• Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Be the first to comment
No Downloads

Views

Total Views
11,593
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1

Actions

Shares
Downloads
260
Comments
0
Likes
2

Embeds 0

No embeds

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
    No notes for slide

Transcript

  • 1. -สมาคมหัวใจอเมริกัน(AHA) และ ภาคีช่วยชีวิตนานาชาติ (ILCOR)- คณะอนุกรรมการมาตรฐานการช่วยชีวิต สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย(TRC)
  • 2. การจัดระดับชั้นของหลักฐาน (LOE)1. RCT หรือ Meta analysis2. Pseudo-randomized trial3. Retrospective controlled study4. Case series5. Indirect population study (คนละกลุ่มประชากร, สัตว์, ห้องทดลอง)
  • 3. -ผลลัพท์ของ Hands only CPRโดยประชาชน = CPR ปกติ - 4 Pseudo-randomized trials ซีแอตเติล,ญี่ปุ่น, สวีเดน, สิงคโปร์ - 2 RCT ซีแอตเติล-อังกฤษ, นอร์เวย์-ยังไม่ทราบว่า Hands only CPRนานเท่าไรจึงจะด้อยกว่า CPRปกติ (15-30 นาที?)-By stander CPR = 20% - 30%-Hands only CPR campaign
  • 4. Dispatcher CPRพนักงานรับโทรศัพท์ศูนย์รถพยาบาลทุกคน ควรได้รบการฝึกบอกบทให้คน ักดหน้าอกอย่างเดียวทางโทรศัพท์ ยกเว้นกรณีจมน้้าหรือบาดเจ็บที่อาจบอกให้ช่วยหายใจด้วยถ้าเป็นไปได้(class I)
  • 5. - อัตรารอดชีวตแตกต่างกัน 10 เท่า (5- ิ50%) ในชุมชนที่แตกต่างกัน- RCT พบว่า Dispatcher CPR ท้าให้รอดชีวิตมากขึ้น- อย่าถามว่ายังหายใจอยู่ไหม แต่ถามว่าเรียกรู้ตัวหรือเปล่า
  • 6. คอนเซ็พท์ “ให้ทุกคนมาร่วมช่วยชีวิตตามขีดความสามารถที่เขามี
  • 7. CAB แทน ABC- การกดหน้าอกด่วนกว่าการช่วยหายใจในผป. VF- การกดหน้าอกสาคัญกว่าการช่วยหายใจ-ABC ทาให้เสียเวลาเริ่มกดหน้าอก
  • 8. Therapeutic Hypothermia (TH)ผู้ป่วยที่หมดสตินอกรพ.ที่เป็น VF (class I) หรือในรพ.ที่ไม่ใช่ VF (class IIb) ที่กลับมามีชีพจรหลังCPR แต่ยังโคม่า (ท้าตามค้าสังไม่ได้) ให้ท้า TH ่โดย- เริ่มลดอุณหภูมิลงทันทีภายในไม่กี่นาทีหลังกลับมีชีพจร- ลดอุณหภูมลงไปถึง 32-34 องศาซี. ิ- ลดอุณหภูมิอยู่นาน 12-24 ชั่วโมง- cardiogenic shock หรือ ฉีดยาละลายลิ่มเลือดหรือทา PCI ก็ได้
  • 9. Ice bagsIced saline500 ml – 30 ml/kgEsophageal probe
  • 10. Post Cardiac Arrest Carecomprehensive, structured, integrated multidisciplinary(1) ฟื้นฟูการทางานของระบบหายใจและไหลเวียนเลือด(2) วินิจฉัยและรักษากลุ่มอาการฉุกเฉินของหลอดเลือดหัวใจหรือ ACS(3) ลดอุณหภูมิร่างกาย (therapeutic hypothermia) เพื่อการฟื้นตัวของระบบประสาทและสมอง(4) ป้องกันและรักษา multiorgan dysfunction(5) จัดระบบส่งต่อไปยังที่ที่ให้การดูแลเหมาะสมได้
  • 11. CPR Quality1. กดแรง ลึกไม่ต่้ากว่า 2 นิ้ว2. ปล่อยหน้าอกเด้งกลับให้สุด3. กดเร็วไม่น้อยกว่า 100/min4. กดให้ต่อเนื่องไม่ขาดตอน5. เปลี่ยนคนกดทุก 2 นาที6. อย่า hyperventilate7. Capnography (ปรับถ้าได้ PETco2 < 10 mmHg)8. Intraarterial pressure (ปรับถ้าได้ diastolic <20 mmHg)
  • 12. Concept ของแผนปฏิบัติการช่วยชีวิตขั้นสูงแบบใหม่1. การทา CPR เร็วทาให้รอดชีวิตมากขึ้น2. การช็อกไฟฟ้าได้เร็วทาให้รอดชีวิตมากขึ้น3. การใช้ Hypothermia ทาให้ฟื้นจากโคม่ามากขึ้น4. การใช้ยาไม่ได้ทาให้รอดชีวิตมากขึ้น5. การใช้อุปกรณ์ช่วยเปิดทางเดินลมหายใจขั้นสูง ไม่ได้ทาให้รอดชีวิตมากขึ้น
  • 13. ถ้ามีผู้ชวยชีวิตหลายคน ให้ทางาน ่หลายงานไปพร้อมกัน(1) โทรศัพท์เรียกรถพยาบาล(2) ลงมือกดหน้าอกและกดให้ต่อเนื่อง(3) ติดและเปิดใช้เครื่องช็อกอัตโนมัติ(4) เมื่อเครื่องช็อกพร้อมให้ช็อกไฟฟ้าทันที ไม่ต้องรอกดหน้าอกให้ครบสองนาที แม้ว่าจะหมดสติมาแล้วนานเกิน 5 นาทีทั้งนี้เนื่องจากงานวิจัยใหม่สองรายการ ให้ผลสรุปที่ขัดแย้งกับงานวิจัยดั้งเดิมหลักฐานจึงไม่พอสนับสนุนการกดหน้าอกให้ครบ 2 นาทีก่อนแล้วค่อยช็อก
  • 14. ยกเลิกCricoid Pressure(class III)RCT ในคน 7 รายการพบว่า- ไม่ช่วยป้องกันการส้าลักอาหารเข้าปอด- ท้าให้การใส่ท่อช่วยหายใจท้าได้ชาลง ้- ท้ายาก และท้ากันแบบท้าบ้างไม่ทาบ้าง ้
  • 15. ควรใช้เครื่องวัด CO2 แบบต่อเนื่อง (capnography)ยืนยันตาแหน่งท่อและมอนิเตอร์ท่อ ET tubeการใส่ท่อช่วยหายใจมีอัตราใส่ผิดที่และหลุดเลื่อน 6-25%ความเสี่ยงหลุดเลื่อนสูงมากถ้าผู้ป่วยขยับตัวได้waveform capnography มีความไวและความจ้าเพาะ 100%
  • 16. ยกเลิกการใช้ atropine เป็นรูทีนในการรักษาผู้ป่วย pulseless electrical activity(PEA) / asystole. งานวิจัยเปรียบเทียบพบว่าการใช้กับไม่ใช้ atropine ในการ รักษาดี PEA/asystole ได้ผลไม่ต่างกัน
  • 17. สนับสนุนให้ใช้มอนิเตอร์ทางสรีรวิทยา- คาร์บอนได้ออกไซด์ในลมหายใจออก (PETCO2)- ความดันในหลอดเลือดโคโรนารี่ (CPP)- ออกซิเจนแซทในเลือดดา (ScvO2 )ประโยชน์•ให้ข้อมูลซึ่งสัมพันธ์กับ cardiac output•กาหนดค่า threshold value ได้ว่าหากค่าต่ากว่านั้นแล้วโอกาสกลับมีชีพจรน้อย•ทาให้รู้ว่าเกิด ROSC แล้วโดยไม่ต้องหยุดคลาชีพจร
  • 18. ในการรักษาภาวะหัวใจเต้นช้าแบบเร่งด่วน ให้ เลือกใช้ยา Chronotropic drug IV drip ได้เทียบเท่ากับการ เลือกใช้ pacing - การสุ่มศึกษาเปรียบเทียบการรักษา symptomatic bradycardia ด้วยการใช้ยาหลายตัว (เช่น dopamine)กับการใช้ pacing พบว่าได้ผลใกล้เคียงกัน - การใช้ pacing ในผู้ป่วยที่ยังมีสติอยู่ท้าให้เจ็บมาก
  • 19. ใช้ adenosine เป็นยาตัวแรกในการรักษา stableundifferentiated regular monomorphic wide-complex tachycardia. เนื่องจากหลักฐานวิจัยใหม่บ่งชี้ว่ายา adenosine เป็นยาที่ปลอดภัย ได้ผล ในการใช้วินิจฉัยและรักษาregular monomorphic wide-complex bradycardia
  • 20. ผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้นนอกรพ.จาก VFเมื่อฟื้นแล้วควรตรวจสวนหัวใจฉุกเฉินทันทีแม้จะมีเกณฑ์วินิจฉัยกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันแบบ STEMI ไม่ครบถ้วน หากพบว่ามีลิ่มเลือดอุดกั้นหลอดเลือดก็ท้าการเปิดหลอดเลือดทันทีโดยไม่ต้องรอให้เกิดความผิดปกติของEKG เพราะหลังหัวใจหยุดเต้น EKG มักใช้ชวยวินิจฉัย ่ไม่ได้ และภาวะโคม่าไม่ได้เป็นข้อห้ามของการตรวจสวนหัวใจและเปิดหลอดเลือดในกรณีนี้
  • 21. ขยายเวลาใช้ IV rtPA รักษาผู้ป่วยอัมพาตเฉียบพลันที่เข้าเกณฑ์คัดกรองของ NINDSหรือ ECASS-3 ออกไปได้ถึง 4.5 ชั่วโมงนับจากเริ่มมีอาการ ถ้าทาโดยแพทย์และมีระเบียบปฏิบัติที่ชัดเจน (class I) ทั้งนีเ้ พราะงานวิจัยขนาดใหญ่ (ECASS-3) สรุปได้ว่าผู้ป่วยที่เริ่มการรักษาด้วย rtPA ตั้งแต่ 3 - 4.5 ชม.หลังมีอาการมีผลทางคลินิกที่ดีกว่าไม่รักษา
  • 22. - ห้องฉุกเฉินของทุกรพ.ควรมีระเบียบปฏิบัติที่เขียนไว้ชัดเจนและสื่อให้ผู้เกี่ยวข้องทราบว่าจะจัดการผู้ป่วยอัมพาตเฉียบพลันอย่างไร - ควรส่งผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นอัมพาตเฉียบพลันตรงไปยังรพ.ที่มีหน่วยรักษาอัมพาต (stroke unit) ที่มีทีมผูชานาญสหสาขา ้ร่วมกันดูแลผู้ป่วยอัมพาต- ควรรีบรับผู้ป่วยอัมพาตเฉียบพลันเข้าไว้ในstroke unit ภายใน 3 ชม. นับจากเริ่มมาที่ห้องฉุกเฉิน เพราะมีหลักฐานว่าการดูแลโดย strokeunit แต่ระยะแรก ให้ผลดีกว่า
  • 23. ควรใช้ room air ช่วยชีวิตทารก termbaby แรกเกิดเสมอ และใช้ pulseoximetry ประเมินก่อนหากจะให้ออกซิเจนเสริมในเด็กทารกถ้าเมื่อแรกเกิดตรวจได้ O2sat ตั้งต้นต่ากว่า 60 mmHg แล้วค่อยๆเพิ่มเป็นมากกว่า 90 mmHg ในเวลาอย่างน้อย10 นาที ถือว่าปกติ ไม่จาเป็นต้องให้ออกซิเจน
  • 24. ควรหยุดช่วยชีวิตเด็กทารกแรกเกิดที่หัวใจหยุดเต้นนานเกิน 10นาทีทั้งๆที่ได้ทาการช่วยชีวิตเต็มที่แล้ว
  • 25. ควรเน้น briefing ก่อนการสอน และ debriefing หลังการสอนความรู้และทักษะการช่วยชีวิต Briefing Demo Do Debriefing
  • 26. สนับสนุนการพัฒนางานช่วยชีวิตด้วยการบันทึก เปรียบเทียบ แล้วปรับปรุง
  • 27. เมื่อไรจะลงมือช่วยชีวิต ไม่รู้ว่านี่คือภาวะหัวใจหยุดเต้น หลงเชื่อการคลาชีพจรซึ่งเชื่อถือไม่ได้การเริ่มต้น CPR คนอยู่ใกล้ มีอัตราเข้ามาช่วยต่ากว่า 50% คนบอกบททางโทรศัพท์บอกผิดอัตราเร็วของการกดหน้าอก กดหน้าอกด้วยอัตราที่ช้าเกินไปความลึกของการกดหน้าอก กดหน้าอกไม่ลึกพอการปล่อยให้หน้าอกเด้งกลับ เอามือกดพักบนหน้าอกทาให้หน้าอกไม่เด้ง กลับ
  • 28. การเสียความต่อเนื่องใน มัวไปคลาชีพจรโดยไม่ได้ประโยชน์การกด มัวไปช่วยหายใจมากเกินความจาเป็น หยุดกดเพื่อก่อนและหลังช็อกไฟฟ้านานเกินความ จาเป็น หยุดกดเพื่อใส่ท่อช่วยหายใจนานเกินไป หยุดกดเพื่อแทง IV lineการช่วยหายใจ เป่าลมไม่เข้าปอด ช่วยหายใจมากเกินไป โดยเฉพาะเมื่อใส่ ET tube แล้ว
  • 29. การช็อกไฟฟ้า กว่าจะได้เครื่องช็อกไฟฟ้ามาก็นานเกินไป วิธีการช็อกไม่รวบรัดทาให้ต้องหยุดกด หน้าอกนานทีมเวอร์ค ไม่มีการเปลี่ยนตัวผู้กดหน้าอกทาให้เกิด ความล้าและกดไม่ได้ผล การสื่อสารในทีมล้มเหลว นาไปสู่การหยุด กดหน้าอกโดยไม่จาเป็น
  • 30. ดี.วี.ดี. (BLS-HCP + Hands only CPR) + ชีทคู่มือ 1 ชุด = 100 บาท