รายงานเรื่อ ง…การสื่อ สารผ่า นอิน เตอร์เ น็ต                   เสนอ        คุณ ครูจ ฑ ารัต น์ ใจบุญ                 ุ     ...
มาสร้า งเป็น ชิ้น งานเก็บ ไว้เ ป็น ประโยชน์ต ่อการเรีย นการสอนของตนเองและครูต ่อ ไป        ทั้ง นี้ เนื้อ หาได้ร วบรวมมาจา...
เรื่อ ง      หน้า การสื่อ สารผ่า นอิน เตอร์เ น็ต           1-19อ้า งอิง      20           การสื่อ สารผ่า นอิน เตอร์เ น็ต  ...
ประจำา วัน มากขึ้น และใช้ง านกัน อย่า งกว้า งขวางโดยเฉพาะอย่า งยิ่ง ความจำา เป็น ที่จ ะต้อ งติด ต่อสื่อ สาร อิน เตอร์เ น็ต...
และสิ่ง หนึ่ง ที่ม ีก ารพัฒ นาต่อ มา คือ ระบบการสื่อ สารด้ว ยเสีย งผ่า นเครือ ข่า ย IP ที่เ รีย กว่า เทคโนโลยีVoice over I...
IP ทำา ให้โ ดยอาศัย Voice trunks ที่ส นับ สนุนvoice packet ทำา ให้ส ามารถใช้ PC ติด ต่อ กับโทรศัพ ท์ร ะบบปกติไ ด้3. โทรศัพ...
หลัก การพื้น ฐานของเครือ ข่า ย IPเครือข่ายไอพี (Internet Protocol) มีพัฒนามาจากรากฐานระบบการสื่อสารแบบ Packet โดยระบบมีการ...
แล้ว Voice over IP (VoIP) คือ อะไรVoIP-Voice Over IP หรือที่เรียกกันว่า “VoIPGateway” หมายถึง การส่งเสียงบนเครือข่ายไอพี เ...
กัน โดยที่ยังคงความเป็นส่วนตัวไว้ได้สำาหรับการใช้งานเทคโนโลยี VoIP นั้น จริงๆ แล้วทุกๆองค์กรสามารถนำาเทคโนโลยีนี้มาประยุกต...
ความแตกต่างและเพิ่มทางเลือกในการให้บริการกับกลุ่มลูกค้าด้วยบทที่ 3 - เทคโนโลยีแ ละการทำา งานของ VoIPStandard of VoIP Techn...
Vendors นั้นสามารถที่จะทำางานร่วมกัน (Inter-Operate) ผ่านมาตรฐาน H.323 ได้SIP (Session Initiation Protocol) Standardมาตรฐา...
เทคโนโลยี VoIP กันนะครับ แต่ก่อนอื่นที่เราจะไปรู้จักกับกระบวนการต่างๆ ของเทคโนโลยี VoIP นั้น ผมขอนำาทุกท่านมารู้จักรูปแบบข...
ในขั้นตอนแรกจะเป็นการแปลงสัญญาณ Analog ให้ไปอยู่ในรูปแบบสัญญาณ Digital หรือที่เรียกว่า PCMRemoval of Echoขั้นตอนต่อไปจะเป็...
ในกระบวนการนี้จะเป็นการแปลง Frame ของสัญญาณให้มาอยู่ในรูปของ Packet ซึ่งจะมีการเพิ่ม Headerเข้าไปใน Packet โดยในส่วนของ He...
เพื่อให้เหลือแค่ Voice Frame หลังจากนั้นก็จะทำาการแปลงสัญญาณ Digital PCM ให้กลับมาเป็นสัญญาณรูปแบบ Analog ที่เป็นสัญญาณเสี...
echo cancellation จำาเป็นกรณีที่ความล่าช้า 1 รอบของVoIP มีค่ามากกว่า 50 ms2.1.3 Voice Activity/Idle Noise Detectorมีหน้าที...
สามารถตรวจจับ Packet ที่หายได้2.1.8 Voice Playout module ที่ปลายทาง ทำาหน้าที่บัฟเฟอร์ Packet ที่ได้รับ และส่งต่อให้กับเคร...
2.2 The Call Processing moduleทำาหน้าที่เป็น signaling gateway ยอมให้มีการสร้างcall ผ่านเครือข่าย Packet ซอฟต์แวร์นี้ supp...
IP (หรือเครือ Packet อื่นๆ) แปลงข่าวสารของสัญญาณจาก telephony protocol เป็น packet signalingprotocolVoIP ทำางานโดยอาศัย pr...
G.729 Coding สำาหรับเสียงพูดที่ 16 kb/s ใช้conjugate-structure algebraic code excitelinear prediction Video codesH.261 Cod...
แบบที่คล้ายกับโทรศัพท์ธรรมดาH.450.2 และ 450.3 ใช้ในการบริการที่เกี่ยวข้องกับการโอนสาย2.3.2 ลำาดับชั้นของ H.323 Terminal2.4...
วิธีการจัดแถวคอยของ Packet1) FIFO ( First in First Out) เป็นการส่งต่อ Packetตามลำาดับก่อน-หลัง ซึงเป็นวิธีที่ไม่ดีมากนัก  ...
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

การสื่อสารผ่านอินเตอร์เน็ต

1,815

Published on

งาน

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
1,815
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
11
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Transcript of "การสื่อสารผ่านอินเตอร์เน็ต"

  1. 1. รายงานเรื่อ ง…การสื่อ สารผ่า นอิน เตอร์เ น็ต เสนอ คุณ ครูจ ฑ ารัต น์ ใจบุญ ุ จัด ทำา โดย นางสาวสุด ารัต น์ เมือ งสุข ม.6/2 เลขที่ 28รายงานชิ้น นี้เ ป็น ส่ว นหนึ่ง ของวิช า การงานอาชีพ และเทคโนโลยี โรงเรีย นรัษ ฎานุป ระดิษ ฐ์อ นุส รณ์ คำา นำารายงานฉบับ นี้จ ด ทำา ขึ้น เพื่อ ประกอบการเรีย น ัวิช า... โดยมีจ ุด ประสงค์เ พื่อ ให้ผ ู้จ ด ทำา ได้ฝ ึก ัการศึก ษาค้น คว้า และนำา สิง ที่ไ ด้ศ ึก ษาค้น คว้า ่
  2. 2. มาสร้า งเป็น ชิ้น งานเก็บ ไว้เ ป็น ประโยชน์ต ่อการเรีย นการสอนของตนเองและครูต ่อ ไป ทั้ง นี้ เนื้อ หาได้ร วบรวมมาจากอิน เตอร์เ น็ต ขอขอบพระคุณ อาจารย์จ ุฑ ารัต น์ใจบุญ อย่า งสูง ที่ก รุณ าตรวจ ให้ค ำา แนะนำาเพื่อ แก้ไ ข ให้ข อ เสนอแนะตลอดการทำา งาน ผู้ ้จัด ทำา หวัง ว่า รายงานฉบับ นีค งมีป ระโยชน์ต อ ผู้ ้ ่ที่น ำา ไปใช้ใ ห้เ กิด ผลสัม ฤทธิ์ต ามความคาดหวัง ผู้จ ด ทำา ั สารบัญ
  3. 3. เรื่อ ง หน้า การสื่อ สารผ่า นอิน เตอร์เ น็ต 1-19อ้า งอิง 20 การสื่อ สารผ่า นอิน เตอร์เ น็ต ในปัจ จุป ัน การใช้อ ิน เทอร์เ น็ต มีบ ทบาทกับ ชีว ิต
  4. 4. ประจำา วัน มากขึ้น และใช้ง านกัน อย่า งกว้า งขวางโดยเฉพาะอย่า งยิ่ง ความจำา เป็น ที่จ ะต้อ งติด ต่อสื่อ สาร อิน เตอร์เ น็ต จึง ได้ร ับ การพัฒ นาโครงสร้า งพื้น ฐานเพื่อ รองรับ การสื่อ สารรูป แบบต่า งๆ เช่นการใช้จ ดหมายอิน เล็ก ทรอนิก ส์ การติด ต่อ ด้ว ยเสีย ง ระบบ VDO Conference การใช้โ ทรศัพ ท์บ นเครือ ข่า ย ซึ่ง ก็ม ีว ิว ัฒ นาการตามลำา ดับ เบื้อ งต้น ดัง นี้E-mailหรือ จดหมายอิเ ล็ก ทรอนิค ส์เ ป็น บริก ารอย่า งหนึ่ง ที่นิย มใช้ก ัน อย่า งแพร่ห ลายมาก จนทำา ให้บ างคนคิดว่า E-mail คือ อิน เตอร์เ น็ต และอิน เตอร์เ น็ต คือ E-mail วิธ ีใ ช้ง านอีเ มลล์ก ็ง ่า ยและมีป ระโยชน์ม ากการทำา งานของ E-mail มีล ัก ษณะคล้า ยกับ ระบบไปรษณีย ์ป กติ (หมายถึง ระบบที่ใ ช้ก ระดาษในการเขีย นจดหมาย ) กล่า วคือ ในระบบไปรษณีย ์ป กติม ีหน่ว ยงานที่ท ำา หน้า ที่ใ นการรับ ส่ง จดหมายคือ เป็นบรุษ ไปรษณีย ์ (ในกรณีข องประเทศไทยคือ การสื่อ สารแห่ง ประเทศไทย ) ถ้า เป็น ในอิน เตอร์เ น็ต สิ่งที่ท ำา หน้า ที่ค อยรับ ส่ง จดหมายคือ บรรดาคอมพิว เตอร์ท ั้ง หลายที่ท ำา หน้า ที่เ ป็น E-mailServer (คอมพิว เตอร์ท ี่ท ำา หน้า ที่ใ ห้บ ริก ารด้า นจดหมายอิเ ล็ก ทรอนิค ส์)Chatคือ การส่ง ข้อ ความสั้น ๆ ระหว่า งบุค คลที่อ ยู่ห น้าเครื่อ งคอมพิว เตอร์ใ นเวลาเดีย วกัน และสามารถเขีย นโต้ต อบกัน ไปมาคล้า ยกับ การคุย กัน ซึง ก็ไ ด้ม ี ่การพัฒ นโปรแกรมสำา หรับ หาร Chat ออกมามากมายที่เ ป็น ที่น ิย มและใช้ก ัน อย่า งแพร่ห ลายก็ค ือMSN Messenger
  5. 5. และสิ่ง หนึ่ง ที่ม ีก ารพัฒ นาต่อ มา คือ ระบบการสื่อ สารด้ว ยเสีย งผ่า นเครือ ข่า ย IP ที่เ รีย กว่า เทคโนโลยีVoice over IP หรือ ที่ร ู้จ ัก กัน โดยทั่ว ไปว่า “VoIP”จนสามารถใช้ง านได้ด ีข ึ้น เพื่อ ให้ไ ด้ร ับ ประโยชน์และมีค วามสะดวกมากที่ส ุด VoIP ถูก เริ่ม ต้น ใช้ง านกัน อย่า งกว้า งขวาง เพื่อ ให้เ ครื่อ งคอมพิว เตอร์ส ่ว นบุค คลสามารถสนทนา ระหว่า งกัน ได้ รวมถึง การสนทนากับ โทรศัพ ท์พ ื้น ฐานอีก ด้ว ยโดยไม่เ สีย ค่าบริก ารแต่อ ย่า งได และคุณ ภาพของบริก ารก็ถ ูกพัฒ นาขึ้น มาเรื่อ ยๆจนเทีย บเท่า ระบบ โทรศัพ ท์พ ื้นฐานซึ่ง VoIP สามารถแบ่ง ได้เ ป็น 3 ลัก ษณะคือ1. คอมพิว เตอร์ส ่ว นบุค คล ไปยัง คอมพิว เตอร์ส ่ว นบุค คล ( PC to PC )PC มีก ารติด ตั้ง sound card และไมโครโฟน ที่เชื่อ มต่อ อยู่ก ับ เครือ ข่า ย IP การประยุก ต์ใ ช้ PCและ IP-enabled telephones สามารถสื่อ สารกันได้แ บบจุด ต่อ จุด หรือ แบบจุด ต่อ หลายจุด โดยอาศัย software ทางด้า น IP telephony2. คอมพิว เตอร์ส ่ว นบุค คล ไปยัง โทรศัพ ท์พ ื้น ฐาน (PC to Phone )เป็น การเชื่อ มเครือ ข่า ยโทรศัพ ท์เ ข้า กับ เครือ ข่า ย
  6. 6. IP ทำา ให้โ ดยอาศัย Voice trunks ที่ส นับ สนุนvoice packet ทำา ให้ส ามารถใช้ PC ติด ต่อ กับโทรศัพ ท์ร ะบบปกติไ ด้3. โทรศัพ ท์ก ับ โทรศัพ ท์ ( Telephony )เป็น การใช้โ ทรศัพ ท์ธ รรมดา ติด ต่อ กับ โทรศัพ ท์ธรรมดา แต่ใ นกรณีน ี้จ ริง ๆแล้ว ประกอบด้ว ยขั้นตอนการส่ง เสีย งบนเครือ ข่า ย Packet ประเภทต่า งๆซึ่ง ทั้ง หมดติด ต่อ กัน ระหว่า งชุม สายโทรศัพ ท์(PSTN) การติด ต่อ กับ PSTN หรือ การใช้โ ทรศัพ ท์ร่ว มกับ เครือ ข่า ยข้อ มูล จำา เป็น ต้อ งใช้ gatewayบทที่ 2 - Voice over IP (VoIP) คือ อะไรก่อนที่เราจะรู้ว่า VoIP คือออะไร สิ่งที่เราควรจะต้องรู้ก่อนก็คือ เครือข่าย IP มีหลักการพื้นฐานอย่างไร แล้วจึงพัฒนาไปเป็น VoIP ได้อย่างไร
  7. 7. หลัก การพื้น ฐานของเครือ ข่า ย IPเครือข่ายไอพี (Internet Protocol) มีพัฒนามาจากรากฐานระบบการสื่อสารแบบ Packet โดยระบบมีการกำาหนด Address ที่เรียกว่า IP Address จาก IPAddress หนึ่ง ถ้าต้องการส่งข่าวสารไปยังอีก IPAddress หนึ่ง ใช้หลักการบรรจุข้อมูลใส่ใน Packetแล้วส่งไปในเครือข่าย ระบบการจัดส่ง Packet กระทำาด้วยอุปกรณ์สื่อสารจำาพวก Router โดยมีหลักพื้นฐานการส่งเป็นแบบ DATAGRAM หรือ Packet ซึงมีความหมาย่ว่า "เป็นที่เก็บข้อมูลที่เป็นอิสระ ซึงมีสารสนเทศเพียงพอใน ่การเดินทางจากแหล่งข้อมูลไปยังคอมพิวเตอร์ปลายทางโดยปราศจากความเชื่อมั่นของการเปลี่ยนครั้งก่อนระหว่างแหล่งข้อมูลกับคอมพิวเตอร์ปลายทาง และเครือข่ายการส่งข้อมูล"ซึ่งจะเห็นว่าการส่งแบบ Packet เข้าไปในเครือข่ายนั้น จะไม่มีการประกันว่า Packet นั้นจะถึงปลายทางเมื่อไร ดังนั้นรูปแบบของเครือข่ายไอพีจึงไม่เหมาะสมกับการสื่อสารแบบต่อเนื่องเช่น การส่งสัญญาณเสียง หรือวิดีโอ เมื่อเครือข่าย IP กว้างขวางและเชื่อมโยงกันมากขึ้น ความต้องการส่งสัญญาณข้อมูลเสียงที่ได้คุณภาพจึงเกิดขึ้น ก็เลยมีการพัฒนาเป็น VoIP
  8. 8. แล้ว Voice over IP (VoIP) คือ อะไรVoIP-Voice Over IP หรือที่เรียกกันว่า “VoIPGateway” หมายถึง การส่งเสียงบนเครือข่ายไอพี เป็นระบบที่แปลงสัญญาณเสียงในรูปของสัญญาณไฟฟ้ามาเปลี่ยนเป็นสัญญาณดิจิตอล คือ นำาข้อมูลเสียงมาบีบอัดและบรรจุลงเป็นแพ็กเก็ต ไอพี (IP) แล้วส่งไปโดยมีเราเตอร์ (Router) ที่เป็นตัวรับสัญญาณแพ็กเก็ต และแก้ปัญหาบางอย่างให้ เช่น การบีบอัดสัญญาณเสียง ให้มีขนาดเล็กลง การแก้ปัญหาเมื่อมีบางแพ็กเก็ตสูญหาย หรือได้มาล่าช้า (delay)การสื่อสารผ่านทางเครือข่ายไอพีต้องมีเราเตอร์ (Router)ที่ทำาหน้าที่พิเศษเพื่อประกันคุณภาพช่องสัญญาณไอพีนี้เพื่อให้ขอมูลไปถึง ปลายทางหรือกลับมาได้อย่างถูกต้อง ้และอาจมีการให้สิทธิพิเศษก่อนแพ็กเก็ตไอพีอื่น (Qualityof Service : QoS) เพื่อการให้บริการที่ทำาให้เสียงมีคุณภาพนอกจากนั้น Voice over IP (VoIP) ยังเป็นการส่งข้อมูลเสียงแบบ 2 ทางบนระบบเครือข่ายแบบ packet-switched IP network. ซึ่งข้อมูลนี้จะถูกส่งผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตสาธารณะ เพื่อสื่อสารระหว่าง VoIP ด้วย
  9. 9. กัน โดยที่ยังคงความเป็นส่วนตัวไว้ได้สำาหรับการใช้งานเทคโนโลยี VoIP นั้น จริงๆ แล้วทุกๆองค์กรสามารถนำาเทคโนโลยีนี้มาประยุกต์ใช้งานได้ แต่สำาหรับกลุ่มเป้าหมายที่ตรงและน่าจะได้รับประโยชน์จากการนำาเทคโนโลยี VoIP มาประยุกต์ใช้งานมากที่สุดได้แก่... กลุ่มธุรกิจขนาดย่อม หรือ SME(Small/Medium Enterprise) รวมถึงกลุ่ม ISP(Internet Service Provider) ต่างๆ สำาหรับกลุ่มธุรกิจSME อาจจะต้องเป็นกลุ่มที่มีระบบเครือข่ายข้อมูลของตนเองอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเครือข่าย Leased Line,Frame Relay, ISDN หรือแม้กระทั่งเครือข่าย E1/T1ก็ตาม รวมถึงมีระบบตู้สาขาโทรศัพท์ในการใช้งานด้วยการนำาเทคโนโลยี VoIP มาใช้งานนั้นจะทำาให้องค์กรลดค่าใช้จ่ายในการใช้งานการสื่อสารสัญญาณเสียงไปได้อย่างมาก และเนื่องด้วยในปัจจุบันการขยายตัวของระบบเครือข่ายสัญญาณข้อมูล หรือ Data Network มีอัตราการเติบโตที่รวดเร็วกว่าการขยายตัวของเครือข่ายสัญญาณเสียงค่อนข้างมาก จึงทำาให้มีการนำาเทคโนโลยีที่สามารถนำาสัญญาณเสียงเหล่านั้นมารวมอยู่บนระบบเครือข่ายของสัญญาณข้อมูลและมีการรับ-ส่งสัญญาณทั้งคู่ได้ในเวลาเดียวกัน เพื่อเป็นการสะดวกและประหยัดค่าใช้จ่ายไม่ว่าจะเป็นค่าโทรศัพท์ทางไกลต่างจังหวัด หรือรวมถึงค่าโทรศัพท์ทางไกลต่างประเทศด้วยถ้าหากองค์กรนั้นมีสาขาอยู่ในต่างประเทศด้วยสำาหรับกลุ่มธุรกิจ ISP นั้นสามารถที่จะนำาเทคโนโลยี VoIPนี้มาประยุกต์ใช้งานเพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสในธุรกิจของตนเองมากยิ่งขึ้น โดยทาง ISP ต่างๆ นั้นสามารถให้บริการVoIP เพื่อเป็นบริการเสริมเพิ่มเติมขึ้นมาจากการให้บริการระบบเครือข่าย Internet แบบปกติธรรมดา หรือที่เราเรียกว่า Value Added Services ซึงถือว่าเป็นการสร้าง ่
  10. 10. ความแตกต่างและเพิ่มทางเลือกในการให้บริการกับกลุ่มลูกค้าด้วยบทที่ 3 - เทคโนโลยีแ ละการทำา งานของ VoIPStandard of VoIP Technologyสำาหรับมาตรฐานที่มีการใช้งานอยู่บนเทคโนโลยี VoIPนั้น โดยทั่วไปจะมีอยู่ 2 มาตรฐานด้วยกัน ได้แก่...มาตรฐาน H.323 และมาตรฐาน SIP มาตรฐานเหล่านี้เราสามารถเรียกได้อีกอย่างหนึ่งว่า “Call ControlTechnologies” ซึ่งถือว่าเป็นส่วนประกอบสำาคัญสำาหรับการนำาเทคโนโลยี VoIP มาใช้งานH.323 Standardสำาหรับมาตรฐาน H.323 นั้น จริงๆ แล้วไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ใช้งานกับระบบเครือข่ายที่ใช้ Internet Protocol(IP) นอกจากนั้นมาตรฐาน H.323 ยังมีการทำางานที่ค่อนข้างช้า โดยปกติแล้วเราจะเสนอการใช้งานมาตรฐานH.323 ให้กับลูกค้าก็ต่อเมื่อในระบบเดิมของลูกค้ามีการใช้งานมาตรฐาน H.323 อยู่แล้วเท่านั้น มาตรฐาน H.323 เป็นมาตรฐานภายใต้ ITU-T(International Telecommunications Union)Standard ในตอนแรกนั้น มาตรฐาน H.323 ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเป็นมาตรฐานสำาหรับการทำา MultimediaConferencing บนระบบเครือข่าย LAN เป็นหลัก แต่มาในตอนหลังจึงถูกพัฒนาให้ครอบคลุมถึงการทำางานกับเทคโนโลยี VoIP ด้วย มาตรฐาน H.323 สามารถรองรับการทำางานได้ทั้งแบบPoint-to-Point Communications และแบบ Multi-Point Conferences อุปกรณ์ต่างๆ จากหลากหลายยี่ห้อ หรือหลายๆ
  11. 11. Vendors นั้นสามารถที่จะทำางานร่วมกัน (Inter-Operate) ผ่านมาตรฐาน H.323 ได้SIP (Session Initiation Protocol) Standardมาตรฐาน SIP นั้นถือเป็นมาตรฐานใหม่ในการใช้งานเทคโนโลยี VoIP โดยที่มาตรฐาน SIP นั้น ได้ถูกออกแบบมาให้ใช้งานกับระบบ IP โดยเฉพาะ ซึงโดยปกติแล้วเราจะ ่แนะนำาให้ลูกค้าใหม่ที่จะมีการใช้งาน VoIP ให้มีการใช้งานอยู่บนมาตรฐาน SIP...มาตรฐาน SIP นั้นเป็นมาตรฐานภายใต้ IETF Standardซึ่งถูกออกแบบมาสำาหรับการเชื่อมต่อ VoIP มาตรฐาน SIP นั้นจะเป็นมาตรฐาน ApplicationLayer Control Protocol สำาหรับการเริ่มต้น(Creating), การปรับเปลี่ยน (Modifying) และการสิ้นสุด (Terminating) ของ Session หรือการติดต่อสื่อสารหนึ่งครั้ง มาตรฐาน SIP จะมีสถาปัตยกรรมการทำางานคล้ายคลึงการทำางานแบบ Client-Server Protocolเป็นมาตรฐานที่มี Reliability ที่ค่อนข้างสูงHow VoIP Works…ในส่วนนี้เราจะมาทำาความรู้จักเกี่ยวกับการทำางานของ
  12. 12. เทคโนโลยี VoIP กันนะครับ แต่ก่อนอื่นที่เราจะไปรู้จักกับกระบวนการต่างๆ ของเทคโนโลยี VoIP นั้น ผมขอนำาทุกท่านมารู้จักรูปแบบของโปรโตคอล IP กันอย่างคร่าวๆก่อนนะครับInternet Protocol (IP)Internet Protocol หรือ IP จะเป็นโปรโตคอลที่ใช้ในการสื่อสารข้อมูลในระบบ Internet ซึ่งในส่วนของการทำางานคร่าวๆ ของโปรโตคอล IP นี้สามารถสรุปอย่างย่อได้ดังต่อไปนี้...• ข้อมูลจะถูกแบ่งย่อยออกเป็นส่วนๆ• แต่ละส่วนของข้อมูลจะถูกส่งออกไปในเส้นทางที่อาจจะแตกต่างกันบนระบบ Internet• ข้อมูลย่อยแต่ละส่วนนั้นจะไปถึงยังปลายทางในเวลาและลำาดับที่ไม่พร้อมเพรียงกัน• หลังจากนั้นจะมีโปรโตคอลอีกหนึ่งตัวเข้ามาเกี่ยวข้องคือ Transmission Control Protocol (TCP) ซึ่ง TCPนี้จะเข้ามาช่วยเกี่ยวกับการเรียงลำาดับข้อมูลที่มาถึงยังปลายทางนี้ให้อยู่ในลำาดับและรูปแบบที่ถูกต้องเหมือนข้อมูลต้นแบบก่อนที่จะถูกส่งออกมา• โปรโตคอล IP นี้จะเป็นโปรโตคอลในการสื่อสารแบบที่เรียกว่า Connectionless Protocol ซึงเป็นการสื่อสารที่ ่จุดต้นทางและปลายของการสื่อสารไม่จำาเป็นที่จะต้องสร้างการเชื่อมต่อ (Connection) ขึนมา ณ เวลาที่ต้องการ ้ทำาการสื่อสารหลังจากได้ทราบคร่าวๆ เกี่ยวกับโปรโตคอล IP กันไปแล้วเราก็จะมาคุยกันถึงกระบวนการทำางานของเทคโนโลยีVoIP กัน ซึงมีขั้นตอนอยู่พอสมควรดังต่อไปนี้... ่Conversion to PCM (Pulse Code Modulation)
  13. 13. ในขั้นตอนแรกจะเป็นการแปลงสัญญาณ Analog ให้ไปอยู่ในรูปแบบสัญญาณ Digital หรือที่เรียกว่า PCMRemoval of Echoขั้นตอนต่อไปจะเป็นการมีการแยกสัญญาณออกเป็นส่วนๆเพื่อทำาการตัดสัญญาณ Echo ออก ซึ่งกระบวนการนี้จะถูกจัดการโดย DSP (Digital Signal Processors)Framingในส่วนของสัญญาณที่เหลือนั้น ก็จะถูกแบ่งและจัดรูปแบบขึ้นมาใหม่ในรูปของ Frame ซึ่งกระบวนการนี้จะถูกจัดการโดยรูปแบบการบีบอัดที่เรียกว่า CODEC หลังจากกระบวนการนี้แล้ว Frame ของสัญญาณเสียงจะถูกสร้างขึ้นPacketisation
  14. 14. ในกระบวนการนี้จะเป็นการแปลง Frame ของสัญญาณให้มาอยู่ในรูปของ Packet ซึ่งจะมีการเพิ่ม Headerเข้าไปใน Packet โดยในส่วนของ Header นั้น ก็จะประกอบไปด้วยข้อมูลที่เรียกว่า Sequence Numberและ Time Stamp หลังจากนั้น Packet นี้จะถูกส่งต่อไปที่ Host ProcessorAddress and Deliveryหลังจากที่ได้แปลงสัญญาณให้อยูในรูปของ Packet แล้ว ่ข้อมูลนั้นจะถูกนำามาวิเคราะห์และใส่ค่า IP AddressปลายทางConversion to Analogหลังจากที่ได้ทำาการใส่ค่าของ IP Address ปลายทางไปใน Header ของ Packet แล้วนั้น เมื่อ Packet เหล่านั้นไปถึงด้านปลายทาง ข้อมูล Header เหล่านี้จะถูกแยกออก
  15. 15. เพื่อให้เหลือแค่ Voice Frame หลังจากนั้นก็จะทำาการแปลงสัญญาณ Digital PCM ให้กลับมาเป็นสัญญาณรูปแบบ Analog ที่เป็นสัญญาณเสียงที่เราได้ยินกันอีกครั้งหนึ่งError Correctionกระบวนการนี้จะเป็นกระบวนการที่ใช้ในการตรวจสอบและแก้ไขข้อผิดพลาดซึ่งอาจจะเกิดขึ้นระหว่างการส่งสัญญาณและนำามาซึ่งความผิดเพี้ยนหรือความเสียหายของสัญญาณจนทำาให้เราไม่สามารถทำาการสื่อสารอย่างถูกต้องได้ระบบของ VoIP สามารถแบ่ง ได้เ ป็น 4 ส่ว นคือ2.1 Voice Processing moduleทำาการสุ่มตัวอย่างสัญญาณเสียงเพื่อส่งผ่านเครือข่าย IPซอฟต์แวร์นี้โดยทั่วไปทำางานบน DSP (Digital SignalProcessing) Voice Processing module จะต้องประกอบด้วยโปรแกรมซึ่งทำาหน้าที่ดังต่อไปนี้2.1.1 PCM Interfaceรับตัวอย่าง (สัญญาณสุ่ม) จาก telephony (PCM)interface และส่งต่อให้กับ VoIP Software moduleปฏิบัติการต่อ PCM Interface จะทำาการสุ่มตัวอย่างเฟสอีกครั้งจากตัวอย่างที่เป็นผลลัพธ์ของ analog interfaceซึ่งจะมีการทำาการบีบอัดเพื่อป้องกันสัญญาณรบกวน และทำาการแปลงสัญญาณ Analog เพื่อไปเป็น Digital2.1.2 Echo Cancellation Unitเป็นหน่วยกำาจัดการสะท้อนของสัญญาณข้อมูลเสียงที่ถูกสุ่มตัวอย่าง และรูปแบบของการสื่อสารเป็นแบบ fullduplex ตามมาตรฐานของ ITU G.165 หรือ G.168
  16. 16. echo cancellation จำาเป็นกรณีที่ความล่าช้า 1 รอบของVoIP มีค่ามากกว่า 50 ms2.1.3 Voice Activity/Idle Noise Detectorมีหน้าที่ระงับการส่ง Packet เมื่อไม่มีสัญญาณเสียง ทำาให้ประหยัดแถบความถี่ ถ้าตรวจจับได้ว่าไม่มีกิจกรรมเกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง ผลลัพธ์ของ voice encoder จะถูกระงับไม่ให้ส่งผ่านเครือข่าย ระดับของเสียงว่างเปล่า (idlenoise) จะถูกวัดและแจ้งให้ปลายทางทราบเพื่อที่จะแทรก"comfortable noise" เข้าไปในสายเพื่อไม่ให้คนฟังได้รับสายเงียบในโทรศัพท์2.1.4 Tone Detectorทำาหน้าที่ตรวจจับการได้รับ DTMF tones (Dial ToneMulti-Frequency; กลุ่มของ tones ที่ตรงตามมาตรฐานและถูกเขียนทับ ใช้ในสัญญาณโทรศัพท์ซงกำาเนิดโดย ึ่touch tone pad) และแยกสัญญาณว่าเป็นเสียง หรือแฟกซ์2.1.5 Tone Generatorมีหน้าที่กำาเนิด DTMF tones และ call progresstones ภายใต้คำาสั่งของระบบปฏิบัติการ(OS)2.1.6 Facsimile Processing moduleมีหน้าที่ถ่ายถอดแฟกซ์โดย Stimulate สัญญาณ PCMและแยกข่าวสารออกมา และบรรจุข้อมูลที่สแกนแล้วลงในPacket2.1.7 Packet Voice Protocol moduleมีหน้าที่รวบรวมสัญญาณเสียงที่ถูกบีบอัด และข้อมูลแฟกซ์เพื่อส่งผ่านเครือข่ายข้อมูล แต่ละ Packet มีลำาดับเลขที่ทำาให้ Packet ที่ได้รับถูกส่งเรียงกามลำาดับถูกต้อง และ
  17. 17. สามารถตรวจจับ Packet ที่หายได้2.1.8 Voice Playout module ที่ปลายทาง ทำาหน้าที่บัฟเฟอร์ Packet ที่ได้รับ และส่งต่อให้กับเครื่องเข้ารหัสเสียง เพื่อเล่นเสียงออกมา รูปที่ 1 Block diagram ของ Voice Processing Module รูปที่ 2 โครงสร้างภายในตัวประมวลผลสัญญาณดิจิตอล ( DSP )
  18. 18. 2.2 The Call Processing moduleทำาหน้าที่เป็น signaling gateway ยอมให้มีการสร้างcall ผ่านเครือข่าย Packet ซอฟต์แวร์นี้ support E&M(Ear & Mouth Signaling; สายส่งสัญญาณระหว่างPBX และ CO ใช้ในการจองสาย, ส่งต่อดิจิต และ เลิกสาย) และ loop, Call Processing module จะตรวจจับสัญญาณเรียกใหม่ที่เกิดขึ้น และเก็บข้อมูลเกี่ยวกับที่อยู่ทำางานอ้างอิงตาม protocol H.323 มีฟังก์ชันที่ต้องปฏิบัติดังนี้2.2.1 ตรวจสอบ interface ที่ต่อกับเครือข่ายโทรศัพท์เพื่อรับคำาสั่ง และผลตอบที่จะเข้ามา2.2.2 แยกข่าวสารออกมา และสิ้นสุดขั้นตอนการเข้าสัญญาณ (terminate signaling protocols เช่นE&M)2.2.3 จัดการกับข่าวสารให้อยู่ในรูปแบบที่สามารถเปิดการประชุม (session) ผ่านเครือข่าย Packet แปลงเบอร์โทรศัพท์เป็น IP address ขั้นตอนการหมุนเรียก(dialing) มี 2 วิธีคือ(1) single stage หมุนเรียกเบอร์ของปลายทาง และ ใช้วิธีเลือกเส้นทางแบบอัตโนมัติ(2) two stage หมุนเรียกเบอร์ของ VoIP gateway แล้วหมุนเรียกปลายทางจริง2.3 Packet Processing moduleเป็นขั้นตอนการบรรจุสัญญาณข้อมูลเสียงลงใน Packetเพิ่ม transport headers ก่อนส่ง Packet ผ่านเครือข่าย
  19. 19. IP (หรือเครือ Packet อื่นๆ) แปลงข่าวสารของสัญญาณจาก telephony protocol เป็น packet signalingprotocolVoIP ทำางานโดยอาศัย protocol ทีชื่อว่า H.323 ซึ่งเป็น ่ชุดของมาตรฐานที่เกี่ยวกับหลายเรื่องรวมกัน โดยคลอบคลุมทั้งการสื่อสารแบบ จุดต่อจุด และหลายจุดพร้อมๆกัน(1) Terminal คือ client หรือจุดทีข้อมูล H.323 ถูก ่สร้างหรือขึ้น หรือสิ้นสุดการเดินทาง ซึ่งอาจจะเป็น PCหรือว่า เครื่องโทรศัพท์ที่สนับสนุน เครือข่าย IP ซึ่งอาจจะสนับสนุนสัญญาณวีดีโอด้วยก็ได้ Gateway คือ ใช้สำาหรับเชื่อมต่อเครือข่ายที่ต่างชนิดกัน เพื่อทำาการแปลงชนิดของข้อมูลให้เข้ากันได้กับเครือข่ายที่จะเชื่อมต่อ(2) Gatekeeper เป็นตัวช่วยบริการต่างๆในแต่ละฝั่งของเครือข่าย ซึงมีหน้าที่ในการ แปลง address ระหว่าง ่หมายเลขโทรศัพท์ กับหมายเลข IP , จำากัดการใช้งานของแต่ละ terminal , บริหาร bandwidth และจัดการเกี่ยวกับการหาเส้นทางให้กับ PacketMultipoint Control Unit (MCU) ใช้ในการติดต่อแบบหนึ่งจุดกับหลายจุด โดยจะทำาการสร้างวงจรเสมือน ขึนมา ้ให้กับ terminal แต่ละตัวที่ทำาการสนทนากันอยู่2.3.1 Procedures ของ H.323 Audio CodecsG.711 PCM สำาหรับย่านความถี่เสียงพูดG.722 7kHz audio coding ที่ 64kb/sG.723.1 dual rate speech coders สำาหรับส่งข้อมูลmultimedia ที่ 5.3 และ 6.3 kb/sG.728 Coding สำาหรับเสียงพูดที่ 16 kb/s ใช้ Linearprediction
  20. 20. G.729 Coding สำาหรับเสียงพูดที่ 16 kb/s ใช้conjugate-structure algebraic code excitelinear prediction Video codesH.261 Coding สำาหรับ ภาพและเสียง ที่ p*64 kb/sH.263 Coding สำาหรับ ภาพและเสียง ที่ bit rate ตำ่า Data conferencingH.120 Data protocol สำาหรับ multimediaconferencing ControlH.245 กำาหนด message ที่ใช้เปิด channel ของmedia stream รวมไปถึงคำาสั่ง(command), คำาขอร้อง(request), และสัญญาณบอกสถานะ(indication)อื่นๆH.225.0 กำาหนด message ที่ใช้ควบคุมการเรียก หรือขอติดต่อไปยังอีกฝ่ายหนึ่ง (call control) รวมทั้งสัญญาณที่ใช้ (signaling), การตอบรับ (registrationและ admission) รวมทั้งการแบ่ง Packet และควบคุมจังหวะการทำางานให้ตรงกัน ของข้อมูลที่ส่ง(packetization/synchronization of mediastream) Real time transportRTP/RTCP คือ IETF RFC1889 ใช้สำาหรับส่งข้อมูลเวลาจริง SecurityH.235 กำาหนดแนวทางของระบบรักษาความปลอดภัยการ Encryptions ตลอดจนตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลในระบบ H.323 ทั้งหมด Supplementary ServicesH.450.1 กำาหนดแนวทางสำาหรับบริการเสริมกระบวนการและสัญญาณที่ใช้สำาหรับ ให้บริการ ในรูป
  21. 21. แบบที่คล้ายกับโทรศัพท์ธรรมดาH.450.2 และ 450.3 ใช้ในการบริการที่เกี่ยวข้องกับการโอนสาย2.3.2 ลำาดับชั้นของ H.323 Terminal2.4 Network managementจะควบคุมการจัดส่งข้อมูลไปให้ถึงปลายทาง สำาหรับการสนทนาด้วยเสียงนั้นจำาเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องส่งข้อมูลแบบเวลาจริง แต่สำาหรับ TCP/IP นั้น ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ทำาเช่นนั้นได้ เราทำาได้เพียงกำาหนดนโยบายเพื่อให้Packet ของ H.323 ผ่าน router แต่ละตัวไปให้เร็วที่สุดซึ่งสามารถทำาได้ดังนี้2.4.1 TOS ซึงอยู่ใน header ของ IP Protocol จะถูก ่กำาหนดให้เป็น high เพื่อระบุให้ Packet นั้นเป็น Packetที่มีความสำาคัญสูง ยิงให้ความสำาคัญสูง Packet ยิงใกล้ถูก ่ ่ส่งออกไปใกล้เวลาจริงยิงขึ้น
  22. 22. วิธีการจัดแถวคอยของ Packet1) FIFO ( First in First Out) เป็นการส่งต่อ Packetตามลำาดับก่อน-หลัง ซึงเป็นวิธีที่ไม่ดีมากนัก ่2) WFQ (Weighted Fair Queuing) วิธีนี้จะกำาหนดให้มีความเสมอภาคกันของแต่ละ service เพื่อไม่ให้มีservice ตัวใดตัวหนึ่งใช้ช่องสัญญาณมากเกินไป3) CQ (Custom Queuing) วิธีนี้ให้ผู้ใช้งานเป็นผู้กำาหนดความสำาคัญของ Packet แต่ละชนิดด้วยตัวเอง4) PQ(Priority Queuing) วิธีนี้จะสร้างแถวคอยขึ้นมามากกว่า 1 แถว ซึงแต่ละแถวจะมีความสำาคัญที่แตกต่าง ่กัน โดยการส่งต่อ จะเริ่มส่งที่ละแถว เมื่อแถวที่มีความสำาคัญสูงสุดหมดแล้ว จึงจะเริ่มส่งแถวที่มีความสำาคัญน้อยลงมา ตามลำาดับ5) CB-WFQ (Class Based Weighted FairQueuing) วิธีการนี้จะมีความคล้ายคลึงกับ WQF แต่ต่างกันที่ ได้มีการเพิ่มคุณสมบัติของ class เข้าไป โดยให้ค่าของ bandwidth เป็นคุณสมบัติของแต่ละ class2.4.2 ทำาการกำาหนดขนาด และจำากัด bandwidth ของแต่ละ terminal เพื่อรักษา bandwidth ให้ คงที่อยู่ตลอดเวลา ซึงทำาได้โดยการ จำากัด Bandwidth ของการ ่download และการ upload2.4.3 มีการตรวจสอบเพื่อบ้องกันการคับคั่งของข้อมูล ซึง ่อาจจะใช้วิธี RED (Random Early Detection) เพื่อตรวจสอบ ปริมาณข้อมูล

×