• Share
  • Email
  • Embed
  • Like
  • Save
  • Private Content
โครงสร้างสาระวิทย์ม.1
 

โครงสร้างสาระวิทย์ม.1

on

  • 3,303 views

 

Statistics

Views

Total Views
3,303
Views on SlideShare
3,303
Embed Views
0

Actions

Likes
1
Downloads
44
Comments
0

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

    โครงสร้างสาระวิทย์ม.1 โครงสร้างสาระวิทย์ม.1 Presentation Transcript

    • โครงสรางรายวิชา ว21101 วิทยาศาสตร ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 : 3 ชั่วโมง/สัปดาห จํานวน 1.5 หนวยกิต มาตรฐานการเรียนรู / ตัวชี้วัด เวลา ที่ ชื่อหนวยการเรียนรู สาระสําคัญ คะแนน (ชั่วโมง) เรียนรูวิทยาศาสตร • วิทยาศาสตรคืออะไร 6 1 - • กระบวนการทางวิทยาศาสตร • ลักษณะสําคัญของนักวิทยาศาสตร • เครื่องมือและอุปกรณของนักวิทยาศาสตร • วิทยาศาสตรเปลี่ยนแปลงได • วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี มีผลตอโลกอยางไร สารรอบตว ว 3.1 ม.1/1-2 - เมื่อใชเนื้อสารเปนเกณฑ จําแนกสารไดเปนสารเนื้อเดียวและ 2 1.ทดลองและจําแนกสารเปนกลุมโดย สารเนื้อผสม ซึ่งสารแตละกลุมจะมีสมบัติแตกตางกัน - เมื่ อ ใช ข นาดอนุ ภ าคของสารเป น เกณฑ จํ าแนกสารเป นสาร ใชเนื้อสารหรือขนาดอนุภาคเปนเกณฑ แขวนลอย คอลลอยดและสารละลาย ซึ่งสารแตละกลุมจะมีสมบัติแตกตางกัน และอธิ บ ายสมบั ติ ข องสารในแต ล ะ กลุม 2.อธิบายสมบัติและการเปลี่ยนสถานะ - สี รูปราง ขนาด ความแข็ง ความหนาแนน จุดเดือด จุด ของสาร โดยใชแบบจําลองการจัดเรียง หลอมเหลว เปนสมบัติทางกายภาพของสาร ความเปน อนุภาคของสาร กรด- เบส ความสามารถในการรวมตัวกับสารอื่น ๆ การ แยกสลายของสารและการเผาไหม เปนสมบัติทางเคมี - สารในสถานะต า ง ๆ มี ลั ก ษณะการจั ด เรี ย งอนุ ภ าค ระยะห างระหว างอนุ ภาค และแรงยึ ดเหนี่ ยวระหว าง อนุภาคแตกตางกัน ซึ่งสามารถใชแบบจําลองการจัดเรียง อนุภาคของสารอธิบายสมบัติบางประการของสารได ว 8.1 ม.1/1-9
    • ๒ มาตรฐานการเรียนรู / ตัวชี้วัด เวลา ที่ ชื่อหนวยการเรียนรู สาระสําคัญ คะแนน (ชั่วโมง) สารรอบตว (ตอ) 2.สังเกตและอธิบายการถายโอนความ - การถายโอนความรอนมีสามวิธี คือ การนําความรอน การพาความ 2 รอน และนําความรูไปใชประโยชน รอนและการแผรังสีความรอน - การนํ า ความร อ น เป น การถ า ยโอนความร อ นโดยการสั่ น ของ โมเลกุล - การพาความรอน เปนการถายโอนความรอนโดยโมเลกุลของสาร เคลื่อนที่ไปดวย - การแผ รั ง สี ค วามร อ น เป น การถ า ยโอนความร อ นจากคลื่ น แมเหล็กไฟฟา - การนําความรูเรื่องการถายโอนความรอนไปใชประโยชน 3.อธิบายการดูดกลืน การคายความรอน - วัตถุที่แตกตางกันมีสมบัติในการดูดกลืนความรอนและ โดยการแผรังสี และนําความรูไปใช คายความรอนไดตางกัน ประโยชน - การนําความรูเรื่องการดูดกลืนความรอนและการคาย ความรอนไปใชประโยชน 4.อธิบายสมดุลความรอนและผลของ - เมื่ อ วั ต ถุ ส องสิ่ ง อยู ใ นสมดุ ล ความร อ น วั ต ถุ ทั้ ง สองมี ความรอนตอการขยายตัวของสาร และ อุณหภูมิเทากัน นําความรูไปใชในชีวิตประจําวัน - การขยายตัวของวัตถุเปนผลจากความรอนที่วัตถุไดรับ เพิ่มขึ้น - การนําความรูเรื่องการขยายตัวของวัตถุเมื่อไดรับความ ว 8.1 ม.1/1-9 รอนไปใชประโยชน
    • ๓ มาตรฐานการเรียนรู / ตัวชี้วัด เวลา ที่ ชื่อหนวยการเรียนรู สาระสําคัญ คะแนน (ชั่วโมง) สารละลาย ว 3.2 ม.1/1-3 - สารละลายประกอบด ว ยตั ว ละลายและตั ว ทํ า ละลาย 3 1 . ท ด ล อ ง แ ล ะ อ ธิ บ า ย วิ ธี เ ต รี ย ม สารละลายที่ระบุความเขมขนเปนรอยละหมายถึงสารละลายที่ สารละลายที่มีความเขมขนเปนรอยละ มี อั ต ราส ว นของปริ ม าณตั ว ละลาย ละลายอยู ใ น และอภิ ป รายการนํ า ความรู เ กี่ ย วกั บ สารละลายรอยสวน สารละลายไปใชประโยชน - ในชีวิตประจําวัน ไดมีการนําความรูเรื่องสารละลายไป ใชประโยชนทางดานการเกษตร อุ ตสาหกรรมอาหาร การแพทย และดานอื่น ๆ 2.ทดลองและอธิบายการเปลี่ยนแปลง - เมื่อสารเกิดการเปลี่ยนสถานะและเกิดการละลาย มวล สมบัติ มวลและพลังงานของสาร เมื่อ ของสารจะไม เ ปลี่ ย นแปลง แต ส มบั ติ ท างกายภาพ สารเปลี่ยนสถานะและเกิดการละลาย เปลี่ยนแปลง รวมทั้งมีการถายโอนพลังงานระหวาง ระบบกับสิ่งแวดลอม 3.ทดลองและอธิ บ ายป จ จั ย ที่ มี ผ ลต อ - อุ ณ หภู มิ ความดั น ชนิ ด ของสารมี ผ ลต อ การเปลี่ ย น การเปลี่ยนสถานะ และการละลายของ สถานะ และการละลายของสาร สาร ว 8.1 ม.1/1-9
    • ๔ มาตรฐานการเรียนรู / ตัวชี้วัด เวลา ที่ ชื่อหนวยการเรียนรู สาระสําคัญ คะแนน (ชั่วโมง) สารละลายกรดเบล ว 3.1 ม.1/3-4 - สารละลายที่มีน้ําเปนตัวทําละลาย อาจจะมีสมบัติเปนกรด 4 3.ทดลองและอธิบายสมบัติความเปน กลาง หรือเบส ซึ่งสามารถทดสอบไดดวยกระดาษลิตมัส กรด เบส ของสารละลาย หรืออินดิเคเตอร 4.ตรวจสอบคา pH ของสารละลายและ - ความเปนกรด - เบสของสารละลายระบุเปนคา pH ซึ่ง นําความรูไปใชประโยชน ตรวจสอบไดดวยเครื่องมือวัดคา pH หรือยูนิเวอรซัล อินดิเคเตอร - ผลิตภัณฑที่ใชในชีวิตประจําวันอาจมีความเปนกรดเบส แตกตางกัน จึงควรเลือกใชใหถูกตองปลอดภัยตอตนเอง และสิ่งแวดลอม ว 8.1 ม.1/1-9
    • ๕ โครงสรางรายวิชา ว21102 วิทยาศาสตร ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 : 3 ชั่วโมง/สัปดาห จํานวน 1.5 หนวยกิต มาตรฐานการเรียนรู / ตัวชี้วัด เวลา ที่ ชื่อหนวยการเรียนรู สาระสําคัญ คะแนน (ชั่วโมง) บรรยากาศ ว6.1 ม1/1 - บรรยากาศของโลกประกอบดวยสวนผสมของแกสตาง ๆ ที่อยู 1 สืบคนและอธิบายองคประกอบและการ รอบโลกสูงขึ้นไปจากพื้นผิวโลกหลายกิโลเมตร แบงชั้นบรรยากาศที่ปกคลุมผิวโลก - บรรยากาศแบงเปนชั้นตามอุณหภูมิและการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ ตามความสูงจากพื้นดิน ว 8.1 ม.1/1-9 ลมฟาอากาศ ว6.1 ม1/2-7 - อุ ณ หภู มิ ความชื้ น และความกดอากาศ มี ผ ลต อ 2 2.ทดลองและอธิบายความสัมพันธระหวาง ปรากฏการณทางลมฟาอากาศ อุณหภูมิ ความชื้นและความกดอากาศที่มี ผลตอปรากฏการณทางลมฟาอากาศ 3.สังเกต วิเคราะหและ อภิปรายการเกิด - ปรากฏการณทางลมฟาอากาศ ไดแก การเกิดเมฆ ฝน พายุ ปรากฏการณทางลมฟาอากาศที่มีผลตอ ฟาคะนอง พายุหมุนเขตรอน ลมมรสุมฯลฯ มนุษย 4.สืบคน วิเคราะห และแปลความหมายขอมูล - การพยากรณอากาศอาศัยขอมูลเกี่ยวกับอุณหภูมิ ความกด จากการพยากรณอากาศ อากาศ ความชื้ น ปริ มาณเมฆ ปริ ม าณน้ํา ฝนและนํา มา ว 8.1 ม.1/1-9 แปลความหมายเพื่อใชในการทํานายสภาพอากาศ
    • ๖ มาตรฐานการเรียนรู / ตัวชี้วัด เวลา ที่ ชื่อหนวยการเรียนรู สาระสําคัญ คะแนน (ชั่วโมง) ลมฟาอากาศ (ตอ) 5.สื บค น วิ เคราะห และอธิ บายผลของ - สภาพลมฟาอากาศที่เปลี่ย นแปลงบนโลกทํ าใหเ กิด พายุ 2 ลมฟ า อากาศต อ การดํ า รงชี วิ ต ของ ปรากฏการณเอลนิโญ ลานีญา ซึ่งสงผลตอการดํารงชีวิต สิ่งมีชีวิต และสิ่งแวดลอม ของมนุษย และสิ่งแวดลอม 6.สืบคน วิเคราะห และอธิบายปจจัยทาง - ปจจัยทางธรรมชาติและการกระทําของมนุษย เชนภูเขาไฟระเบิด การตัดไม ธรรมชาติและการกระทําของมนุษยที่มี ทําลายปา การเผาไหมของเครื่องยนตและการปลอยแกสเรือนกระจกมีผลทําให ผลตอการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของโลก เกิดภาวะโลกรอนรูโหวของชั้นโอโซนและฝนกรด - ภาวะโลกรอนคือปรากฏการณที่อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้น รูโหวโอโซน และฝนกรด 7.สืบคน วิเคราะหและอธิบายผลของภาวะ - ภาวะโลกร อ นทํ า ให เ กิ ด การละลายของธารน้ํ า แข็ ง โลกรอน รูโหวโอโซน และฝนกรด ที่มี ระดับน้ําทะเลสูงขึ้น การกัดเซาะชายฝงเพิ่มขึ้น น้ําทวม ตอสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดลอม ไฟปา สงผลใหสิ่งมีชีวิตบางชนิดสูญพันธุและทําให สิ่งแวดลอมเปลี่ยนแปลงไป - รู โหว โอโซน และฝนกรดมี ผลต อการเปลี่ ยนแปลงของ ว 8.1 ม.1/1-9 สิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดลอม
    • ๗ มาตรฐานการเรียนรู / ตัวชี้วัด เวลา ที่ ชื่อหนวยการเรียนรู สาระสําคัญ คะแนน (ชั่วโมง) การเคลื่อนที่ ว4.1 ม.1/1-2 - ปริมาณทางกายภาพแบงเปนปริมาณสเกลารและปริมาณ 3 1.สื บ ค น ข อ มู ล และอธิ บ ายปริ ม าณส เวกเตอร ปริมาณสเกลารเปนปริมาณที่มีแตขนาด ปริมาณ เกลาร ปริมาณเวกเตอร เวกเตอรเปนปริมาณที่มีทั้งขนาดและทิศทาง 2.ทดลองและอธิ บ ายระยะทาง การ - การเคลื่อนที่ของวัตถุเ กี่ยวของกับระยะทาง การกระจัด กระจั ด อั ต ราเร็ ว และความเร็ ว ในการ อัตราเร็ว ความเร็ว ระยะทาง คือ ความยาวที่วัดตามแนว เคลื่อนที่ของวัตถุ ทางการเคลื่ อ นที่ ข องวั ต ถุ จ ากตํ า แหน ง เริ่ ม ต น ไปยั ง ตําแหนงสุดทาย การกระจัด คือ เวกเตอรที่ชี้ตําแหนง ว 8.1 ม.1/1-9 สุดทายของวัตถุเทียบกับตําแหนงเริ่มตน อัตราเร็ว คือ ระยะทางที่วัตถุเคลื่อนที่ไดในหนึ่งหนวยเวลา ความเร็ว คือ การกระจัดของวัตถุในหนึ่งหนวยเวลา หนวยของสิงมีชีวิต ่ ว1.1 ม.1/1-4 - เซลลของสิ่งมีชีวิตเซลลเดียว และเซลลของ สิ่งมีชีวิต 4 1.สั งเกตและอธิ บ ายรู ป ร าง ลัก ษณะของเซลล หลายเซลล เชน เซลลพืช และเซลลสัตวมีรูปราง ลักษณะ ของสิ่ ง มี ชี วิ ต เซลล เ ดี ย วและเซลล ข อง แตกตางกัน สิ่งมีชีวิตหลายเซลล 2.สังเกตและเปรียบเทียบสวนประกอบสําคัญ - นิวเคลียส ไซโทพลาซึม และเยื่อหุมเซลล เปนสวนประกอบสําคัญ ของเซลลพืชและเซลลสัตว ของเซลลที่เหมือนกันของเซลลพืชและเซลลสัตว - ผนังเซลลและคลอโรพลาสต เปนสวนประกอบ ที่พบไดในเซลลพืช 3 . ท ด ล อ ง แ ล ะ อ ธิ บ า ย ห น า ที่ ข อ ง - นิวเคลียส ไซโทพลาซึม เยื่อหุมเซลล แวคิวโอล เปนสวนประกอบที่ สวนประกอบที่สําคัญของเซลลพืชและ สําคัญของเซลลสัตว มีหนาที่แตกตางกัน - นิวเคลียส ไซโทพลาซึม เยื่อหุมเซลล แวคิวโอล ผนังเซลล และคลอโรพ เซลลสัตว ลาสต เปนสวนประกอบที่สําคัญของเซลลพืชมีหนาที่แตกตางกัน
    • ๘ มาตรฐานการเรียนรู / ตัวชี้วัด เวลา ที่ ชื่อหนวยการเรียนรู สาระสําคัญ คะแนน (ชั่วโมง) 4.ทดลองและอธิบายกระบวนการสาร - การแพร เ ป น การเคลื่ อ นที่ ข องสาร จากบริ เ วณที่ มี ค วาม ผานเซลล โดยการแพร และออสโม เขมขนสูงไปสูบริเวณที่มีความเขมขนต่ํา ซิส - ออสโมซิสเปน การเคลื่อนที่ของน้ําผานเขาและออกจาก เซลล จากบริเวณที่มีความเขมขนของสารละลายต่ําไปสู บริเวณที่มีความเขมขนของสารละลายสูง โดยผานเยื่อเลือก ว 8.1 ม.1/1-9 ผาน การดํารงชีวิตของพืช ว. 1.1 ม.1/5-13 - แสง คลอโรฟลล แกสคารบอนไดออกไซด และน้ํา เปน 5 5.ทดลองหาปจจัยบางประการที่จําเปนตอการ ปจจัยทีจําเปนตอกระบวนการสังเคราะหดวยแสงของพืช ่  สังเคราะหดวยแสงของพืช และอธิบายวาแสง คลอโรฟลล แกส คารบอนได- ออกไซด น้ํา เปนปจจัยที่จําเปนตองใชในการสังเคราะห ดวยแสง 6.ทดลองและอธิ บ ายผลที่ ไ ด จ ากการ - น้ําตาล แกสออกซิเจนและน้า เปนผลิตภัณฑที่ไดจาก ํ สังเคราะหดวยแสงของพืช กระบวนการสังเคราะหดวยแสงของพืช 7.อธิ บ ายความสํ า คั ญ ของกระบวนการ - กระบวนการสังเคราะหดวยแสงมีความสําคัญตอการ  สังเคราะหดวยแสงของพืชตอสิ่งมีชีวิต ดํารงชีวิตของสิ่งมีชีวิตและตอสิ่งแวดลอมใน ดานอาหาร และสิ่งแวดลอม การหมุนเวียนของแกสออกซิเจนและแกส คารบอนไดออกไซด
    • ๙ มาตรฐานการเรียนรู / ตัวชี้วัด เวลา ที่ ชื่อหนวยการเรียนรู สาระสําคัญ คะแนน (ชั่วโมง) 8.ทดลองและอธิ บ ายกลุ ม เซลล ที่ - เนื้อเยื่อลําเลียงน้ําเปนกลุมเซลลเฉพาะ เรียงตอเนื่องกัน เกี่ยวของกับการลําเลียงน้ําของพืช ตั้งแตราก ลําตน จนถึงใบ ทําหนาที่ในการลําเลียงน้ําและ ธาตุอาหาร 9.สังเกตและอธิบายโครงสรางที่เกี่ยวกับ - เนื้อเยื่อลําเลียงน้ําและเนื้อเยื่อลําเลียงอาหารเปนกลุมเซลล ระบบลําเลียงน้ําและอาหารของพืช ที่อยูคูขนานกันเปนทอลําเลียง จากราก ลําตนถึงใบ ซึ่ง การจัดเรียงตัวของทอลําเลียงในพืชใบเลี้ยงเดี่ยวและพืชใบ เลี้ยงคูจะแตกตางกัน - เนื้ อ เยื่ อ ลํ า เลี ย งน้ํ า ทํ า หน า ที่ ใ นการลํ า เลี ย งน้ํ า และธาตุ อาหารจากรากสูใบ สวนเนื้อเยื่อลําเลียงอาหารทําหนาที่ ลําเลียงอาหารจากใบสูสวนตางๆ ของพืช - การคายน้ํามีสวนชวยในการลําเลียงน้ําของพืช 10.ทดลองและอธิบายโครงสรางของดอกที่ - เกสรเพศผู แ ละเกสรเพศเมี ย เป น โครงสร า งที่ ใ ช ใ นการ เกี่ยวของกับการสืบพันธุของพืช สืบพันธุของพืชดอก 11.อธิ บ ายกระบวนการสื บ พั น ธุ แ บบ - กระบวนการสืบพันธุแบบอาศัยเพศของพืชดอกเปนการปฏิสนธิ อาศัยเพศของพืชดอกและการสืบพันธุ ระหวางเซลลสืบพันธุเพศผูและเซลลไขในออวุล แบบไม อ าศั ย เพศของพื ช โดยใช ส ว น - การแตกหนอ การเกิดไหล เปนการสืบพันธุของพืชแบบไมอาศัยเพศ โดยไมมีการปฏิสนธิ ตางๆ ของพืชเพื่อชวยในการขยายพันธุ - ราก ลําตน ใบ และกิ่งของพืชสามารถนําไปใชขยายพันธุพืชได 12.ทดลองและอธิ บ ายการตอบสนอง - พืชตอบสนองตอสิ่งเราภายนอก โดยสังเกตไดจากการเคลื่อนไหว ของพืชตอแสง น้ํา และการสัมผัส ของสวนประกอบของพืช ที่มีตอแสง น้ํา และการสัมผัส
    • ๑๐ มาตรฐานการเรียนรู / ตัวชี้วัด เวลา ที่ ชื่อหนวยการเรียนรู สาระสําคัญ คะแนน (ชั่วโมง) 13.อธิ บ ายหลั ก การและผลของการใช - เทคโนโลยี ชี ว ภาพ เป น การใช เ ทคโนโลยี เ พื่ อ ทํ า ให เทคโนโลยี ชี ว ภาพในการขยายพั น ธุ สิ่ง มีชี วิ ต หรื อ องคป ระกอบของสิ่ งมี ชี วิต มี สมบั ติต าม ปรับปรุงพันธุ เพิ่มผลผลิตของพืชและ ตองการ นําความรูไปใชประโยชน - ก า ร เ พ า ะ เ ลี้ ย ง เ นื้ อ เ ยื่ อ พื ช พั น ธุ วิ ศ ว ก ร ร ม เ ป น เทคโนโลยีชีวภาพที่ใชในการขยายพันธุ ปรับปรุงพันธุ ว 8.1 ม.1/1-9 และเพิ่มผลผลิตของพืช
    • ๑๑ ว 8.1 ม.1/1-9 1. ตั้งคําถามที่กําหนดประเด็นหรือตัวแปรที่สําคัญในการสํารวจตรวจสอบ หรือศึกษาคนควาเรื่องที่สนใจไดอยางครอบคลุมและเชื่อถือได 2. สรางสมมติฐานที่สามารถตรวจสอบไดและวางแผนการสํารวจตรวจสอบหลาย ๆ วิธี 3. เลือกเทคนิควิธีการสํารวจตรวจสอบทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพที่ไดผลเที่ยงตรงและปลอดภัย โดยใชวัสดุและเครื่องมือที่เหมาะสม 4. รวบรวมขอมูล จัดกระทําขอมูลเชิงปริมาณและคุณภาพ 5. วิเคราะหและประเมินความสอดคลองของประจักษพยานกับขอสรุป ทั้งที่สนับสนุนหรือขัดแยงกับสมมติฐาน และความผิดปกติของขอมูลจากการสํารวจ ตรวจสอบ 6. สรางแบบจําลอง หรือรูปแบบ ที่อธิบายผลหรือแสดงผลของการสํารวจตรวจสอบ 7. สรางคําถามที่นําไปสูการสํารวจตรวจสอบ ในเรื่องที่เกี่ยวของ และนําความรูที่ไดไปใชในสถานการณใหมหรืออธิบายเกี่ยวกับแนวคิด กระบวนการ และผลของ โครงงานหรือชิ้นงานใหผูอื่นเขาใจ 8. บันทึกและอธิบายผลการสังเกต การสํารวจ ตรวจสอบ คนควาเพิ่มเติมจากแหลงความรูตาง ๆ ใหไดขอมูลที่เชื่อถือได และยอมรับการ เปลี่ยนแปลงความรูที่  คนพบเมื่อมีขอมูลและประจักษพยานใหมเพิ่มขึ้นหรือโตแยงจากเดิม 9. จัดแสดงผลงาน เขียนรายงาน และ/หรืออธิบายเกี่ยวกับแนวคิด กระบวนการ และผลของโครงงานหรือชิ้นงานใหผูอื่นเขาใจ