• Like
หลักฐานทางประวัติศาสตร์
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

หลักฐานทางประวัติศาสตร์

  • 3,430 views
Published

 

  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Be the first to comment
    Be the first to like this
No Downloads

Views

Total Views
3,430
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
4

Actions

Shares
Downloads
22
Comments
0
Likes
0

Embeds 0

No embeds

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
    No notes for slide

Transcript

  • 1. จารึกแผ่นทองแดงลากูนา (The Laguna Copperplate Inscription) ภาพจากเว็บไซต์ http://en.wikipedia.org คำาจารึกที่สลักไว้บนแผ่นไม้หน้า สุสานของหวังหมิ่น จิ้นตะวันตกเป็น ยุคสมัยที่อักษรจีนเริ่มพัฒนาสู่รูปแบบ ที่ใช้ในปัจจุบัน อุปกรณ์ที่ใช้จารึก เช่น เหล็กจาร อุปกรณ์ที่ใช้ในการสกัดหิน
  • 2. 1.2 ตำานาน คือ หลักฐานประวัติศาสตร์ที่บันทึก จากคำาบอกเล่าต่อๆ กันมา เรื่องราวของตำานานส่วน ใหญ่มักเป็นเรื่องบุคคล ในท้องถิ่นที่มีความสัมพันธ์ กับความเชื่อทางศาสนาปูชนียสถาน และ ปูชนียวัตถุ ตลอดจนกำาเนิดบ้านเมือง เรื่องวีรบุรุษและวีรสตรี หลักฐานประเภทตำานานอาจมีข้อบกพร่อง เนื่องจากไม่อาจกำาหนดอายุของเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้ แน่นอน แต่ตำานานก็สามารถใช้เป็นหลักฐาน ประวัติศาสตร์สำาหรับศึกษาเรื่องที่เกี่ยวกับความเชื่อ ทางศาสนาและปรัชญาของคนในอดีตรวมทั้งความ สำานึกทางประวัติศาสตร์ ที่เกี่ยวกับเผ่าพันธุ์หรือวงศ์ ตระกูล เป็นต้น
  • 3. ตำานานการสร้าง กรุงโรมที่มีแม่หมาป่า นำาโอรสฝาแฝดไป เลี้ยง ตำานานพระเจ้าตนหลวง . ......ตำานานการสร้างพระเจ้าตนหลวง กล่าวไว้ว่าเมื่อสมัยครั้งพุทธกาล พระพุทธเจ้าเสด็จถึงเมืองภูกามยาว พร้อมพระ อานนท์ ประทับ ณ ดอยลูกหนึ่งตั้งอยู่ข้างหนองเอี้ยง ไปทางทิศเหนือ (ปัจจุบันคือ บริเวณวัดจอมทอง) ในหมู่บ้านนั้น มี นายช่างทองมีอาชีพทำาทองรูปพรรณ ได้จัดอาหารบิณฑบาตถวายพระพุทธองค์ แต่มิได้ถวายนำ้าฉัน พระพุทธองค์จึงให้ พระอานนท์ ถือบาตรไปตักนำ้าที่หนองเอี้ยง ขณะนั้นมีพญานาคตนหนึ่งอาศัยอยู่ในหนองนั้น เมื่อเห็นพระอานนท์ถือบาตร จะตักนำ้า พญานาคก็ไม่ให้ ได้พ่นควันขึ้นที่หงอน แผ่พังพานเป็นประดุจหมอกควัน ปกคลุมหนอง จนมองไม่เห็นนำ้า พระอานนท์จึงไกราบบังคมทูลพระพุทธเจ้า พระพุทธองค์จึงเสด็จไปประทับยืนข้างหนองนำ้า พญานาคทำาทีจะพ่นควัน แผ่พังพอน แต่ก็เห็นพระวรกายของพระพุทธเจ้าเต็มไปด้วยฉัพพรรณรังสี จึงทูลถามพระพุทธองค์ พระพุทธองค์ ได้ แนะนำาตัวและแสดงอภินิหารเนรมิต พระวรกายให้ใหญ่เท่ากับพระพุทธเจ้ากะสุสันธะ พญานาคเห็นดังนั้น จึงเกิดความ เลื่อมใสและรับปากว่าจะสร้างพระพุทธรูป ให้ใหญ่เท่าพระพุทธเจ้ากะสุสันธะในหนองนั้น เมื่อพระพุทธเจ้า เสด็จดับขันธ์ปรินิพพานได้ประมาณ ๒,๐๐๐ ปี พญานาคระลึกถึงพระพุทธดำารัส จึงนำาเอาทองคำา จำานวนสี่แสนห้าร้อยจากนาคพิภพมาไว้ แล้วเนรมิตเพศเป็นบุรุษ นุ่งขาวห่มขาว ไปหาสองผัวเมีย ซึ่งตั้งบ้านเรือนอยู่ใกล้ หนองเอี้ยง และแจ้งความประสงค์ที่จะนำาทองคำามาสร้างพระพุทธรูปให้สองตายาย เมื่อมอบทองคำาให้แล้วก็กลับไปสู่นาค พิภพ สองผัวเมียได้นำาทองคำามาถมสระหนองอยู่นานถึง ๒ ปี ๗ เดือนจึงเต็ม และลงมือปั้นอิฐก่อพระพุทธรูปพระเจ้าตน หลวง โดยเริ่มเมื่อ พ.ศ. ๒๐๓๔ สร้างนานเกือบ ๓๓ ปี จึงเสร็จเรียบร้อย เมื่อ พ.ศ. ๒๐๖๗ ในสมัยพระเมืองตู้เจ้าเมือง พะเยา และได้พระราชทานนามว่า พระเจ้าตนหลวงทุ่งเอี้ยงเมืองพะเยา
  • 4. 1.3 พงศาวดาร เป็นหลักฐานประวัติศาสตร์ที่ บันทึกเกี่ยวกับเรื่องราวของผู้นำาทางการเมืองการ ปกครอง ทั้งนี้เพราะผู้นำาเป็นศูนย์กลาง ของ อำานาจ สำาหรับเรื่องราวของกษัตริย์ เรียกว่า พระราช พงศาวดาร พงศาวดารมักให้รายละเอียด ของเหตุการณ์ มากกว่าหลักฐานประวัติศาสตร์ประเภทอื่น เนื้อหา ของพงศาวดารมีประโยชน์ที่ทำาให้คนในชาติเกิด ความสำานึกทางประวัติศาสตร์ร่วมกันแต่ข้อด้อยของ  พงศาวดารก็คือ การบันทึกแบบนี้อาจมีจุดมุ่งหมายเพื่อ ยกย่องผู้นำา หรือใส่ร้ายผู้ที่เป็นศัตรู เรื่องราวในพงศาวดารจึงมี เรื่องเกี่ยวกับสามัญชนน้อย นอกจากนี้พงศาวดารยังมี การเพิ่มเติมเสริมแต่งในภายหลังและอาจมีความคลาด
  • 5. พงศาวดารฉบับหลัก
  • 6. การเดินทางถึงมาลี ข้าพเจ้าได้เดินทางมาถึง มาลีในช่วงที่มีเทศกาล 2 เทศกาล คือ เทศกาลอัน ศักดิ์สิทธิ์ และเทศกาลละ ศีลอด ในงานดังกล่าว สุลต่านได้ประทับบนพระ เก้าอี้เป็มปีที่จัดไว้สำาหรับ งานพิธี ภายหลังจากที่ได้ทำา พิธีละหมาดตอนบ่ายเสร็จ แล้ว ตัวอย่างตอน หนึ่งใน จดหมายเหตุ การณ์เดิน ทางของ ฮิบ บาตู
  • 7. 1.5 เอกสารราชการ เป็นหลักฐาน ประวัติศาสตร์ประเภทรายงานการประชุม บันทึกข้อความโต้ตอบภายในหน่วยงาน ประกาศทางราชการ และเอกสารการทูต เอกสารราชการเหล่านี้มีประโยชน์ในการ ศึกษาประวัติศาสตร์ เพราะสะท้อนเรื่องราว ทางการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ สังคม และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เอกสารการปกครองมีข้อบกพร่องบาง ประการ เพราะเป็นเอกสาร ที่กล่าวถึง เหตุการณ์จากมุมมองของรัฐบาล หรือบุคคล เพียงฝ่ายเดียวนอกจากนี้เอกสารราชการ ยัง เก็บกระจัดกระจายอยู่ตามกรมกองต่างๆ
  • 8. คำาประกาศอิสรภาพสหรัฐอเมริกา (United States Declaration of Independence) เป็นแถลงการณ์ซึ่งสภาภาคพื้นทวีป ลงมติ ยอมรับเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ. 1776 ถือเป็นเอกสาร สำาคัญทางประวัติศาสตร์ที่แสดงให้เห็นถึงการต่อสู้เพื่อ เอกราชในประวัติสาสตร์สหรัฐอเมริกา และความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศในยุคล่าอาณานิคมในทวีปอเมริกาซึ่งนำามา
  • 9. 1.6 กฎหมาย เป็นหลักฐานทาง ประวัติศาสตร์ ที่เป็นข้อบัญญัติที่ตราขึ้น เพื่อใช้บังคับ หรือลงโทษประชาชน หลักฐานประเภท นี้อาจนำามาใช้ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง ประชาชนกับรัฐ สะท้อนภาพทางการ ปกครอง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมในยุ คนั้นๆ ได้ แต่การที่จะนำากฎหมายมาใช้ เป็นหลักฐาน ทางประวัติศาสตร์นั้น จะต้องเป็นผู้ที่มี
  • 10. “ ”ประมวลกฎหมายจัสติเนียน หรือ คอร์ปัส จูริส ซิวิลิส (Corpus Juris Civilis) ซึ่งเป็นกฎหมายฉบับที่มีอิทธิพลอยู่เหนือ กฎหมายของประเทศต่างๆ ในยุโรประยะหลังๆ เป็นอย่างมาก เพราะเป็นกฎหมายที่มีความแน่นอนเป็นหลักเป็นฐาน เนื่องจาก ได้จัดทำาเป็นกฎหมายลายลักษณ์อักษรทำาให้สามารถยึดถือเป็น
  • 11. ใบอัสชิญาต์ (Assignat) หรือพันธบัตรเงินกู้ของรัฐบาล ฝรั่งเศสช่วงก่อนประกาศใช้ พระราชบัญญัติธรรมนูญ สงฆ์ในฝรั่งเศส นำามาใช้ประกอบการศึกษา ประวัติศาสตร์ฝรั่งเศสในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17
  • 12. 1.7 จดหมาย จดหมายส่วนตัว หรือจดหมายราชการ นำามาใช้เป็น หลักฐานทางประวัติศาสตร์ได้เพราะเป็น สิ่งที่บอกถึงความสัมพันธ์ของคนใน สังคม หรือบุคคลกับหน่วยราชการซึ่งผู้ ที่ศึกษาอาจได้ข้อมูลส่วนตัวที่ไม่ปรากฏ ในเอกสารอื่น แต่จดหมายที่ถูกตีพิมพ์ นั้น อาจมีการตัดทอนหรือเพิ่มเติม ข้อความที่อาจทำาให้ข้อเท็จจริงขาดหาย หรือคลาดเคลื่อนได้
  • 13. จดหมายของเอบิเกล อาดัม (Abigail Adams ) เขียนถึงสามีลงวันที่ 22 กันยายน ค.ศ. 1774 เกี่ยว กับความไม่ยุติธรรมของอังกฤษ และสิทธิที่จะต่อสู้ เพื่ออิสรภาพของตนเอง ใช้เป็นหลักฐาน
  • 14. 1.8 บันทึกส่วนบุคคล เป็นหลักฐานประเภทบันทึก ความทรงจำาของบุคคลเกี่ยวกับเรื่องราวส่วนตัว หรือ เหตุการณ์สำาคัญที่เกิดขึ้น ถือเป็นเอกสารร่วมสมัย แต่ บันทึกส่วนบุคคลนี้อาจมีอคติ เช่น ปกป้องตนเอง กล่าว ร้ายผู้อื่น ผู้ที่จะนำาหลักฐานประเภทนี้มาใช้ต้อง พิจารณาให้รอบคอบ บันทึกของแอนน์ แฟรงค์ (Anne Frank ค.ศ. 1929-1945)เด็กหญิงชาว เยอรมนีเชื้อสายยิวที่ต้อง หลบซ่อนพวกนาซีเยอรมัน ได้บันทึกเล่าถึงความทุกข์ ทรมานในช่วงเวลาที่ ตนเองและครอบครัวต้อง หลบหนีภัยสงครามนั้น บันทึกนี้ใช้ประกอบการ ศึกษาประวัติศาสตร์ชีวิต ของชาวยิวและเหตุการณ์ บันทึกของแอนน์ แฟรงค์ (Anne Frank ค.ศ. 1929-1945)เด็กหญิงชาว เยอรมนีเชื้อสายยิวที่ต้อง หลบซ่อนพวกนาซีเยอรมัน ได้บันทึกเล่าถึงความทุกข์ ทรมานในช่วงเวลาที่ ตนเองและครอบครัวต้อง หลบหนีภัยสงครามนั้น บันทึกนี้ใช้ประกอบการ ศึกษาประวัติศาสตร์ชีวิต ของชาวยิวและเหตุการณ์ สำาคัญในสงครามโลกครั้ง
  • 15. 1.9 วรรณกรรม เป็นเรื่องราวที่แต่งขึ้นใน ลักษณะคำาประพันธ์ แบบโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน หรือ นวนิยายอาจนำามาใช้เป็นหลักฐาน ทาง ประวัติศาสตร์ได้เพราะบางเรื่องได้สะท้อนให้เห็นถึง ชีวิตของคนในสมัยนั้น แต่วรรณกรรมอาจแต่งขึ้นมา จากจินตนาการของผู้ประพันธ์ ดังนั้นการนำามาใช้ก็ ควรระมัดระวัง และตรวจสอบกับหลักฐานประเภทอื่น ๆ ที่เชื่อถือได้
  • 16. 1.10 สื่อสิ่งพิมพ์ ได้แก่ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร วารสาร โปสเตอร์ และประกาศต่าง ๆ ที่ข้อความที่อาจ เป็นข่าวสาร บทความ การวิพากษ์ วิจารณ์ และการ โฆษณาสินค้า การดำารงชีวิตของผู้คน ความคิด รสนิยม ในยุคนั้น แต่อาจมีข้อคลาดเคลื่อนได้เนื่องจาก ผู้เสนอข่าวอาจไม่รู้ หรือจงใจ ผู้นำามาใช้ก็ควร พิจารณาและนำาหลักฐานประเภทอื่นประกอบด้วยเช่น กัน หนังสือ Uncle Tom’s Cabin เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ ที่เผยแพร่แนวความคิดเกี่ยวกับการเลิก ทาสของสหรัฐอเมริกา นำาไปสู่ความขัด แย้งระหว่างฝ่ายเหนือกับฝ่ายใต้และเกิด สงครามกลางเมือง ซึ่งสามารถนำาหนังสือ เล่มนี้มาศึกษาแนวความคิดการเลิกทาส และสงครามกลางเมืองของสหรัฐอเมริกา ในช่วงปี ค.ศ. 1861-1865 ได้
  • 17. 2. หลักฐานที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร หลักฐานนี้มีทั้งหลักฐานก่อนสมัย ประวัติศาสตร์ และสมัยประวัติศาสตร์ได้แก่ หลักฐานทางโบราณคดี หลักฐานจากการ บอกเล่าและสัมภาษณ์ หลักฐานด้าน ศิลปกรรม สถาปัตยกรรม นาฏกรรมและ ดนตรี หลักฐานทางมานุษยวิทยาและ สังคมวิทยา เช่น ขนบธรรมเนียมประเพณี คติ ความเชื่อ วิถีชีวิตของกลุ่มชนต่างๆ ฯลฯ ( กำาแพงเมือง เมืองโบราณ โครงกระดูก นับ ว่าเป็นหลักฐานที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร )
  • 18. 2.1 หลักฐานโบราณคดี หมายถึง หลักฐานจาก มนุษย์ในอดีตที่เหลือร่องรอยไว้ให้นักโบราณคดีได้ ใช้ในการศึกษา มีหลายอย่าง เช่น โบราณวัตถุ โบราณสถาน ซึ่งศึกษาได้จากรูปแบบทาง สถาปัตยกรรม ประติมากรรม ตลอดจนสภาพ แวดล้อมเช่นลักษณะการตั้งถิ่นฐาน หรือผังเมือง เป็นต้น โคลอสเซียม(Colosseum) สนามกีฬาที่สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิติตุส (Titus ค.ศ.78-81)แห่งกรุงโรม แสดงให้เห็นถึงสภาพสังคม วัฒนธรรมของกรุงโรมในช่วงเวลาดังกล่าว
  • 19. 2.2 หลักฐานทางศิลปกรรม ประกอบไปด้วย รูปแบบทางสถาปัตยกรรมของอาคาร บ้านเรือน ประติมากรรมต่าง ๆ เช่นเทวรูป พระพุทธรูป เครื่องมือเครื่องใช้ เครื่องประดับ ภาพวาด หลักฐานทางโบราณศิลปกรรมต่างจากหลัก ฐานโบราณคดี คือหลักฐานโบราณคดีถูกจำากัดให้ มีอายุตั้งแต่หนึ่งร้อยปีขึ้นไป แต่หลักฐานทาง ศิลปกรรมอาจมีอายุน้อยกว่า เครื่องแต่งกายชาวเมารี ที่ทอด้วย เส้นใยจากป่านมี ลวดลายสีสันงดงาม ซึ่ง ลวดลายนี้อยู่ในช่วงที่ ชาวยุโรปเริ่มเดินทาง เข้ามาตั้งถิ่นฐานใน นิวซีแลนด์ ใช้เป็นหลัก ฐานการศึกษาเกี่ยวกับ สังคมและวัฒนธรรมของ ชนเผ่าเมารีได้
  • 20. 2.3 หลักฐานทางนาฏศิลป์ เพลง และดนตรี หลักฐานทางประวัติศาสตร์ประเภทนี้ ได้แก่ การ แสดง การเต้นหรือร่ายรำา ที่อาจมีเสียงเพลง หรือ เครื่องดนตรีประกอบ จะทำาให้ความรู้ความเข้าใจใน แง่ของเอกลักษณ์ทางโครงสร้างของสังคมนั้น ๆ ความเชื่อ วัฒนธรรม แต่ละท้องถิ่นของแต่ละ ขนบธรรมเนียมประเพณีต่าง ๆความงามทางศิลปะ ด้านต่างๆ ความคิดของคนในแต่ละสังคม หลักฐานประเภทนี้ แม้จะไม่สามารถบอกราย ละเอียดของอดีตได้มากนัก แต่ก็เป็นการช่วยใน เรื่องการศึกษาอดีตได้ทางอ้อม เช่น เป็นการเติม ข้อมูลที่ขาดหายไปในหลักฐานประเภทอื่น เป็นการ ช่วยให้เกิดความกระจ่างในเอกลักษณ์ของยุคสมัย นั้น
  • 21. 2.4 หลักฐานประเภทโสตทัศน์ หลักฐาน ประเภทนี้ได้แก่ ภาพถ่าย ภาพสไลด์ แผนที่ โปสเตอร์ แถบบันทึกเสียง แผ่นเสียง ภาพยนตร์ ดวงตราไปรษณีย์ยากร มีลักษณะพิเศษกว่าหลักฐาน ที่ไม่ใช่ลายลักษณ์อักษรประเภทอื่นๆ หลายประการ กล่าวคือ *เป็นหลักฐานที่มักจะมีลายลักษณ์อักษรปะปนอยู่ ซึ่งจะช่วยในการพิจารณาอายุและเป้าหมาย *หลักฐานโสตทัศน์หลายอย่างมีความเคลื่อนไหว เช่น ภาพยนตร์ทำาให้ผู้รับสื่อเห็นความมีชีวิตชีวา เกิดความรู้สึกรับรู้ในความเป็นไปต่างๆ * เป็นหลักฐานที่จำาลองมาจากของจริงหรือไม่ก็ของที่ เกิดขึ้นสำาหรับสาธารณชนจริง ๆ เช่น ภาพถ่าย ภาพสไลด์ ซึ่งถ่ายมาจากความเป็นจริง แต่มุมมอง หรือจะเลือกถ่ายฉากไหน เวลาใดนั้นเป็นเรื่องของ
  • 22. ภาพยนตร์เรื่อง นักสู้ทะเลทราย (Lawreence of Arabia) เป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตชาวอังกฤษ ชื่อลอเรนซ์ เข้าไปทำางานในตะวันออกกลาง เขามีบทบาท ในการปลุกระดมพวกเบดูอิน ให้ลุกฮือขึ้นต่อต้านพวกเต อร์กที่ทำาการปกครอง ภาพยนต์เรื่องนี้อาจนำามาเป็นหลัก ฐานประกอบกับหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษรอื่น ๆ เพื่อ ศึกษาเหตุการณ์สงครามในตะวันออกกลาง และใช้ศึกษาชี วิตชาวเบดูอินที่เร่ร่อนในทะเลทราย
  • 23. 2.5 หลักฐานประเภทบอกเล่า การบอก เล่า คือ การถ่ายทอดมุขปาฐะ สืบต่อกันมา หรือเรียก ว่า หลักฐานประเภทบอกเล่า หลักฐานประเภทนี้มีอยู่ กลุ่มคนไม่รู้หนังสือซึ่งการบันทึกเรื่องราว มีอยู่เฉพาะ ชนชั้นสูงของสังคม ซึ่งเป็นชนส่วนน้อยและเป็นกลุ่ม เดียวที่อ่านออกเขียนได้ สำาหรับเรื่องราวในอดีตที่ถูก บันทึกขึ้นมาโดยคนกลุ่มน้อยอาจจะไม่ตรงกับคำาบอก เล่าของชาวบ้าน ในส่วนที่เป็นรายละเอียดปลีกย่อย ฉะนั้นเวลาศึกษาประวัติศาสตร์ของท้องถิ่นใด ควร พิจารณาหาลักฐานจากคำาบอกเล่าด้วยเพราะ คนส่วน ใหญ่ยังใช้วิธีการเล่าสืบต่อกันมาเกี่ยวกับอดีตของตน ของบรรพชน ของบุคคลสำาคัญในหมู่บ้าน ของเมือง ฉะนั้น จึงมีเรื่องราวในอดีตบางเรื่องที่คนในยุคปัจจุบัน รับรู้ได้โดยการบอกเล่า เช่น ประวัติของหมู่บ้าน อำาเภอ เมือง ประวัติของชาติบางตอน ในสมัยโบราณ
  • 24. คำาบอกเล่าของฟรานซิสโก ปิซาร์โร (Francisco Pizarro) นักเผชิญ โชคชาวสเปนที่ได้เข้าเฝ้าพระเจ้าชาร์ลที่ 1 แห่งสเปนเพื่อกราบทูล เกี่ยวกับเรื่องดินแดนในโลกใหม่ โดยเฉพาะความอุดมสมบูรณ์ของ ทองคำาและแร่เงิน เพื่อขอการสนับสนุนจากพระเจ้าชาร์ล ให้เขาได้ เดินทางไปยังดินแดนนั้นอีกครั้ง ซึ่งทำาให้เขาได้มีโอกาสยึดอาณาจักร อินคาไว้ได้ คำาบอกเล่าของปิซาร์โรถือเป็นหลักฐานที่เชื่อถือได้เพราะ