สรุประบบการย่อยอาหารและการหายใจระดับเซลล์

20,900 views

Published on

ประมวลความเข้าใจ ประเมินความรู้ด้วยตนเอง

0 Comments
5 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
20,900
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2,221
Actions
Shares
0
Downloads
626
Comments
0
Likes
5
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

สรุประบบการย่อยอาหารและการหายใจระดับเซลล์

  1. 1. จัดทําโดยครูปุมไบโอ 1       สรุประบบการยอยอาหาร อวัยวะ การยอย เอนไซม ปาก A_y_a_e G_y_o_ _n -> m_lto_ _, po_ysa_ _aride, de_tr_n หลอดอาหาร p_ris_alsis กระเพาะอาหาร p_p_i_ สรางจาก po_yp_pti_ _ ---> peptide r_n_in สรางจาก สายสั้นๆ _C_ ทําหนาที่ Casein -> นม ลําไสเล็ก d_sc_ha_ _ _ _ Disaccharide -> สรางจาก monosaccharide m_lt_ _ _ สรางจาก S_cr_ _ สรางจาก L_ _ _ _ se สรางจาก ch_m_tr_ _ _ _ _ Peptide -> a_i_o acid สรางจาก ami_ _ pep_iase สรางจาก tri_ep_ _ _ _ _ _ สรางจาก di_e_ _ _ _ _ _e สรางจาก b_l_ สรางจาก กอนไขมัน-น้ําดี -> fa_ _y ประกอบดวยเกลือน้ําดีและ acid+ g_y_ _ r_l รงควัตถุน้ําดี l_p_ _ _ สรางจาก Na_ _ O3 สรางจาก
  2. 2. จัดทําโดยครูปุมไบโอ 2 การหายใจระดับเซลล Metabolism คือปฎิกิริยาเคมีในสิ่งมีชีวิต โดยมีเอนไซมเปนตัวเรงปฏิกิริยา แบงออกเปน 2 ประเภท 1. anabolism การสังเคราะหสาร 2. catabolism คือการสลายสาร ภายในเซลล โดยใชพลังงานภายใน จัดเปนปฏิกิริยาคายพลังงาน เชน เซลลตองเปนปฏิริยาดูดความรอน การหายใจระดับเซลล จะไดพลังงาน เชน การสังเคราะหโปรตีน ออกมาในรูป ATP การสังเคราะหดวยแสง ATP 1 2 3 ประกอบดวย _______________ ________________ และ________________ พันธะที่มีพลังานสูงมี ____ พันธะ การสลายพันธะ (hydrolysis) ของแตละพันธะจะใหหมูฟอตเฟต และปลอยพลังงานออกมา ____kcal/mol ATP-> ADP->AMP สมการที่ 1 ATP +_____ -> ADP + Pi + ____ kcal/mol 2 ____ +____-> AMP + Pi + ____ kcal/mol 3 ____ +____ -> adenosine + Pi + 4.6 kcal/mol การสรางสารพลังงานสูง ATP จะเปนการเติม ฟอตเฟตใหกับ ADP เราเรียกวา phosphorylation มี 3 ประเภทคือ 1. substrate-level phosphorylation พบใน _________และ _____________ ของการหายใจระดับเซลล 2. oxidative phosphorylation _________________ ในการหายใจระดับเซลล ใช ATP synthase 3. photophosporylation พบควบคูกับการถายทอด e- ในการสังเคราะหดวยแสงใช ATP synthase
  3. 3. จัดทําโดยครูปุมไบโอ 3      ปฏิกิริยารีดอกซ (Oxidation-reduction reaction) คือ ปฏิกิริยาที่มีการถายโอน e-จากสารหนึ่งไปยังสารหนึ่ง ทําใหเลขออกซิเดชันของสารเปลี่ยนแปลงเสมอ 1. Oxidation คือปฏิกิริยาที่มีการจาย e- สารตั้งตนมีเลขออกซิเดชันเพิ่มขึ้น เชนNa (เลขออกซิเดชันเปน o เพราะเปนธาตุอิสะ) à Na+ + e- 2. Reduction คือปฏิกิริยาที่มีการรับ e- สารตั้งตนมีเลขออกซิเดชันลดลง เชนCl2 + 2e- -> 2Cl-Redox คือมีการถายโอน e- จาก Na ไปสู Cl2 2Na + Cl2 -> 2NaCl* ทบทวน = เลขออกซิเดชันคือเลขที่บอกคาประจุของแตละอะตอม)นอกจาก ATP เซลลยังมีสารพลังานสูงอีกประเภทคือ ตัวรับอิเล็กตรอนที่เขารวมในปฏิกิริยารีดอกซตางๆ เชน NAD+, FAD ซึ่งลวนอยูรูปของ coenzyme และเมื่อรับอิเล็กตรอนแลวจะเปน__________ ไดแก1.NAD+ (nicotinamide ________ dinucleotide) มีวิตามิน niacin เปนองคประกอบสําคัญทําหนาที่ e- ดังสมการ NAD+ +2e- + H+ -> NADH2. FAD (flavin ________ ____________) มีวิตามินบี 2 (riboflavin) เปนองคประกอบสําคัญทําหนาที่ e- ดังสมการ FAD+2e- + 2H+ -> FADH2การหายใจระดับเซลลจัดเปน anabolism / catabolism1. แบบใชออกซิเจน (aerobic respiration) คือมี O2 เปนตัวรับ e- ตัวสุดทาย2. แบบไมใชออกซิเจน (anaerobic respiration) มีสารอื่นที่ไมใช O2 มารับ e- ตัวสุดทาย เชนการหมัก
  4. 4. จัดทําโดยครูปุมไบโอ 4ผลิตภัณฑ Glycolysis Acetyl CoA Krebs cycle E NADH 2 2 6 10 FADH2 - - 2 2 ATP 2 - 2 30+4 38 CO2 - 2 4 -1. ไกลโคไลซิส 1. กระตุนโดยเอนไซมเติม 2ATP ทําให Pi ไปจับกับ C 2. เติมหมู Pi เขาไป e- (H) หลุดออกมา NAD+ มารับ H กลายเปน NADH 3. สราง ATP โดยเติม ADP จะได 4 ATP
  5. 5. จัดทําโดยครูปุมไบโอ 5       2. Acetyl CoA เกิดใน_________________________ เซลลอยูในสภาวะที่มี ออกซิเจนเพียงพอ กรดไพรูวิกจะถูกเปลี่ยนเปน Acetyl CoA 1. เเอ็นไซมกระตุนให CO2C 2 ตัวเราเรียกAcetate หลุดออกไป 2. NAD+ มารับ H+ กลายเปน NADH 3. Coenzyme A จับ CC 4. Acetyl CoA 3. Krebs cycle   1. จาก C6 คือซิตริกซ จะกลายเปน C5 แอลฟา คีโตนกลูทาเรท (ketoglutarate) จะกลายเปน C4 ซักซิเนต (succinate) เมื่อเสีย CO2 ไป NAD+ จะมารับ H+ กลายเปน NADH 2. ขั้นตอนที่ 4 CoA ถูกแทนที่ดวยหมู Pi ทําให ADP+Pi ได ATP
  6. 6. จัดทําโดยครูปุมไบโอ 64. กระบวนการถายทอดอิเล็กตรอน (Electron transport chain) 1. Electron transport chain 2. Chemiosmosis 3. Oxidative phosphorylationกระบวนการทีเปลี่ยน NADH, FADH มาอยูในรูปพลังงาน ATP ่ 1. Electron transport chain นํา e- ที่อยูใน NADH และ FADH มาสงตอเปนทอดๆ ตัวถายทอด e- เกือบทั้งหมดเปนโปรตีน ฝงตัวอยูในเยื่อหุม mitochondria ชั้นใน ไดแก cytochrome ซึ่งมี Fe เปนองคประกอบ จน O2 มารับเปนตัวสุดทาย 2. Chemiosmosis ระหวางการถายทอด e- นําไปใชในการปม H+ จะเขาไปสะสมที่ บริเวณชองวางระหวางเยื่อหุมไมโตคอนเดรีย ทําใหเกิดพลังงานศักยเปนจํานวนมาก เรียกวา proton motive force เมื่อ H+ ไหลเขามาใน matrix ทางชอง ATP synthase พรอมกับปลอยพลังงานออกมาจจะทําให ADP + Pi = ATP 3. Oxidative phosphorylation พลังงานที่เกิดขึ้นผานปฏิกิริยารีดอกซ
  7. 7. จัดทําโดยครูปุมไบโอ 7       สรุป กรณี 36 หรือ 38 ATP 38 ATP เนื่องจาก ในการลําเลียงของ NADH จากไกลโคไลซิสเขาสูภายในแมทริกซของ ไมโทคอนเดรีย ถาเปน ตับ ไต หัวใจ NAD+ จะมารับ e- 36 ATP เนื่องจาก FAD+ มารับ e-
  8. 8. จัดทําโดยครูปุมไบโอ 8การหายใจแบบไมใชออกซิเจน
  9. 9. จัดทําโดยครูปุมไบโอ 9      
  10. 10. จัดทําโดยครูปุมไบโอ 10 เอกสารอางอิงจิรัส เจนพาณิชย. ชีววิทยาสําหรับนักเรียนมัธยมปลาย. พิมพครั้งที่ 14. บูมคัลเลอรไลน : กรุงเทพฯ. 2554.ศุภณัฐ ไพโรหสกุล. Essential Biology. พิมพครั้งที่ 5. ธนาเพรส : กรุงเทพฯ. 2555.อิศนันท วิวัฒนรัตนบุตรและคณะ. หลักชีววิทยา volum 1. แมคกรอ-ฮิล : กรุงเทพ. 2555.Campbell and Reece. Biology. 8ed. Pearson Education : America. 2008.

×