TAEM10: Endocrine Emergency

14,105
-1

Published on

พ.ญ.สาทริยา ตระกูลศรีชัย

Published in: Health & Medicine
4 Comments
5 Likes
Statistics
Notes
  • ขอบคุณค่ะ อาจารย์ ^_^
       Reply 
    Are you sure you want to  Yes  No
    Your message goes here
  • Fioricet is often prescribed for tension headaches caused by contractions of the muscles in the neck and shoulder area. Buy now from http://www.fioricetsupply.com and make a deal for you.
       Reply 
    Are you sure you want to  Yes  No
    Your message goes here
  • ขอบคุณค่ะ อาจารย์
       Reply 
    Are you sure you want to  Yes  No
    Your message goes here
  • slide ดีมากๆเลยอ่ะครับ
       Reply 
    Are you sure you want to  Yes  No
    Your message goes here
No Downloads
Views
Total Views
14,105
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
339
Comments
4
Likes
5
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

TAEM10: Endocrine Emergency

  1. 1. ภาวะฉุกเฉินของเบาหวานในห้องฉุกเฉิน ( Diabetic Crises in the Emergency Room ) สาทริยา ตระกูลศรีชัย โครงการจัดตั้งภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
  2. 2. <ul><li>ผู้ป่วยมาที่ห้องฉุกเฉิน </li></ul><ul><li>DTX ‘Hi’ </li></ul><ul><li>DTX ‘Low’ </li></ul>
  3. 3. <ul><li>ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงรุนแรง </li></ul><ul><li>( hyperglycemic crises ) </li></ul><ul><li>ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ </li></ul><ul><li>( hypoglycemia ) </li></ul>
  4. 4. ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ( hyperglycemic crises ) <ul><li>Diabetic Ketoacidosis (DKA) </li></ul><ul><li>Hyperosmolar Hyperglcemic Syndrome (HHS) </li></ul>
  5. 5. อุบัติการณ์ <ul><li>อุบัติการณ์การเกิด DKA ประมาณ 4.6-8 ครั้ง ต่อผู้ป่วย 1,000 คนต่อปี </li></ul><ul><li>อุบัติการณ์ของ HHS จะมีประมาณน้อยกว่า 1 % </li></ul><ul><li>อัตราตายในผู้ป่วย DKA จะน้อยกว่า 5 % </li></ul><ul><li>อัตราตายในผู้ป่วย HHS ประมาณ 15 % </li></ul><ul><li>แนวโน้มของการดำเนินโรคจะแย่ลงอยู่ ในผู้ป่วยที่มีอายุมาก , ไม่รู้สึกตัว หรือ มีความดันโลหิตต่ำ </li></ul>
  6. 6. พยาธิสรีรวิทยา
  7. 7. <ul><li>เกิดจากผลของฮอร์โมนอินซูลิน ( Insulin ) ที่ลดลงควบคู่ไปกับผลของการเพิ่ม ฮอร์โมน Counteregulatory </li></ul><ul><li>ในผู้ป่วย DKA : การสลายไขมัน ( lipolysis ) ทำให้เกิดการหลั่ง กรดไขมันอิสระเข้าสู่กระแสเลือด และมี Ketone bodies เกิดขึ้นในรูปของ β–hydroxybutyrate (ß-OHB) และ Acetoacetate เกิด Ketonemia และ Metabolic acidosis ตามมา </li></ul><ul><li>ß-OHB = > Acetoacetate </li></ul><ul><li>ในผู้ป่วย HHS : ระดับฮอร์โมนอินซูลินยังเพียงพอที่จะยับยั้งไม่ให้เกิดภาวะสลายไขมันและไม่ให้เกิดการสร้าง Ketone </li></ul>
  8. 8. ปริมาณการขาดน้ำและเกลือแร่ในผู้ป่วย <ul><li>Total water (l) </li></ul><ul><li>Water (ml/kg)Na+ (mEq/kg) </li></ul><ul><li>Cl- (mEq/kg) </li></ul><ul><li>K+ (mEq/kg) </li></ul><ul><li>PO4 (mmol/kg) </li></ul><ul><li>Mg++ (mEq/kg) </li></ul><ul><li>Ca++ (mEq/kg) </li></ul><ul><li>DKA HHS </li></ul><ul><li>6 9 </li></ul><ul><li>100 100–200 </li></ul><ul><li>7–10 5–13 </li></ul><ul><li>3–5 5–15 </li></ul><ul><li>3–5 4–6 </li></ul><ul><li>5–7 3–7 </li></ul><ul><li>1–2 1–2 </li></ul><ul><li>1–2 1–2 </li></ul>
  9. 9. ปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิด DKA และ HHS <ul><li>การติดเชื้อ ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบบ่อย </li></ul><ul><li>การไม่ได้รับการรักษาหรือรักษาไม่สม่ำเสมอ </li></ul><ul><li>หยุดยาหรือขาดยา </li></ul><ul><li>โรคหลอดเลือดสมอง </li></ul><ul><li>ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด </li></ul><ul><li>การดื่มแอลกอฮอล์ </li></ul><ul><li>ตับอ่อนอักเสบ </li></ul><ul><li>การผ่าตัด </li></ul><ul><li>การได้รับบาดเจ็บ </li></ul><ul><li>ยาที่มีผลต่อเมตาบอสิซึมของคาร์โบไฮเดรต เช่น Corticosteroids,, </li></ul>
  10. 10. การวินิจฉัย <ul><li>ประวัติการตรวจร่างกาย </li></ul><ul><li>ดื่มน้ำมาก ปัสสาวะมากและบ่อย น้ำหนักลด คลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง ( ในผู้ป่วย DKA ) การเปลี่ยนแปลงของระดับความรู้สึกตัว </li></ul><ul><li>การตรวจร่างกาย </li></ul><ul><li>ลักษณะของการขาดน้ำ ชีพจรเต้นเร็ว ความดันโลหิตต่ำ การเปลี่ยนแปลงของระดับความรู้สึกตัว </li></ul><ul><li>ในผู้ป่วย DKA ลมหายใจมีกลิ่นคล้ายผลไม้ (fruity odor) และหายใจหอบลึกที่เรียกว่า Kussmaul breathing </li></ul>
  11. 11. <ul><li>การส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ </li></ul><ul><li>:CBG, Serum+urine glucose และ ketone, Electrolyte, Arterial blood gas (ABG), Blood Urea Nitrogen (BUN), Creatinine </li></ul><ul><li>:Complete blood count (CBC), Magnesium, Calcium, Amylase, Phosphorus, Lactate, EKG, Chest X-Ray, Urinary analysis </li></ul><ul><li>:Hemoculture </li></ul>
  12. 12. <ul><li> DKA HHS </li></ul><ul><li> รุนแรงน้อย รุนแรงปานกลาง รุนแรงมาก </li></ul><ul><li>ระดับกลูโคสในพลาสมา ( มก ./ เดซิลิตร ) > 250 > 250 > 250 > 600 </li></ul><ul><li>Arterial pH 7.25-7.30 7.00-7.24 < 7.00 > 7.30 </li></ul><ul><li>ระดับไบคาร์บอเนตในซีรั่น ( mEq/ ลิตร ) 15-18 10-15 < 10 > 15 </li></ul><ul><li>Ketones ในปัสสาวะ * + + + + เล็กน้อย </li></ul><ul><li>Ketones ในซีรั่ม * + + + + เล็กน้อย </li></ul><ul><li>Effective osmolality ในซีรั่ม ( mOsm/kg ) ** ไม่แน่นอน ไม่แน่นอน ไม่แน่นอน > 320 </li></ul><ul><li>Anion gap# > 10 > 12 > 12 ไม่แน่นอน </li></ul><ul><li>ระดับความรู้สึกตัว รู้ตัวดี รู้ตัว / ซึมมาก ( Stupor ) ซึมมาก ( Stupor ) </li></ul><ul><li>ซึมเล็กน้อย / ไม่รู้สึกตัว / ไม่รู้ตัว </li></ul><ul><li> ( drowsy ) (coma) (coma) </li></ul><ul><li>ใช้วิธี Nitroprusside reaction </li></ul><ul><li>** Effective serum osmolality = 2(Na(mEq/l ) + qlucose (mg/dl)/18 </li></ul><ul><li># Anion gap= (Na+) - (Cl- + HCO3-) (mEq/l) </li></ul>
  13. 13. การวินิจฉัยแยกโรค <ul><li>Starvation ketosis, Alcoholic ketoacidosis (AKA) </li></ul><ul><li>High–anion gap metabolic acidosis เช่น lactic acidosis, การกินยา Salicylate, Methanol, </li></ul>
  14. 14. การรักษา <ul><li>“ ABC’S of Resuscitation” </li></ul><ul><li>Airway </li></ul><ul><li>Breathing </li></ul><ul><li>Circulation </li></ul><ul><li>Disability </li></ul><ul><li>Exposure </li></ul>
  15. 15. <ul><li>เกณฑ์การวินิจฉัย DKA: blood glucose >250 mg/dl, arterial pH <7.3, bicarbonate <15 mEq/l และ moderate ketonuria or ketonemia </li></ul><ul><li>* หลังซักประวัติและตรวจร่างกาย ตรวจ ABG, CBC, urinalysis, blood glucose, BUN, electrolytes, chemistry profile, creatinine, EKG, ตรวจ chest X-ray และ cultures เป็นกรณีไป </li></ul>
  16. 17. <ul><li>เกณฑ์การวินิจฉัย HHS: blood glucose >600 mg/dl, arterial pH >7.3, bicarbonate >15 mEq/l, mild ketonuria or ketonemia และ effective serum osmolality >320 mOsm/kg H2O </li></ul><ul><li>* หลังซักประวัติและตรวจร่างกาย ตรวจ ABG, CBC, urinalysis, blood glucose, BUN, electrolytes, chemistry profile, chemistry profile, creatinine, EKG ตรวจ chest X-ray และ cultures เป็นกรณี </li></ul>
  17. 19. <ul><li>การรักษาหลัก ๆ ในผู้ป่วย DKA และ HHS คือ </li></ul><ul><li>การให้สารน้ำ </li></ul><ul><li>การให้อินซูลิน </li></ul><ul><li>การให้โพแทสเซียม </li></ul><ul><li>การให้ไบคาร์บอเนต </li></ul>
  18. 20. <ul><li>การให้สารน้ำ </li></ul><ul><li>Isotonic Saline (0.9% NaCl) ด้วยอัตรา 15 – 20 ml/kg/hr หรือมากกว่า ( โดยเฉลี่ยประมาณ 1–1.5 ลิตรในผู้ป่วยผู้ใหญ่ ) </li></ul><ul><li>ไม่ควรจะให้สารน้ำจนเกิดการเปลี่ยนแปลงของค่า Serum Osmolality มากกว่า 3 mOsm/kg H2O/hr </li></ul><ul><li>ในผู้ป่วยที่มีอายุน้อยกว่า 20 ปี มีความเสี่ยงของภาวะสมองบวม (Cerebral Edema) การให้สารน้ำไม่ควรเกิน 50 ml/kg ในช่วง 4 ชั่วโมงแรก </li></ul><ul><li>Pseudohyponatremia </li></ul><ul><li>Corrected Serum Sodium </li></ul><ul><li>= [Na] + 1.6 * [Glucose mg/dl - 100 ] </li></ul><ul><li>100 </li></ul>
  19. 21. <ul><li>Randomized control trials </li></ul><ul><li>fluids alone vs insulin + fluids, in the first 4 hours ของการรักษา </li></ul><ul><li>no differences in outcome between the two groups </li></ul><ul><li>Emergency Medicine and Acute Care Essays: ADA Diabetic Crisis Treatment Guidelines. W.Richard Bukata, M.D. Volume 26, Number 3 March 2002.   </li></ul><ul><li>Kitabchi AE, Umpierrez GE, Murphy MB, Barrett EJ, Kreisberg RA, Malone JV, Wall BM: Management of Hyperglycemic crisis in patients with Diabetes. Diabetes Care. 24:131-153, 2001. </li></ul><ul><li>Kitabchi AE, Umpierrez GE, Murphy MB, Barrett EJ. Hyperglycemic crisis in patients with Diabetes Mellitus. Diabetes Care 2003 Jan; 26Supp 1: S109-17. </li></ul>
  20. 22. <ul><li>การให้ฮอร์โมนอินซูลิน </li></ul><ul><li>จะเริ่มให้ด้วย 0.15 unit/kg (Bolus dose) ตามด้วยการให้ในอัตรา 0.1 unit/kg/hr อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงประมาณ 50–75 mg/dl </li></ul><ul><li>ปัจจุบันมีแนวโน้มที่จะไม่ให้ Bolus dose และปัจจุบันไม่แนะนำให้ให้ในผู้ป่วยเด็ก </li></ul><ul><li>ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงน้อยกว่า 50 mg/dl/hr ให้ประเมินภาวะการขาดน้ำของผู้ป่วยว่าได้รับการแก้ไขที่เหมาะสมหรือไม่ ซึ่งถ้าพิจารณาว่าเพียงพอ ให้พิจารณาเพิ่มอัตราอินซูลินเป็น 2 เท่า </li></ul><ul><li>การติดตามการรักษาให้ดูจากค่า Anion Gap ซึ่งจะดีขึ้นเมื่อผู้ป่วยดีขึ้น </li></ul>
  21. 23. <ul><li>การให้โพแทสเซียม </li></ul><ul><li>โพแทสเซียมในร่างกายลดลงอย่างมาก และจากการให้การรักษาโดยให้สารน้ำรวมทั้งฮอร์โมนอินซูลินจะทำให้ระดับโพแทสเซียมในเลือดต่ำลง </li></ul>
  22. 24. <ul><li>การให้ไบคาร์บอเนต </li></ul><ul><li>ยังมีข้อถกเถียงในเรื่องการให้ไบคาร์บอเนตในผู้ป่วย DKA </li></ul><ul><li>จึงแนะนำให้ไม่ให้ไบคาร์บอเนตแก่ผู้ป่วยเมื่อค่า pH > 7.0 </li></ul><ul><li>APA และ ADA ไม่แนะนำให้ให้ไบคาร์บอเนตในผู้ป่วยเด็กและมีแนวโน้มที่จะไม่แนะนำให้ให้ในผู้ป่วยผู้ใหญ่ยกเว้นในผู้ป่วย Severe acidemia </li></ul>
  23. 25. <ul><li>ติดตาม </li></ul><ul><li>อาการของผู้ป่วย </li></ul><ul><li>Hemodynamic monitoring </li></ul><ul><li>สารน้ำที่เข้าและออกในกรณีที่สามารถบันทึกได้ </li></ul><ul><li>ติดตามระดับน้ำตาลในเลือดอย่างใกล้ชิด </li></ul><ul><li>ระดับ Electrolytes, Bun, Creatinine, Osmolality และ Venous pH ( ในผู้ป่วย DKA) และดูค่า Anion Gap เพื่อติดตามภาวะ Acidosis </li></ul><ul><li>ไม่ควรใช้ การตรวจระดับคีโตนในเลือดหรือในปัสสาวะโดยวิธี Nitroprusside </li></ul>
  24. 26. <ul><li>หายจากภาวะ DKA (Out of DKA) </li></ul><ul><li>ระดับน้ำตาล < 200 mg/dl </li></ul><ul><li>ไบคาร์บอเนต > 18 mEg/1 </li></ul><ul><li>Venous pH > 7. 3 </li></ul>
  25. 27. <ul><li>บันทึกตัวชี้วัดทางคลินิก </li></ul><ul><li>สารน้ำและเกลือแร่ </li></ul><ul><li>ค่าผลการตรวจทางห้องปฎิบัติการ , อินซูลินที่ได้รับ , และปริมาณปัสสาวะ เพื่อช่วยในการดูแลรักษาผู้ป่วย </li></ul>
  26. 28. ภาวะแทรกซ้อนระหว่างการรักษา <ul><li>ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ หรือสูงขึ้นใหม่ </li></ul><ul><li>ภาวะโพแทสเซียมในเลือดต่ำ </li></ul><ul><li>สมองบวม </li></ul><ul><li>ปอดบวมน้ำ (Pulmonary edema) </li></ul>
  27. 29. ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ [Hypoglycemia]
  28. 30. <ul><li>ไม่มี universally definition </li></ul><ul><li>โดยทั่วไป defined </li></ul><ul><li>1) อาการเข้าได้ </li></ul><ul><li>2) serum glucose level < 50 to 60 mg/dL </li></ul><ul><li>3) หายหลังจากได้กลูโคส </li></ul>
  29. 31. <ul><li>ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำอย่างรุนแรงมักจะเกิดขึ้นเมื่อระดับกลูโคสในเลือดต่ำกว่า 40–50 mg/dl ร่วมกับมีอาการทางสมองร่วมด้วย </li></ul><ul><li>ร่างกายจะมีกลไกป้องกันตนเองโดยการหยุดหลั่ง ฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin hormone) และกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมน Counterregulatory hormone ซึ่งเพิ่มการสร้างกลูโคสจากตับและลดการใช้กลูโคส </li></ul>
  30. 32. สาเหตุของภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ <ul><li>Postprandial </li></ul><ul><li>   Alimentary hyperinsulinism </li></ul><ul><li>Fructose intolerance </li></ul><ul><li>   Galactemia </li></ul><ul><li>Leucine sensitivity </li></ul><ul><li>Fasting </li></ul><ul><li>Underproduction of Glucose </li></ul><ul><li>Hormone deficiencies </li></ul><ul><li>Hypopituitarism </li></ul><ul><li>   Adrenal insufficiency </li></ul><ul><li>   Catecholamine deficiency </li></ul><ul><li>   Glucagon deficiency </li></ul><ul><li>Enzyme defects </li></ul><ul><li>Substrate deficiency </li></ul><ul><li>Malnutrition </li></ul><ul><li>Late pregnancy </li></ul><ul><li>Liver disease </li></ul><ul><li>Drugs </li></ul><ul><li>Overuse of Glucose </li></ul><ul><li>Hyperinsulinism </li></ul><ul><li>Insulinoma </li></ul><ul><li>Exogenous insulin </li></ul><ul><li>Sulfonylureas </li></ul><ul><li>Drugs </li></ul><ul><li>Shock </li></ul><ul><li>Tumors </li></ul>
  31. 33. ปัจจัยกระตุ้นให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำในผู้ป่วยเบาหวาน <ul><li>Addison's disease </li></ul><ul><li>Akee fruit </li></ul><ul><li>Anorexia nervosa </li></ul><ul><li>Antimalarials </li></ul><ul><li>Decrease in usual food intake </li></ul><ul><li>Ethanol </li></ul><ul><li>Factitious hypoglycemia </li></ul><ul><li>Hepatic impairment </li></ul><ul><li>Hyperthyroidism </li></ul><ul><li>Hypothyroidism </li></ul><ul><li>Increase in usual exercise </li></ul><ul><li>Insulin </li></ul><ul><li>Islet cell tumors </li></ul><ul><li>Malfunctioning, improperly adjusted, or incorrectly used insulin pump </li></ul><ul><li>Malnutrition </li></ul><ul><li>Old age </li></ul><ul><li>Oral hypoglycemics </li></ul><ul><li>Overaggressive treatment of diabetic ketoacidosis and hyperglycemic hyperosmolar nonketotic coma </li></ul><ul><li>Pentamidine </li></ul><ul><li>Phenylbutazone </li></ul><ul><li>Propranolol </li></ul><ul><li>Recent change of dose or type of insulin or oral hypoglycemic </li></ul><ul><li>Salicylates </li></ul><ul><li>Sepsis </li></ul><ul><li>Some antibacterial sulfonylureas </li></ul><ul><li>Worsening renal insufficiency </li></ul>
  32. 34. ยาลดระดับน้ำตาล (OHA) <ul><li>Insulin (Regular, NPH, Lente, Ultra-lente) </li></ul><ul><li>Sulfonylurea (OHA) </li></ul><ul><li>   First generation: chlorpropamide, tolbutamide, tolazamide </li></ul><ul><li>Second generation: glyburide, glipizide, glimepiride </li></ul><ul><li>Nonsulfonylurea secretagogues (repaglinide, nateglinide) </li></ul><ul><li>=> hypoglycemia </li></ul>
  33. 35. ลักษณะอาการ <ul><li>มี 2 อาการเด่น ดังนี้ </li></ul><ul><li>อาการทางระบบประสาทอัตโนมัติ (hyperepinephrinemic หรือ autonomic หรือ sympathomimetic) </li></ul><ul><li>เช่น ใจสั่น เหงื่อออก คลื่นไส้ อาการหิว </li></ul><ul><li>อาการแสดงทางระบบประสาทจากภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (Neuroglycopenic) </li></ul><ul><li>เช่น สับสน พฤติกรรมเปลี่ยน ชัก ไม่รู้สึกตัว </li></ul>
  34. 36. การวินิจฉัย <ul><li>วินิจฉัยโดยใช้ผลน้ำตาลในเลือด </li></ul><ul><li>ใช้เครื่องตรวจระดับน้ำตาลอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ได้ทราบค่าน้ำตาลในเลือดอย่างรวดเร็วเพื่อเริ่มการรักษา </li></ul><ul><li>ในกรณีที่สงสัยสาเหตุอื่น ๆ ที่ไม่ได้เกิดจากภาวะที่เกี่ยวข้องกับเบาหวาน ควรตรวจเลือดเพื่อหาระดับสารอื่น เพื่อช่วยในการวินิจฉัย เช่น ระดับ C–peptide, ฮอร์โมนอินซูลิน </li></ul>
  35. 37. การรักษา <ul><li>เมื่อสงสัยภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ให้ตรวจระดับกลูโคสในเลือด อาจพิจารณาเจาะเลือดเก็บไว้ก่อนให้การรักษา โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่ไม่แน่ใจสาเหตุของภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ </li></ul><ul><li>รักษาภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำโดย </li></ul><ul><li>ในกรณีที่ผู้ป่วยตื่นและรู้สึกตัวดีให้กินน้ำหวาน หรืออาหารที่มีน้ำตาล </li></ul><ul><li>ถ้าผู้ป่วยไม่รู้สึกตัวหรือไม่สามารถกินได้ ให้กลูโคส 25–75 g โดยใช้ D50W (1–3 ampules) ให้ทางเส้นเลือด (Intravenous) </li></ul><ul><li>ในเด็กให้กลูโคส 0.5-1 g/kg โดยใช้ D25W 2-4 ml/kg </li></ul><ul><li>ต่อด้วย D10W เพื่อรักษาระดับน้ำตาลโดยเฉพาะผู้ป่วยในกลุ่มกินยาลดระดับน้ำตาลเกิน ปรับลดระดับ D10W ตามระดับน้ำตาล </li></ul><ul><li>ในกรณีที่ไม่สามารถเปิดเส้นเลือดดำได้อาจพิจารณาให้กลูคากอน (Glucagon) </li></ul>
  36. 38. เกณฑ์ในการรับผู้ป่วยเข้า ร . พ . <ul><li>Medication etiology: non–short-acting insulins and all OHA Absolute </li></ul><ul><li>Continued/recurrent mental status change Absolute </li></ul><ul><li>Continued/recurrent hypoglycemia Absolute </li></ul><ul><li>Requirement for frequent/continuous glucose administrations Absolute </li></ul><ul><li>Etiology of event: sepsis, severe malnutrition, toxicologic Absolute </li></ul><ul><li>Psychiatric (i.e., intentional ingestion) etiology Absolute </li></ul><ul><li>Lack of 1) responsible adult supervision, Absolute </li></ul><ul><li>2) motivated patient or caretaker, and 3) identified physician care as outpatient </li></ul><ul><li>Patient age: neonate/infant and very elderly Relative </li></ul><ul><li>Lack of &quot;reactive&quot; hyperglycemia despite adequate glucose replacement therapy Relative </li></ul><ul><li>Significant comorbidities (renal, hepatic failure) Relative </li></ul><ul><li>History of hypoglycemia Relative </li></ul>
  37. 39. <ul><li>ในกรณีเกิดจากภาวะการได้ยาลดน้ำตาลในเลือดเกินขนาดนั้น น้ำตาลในเลือดอาจต่ำได้นานและผู้ป่วยอาจมีอาการรุนแรง ดังนั้นผู้ป่วยในกลุ่มนี้ควรได้รับการเฝ้าดูเป็นระยะเวลาประมาณ 24 ชั่วโมงหรือนานกว่าถ้ามีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำเกิดซ้ำอีก </li></ul><ul><li>ควรหาสาเหตุที่เป็นปัจจัยให้เกิดภาวะน้ำตาลต่ำด้วย </li></ul><ul><li>สำหรับผู้ป่วยที่ไม่เป็นเบาหวานให้การรักษาเหมือนกันแต่ควรจะหาสาเหตุว่าภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำเกิดจากสาเหตุใด </li></ul>
  38. 40. Case <ul><li>Seizure </li></ul><ul><li>Syncope </li></ul><ul><li>Behcet’s dis with alteration of consciousness </li></ul><ul><li>Ht with drowsy </li></ul><ul><li>Syncope every morning </li></ul>
  39. 41. ขอบคุณค่ะ คำถาม ?
  1. A particular slide catching your eye?

    Clipping is a handy way to collect important slides you want to go back to later.

×