Fact sheet TSPA & Members

410 views
323 views

Published on

Thailand Software Park Alliance is a collaboration knit between software parks located in Thailand. Currently, there are 4 founding members 1. E-Saan Software Park (Khon Khane) 2.Korat Software Park (Nakhon Ratchasima) 3. Software Park Phuket (Phuket) and 4. Software Park Thailand (Nonthaburi).

1 Comment
1 Like
Statistics
Notes
No Downloads
Views
Total views
410
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
3
Actions
Shares
0
Downloads
6
Comments
1
Likes
1
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Fact sheet TSPA & Members

  1. 1. ข้อมูลเพิ่มเติมโครงการความร่วมมือในการพัฒนาเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ สู่ภูมิภาค (Thailand Software Park Alliances: TSPA) และ ข้อมูลเบื้องต้นของพาร์คแต่ละแห่ง
  2. 2. โครงการความร่วมมือขยายซอฟต์แวร์พาร์คสู่ภูมิภาค(Thailand Software Park Alliances: TSPA)หลักการและเหตุผล ปัจจุบันในหลายประเทศได้มีการจัดตั้งซอฟต์แวร์พาร์คขึ้นเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของประเทศ โดยกําหนดให้ซอฟต์แวร์พาร์คมีบทบาทในการเป็นประตูสู่ตลาดผู้ใช้ทั้งในและต่างประเทศ เป็นช่องทางการเข้าถึงผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ เป็นศูนย์กลางของข้อมูลด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้และคู่ค้าจากทั้งในและนอกประเทศ ในหลายประเทศมีการจัดตั้งซอฟต์แวร์พาร์คมากกว่า 1แห่ง เพื่อช่วยสนับสนุนการพัฒนาซอฟต์แวร์ของประเทศให้ทั่วถึงและมีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน สําหรับประเทศไทย Software Park Thailand ได้ตระหนักถึงภารกิจดังกล่าว และได้ดําเนินงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของประเทศอย่างต่อเนื่องในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านการพัฒนาเทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรม การส่งเสริมการตลาด และการส่งเสริมให้เกิดการนําไอทีไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ นอกจากนี้ ภารกิจที่สําคัญอีกอย่างของ Software Park Thailand คือ การเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงSoftware Park อื่นๆ ที่ตั้งอยู่ในแต่ละภูมิภาคของประเทศ ซึ่งจัดตั้งและดําเนินการส่งเสริม สนับสนุนธุรกิจซอฟต์แวร์อยู่อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ Software Park ในประเทศไทยแต่ละแห่งมีจุดแข็งที่ต่างกันออกไปและอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของหน่วยงานที่ต่างกันทั้งภาครัฐและภาคเอกชนทั้งสิ้น 4 พาร์ค ได้แก่ เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ภูเก็ต และศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษาและอุตสาหกรรม องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา (Korat Software Park) ทั้งนี้ ซอฟต์แวร์พาร์คทั้ง 4 แห่งเล็งเห็นว่า การที่จะทําให้อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของไทยเข็มแข็งเพื่อแข่งขันกับนานาประเทศได้นั้น จําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการรวมตัวกัน เพื่อร่วมกันสร้างและแบ่งปันความรู้ความสามารถของตนในการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ในแต่ละพาร์คให้เข้มแข็ง มีความทัดเทียมกัน สร้างความเป็นปึกแผ่นในการดําเนินกิจกรรมต่างๆ ให้ประสานและสอดคล้องกันอย่างแน่นแฟ้นไปในทิศทางเดียวกัน ให้เกิดความร่วมมือและการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพื่อให้อุตสากรรมซอฟต์แวร์ไทยสามารถพัฒนาได้อย่างยั่งยืน
  3. 3. วัตถุประสงค์ความร่วมมือ 1. สร้างเครือข่ายความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมระหว่าง TSPA เพื่อให้เกิดผลในภาพรวมต่อ อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของประเทศ 2. ขยายโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ทั้งในส่วนกลางและในส่วนภูมิภาค 3. ขยายผลการจัดกิจกรรมต่างๆ ของ SWP ออกสู่ Park ในภูมิภาคสมาชิกเครือข่าย TSPA เครือข่าย Thailand Software Park Alliances (TSPA) เกิดจากความร่วมมือตั้งต้นระหว่างเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ 4 แห่งในประเทศไทย ดังต่อไปนี้ สมาชิก TSPA ลักษะ หน่วยงานต้นสังกัด ปีที่ก่อตั้ง หน่วยงาน (พ.ศ.)1. เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย ภาครัฐ สํานักงานพัฒนา 2540 Software Park Thailand วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)2. ศูนย์ประสานงานเขตอุสาหกรรม ภาคการศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น 2546 ซอฟต์แวร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ E-Saan Software Park3. เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ภูเก็ต ภาคเอกชน บริษัท บลูลากูน ภูเก็ต 2551 Software Park Phuket จํากัด4. ศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการ ภาครัฐ องค์การบริหารส่วน 2552 สื่อสารเพื่อการศึกษาและอุตสาหกรรม จังหวัดนครราชสีมา องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา Korat Software Park
  4. 4. ข้อมูลเพิ่มเติมเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย(Software Park Thailand) ก่อตั้งโดยมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2540 โดยเป็นหน่วยงานภายใต้การดูแลของสํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. เพื่อทําหน้าที่สนับสนุน และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ไทยในทุกทาง ทั้งด้านบุคลากร การตลาด การลงทุน รวมถึงเทคโนโลยีอันทันสมัยในการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่เป็นประโยชน์ต่อกลุ่มธุรกิจทุกกลุ่มภายในประเทศ ทั้งภาคอุตสาหกรรมภาคการเกษตร และภาคการบริการ เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทย ซึ่งจะส่งผลให้ตลาดซอฟต์แวร์ภายในประเทศขยายตัวเพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกันได้สร้างความมั่นใจให้ผู้ผลิตซอฟต์แวร์จากต่างประเทศเข้ามาลงทุนในประเทศไทยด้วยวิสัยทัศน์ “เป็นองค์กรสนับสนุนผู้ประกอบการและสร้างอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยให้เทียบเท่าระดับโลก ทําให้ซอฟต์แวร์เป็นส่วนสําคัญที่ช่วยเพิ่มขีดความสามาถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทย” เขตอุ ต สาหกรรมซอฟต์ แ วร์ ป ระเทศไทยให้ ก ารสนั บ สนุ น และเสริ ม สร้ า งความแข็ ง แกร่ ง ให้ กั บผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ไทย ทั้งยังช่วยผลักดันอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีพันธกิจหลัก 5 ด้าน ดังนี้ o สนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรไอที o สนับสนุน และส่งเสริมการปรับปรุงกระบวนการซอฟต์แวร์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และคุณภาพของ บริษัทซอฟต์แวร์ไทยสู่มาตรฐานสากล o สร้างความร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตร เพื่อสนับสนุน และส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยในการ ขยายช่องทางการตลาดทั้งใน และต่างประเทศ o ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ และอุตสาหกรรมอื่นๆ ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อ สร้างผลิตภัณฑ์ หรือปรับปรุงบริการของหน่วยงาน o ให้เช่าพื้นที่สํานักงาน ห้องประชุมใหญ่ ห้องประชุม ห้องฝึกอบรม และสัมมนา
  5. 5. ศูนย์ประสานงานเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(E-Saan Software Park) เป็นองค์กรในกํากับของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้รับการจัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2546 โดยความร่วมมือและการสนับสนุนจาก 6 องค์กร ได้แก่ จังหวัดขอนแก่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น หอการค้าจังหวัดขอนแก่นสภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น หอการค้าสวีเดน-ไทย และชมรมธุรกิจคอมพิวเตอร์จังหวัดขอนแก่น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ ในรูปแบบของนครไอซีที (ICT City) และเพื่อเป็นการสนับสนุนการจัดการการศึกษา การวิจัย การบริการวิชาการ และการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของมหาวิทยาลัยตามนโยบาย และยุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัย ขอนแก่น ให้ เป็ นไปอย่า งมีป ระสิทธิภ าพตามเป้ าประสงค์ของมหาวิทยาลัยและของรัฐ ให้ศูนย์เป็นหน่วยงานในกํากับของมหาวิทยาลัยขอนแก่น มีการดําเนินงานในลักษณะพึ่งตนเอง มีการบริหารจัดการที่เป็นอิสระจากระบบราชการ ซึ่งดําเนินการตามหลักการและเป้าประสงค์ที่ได้รับความเห็นชอบจากสภามหาวิทยาลัยขอนแก่น
  6. 6. เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ภูเก็ต(Software Park Phuket) ซอฟต์แวร์พาร์คภูเก็ตเป็นพาร์คแรกที่ก่อตั้งโดย โดยภาคเอกชน ในปี พ.ศ. 2551 ภายใต้การสนับสนุนของสํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งประเทศไทยอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้ และบริษัท บลูลากูนภูเก็ต จํากัด ในการดําเนินการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ที่เป็นValue Creation ให้กับภูเก็ตในการที่จะเสริมการท่องเ ่ยว และเป็นที่ที่ ICT Knowledge Worker มุ่งเข้ามา งเทีเพื่อประกอบการ โดยมี 3 ภาระกิจหลักคือ ภาระกิจที่ 1 การให้บริการพื้นที่สําหรับผู้ประกอบการด้าน ICT ทั้งในและต่างประเทศ โดยได้รับ ความร่วมมือจาก CAT Telecom ในการติดตั้งระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ผ่าน Fiber Optic รองรับผู้มาใช้บริการ ภาระกิจที่ 2 ศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจ หรือ Business Incubator Center ในชื่อ "ศูนย์สร้างสรรค์ นวัตกรรมภูเก็ต" โดยให้บริการบ่มเพาะผู้ประกอบการใหม่ทางด้าน ICT เพื่อสร้าง โอกาสทางธุรกิจ นวัตกรรมและการจ้างงาน ภาระกิจที่ 3 หน่วยวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างนวัตกรรมและการเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม หรือ Research and Development Lab เพื่อส่งเสริมและต่อยอดงานวิจัยให้พัฒนาสู่ เชิงพาณิชย์
  7. 7. ศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษาและอุตสาหกรรมองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา(Korat Software Park) ก่อตั้งภายใต้การกํากับขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมาในปี 2552 เพื่อป็นศูนย์รวมในการพัฒนาและแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีสารสนเทศและซอฟต์แวร์ เพื่อตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมหลักของจังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดใกล้เคียง และเพื่อให้การพัฒนาอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจในจังหวัดและพื้นที่ในภาคอีสานเป็นไปอย่างครบวงจร จึงได้ริเริ่มจัดทําโครงการจัดตั้ง “สถาบันเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเขาใหญ่ (Kaoyai ICT Academy : KICTA)” ขึ้น ภายในพื้นที่ประมาณ 160 ไร่ ซึ่งอยู่ในเขตติดต่ออุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เพื่อให้เป็นสถาบันทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT)สาหรับลูกหลานชาวโคราช และพื้นที่ใกล้เคียง ที่มุ่งเน้นในการใช้ ICT เพื่อการสนับสนุน (SupportingIndustry) อุตสาหกรรมแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร อุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วน และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เป็นต้น โดยไม่ก่อให้เกิดมลภาวะ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิดเมือง ICT(Green City) ภายในโครงการดังกล่าวประกอบไปด้วย ๓ ส่วนหลักๆ ดังนี้ 1) ส่วนการศึกษาและพัฒนาอุตสาหกรรมด้าน ICT (Education Zone) (ใช้พื้นที่ประมาณ 50% ของโครงการฯ) เป็นสถาบันการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในระดับอุดมศึกษาทางด้าน ICT แห่งแรกของประเทศไทย เพื่อรองรับความต้องการทางด้าน ICT ของภาคอุตสาหกรรมหลักในจังหวัดนครราชสีมา โดยการเชื่อมโยงการศึกษาต่อยอดจากโรงเรียนมัธยมในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา และสานักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อมุ่งเน้นให้นักเรียนและนักศึกษามีความเชี่ยวชาญทางด้าน ICT สามารถประกอบอาชีพได้ทันที ตลอดจนการฝึกอบรมอาชีพทางด้าน ICT ต่อยอดจากนักศึกษาที่จบมาจากมหาวิทยาลัย และวิทยาลัยในจังหวัดนครราชสีมา ประมาณ 1,500 คน / ปี 2) พื้นที่ประกอบอุตสาหกรรมทางด้าน ICT (Business Zone) (ใช้พื้นที่ประมาณ 30% ของโครงการฯ)เป็นการส่งเสริมการลงทุนสาหรับผู้ประกอบการทั้งภายใน และภายนอกจังหวัดนครราชสีมา ตลอดจนนักลงทุนจากต่างประเทศ ที่ต้องการประกอบกิจการทางด้าน ICT สาหรับเป็นตลาดแรงงานทางด้าน ICT ให้กับลูกหลานชาวโคราช โดยผู้ประกอบการที่เข้ามาประกอบกิจการดังกล่าวนั้น จะต้องว่าจ้างลูกหลานชาวโคราชที่ผ่านการพัฒนาอาชีพจากสถาบันฯ ให้เข้าทางานในหน่วยงานนั้นๆ ซึ่งตั้งอยู่ภายในพื้นที่โครงการฯ 3) สาธารณูปการ และที่พักอาศัย (Facilities & Residential Zone) (ใช้พื้นที่ประมาณ 20% ของโครงการฯ) เป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งอานวยความสะดวกต่างๆ ตลอดจนที่พักอาศัยภายในโครงการฯ ที่จาเป็นสาหรับการศึกษา การประกอบการ และการอยู่อาศัย ภายใต้สิ่งแวดล้อมที่ร่มรื่นสอดคล้องกับภูมิประเทศที่เป็นธรรมชาติ เพื่อเป็นการเสริมสร้างสุขภาพ การผ่อนคลายในการศึกษา และการทางานตลอดจนเอื้อต่อการใช้ความคิดสร้างสรรค์
  8. 8. จะเห็นได้ว่า โครงการสถาบันเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเขาใหญ่จะเป็นสถาบันการศึกษา การเรียนรู้ การวิจัย เพื่อการผลิตและพัฒนาบุคลากรทางด้าน ICT ให้มีความรู้ความสามารถและความเชี่ยวชาญระดับมาตรฐานสากล ตลอดจนเป็นการสร้างอาชีพให้กับประชาชนอย่างยั่งยืน โดยให้สามารถทางานอยู่ในพื้นที่สถาบันฯ ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในท้องถิ่นที่มีความคุ้นเคยมาตั้งแต่เกิด และยังเป็นการสร้างรายได้ให้กับประชาชน และเสริมสร้างเศรษฐกิจให้กับท้องถิ่น ตลอดจนเป็นการสนับสนุนนโยบายทางด้าน ICT ของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และของรัฐบาล ต่อไป”

×