05.ก๊าซธรรมชาติ

3,181 views
3,113 views

Published on

Published in: Education
1 Comment
1 Like
Statistics
Notes
  • กระทรวงพลังงานทำงานสู้ต่อไปเพื่ออนาคตของลูกหลานไทยในอนาคต สู้ ๆ ครับ
       Reply 
    Are you sure you want to  Yes  No
    Your message goes here
No Downloads
Views
Total views
3,181
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1,092
Actions
Shares
0
Downloads
88
Comments
1
Likes
1
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

05.ก๊าซธรรมชาติ

  1. 1. กาซธรรมชาติ มารูจักกาซธรรมชาติ กาซธรรมชาติ เปนสารประกอบไฮโดรคารบอนชนิดหนึง เกิดจากซากพืชซากสัตว ทีถูกทับ ่ ่ ถมดวยโคลน และหินภายใตความดันและอุณหภูมิที่สงมากเปนเวลานานนับลาน ๆ ป โดยปกติจะ ู ถูกกักเก็บอยูในบริเวณชันหินปูน (LIME STONE) ซึ่งอยูเหนือแหลงน้ามันปโตรเลียม เมื่อนํากาซ ้ ํ ธรรมชาติมาเผา จะเผาไดคอนขางสมบูรณ จึงถือวาเปนเชื้อเพลิงที่คอนขางสะอาด  ในชวงเวลาประมาณ 150 ปที่ผานมา กาซธรรมชาติไดเขามามีบทบาทตอการพัฒนาของ โลกในทุก ๆ ดานมากขึนโดยเฉพาะการนํามาใชแทนถานหินและน้ํามัน ้ ภาพตัดขวางแสดงการพบกาซธรรมชาติใตผิวโลก ( ภาพ : www.dteenergy.com ) คุณสมบัติทางกายภาพของกาซธรรมชาติ • เปนเชื้อเพลิงปโตรเลียมชนิดหนึง เกิดจากการทับถมของสิ่งมีชวิตนับลานป ่ ี • เปนสารประกอบไฮโดรคารบอน ประกอบดวยกาซมีเทนเปนหลัก • ไมมีสีและไมมีกลิ่น ดังนันในการขนสงหรือในกระบวนการผลิตกาซธรรมชาติ จึงตองมี ้ การเติมสารทีมีกลิ่นลงไปเพือความปลอดภัยในการใชงาน ่ ่ 1
  2. 2. • เบากวาอากาศ มีคาความถวงจําเพาะ (Specific Gravity) ประมาณ 0.6-0.8 เมื่อ รั่วไหลจะลอยขึ้นสูที่สง และฟุงกระจายไปในอากาศอยางรวดเร็ว จึงมีความปลอดภัย ู กวา • ติดไฟได โดยมีชวงของการติดไฟที่ 5-15 % ของปริมาตรในอากาศ และอุณหภูมิที่ สามารถติดไฟไดเอง คือ 537-540 องศาเซลเซียส • เปนเชื้อเพลิงสะอาด เผาไหมสมบูรณกวา จึงสงผลกระทบตอสิ่งแวดลอมนอยกวา ปโตรเลียมประเภทอื่นๆ แทนขุดเจาะกาซธรรมชาติกลางอาวไทย ( ภาพ : www.energy.com ) องคประกอบของกาซธรรมชาติ กาซธรรมชาติ เปนสารประกอบไฮโดรคารบอนชนิดหนึ่ง ประกอบดวยกาซหลายชนิด รวมตัวกัน ทีมีสัดสวนของอะตอมของคารบอนและไฮโดรเจนที่แตกตางกัน 1 ขึ้นอยูกับสภาพ ่ แวดลอมของแหลงวัตถุดิบแตละแหง โดยทั่วไปกาซธรรมชาติจะประกอบดวยกาซมีเทน ตั้งแต รอยละ 70 ขึ้นไป นอกจากสารไฮโดรคารบอนแลว กาซธรรมชาติยังอาจประกอบดวยกาซอื่น ๆ อาทิ กาซคารบอนไดออกไซด ไฮโดรเจน-ซัลไฟด ไนโตรเจน และน้า เปนตน สารประกอบเหลานี้ ํ สามารถแยกออกจากกันได โดยนํามาผานกระบวนการแยกทีโรงแยกกาซธรรมชาติ ่ 1 กาซจําพวกนี้ ไดแก มีเทน (methane, CH4) อีเทน (ethane, C2H6) โพรเพน (propane, C3H8) บิวเทน (butane, C4H18) เพนเทน (pentane, C5H12) เฮกเซน (hexane, C6H14) เฮปเทน (heptane, C7H16) เฮปเทน (heptane, C7H16) 2
  3. 3. กาซธรรมชาติใชประโยชนอะไรไดบาง  เราสามารถใชประโยชนจากกาซธรรมชาติไดใน 2 ลักษณะใหญ ๆ คือ 1. ใชเปนเชื้อเพลิงโดยตรงสําหรับผลิตกระแสไฟฟา เปนเชื้อเพลิงในโรงงาน อุตสาหกรรม หรือสามารถนํามาใชในระบบพลังงานความรอนรวม Co-generation โรงไฟฟาใชกาซธรรมชาติในการผลิตกระแสไฟฟา โรงงานปูนซิเมนตใชกาซธรรมชาติเปนเชื้อเพลิง ( ภาพ : การไฟฟาฝายผลิตแหงประเทศไทย ) ( ภาพ : www.miningthai.org ) 2. ผานกระบวนการแยกในโรงแยกกาซฯ โรงแยกกาซธรรมชาติ ( ภาพ : www.marinethai.com ) เมื่อนํากาซธรรมชาติมาแยกออกเปนองคประกอบตาง ๆ สามารถนําไปใชประโยชน หลากหลาย ดังนี้ • กาซมีเทน (methane, CH4) : ใชเปนเชื้อเพลิงสําหรับผลิตกระแสไฟฟาใน โรงงานอุตสาหกรรม และนําไปอัดใสถังดวยความดันสูงเรียกวา กาซธรรมชาติอัด ( Compressed Natural Gas : CNG ) สามารถใชเปนเชื้อเพลิงในรถยนต รูจก ั กันในชื่อวา “กาซธรรมชาติสําหรับรถยนต” (Natural Gas for Vehicles : NGV) 3
  4. 4. ใชกาซมีเทนเปนเชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรม รถที่ใช NGV ( ภาพ : www.ngvgasthai.com ) • กาซอีเทน(ethane, C2H6) : ใชเปนวัตถุดบในอุตสาหกรรมปโตรเคมีขั้นตน ิ สามารถนําไปใชผลิตเม็ดพลาสติก เสนใยพลาสติกชนิดตาง ๆ เพื่อนําไปใช แปรรูปตอไป อุตสาหกรรมปโตรเคมีขั้นตนใชผลิตภัณฑจาก กาซธรรมชาติหลายชนิดเปนวัตถุดิบในการผลิต ( ภาพ : itr.se-ed.com ) • กาซโพรเพน (propane, C3H8) และกาซบิวเทน (butane, C4H18) : กาซโพรเพนใชเปนวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปโตรเคมีขั้นตนไดเชนเดียวกัน และหากนําเอากาซโพรเพนกับกาซบิวเทนมาผสมกันตามอัตราสวน อัดใสถัง เปนกาซปโตรเลียมเหลว (Liquefied Petroleum Gas : LPG) หรือที่เรียกวา กาซหุงตม สามารถนําไปใชเปนเชื้อเพลิงในครัวเรือน เปนเชื้อเพลิงสําหรับ รถยนต และใชในการเชื่อมโลหะได รวมทั้งนําไปใชในโรงงานอุตสาหกรรม บางประเภทไดอีกดวย ถังเก็บ LPG ในโรงงาน การใช LPG เปนเชื้อเพลิงในรถยนต ( ภาพ : www.bombayharbor.com ) ( ภาพ : www.ngvgasthai.com ) 4
  5. 5. • ไ ฮ โ ด ร ค า ร บ อ น เ ห ล ว ( Heavier Hydrocarbon) : อยูในสถานะที่เปน ของเหลวที่ อุ ณ หภู มิ แ ละความดั น บ ร ร ย า ก า ศ ใ น ก ระ บ ว น ก า ร ผ ลิ ต สามารถแยกจากไฮโดรคาร บ อนที่ มี สถานะเป น ก า ซบนแท น ผลิ ต เรี ย กว า คอนเดนเสท (Condensate) สามารถ ลําเลียงขนสงโดยทางเรือหรือทางทอ การขนสงกาซผานทอ และนําไปกลั่นเปนน้ํามันสําเร็จรูปตอไป ( ภาพ : www.oknation.net ) • กาซโซลีนธรรมชาติ (Natural Gasoline , NGL ) : อยูในสถานะที่เปนของเหลว แม ว า จะมี ก ารแยกคอนเดนเสทออกใน กระบวน การผลิตที่แทนผลิตแลว แตก็ยังมี ไฮโดร คาร บ อนเหลวบางส ว นหลุ ด ไปกั บ ไฮโดร คาร บ อนที่ มี ส ถานะเป น ก า ซ เมื่ อ ผ า นกระบวนการแยกจากโรงแยกก า ซ ธรรมชาติแลว ไฮโดรคารบอนเหลวนี้จะถูก การขนสงกาซโซลีนธรรมชาติทางเรือ แยกออก เรียกวา กาซโซลีนธรรมชาติ ( ภาพ : www.planetforlife.com ) (Natural Gasoline หรือ NGL) และสงเขา ไปยั ง โรงกลั่ น น้ํ า มั น เป น ส ว นผสมของผลิ ต ภั ณ ฑ น้ํ า มั น สํ า เร็ จ รู ป ได เชนเดียวกันกับคอนเดนเสท • ก า ซคาร บ อนไดออกไซด (Carbondioxide, CO2) : เมื่อผานกระบวนการแยกแลว CO2จะถูก นํ า ไ ป ทํ า ใ ห อ ยู ใ น ส ภ า พ ข อ ง แ ข็ ง เ รี ย ก ว า น้ําแข็งแหง นําไปใชในอุตสาหกรรมถนอมอาหาร อุตสาหกรรมน้ําอัดลมและเบียร ใชถนอมอาหาร ระหว า งขนส ง เป น วั ต ถุ ดิ บ สํ า คั ญ ในการทํ า น้ําแข็งแหง ฝนเทียม และใชสรางควันในอุตสาหกรรมบันเทิง ( ภาพ : www.oknation.net ) อาทิ การแสดงคอนเสิรต หรือการถายทําภาพยนตร 5
  6. 6. การแยกกาซธรรมชาติและการนําไปใชประโยชน เชื้อเพลิงผลิตกระแสไฟฟา เชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรม เชื้อเพลิงรถยนต (NGV) วัตถุดบสําหรับอุตสาหกรรมปโตรเคมี ิ กาซหุงตม (LPG) ควบแนนเปนของเหลวสงขายโรงกลั่น วัตถุดบสําหรับอุตสาหกรรมปโตรเคมี ิ อุตสาหกรรมถนอมอาหาร ( ภาพ : กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ) 6
  7. 7. กาซธรรมชาติในสถานะตาง ๆ ที่ควรรูจัก เนื่องจากปจจุบันมีชื่อเรียกผลิตภัณฑกาซธรรมชาติที่หลากหลายตามสถานะและรูปแบบ การใชงาน อาจทําใหเกิดความสับสนกับผูไมคุนเคย จึงทําการสรุปชื่อเรียกกาซธรรมชาติใน สถานะตาง ๆ ที่ควรรูจัก ดังนี้ • NGV ( Natural Gas for Vehicles) หรือกาซธรรมชาติสําหรับรถยนต คือ รูปแบบของการใชกาซธรรมชาติเปนเชื้อเพลิงสําหรับรถยนต สวนใหญเปนกาซ มีเทน เมื่อขนสงกาซธรรมชาติมาทางทอ จะสงเขาสถานีบริการ และเครื่องเพิ่มความดัน กาซ ณ สถานีบริการ ซึ่งจะรับกาซธรรมชาติที่มีความดันต่ําจากระบบทอมาอัดเพิ่ม ความดันประมาณ 3,000 – 3,600 ปอนดตอตารางนิ้ว จากนั้นก็จะสามารถเติมใสถังเก็บ กาซ ของรถยนตตอไป สถานี NGV หรือสถานีเติมกาซ ธรรมชาติสําหรับรถยนต ( ภาพ : www.pttplc.com) • CNG (Compressed Natural Gas) เปนกาซมีเทนที่ถูกแยกออกมาจากกาซ ธรรมชาติที่โรงแยกกาซ เพื่อทําใหเปนมีเทน ที่ บ ริ สุ ท ธิ์ ขึ้ น แล ว นํ า ไปบรรจุ ใ ส ถั ง ด ว ย แรงดั น สู ง ใช เ ป น เชื้ อ เพลิ ง ได โ ดยตรง ใน ตางประเทศเรียกผลิตภัณฑนี้วา CNG หรือ Compressed Natural Gas ในขณะที่ ประเทศไทยเรียก NGV หรือ Natural Gas for Vehicles ซึ่งหมายถึงกาซอัดดวย ถัง CNG หรือ NGV ในรถยนต แรงดันสูงใสเก็บไวในถังเพื่อใชกับรถยนต ( ภาพ : www.doeb.go.th ) 7
  8. 8. • LNG (Liquefied Natural Gas) หรือกาซธรรมชาติเหลว ในการขนสงกาซธรรมชาติจากแหลงผลิตไปยังบริเวณที่ใช ปกติจะขนสงโดย ระบบทอ แตในกรณีที่ระยะทางระหวางแหลงผลิตกับบริเวณที่ใช มีระยะทางไกลเกิน กวา 2,000 กิโลเมตร การวางทอสงกาซฯ จะตองใชเงินลงทุนเปนจํานวนมาก จึงมี การขนสงดวยเรือที่ถูกออกแบบไวเฉพาะ โดยการทํากาซธรรมชาติใหกลายสภาพเปน ของเหลว เพื่อใหปริมาตรลดลงประมาณ 600 เทา โดยทัวไปจะมีอุณหภูมิ -160 ่ องศาเซลเซียส ทําใหประหยัดคาใชจายมากกวาการขนสงดวยระบบทอ และเมือจะ  ่ นํามาใชงาน ตองนํามาผานกระบวนการทําใหกลับไปสูสถานะกาซอีกครั้งกอนใช (LNG Regasification Terminal) การผลิตกาซ สถานีจาย LNG การขนสง LNG สถานีรับ LNG (Exploration & Production) (Loading Terminal) (Transportation) (Receiving Terminal) แหลงกาซธรรมชาติ ขั้นตอนการขนสง LNG การขนสง LNG ดวยเรือที่ถูกออกแบบ ไวเฉพาะ ( ภาพ : www.nms2002.com ) 8
  9. 9. • Pipe Natural Gas หรือ กาซธรรมชาติที่ขนสงโดยทางทอ คือ กาซธรรมชาติที่มกาซมีเทนเปนสวนใหญ ถูกขนสงดวยระบบทอ เพื่อสงใหแกผูใช ี นําไปเปนเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟาหรือในโรงงานอุตสาหกรรม การขนสงกาซดวยระบบทอจากแทนขุดเจาะ การขนสงกาซดวย โครงการวางทอกาซจากแหลงยาดานาของพมา กลางทะเล ระบบทอไปยังโรงงาน ( ภาพ : www.sarakadee.com ) ( ภาพ : www.geocities.com ) โครงขายทอสงกาซธรรมชาติของ ปตท. 9
  10. 10. การจัดหากาซธรรมชาติในประเทศไทย ในป 2550 ประเทศไทยมีการจัดหากาซธรรมชาติ ทังสิ้น 3,421 ลานลูกบาศกฟุต/วัน ้ เพิ่มขึ้นจากป 2549 รอยละ 6.2 โดยแบงตามแหลงการจัดหาได 2 สวน ดังนี้ 1) การผลิตภายในประเทศ ในป 2550 มีการผลิตกาซธรรมชาติจากแหลงผลิตใน ประเทศรวม 2,515 ลานลูกบาศกฟุต/วัน เพิมขึ้นจาก ป 2549 รอยละ 6.9 คิดเปน ่ สัดสวนรอยละ 74 ของปริมาณการจัดหาทั้งหมด โดยแบงเปน • แหลงอาวไทย รวม 2,443 ลาน ลูกบาศกฟุต/วัน หรือคิดเปนสัดสวน รอยละ 71 ของปริมาณการผลิตกาซ ธรรมชาติทงประเทศ แหลงผลิตสําคัญ ั้ ไดแก แหลงบงกชของบริษท ปตท.สผ. ั แหลงไพลิน และแหลงเอราวัณ ของ บริษัท เชฟรอน และแหลงภูฮอม ของ บริษัท เฮสส (ไทยแลนด) จํากัด แทนผลิตกาซธรรมชาติโครงการบงกชในอาวไทย ( ภาพ : www.vcharkarn.com/ptt) • แหลงบนบก รวม 81 ลานลูกบาศกฟุต/วัน มีที่แหลงน้า ํ พองและแหลงสิริกิติ์ แหลงกาซธรรมชาติที่แหลงน้ําพอง (ภาพ: guru.sanook.com) 2) การนําเขา ในป 2550 มีการนําเขากาซธรรมชาติจากแหลงเยดานาและเยตากุน ของพมา รวมทั้งหมด 906 ลานลูกบาศกฟุต/วัน เพิมขึ้นรอยละ 4.2 เมื่อเทียบกับปที่ ่ ผานมา คิดเปนรอยละ 26 ของปริมาณจัดหากาซธรรมชาติทั้งหมด 10
  11. 11. สัดสวนการจัดหากาซธรรมชาติของไทย ป 2550 บนบก 3% นําเขาจากพมา 26% อาวไทย 71% ที่มา : กระทรวงพลังงาน การจัดหากาซธรรมชาติ หนวย : ลานลูกบาศกฟุต/วัน ป 2550 แหลง ผูผลิต ป 2549 ปริมาณ สัดสวน (%) แหลงผลิตภายในประเทศ 2,353 2,515 74 แหลงอาวไทย 2,272 2,443 71 เอราวัณ CTEP(1) 278 278 11 ไพลิน CTEP(1) 438 457 19 ฟูนานและจักรวาล CTEP(1) 263 309 13 สตูล CTEP(1) 90 108 4 ภูฮอม  Amerada 6 93 4 อื่น ๆ (12 แหลง) CTEP(1) 362 366 15 บงกช PTTEP 627 629 26 ทานตะวัน COTL(2) 49 31 1 เบญจมาศ COTL(2) 159 172 7 แหลงบนบก 81 72 2 น้ําพอง Exxon Mobil 31 26 1 สิริกิติ์ PTTEP Siam 50 46 1 แหลงนําเขา* 869 906 26 ยาดานา สหภาพพมา 452 473 14 ยาตากุน สหภาพพมา 417 433 13 รวม 3,222 3,421 100 ที่มา : กระทรวงพลังงาน *คาความรอนของกาซธรรมชาติจากพมาเทากับ 1,000 btu / ลบ.ฟุต หมายเหตุ : (1) Chevron Thailand Exploration & Production, Ltd. (2) Chevron Offshore (Thailand), Ltd. 11
  12. 12. ปริมาณกาซธรรมชาติในประเทศไทย กาซธรรมชาติถือเปนทรัพยากรปโตรเลียมหลักของประเทศไทย จากรายงานของกรม พัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษพลังงาน พบวา ปริมาณสํารองกาซธรรมชาติในประเทศไทย ณ ธันวาคม 2550 รวมทังหมดเทากับ 29.7 ลานลานลูกบาศกฟุต แบงเปน ้ • ปริมาณสํารองพิสูจนแลว (Proved Reserved) 11.2 ลานลานลูกบาศกฟุต • ปริมาณสํารองที่คาดวาจะพบ (Probable Reserved) 11.7 ลานลานลูกบาศกฟุต • ปริมาณสํารองที่อาจจะพบ (Possible Reserved) 6.8 ลานลานลูกบาศกฟุต ( ภาพ : ทิศทางพลังงานไทย กระทรวงพลังงาน) 12
  13. 13. แหลงกาซธรรมชาติในประเทศไทย มีการสํารวจพบแหลงกาซธรรมชาติในประเทศไทยไปแลวทังสิ้น 70 แหลง โดยมีการ ้ ดําเนินการผลิตอยู 19 แหลง ที่มา : กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ 13
  14. 14. การใชกาซธรรมชาติในประเทศไทย การใชกาซธรรมชาติในป 2551 อยูในระดับ 3,534 ลานลูกบาศกฟุต/วัน เพิมขึน ่ ้ รอยละ 7.5 เมื่อเทียบกับป 2550 การใชกาซธรรมชาติ หนวย : ลานลูกบาศกฟตตอวัน ุ 4,000 3,500 3,000 2,500 2,000 1,500 1,000 500 0 2541 2542 2543 2544 2545 2546 2547 2548 2549 2550 2551 ทีมา : สํานักงานนโยบายและแผนพลังงาน ่ เปนการใชเพือผลิตไฟฟาเปนหลัก คิดเปนสัดสวนรอยละ 70 ของการใชทั้งหมด ตามดวย ่ การใชเปนวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปโตรเคมีและอื่นๆ (โพรเพน อีเทน และLPG) รอยละ 17 ใชเปน เชื้อเพลิงในอุตสาหกรรม รอยละ 8.1 และที่เหลือรอยละ 2 ใชเปนเชือเพลิงในรถยนต NGV ้ การใชกาซธรรมชาติรายสาขา หนวย: ลานลูกบาศกฟุต/วัน อัตราการ 2551 เปลี่ยนแปลง (%) 2547 2548 2549 2550 2551* สัดสวน (%) 2550 2551* ผลิตไฟฟา 2,134 2,242 2,257 2,346 2,453 70 3.9 4.6 โรงแยกกาซ 389 491 527 572 627 17 8.5 9.6 อุตสาหกรรม 248 258 291 347 375 11 19.5 8.1 NGV 3 6 11 24 74 2 117.6 208.3 รวม 2,774 2,997 3,086 3,288 3,534 100 6.6 7.5 หมายเหตุ : คาความรอน 1 ลูกบาศกฟุตเทากับ 1,000 บีทียู *เบื้องตน ที่มา : สํานักงานนโยบายและแผนพลังงาน 14
  15. 15. แผนการจัดหากาซธรรมชาติในอนาคต ( ภาพ : webboard.mthai.com ) เนื่องจากกาซธรรมชาติเปนเชื้อเพลิงพลังงานที่สําคัญของประเทศไทย ภาครัฐจึงตองมี แนวทางการรักษาความมันคงในการจัดหากาซธรรมชาติ ดังนี้ ่ • การพัฒนาแหลงกาซธรรมชาติในประเทศอยางมีประสิทธิภาพ − เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตกาซธรรมชาติรวมกับบริษัทผูรบสัมปทาน ั − พัฒนาแหลงกาซขนาดเล็ก − สรางแรงจูงใจในการขอสัมปทานสํารวจหาแหลงกาซธรรมชาติแหลงใหม • การกระจายสัดสวนการจัดหาแหลงกาซธรรมชาติ − นําเขากาซธรรมชาติจากแหลงตางประเทศ เชน พมา − มีแผนการนําเขากาซ LNG จากตางประเทศ ประเทศกลุมเปาหมาย ไดแก อิหราน ออสเตรเลีย การตา รัสเซีย เปนตน • การพัฒนาโครงสราง และกําลังสงของระบบทอ • การเก็บสํารองกาซธรรมชาติอยางพอเพียงและวิธการที่เหมาะสมที่จะรองรับตอความ ี ตองการสูงสุด (Peak Demand) 15
  16. 16. ขอดี –ขอจํากัด ของการใชกาซธรรมชาติ เปนเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟา ขอดี • เปนเชื้อเพลิงปโตรเลียมทีนามาใชงานไดอยางมีประสิทธิภาพสูง มีการเผาไหมสมบูรณ ่ ํ • มีความปลอดภัยสูงในการใชงาน เนื่องจากเบากวาอากาศ จึงลอยขึ้นเมื่อเกิดการรั่ว • กาซธรรมชาติสวนใหญที่ใชในประเทศไทยผลิตไดเองจากแหลงในประเทศ จึงชวยลดการ นําเขาพลังงานเชื้อเพลิงอืน ๆ และประหยัดเงินตราตางประเทศไดมาก ่ ขอจํากัด • ราคากาซธรรมชาติไมคงที่ผกติดกับราคาน้ํามันซึงผันแปรอยูตลอดเวลา ู ่ • ประเทศไทยใชกาซธรรมชาติในสัดสวนทีสูงมากจนเกิดความเสียงของแหลงพลังงาน ่ ่ • กําลังสํารองกาซธรรมชาติในประเทศไทย สามารถใชไดเพียง 30 ป แหลงผลิตกาซธรรมชาติ ของ ปตท.สผ. ในประเทศโอมาน ( ภาพ : www.vcharkarn.com/ptt) 16

×