Your SlideShare is downloading. ×
Blog
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×

Saving this for later?

Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime - even offline.

Text the download link to your phone

Standard text messaging rates apply

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
240
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2
Actions
Shares
0
Downloads
0
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. หน้า 1บทนาบล็อก (อังกฤษ: blog) เป็นคารวมมาจากคาว่า เว็บล็อก (อังกฤษ: weblog) เป็นรูปแบบเว็บไซต์ประเภทหนึ่ง ซึ่งถูกเขียนขึ้นในลาดับที่เรียงตามเวลาในการเขียน ซึ่งจะแสดงข้อมูลที่เขียนล่าสุดไว้แรกสุดบล็อกโดยปกติจะประกอบด้วย ข้อความ ภาพ ลิงก์ ซึ่งบางครั้งจะรวมสื่อต่างๆ ไม่ว่า เพลง หรือวิดีโอในหลายรูปแบบได้ จุดที่แตกต่างของบล็อกกับเว็บไซต์โดยปกติคือ บล็อกจะเปิดให้ผู้เข้ามาอ่านข้อมูล สามารถแสดงความคิดเห็นต่อท้ายข้อความที่เจ้าของบล็อกเป็นคนเขียน ซึ่งทาให้ผู้เขียนสามารถได้ผลตอบกลับโดยทันที คาว่า "บล็อก" ยังใช้เป็นคากริยาได้ซึ่งหมายถึง การเขียนบล็อก และนอกจากนี้ผู้ที่เขียนบล็อกเป็นอาชีพก็จะถูกเรียกว่า "บล็อกเกอร์"บล็อกเป็นเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาหลากหลายขึ้นอยู่กับเจ้าของบล็อก โดยสามารถใช้เป็นเครื่องมือสื่อสาร การประกาศข่าวสาร การแสดงความคิดเห็น การเผยแพร่ผลงาน ในหลายด้านไม่ว่า อาหารการเมือง เทคโนโลยี หรือข่าวปัจจุบัน นอกจากนี้บล็อกที่ถูกเขียนเฉพาะเรื่องส่วนตัวหรือจะเรียกว่าไดอารีออนไลน์ ซึ่งไดอารีออนไลน์นี่เองเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้บล็อกในปัจจุบัน นอกจากนี้ตามบริษัทเอกชนหลายแห่งได้มีการจัดทาบล็อกของทางบริษัทขึ้น เพื่อเสนอแนวความเห็นใหม่ใหักับลูกค้า โดยมีการเขียนบล็อกออกมาในลักษณะเดียวกับข่าวสั้น และได้รับการตอบรับจากทางลูกค้าที่แสดงความเห็นตอบกลับเข้าไป เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ความนิยมบล็อกได้เริ่มมีบทบาทมากขึ้นในปัจจุบันในวงการ[[สื่อมวลชน]]ในหลายประเทศ เนื่องจากระบบแก้ไขที่เรียบง่าย และสามารถตีพิมพ์เรื่องราวได้โดยไม่ต้องใช้ความรู้ในการเขียนเว็บไซต์ โดยนอกเหนือจากที่ผู้เขียนข่าวส่งผลงานให้กับทางสื่อแล้ว ยังได้มาเขียนข่าวในอีกช่องทางหนึ่งในการเผยแพร่ข้อมูล หรือแนวความคิด โดยการเขียนบล็อกสามารถเผยแพร่ข้อมูลสู่ประชาชนได้รวดเร็วและเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าสื่อในด้านอื่น ข่าวที่นิยมในการเขียนบล็อกต่อสื่อมวลชน ส่วนใหญ่จะเป็นในลักษณะเรื่องซุบซิบวงการดารา ข่าวการเคลื่อนไหวทางการเมือง เป็นต้นจากความนิยมที่มากขึ้น ทาให้หลายเว็บไซต์เปิดให้มีส่วนการใช้งานบล็อกเพิ่มขึ้นมาในเว็บของตนเองเพื่อเรียกให้มีการเข้าสู่เว็บไซต์มากขึ้นทั้งผู้เขียนและผู้อ่าน
  • 2. หน้า 2การใช้งานบล็อกผู้ใช้งานบล็อกจะแก้ไขและบริหารบล็อกผ่านทาง [เว็บเบราว์เซอร์] เหมือนการใช้งานและอ่านเว็บไซต์ทั่วไป โดยจะมีรูปแบบบริหารบล็อกที่แตกต่างกัน เช่นบางระบบที่มีบรรณาธิการของบล็อก ผู้เขียนหลายคนจะส่งเรื่องเข้าทางบล็อก และจะต้องรอให้บรรณาธิการอนุมัติให้บล็อกเผยแพร่ก่อน บล็อกถึงจะแสดงผลในเว็บไซต์นั้นได้ ซึ่งจะแตกต่างจากบล็อกส่วนตัวที่จะให้แสดงผลได้ทันทีผู้เขียนบล็อกในปัจจุบันจะใช้งานบล็อกในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งไม่ว่า ติดตั้งซอฟต์แวร์ของตัวเองหรือใช้งานบล็อกผ่านทางเว็บไซต์ที่ให้บริการบล็อกสาหรับผู้อ่านบล็อกจะใช้งานได้ในลักษณะเหมือนอ่านเว็บไซต์ทั่วไป และสามารถแสดงความเห็นได้ในส่วนท้ายของแต่ละบล็อกโดยอาจจะต้องผ่านการลงทะเบียนในบางบล็อก นอกจากนี้ผู้อ่านบล็อกสามารถอ่านบล็อกได้ผ่านระบบ [ฟีด] ซึ่งมีให้บริการในบล็อกทั่วไป ทาให้ผู้ใช้สามารถอ่านบล็อกได้โดยตรงผ่านโปรแกรมตัวอื่นโดยไม่จาเป็นต้องเข้ามาสู่หน้าบล็อกนั้นบล็อกซอฟต์แวร์บล็อกซอฟต์แวร์ หรือ บล็อกแวร์ เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้ในอินเทอร์เน็ต ในลักษณะของระบบจัดการเนื้อหาเว็บ ที่ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์และผู้เขียนหรือดูแลบล็อกจะแยกจากกันต่างหาก ส่งผลให้ผู้เขียนบล็อกสามารถใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องมีพื้นฐานความรู้ในด้านเอชทีเอ็มแอล หรือการทาเว็บไซต์แต่อย่างใด ทาให้ผู้เขียนบล็อกสามารถใช้เวลาส่วนใหญ่ในการ บริหารจัดการ เพิ่มเติม ข้อมูลและสารสนเทศแทนได้นอกจากนี้บล็อกซอฟต์แวร์จะสนับสนุน ระบบ WYSIWYG ซึ่งทาให้ง่ายต่อการเขียน และอาจเพิ่มเติมการมีเทมเพลตในหลายแบบให้เลือกใช้ซอฟต์แวร์ส่วนใหญ่สามารถดาวน์โหลดและติดตั้งได้ทันทีโดยผู้ใช้ ซึ่งซอฟต์แวร์บางส่วนเป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ซึ่งผู้พัฒนาสามารถนามาปรับแก้ เป็นของตนเองติดตั้งไว้ใช้เป็นบล็อกส่วนตัว หรือเผยแพร่ให้คนอื่นมาใช้งานได้ ส่วนซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์นั้น จะมีทั้งในรูปแบบที่ให้ใช้งานแบบเสียค่าใช้จ่ายหรือให้ใช้งานฟรี
  • 3. หน้า 3บล็อกซอฟต์แวร์ที่เป็นที่รู้จักรายชื่อบล็อกซอฟต์แวร์ที่เป็นที่นิยมพร้อมทั้งชื่อซอฟต์แวร์ที่ใช้พัฒนาในวงเล็บ ดรูปาล (พีเอชพี/มายเอสคิวแอล) เวิร์ดเพรสส์ (พีเอชพี/มายเอสคิวแอล) สแลช (เพิร์ล) ไลฟ์ไทป์ (พีเอชพี/มายเอสคิวแอล) จุมล่า (พีเอชพี/มายเอสคิวแอล) แมมโบ้ (พีเอชพี/มายเอสคิวแอล)รายชื่อผู้ให้บริการบล็อกที่มีชื่อเสียง บล็อกเกอร์ (กูเกิล) ไทป์แพด เวิร์ดเพรสส์ ยาฮู! 360° หรือ ยาฮู!เดย์ (ยาฮู!) วินโดวส์ไลฟ์ สเปซเซส (ไมโครซอฟท์) มายสเปซ มัลติไพลผู้ให้บริการบล็อกในประเทศไทยที่เป็นที่รู้จัก Blognone บล็อกสาหรับเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับเทคโนโลยีและข่าวไอทีอย่างเดียว เอ็กซ์ทีน GotoKnow Bloggoo learners.in.th บล็อกแก๊ง โอเคเนชั่นนอกจากนี้ทางเว็บที่นิยมของไทยอย่าง สนุก.คอม, กระปุก.คอม หรือผู้จัดการออนไลน์ ก็ได้มีการเปิดให้บริการบล็อก
  • 4. หน้า 4บทที่ 1 การสร้างเว็บบล็อกหลายคนอาจสงสัยว่าตอนนี้จะทาเว็บบล็อกไปเพื่ออะไร? แล้วจะเสียเงินไหม หากจะทาขึ้นมาจริงๆ แล้วประโยชน์ของเว็บบล็อกนั้นมีมากกว่าที่เราคิดไว้ครับ เช่น ใช้ในการทางาน ในการนาเสนอผลงานการขายสินค้า ใช้ในการเรียนการสอน หรือ ใช้ในการเขียนชีวประวัติส่วนตัวแล้วเก็บไว้เป็นฐานข้อมูลแบบออนไลน์ก็ยังได้ครับ ส่วนปัญหาที่บางท่านไม่รู้จัก code ของภาษาต่างๆ เช่น HTML หรือ Java script ฯ ก็ไม่ต้องเป็นกังวลครับ เพราะตัวผมเองก็ไม่เป็นเหมือนกันแต่ก็ค่อยๆ เรียนรู้กันไป เพียงแค่ไม่กี่วันคุณก็จะมีบล็อกสวยๆ และนาไปใช้ประโยชน์ได้แน่นอนครับเว็บบล็อกไม่จาเป็นต้องมีเงินในการทาครับ เพราะมีผู้ให้บริการฟรี และผมจะขอเสนอผู้ให้บริการบล็อกที่ชื่อว่า บล็อกเกอร์ ซึ่งเป็นของ Google ซึ่งผมก็จัดทาอยู่ มีอยู่ 2 เว็บด้วยกัน คือwww.lovelyfools.blogspot.comอันนี้เป็นเว็บบล็อกส่วนตัวครับwww.nongpoto.blogspot.comอันนี้เป็นเว็บบล็อกของลูกชายครับ
  • 5. หน้า 5วิธีสร้างบล็อกกับ Bloggerขั้นที่ 1 การสมัครใช้งาน Blogger สามารถใช้ email ของระบบใดก็ได้ แต่ในระยะยาวแล้วการเชื่อมโยงกับบริการหลายๆ อย่างของ Google ควรจะใช้ email ของ Gmail ดีที่สุดครับ1. ให้คุณเข้าไปที่ www.gmial.com เพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้กับ Google2. กรอกข้อมูลที่จาเป็นในการสมัคร Gmailจากนั้นคลิกปุ่ม ฉันยอมรับ โปรดสร้างบัญชีของฉัน
  • 6. หน้า 63. จะพบหน้าจอการยืนยันบัญชีของเรา ซึ่งต้องใส่เบอร์โทรศัพท์ (Google จะส่ง massage มาให้) จากนั้น4. คลิกปุ่ม ส่งรหัสยืนยันไปยังโทรศัพท์มือถือของฉัน5. เมื่อเปิดดูข้อความในโทรศัพท์มือถือแล้ว ก็ให้ป้อนรหัสที่ได้ จากนั้นคลิกปุ่ม ยืนยัน6. คุณจะพบกับหน้าจอแสดงความยินดีเกี่ยวกับบัญชีของ Gmail
  • 7. หน้า 77. คลิกที่ปุ่ม เพื่อดู Gmail ของเราครั้งแรกขั้นที่ 2 หลังจากได้บัญชีผู้ใช้แล้ว ให้ไปที่ www.blogger.com เพื่อสร้างบล็อกกันเลยครับโดยในการสร้างบล็อกนั้น ก็ให้ใช้ บัญชีผู้ใช้ (user name + password) ที่ได้สร้างไว้ในขั้นที่ 11. ไปที่เว็บไซต์ http://www.blogger.com ดังรูป2. คลิกที่ปุ่ม เพื่อเริ่มต้นการสร้างบล็อก ดังรูป
  • 8. หน้า 83. ให้กรอก email ที่ได้จากขั้นที่ 1 ชื่อผู้เขียนบล็อก วันเกิด4. เมื่อกรอกข้อมูลครบแล้ว ให้คลิกที่ปุ่ม จะพบหน้าจอ ตั้งชื่อเว็บบล็อกของคุณ ให้ทาการ ตั้งชื่อเว็บบล็อกที่เราต้องการ, ที่อยู่บล็อก และ กรอกรหัสยืนยัน (แต่การกาหนด URL
  • 9. หน้า 9จะต้องไม่ให้ซ้ากับคนอื่น ๆ ถ้าซ้าก็ใช้วิธีเปลี่ยนเป็นคาหรือวลีที่ใกล้เคียงไปเรื่อย ๆ การตั้งชื่อและ URLของบล็อกควรมี keyword ที่สัมพันธ์กับเรื่องที่จะเขียนด้วย)5. คลิกที่ปุ่ม จะพบหน้าจอ เลือกแม่แบบเริ่มต้น ดังรูป
  • 10. หน้า 106. ให้เลือกแม่แบบเริ่มต้นที่เราต้องการให้เป็นรูปแบบของบล็อก จากนั้นคลิกปุ่มจะปรากฏหน้าจอแจ้งว่า บล็อกของคุณถูกสร้างขึ้นแล้ว ดังรูป7. คลิกที่ปุ่ม เพื่อกรอกข้อมูลครั้งแรกในการสร้างเว็บบล็อกซึ่งจะต้องกรอกข้อมูลในหน้าเว็บ ดังรูป
  • 11. หน้า 118. เมื่อกรอกข้อมูลเสร็จแล้ว ให้คลิกปุ่ม จะปรากฏหน้าจอ ดังรูป9. ให้คลิกที่ปุ่ม เพื่อดูเว็บบล็อกของเรา เป็นครั้งแรก จะพบหน้าจอ ดังรูป
  • 12. หน้า 12บทที่ 2 วิธีเปลี่ยน Template ของ Bloggerหลังจากบทแรกได้เสนอขั้นตอนในการสร้างบล็อกไปแล้ว ถึงตรงนี้คุณต้องคิดแล้วว่าจุดประสงค์ของการทาบล็อกของคุณคืออะไร เพราะจุดประสงค์นี่แหละครับจะเป็นตัวกาหนดว่าเราจะเลือก แม่แบบ(หน้าตา และองค์ประกอบ) ของบล็อกอย่างไรต่อไปเราจะมาดูวิธีการเลือก และการเปลี่ยน Template กันครับขั้นที่ 1 ให้คุณไปเลือก template ได้ที่ http://btemplates.com http://www.bloggertemplateplace.com http://themecraft.net http://www.deluxetemplates.net http://www.bloggerthemes.net http://www.bloggerstyles.com http://www.anshuldudeja.com http://www.bloggertemplatesfree.com http://www.bloggertemplatesblog.com http://www.templatesblock.com http://blogger-templates.blogspot.com http://freetemplates.blogspot.com
  • 13. หน้า 13 http://mashable.com/2007/09/13/blogger-templates http://www.webtemplatesblog.com http://www.ezwpthemes.com http://www.freebloggertemplate.info http://www.blogcrowds.com/resources/blogger-templates http://www.zoomtemplate.com http://www.templates-blogger.com http://www.bloggerblogtemplates.com http://bloggertemplateplace.com http://www.templatesblogger.net http://www.bietemplates.comหรือจะใช้คาค้น “Template+blog” ใน Google ก็ได้ครับ ผมเชื่อว่าขั้นตอนนี้คุณคงจะใช้เวลานานพอสมควรเลยล่ะครับ (ผมเองก็ใช้เวลาเป็นวันๆ ในการเลือก templates ทีเดียวครับ )ขั้นที่ 2 เมื่อคุณได้ Template ที่ต้องการแล้ว ให้เริ่มเปลี่ยนดังนี้ในที่นี้ ผมเลือกเว็บไซต์ http://www.bloggerblogtemplates.com/ เพื่อเป็นต้นแบบในการใช้Template
  • 14. หน้า 14ผมเลือก Template นี้1. โดยการคลิกที่ Read More or Download this Blogger Template จากนั้นจะพบหน้าต่างใหม่ ให้เลื่อนหาเมนู Download the Green Day Blogger Theme และทาการคลิกเพื่อดาวน์โหลด จะได้ ให้ทาการ แตกไฟล์จากนั้นให้นา green-day-blogger-theme.xml ไปวางไว้ที่ Desktop2. Log in ที่ blogger ไปที่แผงควบคุม >> รูปแบบ >> แก้ไข HTML >> คลิกปุ่ม Browse เพื่อที่จะอัปโหลดแม่แบบขึ้นมา
  • 15. หน้า 153. เรียกไฟล์ .XML ที่เตรียมไว้ตามขั้นตอนในรูปครับ4. อัปโหลดแม่แบบขึ้นไปแทนที่แม่แบบเดิม โดยระหว่างการแทนที่ อาจมีการถามถึงการลบ/เก็บ Widgetของแม่แบบเดิม ซึ่งถ้าต้องการเก็บของเก่าเอาไว้ก็เลือก เก็บ Widget ก็จะทาให้ Widget ของแม่แบบเดิม ไม่ถูกลบขณะเปลี่ยน Templates
  • 16. หน้า 165. จากนั้นลองแสดงตัวอย่างดู ซึ่งถ้าพอใจกับแม่แบบแล้วก็ให้ทาการบันทึก ก็จบขั้นตอนการเปลี่ยนแม่แบบแล้วครับ และถ้าหากคุณต้องการเปลี่ยนแม่แบบอีกก็สามารถเปลี่ยนได้แบบไม่จากัดครั้งนี่คือผลงาน หลังจากเปลี่ยนแม่แบบ นี้ครับก่อนเปลี่ยน Templateหลังเปลี่ยน Template
  • 17. หน้า 17เครื่องมือสาหรับ “ออกแบบแม่แบบ” ด้วยตนเอง ใหม่! จาก Bloggerหลังจากทีมงาน Blogger ได้สร้าง Gadget หน้าเว็บ ออกมาได้ไม่นาน ตอนนี้ก็ได้พัฒนาการเครื่องมือสาหรับการออกแบบแม่แบบของ blogger ให้ยืดหยุ่นมากขึ้น โดยให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งแม่แบบได้ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการเลือก Theme การออกแบบโครงร่างของหน้าว่าจะมี 2 หรือ 3 คอลัมน์ หรือหลายคอลัมน์ ซึ่งทาได้โดยการคลิกเพียงไม่กี่ครั้ง การปรับความกว้างของ Template และ sidebar เพียงแค่คลิกเดียวเป็นต้น ความสามารถทั้งหลายนี้ผู้ใช้สามารถทาได้โดยไม่ต้องมีความรู้เรื่อง HTML และ CSSเลยสาหรับการใช้งานเครื่องมือนี้ก็คล้ายคลึงกับการใช้งานเครื่องมือเดิม ๆ ที่มีอยู่ ซึ่งผมจะอธิบายทีละส่วนดังนี้การใช้ เครื่องมือออกแบบแม่แบบ ทาได้โดย Log in เข้าไปที่ draft.blogger และไปที่ แผงควบคุม >>การออกแบบ >> องค์ประกอบของหน้า >> คลิกที่ “เครื่องมือออกแบบแม่แบบ ใหม่!”เมื่อคลิกที่ “เครื่องมือออกแบบแม่แบบ” แล้วเราจะพบเครื่องมือสาหรับออกแบบแม่แบบอยู่ 4อย่างด้วยกัน ได้แก่ 1. แม่แบบ 2. พื้นหลัง 3. รูปแบบ และ 4. ขั้นสูงส่วนแสดงตัวอย่าง
  • 18. หน้า 181. การใช้งานเครื่องมือแม่แบบ ทาได้โดย คลิกที่ข้อความ แม่แบบ >> จากนั้นเลือกรูปแบบที่ต้องการ >>และเลือก theme ที่ต้องการ เมื่อแสดงตัวอย่างเป็นที่น่าพอใจแล้ว ให้คลิกที่ปุ่ม “ใช้กับบล็อก” เพื่อยืนยัน2. การใช้งานเมนูพื้นหลัง การใช้งานเครื่องมือ “พื้นหลัง” สามารถใช้เพื่อเปลี่ยนภาพพื้นหลังของบล็อกและเลือกสี Theme ของบล็อกได้ตามความต้องการได้ด้วย2.1 วิธีเปลี่ยนภาพพื้นหลังทาได้โดย คลิกที่ “ภาพพื้นหลัง” และเลือกถาพตามต้องการ และกดปุ่ม “ใช้กับบล็อก” เพื่อยืนยันส่วนแสดงตัวอย่าง
  • 19. หน้า 192.2 การเลือกสี Theme ของบล็อก คลิกที่สี Theme ที่ต้องการโดย อาจจะคลิกเลือกจากTheme สาเร็จรูปหรือเลือกจาก Theme ที่แนะนา
  • 20. หน้า 203. การใช้งานเครื่องมือ “รูปแบบ” : คุณสามารถใช้เครื่องมือนี้เพื่อกาหนดจานวน คอลัมน์ รูปแบบคอลัมน์ ความกว้างของคอลัมน์ รวมถึงการกาหนดคอลัมน์ให้กับส่วนท้ายของหน้าได้ด้วย3.1 การใช้งานเครื่องมือ “การออกแบบเนื้อความ” : เครื่องมือนี้ใช้กาหนดรูปแบบคอลัมน์ของtemplate ของคุณ ซึ่งทาได้ง่ายดายโดยการคลิกเลือกรูปแบบที่ต้องการ ดูตัวอย่าง เมื่อเป็นที่พอใจแล้วก็กดปุ่ม “ใช้กับบล็อก” เพื่อยืนยัน3.2 การใช้งานเครื่องมือ “การออกแบบส่วนท้าย” : เครื่องมือนี้เป็นเครื่องมือสาหรับการกาหนดคอลัมน์ให้กับส่วนท้ายของหน้าบล็อก ซึ่งทาได้เช่นเดียวกับ 3.1
  • 21. หน้า 213.3 การใช้งานเครื่องมือ “การปรับความกว้าง” : คุณสามารถปรับความกว้างของแม่แบบและ sidebar จากเครื่องมือนี้เพียงแค่เลื่อน slider ให้ตรงกับค่าตัวเลขที่ต้องการเท่านั้น4. สาหรับเมนูขั้นสูงเป็นการกาหนดรายละเอียดต่างๆ ให้กับบล็อก เช่น รูปแบบของลิงค์ gadget ต่างๆหัวเรื่อง ชื่อของบล็อก เป็นต้น ซึ่งคุณสามารถปรับแต่งตามความต้องการแล้ว แสดงตัวอย่าง หากเป็นที่พอใจก็บันทึกเช่นเดียวกับ ข้อ 1-3 ที่ได้กล่าวมาแล้ว*** ปล. อย่าลืมนะครับว่าเครื่องมือเหล่านี้จะไม่มีใน blogger.com แต่ จะมีใน draft.blogger.com เท่านั้น
  • 22. หน้า 22บทที่ 3 วิธีเขียนและจัดการบทความในบล็อกบทนี้ผมจึงจะเล่าถึงวิธีเขียนบทความใน Bloggerเพื่อเป็นแนวทางให้คุณสามารถเขียนบทความลงในบล็อกของคุณได้สวยงามและเป็นมืออาชีพมากขึ้นสาหรับท่านที่เขียนบทความเป็นอยู่แล้วอาจจะข้ามไปอ่านบทความอื่น ๆ ต่อไปได้เลยครับ ส่วนท่านที่เป็นมือใหม่จริง ๆ ก็ควรจะอ่านบทความนี้ให้จบเพื่อเป็นแนวทางในการเขียนบทความของคุณเองต่อไป1. การเข้าไปเขียนบทความการเข้าไปเขียนบทความบน Blogger โดยตรงสามารถเข้าไปได้ 2 ช่องทางด้วยกันคือ1.1 ถ้าคุณใช้แม่แบบที่ไม่ได้ซ่อนแถบนาทางสามารถเข้าไปเขียนบทความได้โดยคลิกที่เมนูบทความใหม่1.2 เข้าไปเขียนบทความผ่าน draft.blogger.com
  • 23. หน้า 23โปรดสังเกตว่าเครื่องมือในการเขียนบทความของ Draft.blogger จะมีมากกว่าเครื่องมือของblogger ปกติ ดังนั้นโดยส่วนตัวผมแนะนาให้เขียนบทความผ่าน draft.blogger.com เพราะมีเครื่องมือมากกว่าวิธีแรก และควรตั้งค่าให้ draft.blogger เป็นเครื่องมือเริ่มต้น2. องค์ประกอบของเครื่องมือเขียนบทความก่อนอื่นผมขอแนะนาให้รู้จักเครื่องมือที่จาเป็นในการเขียนบทความดังนี้ส่วนที่ 1 คือส่วนตั้งชื่อเรื่องหรือชื่อบทความส่วนที่ 2 เป็นส่วนที่ใช้สาหรับกรณีที่เราต้องการวางข้อความที่คัดลอกมาจาก Ms wordหรือโค้ดวีดีโอจาก Youtube หรือโค้ด HTML/จาวาสคริปต์ที่ต้องการให้ปรากฏและแสดงผลในบทความ
  • 24. หน้า 24ส่วนที่ 3 เป็นแถบที่เลือกเมื่อต้องการเขียนข้อความปกติซึ่งจะมีเครื่องมือในการเขียนบทความตามที่เห็นในภาพข้างบนส่วนที่ 4 สาหรับจัดรูปแบบอักษรส่วนที่ 5 เป็นเครื่องมือในการใส่ลิงค์ให้ข้อความ แทรกภาพลงในบทความ และแทรกวีดีโอลงในบทความตามลาดับส่วนที่ 6 รูปกระดาษขาดที่เห็นนั้นใช้ในกรณีที่คุณต้องการแสดงบทความให้ผู้อ่านเห็นในหน้าหลักเพียงบางส่วนเท่านั้น และถ้าใช้เครื่องมือนี้ผู้อ่านจะต้องคลิกอ่านเพิ่มเติมจึงจะเห็นข้อความแบบเต็มเครื่องมือนี้มีข้อดีคือทาให้บทความที่มีความยาวมาก ๆ สั้นลงได้ และทาให้เปิดหน้าแรกได้เร็วขึ้นด้วยส่วนที่ 7 เป็นส่วนที่ใช้ในการจัดเรียงข้อความ และจัดแนวรูปภาพได้ด้วย เช่น จัดชิดซ้ายชิดขวา กึ่งกลาง เป็นต้นส่วนที่ 8 ได้แก่การใส่ การเน้นข้อความ การลบรูปแบบ การตรวจสอบการสะกดคา และการแปลภาษาส่วนที่ 9 เป็นส่วนที่ใช้ในการวางกาหนดเวลาล่างหน้า ว่าจะให้บทความที่เขียนเผยแพร่ในวันใดส่วนที่ 10 เป็นการใส่ป้ายกากับ ซึ่งเป็นส่วนที่ใช้ระบุว่าบทความที่เขียนนี้อยู่ในหมวดหมู่ใดซึ่งสามารถใส่ได้มากกว่า 1 ป้ายกากับโดยคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค และสามารถเลือกป้ายกากับที่คุณเคยใส่ให้บทความอื่นไปแล้วมาใส่อีกได้ เพื่อทาให้บทความนั้น ๆ อยู่ในหมวดหมู่เดียวกันส่วนที่ 11 เป็นการเลือกว่าจะบันทึกไว้ก่อน หรือจะเผยแพร่ มีประโยชน์ในกรณีที่บทความที่เขียนใช้เวลาเขียนนานมากก็อาจจะบันทึกเอาไว้ก่อนแล้วมาเขียนต่อในภายหลังได้
  • 25. หน้า 25เทคนิคการเขียนบทความที่ควรรู้ในกรณีที่เรามีไฟล์เอกสารจาก MS word แล้วคัดลอกมาวางเพื่อทาให้เขียนบทความได้เร็วขึ้นบางครั้งพบปัญหาข้อผิดพลาดของฟอร์ม (ฟอร์มใน MS word ไม่สามารถแปลงเป็น HTML Code ได้)ปัญหานี้แก้ได้โดยก่อนวางข้อความให้คลิกที่แถบ แก้ไข HTML แล้วจึงวางข้อความที่คัดลอกมาจากนั้นจึงคลิกที่แถบ เขียน เพื่อจัดรูปแบบของบทความต่อไปเทคนิคนี้ยังสามารถใช้กับการวางโค้ดวีดีโอ หรือข้อความที่คัดลอกมาจากเว็บไซต์ได้ด้วยครับ
  • 26. หน้า 26บทที่ 4 การตั้งค่าพื้นฐานต่างๆ ให้กับบล็อกบทนี้ผมจะขอแนะนาการตั้งค่าพื้นฐานต่างๆ ของบล็อกเพื่อให้เข้าใจการตั้งค่าในส่วนต่าง ๆ ของBlogger และจะทาให้คุณสามารถตั้งค่าต่าง ๆ ตามความต้องการของตนเองได้ อีกทั้งจะเป็นประโยชน์ในการพัฒนาการทา Blogger ในระยะยาวด้วยการตั้งค่าพื้นฐานต่างๆ ของบล็อกทาได้โดย Log in เข้าไปที่ blogger เมื่อมาที่หน้า แผงควบคุมให้ Click ที่ การตั้งค่าและท่านจะเข้ามาที่เมนูการตั้งค่าของบล็อกผมจะแบ่งการตั้งค่าออกเป็น 9 ส่วนดังนี้1. ขั้นต้นคุณสามารถดาวน์โหลด Blog เพื่อเก็บเป็น Backup ข้อมูลบทความและ comment ของบล็อกได้โดยเลือก ส่งออกบล็อก แต่ถ้าคุณมีข้อมูลบล็อกเดิมอยู่แล้วอยากจะนามาใช้กับบล็อกใหม่ที่สร้างขึ้น ก็ให้เลือก นาเข้าบล็อก แต่ถ้าคิดว่าไม่ต้องการใช้บล็อกนี้แล้วก็สามารถลบทิ้งได้โดยเลือก ลบบล็อก
  • 27. หน้า 27Title และคาอธิบายของบล็อก ควรใส่ให้เข้าใจภาพรวมของบล็อกและมี keyword ในการทาบล็อกแทรกอยู่ใน Description ด้วยในส่วนการตั้งค่าอื่น ๆ ควรตั้งค่าดังนี้องค์ประกอบ ตั้งค่าเป็นเพิ่มบล็อกของคุณในรายการของเราหรือไม่ ใช่อนุญาตให้เครื่องมือค้นหาพบบล็อกของคุณหรือไม่ ใช่แสดงการแก้ไขอย่างรวดเร็วบนบล็อกของคุณหรือไม่ ใช่มีเนื้อหาสาหรับผู้ใหญ่หรือไม่ ไม่เลือกโปรแกรมแก้ไขบทความ โปรแกรมแก้ไขที่อัปเดต2. การเผยแพร่ในการตั้งค่าส่วนนี้สามารถเปลี่ยน URL ของบล็อกได้
  • 28. หน้า 28ถ้าคุณต้องการเปลี่ยนโดเมนของบล็อกจาก .blogspot.com เป็นโดเมนอื่นก็สามารถตั้งค่าได้ตรงส่วนนี้ แต่จะต้องเสียค่าใช้จ่ายการจดโดเมนผ่าน google ปีละ 10 US (ประมาณ 300 กว่าบาทต่อปี)3. การจัดรูปแบบในส่วนนี้เป็นการตั้งค่าการเผยแพร่บทความ เช่น จานวนบทความในหน้าแรก รูปแบบเวลาและวันที่เป็นต้นคุณควรจะตั้งค่าต่าง ๆ ดังนี้องค์ประกอบ ตั้งค่าเป็นแสดงสูงสุด เท่าไรก็ได้รูปแบบส่วนหัวของวันที่ ตั้งได้ตามใจชอบรูปแบบวันที่ของดัชนีคลังบทความ ตั้งได้ตามใจชอบรูปแบบเวลา ตั้งได้ตามใจชอบโซนเวลา (GMT+07:00)กรุงเทพภาษา ไทยแปลงการขึ้นบรรทัดใหม่ ไม่แสดงฟิลด์ชื่อเรื่อง ใช่แสดงฟิลด์ของลิงก์ ไม่เปิดใช้การจัดเรียงแบบลอย ใช่แม่แบบบทความ ยังไม่ต้องตั้งค่า
  • 29. หน้า 294. เมนูข้อคิดเห็นเป็นเมนูสาหรับตั้งค่าต่าง ๆ เกี่ยวกับการแสดงความคิดเห็นของบล็อกคุณควรจะตั้งค่าต่าง ๆ ดังนี้องค์ประกอบ ตั้งค่าเป็นข้อคิดเห็น แสดงใครสามารถแสดงความคิดเห็น ผู้ใช้ที่มีบัญชี Googleการจัดวางฟอร์มความคิดเห็น วางไว้ใต้บทความความคิดเห็นเริ่มต้นสาหรับบทความ บทความใหม่มีความคิดเห็นลิงก์ย้อนกลับ ซ่อนค่าเริ่มต้นของลิงก์ย้อนกลับสาหรับบทความ บทความใหม่มีลิงก์ย้อนกลับรูปแบบเวลาในส่วนความคิดเห็น ตั้งค่าตามใจข้อความของฟอร์มความคิดเห็น ไม่ต้องใส่ค่าใด ๆ ก็ได้การจัดการความคิดเห็น ไม่แสดงการตรวจสอบคาสาหรับความคิดเห็นหรือไม่ ไม่แสดงรูปภาพโปรไฟล์บนความคิดเห็นหรือไม่ ใช่อีเมลสาหรับแจ้งเตือนเมื่อมีความคิดเห็นใหม่ กรอก email ของคุณลงไป5. เก็บเข้าคลังบทความตั้งให้เป็นรายเดือนจะดีที่สุด
  • 30. หน้า 306. ฟีดของไซต์ถ้าบทความในบล็อกไม่มากนัก ตั้งค่าเป็น แบบเต็ม แต่ถ้าบทความมีประมาณ 100 ขึ้นไปควรจะตั้งเป็น แบบสั้น7. อีเมลและมือถือในส่วนนี้เป็นการตั้งค่า อีเมลเพื่อให้ระบบส่งบล็อกของคุณทุกครั้งที่มีการเผยแพร่ และเป็นการตั้งค่า การใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ในการเขียนบล็อก ตรงนี้ผมยังไม่เคยลองเหมือนกัน8. OpenIDคุณสามารถใช้ OpenID URL เพื่อเข้าสู่ไซต์อื่นๆ ที่ใช้งาน OpenID นอกจากนี้คุณยังสามารถกาหนดให้ผู้ใช้ OpenID สามารถแสดงความคิดเห็นในบล็อกของคุณ โดยปรับการตั้งค่า ความคิดเห็นของคุณ9. สิทธิในส่วนนี้คุณสามารถใช้ในการเปลี่ยนผู้เขียนบล็อก และเพิ่มผู้ดูแลระบบได้ถึง 100 ราย
  • 31. หน้า 31นอกจากนี้คุณยังจากัดคนเข้าชมบล็อกได้ด้วย โดยการระบุ Email ของผู้ที่ต้องการลงไป
  • 32. หน้า 32บทที่ 5 รู้จักและใช้งาน Gadget ชนิดต่างๆ บน Bloggerเมื่อเรียนรู้เกี่ยวกับ การตั้งค่าต่าง ๆ ของบล็อก การเปลี่ยน Templates ให้กับบล็อกไปแล้ว ส่วนที่เหลือคือ การจัดรูปแบบองค์ประกอบหน้าให้กับบล็อก รวมถึงการใช้งาน Gadget หลักชนิดต่างๆ ของBloggerGadget คืออะไร?Gadget ใน Blogger นั้นหมายถึงส่วนเสริมที่เราสามารถติดตั้งเพิ่มลงไปในแม่แบบของ Bloggerซึ่งบางครั้งก็ถูกเรียกว่า widget ซึ่งก็หมายถึงสิ่งเดียวกันกับ Gadgetวิธีเพิ่ม Gadgetก่อนอื่นให้ Login เข้าไปที่ blogger หรือ draft.blogger >> จากแผงควบคุมให้เลือก การออกแบบ
  • 33. หน้า 33จากนั้นใน Layout ของแม่แบบคุณจะเห็นพื้นที่ ดังรูปด้านล่างเพื่อให้เพิ่ม Gadgetและเมื่อคลิก เพิ่ม Gadget ก็จะปรากฏ Gadget พื้นฐาน 21 อย่างที่จะกล่าวถึงในหัวข้อนี้นอกจากนี้ยังมี Gadget อีกมากมายซึ่งคุณสามารถเลือกได้จากเมนูแกดเจ็ดเพิ่มเติมทางซ้ายมือเมื่อเลือก Gadget ที่ต้องการแล้ว คลิกที่ปุ่ม + เพื่อทาการเพิ่ม Gadget นั้น ใส่ชื่อ Gadget และตั้งค่าที่ต้องการแล้วบันทึกรูปที่เห็นข้างบนเป็น Gadget ผู้ติดตาม สาหรับ Gadget อื่น ๆ ก็ทาได้ในทานองเดียวกัน
  • 34. หน้า 34รู้จักกับ Gadget พื้นฐาน 21 อย่างของ Blogger1. Gadget หน้าเว็บหลักการของ Gadget ชนิดนี้คือคุณจะต้องสร้างหน้าเว็บขึ้นมาก่อน แล้วใช้ Gadget นี้เป็นเมนูในการเชื่อมโยงไปยังหน้าเว็บ2. Gadget ผู้ติดตามGadget ชนิดนี้ใช้เพื่อให้ผู้อ่านที่ชื่นชอบบล็อกของคุณได้ติดตาม และเมื่อติดตามแล้วความเคลื่อนไหวและการ update บทความของจะไปปรากฏแผงควบคุมของผู้ติดตามโดยอัตโนมัติ และมีสิทธิในการแสดงความคิดเห็นบนบล็อกของคุณได้ (กรณีที่คุณอนุญาตเฉพาะสมาชิก)3. Gadget ช่องค้นหาเป็น Gadget ที่ติดตั้งเพื่อให้ผู้อ่านสามารถค้นหาสิ่งที่ต้องการในบล็อกของคุณได้ง่ายขึ้น
  • 35. หน้า 354. Gadget HTML/จาวาสคริปต์Gadget ชนิดนี้เป็น Gadget ที่ยืดหยุ่นที่สุดในบรรดา Gadget ทั้งหมด สามารถประยุกต์ใช้ได้หลากหลายเหมาะสาหรับใช้ติดตั้งโค้ดต่าง ๆ ลงบน Blogger เช่น โค้ดปฏิทิน นาฬิกา โค้ดจาวาสคริปต์ โค้ดรูปภาพโค้ดวีดีโอ โค้ดของลิงค์ เป็นต้น5. Gadget ข้อความเป็น Gadget ที่เหมาะสาหรับเขียนข้อความ เช่น ข้อความต้อนรับ เป็นต้น6. Gadget Adsenseคุณจะใช้ Gadget ชนิดนี้ได้เมื่อสมัครเข้าร่วมโปรแกรมหรือเป็นตัวแทนในการเผยแพร่โฆษณาบน Google7. Gadget รูปภาพถ้าคุณต้องการแสดงรูปภาพบนบล็อกอย่างเดียวก็ให้เลือกใช้ Gadget นี้ครับ
  • 36. หน้า 368. Gadget สไลด์โชว์Gadget นี้เป็นการดึง Albums จาก Picasaweb มาแสดงในรูปแบบสไลด์โชว์บนบล็อกของ9. Gadget แถบวีดีโอGadget นี้จะทาให้ผู้ใช้ค้นหาวีดีโอบน Youtube จากบล็อกของคุณได้10. Gadget แบบสารวจGadget นี้ถือเป็น Gadget หนึ่งที่น่าสนใจมาก แต่ยังมีผู้ใช้จานวนน้อย โดยคุณอาจจะใช้สารวจความต้องการ หรือความคิดเห็นของผู้อ่านต่อบล็อกของคุณ หรือสารวจเกี่ยวกับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาบนบล็อกของคุณก็ได้11. Gadget รายการบล็อกGadget ชนิดนี้เป็น Gadget ที่สามารถรวบรวมข่าวสารล่าสุดจากบล็อกที่คุณเลือกหรือบล็อกที่คุณติดตามพร้อมทั้งสามารถแสดงเนื้อหาแบบย่อได้ด้วย
  • 37. หน้า 3712. Gadget รายชื่อลิงค์เป็น Gadget ที่ใช้สร้างลิงค์ไปยังที่ต่าง ๆ โดยคุณสามารถป้อน URL บน Gadget ชนิดนี้เพื่อสร้าง Linkโดยไม่ต้องมีความรู้เรื่อง HTML มาก่อนเลย13. Gadget รายการเป็น Gadget ที่คล้ายคลึงกับ Gadget รายชื่อลิงค์ แต่มีความยืดหยุ่นกว่า สามารถสร้างข้อความรายการและใส่ link ให้ข้อความได้ด้วย14. Gadget ฟีดคุณสามารถใช้ Gadget นี้ดึงข่าวสารจากในบล็อกของคุณ หรือบล็อกอื่นที่คุณสนใจเอามาแสดงเพียงแค่ใส่ชื่อบล็อกที่ต้องการลงไปลงไปใน gadget15. Gadget Newsreelเป็น gadget ที่ทาให้พาดหัวข่าวจาก Google มาปรากฏบนบล็อกของคุณเท่านั้น
  • 38. หน้า 3816. Gadget ป้ายกากับGadget นี้มีความสาคัญ คุณควรจะติดตั้ง เพื่อให้บทความที่เขียนเป็นหมวดหมู่ ให้ผู้อ่านเห็นชัดเจนเลือกอ่านได้ตรงความต้องการมากขึ้น17. Gadget ลิงค์การสมัครGadget นี้มีความสาคัญในเรื่องการส่งข่าวสารข้อมูลจากบล็อกของคุณไปยังผู้อ่าน ผู้อ่านจะสามารถสมัครรับบทความทาง email หรือผ่านช่องทางอื่น ๆ ได้จาก Gadget นี้18. Gadget โลโก้Gadget นี้ไม่สาคัญนักเป็นเพียงติดตั้ง logo ของ blogger ในหน้าบล็อกเท่านั้น19. Gadget โปรไฟล์Gadget นี้จะแสดงข้อมูลอย่างของคุณที่ได้กรอกเอาไว้บนบัญชีของ Blogger ถ้าคุณต้องการแสดงข้อมูลของคุณบน Blog ก็ควรจะติดตั้ง Gadget นี้ครับ
  • 39. หน้า 3920. Gadget คลังบทความของบล็อกGadget นี้จะทาให้ผู้อ่านเห็นบทความทั้งหมดภายในบล็อกของคุณได้21. Gadget ส่วนหัวของหน้าGadget นี้เป็นส่วนที่ใส่ Title และ Description ของ Blog โดยปกติแล้ว Template ทั่วไปก็จะติดตั้งส่วนนี้อยู่แล้วคุณสามารถทดลองใช้ Gadget เหล่านี้ได้โดยไม่ต้องกลัวความผิดพลาดเพราะ Gadget บนBlogger นั้นสามารถลบออกได้อย่างง่ายดายโดยวิธีการจัดการกับ Gadget
  • 40. หน้า 40บทที่ 6 การจัดการกับ Gadget ในหน้าบล็อกในบทที่ผ่านมาเราได้ รู้จักและใช้งาน Gadget ชนิดต่าง ๆ บน Blogger ผมได้กล่าวถึงวิธีการเพิ่มGadget ให้กับบล็อก แต่ยังไม่ได้กล่าวถึงการลบ Gadget ออกจากองค์ประกอบของหน้า และนอกจากนี้ตาแหน่งของ Gadget ยังสามารถเคลื่อนย้ายตาแหน่งได้อีกด้วยการลบ Gadgetวิธีที่ 1 ถ้าในขณะที่เรา log in และเปิดหน้าบล็อกของเราขึ้นมา ก็จะสังเกตเห็นว่ามีเครื่องมือปรากฏอยู่ตามที่ต่างๆ ในองค์ประกอบของหน้าและถ้าเราคลิกเข้าไปก็จะสามารถแก้ไข หรือ ลบองค์ประกอบเหล่านั้นออกไปได้เลยครับ
  • 41. หน้า 41วิธีที่ 2 เราสามารถเข้าไปลบ Gadget ได้ที่ แผงควบคุม >> การออกแบบ >> องค์ประกอบของหน้า >> เลือกแก้ไข Gadget ที่ต้องการลบจากนั้นเลือกลบได้เช่นเดียวกับกรณีแรกการย้ายตาแหน่ง Gadgetสาหรับการย้ายตาแหน่งของ Gadget ทาได้โดยการ เข้าไปที่แผงควบคุม >> การออกแบบ >>องค์ประกอบหน้าจากนั้นให้ลากเมาส์บน Gadget ที่ต้องการย้ายไปวางในตาแหน่งที่ต้องการได้เลยครับ
  • 42. หน้า 42เมื่อเข้าใจการทางานของ Gadget ชนิดต่าง ๆ แล้วสิ่งที่อยากจะฝากเอาไว้ตอนท้ายนี้ก็คือการจัดองค์ประกอบหน้าของบล็อกดังนี้แนวทางในการจัดองค์ประกอบหน้าบล็อกแนวทางในการจัดองค์ประกอบหน้านั้นไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว บางคนชอบให้มี 2 column บางคนชอบให้มี 3 column ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความชอบและความต้องการใช้งาน แต่ที่อยากให้คานึงไว้เสมอคือ ผู้อื่นคือ พระเจ้า ทาอะไรให้เข้าใจง่ายๆ หาอะไรก็เจออย่างรวดเร็ว เข้าไว้เป็นพอครับ และอีกประการที่สาคัญคือการติดตั้ง Gadget ต่าง ๆ ควรติดตั้งเท่าที่จาเป็นและต้องการใช้งาน ปฏิทิน หรือนาฬิกานั้นก็ไม่ควรติดตั้งลงไปเลย เพราะไม่คุ้มค่ากับการเพิ่มภาระการโหลดให้กับผู้เข้าชม และถ้าบล็อกของคุณโหลดได้ช้า ก็เป็นไปได้ยากที่ผู้อ่านจะกลับมาอีกองค์ประกอบในหน้าของบล็อกที่ผมคิดว่าคุณควรจะมีคือส่วนที่บอกตัวตนของบล็อก :ซึ่งอาจจะแสดงในส่วนหัวของหน้า หรือเป็นวีดีโอ /สไลด์/ข้อความ/รูปถ่าย อยู่ในตาแหน่งที่เห็นได้ชัดส่วนที่เชื่อมโยงไปยังบทความในบล็อก :ส่วนนี้จาเป็นมากเพราะจะช่วยให้ผู้อ่านค้นหาบทความได้เร็วขึ้น คุณอาจจะรวมบทความทั้งหมดเลยหรือ อาจจะใช้วิธีจัดหมวดหมู่ให้ผู้อ่านเลือกสิ่งที่ต้องการจากบล็อกของเราได้เร็วขึ้นส่วนพื้นที่ของสมาชิก :ส่วนนี้จะแสดงให้เห็นว่ามีผู้สนใจบล็อกของเรามากแค่ไหน และสามารถสมัครติดตามบล็อกของเราได้ทันที เช่นอาจจะใช้ Gadget ผู้ติดตาม หรือใช้ Like box Plugins ของ Facebook หรืออาจจะทา Pollก็ได้ส่วนที่เป็นช่องทางให้ผู้อ่านติดต่อเราได้ :คุณอาจจะทา link เชื่อมโยงให้ผู้อ่านติดต่อคุณได้ หรืออาจจะใช้ Gadget profile ของ Bloggerเพื่อแนะนาตัวก็ได้
  • 43. หน้า 43บทที่ 7 การแสดงข่าวสารล่าสุดด้วย Gadget ฟีดความหมายของคาว่า ฟีดโดยสรุปก็คือเป็นสิ่งที่แพร่กระจายจากบล็อกของเราบนโลก Internetเทียบได้กับคลื่นสัญญาณวิทยุหรือโทรทัศน์ ถ้ามีตัวรับทุกคนก็สามารถมองเห็นข่าวสารที่ต้องการเลือกรับได้ นอกจากนี้ถ้ามีตัวช่วยส่งให้ฟีดแพร่ได้แรงขึ้น ข่าวสารก็ย่อมจะแพร่กระจายได้เร็วด้วยดังนั้นถ้าคุณสนใจข่าวสารจากบล็อกใดบล็อกหนึ่งคุณก็สามารถที่จะเปิดรับข่าวสารจากบล็อกนั้นๆ โดยใช้ Gadget ฟีด ซึ่งเป็น Gadget ที่สามารถเพิ่มได้อย่างไม่จากัด ดังนั้นถ้าคุณต้องการรับข่าวจาก10 บล็อกก็สามารถทาได้โดยการเพิ่ม gadget ฟีดเข้าไปในบล็อก 10 ครั้ง ในขณะเดียวกันถ้าคุณใส่ชื่อบล็อกของตัวเองใน Gadget ฟีด Gadget ชนิดนี้จะกลายเป็น Gadget ที่ใช้แสดง บทความล่าสุดนั่นเองครับการแสดงข่าวสารล่าสุดโดยการใช้ Gadget ฟีด1. ไปที่องค์ประกอบของหน้า >> เพิ่มฟีด Gadget
  • 44. หน้า 442. ใส่โค้ดต่อไปนี้ลงไปใน Gadget ฟีดhttp://ชื่อบล็อก.blogspot.com/feeds/posts/defaultโดยจะต้องเปลี่ยนชื่อบล็อกเป็นชื่อบล็อกของของคุณเองหรือชื่อบล็อกที่คุณต้องการรับข่าวสารที่ updateตั้งค่าที่ต้องการเพิ่มเติมและบันทึกก็จะได้ feeds ข่าวสารมาปรากฏที่บล็อกของคุณ3. ถ้าต้องการเพิ่มบล้อกอื่นอีกก็ทาซ้าข้อ 1 และ 2 แต่ต้องเปลี่ยนชื่อบล็อกใหม่4. กรณีที่คุณต้องการเรียก feed จากเว็บที่ต้องการให้ค้นหา feed จากเว็บ www.google.comแล้วแทนโค้ดในข้อ 2 เช่น feed ข่าวการศึกษาจากเว็บ http://www.rssthai.com/ ให้ใส่โค้ดhttp://www.rssthai.com/news.php?t=education แทนในข้อ 2
  • 45. หน้า 45บทที่ 8 แนะนา Gadget ใหม่ของ blogger “หน้าเว็บ”ตามเว็บไซต์ต่าง ๆ เราคงจะเคยเห็นกันว่าแต่ละเว็บไซต์จะมี เมนูสาหรับเลือกเปิดไปดูหน้าอื่น ๆภายในเว็บนั้นๆ เช่น ตัวอย่างในรูปด้านล่างBlogger ได้พัฒนา Gadget ตัวใหม่ขึ้นมา มีชื่อว่า หน้าเว็บ เพื่อให้ผู้ใช้ได้สร้างหน้าของบล็อกที่ต้องการได้โดยไม่ต้องมีความรู้ในการดัดแปลงหรือแก้ไขแม่แบบด้วยตนเองการเรียกใช้ Gadget ชนิดนี้สามารถเลือกใช้ได้เช่นเดียวกับการ Add Gadget ชนิดอื่น ๆ นั่นคือไปที่ องค์ประกอบของหน้า >> แล้วเลือก เพิ่ม Gadgetต่อไปเรามาดูว่า Gadget นี้ ใช้อย่างไร และใช้เพื่อจุดประสงค์ใดหลักการของ Gadget นี้เหมือนการสร้างบทความขึ้นมา 1 บทความ และ สร้าง Link เชื่อมโยงไปยังบทความนั้น ๆ แต่มีความพิเศษตรงที่ผู้ใช้ทั่วไปสร้างเมนูขึ้นเองได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ HTML เลย
  • 46. หน้า 46ตัวอย่างวิธีการใช้งาน(จริง)ในตัวอย่างนี้ผมจะสร้าง 2 หน้าให้เห็นเป็นตัวอย่าง ได้แก่ HOME และ CONTACT MEขั้นเตรียมการเนื่องจากผมจะยกตัวอย่างการสร้างหน้า Contact me ดังนั้นให้ทุกคนไปสร้าง Form สาหรับติดต่อเจ้าของบล็อกซึ่งก็คือเราเอง ได้ที่ http://www.foxyform.com/ซึ่งขั้นตอนในการสร้าง ฟอร์มนั้นง่ายมาก มีเพียง 4 ขั้นเท่านั้น (ดูรูป)
  • 47. หน้า 47เมื่อได้โค้ด แล้วคัดลอกเก็บเอาไว้ก่อนครับขั้นสร้างหน้าเว็บจริงขั้นที่ 1 สร้างหน้าแรก หรือ HOMELog in เข้าไปที่ draft.blogger ไปที่แผงควบคุม >> องค์ประกอบของหน้า >> แล้วเลือก เพิ่ม Gadgetเลือกอันแรกเลยครับ คือ gadget หน้าเว็บจากนั้นก็สร้าง หน้าแรกขึ้นมาโดยตั้งชื่อตามที่ต้องการได้เลย แล้วทาการบันทึกครับ
  • 48. หน้า 48ขั้นที่ 2 เมื่อผ่านขั้นที่ 1 มาแล้วก็เท่ากับว่าเราได้สร้าง หน้าบล็อกขึ้นมาแล้ว 1 หน้าถ้าจะทาการเพิ่มหน้าอีก ให้ไปที่แผงควบคุม >> การส่งบทความ >> แก้ไขหน้าเว็บ >> หน้าเว็บใหม่เมื่อคลิกสร้างหน้าเว็บใหม่ เราก็จะพบเครื่องมือต่าง ๆ เหมือนการเขียนบทความนั่นเองครับ
  • 49. หน้า 49ให้นาโค้ดของ Form ที่เตรียมไว้ จากขั้นเตรียมการมาวางในหน้าหน้านี้ จัดรูปแบบตามต้องการแล้วบันทึกหน้าได้เลยครับเพียงขั้นตอนสั้น ๆ นี้เราก็จะมีเมนูเชื่อมโยงไปยัง หน้าของบล็อกถึง 2 หน้าด้วยกัน ได้แก่ HOME และCONTACT ME
  • 50. หน้า 50ขั้นที่ 3- ถ้าหากต้องการเพิ่มหน้าบล็อกเพิ่มขึ้นอีกก็ทาซ้าขั้นตอนที่ได้กล่าวมาข้างต้นครับ- แต่ถ้าต้องการลบหน้าบล็อกทิ้ง ก็มาที่เดิม แล้วจะเห็นคาว่าลบ ถ้าต้องการลบทิ้งก็กดคาว่าลบได้เลยขั้นที่ 4 วิธีจัดการกับเมนูหน้าเว็บ- ถ้าต้องการเรียงลาดับหน้าเว็บใหม่ ก็ไปที่ องค์ประกอบของหน้า แล้ว คลิก Gadget หน้าเว็บขึ้นมาแก้ไข >> ดูรูป
  • 51. หน้า 51นอกจากนี้ Gadget หน้าเว็บจะมีลักษณะพิเศษ คือ ถ้าอยู่ที่ Sidebar เมนูจะจัดเรียงเป็นแนวตั้ง
  • 52. หน้า 52แต่ถ้าลากไปในตาแหน่งใต้ส่วนหัว จะจัดเรียงเรียงเป็นแนวนอนโดยอัตโนมัติ
  • 53. หน้า 53บทที่ 9 นับจานวนคนเยี่ยมชมด้วย Flagcounterอีกบริการนับสถิติคนเยี่ยมชมที่ช่วยให้เราทราบว่าบล็อกของเรามีผู้เยี่ยมชมทั้งในและต่างประเทศมากหรือน้อย จาก Flagcounterวิธีติดตั้ง1. ไปที่ http://www.flagcounter.com/index.html2. ตั้งค่าต่างๆ ตามความต้องการแล้วกด GET YOUR FLAG COUNTER ดังรูป3. คัดลอก HTML โค้ด ที่ FLAG COUNTER ได้สร้างให้ในขั้นที่ 2
  • 54. หน้า 544. กลับมาที่บล็อกของเรา ไปที่แผงควบคุม >> รูปแบบ >> องค์ประกอบหน้า >> เพิ่ม Gadgetชนิด HTML/จาวาสคริปต์5. วางโค้ดที่คัดลอกมาจากขั้นที่ 3 แล้วบันทึกครับก็เป็นอันจบขั้นตอนครับ ลักษณะที่ได้ก็ดังรูป
  • 55. หน้า 55บทที่ 10 รูปภาพในบทความบน Bloggerคุณเคยสงสัยไหมครับว่า รูปภาพที่คุณ upload ขึ้นไปขณะที่เขียนบทความ หรืออาจจะเขียนบทความไปแล้ว รูปเหล่านั้นไปอยู่ที่ไหน เพราะว่า Blogger เองไม่มี sever ยังต้องอาศัยฐานข้อมูลของตัวแม่คือ blogspot.com อยู่ แล้วจะเอาพื้นที่ ๆ ไหนมาเก็บรูปตั้งมากมาย?คาตอบคือ Blogger จะใช้วิธีเชื่อมโยงกับApplication อื่น ๆ ของ Google เพื่อแก้ปัญหาการเก็บข้อมูลเช่นรูปภาพใน Blogger ที่เราพูดถึงกันอยู่ตอนนี้ก็จะถูกเก็บอยู่ที่ Picasa Web Albums ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นภาพที่คุณ Upload ขณะเขียนบทความ ก็จะถูกเก็บอยู่ในPicasa Web Albums ทั้งหมดคุณใช้บริการ Picasa Web Albums ได้อย่างไร?การใช้บริการ Picasa Web Albums สามารถเข้าใช้ได้ทันทีหากคุณมีบัญชีผู้ใช้กับ google อยู่แล้ว เช่นมีบัญชีผู้ใช้ Gmail หรือ Blogger อยู่แล้วก็สามารถ Log in เข้าใช้ได้เลยPicasa Web Albums ให้พื้นที่เท่าไร?Picasa จะให้พื้นที่ เพียง 1 GB ต่อ 1 บัญชีผู้ใช้ นี่เป็นเหตุผลที่บางคนอาจจะสงสัยว่าทาไมคุณภาพรูปหรือขนาดของรูปบน Blogger จึงลดลง กล่าวคือระบบของ Picasa จะทาการลดขนาดของรูปที่เรา Upload ผ่าน Blogger ให้มีขนาดเล็กลงเพื่อเป็นการประหยัดพื้นที่นั่นเอง
  • 56. หน้า 56คุณจะเข้าไปจัดการรูปภาพจาก Blogger ใน Picasa Web ได้อย่างไร?การจัดการภาพใน Picasa Web Albums ทาได้ 2 วิธีคือ1. ใช้ Software ที่พัฒนาขึ้นมาจัดการ Picasa Web Albums โดยเฉพาะคุณสามารถเข้าไปดาวน์โหลด Picasa ได้ที่ http://picasa.google.com/2. เข้าไปจัดการที่เว็บไซต์ Picasa Web Albums โดยตรง โดยไปที่ http://picasaweb.google.comและ Log in โดยใช้ชื่อบัญชีเดียวกับ Bloggerคุณสามารถเข้าไป Unload ภาพได้โดยตรงกับ Picasa แล้วเรียกมาใช้บน blogger ได้โดยใช้ตัวเลือกอัปโหลด
  • 57. หน้า 57แต่ถ้าต้องการรูปภาพบน Blogger ที่ได้อัปโหลดขึ้นไปแล้วก็คลิกที่อัลบัมที่ต้องการแล้วเข้าไปจัดการภาพได้เช่นกันลบรูปภาพบน Blogger แล้วรูปบน Picasa จะถูกลบด้วยหรือไม่?การลบรูปภาพบน Blogger ไม่ส่งผลใด ๆ ต่อ Picasa Web Albums เลยเว้นแต่คุณจะเข้ามาลบใน Picasa Web Albums โดยตรง ดังนั้นถ้าในขณะเขียนบทความคุณเผลอทาพลาดรูปภาพหายไป ก็สามารถเข้ามาเอารูปภาพจาก Picasa Web Albums ใช้งานได้อีกโดยไม่ต้อง upload ซ้า หรือไม่ต้องไปหาภาพมาใหม่บทสรุปบทนี้แนะนาให้พอรู้จักการเชื่อมโยงระหว่าง Blogger และ Picasa Web Albums ซึ่งเป็นบริการในเครือข่าย Google เหมือนกัน และจะทาให้คุณเข้าใจการจัดการเกี่ยวกับภาพบน Blogger ได้ดีขึ้น
  • 58. หน้า 58บทที่ 11 การสร้างวีดีโอใน YouTube และนามาใส่ในบล็อกถ้ามีวีดีโอในหน้าบล็อกของเราด้วย การสื่อสารเรื่องราวต่างๆ ก็จะมีชีวิตชีวาและเข้าใจง่ายขึ้น ซึ่งในที่นี้เราสามารถสร้างได้ไม่ยากด้วยบริการของ www.youtube.com ครับขั้นตอนการฝากวีดีโอไว้กับ youtube1. ไปที่ www.youtube.com แล้วเลือก Create Account ที่มุมขวาบนซึ่งในกรณีที่เรา Login อยู่ในเว็บบล็อกของเรานั้น ก็สามารถใช้บริการของ youtube ด้วย Account เดิมโดยไม่ต้องสมัครใหม่ครับวิธีการทาได้โดย1.1 คลิกที่1.2 กรอกข้อมูลสาหรับการสร้างบัญชี โดยใช้ username ของ gmail ของเราเอง1.3 จากนั้น คลิก
  • 59. หน้า 591.4 จะพบหน้าต่างให้กรอก Username และ รหัสผ่าน ของ gmail ให้กรอก e-mail ของเราจะพบหน้าจอ ดังนี้จากนั้นเราก็สามารถทาการเพิ่ม Video ได้ตามที่เราต้องการ
  • 60. หน้า 602. การฝาก youtube มีเงื่อนไขสาคัญๆ ดังนี้- ความยาวของวีดีโอไม่เกิน 10 นาที- ควรเป็นวีดีโอที่ไม่กระทบต่อสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และ ศีลธรรมอันดีงามของสังคม3. การ upload วีดีโอขึ้นไปที่เมนู upload (ที่มุมขวาบน) แล้วทาการเลือกไฟล์วีดีโอจากเครื่องของเรา และรอจนการ upload เสร็จสิ้น3.1 คลิกที่ปุ่ม Uploads3.2 คลิกที่ปุ่ม Upload Video3.3 เลือกไฟล์ Video ที่ต้องการ3.43.4 เมื่อ Upload ได้ 100% แล้วให้คลิก Save change
  • 61. หน้า 614. เมื่อ upload เสร็จสิ้นแล้วคลิกที่ข้อความ Embed and Sharing Options เราก็เห็น HTMLcode ให้คัดลอก code เหล่านั้นมาแปะในส่วนที่เราต้องการเช่นในที่นี้ผมคัดลอก code มาแปะในบทความก็จะได้ผลลัพธ์เป็นวีดีโอตามด้านล่างที่เห็นครับ
  • 62. หน้า 62เรื่อง หน้าบทนา………………………………………………………………………………………………………. 1บทที่ 1 การสร้างเว็บบล็อก………………………………………………………………………………… 4บทที่ 2 วิธีเปลี่ยน Template ของ Blogger……………………………………………………………….. 12บทที่ 3 วิธีเขียนและจัดการบทความในบล็อก…………………………………………………………….. 22บทที่ 4 การตั้งค่าพื้นฐานต่างๆ ให้กับบล็อก………………………………………………………………. 26บทที่ 5 รู้จักและใช้งาน Gadget ชนิดต่างๆ บน Blogger………………………………………………… 32บทที่ 6 การจัดการกับ Gadget ในหน้าบล็อก…………………………………………………………….. 40บทที่ 7 การแสดงข่าวสารล่าสุดด้วย Gadget ฟีด………………………………………………………… 43บทที่ 9 นับจานวนคนเยี่ยมชมด้วย Flagcounter…………………………………………………………. 53บทที่ 10 รูปภาพในบทความบน Blogger………………………………………………………………… 55บทที่ 11 การสร้างวีดีโอใน YouTube และนามาใส่ในบล็อก……………………………………………… 58
  • 63. หน้า 63255 เอกสารประกอบการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาสื่อการเรียนการสอนโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ร่วมกับ Weblog