Your SlideShare is downloading. ×
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×
Saving this for later? Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime – even offline.
Text the download link to your phone
Standard text messaging rates apply

หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน พ.ศ.2551

5,730

Published on

หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน เพื่อวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน ฉบับปรับปรุง ใหม่ พ.ศ.2551

หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน เพื่อวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน ฉบับปรับปรุง ใหม่ พ.ศ.2551

Published in: Education
0 Comments
2 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total Views
5,730
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2
Actions
Shares
0
Downloads
197
Comments
0
Likes
2
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. เกณฑหลักสูตรการฝกอบรมแพทยประจําบาน เพื่อวุฒิบัตร แสดงความรูความชํานาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน ราชวิทยาลัยอายุรแพทยแหงประเทศไทย ฉบับปรับปรุงใหม พ.ศ 2551
  • 2. 124 เกณฑหลักสูตรและมาตรฐานการฝกอบรมฯ สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน เกณฑหลักสูตรการฝกอบรมแพทยประจําบานเพื่อวุฒิบัตรฯ สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน พ.ศ. 2551 1 เกณฑหลักสูตรการฝกอบรม 1.1 ชื่อหลักสูตร (ก) สาขาประเภทที่ 1 (ภาษาไทย) หลักสูตรการฝกอบรมแพทยประจําบานเพื่อวุฒบัตรแสดงความรูความชํานาญ ใน ิ การประกอบ วิชาชีพเวชกรรม สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน (ภาษาอังกฤษ) Residency Training in Emergency Medicine 1.2 ชื่อวุฒิบัตร ชื่อเต็ม (ภาษาไทย) วุฒิบัตรเพื่อแสดงความรูความชํานาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน (ภาษาอังกฤษ) Diploma of the Thai Board of Emergency Medicine ชื่อยอ (ภาษาไทย) ว.ว. สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน (ภาษาอังกฤษ) Diploma, Thai Board of Emergency Medicine 1.3 หนวยงานที่รับผิดชอบ ราชวิทยาลัยอายุรแพทยแหงประเทศไทย สมาคมเวชศาสตรฉุกเฉิน 1.4 หลักการและเหตุผล “เวชศาสตรฉุกเฉิน (emergency medicine)” เปนวิชาแพทยเฉพาะทางสาขาหนึ่ง ซึ่งครอบคลุม การศึกษา คนควา วิจัย และใหบริการเกี่ยวกับการประเมิน การจัดการ การบําบัดรักษา และการปองกันการ เจ็บปวยกะทันหันซึ่งเปนภยันตรายตอการดํารงชีวิตหรือการทํางานของอวัยวะสําคัญ จําเปนตองไดรับการ บําบัดรักษาอยางทันทวงที วิชาเวชศาสตรฉกเฉินจึงเปนการบูรณาการองคความรูเวชวิทยาการสาขาตางๆ ุ ประกอบกับ วิทยาการบริหารจัดการ เปนองคความรูที่เปนเอกลักษณ และยังเปนวิชาที่มีความกาวหนาทางวิทยาการอยาง รวดเร็ว ซึ่งลวนทาทายความรูความสามารถของแพทยฉุกเฉินในการใหการวินิจฉัย การดูแลรักษา การพยากรณ
  • 3. 125 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 พ.ศ.2550 โรค และการติดตามความรูความกาวหนาใหทัน รวมทั้งเปนเครือขายนิรภัยทางสุขภาพที่สําคัญยิ่งของสังคม และมีความจําเปนอยางยิ่งสําหรับประชาชนทุกคนที่เจ็บปวยอยางกะทันหันและจําเปนตองไดรับการ บําบัดรักษาทางการแพทย “แพทยฉุกเฉิน” เปนแพทยเฉพาะทางซึ่งมีภารกิจหลักในการประเมิน และการบําบัดรักษาอยาง รวดเร็วใหแกบุคคลที่ประสบภาวะฉุกเฉินทางการแพทย ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเฉพาะทางเวชกรรม ฉุกเฉินในสถานการณตางๆ ทั้งในและนอกโรงพยาบาล มีบทบาทเปนทั้งผูตรวจวินิจฉัยและบําบัดรักษาผูปวย โดยตรงและผูประสานการบริบาลผูปวย และนอกจากภาระหนาที่ในการประเมินและการบําบัดการเจ็บปวย  อันมีโอกาสนําไปสูการเสียชีวิต ความพิการ หรือความทุกขทรมานหากไมไดรับการรักษาอยางทันทวงทีแลว แพทยฉกเฉินยังสามารถดูแลผูปวยที่เขาใจวาตนเองจําเปนตองไดรับการบําบัดอยางเรงดวน รวมทั้งบุคคลผู ุ ไมสามารถเขาถึงระบบการดูแลรักษาพยาบาลตามปกติได. ดวยเหตุนี้ แพทยฉุกเฉินจึงตองสามารถบูรณาการ และเขาใจการดูแลรักษาทางการแพทยสาขาตางๆ ที่เกี่ยวของอยางลึกซึง รวมทั้งอยูในตําแหนงที่เปน ้  เอกลักษณ ซึ่งมีบทบาทหลักในการวางแผน การพัฒนา การดําเนินการ และการประเมินผล ของระบบบริการ สุขภาพที่ทรงสมรรถภาพและมีประสิทธิผล นอกจากบทบาทในการดูแลรักษาผูปวยฉุกเฉินแลว แพทยฉุกเฉินยังมีบทบาทที่สําคัญตอระบบ บริการสุขภาพอีกประการหนึ่ง คือเปนประตูที่ประชาชนเขาสูระบบบริการสุขภาพอื่นๆ ทําหนาที่เปนผูรักษา ประตูของระบบบริการ การสรางเสริมงานเวชศาสตรฉุกเฉินใหเขมแข็งจะชวยลดคาใชจายในการรับผูปวย ฉุกเฉินไวเปนผูปวยใน (อยูรับการรักษาในโรงพยาบาล) โดยไมจําเปนลงไดอีกมาก ดังนั้น ระบบเวชบริการฉุกเฉินจึงเปนเครือขายนิรภัยทางสุขภาพที่สําคัญยิ่งของสังคม และแพทย ฉุกเฉินมีความจําเปนสําหรับบุคคลทุกคนที่เจ็บปวยฉุกเฉิน และจําเปนตองไดรับการบําบัดรักษาทางการแพทย โดยเฉพาะการเจ็บปวยที่อาจนําไปสูการเสียชีวิต ความพิการ หรือความทุกขทรมานหากไมไดรับการรักษา อยางทันทวงที แพทยฉุกเฉินจึงตองมีความรูความชํานาญ เจตคติ คุณธรรม จริยธรรม และคุณสมบัตอื่นๆ  ิ หลายดาน ตลอดจนตองเปนผูที่รูขอจํากัดของตนเอง และมีความสามารถในการเรียนรูอยางตอเนื่อง หลักสูตร  ฉบับนี้จึงไดจัดทําขึ้นเพื่อใหการฝกอบรมแพทยประจําบาน เวชศาสตรฉุกเฉินบรรลุวัตถุประสงคดังที่วาง ไวได 1.5 กําหนดการเปดฝกอบรม เริ่มการฝกอบรมในวันที่ 1 มิถุนายน ปการศึกษา 2551 1.6 อาจารย เพื่อใหสามารถติดตามความกาวหนาของผูเขารับการฝกอบรมได สถาบันฝกอบรมตองมีอาจารย แพทย ซึ่งไดรับหนังสืออนุมติหรือวุฒบัตรฯ สาขาเวชศาสตรฉุกเฉินจากแพทยสภา เปนผูใหการฝกอบรมที่ ั ิ
  • 4. 126 เกณฑหลักสูตรและมาตรฐานการฝกอบรมฯ สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน รับผิดชอบภาระงานของแผนกฉุกเฉินเต็มเวลา จํานวนอยางนอย 3 คน และอาจารยผรับผิดชอบการฝกอบรม ู ของสถาบันฝกอบรมตองปฏิบัติงานดานเวชศาสตรฉุกเฉินมาแลว ไมนอยกวา 3 ป ในกรณีมีจํานวนอาจารยแพทยผูฝกอบรมเต็มเวลาไมพอ อาจจัดใหมีอาจารยแพทยแบบบางเวลา รวมดวยได แตตองมีอาจารยผูใหการฝกอบรมแบบเต็มเวลาไมนอยกวารอยละ 50 ของจํานวนอาจารยผูให การฝกอบรม (นั่นคือจํานวนอาจารยผใหการฝกอบรมแบบไมเต็มเวลา ตองไมมากกวาจํานวนอาจารยผให ู ู การฝกอบรมแบบเต็มเวลาที่มีอยู) ในกรณีที่หลักสูตรการฝกอบรมเปนแบบที่มีสถาบันรวมฝกอบรม หรือมีสถาบันฝกอบรมสมทบ ให อนุโลมใชหลักเกณฑที่กําหนดดังกลาวสําหรับการกําหนดจํานวนอาจารยในแตละสถาบันฝกอบรม โดยทอน เปนสัดสวนตามเวลาที่สถาบันฝกอบรมนั้นๆ มีสวนรวมในการฝกอบรม  ทั้งนี้ ยกเวนเฉพาะในหวงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ฉบับที่ 10 (ภายใน พ.ศ.2554) อนุโลมใหสถาบันฝกอบรมซึงตั้งอยูในเขตกรุงเทพมหานคร และฉบับที่ 11 (ภายใน พ.ศ.2559) อนุโลมให ่ สถาบันฝกอบรมซึ่งตั้งอยูนอกเขตกรุงเทพมหานคร มีแพทยผไดรับวุฒิบัตร/หนังสืออนุมติ แสดงความรู ู ั ความชํานาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมสาขาอื่น ไดแก อายุรศาสตร, ศัลยศาสตร, กุมารเวชศาสตร, สูติ ศาสตร-นรีเวชวิทยา, วิสัญญีวทยา, ศัลยศาสตรออรโธปดกส, จักษุวิทยา, โสตศอนาสิกวิทยา, เวชศาสตร ิ ิ ฟนฟู, จิตเวชศาสตร, เวชปฏิบัติทั่วไป และ/หรือเวชศาสตรครอบครัว ปฏิบัตงานดูแลรักษาผูปวยฉุกเฉินที่ ิ แผนกฉุกเฉินทดแทนอาจารยแพทยซึ่งไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรฯ สาขาเวชศาสตรฉุกเฉินได ผูฝกอบรมแบบเต็มเวลา หมายถึง ขาราชการ, หนักงานมหาวิทยาลัย, ลูกจางประจํารวมทั้งอาจารย เกษียณอายุราชการปฏิบัติงานในโรงพยาบาล, คณะแพทยศาสตรหรือหนวยงานที่ปฏิบัติงานเต็มเวลา และ ไดรับเงินเดือนในอัตราเต็มเวลา ผูฝกอบรมแบบไมเต็มเวลา แบงเปน 2 ประเภท ก. พนักงานมหาวิทยาลัยหรือลูกจางประเภทบางเวลาอยางนอยครึ่งเวลา และไดรับเงินเดือน ตามสัดสวนงาน ใหนับเวลาปฏิบัติงานตามสัญญาจาง ข. ผูที่ปฏิบติงานอยูที่สถาบันอื่น แผนกอื่น หรืออาจารยเกษียณอายุมาชวยสอนบางเวลา โดย ั ไมไดมีสัญญาจางจากหนวยงาน หรือปฏิบัติงานนอยกวาครึ่งเวลา ใหคิดเวลาปฏิบัติงานเฉพาะที่มา ปฏิบัติงานสําหรับการเรียนการสอนแพทยประจําบานสาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน รวมทั้งไมนับเวลาที่มาสอน นักศึกษา/นิสิตแพทยและแพทยประจําบานอายุรศาสตร ผูฝกอบรมวุฒบัตรฯในระดับเดียวกันใชศักยภาพได 35 ชั่วโมง ตอสัปดาหใน 1 สาขาวิชา แต ิ ถาฝกอบรมมากกวา 2 สาขาวิชา ตองแบงศักยภาพเปน 2 สาขาวิชา โดยคิดสาขาวิชาหลักไมนอยกวาครึ่งหนึ่ง
  • 5. 127 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 พ.ศ.2550 1.7 จํานวนผูเขารับการฝกอบรม (ศักยภาพการฝกอบรม) กําหนดให สถาบันฝกอบรมจะรับผูเขารับการฝกอบรมไดในสัดสวน ปละ ชั้นละ 1 คน ตอจํานวน อาจารยผใหการฝกอบรมแบบเต็มเวลา 2 คน สําหรับตําแหนงแรก และปละ ชั้นละ 1 คนสําหรับ ู ตําแหนงตอจากนั้น หากสถาบันฝกอบรมจําเปนจะตองจัดใหมีอาจารยผูใหการฝกอบรมปฏิบัตงานแบบ ิ บางเวลาดวย ใหใชหลักเกณฑที่กําหนดในขอ 6 ในการคํานวณ รวมทั้งตองมีปริมาณงานบริการของ สาขาที่ใหการฝกอบรมตามที่ระบุไวในเกณฑเฉพาะสําหรับสถาบันฝกอบรม โดยคํานวณศักยภาพใน การฝกอบรมไดดังตารางที่ 1.7.1 ตารางที่ 1.7.1 การคํานวณศักยภาพในการฝกอบรมแพทยประจําบานสาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน จํานวนผูเขารับการฝกอบรมปละชั้นละ 2 3 4 5 6 7 จํานวนแพทยผใหการฝกอบรม (คน) ู 3 4 5 6 7 8 ผูปวยเขาฉุกเฉิน (ราย/ป) 18,000 21,000 24,000 27,000 30,000 33,000 - ผูปวยเด็กและเยาวชน (ราย/ป) 1,800 2,100 2,400 2,700 3,000 3,300 - ผูปวยวิกฤติ (ราย/ป) 540 640 740 840 940 1,040 จํานวนผูเขารับการฝกอบรมปละชั้นละ 8 9 10 11 12 เพิ่ม 1 จํานวนแพทยผใหการฝกอบรม (คน) ู 9 10 11 12 13 เพิ่ม 1 เพิ่ม ผูปวยเขาฉุกเฉิน (ราย/ป) 36,000 39,000 42,000 45,000 48,000 3,000 - ผูปวยเด็กและเยาวชน (ราย/ป) 3,600 3,900 4,200 4,500 4,800 เพิ่ม 300 - ผูปวยวิกฤติ (ราย/ป) 1,140 1,240 1,340 1,440 1,540 เพิ่ม 100 หากสถาบันฝกอบรมใดมีสถานภาพเปนสถาบันรวมฝกอบรม หรือสถาบันฝกอบรมสมทบใหกับ หลายหลักสูตรในสาขาเดียวกัน จํานวนผูเ ขารับการฝกอบรมที่จะปฏิบัติงานในสถาบันฝกอบรมแหงนั้น ในเวลาหนึ่งๆ ตองไมเกินศักยภาพของสถาบันฝกอบรมนั้น 1.8 คุณสมบัติของผูเขารับการฝกอบรม ผูเขารับการฝกอบรมตองมีคุณสมบัติสอดคลองกับขอบังคับแพทยสภาวาดวย หลักเกณฑการออก หนังสืออนุมัติและวุฒิบัตรเพื่อแสดงความรูความชํานาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมสาขาตางๆ
  • 6. 128 เกณฑหลักสูตรและมาตรฐานการฝกอบรมฯ สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน พ.ศ.2546 คือไดรับปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิตและไดรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม และมี คุณสมบัติอยางใดอยางหนึ่ง ดังตอไปนี้ 1.8.1 แพทยที่ไดรับปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต และไดรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม เขารับการฝกอบรมในชั้นปที่ 1 ได โดยจะเปนผูที่ปฏิบัติงานชดใชทุนแลวหรือไมก็ได (ประเภทที่ 1) 1.8.2 แพทยที่ไดรับวุฒิบัตร/หนังสืออนุมัติแสดงความรูความชํานาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาหรืออนุสาขาทางดานอายุรศาสตร, ศัลยศาสตร, กุมารเวชศาสตร, สูติศาสตร-นรีเวชวิทยา, วิสัญญีวิทยา, ศัลยศาสตรออรโธปดิก, จักษุวิทยา, โสตนาสิกและลาริงซวิทยา, เวชศาสตรฟนฟู, จิตเวชศาสตร, เวชปฏิบัติทั่วไป และ/หรือเวชศาสตรครอบครัว หรืออนุสาขาของสาขาดังกลาว หรือเปนแพทยประจําบานปสุดทายของสาขาดังกลาวสามารถเขารับการฝกอบรมในชั้นปที่2 ได 1.9 จํานวนปการฝกอบรม 1.9.1 แพทยที่ยังไมเคยไดรับวุฒิบัตร/หนังสืออนุมัติแสดงความรูความชํานาญในการประกอบวิชาชีพ เวชกรรม สาขาใดสาขาหนึ่งมากอน มีระยะเวลาการฝกอบรมตามหลักสูตร 3 ป. 1.9.2 แพทยที่ไดรับวุฒิบัตร/หนังสืออนุมัติแสดงความรูความชํานาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาหรืออนุสาขาทางดานอายุรศาสตร, ศัลยศาสตร,กุมารเวชศาสตร, สูตศาสตรและนรีเวช ิ วิทยา, วิสัญญีวิทยา, ศัลยศาสตรออรโธปดิกส, จักษุวิทยา, โสตศอนาสิกวิทยา, เวชศาสตรฟนฟู, จิต เวชศาสตร, เวชปฏิบัติทั่วไป และ/หรือเวชศาสตรครอบครัว มากอนแลว มีระยะเวลาการ ฝกอบรมตามหลักสูตร 2 ป 1.10 วัตถุประสงค 1.10.1 วัตถุประสงคทั่วไป เมื่อสิ้นสุดการฝกอบรม ตามเกณฑหลักสูตรฝกอบรมแพทยประจําบานเพื่อวุฒิบัตรแสดง ความรูความชํานาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาเวชศาสตรฉุกเฉินแลว ผูเขารับการฝกอบรมตอง มีสามัตถิยภาพหลัก (core competencies) ที่ครอบคลุมเวชปฏิบัติทั้ง 6 ดาน ดังตอไปนี้ ก. การบริบาลผูปวย (holistic patient care) ข. ความรูและทักษะเวชกรรม (medical knowledge and skill) ค. ทักษะระหวางบุคคลและการสื่อสาร (interpersonal skills and communication) ง. ความเปนนักวิชาชีพ (professionalism) จ. การเรียนรูและการพัฒนาบนฐานแหงเวชปฏิบัติ (practice-based learning and improvement) ฉ. การปฏิบัติบนฐานแหงระบบ (systems-based practice)
  • 7. 129 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 พ.ศ.2550 1.10.2 วัตถุประสงคเฉพาะ เมื่อสิ้นสุดการฝกอบรม ตามเกณฑหลักสูตรฝกอบรมแพทยประจําบานเพื่อวุฒิบัตรแสดงความรู ความชํานาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาเวชศาสตรฉุกเฉินแลว ผูเขารับการฝกอบรมตอง สามารถปฏิบัติงานเวชกรรมฉุกเฉินไดดวยตนเองอยางมีประสิทธิผลในโรงพยาบาล สถาบันการศึกษา  หรือสถาบันอื่น โดยมีสามัตถิยภาพและคุณสมบัติ อยางนอยดังตอไปนี้ ก. มีความรูและทักษะเวชกรรมในการตรวจวินิจฉัย, การกูชีพ, การสรางเสถียรภาพ, การ ประเมินสภาพ และการบําบัดรักษาผูปวยทุกประเภทที่รับบริการการแพทยฉุกเฉิน ดังรายละเอียดตามเนือหาหลักสูตร การฝกอบรมแพทยประจําบาน เพื่อวุฒบัตร/หนังสืออนุมัติ ้ ิ แสดงความรูความชํานาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน ข. ประยุกตแนววิธีการคิดอยางเปนระบบและรอบคอบ ในการกําหนดระดับความเรงดวนใน การประเมินและการบําบัดรักษาผูปวยฉุกเฉิน ค. บริหารการสงผูปวยไปรับการตรวจติดตามการรักษาพยาบาล หรือสงตอเพื่อรับการบําบัด รักษาเฉพาะทางไดอยางเหมาะสม ง. บริหารจัดการบริบาลผูปวยฉุกเฉิน ทั้งในชุมชน นอกโรงพยาบาล และที่แผนกฉุกเฉินใน โรงพยาบาลไดเปนอยางดี จ. บริหารจัดการระบบเวชบริการฉุกเฉิน ทั้งในชุมชน นอกโรงพยาบาล และแผนกฉุกเฉินใน โรงพยาบาลได ทั้งในภาวะปกติและในภาวะภัยพิบัติ ฉ. ใหความรูแกผูปวยและสาธารณชน เพื่อนําไปสูการปองกันการเจ็บปวยฉุกเฉินไดอยาง เหมาะสม ช. สอนและดําเนินการฝกอบรมแพทยและบุคลากรสุขภาพทุกระดับ ตลอดจนประชาชนทั่วไปให มีความรู ทักษะ และเจตคติในการคัดแยกและบริบาลผูปวยฉุกเฉินไดอยางถูกตอง ซ. มีความรูความเขาใจเกี่ยวกับเวชวิทยาการระบาด รวมทั้งประเมินระเบียบวิธีการวิจัยและ นําไปประยุกตใชในเวชปฏิบัติไดอยางเหมาะสม ตลอดจนทําการวิจัยทางเวชกรรมได ฌ. เขาใจและประยุกตหลักการและการปฏิบัติในกระบวนการพัฒนาคุณภาพอยางตอเนือง ่ ญ. จัดการและใชเวชทรัพยากรไดอยางมีประสิทธิภาพ ฎ. ใชขอมูลสารสนเทศไดอยางมีประสิทธิผล รวมทั้งจัดทําและประยุกตแนวทางเวชปฏิบัติ อิงหลักฐาน เพื่อปรับปรุงเวชปฏิบัติใหทันสมัย ฏ. สื่อสารกับผูปวย, ครอบครัว และบุคลากรดานสุขภาพ ตลอดจนผูเกี่ยวของอื่นๆ ไดอยางมี ประสิทธิผล
  • 8. 130 เกณฑหลักสูตรและมาตรฐานการฝกอบรมฯ สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน ฐ. ใชทรัพยากรเพื่อแจงภาวะคุกคามตอทองถิ่นและประเด็นสุขภาพตางๆ รวมทั้งการปองกัน ภาวะคุกคามตอทองถิ่นไดอยางมีประสิทธิผล ฑ. แสดงคุณภาพแหงนักวิชาการใหปรากฏไดอยางชัดเจน ฒ. ผานการประเมินผลเพื่อขอรับวุฒิบัตร/หนังสืออนุมัติแสดงความรูความชํานาญในการประกอบ วิชาชีพเวชกรรม สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน 1.11 เนื้อหาสังเขปของการฝกอบรม เพื่อใหบรรลุวตถุประสงคดังกลาว ผูเขาฝกอบรมจะตองมีความรูความสามารถตามเนือหาสังเขปการ ั ้ ฝกอบรมดังตอไปนี้ 1.11.1 ความรูพื้นฐานเกี่ยวกับเวชกรรมฉุกเฉินและโครงสรางที่เกี่ยวของ ก. วิทยาศาสตรการแพทยพื้นฐานที่เกี่ยวของกับเวชศาสตรฉุกเฉิน 1) โครงสรางและการทําหนาที่ของระบบอวัยวะ (ก) ศีรษะ, หู, ตา, จมูก และคอหอย (ข) ทรวงอกและการหายใจ (ค) การไหลเวียนเลือด (หัวใจและหลอดเลือด) (ง) ชองทองและทางเดินอาหาร (จ) ไตและทางเดินปสสาวะ (ฉ) การสืบพันธุ (ช) ผิวหนังและเนือเยื่อออน ้ (ซ) เมแทโบลิซึม, ตอมไรทอ และภาวะโภชนาการ (ฌ) เลือดและการสรางเม็ดเลือด (ญ) โครงรางและกลามเนื้อ (ฎ) ประสาท 2) กลวิธานและพยาธิสภาพการบาดเจ็บและการเปนพิษ 3) พยาธิวิทยาและกําเนิดพยาธิของเวชภาวะฉุกเฉิน 4) อิทธิพลของสิ่งแวดลอมตอการเกิดโรค 5) จุลชีววิทยาและวิทยาภูมิคุมกัน 6) การตัดสินใจทางเวชกรรม (ก) วิธเี ชิงปริมาณเพื่อชวยการตัดสินใจทางคลินิก 1) Diagnostic testing 2) Measures of disease probability & Bayes’ theorem
  • 9. 131 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 พ.ศ.2550 3) Statistical prediction model (ข) เครื่องมือสนับสนุนการตัดสินใจ 1) Decision support systems 2) Decision analysis (ค) Evidence-based medicine 1) Systematic review 2) Meta-analysis 3) Clinical practice guidelines ข. ความรูทางเวชกรรมฉุกเฉินทัวไป: แพทยประจําบานตองมีความรู ความสามารถ ทักษะ และ ่ เจตคติ ทางเวชกรรมฉุกเฉินทัวไป ดังตอไปนี้:- ่ 1) บริบาลนอกสถานพยาบาล (out of hospital care) คือสามารถมีบทบาทในการจัดการ ดูแลรักษาผูปวยฉุกเฉินนอกสถานพยาบาล ทั้งการรักษาผูปวยฉุกเฉินโดยตรงและการสั่งการทางการแพทย ทางไกลผานระบบสื่อสาร (online) หรือคําสั่งการรักษามาตรฐาน (offline) แกพนักงานปฏิบัติการแพทย ฉุกเฉินนอกสถานพยาบาล (pre-hospital medical providers); ตลอดจนการรวบรวมขอมูลจากการปฏิบัตการ ิ นอกสถานพยาบาลมาใชในการประเมินและการจัดการดูแลรักษาผูปวยฉุกเฉิน 2) สรางเสถียรภาพแกผูปวยฉุกเฉิน (emergency stabilization) คือสามารถกระทําการ ประเมินขั้นตนและดําเนินการขั้นตามตอไปอยางเหมาะสม เพื่อสรางเสถียรภาพและบําบัดรักษาผูปวยฉุกเฉิน 3) ปฏิบัติการซักประวัติและตรวจรางกายไดอยางตรงเปาหมาย (performance of focused history and physical examination) คือสามารถสื่อสารอยางมีประสิทธิผลเพื่อแปลและประเมินผลอาการและ ประวัติของผูปวยฉุกเฉิน, กําหนดรูปจจัยเสียงสําคัญจากประวัติการเจ็บปวย, ใหการประเมินไดตรงประเด็น, ่ แปลผลสัญญาณชีพ สภาวะ และลักษณะผูปวยที่ปรากฏ, กําหนดรูการตรวจพบที่สาคัญ, และกระทําการทาง ํ เทคนิคที่จําเปนในการตรวจวินจฉัย ิ 4) ปจจัยอันมีผลกระทบ (modifying factors) คือสามารถกําหนดรูอายุ, เพศ, เชื้อชาติ, อุปสรรคในการสื่อสาร, สถานภาพทางเศรษฐกิจสังคม, โรคพื้นฐานประจําตัว และปจจัยอื่นๆ ที่อาจมี ผลกระทบตอการจัดการดูแลรักษาผูปวยฉุกเฉิน 5) ประเด็นดานวิชาชีพและกฎหมาย (professional and legal issues) คือมีความเขาใจและ สามารถประยุกตหลักการทางวิชาชีพ, จรรยาบรรณ และแนวคิดทางดานกฎหมาย ที่มีความสําคัญตอการ จัดการดูแลรักษาผูปวยฉุกเฉิน 6) สืบคนเพื่อการวินิจฉัย (diagnostic studies) คือสามารถเลือกและดําเนินการการสืบคนที่ เหมาะสมที่สุดเพื่อการวินจฉัยโรค และแปลผลดังกลาวไดอยางถูกตอง ิ
  • 10. 132 เกณฑหลักสูตรและมาตรฐานการฝกอบรมฯ สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน 7) วินิจฉัย (diagnosis) คือสามารถวินจฉัยแยกโรค และกําหนดรูการวินจฉัยโรคที่นาจะ ิ ิ เปนไปไดมากที่สุดจากขอมูลประวัติ, การตรวจรางกาย, การทําหัตถการ และผลการตรวจทางหองปฏิบัตการ ิ 8) ทําหัตถการเพื่อการบําบัดรักษา (therapeutic interventions) คือสามารถทําหัตถการและ มาตรการที่ไมใชการใชยา เพื่อการบําบัดรักษาและการใหคําแนะนําปรึกษา 9) บําบัดรักษาดวยยา (pharmacotherapy) คือสามารถเลือกการบําบัดรักษาดวยยาที่ เหมาะสม, ทราบสมบัติทางเภสัชจลนศาสตร อันตรกิรยา และปฏิกิริยาอันไมพึงประสงคของยาดังกลาว ิ 10) สังเกตอาการและประเมินซ้ํา (observation and reassessment) คือสามารถประเมินและ ทําการประเมินซ้ําถึงประสิทธิผลของการบําบัดรักษาผูปวยฉุกเฉิน รวมทั้งระบุภาวะแทรกซอนและความ ผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได, ตลอดจนตรวจติดตามเฝาระวัง สังเกตอาการ จัดการ และธํารงเสถียรภาพของผูปวย  ฉุกเฉิน ในระยะตางๆ ไดอยางเหมาะสม 11) ปรึกษาและสงผูปวยฉุกเฉินตอ (consultation and disposition) คือสามารถทํางาน รวมกับแพทยผูเชี่ยวชาญเฉพาะทางอื่นๆ ในการประเมินและการรักษาผูปวยฉุกเฉิน, จัดการสงผูปวยฉุกเฉิน ไปยังสถานที่ที่เหมาะสมในกรณีที่จําเปน, วางแผนการตรวจติดตาม ตลอดจนสื่อสารกับผูปวยฉุกเฉิน ครอบครัว และผูเกี่ยวของในการดูแลรักษาผูปวยฉุกเฉินอยางมีประสิทธิผล  12) ปองกันและใหการศึกษา (prevention and education) คือสามารถประยุกตขอมูลทาง วิทยาการระบาดเพื่อกําหนดปจจัยเสี่ยงของผูปวยฉุกเฉิน, ใหการศึกษาแกผูปวยฉุกเฉิน ตลอดจนเลือกวิธีการ  ปองกันโรคและการบาดเจ็บไดอยางเหมาะสม 13) บันทึกเอกสาร (documentation) คือสามารถเขียนบันทึกเอกสารเพื่อเปนขอมูลสื่อสาร การดูแลรักษาผูปวยฉุกเฉิน ไดอยางรัดกุม เพือชวยการปรับปรุงคุณภาพและการประมวลผล  ่ 14) ภารกิจและการจัดการคณะผูดูแลรักษาผูปวยฉุกเฉิน (multi-tasking and team management) คือสามารถกําหนดระดับความเรงดวนและความจําเปนของผูปวยในแผนกฉุกเฉิน เพื่อให สามารถดูแลรักษาผูปวยฉุกเฉินไดอยางเหมาะสมที่สุด, สรางปฏิสัมพันธ ประสานงาน ใหการศึกษา และ กํากับดูแลคณะผูที่เกี่ยวของในการดูแลรักษาผูปวยทั้งหมด,  จัดการใชทรัพยากรของสถานพยาบาลอยาง เหมาะสม, และมีความคุนเคยกับการจัดการในภาวะภัยพิบัติ 1.11.2 โรคที่สําคัญและพบไดบอยทางเวชกรรมฉุกเฉิน “แพทยประจําบาน” ตองมีและสามารถประยุกตความรูทางวิทยาศาสตรการแพทยพื้นฐาน ความรู ทางวิทยาศาสตรการแพทยคลินิก และทักษะในการสัมภาษณประวัติ การตรวจรางกาย การตรวจทาง หองปฏิบตการ และการทําหัตถการตางๆ เพื่อการวินิจฉัย การวินิจฉัยแยกโรค การปฏิบัติการบําบัดรักษา การ ัิ ฟนฟูสภาพ การสรางเสริมสุขภาพ และการปองกันภาวะ/โรคที่กอใหเกิดการเจ็บปวยฉุกเฉิน โดยจําแนก ระดับความรูความสามารถตามโรค/ภาวการณเจ็บปวยที่อาจมีความเรงดวนตอการคุกคามชีวิต และ ภาวะแทรกซอนที่อาจกอใหเกิดการเจ็บปวยรุนแรงตามมา เปน 3 ระดับ ดังตอไปนี้:-
  • 11. 133 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 พ.ศ.2550 ระดับที่ ความรูความสามารถและทักษะเวชกรรมของแพทยประจําบาน ตองมีความรูความชํานาญและทักษะเวชกรรมที่เกียวของกับเรื่องดังกลาวอยางลึกซึ้ง ่ เนื่องจากอาจมีภาวะคุกคามตอชีวิต (life threatening) สถานการณวิกฤติเวลา (time-critical 1 situation) ที่หากไมไดรับการแกไขระบบการหายใจ, ระบบไหลเวียนโลหิต หรือระบบประสาท อยางทันทวงทีแลว ผูปวยจะมีโอกาสเสียชีวิตไดสงมาก ู ตองมีความรูความชํานาญและทักษะเวชกรรมที่เกียวของกับเรื่องดังกลาวเปนอยางดี ่ เนื่องจากอาจมีภาวะฉุกเฉิน (emergent) ที่ตองไดรับการรักษาอยางรวดเร็ว มิฉะนั้นอาจกอใหเกิด 2 อาการที่รุนแรงขึ้นหรือมีภาวะแทรกซอนตามมา ซึ่งสงผลใหเสียชีวิต หรือพิการ หรือการเจ็บปวย เรื้อรังในระยะยาว ควรมีความรูความชํานาญและทักษะเวชกรรมที่เกียวกับเรื่องดังกลาวพอสมควร ่ เนื่องจากเปนภาวะที่ไมฉุกเฉิน (lower acuity) สามารถรอรับการบําบัดรักษาในวันทําการปกติได 3 โดยไมกอใหเกิดอาการที่รนแรงขึ้นหรือภาวะแทรกซอนตามมา ุ สําหรับโรค/ภาวะที่ไมไดจัดระดับอยูในรายการ เปนโรค/ภาวะที่แพทยประจําบานนามี หมายเหตุ ความรูบาง คือสามารถวินิจฉัยแยกโรคและใหคําแนะนําแกผปวยและผูเกี่ยวของไดตามความเหมาะสม ู
  • 12. 134 เกณฑหลักสูตรและมาตรฐานการฝกอบรมฯ สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน 15) กลุมอาการและอาการแสดงนํา ระดับ ระดับ กลุมอาการ กลุมอาการ 1 2 3 123 Abdominal pain X Jaundice X Abnormal vaginal bleeding X Joint pain/Swelling X Altered mental status X Limp X Anuria X Loss of hearing X Anxiety X Loss of vision X Apnea X Lymphadenopathy X Ascites X Malaise X Ataxia X Multiple trauma X Back pain X Nausea/Vomiting X Bleeding X Needle stick X Chest pain X Pain X Colic X Palpitations X Coma X Paralysis X Confusion X Paresthesia/Dysthesia X Constipation X Pelvic pain X Cough X Peritonitis X Cramps X Poisoning X Crying/Fussiness X Pruritus X Cyanosis X Rash X Dehydration X Rectal bleeding X Diarrhea X Rectal pain X Diplopia X Rhinorrhea X Dizziness X Shock X Dysmenorrhea X Shortness of breath X Dysphagia X SIDS (3.1) X Dyspnea X Sleeping problems X Dysuria X Sore throat X Edema X Stridor X Eye pain X Syncope X Failure to thrive X Tachycardia X Fatigue X Tinnitus X Feeding problems X Tremor X Fever X Tumor lysis syndrome X Headache (12.3) X Urinary incontinence X Hematemesis X Urinary retention X Hematochezia X Vertigo X
  • 13. 135 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 พ.ศ.2550 Hematuria X Weakness X Hemoptysis X Weight loss X Hiccough X Wheezing X Hypotension X
  • 14. 136 เกณฑหลักสูตรและมาตรฐานการฝกอบรมฯ สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน 16) เวชภาวะฉุกเฉินชองทองและระบบทางเดินอาหาร ระดับ ระดับ กลุมอาการ/โรค กลุมอาการ/โรค 123 123 2.1 Abdominal Wall 2.4 Gall Bladder and Biliary Tract - Hernias (obstructive) X Cholangitis X Cholecystitis X 2.2 Esophagus Cholelithiasis/Choledocholithiasis X Infectious disorders Tumors X - Candida (4.4, 7.5) X Inflammatory disorders - Esophagitis X 2.5 Pancreas - Gastroesophageal reflux X - Pancreatitis X Toxic effects of caustic (17.1) - Tumors X - Acid X - Alkali X 2.6 Peritoneum Motor abnormalities Spontaneous bacterial peritonitis X - Spasms X Structural disorders 2.7 Stomach - Boerhaave’s syndrome X Infectious disorders X - Diverticula X Inflammatory disorders - Foreign body X - Gastritis X - Hiatal hernias X Peptic ulcer diseases - Mallory-Weiss syndrome X - Hemorrhage X - Stricture and stenosis X - Perforation X - Tracheoesophageal fistula X Structural disorders - Varices X - Hypertrophic pyloric stenosis X Tumors X - Foreign body X Tumors X 2.3 Liver Cirrhosis X 2.8 Small Bowel
  • 15. 137 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 พ.ศ.2550 - Alcoholic X Infectious disorders X - Biliary obstructive X Inflammatory disorders - Drug-induced X - Regional enteritis X Hepato-renal failure X Motor abnormalities Infectious disorders - Obstruction X - Abscess X - Paralytic ileus X - Hepatitis Structural disorders Acute X - Aortoenteric fistula X Chronic X - Congenital anomalies X Tumors X - Intestinal malabsorption X - Meckel’s diverticulum X Tumors X Vascular insufficiency, Acute X Vascular insufficiency, Chronic X
  • 16. 138 เกณฑหลักสูตรและมาตรฐานการฝกอบรมฯ สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน 2) เวชภาวะฉุกเฉินชองทองและระบบทางเดินอาหาร (ตอ) ระดับ ระดับ กลุมอาการ/โรค กลุมอาการ/โรค 123 123 2.9 Large Bowel 2.10 Rectum and Anus Infectious disorders Infectious disorders - Antibiotic associated X - Perianal/Anal abscess X - Bacterial X - Perirectal abscess X - Parasitic X - Pilonidal cyst and abscess X - Viral X Inflammatory disorders Inflammatory disorders - Proctitis X - Acute appendicitis X Structural disorders - Necrotizing enterocolitis X - Anal fissure X - Ulcerative colitis X - Anal fistula X - Other colitis X - Congenital anomalies X Motor abnormalities - Foreign body X - Hirschsprung’s disease X - Hemorrhoids X - Obstruction X - Rectal prolapse X Structural disorders Tumors X - Diverticulitis X - Intussusception X - Volvulus X Tumors X
  • 17. 139 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 พ.ศ.2550 17) เวชภาวะฉุกเฉินระบบหัวใจและหลอดเลือด ระดับ ระดับ กลุมอาการ/โรค กลุมอาการ/โรค 123 123 3.1 Cardiopulmonary Arrest X 3.5 Diseases of the Myocardium, Acquired 3.2 Congenital Abnormalities Cardiac failure - Cor pulmonale X X Disorders due to anatomic anomalies - High output X Genetically transmitted disorders X - Low output X Cardiomyopathy X - Hypertrophic X 3.3 Disorders of Circulation Congestive heart failure X Arterial Coronary syndromes X - Aneurysm X Ischemic heart disease X - Aortic dissection X Myocardial infarction X - Thromboembolism X Myocarditis X Venous Ventricular aneurysm X - Thromboembolism (16.6) X 3.6 Diseases of the Pericardium 3.4 Disturbances of Cardiac Rhythm Pericardial tamponade (18.1) X Cardiac dysrhythmias X Pericarditis X - Ventricular X - Supraventricular X 3.7 Endocarditis X - Conduction disorders X 3.8 Hypertensive Emergencies X 3.9 Tumors X 3.10 Valvular Disorders X
  • 18. 140 เกณฑหลักสูตรและมาตรฐานการฝกอบรมฯ สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน 18) เวชภาวะฉุกเฉินผิวหนัง ระดับ ระดับ กลุมอาการ/โรค กลุมอาการ/โรค 123 123 4.1 Cancers of the Skin X 4.5 Maculopapular Lesions Erythema multiforme X 4.3 Dermatitis X Henoch-Schönlein purpura X Purpura X 4.4 Infections Urticaria X Bacterial - Abscess X 4.6 Papular/Nodular Lesions - Cellulitis X Hemangioma/Lymphangioma X - Erysipelas X Lipoma X - Impetigo X - Necrotizing infection X 4.7 Vesicular/Bullous lesions Fungal Pemphigus X - Candida (2.2, 7.5) X Staphylococcal scalded skin X - Tinea X Syndrome Parasitic Stevens Johnson syndrome X - Pediculosis infestation X Toxic epidermal necrolysis X - Scabies X Viral - Herpes zoster (10.6) X
  • 19. 141 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 พ.ศ.2550 19) เวชภาวะฉุกเฉินระบบเมแทโบลิซึม, ตอมไรทอ และภาวะโภชนาการ ระดับ ระดับ กลุมอาการ/โรค กลุมอาการ/โรค 123 123 5.1 Acid-Base Disturbances 5.5 Nutritional Disorders Metabolic or respiratory Vitamin deficiencies X - Acidosis X Vitamin excess X - Alkalosis X Wernicke-Korsakoff syndrome X Mixed acid-base balance X Disorders 5.6 Parathyroid Disease X 5.2 Adrenal Disease 5.7 Pituitary Disorders X Corticoadrenal insufficiency X Panhypopituitarism X Cushing’s syndrome X 5.8 Thyroid Disorders 5.3 Fluid and Electrolyte disturbances Hyperthyroidism X Fluid overload X Hypothyroidism X Volume depletion X Thyroiditis X Hypercalcemia/Hypocalcemia X Hyperkalemia/Hypokalemia X 5.9 Tumors of Endocrine Glands Hypernatremia/Hyponatremia X Endocrine hypertension X Pituitary X Thyroid X 5.4 Glucose Metabolism Diabetes mellitus - Type 1 X - Type 2 X - Complications in glucose metabolism Diabetic ketoacidosis X Hyperglycemia X Hyperosmolar coma X Hypoglycemia X
  • 20. 142 เกณฑหลักสูตรและมาตรฐานการฝกอบรมฯ สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน 20) เวชภาวะฉุกเฉินเหตุสิ่งแวดลอม ระดับ ระดับ กลุมอาการ/โรค กลุมอาการ/โรค 123 123 6.1 Bites and Envenomation (18.1) 6.4 High-Altitude Illness Arthropods X Acute mountain sickness X - Insects X Barotrauma of ascent X - Spiders X High-altitude cerebral edema X Mammals X High-altitude pulmonary edema X Marine organisms (17.1) X Snakes X 6.5 Submersion Incidents Cold water immersion X 6.2 Dysbarism Near drowning X Air embolism X Barotrauma X 6.6 Temperature-Related Illness Decompression syndrome X Heat - Heat exhaustion X 6.3 Electrical Injury (18.1) X - Heat stroke X Lightning X
  • 21. 143 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 พ.ศ.2550 21) เวชภาวะฉุกเฉินศีรษะ, หู, ตา, จมูก และคอหอย ระดับ ระดับ กลุมอาการ/โรค กลุมอาการ/โรค 123 123 7.1 Ear 7.3 Cavernous Sinus X Foreign body X Thrombosis Mastoiditis X Otitis externa X 7.4 Nose Otitis media X Epistaxis X Sudden hearing loss X Foreign body X Rhinitis X Sinusitis X 7.2 Eye 7.5 Oropharynx/Throat External eye Dentalgia X Diseases of the oral soft tissue - Burn confined to eye & adnexa X - Ludwig’s angina X - Conjunctivitis X - Stomatitis X - Corneal abrasions (18.1) X Diseases of the salivary glands - Dacryocystitis X - Sialolithiasis X - Disorders of lacrimal system X - Suppurative parotitis X - Foreign body X Foreign body X - Inflammation of the eyelids X Gingival and periodontal disorders Chalazion X - Gingivostomatitis X Hordeolum X Larynx/Trachea Anterior pole (segment) - Epiglottitis (16.1) X - Glaucoma X - Laryngitis X - Hyphema (18.1) X - Tracheitis X - Iritis (18.1) X Oral candidiasis (2.2, 4.4) X Posterior pole (segment) Periapical abscess X - Choroiditis/Chorioretinitis X Peritonsillar abscess X - Optic neuritis X Pharyngitis/Tonsillitis X - Papilledema X Retropharyngeal abscess X - Retinal detachments & Defects X and other deep neck infection - Retinal vascular occlusion X Temporomandibular joint X
  • 22. 144 เกณฑหลักสูตรและมาตรฐานการฝกอบรมฯ สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน Orbit Disorders - Cellulitis 7.6 Tumors X Preseptal X Postseptal X - Purulent endophthalmitis X
  • 23. 145 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 พ.ศ.2550 22) เวชภาวะฉุกเฉินระบบเลือด ระดับ ระดับ กลุมอาการ/โรค กลุมอาการ/โรค 123 123 8.5 Red Blood Cell Disorders 8.1 Blood Transfusion X X Complications Anemias - Aplastic 8.2 Hemostatic Disorders - Hemoglobinopathies Coagulation defects X - Thalassemias - Acquired X - Hemolytic - Hemophilia X - Iron deficiency DIC X - Megaloblastic Platelet disorders X Polycythemia X - Thrombocytopenia X Methemoglobinemia (17.1) X 8.3 Lymphomas X 8.6 White Blood Cell Disorders Leukemia X 8.4 Pancytopenia X Multiple myeloma X 23) เวชภาวะฉุกเฉินระบบภูมิคุมกัน ระดับ ระดับ กลุมอาการ/โรค กลุมอาการ/โรค 123 123 9.1 Collagen Vascular Disease 9.3 Hypersensitivity Raynaud’s disease X Allergic reaction X Reiter’s syndrome X Anaphylaxis X Rheumatoid arthritis (11.3) X Angioedema X Scleroderma X Drug allergies X Systemic lupus erythematosus X Vasculitis X 9.4 Kawasaki Syndrome X 9.2 HIV and Manifestations X 9.5 Sarcoidosis X
  • 24. 146 เกณฑหลักสูตรและมาตรฐานการฝกอบรมฯ สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน 9.6 Transplant-Related Problems Immunosuppression X Rejection X
  • 25. 147 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 พ.ศ.2550 24) เวชภาวะฉุกเฉินเหตุติดเชื้อตามระบบ ระดับ ระดับ กลุมอาการ/โรค กลุมอาการ/โรค 123 123 10.1 Epidemic diseases X 10.5 Protozoan – Parasites X 10.2 Bacterial Malaria X Bacterial food poisoning X Amoebiasis X - Botulism X Chlamydia X 10.6 Ricketteal X Gonococcal X Scrub typhus X Meningococcemia X Murine typhus X Mycobacterial infections - Atypical mycobacteria X 10.7 Viral X - Tuberculosis X Dengue hemorrhagic fever X Other bacterial diseases X Infectious mononucleosis X - Gas gangrene (11.6) X Influenza/Parainfluenza X Sepsis/Bacteremia X Japanese B encephalitis X - Shock X Hepatitis X - Systemic inflammatory Herpes simplex (4.4, 13.1) X X response syndrome (SIRS) Herpes zoster/Varicella (4.4) X - Toxic shock syndrome X HIV (9.2) X Spirochetes Measles X - Syphilis X Mump X Tetanus X Rabies X Roseola X 10.3 Biologic Weapons X Rubella X 10.4 Fungal Infections X
  • 26. 148 เกณฑหลักสูตรและมาตรฐานการฝกอบรมฯ สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน 25) เวชภาวะฉุกเฉินระบบโครงรางและกลามเนื้อ (ไมใชจากการบาดเจ็บ) ระดับ ระดับ กลุมอาการ/โรค กลุมอาการ/โรค 123 123 11.1 Bony Abnormalities 11.4 Muscle Abnormalities Aseptic necrosis of hip X Myalgia/Myositis X Osteomyelitis X Rhabdomyolysis X Tumors X 11.5 Overuse Syndromes 11.2 Disorders of the Spine Bursitis X Disc disorders X Muscle strains X Inflammatory spondylopathies X Peripheral nerve syndrome X Low back pain - Carpal tunnel syndrome X - Cauda equina syndrome (18.1) X Tendonitis X - Sacroiliitis X - Sprains/Strains X 11.6 Soft Tissue Infections Fasciitis X 11.3 Joint Abnormalities Felon X Arthritis Gangrene (10.1) X - Septic X Paronychia X - Gout X Synovitis/Tenosynovitis X - Rheumatoid (9.1) X - Juvenile X - Osteoarthrosis X Congenital dislocation of the hip X Slipped capital femoral epiphysis X
  • 27. 149 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 พ.ศ.2550 26) เวชภาวะฉุกเฉินระบบประสาท ระดับ ระดับ กลุมอาการ/โรค กลุมอาการ/โรค 123 123 12.1 Cranial Nerve Disorders X 12.7 Neuromuscular Disorders Facial palsy X Guillain-Barre syndrome X Trigeminal neuralgia X Myasthenia gravis X 12.2 Demyelinating Disorders 12.8 Other Conditions of the Brain Multiple sclerosis X Dementia (14.6) X Parkinson’s disease X 12.3 Headache (1.4) X Pseudotumor cerebri X Muscle contraction Vascular 12.9 Seizure Disorders X Febrile 12.4 Hydrocephalus X Neonatal Normal pressure X Status epilepticus VP shunt X 12.10 Spinal Cord X 12.5 Infections/Inflammatory Compression Encephalitis X Intracranial & intraspinal 12.11 Stroke X Abscess Hemorrhagic Meningitis X - Intracerebral X - Bacterial - Subarachnoid X - Viral Ischemic Myelitis X - Embolic X Neuralgia/Neuritis X - Thrombotic X 12.6 Movement Disorders X 12.12 Transient cerebral X Dystonic reaction X Ischemia
  • 28. 150 เกณฑหลักสูตรและมาตรฐานการฝกอบรมฯ สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน 12.13 Tumors X
  • 29. 151 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 พ.ศ.2550 27) เวชภาวะฉุกเฉินสูตินรีเวชกรรม ระดับ ระดับ กลุมอาการ/โรค กลุมอาการ/โรค 123 123 13.1 Female Genital Tract 13.3 Complications of Pregnancy Cervix Abortion X - Cervicitis & endocervicitis X Ectopic pregnancy X - Tumors X Hemolysis, elevated liver Infectious disorders enzyme, low platelets (HELLP) X - Pelvic inflammatory disease X syndrome Tubo-ovarian abscess X Hemorrhage, antepartum Lesions - Abruptio placentae (18.18) X - Placenta previa X Hyperemesis gravidarum X Hypertension complicating Ovary pregnancy X - Eclampsia - Torsion X - Preeclampsia - Tumors X Infections X Uterus Rh isoimmunization X - Dysfunctional bleeding X - Endometriosis X 13.4 High Risk Pregnancy X - Tumors X 13.5 Normal Labor & Delivery X Gestational trophoblastic X 13.6 Complications of Labor Vagina and vulva Fetal distress X - Bartholin’s abscess X Premature labor (18.18) X - Foreign body X Premature rupture of membranes X Rupture of uterus (18.18) X
  • 30. 152 เกณฑหลักสูตรและมาตรฐานการฝกอบรมฯ สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน 13.2 Normal Pregnancy X 13.7 Complications of Delivery Malposition of fetus X Nuchal cord X Prolapse of cord X 13.8 Postpartum Complications Endometritis X Hemorrhage X Mastitis X
  • 31. 153 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 พ.ศ.2550 28) เวชภาวะฉุกเฉินจิตเวชกรรม ระดับ ระดับ กลุมอาการ/โรค กลุมอาการ/โรค 123 123 14.1 Addictive Behavior 14.5 Organic Psychoses Alcohol dependence X Chronic organic psychotic conditions X Drug dependence X - Alcoholic psychoses X Eating disorders X - Drug psychoses X Substance abuse X Delirium X Dementia (12.8) X 14.2 Mood & Thought Disorders Intoxication and/or withdrawal (17.1) Acute psychosis X - Alcohol X Bipolar disorder X - Hallucinogens X Depression X - Opioids X - Suicidal risk X - Phencyclidine X Grief reaction X - Sedatives/Hypnotics/ X Schizophrenia X Anxiolytics - Sympathomimetics/cocaine X 14.3 Factitious Disorders Drug-seeking behavior X 14.6 Violence/Abuse/Neglect Munchausen syndrome/ Domestic X Munchausen by proxy - Child, spouse, elder X Homicidal risk X 14.4 Neurotic Disorders X Sexual assault X 14.7 Personality Disorders X 14.8 Psychosomatic Disorders X Hypochondriasis Hysteria/Conversion
  • 32. 154 เกณฑหลักสูตรและมาตรฐานการฝกอบรมฯ สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน 29) เวชภาวะฉุกเฉินไต ทางเดินปสสาวะ และอวัยวะสืบพันธุ ระดับ ระดับ กลุมอาการ/โรค กลุมอาการ/โรค 123 123 15.5 Male Genital Tract X 15.1 Acute & Chronic Renal Failure Structural - Paraphimosis / Phimosis X - Priapism X X - Prostatic hypertrophy X 15.2 Complications of Renal Dialysis - Torsion of testis X 15.3 Glomerular Disorders Testicular masses X Glomerulonephritis X Tumors Nephrotic syndrome X - Prostate X - Testis X 15.4 Infection Cystitis X 15.6 Nephritis X Pyelonephritis X Hemolytic uremic syndrome X 15.7 Structural Disorders 15.5 Male Genital Tract Calculus of urinary tract X Genital lesions X Obstructive uropathy X Hernias (obstructive) X Polycystic kidney disease X Inflammation / Infection - Balanitis / Balanoposthitis X 15.8 Tumors X - Epididymitis / Orchitis X - Gangrene of the scrotum X - Prostatitis X - Urethritis X
  • 33. 155 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 พ.ศ.2550 30) เวชภาวะฉุกเฉินทรวงอกและระบบหายใจ ระดับ ระดับ กลุมอาการ/โรค กลุมอาการ/โรค 123 123 16.1 Acute Upper Airway Disorders 16.5 Physical & Chemical irritants/Insults Infections Pneumoconiosis X - Croup X Toxic effects of gases, fumes, X - Epiglottitis (7.5) X vapors (18.1) - Pertussis/Whooping cough X - Upper respiratory infection X 16.6 Pulmonary Embolism / Obstruction X Infarct X Tracheostomy/Complications X 16.2 Disorders of Pleura, 16.7 Pulmonary Infections Mediastinum, and Chest Wall Lung abscess X Costochondritis X Pneumonia Mediastinitis X - Aspiration X Pleural effusion X - Atypical X Pleuritis X - Bacterial X Pneumomediastinum X - Chlamydia X Pneumothorax (18.1) - Fungal X Simple X - Mycoplasmal X Tension X - Viral X Pulmonary tuberculosis X 16.3 Noncardiogenic Pulmonary X Edema 16.8 Tumors Breast X 16.4 Obstructive/Restrictive Lung Disease Chest wall X Pulmonary X X Asthma / Reactive airway disease Bronchitis and bronchiolitis X 16.9 Superior Vena Cava X
  • 34. 156 เกณฑหลักสูตรและมาตรฐานการฝกอบรมฯ สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน Bronchopulmonary dysplasia X Obstruction COPD X X Environmental / Industrial exposure Foreign body X
  • 35. 157 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 พ.ศ.2550 31) เวชภาวะฉุกเฉินเหตุเปนพิษ ระดับ ระดับ กลุมอาการ/โรค กลุมอาการ/โรค 123 123 17.1 Agrochemical Classes 17.3 Drug Classes Anticholinestrase agents X Analgesics Paraquat and its derivatives X - Acetaminophen X Arsenic compounds X - Nonsteroidal anti- X Copper compounds X inflammatories (NSAIDS) Mercury compounds X - Opiates and related X Organotin compounds X Narcotics Bipyridylium derivatives X - Salicylates X Coumarin derivatives X - others X Nitrophenol derivatives X Anesthetics X Organochlorine compounds X Anticholinergics/Cholinergics X Phenoxyacetic acid derivatives X Anticoagulants X Pyrazole X Anticonvulsants X Pyrethroid X Antidepressants X Triazine derivative X Antiparkinsonism drugs X Thiocarbamate X Antihistamines and X Antiemetics 17.2 Other Chemical Classes Antipsychotics X Alcohol Bronchodilators X - Ethanol X Cardiovascular drugs - Glycol X - Antiarrhythmics X - Isopropanol X - Antihypertensives X - Methanol X - Beta blockers X Carbon monoxide X - Calcium channel blockers X Caustic agents Hormones/Steroids X - Acid X Hypoglycemics/Insulin X - Alkali X Iron X
  • 36. 158 เกณฑหลักสูตรและมาตรฐานการฝกอบรมฯ สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน Cyanides, hydrogen sulfide X Isoniazid X Hallucinogens X Neuroleptics X Hazardous materials X Non-prescription drugs X Heavy metals X Recreational drugs X Herbicides, insecticides, and Sedatives/Hypnotics X X rodenticides X Household/Industrial chemicals X Stimulants/ Sympathomimetics Hydrocarbons X Inhaled toxins X Marine toxins (6.1) X 17.2 Hazardous Material X Methemoglobinemia (8.5) X Incidence Mushrooms/Poisonous plants X Organophosphates X 17.3 Weapon of Mass X Strychnine X Destruction
  • 37. 159 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 พ.ศ.2550 32) เวชภาวะฉุกเฉินเหตุบาดเจ็บ ระดับ ระดับ กลุมอาการ/โรค กลุมอาการ/โรค 123 123 18.1 Abdominal trauma 18.6 Head trauma - Diaphragm X - Intracranial injury X - Hollow viscus X - Scalp lacerations/Avulsions X - Penetrating X - Skull fractures X - Retroperitoneum X - Solid organ X 18.7 Injuries of the spine - Vascular X - Dislocations/Subluxations X - Fractures X 18.2 Chest trauma X - Sprains/Strains X - Aortic dissection/disruption - Cardiac contusion 18.8 Lower extremity bony trauma - Pulmonary contusion - Dislocations/Subluxations X - Clavicle fracture - Fractures (open and closed) X - Rib fracture/Flail chest - Sternum fracture 18.9 Neck trauma - Hemothorax - Laryngotracheal injuries X - Penetrating chest trauma - Penetrating neck trauma X - Pericardial tamponade (3.6) - Vascular injuries - Pneumothorax (16.2) Carotid artery X Simple Jugular vein X Tension 18.3 Cutaneous injuries 18.11 Ophthalmologic trauma - Avulsions X - Corneal abrasion / Lacerations X - Bite wounds (6.1) X - Corneal burns X - Electrical burns (6.3) X - Acid/Alkali X - Chemical burns (16.6) X - Ultraviolet X
  • 38. 160 เกณฑหลักสูตรและมาตรฐานการฝกอบรมฯ สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน - Thermal burns X - Eyelid lacerations X - Lacerations X - Foreign body X - Puncture wounds X - Hyphema (7.2) X - Lacrimal duct injuries X 18.4 Facial fractures - Penetrating globe X - Dental X - Retinal detachments X - Le Fort X - Traumatic iritis (7.2) X - Mandibular X - Orbital X 18.12 Otologic trauma - Nasal fracture/septal hematoma X - Hematoma X - Perforated tympanic membrane X 18.5 Genitourinary trauma - Bladder X 18.13 Pediatric fractures - External genitalia X - Epiphyseal X - Renal X - Greenstick X - Ureteral X - Torus X
  • 39. 161 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 พ.ศ.2550 18) เวชภาวะฉุกเฉินเหตุการบาดเจ็บ (ตอ) ระดับ ระดับ กลุมอาการ/โรค กลุมอาการ/โรค 123 123 18.14 Pelvic fracture X 18.16 Spinal cord and CNS trauma - Cauda equina syndrome (11.2) X 18.15 Soft-tissue extremity injuries - Injury to nerve roots X - Amputation/Replantation X - Peripheral nerve injury X - Compartment syndromes X - Spinal cord injury X - Injuries to joints X without radiologic X Knee X abnormalities: SCIWORA Penetrating X - Penetrating soft-tissue X 18.17 Upper extremity bony trauma - Periarticular X - Dislocations/Subluxations X - Sprains and strains X - Fractures (open & closed) X - Tendon injuries Lacerations/Transections X 18.18 Trauma in Pregnancy Ruptures X - Abruptio placentae (13.3) X Achilles tendon X - Perimortem C-section X Patellar tendon X - Premature labor (13.6) X - Rupture of uterus (13.6) X 18.19 Multi-system Trauma X - Blast injury X
  • 40. 162 เกณฑหลักสูตรและมาตรฐานการฝกอบรมฯ สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน 1.11.3 หัตถการการตรวจพิเศษและ/แปลผลการตรวจทางหองปฏิบัติการเวชศาสตรฉุกเฉิน 1.11.3.1 หัตถการ แพทยประจําบานตองมีความรูความสามารถระบุขอบงชี้ ขั้นตอนวิธีทํา ภาวะแทรกซอนที่อาจเกิดขึ้น และสามารถทําหัตถการดวยตนเอง รวมทั้งสอนใหผูอื่นทําไดอยางถูกตอง ได อยางนอยตามจํานวนครั้งที่คณะอนุกรรมการฝกอบรมและสอบฯ สาขาเวชศาสตรฉุกเฉินกําหนด โดยจําแนก เปนระดับดังตอไปนี้ ค. หัตถการที่แพทยประจําบานสามารถทําไดโดยไมตองมีผูกํากับดูแล และตองมีประสบการณ ในการสอนและกํากับดูแลนิสิตนักศึกษาแพทยใหทําหัตถการดังกลาว ง. หัตถการที่แพทยประจําบานตองทําไดภายใตการกํากับดูแล จนกระทั่งมีความมั่นใจและ สามารถสอน นิสิตนักศึกษาแพทยหรือแพทยประจําบานใหทําหัตถการนั้นไดดวย จ. หัตถการที่แพทยประจําบานควรทําได คือมีโอกาสไดทําดวยตนเองหรืออยางนอยชวยทํา หรือทําจําลอง ฉ. หัตถการที่แพทยประจําบานนาทําได คือมีประสบการณในการชวยทําหรืออยางนอยไดรับ การสาธิต หัตถการ / ระดับ ก ข ค ง 1. Airway Techniques 1.1. Airway adjuncts X 1.2. Cricothyrotomy/standard tracheostomy X 1.3. Heimlich maneuver X 1.4. Intubation (1) Nasotracheal X (2) Orotracheal X (3) Rapid sequence X 1.5. Mechanical ventilation X 1.6. Percutaneous transtracheal ventilation X 2. Anesthesia 2.1. Local X 2.2. Regional nerve block X 2.3. Sedation-analgesia for procedures X 3. Blood and Component Therapy Administration X 4. Diagnostic Procedures
  • 41. 163 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 พ.ศ.2550 4.1. Anoscopy X 4.2. Arthrocentesis X 4.3. Bedside ultrasonography X 4.4. Lumbar puncture X 4.5. Nasogastric intubation X 4.6. Paracentesis X 4.7. Pericardiocentesis X 4.8. Peritoneal lavage X 4.9. Slit lamp examination X 4.10. Thoracentesis X 4.11. Tonometry X 5. Genital/Urinary 5.1. Bladder catheterization (1) Foley catheter X (2) Suprapubic X 5.2. Testicular detorsion X
  • 42. 164 เกณฑหลักสูตรและมาตรฐานการฝกอบรมฯ สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน หัตถการ / ระดับ* ก ข ค ง 6. Head and Neck 6.1. Control of epistaxis X (1) Anterior packing X (2) Cautery X (3) Posterior packing / balloon placement X 6.2. Laryngoscopy X 6.3. Needle aspiration of peritonsillar abscess X 6.4. Removal of rust ring X 6.5. Tooth replacement 7. Hemodynamic Techniques X 7.1. Arterial catheter insertion 7.2. Central venous access X (1) Femoral X (2) Jugular X (3) Subclavian X (4) Umbilical X (5) Venous cutdown X 7.3. Intraosseous infusion X 7.4. Peripheral venous cutdown 8. Obstetrics 8.1. Delivery of newborn X (1) Abnormal delivery X (2) Normal delivery * ก. หัตถการที่แพทยประจําบานสามารถทําไดโดยไมตองมีผูกํากับดูแล และตองมีประสบการณในการสอนและกํากับดูแล นิสิตนักศึกษาแพทยใหทําหัตถการดังกลาว ข. หัตถการที่แพทยประจําบานตองทําไดภายใตการกํากับดูแล จนกระทั่งมีความมั่นใจและสามารถสอน นิสิตนักศึกษาแพทย หรือแพทยประจําบานใหทําหัตถการนั้นไดดวย ค. หัตถการที่แพทยประจําบานควรทําได คือมีโอกาสไดทําดวยตนเองหรืออยางนอยชวยทําหรือทําจําลอง ง. หัตถการที่แพทยประจําบานนาทําได คือมีประสบการณในการชวยทําหรืออยางนอยไดรับการสาธิต
  • 43. 165 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 พ.ศ.2550 9. Other Techniques X 9.1. Excision of thrombosed hemorrhoids X 9.2. Foreign body removal X 9.3. Gastric lavage X 9.4. Gastrostomy tube replacement X 9.5. Incision/drainage X 9.6. Pain management (See Anesthesia) X 9.7. Physical restraints X 9.8. Sexual assault examination X 9.9. Trephination, nails X 9.10. Wound closure techniques X 9.11. Wound management 10. Resuscitation 10.1. Basic Cardiopulmonary Resuscitation (B-CPR) X (1) Adult medical resuscitation X (2) Adult trauma resuscitation X (3) Pediatric medical resuscitation X (4) Pediatric trauma resuscitation
  • 44. 166 เกณฑหลักสูตรและมาตรฐานการฝกอบรมฯ สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน หัตถการ / ระดับ* ก ข ค ง 10.2. Advance Cardiopulmonary Resuscitation (A-CPR) X (1) Adult medical resuscitation X (2) Adult trauma resuscitation X (3) Pediatric medical resuscitation X (4) Pediatric trauma resuscitation X 10.3. Neonatal resuscitation 11. Skeletal Procedures X 11.1. Fracture / Dislocation immobilization techniques X 11.2. Fracture / Dislocation reduction techniques X 11.3. Spine immobilization techniques 12. Thoracic/Cardiology 12.1. Cardiac pacing X (1) Cutaneous X (2) Transvenous X 12.2. Defibrillation/Cardioversion X 12.3. Thoracostomy X 12.4. Thoracotomy X 13. Universal Precautions 1.11.3.2 ทักษะการตรวจและการแปลผลทางหองปฏิบัติการ รังสีวินิจฉัย และการตรวจพิเศษ อื่นๆ ก. แพทยประจําบานตองมีความรูความสามารถระบุขอบงชี้ ขั้นตอนวิธีการตรวจ และสามารถ  ดําเนินการไดดวยตนเอง รวมทั้งตองมีประสบการณในการสอนและกํากับดูแลนิสิตนักศึกษา * ก. หัตถการที่แพทยประจําบานสามารถทําไดโดยไมตองมีผูกํากับดูแล และตองมีประสบการณในการสอนและกํากับดูแล นิสิตนักศึกษาแพทยใหทําหัตถการดังกลาว ข. หัตถการที่แพทยประจําบานตองทําไดภายใตการกํากับดูแล จนกระทั่งมีความมั่นใจและสามารถสอน นิสิตนักศึกษาแพทย หรือแพทยประจําบานใหทําหัตถการนั้นไดดวย ค. หัตถการที่แพทยประจําบานควรทําได คือมีโอกาสไดทําดวยตนเองหรืออยางนอยชวยทําหรือทําจําลอง ง. หัตถการที่แพทยประจําบานนาทําได คือมีประสบการณในการชวยทําหรืออยางนอยไดรับการสาธิต
  • 45. 167 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 พ.ศ.2550 แพทยใหตรวจและการแปลผลทางหองปฏิบัติการ รวมทั้งการตรวจพิเศษ อยางนอย ดังตอไปนี้:- 1) Complete Blood Count 2) Malarial parasite 3) ESR 4) ABO blood group, Rh and cross matching 5) Urine analysis 6) Body fluid analysis: CSF, pleural, etc. 7) Stool exam including stool occult blood 8) Gram stain, AFB stain 9) Venous clotting time, clot retraction, clot lysis 10) Electrocardiography ข. แพทยประจําบานตองมีความรูความสามารถระบุขอบงชี้ ขั้นตอน การเตรียมผูปวยสําหรับ  การตรวจ และสามารถแปลผล การตรวจทางรังสีวินจฉัย ไดถูกตอง อยางนอยดังตอไปนี้ ิ 1) Chest x-ray 2) Acute abdomen series 3) Plain KUB 4) Skull and sinuses 5) Bones and joints 6) Ultrasonography: abdomen, pelvis 7) CT Scan 8) MRI 9) Intravenous contrast arterial and venous studies 10) Echocardiography ค. แพทยประจําบานตองมีความรูความสามารถระบุขอบงชี้ของการตรวจ การเตรียมผูปวย  สําหรับการตรวจและ/หรือการเก็บตัวอยางเพือสงตรวจ และสามารถแปลผล รายงานการ ่ ตรวจ ไดถูกตอง 1) Red cell indices, Reticulocyte count, Inclusion body, Platelet count 2) Coagulation study 3) การเก็บตัวอยางจากที่ตางๆเพื่อการเพาะเชื้อ รวมทั้งการตรวจความไวตอยาตานจุลชีพ 4) การทํา cytology
  • 46. 168 เกณฑหลักสูตรและมาตรฐานการฝกอบรมฯ สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน 5) Endocrinologic studies: plasma glucose (fasting and non-fasting), thyroid function test., serum cortisol 6) Liver profile 7) Kidney profile 8) Lipid profile 9) การตรวจทางเวชพิษวิทยา 10) การตรวจ HIV 11) Serologic studies 12) Arterial blood gas analysis 13) Spirometry, Peak Expiratory Flow Rate measurement 14) Radionuclide scan 15) Barium contrast GI studies 16) การตรวจวัตถุพยานทางนิติเวชกรรม 1.11.4 วิทยาการจัดการระบบบริการการแพทยฉุกเฉิน และความรูบรณาการ ู ก. การจัดการระบบบริการการแพทยฉุกเฉิน 1) Pre-hospital clinical care protocols (ก) On-line vs. off-line medical direction (ข) Regulations (ค) Local scope of practice 2) Pre-hospital ground & air medical system planning, design, and logistics (ก) System Design (ข) Level of response: first responders, BLS, ALS, Air medical response (ค) Single vs. multi-tiered responses (ง) Pre-hospital finance & management (จ) Funding for national & local agencies (ฉ) Legislation 3) Disaster preparedness & response (ก) Mass casualty management (ข) Incident command (ค) Search & rescue
  • 47. 169 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 พ.ศ.2550 (ง) Triage (จ) Evacuation (ฉ) Medical response to terrorism: special operations, biological agents, chemical agents, and overview of radioactive agents (ช) Psychological response to disasters (ซ) Care of the dead & their families (ฌ) Public health response to disasters: surveillance and reporting 4) Weapons of mass destruction (ก) Ionizing Radiation: Principles, Scenarios, and Management (ข) Blast injuries: Devices, Blast injuries, and Prognostic factors (ค) Chemical Agents: Agents, Identification, and Management (ง) Biological Agents: Agents (viral, bacterial, fungal, toxins), Identification, and Management 5) Hazardous materials (ก) Decontamination (ข) Chemical warfare agents vs. Hazardous materials (ค) Identification of HazMat (ง) Personal protective equipment 6) Injury prevention & control (ก) General overview (ข) Specific local programs 7) Basic methodology, data acquisition & management, & ethics of research ข. ความรูบูรณาการ 1) การสื่อสารและความสัมพันธระหวางบุคคล (ก) การจัดการเรื่องรองทุกข (ข) การแกปญหาความขัดแยง (ค) การสรางความสัมพันธกบแพทยสาขาอื่นและเจาหนาที่แผนกตางๆ ั (ง) การสรางคณะทํางาน (จ) การสอน 2) การวิจัย
  • 48. 170 เกณฑหลักสูตรและมาตรฐานการฝกอบรมฯ สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน (ก) เวชปฏิบัติอิงหลักฐาน (ข) การแปลความหมายเวชวรรณกรรมและผลการวิจัยทางการแพทย (ค) การทําวิจัย 3) การจัดการความเสี่ยง กฎหมาย และขอบังคับ (ก) การรับรองคุณภาพการรักษาพยาบาลและการศึกษา (ข) การปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ (ค) การรักษาความลับของผูปวย (ง) การยินยอมและการปฏิเสธการรักษา (จ) ทุรเวชปฏิบัติและการชดใชคาเสียหาย (ฉ) การรายงาน (การทําราย, โรคติดตอ, ขอมูลทางเวชกรรมและสุขภาพของประเทศ และอื่นๆ) (ช) การจัดการความเสี่ยง 4) การบริหารจัดการ (ก) การเงิน (1) งบประมาณและแผนงาน (2) การกําหนดตนทุน (3) การเรียกเก็บเงินและการเบิกจายคาดูแลรักษา (ข) การจัดการของระบบหลักประกันสุขภาพ (1) หลักประกันสุขภาพถวนหนา (2) ประกันสังคม (3) สวัสดิการรักษาพยาบาลขาราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ (4) อื่นๆ (ค) การปฏิบติการ ั (1) การบริหารแผนกและหนวยงาน (2) การดําเนินการดานเอกสาร (3) การออกแบบระบบเพื่อชวยการปฏิบัติงาน (4) การจัดการทรัพยากรบุคคล (5) การจัดการขอมูลและสารสนเทศ (6) นโยบายและแนววิธีปฏิบัติ (7) ความปลอดภัย และการรักษาความปลอดภัย (ง) การปรับปรุงสมรรถภาพ
  • 49. 171 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 พ.ศ.2550 (1) ความพอใจของผูรับบริการ และการบริการ (2) การลดความผิดพลาด (3) แนวทางเวชปฏิบัติ (จ) คุณลักษณะของการเปนผูเชี่ยวชาญ (1) ผลลัพธของการรักษาผูปวยฉุกเฉิน (2) จรรยาบรรณ (3) ความบกพรอง (4) ลักษณะผูนํา (การนํา, การจัดการ, การเปนที่ปรึกษา) (5) การดูแลสุขภาพตนเองและผูรวมงาน (6) การพัฒนาทางวิชาชีพและการศึกษาอยางตอเนื่อง (ฉ) หลักการขอตกลง (1) การวิเคราะหเนื้อหาขอตกลงและองคประกอบของขอตกลง (2) การจางงานและขอตกลงอิสระ (3) การเจรจาตอรอง 1.12 วิธีการฝกอบรม เพื่อใหบรรลุวัตถุประสงคที่กําหนด สถาบันฝกอบรมตองจัดประสบการณการเรียนรู โดยมี ระยะเวลาสําหรับการฝกอบรมตามขอ 9.1 (3 ป) รวมทั้งสิ้นไมนอยกวา 144 สัปดาห หรือการฝกอบรมตาม ขอ 9.2 (2 ป) รวมทั้งสิ้นไมนอยกวา 96 สัปดาห ดังนี้.- (1) ดานความรู เขารวมกิจกรรมวิชาการที่กําหนดไวเปนประจําอยางสม่ําเสมอ โดยมีกิจกรรม วิชาการที่กําหนดไวลวงหนาอยางชัดเจน (ไมรวมการรายงานระหวางการเปลี่ยนเวร) เฉลี่ยอยาง นอย 5 ชั่วโมงตอสัปดาห ประกอบดวยกิจกรรมอยางนอยดังตอไปนี้.- ก. กิจกรรมที่ตองดําเนินการอยางนอยสัปดาหละ 1 ครั้ง ไดแก.- 1) การประชุมบรรยาย/นําเสนอทางวิชาการ 2) การประชุมทบทวนวารสารวิชาการ (journal review) ข. กิจกรรมที่ตองดําเนินการอยางนอยเดือนละ 1 ครั้ง ไดแก.- 1) การประชุมเสนอเหตุการณเวชกรรมอันไมพึงประสงค (adverse medical events) ซึ่ง รวมถึงภาวะแทรกซอนและการเสียชีวิต (morbidity and mortality conferences) 2) การประชุมทบทวนการกูชีพ (cardiopulmonary resuscitation conference) 3) การประชุมสัมมนาการบริหาร (administrative seminars) 4) การประชุมวิจัย (research meeting)
  • 50. 172 เกณฑหลักสูตรและมาตรฐานการฝกอบรมฯ สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน ทั้งนี้ อาจารยแพทยผูใหการฝกอบรมตองมีสวนรวมในกิจกรรมวิชาการดังกลาว และการเขารวม กิจกรรมวิชาการดังกลาวนี้เปนสวนหนึ่งของการประเมินอาจารยแพทยผูใหการฝกอบรมดวย ในกรณีผานการหมุนเวียนผานการปฏิบัติงานตามสาขาวิชาตางๆ ตามขอ 1.12 (2) ข. ตองเขารวม กิจกรรมทางวิชาการอยางสม่ําเสมอ ตามที่สาขาวิชานั้นๆ กําหนด. (2) ฝกอบรมปฏิบัติการทางคลินิก อยางนอยดังตอไปนี้.- ก. การปฏิบัติงานเวชกรรมฉุกเฉิน: ตองจัดหมุนเวียนใหมีประสบการณในการดูแลบําบัดรักษา ผูปวยทุกเพศทุกวัยที่มารับบริการดวยปญหาทางเวชกรรมที่หลากหลาย ณ แผนกฉุกเฉิน (หนวยฉุกเฉินและ หนวยสังเกตอาการ) และติดตามผลลัพธการดูแลรักษาผูปวยดังกลาว ที่โรงพยาบาลระดับตางๆ รวมอยาง นอย 72 สัปดาหสําหรับการฝกอบรมตามขอ 9.1 (3 ป) หรืออยางนอย 60 สัปดาหสําหรับการฝกอบรมตามขอ 9.2 (2 ป) ในระหวางการปฏิบัติงานดังกลาวนี้ ตองจัดใหแพทยผูรับการฝกอบรมมีภาระหนาที่ระหวางการ ปฏิบัติงานที่แผนกฉุกเฉิน ดังตอไปนี้.- 1) ปฏิบัติงานรับผิดชอบดูแลรักษาผูปวยฉุกเฉินในความควบคุมของอาจารยผใหการ ู ฝกอบรม เฉลียไมนอยกวา 32 ชั่วโมงตอสัปดาห และไมเกิน 48 ชั่วโมงตอสัปดาห ่ รวมทั้งควรจัดใหมีการติดตามผลลัพธการรักษาผูปวยดวย และเมื่อรวมเวลาศึกษาอยาง อื่นตามกําหนดการแลวไมควรเกิน 60 ชั่วโมงตอสัปดาห ทั้งนี้ ขณะปฏิบัติงานที่แผนกฉุกเฉิน ผูเขารับการฝกอบรมไมควรมีการทํางานใน แตละวันติดตอกันเกินกวา 12 ชั่วโมง และในแตละวันตองมีเวลาพักอยางนอยเทากับเวลา ปฏิบัตงาน รวมทั้งควรจัดใหมีวันพักอยางนอย 1 วันตอสัปดาห ิ 2) รวมการสอนขางเตียงและตรวจเยี่ยมผูปวยฉุกเฉินกับอาจารยแพทยผูใหการฝกอบรม อยางนอย 5 ครังตอสัปดาห ้ 3) รวมกิจกรรมวิชาการ เชน การประชุมวิชาการ วารสารสโมสร 4) ฝกอบรมรังสีวนิจฉัย การทําหัตถการ การตรวจทางหองปฏิบัตการ และการตรวจพิเศษ ิ ิ ตางๆทางเวชกรรมฉุกเฉิน 5) ฝกอบรมการอํานวยการกูชีพและปฏิบัติงานเปนที่ปรึกษานอกแผนกฉุกเฉิน 6) ชวยสอนและปฏิบัติงานตามที่ไดรับมอบหมาย ข. การหมุนเวียนผานการปฏิบัติงานตามสาขาวิชาตางๆ สําหรับการฝกอบรมตามขอ 1.9.1 (3 ป) รวมอยางนอย 40 สัปดาห ดังตอไปนี้.- 1) กุมารเวชศาสตร อยางนอย 4 สัปดาห โดยตองจัดใหมีความรู ทักษะ และเจตคติในการ ดูแลรักษาผูปวยฉุกเฉินทางกุมารเวชกรรม.
  • 51. 173 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 พ.ศ.2550 2) ศัลยศาสตร, ศัลยศาสตรออรโธปดิกส และวิสัญญีวิทยา รวมอยางนอย 8 สัปดาห โดย ตองจัดใหมีความรู ทักษะ และเจตคติในการดูแลรักษาผูปวยฉุกเฉินทางศัลยกรรมและ  การบาดเจ็บ, การดูแลทางหายใจ และการระงับความรูสึก 3) สูติศาสตรและนรีเวชวิทยาอยางนอย 4 สัปดาห โดยตองจัดใหมีความรู ทักษะ และเจตคติ ในการดูแลรักษาผูปวยฉุกเฉินทางสูตินรีเวชกรรม 4) อายุรศาสตร อยางนอย 8 สัปดาห โดยตองจัดใหมีความรู ทักษะ และเจตคติในการดูแล รักษาผูปวยฉุกเฉินทางอายุรกรรม 5) เวชบําบัดวิกฤต ทั้งทางกุมารเวชศาสตร ศัลยศาสตร และอายุรศาสตร รวมทั้งระบบหัวใจ และหลอดเลือด และระบบการหายใจ รวมอยางนอย 16 สัปดาห โดยตองจัดใหมีความรู ทักษะ และเจตคติในการดูแลรักษาผูปวยฉุกเฉินในภาวะวิกฤต ทั้งนี้ยกเวนการหมุนเวียนผานการปฏิบัติงานในสาขาวิชาที่เคยไดมีประสบการณแลวเทียบเทา ตามที่หลักสูตรกําหนดสําหรับการฝกอบรมตามขอ 1.9.2 (2 ป) ค. การฝกอบรมการกูชีพขั้นสูง: ผานการฝกอบรมการกูชีพขั้นสูงอยางนอย 3 ดาน ไดแก ดาน โรคหัวใจ (Advanced Cardiac Life Support), ดานการบาดเจ็บ (Advanced Trauma Life Support), ดานการ ไดรบพิษ (Advanced Hazmat Life Support), ดานกุมารเวชกรรม (Advanced Pediatric Life Support), ดาน ั การดูแลนอกโรงพยาบาล (Advanced Prehospital Life Support) และ/หรือหลักสูตรอื่นที่เทียบเทาหลักสูตร ดังกลาว รวมทั้งมีประสบการณในการเปนผูชวยผูฝกอบรมหลักสูตรดังกลาว จากสถาบันที่คณะอนุกรรมการ ฝกอบรมและสอบฯ พิจารณาแลวใหการรับรอง ง. ทักษะและประสบการณการทําหัตถการ: ผูเขารับการฝกอบรมแตละคนตองมีโอกาสเพียงพอ ในการทําหัตถการรุกรางกาย (invasive procedures), การเฝาตรวจผูปวยทีขาดเสถียรภาพ (monitor unstable ่ patients), และการอํานวยการกูชีพ ทั้งขั้นพื้นฐานและขั้นกาวหนา ทุกรูปแบบในทุกกลุมอายุ ตามที่กําหนด แนบทายหลักสูตรนี้ ใหไดรับประสบการณทั้งการกระทําตอผูปวยจริงและการจําลองปฏิบัติการมีจํานวนครั้ง อยางนอยตามที่กําหนด ในการอํานวยการกูชีพ ผูเขารับการฝกอบรมตองมีโอกาสในการดําเนินมาตรการที่สาคัญตางๆ ํ เชน การกระตุกหัวใจดวยไฟฟา (defibrillation & cardioversion), การกํากับจังหวะการเตนหัวใจ (cardiac pacing), การบําบัดภาวะช็อก, การสั่งบริหารยาทางหลอดเลือดดํา (เชน thrombolytics, vasopressors, neuromuscular blocking agents), และทําหัตถการรุกรางกายตางๆ (เชน cut-downs, central line insertion, tube thoracostomy, endotracheal intubation). สถาบันฝกอบรมตองมีบันทึกรายงานการกูชีพและหัตถการ ซึ่งอาจบันทึกเปนลายลักษณอักษร และหรือการบันทึกสด (live recordings) ที่ผูเขารับการฝกอบรมแตละคนไดทํา อยางนอยตามเนือหา ้ หลักสูตรที่กําหนด โดยรายงานดังกลาวควรบันทึกบทบาทของผูเขารับการฝกอบรม (เชน เปนผูรวมหรือเปน
  • 52. 174 เกณฑหลักสูตรและมาตรฐานการฝกอบรมฯ สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน ผูอํานวยการ), ชนิดของหัตถการที่ทํา, สถานที่ (แผนกฉุกเฉิน, หออภิบาลผูปวย, ที่เกิดเหตุ, ฯลฯ), อายุของ ผูปวย, และการวินิจฉัย และนําเสนอตอคณะกรรมการฝกอบรมและสอบฯ เพื่อประกอบการพิจารณาเสนอ ขออนุมัติวุฒิบัตรแสดงความรูความชํานาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน แกผูรับ  การฝกอบรม (3) ฝกอบรมบริหารจัดการและปฏิบัติการเวชกรรมฉุกเฉินนอกโรงพยาบาล อยางนอย 4 สัปดาหแต ไมเกิน 16 สัปดาห โดยรวมจัดการและปฏิบัติงานกับหนวยปฏิบัติการการแพทยฉุกเฉินนอก โรงพยาบาล รวมทั้งรวมสังเกตการณในการประชุมคณะกรรมการ/อนุกรรมการการแพทย ฉุกเฉินระดับชาติหรือภูมภาคหรือทองถิ่นดวย โดยตองจัดใหมีประสบการณตามภาคผนวกที่ 4.1 ิ (4) ศึกษาวิทยาศาสตรการแพทยพื้นฐานประยุกต (correlated basic medical science) ใหครบตามที่ ไดกําหนด (5) วิชาบังคับเลือก รวมอยางนอย 16 สัปดาห โดยจัดใหมีการเลือกหมุนเวียนผานการฝกอบรม/ ปฏิบัติงานที่หนวยเฉพาะทางสาขาวิชาตางๆ อยางนอย 4 หนวยดังตอไปนี้ ก. การขนสงเวชกรรมทางอากาศ (aero-medical transport) ข. การควบคุมการบาดเจ็บและการเจ็บปวยฉุกเฉิน (emergency illness & injury control) ค. การพัฒนาคุณภาพเวชกรรมและความปลอดภัยผูปวย (patient safety & quality improvement) ง. จักษุวิทยาฉุกเฉิน (emergency ophthalmology) จ. จิตเวชศาสตรฉุกเฉิน (emergency psychiatry) ฉ. นันทนเวชศาสตรฉุกเฉิน (recreation & wilderness medicine): การกีฬา การทองเที่ยว การ ผจญภัย ช. นิติเวชศาสตร (medical forensic) ซ. ภาวะฉุกเฉินการสาธารณสุข (public health emergencies) ฌ. รังสีวินจฉัยฉุกเฉิน (emergency diagnostic radiology and ultrasound) ิ ญ. วิทยาการจัดการเวชกรรมฉุกเฉินชนบท (rural emergency medical managerial science) ฎ. เวชพิษวิทยาฉุกเฉิน (emergency medical toxicology) ฏ. เวชวิทยาการระบาดและเวชวิจัยฉุกเฉิน (emergency medical epidemiology and research) ฐ. เวชศาสตรการบริการเลือดฉุกเฉิน (emergency blood service medicine) ฑ. เวชศาสตรการบาดเจ็บ (traumatic medicine) ฒ. เวชศาสตรการทหาร (military medicine): การสงคราม การจลาจล และการกอการราย ณ. เวชศาสตรการสังเกตอาการฉุกเฉิน (observational medicine) ด. เวชศาสตรการอาชีพและสิ่งแวดลอมฉุกเฉิน (occupational and environmental medical emergencies)
  • 53. 175 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 พ.ศ.2550 ต. เวชศาสตรฉุกเฉินผูสูงอายุ (emergency geriatric medicine) ถ. เวชศาสตรฉุกเฉินระหวางประเทศ (international emergency medicine) ท. เวชศาสตรภัยพิบัติและกลุมชน (disaster and mass gathering medicine) ธ. เวชศาสตรแรงกดดันอากาศสูง (hyperbaric medicine) น. เวชศึกษาศาสตรฉุกเฉิน (emergency medical education) บ. เวชสารสนเทศและการสื่อสารฉุกเฉิน (emergency medical information and communications) ป. โสต นาสิก และลาริงซวิทยาฉุกเฉิน (emergency otolaryngology) ทั้งนี้สถาบันฝกอบรมสามารถจัดใหแพทยประจําบานศึกษาและฝกอบรมผสมผสานหลาย สาขาวิชา (ไมเกิน 3 สาขาวิชา) ควบคูกันในเวลาอยางนอย 4 สัปดาห โดยไมแยกชวงเวลาในการปฏิบัติงาน แตละสาขาจากกัน รวมทั้งอาจจัดใหมีวิชาเลือกเสรีในระหวางเวลาที่เหลือจากที่กําหนดไวขางตน โดยใหมี การจัดทําแผนการสอน/ฝกอบรมวิชาบังคับเลือกดังกลาว (6) งานวิชาการและงานวิจัย ทํางานศึกษาวิจัยตนแบบ (original research project) โดยเปนผูวิจัยหลักหรือผูนิพนธหลักอยางนอย 1 ฉบับ ซึ่งอาจเปนการศึกษาวิจัยทางเวชกรรม, การศึกษาวิจยทางวิทยาศาสตรการแพทยพ้นฐาน, การ ั ื ศึกษาวิจัยทางวิทยาการระบาด, การศึกษาวิจัยเชิงระบบในการควบคุมภาวะฉุกเฉินหรือการบริหารจัดการ ระบบเวชบริการฉุกเฉิน, การศึกษาวิจัยทุติยภูมิ (เชน การวิจัยทบทวนวารสารอยางเปนระบบ, การวิจัยและ พัฒนาแนวทางเวชปฏิบัติ) และ/หรืออนุกรมรายงานผูปวย ทั้งนี้งานวิจัยดังกลาวตองประกอบดวยหัวขอหลัก ไดแก (1) จุดประสงคของการวิจัยหรือวิจัย วารสาร, (2) วิธีการวิจัยหรือวิจัยวารสาร, (3) ผลการวิจัย, (4) การวิจารณผลการวิจัยหรือวิจยวารสาร และ (5) ั บทคัดยอ รวมทั้งนําเสนอผลงานดังกลาวเปนลายลักษณอักษรใหคณะอนุกรรมฝกอบรมและสอบฯ พิจารณา 1.13 การประเมินผูเ ขารับการฝกอบรมและประเมินเพื่อวุฒิบัตรฯ และหนังสืออนุมัติฯ (1) การประเมินระหวางการฝกอบรม สถาบันการฝกอบรมตองจัดใหมีการประเมินสามัตถิยภาพ ของผูเขารับการฝกอบรมระหวางการฝกอบรม ตามตารางที่ 1.13.1 โดยจัดใหมีการสอบและการประเมินเพื่อ พัฒนาความรู ทักษะ และเจตคติ รวมทั้งประเมินการเขียนเวชระเบียนและการบันทึกในสมุดคูมือแพทย ประจําบานเปนรายบุคคลเมื่อสิ้นสุดการฝกอบรมในแตละชั้นป เพื่อใหขอมูลแกผูเขารับการฝกอบรม ประกอบการพัฒนาและเลื่อนระดับชั้น
  • 54. 176 เกณฑหลักสูตรและมาตรฐานการฝกอบรมฯ สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน ตารางที่ 1.13.1 วิธีการทดสอบเพื่อประเมินสามัตถิยภาพหลัก กขคงจฉ วิธีการประเมิน / สามัตถิยภาพหลัก การทดสอบปรนัย การทดสอบอัตนัย การตรวจและทบทวนเวชระเบียน (incorporate chart stimulated recall / review) การทบทวนวรรณกรรม (chart and literature review) การบันทึกสด (live recordings) การประเมินเวชวัตถุวิสัย (Objective Structured Clinical Evaluation: OSCE) การสอบถามความพึงพอใจของผูปวย (patient satisfaction queries) การสอบสัมภาษณ (oral examination) บันทึกหัตถการ (procedure logs) แบบจําลองหัตถการ (model simulation for procedures) ผูปวยมาตรฐาน (standardized patients)  แฟมผลงาน (portfolios) มาตรการประเมินองครวม (global rating scale evaluations) หมายเหตุ: สามัตถิยภาพหลัก (core competency) ไดแก ก. การบริบาลผูปวย (holistic patient care), ข. ความรูและทักษะเวชกรรม (medical knowledge & skill), ค. ทักษะระหวางบุคคลและการสื่อสาร (interpersonal skills and communication), ง. ความเปนนักวิชาชีพ (professionalism), จ. การเรียนรูและการ พัฒนาบนฐานแหงเวชปฏิบัติ (practice-based learning and improvement) และ ฉ. การปฏิบัติบนฐานแหง ระบบ (systems-based practice) (2) การประเมินเพือวุฒิบัตรแสดงความรูความชํานาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาเวช ่ ศาสตรฉุกเฉิน: ผูมีสิทธิ์เขารับการประเมินเพื่อวุฒิบัตรแสดงความรูความชํานาญในการประกอบวิชาชีพเวช กรรม สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน ตองมีคุณสมบัติสอดคลองกับขอบังคับแพทยสภาวาดวยหลักเกณฑการออก หนังสืออนุมัติและวุฒิบัตรเพื่อแสดงความรูความชํานาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมสาขาตางๆ พ.ศ.  2546 รวมทั้งมีคุณสมบัติเพิ่มเติมดังตอไปนี้:- ก. สถาบันที่ใหการฝกอบรมหรือปฏิบัติงานเห็นสมควรใหเขาสอบได โดยตองผานหรือกําลัง รับการฝกอบรมหรือปฏิบัติงานอยางใดอยางหนึ่ง ดังตอไปนี้
  • 55. 177 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 พ.ศ.2550 1) ผานการฝกอบรมแพทยประจําบานสาขาเวชศาสตรฉุกเฉินแลวครบถวนตามหลักสูตร ของแพทยสภา หรือกําลังฝกอบรมแพทยประจําบานสาขาเวชศาสตรฉุกเฉินระดับป สุดทาย 2) ปฏิบัติงานชดใชทุนและปฏิบัติงานตอเนื่องในสถาบันการแพทยและสาธารณสุขในสวน ภูมิภาคของทางราชการ ที่มีการฝกอบรมแพทยประจําบานสาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน โดยมี ระยะเวลาปฏิบัติงานในสาขาเวชศาสตรฉุกเฉินไมนอยกวา 36 เดือน ข. มีบันทึกทักษะและประสบการณการทําหัตถการ ตามที่กําหนดไวในขอ 1.12 (2) ง. อยางนอย ในรอบ 1 ปที่ผานมา นําเสนอคณะกรรมการฝกอบรมและสอบฯ พิจารณาแลวใหผาน  ค. ผานการฝกอบรมการกูชีพขั้นสูงอยางนอย 3 ดาน ไดแก ดานโรคหัวใจ (Advanced Cardiac Life Support), ดานการบาดเจ็บ (Advanced Trauma Life Support), ดานการไดรับพิษ (Advanced Hazmat Life Support), ดานกุมารเวชกรรม (Advanced Pediatric Life Support), ดานการดูแลนอกโรงพยาบาล (Advanced Prehospital Life Support) และ/หรือหลักสูตรอื่นที่เทียบเทาหลักสูตรดังกลาว รวมทั้งมี ประสบการณเปนผูชวยผูฝกอบรมหลักสูตรดังกลาว จากสถาบันที่คณะอนุกรรมการฝกอบรมและสอบฯ พิจารณาแลวใหการรับรอง ง. มีผลงานวิชาการเปนนิพนธตนฉบับ ซึ่งอาจเปนการศึกษาวิจัยทางเวชกรรม, การศึกษาวิจัย ทางวิทยาศาสตรการแพทยพื้นฐาน, การศึกษาวิจัยทางวิทยาการระบาด, การศึกษาวิจัยเชิงระบบในการ ควบคุมภาวะฉุกเฉินหรือการบริหารจัดการระบบเวชบริการฉุกเฉิน, การศึกษาวิจัยทุติยภูมิ (เชน การวิจัย ทบทวนวารสารอยางเปนระบบ, การวิจัยและพัฒนาแนวทางเวชปฏิบัติ) และ/หรืออนุกรมรายงานผูปวยทาง เวชกรรมฉุกเฉิน ตีพิมพในวารสารวิชาการทางการแพทยซึ่งมีการทบทวนอยางเปนระบบหรือเสนอเปนลาย ลักษณอักษรตอคณะกรรมการฝกอบรมและสอบฯ พิจารณาแลวใหผานอยางนอย 1 เรือง ่ จ. ผานการทดสอบประเมินความรู ทักษะ และเจตคติ ตามเนื้อหาหลักสูตรซึ่งกําหนดสามัตถิย ภาพหลักเพื่อวุฒิบัตรแสดงความรูความชํานาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน ตาม หลักเกณฑดังตอไปนี้ 1) วิธีการทดสอบ: อนุกรรมการฝกอบรมและสอบฯ อาจกําหนดรายละเอียดวิธีการทดสอบ เพื่อประเมินสามัตถิยภาพหลักไดดังตารางที่ 1.13.1 โดยจําแนกเปนการสอบ 3 ภาคสวน หลัก ดังตอไปนี้ (ก) การสอบภาคทฤษฎี ประกอบดวยขอสอบปรนัย (เชน คําถามมีคําตอบหลายขอให เลือก, คําถามใหตอบดวยคําตอบสั้น) รวมทั้งอาจจัดใหมีขอสอบอัตนัยไดตามที่ คณะอนุกรรมการฝกอบรมและสอบฯ กําหนด (ข) การสอบภาคปฏิบัติ ประกอบดวยการสอบแปลผลทางหองปฏิบัติการและการสอบ รายสั้นเพื่อประเมินทักษะหรือความสามารถจําเพาะ (objective structured clinical
  • 56. 178 เกณฑหลักสูตรและมาตรฐานการฝกอบรมฯ สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน examination: OSCE) เชน การวินิจฉัยเฉพาะจุด (spot diagnosis), การใหคําปรึกษา (counseling), การตรวจจําเพาะ นอกจากนี้ อาจจัดใหมีการสอบรายยาวเพือประเมินความรูสามารถในการปฏิบัติ ่ ตอผูปวย (เชน การคนหารวบรวมขอมูล การวินิจฉัยและรักษา การแปลผลทาง หองปฏิบัติการ) รวมทั้งประเมินการอํานวยการทางการแพทยฉุกเฉิน (Emergency Medical Director Course Practice) ไดตามที่คณะอนุกรรมการฝกอบรมและสอบฯ กําหนด (ค) การสอบสัมภาษณ 2) การจัดการสอบ: ใหอนุกรรมการฝกอบรมและสอบฯ กําหนดรายละเอียดวิธีการ เงื่อนไข และกําหนดการสอบแตละภาคสวน ตามหลักเกณฑดังตอไปนี้ (ก) ใหดําเนินการสอบใหแลวเสร็จภายในเดือนมิถนายนเมือสิ้นสุดการฝกอบรมแตละป ุ ่ (ข) ผูเขารับการสอบตองมีคุณสมบัติครบถวนตามที่กําหนดในขอ 13.2 (ก), (ข), (ค), (ง) และ (จ) ในวันที่เขารับการสอบ เวนแตการสอบภาคทฤษฎี ใหแพทยประจําบานที่ ผานการฝกอบรมตั้งแตครบ 23 เดือนขึ้นไปเขาสอบได (ค) อาจจัดใหมีการสอบภาคปฏิบัติไดตั้งแตกลางปที่ 3 ของการฝกอบรม และ/หรือใน เดือนมิถุนายนเมื่อสิ้นสุดการฝกอบรม 3) เกณฑการตัดสิน: การสอบผานตองไดคะแนนอยางนอยเทากับเกณฑที่อนุกรรมการ ฝกอบรมและสอบฯ กําหนด ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ดังตอไปนี้ (ก) เกณฑการตัดสินการสอบผานภาคทฤษฎี ใชการอิงเกณฑดวยการประเมินจาก คาเฉลี่ยของเกณฑผานขั้นต่ํา (minimal passing level, MPL) ของขอสอบแตละขอเปน หลัก เวนแตคณะอนุกรรมการฝกอบรมและสอบฯ พิจารณาแลวเห็นสมควรใหองกลุม ิ (ข) เกณฑการตัดสินภาคปฏิบัติและการสัมภาษณใชอิงเกณฑคาเฉลี่ยของเกณฑผานขั้น ต่ํา (minimal passing level, MPL) (ค) การสอบภาคทฤษฎีและการสอบภาคปฏิบัติ เมื่อสอบผานแตละภาคสามารถใชได อีก 3 ป หากสอบผานไดไมครบตามกําหนดในอีก 3 ป ตองสอบใหม (2) การประเมินเพือหนังสืออนุมติแสดงความรูความชํานาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขา ่ ั เวชศาสตรฉุกเฉิน: ผูมีสิทธิ์เขารับการประเมินเพื่อหนังสืออนุมัติแสดงความรูความชํานาญในการ ประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน ตองมีคุณสมบัติสอดคลองกับขอบังคับแพทยสภาวา ดวยหลักเกณฑการออกหนังสืออนุมัติและวุฒบัตรเพื่อแสดงความรูความชํานาญในการประกอบวิชาชีพ ิ เวชกรรมสาขาตางๆ พ.ศ.2546 รวมทั้งตองมีคุณสมบัติเพิ่มเติมครบถวนดังตอไปนี้:-
  • 57. 179 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 พ.ศ.2550 ก. ไดทํางานในสาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน ในสถานบริการทางการแพทยและสาธารณสุขที่มีแพทย รับผิดชอบภาระงานของแผนกฉุกเฉินเต็มเวลาจํานวนอยางนอย 3 คน และมีภาระงานบริการของสาขา เวชศาสตรฉุกเฉินตามเกณฑสถาบันฝกอบรมแพทยประจําบานสาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน รวมทั้งไดรับการ รับรองจากคณะอนุกรรมการฝกอบรมและสอบฯ สาขาเวชศาสตรฉุกเฉินดวย เปนเวลาไมนอยกวาที่ กําหนดในขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้ 1) แพทยที่ไดรับปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต และไดรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวช กรรม ตองมีการปฏิบัติงานในสาขาเวชศาสตรฉุกเฉินเต็มเวลา (โดยอนุโลมตามเกณฑ สถาบันฝกอบรม สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน ขอ 2.2. ข.) ณ สถาบันที่มีเกณฑลักษณะอยาง นอยตามมาตรฐานที่แพทยสภากําหนด และคณะอนุกรรมการฝกอบรมและสอบแพทย เฉพาะทางสาขาเวชศาสตรฉุกเฉินรับรองไมนอยกวา 5 ป  2) แพทยที่ไดรับวุฒิบัตร/หนังสืออนุมัติแสดงความรูความชํานาญในการประกอบวิชาชีพ เวชกรรม สาขาหรืออนุสาขาทางดานอายุรศาสตร, ศัลยศาสตร, กุมารเวชศาสตร, สูติ ศาสตร-นรีเวชวิทยา, วิสัญญีวิทยา, ศัลยศาสตรออรโธปดิก, จักษุวิทยา, โสตนาสิกและลา ริงซวิทยา, เวชศาสตรฟนฟู, จิตเวชศาสตร, เวชปฏิบัติทั่วไป และ/หรือเวชศาสตร ครอบครัว หรืออนุสาขาของสาขาดังกลาว ตองมีการปฏิบัติงานในสาขาเวชศาสตร ฉุกเฉินเต็มเวลา(โดยอนุโลมตามเกณฑสถาบันฝกอบรมสาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน ขอ 2.2. ข.) ณ สถาบันที่มีเกณฑลักษณะอยางนอยตามมาตรฐานที่แพทยสภากําหนด และ คณะอนุกรรมการฝกอบรมและสอบแพทยเฉพาะทางสาขาเวชศาสตรฉุกเฉินรับรองไม นอยกวา 2 ป ข. มีคุณสมบัติอื่นอยางครบถวนตามที่กําหนดในขอ 1.13 (2) ขอ ข, ค, ง และ จ โดยใชเกณฑ การตัดสินเชนเดียวกับการประเมินเพื่อวุฒิบัตรฯ ทั้งนี้ ยกเวนแพทยที่ไดรับวุฒิบัตรฯ สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน จากสถาบันในตางประเทศที่แพทย สภารับรอง และไดรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามกฎหมายวาดวยวิชาชีพเวชกรรม ใหผาน เฉพาะการสอบสัมภาษณ โดยไมจําเปนตองมีคุณสมบัติอื่นดังกลาวขางตน 1.14 การประกันคุณภาพการฝกอบรม สถาบันฝกอบรมที่ไดรับอนุมัติใหจดการฝกอบรม ั ตองจัดใหมีการประกันคุณภาพการ ฝกอบรมตามระบบ กลไก และเกณฑที่แพทยสภากําหนด รวมทั้งผานการประเมินความพรอมในการเปน สถาบันฝกอบรม และสถาบันฝกอบรมตองจัดใหมีการประกันคุณภาพการฝกอบรมอยางตอเนื่อง ดังนี้.- 1.14.1 การประกันคุณภาพการฝกอบรมภายใน: สถาบันฝกอบรมตองจัดใหมีระบบและกลไก การประกันคุณภาพฝกอบรมภายในอยางตอเนื่อง
  • 58. 180 เกณฑหลักสูตรและมาตรฐานการฝกอบรมฯ สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน 1.14.2 การประกันคุณภาพการฝกอบรมภายนอก: สถาบันฝกอบรมตองไดรับการประเมิน คุณภาพจากคณะอนุกรรมการฝกอบรมและสอบฯ สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน ตามขอกําหนดอยาง นอยทุก 5 ป 1.15 การทบทวน/พัฒนาหลักสูตรการฝกอบรม กําหนดใหมีการทบทวนและพัฒนาหลักสูตรฝกอบรม รวมทั้งแจงผลการทบทวนและพัฒนา ใหแพทยสภารับทราบเปนระยะๆ หรืออยางนอยทุก 5 ป
  • 59. 181 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 พ.ศ.2550 2. เกณฑสถาบันฝกอบรมแพทยประจําบาน สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน กําหนดใหสถาบันฝกอบรมหลักสูตรการฝกอบรมแพทยประจําบาน เพื่อวุฒิบัตรแสดงความรูความ ชํานาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน ตองมีลักษณะตามประกาศแพทยสภาที่ 18/2550 เรือง เกณฑหลักสูตรการฝกอบรมเปนผูมีความรูความชํานาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมสาขา ่ ตางๆ เกณฑสถาบันฝกอบรม การขอเปนสถาบันฝกอบรม และการติดตามกํากับดูแลสถาบันการฝกอบรม พ.ศ. 2550 รวมทั้งตองมีลักษณะตามเกณฑทั่วไปและเกณฑเฉพาะ ตลอดจนระบุสถานภาพสถาบันฝกอบรม ดังตอไปนี้ 2.1 เกณฑทั่วไปสําหรับสถาบันฝกอบรม (1) ลักษณะทั่วไป ก. ไดรับการรับรองคุณภาพ หรือกําลังดําเนินการพัฒนาเพื่อการรับรองคุณภาพ ข. มีบรรยากาศทางวิชาการในลักษณะสังคมนักวิชาการ เพื่อเสริมสรางคุณสมบัตในการใฝรูใหแก ิ ผูเขารับการฝกอบรม ค. มีระบบการบริหารจัดการที่ดี มีสถานที่ เครื่องมืออุปกรณ และจํานวนผูปวยทั้งประเภทผูปวย ในและผูปวยนอกพอเหมาะแกการฝกอบรม และผูเขารับการฝกอบรมมีสวนดําเนินการดูแล รักษาและใหบริการแกผปวยโดยตรง ู ง. มีหนวยงานเทียบเทาภาควิชาในคณะแพทยศาสตร / วิทยาลัยแพทยศาสตร หรือแผนกใน โรงพยาบาล เปนผูรับผิดชอบดําเนินการ โดยผูบริหารของคณะแพทยศาสตร / วิทยาลัย แพทยศาสตร / โรงพยาบาล ที่รับผิดชอบดําเนินการ ตองไมมีผลประโยชนสวนตัวที่อาจ ขัดขวางการบริหารงานและการพัฒนางานการฝกอบรมแพทยประจําบาน จ. มีปณิธานและพันธกิจระบุไวชัดเจนวามุงผลิตแพทยประจําบานที่มีความรูความสามารถและ คุณสมบัติสอดคลองกับหลักสูตร และมีความสามารถในการเปนนักวิชาการและที่จะศึกษา ตอเนื่องได และมีวัตถุประสงคของหลักสูตรที่สอดคลองกับพันธกิจ ฉ. มีระบบบริหารงานที่ชัดเจนเพื่อสนับสนุนการจัดการฝกอบรมใหบรรลุตามปณิธาน ไดแก การ บริหารงานทั่วไป การบริหารการศึกษา เปนตน ระบบบริหารงานดังกลาวใหทําเปนระเบียบ ของคณะแพทยศาสตร / วิทยาลัยแพทยศาสตร / โรงพยาบาล และประกาศใหผูเกี่ยวของทราบ ทั่วกัน ช. มีแพทยผูทรงคุณวุฒิจํานวนเพียงพอรับผิดชอบในสาขาที่ฝกอบรมและในสาขาที่เกี่ยวของ และ มีความมุงมั่น ความเต็มใจในการเปนอาจารยประจําหลักสูตรฝกอบรม ซ. ในระยะเริ่มแรก คณะแพทยศาสตร / วิทยาลัยแพทยศาสตร / โรงพยาบาลที่ขอเปดดําเนินการ ฝกอบรม อาจพิจารณาทําความตกลงกับคณะแพทยศาสตร / วิทยาลัยแพทยศาสตร /
  • 60. 182 เกณฑหลักสูตรและมาตรฐานการฝกอบรมฯ สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน โรงพยาบาลที่มีประสบการณดําเนินการเปดหลักสูตรฝกอบรมมาแลวไมต่ํากวา 5 ป ใหชวยทํา หนาที่เปนที่ปรึกษา / ชวยเหลือ หรือเปนสถาบันสมทบ / สถาบันรวมในการดําเนินการ ฝกอบรม ฌ. กอนเปดดําเนินการฝกอบรม คณะแพทยศาสตร / วิทยาลัยแพทยศาสตร / โรงพยาบาล ตอง ดําเนินการใหแพทยสภารับรองหลักสูตรของสถาบันฝกอบรม เพื่อใหผูสาเร็จการฝกอบรมมี ํ สิทธิ์เขาสอบเพื่อวุฒิบัตรฯ และตองมีความพรอมในการจัดการฝกอบรมและทรัพยากรตางๆ โดยเฉพาะอาจารย สื่อการศึกษาและอุปกรณการฝกอบรม ครบถวนตามเกณฑที่กําหนด ทั้งนี้ ตองมีแผนดําเนินงานระยะ 5 ปที่มีความชัดเจนและเปนไปได โดยแผนปฏิบัติการตองแสดงให เห็นวามีความพรอมดังกลาวกอนเริ่มการฝกอบรมแตละชั้นปอยางนอย 1 ปการศึกษา ญ. ในกรณีที่เปนสถาบันฝกอบรมภาคเอกชน นอกจากตองมีคณสมบัติตามขอ (ก) ถึง (ฌ) แลว ุ ตองไมแสวงหากําไรจากการฝกอบรม โดยใหจัดตั้งมูลนิธิหรือกองทุนที่มีทุนสํารองเพียงพอ ในการดําเนินการระยะยาว และใหมีผูแทนอนุกรรมการฝกอบรมและสอบฯ เปนกรรมการของ มูลนิธิหรือกองทุนโดยตําแหนง (2) หนวยงานกลางพื้นฐาน สถาบันฝกอบรมนั้นตองมีหนวยงานกลางใหบริการดังตอไปนี้ สถาบันฝกอบรมตองมีการใหบริการตรวจทาง ก. หองปฏิบติการสําหรับการชันสูตร ั หองปฏิบัติการหรือติดตอขอรับบริการตรวจทางหองปฏิบัติการใหครอบคลุมการชันสูตรประเภท พื้นฐานและประเภทจําเพาะที่จําเปนสําหรับการฝกอบรม ซึ่งหองปฏิบัตการตองมีพยาธิแพทยหรือแพทย ิ หรือบุคลากรอืนที่มีความรูความชํานาญเปนผูควบคุม ่ 1) หองปฏิบัติการดานพยาธิวิทยากายวิภาค สามารถตรวจศพ ตรวจชิ้นเนื้อและสิ่งสงตรวจ ทางเซลลวิทยาที่ไดจากการผาตัดหรือการทําหัตถการ สามารถเตรียมสไลดชิ้นเนื้อเยื่อ และสิ่งสงตรวจเพื่อตรวจดวยกลองจุลทรรศนไดเอง พยาธิแพทยตองมีเวลา มี ความสามารถ และเต็มใจใหคําปรึกษาหารือหรือสอนแพทยประจําบานทุกสาขาได มี อัตราการตรวจศพซึ่งเปรียบเสมือนดัชนีชี้บงความสนใจทางวิชาการและความใสใจใน การคนหาสาเหตุ การดําเนินโรค และการประเมินผลการรักษาของแพทยในโรงพยาบาล นั้น ตองไมนอยกวารอยละ 10 ของจํานวนผูปวยที่ถึงแกกรรม (ไมรวมการตรวจศพ  ทางดานนิติเวชศาสตร) การตรวจศพ การตรวจชิ้นเนื้อ และการตรวจทางเซลลวิทยาตอง กระทําโดยครบถวนจนสามารถใหการวินจฉัยขั้นสุดทาย และตองมีรายงานการตรวจเก็บ ิ ไวเปนหลักฐานทุกราย ในกรณีที่อัตราการตรวจศพของสถาบันฝกอบรมไมถึงเกณฑที่กําหนด สถาบัน ตองแสดงหลักฐานที่บงชี้ถึงความสนใจทางวิชาการและความใสใจในการคนหาสาเหตุ
  • 61. 183 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 พ.ศ.2550 การดําเนินโรค และการประเมินผลการรักษาของแพทยในโรงพยาบาล ดวยการตรวจทาง พยาธิวิทยาหรือการตรวจอื่นๆ 2) หองปฏิบัติการดานพยาธิวิทยาคลินิกหรือเวชศาสตรชันสูตร สามารถใหบริการตรวจดาน โลหิตวิทยา เคมีคลินิก จุลทรรศนศาสตร จุลชีววิทยา วิทยาภูมิคุมกันไดเปนประจํา รวมทั้ง ตองมีการใหบริการทางดานธนาคารเลือดที่จําเปนสําหรับการฝกอบรม ข. หนวยรังสีวิทยา สถาบันฝกอบรมตองมีรังสีแพทยผูทรงคุณวุฒิ สามารถตรวจทางรังสีที่ จําเปนสําหรับการฝกอบรมได สถาบันฝกอบรมตองมีหองสมุดซึงมีตํารามาตรฐานทางการแพทย  ่ ค. หองสมุดทางแพทย วารสารการแพทยที่ใชบอย และหนังสือดรรชนีสําหรับชวยคนรายงานที่ตีพิมพในวารสารสําหรับให แพทยประจําบานใชไดสะดวก ง. หนวยเวชระเบียนและสถิติ สถาบันฝกอบรมตองจัดใหผปวยทุกคนมีแฟมประจําตัว ซึ่ง ู บันทึกประวัติ ผลการตรวจรางกาย การสั่งการรักษาที่เปนมาตรฐาน และมีระบบการจัดเก็บ คนหา และ การประมวลสถิติที่มีประสิทธิภาพ 2) หนวยงานทางดานคลินิกทีเ่ กียวกับการดูแลรักษาผูปวยสาขาที่ฝกอบรม สถาบันฝกอบรม ่ ตองมีหนวยงานทางคลินิกที่สําคัญ ไดแก อายุรศาสตร ศัลยศาสตร กุมารเวชศาสตร สูติ ศาสตร-นรีเวชวิทยา เพื่อใหการดูแลรักษาผูปวยในสาขาที่ฝกอบรมหากจําเปน 3) กิจกรรมวิชาการ สถาบันฝกอบรมตองจัดใหมีกิจกรรมวิชาการสม่ําเสมอ ทั้งใน หนวยงานที่รับผิดชอบในการสาขาที่ฝกอบรม เชน กิจกรรมวารสารสโมสร หรือ กิจกรรมวิชาการระหวางหนวยงานหรือระดับโรงพยาบาล เชน morbidity mortality conference, clinicopathological conference นอกจากนี้สถาบันฝกอบรมตองจัดหรืออนุญาตใหผูเขารับการฝกอบรมไปเรียนวิทยาศาสตร การแพทยพื้นฐานประยุกต หรือวิทยาศาสตรคลินิกสัมพันธ และควรสนับสนุนใหผูเขารับการฝกอบรมได รวมประชุมวิชาการนอกสถาบันฝกอบรมตามโอกาสสมควร 2.2 เกณฑเฉพาะสําหรับสถาบันฝกอบรม สถาบันฝกอบรมแพทยประจําบาน สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน ตองจัดใหมีหนวยงานใหการดูแลผูปวย ฉุกเฉินตลอดเวลา มีงานบริการที่มีคุณภาพและปริมาณ โดยตองมีสถานที่ เครื่องมืออุปกรณ จํานวนผูปวย การบริการ และผูดําเนินการฝกอบรม ตามเกณฑอยางนอยดังตอไปนี้ ที่มีสถานที่และเครื่องมืออุปกรณที่เพียงพอสําหรับตรวจวินิจฉัยและ (1) เปนโรงพยาบาลทั่วไป รักษาพยาบาลผูปวยฉุกเฉินและการฝกอบรมแพทยประจําบานสาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน และมีหนวยงานที่ สําคัญอยางนอย ไดแก กุมารเวชศาสตร, ศัลยศาสตร, สูติศาสตร-นรีเวชวิทยา และอายุรศาสตร
  • 62. 184 เกณฑหลักสูตรและมาตรฐานการฝกอบรมฯ สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน ก. มีแพทยผูใหการฝกอบรมที่มีคณวุฒิและจํานวน ดังตอไปนี้.- ุ 1) แพทยซึ่งไดรับวุฒิบัตร/หนังสืออนุมัติฯ สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน ปฏิบัติงานดูแลรักษา ผูปวยที่แผนกฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน ทั้งวันทําการและวันหยุด 2) มีอาจารยแพทยผูใหการฝกอบรมที่รับผิดชอบภาระงานของแผนกฉุกเฉินเต็มเวลา (ทั้ง การบริการ, การศึกษา และการวิจย รวมตั้งแต 35 ชั่วโมงตอสัปดาหขึ้นไป) อยางนอย 3 ั คน ในกรณีมีจํานวนอาจารยแพทยผูฝกอบรมเต็มเวลาไมพอ อาจจัดใหมีอาจารย แพทยไมเต็มเวลาไดแตตองไมเกินรอยละ 50 ของจํานวนอาจารยทั้งหมด ทั้งนี้ภาระงาน เวชศาสตรฉุกเฉินของอาจารยแพทยผใหการฝกอบรมไมเต็มเวลาตองไมเกินคนละ 17.5 ู ชั่วโมงตอสัปดาห และเมื่อรวมกันทั้งหมดจะตองไมมากกวาภาระงานของผูใหการ ฝกอบรมเต็มเวลาที่ขาดไป 3) อาจารยผูทําหนาที่หัวหนาสถาบันฝกอบรมหรือประธานการฝกอบรมจะตองปฏิบัตงาน ิ ทางดานสาขาเวชศาสตรฉุกเฉินมาแลวไมนอยกวา 3 ป ทั้งนี้ ยกเวนเฉพาะในหวงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ฉบับที่ 10 (ภายใน พ.ศ. 2554) อนุโลมใหสถาบันฝกอบรมซึ่งตั้งอยูในเขตกรุงเทพมหานคร และฉบับที่ 11 (ภายใน พ.ศ. 2559) อนุโลมใหสถาบันฝกอบรมซึ่งตั้งอยูนอกเขตกรุงเทพมหานคร มี แพทยผูไดรับวุฒิบัตร/หนังสืออนุมัติแสดงความรูความชํานาญในการประกอบวิชาชีพเวช กรรมสาขาอื่น ไดแก อายุรศาสตร, ศัลยศาสตร, กุมารเวชศาสตร, สูติศาสตร-นรีเวชวิทยา, วิสัญญีวิทยา, ศัลยศาสตรออรโธปดิกส, จักษุ-วิทยา, โสตศอนาสิกวิทยา, เวชศาสตรฟนฟู, จิตเวชศาสตร, เวชปฏิบัติทั่วไป และ/หรือเวชศาสตรครอบครัว ปฏิบัตงานดูแลรักษาผูปวย ิ ฉุกเฉินที่แผนกฉุกเฉินทดแทนอาจารยแพทยซงไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒบัตรฯ สาขาเวช ึ่ ิ ศาสตรฉุกเฉินได ข. มีงานบริการเวชกรรมฉุกเฉินที่มีคุณภาพและจํานวนเพียงพอสําหรับการฝกอบรม ดังตอไปนี้:- 1) มีปริมาณผูมารับบริการฉุกเฉินไมนอยกวา 18,000 รายตอป โดยมีลักษณะเฉพาะของ ผูปวยอยางนอย ไดแก:- (ก) มีผูปวยเด็กและเยาวชน (อายุนอยกวา 18 ป) อยางนอยรอยละ 10 หรือไมนอยกวา   1,800 รายตอป หรือมีแผนกฉุกเฉินเฉพาะกุมารเวชกรรม (เชน สถาบันสุขภาพเด็ก แหงชาติมหาราชินี) สมทบ
  • 63. 185 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 พ.ศ.2550 (ข) มีผูปวยวิกฤตอยางนอยรอยละ 3 แตตองไมต่ํากวา 540 รายตอป รวมทั้งมีพื้นที่ เฉพาะสําหรับการปฏิบัติการกูชีพ และมีการปฏิบัติการกูชีพขั้นสูง ทั้งทางการบาดเจ็บ กุมารเวชกรรม และอายุรกรรม อยางนอยรอยละ 10 ผูปวยวิกฤตทั้งหมด 2) มีการปฏิบัติการดูแลรักษาผูปวยและการทําหัตถการตามที่กําหนดไวในเนื้อหาหลักสูตร รวมทั้งมีพื้นที่ในการปฏิบัติการดังกลาวอยางเพียงพอ ตามที่คณะอนุกรรมการฝกอบรม และสอบฯ สาขาเวชศาสตรฉุกเฉินกําหนด 3) มีระบบการคัดแยกและการจัดลําดับความเรงดวนผูปวยฉุกเฉิน และใหการรักษาพยาบาล ตามลําดับความเรงดวนทางการแพทย 4) มีพื้นที่สําหรับสังเกตอาการอยางเพียงพอ ตามที่คณะอนุกรรมการฝกอบรมและสอบฯ สาขาเวชศาสตรฉุกเฉินกําหนด 5) มีพื้นที่สําหรับงานบริการสนับสนุนอยางเพียงพอ ตามที่คณะอนุกรรมการฝกอบรมและ สอบฯ สาขาเวช-ศาสตรฉุกเฉินกําหนด 6) มีระบบจําหนายถายโอนการบริบาลผูปวยฉุกเฉินระหวางหนวยปฏิบัติการ (inter-facility patient transfer) ทั้งในและนอกโรงพยาบาล และระบบการติดตอสื่อสารกับหนวย ปฏิบัติการฉุกเฉินนอกโรงพยาบาลและระหวางโรงพยาบาล 7) มีระบบการปรึกษาแพทยเฉพาะทางสาขาตางๆ ที่จําเปน อยางนอย ไดแก อายุรศาสตร, ศัลยศาสตร, กุมารเวชศาสตร และสูติศาสตรและนรีเวชวิทยา พรอมใหคําปรึกษาและรับ ผูปวยไปรักษาตอไดอยางเหมาะสมและทันทวงที 8) มีกระบวนการจัดทําแผนและการฝกซอมการรับสถานการณผูปวยจํานวนมากฉับพลัน ภาวะฉุกเฉินซับซอน และภัยพิบัติ อยางนอยปละ 1 ครั้ง ค. มีหองปฏิบัติการ/หนวยงานสนับสนุน พรอมสนับสนุนและรองรับการปฏิบัตงานเวชกรรม ิ ฉุกเฉิน ทั้งการบริการและการวิจัย อยางนอยดังตอไปนี้:- 1) มีการตรวจทางหองปฏิบัติการและรังสีวินิจฉัยที่จําเปนตอการวินิจฉัยในภาวะฉุกเฉิน ซึ่ง สามารถตรวจไดทันทีและไดผลกลับมาทันทวงที 2) มีคลังเลือด เวชภัณฑ และเภสัชภัณฑ พรอมใหการสนับสนุนสิ่งของที่จําเปนในการดูแล รักษาผูปวยฉุกเฉิน ไดทันที ง. มีโครงสรางการจัดองคกรของหนวยเวชกรรมฉุกเฉินและการจัดการฝกอบรม รวมทั้งระบบ และวิธีการปฏิบัติงานตามขอ 2.3 (ค), (ฉ), (ช) และ (ซ) ซึ่งเขียนเปนลายลักษณอักษรไวอยางชัดเจน. จ. มีหองสมุดและบริการเวชสารสนเทศที่เหมาะสมกับการฝกอบรม ตลอดจนมีพื้นที่สนับสนุน การศึกษาและฝกอบรมอยางเพียงพอ รวมทั้งมีพื้นที่สํานักงานสําหรับอาจารยแพทยและผูเขารับการฝกอบรม ตามที่คณะอนุกรรมการฝกอบรมและสอบฯ สาขาเวชศาสตรฉุกเฉินกําหนด
  • 64. 186 เกณฑหลักสูตรและมาตรฐานการฝกอบรมฯ สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน ฉ. มีกิจกรรมวิชาการและการวิจยอยางสม่ําเสมอ การฝกอบรมตองมีสภาพแวดลอมที่สนับสนุน ั การซักถามและการเรียนรู เพื่อใหผูเขารับการฝกอบรมไดรวมในการพัฒนาองคความรู ทักษะ และเจตคติทาง  เวชกรรมฉุกเฉิน, เรียนรูวิธีการประเมินผลการคนพบจากการวิจัย และสรางนิสัยการซักถาม อันเปนความ รับผิดชอบของนักวิชาการอยางตอเนื่อง อาจารยแพทยผใหการฝกอบรมโดยภาพรวม ตองแสดงออกถึงการมี ู สวนเกี่ยวของกับกิจกรรมการเรียนรูอยางกวางขวาง  และตองมีกิจกรรมวิชาการและการวิจัยอยางนอย ดังตอไปนี้:- 1) การตรวจเยี่ยมผูปวยพรอมอาจารยผูใหการฝกอบรม อยางนอยสัปดาหละ 5 ครั้ง 2) การประชุมวิพากษทางคลินิกและการศึกษาปญหาผูปวย อยางนอยสัปดาหละ 1 ครั้ง โดย ในกิจกรรมดังกลาวควรมีลักษณะที่สนับสนุนการซักถามและการเรียนรู ทําใหมีความ เขาใจอยางลึกซึ้งเกี่ยวกับกลวิธานของภาวะปกติและผิดปกติ รวมทั้งการประยุกตองค ความรูปจจุบันสูเวชปฏิบัติประจํา 3) สโมสรวารสาร อยางนอยเดือนละ 1 ครั้ง การทบทวนวารสารอยางเปนระบบ (systematic review) และการอภิปรายการวิจัย (research conference) 4) การประชุมรวมระหวางภาควิชา/หนวยงาน อยางนอยเดือนละ 1 ครั้ง 5) การมีสวนรวมในการประชุมราชวิทยาลัย, วิทยาลัย และสมาคมวิชาชีพทางการแพทย และวิทยาศาสตรแหงชาติ โดยเฉพาะการนําเสนอในการประชุมวิชาการระดับชาติและ การตีพิมพผลงานวิชาการในวารสารการแพทย 6) การวิจัยโดยเฉพาะในโครงการที่ไดรับการสนับสนุนทุนจากแหลงที่มีการทบทวน ขอเสนออยางเปนระบบ และ/หรือผลการวิจัยสามารถนําตีพิมพหรือนําเสนอในการ ประชุมวิชาการระดับชาติได 7) แหลงแนะแนวและสนับสนุนสงเสริมการวิจย (เชน การออกแบบการวิจัย, การวิเคราะห ั สถิติ) สําหรับผูเขารับการฝกอบรมในการทําวิจัย 8) การสนับสนุนผูเขารับการฝกอบรมในกิจกรรมการศึกษาวิจย ั 9) การสอนใหผูเขารับการฝกอบรมมีความเขาใจเกี่ยวกับพื้นฐานระเบียบวิธีวิจัย, การ วิเคราะหสถิติ และวิธีการวิเคราะหวิจารณเวชวรรณกรรมปจจุบัน (critical analysis of current medical literature). 10) กิจกรรมอื่นๆ ตามที่อนุกรรมการฝกอบรมและสอบฯ กําหนดเพิ่มเติม กรณีสถาบันฝกอบรมใดขาดหนวยงานหรือลักษณะบางขอ อาจจัดการฝกอบรมโดยใช สถาบันการฝกอบรมอื่นเปนสถาบันสมทบ หรือสถาบันรวมฝกอบรม โดยความเห็นชอบของ คณะอนุกรรมการฝกอบรมและสอบฯ สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน
  • 65. 187 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 พ.ศ.2550 2.3 สถานภาพของสถาบันฝกอบรม สถาบันฝกอบรมมีสถานภาพหลายอยาง ตามบทบาทหนาที่ในการฝกอบรม ดังนี้ สถาบันฝกอบรมหลัก ไดแก สถาบันฝกอบรมที่ดําเนินการจัดทําหลักสูตรการฝกอบรมแพทยประจํา บาน และไดรับอนุมัติจากแพทยสภาใหเปดเปนสถาบันฝกอบรม โดยจัดใหผู เขารับการฝกอบรมไดรับประสบการณจากสถาบันฝกอบรมตลอดหลักสูตร หรือเปนเวลาไมต่ํากวาระยะเวลา 2 ใน 3 ของหลักสูตร สถาบันฝกอบรมสมทบ ไดแก สถาบันฝกอบรมที่ไดรับอนุมัตจากแพทยสภาใหเปนสถาบันฝกอบรม ิ สมทบกับสถาบันหลักเพื่อจัดการฝกอบรมแพทยประจําบานในสวนที่สถาบัน หลักไมสามารถจัดประสบการณได โดยกิจกรรมดังกลาวเมื่อรวมกันแลวตอง มีระยะเวลารวมกันไมต่ํากวา 3 เดือน และไมเกิน 1 ใน 3 ของระยะเวลาของ หลักสูตร ตัวอยาง คณะแพทยศาสตร ......... จัดทําหลักสูตรการฝกอบรมฯ สาขา .......... และขออนุมัติเปดเปนสถาบันฝกอบรม แตขอใหคณะแพทยศาสตร / โรงพยาบาล ............. เปนสถาบันฝกอบรมสมทบ จัดกิจกรรม .......... ใหผูเขารับการฝกอบรมเปนเวลา 6 เดือน เปนตน สถาบันรวมฝกอบรม ไดแก สถาบันฝกอบรมตั้งแต 2 แหงขึ้นไปที่ดาเนินการจัดทําหลักสูตรการ ํ ฝกอบรมแพทยประจําบานและไดรับอนุมัติจากแพทยสภาใหเปดเปนสถาบัน ฝกอบรมรวมกัน โดยจัดใหผูเขารับการฝกอบรมไดรับประสบการณจากทุก สถาบัน โดยแตละแหงมีเวลาไมต่ํากวา 1 ใน 3 ของระยะเวลาของหลักสูตร ตัวอยาง คณะแพทยศาสตร .............. รวมกับ โรงพยาบาล .............. จัดทํา หลักสูตรการฝกอบรมฯ สาขา ................ และขออนุมัตเิ ปดเปนสถาบัน รวมฝกอบรม โดยผูเขารับการฝกอบรมไดรับประสบการณจากคณะ แพทยศาสตร ............ เปนเวลา 2 ป และจากโรงพยาบาล ............. เปน เวลา 1 ป เปนตน สถาบันฝกอบรมกิจกรรมเลือก ไดแก สถาบันฝกอบรมที่ไดรับความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการ ฝกอบรมและสอบฯ สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน ใหเปนสถาบันฝกอบรมที่จัด ประสบการณเพิ่มเติมใหแกผูเขารับการฝกอบรมที่สนใจไดในลักษณะของ กิจกรรมเลือก (elective) โดยมีระยะเวลาไมเกิน 3 เดือน หลักสูตรอาจจัดใหผูเขารับการฝกอบรมไดรบประสบการณเพิ่มเติมจาก ั สถาบันฝกอบรมกิจกรรมเลือกไดโดยตองมีระยะเวลารวมกันตลอดหลักสูตร
  • 66. 188 เกณฑหลักสูตรและมาตรฐานการฝกอบรมฯ สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน ไมเกินระยะเวลาที่คณะอนุกรรมการฝกอบรมและสอบฯ สาขาเวชศาสตร ฉุกเฉินกําหนด 3. การขออนุมัติเปนสถาบันฝกอบรม คณะแพทยศาสตร / วิทยาลัยแพทยศาสตร / โรงพยาบาลใดที่มีความประสงคจะเปดเปนสถาบัน ฝกอบรมในสาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน ถาเปนการจัดการฝกอบรมที่มีหรือไมมีสถาบันฝกอบรมสมทบ ให สถาบันฝกอบรมหลักเปนผูดําเนินการจัดทําขอมูล สวนกรณีเปนการจัดการฝกอบรมในลักษณะที่มีสถาบันรวม ฝกอบรม ใหสถาบันรวมฝกอบรมทุกแหงรวมกันรับผิดชอบเปนผูดําเนินการจัดทําขอมูล ตามเกณฑหลักสูตร การฝกอบรมทีไดรับอนุมัตินั้น เสนอแพทยสภาเพื่อสงให อนุกรรมการฝกอบรมและสอบฯ สาขาเวชศาสตร ่ ฉุกเฉิน ตรวจรับรองการเปดเปนสถาบันฝกอบรมและกําหนดศักยภาพของสถาบันฝกอบรมหลักและสถาบัน สมทบ (ถามี) หรือสถาบันรวมฝกอบรม ตามเกณฑหลักสูตรและจํานวนความตองการของแพทยเฉพาะทาง สาขานั้น แลวใหนําเสนอราชวิทยาลัยอายุรแพทยฯ เสนอใหแพทยสภาอนุมัติตอไป กรณีสถาบันฝกอบรมกิจกรรมเลือก ใหสถาบันฝกอบรมหลักเปนผูดําเนินการจัดทําขอมูลและ นําเสนออนุกรรมการฝกอบรมและสอบฯ สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน พิจารณาอนุมติ ั 4. การติดตามกํากับดูแลสถาบันฝกอบรม อนุกรรมการฝกอบรมและสอบฯ ตองจัดใหมีการติดตามกํากับดูแลสถาบันฝกอบรมหลัก สถาบัน ฝกอบรมสมทบ สถาบันรวมฝกอบรม ที่ไดรับอนุมัติใหเปดการฝกอบรมเปนระยะๆ โดยดําเนินการตาม แนวทางที่แพทยสภากําหนด และเสนอรายงานผานราชวิทยาลัยอายุรแพทยฯ เพื่อเสนอใหแพทยสภา รับทราบเปนระยะๆ หากคณะอนุกรรมการฝกอบรมและสอบฯ พบวาสถาบันฝกอบรมหลักหรือสถาบันรวมฝกอบรมใด ไมมีผูสมัครเขารับการฝกอบรมในหลักสูตรใดติดตอกันเกิน 5 ป ให “พัก” การประกาศรับสมัครแพทย ประจําบานสําหรับหลักสูตรนั้นของสถาบันฝกอบรมหลักหรือสถาบันรวมฝกอบรมนั้นไวกอน จนกวา คณะอนุกรรมการฝกอบรมและสอบฯ จะไดประเมินสถาบันฝกอบรมนั้นวายังมีความพรอมในการฝกอบรม ตามเกณฑที่กําหนด หากคณะอนุกรรมการฝกอบรมและสอบฯ พบวาสถาบันฝกอบรมหลักหรือสถาบันรวมฝกอบรมใด ไมมีผูสมัครเขารับการฝกอบรมในหลักสูตรใดติดตอกันเกิน 10 ป ให “ยกเลิก” การเปนสถาบันฝกอบรมของ สถาบันฝกอบรมหลักหรือของสถาบันรวมฝกอบรมกลุมนั้น และใหทําเรื่องแจงราชวิทยาลัยอายุรแพทยฯ เสนอแพทยสภาเพื่ออนุมัติ หากสถาบันฝกอบรมมีความประสงคจะขอเปนสถาบันฝกอบรมอีก ใหดาเนินการ ํ ตามวิธีการขออนุมัติเปนสถาบันฝกอบรมดังกลาวขางตน
  • 67. 189 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 พ.ศ.2550 รายนามคณะอนุกรรมการจัดทําเกณฑหลักสูตรอบรมแพทยประจําบาน สาขาเวชศาสตรฉุกเฉิน 1. นายแพทยสันต หัตถีรัตน ประธาน 2. นายแพทยจอมจักร จันทรสกุล อนุกรรมการ 3. แพทยหญิงจิตรลดา เผาไพโรจนกร อนุกรรมการ 4. นายแพทยชาญเวช ศรัทธาพุทธ อนุกรรมการ 5. นายแพทยดาบศักดิ์ กองสมุทร อนุกรรมการ 6. นายแพทยธวัชชัย ปานเสถียรกุล อนุกรรมการ 7. นายแพทยธัญญณัฐ บุนนาค อนุกรรมการ 8. แพทยหญิงธารทิพย ประณุทนรพาล อนุกรรมการ 9. นายแพทยธีระ ลีลานันทกิจ อนุกรรมการ 10. นายแพทยบุญชู กุลประดิษฐารมณ อนุกรรมการ 11. นายแพทยบุญเลิศ จุลเกียรติ อนุกรรมการ 12. นายแพทยประเสริฐ วศินานุกร อนุกรรมการ 13. นายแพทยปรีชา ศิริทองถาวร อนุกรรมการ 14. แพทยหญิงคุณหญิงวรรณา สมบูรณวบูลย ิ อนุกรรมการ 15. นายแพทยวิทยา ศรีดามา อนุกรรมการ 16. นายแพทยวิศาล เยาวพงศศิริ อนุกรรมการ 17. นายแพทยสมชาย กาญจนสุต อนุกรรมการ 18. นายแพทยสมัย ขาววิจิตร อนุกรรมการ 19. นายแพทยสันตชัย เตชะโสภณมณี อนุกรรมการ 20. นายแพทยสารเนตร ไวคกุล อนุกรรมการ 21. นายแพทยสุทธิศักดิ์ สุทธิพงษชัย อนุกรรมการ 22. นายแพทยสุวชัย อินทรประเสริฐ อนุกรรมการ 23. นายแพทยอนันต ตัณมุขยกุล อนุกรรมการ 24. นายแพทยสุรจิต สุนทรธรรม อนุกรรมการและเลขานุการ 25. นายแพทยเฉลิมพร บุญสิริ อนุกรรมการและเลขานุการรอง 26. นายแพทยอดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ อนุกรรมการและเลขานุการรอง

×