุกๆ คน 2. สื่อและอุปกรณ์ที่ใช๎เป็นอุปกรณ์งํายๆ ที่สามารถหาได๎งําย 3. ในการตรวจสอบความพร๎อมของชั้นเรียน จะใช๎การแสดงสัญญาณมือ เมื่อนักศึกษาตอบรับทั้งหมด จึงจะเริ่มกิจกรรมตํอไปสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsกิจกรรมทัศนาจรสวนสาธารณะ เมือง Cortland หลังจากที่วันนี้เราเหน็ดเหนื่อยกับการสังเกตการสอนที่มหาวิทยาลัยมาทั้งวัน จึงได๎มีโอกาสเดินเยี่ยมชมทัศนียภาพ และธรรมชาติรอบๆเมือง Cortland ซึ่งกําลังอยูํในชํวงใบไม๎เปลี่ยนสี ทั้งสีแดงและสีเหลืองแตํงแต๎ มสีสันให๎เมืองนี้สวยงามเป็นอยํางยิ่ง คณะของเราได๎มีโอกาสไปเยี่ยมชมสวนสาธารณะที่มีพืชพรรณที่สวยงามแปลกตา และมีสวนสัตว์เล็กๆ ที่ให๎เราได๎ไปพักผํอนหยํอนใจให๎อาหารสัตว์ พร๎อมกับเก็บภาพแหํงความประทับใจอีกด๎วยสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics วันที่หก 4 ตุลาคม 2555 - สังเกตการสอนของคณะวิทยาศาสตร์ในวิชา Biology514 Mammalian Physiology Lab#6 Muscle Physiology - สังเกตการสอนวิชา Advance computer Mapping โดย Dr.Miller เกี่ยวกับ การใช๎ ESRI software ในทางปฏิบัติการ ภูมิศาสตร์ - สังเกตการสอนวิชา Earth science lab for elementary teachers (Hydrology)สถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsวันที่หก 4 ตุลาคม 2555เวลา 9.30 – 10.30 น.วิชา สรีรวิทยาของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้านม (Mammalian Physiology)เนื้อหา Skeleton Physiology ในคาบเรียนนี้เป็นการทําปฏิบัติการเกี่ยวกับการทํางานกล๎ามเนื้อลายของมนุษย์โดยศึกษาลักษณะเซลล์กล๎ามเนื้อลายผํานกล๎องจุลทรรศน์ และศึกษาการทํางานของกล๎ามเนื้อลาย ขาหน๎าของกระตําย และจากกิจกรรมอีกหลายๆ อยําง โดยเริ่มต๎นคาบเรียน ครูผู๎สอนได๎พูดคุยกับนักเรียนเล็กน๎อยกํอนเริ่มการเรียนการสอน จากนั้นครูผู๎สอนชี้แจงเรื่องที่ต๎องเรียน และอธิบายการใช๎อุปกรณ์ตํางๆ กํอนลงมือทํากิจกรรมในคาบเรียน ซึ่งมีกิจกรรมที่นักเรียนต๎องทําทั้งหมด 5 กิจกรรม (ตามใบงาน ) โดยนักเรียนในแตํละกลุํ มจะเวียนกันทํากิจกรรมตํางๆ บรรยากาศในการจัดการเรียนการสอน ครูสาธิตการนําเซลล์กล๎ามเนื้อขาหน๎ากระตํายที่เลี้ยงบนไม๎จิ้มฟันสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics นักศึกษาปฏิบัติตาม lab direction เป็นกลุํม ๆ ละ 3-4 คนนักศึกษาเรียนรู๎จาก Textbook ประกอบการใช๎สื่อ ICT นักศึกษาปฏิบัติกิจกรรมวัดสมรรถภาพของกล๎ามเนื้อ นักศึกษาปฏิบัติกิจกรรมวัดสมรรถภาพของกล๎ามเนื้อและวัดสัดสํวนของรํางกายข๎อสังเกต/ข๎อเสนอแนะ 1. ได๎แนวคิดในการประยุกต์ใช๎กิจกรรมการศึกษาความแข็งแกรํงของกล๎ามเนื้อ 2. ครูผู๎สอนคอยแนะนํานักศึกษา และชมนักศึกษาตลอดเวลาที่ทํากิจกรรมซึ่งถือวําเป็นการเสริมแรง ทางบวก 3. ได๎แนวทางการวัดขนาดของตัวอยํางทางอ๎อม (คือวัดขนาดของเซลล์กล๎ามเนื้อจากการวัดขนาด ของกล๎ามเนื้อทั้งชิ้น) 4. นักศึกษาแตํละกลุํมรู๎หน๎าที่ของตัวเอง นักศึกษาอํานใบงานด๎วยตัวเอง ครูไ มํต๎องอธิบายทั้งหมด เพียงแคํแนะนําในสํวนที่จําเป็นเทํานั้น เมื่อมีปัญหานักศึกษาจึงจะถามครูสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsกิจกรรมสังเกตการสอนวิชา Advance computer Mapping โดย Dr.Miller เกี่ยวกับการใช้ ESRI software ในทางปฏิบัติการภูมิศาสตร์ กิจกรรมในการเรียนการสอนของวิชาเรียนนี้คือ นักศึกษาได๎รับมอบหมายให๎ทําโครงการ Costa Ricaซึ่งโครงการนี้ มีจุดเริ่มต๎นมาจาก หนังสือ การผจญภัยของ อาจารย์ Scott Anderson ในเขต Costa Ricaซึ่งได๎มีการบันทึกรายละเอียดสภาพภูมิศาสตร์ตําง ๆ ไว๎ในหนังสือ นักศึกษาต๎องนําข๎อมูลตํ างๆที่สืบค๎นมานี้ มาจัด ทําเป็นแผนที่สามมิติ โดยใช๎ ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ ด๎วยโปรแกรม ESRI (Enviromental Systems Research Institute) ซึ่งเป็นชื่อของบริษัทที่ผลิตโปรแกรมในระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์สถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics งานที่มอบหมายในคาบคือ ให๎ค๎นหา ร๎านค๎า โรงแรม หรือสถานที่ตําง ๆ ในเมือง Cortland ที่มี คําวํา “Severn Valley” เข๎ามาเกี่ยวข๎อง เชํน 1. 7 Valley Motel 46 Tompkins St., Rt. 13Cortland, NY 2. Seven Valleys Health Coalition, 50 Clinton Avenue, Cortland, NY 3. Seven Valley Insurance Category: Insurance 15 Glenwood Avenue, Cortland, NY 4. Seven Valley Home Improvement3186 Rt. 215Cortland, N.Y. 5. Seven Valley Real Estate4287 Us Route 11, Cortland, NY 6. SEVEN VALLEY INSURANCE AGENCY Incorporated3660 The Park, Ste 1, Cortland, NY 7. Seven Valley Aviation Inc Own This Business Company Info922 State Route Cortland, NY เป็นต้น คําวํา Severn Valley แปลวํา หุบเขาทั้ง 7 ซึ่งสันนิฐานวําตั้งมาจากประวัติของ เมือง Cortlandคือ เมืองนี้ตั้งชื่อตาม Pierre Van Cortlandt รองผู๎วําราชการคนแรกของรัฐนิวยอร์ค และถูกจัดตั้งขึ้นเป็นเมืองในปี ค.ศ. 1900 เป็นเมือง 41 ในรัฐ New York มีชื่อเสียงในนาม "เมืองมงกุฎ " เพราะสถานที่ตั้งอยูํ บนพื้นราบระหวํางหุบเขา 7 ลูก อยูํสูงจากระดับน้ําทะเลประมาณ 344 เมตร เมือง Cortland จึง เปรียบเสมือนมงกุฎ เป็นดวงดาวที่ 41 ของรัฐ New York เหมือนภาพที่เป็นมงกุฎอยูํใจกลางรัฐ New York Dr.Miller มอบหมายให๎นักศึกษาศึกษาภูมิประเทศเมือง Cortland วําอยูํพื้นราบระหวํางหุบเขา 7ลูก ตามประวัติของเมืองหรือไมํ โดยใช๎ ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) คําวํา GIS ยํอมาจาก Geographic Information System แปลเป็นภาษาไทยวําระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ ซึ่ง 3 คํา ที่เป็นองค์ประกอบหลักของ GIS คือ 1. ภูมิศาสตร์(Geographic : G) คือ ลักษณะทางกายภาพของสิ่งตํางๆ บนพื้นโลก เชํน ถนน แมํน้ําภูเขา อาคาร สถานที่ สิ่งกํอสร๎างตํางๆ พื้นที่ปุาไม๎ พื้นที่เกษตรกรรม ระดับความสูงหรือความลึก เป็นต๎น 2. สารสนเทศ (Information : I) คือ ข๎อมูลที่ผํานการประมวลผล ผํานการวิเคราะห์ หรือสรุปให๎อยูํในรูปที่มีความหมาย สามารถนําไปใช๎ประโยชน์ได๎ 3. ระบบ (System : S) เนื่องจากข๎อมูลมีความหลากหลายและเพิ่มจํานวนมากขึ้นตามเสลาที่ผํานไป จึงจําเป็นที่จะต๎องนําเครื่องมือที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมาใช๎ในการจัดเก็บและเรียกค๎นข๎อมูลเหลํานั้นซึ่งในยุคของความก๎าวหน๎าทางเทคโนโลยีปัจจุบัน ระบบคอมพิวเตอร์นับวํามีประสิทธิภาพมากที่สุด ในระบบGIS ระบบคอมพิวเตอร์ที่นํามาใช๎ประกอบด๎วย - Computer Hardware System, - Database and Database Management System - GIS softerสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics สรุปได๎วํา GIS เป็นเครื่องมืออยํางหนึ่งซึ่งประกอบด๎วยคอมพิวเตอร์ โปรแกรมหรือชุดคําสั่งที่สั่งให๎คอมพิวเตอร์ทํางานตามที่ต๎องการโดยเฉพาะโปรแกรมทางด๎านสารสนเทศภูมิศาสตร์ ข๎อมูลเชิงพื้นที่คือข๎อมูลที่ทราบตําแหนํงบนพื้นโลกสามารถอ๎างอิงพิกั ดทางภูมิศาสตร์ได๎ โดยข๎อมูลเหลํานี้จะแสดงอยูํใน 3 ลักษณะ คือจุด เส๎น และพื้นที่รูปหลายเหลี่ยม ข๎อมูลที่ไมํอยูํในรูปเชิงพื้นที่ ได๎แกํ ข๎อมูลที่เกี่ยวกับคุณลักษณะตํางๆที่เกี่ยวข๎องกับพื้นที่นั้นๆ และบุคลากรที่มีความรู๎ทางด๎าคอมพิวเตอร์ อันสามารถนํามาใช๎ประโยชน์ในการค๎นหา นข๎อมูล วิเคราะห์ ข๎อมูล และแสดงผลข๎อมูลที่สามารถอ๎างกับพิกัดทางภูมิศาสตร์ได๎ Dr.Miller ได๎กลําววํา นักศึกษาแตํละคนมีวิธีการเรียนรู๎ไมํเหมือนกัน แตํละคนจะเอาวิธีกา รเรียนรู๎มาแชร์กัน จะได๎รู๎วําวําวิธีก ารใดดีที่สุด โดยตัว Dr.Miller เอง ก็ไมํได๎เกํงอะไรมาก และได๎เรียนรู๎ไปกับนักศึกษาด๎วย ซึ่งจะแตกตํางจากการจัดการเรียนรู๎ของครูไทย ซึ่งจะครูจะสอนจากวิธีการเรียนรู๎ที่ครูที่ครูคิดวําดีที่สุด และจะยึดความรู๎จากครูเป็นหลัก ใครที่คิดหรือมีวิธีการที่แตกตํางไปจะได๎รับการตําหนิ นักศึกษาปรึกษาหารือในการทํางาน นักศึกษาชํวยอธิบายเกี่ยวกับโครงงานให๎ฟัง จากการสังเกตการสอนในวิชานี้ ได้แนวคิดในการประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้ ดังนี้ 1) การนําเรื่องราวและสถานที่ที่อยูํในชีวิตประจําวัน เข๎ามามีสํวนเกี่ยวข๎องในกิจกรรมการเรียนรู๎ ทําให๎กิจกรรมมีความนําสนใจและมีความกระตือรือร๎นในการทํากิจกรรม 2) ระหวํางการทํากิจกรรมนักศึกษารํวมแลกเปลี่ยนเรียนรู๎กัน เวลามีปัญหาไมํเข๎าใจก็จะชํวยเหลือซึ่งกันและกัน ครูเป็นผู๎แนะนําและสังเกตการณ์อยูํหําง ๆสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsกิจกรรมสังเกตการสอนวิชา Earth science lab for elementary teachers (Hydrology) กิจกรรมการสังเกตชั้นเรียนรายวิชา Integrated Science ของนักศึกษาสาขาประถมศึกษา ชั้นปีที่ 3โดยมีอาจารย์ผู๎สอน จํานวน 2 ทําน เป็นการเรียนปฏิบัติการในเนื้อหาเกี่ยวกับ Earth Science เรื่อง StreamAnalysis Lab โดยการจัดกิจกรรมเป็นการปฏิบัติการภาคสนามที่ Tioughnioga river ซึ่งเป็นแมํน้ําสายหลักของเมือง Cortland บริเวณที่ทําปฏิบัติการภาคสนามตั้งอยูํบริเวณด๎านปลายสุดของถนน Elm Streetของเมือง Cortland ที่อยูํไมํหํางจากบริเวณใจกลางเมืองมากนัก บริเวณดังกลําวเป็นสถานีตรวจวัดข๎อมูลลําน้ํา(Stream Monitoring Station) ของมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นสถานีภายใต๎การดูแลของหนํวยงาน The UnitedStates Geologic Survey (USGS) ซึ่งมีโครงการศึกษาและเก็บรวบรวมข๎อมูลลําน้ํา Tioughnioga riverเพื่อนําข๎อมูลไปใช๎ประโยชน์ในทุกด๎าน การเดินทางของนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยไปยังจุดทํากิจกรรม นักศึกษาจะแบํงออกเป็นกลุํมแล๎วอาจารย์ผู๎สอนจะเป็นผู๎ที่นํารถตู๎ของมหาวิทยาลัยไปรับ- สํงนักศึกษาด๎วยตนเอง ในสํวนข องคณะผู๎ศึกษาดูงาน Dr. Orvil L. white ได๎นํารถสํวนตัวไปรับจากมหาวิทยาลัยแล๎วนําคณะไปสํงถึงสถานีดังกลําว เมื่อคณะผู๎ศึกษาดูงานไปถึงก็สังเกตเห็นวํามีนักศึกษาทํากิจกรรมกันอยูํกํอนแล๎ว ผลจากการสังเกตการจัดกิจกรรมการเรียนรู๎สรุปได๎ดังนี้ เนื้อหาหลักสูตร กิจกรรมการเรียนรู๎เรื่อง Stream Analysis Lab เป็นการจัดกิจกรรมให๎นักศึกษาได๎เรียนรู๎เกี่ยวกับการศึกษาสภาพแหลํงน้ํา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสํารวจการเปลี่ยนแปลงของสภาพแหลํงน้ําทั้งสภาพทางกายภาพและสภาพทางเคมี ซึ่งในการศึกษาข๎อมูลดังกลําวโดยทั่วไปสามารถทําได๎ดังนี้ - สภาพทางกายภาพของแหล่งน้า เป็นการศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข๎องกับการเปลี่ยนแปลงของแหลํงน้ํา โดยทําการตรวจวัดปัจจัยตํางๆ ที่เกิดตามธรรมชาติ เชํน ขนาดของแหลํงน้ํา ระดับความลึกของลําน้ํา ความขุํน อัตราการไหลหรือระ ดับความเร็วในการไหลของน้ํา อุณหภูมิ และระดับแสงบริเวณแหลํงน้ํา เป็นต๎นสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics กิจกรรมสํารวจสภาพทางกายภาพของแหลํงน้ํา - สภาพทางเคมีของน้า การศึกษาคุณภาพน้ําทางเคมีเป็นการตรวจสอบข๎อมูลเกี่ยวกับสภาพความเป็นกรด – เบสปริมาณออกซิเจนละลายในน้ํา (DO) ปริมาณออ กซิเจนที่ใช๎ในการยํอยสลายสารอินทรีย์ (BOD) ปริมาณออกซิเจนทั้งหมดที่ต๎องการใช๎เพื่อออกซิเดชันสารอินทรีย์ในน้ําให๎เป็นคาร์บอนไดออกไซด์และน้ํา (COD)รวมทั้งการตรวจวัดปริมาณสารเคมีอื่นๆ ในน้ํา เชํน สารในกลุํมแอมโมเนีย ไนเตรท ฟอสเฟต รวมทั้งปริมาณโลหะตํางๆ ที่มีผลตํ อคุณภาพของน้ํา เชํน ตะกั่ว สังกะสี แคดเมียม เป็นต๎น สําหรับแหลํงน้ําที่อยูํในบริเวณพื้นที่เกษตรกรรม มักมีการตรวจสอบปริมาณของสารเคมีทีใช๎ในการเกษตรเพิ่มเติมด๎วย เนื่องจากบริเวณดังกลําวอาจมีการปนเปื้อนอยูํในแหลํงน้ําได๎ เชํน สารเคมีในกลุํมออร์กาโนคลอไรด์ กลุํม ออร์กาโนฟอสเฟตกลุํมคาร์บาเมต เป็นต๎น กิจกรรมสํารวจสภาพทางเคมีของแหลํงน้ําสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics อยํางไรก็ตามในการจัดกิจกรรมการเรียนรู๎ในรายวิชาดังกลําว อาจารย์ผู๎สอนได๎ให๎นักศึกษาเรียนรู๎เกี่ยวกับกระบวนการศึกษาสภาพของลําน้ําเบื้องต๎นโดยแนะนํากระบวนการเก็บข๎อมูลและการตรวจวัดคําตํางๆเชํน การวัดความลึกของลําน้ํา การวัดความเร็วของน้ําการวัดคํา pH การวัดคําความขุํน การวัดคําปริมาณออกซิเจนละลายในน้ํา เป็นต๎น ทั้งนี้นักศึกษายังได๎เรียนรู๎เกี่ยวกับกระบวนการเก็บข๎อมูล ขั้นตอนการตรวจวัด รวมทั้งวิธีการใช๎เครื่องมือในการตรวจวัดปัจจัยตํางๆ ด๎วย รูปแบบการจัดกิจกรรม รูปแบบการทํากิจกรรมของนักศึกษาจะเป็นกิจกรรมการเรียนแบบกลุํม โดยนักศึกษาแตํละคนจะได๎รับเอกสารเป็นใบกิจกรรมเพื่อให๎จดบันทึกข๎อมูลและผลการทํากิจกรรมเป็นรายบุคคล แตํในขั้นตอนของการทําปฏิบัติการจะมีการชํวยเหลือกันทํางานเป็นกลุํม อาจารย์ผู๎สอนทั้งสองทํานจะแบํงหน๎าที่รับผิดชอบในการจัดกิจกรรมและให๎ความรู๎แกํนักศึกษาตามขั้นตอนดังนี้ 1. การนําเข๎าสูํบทเรียน เมื่อนักศึกษาไปถึงบริเวณจุดที่ทําการศึกษา นักศึกษาจะได๎รับแจกเอกสารประกอบการทํากิจกรรมโดยเป็นใบกิจกรรมให๎นักศึกษาใช๎ในการบันทึกข๎อมูลและผลที่ได๎จากการทํากิจกรรม จากนั้น อาจารย์ผู๎สอนทํานแรกจะอภิปรายถึงบทนําเกี่ยวกับที่มา ความจําเป็นความสําคัญในการศึกษาสภาพลําน้ํา Tioughniogariver ซึ่งจะมีการอภิปรายข๎อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์หรือปรากฎการณ์ที่เกี่ยวข๎องกับการเปลี่ยนสภาพของแมํ น้ํา สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ เชํนการเกิดน้ําทํวมในเมืองคอร์ทแลนด์ในอดีต การเปลี่ยนสภาพของริมฝั่งน้ํา เป็นต๎น โดยนักศึกษาจะทําการจดบันทึกข๎อมูลสําคัญตํางๆ ลงไปในใบกิจกรรมด๎วย 2. กิจกรรมศึกษาสถานีตรวจวัดข๎อมูลลําน้ํา (Stream Monitoring Station) หลังจากที่นักศึกษาได๎ศึกษาข๎อมูลเบื้องต๎นในการทํากิจกรรม Stream Analysis Lab แล๎วอาจารย์ผู๎สอนได๎แนะนําสถานีตรวจวัดข๎อมูลวําเป็นสถานีที่ใช๎ในการติดตามข๎อมูลการเปลี่ยนแปลงของสภาพน้ําในแมํน้ํา โดยมีเครื่องมือที่ใช๎ในการเก็บข๎อมูลปัจจัยตํางๆ แบบอัตโนมัติเป็นรายวัน และจะมีคอมพิวเตอร์บันทึกข๎อมูลตํางๆ ไว๎ เชํน ข๎อมูลระดับน้ํา อัตราการไหลของน้ํา อุณหภูมิ คํา pH เป็นต๎น จากนั้นจึงให๎นักศึกษาเข๎าไปบันทึกข๎อมูลจากอุปกรณ์ภายในอาคารสถานีตรวจวัดตามที่ใบกิจกรรมระบุไว๎ 3. กิจกรรมแนะนําเครื่องมือและวิธีการตรวจวัดข๎อมู ลสภาพลําน้ํา อาจารย์ผู๎สอนทําการแนะนําอุปกรณ์และเครื่องมือในการตรวจวัดปัจจัยตํางๆ ที่สํงผลตํอคุณภาพน้ําและการเปลี่ยนแปลงสภาพของลําน้ําเชํน อุปกรณ์วัดการไหลของน้ํา เครื่องมือตรวจสอบความเป็นกรด- เบส (pH meter) เครื่องมือวัดปริมาณออกซิเจนละลายในน้ํา (Do meter) อุปกรณ์ เก็บตัวอยํางน้ํา (Water Samplers) และเครื่องมือวัดความขุํนของน้ํา (Turbidity Meter) เป็นต๎นสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics 4. กิจกรรมปฏิบัติการทดลองศึกษาสภาพลําน้ํา หลังจากที่นักศึกษาได๎เรียนรู๎เกี่ยวกับขั้นตอนการตรวจวัดปัจจัยตํางๆ ที่เกี่ยวข๎องกับคุณภาพน้ํา ตลอดจนวิธีการใช๎อุปกรณ์ตํางๆ แล๎ ว นักศึกษาจึงได๎ลงมือปฏิบัติตรวจวัดสภาพลําน้ําบางปัจจัย เชํน การวัดอัตราการไหลของน้ํา การวัดอุณหภูมิของน้ํา การตรวจวัดคําpH การหาคําความขุํน และการใช๎เครื่องมือตรวจสอบคําปริมาณออกซิเจนละลายในน้ํา เป็นต๎น ในการทํากิจกรรมแตํละขั้นตอน นักศึกษาจะทํากิจกรรมรํวมกันเป็นกลุํมโดยมีการชํวยเหลือ อภิปรายผลการทํากิจกรรม และการปรึกษาหารือรายละเอียดตํางๆ ในการทํากิจกรรมจนสามารถบันทึกผลการทํากิจกรรมลงในใบกิจกรรมที่ได๎รับ จากนั้นจึงรํวมกันกับอาจารย์ผู๎สอนในการอภิปรายสรุปผลการทํากิจกรรมในชํวงสุดท๎ายของชั้นเรียนข้อเสนอแนะต่อการนาไปใช้ประโยชน์ 1. ขั้นตอนการจัดกิจกรรมเริ่มต๎นจากการนําเข๎าสูํบทเรียนโดยใช๎สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในชุมชน และปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข๎องกับผู๎เรียนเป็นสื่อในการสร๎างความสนใจให๎ผู๎เรียน ซึ่งเป็นเทคนิคที่ครูควรนําไปประยุกต์ใช๎อยํางสม่ําเสมอ 2. ควรมีการใช๎แหลํงเรียนรู๎และความรํวมมือของชุมชนเพื่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ทําให๎เกิดประสิทธิผลเป็นการเรียนรู๎เพื่อชุมชนอยํางแท๎จริง 3. ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนต๎องเปิดโอกาสให๎ผู๎เรียนได๎เรียนรู๎อยํางอิสระ และการสํงเสริมกระบวนการเรียนรู๎แบบกลุํมจะทําให๎ผู๎เรียนเกิดการเรียนรู๎ได๎อยํางมีประสิทธิภาพ ถํายภาพรํวมกับวิทยากรสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics วันที่เจ็ด 5 ตุลาคม 2555 - เข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการการจัดการศึกษาในศตวรรษ ที่21 การใช้แบบจาลองในการสอนวิทยาศาสตร์ กับ Dr. Orvil L. white - สังเกตการสอนวิชา Biology - ฟังบรรยายวิชา การศึกษาพิเศษ กับ Dr.Chirst - ร่วมรับประทานอาหารค่า ที่บ้านของ Dr.Orvil L. Whiteสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsกิจกรรมเข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการการจัดการศึกษาในศตวรรษที21 และการใช้แบบจาลอง ่ในการสอนวิทยาศาสตร์ กับ Dr.Orvil L. White จากการอบรมเชิงปฏิบัติการการจัดการศึกษาในศตวรรษที21 ซึ่งคณะของเราได๎มีโอกาสรับฟังแนวคิด ่จาก Dr.Orvil L. White ซึ่งได๎บรรยายถึง การจัดการศึกษาในศตวรรษที21 โดยมีสาระสําคัญสรุปได๎ดังนี้ ่ 1. ความรู๎จากการอบรม 1.1 ทักษะที่จาเป็นในศตวรรษที่ 21 (21st Century skills) ทักษะที่จําเป็นในศตวรรษที่ 21 มีจุดเริ่มต๎นมาจากการประชุมรํวมกันของนักวิชาการหลากหลายสาขาในประเทศสหรัฐอเมริกา (Partnership for 21st Century Skills หรือมีชื่อยํอวําเครือขําย P21)โดยรัฐบาลต๎องการพัฒนาคุณภาพของประชากรประเทศเพื่อยกระดับขีดความสามารถข องประเทศกับนานาชาติ และการดํารงชีวิตอยูํในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอยํางรวดเร็ว จึงได๎มีข๎อสรุปรํวมกันวําทักษะที่จําเป็นในศตวรรษที่ 21 ควรมีอยูํ 3 ด๎านหลักๆสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics เพื่อชํวยให๎ผู๎ปฏิบัติบูรณาการทักษะเข๎าในการสอนเนื้อหาหลักด๎านวิชาการ เครือขําย P21 ได๎พัฒนาวิสัยทัศน์การเรียนรู๎เป็นกรอบแนวคิดเพื่อการเรียนรู๎ในศตวรรษที่ 21 โดยผสมผสานองค์ความรู๎ ทักษะเฉพาะด๎าน ความชํานาญและความรู๎เทําทันด๎านตํางๆ เข๎าด๎วยกัน เพื่อให๎ประสบความสําเร็จทั้งในด๎านการทํางานและการดําเนินชีวิต การนําทักษะในศตวรรษที่ 21 ทุกทักษะไปใช๎ นักเรียนทุกคนจําเป็นต๎องได๎รับการพัฒนาให๎มีความรู๎ความเข๎าใจเนื้อหาหลักด๎านวิชาการ การที่นักเรียนจะสามารถคิดอยํางมีวิจารณญาณและสื่อสารได๎อยํางมีประสิทธิภาพนั้น ต๎องอาศัยบูรณาการของพื้นฐานความรู๎ดังกลําว ภายใต๎บริบทการสอนความรู๎วิชาหลัก นักเรียนต๎องเรียนรู๎ทักษะที่จําเป็นเพื่อให๎ประสบความสําเร็จในโลกทุกวันนี้ เชํน การคิดอยํางมีวิจารณญาณ การแก๎ปัญหา การคิดสร๎างสรรค์ การสื่อสารและการรํวมมือกรอบความคิดข๎างต๎น จําเป็นต๎องมีระบบสนับสนุนการศึกษาที่จําเป็น ได๎แกํ มาตรฐานการเรียนรู๎การประเมินผล หลักสูตรและวิธีการสอน การพัฒนาวิชาชีพและบรรยากาศการเรียนรู๎ที่สํงเสริมให๎นักเรียนมีสํวนรํวมในกระบวนการเรียนรู๎มากขึ้น และจบการศึกษาออกไปด๎วยความพร๎อมที่จะประสบความสําเร็จ เครือขําย P21 ประกอบด๎วยหนํวยงานทั้งภาครัฐและเ อกชน ได๎ขับเคลื่อนแนวคิดข๎างต๎นในสหรัฐอเมริกาตั้งแตํปี 2002 สาระวิชาหลักและทักษะเพื่อการดารงชีวิตในศตวรรษที่ 21 การรอบรู๎สาระวิชามีความสําคัญและจําเป็นอยํางยิ่งตํอความสําเร็จของนักเรียน สาระวิชาหลักได๎แกํภาษาอังกฤษ การอําน ภาษาของโลก ศิลปะ คณิ ตศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภูมิศาสตร์ประวัติศาสตร์ การปกครองและความเป็นพลเมืองที่ดี แตํไมํเพียงพอสําหรับการเรี ยนรู๎เพื่อมีชีวิตในโลกยุคศตวรรษที่ 21 โรงเรียนต๎องสํงเสริมความเข๎าใจเนื้อหาวิชาการให๎อยูํในระดับสูงด๎วยการสอดแทรกทักษะเพื่อการดํารงในศตวรรษที่ 21 ตํอไปนี้เข๎าในทุกวิชาหลัก - ความรู๎เรื่องโลก (Global Awaerness) - ความรู้เรื่องการเงิน, เศรษฐกิจ, ธุรกิจ และการเป็นผู้ประกอบการ (Financial, Economic, Business, and Entrepreneurial Literacy) - ความรู๎ด๎านการเป็นพลเมืองที่ดี (Civic Literacy) - ความรู๎ด๎านสุขภาพ (Health Literacy) - ความรู๎ด๎านสิ่งแวดล๎อม ( Environmental Literacy) ทักษะด้านการเรียนรู้และนวัตกรรม ทักษะด๎านการเรียนรู๎และนวัตกรรมจะเป็นตัวกําหนดความพร๎อมของนักเรียนในการเข๎าสูํการทํางานซึ่งมีความซับซ๎อนเพิ่มขึ้นในโลกปัจจุบัน ทักษะด๎านนี้ได๎แกํ - ความคิดสร๎างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and Innovation) - การคิดอยํางมีวิจารณญาณและการแก๎ปัญหา (Critical Thinking and Problem Solving) - การสื่อการและความรํวมมือ (Communication and Collaboration)สถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics ทักษะสารสนเทศ สื่อและเทคโนโลยี ทุกวันนี้ เราอาศัยอยูํในสภาพแวดล๎อมที่ขับเคลื่อนด๎วยสื่อและเทคโนโลยี ซึ่งจะเห็นได๎จากการเข๎าถึงข๎อมูลขําวสารจํานวนมากมาย การเปลี่ยนแปลงอยํางรวดเร็วดํนเทคโนโลยีการศึกษา และความสามารถในการเชื่อมโยงกันและการมีสํวนรํวมในอัตราที่ไมํเคยเกิดขึ้นมากํอน พลเมืองและแรงงงานทํมีประสิทธิภาพต๎องสามารถแสดงทักษะการคิดอยํางมีวิจารณญาณและปฏิบัติงานหลากหลาย เชํน - ทักษะด๎านสารสนเทศ(Information Literacy) - ทักษะด๎านสื่อ (Media Literacy) - ทักษะด๎านเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร (Information, Communication andTechnology, Literacy) ทักษะชีวิตและอาชีพ ชีวิตและสภาพการทํางานในทุกวันนี้จําเป็นต๎องมีทักษะการคิดและองค์ความรู๎เพิ่มขึ้นมากมายความสามารถในการทํางานในยุคที่แขํงขันกันด๎านข๎อมูลขําวสาร และการดํารงชีวิตที่มีความซั บซ๎อนให๎ประสบความสําเร็จได๎นั้น จําเป็นที่นักเรียนต๎องใสํใจอยํางเครํงครัดในการพัฒนาทักษะชีวิตให๎เพียงพอ - ความยืดหยุํนและความสามารถในการปรับตัว (Flexibility and Adaptability) - การริเริ่มและการกํากับดูแลตนเองได๎ (Initiative and Self - Direction) - ทักษะด๎านสังคมและทักษะข๎ามวัฒนธรรม(Socail and Cross-Cultural Skils) - การมีผลงานและความรับผิดชอบตรวจสอบได๎ (Productivity and Accountability) - ภาวะผู๎นําและความรับผิดชอบ (Leadership and Responsibility) ระบบส่งเสริมการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 (21st Century Standards) การพัฒนากรอบความคิดที่ครอบคลุมเพื่อการเรียนรู๎ในศตวรรษที่ 21 นั้น จําเป็นจะต๎องสร๎างระบบสํงเสริมเพิ่มขึ้นจากทักษะเฉพาะด๎าน องค์ความรู๎ ความชํานาญและความสามารถในการเรียนรู๎ด๎านตํางๆ เพื่อชํวยให๎นักเรียนรอบรู๎มีความสามารถที่จําเป็นและหลากหลาย เครือขําย P21 ได๎ระบุระบบสํงเสริมให๎นักเรียนได๎รอบรู๎ทักษะการเรียนรู๎ที่สําคัญในศตวรรษที่ 21 ไว๎ด๎วยกันห๎าระบบดังนี้ - มาตรฐานการเรียนรู๎ในศตวรรษที่ 21 (21st Century Standards) - การประเมินผลทักษะการเรียนรู๎ในศตวรรณที่ 21 (Assessments of 21st Century Skills) - หลักสูตรและวิธีการสอนในศตวรรษที่ 21 (21st Century Curriculum and Development) - การพัฒนาวิชาชีพในศตวรรษที่ 21 (21st Century Professional Development) - บรรยากาศการเรียนรู๎ในศตวรรษที่ 21 (21st Century Learning Environments) 1.2 Science, Technology, Engineering and Mathematic Education(STEM Education)สถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics STEM เป็นคํายํอของ Science, Technology, Engineering and Mathematic ซึ่งเริ่มต๎นที่ประเทศสหรัฐอเมริกา จากการประชุมหรือของตัวแทนจากทุกภาคสํวนที่สําคัญของ ประเทศเพื่อยกระดับคุณภาพของประชากรของประเทศในการยกระดับขีดความสามารถในการแขํงขันของประเทศกับนานาชาติโดยรัฐบาลได๎มีนโยบายการศึกษาที่สํงเสริมการเรียนการสอนให๎เป็นแบบบูรณาการทั้งสี่วิชาเข๎าด๎วยกัน ทําให๎ในปัจจุบันมีการใช๎คําวํา STEM กันอยํางแพรํหลาย เนื่องด๎วยหตุผลการให๎ความสําคัญของรัฐบาลที่ต๎องการสํงเสริมการเรียนการสอนด๎านนี้ STEM จะรวมทั้ง 4 สาขาวิชาเข๎าด๎วยกัน ได๎แกํ วิทยาศาสตร์ (Science) เทคโนโลยี(Technology) วิศวกรรมศาสตร์ (Engineering) และคณิตศาสตร์ (Mathematic) โดยทุกสาขาวิชามีความสําคัญเหมือนกันและเป็นการจัดการเรียนรู๎ที่มีการบูรณาการศาสตร์ทั้งสี่ด๎านเข๎าด๎วยกัน เพื่อให๎ผู๎เรียนนําความรู๎ทุกแขนงมาใช๎ในการแก๎ปัญหา การค๎นคว๎าสิ่งตํางๆ การสร๎างหรือพัฒนาสิ่งตํางๆ ในสถานการณ์โลกปัจจุบัน โดยอาศัยการจัดการเรียนรู๎ด๎วยครูหลายสาขารํวมมือกัน เพราะในการทํางานจริงนั้นต๎องอาศัยความรู๎หลายด๎านมาชํวยในการทํางานทั้งสิ้น ไมํได๎แยกใช๎ความรู๎เป็นสํวนๆ และยังเป็นการสํงเสริมพัฒนาทักษะสําคัญในโลกโลกาภิวัตน์อีกด๎วย ซึ่งในอดีตและปัจจุบันก็ยังคงจัดการเรียนการสอนที่แยกออกจากกันอยํางชัดเจน แนวความคิดหลักของแต่ละองค์ประกอบ STEM - Science เป็นวิชาที่วําด๎วยการศึกษาปรากฏการณ์ตํางๆ ในธรรมชาติ โดยอาศัยกระบวนการสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์(Scientific Inquiry) โดยวิทยาศาสตร์ถือได๎วําเป็นเครื่องมืออันหนึ่งที่ทําให๎มนุษย์เราเข๎าใจธรรมชาติมากยิ่งขึ้น - Technology เป็นวิชาที่วําด๎วยกระบวนการทํางานเพื่อแก๎ปัญหา ปรับปรุงแก๎ไข หรือพัฒนาสิ่งตํางๆ เพื่อตอบสนองความต๎องการ หรือความจําเป็นของมนุษย์โดยกระบวนการแก๎ปัญหาหรือการทํางานทางเทคโนโลยีนั้นจะเรียกวํา Engineering design หรือ Design process ซึ่งเปูนกระบวนการแก๎ปัญหาอยํางเป็นขั้นตอนคล๎ายกับ Scientific Inquiry นั่นเอง - Engineering เป็นวิชาที่เกี่ยวกับการสร๎างสรรค์นวัตกรรมหรือสร๎างสิ่งตํางๆ เพื่อมาอํานวยความสะดวกของมนุษย์โดยอาศัยความรู๎ด๎านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และกระบวนการทํางานทางเทคโนโลยีชํวยสร๎างสรรค์ชั้นงานนั้นๆ - Mathematics เป็นวิชาที่มีความสําคัญและมีความชัดเจนในตัวอยูํแล๎วด๎วยธรรมชาติของคณิตศาสตร์ที่มีทฤษฎีชัดเจน ซึ่งวิชาคณิตศาสตร์จะเป็นตัวเชื่อมทั้งสามวิชาเข๎าด๎วยกันได๎เป็นอยํางดี ความจาเป็นของการเกิด STEM education ในประเทศสหรัฐอเมริกาพบวํา ปัจจุบั นขีดความสามารถของประเทศไมํได๎เป็นอันดับหนึ่งในหลายๆ ด๎านดังที่เคยเป็นมาแล๎ว หลายๆ ประเทศทั่วโลกมีความก๎าวหน๎าไปมาก ผลการทดสอบ PiSAของสหัฐอมริกาเองก็พบวําด๎วยกวําหลายประเทศ รวมทั้งประชากรทางด๎านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมเองก็มีจํานวนน๎อยลง ดังนั้นรัฐบาลจึงได๎มีนโยบายการสํงเสริมการพัฒนาการศึกษา STEM ขึ้นมาโดยคาดหวังวําจะชํวยยกระดับผลการทดสอบ PISA ให๎สูงขึ้น นอกจากนั้นการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกที่มีการพัฒนาอยํางรวดเร็วโดยเฉพาะเทคโนโลยีการสื่อสาร การขนสํง การค๎า และอื่นๆ มีการติดตํอกันทั่ วโลกดังนั้นการเตรียมคนรุํนใหมํเพื่อให๎ดํารงชีวิตในสังคมโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอยํางรวดเร็วจึงมีความจําเป็นอยํางยิ่ง ซึ่งการจัดการเรียนรู๎แบบบูรณาการตามแนวทางของ STEM จะเป็นแนวทางหนึ่งเพื่อการชํวยสํงเสริมทักษะพื้นฐานที่จําเป็นในโลกปัจจุบันหรือที่เรียกวํา 21st Century skillสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics 1.3 Model คาว่า Model หรือ รูปแบบ หมายถึง ตัวแทนที่สร้างขึ้นเพื่ออธิบายพฤติกรรมของลักษณะบางประการของสิ่งที่เป็นจริงอยํางหนึ่ง หรือ เป็นเครื่องมือทางความคิดที่บุคคลใช๎ในการหาความรู๎ความเข๎าใจปรากฏการณ์ Dr.Orvil L. White อธิบายพร๎อมยกตัวอยํางในการใช๎แบบจําลองในการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ ทาไมต้องใช้ Model - ใหญํเกินไป - เล็กเกินไป - สูญพันธ์ไปแล๎ว - มีอยูํแตํหายาก คาถามในขณะใช้ Model - เหมือนของจริงยังไง - แตกตํางจากของจริงอยํางไร - จะปรับปรุงให๎ดีขึ้นได๎อยําไร - ถ๎ามีมนุษย์ตํางดาวมาที่โลกและไมํเคยเห็นของจริง ต๎องอธิบายแนวคิดที่คลาดเคลื่อนของโมเดลที่ตํางจากของจริง อยํางไร Dr.Orvil L. White ได๎ยกตัวอยํางModel ของการเกิดเงาบนดวงจันทร์โดยแจกสื่อการสอนที่มําจากโฟมกลม ขนาดเทําลูกปิงปองมีด๎ามจับ ให๎กับผู๎เข๎าอบรมคนละ 1 อัน สมมติวําสื่อนี้เป็นดวงจันทร์ ใช๎มือจับด๎ามจับแล๎วหันหน๎าเข๎าหาดวงอาทิตย์จะเกิดเงาบนโฟมกลม ลักษณะเงาเหมือนกับดวงจันทร์ที่มองเห็นสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics ตลอดจน Dr.Orvil L. White ได๎ยกตัวอยําง Model ของระบบสุริยะวําแตกตํางจากของจริงอยํางไร คือไมํสามารถยํอขนาดของดาวตํางๆ ให๎มีความสัมพันธ์กับระยะหํางของดวงดาว โดยได๎สร๎างแบบจําลองของระบบสุริยะที่มีสัดสํวนจําลองจากของจริงภายในห๎องเรียนให๎คณะของเราได๎เห็นอีกด๎วย Dr.Orvil L. White อธิบายและยกตัวอยํางการสร๎างแบบจําลองระบบสุริยะขึนภายในห๎องเรียน ้ นอกจากนี้ยังพบข้อสังเกตอีกบางประการที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ ดังนี้ - จากการสังเกตการณ์บรรยายของ Dr.Orvil L. White การให๎ความรู๎ในเรื่องตํางๆ จะเป็นการบอกแนวคิดหลักของเรื่องนั้นๆ วิธีการในการนําไปใช๎ โดยลักษณะบอกเลํา มีการยกตัวอยําง การนําไปใช๎ให๎เห็นจริง เชํน การสอนแบบ Model ทําให๎การอบรมมีบรรยากาศของการเรียนรู๎ที่สนุกสนาน และได๎เข๎าใจในเนื้อหาการอบรม - “กระบวนการเรียนรู๎สําคัญกวําความรู๎ ” และ “ครูมิใชํผู๎มอบความรู๎ ” แตํเป็น “ผู๎ออกแบบกระบวนการเรียนรู๎โดยเรียนรู๎ไปพร๎อมกับเด็กและเยาวชน ” เปูาหมายของการเรียนรู๎มิใชํตัวความรู๎อีกตํอไปเพราะตัวความรู๎นั้นมีมากมายมหาศาลเกินกวําที่จะมอบให๎นักเรียนแตํละชั้นปีได๎ อีกทั้งนักเรียนในศตวรรษใหมํมีหนทางค๎นหาความรู๎ด๎วยตนเองจากทุกแหํงทั้งในสิ่งแวดล๎อมและในอินเตอร์เน็ต หากการ ศึกษาไทยยังย่ําอยูํกับกระบวนทัศน์เดิมคือมอบความรู๎เป็นรายวิชาก็จะไมํทันสถานการณ์โลก ที่ควรทําคือมีกระบวนทัศน์ใหมํที่จะพัฒนาเด็กและเยาวชนให๎เป็นผู๎ใฝุเรียนรู๎ตลอดชีวิต เด็กและเยาวชนจะเรียนรู๎อะไรบ๎างขึ้นอยูํกับบริบทของแตํละคน แตํที่ทุกคนควรมีคือ ความสามารถในการเรียนรู๎ตลอดเวลา ตลอดชีวิต และพัฒนาตนเองอยํางตํอเนื่อง” จากการสังเกตการสอนในวิชานี้ ได๎แนวคิดในการประยุกต์ใช๎ในการจัดการเรียนการสอนได๎ ดังนี้ - ใช๎ Model ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู๎ และให๎ผู๎เรียนสามารถบอกได๎วํา Model แตกตํางจากของจริงอยํางไร และทําไมต๎องใช๎ Model - จัดการกิจกรรมการเรียนรู๎ที่เน๎นให๎ผู๎เรียนได๎เรียนรู๎จากการลงมือปฏิบัติจริง ได๎สร๎างความรู๎ความเข๎าใจด๎วยตนเอง ขณะเดียวกันก็ต๎องสํงเสริมทักษะการคิดให๎กับนักเรียนด๎วย การคิดแก๎ปัญหา การคิดอยํางมีวิจารณญาณ และการคิดสร๎างสรรค์ รวมทั้งต๎องเป็นรูปแบบที่สร๎างบรรยากาศในการเรียนรู๎ ที่สนุกสนานผํอนคลาย และต๎องไมํใช๎เวลานานจนเกินไปสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsสังเกตการสอนวิชา Biology เรื่อง The flower คณะของเราได๎มีโอกาสเข๎ารํวมสังเกตการเรียนการสอนในชั้นเรียนวิชาชีววิทยา ซึ่ งกําลังเรียนในเรื่องดอกไม๎ เริ่มคาบเรียนด๎วยการที่ อาจารย์ได๎ ทบทวนเนื้อหาที่เรียนในคาบเรียนที่ผํานมา แล๎วโยงเนื้อหามาสูํเรื่องราวของดอกไม๎ ซึ่งในคาบเรียนนี้เป็นบรรยายเกี่ยวกับลักษณะของออวุล ตําแหนํงของรังไขํ โครงสร๎างของดอกไม๎ ประเภทของดอกไม๎ การสร๎างเซลล์สืบพันธุ์ทั้งเพศผู๎และเพศเมีย ถุงเอ็มบริโอ การถํายละอองเรณู และการปฏิสนธิซ๎อน ในคาบเรียนนี้เป็นการบรรยายตลอดหนึ่งภาคเรียน โดยระหวํางบรรยายอาจารย์ผู๎สอนจะมีการซักถามนักเรียนตลอดเวลา บรรยากาศการจัดการเรียนการสอนในห๎องบรรยายขนาดใหญํ ข๎อสังเกต/ข๎อเสนอแนะ 1. ถึงแม๎ห๎องบรรยายจะมีขนาดใหญํ แตํครูให๎ความสนใจกับพฤติกรรมของนักเรียนอยํางทั่วถึง 2. นักเรียนบางคนใช๎คอมพิวเตอร์โน๏ตบุ๏คเพื่อบันทึกการบรรยายของครูสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsกิจกรรมการบรรยาย เรื่อง การจัดการศึกษาเพื่อเด็กพิเศษ (Special Education) อีกโอกาสดีของคณะของเรา คือการได๎เข๎าฟังการบรรยาย เกี่ยวกับการจัดการศึกษาเพื่อเด็กพิเศษโดยมี Mrs. Christene White เป็น วิทยากร ซึ่งทํานเป็นครูผู๎สอนในโรงเรียน Ithaca High School ตั้งอยูํที่เมือง Ithaca รัฐนิวยอร์ก มีหน๎าที่รับผิดชอบในการจัดการศึกษาเพื่อเด็กพิเศษที่เรียนรํวมกับนั กเรียนอื่นๆในหลักสูตรของโรงเรียน Mrs. Christene White Special Education Department, Ithaca High School, New York, USA การศึกษาพิเศษ (Special Education) เป็นการจัดการศึกษาสําหรับนักเรียนที่มีความแตกตํางไปจากนักเรียนปกติเนื่องจากมีความผิดปกติทางรํางกาย ทางอารมณ์หรือพฤติกรรม ตลอดจนมีความผิดปกติทางสติปัญญา ทําให๎มีความต๎องการพิเศษทางการศึกษา หรือต๎องการการดูแลเป็นพิเศษ (children with specialneeds) ดังนั้นเพื่อให๎เด็กได๎เรียนรู๎อยํางเหมาะสมและได๎รับประโยชน์จากการศึกษาอยํางเต็มที่ การ จัดการศึกษาให๎แกํเด็กกลุํมนี้ จึงต๎องดําเนินการสอนโดยครูที่ได๎รับการฝึกฝนมาเป็นพิเศษ มีเทคนิควิธีการสอนที่แตกตํางไปจากเด็กปกติ การจัดเนื้อหาของหลักสูตร กิจกรรมการเรียนการสอน อุปกรณ์การสอนและวิ ธีการประเมินผลที่เหมาะสมกับสภาพและความสามารถของแตํละบุคคล เพื่อพัฒนาให๎เกิดศักยภาพสูงสุด สําหรับในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยทั่วไปจะมีการ จัดการศึกษา ให๎กับเด็กพิเศษ ในโรงเรียนปกติในรูปแบบการเรียนรํวม สําหรับเด็กที่มีระดับความผิดปกติไมํรุนแรงมาก ซึ่งในโรงเรียนทั่วไปจะมีฝุา ยการศึกษาพิเศษอยูํเพื่อดูแลและจัดการศึกษาให๎เด็กพิเศษสามารถเรียนรํวมกับเด็กทั่วไปได๎ตามปกติครูที่ทําหน๎าที่จัดการศึกษาพิเศษก็จะเป็นครูที่มีความรู๎ ทักษะและประสบการณ์เฉพาะในด๎านการจัดกิจกรรมการเรียนรู๎สําหรับเด็กที่มีความต๎องการพิเศษและบางสถานศึกษายังอาจมีการจัดผู๎ชํวยครูไว๎คอยชํวยเหลือดูแลนักเรียนเป็นพิเศษอีกด๎วย สําหรับโรงเรียน Ithaca High School จะมีครูที่จัดการศึกษาสําหรับเด็กพิเศษทําหน๎าที่อยูํ 6 คน และมีผู๎ชํวยครูอีก 6 คน โดยทั้งหมดจะมีหน๎าที่ในการวางแผนการจัดหลักสูตรการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู๎ ดูแลและจัดการศึกษาให๎เด็กในชั้นเรียนรํวม ซึ่งกระบวนการและองค์ประกอบในการสอนเด็กพิเศษ นอกจากการเข๎ารํวมกิจกรรมปกติในชั้นเรียนรํวมแล๎ว เด็กจะต๎องได๎รับการจัดกิจกรรมที่มีความแตกตํางไปจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู๎สําหรับเด็กปกติทั่วไปอีกด๎วยสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics สําหรับเด็กที่มีความต๎องการพิเศษอาจแบํงออกเป็นกลุํมตามลักษณะความผิดปกติได๎9 ประเภท ดังนี้ 1. เด็กที่มีความบกพรํองทางการเห็น 2. เด็กที่มีความบกพรํองทางการได๎ยิน 3. เด็กที่มีความบกพรํองทางสติปัญญา 4. เด็กที่มีความบกพรํองทางรํางกายและการเคลื่อนไหว 5. เด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู๎ 6. เด็กที่มีปัญหาทางพฤติกรรม 7. เด็กออทิสติก 8. เด็กสมาธิสั้น 9. เด็กที่มีความบกพรํองซ้ําซ๎อน รูปแบบในการจัดการศึกษาสําหรับเด็กพิเศษกลุํมตํางๆ นั้น มีหลักการที่สําคัญคือ สถานศึกษาต๎องมีการเตรียมความพร๎อมในการจัดการเรียนการสอนและการจัดสภาพแวดล๎อมให๎เหมาะสมกับเด็กพิ เศษในแตํละระดับและแตํละประเภท ตลอดจนวางแผนและออกแบบรูปแบบกิจกรรมการเรียนรู๎ที่สามารถ ชํวยเหลือเพื่อให๎เด็กพิการได๎รับประโยชน์สูงสุดจากการศึกษาจนสามารถพัฒนาเต็มที่ตามศักยภาพของแตํละบุคคลโดยทั่วไปอาจจัดรูปแบบการศึกษาพิเศษเพื่อเด็กพิเศษกลุํมตํางๆ ได๎เป็น 3 ประเภท ดังนี้ 1. การเรียนในชั้นปกติ เป็นการจัดให๎นักเรียนได๎เรียนรู๎ในชั้นเรียนปกติตามเวลา ซึ่งเป็นรูปแบบการจัดการศึกษา สําหรับเด็กพิเศษที่มีความบกพรํองหรือมีความผิดปกติน๎อยมาก โดยนักเรียนสามารถเข๎าเรียนในชั้นเรียนปกติเชํนเดียวกับเด็กปกติได๎ตลอดเวลาที่อยูํในโรงเรียน รูปแบบนี้เป็นรูปแบบที่มีข๎อจํากัดน๎อยที่สุด 2. การเรียนรํวม การจัดการศึกษาพิเศษ รูปแบบนี้เหมาะสําหรับเด็กที่มีความบกพรํอง หรือผิดปกติ ในระดับที่จะต๎องได๎รับการดูแลเป็นพิเศษ แตํยัง อยูํในระดับที่ สามารถเรียนรํวมกับเด็กปกติได๎ การจั ดกิจกรรมใ นรูปแบบนี้มุํงให๎เด็กพิเศษได๎รับการศึกษา ในสภาวะที่มีข๎อจํากัดน๎อยที่สุดเทําที่แตํละคนจะรับได๎ 3. การจัดการศึกษาเฉพาะความพิการ เป็นการจัดการศึกษาพิเศษสําหรับเด็กที่มีความพิการคํอนข๎างมาก หรือพิการซ้ํา ซ๎อนเป็นรูปแบบที่มีสภาพแวดล๎อมจํากัดมากที่สุด จําเป็นที่จะต๎องดูแลนักเรียนเป็นพิเศษตามลักษณะกลุํมความพิการหรือความผิดปกติ ทั้งนี้การจัดกิจกรรมอาจอยูํให๎นักเรียนรํวมเรียนกับนักเรียนปกติในโรงเรียนแตํมีครูที่มีความชํานาญเฉพาะตามรูปแบบความพิการชํวยจัดกิจกรรมการ เรียนรู๎ หรืออาจจัดการเรียนการสอนเป็นห๎องเรียนพิเศษในโรงเรียนปกติ แตํโดยทั่วไปแล๎วการจัดการศึกษาพิเศษสําหรับเด็กพิการกลุํมนี้มักจะอยูํใน รูปแบบการเรียนในโรงเรียนพิเศษเฉพาะทาง รูปแบบการฟื้นฟูในสมรรถภาพในสถาบันเฉพาะทางหรือการบําบัดในโรงพยาบาลหรือที่บ๎านเป็นสํวนใหญํ กรณีของการจัดการศึกษาพิเศษในรูปแบบการเรียนรํวมในโรงเรียนปกติ Mrs. Christene Whiteกลําววํา เป็นกระบวนการที่สําคัญในการดูแลและพัฒนาเด็กพิเศษที่มีความผิดปกติไมํมากนักให๎มีศักยภาพในการเรียนรู๎และมีทักษะในการดํารงชีวิตรํวมกับคนทั่วไปในสังคม การจัดกิจกรรมการเรียนรู๎ในลักษณะดังกลําวมีขั้นตอนและกระบวนการสําคัญโดยจะ เริ่มจากสังเกตพฤติกรรมทั่วไป และทําการประเมินความสามารถพื้นฐานของเด็ก เพื่อจัดวางแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP : Individual Education Program)โดยเน๎นการใช๎เทคนิคการสอนท างการศึกษาพิเศษที่เหมาะสมกับปัญหา และความต๎องการของเด็กเป็นรายบุคคล ในการจัดทําแผนการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) ต๎องมีการวางแผนการสอนด๎วยความรํวมมือกันสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsระหวําง ผู๎บริหารโรงเรียน ผู๎ปกครอง ครูก ารศึกษาพิเศษ นักกิจกรรมบําบัด และผู๎ที่มีสํวนเกี่ยวข๎องกับเด็กพิเศษ หลังจากผํานการประเมินจากแผนการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) แล๎ว โรงเรียนและครู จําเป็นต๎องคํานึงถึงหลักสูตร และวัตถุประสงค์ของการเรียนรู๎ในแตํละรายวิชา โดยครูผู๎สอนจะนําข๎อมูลที่ได๎มาจัดทําเป็นแผนการสอนรายบุคคล (IIP : Individual Implementation Plan) ซึ่งเน๎นวิธีการสอน และกระบวนการสอนอยํางเป็นระบบ มีลําดับขั้นตอนการสอนในเนื้อหาสาระของแตํละรายวิชา ทั้งนี้ การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู๎จะต๎องคํานึงถึงลักษณะความต๎องการพิเศษของนักเรียนแตํละคน เทคนิคการสอนเด็กพิเศษ ต๎องผสมผสานความเข๎าใจด๎านจิตวิทยาเด็กที่เหมาะสมตํอสภาพแวด ล๎อม ภาวะอาการ และความต๎องการพิเศษของเด็ก ทั้งนี้เพื่อเพิ่มศักยภาพในการเรียนการสอนเด็กพิเศษได๎อยํางมีประสิทธิผล จากการสังเกตการสอนในวิชานี้ ได๎แนวคิดในการประยุกต์ใช๎ในการจัดการเรียนการสอนได๎ ดังนี้ 1. หนํวยงานที่เกี่ยวข๎องควรให๎ความสําคัญตํอการคัดกรองเด็กพิ เศษที่มีความบกพรํองหรือมีความต๎องการพิเศษในระดับตํางๆ อยํางจริงจังเพื่อจัดรูปแบบการศึกษาและจัดกิจกรรมการเรียนรู๎เพื่อพัฒนาเด็กพิเศษให๎สามารถพัฒนาศักยภาพได๎อยํางเหมาะสม 2. ปัจจุบั นหนํวยงานทางการศึกษาหรือสถาบันการศึกษาโดยทั่วไปในประเทศไทยยังไมํได๎ให๎ความสําคัญตํอการจัดเตรียมบุคลากรและหลักสูตรการศึกษาพิเศษสําหรับเด็กพิเศษที่เรียนรํวมในโรงเรียนอยํางจริงจัง ดังนั้นจึงควรมีการพัฒนารูปแบบการให๎บริการการศึกษาพิเศษอยํางเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนมากขึ้นมีการจัดสรรทรัพยากร บุคลากรที่มีความชํานาญเฉพาะและการบริหารหลักสูตรการศึ กษาพิเศษอยํางจริงจัง 3. กระบวนการคัดกรองเด็กพิเศษควรดําเนินการตามรูปแบบ ขั้นตอนอยํางจริงจังและระมัดระวัง 4. มีการนําเอาวิธีการเฉพาะสําหรับการจัดกิจกรรมเพื่อเด็กพิเศษมาใช๎ในการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนที่มีนักเรียนเรียนรํวมอยํางเครํงครัด อาทิ การใช๎ Individual Education Program และการใช๎Individual Implementation Plan ถํายภาพรํวมกับ Mrs. Christene White วิทยากรที่ให๎ความรู๎ เกี่ยวกับ การจัดการศึกษาเพื่อเด็กพิเศษสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsกิจกรรมร่วมรับประทานอาหารค่า ทีบ้านของ Dr.Orvil L. White ่ หลังจากเสร็จสิ้นจากการเข๎ารํวมสังเกตการสอนที่มหาวิทยาลัย ในชํวงเย็นคณะของเราได๎รับโอกาสพิเศษจาก Dr.Orvil L. White และครอบครัว ที่ได๎เปิดบ๎านต๎อนรับคณะของเราทุกคนอยํางอบอุํนและเป็นกันเอง สภาพบ๎านโดยทั่วไปมีสถาปัตยกรรมที่มีความเรียบงําย สวยงามตามสไตล์อเมริกัน ซึ่งบ๎านของDr.Orvil L. White เป็นบ๎านที่มีอายุเกือบหนึ่งร๎อยปีแล๎ว โดยได๎ซื้อตํอมาจากเจ๎าของอีกตํอหนึ่ง แล๎วปรับปรุงตํอเติมอยํางตํอเนื่องจนมีสภาพที่เห็นเชํนในปัจจุบัน Dr.Orvil L. White จัดงานเลี้ยงต๎อนรับเล็กๆให๎กับพวกเรา ซึ่งครอบครัวของทําน ได๎ลงมือแสดงฝีมือในการประกอบอาหารไทยให๎เราได๎รับประทานกัน รายการอาหาร ได๎แกํ เกี๊ยวซํา แกงเขียวหวาน ต๎มยํากุ๎งและส๎มตํา ซึ่งมีการดัดแปลงและปรับปรุงวัตถุดิบในการปรุงอาหารเล็กน๎อยให๎เหมาะกับบริบทของที่นั่นสํวนรสชาติอาหาร ถือวําทําได๎ยอดเยี่ยมสําหรับอาหารไทยที่ทําโดยชาวตํางชาติเลยทีเดียว เหนืออื่นใดคือการต๎อนรับคณะของเราอยํางอบอุํน เป็นกันเอง ด๎วยมิตรไมตรีที่ดีตํอกัน พูดคุยรํวมกับ Dr.Orvil L. White และครอบครัวอยํางอบอุํนและเป็นกันเอง นอกจากนี้ Dr.Orvil L. White ยังพาเราเยี่ยมชมมุมตํางๆของบ๎าน ซึ่งมีของใช๎ และของที่ระลึกมากมายที่เป็นของไทย ตลอดจนได๎พูดคุยรํวมกันอยํางสนุกสนาน ในวันนี้จึงนับเป็นอีกวันหนึ่งที่เราทุกคนได๎สัมผัสและเรียนรู๎กับวัฒนธรรมการกินอยูํของชาวอเมริกัน ซึ่งพวกเราทุกคนประทับใจมากๆสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics วันที่แปด 6 ตุลาคม 2555 ร่วมเทศกาลฟักทองเมืองคอร์ทแลนด์ The Great cortland pumpkinfestสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsวันที่แปด 6 ตุลาคม 2555ร่วมเทศกาลฟักทองเมืองคอร์ทแลนด์ The Great cortland pumpkinfest ในชํวงที่คณะของเราอาศัยอยูํในเมือง Cortland นับวําเป็นโอกาสที่ดีมากๆซึ่งตรงกับวันที่ 6 – 7ตุลาคม 2555 ที่มีเทศกาลฟักทองของเมือง Cortland โดยจัดขึ้นที่บริเวณสวนสาธารณะข๎างศาลของเมืองที่อยูํไมํหํางจากโรงแรมที่พักของเรา ในวันนี้เป็นวันเสาร์ที่ไมํมีตารางในการเรียนที่มหาวิทยาลัย จึงเป็นโอกาสดีที่พวกเราจะได๎เยี่ยมชมงานนี้ แตํเนื่องด๎วยอากาศในวันนี้มีฝนตกตั้งแตํเช๎า ทําให๎อากาศเย็นลงมาก ภายในงานประดับตกแตํงไปด๎วยฟักทองขนาดใหญํจํานวนมากวางเ รียงรายอยูํมากมาย ในสํวนของการแสดงเวทีกลาง มีการแสดงวงปี่สก็อต และเต๎นประกอบการบรรเลงปีสก็อต นําสนใจมาก เสื้อผ๎าทีผู๎แสดงสวมใสํสวยงาม แปลกตา นําเสียดายที่ฝนตกปรอยๆทําให๎นักดนตรีต๎องสวมเสื้อกันฝน ทําให๎เราได๎ชมความงามไมํเต็มที่นัก นอกจากนี้ยังมีการแสดงวงดนตรีตลอดทั้งงาน กิจกรรมการแสดงเวทีกลาง ซึ่งมีการแสดงเต๎นประกอบเพลงด๎วยเสียงดนตรีแบบปี่สก็อตสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics ถํายภาพรํวมกันบริเวณเวทีแสดง การแสดงของสาวน๎อยชาวอเมริกัน บรรยากาศภายในงานมองไปโดยรอบจะเห็นสีส๎มของฟักทอง การจําหนํายฟักทองขนาดตํางๆ ทั้งลูกเล็กลูกใหญํ ฟักทองรูปรํางแปลกๆ และการนําฟักทองมาตกแตํงให๎สวยงาม ใช๎ประดับตกแตํงบ๎านในระหวํางเทศกาล เมื่อสอบถามผู๎รู๎เกี่ยวกับฟักทองทราบวําฟักทองลูกสีส๎มๆนี้มีรสชาติไมํอรํอย เนื้อด๎านในไมํแนํนเหมือนฟักทองของไทย นิยมนํามาทําพายฟักทองและตกแตํงบ๎าน มีฟักทองขนาดใหญํจําหนํายมากมาย ผลิตภัณฑ์สร๎างสรรค์จากฟักทองสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics ภายในงานเทศกาลฟักทองมีร๎านค๎าจําหนํายสินค๎าตํางๆมากมาย โดยสํวนใหญํเป็นสินค๎าพื้นเมืองทั้งงานหัตถกรรม งานฝีมือ งานศิลปะ เชํน งานตกแตํงบ๎านที่เป็นงานฝีมือ เครื่องประดับ เพชรพลอยเฟอร์นิเจอร์ตกแตํงบ๎าน งานวาดภาพบนกระดานชนวน เสื้อผ๎าจากงานแฮนด์เมก อุปกรณ์สัตว์เลี้ยง รวมทั้งอาหาร ขนม ชีสและไวน์ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให๎ได๎รํวมสนุก ได๎แกํ การแขํงขันวิ่งฟักทองระยะทาง1 ไมล์ ผู๎ชนะได๎เงินรางวัล 100 เหรียญ จัดบริเวณตรงข๎ามกับสถานีดับเพลิง การประกวดตกแตํงฟักทองโดยจัดเป็นชํวงอายุ การประกวดฟักทองใหญํที่สุด ซึ่งแตํละลูกที่นํามาประกวดมีน้ําหนักมากกวํา300 กิโลกรัม ลูกที่ใหญํที่สุดมีน้ําหนักมากกวํา 800 กิโลกรัม การแสดงรถ แทรกเตอร์โบราณ และรถยนต์โบราณ Petting Zoo สําหรับเด็กๆมีจัดแสดงทั้งหมู กระตําย ลา แพะ ม๎า ฯลฯ เด็กๆสํวนใหญํจะชอบบริเวณนี้มาก เพราะได๎เลํนและให๎อาหารสัตว์ได๎ด๎วยตนเอง นอกจากนี้ยังมีบริการขี่ม๎าอีกด๎วยกิจกรรมขี่ Hay รอบเมือง ซึ่งเป็นการนํารถแทรกเตอร์มาตํอด๎วยโครงเหล็ก ภายในนําก๎อนฟางมาทําเป็นที่นั่งให๎บริการนักทํองเที่ยวนั่งชมรอบเมือง ราคาเที่ยวละ 50 เซ็นต์ตํอคน มีนักทํองเที่ยวสนใจขึ้นเป็นจํานวนมากรวมทั้งคณะของเราด๎วย เมื่อขึ้นไปนั่งด๎านบนแล๎ว คาดวําจะหนาว แตํพบวําเมื่ อนั่งลงบนก๎อนฟาง กลับอุํนไมํหนาวอยํางที่คิด บริเวณตรงกลางของงาน มีเต๎นท์ขนาดใหญํสําหรับจําหนํายอาหารหลายอยําง เชํน ชุดอาหารเช๎า แฮมเบอเกอร์ ฮอทดอก ไส๎กรอก รวมทั้งขนมเค๎ก ขนมหวานตํางๆ ที่นําสนใจได๎แกํแอปเปิ้ลเคลือบคาราเมลสีสันสวยงาม นํากิน ร๎านค๎าจําหนํายสินค๎าตํางๆ ภายในงาน การประกวดฟักทองสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics กิจกรรมอื่นๆภายในงาน ในวันนี้จึงเป็นอีกวันหนึ่งที่พวกเราได๎สัมผัสกับวัฒนธรรม ประเพณีและวิถีชีวิตความเป็นอยูํของชาวอเมริกันอยํางใกล๎ชิด ซึ่งได๎มี โอกาสได๎รํวมกิจกรรมตํางๆมากมาย ตลอดจนได๎ฝึกทักษะภาษาอังกฤษอีกด๎วยสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics วันที่เก้า 7 ตุลาคม 2555 - เยี่ยมชม Apple Cider - เยี่ยมชม Indian Campสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsวันที่เก้า 7 ตุลาคม 2555 เยี่ยมชม Apple Cider ในวันนี้เป็นอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันหยุดทําให๎พวกเราได๎มีโอกาสพักผํอนอยํางเต็มที่ โดยในวันนี้ทางDr.Orvilและ Dr.Susan ได๎อาสาขับรถพาพวกเราไปเปิดประสบการณ์การเรียนรู๎ที่ Apple Cider ซึ่งเป็นโรงงานที่ผลิตและจําหนํายน้ําแอ๏บเปิ้ลคั้นสดๆ ตลอดจนจําหนํายแอ๏บเปิ้ลหลายสายพันธุ์ และผลิตภัณฑ์แปรรูปตํางๆ เราออกเดินทางโดยรถสํวนตัวของ Dr.Orvil , Dr.Susan และลูกชาย Dr.Susan การเดินทางคํอ นข๎างไกลพอสมควรระหวํางทางเราได๎เห็นถึงความสวยงามของภูมิทัศน์ที่เป็นเนินเขา แตํงแต๎มด๎วยพืชพรรณหลากสีสัน บรรยากาศระหวํางการเดินทาง และแล๎วเราก็เดินทางมาถึง Apple Cider ซึ่งมีผู๎คนมาที่นี่กันเป็นจํานวนมาก เมื่อเข๎าไปภายในเราได๎พบกับลังไม๎ใสํแอ๏บเปิ้ลหลากหลายสายพันธุ์ให๎เราได๎เลือกซื้อกันตามอัธยาศัย แอ๏บเปิ้ลหลากหลายสายพันธุ์นํารับประทานมากๆสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics นอกจากนี้เรายังมีโอกาสได๎เยี่ยมชมกระบวนการผลิต Apple Cider ซึ่งเป็นน้ําแอ๏บเปิ้ลคั้นสดๆจากผลซึ่งไมํได๎ใช๎วิธีการที่ยุํงยากอีกด๎วย กระบวนการผลิต Apple Cider จากนั้นเราได๎เยี่ยมชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์แปรรูปตํางๆมากมาย อาทิเชํน โดนัท พายแอ๏บเปิ้ลน้ําผึ้ง และไวน์ ตลอดจนของที่ระลึกตํางๆ เยี่ยมชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์แปรรูปตํางๆ เมื่อได๎เลือกซื้อสินค๎าตํางๆกันตามอัธยาศัย เราจึงได๎ไปนั่งรับประท านรํวมกันที่สนามหญ๎าข๎างๆซึ่ง Dr.Susan ได๎ซื้อน้ําแอ๏บเปิ้ล และโดนัท มาเลี้ยงพวกเราทุกๆคนด๎วยสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics เยี่ยมชม Indian Camp ตํอจากนั้นเราได๎เดินทางตํอไปยัง Indian Camp ซึ่งเป็นสวนสาธารณะที่มีความสําคัญทางประวัติศาสตร์ เพราะเคยเป็นที่ตั้งข องคํายพักแรมของชาว Indian ในอดีต สภาพโดยทั่วๆไปเป็นสวนสาธารณะที่รํมรื่น สวยงามด๎วยใบไม๎ที่กําลังเปลี่ยนสีเป็นสีเหลือง สีแดง สีส๎ม และด๎านข๎างที่เป็นทะเลสาบติดเนินเขาหลายลูก พวกเราได๎ถํายภาพกับบรรยากาศที่สวยงามของที่นี่เป็นที่ระลึกมากมาย ถํายภาพรํวมกันเป็นที่ระลึกกับครั้งหนึ่งที่ Indian Camp มุมสวยๆที่ Indian Campสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics วันที่สิบ 8 ตุลาคม 2555 - เยี่ยมชม Cornell University - เยี่ยมชม เมือง Ithaca - ร่วมรับประทานอาหารค่า ที่ บ้านของท่าน ผอ.อังสนา พันธุ์เจริญสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsวันที่สิบ 8 ตุลาคม 2555 ในวันนี้เป็นหยุดเนื่องในโอกาสวันโคลัมบัส ซึ่งกําหนดขึ้นในทุกวันจันทร์สัปดาห์ที่สองของเดือนตุลาคมสําหรับวันโคลัมบัสนี้มีประวัติศาสตร์สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2035 คริสตอเฟอร์ โคลัมบัส(Christopher Columbus) นักเดินเรือชาวอิตาเลียน ค๎นพบ ทวีปอเมริกา โดยแลํนเรือมาขึ้นฝั่งที่เกาะบาฮามาส์ (Bahamas) ทางตะวันออกของรัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศ คิวบาในปัจจุบัน และตั้งชื่อวํา "เกาะซาน ซัลวาดอร์ " (San Salvador Island) ซึ่งเขาเชื่อวําเป็นประเทศอินเดียและเรียกชาวอเมริกันพื้นเมืองวํา "อินเดียน” (Indians) ซึ่งออกมาต๎อนรับคณะของนักสํารวจอยํางเป็นมิตรทั้งนีโคลัมบัสได๎รับการสนับสนุนจากกษัตริย์สเปนคือ พระเจ้าเฟอร์ดินานด์ ที่ 2 (Ferdinand II of Aragon) ้และ พระนางเจ๎าอิสซาเบลลา ที่ 1 (Isabella of Castile) ให๎ออกค๎นหา “โลกใหม่ ” หรืออินเดียและจีนเพื่อค๎าขายเครื่องเทศ ผ๎าไหมและยาฝิ่น โคลัมบัสพร๎อมกับลูกเรือ 90 คนและเรือ 3 ลําได๎แกํ "ซานตา มาเรีย"(Santa Maria), "พินตา" (Pinta) และ "ซานตา คลารา" (Santa Clara) ออกจากทําเรือเมืองเปลูซ (Palos)ประเทศสเปน เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2035 แลํนเรือไปทางทิศตะวันตกข๎ามมหาสมุทรแอตแลนติก ไปถึงเกาะบาฮามาส์ จากนั้นเขาเดินเรือตํอไปจนถึงคิวบา ไฮติ และกลับถึงสเปนในวันที่ 15 มีนาคม 2036 จากนั้นเขาก็ออกเดินเรือค๎นหาโลกใหมํอีกสามเที่ยว ไปถึง เปอร์โตริโก จาเมกา ตรินิแดด เวเนาซุเอลา และคอคอดปานามา โดยไมํเคยไปถึงโลกใหมํที่เขาค๎นหา แตํอยํางไรก็ตาม โคลัมบัสก็เชื่อมาตลอดจนเสียชีวิตวําดินแดนที่เขาค๎นพบนั้นคือทวีปเอเชีย ภายหลังได๎มีการกําหนดให๎ กําหนดให๎ทุกวันจันทร์สัปดาห์ที่สองของเดือนตุลาคม เป็น "วันโคลัมบัส" (Columbus Day) มีการเฉลิมฉลองกันในสหรัฐอเมริกาและประเทศตํางๆ ในทวีปอเมริกาใต๎ ในอดี ตเคยเชื่อกันวําโคลัมบัสเป็นชาวยุโรปคนแรกที่ค๎นพบอเมริกา แตํจริง ๆ แล๎วเลฟ เอริคสัน (Leaf Erikson) ชาวไวกิ้งเคยเดินทางมาพบทวีปอเมริกากํอนหน๎านี้ และเคยมีนิคมชาวไวกิ้งทางตะวันออกของแคนาดาในศตวรรษที่ 11คริสตอเฟอร์ โคลัมบัส (Christopher Columbus) เรือซานตา มาเรีย, พินตา และซานตา คลาราสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics ในวันหยุดวันนี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่พวกเราได๎เดินทางไปมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ (CornellUniversity) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแหํงหนึ่งที่มีชื่อเสียง ตั้งอยูํที่เมืองอิทากา ใน มลรัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาเพื่อเป็นการเพิ่มพูนประสบการณ์ของพวกเราที่สหรัฐอเมริกา คณะของพวกเรามาถึงที่มหาวิทยาลัยแหํงนี้ในชํวงบํายและเข๎าเยี่ยมชมบรรยากาศ อาคารสิ่งปลูกสร๎างตําง ๆ ภูมิทัศน์ของมหาวิทยาลัยซึ่งออกแบบไว๎อยํางสะดุดตาในศิลปะแบบตะวันตกและบรรยากาศ ที่รํมรื่น สวยงาม โดยจะขอบรรยายข๎อมูลเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ (Cornell University) ดังตํอไปนี้ ตราประจํามหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ (Cornell University) เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนตั้งอยูํที่เมืองอิทากา ในมลรัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา กํอตั้งในปีพ.ศ. 2408 (ค.ศ.1865)โดย เอซรา คอร์เนลล์และแอนดรูว์ ดิกสัน ไวต์ และมีชื่อเสียงทางด๎านวิชาการในหลากหลายด๎าน มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์มีนักศึกษาที่กําลังศึกษาในระดับปริญญาตรีประมาณ 14,000 คน (ในปี พ .ศ. 2553) และมีพื้นที่ 745 เอเคอ ร์ ใช๎ระบบภาคการศึกษาแบบ 2 ภาคการศึกษา นอกจากนี้มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ยังได๎รับการจัดอันดับอยูํในลําดับที่ 15ให๎เป็น Best Colleges is National Universities ของมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา ปัจจุบัน (พ.ศ. 2554 )คําเลําเรียนและคําธรรมเนียมทางการศึกษาอยูํที่ 39,666 ดอลลาร์ตํอปี ภาพบรรยากาศที่รํมรื่น สวยงามของมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ตั้งอยูํในเมืองอีทากา รัฐนิวยอร์ก (Ithaca, N.Y.) ซึ่งประกอบไปด๎วยองค์กรนักศึก ษากวํา 500 องค์กร ตั้งแตํวงโยธวาทิตชื่อวง Big Red Marching Band ไปจนถึงสมาคมเชื่อมความสัมพันธ์ระหวํางประเทศ (International Affairs Society)สถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics นักศึกษาชั้นปีที่ 1 จะพักรวมกันอยูํในบริเวณที่พักด๎านเหนือของมหาวิทย าลัย และมหาวิทยาลัยยังมีที่พักสําหรับนักศึกษาชั้นปีที่สูงขึ้น และนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา หากนักศึกษาแสดงความประสงค์ที่จะพักภายในที่พักของมหาวิทยาลัย ภาพอนุสาวรีย์ของ เอซรา คอร์เนลล์ ผู๎กํอตั้ง มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ คอร์เนลล์มีสมาคมสร๎างความสัมพันธ์รุํนพี่รุํนน๎อง (Greek life) ซึ่งไปประกอบด๎วยด๎วยสมาคมนักศึกษาชาย และสมาคมนักศึกษาหญิงกวํา 70 สมาคม มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์มีทีมกีฬาเข๎ารํวมการแขํงขันNCAA Division I กวํา 30 ชนิดกีฬา (การแขํงขัน NCAA เป็นการแขํงขันที่จัดเป็นประจําทุกปีราวเดือนมีนาคมโดยนําทีมมหาวิทยาลัยในดิวิชัน 1 สังกัด NCAA ในสหรัฐอเมริกา มาแขํงเพื่อหาแชมป์ในแตํละปี ) และการแขํงขันภายในกลุํมไอวีลีก (Ivy League) ภาพอาคารสถานที่ ที่มีสถาปัตยกรรมที่งดงามของมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์มีคณะวิชาและวิทยาลัยจํานวน แหํง ซึ่งแตํละแหํงสามารถรับนักศึกษาได๎ด๎วย 14ตัวเองตั้งแตํระดับปริญญาตรีไปจนถึงการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษามหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ มีวิทยาลัยขนาดใหญํ2 แหํงด๎วยกัน คือ College of Arts and Sciences และ College of Agriculture and LifeSciences นอกจากนี้การศึกษาระดับบัณฑิตศึกษายังได๎รับการจัดอันดับอยูํในระดับสูง อาทิ Johnson GraduateSchool of Management, College of Engineering, Law School, Weill Cornell Medical College และมีชื่อเสียงเป็นที่รู๎จักดีทางด๎านศึกษาศาสตร์ นอกจากนี้มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ยังมีชื่อเสียงเป็นที่รู๎จักติดอันดับ คือCollege of Veterinary Medicine และมีชื่อเสียงสูงมาก คือSchool of Hotel Managementสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics หนึ่งในประเพณีที่เกําแกํของมหาวิทยาลัยคือ Dragon Day ในวันดังกลําวนักศึกษาชั้ นปีที่ 1คณะวิศวกรรมศาสตร์จะประดิษฐ์มังกรจําลองขึ้นมาและนําไปเดินขบวนแหํรอบมหาวิทยาลัยและสิ้นสุดงานพิธีที่การกํอกองไฟเพื่อเฉลิมฉลองการมาถึงของฤดูใบไม๎ผลิ ศิษย์เกําที่มีชื่อเสียงที่จบจากมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ ได๎แกํ Ruth Bader Ginsburg ประธานศาลสูงสุดแหํงสหรัฐอเมริกา, E.B. White นักประพันธ์ผู๎มีชื่อเสียงที่สุดจากงานเขียน "The Elements of Style"และหนังสือสําหรับเด็กสามเรื่อง ที่ถือกันวําเป็นผลงานอมตะ คือ Stuart Little (สจ๏วต ลิตเติ้ล) CharlottesWeb (แมงมุมเพื่อนรัก) และ The Trumpet of the Swan (เสียงรักจากทรัมเป็ตหงส์) และ Bill Nye ผู๎จัดรายการวิทยาศาสตร์แนวตลก ชื่อรายการ The Science Guy ที่สําคัญมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์นี้ ยังเป็นมหาวิทยาลัยที่พระเจ๎าหลานเธอพระองค์เจ๎าพัชรกิติยาภาทรงเคยศึกษาและหลังจากที่พระองค์จบการศึกษา ในระดับปริญญาเอกได๎ทรงตั้งกองทุนพัชรกิติยาภา เพื่อการศึกษากฎหมายให๎ทุนการศึกษาแกํผู๎ที่มีความสามารถมาเรียนที่มหาวิทยาลัยแหํงนี้ความเป็นมาคือในระหวํางที่พระเจ๎าหลานเธอพระองค์เจ๎าพัชรกิติยาภา ได๎ทรงศึกษาทางด๎านกฎหมายที่มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ประเทศสหรัฐอเมริกานั้นได๎ทรงทํากิจกรรมรํวมกับนักศึกษากฎหมายของมหาวิทยาลัยฯซึ่งพระจริยวัตรของพระองค์ทํานนํามาซึ่งความปลื้มปิติแกํคณาจารย์และนักศึกษาของมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์เป็นอยํางยิ่ง และในวโรกาสที่ทรงสําเร็จการศึกษาวิชากฎหมายในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกแล๎วมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์จึงมีความประสงค์ที่จะทํากิจกรรมตํอเนื่อง เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติแดํพระเจ๎าหลานเธอ พระองค์เจ๎าพัชรกิติยาภา นับวําเป็นโอกาสที่สูงยิ่งเพราะโดยเฉพาะคนที่มีฐานะรายได๎ต่ําจะมีโอกาสมาเรียน ณ มหาวิทยาลัยแหํงนี้คํอนข๎างยากทั้งคุณภาพและคําใช๎จําย ถํายภาพรํวมกับอนุสาวรีย์ของ เอซรา คอร์เนลล์สถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics ประมวลภาพประทับใจที่ มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ ของพวกเรา อีกหนึ่งภาพประทับใจกับบรรยากาศสวยๆของ มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ สนามหญ๎าเขียวขจี กับอาคารเรียนที่สวยงาม ครั้งหนึ่งในชีวิตที่มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์สถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics ประมวลภาพประทับใจที่ มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ ของพวกเราวันที่ 9 ตุลาคม 2555วันที่ 9 ตุลาคม 2555สถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsกิจกรรมเยี่ยมชม เมือง Ithaca หลังจากที่เ ราได๎เยี่ยมชมความงดงามของอาคารสถานที่ที่มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ คณะของเราได๎เดินทางตํอมายังตัวเมือง Ithaca เพื่อเยี่ยมชมสภาพความเป็นอยูํ บ๎านเมืองและวิถีชีวิตของชาว Ithacaซึ่งไปตํางจากเมือง Cortland ที่เราพักอาศัยเนื่องจากที่เมือง Ithaca นี้เป็นเมื องใหญํที่มีประชากรอาศัยอยูํมากกวํา ตลอดจนมีมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงตั้งอยูํมากมาย สถานที่แรกที่เราไปเยี่ยมชม คือ ร๎านอาหาร Taste of Thai ซึ่งเป็นของ คุณอังสนา พันธุ์เจริญอดีตผู๎อํานวยการโรงเรียนแหํงหนึ่ง ที่ทํานได๎มาทําธุรกิจร๎านอาหารไทยที่นี่ ร๎านอาหาร Taste of Thai ซึ่งเป็นร๎านอาหารไทยแหํงหนึ่งที่มีชื่อเสียงของสหรัฐอเมริกา จากนั้นเราได๎มีโอกาสไปเยี่ยมชมสวนสาธารณะภายในเมือง Ithaca ที่มีความเรียบร๎อย สวยงามเป็นระเบียบ มีที่นั่งพักผํอนหยํอนใจ ซึ่งประดับตกแตํงด๎วยดอกไม๎เมืองหนาวและประติมากรรมรํวมสมัย ประติมากรรมที่แฝงความรู๎เรื่องระบบสุริยะ ประติมากรรมปูนปั้นรํวมสมัยสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics ประติมากรรมปูนปั้นรํวมสมัยที่แฝงไว๎ด๎วยความคิดสร๎างสรรค์พบได๎มากมายที่นี่ ตํอจากนันคณะของเราได๎เดินทางไปที่บ๎านของคุณอังสนา พันธุ์เจริญ หรือ ปูาน๎อย เจ๎าของร๎านอาหาร ้Taste of Thai ซึ่งทํานได๎ให๎การต๎อนรับคณะของเราอยํางอบอุํนและเป็นกันเอง โดยได๎ต๎อนรับพวกเราด๎วยอาหารวําง นําเยี่ยมชมสํวนตํางๆของบ๎านที่ตกแตํงไว๎อยํางสวยงาม ดํารงไว๎ซึ่งเอกลั กษณ์ความเป็นไทยนอกจากนี้ ยังมีเฟอร์นิเจอร์หลายชิ้นที่ พระเจ๎าหลานเธอพระองค์เจ๎าพัชรกิติยา ทรงประทานให๎ไว๎กํอนกลับประเทศไทยเมื่อสําเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ คุณปูาน๎อย ต๎อนรับพวกเราอยํางอบอุํนและเป็นกันเอง คุณปูาน๎อยเยี่ยมชมอํางจากุซซี่ และห๎องนอนซึ่งได๎รับ ประทานเตียงนอนมาจากพระองค์ภาฯสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics หลังจากนั้นคุณปูาน๎อยได๎นําคณะของเราไปยังบ๎านของลูกชายปูาน๎อยที่อยูํไมํหํางกันมาก ซึ่งวันนี้ทางปูาน๎อยและครอบครัวได๎จัดงานเลี้ยงต๎อนรับเราเป็นพิเศษด๎วยเมนูอาหารไทยเลิศรส นานาชนิด ด๎วยฝีมือของลูกสะใภ๎ปูาน๎อย ทั้ง แกงเขียวหวาน หมี่กรอบ ยําแหนมคลุก หมูอบ ผัดผักรวมมิตรและขนมหวาน ที่มีการจัดเรียงตกแตํงไว๎อยํางสวยงามระดับโรงแรม งานเลี้ยงต๎อนรับด๎วยอาหารไทยเลิศรส ที่ชํวยบรรเทาความคิดถึงอาหารไทยของพวกเราได๎มาก ปูาน๎อย ดูแล ต๎อนรับเราทุกคนเป็นอยํางดี แขกผู๎มีเกียรติหลายทํานที่ได๎มารํวมงานเลี้ยงครั้งนี้ นอกจากนี้อีกหนึ่งโอกาสดีคือการที่เราได๎รู๎จักกับ คุณกมลา อรรถโกศล ซึ่งเป็นคนไทยที่เป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยคอเนลล์ และได๎แตํงหนังสือเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา โดยทํานได๎ให๎ความรู๎กับพวกเราและยังได๎มอบหนังสือที่ทํานแตํง ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษให๎กับพวกเราเพื่อเป็นวิทยาทานอีกด๎วย ในวันนี้จึงเป็นอีกหนึ่งวันที่พวกเราทุกคน ได๎รับประสบการณ์ที่มีคุณคํา และได๎เห็นถึงมิตรไมตรี น้ําใจของคนไทย ที่ไมํวําจะอยูํที่ใด คนไทยก็รักกันสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics วันที่สิบเอ็ด 9 ตุลาคม 2555 - ฟังบรรยายเกี่ยวกับ ระบบการบริหารจัดการในการส่ง นักศึกษาไปฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู - ร่วมกิจกรรมแกะสลักฟักทอง - ร่วมกิจกรรมการทดลองเรื่องการเปลี่ยนสีของใบไม้ - สังเกตการสอน วิชาปฏิบัติการชีววิทยา เรื่องพืชสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsวันที่สิบเอ็ด 9 ตุลาคม 2555กิจกรรมฟังบรรยายเกี่ยวกับ ระบบการบริหารจัดการในการส่งนักศึกษาไปฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ในวันนี้เป็นวันทําการปกติของมหาวิทยาลัย คณะของเราได๎มีโอกาสเข๎าฟังบรรยาย เกี่ยวกับ ระบบการบริหารจัดการในการสํงนักศึกษาไปฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู กับอาจารย์จาก ภาควิชาการศึกษาระดับกํอนปฐมวัยและปฐมวัย (Childhood/Early Childhood Student Teaching) ซึ่งนับเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่นําสนใจมาก โดยอาจารย์ได๎บรรยายเกี่ยวกับระบบการบริหารจัดการในการสํงนักศึกษาไปฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู และวิธีการนิเทศ กํากับติดตาม ประเมินผลและให๎ความชํวยเหลือแกํนักศึกษาในขณะฝึกประสบการณ์วิชาชีพผํานเว็บไซต์สถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics สําหรับรายละเอียดตํางๆ เกี่ยวกับ ภาควิชาก ารศึกษาระดับกํอนปฐมวัยและปฐมวัย(Childhood/Early Childhood Student Teaching) ของ SUNY Cortland มีรายละเอียด ดังนี้พันธกิจของภาควิชา (Department Mission Statement) ภารกิจของภาควิชาคือการให๎นักการศึกษาที่มีชุดของ ประสบการณ์ที่ไมํซ้ํากันในการกํอสร๎างของความรู๎ในเนื้อหาการสอนในการพัฒนาและการปฏิบัติของทักษะความเป็นผู๎นําด๎านการศึกษาและในการวิเคราะห์โครงสร๎างและหน๎าที่ของโรงเรียน และโปรแกรมการเรียนการสอนในสังคมอเมริกัน ภาควิชาจะเตรียมครูเพื่อที่จะให๎การเรียนการสอนซึ่งมีเด็กเป็นศูนย์กลางการพัฒนามีความเหมาะสมกับสภาพแวดล๎อมการเรียนรู๎และจะสนับสนุนสําหรับเด็กแรกเกิดถึงเกรด 6 ในความรํวมมือกับครอบครัวและชุมชน ครูของเราในอนาคตและผู๎ดูแลกําลังเตรียมที่จะเปลี่ยนอาชีพของพวกเขาในการตอบสนองตํอความต๎องการของเด็กและครอบครัวในสังคมที่มีความหลากหลาย และสังคมทั่วโลกค่านิยมหลักของภาควิชา (Department Core Values) ค่านิยมหลักด้านความเป็นผู้นา Core Value: Effective Leadership ภาควิชามีความมุํงมั่นที่จะพัฒนานักการศึกษาเพื่อดํารงตําแหนํงในโรงเรียน มหาวิทยาลัย ชุมชนธุรกิจ/อุตสาหกรรม รัฐบาลและองค์กรเอกชน ซึ่งที่มีวัตถุประสงค์คือการดูแลและบริการด๎านการศึกษาให๎กับเด็กประถมศึกษา ค่านิยมหลักด้านการสร้างนโยบาย Core Value: Policy Formulation ภาควิชามีความมุํงมั่นที่จะมีบทบาทในการออกประกาศ และมีอิทธิพลตํอนโยบายสาธารณะที่เกี่ยวข๎องกับเด็กและครอบครัวและการดูแล และการเรียนรู๎ภาคปฏิบัติ ค่านิยมแกนหลักด้านการสืบเสาะหาความรู้ Core Value: Inquiry ภาควิชามีความมุํงมั่นตํอการสืบเสาะหาความรู๎ภายใต๎ กิจกรรมแบบองค์รวม ซึ่งรวมทั้งความเข๎าใจของการจัดเตรียมเตรียมการสอนแบบมืออาชีพ ความสัมพันธ์ของการปฏิบัติและทฤษฎี และวิธีที่ความรู๎ถูกสร๎างขึ้น และการถํายทอดที่ดีที่สุดสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics ค่านิยมหลักด้านความยุติธรรมและการรักษาสภาพแวดล้อCore Value: Equity and Eco-justice ม ภาควิชามีความมุํงมั่นตํอแนวคิดที่ยอมรับได๎สําหรับทุกคน และสิ่งแวดล๎อมภายใต๎ความเข๎าใจของการเตรียมการอยํางมืออาชีพ ภาควิชามีความมุํงมั่นที่จะพัฒนาครูที่มีความเข๎าใจและสอนให๎ตรงกับความต๎องการที่หลากหลายของเด็กทุกคน ซึ่งจะชํวยสํงเสริมความเข๎าใจและความเคารพตํอความแตกตํางในเด็ก ภาควิชามีความมุํงมั่นที่จะพัฒนาครูที่สอน และสนับสนุนการรักษาสภาพแวดล๎อม และชีวิตที่ยั่งยืนสําหรับทุกคน แกนหลักด้านความร่วมมือ Core Value: Collaboration ภาควิชามีความมุํงมั่นที่จะพัฒนาครูที่มีทักษะการทํางานรํวมกันกับเพื่อน, ครอบครัว, สมาชิกในชุมชนและหนํวยงานอื่นๆ ซึ่งมุํงความสนใจไปที่เด็ก การสอนนักเรียนปฐมวัย /ก่อนปฐมวัย (Childhood/Early Childhood Student Teaching) ภาควิชาการศึกษาระดับกํอนปฐมวัยและปฐมวัย ที่มหาวิทยาลัย SUNY Cortland เชื่อวํา การสังเกต และ การฝึกฝนในภาคสนาม โดยการปฏิบัติจริงช องโปรแกรม การเรียน ของภาควิชาการศึกษาระดับกํอนปฐมวัย และ ปฐมวัย โดยนักศึกษา ทุกคน จะได๎รับประสบ การณ์ที่ หลากหลายทั้งในห๎องเรียนและนอกห๎องเรียนสําหรับ การ ดูแลเด็ก เล็กๆและ ระหวํางกา รฝึกภาคปฎิบัติจริงใน ภาคสนามนักศึกษาจะได๎ประสบการณ์หลากหลาย อาทิเชํน  การทํางานรํวมกับเด็กนักเรียน เจ๎าหน๎าที่ในโรงเรียรวมถึงผู๎ปกครองของเด็กๆ (Working with น students, school personnel, and parents )  การรํวมกันวางแผนและการสอนในชั้นเรียน (Planning and instructing within a classroom)  การสร๎างการจัดการสภาพแวดล๎อใม เหมาะสมในการเรียนรู๎(Creating and managing a Learning ห๎ Environment )  การใช๎กลยุทธในการ ัดการเรียนการ จ สอนและการประเมิน (Using Teaching and Assessment ผล Strategies )  การสนับสนุนหลักสูตรผํานการใช๎เทคโนโลยีSupporting curriculum through technology ) (  การใช๎มาตรฐานในการจัดการเรียน การสอนเดี่ยวกับรัฐนิวยอร์ก (Becoming familiar with New York State Teaching Standards )  การพัฒนาเพื่อเป็นนักการศึกษามืออาชีพ (Becoming a Professional Educator )  การพัฒนาตนเองของครู ๎สอน (Developing as a reflective teacher) ผูสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsการศึกษาปฐมวัยระดับ 1-6 (Childhood Education (1-6) [EDC] ) สาขาเอกและวิชาโท (Majors/Minors) สาขาการศึกษาปฐมวัย เตรียมนักศึกษาเพื่อเป็นครูในระดับ 1-6 โดยจะเรียนเพื่อพัฒนาหลักสูตร ในทุกสาขาของมาตรฐานการเรียนการสอนของรัฐนิวยอร์ก ข๎อมูลเพิ่มเติม ติดตํอภาควิชาการศึกษาระดับกํอนปฐมวัย และปฐมวัย อาชีพเมื่อสาเร็จการศึกษา (Career Potential)  ครูอนุบาล (Elementary school teacher )  ผู๎ประสานงานแหลํงการเรียนการสอน (Educational resource coordinator)  พนักงานขาย แผนงานเกี่ยวกับการสอน และการอบรมการสอน (Sales representative in training and educational programs )การศึกษาก่อนปฐมวัย และปฐมวัยระดับ แรกเกิด – ระดับ 6 (Early Childhood and ChildhoodEducation (Birth-6) [EDD]) สาขานี้จะเตรียมนักศึกษาเพื่อที่จะให๎ได๎รับใบรับรองทั้งการศึกษาในระดับกํอนปฐมวัย และระดับปฐมวัย เพื่อการสอนตั้งแตํเด็กแรกเกิด ถึงระดับ 6การศึกษาก่อนปฐมวัย แรกเกิด – ระดับ 2 (Early Childhood Education (Birth-2) [EDE] ) สาขานี้จะเตรียมนักศึกษาเพื่อที่จะเป็นนักการศึกษากํอนปฐมวัย ในโรงเรียนเตรียมอนุบาล จนถึงนักเรียนในระดับ 2 นักศึกษาจะได๎เรียนรู๎การสร๎างสภาพแวดล๎อมซึ่งเอื้อตํอการพัฒนาการเรียนรู๎ของเด็กอยํางเหมาะสม และยึดเด็กเป็นศูนย์กลางในการจัดสภาพแวดล๎อม อาชีพเมื่อสาเร็จการศึกษา (Career Potential)  ครูในระดับชั้นเตรียมอนุบาล ถึง ระดับ 2 Teacher of preschool through Grade 2 (birth to 8 years old)  ผู๎ให๎บริการดูแลเด็ก Child-care provider  ผู๎อํานวยการศูนย์การดูแลเด็ก Child-care center director  แหลํงให๎คําปรึกษา และผู๎คําปรึกษา Resource and referral counselor มอบของที่ระลึกให๎กับวิทยากรและถํายภาพรํวมกันเป็นที่ระลึก ทั้งนี้ คณะของเราจะได๎นําความรู๎และแนวคิดที่ได๎รับไปปรับใช๎ในหน๎าที่การงาน เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนการสอนและการพัฒนาครูตํอไปสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsกิจกรรมแกะสลักฟักทอง กิจกรรมหนึ่งที่ Dr.Susan ได๎จัดขึ้นเป็นพิเศษเพื่อคณะของพวกเราโดยเฉพาะในวันนี้ กิจกรรมแรกคือการแกะสลักฟักทอง สไตล์ตะวันตก เหมือนที่เราเคยเห็นกันในเทศกาลวันฮาโลวีน โดย Dr.Susan ได๎จัดเตรียมฟักทองขนาดใหญํสองผลมาให๎พวกเราได๎ใช๎ฝีมือทดลองเกาะสลักกัน โดยเริ่มตั่งแตํการคว๎านเมล็ดด๎า นในผลออก และรํางแบบหน๎าตาของฟักทองที่จะทําการแกะสลัก ซึ่ง Dr.Susan ได๎เปิดคลิปวีดิโอ ใน Youtube ให๎เราได๎เห็นถึงวิธีการและได๎แนวความคิดในการแกะสลักลวดลายตํางๆ แล๎วเราทุกคนก็ลงมือชํวยกันแกะสลักอยํางขมีขมัน ใช๎เวลาไมํนานก็ได๎ออกมาเป็นผลงานที่สวยงามและดํารงไว๎ซึ่งเอกลักษณ์ของไทย Dr.Susan เปิดวีดิโอคลิปให๎พวกเราชม ลงมือปฏิบัติการแกะสลักฟักทองสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsเทศกาลที่เกี่ยวข้องกับฟักทอง ตํานานของเวลส์ ไอริช และบริททิช จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ หัวที่ทาด้วยทองเหลือง ซึ่งเป็นเรื่องราวการลําหัวมนุษย์ที่แพรํหลายในหมูํชาวเซลทิคโบราณ ซึ่งมักจะนําเอาหัวที่ลํามาได๎นี้ไปตอกตะปูตรึงไว๎ที่ทับหลังประตู หรือเอาไปวางไว๎ข๎างเตาไฟ เพื่อประกาศถึงความหลักแหลม ชื่อของ แจ็ค โอ แลนเทิร์น มีที่มาจากแจ็คชาวนาเฒํา ขี้ตืด ติดพนัน และขี้เมา เขาหลอกปีศาจให๎ปีนต๎นไม๎ที่ ทํากับดักเป็นรูปสลักไม๎กางเขนไว๎ที่ลําต๎น เพื่อไมํให๎ปีศาจกลับลงมาได๎ ปีศาจได๎แก๎แค๎นโดยการสาปแชํงแจ็ค ให๎เขารํอนเรํไปยามค่ําคืนด๎วยไฟดวงเดียวที่เขามี คือมีเทียนเลํมเดียวปักอยูํในโพรงของหัวผักกาด แตํในอเมริกาเหนือสามารถหาฟักทองได๎งํายกวําหัวผักก าด ทั้งยังมีขนาดใหญํกวําจึงหันมาแกะสลักฟักทองแทนหัวผักกาด หลายครอบครัวจะฉลองฮาโลวีนโดยการแกะสลักฟักทองเป็นรูปรํางนํากลัวหรือรูปหน๎าตลกแล๎วไปวางที่ธรณีประตูในยามมืด ประเพณีการแกะสลักฟักทองเริ่มต๎นเข๎ามาในอเมริกาเหนือในยุคที่ชาวไอริชประสบภาวะข๎าวยากหมากแพง และเกี่ยวเนื่องกับชํวงเวลาของการเก็บเกี่ยวพืชผล ซึ่งประเพณีการแกะสลักนี้ ในชํวงแรกไมํได๎มีความเกี่ยวข๎องกับเทศกาลฮาโลวีนเลย จนกระทั่ง กลางถึงปลายศตวรรษที่ 1800วันฮัลโลวีน ( 31 ตุลาคม) เป็นอีกเทศกาลหนึ่ง ของชาวตะวันตก คําวํา “ฮัลโลวีน ” หรือ ” Halloween”นั้นเพี้ยนมาจาก ” All Hallows Eve” คือ คืนกํอนวัน ” All Hallows Day” หรือ ” All Saint’s Day”(วันที่ 1 พฤศจิกายน) ซึ่งเป็นวันที่เหลําคาทอลิกจะมาปฏิบัติศาสนกิจเพื่อระลึกถึงนักบุญตํางๆ สํวนเรื่องราวเกี่ยวกับเทศกาลฮัลโลวีน มันก็มีมาหลายกระแส แตํที่ คล๎ายๆ กันก็คือ เทศกาลฮัลโลวีน เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อสองพันกวําปีที่แล๎ว จากความเชื่อของชาวเซลติก (ชนพื้นเมืองตอนเหนือของยุโรป ) โดยบางคนก็บอกวําเป็นเทศกาล บูชาเทพเจ๎า แหํงความตาย กํอนจะเข๎าสูํฤดูเหมันต์ (ฤดูหนาว) โดยการนําเหล๎าและอาหารออกมาวางนอกบ๎าน เพื่อให๎เทพเจ๎าแหํงความตายได๎ดื่มกิน บ๎างก็วํา วันที่ 31 ตุลาคม เป็น วันปลํอยผี (คงคล๎ายๆ กับวันทําบุญเดือนสิบของไทย ) เหลําวิญญาณจะกลับมายังโลก เพื่อเข๎าสิงรํางของคนที่มีชีวิตอยูํ ชาวบ๎านที่กลัววําจะถูกวิญญาณเข๎าสิง ก็จะทําการดับเตาไฟในบ๎านเพื่อบ๎านจะได๎หนาวเย็น วิญญาณจะได๎ไมํอยากเข๎ามา และตํอจากนั้น ก็จะออกไปรวมตัวกัน กํอกองไฟเพื่อให๎วิญญาณกลัวนอกจากนี้ยังแตํงตัวให๎เหมือนผี เดินขบวนสํงเสียงร๎องไปรอบๆ หมูํบ๎าน เพื่อให๎วิญญาณเข๎าใจผิดวําเป็นพวกเดียวกัน จากเรื่องราวตํางๆ พอจะสรุปได๎วํา วันฮัลโลวีนเกี่ยวเนื่องกับสามสิ่ง คือ ความตาย ภูตผีปีศาจ และชํวงเวลาแหํงการเก็บเกี่ยวแตํที่สําคัญที่สุดเห็นจะเป็นที่วําเทศกาลนี้ เป็นเทศกาลเกี่ยวความตายเทศกาลเดียวที่นํามาซึ่งความสนุกสนาน สํวนวิธีการแกะฟักทองนั้นก็ไมํยาก มีวัสดุอุปกรณ์ ดังนี้ 1. ฟักทองลูกโตๆ 2 ลูก 2. มีดแกะสลัก 3. ผ้ารองเปื้อน 4. ดินสอ วิธีการที่จะแกะสลักฟักทองนั้นอันดับแรก ก็ต๎องเลือกรูปทรงฟักทองที่กลมสวย ล๎างฟักทองให๎สะอาด เช็ดให๎แห๎ง ใช๎ดินสอวาดวงกลมหรือรอยหยักรอบ ๆ ควั่นฟักทอง แล๎วใช๎มีดปาดลงไปเพื่อเปิดฝาฟักทองออกแล๎วใช๎ช๎อนควักเมล็ดฟัก ทองออกมาให๎หมด ตํอไปก็ใช๎ดินสอรํางภาพตามจินตนาการวําจะให๎ฟักทองออกมาเป็นรูปแบบใด หน๎าตาอยํางไร จากนั้นก็ใช๎ปลายมีดคมๆแกะไปตามรอยนั้นสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics ชํวยกันแกะสลักฟักทองกันอยํางตั้งใจ ผลงานการแกะสลักฟักทองสไตล์ไทยๆ ของพวกเรา ข้อคิดที่ได้และสามารถนาไปประยุกต์ใช้ในประเทศไทย 1. เป็นการสอนของครูที่เน๎นสื่อและวัสดุอุปกรณ์ท๎องถิ่นที่มีอยูํตามธรรมชาตินํามาปรับใช๎ให๎เกิดประโยชน์และความรู๎แกํนักเรียนในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ โดยสอดแทรกกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพื่อหาข๎อสรุป เพื่อให๎นักเรียนเห็นคุณคําของธรรมชาติในท๎องถิ่น 2. เป็นการสืบสานประเพณีศิลปวัฒนธรรมในท๎องถิ่น โดยนํามาวัสดุที่หางํายในท๎องถิ่นซึ่งเกี่ยวข๎องกับวิถีชีวิต วัฒนธรรมของชุมชนในท๎องถิ่น เป็นสื่อในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนซึ่งเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นด๎วยตัวของผู๎เรียนเอง สร๎างทักษะและจินตนาการในการสร๎างสรรค์งานศิลปะ การออกแบบและผลงานที่วิจิตรสวยงาม สร๎างความตระหนัก สํานึกรัก และสืบสานประเพณีท๎องถิ่นสืบไปสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsกิจกรรมการทดลองเรื่องการเปลี่ยนสีของใบไม้ อีกกิจกรรมหนึ่งที่นําสนใจ และเป็นประโยชน์อยํางยิ่งตํอคุณครูวิท ยาศาสตร์อยํางพวกเราที่สามารถนํามาปรับใช๎ได๎ โดย Dr.Susan ได๎ให๎โอกาสทําการทดลอง เรื่องการเปลี่ยนสีของใบไม๎ ซึ่งใช๎วิธีสกัดสีจากใบไม๎สีตํางๆ ที่เก็บมาจากสถานที่ตํางๆในท๎องถิ่น ซึ่ง มีใบเมเปิลสีสัน แตกตําง กัน เริ่มต๎นของการสอน Dr.Susanให๎พวกเราชมวีดี ทัศน์ เกี่ยวกับการสกัดสีจากใบไม๎ด๎วยวิธีโครมาโทรกราฟี โดยให๎ปฏิบัติกิจกรรมตามที่ได๎ดูตั้งแตํต๎นจนจบ โดยพวกเราเป็นผู๎เตรียมวัสดุอุปกรณ์และสารเคมีเองทุกอยําง แล๎วลงมือปฏิบัติตามขั้นตอนที่ศึกษาจากวีดีทัศน์อยํางละเอียด วัสดุอุปกรณ์และสารเคมี 1. ใบไม๎สีตํางๆ เชํน สีเขียว สีเหลือง สีส๎ม สีแดง 2. สารละลายแอลกอฮอล์ 3. สารละลายอะซิโตน 4. มีด 5. กรวย 6. เขียง 7. กระดาษกรอง 8. ขวดรูปชมพูํวิธีการทดลอง 1. แยกใบไม๎ออกเป็นกลุํมตามสี เขียว เหลือง ส๎มและแดง ได๎ 4 กลุํม นํามาหั่นเป็นฝอยให๎ละเอียดตามสี แยกใสํหลอดทดลองไว๎ สีละ 2 หลอด 2. แยกชนิดใบไม๎ออกเป็น 2 ชุด ชุดที่ 1 ทําการทดลองโดยเทสารละลายแอลกอฮอล์ลงในหลอดทดลองที่มีใบไม๎ชนิดตํางๆ ลงไปให๎ทํวมใบไม๎ทุกหลอด จํานวน 4 หลอด เขยําให๎เข๎ากัน เขียนชื่อติดไว๎ข๎างหลอดวําแอลกอฮอล์ทุกหลอด แยกไว๎ 3. ชุดที่ 2 เทสารละลายอะซีโตนลงในหลอดทดลองที่มีใบไม๎ชนิดตํางๆ ลงไปให๎ทํวมใบไม๎ทุกหลอดจํานวน 4 หลอดเขยําให๎เข๎ากัน เป็นเขียนชื่อติดไว๎ข๎างหลอดวําอะซีโตนทุกหลอด แยกไว๎จะได๎น้ําใบไม๎สีตํางๆตัดกระดาษกรองให๎เป็นสี่เหลี่ยมยาวเทํากัน นํามาจุํมลงในหลอดทดลองทุกหลอดทิ้งไว๎ 1คืน 4. สังเกตการณ์เปลี่ยนแปลงของสีที่เกิดขึ้นบนกระดาษกรองสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics การทํา paper chromatography ด๎วยการไลํระดับของรงควัตถุในใบไม๎นั้น จะเรียงลําดับเม็ดสีที่ได๎โดยดูจากความมีขั้วน๎อย-มาก ของเม็ดสีแตํละชนิดได๎ดังนี้ 1. Carotene - an orange pigment 2. Xanthophyll - a yellow pigment 3. Chlorophyll a - a blue-green pigment 4. Chlorophyll b - a yellow-green pigment 5. Phaeophytin - a gray pigment อธิบายได๎วํา Carotene มีขั้วน๎อยที่สุด แล๎วไลํระดับความมีขั้วเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนมากที่สุดPhaeophytin ที่ หลักการแยกสารโดยใช๎วิธีการโครมาโทรกราฟีมีดังนี้ 1. ใช๎แยกสารผสมที่มีสีปนอยูํด๎วยกันออกจากกัน และถ๎าเป็นสารที่ไมํมีสีสามารถแยกได๎เชํนกัน แตํต๎องอาศัยเทคนิคเพิ่มเติม 2. สารที่ผสมกันจะต๎องมีความสามารถในการละลายในตัวทําละลายชนิดเดียวกันได๎ตํางกัและ นความสามารถในการถูกดูดซับโดยตัวดูดซับชนิดเดียวกันได๎ตํางกัน ถ๎าสมบัติตํางกันมากจะแยกได๎ชัดเจนมากขึ้น 3. สารที่ละลายได๎ดีสํวนใหญํจะถูกดูดซึมได๎น๎อยจึงเคลื่อนที่ไปได๎ไกล สารที่ละลาย ได๎น๎อยสํวนใหญํจะถูกดูดซับได๎ดี จึงเคลื่อนที่ไปได๎ระยะทางน๎อยกวํา สรุปผลที่ได้ สารที่สกัดจากพืชที่เห็นเป็นสารเนื้อเดียว อาจมีองค์ประกอบชนิดเดียว หรือมากกวํา 1 ชนิดก็ได๎ซึ่งแยกโดยวิธีโครมาโทกราฟี ถ๎าแยกได๎หลายสี แสดงวํา มีองค์ประกอบมากกวํา 1 ชนิด ถ๎าแยกได๎สีเดียว อาจมีองค์ประกอบเดียว หรือมีหลายองค์ประกอบที่เคลื่อนที่ ได๎เร็ว ใกล๎เคียงกันมากจะต๎องตรวจสอบซ้ํา โดยใช๎ตัวทําละลายชนิดอื่น สังเกตเห็นวําในกระดาษกรองที่นําไปทดสอบจะมีสีเขียวปนอยูํด๎วยเสมอทุกสี แสดงวําพืชมีคลอโรฟิลด์ทุกใบ และสารละลายแอลกอฮอล์จะสกัดสีจากใบไม๎ได๎ดีกวํา เตรียมวัสดุอุปกรณ์และสารเคมี แล๎วปฏิบัติการทดลอง ผลการทดลองที่ได๎สถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsกิจกรรมสังเกตการสอน วิชาปฏิบัติการชีววิทยา เรื่องพืชที่ไม่มีเนื้อเยื่อลาเลียง ในคาบเรียนคณะของเราได๎เข๎ารํวมสังเกตการสอนวิชาปฏิบัติการชีววิทยา ศึกษาเกี่ยวกับพืชที่ไมํมีทํอลําเลียง โดย กิจกรรม การเรียนการสอน อาจารย์ได๎ จัดวางตัวอยํางพืชไมํมีเนื้อเยื่อลําเลียงไว๎รอบห๎องเรียนเรียงตามลําดับของวิวัฒนาการจาก ลิเวอร์เวิร์ต (Liverwort) มอส (Moss) เฟิร์น (Fern) ไลโคโปเดียม(Lycopodium) สนหางม๎า (Equisetum) ซึ่งในการจัดวางตัวอยํางของพืชจะวางสไลด์ถาวรไว๎ด๎วย นักศึกษาสามารถหยิบไปใช๎ศึกษาภายใต๎กล๎องจุลทรรศน์ได๎ตามความสนใจ นอกจากนี้ยังสามารถใช๎สื่อ ICT จากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่จัดวางไว๎ในห๎องในการสืบค๎นข๎อมูลเพิ่มเติม ในบางชํวงอาจารย์จะให๎นักศึกษามารวมกันเป็นกลุํมเพื่อให๎ชํวยกันสรุปลักษณะสําคัญของพืชแตํละกลุํม การสอนของอาจารย์แสดงให๎เห็นถึงการจัดการเรียยรู๎ที่เน๎นผู๎เรียนเป็นสําคัญ โดยมีการใช๎คําถามกระตุ๎นความคิดของนักเรียนอยํางเหมาะสม อาจารย์สาธิตการดูสโตรบิลัสของลิเวอร์เวิร์ตผํานกล๎องจุลทรรศน์กับจอโปรเจคเตอร์สถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics นักศึกษาบันทึกผลการสังเกตจากกล๎องจุลทรรศน์ อาจารย์ใช๎คําถามนํานักเรียนอภิปรายเป็นรายบุคคลภาพสโตรบิลัสของลิเวอร์เวิร์ตภายใต๎กล๎องจุลทรรศน์ พืชกินแมลงที่เลี้ยงไว๎ในห๎องปฏิบัติการชีววิทยา สื่อการเรียนรู๎และตัวอยํางพืชที่จัดแสดงไว๎ในห๎องปฏิบัตการ ิ ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ 1. ห๎องปฏิบัติการมีการเพาะเลี้ยงตัวอยํางพืชไว๎หลายชนิด รวมถึงมีการจัดวางตัวอยํางพืชอยํางหลากหลาย ทําให๎มีความสะดวกในการศึกษา 2. สามารถหาตัวอยํางพืชหายากมาใช๎ในการจัดการเรียนการสอนได๎ 3. มีอุปกรณ์ในการสํงสัญญาณภาพจากกล๎องจุลทรรศน์ไปยังโปรเจคเตอร์ ทําให๎สามารถมองเห็นภาพได๎พร๎อมกันทั้งชั้นเรียน ซึ่งงํายตํอการทําความเข๎าใจสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics วันที่สิบสอง 10 ตุลาคม 2555 - ศึกษาดูงานและสังเกตการสอน โรงเรียนระดับมัธยมศึกษา Tully Central Schools - เข้าร่วมกิจกรรม Round table เกี่ยวกับประเทศไทย ณ Tompkins Cortland Communities Collegeสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsวันที่สิบสอง 10 ตุลาคม 2555กิจกรรมศึกษาดูงานและสังเกตการสอน โรงเรียนระดับมัธยมศึกษา Tully Central Schools วันนี้คณะของเราได๎มีโอกาสมาเยี่ ยมชมการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ของโรงเรียน TullyCentral Schools ตั้งอยูํในเมือง Cortland เราเดินทางโดยรถยนต์ของมหาวิทยาลัย ใช๎เวลาเดินทางประมาณ30 นาที ก็มาถึงที่โรงเรียน ซึ่งแบํงออกเป็นสองสํวนคือ ฝุายประถมศึกษาและฝุายมัธยมศึกษา ตั้งอยูํในบริเวณเดียวกัน ด๎านนอกของอาคารเรียน ปูายต๎อนรับของโรงเรียน เมื่อเดินทางมาถึงทางผู๎อํานวยการโรงเรียนได๎ออกมาต๎อนรับคณะของเราถึงหน๎าประตู และพาไปยังห๎องทํางานผู๎อํานวยการ ซึ่งเป็นห๎องที่มีความเรียบงําย ไมํหรูหรา ไมํใหญํโตเทําไรนัก ทํานผู๎ อํานวยการได๎แนะนําตนเอง แนะนําโรงเรียน และแนะนําครูผู๎ประสานงานในการเยี่ยมชมการจัดการเรียนการสอน นอกจากนี้คณะของเรายังได๎มีโอกาสแนะนําตนเอง ตลอดจนได๎มอบของที่ระลึกให๎กับผู๎อํานวยการโรงเรียนอีกด๎วย คณะของเราแนะนําตนเองและทักทายกับคณะผู๎บริหารอยํางเป็นกันเอง ตํอจากนั้น คุณครูผู๎ประสานงานได๎แบํงคณะของเราออกเป็นกลุํมยํอย จํานวน 3 กลุํมตามวิชาที่สอนหรือถนัด เพื่อแยกกันไปสังเกตการสอนตามห๎องเรียนที่จัดไว๎ ซึ่งแตํละห๎องมีรายละเอียดที่นําสนใจ ดังนี้สถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsสังเกตการจัดการเรียนรู้ วิชาชีววิทยา เนื้อหาเรื่องการแบํงเซลล์ (ไมโทซิสและไมโอซิส) ในการจัดการเรียนการสอนของชั้นเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ (เกรด 9) ซึ่งมีนักเรียนประมาณ 25 3คน โดย Mr.Colosis Brick เมื่อถึงเวลาเรียนนักเรียนจะเข๎าชั้นเรียนตรงเวลา ครูเริ่มการจัดการเรียนการสอนด๎วยการซักถามนักเรียนเพื่อทบทวน ้อหาที่นักเรียนได๎เรียนมากํอนหน๎านี้ จากนั้นครูเริ่มสนทนากับนักเรียน ในเนืเกี่ยวกับการแบํงเซลล์ในประเด็นที่เกี่ยวกับความจําเป็นของเซลล์ที่ต๎องมีการแบํงเซลล์ และเกี่ยวกับการถํายทอดลักษณะตํางๆ ของนักเรียนจากพํอและแมํ จากนั้นครูเริ่มบรรยายโดยใช๎เอกสารประกอบผํ ่องฉายภาพทึบแสง านเครื(visualizer) ในระหวํางการบรรยายครูจะมีการซักถามนักเรียนเพื่อชํวยนักเรียนสรุปตลอดคาบเรียน โดยซักถามแบบไมํเจาะจง นักเรียนหลายคนมีสํวนรํวมโดยการยกมือชํวยกันตอบ และครูจะมีการเสริมแรงด๎วยคําพูดและทําทางตลอดเวลา ภาพบรรยากาศการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในห๎องเรียน ครูจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช๎คําถามกระตุ๎นความคิดของนักเรียนตลอดเวลา ข๎อสังเกต/ข๎อเสนอแนะ 1. นักเรียนจะเข๎าและออกจากห๎องเรียนตรงเวลา 2. ครูให๎ความสําคัญกับทุกคําตอบของนักเรียน ถึงแม๎จะเป็นคําตอบที่ไมํถูกต๎อง ครูก็แสดงการ ยอมรับและอธิบายเพิ่มเติม 3. ทุกๆ ชํวงที่มีการสรุปเนื้อหาในชั้นเรียน นักเรียนจะจดบันทึกลงเอกสารของตนเอง 4. เอกสารของนักเรียนจะเก็บรวบรวมไว๎ในแฟูม ไมํมีกระเป๋านักเรียน 5. ในระหวํางการเรียนการสอนมีการเชื่อมโยงกับเนื้อหาอื่นในทันทีสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsสังเกตการจัดการเรียนรู้ วิชาชีววิทยา เนื้อหาเรื่องการเคลื่อนที่ของสารผํานเซลล์ (การตรวจสอบสารโมเลกุลเล็กและโมเลกุลใหญํ) เริ่มคาบเรียนโดยนักเรียนนําเอาโมเดลสามมิติที่ตัวเองทําไว๎มาแล๎วให๎นักเรียนประเมินผลงานของตนเองโดยใช๎แบบประเมินตนเอง จากนั้นครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับ เนื้อหาและกําหนดการในการสอบเมื่อประเมินชิ้นงานแล๎วครูจะเก็บเอกสารจากนักเรียน จากนั้นครูแจกใบงานเนื้อหาใหมํให๎กับนักเรียนทุกคนแล๎วครูอํานรายละเอียดในใบงานให๎นักเรียนฟัง (สํวนบทนํา จุดประสงค์ ) เมื่อครูอํานจบในแตํละชํวง ครูจะถามคําถามนักเรียนเป็นระยะๆ โดยให๎นักเรียนยกมือตอบคําถาม หลังจากนั้นครูจะชํวยนักเรียนทั้งชั้นสรุปแล๎วเขียนบนกระดาน นักเรียนจะเขียนข๎อสรุปลงในใบงานของตนเอง ในคาบเรียนนี้ครูให๎นักเรียนชํวยสาธิตกิจกรรมการตรวจสอบแปูงและน้ําตาล โดยครูจะให๎มีอาสาสมัคร 1 คน ในการสาธิตการตรวจสอบสารแตํละชํวง ในแตํละชํวงครูให๎นักเรียนทั้งชั้นสังเกตผลแล๎วบันทึกลงใบงานของตนเอง หลังจากนั้นครูให๎นักเรียนสํงโมเดลสามมิติของเซลล์พร๎อมทั้งแบบประเมินคืนครู ข๎อสังเกต/ข๎อเสนอแนะ 1. ถึงแม๎เป็นการกิจกรรมทดลองเกี่ยวกับสารเคมีที่ไมํมีอันตราย แตํทั้งครูและนักเรียนตํางก็สวม แวํนตา ซึ่งแสดงให๎เห็นถึงความตระหนักในความปลอดภัย 2. ครูทิ้งชํวงเวลาให๎นักเรียนหลายๆ คนได๎คิดและเรียบเรียงคําตอบ ถึงแม๎วําจะมีนักเรียน 3-5 คนที่ ยกมือพร๎อมจะตอบคําถามแล๎ว 3. ครูไมํให๎นักเรียนบางคนผูกขาดสิทธิ์ในการตอบคําถามแตํเพียงผู๎เดียว 4. ครูให๎งานเพิ่มเติมสําหรับนักเรียนบางคนที่มีความสนใจนอกเหนือจากเนื้อหาที่เรียนสังเกตการจัดการเรียนรู้ เรื่อง ตารางธาตุ และ โครงสร๎างของเซลล์ ในคาบเรียนนี้เป็นคาบเรียนที่มีนักเรียนเพียง 2 คน ที่เรียนกันคนละวิชา (เป็นคาบเรียนซํอมเสริม )ครูจัดการเรียนการสอนให๎นักเรียนทั้ง 2 คนในชํวงเ วลาเดียวกัน โดยครูให๎ใบงานกับนักเรียนแตํละคนเพื่อศึกษาด๎วยตนเอง ครูคอยคําแนะนําในระหวํางที่นักเรียนทําใบงานของตนเองโดยสลับกันระหวํางนักเรียนคนที่หนึ่งกับนักเรียนคนที่สองกระดานที่ครูบันทึกเอาไว๎วําแตํละห๎องเรียนเนื้อหาอะไรบ๎าง ผลงานนักเรียนที่สํงครูเรื่ององค์ประกอบของเซลล์ ข๎อสังเกต/ข๎อเสนอแนะ นักเรียนทั้งคนเป็นนักเรียนที่เรียนอํอน ครูจึงให๎ความดูแลและคอยแนะนําอยํางใกล๎ชิด ครูอธิบายด๎วยภาษางํายๆ และพูดซ้ําๆ รวมถึงให๎เทคนิคงํายๆ กับนักเรียนแตํละคนในการชํวยจําสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsสังเกตการจัดการเรียนรู้ วิชาเคมี เรื่องสารประกอบ ในคาบเรียนวิชา เคมี นี้ สอนโดย Mrs.Frey เรื่องสารประกอบ ภายในห๎องเรียนแบํงเป็นสองสํวนด๎านหนึ่งเป็นสํวนนั่งเรียน อีกด๎านหนึ่งจัดเป็นโต๏ะสําหรับปฏิบัติการ มีเครื่องคอมพิวเตอร์สําหรับค๎นคว๎า 4-5เครื่อง ในสํวนของครูจะมีเครื่องมือชํวยในการสอนหลากหลาย ทั้งคอมพิวเตอร์ โปรเจกเตอร์ ทีวี เครื่องฉายภาพทึบแสง (visualizer) สื่อการสอนตํางๆมากมาย ต๎นชั่วโมงครูทดสอบนักเรียนเรื่องตารางธาตุ โดยแจกตารางธาตุเปลําๆกับดินสอสี ให๎นักเรียนระบายสีในตารางตามคุณสมบัติของธาตุ จากนั้นสอนเรื่องสารประกอบและการจัดเรียงตัวของสารประกอบ การอํานชื่อสารประกอบ ให๎นักเรียนจับคูํปฏิบัติกิจกรรมค๎นคว๎าเพิ่มเติมจากCD ซึ่งในCD ประกอบด๎วยเนื้อหาเหมือนกับหนังสือเรียน มีภาพเคลื่อนไหวประกอบคําบรรยาย การทดสอบสําหรับนักเรียน นักเรียนสามารถใช๎โปรแกรมในการคํานวณ การสร๎าง Mind Mapping ฯลฯ นักเรียนแตํละคูํจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันใช๎คอมพิวเตอร์ คูํที่ยังไมํได๎ใช๎ก็ทํากิจกรรมกันเงียบๆ บรรยากาศการจัดกิจกรรมการเรียนรู๎ในห๎องเรียน สังเกตการทํางานของนักเรียน นักเรียนแตํละกลุํมศึกษาเรียนรูด๎วยตนเองจากบทเรียนคอมพิวเตอร์ที่จัดไว๎รอบๆห๎องเรียน ๎ ครูให๎การดูแล ชํวยเหลือนักเรียนเป็นรายบุคคล ทดลองใช๎บทเรียนคอมพิวเตอร์สถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsสังเกตการจัดการเรียนรู้ วิชา Earth Science Lab ในคาบเรียนนี้ เป็นการสอน Earth Science Lab โดย Mrs.Kirk เกี่ ยวกับการหาตําแหนํงของพื้นที่โดยมีสื่อที่มีลักษณะโคร งสร๎างของพื้นที่เป็นเหมือนเรซิน ที่แตํละกลุํมมีความสูงไมํเทํากัน ตอนแรกคิดวําครูติดปูายหมายเลขกลุํม เมื่อดูใกล๎ๆจะเห็นเป็นตัวเลขแล๎วมี ตํอท๎ายด๎วย cm ถามได๎ความวําเป็นความสูงที่ไมํเทํากันของภูเขา แตํละกลุํมต๎องทําการหาเกี่ยวกับพื้นที่ของตัวเองตามคําถามในกิจกรรมในใบกิจกรรมมีคําถามที่สํงเสริมการคิดให๎นําสิ่งที่เรียนมาสร๎างกราฟ เขียนแผนภาพ เชํน ให๎เขียนกราฟเกี่ยวกับระยะทางการคํานวณหาระยะทาง ละติจูด ลองติจูด ฯลฯ โดย นักเรียนสามารถค๎นคว๎าเพิ่มเติมได๎จากใบความรู๎ที่แจกให๎เป็นอีกกิจกรรมที่นําสนใจ บรรยากาศในการจัดกิจกรรมการเรียนรู๎ที่แบํงนักเรียนออกเป็นกลุํมครูคอยดูแล ชํวยเหลือและนํานักเรียนอภิปรายอยํางใกล๎ชิด กิจกรรมการเรียนรู๎ในแตํละฐาน โต๏ะทํางานของคุณครูที่มีสื่อตํางๆครบถ๎วน ตู๎เก็บอุปกรณ์ที่ซํอนไว๎ที่หลังกระดานดําสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics ภาพบรรยากาศทั่วๆไปของโรงเรียน ทางเดินภายในอาคารเรียน ล็อกเกอร์สํวนตัวของนักเรียนผลงานของนักเรียนที่ติดแสดงไว๎ที่ผนังอาคาร ห๎องน้ํานักเรียนชายทําเนียบนักเรียนผลการเรียนยอดเยี่ยม ศิลปะบนฝาผนังอาคารเรียนที่ให๎ความรู๎ตํางๆสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsจากการสังเกตการจัดการเรียนรู้ที่โรงเรียน Tully Central Schools พบข้อสังเกต ดังนี้ 1.ห๎องเรียนเป็นบรรยากาศแหํงการเรียนรู๎ ครูให๎ความสนใจตํอนักเรียนทุกคน และเดินไปรอบๆห๎องชํวยเหลือนักเรียนที่เรียนรู๎ช๎า โดยพูดคุย และการใช๎คําถามนําให๎คิด 2.นักเรียนเรียนรู๎อยํางสนุกสนาน แม๎วําครูจะสอนแบบบรรยาย 3.ครูใช๎คําถามให๎นักเรียนคิดเสมอ 4.นักเรียนเรียนรู๎จากการปฏิบัติกิจกรรมเพื่อสร๎างองค์ความรู๎ด๎วยตัวเอง 5.กิจกรรมที่ครูจัดขึ้นเป็นกิจกรรมที่สํงเสริมความคิดขั้นสูงของนักเรียน นักเรียนได๎นําความรู๎ที่ได๎เรียนมาลงมือปฏิบัติเพื่อสร๎างความรู๎ใหมํตํอไป 6.นักเรียนได๎แสดงความคิดเห็น รํวมอภิปรายกันอยํางแท๎จริง 7.นักเรียนปฏิบัติการกลุํมอยํางเป็นระบบ ทุกคนในกลุํมรํวมกันปฏิบัติการเพื่อค๎นหาความรู๎รํวมกัน 8.ครูใช๎สื่อการสอนในชีวิตจริงอยํางหลากหลายเพื่อให๎นักเรียนได๎เกิดการเรียนรู๎จากสิ่งใกล๎ตัวและสามารถนําไปใช๎ได๎ในชีวิตจริง สิ่งที่นาไปใช้ในการพัฒนาการสอนต่อไป 1.ครูควรจัดกิจกรรมการเรียนให๎นักเรียนได๎ลงมือปฏิบัติเพื่อสร๎างความรู๎ด๎วยตนเองมากกวําการบอกสอนความรู๎ 2.กิจกรรมที่จัดขึ้นควรสํงเสริมความคิดของนักเรียน 3.ครูควรใช๎สื่อการสอนใกล๎ตัว และให๎นักเรียนได๎เห็นความสําคัญของสิ่งที่เรียนรู๎ สามารถนําไปใช๎ได๎ในชีวิตจริง หรือเป็นสิ่งที่อยูํในชีวิตจริงของทุกคน 4.ครูควรฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์สอดแทรกในการเรียนรู๎ตลอดเวลา และฝึกจากเรื่องใกล๎ตัว โดยใช๎วัสดุในชีวิตจริงหรือวัสดุในบ๎าน 5.ควรปลูกฝังความมีวินัยในตนเองให๎กับนักเรียน เชํน การใฝุรู๎ ความกระตือรือร๎นที่จะเรียนรู๎การอําน ฯลฯสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsกิจกรรม sharing to improve teaching CTC Roundtable “The Value ofIndependent Study : Thai Culture Through the Eyes of a TC3 Student and athai teacher”Presenters: Martina White , Christ ในชํวงบํายหลังจากเดินทางออกจากโรงเรียน Tully Central Schools คณะของเราได๎ดินทางมาที่กิจกรรม Tompkins Cortland Communities College ซึ่งเป็นวิทยาลัยชุมชนของเมือง Cortland เพื่อเข๎ารํวมแชร์ประสบการณ์และฟังการนําเสนอในหัวข๎อ “The Value of Independent Study : ThaiCulture Through the Eyes of a TC3 Student and a thai teacher” โดย Martina White ,Christ ซึ่งได๎มีโอกาสได๎เดินทางมารํวมกิจกรรมที่ประเทศไทย แล๎วจัดทําเป็นการศึกษาค๎นคว๎าอิสระ แผํนปูายประชาสัมพันธ์เชิญชวนคนเข๎ารํวมกิจกรรม ในชํวงเริ่มต๎นอาจารย์ของ Martina นําอภิปรายเกี่ยวกับการแผํขยายของพระพุทธศาสนาในทวีบเอเชีย และในประเทศไทย เพื่อเชื่อมโยงนําเข๎าสูํการนําเสนอของ Martina ตํอไปสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics ตํอจากนั้น Martina ได๎นําเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับประเทศไทย ทั้งในด๎านวิถีชีวิต ความเป็นอยูํการแตํงกาย โบราณสถาน วัดวาอาราม อาหาร ผักผลไม๎ และวัฒนธรรมประเพณีตํางๆ จากมุมมองของเธอซึ่งสามารถทําได๎อยํางนําสนใจและเชื่อมโยงเรื่องตํางๆได๎เป็นอยํางดีMartina ได๎นําเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับประเทศไทย มีผู๎ที่สนใจเข๎ารํวมฟังจํานวนมาก นําเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับการศึกษาไทย นําเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับพระราชวังของไทย หลังจบการนําเสนอ ตํางรํวมกันอภิปรายและแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนเรียนรู๎กันเกี่ยวกับประเทศไทย จากการเข๎ารํวมกิจกรรม ในครั้งนี้ทําให๎คณะของเราได๎รับรู๎ถึง ภาพลักษณ์ของประเทศไทยในมุมมองของชาวอเมริกัน ซึ่งมีความชื่นชอบ และประทับใจในความเป็นไทยเป็นอยํางมาก ตลอดจนเป็นประสบการณ์ของหลายๆคนในคณะของเราที่ได๎มีโอกาสเข๎ารํวมกิจกรรมเชํนนี้เป็นครั้งแรกสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics วันที่สิบสาม 11 ตุลาคม 2555 - ร่วมกิจกรรมการเรียนการสอนแบบ Inquiry กับกิจกรรม Roller Closter - สังเกตการสอน เรื่อง Accommodations for Students with Disabilities in Your Science Classroom - ร่วมกิจกรรมสาธิตการสอนวิชาคณิตศาสตร์ของนักศึกษา ระดับปริญญาโทสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics11 Octวันที่สิบสอง 11 ตุลาคม 2555กิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะเกี่ยวกับแรงและการเคลื่อนที่ของเครื่องเล่น Rollercoaster ในวันนี้ Dr.Orvil L. White ได๎จัดเตรียมกิจกรรมหนึ่งไว๎ให๎พวกเราได๎ทํากัน คือกิจกรรมRollercoaster ซึ่งเป็นตัวอยํางของการจัดการเรียนรู๎แบบ Inquiry ที่ครูสามารถนําไปใช๎จั ดกิจกรรมกับนักเรียนได๎ 1. ขั้นตอนการจัดการเรียนการสอน 1) ครูแจกใบกิจกรรมที่ 1 เครื่องเล่น Rollercoaster 2) นักเรียนทากิจกรรมตามใบกิจกรรมที่ 1 เครื่องเล่น Rollercoaster คือให้ทุกกลุ่ม ออกแบบและสร้าง Rollercoaster สาหรับสวนสนุกแห่งหนึ่ง ซึ่งเมื่อปล่อยลู กแก้วตามราง จากส่วนบนสุดแล้ว ลูกแก้วต้องหยุดนิ่งที่ปลายราง โดย Rollercoaster ที่สร้างต้องมี จานวนชิ้นของอุปกรณ์เท่ากัน และมีส่วนประกอบของโครงสร้าง ดังนี้ - มีเนินเขาเป็นจุดเริ่มต๎น - ต๎องมีการวนของ Rollercoaster 360 จุด ดังรูป - ต๎องมีสํวนทีเ่ ป็นเนินที่มีทั้งการขึ้นและการลง ดังรูป - ต๎องมีสํวนที่เป็นอุโมงค์สถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics 3) นักเรียนทุกกลุํมทําการทดลอง บันทึกผลการตกทั้งหมด(ความสูงของจุดที่ปลํอยลูกแก๎ว) ระยะทางที่ลูกแก๎วเคลื่อนที่ จํานวนของการทดสอบที่จําเป็นตํอความสมบูรณ์ของการแลํนลง เนินเขา 4) นักเรียนทุกกลุํมต๎องอธิบายการจัดตั้งและกระบวนการทํางาน พร๎อมทั้งสาธิต Rollercoaster Dr.Orvil L. White อธิบายวิธีการทํากิจกรรม แล๎วพวกเราก็ลงมือปฏิบัติ ทั้งนี้ หากพิจารณาถึงกิจกรรมการทดลองในวิชาวิทยาศาสตร์ของระบบการศึกษาในประเทศไทยสํวนใหญํเป็นกิจกรรมที่ครูกําหนดอุปกรณ์การทดลอง สารเคมี วิธีการทดลอง วิธีเก็บข๎อมูล วิธีการวัดผลตารางบันทึกผล แล๎วให๎นักเรียนเป็นผู๎ลงมือทําการทดลองและสรุปผลด๎วยตนเอง โดยอาศัยการนําทางของครู สํวนกิจกรรม Rollercoaster เป็นกิจกรรมการทดลองที่ใช๎กระบวนการสืบเสาะห าความรู๎ เพื่อให๎ผู๎เรียนเกิดความเข๎าใจในแนวคิดหลัก (Concept)ทางวิทยาศาสตร์ และได๎รับการพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์(Science process skills) รวมทั้งเจตคติทางวิทยาศาสตร์(Scientific attitude) หรือพูดอีกอยํางหนึ่งก็คือ สํงเสริมให๎ผู๎เรียนได๎มีสํวนในการสร๎างองค์ความรู๎ และมีทักษะในการเรียนรู๎ ซึ่งจะกํอให๎เกิดเจตคติทางวิทยาศาสตร์ และทัศนคติที่ดีตํอการเรียนวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู๎ ได๎แบํงประเภทตามการพิจารณาบทบาทของนักเรียนในการออกแบบกิจกรรมการสืบเสาะหาความรู๎เป็นเกณฑ์ เป็น 3 ประเภทคือ 1) การสืบเสาะหาความรู้ตามที่มีผู้กาหนดไว้ให้ (Structured Inquiry) ผู้เรียนทาตามวิธีการ ทุกขั้นตอน เพื่อรวบรวมข๎อมูล วิเคราะห์หาคําตอบของคําถาม หรือประเด็นที่ถูกกําหนดไว๎แล๎ว การสืบเสาะหาความรู๎ประเภทนี้เหมาะสําหรับฝึกประสบการณ์ และทักษะการสืบเสาะหาความรู๎ กํอนที่จะก๎าวไปสูํการดําเนินการด๎วยตนเองมากขึ้น 2) การสืบเสาะหาความรู้โดยมีข้อแนะนาให้ (Guided Inquiry) ผู้เรียนสามารถดัดแปลง ข้อแนะนาในการดําเนินการสืบเสาะหาความรู๎ตามที่เห็นสมควร และเหมาะสมกับสถานการณ์ แตํก็มีการกําหนดคําถามหรือหัวข๎อเรื่องในการสืบเสาะหาความรู๎ไว๎ให๎ มีงานวิจัยสนับสนุนมากมายในสหรัฐอเมริกาวํา การสืบเสาะหาความรู๎โดยมีข๎อแนะนําไว๎ให๎ สํงผลให๎ประสบความสําเร็จสูงกวําในการเรียนการสอนที่ยึดแนวทางการสืบเสาะหาความรู๎ และเป็นบันไดขั้นสําคัญที่นําพาให๎นักเรียนก๎าวไปสูํการทําโครงงานวิทยาศาสตร์ตํอไปสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics 3) การสื บเสาะหาความรู้อย่างอิสระ (Independent Inquiry) เป็นการสืบเสาะหาความรู้ที่ เริ่มต้นจากผู๎เรียนทุกขั้นตอน ตั้งแตํการตั้งคําถามหรือกําหนดหัวข๎อเรื่อง การวางแผนดําเนินการรวบรวมข๎อมูลและการวิเคราะห์ข๎อมูลเพื่อนําไปสูํการแปลความหมายและลงข๎อสรุป ตัวอยํางของการสื บเสาะหาความรู๎แบบอิสระรูปแบบหนึ่งก็คือการสํงเสริมให๎นักเรียนทําโครงงานวิทยาศาสตร์ การจัดให๎นักเรียนทําการสืบเสาะหาความรู๎อยํางอิสระที่มีประสิทธิผลควรให๎นักเรียนได๎ผํานการสืบเสาะหาความรู๎โดยมีข๎อแนะนําไว๎ให๎กํอนเพื่อเตรียมความพร๎อมของผู๎เรียน ผลงาน Rollercoaster ของพวกเรา กิจกรรม Rollercoaster จัดอยูํในประเภทการสืบเสาะหาความรู๎อยํางอิสระ ซึ่งในกิจกรรมนักเรียนจะได๎ความสัมพันธ์ระหวํางพลังงานที่ใช๎ในการการเคลื่อนที่(พลังงานจลน์) กับพลังงานที่ เกิดจากความสูงของวัตถุ(พลังงานศักย์) และนําข๎อมูลที่ได๎มาวิเคราะห์ แปลความหมาย และลงข๎อสรุป หลังจากการทํากิจกรรมครูอาจอธิบายเพิ่มเติมในเรื่องพลังงานศักย์ พลังงานจลน์ และแรงเสียดทาน ซึ่งสมารถ นํามาประยุกต์ใช๎ในสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ในชั้นมัธยมศึกษาตอนต๎น เรื่องพลังงานกล และ วิชาฟิสิกส์ในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เรื่องแรงและการเคลื่อนที่ งานและพลังงาน หรือจัดเป็นกิจกรรมเสริมหลักสูตร ได๎ตามความเหมาะสมกิจกรรมสังเกตการสอน เรื่อง Accommodations for Students with Disabilities inYour Science Classroom คณะของเราได๎เข๎ารํวมสังเกตการสอน เรื่อง Accommodations for Students with Disabilitiesin Your Science Classroom สอนโดย Dr.Orvil L. White ซึ่งได๎บรรยายเกี่ยวกับ การจัดการเรียนรู๎วิทยาศาสตร์สําหรับนักเรียนพิเศษ ในชํวงแรก Dr.Orvil L. White ได๎ให๎นักศึกษาสังเกตภาชนะรูปทรงตํางๆที่มีตัวอักษร A-I กํากับไว๎ แล๎วถามวํา ภาชนะแตํละอันมีความเหมือนหรือแตกตํางกันอยํางไร จะจัดจําแนกภาชนะเหลํานี้ออกเป็นกลุํมได๎อยํางไร โดยให๎ตัวแทนนักศึกษาออกมาเขียนตัวอักษรของภาชนะที่อยูํในประเภทเดียวกันบนกระดานหน๎าชั้นเรียน เพื่อต๎องการสื่อให๎เข๎าใ จถึงความแตกตํางของภาชนะ ก็เหมือนกับความแตกตํางของนักเรียนแตํละคนที่ครูต๎องเข๎าใจและจัดกลุํมตามศักยภาพเพื่อการดูแลชํวยเหลืออยํางทั่วถึงภาชนะที่มีตัวอักษร A-I กํากับไว๎ ซึ่งมีขนาดและรูปรํางแตกตํางกัน นักศึกษาจัดกลุํมภาชนะบนกระดาน ตํอจากนัน Dr.Orvil L. White ได๎บรรยายเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู๎วิทยาศาสตร์สําหรับนักเรียน ้พิเศษ ซึ่งได๎นําเสนอเทคนิควิธีตํางๆที่จะชํวยในการเรียนรู๎วิทยาศาสตร์ พร๎อมทั้งนําเสนอตัวอยํางให๎เห็นอยํางชัดเจน พอสรุปเป็นผังมโนทัศน์ได๎ดังนี้ Use Visuals Tap intopror Knowledge Use Cooperative Learning Provide students Provide students with with an overview Accommodations for note outlines Students with Disabilities in Your Science Classroom Summarize Write key Phrases Use a sign language interpreter for Allow students to audio students with hearing disabilities or video recordสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics นักศึกษานั่งฟังการบรรยายกันอยํางตั้งใจ Dr.Orvil L. White กําลังบรรยายให๎นักศึกษาฟัง จากการเข๎ารํวมฟังบรรยายการจัดการเรียนรู๎วิทยาศาสตร์สําหรับนักเรียนพิเศษในครั้งนี้ทําให๎ได๎รับความรู๎ ความเข๎าใจและได๎เห็นความสําคัญของการจัดการเรียนรู๎สําหรับนักเรียนพิเศษที่มความบกพรํองทางรํางกายและสติปัญญา ซึ่งคณะของเราได๎เห็นจากการจัดกิจกรรมของ Dr.Orvil L. White ที่ได๎แสดงให๎เห็นจริงที่นอกจากจะเป็นเทคนิควิธีการที่สามารถนําไปใช๎กับนักเรียนพิเศษแล๎ว ยังสามารถนําไปปรับใช๎กับนักเรียนทั่วไป อันจะเป็นประโยชน์ตํอการเรียนการสอนตํอไปสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsกิจกรรมสังเกตการสาธิตการสอนวิชาคณิตศาสตร์ของนักศึกษาระดับปริญญาโท นอกจากการเข๎ารํวมกิจกรรมและสังเกตการสอนวิชาวิทยาศาสตร์แล๎ว คณะของเราได๎มีโอกาสเข๎ารํวมสังเกตการสอนในวิชาคณิตศาสตร์อีกด๎วย ซึ่งในคาบเรียนนี้ เป็นการให๎นักศึกษาระดับปริญญาโทด๎านการสอนคณิตศาสตร์ จํานวนประมาณ 5-6 คน ได๎ออกมาสาธิตการสอนคณิตศาสตร์ในระดับประถมศึกษาหน๎าชั้นเรียนสอนโดย Prof. Chirstine Uliassi สําหรับนักศึกษาคนแรกที่ออกมานําเสนอเป็นผู๎ชายชื่อ Mitch โดยเริ่มต๎นจากการอํานหนังสือเด็กที่มีรูปภาพนํารักๆและคําบรรยายที่ไมํยาวมากนักให๎ทุกๆคนฟัง ซึ่งจะมีเนื้อหาที่เกี่ยวข๎องกับการแบํงปันสิ่งของจากสถานการณ์ตํางๆ ที่ต๎องคิดวํา ถ๎ามีของอยูํเทํานี้ชิ้น จะแบํงให๎กับคนทุกๆคนที่มีอยูํให๎เทําๆกันได๎อยํางไรเพื่อเชื่อมโยงเข๎าสูํคําสําคัญวํา “Sharing” กํอนนําเข๎าสูํบทเรียนเรื่องการหารตํอไป Mitch ใช๎หนังสือเด็กในการนําเข๎าสูํบทเรียน วาดภาพประกอบการอธิบายบนกระดานสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics ตํอจากนั้น Mitch ได๎วาดภาพกล๎วยผลหนึ่งบนกระดาน แล๎วใช๎คําถามวําจะแบํงกล๎วยผลนี้ให๎กับคนสองคนอยํางเทําเทียมกันได๎ อยํางไร โดยได๎แสดงวิธีการแบํงแบบตํางๆที่ไมํถูกต๎อง แล๎วถามวําแบํงเชํนนี้ถูกต๎องหรือไมํ แล๎วเปิดโอกาสให๎นักเรียนมาแก๎ไขใหมํให๎ถูกต๎อง เพื่อเป็นการตรวจสอบความรู๎เดิมของนักเรียนหลังจากนั้นจึงแสดงให๎เห็นจริง โดยนําผักผลไม๎นานาชนิด เชํน กล๎วย แอ๏บเปิ้ล มะเขือเทศ ฯลฯ มาใช๎เป็นสื่อในการทํากิจกรรม ตลอดจนเปิดโอกาสให๎คณะของเราได๎มีสํวนรํวมในกิจกรรม ดังนี้ กิจกรรมที่ 1 ขออาสาสมัคร 2 คน แบํงกล๎วย 1 ผล ให๎เป็น 2 ชิ้น เทําๆกัน กิจกรรมที่ 2 ขออาสาสมัคร 3 คน แบํงกล๎วย 1 ผล ให๎เป็น 3 ชิ้น เทําๆกัน กิจกรรมที่ 3 ขออาสาสมัคร 4 คน แบํงแอ๏บเปิ้ล 1 ผล ให๎เป็น 4 ชิ้น เทําๆกัน กิจกรรมที่ 4 ขออาสาสมัคร 5 คน แบํงแตงกวา 1 ผล ให๎เป็น 5 ชิ้น เทําๆกัน กิจกรรมที่ 5 ขออาสาสมัคร 6 คน แบํงมะเขือเทศ 1 ผล ให๎เป็น 6 ชิ้น เทําๆกัน รํวมกิจกรรมแบํงผลไม๎หน๎าชั้นเรียน Mitch แบํงผลแอ๏บเปิ้ลด๎วยตนเอง แบํงแตงกวาออกเป็นสํวนๆอยํางเทําเทียมกัน ทดลองแบํงจากภาพบนกระดานกํอนแบํงจริง ข๎อสังเกตหนึ่งคือในการแบํง Mitch จะให๎นักเรียนแบํงจากภาพบนกระดานกํอน แล๎วจึงแบํงจริงให๎ดูซึ่งในการแบํงครูจะเป็นคนแบํงให๎นักเรียน เพราะคํานึงถึงความปลอดภัยเป็นสําคัญ นอกจากนี้หลังจากการแบํงผลไม๎แตํละชนิดออกเป็นสํวนๆ Mitch จะเขียนผังมโนทัศน์ไว๎บนกระดาน เพื่อเป็นการสรุปจากการทํากิจกรรมในแตํละขั้น และนํามาสรุปรวมอีกหนึ่งครั้งในชํวงสุดท๎ายสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics เมื่อ Mitch สาธิตการสอนเสร็จเรียบร๎อยแล๎ว Prof. Chirstine Uliassi ได๎เปิดโอกาสให๎ทุกคนในห๎องรํวมกันอภิปรายถึงการสอนของ Mitch วําเป็นอยํางไร อะไรคือสิ่งที่ทําได๎ดีแล๎ว อะไรคือสิ่งที่ต๎องแก๎ไขปรับปรุง ซึ่งทุกคนตํางรํวมกันอภิปรายและเสนอแนะกันอยํางเต็มที่ หลังจากนั้น ภาพบรรยากาศในการรํวมกันอภิปรายภายในห๎องเรียน และในชํวงสุดท๎าย Prof. Chirstine Uliassi ได๎นําอภิปรายสรุปพร๎อมกับให๎ทุกคนทํากิจกรรมเพิ่มเติมโดยนําเข๎าสูํบทเรียนด๎วยการกําหนดวํา ถ๎าเค๎ก 1 ก๎อน ราคา 10 ดอลลําร์ จะแบํงอยํางไรได๎บ๎าง และก๎อนที่แบํงแล๎วแตํละก๎อนจะมีราคาเทําใด ซึ่งจะมีบัตรกิจกรรมเล็กๆแจกให๎แตํละกลุํม เริ่มตั้งแตํวันจันทร์ถึงอาทิตย์แตํละวันก็จะมีโจทย์ที่แตกตํางกันไป ทําให๎นักเรียนได๎พบกับสถานการณ์ที่หลากหลายและท๎าทายความสามารถ Prof. Chirstine Uliassi นําเสนอวิธีการทํากิจกรรม ตัวอยํางบัตรกิจกรรมที่ใช๎ในครั้งนี้ นําสนใจมาก ดังนัน จากการเข๎ารํวมกิจกรรมการเรียนการสอนในคาบเรียนนี้ทําให๎คณะของเราได๎เรียนรู๎และทํา ้ความเข๎าใจเกี่ยวกับวิธีการจัดการเรียนรู๎ตามรูปแบบของประเทศสหรัฐอเมริกามากยิ่งขึ้น ซึ่งสะท๎อนให๎เห็นถึงการจัดกิจกรรมการเรียนรู๎ให๎นักเรียนได๎มีสํวนรํวม ฝึกให๎กล๎าคิด กล๎าทําและกล๎ าแสดง โดยสามารถนํารูปแบบนี้ไปปรับใช๎ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู๎วิทยาศาสตร์ได๎ตํอไปสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics วันที่สิบสี่ 12 ตุลาคม 2555 - ร่วมพิธีปิดโครงการและงานเลี้ยงของมหาวิทยาลัย - เดินทางไป Niagara Fallsสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsวันที่สิบสี่ 12 ตุลาคม 2555 ร่วมพิธีปิดโครงการและงานเลี้ยงของมหาวิทยาลัย. ในวันนี้นับวําเป็นวันสุดท๎ายของการเข๎ารํวมกิจกรรมตํางๆที่ State University of NewYork atCortland ซึ่งทางคณะของเราได๎รับเกียรติจากมหาวิทยาลัยในการจัดงานเลี้ยงให๎เป็นกรณีพิเศษ โดยได๎รับการต๎อนรับอยํางเป็นทางการจากทํานอธิการบดี Eric J. Bitterbaumและมีผู๎มีเกียรติให๎การต๎อนรับได๎แกํคณะผู๎บริหาร คณะคณาจารย์ คณะวิทยากร และอดีตผู๎อํานวยการโรงเรียนพุทธโสธร ผอ.อังสนา พันธุ์เจริญ(ผอ.น๎อย) ซึ่งทํานเป็นเจ๎าของร๎านอาหารไทย (Taste of Thai) และศิษย์เกํา SUNY Cortland อีกด๎วย บรรยากาศภายในงานจัดไว๎อยํางเรียบงําย โดยจัดโต๏ะเป็นลักษณะรูปตัวยู และมีปูายชื่อของทุกคนวางไว๎บนโต๏ะเพื่อระบุตําแหนํงที่นั่งเรียบร๎อย สํวนอาหารนั้นเป็นแบบแบบบุฟเฟุต์ทั้งอาหารไทยและอาหารฝรั่งหลากหลายรายการได๎แกํ ผัดไท ปอเปี๊ยะทอด ผัดผักรวม และเนื้อแกะทอดกระเทียมพริกไทย โต๏ะรับประทานอาหารจัดไว๎อยํางเรียบร๎อย มุมสําหรับตักอาหารแบบบุฟเฟุต์ เมื่อคณะผู๎บริหาร คณะคณาจารย์และวิทยากรอื่นก็มาถึงก็ได๎กลําวทักทายแนะนําตนเองกันตามอัธยาศัย เมื่อทํานอธิการบดีมาถึงทํานได๎เข๎าพูดคุยทักทายกับคณะครูไทยทุกคนอยํางเป็นกันเองพร๎อมกับเชิญคณะไปตักอาหารเมื่อทุกคนก็ไปตักอาหารและมานั่งที่โต๏ะรับรองครบแล๎ว ทํานอธิการบดีกลําวแนะนําตนเองบุคลากร และกลําวต๎อนรับคณะของพวกเราอยํางเป็นทางการสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsหลังจากตักอาหารแล๎วก็มาพร๎อมที่โต๏ะที่จัดไว๎ ทํานอธิการบดีกลําวต๎อนรับ นอกจากนี้ทุกคนได๎กลําวแนะนําตนเอง โดยเริ่มจาก คณะผู๎บริหาร คณะคณาจารย์และวิทย ากรของState University of NewYork at Cortland จากนั้นคณะของเราทั้ง 12 คนจึงได๎กลําวแนะนําตัวและแสดงความรู๎สึกทีละคน คณะผู๎บริหาร คณะคณาจารย์และวิทยากรของ SUNY Cortland กลําวแนะนําตนเอง หลังจากที่ทํานอธิการบดีกลําวจบ ดร .กานจุลี ปัญญาอินทร์ ตัวแท นคณะศึกษาดูงานกลําวขอบคุณมหาวิทยาลัย และได๎มอบของที่ระลึกให๎กับทํานอธิการบดี และคณะเราทุกคนตํางก็มอบของที่ระลึกให๎กับคณะผู๎บริหาร คณาจารย์ และคณะวิทยากรจาก State University of New York at Cortland ด๎วยซึ่งทุกคนตํางรู๎สึกตื่นเต๎นและประทับใจกับของที่ระลึกชิ้นนี้มาก และแล๎วการเดินทางของพวกเราเพื่อมาเรียนรู๎ที่ State University of New York at Cortland ก็จบลงอยํางเป็นทางการสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics กิจกรรมสร้างเสริมประสบการณ์ ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ Niagara Falls ในชํวงบํายคณะของเราได๎ออกเดินทางจากที่พักเพื่อมุํ งหน๎าไปยัง Niagara Falls โดยรถยนต์ของsuny Cortland ที่มีนักศึกษาชื่อ แคลลี่ เป็นคนขับรถพาคณะของเราเดินทางไปในครั้งนี้ คณะเดินทางด๎วยรถยนต์ของ suny cortland เราออกเดินทางจากที่พัก Edcono Lodge ในชํวงบําย ขับรถขึ้นไปทางทิศเหนือ ผํานเมือง Syracuseการเดินทางครั้งนีได๎อาศัยการนําทางจาก GPS และการแวะสอบถามเป็นระยะ ทิวทัศน์ ระหวํางสองข๎างทาง ้เป็นปุา สลับกับไรํข๎าวโพด ฟาร์ม กับเมืองชนบท บ๎านเรือนสะอาด เป็นบ๎านหลังเดี่ยวชั้นเดียวเป็นสํวนใหญํสํวนในเขตใกล๎เมืองพบบ๎านหลังใหญํสองชั้นบ๎าง ปลูกอยูํหําง ๆ มีบริเวณรอบ ๆ ทุกหลังจะมีบริเวณจัดสวนมีสนามหญ๎า ที่สําคัญมากคือทุกบ๎านไมํมีรั้ว เหมือนบ๎านเรือนใน Cortland ปุาข๎างทางเริ่มเปลี่ยนสีบางต๎นเหลือง บางต๎นแดงประปราย ผํานเมือง Buffalo แล๎วมุํงตํอไปยัง Niagara Falls เราใช๎เวลาเดินทางประมาณ3 ชั่วโมง ในที่สุดเราก็เดินทางมาถึง ซึ่งก็เป็นเวลาค่ําพอดี แล๎วจึงเข๎าที่พักที่ได๎จัดไว๎เรียบร๎อยแล๎ว ซึ่งในคืนนี้คณะของเราจะพักอยูํที่ฝั่งอเมริกา สํวนในวันพรุํงนี้ก็จะไปพักที่ฝั่งแคนาดา บรรยากาศระหวํางการเดินทางไป Niagara Falls หลังจากเก็บสัมภาระเข๎าที่พักเรียบร๎อยแล๎ว คณะของเราบางสํวนได๎ออกไปชมความงามของ NiagaraFalls ยามค่ําคืนวําจะสวยงามเพียงใด ในขณะที่บางคนก็ขอพักผํอนอยูํที่โรงแรมสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics ความงดงามของ Niagara Falls ยามค่ําคืน ถํายภาพรํวมกับปูายของ Niagara Falls แสงไฟสํองกระทบสายน้ํายามค่ําคืน เก็บภาพประทับใจกับ Niagara Falls ยามค่ําคืน สวยไปอีกแบบสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics วันที่สิบห้า 13 ตุลาคม 2555 - เยี่ยมชม Niagara Falls - เดินทางไปประเทศแคนาดา - เยี่ยมชมแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ของประเทศแคนาดาสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsวันที่สิบห้า 13 ตุลาคม 2555 กิจกรรมเยี่ยมชม Niagara Falls วันนี้เราตื่นกันแตํเช๎า และโชคดีมากที่เป็นวันที่อากาศแจํมใสมาก เหมาะอยํางยิ่งสําหรั บการชมความมหัศจรรย์แหํงธรรมชาติของ Niagara Falls เราออกเดินเท๎าจากโรงแรมที่พักไปยัง Niagara Falls ซึ่งไมํไกลเทําไรนัก ซึ่งภาพบรรยากาศของ Niagara Falls ที่เราเห็นในเวลากลางวันนี้แตกตํางไปจากที่เราเห็นกันเมื่อคืนเป็นอยํางมาก ชํางเป็นความงดงามตามธรรมชาติที่ยิ่งใหญํอลังการสมคําเลําลือจริงๆ ภาพความงดงามของ Niagara Falls น้ําตกไนแอการา (อังกฤษ: Niagara Falls ; ฝรั่งเศส: les Chutes du Niagara) น้ําตกแหํงนี้เกิดจากภูเขาไฟระเบิดเมื่อ 150 ล๎านปีที่ผํานมา เป็นน้ําตกขนาดใหญํหลายแหํงประกอบกัน ตั้งอยูํบนแมํน้ําไนแอการาทางตะวันออกของทวีปอเมริกาเหนือ บนพรมแดนระหวํางประเทศแคนาดากับสหรัฐอเมริกา น้ําตกไนแอการามีจุดชมวิวที่สวยงามและเป็นแหลํงทํองเที่ยวที่สําคัญของทั้ง 2 ประเทศมานานกวําศตวรรษ สร๎างรายได๎ให๎กับสองประเทศปีละมหาศาล เป็นตัวอยํางการใช๎ประโยชน์รํวมกันจากแหลํงทํองเที่ยวที่อยูํชายแดนสองประเทศอยํางนําชื่นชมโดยไมํมีการแยํงกันเป็นเจ๎าของ ไมํทะเลาะกันสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics ไนแอการาประกอบด๎วยน้ําตกสามแหํงที่แยกออกจากกัน คือ น้ําตกเกือกม๎า (Horseshoe Fallsบางครั้งก็เรียก น้ําตกแคนาดา) สูง 158 ฟุต, น้ําตกอเมริกาสูง 167 ฟุต, และน้ําตกขนาดเล็กกวําที่อยูํติดกันคือน้ําตก Bridal Veil. แม๎น้ําตกไนแอการาจะไมํสูงอยํางโดดเดํน แตํก็กว๎างมาก แมํน้ําไนแอการาไหลมาจากทะเลสาบอีรีไหลผํานน้ําตกไนแอการาลงสูํทะเลสาบออนตาริโอ เมืองสองฝั่งของน้ําตกในสองประเทศนั้นเป็นเมืองแฝดโดยในฝั่งแคนาดาคือ ไนแอการาฟอลส์ ออนตา - ริโอ สํวนในฝั่งสหรัฐอเมริกาคือ ไนแอการาฟอลส์ มลรัฐนิวยอร์ก ภาพของน้ําตกไนแอการาที่ไหลลงสูํทะเลสาบออนตาริโอ เป็นผืนน้ําขนาดใหญํที่ดูเป็นแอํงนิ่งและสงบอยูํในแผํนดินทางสหรัฐอเมริกา แตํถัดมาที่มีลักษณะเป็นรูปเกือกม๎าขนาดใหญํกลับเป็นภาพของ กระแสน้ําที่หลั่งทะลักลงจากหน๎าผาสูงเป็นแนวกว๎าง กระโจนลงสูํพื้นเบื้องลําง และเพราะแรงกระทบที่ตกลงไป สํงผลให๎เกิดละอองกระเซ็นสาดไปทั่วบริเวณ เมื่อกระทบกับแสงแดดที่สาดเข๎าใสํละอองเหลํานั้นจะปรากฏเป็นภาพของรุ๎งกินน้ํา ประดับบริเวณน้ําตกอยูํตลอดเวลา สํวนความมหึมาของน้ําตกตรงจุดนี้เขาเรียกกันวํา"แคนาเดี่ยนฟอลส์ " สํวนบริเวณชั้นของน้ําตกสํวนลํางลงมา ซึ่งก็เป็นบริเวณที่เป็นชั้นน้ําตก ตกลงไปกระทบพื้นลํางเป็นระดับแนวยาวขนานกันกับชั้นบนมามีชื่อเรียกวํา "อเมริกัน ฟอลส์ ปูายแสดงทะเลสาบทั้งห๎า และน้ําตกไนแอการา ถํายภาพรํวมกันเป็นที่ระลึกกับสายรุ๎งงามที่ทอดยาวบริเวณน้ําตกไนแอการาสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics ประมวลภาพแหํงความประทับใจที่ Niagara Falls และนับวําโชคดีมากที่ในวันที่เราเดินทางไปที่ Niagara Falls พบกับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่แสนมหัศจรรย์ นันก็คือ รุ๎งกินน้ําที่เกิดขึ้นถึงสองสายในเวลาเดียวกัน ดูเป็นภาพที่สวยงามและหาชมได๎ยากยิ่ง ่ ภาพแสดงรุ๎งสองชั้น มองจากฝั่งอเมริกา ละอองน้ําจํานวนมากมายที่เกิดจากความแรงของน้ํา อีกหนึ่งมุมภาพสวยๆ ที่สังเกตจากฝั่งอเมริกา มองเห็นภาพสะพานสายรุ๎ง เชื่อมสองประเทศไกลๆสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics การดําเนินกิจกรรมเสริมประสบการณ์ศึกษาดูงาน โดยทัศนศึกษาน้ําตกไนแอการาในครั้งนี้นอกจากจะได๎เห็นความสวยงามและความยิ่งใหญํสมกับเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกแล๎วยังได๎รับความรู๎ในรูปแบบ Historyof science (HOS) ของน้ําตกแหํงนี้โดยการเก็บ ข๎อมูลและเรียนรู๎ด๎วยประสบการณ์ตรงจากสถานที่จริง ผลพลอยได๎อีกประการหนึ่ง คณะของเรายังได๎รับความรู๎เพิ่มเติมในรูปแบบ HOS ของนักวิทยาศาสตร์คนสําคัญของโลกอีกทํานหนึ่งก็คือ Nicola Tesla ภาพแสดง อนุเสาวรีย์ นักวิทยาศาสตร์ Nicola Tesla HOS ประวัติของ นิโคลา เทสลํา ( Nicola Tesla) อัจฉริยะที่โลกลืมนิโคลา เทสลํา เป็นผู๎ประดิษฐ์ไดนาโม สําหรับผลิตกระแสไฟฟูาสลับที่มีความสําคัญยิ่งตํอไฟฟูาที่ใช๎กันอยูํในปัจจุบัน เทสลํา เป็นลูกของนักบวชชาวโครเอเชีย เกิดเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมค.ศ. 1856 จบปริญญาทางวิศวกรรมจากมหาวิทยาลัยกราซ (Graz) ในออสเตรียและในปี ค.ศ. 1884 ได๎อพยพไปสร๎างหลักปักฐานที่สหรัฐอเมริกา แตํสิ่งที่เขาค๎นพบก็คือ การเจรจาทางธุรกิจที่ไร๎สัจจะและการหลอกลวงจนชํวงหนึ่งยากจนมากถึงกับต๎องไปทํางานเป็นกุลีขุดดิน แตํหลังจากนั้นไมํนานนัก โชคชะตาก็ชํวยให๎เ ขาได๎กลับกลายเป็นจุดศูนย์กลางของการปฏิวัติทางเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนแปลงโลกเลยทีเดียว เพราะด๎วยการมีสายตากว๎างไกลทางวิทยาศาสตร์ผสมผสานกับความเชี่ยวชาญทางวิศวกรรม เขาได๎นําแสงสวํางและพลังงานไฟฟูาให๎กับคนเป็นจํานวนล๎าน ๆ การค๎นพบของเขาเทียบได๎กับไมเคิลฟาราเดย์ และโธมัน เอดิสัน แตํผู๎คนกลับไมํรู๎จักเขา นับเป็นเรื่องเศร๎าสําหรับคน ๆ หนึ่งที่สร๎างความสําเร็จไว๎เป็นอันมาก แตํก็สิ้นชีวิตอยํางโดดเดี่ยวและถูกลืมเป็นบทเรียนชีวิตที่จะสอนเราวํา ความอัจฉริยะเพียงอยํางเดียว อาจจะไมํสามารถเป็นเครื่องประกันได๎วํา จะมีชื่อเสียงและเงินทองเสมอไป ตอนที่เทสลําเรียนอยูํที่มหาวิทยาลัย เขาได๎เห็นอุปกรณ์ไฟฟูาอยํางหนึ่งที่จะจุดประกายให๎เขาประสบผลสําเร็จอันสําคัญตํอมาในชีวิต มันเป็นไดนาโมแบบแรก ๆ ที่เรียกวํา แกรมม์ไดนาโม (Gramme Dynamo)ซึ่งใช๎ขดลวดอยูํในสนามแมํเหล็ก ซึ่งทําหน๎าที่เป็นมอเต อร์ที่ทําให๎เกิดการเคลื่อนไหวด๎วยกระแสไฟฟูา และสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsในทางกลับกันก็สามารถใช๎เป็นเครื่องปั่นไฟฟูาได๎ด๎วย ตอนนั้นเทสลํามีอายุเพียง 22 ปี และเขาได๎บอกกับอาจารย์ของเขาวําเขาสามารถจะปรับปรุงรูปแบบของไดนาโมดังกลําวได๎ ก 4 ปีตํอมา เขาก็ทําได๎สําเร็จจริง ๆ และอีโดยสามารถสร๎างไดนาโมที่สร๎างกระแสไฟฟูาสลับ(AC) ซึ่งจะสร๎างสนามแมํเหล็กที่จะไปหมุนมอเตอร์ได๎ อยํางไรก็ตาม ชํวงนั้นโธมัส เอดิสัน ก็สามารถประดิษฐ์กระแสไฟฟูาขึ้นมาได๎แล๎ว แตํเป็นกระแสไฟฟูาตรง (DC) ซึ่งได๎จากแบตเตอรีแตํยังมีข๎อบกพรํองอยูํ เพราะได๎กระแสไฟที่คํอนข๎างต่ํา ซึงหากสํงไปตามสายลวด ่เพียงครึ่งไมล์กําลังของมันจะลดลงไปมาก เอดิสันจะต๎องสร๎างสถานีสํงไฟฟูาทุก 1,000 หลา เพื่อจะให๎แรงดันไฟฟูากลับมาเป็น 100 โวลท์ได๎ แตํเทคโนโลยีของกระแสไฟฟูาสลับของ เทสลํา จะไมํมีข๎อจํากัดดังกลําว และโดยการใช๎หม๎อแปลงไฟฟูากระแสไฟฟูาอาจจะเพิ่มขึ้นถึง 3,000,000 โวลท์ หรือมากกวํานั้นก็ได๎จึงสามารถจะสํงพลังไฟฟูาขนาดมหาศาลในระยะทางไกลหลายไมล์ได๎ กํอนที่จะถูกทอนลงให๎อยูํในระดับที่ปลอดภัยด๎วยการใช๎หม๎อแปลงไฟฟูาอีกชุดหนึ่ง ค.ศ. 1895 โธมัส เอดิสัน ได๎รํวมมือกับ จอร์จ เวสติ้งเฮ๎าส์ หลังจากได๎สัญญาให๎ ติดตั้งเครื่องไฟฟูาเครื่องแรกที่น้ําตกไนแอการํา โดยใช๎เทคโนโลยีของเทสลําจากเหตการณ์นี้เองที่ทําให๎หลังจากนั้นได๎มีการตั้งอนุเสาวรีย์ของทํานเพื่อระลึกถึงความสามารถของทําน สิ่งประดิษฐ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของเทสลําก็คือ เทสลํา คอยล์ (Tesla Coil) ซึ่งทําให๎เขาสา มารถผลิตกระแสไฟฟูาที่จะเพิ่มเป็นความถี่ที่สูงมากได๎ เทสลํา คอยล์ เปิดหนทางไปสูํการสํงคลื่นวิทยุและทีวีนอกจากนั้น การค๎นพบที่นําสนใจที่สุดอีกอยํางหนึ่งของเทสลําก็คือ การสํงพลังไฟฟูาผํานอากาศที่เบาบางได๎ในห๎องปฏิบัติการที่เงียบสงบและหํางไกลผู๎คนในโคโลราโด เทสลําได๎สร๎างคอยล์ขนาดยักษ์เพื่อสร๎างสนามแมํเหล็กไฟฟูาที่มีความถี่สูงมากจนสามารถสํงกระแสไฟ 10,000 วัตต์ผํานอากาศไปจุดดวงไฟ200 ดวง ที่อยูํหํางออกไป 40 กิโลเมตรได๎ ในปีตํอ ๆ มา นับเป็นชํวงเวลาที่นําสงสารสําหรับเทสลํา เขาต๎องอยูํคนเดียวในโรงแรมที่ไมํมีใครสนใจและยังชีพอยูํได๎ด๎วยเงินบํานาญเล็กน๎อยจากประเทศบ๎านเกิดของเขา และหัวใจวายตายในโรงแรมที่กรุงนิวยอร์กในระหวํางวันที่ 5-8 มกราคม ค .ศ. 1943 รวมสิริอายุ 86 ปี หากเทสลํามีเลํห์เหลี่ยมและทันคนสักเล็กน๎อยแบบเอดิสัน บางทีเขาอาจจะกลายเป็นนักประดิษฐ์ที่ยิ่งใหญํที่สุดของโลกคนหนึ่ง แตํปัจจุบันชื่อของเขาได๎รับการจดจําเพียงหนํวยวัดสนามแมํเหล็กที่เรียกวําเทสลําเทํานั้น ดูชํางไมํเหมาะสมเลยกับอัจฉริยะที่นําแสงสวํางและพลังงานมาให๎กับคนเป็นล๎าน ๆ ได๎เพียงแคํกดสวิตซ์ไฟฟูาเทํานั้น หลังจากได๎ชื่นชมดื่มด่ํากับความงามของสายน้ําและสายรุ๎งแล๎ว คณะเดินทางจึงได๎ออกเดินทางโดยเดินข๎ามสะพานสายรุ๎ง ไปยังฝั่งแคนาดา ซึ่งเราได๎ดําเนินการขอวีซํามาจากประเทศไทยเรียบร๎อยแล๎ว เดินทางข๎ามดินแดนจากสหรัฐอเมริกาไปยังประเทศแคนาดาสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics ระหวํางเดินข๎ามสะพานสายรุ๎ง เราจึงมีโอกาสได๎เห็นทัศนียภาพอีกมุมหนึ่งซึ่งเห็น Niagara Fallsในมุมกว๎าง ที่สวยงามมากๆ จึงขอหยุดถํายภาพที่ระลึกบนสะพานเป็นที่ระลึก ภาพที่ถํายจากสะพานสายรุ๎ง ซึ่งเห็น Niagara Falls ในมุมกว๎าง ที่สวยงามมากๆ จากนั้นคณะของเราได๎เยี่ยมชมทัศนียภาพ Niagara Falls ฝั่งแคนาดา ซึ่งได๎เห็นถึงความยิ่งใหญํของน้ําตกในมุมมองชัดเจนกวําฝั่งอเมริกาเป็นอยํางมาก เราพบนักทํองเที่ยวจากชาติตํางๆที่ฝั่งประเทศแคนาดามากมาย พร๎อมกับเก็บภาพบรรยากาศสวยๆของน้ําตกไนแอการํา Niagara Falls จากมุมมองฝั่งแคนาดา ถํายภาพกับบรรยากาศสวยๆของ Niagara Falls ฝั่งแคนาดา เป็นที่ระลึกสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics ตํอจากนั้น คณะของเราเดินทางโดยรถแท็กซี่ เพื่อไปยังสถานีรถโดยสารประจําทางที่เราได๎ดําเนินการจองตั๋วไว๎ลํวงหน๎าเพื่อเดินทางไปเมืองโตรอนโต๎นั่งรถแท็กซี่จาก Niagara Falls ไปยังสถานีรถโดยสาร รถโดยสารประจําทางที่จะเดินทางไปโตรอนโต๎ จากสถานีรถโดยสาร ใช๎เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง เราก็มาถึงเมืองโตรอนโต๎ (toronto city) ตั้งอยูํทางทิศตะวันตกเฉียงใต๎ของแคนาดาเลียบกับทะเลสาป Ontario และยังตั้งอยูํใกล๎กับอเมริกา ดังนั้นสามารถไปเที่ยวเมืองใกล๎เคียงอยําง New York, Bostonหรือ Chicagoได๎สะดวก มีประชากร 2.5ล๎านคน เป็นเมืองใหญํทันสมัย มีหลายเชื้อชาติ และเป็นศูนย์กลางทางด๎านเศรษฐกิจ ศิลปะ วัฒนธรรม มีสถานที่ทํองเที่ยวที่นําสนใจเชํน หอคอย CN Tower,ทะเลสาป Ontario,พิพิธภัณฑ์ Royal Ontario เป็นต๎น เราเริ่มต๎น ด๎วยการหาที่พักซึ่งเป็น Hostel ที่เราจองไว๎ลํวงหน๎า เราใช๎เวลาในการเดินหาที่พักอยูํนานและเป็นระยะทางยาวไกลมากๆ ในที่สุดเราก็เดินทางมาถึง ซึ่งเป็น Hostel ที่ไมํใหญํโตเทําไหรํ แตํก็นําอยูํ สะดวกสบาย มีนักทํองเที่ยวจากประเทศตํางๆเข๎าพักจํานวนมาก ภายในห๎องพักเป็นเตียงสองชั้น จํานวน3 เตียง ห๎องหนึ่งจึงพักอาศัยอยูํได๎ คน6 มาถึงแล๎ว Hostel ที่พักของเราในคืนนี้ สภาพความเป็นอยูํภายในห๎องพัก กิจกรรมแรกที่เดินทางไปถึงเมืองโตรอนโต๎ คือออกเดินทางสํารวจทัศนียภาพรอบๆเมือง ซึ่งมีอาคารที่มีความสวยงามด๎วยสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นเมืองที่มีความเจริญมาก แตํกลับไมํมีปัญหาการจราจรติดขัด เนื่องด๎วยระบบคมนาคมของที่นี่ดีมาก มีทั้งรถราง รถไฟฟูาใต๎ดิน เชื่อมโยงกันอยํางเป็นระบบสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics อาคารและสภาพแวดล๎อมภายในเมืองโตรอนโต๎ แล๎วเราก็ได๎เดินกันตํอไปถึงสวนสาธารณะริมทะเลสาบ ซึ่งเป็นชํวงเวลาเย็นทํามกลางสายฝนพรําซึ่งเราได๎เห็นถึงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ที่มีการใช๎ควบคูํกับการอนุรักษ์ได๎เป็นอยํางดี น้ําในทะเลสาบจึงสวยใส และมีภูมิทัศน์รอบๆที่เรียบร๎อย เป็นระเบียบ สวยงามเป็นอยํางมากเรือหลากหลายขนาดจอดเทียบทําอยํางเป็นระเบียบ อีกมุมหนึ่งของบรรยากาศสวยๆริมทะเลสาบ ตึกสวยงาม ทันสมัย ริมทะเลสาบ ทําจอดเรือที่มีเรือมากมายสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics อีกที่หนึ่งที่เราได๎ไปเยี่ยมชมกัน ก็คือ หอคอยซีเอ็น โตรอนโต (toronto cn tower) ซึ่งเป็นเหมือนเอกลั กษณ์และจุดขายของเมืองโตรอนโต๎ คณะของเราได๎ตัดสินใจเสียเงินขึ้นไปสัมผัสบรรยากาศชมความสวยงามยามค่ําคืนของเมืองโตรอนโต๎ หอคอยซีเอ็นทาวเวอร์ ที่เมืองโตรอนโต ประเทศแคนาดา มีความสูง1,821 ฟุต สร๎างเมื่อปี ค.ศ. 1975 รูปทรงสัณฐาน เหมือนเข็ม เย็บกระสอบเสียบแห๎วตรงป ลาย ตรงที่เหมือนแห๎วนี้เป็นชั้นชมวิวชั้นลําง มีภัตตาคาร ร๎านอาหาร (อยูํตรงความสูง 1,136 ฟุต) หากขึ้นไปถึงความสูง 1,465ฟุต ตรงนี้จะมีอีก กระเปาะเล็กๆ เรียกวํา สกายพอด (Sky Pod) ตรงนี้ชมวิวได๎ไกลโพ๎นถึง 100 กิโลเมตรในวันที่อากาศดีๆ สามารถมองเห็นน้ําตกไนแอการาได๎ใกล๎ๆ สํวนลิฟต์ที่พาขึ้นไปชมนั้นวิ่ง ด๎วยความเร็วจากพื้นถึงชั้นชมวิวแคํ 58 วินาที แตํคนที่เป็นโรคกลัวความสูงไมํควรขึ้นไป เพราะพื้นเดินทางจุดได๎ปูด๎วยกระจกใสให๎นักเดินทางทํองเที่ยวเยี่ยมชมเห็นภาพรถยนต์วิ่งไปมาด๎านลํางได๎ ซึ่งเป็นที่นําหวาดเสียวมากสําหรับผู๎ที่กลัวความสูง มีกล๎องสํองทางไกลแบบหยอดเหรียญให๎บริการสามารถมองเห็นทัศนียภาพแสงสีรอบๆเมืองโตรอนโตได๎ 360 องศาเลยทีเดียว หอคอย CN Tower ที่มีชื่อเสียงของเมืองโตรอนโต๎ ทุกคนซื้อตั๋วเรียบร๎อย พร๎อมแล๎วสําหรับการขึ้นชมความงามของเมืองโตรอนโต๎สถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics ระหวํางอยูํบนลิฟท์ขึ้นสูํ CN Tower ภาพเมืองโตรอนโต๎ยามค่ําคืนเมื่อมองจากมุมสูง ภาพแหํงความประทับใจจากมุมมองบนหอคอย CN Tower ยามค่ําคืนชมนิทรรศการประวัติความเป็นมาและหลักการ กระจกใสที่มองลงไปเห็นถึงพื้นด๎านลํางทางวิทยาศาสตร์ที่ใช๎ในการออกแบบกํอสร๎างอาคาร เห็นแล๎วเสียวจริงๆสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics วันที่สิบหก 14 ตุลาคม 2555 - เยี่ยมชมวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของชาวแคนาเดียน - เดินทางกลับจากประเทศแคนาดา - ลงเรือ Maid of the Mist เยี่ยมชมความงามของ Niagara Falls อย่างใกล้ชิด - เดินทางกลับ เมือง Cortlandสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsวันที่สิบหก 14 ตุลาคม 2555 ในวันนี้นับวําเป็นวันสุดท๎ายของพวกเราที่ประเทศแคนาดา เราเช็คเอาท์เดินทางออกจากที่พักแตํเช๎าเพื่อไปเดินเยี่ยมชมวิถีชีวิต ความเป็นอยูํของชาวแคนาเดียน เพื่อเก็บตกสถานที่ที่ยังไมํได๎ไปชมเมื่อวานนี้ ภาพบรรยากาศรอบเมืองโตรอนโต๎ นอกจากนี้คณะของเราโชคดีมากที่มีโอกาสได๎ชมการแขํงขันวิ่งมินิมาราธอนซึ่งจั ดขึ้นกลางใจเมืองโตรอนโต๎พอดี ทําให๎เราได๎เห็นถึงวัฒนธรรม ประเพณีการแขํงขันกีฬา ซึ่งมีความเรียบงําย สนุกสนานและมีผู๎ที่ให๎ความสนใจจํานวนมาก มีการปิดถนนกลางใจเมืองเพื่อทําการแขํงขันโดยเฉพาะ นับเป็นอีกประสบการณ์หนึ่งที่ดีมากๆ บรรยากาศการแขํงขันมินิมาราธอนที่มีผู๎เข๎ารํวมการแขํงขันจํานวนมาก หลังจากเดินทํองเที่ยวและช๎อปปิ้งเลือกซื้อสินค๎ากันตามอัธยาศัยแล๎วเราก็เดินทางกลับจากเมืองโตรอนโต๎ โดยอาศัยรถประจําทางเส๎นทางเดียวกับตอนที่เรามา และตํอรถแท็กซี่ไปยัง Niagara Falls แล๎วเดินผํานดํานตรวจคนเข๎าเมืองจากประเทศแคนาดากลับสูํสหรัฐอเมริกาสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics เราเดินทางมาถึง Niagara Falls ฝั่งประเทศสหรัฐอเมริกาเวลาประมาณบํายสี่โมงเย็น ซึ่งมีอีกโปรแกรมหนึ่งที่สําคัญซึ่งคณะของเรายังไมํได๎สัมผัส นั่นก็คือการลงเรือ Maid of the Mist สัมผัส ความงามของ Niagara Falls แบบใกล๎ชิดนั่นเอง คณะของเราจึงได๎รีบนําสัมภาระไปเก็บที่รถของมหาวิทยาลัยที่จอดรออยูํ และรีบมาซื้อตั๋วขึ้นเรือ ซึ่งโชคดีมากๆที่เรือลําที่เราขึ้นมีคนอยูํไมํถึง 20 คน ทําให๎มีพื้นที่มากพอสมควรในการถํายรูปโดยไมํมีผู๎คนมาบดบัง คณะของเราลํองเรือ เมด ออฟ เดอะ มิสต์ (maid of the mist) ทวนกระแสน้ําเข๎าสูํสายน้ําอันเชี่ยวกรากที่หลั่งไหลโถมเทมาจากเบื้องสูงสุด สัมผัสประสบการณ์ครั้งยิ่งใหญํ ครั้งหนึ่งในชีวิต สร๎างความรู๎สึกประทับใจให๎กับทุกคนเป็นอยํางยิ่ง ด๎วยการลํองเรือ ชมน้ําตกไนแองการําอยํางใกล๎ ชิดประมาณครึ่งชั่วโมงทุกคนรู๎สึกเพลิดเพลินใจ กับวิวสวยสดใสของน้ําตกไนแองการํา ทั้งฝั่งอเมริกาและฝั่งแคนาดา ที่เป็นแบบเกือกม๎าแสนยิ่งใหญํ ได๎เสื้อปูองกันเปียกและพบกับความยิ่งใหญํของน้ําตก ที่มีบริเวณน้ํามากมายมหาศาลกํอให๎เกิดเสียงสนั่นหวั่นไหว สัมผัสถึงละอองไอน้ําที่สร๎างความสดชื่น ทั่วบริเวณอยํางใกล๎ชิดที่สุด มองเห็นนกเกาะอยูํบนโขดหินเป็นกลุํม เห็นรุ๎งกินน้ําในวันที่แสงแดดสํองประกายระยิบระยับ สวยงาม โรแมนติก เกินที่จะบรรยาย ภาพของ Niagara Falls ที่เราได๎เห็นจากบนเรือนี้นับวํามีความสวยงามเป็นอยํางมาก ได๎สั มผัสถึงความยิ่งใหญํของพลังธรรมชาติ จากสายน้ําที่หลั่งไหลปริมาณมหาศาลตกกระทบกับโขดหินกลายเป็นละอองน้ํามากมายซึ่งพัดพามากระทบกับผิวกายของเรา จนรู๎สึกเย็นชุํมฉ่ําไปถึงหัวใจ ประดุจดั่งกําลังอยูํในความฝัน ความยิ่งใหญํของพลังธรรมชาติ จากสายน้ําที่หลั่งไหลปริมาณมหาศาลตกกระทบกับโขดหินกลายเป็นละออง ถํายภาพรํวมกับความสวยงามของ Niagara Falls กับครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได๎มาเยือนสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics ถํายภาพรํวมกับความสวยงามของ Niagara Falls กับครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได๎มาเยือน หลังจากนั้นคณะของเราก็เดินทางจาก Niagara Falls กลับไปยังเมือง Cortland โดยรถตู๎ของมหาวิทยาลัย ที่มี แคลลี่ นักศึกษาคนเดิมเป็นคนขับ เราใช๎เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง ก็กลับมาถึงที่พักของเราที่ Edcono Lodge ที่เมือง Cortland ซึ่งในคืนนี้ทุกคนตํางต๎องเตรียมจัดกระเป๋า เพื่อเดินทางกลับประเทศไทยในวันพรุํงนี้ กิจกรรมเสริมประสบการณ์เยี่ยมชม Niagara Falls และประเทศแคนาดา ในครั้งนี้ จึงนับเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ครั้งยิ่งใหญํของพวกเราทุกคน ที่ได๎มีโอกาสมาเยี่ยมชม เปิดโลกทัศน์การเรียนรู๎ในโลกกว๎าง ซึ่งทําให๎เราได๎เห็นถึงการบริหารจัดการและการใช๎ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอยํางคุ๎มคําและมีประสิทธิภาพนอกจากนี้ ยังได๎เรียนรู๎วิทยาศาสตร์จากของจริง เกี่ยวกับสภาพภูมิศาสตร์ของ Niagara Falls จากการกระบวนเปลี่ยนแปลงของแผํนเปลือกโลก เรียนรู๎เรื่องการเกิดรุ๎งกินน้ํา เรียนรู๎เรื่อง History of science(HOS) ของนักวิทยาศาสตร์คนสํา คัญของโลกอีกทํานหนึ่งก็คือ Nicola Tesla ซึ่งแสดงให๎เห็นวํา การไปทัศนศึกษานอกสถานที่จะทําให๎ผู๎เรียนเกิดองค์ความรู๎ด๎วยตนเอง เพราะได๎ไปศึกษา จับต๎องสัมผัสด๎วยตนเองได๎ประสบการณ์แปลกใหมํ ได๎ความรู๎ ความประทับใจจากสิ่งที่ได๎ค๎ นพบด๎วยตนเอง ทําให๎ผู๎เรียนมีจิตวิทยาศาสตร์ เกิดแรงบันดาลใจ รักการเรียนรู๎และการสืบค๎นมากยิ่งขึ้น ตลอดจนเป็นประสบการณ์ที่มีคุณคําและเป็นประโยชน์ตํอการนําไปจัดกิจกรรมการเรียนรู๎วิทยาศาสตร์ของเราตํอไปสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics วันที่สิบเจ็ด 15 ตุลาคม 2555 - ออกเดินทางจากประเทศสหรัฐอเมริกากลับสูํ ประเทศไทยสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsวันที่สิบเจ็ด 15 ตุลาคม 2555 ในวันนี้นับวําเป็นวันสุดท๎ายของเราที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เพราะเป็นวันที่เราต๎องเดินทางกลับประเทศไทย อันเป็นแผํนดินมาตุภูมิ คณะของเราออกเดินทางจากที่พักที่ Edcono lodge ตั้งแตํเวลาประมาณ 5 นาฬิกา โดยมี Dr. Orvil L. White ขับรถของมหาวิทยาลัยมารั บคณะของเรา เพื่อมุํงหน๎าไปยังทําอากาศยาน Detriot เราใช๎เวลาในการเดินทางอีกไมํนาน ประมาณ 1 ชั่วโมงเราก็เดินทางมาถึง ทําอากาศยาน Detriotหลังจากเช็คอินเรียบร๎อยแล๎วเราก็เดินทางจาก ทําอากาศยาน Detriot ไปยังทําอากาศยานเมือง Saracuseแล๎วไปยัง ทําอากาศยาน Narita และสุดท๎ายก็มาถึงทําอากาศยานสุวรรณภูมิ ตามลําดับภาพแสดงแผนที่การบินขณะออกจากสหรัฐอเมริกา ภาพแสดงแผนที่การบินเมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทย นี่ชํางเป็นการเดินทางที่แสนยาวนานแตํก็คุ๎มคํา และได๎รับประโยชน์มากมาย ซึ่งเราทุกคนตํางกลับมาประเทศไทยด๎วยประทับใจ พร๎อมทั้งความรู๎ และความมุํงมั่นที่จะนําโอกาสและสิ่งดีดีที่ได๎รับนี้มาขยายผลแบํงปัน ให๎เกิดประโยชน์ตํอการศึกษาของประเทศไทยตํอไป และแล๎วในที่สุด เราทุกคนก็เดินทางกลับถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics บทสรุปสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsบทสรุป การพัฒนาทางด๎านการศึกษาวิทยาศาสตร์ นับวําเป็นสิ่งหนึ่งที่มีความสําคัญเป็นอยํางมากตํอการพัฒนาประเทศในปัจจุบัน ในการพัฒนาวิทยาศาสตร์ศึกษาสามารถกระทําได๎หลายแนวทาง อาทิ การพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนให๎มีความเหมาะสม การสํงเสริมสนับสนุนให๎หนํวยงานทางการศึกษามีการใช๎สื่อวัสดุอุปกรณ์ที่ทันสมัยในการจัดการเรียนการสอน การสนับสนุนงบประมาณในการจัดการศึกษาอยํางเพียงพอทั้งนี้ กระบวนการหนึ่งที่นั บเป็นขั้นตอนที่สําคัญเป็นอยํางมากในการพัฒนากระบวนการจัดการศึกษาวิทยาศาสตร์ นั่นคือการพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข๎องกับการจัดการศึกษาวิทยาศาสตร์ ได๎แกํ ครูผู๎สอนศึกษานิเทศก์ผู๎รับผิดชอบทางด๎านวิทยาศาสตร์ ให๎มีประสบการณ์ มีความรู๎และทักษะอยํางเพียงพอตํอการพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ให๎มีคุณภาพและมีความทันสมัย เหมาะสมตํอการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกในปัจจุบัน การดําเนินโครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู๎สํารวจตรวจสอบ(The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อสํงเสริมการเรียนการสอน Science, Technology,Engineering and Mathematics (STEM) โดยสถาบันวิทยาศาสตร์ สํานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษาสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในครั้งนี้นับเป็นวิธีการหนึ่งที่สํงผลให๎ครูและศึกษานิเทศก์ที่เข๎ารํวมโครงการได๎รับประโยชน์เป็นอยํางมาก เนื่องจากสามารถเสริมสร๎างประสบการณ์ให๎ผู๎เข๎ารํวมโครงการมีความรู๎ความเข๎าใจและเกิดการพัฒนาทักษะเพิ่มเติมในด๎านการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์อยํางถูกต๎องและสามารถนําไปประยุกต์ใช๎และบูรณาการในการเรียนการสอ นได๎โดยตรง ทั้งนี้อาจสรุปประโยชน์ที่เกิดขึ้นตํอผู๎เข๎ารํวมโครงการในด๎านตํางๆ ได๎ดังนี้ด้านการจัดการศึกษาวิทยาศาสตร์1. การพัฒนาแนวคิดเกี่ยวกับรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน จากประสบการณ์ที่ได๎รับจากการเข๎ารํวมโครงการครั้งนี้พบวําการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ของประเทศสหรัฐอเมริกาโดยสํวนใหญํมุํงเน๎นการจัดกิจกรรมการเรียนรู๎โดยใช๎แนวทางการสืบเสาะหาความรู๎(inquiry) ที่มุํงพัฒนาให๎ผู๎เรียนสามารถเรียนรู๎จากการทํา กิจกรรมให๎ผู๎เรียนสืบเสาะหาความรู๎จากการลงมือปฏิบัติแล๎วเชื่อมโยงไปสูํ การสร๎าง องค์ ความรู๎ โดยที่การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนไมํได๎เน๎นการถํายทอดเนื้อหาความรู๎แกํผู๎เรียนเพียงอยํางเดียว แตํเป็นการสํงเสริมให๎ผู๎เรียนเกิดทักษะในการเรียนรู๎วิทยาศาสตร์อยํางเป็นกระบวนการ มีเหตุมีผลด๎วยการสืบเสาะหาความรู๎จากสื่อและแหลํงเรียนรู๎ ที่หลากหลาย มีความทันสมัย จากแนวคิดในการจัดการศึกษาวิทยาศาสตร์ในรูปแบบดังกลําว สามารถนํามาพัฒนาแนวคิดหรือปรัชญาในการจัดการศึกษาวิทยาศาสตร์ของไทยให๎มีการมุํงเน๎นในด๎านทักษะกระบวนการและธรรมชาติของวิทยาศาสตร์ให๎มากขึ้น ควรให๎ความสําคัญตํอการสอนเนื้อหาลง โดยมุํงเน๎นการนํากระบวนการสืบเสาะความรู๎ทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Inquiry) มาใช๎เป็นเครื่องมือในการจัดกิจกรรมให๎มากขึ้น เนื่องจากการสืบเสาะความรู๎ทางวิทยาศาสตร์เป็นกระบวนการเรียนรู๎ที่มุํงให๎ผู๎เรียนสร๎างองค์ความรู๎ใหมํด๎วยตนเอง โดยผํานกระบวนการคิดและปฏิบัติ และใช๎กระบวนการทางวิทยาศาสตร์เป็นเครื่องมือ ในการจัดกิจกรรม ควรกระตุ๎นสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsให๎ผู๎เรียนเกิดความสงสัยใครํรู๎ แล๎วให๎ผู๎เรียนตั้งใจรวบรวมข๎อมูลและหลักฐานโดยใช๎กระบวนการกลุํม มีครูเป็นผู๎คอยชํวยเหลือให๎คําแนะนําและเป็นที่ปรึกษาคอยชํวยเหลือ ให๎นัก เรียนเชื่อมโยง ความรู๎ที่มี กับความรู๎ใหมํจนกระทั่งเกิดองค์ความรู๎ในเรื่องที่สนใจศึกษาแล๎วสามารถเชื่อมโยงนําความรู๎ไปประยุกต์ใช๎ได๎ ทั้งนี้การสืบเสาะหาความรู๎แบํงออกเป็น 4 ระดับ คือการสืบเสาะหาความรู๎แบบยืนยัน (Confirmed Inquiry) แบบนําทาง(Directed Inquiry) แบบชี้แนะแนวทาง (Guided Inquiry) และแบบเปิด (Open Inquiry) โดยผู๎สอนอาจเริ่มจัดกิจกรรมจากการสืบเสาะหาความรู๎ในระดับยืนยันกํอนเพื่อให๎ผู๎เรียนคุ๎นเคยกับกระบวนการสร๎างองค์ความรู๎ไปทีละขั้น จนสามารถพัฒนาไปถึงการสืบเสาะหาความรู๎แบบเปิดได๎ ซึ่งการนําแนวคิดการจั ดกิจกรรมดังกลําวไปใช๎ เชื่อวําจะทําให๎เกิดประสิทธิผลในการเรียนรู๎ทางวิทยาศาสตร์ของผู๎เรียนมากยิ่งขึ้น2. การใช้และการพัฒนาเอกสาร สื่อ และแหล่งเรียนรู้ในกระบวนการจัดกิจกรรม จากการเข๎ารํวมการสังเกตการณ์ในห๎องเรียนวิทยาศาสตร์ทั้งใน State University of New Yorkat Cortland และในชั้นเรียนวิทยาศาสตร์ของโรงเรียนมัธยมศึกษา Tully High School พบวําการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจะมีการใช๎เอกสาร หนังสือ สื่อการสอนและแหลํงเรียนรู๎ที่มีความสอดคล๎องเชื่อมโยงกัน เป็นสื่อการเรียนการสอนที่มีความทันสมัยและมุํงเน๎นให๎ผู๎เรียนใ ช๎สื่อในการเรียนรู๎จากการสืบค๎นหาความรู๎ การลงมือปฏิบัติโดยใช๎ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์อยํางแท๎จริง เชํน การเลือกใช๎หนังสือเรียนที่มีสื่อเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ประกอบการจัดกิจกรรมหรือการสืบเสาะหาความรู๎ในแตํละสาระสําคัญ มีการพัฒนาสื่อเทคโน โลยีในรูปแบบของห๎องปฏิบัติการเสมือนหรือสื่อแอนนิเมชั่นมาใช๎ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู๎ นอกจากนี้ยังมีการใช๎โมเดลประกอบในการเรียนรู๎เพื่อสร๎างความเข๎าใจในองค์ความรู๎แตํละเรื่องให๎ชัดเจน มีการเลือกใช๎สื่อที่เกี่ยวข๎องกับสถานการณ์ในชีวิตประจําวั นอยํางเหมาะสมจากประสบการณ์ดังกลําวจึงเป็นปัจจัยสํงเสริมให๎ผู๎เข๎ารํวมโครงการมีวิสัยทัศน์ในการผลิต การพัฒนาและการเลือกใช๎เอกสาร สื่อ และแหลํงเรียนรู๎ประกอบการจัดการเรียนการสอนให๎มีประสิทธิภาพตํอการเรียนรู๎ของผู๎เรียนมากขึ้น3. การพัฒนาทักษะ และเทคนิคการใช้กลวิธีในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ดังที่ได๎กลําวไปแล๎ววําการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ในประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นการเรียนการสอนที่มุํงให๎ผู๎เรียนสืบเสาะหาความรู๎โดยใช๎ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการลงมือปฏิบัติ ดังนั้นครูผสอนจึงไมํได๎มีบทบาทเป็นเพียงผู๎ถํายทอดเนื้อหาความรู๎เทํานั้น แตํครูผู๎สอนจะทําหน๎าที่เป็นผู๎ ู๎อํานวยความสะดวก จัดบรรยากาศและสภาพแวดล๎อม ตลอดจนจัดหาสื่อและแหลํงเรียนรู๎ให๎ผู๎เรียนใช๎สร๎างประสบการณ์ที่จะนําไปสูํการสร๎างองค์ความรู๎ตํอไป ด๎วยเหตุดังกลําวจึงพบวําครู ผู๎สอนมักจะใช๎กลวิธีที่หลากหลายในการกระตุ๎นให๎ผู๎เรียนเกิดการเรียนรู๎ตามกระบวนการของการเรียนรู๎ทางวิทยาศาสตร์ ครูต๎องรู๎จักการใช๎คําถามกระตุ๎นผู๎เรียน รู๎จักใช๎เทคนิควิธีสํงเสริมให๎ผู๎เรียนเรียนรู๎จากสื่อและแหลํงเรียนรู๎ตํางๆ มีกลวิธีในการจัดกิจกรรมให๎ผู๎เรียนลงมือปฏิบัติอยํางเหมาะสมตํอธรรมชาติและพื้นฐานความสามารถในการเรียนรู๎ของผู๎เรียนแตํละคน โดยกิจกรรมการเรียนการสอนในลักษณะดังกลําวจะสํงผลให๎ผู๎เรียนเกิดการเรียนรู๎อยํางชัดเจนและเป็นความรู๎ที่คงทน ในขั้นตอนของการทํากิจกรรมจะสังเกตเห็ นบรรยากาศของการเรียนสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsแบบรํวมมือ การชํวยเหลือซึ่งกันและกัน ทําให๎เกิดผลของการเรียนรู๎อยํางแท๎จริง จากข๎อสังเกตดังกลําวผู๎เข๎ารํวมโครงการจึงสามารถนํามาประยุกต์ใช๎ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของตน โดยควรให๎ความสําคัญตํอการใช๎เทคนิควิธีในการกระตุ๎นและอํานวยความสะดวกให๎ผู๎เรียนเกิดการเรียนรู๎อยํางอิสระด๎วยการใช๎กลวิธีตํางๆ อาทิ กลวิธีทํากิจกรรมกํอนเข๎าสูํเนื้อหา (ABC, Activity Before Content) กลวิธีคิดเดี่ยวคิดคูํ (Think pair share) กลวิธีจิ๊กซอว์ (Jigsaw) กลวิธีทํานาย สังเกต อธิบาย (POE, predict observeexplain) ฯลฯ อยํางไรก็ตามการจัดกิจกรรมตํางๆ ควรฝึกให๎ผู๎เรียนมีโอกาสได๎เรียนรู๎และทํางานเป็นกลุํมไปพร๎อมกันด๎วย4. การพัฒนาหลักสูตรวิทยาศาสตร์ ปัญหาที่เกิดขึ้นกับการศึกษาวิทยาศาสตร์ของไทยอาจมีสาเหตุมาจากปัจจัยสําคัญอยํางหนึ่งนั่นคือหลักสูตรวิทยาศา สตร์ที่ให๎ความสําคัญกับเนื้อหามากกวํากระบวนการเรียนรู๎ และบริบทในการเรียนรู๎ของผู๎เรียน โดยเฉพาะหลักสูตรวิทยาศาสตร์ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ทําให๎ผู๎เรียนต๎องใช๎เวลากับการเรียนเนื้อหามากเกินไปทําให๎ไมํเกิดทักษะวิทยาศาสตร์ขึ้ นอยํางแท๎จริง ดังนั้นเพื่อพัฒนาผู๎เรียนให๎เกิดทักษะและมีคุณลักษณะความเป็นนักวิทยาศาสตร์อยํางมีคุณภาพ จึงควรมีการพัฒนาหลักสูตรที่มีความสอดคล๎องกับบริบททางการเรียนรู๎ของผู๎เรียนในแตํละสถานศึกษา เป็นหลักสูตรที่สํงเสริมให๎ผู๎เรียนได๎ฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์อยํางจริงจัง มีความสอดคล๎องกับท๎องถิ่นและบูรณาการให๎ผู๎เรียนได๎เรียนรู๎จากสถานการณ์ในชีวิตประจําวันหรือบริบทใกล๎ตัวให๎มากยิ่งขึ้น5. การใช้ภาษาอังกฤษในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน การเข๎ารํวมโครงการในครั้งนี้ เป็นการจัดกิจกรรมที่ทําให๎ผู๎เข๎ารํวมโครงการมีโอกาสได๎พัฒนาทักษะการใช๎ภาษาอังกฤษโดยตรงจากการสื่อสาร การฟังบรรยายและการอํานเอกสารหรือข๎อความตํางๆตลอดระยะเวลาของการเข๎ารํวมโครงการในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งโอกาสดังกลําวนับเป็นการกระตุ๎นให๎ผู๎เข๎ารํวมโครงการมีการพัฒนา ตนเองในด๎านทักษะภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะทักษะในการอําน การฟังและการพูดสื่อสาร นอกจากนี้ยังนับเป็นการสร๎างแรงบันดาลใจให๎ผู๎เข๎ารํวมโครงการเกิดการพัฒนาตนเองอยํางตํอเนื่อง มีความตั้งใจที่จะใช๎ภาษาอังกฤษในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ ซึ่ งสํงผลดีตํอนโยบายการสํงเสริมให๎เกิดการพัฒนาบุคลากรในด๎านการใช๎ภาษาอังกฤษและรองรับการเตรียมตัวเข๎าสูํการเป็นสมาชิกประชาคมอาเซียนอีกด๎วย6. การพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ระบบการศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกาให๎ความสําคัญตํอการดูแลชํวยเหลือนัก เรียนเป็นอยํางมากมีระเบียบและข๎อปฏิบัติในการดูแลรักษาสิทธิ์ของนักเรียนอยํางเครํงครัด เชํน การไมํอนุญาตให๎ถํายภาพเจาะจงสําหรับนักเรียนแตํละคนโดยไมํได๎รับอนุญาตจากผู๎ปกครองหรือครูผู๎ดูแลนักเรียน การให๎ความสําคัญตํอสิทธิเสรีภาพในการเรียนรู๎อยํางเทําเทียม การดูแลความปลอดภัยของนักเรียนอยํางเข๎มงวด เชํน ในเวลาที่มีรถนักเรียนจอดรับนักเรียนที่จุดใดในเมือง Cortland รถที่จะแลํนผํานบริเวณนั้นต๎องหยุดทั้งสองฝั่งของถนนเพื่อปูองกันไมํให๎เกิดอุบัติเหตุขึ้นกับนักเรียน นอกจากนี้ยังให๎ความสําคัญตํอระดับพื้นฐานความสามารถเฉพาะสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsแตํละบุคคลเป็นอยํางมาก สถานศึกษาจะมีการคัดกรองนักเรียนอยํางละเอียด เพื่อจะได๎จัดการศึกษาให๎แกํนักเรียนได๎อยํางเหมาะสม ในกรณีพบนักเรียนที่มีความบกพรํองก็จะต๎องจัดให๎มีระบบดูแลชํวยเหลือเฉพาะรวมทั้งมีการจัดการศึกษารองรับความผิดปกติของนักเรียนเป็นรายบุคคล มีการจัดเตรียมบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางไว๎ดูแลนักเรียนโดยตรง จากประสบการณ์ดังกลําวผู๎เข๎ารํวมโครงการสามารถที่จะนําความรู๎เหลํานี้มาประยุกต์ใช๎ให๎เหมาะสมในการดูแลชํวยเหลือนักเรียนของตนตํอไปด้านการขับเคลื่อนนโยบายทางวิทยาศาสตร์ศึกษา ปัจจุบันรัฐมีนโยบายในการสํงเสริมทางด๎านวิทยาศาสตร์ศึกษา โดยมุํงเน๎นการพัฒนากระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่มุํงเน๎นให๎เด็กได๎พัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์อยํางแท๎จริง สํงเสริมการพัฒนาผู๎ที่มีความสามารถทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยีให๎มีปริมาณและคุณภาพที่เหมาะสมตํอความต๎องการในการพัฒนาประเทศ มีการสํงเสริมให๎เกิดการใช๎สื่อและเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข๎ามาใช๎ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน การพัฒนาครูผู๎สอนให๎มีความรู๎ความสามารถและทักษะในการจัดการเรียนการสอนอยํางมีคุณภาพ สํงเสริมให๎มีรูปแบบการเรียนการสอนที่หลากหลาย ซึ่ งโครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู๎สํารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อสํงเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics (STEM) นับเป็นโครงการหนึ่งที่มีประโยชน์ตํอการขับเคลื่อนนโยบายทางด๎านการสํงเสริมการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์เนื่องจากเป็นการจัดกิจกรรมที่สํงเสริมให๎ครูและศึกษานิเทศที่เข๎ารํวมโครงการมีประสบการณ์ในการเรียนรู๎เทคนิควิธีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์ (STEM) โดยตรงจากการฟังบรรยา ย การเข๎ารํวมกิจกรรมการเรียนรู๎ในรายวิชาทางด๎านการสอนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ใน State University of New York at Cortland และการสังเกตชั้นเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษา นอกจากนี้ผู๎เข๎ารํวมโครงการยังได๎ศึกษาเรียนรู๎เทคนิควิธีในการจัดกิจกร รมการเรียนรู๎ที่ฝึกให๎ผู๎เรียนเกิดทักษะการสืบเสาะหาความรู๎และการใช๎ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการสร๎างองค์ความรู๎ อาทิ เทคนิคการจัดกิจกรรมการเรียนรู๎เกี่ยวกับปรากฏการณ์ข๎างขึ้นข๎างแรม (Moon Phases) เทคนิคการใช๎โมเดลในการจัดกิจกรรมการเรี ยนรู๎วิทยาศาสตร์ เทคนิคการใช๎นิทานเป็นสื่อ เทคนิคการจัดกิจกรรมรถไฟเหาะตีลังกา(Rollercoaster) ในการฝึกให๎ผู๎เรียนแกํไขปัญหาโดยใช๎กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เป็นต๎น กิจกรรมการเรียนรู๎เหลํานี้ทําให๎ผู๎เข๎ารํวมโครงการเกิดความรู๎ ความเข๎าใจ ทักษะปฏิ บัติ ตลอดจนเกิดทัศนคติอันดีทางด๎านการจัดการศึกษาวิทยาศาสตร์มากยิ่งขึ้น สํงผลให๎เกิดความเชี่ยวชาญในการจัดกิจกรรมการสืบเสาะความรู๎และการรู๎สํารวจตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์อยํางหลากหลายและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้การพัฒนาที่เกิดขึ้นกับผู๎เข๎ารํวมโครงการสํงผลให๎เกิดกลุํ มผู๎นําในการพัฒนาวิทยาศาสตร์ศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศไทยให๎มีความก๎าวหน๎าทั้งจากการพัฒนากระบวนการเรียนการสอนโดยตรง การถํายทอดขยายผลตํอผู๎รํวมงานในโอกาสตํางๆ เชํน การเป็นวิทยากรในการฝึกอบรม การประชุมสัมมนา ตลอดจนการนําเสนอข๎อคิดเห็นหรือแนวทางในการพัฒนาตํอผู๎บริหารการศึกษาในระดับตํางๆ เป็นต๎น การเผยแพรํและแลกเปลี่ยนความรู๎และประสบการณ์ผํานการนําเสนอผลงาน การเขียนบทความทางวิชาการ ตลอดจนการสร๎างสรรค์งานสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematicsในความรับผิดชอบให๎เกิดผลเป็นที่ประจักษ์ สามารถเป็นตัวอยํางให๎บุคคลอื่นๆ นําไปพัฒนาตํอได๎ซึ่งกระบวนการดังกลําวจะมีผลทําให๎การขับเคลื่อนนโยบายทางวิทยาศาสตร์ศึกษาประสบความสําเร็จได๎ที่สุดด้านการเรียนรู้วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม กิจกรรมการสัมมนาและการศึกษาดูงานยังตํางประเทศในครั้งนี้ เป็นกิจกรรมที่ทําให๎ผู๎เข๎ารํวมโครงการได๎รับประสบการณ์และเกิดการเรียนรู๎เกี่ยวกับวัฒนธรรมและสิ่งแวดล๎อมที่แตกตํางกันระหวํางสังคมตะวันตกกับวัฒนธรรมไทยได๎โดยตรง นับตั้งแตํกํอนเข๎ารํวมโครงการที่ผู๎เข๎ารํวมโครงการทุกคนจะต๎องทําการศึกษาข๎อมูลเกี่ยวกับวัฒนธรรมประเพณี ระเบียบปฏิบัติตน ข๎อมูลในด๎านสภาพอากาศและสิ่งแวดล๎อมสภาพทางเศรษฐกิจ ตลอดจนการเตรียมตัวในด๎านภาษาและข๎อมูลอื่นๆ ให๎มีความพร๎อมที่จะนําไปใช๎ปฏิบัติในระหวํางการเข๎ารํวมโครงการ นอกจากนี้เมื่อเข๎ารํวมกิจกรรมตํางๆ ทําให๎ครูและศึกษานิเทศก์ทุกทํานได๎มีโอกาสปะทะสังสรรค์และมีปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับชาวตํางชาติ ทั้งผู๎ที่เ ป็นวิทยากร นักเรียนนักศึกษาและบุคคลทั่วไปในระหวํางที่ใช๎ชีวิตอยูํในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศแคนาดา ทําให๎เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู๎วัฒนธรรมซึ่งกันและกัน นอกจากนี้ในระหวํางการศึกษาดูงานผู๎เข๎ารํวมโครงการยังได๎เรียนรู๎เกี่ยวกับสภาพแวดล๎อมและการจัดการอาคารสถานที่ตํางๆ ทั้งในสถานศึกษาและในชุมชนที่พักอาศัย ซึ่งข๎อมูลตํางๆเหลํานี้ล๎วนมีประโยชน์ในการนํามาประยุกต์ใช๎ในการทํางานและการใช๎ชีวิต และยังสามารถถํายทอดประสบการณ์ให๎แกํนักเรียน เพื่อนรํวมงาน รวมทั้งบุคคลทั่วไปได๎เป็นอยํางดีอีกด๎วย ซึ่งผลที่เกิดขึ้นดังกลําวยังมีความสําคัญตํอการเตรียมบุคลากรทางการศึกษาให๎มีความพร๎อมในระดับสากล เป็นการพัฒนาบุคลากรให๎มีคุณภาพเพื่อรองรับนโยบายการเข๎าสูํประชาคมอาเซียนที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล๎นี้ จากบทสรุปประสบการณ์และประโยชน์จากการดําเนินโครงการดังที่ได๎กลําวไปแล๎ว จะเห็นได๎วําโครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู๎สํารวจตรวจสอบ (The 5 Features ofScience Inquiry) เพื่อสํงเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics(STEM) เป็นโครงการที่ทําให๎เกิดผลอยํางชัดเจนตํอการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาส ตร์ศึกษาในประเทศไทย ภาพความสําเร็จของโครงการที่เกิดขึ้นนอกจากจะสํงผลโดยตรงตํอวิสัยทัศน์ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน สํงผลตํอการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ของนักเรียนและเป็นการพัฒนากระบวนการทางวิทยาศาสตร์ศึกษาในปัจจุบันแล๎ว โครงการดังกลําวนี้ยังสามารถขยายผลให๎เกิดวิสัยทัศน์การพัฒนาอยํางยั่งยืนตํอวงการวิทยาศาสตร์ศึกษาในอนาคต นับเป็นการกระตุ๎นสํงเสริมให๎การจัดการศึกษาวิทยาศาสตร์มีคุณภาพในระดับสากลตํอไป ทั้งนี้ความสําเร็จที่เกิดขึ้นนับเป็นผลความรํวมมือกันอยํางจริงจังระหวํางหนํวยงานที่เ กี่ยวข๎องทุกสํวน ผู๎เข๎ารํวมโครงการทุกทํานขอขอบพระคุณ สถาบันวิทยาศาสตร์สํานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการState University of New York at Cortland หนํวยงานต๎นสังกัด เพื่อนรํวมงาน ตลอดจ นทุกทํานที่มีสํวนสํงเสริมให๎มีการดําเนินโครงการประสบผลสําเร็จดังเปูาหมายทุกประการ ซึ่งนับวําจะเป็นประโยชน์ตํอการพัฒนาการศึกษาของชาติอยํางยั่งยืนตํอไปสถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • โครงการสัมมนาการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการรู้สารวจตรวจสอบ (The 5 Features of Science Inquiry) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน Science, Technology, Engineering and Mathematics ประเทศไทยมีครูหลายล๎านคน อะไรหนอบันดาลดลให๎เรานี้ จากไมํเคยรู๎จักกันในชีวี แตํวันนี้สนิทสนมกลมเกลียวกัน ใช๎ชีวิตสองอาทิตย์ที่อเมริกา รํวมเดินทางกันมาเหมือนดั่งฝัน กํอให๎เกิดความรักความผูกพัน ทุกคืนวันแสนสุขสันต์ได๎เฮฮา คือเรื่องราวประทับใจในทริปนี้ เพราะดร.กานจุลี คนนี้หนา เราทุกคนมีโอกาสเดินทางมา ได๎เปิดหูเปิดตาเรื่องมากมาย จากวันนั้นถึงวันนี้ไวหนักหนา แม๎จากลาแตํทวําอยําลาหาย วํางๆก็เจรจาโพสต์ทักทาย ทุกสิ่งอยํางมีความหมายคุณคํามี ขอฝากกลอนและภาพนี้ไว๎รําลึก ให๎เรานึกถึงเรื่องราวพรํางพราวนี้ ให๎ยึดมั่นสายสัมพันธ์มั่นไมตรี ให๎เรามีกันและกันตลอดไป...สถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน