• Like
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

  • 373 views
Uploaded on

 

  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Be the first to comment
    Be the first to like this
No Downloads

Views

Total Views
373
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1

Actions

Shares
Downloads
8
Comments
0
Likes
0

Embeds 0

No embeds

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
    No notes for slide

Transcript

  • 1. ความรูเ้ บื้องต้นเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ นิยามของคอมพิวเตอร์, ส่วนประกอบ, หลักโครงสร้าง และ สถาปัตยกรรมของคอมพิวเตอร์, การทางาน, ประเภท และการใช้งานซอฟต์แวร์และโปรแกรมต่างๆV 0.1 1
  • 2. สารบัญ1. ความหมายของคอมพิวเตอร์ และ ประเภทของคอมพิวเตอร์2. องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ 2.1 ฮาร์ดแวร์ (Hardware) 2.2 ซอฟต์แวร์ (Software) 2.3 บุคลากร (Peopleware) 2.4 ข้อมูลและสารสนเทศ (Data and Information) 2.5 กระบวนการทางาน (Procedures) 2.6 การสื่อสารข้อมูล (Datacommunication)3. การนาคอมพิวเตอร์มาใช้งาน 2 จาก 76
  • 3.  คอมพิวเตอร์คืออะไร ◦ คอมพิวเตอร์คือ เครื่องจักรหรือ อุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่ทางานตามลาดับ ชุดคาสั่งหรือ โปรแกรมที่กาหนดให้ ◦ เป็นเครื่องมือ ที่สามารถนามาประยุกต์ ใช้งานด้านต่างๆ เพื่อช่วยให้งานนั้นๆ ถูกต้อง แม่นยา และรวดเร็วยิ่งขึ้น 3 จาก 76
  • 4. Storage หน่วยความจาหลัก และหน่วยความจารองInput Processing Outputรับข้อมูล แสดงผล ประมวลผล 4 จาก 76
  • 5.  การจัดแบ่งประเภทของคอมพิวเตอร์ ◦ การแบ่งตามขนาด และความสามารถของหน่วยประมวลผลกลาง และอุปกรณ์เสริมรอบข้าง ◦ การแบ่งตามลักษณะการประมวลผล 5 จาก 76
  • 6.  จัดเป็นคอมพิวเตอร์ ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เหมาะสาหรับงานที่ต้องการ การ ประมวลผลที่รวดเร็ว มีขนาดใหญ่ และมีราคาสูงหลายร้อยล้านบาท 6 จาก 76
  • 7.  ยังคงจัดเป็น คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่อยู่ แต่จะมีประสิทธิภาพรองจาก Super Computer มีราคาสูง หลายสิบล้านบาทขึ้นไป 7 จาก 76
  • 8.  จัดเป็นคอมพิวเตอร์ ขนาดกลาง ประสิทธิภาพอยู่ระหว่าง Mainframe computer และ Personal Computer เหมาะสาหรับองค์กร ขนาดกลาง เช่น มหาวิทยาลัย มีราคาหลายแสนถึงหลายล้านบาท 8 จาก 76
  • 9.  หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล มีขนาดเล็กราคาถูก เหมาะสาหรับใช้งานส่วนตัว จัดแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มย่อยดังต่อไปนี้ ◦ Workstation เป็นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่มีประสิทธิภาพสูง เหมาะใช้คานวนทาง คณิตศาสตร์หรือวิศวกรรม ◦ Desktop Computer เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ พบได้ทั่วไปตามสานักงาน หรือใน ห้องปฏิบัติการเพื่อการเรียนการสอน ◦ Laptop หรือ Notebooks มีความสามารถเท่ากับ Desktop Computer แต่มีขนาดเล็กเท่ากับกระเป๋า หรือ สมุดโน้ต ◦ Handhelds หรือ Personal Digital Assistants: PDA มีขนาด เท่าโทรศัพท์พกพา สามารถป้อนข้อมูลด้วย ปากาคอมพิวเตอร์ (Stylus) หรือ นิ้วมือ 9 จาก 76
  • 10. Workstaion 10 จาก 76
  • 11. Desktop Computer 11 จาก 76
  • 12. Laptop หรือ Notebooks 12 จาก 76
  • 13. Handhelds หรือ PDA 13 จาก 76
  • 14.  องค์ประกอบพื้นฐานของระบบคอมพิวเตอร์ ประกอบด้วย ◦ ฮาร์ดแวร์ (Hardware) ◦ ซอฟต์แวร์ (Software) ◦ บุคลากร (Peopleware) ◦ ข้อมูลและสารสนเทศ (Data and Information) ◦ กระบวนการทางาน (Procedures) ◦ การสื่อสารข้อมูล (Data Communication) 14 จา ก 76
  • 15.  หมายถึงอุปกรณ์ต่างๆ ที่ทางานประสานกันเพื่อให้เกิดการประมวลผล การจัดเก็บ และการเผยแพร่ข้อมูลและสารสนเทศซึ่งหมายรวมถึงตัวคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ รอบข้าง 15 จา ก 76
  • 16.  ฮาร์ดแวร์ภายในระบบคอมพิวเตอร์แบ่งออกเป็น 3 หน่วยหลักๆดังต่อไปนี้ ◦ หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Units) ◦ หน่วยความจาหลัก (Main memory) ◦ หน่วยความจารอง (Secondary Storage) 16 จา ก 76
  • 17. หน่วยความจารอง หน่วย หน่วย หน่วยประมวลผลกลางรับข้อมูล แสดงผล หน่วยความจาหลัก 17 จา ก 76
  • 18.  หน่วยประมวลผลกลาง หรือ CPU เปรียบเสมือน กับสมองของคอมพิวเตอร์ ทาหน้าที่ หน่วยประมวลผลกลาง ในการสั่งงาน ไปยังอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่างๆ ซึ่งวงจรภายใน ประกอบด้วยส่วนสาคัญ 2 ส่วนคือ ◦ 1. หน่วยควบคุม (Control Unit: CU) CU ALU ◦ 2. หน่วยคานวนทางตรรกะ (Arithemetic Logical Unit: ALU) 18 จา ก 76
  • 19.  เป็นส่วนหนึ่งของหน่วยประมวลผลกลาง ทาหน้าที่ ในการควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ที่ต่อ กับคอมพิวเตอร์ รวมไปถึงโปรแกรมต่างๆ ที่จะเข้าไปทางานในหน่วยประมวลผล กลาง โดยจะมีหน้าที่ 4 อย่างดังต่อไปนี้ ◦ Fetch คือ การอ่านคาสั่งถัดไปในโปรแกรมจากหน่วยความจะหลัก ◦ Decode คือ การแปลความหมายของคาสั่ง ว่าจะให้คอมพิวเตอร์ทาอะไร ◦ Execute คือ การทางานตามคาสั่งนั้น ◦ Write-back คือ การเขียนผลลัพธ์กลับไปยังหน่วยความจะหลัก และวนกลับไปทา ขั้นตอนแรก Fetch จนกว่าคาสั่งจะหมด 19 จา ก 76
  • 20. CU ALU Decode Execute CPU Memory Fetch WriteBack 20 จา ก 76
  • 21.  เป็นอีกส่วนหนึ่งของหน่วยประมวลผลกลาง ทาหน้าที่ในการคานวนทางคณิตศาสตร์ เช่น การบวก ลบ คูณ หาร และการเปรียบเทียบทางตรรกะ เช่น มากกว่า น้อยกว่า เท่ากับ เป็นต้น 21 จา ก 76
  • 22. หน่วยประมวลผลกลางหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) 22 จา ก 76
  • 23. หน่วยประมวลผลกลางแผงวงจรหลัก (Mainboard) 23 จา ก 76
  • 24. หน่วยประมวลผลกลางโมเด็ม (Modem) 24 จา ก 76
  • 25. หน่วยประมวลผลกลางLAN Card 25 จา ก 76
  • 26. หน่วยประมวลผลกลางSound Card 26 จา ก 76
  • 27. หน่วยประมวลผลกลางSound Card 27 จา ก 76
  • 28. หน่วยประมวลผลกลางPower Supply 28 จา ก 76
  • 29. หน่วยประมวลผลกลาง 29 จา ก 76
  • 30.  ปัจจุบัน CPU ถูกย่อให้อยู่ในรูปแผ่นวงจรเล็กๆ เรียกว่า Microprocessor ถ้า CPU ทางานได้เร็วเท่าไหร ก็จะทาให้ คอมพิวเตอร์ มีความเร็วสูงด้วย โดยการทางานของ CPU นี้จะมีจังหวะเวลาที่แน่นอน เราเรียกหน่วยความเร็วของ CPU ว่า “เฮิร์ท” (Hertz) ตัวย่อคือ Hz ตัวอย่างเช่น CPU Intel Pentium IV 3.2 GHz จะหมายถึง CPU ของบริษัท Intel รุ่น Pentium IV มีความเร็วในการทางาน ประมาณ 3,200 ล้านครั้ง/วินาที 30 จา ก 76
  • 31.  หน่วยความจาหลัก เป็นส่วนที่ทาหน้าที่ จัดเก็บข้อมูล หน่วยความจาหลัก หรือคาสั่ง ทั้งก่อนและหลังการประมวลผล ดังนั้น ก่อนที่ CPU จะทาการประมวลผล ข้อมูล และคาสั่ง จาเป็น ต้องถูกจัดเก็บอยู่ในหน่วยความจา หลักก่อน สามารถแบ่งออกเป็นได้ 3 ประเภทดังนี้ ◦ ROM (Read Only Memory) ◦ RAM (Random Access Memory) ◦ CACHE 31 จา ก 76
  • 32.  ประเภทของหน่วยความจาหลัก แบ่งออกเป็น 3 ประเภทดังนี้ ◦ ROM (Read Only Memory) ใช้บันทึกคาสั่งไว้ถาวร อ่านได้อย่างเดียว ไม่ สามารถแก้ไขได้ ไม่จาเป็นต้องมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน (Non-Volatile) ◦ RAM (Random Access Memory) ใช้บันทึกข้อมูล หรือคาสั่ง ในขณะที่ เรากาลังทางาน สามารถอ่านและเขียนข้อมูลได้ แต่หน่วยความจาประเภทนี้จาเป็นต้องมี กระแสไฟฟ้าไหลผ่าน (Volatile) ถ้าไม่มีกระแสไฟฟ้าแล้ว ก็จะไม่มีการจัดเก็บ หรือ บันทึกข้อมูล ◦ CACHE เป็นหน่วยความจา ที่ใช้บันทึก หรือจัดเก็บข้อมูลชั่วคราว ก่อนส่งให้คอมพิวเตอร์ และช่วยให้คอมพิวเตอร์ทางานได้เร็วขึ้น 32 จา ก 76
  • 33. แรม (RAM) 33 จา ก 76
  • 34.  หน่วยวัดความจุของข้อมูล ในระบบคอมพิวเตอร์ เรียกตามลักษณะการเก็บข้อมูล โดยจะมีค่า เป็นหน่วยตามขนาดของเลขฐานสอง เลขฐานสอง 1 หลัก จะมีค่า 1 บิต (Bit) และเมื่อนาเลขฐานสองมาเรียงกัน 8 หลัก จะมีค่า 1 ไบต์(Byte) โดยที่ 1 ไบต์ (Byte) = 1 ตัวอักษร เลขฐานสอง 0100 0001 = 1 Byte = ‘A’ 34 จา ก 76
  • 35.  1 Byte = 1 ตัวอักษร Kilobyte (KB) = 1024 Bytes Megabyte (MB) = 1024 Kilobytes (1024*1024 ไบต์) Gigabyte (GB) = 1024 Megabytes (1024*1024*1024 ไบต์) Terabyte (TB) = 1024 Gigabytes (1024*1024*1024*1024 ไบต์) 35 จา ก 76
  • 36.  หน่วยความจารองทาหน้าที่ ในการจัดเก็บข้อมูล หรือ คาสั่งได้เหมือนกับ หน่วยความจาหลัก แม้ไม่มี หน่วยความจารอง กระแสไฟฟ้า ไหลผ่านก็ตาม ◦ สามารถเก็บข้อมูลได้ แม้ปิดคอมพิวเตอร์ ◦ มีความจุมากกว่าหน่วยความจาหลักมาก ◦ ราคาต่อหน่วยถูกกว่า เช่น  HDD 320 GB ราคา ประมาณ 2,500 บาท  RAM 1 GB ราคา ประมาณ 700 บาท 36 จา ก 76
  • 37. จานแม่เหล็กบันทึกข้อมูลชนิดแข็ง (Hard Disk) 37 จา ก 76
  • 38. ซีดีรอม (CD-ROM) 38 จา ก 76
  • 39. เทป (Tape) 39 จา ก 76
  • 40. Thumb drive, Flash drive, Handdy drive 40 จา ก 76
  • 41. แพง เร็ว RAM Hard disk Compact Discs Floppy Disksถูก Tape ช้า 41 จา ก 76
  • 42.  คือ อุปกรณ์ที่เราสามารถ มองเห็นได้จากภายนอก สามารถแบ่งอุปกรณ์ เหล่านี้ได้ ตามลักษณะการใช้งาน ได้ 2 ประเภทดังนี้ ◦ 1. หน่วยรับข้อมูล (Input) ◦ 2. หน่วยแสดงผล (Output) 42 จา ก 76
  • 43. หน่วยความจารอง หน่วย หน่วย หน่วยประมวลผลกลางรับข้อมูล แสดงผล หน่วยความจาหลัก 43 จา ก 76
  • 44.  ทาหน้าที่ เป็นส่วนรับข้อมูลจากผู้ใช้ ในรูปแบบของสัญญาณ หน่วย ข้อมูลแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น คาสั่งที่เป็น ตัวอักษร ภาพ เสียง รับข้อมูล ฯลฯ ตัวอย่าง อุปกรณ์ ประเภทนี้ เช่น เมาส์ (Mouse), คีย์บอร์ด (Keyboard), กล่องถ่ายวีดีโอ (Camera), สแกนเนอร์ (Scanner), จอยสติก (Joystick), ไมโครโฟน (Microphone), ตัวอ่าน บาร์โค้ด (Bar Code Reader) ฯลฯ 44 จา ก 76
  • 45. เมาส์ (Mouse) 45 จา ก 76
  • 46. คีย์บอร์ด (Keyboard) 46 จา ก 76
  • 47. กล้องถ่ายรูปดิจิตอล (Digital Camera) 47 จา ก 76
  • 48. สแกนเนอร์ (Scanner) 48 จา ก 76
  • 49. จอยสติก (Joystick) 49 จา ก 76
  • 50. ไมโครโฟน (Microphone) 50 จา ก 76
  • 51. ตัวอ่านบาร์โค้ด (Bar Code Reader) 51 จา ก 76
  • 52.  ทาหน้าที่ ตรงข้ามกับส่วนรับข้อมูล กล่าวคือส่งข้อมูลที่เป็น หน่วย สัญญาณดิจิตอล จากคอมพิวเตอร์ที่ประมวลผลแล้ว ไป แสดงผล แสดงผลให้ผู้ใช้ เป็นตัวอักษร ภาพ หรือเสียง ฯลฯ ตัวอย่าง อุปกรณ์ ประเภทนี้เช่น จอภาพ (Monitor), เครื่องพิมพ์ (Printer), ลาโพง (Speaker) ฯลฯ 52 จา ก 76
  • 53. จอภาพ (Monitor) 53 จา ก 76
  • 54. เครื่องพิมพ์ (Printer) 54 จา ก 76
  • 55. ลาโพง (Speaker) 55 จา ก 76
  • 56. พล๊อตเตอร์ (Plotter) 56 จา ก 76
  • 57. เครื่องสารองไฟฟ้า (UPS) 57 จา ก 76
  • 58.  หมายถึง ชุดคาสั่ง ที่จะทาหน้าที่ในการสั่งและควบคุม ฮาร์ดแวร์ (Hardware) สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทดังต่อไปนี้ ◦ ซอฟต์แวร์ระบบ (System Software) ◦ ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software) 58 จา ก 76
  • 59.  แบ่งออกเป็น 3 ประเภทดังนี้ ◦ ระบบปฏิบัติการ (Operating System) ซึ่งทาหน้าที่ในการบริหาร และจัด ทรัพยากรในระบบคอมพิวเตอร์ ให้กับผู้ใช้ ◦ ตัวแปรภาษา (Compiler) ซึ่งทาหน้าที่เป็นสื่อกลาง ในการแปลคาสั่งของผู้ใช้ ให้ไปอยู่ ในรูปแบบที่คอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจได้ ◦ โปรแกรมอรรถประโยชน์ (System Utilities) เป็นโปรแกรมที่ช่วยการบริหาร จัดการ ระบบคอมพิวเตอร์ให้ทางานได้ราบรื่น เช่น โปรแกรมตรวจจับไวรัส เป็นต้น 59 จา ก 76
  • 60. ระบบปฏิบัติการ Windows 7 60 จา ก 76
  • 61. ระบบปฏิบัติการ Unix 61 จา ก 76
  • 62. ระบบปฏิบัติการ OSX 62 จา ก 76
  • 63.  แบ่งออกเป็น 3 ประเภทดังนี้ ◦ แพคเกจและซอฟต์แวร์เฉพาะ (Package และ Custom Software) เป็น ซอฟต์แวร์ที่องค์กรใด องค์กรหนึ่งเขียนขึ้นมาโดยเฉพาะ ตัวอย่างเช่น ซอฟต์แวร์ของธนาคาร ซอฟต์แวร์ทางการแพทย์ ฯลฯ ◦ โปรแกรมประจาสานักงาน (Office Application) ตัวอย่างเช่น โปรแกรมทา เอกสาร (Microsoft Word), โปรแกรมทา Presentation (Microsoft PowerPoint) ฯลฯ ◦ โปรแกรมสาหรับเครือข่ายอินเทอร์เน็ท (The Internet Application) ซึ่ง เป็นโปรแกรมที่ทาหน้าที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เข้ากับเครือข่ายอินเตอร์เน็ท ตัวอย่างเช่น โปรแกรมส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) ฯลฯ 63 จาก 76
  • 64. ซอฟต์แวร์เฉพาะทาง 64 จาก 76
  • 65. ซอฟต์แวร์ประจาสานักงาน 65 จาก 76
  • 66. โปรแกรมสาหรับเครือข่ายอินเตอร์เน็ท 66 จาก 76
  • 67.  หมายถึง บุคคลที่เกี่ยวข้อง กับระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งในส่วนที่เป็นฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และสารสนเทศ ซึ่งบุคคลเหล่านี้ ออกเป็น 2 ประเภท ดังต่อไปนี้ ◦ End User คือ ผู้ใช้ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อ ปฏิบัติงาน ◦ Professional คือ ผู้เชี่ยวชาญ รวมไปถึง โปรแกรมเมอร์ (Programmer) นักวิเคราะห์ และออกแบบระบบ ผู้ดูแล และจัดการระบบฐานข้อมูล ผู้ดูแลและจัดการระบบ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ ฯลฯ 67 จาก 76
  • 68.  ข้อมูล (Data) หมายถึง ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ ข่าวสาร หรือข้อมูลดิบ ที่ ยังไม่ผ่านการประมวลผล อาจอยู่ในรูปของ ตัวเลข (Numeric Data), ตัวอักษร (Text Data), รูปภาพ (Image Data) ฯลฯ สารสนเทศ (Information) หมายถึง ข้อมูลที่ได้ผ่าน กระบวนการ ประมวลผล หรือจัดระบบแล้ว เพื่อให้มีความหมาย และสามารถนาไปใช้ได้ 68 จาก 76
  • 69.  หมายถึง กระบวนการหลัก สาหรับการดาเนินงาน เพื่อให้ระบบคอมพิวเตอร์ ทางาน ตามความต้องการของผู้ใช้ มี 3 ส่วนหลักดังต่อไปนี้ ◦ การประมวลผล (Processing) ได้แก่ การรวบรวมข้อมูล การจัดกลุ่มข้อมูล การ คานวนเปรียบเทียบ การเรียงลาดับ การสรุปและแสดงผล ◦ การสร้างความน่าเชื่อถือ (Reliability) เป็นกระบวนการรักษาความปลอดภัย และ ความแม่นยาเที่ยงตรงในการทางาน ◦ การพัฒนา (Development) เป็นการพัฒนาคาสั่ง หรือโปรแกรมเพื่อให้ฮาร์ดแวร์ ทางานได้ตามคาสั่ง ดียิ่งขึ้น 69 จาก 76
  • 70.  หมายถึง อุปกรณ์ที่ใช้ ในการส่งข้อมูลสารสนเทศ ที่อยู่ในรูป Digital ระหว่าง ผู้ใช้จากแหล่งหนึ่ง ไปยังอีกแหล่งหนึ่ง โดยมีอุปกรณ์ต่างๆ เช่น โมเด็ม (Modem), สายเชื่อม (Patch Cable), เราท์เตอร์ (Router) 70 จาก 76
  • 71.  คอมพิวเตอร์ สามารถนามาใช้งาน ได้เกือบทุกด้าน ที่ช่วยให้การทางานนั้นรวดเร็วขึ้น 71 จาก 76
  • 72. ทางด้านการแพทย์ 72 จาก 76
  • 73. ทางด้านกราฟฟิก 73 จาก 76
  • 74. ทางด้านการดนตรี 74 จาก 76
  • 75. และ ทางด้านการศึกษา 75 จาก 76
  • 76. 1. 76 จาก 76