โครงงานเศรษฐกิจพอเพียง

1,496 views
1,302 views

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
1,496
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
2
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

โครงงานเศรษฐกิจพอเพียง

  1. 1. “ พระราชดารัส”พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตระหนักถึงความสาคัญของการอยู่รอดของป่าไม้เป็นอย่างยิ่ง ทรงเสนออุปกรณ์อันเป็นเครื่องมือที่จะใช้ประโยชน์ในการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าไม้ที่ได้ผลดียิ่งกล่าวคือปัญหาสาคัญที่เป็นตัวแปรแห่งความอยู่รอดของป่าไม้นั้น น้า คือสิ่งที่ขาดไม่ได้โดยแท้
  2. 2. ฝายชะลอน้า ฝายแม้ว เป็นชื่อเรียก โครงการตามแนวพระราชดาริ เกี่ยวกับวิศวกรรม แบบพื้นบ้าน ฝายแม้วเป็นฝายชะลอน้ากึ่งถาวรประเภทหนึ่ง ประเภทเดียวกับฝายคอกหมู โดยใช้วัสดุที่หาได้ง่ายในท้องถิ่นเช่นกิ่งไม้ ก้อนหิน เพื่อกั้นชะลอน้าในลาธาร หรือทางน้าเล็กๆ ให้ไหลช้าลง และขังอยู่ในพื้นที่นานพอที่จะพื้นที่รอบๆจะได้ดูดซึมไปใช้เป็นการฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมให้เกิดความชุ่มชื้นมากพอที่จะพัฒนาการเป็นป่าสมบูรณ์ขึ้นได้ ฝายแม้วยังอาจใช้เพื่อการทดน้า ให้มีระดับสูงพอที่จะดึงน้าไปใช้ในคลองส่งน้าได้ในฤดูแล้ง
  3. 3. โครงการจัดสร้างฝายชะลอน้า เศรษฐกิจผสมผสาน ตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดาริ บริเวณเทือกเขาพระ – เขาสูง หนองบัว นครสวรรค์ นายปรีชา เรืองจันทร์ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เป็นประธานพิธีเปิดโครงการจัดสร้างฝายชะลอน้าปล่อยน้าพันธุ์ปลา ปลูกป่า ปลูกหญ้าแฝก และขุดลอกคลอง ตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดาริ บริเวณเทือกเขาพระเขาสูง อาเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์สืบเนื่องจากพระครูวาปีปทุมรักษ์ (ปัจจุบัน พระนิภากรโสภณ) เจ้าคณะอาเภอหนองบัวเจ้าอาวาสวัดหนองกลับ ตาบลหนองบัว ร่วมกับชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และราษฎรอาเภอหนองบัว ได้มีความพยายามที่จะรักษาแหล่งน้าธรรมชาติฟื้นฟูป่าไม้ สภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรมให้สมบูรณ์คงเดิม ประกอบกับในปี พ.ศ.2536พระครูวาปีปทุมรักษ์ (พระนิภากรโสภณ) ได้มีหนังสือทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และวันที่ 25 มกราคม 2539 สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ได้ทรงรับโครงการดังกล่าวไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจาก
  4. 4. พระราชดาริ โดยทรงเป็นพระประสงค์จะพลิกฟื้นคืนป่า คืนชีวิตสัตว์ป่า ผืนน้า ให้แผ่นดินและให้บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ต้นน้าลาธาร ของอาเภอหนองขัว นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างใหญ่หลวง ที่ได้ทรงช่วยเหลือชาวหนองบัว ให้พ้นจากความแห้งแล้งเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา “12 สิงหาคม 2555” นี้อาเภอหนองบัว ร่วมกับ มณฑลทหารบกที่ 31 ส่วนราชการ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นกานัน ผู้ใหญ่บ้าน อาเภอหนองบัวจึงจัดทาโครงการดังกล่าวขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา “12 สิงหาคม 2555” เพื่อเป็นการสนองพระราชเสาวนีย์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงห่วงใยป่าไม้ และต้นน้าลาธาร เพื่อเป็นการเพิ่มพื้นที่ป่าสีเขียว ลดภาวะโลกร้อน เพื่อสร้างจิตสานึก และส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์พื้นที่ป่าแก่ประชาชน
  5. 5. ฝายชะลอน้ากับระบบนิเวศของล้าน้า
  6. 6. จากทฤษฎีการพัฒนาฟื้นฟูป่าอันเนื่องมาจากพระราชดาริ โดยการใช้ทรัพยากรน้าให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วยการสร้างแนวป้องกันไฟเปียก (Wet Fire Break) หนึ่งในการวิธีการดังกล่าวคือการสร้างฝายชะลอความชุ่มชื้นหรือที่เรียกว่า Check Dam เพื่อปิดกั้นร่องน้าหรือลาธารขนาดเล็กเป็นระยะๆ ให้เก็บกักน้าและตะกอนดินไว้บางส่วน โดยน้าที่เก็บไว้จะซึมเข้าไปสะสมในดิน ทาให้ความชุ่มชื้นแผ่ขยายเข้าไปทั้งสองฝั่งน้า กลายเป็นป่าเปียก(มูลนิธิชัยพัฒนา, ๒๕๕๕) สานักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดาริ (กปร.)(๒๕๕๐) กล่าวไว้ว่า ฝายชะลอน้า ฝายต้นน้าลาธาร ฝายกั้นน้า ฝายแม้ว หรือฝายชะลอความชุ่มชื้นต่างก็คือสิ่งเดียวกัน เรียกด้วยภาษาอังกฤษว่า Check Dam คือ สิ่งก่อสร้างขวางหรือกั้นทางเดินของลาน้า และจากการประชุม กปร.ครั้งที่ ๑/๒๕๔๗ ได้มีการแจ้งในที่ประชุมทราบถึงพระราชกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เกี่ยวกับการก่อสร้างฝายชะลอน้า ตามโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดาริ อาเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ว่าควรมีการขยายให้ครอบคลุมทุกพื้นที่
  7. 7. จากกระแสดังกล่าวได้มีทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จัดทาโครงการในการสร้างฝายชะลอน้าหลายพันฝาย โดยมีวัตถุประสงค์คือ๑) เพื่อชะลอการไหล ลดความรุนแรงของกระแสน้าและลดการชะล้างพังทลายของตลิ่ง๒) ช่วยให้น้าอยู่ในลาห้วยนานขึ้นโดยเฉพาะในฤดูแล้ง ๓) ช่วยดักตะกอนที่ไหลมากับน้าลดการตื้นเขินที่ปลายน้า ทาให้น้าใสและมีคุณภาพดีขึ้น ๔) ช่วยให้ดินชุ่มชื้น ป่ามีความอุดมสมบูรณ์ เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพให้สัตว์น้าและสัตว์ป่า ได้อาศัยน้าในการดารงชีวิต ๕
  8. 8. คืนสังคมพืชให้แก่เนินเขา/ภูเขาหัวโล้น ๖) เมื่อดินชื้น ป่าก็ชื้น กลายเป็นแนวกันไฟลดความรุนแรงของไฟป่าได้จากวัตถุประสงค์ดังกล่าวมีงานการศึกษาวิจัยหลายชิ้นที่สนับสนุนข้อดีของการสร้างฝายชะลอน้า เช่น งานวิจัยที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยลึก อาเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ พบว่า ในช่วงฤดูแล้งฝายชะลอน้า สามารถลดอัตราการไหลของน้าในลาธาร
  9. 9. ๒) การหมุนเวียนน้าไปสัมผัสกับอากาศที่น้อยลงยังทาให้ออกซิเจนที่ละลายในน้าน้อยลงด้วย ๓) ตะกอนที่สะสมอยู่ท้ายฝายจะเปลี่ยนแปลงทาให้สภาพพื้นท้องน้าเปลี่ยนไป คือ จากที่ควรจะเป็นกรวด หินและทราย ก็จะเปลี่ยนเป็นตะกอนดินและโคลนแทน ทาให้สังคมของสัตว์ที่อยู่ตามหน้าดินเปลี่ยนไปส่งผลกระทบไปถึงห่วงโซ่อาหาร อีกทั้งน้าขุ่นขึ้นส่งผลให้พืชน้าสังเคราะห์แสงลดลง และตะกอนที่สะสมมากขึ้นเรื่อยๆ เกิดการย่อยสลายของแบคทีเรียมากขึ้นทาให้มีค่าบีโอดี (Biological Oxygen Demand: BOD) สูงขึ้น และยังทาให้น้ามีค่าความเป็นกรดมากขึ้น เด็กหญิง ศุภนุช มีวงษ์สม เลขที่ 36 ม.4/7

×