Your SlideShare is downloading. ×
  • Like
การเตรียมความพร้อมเพื่อรับการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ (Pisa)
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×

Now you can save presentations on your phone or tablet

Available for both IPhone and Android

Text the download link to your phone

Standard text messaging rates apply

การเตรียมความพร้อมเพื่อรับการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ (Pisa)

  • 84,545 views
Published

 

Published in Education
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Be the first to like this
No Downloads

Views

Total Views
84,545
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
10

Actions

Shares
Downloads
374
Comments
2
Likes
0

Embeds 0

No embeds

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
    No notes for slide

Transcript

  • 1. ่ การเตรียมความพร้อมเพือรับการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ (PISA) 2015 สถาบันวิทยาศาสตร์ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  • 2. ร่วมแบ่งปันสิ่งดีดีเพือร่วมสร้างสรรค์การศึกษาไทย ่ โดย ครูกอบวิทย์ พิริยะวัฒน์ E-mail : magnegis@hotmail.comhttp://teacherkobwit2010.wordpress.com
  • 3. PISA คืออะไร?PISA = Programme for International Student Assessment (โครงการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ)OECD = Organisation of Economic Operation and Development (องค์การเพื่อความร่วมมือและพัฒนาทางเศรษฐกิจ)
  • 4. จุดมุ่งหมายของ PISA คืออะไร?การศึกษา (เชิงเปรียบเทียบ) ว่าเยาวชนของแต่ละประเทศมีความรู้และทักษะที่จาเป็ นในการดารงชีวิตในโลกปัจจุบันมากน้ อยเพียงใด ซึ่งจะบ่งชี้ถึงศักยภาพของการพัฒนาทางเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ (ความน่าลงทุนในสายตาของต่างชาติ)“คุณภาพของการศึกษาเป็ นตัวชี้ วัดศักยภาพของการพัฒนาทางเศรษฐกิจ”PISA วัดความรู้และทักษะของผู้เรียน (ผลลัพธ์สุดท้าย) ไม่ใช่การจัดการศึกษา(กระบวนการ)
  • 5. PISA วัดและประเมินอะไรบ้าง?PISA วัดและประเมิน “การรู้” (Literacy) 3 ด้ าน  การอ่านเอาความ  คณิตศาสตร์  วิทยาศาสตร์ การรู้ท้ง 3 ด้ านนี้ เป็ นสิ่งจาเป็ นพื้นฐานของการดารงชีวิตในโลก ั ปัจจุบันและอนาคต และการเรียนรู้ตลอดชีวิต
  • 6. PISA วัดและประเมินใคร?PISA วัดและประเมิน “การรู้” (Literacy) 3 ด้ าน กับเยาวชนที่มีอายุประมาณ 15 ปี(14 ปี 6 เดือน – 15 ปี 6 เดือน) เยาวชนที่มีอายุประมาณ 15 ปี จะเป็ นกาลังสาคัญในการพัฒนา ประเทศในอนาคตอันใกล้
  • 7. PISA วัดและประเมินเมื่อไร?PISA วัดและประเมิน “การรู้” (Literacy) 3 ด้ าน กับเยาวชนที่มีอายุประมาณ 15 ปี(14 ปี 6 เดือน – 15 ปี 6 เดือน) ทุกๆ 3 ปี โดยเริ่มมีการประเมินตั้งแต่ ปี ค.ศ. 2000จนถึงปัจจุบัน ปี ทีมีการประเมินคือ ปี ค.ศ. 2000, 2003, 2006, 2009, ่ 2012, 2015, และ ...
  • 8. PISA วัดและประเมินเมื่อไร? การประเมิน PISA ในแต่ละปี มีจุดเน้ นแตกต่างกัน ปีที่มีการ 2000 2003 2006 2009 2012 2015ประเมิน PISA จุดเน้น การอ่าน คณิตฯ วิทย์ การอ่าน คณิตฯ วิทย์ คณิตฯ & การอ่าน การอ่าน คณิตฯ & การอ่าน การอ่าน จุดไม่เน้น* วิทย์ & วิทย์ & คณิตฯ วิทย์ & วิทย์ & คณิตฯ *อาจมีการประเมินความรู้และทักษะอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย เช่น การแก้ปัญหา ความรู้ ทางเศรษฐกิจ และ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
  • 9. มีประเทศใดเข้ารับการประเมิน PISA บ้าง?
  • 10. ผลการประเมิน PISA ในปี ที่ผานมาเป็ นอย่างไร? ่ การอ่าน คณิตฯ วิทย์ฯ การอ่าน
  • 11. ผลการประเมิน PISA ในปี ที่ผานมาเป็ นอย่างไร? ่
  • 12. ผลการประเมิน PISA ในปี ที่ผานมาเป็ นอย่างไร? ่
  • 13. ประเภทของคาถามในการประเมิน PISA คาถามที่ใช้ สถานการณ์ในชีวิตประจาวันเป็ นฐาน (Context-based questions) ซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบ:  คาถามถูกผิด (Yes-No questions)  คาถามแบบเลือกตอบ (Multiple choice questions)  คาถามปลายเปิ ด (Open-ended questions)  การวาดภาพ (Drawings)  คาถามแบบมาตรส่วนประเมินค่า (Likert scale questions)
  • 14. ตัวอย่างข้อสอบวิทยาศาสตร์ ฟันผุ แบคทีเรียที่อยู่ในปากเป็นสาเหตุของฟันผุ ฟันผุเป็นปัญหามาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1700 นับตั้งแต่มีน้าตาลจากการขยายอุตสาหกรรมน้้าตาลจากอ้อย ปัจจุบันนี้ เรามี ความรู้มากเกี่ยวกับฟันผุ ตัวอย่างเช่น: • แบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของฟันผุกนน้้าตาลเป็นอาหาร ิ • น้้าตาลถูกเปลี่ยนไปเป็นกรด • กรดท้าลายผิวของฟัน • การแปรงฟันช่วยป้องกันฟันผุ
  • 15. ตัวอย่างข้อสอบวิทยาศาสตร์ ฟันผุ ค้าถามที่ 1: แบคทีเรียมีบทบาทใดที่ท้าให้ฟันผุ 1. แบคทีเรียสร้างสารเคลือบฟันผุ 2. แบคทีเรียสร้างน้้าตาล 3. แบคทีเรียยสร้างแร่ธาตุ 4. แบคทีเรียสร้างกรด
  • 16. ตัวอย่างข้อสอบวิทยาศาสตร์ ฟันผุ ค้าถามที่ 2: ข้อมูลจากกราฟสนับสนุน ข้อความใดต่อไปนี้ 1. ในบางประเทศ คนแปรงฟัน บ่อยครั้งกว่าประเทศอื่น 2. ยิ่งคนกินน้้าตาลมาก อัตราการ เกิดฟันผุก็ยิ่งมากขึ้น 3. เมื่อไม่กี่ปีมานี้ อัตราของการเกิด ฟันผุเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ 4. เมื่อไม่กี่ปีมานี้ การบริโภคน้้าตาล เพิ่มขึ้นในหลายประเทศ
  • 17. ตัวอย่างข้อสอบวิทยาศาสตร์ ฟันผุ ค้าถามที่ 3: ในประเทศหนึ่ง มีจ้านวนฟันผุต่อคนสูงมาก ค้าถามเกี่ยวกับ ฟันผุต่อไปนี้ สามารถตอบได้โดยการทดลองทางวิทยาศาสตร์หรือไม่ จงเขียนวงกลมล้อมรอบค้าว่า “ใช่” หรือ “ไม่ใช่” ในแต่ละค้าถามค้าถามเกี่ยวกับฟันผุเหล่านี้ สามารถตอบได้โดยการทดลอง ใช่ หรือ ไม่ใช่ทางวิทยาศาสตร์หรือไม่การใส่ฟลูออไรด์ในน้้าประปาจะมีผลต่อฟันผุอย่างไร ใช่ / ไม่ใช่การไปหาทันตแพทย์ควรเสียค่าใช้จ่ายเท่าใด ใช่ / ไม่ใช่
  • 18. ตัวอย่างข้อสอบวิทยาศาสตร์ กลางวัน จงอ่านข้อมูลต่อไปนี้และตอบค้าถาม กลางวันของวันที่ 22 มิถุนายน 2545 วันนี้ ขณะที่ทางซีกโลกเหนือฉลองวันที่มีกลางวันยาวนานที่สุด ออสเตรเลียจะมี กลางวันที่สั้นทีสุด ่ ในเมลเบอร์น ประเทศออสเตรเลีย ดวงอาทิตย์จะขึ้นเวลา 7:36 น. และตกในเวลา 17:08 น. จึงมีกลางวัน 9 ชั่วโมง กับ 32 นาที เปรียบเทียบวันนี้กับวันที่มกลางวันยาวที่สุดทางซีกโลกใต้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นวันที่ 22 ี ธันวาคม ซึ่งดวงอาทิตย์จะขึ้นในเวลา 5:55 น. และจะตกในเวลา 20:42 น. ทาให้มี กลางวัน 14 ชั่วโมง กับ 47 นาที ประธานของสมาคมดาราศาสตร์ นายเปอร์รี วลาโฮ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงฤดูกาล ของซีกโลกเหนือ และซีกโลกใต้นน เกี่ยวข้องกับการที่โลกเอียง 23 องศา ั้
  • 19. ตัวอย่างข้อสอบวิทยาศาสตร์ กลางวัน ค้าถามที่ 1: ข้อใดอธิบายการเกิดกลางวันและกลางคืนบนโลก 1. โลกหมุนรอบแกนของตัวเอง 2. ดวงอาทิตย์หมุนรอบแกนของตัวเอง 3. แกนของโลกเอียง 4. โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์
  • 20. ตัวอย่างข้อสอบวิทยาศาสตร์ กลางวัน ค้าถามที่ 2: สมมติว่าเป็นวันที่มกลางวันทีสั้นทีสุดในเมลเบอร์น จงเขียนเส้นแกน ี ่ ่ โลกซีกโลกเหนือ ซีกโลกใต้ และเส้นศูนย์สูตร ลงในรูป พร้อมทั้งเขียนชื่อก้ากับ ค้าตอบว่าเป็ฯส่วนใดด้วย
  • 21. ข้อเสนอแนะ ครู  ฝึ กให้นกเรียน “อ่านเอาความ” โดยใช้บทความ แผนภาพ ั แผนภูมิ กราฟ และตาราง  ฝึ กให้นกเรียน “คิดวิเคราะห์” จากการอ่านข้อมูลประเภทต่างๆ ั  ใช้รูปแบบการประเมินทีสอดคล้องกับการประเมิน PISA (ตาม ่ ตัวอย่างที่นาเสนอไปแล้ว)  ใช้สถานการณ์ประกอบ  ถามคาถามขั้นสูง (การวิเคราะห์ การอนุ มาน และการนา ความรูไปใช้) ้  ฝึ กให้นกเรียนตอบให้ ”ตรงคาถาม” โดยใช้ขอมูลทีมีอยู่ใน ั ้ ่ สถานการณ์น้นๆ ั
  • 22. ่ เอกสารเพิมเติม The World Bank. (2012). Learning Outcomes in Thailand: What Can We Learn from International Assessments? สสวท. (2551). ตัวอย่างการประเมินผลวิทยาศาสตร์นานาชาติ PISA และ TIMSS. สสวท. (2554). กรอบโครงสร้ างการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ PISA 2009.
  • 23. เอกสารประกอบการสอนที่ 1 สมรรถนะทางวิทยาศาสตร์หน่วยการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เพื่อการประเมิน PISA 2012 สถาบันวิทยาศาสตร์ ส้านักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ส้านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  • 24. สมรรถนะทางวิทยาศาสตร์ 3 ด้าน1. การระบุประเด็นทางวิทยาศาสตร์2. การอธิบายปรากฏการณ์ในเชิง วิทยาศาสตร์3. การใช้ประจักษ์พยานทางวิทยาศาสตร์
  • 25. การระบุประเด็นทางวิทยาศาสตร์รู้ว่าประเด็นปัญหาหรือค้าถามใดสามารถตรวจสอบ ได้ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ระบุได้ว่าจะต้องใช้ประจักษ์พยานหรือข้อมูลใดใน การส้ารวจตรวจสอบรู้ลักษณะส้าคัญของการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์
  • 26. การอธิบายปรากฏการณ์ในเชิงวิทยาศาสตร์ใช้ความรู้วิทยาศาสตร์ในการอธิบายที่สมเหตุสมผล และสอดคล้องกับประจักษ์พยานบรรยายหรือตีความปรากฏการณ์และพยากรณ์การ เปลี่ยนแปลงในเชิงวิทยาศาสตร์ระบุได้ว่าค้าบอกเล่า บรรยาย ค้าอธิบาย และการ พยากรณ์ใดที่สมเหตุสมผล
  • 27. การใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ทางวิทยาศาสตร์ตีความจากประจักษ์พยานเพื่อลงข้อสรุปและ สื่อสารทางวิทยาศาสตร์ระบุข้อตกลงเบื้องต้น ประจักษ์พยาน และเหตุผล ที่อยู่เบื้องหลังข้อสรุปสะท้อนความส้าคัญของการพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีที่มีต่อสังคม
  • 28. เอกสารการประกอบการสอนที่ 2 ลักษณะส้าคัญของค้าถามทางวิทยาศาสตร์หน่วยการเรียนรูวิทยาศาสตร์เพื่อการประเมิน PISA 2012 ้ สถาบันวิทยาศาสตร์ ส้านักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ส้านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  • 29. ลักษณะส้าคัญของค้าถามทางวิทยาศาสตร์ ค้าถามที่เป็นวิทยาศาสตร์ ค้าถามที่ไม่เป็นวิทยาศาสตร์• ค้าถามที่สามารถตอบได้โดยใช้ • ค้าถามที่ไม่สามารถตอบได้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ • ค้าถามที่สามารถตอบได้ โดยไม่ ต้องใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์
  • 30. ตัวอย่างค้าถามที่ “เป็น” และ “ไม่เป็น” วิทยาศาสตร์ ค้าถามที่เป็นวิทยาศาสตร์ ค้าถามที่ไม่เป็นวิทยาศาสตร์• ระหว่างโค้กและเป๊ปซี่ อะไรมี • ระหว่างโค้กและเป๊ปซี่ ณเดชชอบปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ดื่มอะไรมากกว่ากัน?มากกว่ากัน? • ระหว่างโค้กและเป๊ปซี่ อะไรมีราคา แพงมากกว่ากัน?
  • 31. ตัวอย่างค้าถามที่ “เป็น” และ “ไม่เป็น” วิทยาศาสตร์ ค้าถามใดต่อไปนี้ “เป็น” ค้าถามทาง ค้าตอบ วิทยาศาสตร์การใส่ฟลูออไรด์ในน้้าประปาจะมีผลต่อการเกิดฟันผุหรือไม่ เป็น / ไม่เป็น อย่างไร? เราจะตอบค้าถามนีได้อย่างไร? ้
  • 32. ตัวอย่างค้าถามที่ “เป็น” และ “ไม่เป็น” วิทยาศาสตร์ ค้าถามใดต่อไปนี้ “เป็น” ค้าถามทาง ค้าตอบ วิทยาศาสตร์ การไปหาทันตแพทย์ควรเสียค่าใช้จ่ายเท่าใด เป็น / ไม่เป็น เราจะตอบค้าถามนีได้อย่างไร? ้
  • 33. ตัวอย่างค้าถามที่ “เป็น” และ “ไม่เป็น” วิทยาศาสตร์ ค้าถามใดต่อไปนี้ “เป็น” ค้าถามทาง ค้าตอบ วิทยาศาสตร์ เป็นเวลานานเท่าไร ที่หนูจะสร้างภูมิต้านทานไวรัสที่เป็น เป็น / ไม่เป็น สาเหตุของโรคฝีดาษหนู? เราจะตอบค้าถามนีได้อย่างไร? ้
  • 34. ตัวอย่างค้าถามที่ “เป็น” และ “ไม่เป็น” วิทยาศาสตร์ ค้าถามใดต่อไปนี้ “เป็น” ค้าถามทาง ค้าตอบ วิทยาศาสตร์ โรคฝีดาษหนูจะเกิดขึ้นกับสัตว์ชนิดอื่นได้หรือไม่? เป็น / ไม่เป็น เราจะตอบค้าถามนีได้อย่างไร? ้
  • 35. เอกสารประกอบการสอนที่ 3 ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในการประเมิน PISAหน่วยการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เพื่อการประเมิน PISA 2012 สถาบันวิทยาศาสตร์ ส้านักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ส้านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพืนฐาน ้
  • 36. ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในการประเมิน PISA ความรู้วิทยาศาสตร์ ความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์
  • 37. ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ : เนือหาทีครอบคลุม ้ ่ ความรู้วิทยาศาสตร์: ความรู้ในเนื้อหาวิทยาศาสตร์  ระบบกายภาพ สถานการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ  ระบบสิ่งมีชีวิต สุขภาพ ทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพ  ระบบของโลกและอวกาศ สิ่งแวดล้อม อันตรายและพิษภัย  ระบบเทคโนโลยี เทคโนโลยี
  • 38. ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ : เนือหาพืนฐาน ้ ้ ชีววิทยา  หน่วยย่อยของร่างกาย (เซลล์ นิวเคลียส โครโมโซม ยีน ดีเอ็นเอ)  การถ่ายทอดทางพันธุกรรม  ระบบต่างๆ ของร่างกาย (การหายใจ การย่อยอาหาร การขับถ่าย ระบบภูมคุ้มกันโรค) ิ  การเกิดโรคต่างๆ (โรคติดต่อ โรคระบาด)  ระบบนิเวศ (ประชากร ห่วงโซ่อาหาร สายใจอาหาร)  เทคโนโลยีทางการแพทย์
  • 39. ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ : เนือหาพืนฐาน ้ ้ เคมี  สัญลักษณ์ของธาตุที่ส้าคัญ (ไฮโดรเจน คาร์บอน ออกซิเจน และ ไนโตรเจน)  สัญลักษณ์และองค์ประกอบของสารต่างๆ ในชีวิตประจ้าวัน (น้้า อากาศ เกลือแกง น้้าตาล แอลกอฮอล์ แกร์ไฟต์ และหินอ่อน)  การเกิดปฏิกริยาเคมี (ความสัมพันธ์ระหว่างอะตอมและโมเลกุล) ิ  สถานะของสารต่างๆ (โดยเฉพาะ สถานะ ณ อุณหภูมิห้อง)  ความเป็นกรด-เบส (ตัวอย่างสาร)  ความเข้ากันได้ของสารและอิมัลซิฟายเออร์  ความเป็นพิษของสารต่างๆ (โดยเฉพาะสารที่เกิดจากอุตสาหกรรม)
  • 40. ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ : เนือหาพืนฐาน ้ ้ ฟิสิกส์  ความสัมพันธ์ระหว่างอัตราเร็ว ระยะทาง และเวลา  กฎการเคลื่อนทีของนิวตัน ่  กฎของแก๊ส  ทฤษฎีจลน์ของแก๊ส (การเคลื่อนที่แบบบราวน์เนียน)  การน้าไฟฟ้า/การน้าความร้อน  การเปลี่ยนรูปของพลังงาน (การผลิตพลังงานทางเลือก)  ประโยชน์และโทษของคลืนแม่เหล็กไฟฟ้า (คลืนวิทยุ x-ray และ ่ ่ UV )
  • 41. ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ : เนือหาพืนฐาน ้ ้ ดาราศาสตร์และธรณีวิทยา  การเกิดกลางวัน-กลางคืน ข้างขึ้นข้างแรม ฤดูกาล น้้าขึ้นน้้าลง รุ้งกิน น้้า แสงเหนือแสงใต้ พายุสุริยะ  ชั้นบรรยากาศของโลก  ประเภทของดินและหิน (โครงสร้างของโลก)  ปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยา (การกัดกร่อน การเกิดแผ่นดินไหว การ ทับถม การยกตัวของดิน)  ระบบสุริยะ (ต้าแหน่งของดาวเคราะห์ต่างๆ )
  • 42. ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ : เนือหาทีครอบคลุม ้ ่ ความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์: ความรู้ในวิธีการหรือกระบวนการทาง ความรู้วิทยาศาสตร์ การก้าหนดวัตถุประสงค์ การลงข้อสรุปจากข้อมูล การก้าหนด/ควบคุมตัวแปร การสร้างค้าอธิบาย การวัด/ลักษณะข้อมูล การสร้างความน่าเชื่อถือ
  • 43. ตัวอย่างข้อสอบแป้งขนมปัง
  • 44. แป้งขนมปัง ค้าถามที่ 1 วัดความรู้วิทยาศาสตร์  ปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขณะการหมัก  สถานะของคาร์บอนไดออกไซด์ ค้าถามที่ 2 วัดความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์  การก้าหนดตัวแปร  การควบคุมตัวแปร
  • 45. แป้งขนมปัง ค้าถามที่ 3 วัดความรู้วิทยาศาสตร์  น้้าตาลมีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบ แต่เกลือและน้้าไม่ มีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบ ค้าถามที่ 4 วัดความรู้วิทยาศาสตร์  ทฤษฎีจลน์ของก๊าซ
  • 46. เอกสารประกอบการสอนที่ 4 การใช้ประจักษ์พยานทางวิทยาศาสตร์หน่วยการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เพื่อการประเมิน PISA 2012 สถาบันวิทยาศาสตร์ ส้านักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ส้านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  • 47. การพัฒนาความรู้วิทยาศาสตร์ ความรู้วิทยาศาสตร์ การตีความ/การลงข้อสรุป • ประสบการณ์ • ความรู้เดิม ประจักษ์พยาน • มุมมองทางทฤษฎี • จินตนาการ การสังเกต/การเก็บข้อมูล • พื้นฐานทางสังคม และวัฒนธรรมปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ
  • 48. การพัฒนาความรู้วิทยาศาสตร์ ความรู้วิทยาศาสตร์มี พื้นฐานมาจากประจักษ์ พยาน
  • 49. ตัวอย่างข้อสอบ วิวัฒนาการ
  • 50. วิวัฒนาการ ความรู้วิทยาศาสตร์ (เช่น ทฤษฎีวิวัฒนาการ) มี พื้นฐานมาจากหลักฐานเชิงประจักษ์ (เช่น ซาก ฟอสซิลของสัตว์ต่างๆ)
  • 51. เอกสารประกอบการสอนที่ 5การประเมินเจตคติต่อวิทยาศาสตร์หน่วยการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เพื่อการประเมิน PISA 2012 สถาบันวิทยาศาสตร์ ส้านักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ส้านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  • 52. เจตคติต่อวิทยาศาสตร์ ความสนใจ ใน วิทยาศาสตร์ เจตคติต่อ วิทยาศาสตร์ ความรับผิดชอบ การสนับสนุน ต่อ การค้ นคว้ าทางทรัพยากรธรรมชา วิทยาศาสตร์ติและสิ่งแวดล้ อม
  • 53. ความสนใจในวิทยาศาสตร์ ความอยากรู้อยากเห็นทางวิทยาศาสตร์ และ เรื่องราวที่เกี่ยวข้ องกับวิทยาศาสตร์ความสนใจใน ความตั้งใจที่จะหาความรู้ และทักษะวิทยาศาสตร์วิทยาศาสตร์ เพิ่มเติม ความตั้งใจที่จะค้ นหาสาระ และความสนใจต่อเนื่อง รวมถึงพิจารณาอาชีพการงานทางวิทยาศาสตร์
  • 54. สนับสนุ นการศึกษาค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ การยอมรับความสาคัญของวิทยาศาสตร์ มุมมองที่ แตกต่างและข้ อโต้ แย้ งทางวิทยาศาสตร์ สนับสนุน การสนับสนุนการใช้ ประจักษ์พยานและการอธิบายการศึกษาค้ นคว้ า ที่สมเหตุสมผลทางวิทยาศาสตร์ การแสดงออกว่า ในการสร้ างข้ อสรุป มี กระบวนการและความเป็ นเหตุเป็ นผล (ตรรกะ) อย่างระมัดระวัง
  • 55. ความรับผิดชอบต่อทรัพยากรและสิงแวดล้อม ่ แสดงออกถึงความรับผิดชอบส่วนบุคคลในอันที่จะ รักษาสิ่งแวดล้ อมให้ ย่งยืน ัความรับผิดชอบ แสดงความตระหนักถึงผลกระทบต่อทรัพยากรและ ต่อสิ่งแวดล้ อมจาการทาของคน สิ่งแวดล้ อม แสดงความเต็มใจที่จะมีบทบาทในการรักษา ทรัพยากรธรรมชาติ
  • 56. ตัวอย่างข้อสอบ แกรนด์แคนยอน
  • 57. ตัวอย่างข้อสอบ เห็นด้วย ไม่เห็น อย่างยิ่ง เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ด้วย อย่างยิ่งการศึกษาฟอสซิลอย่างเป็นระบบเป็นเรื่องที่ส้าคัญการป้องกันอุทยานแห่งชาติจากความเสียหายควรมีพื้นฐานจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์การศึกษาทางวิทยาศาสตร์เกียวกับชั้นหิน ่เป็นเรื่องที่ส้าคัญ
  • 58. เอกสารประกอบการสอนที่ 5 การอ่านเชิงรุกหน่วยการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เพื่อการประเมิน PISA 2012 สถาบันวิทยาศาสตร์ ส้านักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ส้านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  • 59. ข้อสอบ PISA ข้อสอบ PISA จะเป็นสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจ้าวัน ซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบของ บทความ กราฟ แผนภูมิ ตาราง รูปภาพ และ การ์ตูน
  • 60. เทคนิคการท้าข้อสอบ PISA การอ่านเชิงรุกการอ่านกราฟ ตาราง และแผนภูมิ การอ่านแผนภาพ/แผนผังการเขียนเพื่อตอบค้าถามปลายเปิด
  • 61. การอ่านเชิงรุก การอ่านที่มีวัตถุประสงค์ชัดเจน ซึ่งสามารถท้าได้ โดย “การอ่านค้าถามก่อนการอ่านบทความ” และ “สนใจในสิ่งที่ค้าถามอยากรู้”
  • 62. ตัวอย่างข้อสอบ  โคลนนิ่ง  แมรี่ มองตากู
  • 63. โคลนนิ่ง
  • 64. โคลนนิ่ง แกะตัวที่ 1 เป็นเจ้าของชิ้นส่วนเล็กๆ ซึ่งมีนิวเคลียสอยู่ ภายใน แกะตัวที่ 2 เป็นเจ้าของไข่ ซึ่งนิวเคลียสของแกะตัวที่ 1 ถูกฉีดเข้าไป แกะตัวที่ 3 ท้าหน้าที่ตงท้องและคลอดลูก ั้ พ่อของดอลลี ???
  • 65. โคลนนิ่งในนิวเคลียสมีตัวก้าหนดลักษณะ (ยีน) ดังนั้น ใครเป็นเจ้าของนิวเคลียส? ดอลลีเหมือนแกะตัวใด?
  • 66. แมรี่ มองตากู
  • 67. แมรี่ มองตากูค้าถามที่ 1: โรคชนิดใดบ้างที่มนุษย์สามารถฉีดวัคซีนได้ โรคทางพันธุกรรม โรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส โรคที่เกิดจากการท้างานผิดปกติของร่างกาย โรคทุกชนิดไม่มีทางรักษา
  • 68. แมรี่ มองตากูค้าถามที่ 2: ถ้าสัตว์หรือมนุษย์ป่วยจากการติดเชือแบคทีเรียและหาย ้ จากโรคแล้ว ปกติแบคทีเรียที่ท้าให้เกิดโรคนั้นจะไม่ท้าให้สัตว์หรื อมนุษย์ป่วยซ้้าอีก เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนัน ้ ร่างกายฆ่าแบคทีเรียทั้งหมดที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคชนิดเดียวกันนี้ ร่างกายสร้างสารต่อต้าน (แอนติบอดี) ซึ่งฆ่าแบคทีเรียชนิดนันก่อนที่ ้ จะเพิ่มจ้านวน เซลล์เม็ดเลือดแดงฆ่าแบคทีเรียทังหมดที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคชนิด เดียวกันนี้ เซลล์เม็ดเลือดแดงจับและก้าจัดแบคทีเรียนี้ให้หมดไปจากร่างกาย
  • 69. เอกสารประกอบการสอนที่ 6การอ่านกราฟ ตาราง และแผนภูมิหน่วยการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เพื่อการประเมิน PISA 2012 สถาบันวิทยาศาสตร์ ส้านักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ส้านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  • 70. การอ่านกราฟ ตาราง และแผนภูมิ
  • 71. การอ่านกราฟ ตาราง และแผนภูมิ กราฟ ตาราง และแผนภูมิ จะแสดงความสัมพันธ์ของ ข้อมูล 2 ชุดขึ้นไป
  • 72. กราฟและองค์ประกอบของกราฟข้อมูลแกน y ชื่อเรื่อง ความสัมพั นธ์ ระหว่ าง ข้ อมูลแกน x และ ข้อมูลข้ อมูลแกน แกน x y
  • 73. ความสัมพันธ์ของข้อมูลในกราฟ เพิ่มขึ้น ลดลง เพิ่มขึ้น คงตัว ลดลง
  • 74. ความสัมพันธ์ของข้อมูลในกราฟ เพิ่มขึ้น
  • 75. ความสัมพันธ์ของข้อมูลในกราฟ เพิ่มขึ้นน้อย เพิ่มขึ้นมาก
  • 76. ตารางและองค์ประกอบของตาราง ชื่อเรื่องข้อมูล 1 ข้อมูล 2 ความสัมพันธ์ ระหว่ างข้ อมูล 1 และข้ อมูล 2
  • 77. ตารางและองค์ประกอบของตาราง อันดับสูง อันดับต่้า
  • 78. แผนภูมิและองค์ประกอบของแผนภูมิ ปริมาณมาก ปริมาณน้อย
  • 79. แผนภูมิแบบต่างๆ ปริมาณน้อย (สูงน้อย; ยาวน้อย; พื้นที่น้อย) ปริมาณมาก (สูงมาก; ยาวมาก; พื้นที่มาก)
  • 80. ตัวอย่างข้อสอบ ฟันผุ การผ่าตัดใหญ่
  • 81. ฟนผุั
  • 82. ฟนผุั ค้าถามที่ 2: ข้อมูลจากกราฟสนับสนุนข้อความใดต่อไปนี้  ในบางประเทศ คนแปรงฟันบ่อยครั้งกว่าประเทศอื่น  ยิ่งคนกินน้้าตาลมาก อัตราการเกิดฟันผุก็ยิ่งมากขึ้น X Y  เมื่อไม่กี่ปีมานี้ อัตราของการเกิดฟันผุเพิ่มขึ้นในหลาย ประเทศ Y  เมื่อไม่กี่ปีมานี้ การบริโภคน้้าตาลเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ X
  • 83. การผ่าตัดใหญ่
  • 84. การผ่าตัดใหญ่
  • 85. เอกสารประกอบการสอนที่ 7 การอ่านแผนภาพ/แผนผังหน่วยการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เพื่อการประเมิน PISA 2012 สถาบันวิทยาศาสตร์ ส้านักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ส้านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพืนฐาน ้
  • 86. การอ่านแผนภาพ/แผนผัง
  • 87. แผนภาพ/แผนผังแผนภาพ/แผนผังจะแสดงความสัมพันธ์ของข้อมูล ซึ่งอาจจะเป็นความสัมพันธ์ในแง่ของเวลา การถ่ายโอนพลังงาน การบริหารจัดการ ความรู้สึก หรือ อื่นๆ
  • 88. แผนภาพ/แผนผังในแผนภาพ/แผนผังใดๆ ลูกศรจะถูกใช้เพื่อแสดงความสัมพันธ์ของข้อมูล ต้นทาง ปลายทางสิ่งที่เกิดก่อน สิ่งที่เกิดหลัง สาเหตุ ผล
  • 89. ความสัมพันธ์ของข้อมูลในแผนภาพ/แผนผัง
  • 90. ตัวอย่างข้อสอบ  เครื่องแปลงไอเสีย  ท้าน้้าดื่ม
  • 91. เครื่องแปลงไอเสีย
  • 92. ท้าน้้าดื่ม ต้นทาง ปลายทาง
  • 93. เอกสารประกอบการสอนที่ 8 การเขียนตอบค้าถามปลายเปิดหน่วยการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เพื่อการประเมิน PISA 2012 สถาบันวิทยาศาสตร์ ส้านักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ส้านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพืนฐาน ้
  • 94. การเขียนตอบค้าถามปลายเปิด• ตอบให้ตรงค้าถาม และครบถ้วน• ไม่เขียนให้ส่วนใดส่วนหนึ่งของค้าตอบมีความขัดแย้งกันเอง• เขียนด้วยส้านวนภาษาของตัวเอง (หลีกเลี่ยงการคัดลอกบางส่วนในค้าถามมาใส่ในค้าตอบ)• เขียนค้าตอบให้อยู่ในรูปของประโยคที่ถูกต้อง• เขียนตัวบรรจงอ่านง่าย และใช้ค้าที่สุภาพ