Managing in Economic Uncertainty

760 views
697 views

Published on

การบริหารธุรกิจในภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน โดยการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยการตัดสินใจขององค์กร

Published in: Business
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
760
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
0
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide
  • ดร. สุวิทย์ แบ่งเนื้อหาออกเป็นสองส่วน ในส่วนแรกนำเสนอว่าโลกแบบเดิมที่เรารู้จักกันมานาน มีโครงสร้างแบบพีระมิดจากบนลงล่างชัดเจนตามแนวคิดของรัฐชาติ ต่างคนต่างอยู่เป็นสถาบัน มีแนวการบังคับบัญชาของตัวเอง เปรียบดั่งของแข็งที่มีโครงสร้างของโมเลกุลตายตัว (เรียกตามชื่อของ Zygmunt Bauman ว่า “Solid Modernity” หรือ “โลกสมัยใหม่แบบคงรูป”) กำลังทำลายตัวเองลง สภาวะของแข็งเดิมเริ่มหลอมละลายเหมือนขี้ผึ้งที่อ่อนตัว โครงสร้างตายตัวที่มีมาแต่เดิมเริ่มกลายเป็นความสัมพันธ์แบบเครือข่ายที่ไม่เสถียร ไม่ชัดเจน และปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา ซึ่งมีชื่อเรียกว่า “Liquid Modernity” หรือ “โลกที่เลื่อนไหล”โครงสร้างความสัมพันธ์แบบใหม่ถือเป็นทั้งวิกฤตและโอกาสของมนุษยชาติ การเติบโตของภูมิภาคเกิดใหม่ เช่น จีน อินเดีย แอฟริกา ถือเป็นโอกาสในการขยายตลาดของประเทศไทย แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าเราต้องเผชิญกับภัยคุกคามใหม่ๆ เช่น ปัญหาก่อการร้าย การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปัญหาโรคระบาดชนิดใหม่ๆ ด้วยเช่นกันนอกจากนี้ ในยุค “โลกเลื่อนไหล” สถาบันและวิธีคิดแบบเดิมๆ กำลังถูกท้าทายอย่างหนักในทุกมิติ ทั้งเชิงสถานที่เวลา ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ความน่าเชื่อถือในการทำธุรกิจ แนวคิดทางเศรษฐกิจและการเมือง วิถีชีวิต วัฒนธรรม หรือแม้กระทั่ง “วิทยาศาสตร์” ซึ่งเป็นเสาหลักสำคัญในโลกยุคใหม่ ก็เริ่มสั่นคลอน เนื่องจากใช้อธิบายปรากฎการณ์หลายอย่างที่เกิดขึ้นในโลกที่เหลื่อมซ้อนทับกัน (synchronicity) ไม่ได้แล้วดร. สุวิทย์ตั้งคำถามต่อไปว่า “เราจะอยู่อย่างไรในโลกใหม่” ที่สับสนวุ่นวาย ไร้ระเบียบ และเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา คำตอบก็คือสร้างจุดสมดุลใหม่ขึ้นมาบนโลกที่เปลี่ยนแปลงนี้ เพียงแต่ในการปฏิบัติจริงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องทบทวนกรอบวิธีคิดเดิมในทุกๆ เรื่องว่ายังสามารถใช้งานได้อยู่หรือไม่ ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม----------ดวยกระแสของความเปนโลกาภิวัตนทําใหโลกมีการสราง network เชื่อมโยงกันมากยิ่งขึ้นท้ังทางดานภาครัฐ เอกชน และประชาชนซึ่งแตเดิมมีความสัมพันธแบบแนวต้ังเปน solid modernity แตปจจุบันน้ันไดหลอมรวมเปนความเชื่อมโยงในแนวระนาบเปน liquid society ึซ่งความสัมพันธเชื่อมโยงของภาครัฐเอกชน และประชาชนมีท้ังเชิงเปนทางการและไมเปนทางLiquid Society คือ ลักษณะของ Reflexive Modernization ู รปแบบของการทํานายไมไดและเปนวัฒนธรรมแบบเฉียบพลัน ภาครัฐ เอกชน และประชาชนตางไดรับผลกระทบของความเปลี่ยนแปลงจากความเปน local เปน global รัฐไมมีอํานาจผูกขาดอีกตอไปในเชิงธุรกิจ ตัวอยางเชน ในวงการการทองเที่ยว รวมท้ังรัฐยังไมมีอํานาจผูกขาดเหนือประชาชน เนื่องจากประชาชนน้ันไมไดเปนประชาชนของรัฐเทาน้ัน หากแตเปนประชาชนของโลกดวย (Global Citizens) ดังน้ันความเปน liquid จึงหลอมรวมใหบทบาทของความเปนรัฐลดนอยลง รวมท้ังสังคมที่เคยเปน knowledge based ซึ่งผูที่มีความรู ืคอผูที่มีความสามารถในการแสวงหาผลประโยชนและโอกาส กลายเปนสังคมที่เนน non-knowing มีความไมคงทนไมแนนอน มีการเปลี่ยนแปลงอยูตลอด ทํานายไมได้---------------------------------------อธิบาย Liquid Modernity ก่อนแล้วกันคำๆ นี้บัญญัติโดย Zygmunt Bauman นักสังคมวิทยาชาวโปแลนด์ ที่สังเกตว่าสังคมปัจจุบันนี้มีลักษณะ Liquid (เปลี่ยนรูปได้) ซึ่งตรงข้ามกับสังคมวันวานที่มีลักษณะ Solid (แข็ง-คงรูปทรงเดิมเสมอ)เด็กยุคเก่าในโลกที่ Solid เป็นเด็กที่เกิดมาพร้อมความเชื่อว่า “ทางเลือกเป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่จัดให้..ทำตามเป็นหน้าที่ของเด็ก” ทำตาม และเชื่อฟังจึงจะเป็นเด็กดีเด็กยุคเก่า (รวมผู้เขียนด้วย) จึงเกิดมาพร้อมหัวใจคล้อยตามวิถีและวิธีคิดของผู้ปกครองในยุคนั้นเรียนเก่ง ก็เรียนหมอ จบเป็นหมอ แต่งงานกับหมอ มีลูกเป็นหมอพ่อรวยก็เรียนเมืองนอก เตรียมพร้อมเป็นนายกฯ แล้วก็ได้เป็นนายกฯ จริงๆ (Wow ! มหัศจรรย์มีจริง)พูดเก่งก็เรียนกฎหมาย แต่กรณีนี้มาแปลก ไม่ควรทำงานกฎหมายแต่ควรเป็นนักการเมือง จะได้โต้คารมแสบๆ มันส์ๆ กันในสภาฯลฯทุกคนมีชีวิตเป็นแถวตรง ไร้ที่ติโลกแบบนี้แหละที่เรียกว่า Solid เดิมๆ อธิบายได้ คาดหวังได้ ไม่เปลี่ยนแปลงแต่โลกทุกวันนี้ไม่ Solid เสียแล้วเด็กยุคใหม่เติบโตในสภาพ Liquid Modernity ...เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ แบบทันสมัยเสียด้วยฝันไปเถอะหากจะบอกเด็กยุคนี้ว่าต้องเรียนให้เก่ง จะได้ทำงานบริษัทนั้น บริษัทนี้ ถึงวันจะได้เป็นผู้จัดการเด็กยุคนี้ จะให้เรียนเก่งก็จัดได้ แต่จะให้ทำงานตามใจพ่อแม่..ยากส์เรียนเก่ง..เรียนหมอก็ได้ แต่จบแล้วจะมาล่าฝันกับ AF นะไม่งั้นก็จะไปประกวดนางงามเกิดมาเพศหนึ่ง อยากแปลงเป็นอีกเพศก็ไม่ว่ากันอะไรก็ได้จริงๆ..เพราะทุกสิ่งในโลกแห่ง Liquid Modernity เต็มไปด้วยความหมายมากมาย เด็กยุคนี้เต็มไปด้วยอิสระที่จะค้นหาและนิยามความหมายของสิ่งท้าทายเหล่านั้นด้วยตัวเอง
  • ตัวอย่างที่ยกมาให้เห็นนี้ เป็นตัวอย่างของสังคมสมัยใหม่ที่อาศัยเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นองค์ประกอบในการดำเนินการปัจจุบันมีการทำธุรกรรม การขายสินค้า บริการ ผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เรียกว่า อีคอมเมิร์ช จุดประสงค์หลักเพื่อเข้าถึงลูกค้าได้ รวดเร็วกว้างไกล เป็นการลดระยะทางและเวลา ขยายขอบเขตการดำเนินธุรกิจ การดำเนินการจึงเป็นที่ยอมรับและขยายตัวอย่างรวดเร็วและด้านอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมโยงถึงกันได้ทั่วโลก จึงมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและดำเนินธุรกิจร่วมกันในด้านต่าง ๆ และรวม เรียกว่า อีบิสิเนส (eBusiness) มีการสร้างพันธมิตร และการดำเนินกิจการประสานกันเพื่อประโยชน์ร่วมกัน สามารถโอนย้ายเงินระหว่าง กัน เรียกว่า อีแคช (eCash) หรือใช้แทนเงินตราที่เรียกว่า อีมันนี่ (eMoney)คำว่า เศรษฐกิจดิจิตอล (Digital Economy) เป็นคำที่กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐอเมริกาใช้ โดยเน้นให้เห็นว่า ระบบเศรษฐกิจ ยุคใหม่จะต้องพึ่งพาเทคโนโลยีไอทีอย่างมากมาย ตั้งแต่ระบบการให้บริการออนไลน์ การซื้อขายสินค้าและบริการ การศึกษาแบบทางไกล การโอนย้ายสื่อแบบต่าง ๆ เช่น ดิจิตอลบุค หนังสือพิมพ์ดิจิตอล การให้บริการห้องสมุดดิจิตอล ตลอดจนระบบการพิมพ์หรือการจัดทำ เอกสาร ล้วนแล้วแต่เป็นดิจิตอลหมด เรามีกล้องถ่ายรูปดิจิตอล ทีวีดิจิตอล ของเล่นดิจิตอล ระบบทุกอย่างที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์จะใช้ เทคโนโลยีดิจิตอล โดยมีคอมพิวเตอร์เป็นองค์ประกอบปนอยู่ด้วยเศรษฐกิจดิจิตอลจึงเป็นระบบเศรษฐกิจยุคใหม่ที่ไร้พรมแดนอย่างแท้จริง เครือข่ายคอมพิวเตอร์จะเชื่อมคนทุกคนในโลกให้อยู่บน เครือข่ายเดียวกัน สามารถติดต่อสื่อสาร พูดคุยกันผ่านทางเครือข่ายนี้ สังคมโลกจึงเป็นสังคมที่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีไอทีเป็นสำคัญการที่สหรัฐอเมริกาให้ความสำคัญของคำว่าเศรษฐกิจดิจิตอล และใช้เป็นนโยบายหาเสียงของรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนปัจจุบัน เพราะว่ากว่าครึ่งหนึ่งของผลผลิตมวลรวมประชาชาติของอเมริกันในปัจจุบันผูกพันกับเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัทยักษ์ใหญ่ที่เติบโต ขึ้นอย่างรวดเร็วในยุคหลัง ล้วนมีธุรกิจเกี่ยวข้องกับไอทีทั้งสิ้นระบบเศรษฐกิจดิจิตอลทำให้แนวโน้มของโลกเปลี่ยนแปลงไปหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการเปลี่ยนแนวคิดจากระบบรวมศูนย์ มาเป็นแบบการกระจายให้บริการ เช่น การบริการของธนาคารผ่านเอทีเอ็ม การสร้างร้านค้ากระจายไปทุกหนทุกแห่ง โครงสร้างของ องค์กรมีลักษณะติดต่อประสานรายได้สองทิศทาง ทั้งให้การจัดองค์กรมีขนาดกระทัดรัด และรูปแบบองค์กรจะแบนราบ หรือมีลำดับ ชั้นการบังคับบัญชาน้อยลง แต่จะมีรูปแบบลักษณะเครือข่ายเพื่อการทำงานร่วมกัน การดำเนินธุรกรรมต่าง ๆ จะตัดคนกลางหรือ กิจกรรมที่อยู่ตรงกลางออกไป ทำให้กิจกรรมต่าง ๆ มีลักษณะจากปลายสู่ปลาย เช่น จากผู้ผลิตสู่ผู้ใช้โดยไม่ต้องมีคนกลางเศรษฐกิจดิจิตอล จึงเป็นระบบเศรษฐกิจใหม่ ที่ประเทศกำลังพัฒนาต้องรีบปรับตัว และใช้ประโยชน์จากกลไกทางเทคโนโลยีให้ทันเราจะตื่นตามกระแสของอีคอมเมิร์ชอย่างเดียวไม่ได้ สิ่งที่สำคัญคือ เราต้องมี eStrategiesและมี eVisionมองกว้างและมองไกล ด้วยมิฉะนั้นเราจะพบวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจดิจิตอลอีกครั้ง 
  • Managing in Economic Uncertainty

    1. 1. Managing in Economic UncertaintySurvive today and Prepare for Tomorrow<br />Mr. NavikNumsiang<br />
    2. 2. What you will learn?<br />Doing Business in Economy Uncertainty<br />Business Pressures, Organizational Responses, and IT Support<br />Competitive Advantage and Strategic Information Systems<br />Why Must be Front-To-Back-Office Integration?<br />
    3. 3. Civilization in the Making<br />Source: Article from Dr. SuvitMaesincee<br />
    4. 4. Globalization Changes the State of Nature<br />Source: Article from Dr. SuvitMaesincee<br />
    5. 5. Perpetual Crisis is Normal State of Being<br />Source: Article from Dr. SuvitMaesincee<br />
    6. 6. Digital products such as music, books, magazines, television, radio, movies, and software<br />Digital money<br />Physical goods connected to the digital economy<br />The Global Platform of the New Economy<br />
    7. 7. Business Pressures, Organizational Responses, and IT Support<br />
    8. 8. Business Pressures<br />Significant changes in any of these factor are likely to create business pressure on the organization.<br />The three types of business pressures faced are: <br />market, <br />technology, <br />and societal pressures<br />
    9. 9. IT Support for Organizational Responses to Business Pressures<br />
    10. 10. The Global Economy and Strong Competition<br />The Changing Nature of the Workforce<br />Powerful Customers<br />Business Pressures : Market<br />
    11. 11. Technological Innovation and Obsolescence<br />Information Overload<br />Business Pressures : Technology<br />Copyright 2007 John Wiley & Sons, Inc.<br />Chapter 2<br />11<br />
    12. 12. Social Responsibility<br />Government Regulation and Deregulation <br />Protection Against Terrorist Attacks.<br />Ethical Issues<br />Business Pressures : Societal<br />Copyright 2007 John Wiley & Sons, Inc.<br />Chapter 2<br />12<br />
    13. 13. Copyright 2007 John Wiley & Sons, Inc.<br />Chapter 2<br />13<br />Organizational Responses<br />
    14. 14. Competitive Advantage and Strategic Information Systems<br />Strategic Information Systems (SIS)<br />provide a competitive advantage by helping an organization to implement <br />its strategic goals and to increase its performance and productivity.<br />
    15. 15. Why Must be Front-To-Back-Office Integration?<br />
    16. 16. Why Must be Front-To-Back-Office Integration?<br />Manage customer relationships more effectively<br />Reduce costs<br />Increase Profitability<br />Achieve sustainable competitive advantage over the long term<br />
    17. 17. Why Must be Front-To-Back-Office Integration?<br />Manage customer relationships more effectively<br />Reduce costs<br />Increase Profitability<br />Achieve sustainable competitive advantage over the long term<br />
    18. 18. Front-To-Back-Office Data Consistency<br />360 Degree Customer Visibility<br />Straight-Through Processing<br />Components of Front-To-Back-Office Integration<br />
    19. 19. The Sage “Value Proposition”<br />Facilitates “straight-through” business processes from front to back-office<br />Provides for a single instance of customer data across front and back-office systems<br />Enables seamless customer lifecycle management<br />Sage ERP provides out-of-the-box integration with leading Sage CRM solutions. <br />
    20. 20. "ทุกๆเช้าเมื่อเนื้อทรายตื่นขึ้นมา มันจะคิดอยู่เสมอว่าจะทำยังไงให้วิ่งเร็วกว่าตัวอื่นจะได้ไม่ถูกสิงโตจับกิน<br />ทุกๆเช้าสิงโตจะคิดว่าจะทำยังไงให้วิ่ง<br /> ชนะเนื้อทรายตัวที่ช้าที่สุดเพื่อที่มันจะ<br /> ได้ไม่อดตาย....มันไม่จำเป็นว่าคุณเป็นผู้ล่าหรือผู้ถูกล่า<br /> แต่เมื่อคุณเห็นแสงตะวันพ้นขอบฟ้าคุณต้องวิ่ง... "<br />
    21. 21. “ ถ้าต้องการวิ่งให้เร็ว <br /> ต้องวิ่งคนเดียว <br /> แต่ถ้าต้องการวิ่งให้ไกล <br /> ก็ต้องวิ่งด้วยกันนะ”<br />
    22. 22. Thanks You<br />Mr. NavikNumsiang<br />E| navik@sundae.co.th<br />W| www.sundae.co.th<br />

    ×