• Like
แผนคอมฯ ม.3 ใหม่
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

แผนคอมฯ ม.3 ใหม่

  • 7,676 views
Uploaded on

 

  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
No Downloads

Views

Total Views
7,676
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0

Actions

Shares
Downloads
383
Comments
1
Likes
1

Embeds 0

No embeds

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
    No notes for slide

Transcript

  • 1. แผนการสอน วิช า เทคโนโลยีส ารสนเทศ ม .๓ นายสุร พงษ์ จ๋า ก๋า ง ตำา แหน่ง ครู คศ .๒ กลุ่ม สาระการเรีย นรู้ก ารงานอาชีพ และเทคโนโลยี ภาคเรีย นที่ ๑ /๒๕๕๕ โรงเรีย นวชิร ป่า ซาง อ .ป่า ซาง จ .ลำา พูน สัง กัด สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษามัธ ยมศึก ษาเขต ๓๕
  • 2. สารบัญ หน้ากำา หนดการสอน
  • 3. หน่ว ยที่ 1 เรื่อ ง หลัก การทำา งานของระบบ คอมพิว เตอร์ จำา นวน 8 ชั่ว โมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง ความสำาคัญของ เทคโนโลยีสารสนเทศ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง ความก้าวหน้าของ เทคโนโลยีของไทย แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง องค์ประกอบของระบบ คอมพิวเตอร์ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง องค์ประกอบด้านสื่อสาร ข้อมูลและสารสนเทศหน่ว ยที่ 2 เรื่อ ง การสร้า งงานอย่า งมีร ะบบ จำา นวน 6 ชัว โมง ่ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง ระบบงานสารสนเทศ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง ขั้นตอนและหลักการสร้างระบบงาน แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง ตัวอย่างการสร้างระบบงานหน่ว ยที่ 3 เรื่อ ง หลัก การพัฒ นาโครงงานที่ใ ช้ เทคโนโลยี จำา นวน 8 ชั่ง โมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง ลักษณะของสารสนเทศทีดี ่ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง ระเบียบปฏิบัติและกระบวนการทำางาน ด้านคอมพิวเตอร์ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง ระบบสื่อสารข้อมูล แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง ลักษณะงานของบุคลากรคอมพิวเตอร์หน่ว ยที่ 4 เรื่อ ง ภาษาคอมพิว เตอร์ จำา นวน 6 ชั่ว โมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง ภาษาคอมพิวเตอร์ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง ระดับภาษาคอมพิวเตอร์ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การสร้างชิ้นงานจากภาษาคอมพิวเตอร์
  • 4. หน่ว ยที่ 5 เรื่อ ง การสร้า งงานด้ว ยภาษาคอมพิว เตอร์ จำา นวน 2 ชั่ว โมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง ภาษาโลโกและการสร้างชิ้นงาน แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง การติดตั้งโปรแกรมภาษาโลโกสำาหรับวินโดว์หน่ว ยที่ 6 เรื่อ ง การสร้า งชิ้น งานด้ว ยภาษาโลโก จำา นวน 5 ชั่ว โมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง เริ่มต้นใช้โปรแกรมภาษาโลโก แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง การเข้าสู่โปรแกรมภาษาโลโก แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การเปลี่ยนขนาดเส้นปากกา แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง การเลือกขนาดตัวหนังสือ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง การเลือกสีต่าง ๆหน่ว ยที่ 7 เรื่อ ง การเขีย นโปรแกรมภาษาโลโก จำา นวน 5 ชั่ว โมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง การใช้หน้าต่างEditor แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง การพิมพ์คำาสั่งและคำาสั่งซำ้า แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การเขียนกระบวนงาน แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง การสร้างภาพแบบต่างๆ
  • 5. กำา หนดการสอนกลุ่มสาระ การงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์)ชันมัธยมศึกษาปีที่ ้ 3 เวลา 40 ชัวโมง ่ ชื่อหน่วย สาระการเรียนรู้ เวลา(ชั่ว โมง)หน่ว ยที่ 1 เรื่อ ง ความสำาคัญของเทคโนโลยี 2 สารสนเทศหลักการทำางาน ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี 2ของระบบ ของไทยคอมพิวเตอร์ องค์ประกอบของระบบ 2 คอมพิวเตอร์ องค์ประกอบด้านสื่อสารข้อมูล 2 และสารสนเทศหน่ว ยที่ 2 เรื่อ ง ระบบงานสารสนเทศ 2การสร้างงาน ขันตอนและหลักการสร้าง ้ 2อย่างมีระบบ ระบบงาน ตัวอย่างการสร้างระบบงาน 2
  • 6. หน่ว ยที่ 3 เรื่อ งหลักการพัฒนา ลักษณะของสารสนเทศที่ดี 2โครงงานที่ใช้เทคโนโลยี ระบบการปฏิบัติและ 2 กระบวนการทำางาน ด้านคอมพิวเตอร์ ระบบสื่อสารข้อมูล 2 ลักษณะของบุคลากร 2 คอมพิวเตอร์หน่ว ยที่ 4 เรื่อ ง ภาษาคอมพิวเตอร์ 2ภาษา ระดับภาษาคอมพิวเตอร์ 2คอมพิวเตอร์ การสร้างชิ้นงานจากภาษา 2 คอมพิวเตอร์หน่ว ยที่ 5 เรื่อ ง ภาษาโลโกและการสร้างชิ้น 1 งานการสร้างชิ้นงาน การติดตั้งโปรแกรมภาษาโล 1ด้วย โกสำาหรับภาษา วินโดว์คอมพิวเตอร์ กำา หนดการสอนกลุ่มสาระ การงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์)ชันมัธยมศึกษาปีที่ ้ 3 เวลา 40 ชัวโมง ่ ชื่อหน่วย สาระการเรียนรู้ เวลา(ชั่ว โมง)หน่ว ยที่ 6 เรื่อ ง เริ่มต้นใช้โปรแกรมภาษาโล 1
  • 7. โกการสร้างชิ้นงาน การเข้าสู่โปรแกรมภาษาโลโก 1ด้วยภาษาโลโก การเปลี่ยนขนาดเส้นปากกา 1 การเลือกขนาดตัวหนังสือ 1 การเลือกสีต่าง ๆ 1หน่ว ยที่ 7 เรื่อ ง การใช้หน้าต่าง Editor 1การเขียน การพิมพ์คำาสั่งและคำาสั่งซำ้า 1โปรแกรมภาษาโลโก การเขียนกระบวนงาน 2 การสร้างภาพแบบต่าง ๆ 1 รวม 40 แผนการจัด การเรีย นรู้กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี(คอมพิวเตอร์) ชันมัธยมศึกษาปีที่ 3 ้หน่ว ยที่ 1 เรื่อง หลักการทำางานของระบบคอมพิวเตอร์ เวลาเรียน 8 ชั่วโมงแผนการเรีย นรู้ท ี่ 1 เรื่อง ความสำาคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ เวลาเรียน 2 ชั่วโมง
  • 8. สอนวันที่…………เดือน……………………..พ.ศ.…………… ภาคเรียนที่ ….มาตรฐานการเรีย นรู้ มาตรฐาน ง 4.1 เข้าใจ เห็นคุณค่า และใช้กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศในการ สืบค้นข้อมูล การเรียนรู้ การสื่ อ ส า ร ก า ร แ ก้ ปั ญ ห า ก า ร ทำา ง า น แ ล ะ อ า ชี พ อ ย่ า ง มีป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ป ร ะ สิ ท ธิ ผ ล แ ล ะ มี คุ ณ ธ ร ร มสาระสำา คัญ ความสำาคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศกับหลักการทำางานของระบบคอมพิวเตอร์ผลการเรีย นรู้ท ี่ค าดหวัง นักเรียนบอกที่มาของคำาว่าเทคโนโลยีและการสื่อสารได้ นักเรียนบอกส่วนประกอบระบบคอมพิวเตอร์กับระบบ สื่อสารได้สาระการเรีย นรู้ ความสำาคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบการสื่อสารกระบวนการจัด การเรีย นรู้ 1. ครูให้นักเรียนยกตัวอย่างเกี่ยวกับงานที่ประกอบด้วยเทคโนโลยี เช่น งานด้านธุรกิจ เทคโนโลยีการแพทย์ เทคโนโลยีการผลิตสินค้า เป็นต้น 2. ครูแนะนำานักเรียนว่า ปัจจุบันนี้ เทคโนโลยีที่มีความสำาคัญกับการดำาเนินชีวิต ประจำาวันของมนุษย์เราอีกอย่างคือ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยี การสื่อสาร ซึงนับวันจะกลายเป็นความจำาเป็นในชีวิต ่เราแล้ว
  • 9. 3. ครูแจกใบความรู้เรื่อง ความสำาคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ 4. ครูแจกใบงาน เรื่อง ความสำาคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ 5. ครูสังเกตพฤติกรรมขณะที่นักเรียนศึกษาใบความรู้และทำาแบบฝึกหัดสื่อ /แหล่ง การเรีย นรู้ 1. ใบความรู้เรื่อง ความสำาคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ 2. ใบงาน เรื่อง ความสำาคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ 3. แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้การวัด ผลประเมิน ผล 1. วิธีการวัด - สังเกตการฟัง และการตอบคำาถาม - ตรวจแบบฝึกหัด 2. เครื่องการวัดผลประเมินผล - ใบงาน เรื่อง ความสำาคัญของเทคโนโลยี สารสนเทศ - แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ 3. เกณฑ์การวัดผลประเมินผล ใช้การผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 ขึ้นไป
  • 10. กิจ กรรมเสนอแนะ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………………………………บัน ทึก ข้อ เสนอแนะ ของผู้บ ริห ารโรงเรีย น……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………… ลงชื่อ …………………………….(……………….. ……….) ตำาแหน่ง ผู้อำานวยการสถานศึกษา…………. ………../……………../……….บัน ทึก ผลหลัง กระบวนการจัด การเรีย นรู้ ผลการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน (เก่ง ดี มีสุข)……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ปัญหา / อุปสรรค……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข
  • 11. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ลงชือ ่……………………………….…ผู้สอน (………………..……….)ตำาแหน่ง……………………………………………… ………../…………./…………. ใบความรู้ เรื่อ ง ความสำา คัญ ของเทคโนโลยีส ารสนเทศ การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและความเป็นอยู่ของมนุษย์เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ซึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นอย่าง ่รวดเร็ว ปัจจุบันความเจริญก้าวหน้าทางด้านคอมพิวเตอร์และระบบสื่อสารโทรคมนาคมมีมากขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนาด้านการสื่อสารรวมถึงโทรศัพท์ไร้สาร ทำาให้ชีวิตความเป็นอยู่และกิจวัจตประจำาวันของเราเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเป็นอย่างมากมนุษย์ได้รับความสะดวกสบายและประสบความสำาเร็จในงานด้านต่าง ๆ เช่น งานธุรกิจ เทคโนโลยีทางการแพทย์
  • 12. เทคโนโลยีทางการผลิตสินค้า เทคโนโลยีด้านอวกาศ เป็นต้นเนื่องจากการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบการสื่อสาร จึงเป็นที่มีของคำาว่า “เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร” Information and CommunicationTechnology หรือเรียกย่อ ๆ ว่า ICT นั้นเองICT คือเทคโนโลยีที่ใช้จัดการกับข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารเหล่านั้นสามารถูกจัดเก็บอย่างเป็นระบบ และสามารถส่งไปยังที่ต่าง ๆ ได้ตามต้องการอย่างรวดเร็วทันใจอีกทั้งผู้ต้องการใช้สารสนเทศยังสามารถสืบค้นหาข้อมูลและข่าวสารได้อย่างรวดเร็วด้วย สารสนเทศที่ประกอบด้วยสองฝ่ายคือ ฝ่ายส่งข้อมูลและฝ่ายรับข้อมูล แต่ละฝ่ายประกอบด้วยระบบคอมพิวเตอร์กับระบบสื่อสาร และระบบสื่อสารของทั้งสองฝ่ายเชื่อมต่อถึงกันด้วย “ช่องทางการสื่อสาร” ซึงอาจเป็นสารโทรศัพท์ ใยแก้ว ่นำาแสง หรือคลื่นวิทยุก็ได้ ในทางปฏิบัติ ระบบสารสนเทศอาจมีขนาดใหญ่ ประกอบด้วยฝ่ายส่งข้อมูลและฝ่ายรับข้อมูลอย่างละหลายพันรายก็ได้ ในกรณีของระบบใหญ่ซึ่งมีผู้ส่งและผู้รับจำานวนมากราย ต้องมีวิธีการหาเส้นทางระหว่างผู้ส่งและผู้รับเพื่อให้ข้อมูลไปถึงผู้รับรายที่ต้องการ ข้อสังเกตประการหนึ่งที่สำาคัญคือ ผู้ใช้แต่ละรายมักเป็นทั้งผู้ส่งและผู้รับข้อมูล
  • 13. ใบงาน เรื่อ ง ความสำาคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศชื่ อ -สกุ ล .....................................................................................เลขที่..............ชั้น..................ให้นักเรียนอธิบายวิธีการจากภาพต่อไปนี้ กรณีที่เป็นผู้ส่งและรับข้อมูลเป็นคนเดียวกันพร้อมยกต่ออย่างให้เข้าใจได้ชัดเจนยิงขึ้น ่……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..
  • 14. ……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………………………….. แบบสัง เกตพฤติก รรมการเรีย นเกณฑ์ก ารให้ค ะแนน ดี ให้ 2 พอใช้ ให้ 1 ควรปรับปรุง ให้ 0เกณฑ์ก ารประเมิน การผ่านการประเมินทุกรายการต้องได้ 1 ขึนไป ้
  • 15. เลข ชื่อ – สกุล คะแนน สรุป ที่ 2 2 2 รวม ผ่า ไม่ น ผ่านเกณฑ์ การสนใจในการตอบคำาถาม ความกระตือรือร้น การแสดงความคิดเห็นคะแนนรวมพฤติกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 50ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ( ลงชื่อ ) …………………………………………. … ผู้ประเมิน ( ครูผู้สอน ) ( ………………………………………… ) ………. / …………… / ……….
  • 16. แผนการจัด การเรีย นรู้กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี(คอมพิวเตอร์) ชันมัธยมศึกษาปีที่ 3 ้หน่ว ยที่ 1 เรื่อง หลักการทำางานของระบบคอมพิวเตอร์ เวลาเรียน 8 ชั่วโมงแผนการเรีย นรู้ท ี่ 2 เรื่อง ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีของไทย เวลาเรียน 2 ชั่วโมงสอนวันที่…………เดือน……………………..พ.ศ.…………… ภาคเรียนที่ ….มาตรฐานการเรีย นรู้ มาตรฐาน ง 4.1 เข้าใจ เห็นคุณค่า และใช้กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศในการ สืบค้นข้อมูล การเรียนรู้ การสื่ อ ส า ร ก า ร แ ก้ ปั ญ ห า ก า ร ทำา ง า น แ ล ะ อ า ชี พ อ ย่ า ง มีป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ป ร ะ สิ ท ธิ ผ ล แ ล ะ มี คุ ณ ธ ร ร มสาระสำา คัญ ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของประเทศไทยผลการเรีย นรู้ท ี่ค าดหวัง นักเรียนสามารถบอกความก้าวหน้าของการพัฒนา เทคโนโลยีของไทยได้สาระการเรีย นรู้ การพัฒนาเทคโนโลยีของประเทศไทยกระบวนการจัด การเรีย นรู้ 1. ครูถามนักเรียนว่า นักเรียนรู้จัก เนคเทค หรือไม่ 2. ครูอธิบายหน่วยงานที่ชื่อ เนคเทค ซึ่ง เนคเทค คือศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ จัดตั้งเป็นสำานักงานบริการเทคโนโลยีสารสนเทศภาครัฐ
  • 17. (สบทร.) 3. ครูให้นักเรียนศึกษาใบความรู้เพิ่มเติมเรื่อง ความก้าวหน้าเทคโนโลยีของไทย 4. ครูแจกแบบฝึกหัด เรื่อง ความก้าวหน้าเทคโนโลยีของไทย 5. ครูสังเกตพฤติกรรมขณะที่นักเรียนศึกษาใบความรู้และทำาแบบฝึกหัดสื่อ /แหล่ง การเรีย นรู้ 1. ใบความรู้เรื่อง ความก้าวหน้าเทคโนโลยีของไทย 2. แบบฝึกหัด เรื่อง ความก้าวหน้าเทคโนโลยีของไทย 3. แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้การวัด ผลประเมิน ผล 1. วิธีการวัด - สังเกตการฟัง และการตอบคำาถาม - ตรวจแบบฝึกหัด 2. เครื่องการวัดผลประเมินผล - แบบฝึกหัด เรื่อง ความก้าวหน้าเทคโนโลยีของ ไทย - แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ 3. เกณฑ์การวัดผลประเมินผล ใช้การผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 ขึ้นไป
  • 18. กิจ กรรมเสนอแนะ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………………………………บัน ทึก ข้อ เสนอแนะ ของผู้บ ริห ารโรงเรีย น……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………… ลงชื่อ …………………………….(……………….. ……….) ตำาแหน่ง ผู้อำานวยการสถานศึกษา…………. ………../……………../……….บัน ทึก ผลหลัง กระบวนการจัด การเรีย นรู้ ผลการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน (เก่ง ดี มีสุข)……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ปัญหา / อุปสรรค………………………………………………………………………………………………………………………………………………
  • 19. ……………………………………….………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ลงชือ ่……………………………….…ผู้สอน (………………..……….)ตำาแหน่ง……………………………………………… ………../…………./…………. ใบความรู้ เรื่อ ง ความก้า วหน้า เทคโนโลยีข องไทย คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม2540 ให้ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) จัดตั้งสำานักงานบริการเทคโนโลยีสารสนเทศภาครัฐ (สบทร.) (Government InformationTechnology Services : GITS) ขึน เพื่อให้บริการเครือข่าย ้สารสนเทศภาครัฐ (Government Information Network:GNet) ให้บริการด้านการสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลด้วยความเร็วสูง รวมถึงการสนับสนุนการทำางานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอิสระ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการบริหารงานภายในและการให้บริการแก่ประชาชน โดยประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งปัจจุบันมี
  • 20. หลายหน่วยงานของราชการจัดทำารายละเอียดข้อมูลต่าง ๆให้บริการผ่านเว็บไซต์ได้ เช่น การให้บริการของสำานักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศภาครัฐ โดยมีผู้ให้บริการUniversal Resource Locator หรือ URL คือhttp://www.gits.net.th หรือการให้บริการของกระทรวงศึกษาธิการที่ http ://www.moe.go.thนอกจากนี้ยังมีอีกหลายหน่วยงานที่สามารถให้บริการเช่นเดียวกัน ในขณะเดียวกันภาคเอกชนต่าง ๆ หรือองค์กรอิสระที่เกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต่างก็ให้ความสำาคัญในการนำาเอาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มาใช้งาน และเมื่อเดือนตุลาคม 2545 ได้มีการจัดตั้งกระทรวงใหม่ที่ดูแลและรับผิดชอบทางด้านนโยบายการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศคือ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่งทำาให้กิจการเทคโนโลยีสารสนเทศในไทยก้าวหน้าขึ้นเป็นลำาดับครับ แบบฝึก หัด เรื่อ ง ความก้า วหน้า เทคโนโลยีข องไทยชื่ อ -สกุ ล .....................................................................................เลขที่..............ชั้น..................คำา ชี้แ จ้ง ให้ นั ก เรี ย นตอบคำา ถามต่ อ ไปนี้ ใ ห้ ถู ก ต้ อ ง และสมบูรณ์ที่สุด
  • 21. 1. กระทรวงที่ รั บ ผิ ด ชอบเกี่ ย วกั บ เทคโนโลยี ข องไทยคื อกระทรวงใด................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................2. Gnet คืออะไร................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................3. GITS คืออะไร................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................4. เว็บที่ให้บริการข้อมูลของกระทรวงศึกษาธิการคือเว็บใด................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................5. เนคเทคคือหน่วยงานเกี่ยวกับอะไรและมีชื่อเต็มว่าอย่างไร
  • 22. ................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ แบบสัง เกตพฤติก รรมการเรีย นเกณฑ์ก ารให้ค ะแนน ดี ให้ 2 พอใช้ ให้ 1 ควรปรับปรุง ให้ 0เกณฑ์ก ารประเมิน การผ่านการประเมินทุกรายการต้องได้ 1 ขึนไป ้ เลข ชื่อ – สกุล คะแนน สรุป ที่ 2 2 2 รวม ผ่า ไม่ น ผ่านเกณฑ์ การสนใจในการตอบคำาถาม ความกระตือรือร้น
  • 23. การแสดงความคิดเห็นคะแนนรวมพฤติกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 50ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ( ลงชื่อ ) …………………………………………. … ผู้ประเมิน ( ครูผู้สอน ) ( ………………………………………… ) ………. / …………… / ………. แผนการจัด การเรีย นรู้กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี(คอมพิวเตอร์) ชันมัธยมศึกษาปีที่ 3 ้หน่ว ยที่ 1 เรื่อง หลักการทำางานของระบบคอมพิวเตอร์ เวลาเรียน 8 ชั่วโมงแผนการเรีย นรู้ท ี่ 3 เรื่อง องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ เวลาเรียน 2 ชั่วโมงสอนวันที่…………เดือน……………………..พ.ศ.…………… ภาคเรียนที่ ….มาตรฐานการเรีย นรู้ มาตรฐาน ง 4.1 เข้าใจ เห็นคุณค่า และใช้กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศในการ สืบค้นข้อมูล การเรียนรู้ การสื่ อ ส า ร ก า ร แ ก้ ปั ญ ห า ก า ร ทำา ง า น แ ล ะ อ า ชี พ อ ย่ า ง มีป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ป ร ะ สิ ท ธิ ผ ล แ ล ะ มี คุ ณ ธ ร ร มสาระสำา คัญ องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์
  • 24. ผลการเรีย นรู้ท ี่ค าดหวัง นักเรียนบอกองค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ได้สาระการเรีย นรู้ ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ บุลากรคอมพิวเตอร์ ข้อมูลกระบวนงานกระบวนการจัด การเรีย นรู้ 1. ครูทบทวนความรู้เดิมของนักเรียนโดยให้นักเรียนบอกว่า วาดภาพแสดง การสื่อสารข้อมูลระว่างผู้ส่งและผู้รับ 2. ครูแจกใบความรู้เรื่อง องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ 3. ครูแจกแบบฝึกหัด เรื่อง องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ 4. ครูสังเกตพฤติกรรมขณะที่นักเรียนศึกษาใบความรู้และทำาแบบฝึกหัดสื่อ /แหล่ง การเรีย นรู้ 1. ใบงาน เรื่อง ระบบคอมพิวเตอร์กับระบบการสื่อสาร 2. ใบความรู้เรื่อง องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ 3. แบบฝึกหัด เรื่อง องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ 4. แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้การวัด ผลประเมิน ผล 1. วิธีการวัด - สังเกตการฟัง และการตอบคำาถาม - ตรวจแบบฝึกหัด 2. เครื่องการวัดผลประเมินผล - แบบฝึกหัด เรื่อง องค์ประกอบของระบบ คอมพิวเตอร์
  • 25. - แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ 3. เกณฑ์การวัดผลประเมินผล ใช้การผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 ขึ้นไปกิจ กรรมเสนอแนะ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………………………………บัน ทึก ข้อ เสนอแนะ ของผู้บ ริห ารโรงเรีย น……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………… ลงชื่อ …………………………….(……………….. ……….) ตำาแหน่ง ผู้อำานวยการสถานศึกษา………….
  • 26. ………../……………../……….บัน ทึก ผลหลัง กระบวนการจัด การเรีย นรู้ ผลการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน (เก่ง ดี มีสุข)……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ปัญหา / อุปสรรค……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ลงชือ ่……………………………….…ผู้สอน (………………..……….)ตำาแหน่ง……………………………………………… ………../…………./…………. ใบความรู้ เรือ ง องค์ป ระกอบของระบบคอมพิว เตอร์ ่
  • 27. ข้อมูล โปรแกรม ซอฟต์แวร์ หน่วย ประมวล อุปกรณ์นำา อุปกรณ์ส่ง เข้า ผลกลาง ออก คู่มอการจัด ื เก็บข้อมูล กระบวน บุคลากร องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ งาน คอมพิวเตอร์ ระบบคอมพิวเตอร์ คือ ระบบที่ทำาหน้าที่ประมวลผลข้อมูลข้ อ มู ล คื อ ข้ อ เท็ จ จิ ร งที่ ส ามารถนำา ไปใช้ ป ระโยชน์ ไ ด้ การประมวลผลข้อมูล หมายถึง การที่คอมพิวเตอร์ทำาการใด ๆ กับข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่เป็นประโยชน์ตามความประสงค์ของผู้ใช้มากขึ้น เช่น จากแฟ้มทะเบียนประวัตินักเรียนทั้งห้องซึ่งมีอยู่ 35 คน ถ้ า ต้ อ งการทราบว่ า นั ก เรี ย นกี่ ค นที่ เ ป็ น นั ก เรี ย นชายและเป็ น นั ก เรี ย นหญิ ง คอมพิ ว เตอร์ ส ามารถทำา การประมวลผลโดยใช้โปรแกรมหรือซอฟต์แวร์เฉพาะเพื่อทำางานแล้วให้คำาตอบตามที่ต้องการได้ระบบคอมพิวเตอร์ประกอบด้วยอุปกรณ์ที่สำาคัญดังต่อไปนี้ 1. ฮาร์ดแวร์ (Hardware) 2. ซอฟต์แวร์ (Software) 3. บุคลากรคอมพิวเตอร์ (People) 4. ข้อมูล (Data)
  • 28. 5. กระบวนงาน (Procedure)1. ฮาร์ด แ วร์ คือส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ส่วนต่าง ๆ ที่มี ตั ว ตน สามารถมองเห็ น ได้ จั บ ต้ อ งได้ เช่ น ซี พี ยู จอภาพเมาส์ แป้นพิมพ์ เครื่องพิมพ์ เป็นต้น ซึ่งส่วนเหล่านี้แตะละส่วนจะทำาหน้าที่แตกต่างกันออกไปดังนี้คือ 1.1 หน่วยรับข้อมูลเข้า เช่น แป้นพิมพ์ เมาส์ 1.2 หน่วยประมวลผลกลาง (ซีพียู) 1.3 หน่วยแสดงผลข้อมูล หรือหน่วยส่งออก2. ซอฟต์แ วร์ คือ ชุดคำาสั่ง (โปรแกรม) ที่สั่งให้คอมพิวเตอร์ทำางาน จัดเป็นส่วนที่เป็นนามธรรม คือ ไม่มีตัวตน ไม่สามารถม อ ง เ ห็ น ไ ด้ แ ต่ เ ป็ น ส่ ว น ที่ จำา เ ป็ น ถ้ า ไ ม่ มี ซ อ ฟ ต์ แ ว ร์คอมพิ ว เตอร์ ก็ ไ ม่ ส ามารถทำา งานได้ ซอฟต์ แ วร์ ถื อ ว่ า เป็ นทรั พ ย์ สิ น ทางปั ญ ญาอย่ า งหนึ่ ง และอยู่ ภ ายใต้ ก ารคุ้ ม ครองของกฎหมายลิขสิทธิ์ หมายถึง ผู้ใช้งานที่ถูกต้องจะต้องได้รับการอนุญาตจากเจ้ า ของซอฟต์แ วร์ นั้น อาจจะได้รั บอนุญ าตหรือ ซื้อมา ซอฟต์แวร์นั้นเราแบ่งออกเป็นประเภทต่าง ๆ ดังนี้
  • 29. 2.1 ซอฟต์ แ วร์ ร ะบบ เป็ น โปรแกรมที่ ทำำ หน้ ำ ที่ ค วบคุ มกำรทำำ งำนในส่ วนต่ ำ ง ๆ ของเครื่ อ งคอมพิ ว เตอร์ ทำำ หน้ ำ ที่ประสำนงำนระหว่ำงฮำร์ดแวร์กับซอฟต์แวร์อื่น 2.2 ซอฟต์แวร์อรรถประโยชน์ เป็นโปรแกรมที่ทำำหน้ำที่ช่วยในกำรทำำงำนของระบบคอมพิวเตอร์ในหน้ำที่เฉพำะด้ำนบำงอย่ำง เช่น กำรตรวจหำและกำำ จัดไวรัสคอมพิวเตอร์ กำรเรียงลำำดับข้อมูลเป็นต้น 2.3 ซอฟต์แวร์ประยุกต์ ได้แก่โปรแกรมที่ใช้ทำำงำนตำมคำำ สั่ ง หรื อ ตำมควำมต้ อ งกำรของผู้ ใ ช้ ค อมพิ ว เตอร์ ได้ แ ก่โปรแกรมประมวลผลคำำ เช่ น Word หรือ โปรแกรมคำำ นวณเช่น Excel เป็นต้น3. บุค ลำกรคอมพิว เตอร์ ซึ่งถือว่ำเป็นส่วนสำำคัญส่วนหนึ่งของระบบคอมพิวเตอร์ เพรำะแต่เดิมนั้น คอมพิวเตอร์เป็นสิ่งที่ใช้ยำก บุคลำกรที่จะทำำหน้ำที่เป็นผู้ใช้งำนคอมพิวเตอร์จะต้องมีควำมรู้ในระดับผู้ชำำนำญกำรทีเดียว แต่ในปัจจุบันนี้ กำรใช้งำนคอมพิวเตอร์มีหลำยระดับ ในระดับพื้นฐำนนั้นกำรใช้งำนจะง่ำยมำก เพรำะทั้งฮำร์ดแวร์และซอฟต์แวร์สมัยใหม่ได้รับกำรออกแบบให้ง่ำยต่อกำรใช้งำน เรียกว่ำ เป็นมิตรต่อผู้ใช้ ผู้ใช้งำนในระดับนี้ เมื่อได้รับกำรฝึกหัดเพียงเล็กน้อยก็สำมำรถ
  • 30. เริ่ ม ใช้ ง ำนได้ ทั น ที อย่ ำ งไรก็ ต ำม ระบบคอมพิ ว เตอร์ ใ นปัจจุบันมักมีกำรต่อเชื่อมกับเครือข่ำย ซึ่งส่วนนี้ยังมีควำมยุ่งยำกพอสมควร นอกจำกนี้ยังมีปัญหำเรื่อง ไวรัสคอมพิวเตอร์ซึงเป็นโปรแกรมชนิดหนึ่งที่สำมำรถทำำให้เกิดควำมผิดปกติใน ่กำรทำำงำนของระบบคอมพิวเตอร์ จึงจำำเป็นที่ต้องใช้บุคลำกรคอมพิวเตอร์ที่มีควำมเชี่ยวชำญมำดูแลระบบคอมพิวเตอร์ โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งในองค์กรที่มีคอมพิวเตอร์จำำนวนมำก ๆ บุลำกรคอมพิวเตอร์ที่สำำคัญได้แก่ 3.1 ผู้ดูแลระบบ (System Administrator) 3.2 นักวิเครำะห์ระบบ (System Analyst) 3.3 นักเขียนโปรแกรม (Programmer) 3.4 วิศวกรระบบ (System Engineer) 3.5 วิศวกรเครือข่ำย (Network Engineer) 3.6 ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ระดับสูง (Super User) 3.7 ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทั่วไป (User)4. ข้อ มูล คือทรัพยำกรอันมีค่ำขององค์กร ต้องมีกำรจัดเก็บอย่ำงมีประสิทธิภำพและปลอดภัย และต้องมีวิธีกำรให้เรียนกใช้ได้อย่ำงทันกำรตำมวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ กำรจัดข้อมูลอย่ำงมี ร ะ บ บ ใ ช้ โ ป ร แ ก ร ม จั ด ก ำ ร ฐ ำ น ข้ อ มู ล (DatabaseManagement Program) ดั ง นั้ น ใ น ก ำ ร จั ด เ ก็ บ ข้ อ มู ลจำำเป็นต้องศึกษำระบบงำนขององค์กรเป็นอย่ำงดี เพื่อทำำ กำรวิเครำะห์และออกแบบระบบฐำนข้อมูล เพื่อให้เรียกใช้งำนได้ง่ำยยิงขึ้น ่5. ก ร ะ บ ว น ง ำ น คือระเบียบวิธีกำรปฏิบัติงำน กรณีที่มีผู้ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ร่วมกันหลำยคน กำรมีข้อตกลงร่วมกันเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติงำน จะทำำให้เกิดกำรประสำรงำนที่ดีขึ้น เช่น กำรตั้ ง ชื่ อ แ ฟ้ ม ข้ อ มู ล แ ละในห น่ ว ย ง ำนที่ มี ก ำรบ ริ ห ำรง ำนคอมพิวเตอร์และสำรสนเทศอย่ำงเป็นระบบ จะมีกำรจัดทำำคู่มือ
  • 31. ต่ ำ ง ๆ เกี่ ย วกั บ ระบบวิ ธี ก ำรปฏิ บั ติ ง ำน รวมทั้ ง มี ก ำรวบรวมหนังสือคู่มือเครื่อง คู่มือซอฟต์แวร์ คู่มือกำรใช้เครือข่ำย ฯลฯให้พร้อมใช้งำนได้ตลอดเวลำ แบบฝึก หัด เรือ ง องค์ป ระกอบของระบบคอมพิว เตอร์ ่ชื่ อ -สกุ ล .....................................................................................เลขที่..............ชั้น..................
  • 32. คำำ ชี้แ จ้ง ให้ นั ก เรี ย นตอบคำำ ถำมต่ อ ไปนี้ ใ ห้ ถู ก ต้ อ ง และสมบูรณ์ที่สุด1. องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์มีทั้งหมดกี่อย่ำงอะไรบ้ำง................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................2. ฮำร์ดแวร์แบ่งออกเป็น 3 หน่วยอะไรบ้ำง................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................3. ซอฟต์แวร์แบ่งออกเป็นกี่ประเภท อะไรบ้ำง................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................4. ผู้ใช้คอมพิวเตอร์แบ่งออกเป็นกี่ระดับ อะไรบ้ำง................................................................................................................................................
  • 33. ................................................................................................................................................................................................................................................................................................5. จงบอกวิธีกำรซื้อ สิ น ค้ ำ จำกห้ ำ งสรรพสิ น ค้ ำ อย่ ำ งเป็ น ขึ้ นตอนตั้งแต่เริ่มต้น................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ แบบสัง เกตพฤติก รรมกำรเรีย นเกณฑ์ก ำรให้ค ะแนน ดี ให้ 2 พอใช้ ให้ 1 ควรปรับปรุง ให้ 0เกณฑ์ก ำรประเมิน กำรผ่ำนกำรประเมินทุกรำยกำรต้องได้ 1 ขึนไป ้ เลข ชื่อ – สกุล คะแนน สรุป ที่ 2 2 2 รวม ผ่ำ ไม่ น ผ่ำน
  • 34. เกณฑ์ กำรสนใจในกำรตอบคำำถำม ควำมกระตือรือร้น กำรแสดงควำมคิดเห็นคะแนนรวมพฤติกรรมไม่น้อยกว่ำร้อยละ 50ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ( ลงชื่อ ) …………………………………………. … ผู้ประเมิน ( ครูผู้สอน ) ( ………………………………………… ) ………. / …………… / ………. แผนกำรจัด กำรเรีย นรู้กลุ่มสำระกำรงำนอำชีพและเทคโนโลยี(คอมพิวเตอร์) ชันมัธยมศึกษำปีที่ 3 ้หน่ว ยที่ 1 เรื่อง หลักกำรทำำงำนของระบบคอมพิวเตอร์ เวลำเรียน 8 ชั่วโมงแผนกำรเรีย นรู้ท ี่ 4 เรื่อง องค์ประกอบด้ำนสื่อสำรข้อมูลและสำรสนเทศ เวลำเรียน 2 ชั่วโมงสอนวันที่…………เดือน……………………..พ.ศ.…………… ภำคเรียนที่ ….มำตรฐำนกำรเรีย นรู้ มำตรฐำน ง 4.1 เข้ำใจ เห็นคุณค่ำ และใช้กระบวนกำรเทคโนโลยีสำรสนเทศในกำร สืบค้นข้อมูล กำรเรียนรู้ กำรสื่ อ ส ำ ร ก ำ ร แ ก้ ปั ญ ห ำ ก ำ ร ทำำ ง ำ น แ ล ะ อ ำ ชี พ อ ย่ ำ ง มีป ร ะ สิ ท ธิ ภ ำ พ ป ร ะ สิ ท ธิ ผ ล แ ล ะ มี คุ ณ ธ ร ร ม
  • 35. สำระสำำ คัญ องค์ประกอบด้ำนข้อมูลและสำรสนเทศผลกำรเรีย นรู้ท ี่ค ำดหวัง นักเรียนบอกองค์ประกอบด้ำนข้อมูลและสำรสนเทศได้สำระกำรเรีย นรู้ ข้อมูล (Data) สำรสนเทศ (Information)กระบวนกำรจัด กำรเรีย นรู้ 1. ครูถำมนักเรียนถึงข้อแตกต่ำงระหว่ำงข้อมูลและสำรสนเทศ 2. ครูอธิบำย องค์ประกอบข้อมูลและสำรสนเทศ (Dataand Information) กำรทำำงำน ต่ำง ๆ จะต้องมีขอมูลเกิดขึ้นตลอดเวลำ ข้อมูลที่ ้เกี่ยวข้องกับงำนจะถูกเก็บรวบรวม และประเมินผลเพื่อให้สำรสนเทศที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้ ข้อมูล (Data) หมำยถึง ข้อมูลที่ได้จำกกำรสำำรวจจริง แต่ สำรสนเทศ(Information) หมำยถึง สิ่งที่ได้จำก กำรนำำข้อมูลไปผ่ำนกระบวนกำรหนึ่งเสียก่อน ซึง ่สำรสนเทศเป็นสิ่งที่ผู้มีหน้ำที่ บริหำรนำำไปใช้เพื่อช่วยในกำรตัดสินใจ 3. ครูแจกนักเรียนทำำแบบทดสอบสื่อ /แหล่ง กำรเรีย นรู้ 1. แบบทดสอบ 2. แบบสังเกตพฤติกรรมกำรเรียนรู้กำรวัด ผลประเมิน ผล 1. วิธีกำรวัด - สังเกตกำรฟัง และกำรตอบคำำถำม - ตรวจแบบทดสอบ
  • 36. 2. เครื่องกำรวัดผลประเมินผล - แบบบทดสอบ - แบบสังเกตพฤติกรรมกำรเรียนรู้ 3. เกณฑ์กำรวัดผลประเมินผล ใช้กำรผ่ำนเกณฑ์ ร้อยละ 70 ขึ้นไปกิจ กรรมเสนอแนะ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………………………………บัน ทึก ข้อ เสนอแนะ ของผู้บ ริห ำรโรงเรีย น……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………… ลงชื่อ …………………………….
  • 37. (……………….. ……….) ตำำแหน่ง ผู้อำำนวยกำรสถำนศึกษำ…………. ………../……………../……….บัน ทึก ผลหลัง กระบวนกำรจัด กำรเรีย นรู้ ผลกำรเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน (เก่ง ดี มีสุข)……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ปัญหำ / อุปสรรค……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ข้อเสนอแนะ / แนวทำงแก้ไข……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ลงชือ ่……………………………….…ผู้สอน (………………..……….)ตำำแหน่ง………………………………………………
  • 38. ………../…………./…………. แบบสัง เกตพฤติก รรมกำรเรีย นเกณฑ์ก ำรให้ค ะแนน ดี ให้ 2 พอใช้ ให้ 1 ควรปรับปรุง ให้ 0เกณฑ์ก ำรประเมิน กำรผ่ำนกำรประเมินทุกรำยกำรต้องได้ 1 ขึนไป ้เลข ชื่อ – สกุล คะแนน สรุป ที่ 2 2 2 รวม ผ่ำ ไม่ น ผ่ำนเกณฑ์ กำรสนใจในกำรตอบคำำถำม ควำมกระตือรือร้น กำรแสดงควำมคิดเห็นคะแนนรวมพฤติกรรมไม่น้อยกว่ำร้อยละ 50ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
  • 39. ……………………………………………………………………………………………… ( ลงชื่อ ) …………………………………………. … ผู้ประเมิน ( ครูผู้สอน ) ( ………………………………………… ) ………. / …………… / ………. แบบทดสอบชื่ อ -สกุ ล ………………………………………………..เลขที่…..ชันมัธยมศึกษำปีที่………. ้คำำ ชี้แ จง ให้นักเรียนทำำเครื่องหมำย X ทับข้อที่ถูกที่สุด1. ข้อใดคือตัวอักษรย่อของคำำว่ำ เทคโนโลยีและกำรสื่อสำร ก. IT ข. ICT ค. ITT ง. GITS2. www.moe.go.th คือเว็บไซต์ของหน่วยงำนใด ก. กระทรวงเทคโนโลยีและกำรสื่อสำร ข. กระทรวงสำธำรณะสุข ค. กระทรวงมหำดไทย ง. กระทรวงศึกษำธิกำร3. ข้อใดคืออุปกรณ์ในหน่วยประมวลผลกลำง ก. HARD DISK ข. RAM ค. CPU ง. MOUSE4. ข้อใดคือหน่วยรับข้อมูลเข้ำ ก. HARD DISK ข. RAM ค. CPU ง. MOUSE5. สำรสนเทศหมำยถึงข้อมูล
  • 40. ก. จำำนวนนักเรียนชำยและหญิงชั้น ม.1 ข. ชื่อนักเรียนชั้น ม.1 ค. ชื่อต้นไม้ทั่วประเทศ ง. ข้อมูลที่รวบรวมมำได้เฉลย 1.ข 2.ง 3.ค 4.ง 5.ก
  • 41. แผนกำรจัด กำรเรีย นรู้กลุ่มสำระกำรงำนอำชีพและเทคโนโลยี(คอมพิวเตอร์) ชันมัธยมศึกษำปีที่ 3 ้หน่ว ยที่ 2 เรื่อง กำรสร้ำงงำนอย่ำงมีระบบ เวลำเรียน 6 ชั่วโมงแผนกำรเรีย นรู้ท ี่ 1 เรื่อง ระบบงำนสำรสนเทศ เวลำเรียน 2 ชั่วโมงสอนวันที่…………เดือน……………………..พ.ศ.…………… ภำคเรียนที่ ….มำตรฐำนกำรเรีย นรู้ มำตรฐำน ง 4.1 เข้ำใจ เห็นคุณค่ำ และใช้กระบวนกำรเทคโนโลยีสำรสนเทศในกำร สืบค้นข้อมูล กำรเรียนรู้ กำรสื่ อ ส ำ ร ก ำ ร แ ก้ ปั ญ ห ำ ก ำ ร ทำำ ง ำ น แ ล ะ อ ำ ชี พ อ ย่ ำ ง มีป ร ะ สิ ท ธิ ภ ำ พ ป ร ะ สิ ท ธิ ผ ล แ ล ะ มี คุ ณ ธ ร ร มสำระสำำ คัญ ควำมหมำยของระบบงำนสำรสนเทศผลกำรเรีย นรู้ท ี่ค ำดหวัง นักเรียนบอกควำมหมำยของระบบงำนสำรสนเทศได้ นักเรียนอธิบำยระบบงำนสำรสนเทศที่ทำำงำนด้วย คอมพิวเตอร์ได้สำระกำรเรีย นรู้ ควำมหมำยของระบบงำนสำรสนเทศ ระบบงำนสำรสนเทศที่ทำำงำนด้วยคอมพิวเตอร์กระบวนกำรจัด กำรเรีย นรู้ 1. ครูให้นักเรียนยกตัวอย่ำงเกี่ยวกับส่วนต่ำง ๆ ในร่ำงกำยเรำว่ำมีส่วนใดที่ทำำงำน เป็นระบบสำรสนเทศของร่ำงกำย
  • 42. 2. ครูอธิบำยให้นักเรียนฟังว่ำ สมองของเรำทำำหน้ำที่แปรควำมหมำยข้อมูลที่รับเข้ำมำ มำกมำยจำกสัมผัสทั้งห้ำ ทำำให้รับรับรู้ว่ำสิ่งนั้นคืออะไร เช่น ถนน ทุ่งนำ ท้องฟ้ำ ต้นไม้ คน บ้ำน รถ ฯลฯ กำรทำำงำนของสมองในลักษณะนี้ถือได้ว่ำเป็นระบบงำน สำรสนเทศ ซึงซับซ้อนที่สุดยิ่งกว่ำระบบงำน ่สำรสนเทศที่ทำำด้วยคอมพิวเตอร์อีก 3. ครูแจกใบควำมรู้เรื่อง ระบบงำนสำรสนเทศ 4. ครูแจกแบบฝึกหัด เรื่อง ระบบงำนสำรสนเทศ 5. ครูสังเกตพฤติกรรมขณะที่นักเรียนศึกษำใบควำมรู้และทำำแบบฝึกหัดสื่อ /แหล่ง กำรเรีย นรู้ 1. ใบควำมรู้เรื่อง ระบบงำนสำรสนเทศ 2. แบบฝึกหัด เรื่อง ระบบงำนสำรสนเทศ 3. แบบสังเกตพฤติกรรมกำรเรียนรู้กำรวัด ผลประเมิน ผล 1. วิธีกำรวัด - สังเกตกำรฟัง และกำรตอบคำำถำม - ตรวจแบบฝึกหัด 2. เครื่องกำรวัดผลประเมินผล - แบบฝึกหัด เรื่อง ระบบงำนสำรสนเทศ - แบบสังเกตพฤติกรรมกำรเรียนรู้ 3. เกณฑ์กำรวัดผลประเมินผล ใช้กำรผ่ำนเกณฑ์ ร้อยละ 70 ขึ้นไป
  • 43. กิจ กรรมเสนอแนะ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………………………………บัน ทึก ข้อ เสนอแนะ ของผู้บ ริห ำรโรงเรีย น……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………… ลงชื่อ …………………………….(……………….. ……….) ตำำแหน่ง ผู้อำำนวยกำรสถำนศึกษำ…………. ………../……………../……….บัน ทึก ผลหลัง กระบวนกำรจัด กำรเรีย นรู้ ผลกำรเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน (เก่ง ดี มีสุข)……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ปัญหำ / อุปสรรค
  • 44. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ข้อเสนอแนะ / แนวทำงแก้ไข……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ลงชือ ่……………………………….…ผู้สอน (………………..……….)ตำำแหน่ง……………………………………………… ………../…………./…………. ใบควำมรู้ เรื่อ ง ระบบงำนสำรสนเทศ กำรทำำงำนใด ๆ ให้ลุล่วงตำมวัตถุประสงค์และภำรกิจที่ได้รับมอบหมำย จะต้องมีกำรวำงแผนและออกแบบระบบกำรทำำงำนได้ดีที่สุด เพื่อลดปัญหำควำมผิดพลำดและควำมล่ำช้ำของกำรปฏิบัติงำน ระบบกำรทำำงำนโดยทั่วไปหมำยถึงกระบวนกำรทำำงำนที่ประกอบด้วย คน ข้อมูล และเครื่องจักรที่จำำเป็นในกำรทำำงำนนั้น ระหว่ำงองค์ประกอบทั้ง 3 ประกำรนี้จะต้องมี กำรสื่อสำรข้อมูลระหว่ำงกัน เพื่อให้กำรทำำงำนสอดคล้องประสำนกันไปในทิศทำงที่ต้องกำร กำรสื่อสำรระหว่ำงคนโดยทั่วไปก็คือกำรพูด กำรสั่งงำนและรำยงำนก็ทำำด้วยคำำพูดหรือด้วยเอกสำร ส่วนกำรสื่อสำร
  • 45. ระหว่ำงคนกับเครื่องจักร ขึนอยู่กับเครื่องจักรนั้นคืออะไร ้ตัวอย่ำงเช่น เรำสื่อสำรกับรถยนต์ด้วยพวงมำลัยเพื่อสั่งให้เลี้ยวเป็นต้น ข้อมูลที่เรำใช้ในกำรตัดสินใจสั่งก็คือถนนหนทำงหรือสิ่งที่เรำมองเห็น รวมทั้งควำมต้องกำรของเรำสมองของเรำ ทำำหน้ำที่แปรควำมหมำยข้อมูลมำกมำย ที่ เ ห็ น เช่ น ถนน ทุ่ง นำ ท้ องฟ้ ำ ต้ น ไม้ คน บ้ำน รถ ฯลฯ ที่ปรำกฏตำมเส้นทำง ให้เป็นสำรสนเทศ คือส้นทำงที่เรำไปได้ และต้ อ งกำรจะไป สำรสนเทศเรื่ อ งนี้ จำำ เป็ น ต้ อ งใช้ เ พื่ อ กำรตั ด สิ น ใจในกำร บังคับรถยนต์ให้ไปสู่จุดหมำยที่ต้องกำร กำรทำำงำนของสมองในลักษณะนี้ถือได้ ว่ ำ เป็ น ระบบสำรสนเทศที่ ซั บ ซ้ อ นที่ สุ ด ยิ่ ง กว่ ำ ระบบงำนสำรสนเทศที่ ทำำ ด้ ว ย ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ใ ด ๆ กำรตัดสินใจสั่งงำนหรือดำำเนินกำรใด ๆ จะต้องใช้คนกลั่นกรองและประมวลผลข้อมูลออกเป็นสำรสนเทศ เพื่อช่วยในกำรตัดสินใจให้ดีที่สุด ระบบงำนที่ทำำหน้ำที่กลั่นกรองและประมวลผลข้อมูลดิบ เพื่อทำำให้เป็นสำรสนเทศขึ้นมำ ไม่ว่ำจะเป็นคนหรือเครื่องจักรก็คือระบบงำนสำรสนเทศ กรณีที่เรำใช้คอมพิวเตอร์ทำำงำน เรำสื่อสำรกับคอมพิวเตอร์ด้วยข้อมูลดิจิตอลและคำำสั่งหรือชุดคำำสั่งที่เรียกว่ำ โปรแกรม ถ้ำระบบงำนใหญ่มำก อำจจำำเป็นต้องใช้โปรแกรมหลำยโปรแกรมรวมกันเป็นโปรแกรมชุดใหญ่ที่เรียก
  • 46. กันว่ำ ซอฟต์แวร์ โปรแกรมอำจจะถูกป้อนเข้ำทำงแป้นพิมพ์หรืออ่ำนจำกแผ่นดิสก์หรือแผ่นซีดี ข้อมูลที่ป้อนให้คอมพิวเตอร์ก็อยู่ในรูปเดียวกับคำำสั่ง โปรแกรมจะเป็นตัวประมวลผลข้อมูลตำมกรรมวิธีที่เรำคิดขึ้นตำมจุดประสงค์ของงำน เพื่อกลั่นกรองข้อมูลออกเป็นสำรสนเทศให้เรำใช้ช่วยในกำรตัดสินใจทำำอะไรบำงอย่ำงที่เหมำะสม ดังนั้นจึงกล่ำวได้ว่ำระบบงำนสำรสนเทศที่ทำำงำนด้วยคอมพิวเตอร์( Information Systems) จะประกอบด้วย องค์ประกอบดังต่อไปนี้ 1.เครื่องคอมพิวเตอร์และเครือข่ำยสื่อสำรข้อมูล 2.ข้อมูลและสำรสนเทศ 3.โปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ 4.บุคลำกรด้ำนคอมพิวเตอร์ ใบงำน เรื่อ ง ระบบงำนสำรสนเทศชื่ อ -สกุ ล .....................................................................................เลขที่..............ชั้น..................คำำ สั่ง ให้นักเรียนตอบคำำถำมต่อไปนี้ให้ถูกต้อง1. ระบบงำนสำรสนเทศหมำยถึงอะไร
  • 47. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………2. ส่วนใดของมนุษย์ที่ทำำหน้ำที่เป็นระบบสำรสนเทศที่ซับซ้อนที่สุด………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………3. เรำสำมำรถติดต่อสื่อสำรกับคอมพิวเตอร์ได้อย่ำงไร………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………4. องค์ประกอบของระบบงำนสำรสนเทศที่ทำำงำนด้วยคอมพิวเตอร์ประกอบด้วยอะไรบ้ำง………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
  • 48. 5. เพรำะเหตุใดบุคลำกรด้ำนคอมพิวเตอร์จึงเป็นส่วนที่มีควำมสำำคัญสำำหรับระบบงำน……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… แบบสัง เกตพฤติก รรมกำรเรีย นเกณฑ์ก ำรให้ค ะแนน ดี ให้ 2 พอใช้ ให้ 1 ควรปรับปรุง ให้ 0เกณฑ์ก ำรประเมิน กำรผ่ำนกำรประเมินทุกรำยกำรต้องได้ 1 ขึนไป ้เลข ชื่อ – สกุล คะแนน สรุป ที่ 2 2 2 รวม ผ่ำ ไม่ น ผ่ำน
  • 49. เกณฑ์ กำรสนใจในกำรตอบคำำถำม ควำมกระตือรือร้น กำรแสดงควำมคิดเห็นคะแนนรวมพฤติกรรมไม่น้อยกว่ำร้อยละ 50ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ( ลงชื่อ ) …………………………………………. … ผู้ประเมิน ( ครูผู้สอน ) ( ………………………………………… ) ………. / …………… / ………. แผนกำรจัด กำรเรีย นรู้กลุ่มสำระกำรงำนอำชีพและเทคโนโลยี(คอมพิวเตอร์) ชันมัธยมศึกษำปีที่ 3 ้หน่ว ยที่ 2 เรื่อง กำรสร้ำงงำนอย่ำงมีระบบ เวลำเรียน 6 ชั่วโมงแผนกำรเรีย นรู้ท ี่ 2 เรื่อง ขันตอนและกำรสร้ำงระบบงำน ้ เวลำเรียน 2 ชั่วโมงสอนวันที่…………เดือน……………………..พ.ศ.…………… ภำคเรียนที่ ….มำตรฐำนกำรเรีย นรู้ มำตรฐำน ง 4.1 เข้ำใจ เห็นคุณค่ำ และใช้กระบวนกำรเทคโนโลยีสำรสนเทศในกำร สืบค้นข้อมูล กำรเรียนรู้ กำรสื่ อ ส ำ ร ก ำ ร แ ก้ ปั ญ ห ำ ก ำ ร ทำำ ง ำ น แ ล ะ อ ำ ชี พ อ ย่ ำ ง มีป ร ะ สิ ท ธิ ภ ำ พ ป ร ะ สิ ท ธิ ผ ล แ ล ะ มี คุ ณ ธ ร ร ม
  • 50. สำระสำำ คัญ กำรพัฒนำระบบงำนคอมพิวเตอร์และระบบงำนที่ไม่ใช้คอมพิวเตอร์ผลกำรเรีย นรู้ท ี่ค ำดหวัง นักเรียนบอกขั้นตอนกำรพัฒนำระบบงำนคอมพิวเตอร์ได้ นักเรียนบอกขั้นตอนกำรพัฒนำระบบงำนที่ไม่ใช้ คอมพิวเตอร์ได้สำระกำรเรีย นรู้ ขันตอนกำรพัฒนำระบบงำนคอมพิวเตอร์และขั้นตอน ้กำรระบบงำนที่ไม่ใช้คอมพิวเตอร์กระบวนกำรจัด กำรเรีย นรู้ 1. ครูยกตัวอย่ำงให้นักเรียนฟังเกี่ยวกับกำรระบบงำนที่ใช้คอมพิวเตอร์และระบบงำน ที่ไม่ใช้คอมพิวเตอร์ เช่น กำรตรวจสอบผลกำรเรียนถ้ำเรำไม่ใช้ระบบคือ โรงเรียน จะประกำศผลกำรสอบแล้วติดประกำศที่บอร์ดเพื่อให้นักเรียนทรำบโดยที่นักเรียน จะต้องมำตรวจสอบเอง ส่วนกำรใช้ระบบคอมพิวเตอร์นั้น นักเรียนสำมำรถตรวจ สอบได้เองตลอดเวลำ โดยเฉพำะกำรตรวจสอบผ่ำนระบบอินเตอร์เน็ต 2. ครูอธิบำยให้นักเรียนฟังว่ำ ต้องต้องกำรพัฒนำระบบทั้ง 2 แบบ มีขั้นตอนอย่ำงไร 3. ครูแจกใบควำมรู้เรื่อง ขันตอนกำรพัฒนำระบบ ้ 4. ครูแจกแบบฝึกหัด เรื่อง ขันตอนกำรพัฒนำระบบ ้ 5. ครูสังเกตพฤติกรรมขณะที่นักเรียนศึกษำใบควำมรู้และ ทำำแบบฝึกหัด
  • 51. สื่อ /แหล่ง กำรเรีย นรู้ 1. ใบควำมรู้เรื่อง ขั้นตอนกำรพัฒนำระบบ 2. แบบฝึกหัด เรื่อง ขั้นตอนกำรพัฒนำระบบ 3. แบบสังเกตพฤติกรรมกำรเรียนรู้กำรวัด ผลประเมิน ผล 1. วิธีกำรวัด - สังเกตกำรฟัง และกำรตอบคำำถำม - ตรวจแบบฝึกหัด 2. เครื่องกำรวัดผลประเมินผล - แบบฝึกหัด เรื่อง ขั้นตอนกำรพัฒนำระบบ - แบบสังเกตพฤติกรรมกำรเรียนรู้ 3. เกณฑ์กำรวัดผลประเมินผล ใช้กำรผ่ำนเกณฑ์ ร้อยละ 70 ขึ้นไปกิจ กรรมเสนอแนะ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………………………………บัน ทึก ข้อ เสนอแนะ ของผู้บ ริห ำรโรงเรีย น………………………………………………………………………………………………………………………………………………
  • 52. ……………………………………….………………………………… ลงชื่อ …………………………….(……………….. ……….) ตำำแหน่ง ผู้อำำนวยกำรสถำนศึกษำ…………. ………../……………../……….บัน ทึก ผลหลัง กระบวนกำรจัด กำรเรีย นรู้ ผลกำรเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน (เก่ง ดี มีสุข)……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ปัญหำ / อุปสรรค……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ข้อเสนอแนะ / แนวทำงแก้ไข……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ลงชือ ่……………………………….…ผู้สอน
  • 53. (………………..……….)ตำำแหน่ง……………………………………………… ………../…………./…………. ใบควำมรู้ เรื่อ ง ขั้น ตอนกำรพัฒ นำระบบ กำรนำำคอมพิวเตอร์ไปใช้ในกำรแก้ปัญหำหรือเพิ่มประสิทธิภำพในกำรทำำงำนใด ๆ ก็ตำม จะต้องมีกำรวิเครำะห์ปัญหำและศึกษำควำมเป็นไปได้ให้รอบคอบ ทั้งนี้เนื่องจำกคอมพิวเตอร์ไม่ใช่เครื่องมือวิเศษที่จะแก้ปัญหำได้ทุกเรื่องนอกจำกนี้ยังจะต้องมีกำรศึกษำถึงควำมคุ้มค่ำในกำรลงทุนเพื่อไม่ให้เป็นกำรลงทุนที่สูญเปล่ำ กำรวิเครำะห์หำวิธีแก้ปัญหำต้องพอเหมำะพอดี มีกำรจัดหำระบบ เครื่องมือ และเทคโนโลยีที่ไม่เกินควำมจำำเป็น ดังนั้น จึงต้องมีกำรจัดขั้นตอนและหลักกำรสร้ำงระบบงำนคอมพิวเตอร์ให้เหมำะสมซึ่งโดยทั่วไปเรำอำจไม่ได้สร้ำงระบบงำนใหม่ แต่พัฒนำระบบงำนเก่ำให้เป็นระบบงำนสำรสนเทศที่ทำำงำนด้วยคอมพิวเตอร์ ดังนั้นจึงนิยมเรียกกันว่ำ“กำรพัฒนำระบบงำน” มำกกว่ำคำำว่ำ กำรสร้ำงงำน ซึ่งตำมหลักวิชำว่ำด้วยกำรวิเครำะห์และออกแบบระบบงำนคอมพิวเตอร์มีกำรจัดขั้นตอนกำรพัฒนำระบบงำนดังนี้ ขั้นตอนกำรพัฒนำระบบงำน คอมพิวเตอร์ 1. วิเครำะห์ปัญหำและระบบงำนที่จะทำำรวมถึงรำยละเอียดข้อมูลที่ต้องใช้ 2. กำำหนดรำยละเอียดควำมต้องกำรของผู้ใช้ระบบงำน 3. ออกแบบโปรแกรม
  • 54. 4. เขียนชุดคำำสั่ง 5. ทดสอบโปรแกรม 6. นำำไปใช้งำนจริง 7. บำำรุงรักษำ ติดตำมผล และแก้ไขปรับปรุง จะเห็นว่ำกำรพัฒนำระบบงำนนั้น จำำเป็นต้องรู้ขั้นตอนวิธีทำำงำนของระบบงำนเดิมและกำำหนดวิธีกำรทำำงำนในระบบงำนที่จะทำำใหม่ให้ละเอียดเสียก่อน จำกนั้นจึงเป็นกำรหำวิธีแก้ปัญหำโดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์และสำรสนเทศ ซึงจะต้องมี ่กำรสร้ำงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ขึ้นมำช่วยทำำงำน ขั้นตอนกำรพัฒนำระบบงำนที่ไม่ใช้ คอมพิวเตอร์ 1. วิเครำะห์ปัญหำและระบบงำนที่จะทำำ รวมถึงรำยละเอียดข้อมูล 2. กำำหนดรำยละเอียดควำมต้องกำรข้องผู้ใช้ระบบงำน 3. ออกแบบขั้นตอนวิธีของกำรทำำงำน 4. ตรวจสอบขั้นตอนวิธีของกำรทำำงำนให้แน่ใจว่ำถูกต้อง 5. นำำไปใช้งำนจริง 6. บำำรุงรักษำระบบ ติดตำมผลและแก้ไขปรับปรุง
  • 55. แบบฝึก หัด เรื่อ ง ขั้น ตอนกำรพัฒ นำระบบงำนชื่ อ -สกุ ล .....................................................................................เลขที่..............ชั้น..................คำำ ชี้แ จ้ง ให้ นั ก เรี ย นตอบคำำ ถำมต่ อ ไปนี้ ใ ห้ ถู ก ต้ อ ง และสมบูรณ์ที่สุด1. จงบอกขั้นตอนกำรพัฒนำระบบงำนด้วยคอมพิวเตอร์................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
  • 56. ................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................2. จงบอกขั้นตอนกำรพัฒนำระบบงำนโดยไม่ใช้คอมพิวเตอร์................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ แบบสัง เกตพฤติก รรมกำรเรีย น
  • 57. เกณฑ์ก ารให้ค ะแนน ดี ให้ 2 พอใช้ ให้ 1 ควรปรับปรุง ให้ 0เกณฑ์ก ารประเมิน การผ่านการประเมินทุกรายการต้องได้ 1 ขึนไป ้เลข ชื่อ – สกุล คะแนน สรุป ที่ 2 2 2 รวม ผ่า ไม่ น ผ่านเกณฑ์ การสนใจในการตอบคำาถาม ความกระตือรือร้น การแสดงความคิดเห็นคะแนนรวมพฤติกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 50ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ( ลงชื่อ ) …………………………………………. … ผู้ประเมิน ( ครูผู้สอน )
  • 58. ( ………………………………………… ) ………. / …………… / ………. แผนการจัด การเรีย นรู้กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี(คอมพิวเตอร์) ชันมัธยมศึกษาปีที่ 3 ้หน่ว ยที่ 2 เรื่อง การสร้างงานอย่างมีระบบ เวลาเรียน 6 ชั่วโมงแผนการเรีย นรู้ท ี่ 3 เรื่อง ตัวอย่างการสร้างระบบงาน เวลาเรียน 2 ชั่วโมงสอนวันที่…………เดือน……………………..พ.ศ.…………… ภาคเรียนที่ ….มาตรฐานการเรีย นรู้ มาตรฐาน ง 4.1 เข้าใจ เห็นคุณค่า และใช้กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศในการ สืบค้นข้อมูล การเรียนรู้ การสื่ อ ส า ร ก า ร แ ก้ ปั ญ ห า ก า ร ทำา ง า น แ ล ะ อ า ชี พ อ ย่ า ง มีป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ป ร ะ สิ ท ธิ ผ ล แ ล ะ มี คุ ณ ธ ร ร มสาระสำา คัญ การสร้างระบบงานด้วยคอมพิวเตอร์ผลการเรีย นรู้ท ี่ค าดหวัง นักเรียนสามารถสร้างระบบงานด้วยคอมพิวเตอร์ได้สาระการเรีย นรู้ ตัวอย่างการสร้างระบบงานการหาความสูงเฉลี่ยของผักทั้ง 5 ชนิดและการใช้ปุ๋ย 5 สูตรเพื่อหาสูตรเดี่ยวที่ให้นำ้าหนักเฉลี่ยของผักดีที่สุดกระบวนการจัด การเรีย นรู้ 1. ครูตัวอย่างการสร้างระบบงานเพื่อหานำาหนักเฉลี่ยผัก5 ชนิดจากปุ๋ย 5 สูตร 2. ครูอธิบายวิธีการสร้างระบบงานที่ละขั้นตอน
  • 59. 3. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม ๆ ละ 5 คน เพื่อให้นักเรียนทำางานกลุ่ม และแจก ในงานให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเพื่อสร้างระบบโดยไม่ให้ซำ้ากัน 4. ครูสังเกตพฤติกรรมขณะที่นักเรียนศึกษาใบความรู้และทำาแบบฝึกหัดสื่อ /แหล่ง การเรีย นรู้ 1. ใบงาน เรื่อง การสร้างระบบงาน 2. ใบความรู้เรื่อง การสร้างระบบงาน 3. แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้การวัด ผลประเมิน ผล 1. วิธีการวัด - สังเกตการฟัง และการตอบคำาถาม - ตรวจแบบฝึกหัด 2. เครื่องการวัดผลประเมินผล - แบบฝึกหัด เรื่อง การสร้างระบบงาน - แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ 3. เกณฑ์การวัดผลประเมินผล ใช้การผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 ขึ้นไป
  • 60. กิจ กรรมเสนอแนะ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………………………………บัน ทึก ข้อ เสนอแนะ ของผู้บ ริห ารโรงเรีย น……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………… ลงชื่อ …………………………….(……………….. ……….) ตำาแหน่ง ผู้อำานวยการสถานศึกษา…………. ………../……………../……….บัน ทึก ผลหลัง กระบวนการจัด การเรีย นรู้ ผลการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน (เก่ง ดี มีสุข)……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ปัญหา / อุปสรรค……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
  • 61. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ลงชือ ่……………………………….…ผู้สอน (………………..……….)ตำาแหน่ง……………………………………………… ………../…………./…………. ใบความรู้ เรื่อ ง การสร้า งระบบงาน1. วิเ คราะห์ป ัญ หาและระบบงานที่จ ะทำา ถึง รายละเอีย ดข้อ มูล ที่ต ้อ งใช้ ชาวสวนผักพบปัญหาว่า ผักนำ้าหนักไม่ค่อยดี คือ เมื่อนำามาชั่งนำ้าหนักแล้วเบามาก ซึงเขาปลูกผักทั้งหมด 5 ชนิด ซึ่ง ่เขาเคยได้ทดลองซื้อปุ๋ยจากบริษัทต่าง ๆ มาใช้ แต่ก็ยังได้ผลไม่เต็มที่และมีราคาแพง ดังนั้นเขาจึงศึกษางานวิจัยพบว่าเขาสามารถผลิตปุ๋ยนำ้าธรรมชาติใช้เองได้ ซึ่งมีสูตรการทำาอยู่ทั้งหมด 5 สูตร ปัญ หา คือ ปุ๋ยสูตรใดดีที่สุด เพราะโดยธรรมชาติแล้วผักแต่ละประเภทเจริญเติบโตไม่เท่ากัน ข้อ มูล คือ นำ้าหนักของผักทั้ง 5 ชนิดที่ชั่งใด
  • 62. 2. กำา หนดรายละเอีย ดความต้อ งการของผู้ใ ช้ร ะบบงาน ต้องการทราบว่าปุ๋ยทั้ง 5 สูตร สูตรใดให้นำ้าหนักเฉลี่ยของผักทั้ง 5 ชนิดสูงที่สุด3. ออกแบบขั้น ตอนวิธ ีก ารทำา งานหรือ ออกแบบโปรแกรม ขันตอนเพื่อหาคำาตอบ ้ 1. แบ่งผักทั้ง 5 ชนิดออกเป็น 5 แปรง คือ แปรงละ 5ชนิด 2. ให้ปุ๋ยแต่ละแปรงต่างสูตรกันในระยะเวลาเท่า ๆ กันคือ 2 เดือน 3. เมื่อครบกำาหนด ให้นำาผักจากแต่ละแปรงมาชั่งนำ้าหนักทั้ง 5 ชนิด ๆละเท่ากัน เช่น 1 ต้นเท่ากัน 4. กลุ่มใดมีนำ้านักมากที่สุด ถือว่าปุ๋ยสูตรนั้นดีที่สุด4. เขีย นชุด คำา สั่ง หรือ โปรแกรม การเขียนโปรแกรมผู้เขียนจะต้องมีความรู้เรื่องการเขียนโปรแกรม เพราะต้องใช้ภาษาของการเขียนโปรแกรม ซึง ่โปรแกรมแต่ละอย่างจะใช้ภาษาไม่เหมือนกัน ตัวอย่างนี้คือการเขียนด้วยโปรแกรม BASIC programming language 10 CSL 20 PRINT “<< โปรแกรมคำานวณค่าเฉลี่ยของนำ้าหนัก ผัก >>” 30 ZUMW = 0 40 FOR N = 1 TO 5 50 INPUT “นำ้าหนักผักชนิดที่ :”;N,” = ”,W 60 ZUMW = ZUMW + W 70 NEXT N 80 AV = ZUMW / 5 90 PRINT “นำ้าหนักผักโดยเฉลี่ยของกลุ่มนี้ = ”; AV
  • 63. 100 PRINT “จบการทำางาน”5. ทดสอบโปรแกรมและหาจุด บกพร่อ ง << โปรแกรมคำานวณค่าเฉลี่ยของนำ้าหนักผัก>> นำ้าหนักผักชนิดที่ : 1 = 145.21 นำ้าหนักผักชนิดที่ : 2 = 144.90 นำ้าหนักที่ป้อนเข้าสู่การประมวลผล นำ้าหนักผักชนิดที่ : 3 = 146.15 นำ้าหนักผักชนิดที่ : 4 = 143.95 นำ้าหนักผักชนิดที่ : 5 = 148.30 นำ้าหนักผักโดยเฉลี่ยของกลุ่มนี้ = 145.702 จบการทำางาน6. นำา ไปใช้ง านจริง เมื่อทดสอบโปรแกรมจนแน่ใจว่าถูกต้องแล้ว เราก็จะนำาโปรแกรมไปรวมทั้งระบบงานที่ได้ออกแบบขึ้นไปใช้งานจริง7. บำา รุง รัก ษา ติด ตามผล และแก้ไ ขปรัง ปรุง สำาหรับระบบงานที่ต้องนำาไปปฏิบัติจริงอย่างต่อเนื่องเราจะต้องคอยบำารุงรักษาโปรแกรมรวมทั้งอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เพื่อให้ทำางานได้ตลอดไป และอาจต้องทำาการแก้ไขปรับปรุงโปรแกรมให้ดีขึ้นไปเรื่อย ๆ
  • 64. ใบงาน เรื่อง การสร้างระบบ กลุ่มที่…………..ชื่ อ -สกุ ล .....................................................................................เลขที่..............ชั้น..................ชื่ อ -สกุ ล .....................................................................................เลขที่..............ชั้น..................ชื่ อ -สกุ ล .....................................................................................เลขที่..............ชั้น..................ชื่ อ -สกุ ล .....................................................................................เลขที่..............ชั้น..................
  • 65. ชื่ อ -สกุ ล .....................................................................................เลขที่..............ชั้น..................คำา ชี้แ จ้ง ให้นักเรียนสร้างระบบงานโดยใช้คอมพิวเตอร์................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
  • 66. ................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
  • 67. ................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
  • 68. ................................................................................................................................................................................................................................................................................................ แบบสัง เกตพฤติก รรมการเรีย นเกณฑ์ก ารให้ค ะแนน ดี ให้ 2 พอใช้ ให้ 1 ควรปรับปรุง ให้ 0เกณฑ์ก ารประเมิน การผ่านการประเมินทุกรายการต้องได้ 1 ขึนไป ้ เลข ชื่อ – สกุล คะแนน สรุป ที่ 2 2 2 รวม ผ่า ไม่ น ผ่านเกณฑ์ การสนใจในการตอบคำาถาม ความกระตือรือร้น การแสดงความคิดเห็นคะแนนรวมพฤติกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 50ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม…………………………………………………………………………
  • 69. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ( ลงชื่อ ) …………………………………………. … ผู้ประเมิน ( ครูผู้สอน ) ( ………………………………………… ) ………. / …………… / ………. แผนการจัด การเรีย นรู้กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี(คอมพิวเตอร์) ชันมัธยมศึกษาปีที่ 3 ้หน่ว ยที่ 3 เรื่อง หลักการพัฒนาโครงงานที่ใช้เทคโนโลยี เวลาเรียน 8 ชั่วโมงแผนการเรีย นรู้ท ี่ 1 เรื่อง ลักษณะของสารสนเทศที่ดี เวลาเรียน 2 ชั่วโมงสอนวันที่…………เดือน……………………..พ.ศ.…………… ภาคเรียนที่ ….มาตรฐานการเรีย นรู้ มาตรฐาน ง 4.1 เข้าใจ เห็นคุณค่า และใช้กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศในการ สืบค้นข้อมูล การเรียนรู้ การสื่ อ ส า ร ก า ร แ ก้ ปั ญ ห า ก า ร ทำา ง า น แ ล ะ อ า ชี พ อ ย่ า ง มีป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ป ร ะ สิ ท ธิ ผ ล แ ล ะ มี คุ ณ ธ ร ร มสาระสำา คัญ ลักษณะของสารสนเทศที่ดีผลการเรีย นรู้ท ี่ค าดหวัง นักเรียนบอกลักษณะของสารสนเทศที่ดีได้สาระการเรีย นรู้ คุณสมบัติของสารสนเทศที่ดีและมีประโยชน์
  • 70. กระบวนการจัด การเรีย นรู้ 1. ครูอธิบายให้นักเรียนฟังว่าสารสนเทศที่ดีนั้นไม่จำาเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์ เสมอไป แต่การใช้คอมพิวเตอร์เป็นการช่วยให้เราประหยัดเวลาและลดขั้นตอน ต่าง ๆ เพื่อให้ได้สารสนเทศนั้น ๆ 2. ครูอธิบายให้นักเรียนฟังว่าแต่ลักษณะของสารสนเทศทีดีจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้ ่ 3. ครูแจกใบความรู้เรื่อง คุณสมบัติสารสนเทศที่ดี 4. ครูแจกแบบฝึกหัด เรื่อง คุณสมบัติสารสนเทศที่ดี 5. ครูสังเกตพฤติกรรมขณะที่นักเรียนศึกษาใบความรู้และทำาแบบฝึกหัดสื่อ /แหล่ง การเรีย นรู้ 1. ใบความรู้ เรื่อง คุณสมบัติสารสนเทศที่ดี 2. แบบฝึกหัด เรื่อง คุณสมบัติสารสนเทศที่ดี 3. แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้การวัด ผลประเมิน ผล 1. วิธีการวัด - สังเกตการฟัง และการตอบคำาถาม - ตรวจแบบฝึกหัด 2. เครื่องการวัดผลประเมินผล - แบบฝึกหัด เรื่อง คุณสมบัติสารสนเทศที่ดี - แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ 3. เกณฑ์การวัดผลประเมินผล ใช้การผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 ขึ้นไป
  • 71. กิจ กรรมเสนอแนะ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………………………………บัน ทึก ข้อ เสนอแนะ ของผู้บ ริห ารโรงเรีย น……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………… ลงชื่อ …………………………….(……………….. ……….) ตำาแหน่ง ผู้อำานวยการสถานศึกษา…………. ………../……………../……….บัน ทึก ผลหลัง กระบวนการจัด การเรีย นรู้ ผลการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน (เก่ง ดี มีสุข)……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
  • 72. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ปัญหา / อุปสรรค……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ลงชือ ่……………………………….…ผู้สอน (………………..……….)ตำาแหน่ง……………………………………………… ………../…………./…………. ใบความรู้ เรื่อ ง คุณ สมบัต ิข องสารสนเทศทีด ี ่
  • 73. การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศให้เกิดประโยชน์โดยอาศัยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือ หรือไม่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือก็สามารถสร้างสารสนเทศที่ดีได้ คุณสมบัติของสารสนเทศที่ดีและมีประโยชน์มีคุณสมบัติดังนี้ 1. มีความสัมพันธ์กัน (Relevant) 2. มีความทันสมัย (Timely) 3. มีความถูกต้องแม่นยำา (Accurate) 4. มีความกระชับรัดกุม (Concise) 5. มีความสมบูรณ์ในตัวเอง (Complete) แบบฝึก หัด
  • 74. เรื่อ ง คุณสมบัติของสารสนเทศที่ดีชื่ อ -สกุ ล .....................................................................................เลขที่..............ชั้น..................คำา สั่ง ให้นักเรียนตอบคำาถามต่อไปนี้ให้ถูกต้องและสมบูรณ์ที่สุด1. คุณสมบัติของสารสนเทศที่ดีและมีประโยชน์จะต้องมีคุณสมบัติอย่างไร……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..2. การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสร้างสารสนเทศมีประโยชน์อย่างไร……………………………………………………………………………………………………………..
  • 75. ……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………………………………………………………………….. แบบสัง เกตพฤติก รรมการเรีย นเกณฑ์ก ารให้ค ะแนน ดี ให้ 2 พอใช้ ให้ 1 ควรปรับปรุง ให้ 0เกณฑ์ก ารประเมิน การผ่านการประเมินทุกรายการต้องได้ 1 ขึนไป ้เลข ชื่อ – สกุล คะแนน สรุป ที่ 2 2 2 รวม ผ่า ไม่ น ผ่าน
  • 76. เกณฑ์ การสนใจในการตอบคำาถาม ความกระตือรือร้น การแสดงความคิดเห็นคะแนนรวมพฤติกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 50ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ( ลงชื่อ ) …………………………………………. … ผู้ประเมิน ( ครูผู้สอน ) ( ………………………………………… ) ………. / …………… / ………. แผนการจัด การเรีย นรู้กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี(คอมพิวเตอร์) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3หน่ว ยที่ 3 เรื่อง หลักการพัฒนาโครงงานที่ใช้เทคโนโลยี เวลาเรียน 8 ชัวโมง ่แผนการเรีย นรู้ท ี่ 2 เรื่อง ระเบียบปฏิบัติและกระบวนการทำางานด้านคอมพิวเตอร์ เวลาเรียน 2 ชั่วโมง
  • 77. สอนวันที่…………เดือน……………………..พ.ศ.…………… ภาคเรียนที่ ….มาตรฐานการเรีย นรู้ มาตรฐาน ง 4.1 เข้าใจ เห็นคุณค่า และใช้กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศในการ สืบค้นข้อมูล การเรียนรู้ การสื่ อ ส า ร ก า ร แ ก้ ปั ญ ห า ก า ร ทำา ง า น แ ล ะ อ า ชี พ อ ย่ า ง มีป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ป ร ะ สิ ท ธิ ผ ล แ ล ะ มี คุ ณ ธ ร ร มสาระสำา คัญ ระเบียบปฏิบัติและกระบวนการทำางานด้านคอมพิวเตอร์ผลการเรีย นรู้ท ี่ค าดหวัง นักเรียนบอกระเบียบปฏิบัติการทำางานด้านคอมพิวเตอร์ ได้ นักเรียนอธิบายกระบวนการทำางานด้านคอมพิวเตอร์ได้สาระการเรีย นรู้ ระเบียนปฏิบัติ คู่มือ มาตรฐาน ในการทำางานด้านคอมพิวเตอร์กระบวนการจัด การเรีย นรู้ 1. ครูบอกนักเรียนถึงความสำาคัญของการทำางานด้านคอมพิวเตอร์เนื่องจากการ ทำางานด้านคอมพิวเตอร์นั้นมีบุคลากรด้วยกันหลายคน หลายตำาแหน่ง หลายหน้าที่ บางตำาแหน่งอาจมีพนักงานหลายคน 2. ดังนั้นการปฏิบัติจำาเป็นต้องมีระเบียนปฏิบัติมีคู่มือและมาตราฐานในการทำางาน เพื่อให้เป็นแนวทางเดียวกัน 3. ครูให้นักเรียนศึกษาใบความรู้เพิ่มเติมเรื่อง ระเบียบปฏิบัติและกระบวนการทำางาน ด้านคอมพิวเตอร์
  • 78. 4. ครูแจกแบบฝึกหัด เรื่อง ระเบียบปฏิบัติและกระบวนการทำางานด้านคอมพิวเตอร์ 5. ครูสังเกตพฤติกรรมขณะที่นักเรียนศึกษาใบความรู้และทำาแบบฝึกหัดสื่อ /แหล่ง การเรีย นรู้ 1. ใบความรู้เรื่อง ความก้าวหน้าเทคโนโลยีของไทย 2. แบบฝึกหัด เรื่อง ความก้าวหน้าเทคโนโลยีของไทย 3. แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้การวัด ผลประเมิน ผล 1. วิธีการวัด - สังเกตการฟัง และการตอบคำาถาม - ตรวจแบบฝึกหัด 2. เครื่องการวัดผลประเมินผล - แบบฝึกหัด เรื่อง ความก้าวหน้าเทคโนโลยีของ ไทย - แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ 3. เกณฑ์การวัดผลประเมินผล ใช้การผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 ขึ้นไปกิจ กรรมเสนอแนะ
  • 79. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………………………………บัน ทึก ข้อ เสนอแนะ ของผู้บ ริห ารโรงเรีย น……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………… ลงชื่อ …………………………….(……………….. ……….) ตำาแหน่ง ผู้อำานวยการสถานศึกษา…………. ………../……………../……….บัน ทึก ผลหลัง กระบวนการจัด การเรีย นรู้ ผลการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน (เก่ง ดี มีสุข)……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ปัญหา / อุปสรรค……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข………………………………………………………………………………………………………………………………………………
  • 80. ……………………………………….………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ลงชือ ่……………………………….…ผู้สอน (………………..……….)ตำาแหน่ง……………………………………………… ………../…………./…………. ใบความรู้ เรื่อ ง ระเบีย บปฏิบ ัต ิแ ละกระบวนการทำา งานด้า น คอมพิว เตอร์ ระเบียบปฏิบัติและกระบวนงานเป็นการกำาหนดเกณฑ์ขั้นพื้นฐานให้กับบุคลากรในหน่วยงานได้ถือปฏิบัติร่วมกันเป็นมาตรฐานเดียวกันได้ ลักษณะและความสำาคัญของระเบียบปฏิบัติการและกระบวนงานมีดังนี้1. ระเบีย บปฏิบ ัต ิ เป็นเครื่องมือสำาหรับกำากับให้ผู้ที่มีพื้นฐานต่างกัน มีความรู้ ความเข้าใจ และความสำานึกในความถูกต้องพอเหมาะพอควรต่างกัน ให้สามารถทำางานร่วมกันได้โดยมีความขัดแย้งกันน้อยที่สุด เป็นเครื่องมือสำาหรับให้ฝ่ายบริการสามารถดูแลให้การใช้คอมพิวเตอร์เป็นไปอย่างราบรื่นไม่เกิดความเสียหายหรือสูญเสีย หรือถ้าเกิดก็จะเสียหายน้อยที่สุด ซึง ่จำาแนกออกเป็นด้านต่าง ๆ ได้ดังนี้ 1.1 ระเบียบในด้านสถานที่ติดตั้งคอมพิวเตอร์ เป็นระเบียบที่เกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติในห้องที่ติดตั้งคอมพิวเตอร์ไว้ใช้งาน ในหน่วยงานที่มีคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ มีหอง ้พิเศษที่ปรับอากาศและมียกพื้นพิเศษนั้น มักจะห้ามนำาเครื่อง
  • 81. ดืมและอาหารเข้าไป ทั้งนี้เพื่อป้องกันแมลง จิ้งจก และหนูที่จะ ่เข้าไปกินอาหาร 1.2 ระเบียบเกี่ยวกับการเข้าไปในห้องคอมพิวเตอร์ ก็เป็นเรื่องจำาเป็น บางแห่งนั้นใช้คอมพิวเตอร์เก็บข้อมูลที่เป็นความลับ การปล่อยให้ใครต่อใครเดินเพ่นพ่านผ่านเข้าไปในห้องย่อมไม่ปลอดภัยต่อข้อมูล วิธีกันก็คือปิดประตูและใช้ลูกบิด หรือกุญแจพิเศษสำาหรับเปิดประตูและทางที่ดีก็กำาหนดไว้เป็นระเบียบว่าใครมีหน้าที่เข้าไปในหน้องที่ตั้งเครื่องหรือที่เก็บข้อมูล 1.3 ระเบียบด้านการจัดหา การติดตั้ง และการสำาเนาซอฟต์แวร์ เมื่อซื้อซอฟต์แวร์มาแล้ว ควรนำาไปตรวจสอบไวรัสคอมพิวเตอร์ ดำาเนินการสำาเนาซอฟต์แวร์นั้นเพื่อนำาแผ่นที่เป็นชุดสำาเนาไปใช้ 1.4 ระเบียบด้านการดูแลซ่อมบำารุง เป็นเรื่องจำาเป็นต้องมีขั้นตอนและวิธีการที่รัดกุม ไม่ใช่ปล่อยให้ผู้ใช้ดูกันเอง ย้ายเครื่องพิมพ์เครื่องนี้ไปไว้ที่โน่นที่นี่ 1.5 ระเบียบด้านการบันทึก การใช้ การปรับปรุงข้อมูลตลอดจนการเก็บรักษาและทำาลายแฟ้มข้อมูลก็เป็นเครื่องที่จะต้องจัดทำาขึ้นอย่างละเอียดครอบครอบ เพราะข้อมูลนั้นเป็นทรัพยากรที่สำาคัญของหน่วยงาน 1.6 ระเบียบด้านการส่งเอกสารที่พิมพ์จากคอมพิวเตอร์ก็ควรจะมีไว้ เพื่อควบคุมการพิมพ์และเพื่อให้แน่ใจว่าได้จัดส่งเอกสารนั้น ๆ ไปถึงมือผู้ใช้ได้ครบถ้วน
  • 82. 2. คู่ม ือ คือมือมีความสำาคัญมากต่อการใช้งานคอมพิวเตอร์ ดังนั้นเราควรตรวจตราว่าการจัดซื้อหาคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ของส่วนต่าง ๆ ของอุปกรณ์และปุ่มต่าง ๆ มีการอธิบายการเชื่อมต่อสายเข้ากับอุปกรณ์อื่น ๆ และอาจมีวิธีการแก้ปัญหาอย่างง่ายไว้ด้วย 2.1 คู่มือฮาร์ดแวร์ ส่วนมากเป็นคู่มือด้านเทคนิคที่อธิบายหน้าที่ของส่วนต่าง ๆ ของอุปกรณ์และปุ่มต่าง ๆอธิบายการเชื่อมต่อสารเข้ากับอุปกรณ์อื่น ๆ และอาจมีวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างง่ายไว้ด้วย 2.2 คู่มือซอฟต์แวร์ มีสองประเภทใหญ่ ๆ ประเภทแรกคือ Operation Manual หรือคู่มือการปฏิบัติงานสำาหรับพนักงานคุมเครื่อง ประเภทที่สองคือ User Manual หรือคู่มือผู้ใช้ ซึ่งอธิบายวิธีการใช้ซอฟต์แวร์ในแบบง่าย ๆ ว่าจะเริ่มใช้อย่างไร
  • 83. 3. มาตรฐาน การใช้คอมพิวเตอร์ระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐนั้นยังมีปัญหาและอุปสรรคในด้านมาตรฐานเกือบทุกเรื่องปัจจุบันประเทศไทยมีมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับด้านคอมพิวเตอร์ที่สำาคัญ ดังนี้ 3.1 มาตรฐานรหัสภาษาไทย ที่เรียกว่า สมอ. และแทนมาตรฐานแป้นพิมพ์โดยรหัส สมอ. เป็นรหัสที่กำาหนดวิธีใช้ตัวเลข 0 กับ 1 สำาหรับแทนตัวอักษรไทยในระบบคอมพิวเตอร์ มาตรฐานแป้นพิมพ์เป็นมาตรฐานที่กำาหนดตำาแหน่งของตัวอักษร ตัวเลขและสัญลักษณ์ต่าง ๆ ตลอดจนปุ่มฟังก์ชั่นต่าง ๆ บนแป้นพิมพ์ ทั้งนี้เพื่อให้การใช้งานเป็นไปในแบบเดียวกันไม่มีปัญหาในการพิมพ์ 3.2 มาตรฐานด้านรหัส คำา และชื่อต่าง ๆ จะต้องมีหน่วยงานกลางเป็นผู้กำาหนด เช่น ราชบัณฑิตยสถานต้องประกาศให้ใช้คำาว่า “โลกาภิวัตน์” เป็นต้น 3.3 มาตรฐานด้านวิธีการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะในด้านการวิเคราะห์ระบบงานและการออกแบบระบบงาน ควรเน้นให้เป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ เพราะสิ่งที่เป็นงานวิทยาศาสตร์นั้นตรวจสอบได้ง่ายว่าถูกต้องหรือผิดพลาดประการใด
  • 84. แบบฝึก หัด เรื่อง ระเบียบปฏิบัติและกระบวนการทำางานด้าน คอมพิวเตอร์ชื่ อ -สกุ ล .....................................................................................เลขที่..............ชั้น..................คำา ชี้แ จ้ง ให้ นั ก เรี ย นตอบคำา ถามต่ อ ไปนี้ ใ ห้ ถู ก ต้ อ ง และสมบูรณ์ที่สุด1. จงบอกระเบียบการปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
  • 85. ................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................3. คู่มือการใช้งานมีความสำาคัญ................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................4. รหัสมาตรฐานภาษาไทยคือรหัสใด................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................5. มาตรฐานการทำางานด้านคอมพิวเตอร์มีกี่อย่างอะไรบ้าง................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
  • 86. ................................................................................................................................................ แบบสัง เกตพฤติก รรมการเรีย นเกณฑ์ก ารให้ค ะแนน ดี ให้ 2 พอใช้ ให้ 1 ควรปรับปรุง ให้ 0เกณฑ์ก ารประเมิน การผ่านการประเมินทุกรายการต้องได้ 1 ขึนไป ้ เลข ชื่อ – สกุล คะแนน สรุป ที่ 2 2 2 รวม ผ่า ไม่ น ผ่านเกณฑ์ การสนใจในการตอบคำาถาม ความกระตือรือร้น การแสดงความคิดเห็นคะแนนรวมพฤติกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 50ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
  • 87. ……………………………………………………………………………………………… ( ลงชื่อ ) …………………………………………. … ผู้ประเมิน ( ครูผู้สอน ) ( ………………………………………… ) ………. / …………… / ………. แผนการจัด การเรีย นรู้กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี(คอมพิวเตอร์) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3หน่ว ยที่ 3 เรื่อง หลักการพัฒนาโครงงานที่ใช้เทคโนโลยี เวลาเรียน 8 ชัวโมง่แผนการเรีย นรู้ท ี่ 3 เรื่อง ระบบสื่อสารข้อมูลเวลาเรียน 2 ชั่วโมงสอนวันที่…………เดือน……………………..พ.ศ.…………… ภาคเรียนที่ ….มาตรฐานการเรีย นรู้ มาตรฐาน ง 4.1 เข้าใจ เห็นคุณค่า และใช้กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศในการ สืบค้นข้อมูล การเรียนรู้ การสื่ อ ส า ร ก า ร แ ก้ ปั ญ ห า ก า ร ทำา ง า น แ ล ะ อ า ชี พ อ ย่ า ง มีป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ป ร ะ สิ ท ธิ ผ ล แ ล ะ มี คุ ณ ธ ร ร มสาระสำา คัญ ประเภทของระบบสื่อสารข้อมูลผลการเรีย นรู้ท ี่ค าดหวัง นักเรียนบอกประเภทของระบบสื่อสารข้อมูลได้ นักเรียนอธิบายความหมายแต่ละประเภทของระบบ สื่อสารข้อมูลได้
  • 88. สาระการเรีย นรู้ ประเภทของระบบสื่อสารข้อมูล และองค์ประกอบที่สำาคัญในการสื่อสารข้อมูลกระบวนการจัด การเรีย นรู้ 1. ครูอธิบายให้นักเรียนฟังว่า การจำาแนกประเภทของระบบสื่อสารข้อมูลสามารถ จำาแนกตามลักษณะการใช้งานได้ 4 ประเภท 2. ครูแจกใบความรู้เรื่อง ระบบสื่อสารข้อมูล 3. ครูแจกแบบฝึกหัด เรื่อง ระบบสื่อสารข้อมูล 4. ครูสังเกตพฤติกรรมขณะที่นักเรียนศึกษาใบความรู้และทำาแบบฝึกหัดสื่อ /แหล่ง การเรีย นรู้ 1. แบบฝึกหัด เรื่อง ระบบสื่อสารข้อมูล 2. ใบความรู้เรื่อง ระบบสื่อสารข้อมูล 4. แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้การวัด ผลประเมิน ผล 1. วิธีการวัด - สังเกตการฟัง และการตอบคำาถาม - ตรวจแบบฝึกหัด 2. เครื่องการวัดผลประเมินผล - แบบฝึกหัด เรื่อง ระบบสื่อสารข้อมูล - แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ 3. เกณฑ์การวัดผลประเมินผล ใช้การผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 ขึ้นไป
  • 89. กิจ กรรมเสนอแนะ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………………………………บัน ทึก ข้อ เสนอแนะ ของผู้บ ริห ารโรงเรีย น……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………… ลงชื่อ …………………………….(……………….. ……….) ตำาแหน่ง ผู้อำานวยการสถานศึกษา…………. ………../……………../……….บัน ทึก ผลหลัง กระบวนการจัด การเรีย นรู้ ผลการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน (เก่ง ดี มีสุข)……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
  • 90. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ปัญหา / อุปสรรค……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ลงชือ ่……………………………….…ผู้สอน (………………..……….)ตำาแหน่ง……………………………………………… ………../…………./…………. ใบความรู้ เรือ ง ระบบสือ สารข้อ มูล ่ ่ อ ง ค์ ป ร ะ ก อ บ ด้ า น ร ะ บ บ สื่ อ ส า ร ข้ อ มู ล (DataCommunication) หมายถึงระบบสื่อสารและอุปกรณ์ที่ช่วยให้เราสามารถส่งข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปถึ ง เครื่ อ งหนึ่ ง ที่ อ ยู่ ห่ า งไกลออกไปได้ การสื่ อ สารในระบบคอมพิวเตอร์ จำาแนกตามลักษณะการใช้งานได้ 4 ประเภท คือ
  • 91. 1. การจัดเก็บและการค้นคืนสารสนเทศ โดยใช้เทอร์มินัลส่งและรับสารสนเทศผ่านสารโทรศัพท์ ใช้กันมากในธุรกิจการเงิน การธนาคาร และงานด้านพัสดุ2. คอมพิ ว เตอร์ กั บ คอมพิ ว เตอร์ ใช้ ใ นกรณี ที่ ต้ อ งการฐานข้อมูลหรือส่งแฟ้มข้อมูลระหว่างศูนย์คอมพิวเตอร์หนึ่งไปยังอีกศูนย์คอมพิวเตอร์หนึ่งผ่านเครือข่ายโทรศัพท์3. การรับและส่งผ่านสารสนเทศ โดยมีคอมพิวเตอร์ชนิดพิเศษทำา หน้ า ที่ เ ป็ น สวิ ต ซื รั บ และส่ ง สารสนเทศตามจุ ด หมายปลายทางที่กำาหนด ทำาให้สามารถบริการสารสนเทศจำานวนมากในเวลาจำากัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • 92. 4. การแบ่งเวลาเครื่อง วิธีใช้เป็นการสื่อสารข้อมูลระดับสูง มีความซับซ้อนด้านเทคนิควิธีโดยเฉพาะระบบควบคุมศักยภาพของระบบนี้ได้แก่ ติดต่อสื่อสารสนเทศกับผู้ใช้ทางไกลตอบรับทันทีที่ผู้ใช้ปลายทางร้องขอบริการผู้ใช้หลายคนได้ในเวลาเดียวกัน อนุญาตให้ผู้ใช้ปลายทางใช้โปรแกรมต่างกันได้ ก า ร สื่ อ ส า ร ข้ อ มู ล เ ป็ น ก ร ะ บ ว น ก า ร ส่ ง ผ่ า น แ ล ะ รั บสารสนเทศระยะไกลในรูปแบบของสัญญาณแล้วแพร่กระจ่ายผ่านช่ องทางการสื่อ สารต่ าง ๆ เช่น วิทยุ โทรทั ศ น์ โทรเลขโทรศัพท์ โทรสาร และคอมพิวเตอร์ ฯลฯ ซึ่งมีองค์ประกอบที่สำาคัญ 3 ประการ ดังนี้ 1. อุ ป ก ร ณ์ ก า ร แ ส ด ง ส า ร ส น เ ท ศ ไ ด้ แ ก่ จ อ ภ า พคอมพิ ว เตอร์ เทอร์ มิ นั ล ชนิ ด ต่ า ง ๆ เครื่ อ งพิ ม พ์ และหน่ ว ยประมวลผลกลาง ฯลฯ 2. อุ ป กรณ์ ส่ ง ผ่ า นสารสนเทศ ได้ แ ก่ อุ ป กรณ์ ป ระเภทสาย เช่น สารเคเบิล สาย Coaxial สายโทรศัพท์ สายใยแก้วนำาแสง เป็นต้น 3. อุปกรณ์สื่อสารข้อมูล ได้แก่ โมเด็ม อุปกรณ์ประเภทLine Driven และ Multiplexes เป็นต้น
  • 93. แบบฝึก หัด เรือ ง ระบบสือ สารข้อ มูล ่ ่ชื่ อ -สกุ ล .....................................................................................เลขที่..............ชั้น..................คำา ชี้แ จ้ง ให้ นั ก เรี ย นตอบคำา ถามต่ อ ไปนี้ ใ ห้ ถู ก ต้ อ ง และสมบูรณ์ที่สุด1. ประเภทของระบบสื่อสารข้อมูลมีกี่ประเภท อะไรบ้าง................................................................................................................................................................................................................................................................................................
  • 94. ................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................2. จงอธิ บ ายกรณี สื่ อ สารข้ อ มู ล ระหว่ า งคอมพิ ว เตอร์ กั บคอมพิวเตอร์................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................3. ระบบสื่อสารข้อมูลประเภทใดนิยมใช้กับด้านการเงิน การธนาคาร................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................5. จงบอกองค์ประกอบการสื่อสารข้อมูลทั้ง 3 ประการมีอะไรบ้าง................................................................................................................................................................................................................................................................................................
  • 95. ................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ แบบสัง เกตพฤติก รรมการเรีย นเกณฑ์ก ารให้ค ะแนน ดี ให้ 2 พอใช้ ให้ 1 ควรปรับปรุง ให้ 0เกณฑ์ก ารประเมิน การผ่านการประเมินทุกรายการต้องได้ 1 ขึนไป ้ เลข ชื่อ – สกุล คะแนน สรุป ที่ 2 2 2 รวม ผ่า ไม่ น ผ่านเกณฑ์ การสนใจในการตอบคำาถาม ความกระตือรือร้น การแสดงความคิดเห็นคะแนนรวมพฤติกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 50
  • 96. ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ( ลงชื่อ ) …………………………………………. … ผู้ประเมิน ( ครูผู้สอน ) ( ………………………………………… ) ………. / …………… / ………. แผนการจัด การเรีย นรู้กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี(คอมพิวเตอร์) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3หน่ว ยที่ 3 เรื่อง หลักการพัฒนาโครงงานที่ใช้เทคโนโลยี เวลาเรียน 8 ชัวโมง ่แผนการเรีย นรู้ท ี่ 4 เรื่อง ลักษณะของบุคลากรคอมพิวเตอร์ เวลาเรียน 2 ชั่วโมงสอนวันที่…………เดือน……………………..พ.ศ.…………… ภาคเรียนที่ ….มาตรฐานการเรีย นรู้ มาตรฐาน ง 4.1 เข้าใจ เห็นคุณค่า และใช้กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศในการ สืบค้นข้อมูล การเรียนรู้ การสื่ อ ส า ร ก า ร แ ก้ ปั ญ ห า ก า ร ทำา ง า น แ ล ะ อ า ชี พ อ ย่ า ง มีป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ป ร ะ สิ ท ธิ ผ ล แ ล ะ มี คุ ณ ธ ร ร มสาระสำา คัญ ลักษณะงานของบุคลากรคอมพิวเตอร์ที่สำาคัญ
  • 97. ผลการเรีย นรู้ท ี่ค าดหวัง นักเรียนบอกคุณสมบัติของบุลากรคอมพิวเตอร์แต่ละ ประเภทได้สาระการเรีย นรู้ นักวิเคราะห์และออกแบบระบบ เจ้าหน้าที่พัฒนาโปรแกรมประยุกต์ เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล เจ้าหน้าที่ควบคุมการทำางาน ผู้บริหารศูนย์ประมวลผลข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์กระบวนการจัด การเรีย นรู้ 1. ครูถามนักเรียนว่าใครอยากทำางานด้านคอมพิวเตอร์บ้างเมื่อเรียนจบแล้ว การทำางานด้านคอมพิวเตอร์นั้นมีหลายหน้าที่ที่ต้องทำาไม่ใช่ใครอยากทำาอะไร ก็ได้ ดังนั้นการเรียนเป็นสิ่งสำาคัญว่าเราควรที่จะเรียนเกี่ยวกับด้านใด เรามาดู หน้าที่ที่มีความสำาคัญเกี่ยวกับงานด้านคอมพิวเตอร์กัน 2. ครูให้นักเรียนศึกษาจากใบความรู้เรื่อง ลักษณะงานของบุคลากรด้านคอมพิวเตอร์ 3. ครูแจกนักเรียนทำาแบบทดสอบสื่อ /แหล่ง การเรีย นรู้ 1. แบบทดสอบ 2. แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้การวัด ผลประเมิน ผล 1. วิธีการวัด - สังเกตการฟัง และการตอบคำาถาม - ตรวจแบบทดสอบ 2. เครื่องการวัดผลประเมินผล - แบบทดสอบ - แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้
  • 98. 3. เกณฑ์การวัดผลประเมินผล ใช้การผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 ขึ้นไปกิจ กรรมเสนอแนะ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………………………………บัน ทึก ข้อ เสนอแนะ ของผู้บ ริห ารโรงเรีย น……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………… ลงชื่อ …………………………….(……………….. ……….)
  • 99. ตำาแหน่ง ผู้อำานวยการสถานศึกษา…………. ………../……………../……….บัน ทึก ผลหลัง กระบวนการจัด การเรีย นรู้ ผลการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน (เก่ง ดี มีสุข)……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ปัญหา / อุปสรรค……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ลงชือ ่……………………………….…ผู้สอน (………………..……….)ตำาแหน่ง……………………………………………… ………../…………./…………. ใบความรู้
  • 100. เรื่อง ลักษณะงานของบุคลากรด้านคอมพิวเตอร์ บุคลากรคอมพิวเตอร์เป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานคอมพิวเตอร์ เรียกว่าบุคลากรเหล่านี้ว่า ผู้ใช้หรือยูสเซอร์(User) แบ่งตามลักษณะงานได้ดงนี้ ั 1. เจ้าหน้าที่วิเคราะห์และออกแบบระบบงาน (SystemAnalysis and Designer) ได้แก่ วิศวกรระบบ เจ้าหน้าที่จัดการฐานข้อมูล เป็นผู้ทำาการวิเคราะห์และออกแบบระบบงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ประมวลผล 2. เจ้าหน้าที่พัฒนาโปรแกรมประยุกต์ (ApplicationProgrammer) คือ เจ้าหน้าที่พัฒนาโปรแกรม เป็นผู้ทำาการพัฒนาและบำารุงรักษาโปรแกรม 3. เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล (Data Entry Operator)ได้แก่ผู้ดำาเนินการกับเครื่องและอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อทำาการบันทึกข้อมูลลงสื่อ หรือส่งข้อมูลเข้าประมวลผล 4. เจ้าหน้าที่ควบคุมการทำางานของระบบคอมพิวเตอร์(Computer Operator) ทำาการพัฒนาและบำารุงรักษาระบบทางฮาร์ดแวร์ 5. ผู้บริการศูนย์ประมวลผลข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์มีหน้าที่บริหารงานในหน่วยประมวลผลข้อมูลเป็นต้น
  • 101. แบบสัง เกตพฤติก รรมการเรีย นเกณฑ์ก ารให้ค ะแนน ดี ให้ 2 พอใช้ ให้ 1 ควรปรับปรุง ให้ 0เกณฑ์ก ารประเมิน การผ่านการประเมินทุกรายการต้องได้ 1 ขึนไป ้เลข ชื่อ – สกุล คะแนน สรุป ที่ 2 2 2 รวม ผ่า ไม่ น ผ่านเกณฑ์ การสนใจในการตอบคำาถาม ความกระตือรือร้น การแสดงความคิดเห็นคะแนนรวมพฤติกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 50ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
  • 102. ( ลงชื่อ ) …………………………………………. … ผู้ประเมิน ( ครูผู้สอน ) ( ………………………………………… ) ………. / …………… / ………. แบบทดสอบชื่ อ -สกุ ล ………………………………………………..เลขที่…..ชันมัธยมศึกษาปีที่………. ้คำา ชี้แ จง ให้นักเรียนทำาเครื่องหมาย X ทับข้อที่ถูกที่สุด1. ส่วนใดของร่างกายมีหน้าทำางานเป็นระบบสารสนเทศ ก. ตา ข. มือ ค. สมอง ง. จมูก2. ขั้นตอนใดคือขั้นตอนแรกของการสร้างระบบงาน ก. เขียนโปรแกรม ข. ติดตามผลและแก้ไขปรับปรุง ค. กำาหนดรายละเอียดของระบบงาน ง. วิเคราะห์ปัญหาและระบบงานที่จะทำา3. การเขียนโปรแกรมเพื่อลดขั้นตอนใดต่อไปนี้ ก. ลดระยะเก็บข้อมูลจากแหล่งข้อมูล ข. ลดระยะประมวลผลข้อมูล ค. ลดระยะเวลาในการรวบรวมข้อมูล ง. ลดจำานวนคน4. ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติของสารสนเทศที่ดี ก. ความสัมพันธ์กัน ข. ถูกต้องและแม่นยำา ค. ได้รับมาโดยสะดวก ง. ความทันสมัย5. บุคลากรใดต่อไปนี้มีหน้าที่เขียนโปรแกรม ก. โปรแกรมเมอร์ ข. ผู้ใช้งานระบบสูง ค. วิศวกรระบบ
  • 103. ง. นักวิเคราะห์และออกแบบระบบเฉลย 1.ค 2.ง 3.ข 4.ค 5.ก แผนการจัด การเรีย นรู้กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี(คอมพิวเตอร์) ชันมัธยมศึกษาปีที่ 3 ้
  • 104. หน่ว ยที่ 4 เรื่อง ภาษาคอมพิวเตอร์ เวลาเรียน 6 ชัวโมง ่แผนการเรีย นรู้ท ี่ 1 เรื่อง ภาษาคอมพิวเตอร์ เวลาเรียน 2 ชั่วโมงสอนวันที่…………เดือน……………………..พ.ศ.…………… ภาคเรียนที่ ….มาตรฐานการเรีย นรู้ มาตรฐาน ง 4.1 เข้าใจ เห็นคุณค่า และใช้กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศในการ สืบค้นข้อมูล การเรียนรู้ การสื่ อ ส า ร ก า ร แ ก้ ปั ญ ห า ก า ร ทำา ง า น แ ล ะ อ า ชี พ อ ย่ า ง มีป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ป ร ะ สิ ท ธิ ผ ล แ ล ะ มี คุ ณ ธ ร ร มสาระสำา คัญ ภาษาคอมพิวเตอร์หรือภาษาประดิษฐ์ผลการเรีย นรู้ท ี่ค าดหวัง นักเรียนบอกความหมายของภาษาคอมพิวเตอร์ได้สาระการเรีย นรู้ ลักษณะและความหมายของภาษาคอมพิวเตอร์หรือภาษาประดิษฐ์กระบวนการจัด การเรีย นรู้ 1. ครูถามนักเรียนว่า คอมพิวเตอร์สามารถทำางานได้อย่างไร 2. ครูสรุปให้นักเรียนฟังว่า การทำางานของระบบคอมพิวเตอร์นั้น ต้องป้อนคำาสั่ง เพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำางานตามที่เราต้องการ ส่วนคำาสั่งมีลักษณะอย่างไร เราไป ศึกษาในใบความรู้กันต่อ 3. ครูแจกใบความรู้เรื่อง ภาษาคอมพิวเตอร์ 4. ครูแจกแบบฝึกหัด เรื่อง ภาษาคอมพิวเตอร์
  • 105. 5. ครูสังเกตพฤติกรรมขณะที่นักเรียนศึกษาใบความรู้และทำาแบบฝึกหัดสื่อ /แหล่ง การเรีย นรู้ 1. ใบความรู้ เรื่อง ภาษาคอมพิวเตอร์ 2. แบบฝึกหัด เรื่อง ภาษาคอมพิวเตอร์ 3. แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้การวัด ผลประเมิน ผล 1. วิธีการวัด - สังเกตการฟัง และการตอบคำาถาม - ตรวจแบบฝึกหัด 2. เครื่องการวัดผลประเมินผล - แบบฝึกหัด เรื่อง ภาษาคอมพิวเตอร์ - แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ 3. เกณฑ์การวัดผลประเมินผล ใช้การผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 ขึ้นไปกิจ กรรมเสนอแนะ
  • 106. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………………………………บัน ทึก ข้อ เสนอแนะ ของผู้บ ริห ารโรงเรีย น……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………… ลงชื่อ …………………………….(……………….. ……….) ตำาแหน่ง ผู้อำานวยการสถานศึกษา…………. ………../……………../……….บัน ทึก ผลหลัง กระบวนการจัด การเรีย นรู้ ผลการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน (เก่ง ดี มีสุข)……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ปัญหา / อุปสรรค……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข………………………………………………………………………………………………………………………………………………
  • 107. ……………………………………….………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ลงชือ ่……………………………….…ผู้สอน (………………..……….)ตำาแหน่ง……………………………………………… ………../…………./…………. ใบความรู้ เรื่อ ง ภาษาคอมพิว เตอร์ภาษาเป็นสื่อที่ใช้ในการติต่อสื่อสารระหว่างกันของสิ่งมีชีวิตซึ่งมีหลายรูปแบบแตกต่างกันไป มนุษย์เราสามารถใช้สื่อได้หลายรูปแบบ เช่น ภาษาพูด ภาษาเขียน และภาษามือเป็นต้นมนุ ษ ย์ มี ภ าษาพู ด และภาษาเขี ย นมาหลายพั น ปี แ ล้ ว แต่ ล ะชนชาติจะมีภาษาพูดและเขียนเป็นของตนเอง อาจจะคล้ายกันหรื อ แตกต่ า งกั น เช่ น ภาษาจี น ภาษาอั ง กฤษ ภาษาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมัน ภาษาไทย และอื่น ๆ อีกมาก โดยมีจุดประสงค์ เ ดี ย วกั น คื อ เป็ น สื่ อ เพื่ อ ติ ด ต่ อ ระหว่ า งกั น ได้ โ ดยง่ า ยในบางครั้งการสื่อสารต่างชนชาติอาจเกิดปัญหาขึ้นได้ ถ้าเรา ?ไม่ทราบความหมายของการสื่อสารนั้น เราจำา เป็ นต้องมีล่ามเ ป็ น ผู้ ถ่ า ย ท อ ด ค ว า ม ห ม า ย อี ก ค รั้ ง ห นึ่ ง เ พื่ อ ใ ห้ เ ข้ า ใ จ คอมพิวเตอร์ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตทำาไมทำางานได้ คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มนุษย์สร้างขึ้นมา เพื่อช่วยในการ
  • 108. ทำางานตั้งแต่งานที่ง่ายจนถึงระบบที่มีความสลับซับซ้อนมากคอมพิวเตอร์จะทำางานาตามคำาสั่งที่มนุษย์กำาหนดไว้ให้ทำาทุกขันตอน จึงมีการกำาหนดภาษาขึ้นมาใหม่เพื่อให้คอมพิวเตอร์ ้เข้าใจคำาสั่งมนุษย์ เรียกภาษานี้ว่า ภาษาคอมพิวเตอร์ หรือภาษาประดิษฐ์ เป็นภาษาติดต่อสื่อสารกันระหว่างมนุษย์และคอมพิวเตอร์ ในบางกรณีอาจมีการออกแบบที่สลับซับซ้อนช่วยให้คอมพิวเตอร์สามารถโต้ตอบและตัดสินใจเองโดยอัตโนมัติ แบบฝึก หัด เรื่อ ง ภาษาคอมพิวเตอร์ชื่ อ -สกุ ล .....................................................................................เลขที่..............ชั้น..................คำา สั่ง ให้นักเรียนตอบคำาถามต่อไปนี้ให้ถูกต้องและสมบูรณ์ที่สุด1. มนุษย์มีการติดต่อสื่อสารกันอย่างไร……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..
  • 109. ……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..2. คอมพิวเตอร์ทำางานอย่างไร……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..3. ภาษาคอมพิวเตอร์คืออะไร……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………..
  • 110. แบบสัง เกตพฤติก รรมการเรีย นเกณฑ์ก ารให้ค ะแนน ดี ให้ 2 พอใช้ ให้ 1 ควรปรับปรุง ให้ 0เกณฑ์ก ารประเมิน การผ่านการประเมินทุกรายการต้องได้ 1 ขึนไป ้เลข ชื่อ – สกุล คะแนน สรุป ที่ 2 2 2 รวม ผ่า ไม่ น ผ่านเกณฑ์ การสนใจในการตอบคำาถาม ความกระตือรือร้น การแสดงความคิดเห็นคะแนนรวมพฤติกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 50ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
  • 111. ( ลงชื่อ ) …………………………………………. … ผู้ประเมิน ( ครูผู้สอน ) ( ………………………………………… ) ………. / …………… / ………. แผนการจัด การเรีย นรู้กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี(คอมพิวเตอร์) ชันมัธยมศึกษาปีที่ 3 ้หน่ว ยที่ 4 เรื่อง ภาษาคอมพิวเตอร์ เวลาเรียน 6 ชั่วโมงแผนการเรีย นรู้ท ี่ 2 เรื่อง ระดับภาษาคอมพิวเตอร์ เวลาเรียน 2 ชั่วโมงสอนวันที่…………เดือน……………………..พ.ศ.…………… ภาคเรียนที่ ….มาตรฐานการเรีย นรู้ มาตรฐาน ง 4.1 เข้าใจ เห็นคุณค่า และใช้กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศในการ สืบค้นข้อมูล การเรียนรู้ การสื่ อ ส า ร ก า ร แ ก้ ปั ญ ห า ก า ร ทำา ง า น แ ล ะ อ า ชี พ อ ย่ า ง มีป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ป ร ะ สิ ท ธิ ผ ล แ ล ะ มี คุ ณ ธ ร ร มสาระสำา คัญ ระดับภาษาคอมพิวเตอร์ผลการเรีย นรู้ท ี่ค าดหวัง นักเรียนบอกระดับภาษคอมพิวเตอร์ได้ นักเรียนบอกลักษณะของระดับภาษาคอมพิวเตอร์แต่ละ ระดับได้สาระการเรีย นรู้ ระดับของภาษาคอมพิวเตอร์ ภาษาเครื่อง และภาษาระดับตำ่าหรือภาษาแอสแซมบลี