อาณาจักรสัตว์
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

อาณาจักรสัตว์

on

  • 9,042 views

 

Statistics

Views

Total Views
9,042
Slideshare-icon Views on SlideShare
9,026
Embed Views
16

Actions

Likes
4
Downloads
359
Comments
6

1 Embed 16

http://tarchareebio4241.wordpress.com 16

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel

16 of 6 Post a comment

  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

    อาณาจักรสัตว์ อาณาจักรสัตว์ Presentation Transcript

    • อาณาจักรสัตว์(Animal Kingdom)
    • นิยามของสั ตว์ (Animal) เป็ นสิ่ งมีชีวตหลายเซลล์ (Multicellular) ิ เป็ นพวกยูคาริโอตทีกนสิ่ งมีชีวตอืนเป็ นอาหารและมีเนือเยือ ่ิ ิ ่ ้ ่ ทีพฒนามาจากเยือคัพภะ (heterotrophic eukaryotes with ่ ั ่ tissues that develop from embryonic layers) มีลกษณะบ่ งบอกความเป็ นสั ตว์ เพียงพอทีจะจัดแยก ั ่ ออกเป็ นหมวดหมู่ (Several characteristics of animals Sufficiently define the group)
    • นิยามของสั ตว์ (ต่ อ) ร่ างกายประกอบด้ วยโปรตีนโครงสร้ าง (structural proteins) เช่ น collagen มีเนือเยือประสาทและเนือเยือกล้ามเนือ ้ ่ ้ ่ ้ (Nervous tissue and muscle tissue) – ซึ่งเป็ นลักษณะเฉพาะของพวกสั ตว์ (unique to animals)
    • เกณฑ์ ทใช้ ในการจาแนกหมวดหมู่ของอาณาจักรสั ตว์ ี่ 1. ระดับการทางานร่ วมกันของเซลล์ (Level of cell organization) 2. สมมาตร (Symmetry) 3. ลักษณะช่ องว่ างในลาตัวหรือช่ องตัว (Body cavity or coelom) 4. การเกิดช่ องปาก 5. ทางเดินอาหาร (Digestive tract) 6. การแบ่ งเป็ นปล้ อง (Segmentation)
    • 1. ระดับการทางานร่ วมกันของเซลล์ (Level of cell organization)1.1 เนือเยือที่ไม่ แท้ จริง (No true tissue) ้ ่1.2 เนือเยือที่แท้ จริง (True tissue) ้ ่ 1.2.1 เนือเยือ 2 ชั้น (Diploblastica) ้ ่ 1.2.2 เนือเยือ 3 ชั้น (Triploblastica) ้ ่
    • 2. สมมาตร (Symmetry)2.1 ไม่ มีสมมาตร (Asymmetry)2.2 สมมาตรแบบรัศมี (Radial symmetry)2.3 สมมาตรแบบครึ่งซีก (Bilateral symmetry)(b) Bilateral symmetry. A bilateralanimal, such as a lobster (phylumArthropoda), has a left side and aright side. Only one imaginary cutdivides the animal into mirror-imagehalves.
    • 3. ลักษณะช่ องว่ างในลาตัวหรือช่ องตัว (Body cavity or coelom)3.1 ไม่ มีช่องว่ างในลาตัวหรือไม่ มีช่องตัว (No body cavity or acoelom) Body covering (from ectoderm) Acoelomate: Acoelomates such as Tissue- filled region flatworms lack a body cavity (from between the digestive tract and outer mesoderm) body wall. Digestive tract (from endoderm)
    • 3.2 มีช่องตัวเทียม (Pseudocoelom) Body covering (from ectoderm) Muscle layer Pseudocoelom (from mesoderm) Digestive tract (from endoderm)
    • 3.3 มีช่องตัวที่แท้ จริง (Eucoelom or coelom) Body covering (from ectoderm) Coelom Coelomate. Coelomates such as annelids have a true Tissue layer coelom, a body cavity lining coelom completely lined by tissue and suspending derived from mesoderm. internal organs (from mesoderm) Digestive tract (from endoderm) Figure 32.8a
    • 4. การเกิดช่ องปาก4.1 โปรโตสโตเมีย (Protostomia)เป็ นสั ตว์ พวกที่ช่องปากเกิดก่ อนช่ องทวาร 4.2 ดิวเทอโรสโตเมีย (Deuterostomia)เป็ นสั ตว์ พวกที่ช่องปากเกิดภายหลังช่ องทวาร
    • 5. ทางเดินอาหาร (Digestive tract) 5.1 ทางเดินอาหารแบบไม่ สมบูรณ์(Incomplete digestive tract) เป็ นทางเดินอาหารของสั ตว์ ที่มีปากแต่ ไม่ มีทวารหนัก 5.2 ทางเดินอาหารแบบสมบูรณ์(Complete digestive tract)เป็ นทางเดินอาหารของสั ตว์ ที่มีท้งปากและทวารหนัก ั
    •  Protostomia : blastopore เจริญไปเป็ นปาก (mouth) Deuterostomia : blastopore เจริญไปเป็ นทวารหนัก (anus) Anus Mouth Digestive tube Mouth Anus Mouth develops Anus develops from blastopore from blastopore
    • 6. การแบ่ งเป็ นปล้ อง (Segmentation) 6.1 การแบ่ งเป็ นปล้องเฉพาะภายนอก (Superficial segmentation) 6.2 การแบ่ งเป็ นปล้องที่แท้ จริง (Metameric segmentation)
    • Animal Kingdom1. Phylum Porifera 2. Phylum Coelenterata3. Phylum Platyhelminthes 4. Phylum Nematoda5. Phylum Mollusca 6. Phylum Annelida7. Phylum Arthropoda8. Phylum Echinodermata9. Phylum Chordata
    •  ลาตัวเป็ นรู พรุน สมมาตรแบบรัศมี หรือไม่ มีสมมาตร มีช่องนาเข้ าและช่ องนาออก ้ ้ มีโครงร่ างแข็งหรือเป็ นเส้ นใยโปรตีน ผนังตัวของฟองนาประกอบด้ วยเซลล์ 2 ชั้น ้ ไม่ มีระบบหมุนเวียน ระบบหายใจ ระบบขับถ่ ายและระบบประสาท มีการสื บพันธุ์แบบอาศัยเพศ
    • สั ตว์ ในไฟลัมนีแบ่ งออกเป็ น 3 Class ได้ แก่ ้ 1. Class Calcarea ได้ แก่ ฟองนาทีมีแกนแข็ง เป็ นพวกหินปูน ้ ่(CaCO3) 2. Class Hexactinellida ได้ แก่ ฟองนาที่มีแกนแข็งเป็ นพวก ้แก้ วหรือทราย (Silica) 3. Class Demospongiae ได้ แก่ ฟองนาถูตวทีมีแกนอ่ อนนุ่ม ้ ั ่ประกอบด้ วยสารประเภท Scleroprotien
    •  เป็ นสั ตว์ ที่มีเนือเยื่อสองชั้น ้ มีสมมาตรแบบรัศมี (radial symmetry) ทางเดินอาหารเป็ นแบบถุงไม่ สมบูรณ์ มีปากแต่ ไม่ มีทวารหนัก มีเข็มพิษ หรือเนมาโทซีสต์ (Nematocyst) ใช้ ในการปองกัน ้ และฆ่ าเหยื่อ ไม่ มระบบหายใจ ระบบหมุนเวียนโลหิต ระบบขับถ่ ายโดยเฉพาะ ี ระบบประสาทเป็ นแบบข่ ายใยประสาท (Nerve net) แผ่ กระจายทั่วตัว และหนาแน่ นบริเวณหนวด การสื บพันธุ์ มีท้งแบบอาศัยเพศ และแบบไม่ อาศัยเพศแบบอาศัยเพศ ั
    •  มีรูปร่ างเป็ น 2 แบบ คือ -รู ปร่ างแบบต้ นไม้ เรียกว่ า โพลิป (Polyp)ได้ แก่ ไฮดรา ปะการัง ดอกไม้ ทะเล -รู ปร่ างคล้ ายร่ ม หรือกระ ดิงควา เรียกว่ า เมดูซา (Medusa) ่ ่ได้ แก่ แมงกะพรุน
    • สั ตว์ ในไฟลัมนีแบ่ งออกเป็ น 3 Class ได้ แก่ ้ 1. Hydrozoa ส่ วนใหญ่ มรูปร่ างเป็ น Polyp บางช่ วง ีเป็ น Medusa อยู่รวมกันเป็ นกลุ่ม (Colony) เช่ น โอบีเลียแมงกระพรุนนาจืด แมงกระพรุนลอย และไฮดรา ้ 2. Scyphozoa ส่ วนใหญ่ มรูปร่ างเป็ น Medusa (รู ปร่ าง ีคล้ ายร่ ม ว่ ายนาได้ อสระ) เช่ น แมงกระพรุนไฟ ้ ิแมงกระพรุนจาน 3. Anthozoa มีรูปร่ างเป็ นแบบ Polyp เท่ านั้น อยู่รวมกันเป็ นกลุ่ม มีการสร้ างสารหินปูนเป็ นเปลือกหุ้ม เช่ นพวกปะการัง หรือกัลปังหา
    •  หนอนตัวแบน มีเนือเยือ 3 ชั้น ไม่ มีช่องตัว (acoelomate) ้ ่ มีสมมาตรเป็ นแบบครึ่งซีก (bilateral symmetry) ร่ างกายแบนทางด้ านหลัง และด้ านท้ อง (dorsoventrally) ไม่ มีข้อปล้อง การดารงชีวตอย่ างอิสระ จะมีเมือกลืนๆ หุ้มตัว ิ ่ มีท่อทางเดินอาหารทีเ่ ป็ นปลายตัน หรือเป็ นแบบทีไม่ สมบูรณ์ ่ มีปากแต่ ไม่ มีทวารหนัก มีปมประสาทสมอง อวัยวะรับความรู้สึก และช่ องปากมารวมกันอยู่ทาง ด้ านหน้ าของลาตัว
    •  ระบบขับถ่ าย มีอวัยวะ ทีเ่ รียกว่ า โพรโตเนฟริเดีย (protonephridia) ไม่ มีอวัยวะที่ใช้ ในการหายใจโดยเฉพาะ ระบบประสาท ประกอบด้ วย ปมประสาทด้ านหน้ า (anterior ganglia) หรือปมประสาท ระบบสื บพันธุ์แบบอาศัยเพศโดยมีสองเพศอยู่ในตัวเดียวกัน จัดเป็ นกะเทย (hermaphrodite)
    • สั ตว์ ในไฟลัมนีแบ่ งออกเป็ น 3 Class ได้ แก่ ้ 1. Class Turbellaria เช่ น พลานาเรีย ซึ่งดารงชีพโดยหากินอย่ างอิสระ 2. Class Trematoda เช่ น พยาธิใบไม้ ชนิดต่ างๆซึ่งดารงชีพโดยการเป็ นปรสิ ต 3. Class Cestoda เช่ น พยาธิตัวตืด ซึ่งดารงชีพโดยเป็ นปรสิ ต
    •  หนอนตัวกลม มีเนือเยือสามชั้น ้ ่ สมมาตรแบบผ่ าซีก (Bilateral symmetry) มีช่องว่ างในลาตัวแบบเทียม (Pseudocoelomate animal) ลาตัวกลม ยาว แหลมหัวแหลมท้ าย ไม่ มข้อปล้ อง ผิวลาตัว ี เรียบ มีสารคิวทิเคิลหนาหุ้มตัว ไม่ มระบบหมุนเวียนเลือด ี
    •  ระบบขับถ่ ายประกอบด้ วยเส้ นข้ างลาตัว (Lateral line) ทางเดินอาหารสมบูรณ์ ประกอบด้ วยปากและทวารหนัก ระบบประสาท ประกอบด้ วยปมประสาทรู ปวงแหวน (Nerve ring) อยู่รอบคอหอย และมีแขนงประสาทแยก ออกทางด้ านท้ อง และทางด้ านหลัง มีระบบกล้ ามเนือยาวตลอดลาตัว (Longitudinal muscle) ้ เป็ นสั ตว์ แยกเพศ ไม่ มอวัยวะหายใจ ี
    • สั ตว์ ในไฟลัมนีสามารถแบ่ งตามประเภทการดารงชีวตได้ ้ ิ 3 ประเภท ได้ แก่ 1. พยาธิตัวกลมในลาไส้ เช่ น พยาธิเส้ นด้ าย พยาธิปากขอ พยาธิไส้ เดือนตัวกลม พยาธิแส้ ม้า 2. พยาธิตัวกลมในเนือเยือ เช่ น พยาธิโรคเท้ าช้ าง พยาธิตัวจี๊ด ้ ่ 3. พยาธิตวกลมทีเ่ ป็ นอิสระ เช่ น หนอนนาส้ มสายชู ั ้ หนอนในนาเน่ า ไส้ เดือนฝอย ้
    •  สั ตว์ ลาตัวนิ่ม มักมีเปลือกหุ้ม ไม่ มีปล้ อง ระบบทางเดินอาหารเป็ นแบบสมบูรณ์ คือ มีปากและทวารหนัก มีช่องตัวที่แท้ จริง (coelom) ระบบหมุนเวียนโลหิตเป็ นระบบเปิ ด (open circulation system) หายใจโดยใช้ เหงือก หรือปอด ผิวหนัง และเยือแมนเทิล ่ การขับถ่ ายมีไต หรือเนฟริเดียม (nephridium) ระบบประสาท ประกอบด้ วย ปมประสาท 3 คู่ และมีเส้ นประสาทใหญ่ 2 คู่
    • สั ตว์ ในไฟลัมนีแบ่ งออกเป็ น 5 Class ได้ แก่ ้ 1. Class Gastropoda เช่ น หอยสั งข์ หอยโข่ ง หอยขมและหอยทาก 2. Class PolyPlascophora เช่ น ลินทะเล ่ 3. Class Pelecypoda เช่ น หอยกาบ หอยนางรมหอยแครง หอยเสี ยบ 4. Class Scaphopoda เช่ น หอยงาช้ าง 5. Class Cephalopoda เช่ น หมึกกล้ วย หมึกกระดองหมึกสาย หมึกยักษ์
    •  หนอนปล้ อง ร่ างกายแบ่ งเป็ นปล้ องอย่างแท้ จริง มีสมมาตรแบบครึ่งซีก (bilateral symmetry) มีเนือเยือสามชั้น ้ ่ มีรยางค์ เป็ นแท่ งเล็กๆ เรียกว่ า เดือย (setae) เป็ นสาร ไคติน (citin)
    •  หายใจผ่ านทางผิวหนัง หรือเหงือก ระบบขับถ่ ายจะเป็ นอวัยวะขับถ่ าย ที่เรียกว่ า เนฟริเดีย (nephridia) อยู่ทุกปล้ องๆ ละ 1 คู่ เป็ นกะเทย (hermaphrodite) แต่ มีการปฏิสนธิข้ามตัว มีช่องตัวที่แท้ จริง ทางเดินอาหารสมบูรณ์ เป็ นท่ อยาวตลอดร่ างกาย ระบบหมุนเวียนโลหิตเป็ นแบบปิ ด (closed circulatory system)
    • สั ตว์ ในไฟลัมนีแบ่ งออกเป็ น 4 Class ได้ แก่ ้ 1. Class Oligochaeta เช่ น ไส้ เดือนดิน 2. Class Polychaeta เช่ น แม่ เพรียง ไส้ เดือนทะเล 3. Class Hirudinea เช่ น ปลิงนาจืด ปลิงดูดเลือด ปลิงควาย ้ปลิงเข็ม 4. Class Archiannelida เช่ น แอนนีลด ทีมขนาดเล็กมาก ิ ่ ีเรียกว่ า หนอนทะเล
    •  สั ตว์ ขาข้ อ มีสมมาตรแบบผ่ าซีก มีเนือเยือ 3 ชั้น และมีช่องตัวแบบแท้ งจริง ้ ่ ลาตัวมีลกษณะเป็ นปล้ อง และแบ่ งออกเป็ นส่ วนๆ 3 ส่ วน ั คือ ส่ วนหัว ส่ วนอก และส่ วนท้ อง มีรยางค์ ยนออกจากลาตัวเป็ นคู่ๆ ื่ มีการลอกคราบ (Molting)
    •  ทางเดินอาหารเป็ นแบบสมบูรณ์ มีปากและทวารหนัก ระบบหมุนเวียนโลหิตเป็ นระบบเปิ ด (Open circutory sysytem) มีระบบขับถ่ ายเป็ นลักษณะเฉพาะของกลุ่ม ระบบประสาทมีปมประสาททีหัว 1 คู่ และมีเส้ นประสาท ่ ทางด้ านท้ อง ทอดไปตามความยาวของลาตัว 1 คู่ มีอวัยวะสั มผัสเจริญดี ระบบสื บพันธุ์เป็ นสั ตว์ แยกเพศ
    • สั ตว์ ในไฟลัมนีสามารถแบ่ งออกได้ เป็ น 6 Class ได้ แก่ ้1. Class Crusatacea เช่ น กุ้งนาจืด กุ้งทะเล ปู กั้ง ไรนา ้ ้2. Class Merostoma ได้ แก่ แมงดาทะเล แมงดาถ้ วยแมงดาจาน3. Class Archnida ได้ แก่ แมงมุม แมงป่ อง บึง เห็บ ฯลฯ ้4. Class Insecta ได้ แก่ ตัวสามง่ าม ยุง แมลงวัน ผีเสื้อ แมลงปอ แมลงสาบ ปลวก มดจิงหรีด ตั๊กแตน ฯลฯ ้5. Class Diplopoda ได้ แก่ กิงกือ กระสุ นพระอินทร์ ้6. Class Chilopoda ได้ แก่ ตะขาบ
    •  สั ตว์ ผวหนาม ิ ตัวอ่ อนมีสมมาตรด้ านข้ าง ตัวเต็มวัยมีสมมาตรรัศมี เนือเยือ 3 ชั้น ้ ่ มีระบบท่ อนา (water vascular system) ้ มีช่องตัวกว้ าง และมีเยือบุช่องตัว (peritoneum) บุอยู่ภายใน ่ อวัยวะทีใช้ ในการหายใจ คือ เหงือกทีผวหนัง ่ ่ ิ
    •  ระบบหมุนเวียนโลหิต มีลกษณะลดลงไปอย่ างมาก บาง ั ชนิดไม่ มเี ลย ส่ วนการขับถ่ ายไม่ มอวัยวะขับถ่ ายทีทา ี ่ หน้ าทีโดยตรง ่ ทางเดินอาหารเป็ นแบบสมบูรณ์ ยกเว้ นสมาชิกใน Class Ophiuroidea ทางเดินอาหารจะไม่ มทวารหนัก เช่ น ดาว ี เปราะ ระบบประสาทไม่ มส่วนสมองทีแท้ จริง ี ่ มีเพศแยกกัน
    • สั ตว์ ในไฟลัมนีแบ่ งออกเป็ น 5 Class ได้ แก่ ้ 1. Class Asteroidea เช่ น ดาวทะเล 2. Class Ophiuroidea เช่ น ดาวเปราะ 3. Class Echinoidea เช่ น หอยเม่ น อีแปะทะเล 4. Class Holothuroidea เช่ น ปลิงทะเล 5. Class Crinoidea เช่ น พลับพลึงทะเล
    •  การมีโนโตคอร์ ด (notochord) การมีช่องเหงือก (pharyngeal gill slits) การมีระบบประสาทด้ านหลัง (Dorsal Hollow Nerve Cord) เนือเยือ 3 ชั้น ้ ่ มีระบบอวัยวะทีแบ่ งหน้ าทีกนเป็ นอย่ างดี ่ ่ั ระบบหมุนเวียนโลหิตเป็ นระบบปิ ดโดยมีหัวใจ ทาหน้ าที่ สู บฉีดโลหิตไป เลียงร่ างกาย และมีเพศแยกกันเป็ นต้ น ้ พัฒนาสู งสุ ด
    • สั ตว์ ในไฟลัมนีสามารถแบ่ งได้ 7 Class ได้ แก่ ้1. Class Cyclostomata หรือ Class Agnatha ได้ แก่ ปลาปากกลม พวกนีไม่ มี ้ ขากรรไกร ลาตัวยาวคล้ายปลาไหล ขอบบนของปากและลินมีฟันเล็กๆ้ แหลมคมมากมาย ลาตัวนิ่ม ไม่ มีเกล็ด ไม่ มีครีบคู่เหมือนปลาทัวไป เป็ น ่ สั ตว์ มีกระดูกสั นหลังทีมีโนโตคอร์ ดปรากฏอยู่ตลอดแม้ ในระยะตัวเต็มวัย ่ มีช่องเหงือก 7 คู่ สาหรับหายใจ2. Class Chondricthyes ได้ แก่ ปลากระดูกอ่อนทั้งหลาย มีช่องเหงือกเห็น ชัดเจนจากภายนอก มีครีบคู่ หรือครีบเดี่ยว มีเกล็ดลักษณะคล้ายจานยืน ่ ออกมา ไม่ มีกระเพาะลม มีปากอยู่ด้านท้ อง มีการปฏิสนธิภายใน เป็ นสั ตว์ เลือดเย็น เช่ น ปลากระเบน ปลาฉลาม ปลาโรนัน ปลากระต่ าย ปลาฉนาก
    • 3. Class Osteicthyes ได้ แก่ ปลากระดูกแข็งทั้งหลาย มีแผ่ น แก้ มปิ ดช่ องเหงือกเอาไว้ มีเกล็ดบางๆ เรียงเหลือมกันคล้ าย ่ แผ่ นกระเบืองมุงหลังคา กระดูกภายในเป็ นกระดูกแข็ง มี ้ กระเพาะลม ปากอยู่ปลายสุ ดทางหัว ส่ วนใหญ่ ปฏิสนธิ ภายนอกร่ างกาย เป็ นสั ตว์ เลือดเย็น มีหัวใจ 2 ห้ อง ได้ แก่ ปลาช่ อน ปลาดุก ปลาทู ปลาตะเพียน ม้ านา ฯลฯ ้
    • 4. Class Amhibia ได้ แก่ สั ตว์ ครึ่งบกครึ่งนา มี 4 ขา มี 5 นิว ปลายนิว ้ ้ ้ ไม่ มีเล็บ ตัวอ่ อนอยู่ในนาหายใจด้ วยเหงือก ตัวเต็มวัยอยู่บนบก ้ หายใจด้ วยปอด มีหัวใจ 3 ห้ อง ออกไข่ ในนา ผิวหนังไม่ มีเกล็ด ้ ผิวหนังเปี ยกชื้น มีต่อมเมือก ผสมพันธุ์ภายนอก มีการเปลียนแปลง ่ รู ปร่ างเพือการเจริญเติบโตเป็ นสั ตว์ เลือดเย็น ได้ แก่ คางคก เขียด ่ อึงอ่ าง ปาด กบ งูดน ซาลาแมนเดอร์ ่ ิ
    • 5. Class Reptilia ได้ แก่ สั ตว์ เลือยคลาน สั ตว์ ในคลาสนีเ้ ป็ น ้ สั ตว์ บก หรือวางไข่ บนบก มี 4 ขา ปลายนิวมีเล็บ ผิวหนังมี ้ เกล็ดแห้ ง หายใจด้ วยปอด มีอายุยน มีหัวใจ 4 ห้ อง เป็ นสั ตว์ ื เลือดเย็น มีววฒนาการ คือ มีเปลือกแข็งหุ้มลาตัว ไข่ มี ิั เปลือกแข็งและเหนียว มีถุงแอลเลนทอยส์ ทาหน้ าที่ แลกเปลียนก๊ าซ ขณะเจริญเติบโตในไข่ เช่ น เต่ า จระเข้ ่ ตุ๊กแก จิงเหลน จิงจก งู กิงก่ า ฯลฯ ้ ้ ้
    • 6. Class Aves ได้ แก่ สั ตว์ ปีก เป็ นสั ตว์ เลือดอุ่น ลาตัวมีขน (Feather) ปกคลุม ขามี 2 ข้ าง นิวมีเล็บ ขาหน้ าเปลียนแปลงเป็ นปี ก กระดูก ้ ่ บางเป็ นโพรง จึงมีนาหนักตัวเบา มีถุงลม แทรกไปตามช่ องว่ างของ ้ ลาตัว และตามโพรง ซึ่งทาให้ มีอากาศมากพอทีจะหมุนเวียนใช้ ่ หายใจเวลาบิน มีหัวใจ 4 ห้ อง ไข่ มีเปลือก แข็งหุ้ม มีปริมาณไข่ แดง มาก ไม่ มีกระเพาะปัสสาวะ ไม่ มีต่อมเหงือ ไม่ มีต่อมนานม ปฏิสนธิ ่ ้ ภายใน ตัวเมียมีรังไข่ ข้างเดียว เส้ นประสาทสมองมี 12 คู่ เช่ น นก ประเภทต่ างๆ ทั้งที่บินได้ และบินไม่ ได้
    • 7. Class Mammnlia ได้ แก่ สั ตว์ เลียงลูกด้ วยนม เราเรียกสั ตว์ พวกนีว่า ้ ้ แมมมอล (Mammal) เป็ นสั ตว์ เลือดอุ่น มีขนเป็ นเส้ นๆ (Hair) คลุมตัว มี 4 ขา มีต่อมเหงื่อ และต่ อมนานม มีกระดูกคอ 7 ข้ อ มีฟันฝังในขากรรไกร มี ้ กล่องเสี ยง มีกระบังลม หายใจด้ วยปอด หัวใจมี 4 ห้ อง เม็ดเลือดแดงไม่ มี นิวเคลียส ลูกอ่อนเจริญภายในมดลูก สมองส่ วนหน้ าเจริญดี ได้ แก่ ตุ่น ปากเป็ ด จิงโจ้ สั ตว์ เลียงลูกด้ วยนมอืนๆ ทีตัวอ่อนมีรก (Placenta) เช่ น ลิง ้ ่ ่ กัง ลิงแสม ลิงชิมแปนซี ชะนี เสื อ แมว สุ นัข สุ กร สิ งโต หมาใน หมี พังพอน โค กระบือ ช้ าง ม้ า มนุษย์ หนู ค้ างคาว นางอาย ปลาวาฬ โลมา แมวนา สิ งโตทะเล ฯลฯ ้