• Like
แนวทางการใช้หนังสือเรียนหลักสูตร 44 กับแผนการสอนหลักสุตรใหม่ 51 วิชาภาษาไทย ป.4 เล่ม 1
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

แนวทางการใช้หนังสือเรียนหลักสูตร 44 กับแผนการสอนหลักสุตรใหม่ 51 วิชาภาษาไทย ป.4 เล่ม 1

  • 3,034 views
Uploaded on

 

More in: Education
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Be the first to comment
    Be the first to like this
No Downloads

Views

Total Views
3,034
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0

Actions

Shares
Downloads
17
Comments
0
Likes
0

Embeds 0

No embeds

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
    No notes for slide

Transcript

  • 1. ขอเสนอแนะ การใชคมือครู แผนการจัดการเรียนรู กลุมสาระการเรียนภาษาไทย ป. ๔ เลม ๑ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ู ้ เพื่อใชกับหนังสือเรียนสาระการเรียนรูพนฐาน ชุดปฏิรูป: รูวิธีการเรียนรู ของ วพ. ตามหลักสูตรการศึกษาขันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ ื้ ้ สื่อการเรียนรูสมบูรณแบบของ  หนังสือเรียนของวพ. ฉบับ ศธ. อนุญาต หนวยการเรียนรูท/ตัวชี้วด ี่ ั แผนการจัดการเรียนรู วพ. ตามหลักสูตรฯ 2551 ตามหลักสูตรฯ 2544 หนวย/หนา หนวย/บท/ตอน/หนา๑ สองพี่นอง แผนฯ ที่ ๑ การจับใจความสําคัญจาก หนวยที่ ๑ การจับใจความสําคัญจาก การจับใจความสําคัญจากเรื่องที่อาน (ความรูเพิ่มเติม ตัวชี้วัด เรื่องที่อาน เรื่องที่อาน (ความรูเพิ่มเติมจากเนื้อ จากเนื้อเรื่อง) ๑. อานออกเสียงบทรอยแกวและบทรอยกรอง ตัวชี้วัด ท ๓.๑ (ป. ๔/๑), ท ๓.๑ เรื่อง) ไดถูกตอง ท ๑.๑ (ป. ๔/๑) (ป. ๔/๒), ท ๓.๑ (ป. ๔/๖), ท ๓.๑ ๒. คาดคะเนเหตุการณจากเรื่องที่อานโดยระบุ (ป. ๔/๔), ท ๓.๑ (ป. ๔/๓) เหตุผลประกอบ ท ๑.๑ (ป. ๔/๕) แผนฯ ที่ ๒ การอานเรื่อง สองพี่นอง หนวยที่ ๑ เรื่อง สองพี่นอง หนา ๒–๕ หนวยที่ ๑ เรื่อง สองพี่นอง หนา ๒–๓ ๓. มีมารยาทในการอาน ท ๑.๑ (ป. ๔/๘) ตัวชี้วัด ท ๑.๑ (ป. ๔/๑), ท ๑.๑ (ปรับเนื้อเรื่องใหมดูเอกสารเสริมที่ ๑) ๔. คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่ง (ป. ๔/๕), ท ๑.๑ (ป. ๔/๘), ท ๒.๑ บรรทัด ท ๒.๑ (ป. ๔/๑) (ป. ๔/๔),ท ๔.๑ (ป. ๔/๓), ท ๔.๑ ๕. เขียนยอความจากเรื่องสั้น (ป. ๔/๕), ท ๕.๑ (ป. ๔/๑) , ท ๕.๑ ท ๒.๑ (ป. ๔/๒) (ป. ๔/๒) ๖. จําแนกขอเท็จจริงและขอคิดเห็นจากเรื่องที่ แผนฯ ที่ ๓ การอานคําที่มีตวสะกด แม ั หนวยที่ ๑ การอานคําที่มีตวสะกด (แม หนวยที่ ๑ การอาน (แม ก กา แมกด และแมกน) ั ฟงและดู ท ๓.๑ (ป. ๔/๑) ก กา แมกน และแมกด ก กา แมกน และแมกด) หนา ๙ หนา ๕, แมกด อยูในหนวยที่ ๖ เลนแบบไทย หนา ๗. พูดสรุปความจากการฟงและดู ตัวชี้วัด ท ๑.๑ (ป. ๔/๑), ท ๒.๑ ๘๒, , หนวยที่ ๑๐ สนุกสนานวันสงการนต หนา ท ๓.๑ (ป. ๔/๒) (ป. ๔/๑), ท ๔/๑ (ป. ๔/๑) ๑๓๕)
  • 2. สื่อการเรียนรูสมบูรณแบบของ  หนังสือเรียนของวพ. ฉบับ ศธ. อนุญาต หนวยการเรียนรูท/ตัวชี้วด ี่ ั แผนการจัดการเรียนรู วพ. ตามหลักสูตรฯ 2551 ตามหลักสูตรฯ 2544 หนวย/หนา หนวย/บท/ตอน/หนา๘. พูดแสดงความรู ความคิดเห็น และ แผนฯ ที่ ๔ การอานคําที่ออกเสียง ร ล หนวยที่ ๑ การอานคําที่ออกเสียง ร ล ไมมี ความรูสึกเกี่ยวกับเรื่องที่ฟงและดู ตัวชี้วัด ท ๑.๑ (ป. ๔/๑), ท ๔.๑ หนา ๑๑ (ดูเอกสารเสริมที่ ๒) ท ๓.๑ (ป. ๔/๓) (ป. ๔/๑)๙. ตั้งคําถามและตอบคําถามเชิงเหตุผลจาก แผนฯ ที่ ๕ การอานคําที่ออกเสียง อะ หนวยที่ ๑ การอานคําที่ออกเสียง อะ การอานคําที่ออกเสียง อะ อยูในหนวยที่ ๕ นักสะสม เรื่องที่ฟงและดู ท ๓.๑ (ป. ๔/๔) ตัวชี้วัด ท ๑.๑ (ป. ๔/๑), ท ๔.๑ (ป. หนา ๑๑ แสตมป หนา ๖๖, หนวยที่ ๑๓ รามเกียรติ์ ตอน๑๐. รายงานเรื่องหรือประเด็นที่ศกษาคนควา ึ ๔/๑) ทรพีฆาทรพา หนา ๑๗๖ จากการฟง การดู และการสนทนา แผนฯ ที่ ๖ การพูดแนะนําตนเองและ หนวยที่ ๑ การพูด หนา ๑๒–๑๓ ไมมี ท ๓.๑ (ป. ๔/๕) การพูดสนทนา (ดูเอกสารเสริมที่ ๓)๑๑. มีมารยาทในการฟง การดู และการพูด ตัวชี้วัด ท ๓.๑ (ป. ๔/๓), ท ๓.๑ (ป. ๓.๑ (ป. ๔/๖) ๔/๕), ท ๓.๑ (ป. ๔/๖)๑๒. สะกดคําและบอกความหมายของคําใน แผนฯ ที่ ๗ การผันอักษรสามหมู หนวยที่ ๑ การผันอักษร ๓ หมู ไมมี บริบทตาง ๆ ท ๔.๑ (ป. ๔/๑) ตัวชี้วัด ท ๑.๑ (ป. ๔/๑), ท ๔.๑ หนา ๑๓–๑๔ (ดูเอกสารเสริมที่ ๓)๑๓. ใชพจนานุกรมคนหาความหมายของคํา (ป. ๔/๑) ๔.๑ (ป. ๔/๓)๑๔. แตงบทรอยกรองและคําขวัญ ๔.๑ (ป. ๔/๕)
  • 3. สื่อการเรียนรูสมบูรณแบบของ  หนังสือเรียนของวพ. ฉบับ ศธ. อนุญาต หนวยการเรียนรูท/ตัวชี้วด ี่ ั แผนการจัดการเรียนรู วพ. ตามหลักสูตรฯ 2551 ตามหลักสูตรฯ 2544 หนวย/หนา หนวย/บท/ตอน/หนา ๑๕. ระบุขอคิดจากนิทานพื้นบานหรือนิทานคติ ธรรม ๕.๑ (ป. ๔/๑) ๑๖. อธิบายขอคิดในการอานเพื่อนําไปใชใน ชีวิตจริง ๕.๑ (ป. ๔/๒)๑ เยี่ยมคุณยาย แผนฯ ที่ ๘ การอานเรื่อง เยี่ยมคุณยาย หนวยที่ ๒ เรื่องเยี่ยมคุณยาย หนวยที่ ๒ เรื่องเยี่ยมคุณยาย หนา หนา ๒๐–๒๑ ตัวชี้วัด ตัวชี้วัด ท ๑.๑ (ป. ๔/๑),ท ๑.๑ หนา ๒๔–๒๙ (ปรับเนื้อเรื่องใหม ดู ๑. อานออกเสียงบทรอยแกวและบทรอยกรอง (ป. ๔/๒), ท ๑.๑ (ป. ๔/๓), ท ๑.๑ เอกสารเสริมที่ ๕) ไดถูกตอง ท ๑.๑ (ป. ๔/๑) (ป. ๔/๔), ท ๑.๑ (ป. ๔/๖), ท ๒.๑ ๒. อธิบายความหมายของคํา ประโยค และ (ป. ๔/๑),ท ๔.๑ (ป. ๔/๗), ท ๕.๑ สํานวนจากเรื่องที่อาน ท ๑.๑ (ป. ๔/๒) (ป. ๔/๒), ท ๕.๑ (ป. ๔/๓) ๓. อานเรื่องสั้น ๆ ตามเวลาที่กําหนดและตอบ แผนฯ ที่ ๙ การอานคําที่มีตัวสะกดแม หนวยที่ ๒ การอานคําที่มีตัวสะกด (แม หนวยที่ ๒ การอาน (แมเกย และแมเกอว) หนา ๒๓, คําถามจากเรื่องที่อาน ท ๑.๑ (ป. ๔/๓) กง แมเกย และแมเกอว กง แมเกย และแมเกอว) หนา ๓๒ (แมกง ไมมีดูเอกสารเสริมที่ ๖) ๔. แยกขอเท็จจริงและขอคิดเห็นจากเรื่องที่ ตัวชี้วัด ท ๑.๑ (ป. ๔/๑), ท ๔/๑ อาน ท ๑.๑ (ป. ๔/๔) (ป. ๔/๑) ๕. สรุปความรูและขอคิดจากเรื่องที่อานเพื่อ แผนฯ ที่ ๑๐ การอานคํานาม สรรพ- หนวยที่ ๒ ชนิดของคํา(คํานาม สรรพ- คํานาม สรรพ-นาม คํากริยา อยูในหนวยที่ ๑ สองพี่ นําไปใชในชีวิตประจําวัน ท ๑.๑ (ป. ๔/๖) นาม คํากริยา และคํา นาม คํากริยา และคําวิเศษณ) นอง หนา ๗ (คําวิเศษณ ไมมีดูเอกสารเสริมที่ ๗) ๖. คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่ง วิเศษณ หนา ๓๓–๓๔ บรรทัด ท ๒.๑ (ป. ๔/๑) ตัวชี้วัด ท ๑.๑ (ป. ๔/๒), ท ๔/๑ (ป. ๔/๑), ท ๔/๑ (ป. ๔/๒), ท ๔/๑
  • 4. สื่อการเรียนรูสมบูรณแบบของ  หนังสือเรียนของวพ. ฉบับ ศธ. อนุญาต หนวยการเรียนรูท/ตัวชี้วด ี่ ั แผนการจัดการเรียนรู วพ. ตามหลักสูตรฯ 2551 ตามหลักสูตรฯ 2544 หนวย/หนา หนวย/บท/ตอน/หนา๗. เขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพ (ป. ๔/๔) ความคิดเพื่อใชพัฒนางานเขียน ท ๒.๑ (ป. ๔/๒) แผนฯ ที่ ๑๑ การคัดลายมือตัวบรรจง หนวยที่ ๒ การคัดลายมือตัวบรรจง ไมมี๘. มีมารยาทในการเขียน ท ๓.๑ (ป. ๔/๑) ตัวชี้วัด ท ๒.๑ (ป. ๔/๑) หนา ๓๔–๓๕ (ดูเอกสารเสริมที่ ๘)๙. สะกดคําและบอกความหมายของคําใน แผนฯ ที่ ๑๒ การเขียนแผนภาพ หนวยที่ ๒ การเขียนแผนภาพความคิด ไมมี บริบทตาง ๆ ท ๔.๑ (ป. ๔/๑) ความคิด หนา ๓๕–๓๖ (ดูเอกสารเสริมที่ ๙)๑๐. ระบุชนิดและหนาที่ของคําในประโยค ตัวชี้วัด ท ๒.๑ (ป. ๔/๓), ท ๒/๑ ท ๔.๑ (ป. ๔/๒) (ป. ๔/๘)๑๑. ใชพจนานุกรมใชคนหาความหมายของคํา ท ๔.๑ (ป. ๔/๓) แผนฯ ที่ ๑ การใชพจนานุกรม หนวยที่ ๒ พจนานุกรม หนา ๓๘–๓๙ หนวยที่ ๒ พจนานุกรม หนา ๒๙–๓๐๑๒. แตงประโยคไดถูกตองตามหลักภาษา ตัวชี้วด ท ๒.๑ (ป. ๔/๓) ั ท ๔.๑ (ป. ๔/๔)๑๓. เปรียบเทียบภาษามาตราฐานกับภาษาถิ่น ท ๔.๑ (ป. ๔/๗)๑๔. อธิบายขอคิดจากการอานเพื่อนําไปใชใน ชีวิตจริง ท ๕.๑ (ป. ๔/๒)๑๕. รองเพลงพื้นบาน ท ๕.๑ (ป. ๔/๓)
  • 5. สื่อการเรียนรูสมบูรณแบบของ  หนังสือเรียนของวพ. ฉบับ ศธ. อนุญาต หนวยการเรียนรูท/ตัวชี้วด ี่ ั แผนการจัดการเรียนรู วพ. ตามหลักสูตรฯ 2551 ตามหลักสูตรฯ 2544 หนวย/หนา หนวย/บท/ตอน/หนา๓ แมฟาหาแผนดิน  แผนฯ ที่ ๑๔ การอานเรื่อง แมฟาหา หนวยที่ ๓ แมฟาหาแผนดิน หนวยที่ ๓ สมเด็จยาของชาวไทย หนา ๓๕–๓๖ ตัวชี้วัด แผนดิน หนา ๕๐–๕๓ ( ปรับเนื้อเรื่องใหมดู ๑. อานออกเสียงบทรอยแกวและบทรอยกรอง ตัวชี้วัด ท ๑.๑ (ป. ๔/๑),ท ๑.๑ เอกสารเสริมที่ ๑๐) ไดถูกตอง ท ๑.๑ (ป. ๔/๑) (ป. ๔/๒), ท ๑.๑ (ป. ๔/๓), ท ๑.๑ ๒. อธิบายความหมายของคํา ประโยค และ (ป. ๔/๔), ท ๑.๑ (ป. ๔/๖), ท ๒.๑ สํานวนจากเรื่องที่อาน ท ๑.๑ (ป. ๔/๒) (ป. ๔/๑),ท ๔.๑ (ป. ๔/๗), ท ๕.๑ ๓. อานเรื่องสั้น ๆ ตามเวลาที่กําหนดและตอบ (ป. ๔/๒), ท ๕.๑ (ป. ๔/๓) คําถามจากเรื่องที่อาน ท ๑.๑ (ป. ๔/๓) แผนฯ ที่ ๑๕ การอานคําที่มีอักษรนํา หนวยที่ ๓ การอานคําที่มีอกษรนํา ั หนวยที่ ๓ การอาน (อักษรนํา) หนา ๓๘, คําที่มี ๔. สรุปความรูและขอคิดจากเรื่องที่อานเพื่อ ตัวชี้วัด ท ๑.๑ (ป. ๔/๑),ท ๒.๑ (ป. หนา ๕๗ อักษรนํา อยูในหนวยที่ ๖ เลนแบบไทย หนา ๘๓, คํา นําไปใชในชีวิตประจําวัน ท ๑.๑ (ป. ๔/๖) ๔/๒), ท ๔/๑ (ป. ๔/๑) ที่มีอักษรนํา อยูในหนวยที่ ๑๒ ตะลุยตางดาว หนา ๕. อานหนังสือที่มีคุณคาตามความสนใจอยาง ๑๖๔ สม่ําเสมอและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ แผนฯ ที่ ๑๖ คํายอและอักษรยอ หนวยที่ ๓ คํายอและอักษรยอ หนวยที่ ๓ คํายอและอักษรยอ หนา ๔๐ เรื่องที่อาน ท ๑.๑ (ป.๔/๓) ตัวชี้วัด ท ๑.๑ (ป. ๔/๑), ท ๔/๑ หนา ๕๘ ๖. มีมารยาทในการอาน ท ๑.๑ (ป.๔/๘) (ป. ๔/๑) ๗. เขียนสื่อสารโดยใชคําไดถูกตอง ชัดเจน และเหมาะสม ท ๒.๑ (ป. ๔/๒) แผนฯ ที่ ๑๗ ประโยค หนวยที่ ๓ ประโยค หนา ๕๙–๖๑ หนวยที่ ๒ ประโยค หนา ๒๔–๒๕ ๘. เขียนบันทึกและเขียนรายงานจากการศึกษา ตัวชี้วัด ท ๒.๑ (ป. ๔/๒), ท ๔/๑ คนควา ท ๒.๑ (ป. ๔/๖) (ป. ๔/๒), ท ๔/๑ (ป. ๔/๔) ๙. เขียนเรื่องตามจินตนาการ ท ๒.๑ (ป. ๔/๗)
  • 6. สื่อการเรียนรูสมบูรณแบบของ  หนังสือเรียนของวพ. ฉบับ ศธ. อนุญาต หนวยการเรียนรูท/ตัวชี้วด ี่ ั แผนการจัดการเรียนรู วพ. ตามหลักสูตรฯ 2551 ตามหลักสูตรฯ 2544 หนวย/หนา หนวย/บท/ตอน/หนา๑๐. พูดแสดงความรู ความคิดเห็นและ แผนฯ ที่ ๑๘ การพูดนําเสนอผลงาน หนวยที่ ๓ การพูดนําเสนอผลงาน ไมมี ความรูสึกเกี่ยวกับเรื่องที่ฟงและดู ตัวชี้วัด ท ๓.๑ (ป. ๔/๓), ท ๓/๑ หนา ๖๒ (ดูเอกสารเสริมที่ ๑๑) ท ๓.๑ (ป.๔/๓) (ป. ๔/๕), ท ๓/๑ (ป. ๔/๖)๑๑. รายงานเรื่องหรือประเด็นที่ศึกษาคนควา แผนฯ ที่ ๑๘ การเลือกหนังสืออาน หนวยที่ ๓ การเลือกหนังสืออาน หนวยที่ ๓ การเลือกหนังสืออาน หนา ๔๔ จากการฟง การดู และการสนทนา ตัวชี้วัด ท ๑.๑ (ป. ๔/๓), ท ๑/๑ หนา ๖๔ ท ๓.๑ (ป. ๔/๕) (ป. ๔/๖), ท ๑.๑ (ป. ๔/๗), ท ๑/๑๑๒. มีมารยาทในการฟง การดู และการพูด (ป. ๔/๘), ท ๒.๑ (ป. ๔/๖) ท ๓.๑ (ป. ๔/๖)๑๓. สะกดคําและบอกความหมายของคําใน บริบทตาง ๆ ท ๔.๑ (ป. ๔/๑)๑๔. ระบุชนิดและหนาที่ของคําในประโยค ท ๔.๑ (ป. ๔/๒)๑๔. แตงประโยคไดถูกตองหลักภาษา ท ๔.๑ (ป. ๔/๔)๑๖. อธิบายขอคิดจากการอานเพื่อนําไปใชใน ชีวิตจริง ท ๕.๑ (ป. ๔/๒)
  • 7. สื่อการเรียนรูสมบูรณแบบของ  หนังสือเรียนของวพ. ฉบับ ศธ. อนุญาต หนวยการเรียนรูท/ตัวชี้วด ี่ ั แผนการจัดการเรียนรู วพ. ตามหลักสูตรฯ 2551 ตามหลักสูตรฯ 2544 หนวย/หนา หนวย/บท/ตอน/หนา๔ นักสะสมแสตมป แผนฯ ที่ ๒๐ การอานเรื่อง นักสะสม หนวยที่ ๔ นักสะสมแสตมป หนวยที่ ๕ นักสะสมแสตมป หนา ๖๔–๖๕ ตัวชี้วัด แสตมป (ปรับเนื้อเรื่องใหมดูเอกสารเสริมที่ ๑๒) ๑. อานออกเสียงบทรอยแกวและบทรอยกรอง ตัวชี้วัด ท ๑.๑ (ป. ๔/๑),ท ๑.๑ ไดถูกตอง ท ๑.๑ (ป. ๔/๑) (ป. ๔/๒), ท ๑.๑ (ป. ๔/๖), ท ๒.๑ ๒. อธิบายความหมายของคํา ประโยค และ (ป. ๔/๑), ท ๒.๑ (ป. ๔/๓), ท ๓.๑ สํานวนจากเรื่องที่อาน ท ๑.๑ (ป. ๔/๒) (ป. ๔/๓), ท ๕.๑ (ป. ๔/๒), ท ๕.๑ ๓. สรุปความรูและขอคิดจากเรื่องที่อานเพื่อ (ป. ๔/๔) นําไปใชในชีวิตประจําวัน ท ๑.๑ (ป. ๔/๖) แผนฯ ที่ ๒๑ การเขียนยอหนาและเวน หนวยที่ ๔ การเขียนยอหนาและเวน การเขียนยอหนาและเวนวรรคตอน อยูในหนวยที่ ๕ ๔. คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่ง วรรคตอน วรรคตอน หนา ๘๒ นักสะสมแสตมป หนา ๖๘–๖๙, การเวนวรรคตอน บรรทัด ท ๒.๑ (ป. ๔/๑) ตัวชี้วัด ท ๑.๑ (ป. ๔/๑),ท ๒.๑ อยูในหนวยที่ ๑๖ รวมแรงรวมใจ หนา ๒๑๗ ๕. เขียนสื่อสารโดยใชคําไดถูกตอง ชัดเจน (ป. ๔/๒) และเหมาะสม ท ๒.๑ (ป. ๔/๒) แผนฯ ที่ ๒๒ การเขียนจดหมายถึง หนวยที่ ๔ การเขียนจดหมายถึงเพื่อน ไมมี ๖. เขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพ เพื่อน หนา ๘๔ (ดูเอกสารเสริมที่ ๑๓) ความคิดเพื่อใชพัฒนางานเขียน ตัวชี้วัด ท ๒.๑ (ป. ๔/๕), ท ๒.๑ ท ๒.๑ (ป. ๔/๓) (ป. ๔/๘) ๗. เขียนจดหมายถึงเพื่อนและบิดามารดา แผนฯ ที่ ๒๓ มารยาทในการเขียน หนวยที่ ๔ มารยาทในการเขียน ไมมี ท ๒.๑ (ป. ๔/๕) จดหมาย จดหมาย หนา ๓๕ (ดูเอกสารเสริมที่ ๑๓) ๘. มีมารยาทในการเขียน ท ๒.๑ (ป. ๔/๘) ตัวชี้วัด ท ๒.๑ (ป. ๔/๘),ท ๓.๑ (ป. ๔/๓), ท ๓.๑ (ป. ๔/๔)
  • 8. สื่อการเรียนรูสมบูรณแบบของ  หนังสือเรียนของวพ. ฉบับ ศธ. อนุญาต หนวยการเรียนรูท/ตัวชี้วด ี่ ั แผนการจัดการเรียนรู วพ. ตามหลักสูตรฯ 2551 ตามหลักสูตรฯ 2544 หนวย/หนา หนวย/บท/ตอน/หนา ๙. รายงานเรื่องหรือประเด็นที่ศึกษาคนควา จากการฟง การดู และการสนทนา ท ๓.๑ (ป. ๔/๕) ๑๐. ตั้งคําถามและตอบคําถามเชิงเหตุผลจาก เรื่องที่ฟงและดู ท ๔.๑ (ป. ๔/๔) ๑๑. อธิบายขอคิดจากการอานเพื่อนําไปใชใน ชีวิตจริง ท ๕.๑ (ป. ๔/๒) ๑๒. ทองจําบทอาขยานตามที่กําหนดและบท รอยกรองที่มีคุณคาตามความสนใจ ท ๕.๑ (ป. ๔/๒)๕ พระอภัยมณี ตอน สุดสาครเขาเมือง แผนฯ ที่ ๒๔ การอานเรื่อง พระอภัย หนวยที่ ๕ พระอภัยมณี ตอน สุดสาคร หนวยที่ ๘ พระอภัยมณี ตอน สุดสาครเขาเมือง การะเวก มณี ตอน สุดสาครเขา เขาเมืองการะเวก หนา ๙๖–๑๐๔ การะเวก หนา ๑๐๕–๑๐๙ ตัวชี้วัด เมืองการะเวก (ปรับเนื้อเรื่องใหมดเอกสารเสริมที่ ๑๕) ู ตัวชี้วัด ท ๑.๑ (ป. ๔/๑),ท ๑.๑ ๑. อานออกเสียงบทรอยแกวและบทรอยกรอง (ป. ๔/๒), ท ๑.๑ (ป. ๔/๓), ท ๑.๑ ไดถูกตอง ท ๑.๑ (ป. ๔/๑) (ป. ๔/๕), ท ๑.๑ (ป. ๔/๖), ท ๒.๑ ๒. อธิบายความหมายของคํา ประโยค และ (ป. ๔/๔), ), ท ๔.๑ (ป. ๔/๖)ท ๕.๑ สํานวนจากเรื่องที่อาน ท ๑.๑ (ป. ๔/๒) (ป. ๔/๑), ท ๕.๑ (ป. ๔/๒) ๓. อานเรื่องสั้น ๆ ตามเวลาที่กําหนดและตอบ คําถามจากเรื่องที่อาน ท ๑.๑ (ป. ๔/๓)
  • 9. สื่อการเรียนรูสมบูรณแบบของ  หนังสือเรียนของวพ. ฉบับ ศธ. อนุญาต หนวยการเรียนรูท/ตัวชี้วด ี่ ั แผนการจัดการเรียนรู วพ. ตามหลักสูตรฯ 2551 ตามหลักสูตรฯ 2544 หนวย/หนา หนวย/บท/ตอน/หนา ๔. คาดคะเนเหตุการณจากเรืองราวที่อานโดย ่ แผนฯ ที่ ๒๕ การอานคําที่มีตัวการันต หนวยที่ ๕ การคําที่มีตัวการันต หนา การอานออกเสียงพยัญชนะ อยูในหนวยที่ ๔ ผึ้งนอย ระบุเหตุผลประกอบ ท ๑.๑ (ป. ๔/๕) และคําที่มี รร ๑๐๖, การอานคําที่มี รร หนา ๑๐๖ พาชม หนา ๕๔, การอาน (คําทีมีตัวการันต) หนา ่ ๕. สรุปความรูและขอคิดจากเรื่องที่อานเพื่อ ตัวชี้วัด ท ๑.๑ (ป. ๔/๑),ท ๒.๑ ๑๑๐–๑๑๑, คําที่มีตัวการันต อยูในหนวยที่ ๑๔ นําไปใชในชีวิตประจําวัน ท ๑.๑ (ป. ๔/๖) (ป. ๔/๑),ท ๔.๑ (ป. ๔/๑),ท ๔.๑ อินเทอรเน็ต ๑๙๐ ๖. คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่ง (ป. ๔/๔) บรรทัด ท ๒.๑ (ป. ๔/๑) แผนฯ ที่ ๒๖ การอานออกเสียงหนักเบา หนวยที่ ๕ การอานออกเสียงหนักเบา ไมมี ๗. เขียนสื่อสารโดยใชคําไดถูกตอง ชัดเจน ตัวชี้วัด ท ๑.๑ (ป. ๔/๑,ท ๔.๑ หนา ๑๐๗ (ดูเอกสารเสริมที่ ๑๖) และเหมาะสม ท ๒.๑ (ป. ๔/๒) (ป. ๔/๑)๘. เขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพ แผนฯ ที่ ๒๗ การอานทํานองเสนาะ หนวยที่ ๕ การอานทํานองเสนาะ การอานทํานองเสนาะ อยูในหนวยที่ ๑๐ สนุกสนานวัน ความคิดเพื่อใชพัฒนางานเขียน ตัวชี้วัด ท ๑.๑ (ป. ๔/๑),ท ๔.๑ หนา ๑๐๗–๑๐๘ สงกานต หนา ๑๓๖–๑๓๗ ท ๒.๑ (ป. ๔/๓) (ป. ๔/๕),ท ๕.๑ (ป. ๔/๔)๙. เขียนยอความจากเรื่องสั้น ๆ แผนฯ ที่ ๒๘ การเขียนแผนภาพ หนวยที่ ๕ การเขียนแผนภาพโครงเรื่อง ไมมี ท ๒.๑ (ป. ๔/๔ โครงเรื่อง หนา ๑๑๐ (ดูเอกสารเสริมที่ ๑๗)๑๐. เขียนเรื่องตามจินตนาการ ตัวชี้วัด ท ๑.๑ (ป. ๔/๓),ท ๑.๑ ท ๓.๑ (ป. ๔/๗) (ป. ๔/๖),ท ๒.๑ (ป. ๔/๓), ท ๒.๑๑๑. จําแนกขอเท็จจริงและขอคิดเห็นจากเรื่อง (ป. ๔/๗) ที่ฟงและดู ท ๓.๑ (ป. ๔/๑)
  • 10. สื่อการเรียนรูสมบูรณแบบของ  หนังสือเรียนของวพ. ฉบับ ศธ. อนุญาต หนวยการเรียนรูท/ตัวชี้วด ี่ ั แผนการจัดการเรียนรู วพ. ตามหลักสูตรฯ 2551 ตามหลักสูตรฯ 2544 หนวย/หนา หนวย/บท/ตอน/หนา แผนฯ ที่ ๒๙ การเขียนสรุปเรื่อง หนวยที่ ๕ การเขียนสรุปเรื่อง การเขียนสรุปเรื่อง อยูในหนวยที่ ๘ พระอภัยมณี ตัวชี้วัด ท ๑.๑ (ป. ๔/๓),ท ๑.๑ หนา ๑๑๑ ตอน สุดสาครเขาเมืองการะเวก หนา ๑๑๔ (ป. ๔/๖),ท ๒.๑ (ป. ๔/๒), ท ๓.๑ (ป. ๔/๑), ท ๓.๑ (ป. ๔/๒)๖ ดวงแกววิเศษ แผนฯ ที่ ๓๐ การอานเรื่อง ดวงแกว หนวยที่ ๖ ดวงแกววิเศษ หนา ๑๒๒– หนวยที่ ๗ ดวงแกววิเศษ หนา ๙๒–๙๓ ตัวชี้วัด วิเศษ ๑๒๗ (ปรับเนื้อเรื่องใหม ดูเอกสาร ๑. อานออกเสียงบทรอยแกวและบทรอยกรอง ตัวชี้วัด ท ๑.๑ (ป. ๔/๑),ท ๑.๑ เสริมที่ ๑๘) ไดถูกตอง ท ๑.๑ (ป. ๔/๑) (ป. ๔/๒), ท ๑.๑ (ป. ๔/๓), ท ๑.๑ ๒. อธิบายความหมายของคํา ประโยค และ (ป. ๔/๔), ท ๑.๑ (ป. ๔/๕), ท ๑.๑ สํานวนจากเรื่องที่อาน ท ๑.๑ (ป. ๔/๒) (ป. ๔/๗), ท ๕.๑ (ป. ๔/๑) ๓. อานเรื่องสั้น ๆ ตามเวลาที่กําหนดและตอบ แผนฯ ที่ ๓๑ อักษรควบ หนวยที่ ๖ อักษรควบ การอาน (อักษรควบ) อยูในหนวยที่ ๗ ดวงแกววิเศษ คําถามจากเรื่องที่อาน ท ๑.๑ (ป. ๔/๓) ตัวชี้วัด ท ๑.๑ (ป. ๔/๑),ท ๑.๑ หนา ๑๒๘–๑๒๙ หนา ๙๕–๙๖ , การอาน (อักษรควบไมแท อักษร ๔. แยกขอเท็จจริงและขอคิดเห็นจากเรื่องที่ (ป. ๔/๒), ท ๔.๑ (ป. ๔/๑) ควบแท) อยูในหนวยที่ ๑๕ เที่ยวงานองคพระปฐม อาน ท ๑.๑ (ป. ๔/๔) เจดีย หนา ๒๐๓–๒๐๘ ๕. คาดคะเนเหตุการณจากเรืองราวที่อานโดย แผนฯ ที่ ๓๒ เครื่องหมายวรรคตอน ่ หนวยที่ ๖ เครื่องหมายวรรคตอน เครื่องหมายวรรคตอน อยูในหนวยที่ ๗ ดวงแกว ระบุเหตุผลประกอบ ท ๑.๑ (ป. ๔/๕) ตัวชี้วัด ท ๑.๑ (ป. ๔/๑),ท ๒.๑ หนา ๑๓๐–๑๓๑ วิเศษ หนา ๙๗–๙๘ (ป. ๔/๒)
  • 11. สื่อการเรียนรูสมบูรณแบบของ  หนังสือเรียนของวพ. ฉบับ ศธ. อนุญาต หนวยการเรียนรูท/ตัวชี้วด ี่ ั แผนการจัดการเรียนรู วพ. ตามหลักสูตรฯ 2551 ตามหลักสูตรฯ 2544 หนวย/หนา หนวย/บท/ตอน/หนา๖. อานหนังสือที่มีคุณคาตามความสนใจอยาง แผนฯ ที่ ๓๓ การเขียนและการพูด หนวยที่ ๖ การเขียนรายงาน การเขียนรายงาน อยูในหนวยที่ ๗ ดวงแกววิเศษ สม่ําเสมอและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ รายงาน หนา ๑๓๒–๑๓๓, การพูดรายงาน หนา ๙๘–๙๙ (การพูดรายงานไมมี ดูเอกสารเสริมที่ เรื่องที่อาน ท ๑.๑ (ป.๔/๗) ตัวชี้วัด ท ๒.๑ (ป. ๔/๖),ท ๓.๑ หนา ๑๓๓ ๑๙)๗. เขียนสื่อสารโดยใชคําไดถูกตอง ชัดเจน (ป. ๔/๕),ท ๓.๑ (ป. ๔/๖) และเหมาะสม ท ๒.๑ (ป. ๔/๒) แผนฯ ที่ ๓๔ ภาษาพูดและภาษาเขียน หนวยที่ ๖ ภาษาพูดและภาษาเขียน ภาษาพูดและภาษาเขียน อยูในหนวยที่ ๗ ดวงแกว๘. เขียนบันทึกและเขียนรายงานจากการศึกษา ตัวชี้วัด ท ๒.๑ (ป. ๔/๒),ท ๒.๑ หนา ๑๓๔ วิเศษ หนา ๙๙–๑๐๐ คนควา ท ๒.๑ (ป. ๔/๖) (ป. ๔/๗),ท ๒.๑ (ป. ๔/๘),ท ๓.๑๙. เขียนเรื่องตามจินตนาการ (ป. ๔/๓),ท ๓.๑ (ป. ๔/๖) ท ๓.๑ (ป. ๔/๗)๑๐. มีมารยาทในการเขียน ท ๓.๑ (ป. ๔/๘)๑๑. พูดแสดงความรู ความคิดเห็นและ ความรูสึกเกี่ยวกับเรื่องที่ฟงและดู ท ๓.๑ (ป.๔/๓)๑๒. รายงานเรื่องหรือประเด็นที่ศึกษาคนควา จากการฟง การดู และการสนทนา ท ๓.๑ (ป. ๔/๕)๑๓. มีมารยาทในการฟง การดู และการพูด ท ๓.๑ (ป. ๔/๖)๑๔. สะกดคําและบอกความหมายของคําใน บริบทตาง ๆ ท ๔.๑ (ป. ๔/๑)
  • 12. สื่อการเรียนรูสมบูรณแบบของ  หนังสือเรียนของวพ. ฉบับ ศธ. อนุญาต หนวยการเรียนรูท/ตัวชี้วด ี่ ั แผนการจัดการเรียนรู วพ. ตามหลักสูตรฯ 2551 ตามหลักสูตรฯ 2544 หนวย/หนา หนวย/บท/ตอน/หนา ๑๕. ระบุชนิดและหนาที่ของคําในประโยค ท ๔.๑ (ป. ๔/๒)๗ เลนแบบไทย แผนฯ ที่ ๓๕ การอานเรื่อง เลนแบบ หนวยที่ ๗ เลนแบบไทย หนา ๑๔๖– หนวยที่ ๖ เลนแบบไทย หนา ๗๘–๘๑ ตัวชี้วัด ไทย ๑๔๙ (ปรับเนื้อเรื่องใหม ดูเอกสารเสริม ๑. อานออกเสียงบทรอยแกวและบทรอยกรอง ตัวชี้วัด ท ๑.๑ (ป. ๔/๑),ท ๑.๑ ที่ ๑๘) ไดถูกตอง ท ๑.๑ (ป. ๔/๑) (ป. ๔/๒), ท ๑.๑ (ป. ๔/๓), ท ๑.๑ ๒. อธิบายความหมายของคํา ประโยค และ (ป. ๔/๖), ท ๑.๑ (ป. ๔/๘), ท ๔.๑ สํานวนจากเรื่องที่อาน ท ๑.๑ (ป. ๔/๒) (ป. ๔/๓), ท ๕.๑ (ป. ๔/๒) ๓. อานเรื่องสั้น ๆ ตามเวลาที่กําหนดและตอบ แผนฯ ที่ ๓๖ การละเลนของไทย หนวยที่ ๗ การละเลนของไทย (ความรู ไมมี คําถามจากเรื่องที่อาน ท ๑.๑ (ป. ๔/๓) ตัวชี้วัด ท ๑.๑ (ป. ๔/๖),ท ๑.๑ เพิ่มเติมจากเนื้อเรื่อง) ๔. สรุปความรูขอคิดจากเรื่องที่อานเพื่อ (ป. ๔/๗), ท ๔.๑ (ป. ๔/๗), ท ๓.๑ นําไปใชในชีวิตประจําวัน ท ๑.๑ (ป.๔/๖) (ป. ๔/๕), ท ๕.๑ (ป. ๔/๓) ๕. อานหนังสือที่มีคุณคาตามความสนใจอยาง แผนฯ ที่ ๓๗ ประโยคเพื่อการสื่อสาร หนวยที่ ๗ ประโยคเพื่อการสื่อสาร ประโยคบอกเลา ประโยคปฏิเสธ ประโยคคําถาม อยู สม่ําเสมอและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ ตัวชี้วัด ท ๒.๑ (ป. ๔/๒),ท ๔.๑ หนา ๑๕๒–๑๕๓ ในหนวยที่ ๒ เยี่ยมคุณยาย หนา ๒๖, ประโยคคําสั่ง เรื่องที่อาน ท ๑.๑ (ป.๔/๗) (ป. ๔/๔) และแสดงความตองการ อยูในหนวยที่ ๓ สมเด็จยา ๖. มีมารยาทในการอาน ท ๑.๑ (ป.๔/๘) ของชาวไทย หนา ๔๓ (ประโยคขอรองไมมี ดูใน เอกสารเสริมที่ ๒๑)
  • 13. สื่อการเรียนรูสมบูรณแบบของ  หนังสือเรียนของวพ. ฉบับ ศธ. อนุญาต หนวยการเรียนรูท/ตัวชี้วด ี่ ั แผนการจัดการเรียนรู วพ. ตามหลักสูตรฯ 2551 ตามหลักสูตรฯ 2544 หนวย/หนา หนวย/บท/ตอน/หนา๗. เขียนสื่อสารโดยใชคําไดถูกตอง ชัดเจน แผนฯ ที่ ๓๘ การอภิปรายกลุม หนวยที่ ๗ การอภิปรายกลุม การอภิปรายกลุม อยูในหนวยที่ ๔ หนา ๕๖–๕๗ และเหมาะสม ท ๒.๑ (ป. ๔/๒) ตัวชี้วัด ท ๓.๑ (ป. ๔/๓),ท ๓.๑ หนา ๑๕๔–๑๕๕๘. พูดสรุปความจากการฟงและดู (ป. ๔/๕), ท ๓.๑ (ป. ๔/๖) ท ๓.๑ (ป. ๔/๒) แผนฯ ที่ ๓๙ มารยาทในการฟงและ หนวยที่ ๗ มารยาทในการฟงและการ มารยาทในการฟงและการพูด อยูในหนวยที่ ๑ สองพี่๙. พูดแสดงความรู ความคิดเห็นและ การพูด พูด หนา ๑๕๖ นอง หนา ๑๕ ความรูสึกเกี่ยวกับเรื่องที่ฟงและดู ตัวชี้วัด ท ๓.๑ (ป. ๔/๒),ท ๓.๑ ท ๓.๑ (ป.๔/๓) (ป. ๔/๔), ท ๓.๑ (ป. ๔/๖)๑๐. ตั้งคําถามและตอบคําถามเชิงเหตุผลจาก เรื่องที่ฟงและดู ท ๓.๑ (ป. ๔/๔)๑๑. รายงานเรื่องหรือประเด็นที่ศึกษาคนควา จากการฟง การดู และการสนทนา ท ๓.๑ (ป. ๔/๕)๑๒. มีมารยาทในการฟง การดู และการพูด ท ๓.๑ (ป. ๔/๖)๑๓. ใชพจนานุกรมคนหาความหมายของคํา ท ๔.๑ (ป. ๔/๓)๑๔. แตงประโยคไดถูกตองตามหลักภาษา ท ๔.๑ (ป. ๔/๔)
  • 14. สื่อการเรียนรูสมบูรณแบบของ  หนังสือเรียนของวพ. ฉบับ ศธ. อนุญาต หนวยการเรียนรูท/ตัวชี้วด ี่ ั แผนการจัดการเรียนรู วพ. ตามหลักสูตรฯ 2551 ตามหลักสูตรฯ 2544 หนวย/หนา หนวย/บท/ตอน/หนา ๑๕. เปรียบเทียบภาไทยมาตรฐานกับภาษา ถิ่นได ท ๔.๑ (ป. ๔/๗) ๑๖. อธิบายขอคิดจากการอานเพื่อนําไปใชใน ชีวิตจริง ท ๕.๑ (ป. ๔/๒) ๑๗. รองเพลงพื้นบาน ท ๕.๑ (ป. ๔/๓)๘ รามเกียรต ตอน ทรพีฆาทรพา  แผนฯ ที่ ๔๐ การอานเรื่อง รามเกียรต หนวยที่ ๘ รามเกียรต ตอน ทรพีฆา หนวยที่ ๑๓ รามเกียรต ตอน ทรพีฆาทรพา หนา ตัวชี้วัด ตอน ทรพีฆาทรพา ทรพา หนา ๑๖๘–๑๗๒ (ปรับเนื้อเรื่อง ๑๗๑–๑๗๓ ๑. อานออกเสียงบทรอยแกวและบทรอยกรอง ตัวชี้วัด ท ๑.๑ (ป. ๔/๑),ท ๑.๑ ใหมดูเอกสารเสริมที่ ๒๒ ไดถูกตอง ท ๑.๑ (ป. ๔/๑) (ป. ๔/๒), ท ๑.๑ (ป. ๔/๓), ท ๑.๑ ๒. อธิบายความหมายของคํา ประโยค และ (ป. ๔/๖), ท ๓.๑ (ป. ๔/๒), ท ๔.๑ สํานวนจากเรื่องที่อาน ท ๑.๑ (ป. ๔/๒) (ป. ๔/๖), ท ๕.๑ (ป. ๔/๑) , ท ๕.๑ ๓. อานเรื่องสั้น ๆ ตามเวลาที่กําหนดและตอบ (ป. ๔/๔) คําถามจากเรื่องที่อาน ท ๑.๑ (ป. ๔/๓) แผนฯ ที่ ๔๑ รูจักสํานวนภาษา หนวยที่ ๘ รูจักสํานวนภาษา (ความรู ไมมี ๔. คาดคะเนเหตุการณจากเรืองราวที่อานโดย ตัวชี้วัด ท ๑.๑ (ป. ๔/๒),ท ๑.๑ ่  เพิ่มเติมจากเนื้อเรื่อง) ระบุเหตุผลประกอบ ท ๑.๑ (ป. ๔/๕) (ป. ๔/๖), ท ๔.๑ (ป. ๔/๖) ๕. สรุปความรูขอคิดจากเรื่องที่อานเพื่อ นําไปใชในชีวิตประจําวัน ท ๑.๑ (ป.๔/๖)
  • 15. สื่อการเรียนรูสมบูรณแบบของ  หนังสือเรียนของวพ. ฉบับ ศธ. อนุญาต หนวยการเรียนรูท/ตัวชี้วด ี่ ั แผนการจัดการเรียนรู วพ. ตามหลักสูตรฯ 2551 ตามหลักสูตรฯ 2544 หนวย/หนา หนวย/บท/ตอน/หนา๖. มีมารยาทในการอาน ท ๑.๑ (ป.๔/๘) แผนฯ ที่ ๔๒ คําบอกจํานวน หนวยที่ ๘ คําบอกจํานวนลักษณะนาม คําบอกจํานวนลักษณะนาม อยูในหนวยที่ ๑๓๗. เขียนสื่อสารโดยใชคําไดถูกตอง ชัดเจน ลักษณะนาม หนา ๑๗๕–๑๗๖ รามกียรติ์ ตอน ทรพีฆาทรพา หนา ๑๗๙–๑๘๑ และเหมาะสม ท ๒.๑ (ป. ๔/๒) ตัวชี้วัด ท ๒.๑ (ป. ๔/๒),ท ๒.๑๘. เขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพ (ป. ๔/๖), ท ๓.๑ (ป.๔/๕) ท ๔.๑ ความคิดเพื่อใชพัฒนางานเขียน ท ๒.๑ (ป. ๔/๓) (ป. ๔/๓) แผนฯ ที่ ๔๓ การอานจับใจความสําคัญ หนวยที่ ๘ การอานในใจ (การจับ ไมมี๙. เขียนบันทึกและเขียนรายงานจากการศึกษา ตัวชี้วัด ท ๑.๑ (ป. ๔/๓),ท ๑.๑ ใจความสําคัญ) หนา ๑๗๗–๑๗๘ (อานเอกสารเสริมที่ ๒๔) คนควา ท ๒.๑ (ป. ๔/๖) (ป. ๔/๕), ท ๑.๑ (ป.๔/๖) ท ๑.๑๑๐. มีมารยาทในการเขียน ท ๒.๑ (ป. ๔/๘) (ป. ๔/๘), ท ๒.๑ (ป. ๔/๒),ท ๒.๑๑๑. พูดสรุปความจากการฟงและดู (ป. ๔/๓), ท ๒.๑ (ป.๔/๘) ท ๓.๑ (ป. ๔/๒) แผนฯ ที่ ๔๔ มารยาทในการอาน หนวยที่ ๘ มารยาทในการอาน มารยาทในการอาน อยูในหนวยที่ ๗ ดวงแกววิเศษ๑๒. รายงานเรื่องหรือประเด็นที่ศึกษาคนควา ตัวชี้วัด ท ๑.๑ (ป. ๔/๖),ท ๑.๑ หนา ๑๗๙ หนา ๑๐๑, มารยาทในการอาน อยูในหนวยที่ ๑๓ จากการฟง การดู และการสนทนา (ป. ๔/๘), ท ๒.๑ (ป.๔/๓) ท ๓.๑ รามกียรติ์ ตอน ทรพีฆาทรพา หนา ๑๘๑ ท ๓.๑ (ป. ๔/๕) (ป. ๔/๕)๑๓. สะกดคําและบอกความหมายของคําใน แผนฯ ที่ ๔๕ การประสมคํา หนวยที่ ๘ การประสมคํา หนา ๑๘๐ ไมมี บริบทตาง ๆ ท ๔.๑ (ป. ๔/๑) ตัวชี้วัด ท ๑.๑ (ป. ๔/๒),ท ๔.๑ (อานเอกสารเสริมที่ ๒๕)๑๔. ระบุชนิดและหนาที่ของคําในประโยค (ป. ๔/๑), ท ๔.๑ (ป.๔/๒) ท ๔.๑ (ป. ๔/๒)
  • 16. สื่อการเรียนรูสมบูรณแบบของ  หนังสือเรียนของวพ. ฉบับ ศธ. อนุญาต หนวยการเรียนรูท/ตัวชี้วด ี่ ั แผนการจัดการเรียนรู วพ. ตามหลักสูตรฯ 2551 ตามหลักสูตรฯ 2544 หนวย/หนา หนวย/บท/ตอน/หนา๑๕. ใชพจนานุกรมคนหาความหมายของคํา แผนฯ ที่ ๔๖ คําพอง หนวยที่ ๘ คําพอง หนา ๑๘๐–๑๘๑ ไมมี ท ๔.๑ (ป. ๔/๓) ตัวชี้วด ท ๔.๑ (ป. ๔/๑),ท ๔.๑ ั (อานเอกสารเสริมที่ ๒๖)๑๖. แตงประโยคไดถูกตองตามหลักภาษา (ป. ๔/๓), ท ๔.๑ (ป.๔/๔) ท ๔.๑ ท ๔.๑ (ป. ๔/๔) (ป. ๔/๕)๑๗. แตงบทรอยกรองและคําขวัญ ท ๔.๑ (ป. ๔/๕)๑๘. บอกความหมายของสํานวน ท ๔.๑ (ป. ๔/๖)๑๙. ระบุขอคิดจากนิทานพื้นบานหรือนิทาน คติธรรม ท ๔.๑ (ป. ๔/๖)๒๐. ทองจําบทอาขยานตามที่กําหนดและบท รอยกรองที่มีคุณคาตามความสนใจ ท ๕.๑ (ป. ๔/๒)
  • 17. เอกสารเสริมกลุมสาระการเรียนรู ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที่ ๔ เลม ๑
  • 18. เอกสารเสริมที่ ๑ (หนวยการเรียนรูที่ ๑ สองพี่นอง)  เนื้อเรื่อง สองพี่นอง ฝนตกตั้งแตเชามืด ธันวาและกันยามองออกไปนอกหนาตางดวยแววตาเศรา ๆ “เมื่อไหรฝนจะหยุดตกนะ...” เสียงบนพึมพําดังขึ้นอยางตอเนื่อง พรอมกับทาทางกระสับกระสายของเจาของเสียง “ถาฝนไมหยุดตก พอจะพาไปเที่ยวพรุงนี้นะลูก” พอกลาวหลังจากที่น่งสังเกตอาการลูก  ัสาวอยูนาน “แตหนูกบพี่ธนวารีบตื่นแตเชา หวังจะไดไปเที่ยว” กันยาอางเหตุผลพลางกระแทกตัวลง ั ันั่งบนเกาอี้ ดวงตาทั้งสองขางเริ่มแดงก่ําเหมือนจะรองไห “ไมเอานา คุณพอบอกแลวไงวาพรุงนี้กไปเที่ยวได เรายังหยุดอีกตั้งหนึ่งวันแนะ เด็กดี ็ตองไมทาใหคณพอคุณแมกลุมใจนะ หรืออยากเปนเหมือนแวนกับวุน” ธันวาเตือนนอง ํ ุ “แวนกับวุนเปนใครหรือคะ” กันยาถามดวยความสงสัย “เอา! กินขาวไดแลวจะเด็ก ๆ ” เสียงแมดังขึ้นมาจากในครัว “กินขาวเสร็จแลวพี่จะเลาใหฟง” ธันวากระซิบบอกนองสาวกอนจะเดินเขาไปในครัวตามกลิ่นอาหารที่สงกลิ่นหอมโชยออกมา  ทันทีที่กินขาวเสร็จ กันยารีบบอกธันวาใหเลาเรื่องแวนกับวุนใหฟง “เดี๋ยวกอนสิกันยา เรามาชวยคุณแมเก็บจานชามไปลางใหเรียบรอยกอนเถอะ ไวลางจานเสร็จพี่จะเลาใหฟง” ธันวาพูดพรอมกับเก็บจานบนโตะอาหาร สองพีนองชวยกันลางจานจนเสร็จ ่เรียบรอยจึงชวนกันออกไปนั่งเลน บรรยากาศขางนอกยังมีเม็ดฝนโปรยปรายลงมาอยูไมขาดสาย “กันยาอยากรูใชไหมวาแวนกับวุนเปนใคร” ธันวาถามนองสาว “ใชคะ แตคงไมใชเพื่อนของพี่ธันวาแนนอน เพราะหนูไมเคยไดยินชือมากอนเลย” ่กันยาตอบ “ถูกแลวละ สองคนนี้ไมใชเพื่อนของพีหรอก” พูดจบธันวาก็ยื่นหนังสือนิทานเลมหนึ่งสง ่ใหกันยาดู “กอ-อิ-งอ-กิง...กิง-เอก-กิ่ง...ผอ-ไอ-ไผ...ไผ-เอก-ไผ...กิ่ง-ไผ” กันยาสะกดชื่อเรืองที่ ่หนาปกจบ มองหนาธันวาดวยความสงสัยแลวพูดวา “ไมเห็นจะเกียวกับแวนกับวุนเลยคะ” ่ ธันวาเปดหนังสือไปทีหนาแรกและอานนิทานเรื่อง กิ่งไผ ใหกันยาฟงวา ่ ลุงมาเปนชาวชนบทในหมูบานแหงหนึง มีอาชีพปลูกผักสวนครัว ลุงมาเปนคนขยันและใจ  ่ดี มักจะแบงปนผักตาง ๆ ใหเพื่อนบานเสมอ ลุงมามีลูกชายสองคน ชื่อแวนกับวุน ทั้งสองมีนิสัยเกียจคราน ไมชวยทํางาน และชอบทะเลาะเบาะแวง บางครั้งก็ถึงขั้นชกตอยกัน ลุงมาเสียใจที่ลูกชายทั้งสองคนไมรักกัน
  • 19. เย็นวันหนึ่ง เมือลุงมากลับมาถึงบาน เห็นลูกชายทั้งสองคนกําลังทะเลาะกัน จึงรูสึกไม ่สบายใจมาก คิดหาวิธีที่จะทําใหลกชายทังสองคนรักใครกัน ู ้ รุงเชา ขณะเดินไปทําสวน ลุงมาเห็นกอไผริมทางเดิน จึงนึกอะไรบางอยางได ตอนเย็นจึงหักกิ่งไผกลับบานไปดวย “หักกิ่งไผมาทําอะไรหรือคะ” กันยาถาม “ฟงตอไปสิแลวจะรู แตถาคอยถามอยูอยางนี้ก็ไมไดรสักที” ธันวาพูดเปนเชิงตอวา ูนองสาวชางสงสัย “ไมถามแลวก็ได อานตอเลยคะ” กันยาพูดจบก็ทําตาคอนใส ธันวาอดขําทาทางของนองสาวไมไดจึงหัวเราะออกมา แลวอานไปตอวา หลังจากกินอาหารเย็นแลว ลุงมาเรียกแวนกับวุนใหมาหา แลวสงกิ่งไผใหหักคนละกิ่งทั้งแวนและวุนสามารถหักกิ่งไผไดอยางงายดาย จากนั้นลุงมาก็สงกิ่งไผที่มัดรวมกันใหหักคนละมัด ลูกชายทั้งสองพยายามหักกิ่งไผทั้งมัดแตก็หักไมได แวนจึงสงกิ่งไผคืนใหพอ  “ผมหักกิ่งไผไมไดครับพอแข็งจริง ๆ” “เจารูไหม ทําไมจึงหักไมได” ลุงมาถามแวนและวุน “เพราะมีหลายกิ่งครับ” วุนชิงตอบกอน ลุงมาจึงอธิบายตอวา “ใชแลว กิ่งไผที่มัดรวมกันหลาย ๆ กิ่งนั้นหักไดยาก...” ธันวาหยุดอานแลวมองหนากันยาที่กําลังนังฟงอยางใจจดใจจอ “รูไหม ลุงมาเอาเรืองการ ่ ่หักกิ่งมาสอนแวนกับวุนอยางไร” ธันวาถามนองสาว “ไมทราบคะ” กันยาตอบทันที “ลุงมาสอนแวนกับวุนวากิ่งไผที่มัดรวมกันหลาย ๆ กิ่ง ก็เหมือนกับคนเราที่รวมเปนหมูคณะ ใครจะมารังแกหรือทํารายก็ทําไดยาก เพราะฉะนันลูกทั้งสองคนจะตองสามัคคีกันเหมือน ้กิ่งไผที่มัดรวมกัน ไมทะเลาะเบาะแวงกันแลวจะไมมีใครมารังแกได” ธันวาอธิบาย “แลวแวนกับวุนเชื่อที่ลุงมาสอนรึเปลาคะ” กันยาถามดวยความสงสัย ธันวาจึงเปดหนังสือไปหนาสุดทายและอานตอนจบใหฟงวา  แวนกับวุนขอโทษพอที่ทาใหไมสบายใจและใหสญญาวา ตอไปจะไมทะเลาะกันอีก จะรัก ํ ักัน ชวยเหลือกัน และใหอภัยกัน ตั้งแตวันนั้นเปนตนมา ลุงมาไมตองทํางานหนัก เพราะลูกชายทั้งสองคนตางชวยกันทํางานในสวน แบงเบาภาระของลุงมาไดมาก ลุงมาดีใจที่ลูกทั้งสองเปนคนดี ครอบครัวของลุงมาจึงอยูดวยกันอยางมีความสุข  “ดีจงเลยนะคะที่พวกเขากลับตัวเปนเด็กดี เชื่อฟงและชวยลุงมาทํางาน ลุงมาจะไดไม ัเหนื่อย” “แลวกันยาอยากจะเปนเหมือนแวนกับวุนไหมละ” ธันวาถาม “หนูจะเปนเหมือนแวนกับวุนตอนที่กลับตัวเปนเด็กดีแลวคะ ถาใหเปนแวนกับวุนตอนที่นิสัยเกเร ไมรกกันใครกัน หนูไมเอาหรอกคะเดี๋ยวคุณพอ ั
  • 20. คุณแมไมสบายใจ หนูไปชวยคุณแมทํางานบานดีกวา” พูดจบกันยาก็เดินตรงไปหาแม ธันวามองตามนองสาวดวยความสุขใจ ธันวาไมรวากันยาจะเขาใจขอคิดของนิทานเรื่องนี้มากนอยแคไหน ูแตทธันวารูกคือ การสรางความรัก ความสามัคคีในครอบครัวเปนพืนฐานสําคัญทีจะทําใหสงคม ี่ ็ ้ ่ ัของเรานาอยูมากขึ้น เอกสารเสริมที่ ๒ (หนวยการเรียนรูท่ี ๑ สองพี่นอง)  การอานคําที่ออกเสียง ร ล การอานคําที่ออกเสียง ร ล นักเรียนตองอานออกเสียงใหชัดเจน เพราะถาออกเสียงไมชัดเจน อาจทําใหเกิดความสับสนในการสือสารและเขาใจความหมายผิดไปได ่ นารู นาจํา เวลาอานออกเสียง ร ใหมวนลิ้นมาก ๆ เวลาอานออกเสียง ล ใหมวนลิ้น เล็กนอยเทานัน ้เอกสารเสริมที่ ๓ (หนวยการเรียนรูท่ี ๑ สองพี่นอง)  การพูด การพูดแนะนําตนเอง ตอบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือตอทีประชุม ควรเริ่มตนโดยกลาวคํา ่วา สวัสดี แลวบอกชื่อ นามสกุล อาจเพิ่มเติมใหชัดเจนยิ่งขึ้นวาเปนใคร อยูที่ไหน และบอกหนาที่ที่ไดรบมอบหมายในการพูดครั้งนี้ ั การพูดสนทนา เปนวิธีในการสื่อสารทีใชกันมากในชีวิตประจําวัน การสนทนาที่ถูกตอง ่จะตองคํานึงถึงความเหมาะสมทั้งกาลเทศะและบุคคล ขอควรปฏิบตในการสนทนา มีดังนี้ ั ิ ๑. ยิ้มแยมแจมใส และสนทนาดวยไมตรีจต ิ ๒. แสดงกิริยาทาทางที่สุภาพ ๓. ถาความคิดเห็นไมตรงกันควรใชเหตุผลประกอบการสนทนา ๔. รูจังหวะในการเปลี่ยนเรื่องเพื่อลดความขัดแยง ๕. พูดเรื่องสวนตัวของตนเองและผูอื่นใหนอยที่สุด ๖. มีมารยาทในการพูดเอกสารเสริมที่ ๔ (หนวยการเรียนรูที่ ๑ สองพี่นอง)  การผันอักษรสามหมู อักษร ๓ หมู หรือไตรยางศ คือ การจัดพยัญชนะไทย ๔๔ ตัว เปนหมวดหมูตามพื้นเสียงของพยัญชนะ การผันอักษรใหถูกตอง ตองมีความรู ความเขาใจเรื่องอักษร ๓ หมู และคําเปนคําตาย
  • 21. อักษร ๓ หมู หรือไตรยางศ ไดแก • อักษรสูง มี ๑๑ ตัว คือ ข (ฃ) ฉ ฐ ถ ผ ฝ ศ ษ ส ห • อักษรกลาง มี ๙ ตัว คือ ก จ ด ต ฎ ฏ บ ป อ • อักษรต่ํา มี ๒๔ ตัว คือ ค (ฅ) ฆ ง ช ซ ฌ ญ ฑ ฒ ณ ท ธ น พ ฟ ภ ม ย ร ลวฬฮ คําเปนคําตาย มีลักษณะดังนี้ คําเปน คําตาย• คําที่ประสมดวยสระเสียงยาว ไมมีตัวสะกด • คําที่ประสมดวยสระเสียงสั้น ไมมี• คําที่มีตัวสะกดในแมกง กน กม เกย เกอว ตัวสะกด• คําที่ประสมดวยสระอํา ไอ ใอ เอา เพราะมี • คําที่มตัวสะกดในแมกก กด กบ ี เสียงตัวสะกดในแมกม เกย เกอว การผันอักษร ๓ หมูทเปนคําเปนคําตาย ี่ ลักษณะพยางค สามัญ เอก โท ตรี จัตวาอักษรสูง คําเปน – หาน หาน – หาน คําตาย – ฝาด ฝาด –อักษรกลาง คําเปน ปน ปน ปน ปน ปน คําตาย กราบ กราบ กราบ กราบอักษรต่ํา คําเปน ชาง – ชาง ชาง – คําตายเสียงสัน ้ – – ค่ํา คะ คะ คําตายเสียงยาว – – ลาก ลาก ลากเอกสารเสริมที่ ๕ (หนวยการเรียนรูที่ ๒ เยี่ยมคุณยาย)  เนื้อเรื่อง เยี่ยมคุณยาย กอก...กอก...กอก “แตงตัวเสร็จรึยังจะกันยา ทุกคนรอหนูอยูนะ” แมเคาะประตูเรียกกันยาแตไมมเสียง ีตอบกลับออกมา “กันยาทําอะไรอยูลูก” แมถามตอพรอมเคาะประตูเสียงดังขึ้น ไมนานนักประตูก็คอย ๆเปดออก พรอมกับใบหนาซีดเซียวของเจาของหองที่ยื่นออกมา “หนูทองเสียคะคุณแม คงเปนเพราะสมตําปูเค็มทีตลาดเมื่อวานนี้แน ๆ เลย” กันยาบอก ่อาการ “ใชแน ๆ เลยครับ ผมเห็นแมคาไมไดสวมหมวกคลุมผมและก็ไมไดสวมถุงมือเวลาหยิบจับเครื่องปรุง และที่สําคัญยังมีแมลงวันตอมขวดปูเค็มและถวยใสเครื่องปรุงเต็มไปหมดเลยครับ” ธันวาบอกแม
  • 22. “คงเปนเพราะกินอาหารไมสะอาดเขาไปจึงทองเสีย ตอไปลูกตองเลือกกินอาหารใหมากกวานี้ ตองเลือกกินอาหารที่สะอาด ปรุงสุกใหม ๆ มีภาชนะปดมิดชิด ไมกินอาหารที่มีแมลงวันตอม คนขายหรือรานคาก็เหมือนกัน ตองดูสะอาดสะอานถูกสุขลักษณะนะลูก ธันวาหยิบยาแกทองเสียมาใหนองหนอยสิลูก กินยานะแลวอาการลูกจะดีข้น” แมบอก ึกันยา ธันวารีบไปหยิบยาแลวเดินกลับมาพรอมขวดยายื่นใหแม “ธันวาออกไปบอกคุณพอนะวานองไมสบาย เราอาจจะไมไดไปบานคุณยายลูกไมเสียใจนะจะ” แมพดปลอบใจธันวา ู “ไมหรอกครับ อาทิตยหนาก็ไปได ขอใหนองหายกอนเถอะครับ” พูดจบธันวาก็รบเดิน ีไปบอกพอ พอเดินเขามาดูอาการโดยมีธนวาเดินตามหลังมา ั “ลูกเพิ่งจะนอนพักคะ คงจะเพลีย” พอไมไดพูดตอบแตกวักมือใหแมออกมาจากหอง ครูหนึ่งขณะทีทุกคนกําลังนังคุยกันอยูในหองนั่งเลนก็แววเสียงใครคนหนึ่งแทรกขึ้นมา ่ ่ “หนูหายแลวคะ คุณพอ คุณแม พีธันวา เราไปเทียวบานคุณยายกันเถอะคะ” ทุกคน ่ ่มองไปตามตนเสียง เจาของเสียงเดินลงบันไดดวยใบหนายิ้มแยม ซึ่งตางจากใบหนาเมื่อตอนเชาอยางสิ้นเชิง “งั้นทุกคนไปขึ้นรถ เราคงถึงบานคุณยายราว ๆ เที่ยงพอดี” พอพูดยังไมทันจบ กันยาก็ออกวิ่งนําไปทีรถคนแรก ่ เมื่อถึงบานยาย พอ แม และธันวายกมือไหวพรอมกลาวสวัสดียายซึ่งยืนรอรับอยูหนาบาน “แลวหายไปไหนคนหนึ่งละ” ยายพูดพรอมกับชะเงอมองหา “กันยาเขามาไหวคุณยายกอน เดี๋ยวคอยไปกินขนม” น้ําเสียงของแมทําใหกันยารีบเดินกลับมาหาทุก ๆ คน “สวัสดีคะคุณยาย เมื่อเชาหนูทองเสียคะ ตอนนี้ในทองไมมีอะไรเลย พอเห็นอาหารของคุณยายก็เลย...” “งั้นทุกคนไปลางไมลางมือกันซะกอนเถอะ จะไดมากินขาวกินปลากัน วันนี้มีขาวแชกับลอดชองน้ํากะทิของโปรดของธันวาเขา” “ไชโย! วันนี้หนูจะกินใหอิ่มจนพุงกางเลยคะคุณยาย” กันยารีบความือธันวาเขาไปในครัวเด็ก ๆ ลางมือเสร็จกอนจึงออกไปนั่งรอทีนอกชาน ่ “พรอมแลวคะคุณยาย แตเอ...แลวหนูจะทองเสียอีกไหมคะ” กันยาพูดอยางกลัว ๆ “อาหารของยายไมทําใหหลานทองเสียแนนอน เพราะสวนผสมทุกอยางก็มาจากธรรมชาติไมไดผสมสารสังเคราะห ที่สําคัญสะอาดแนนอนจะ” “ขาวแชของคุณยายเปนอาหารไทยที่สะอาด ถูกสุขลักษณะ ถึงแมวาจะตองใชความ พิถีพิถันในการทํามาก เพราะตองมีเครื่องประกอบหลายอยาง ไมวาจะเปนกะปทอด เนื้อเค็มฝอยผัดหวาน หัวไชโปผัดไข หอมแดงสอดไส พริกหยวกสอดไสชุบไขทอด หรือแมแตขาวก็ตองนําไป
  • 23. แชในน้ําลอยดอกมะลิดวยนะ ตองทําหลายอยาง จึงหากินไดยากและราคาก็แพงดวย” แมเสริมความ “แตเด็ก ๆ สมัยนี้อาจคิดวาขาวแชเปนอาหารเชย ๆ ไมโกเกเหมือนอาหารฝรั่งก็ไดนะ”ยายพูดตอเปนเชิงตัดพอ “ไมครับ ผมไมคิดอยางนั้นแนนอน ผมคิดวาสิ่งตาง ๆ ที่เปนภูมิปญญาของบรรพบุรุษไทยและไดปฏิบติสบทอดกันมาเปนสิ่งที่ดีงามและมีคุณคามาก ๆ ั ืชาวตางชาติยังนิยมชมชอบเลยครับคุณยาย” ธันวารีบบอกปฏิเสธ ขณะทีทุกคนกําลังนั่งคุยกันอยูพอสังเกตเห็นกันยาเอามือกุมทองแนนตาทั้งคูจดจออยูกับ ่อาหารตรงหนา “พอวาเรากินขาวกันกอนดีไหม ไมงั้นคงจะตองมีใครเปนลมแน ๆ เลย” ทุกคนตางหันมามองกันยาและพากันหัวเราะ แลวจึงลงมือกินขาวกัน “พอกินอิ่มหนังทองก็ตง หนังตาก็หยอนทันทีเลยละพีธันวา” กันยาพูดพรอมกับหลับตา ึ ่ทําทาจะนอนหนุนตักธันวา “อากาศบานคุณยายเย็นสบาย เพราะมีตนไมมากมาย ดูรมรื่นก็ย่งทําใหงวงมากกวาเดิม  ิใชไหม” ธันวาเสริมขึ้น “ถูกตองแลวคะ เอ! พี่ธันวาไดยินเสียงอะไรไหม นั่นไงฟงดี ๆ สิคะมีคนรองเพลงกลอม เด็กดวย ไดยินไหมคะ” กันยาเงี่ยหูฟงดวยความสงสัย “เสียงคนรองเพลงกลอมเด็ก” ธันวาตอบหลังจากนิ่งฟงจนจบ “พี่ธันวาไดยนใชไหมคะ นั่นไงยังมีอีกเพลง” กันยาถามบอกความตืนเตน ิ ่ นกเขาเถื่อนเอย มาอยูเรือนเลียงนอง ้ แมจะไปขายของ มาเลี้ยงนองเถิดพอ ทุกคนนิ่งฟงเสียงเพลงจนจบ ยายจึงพูดขึ้นวา “เพลง เจาเนื้อละมุนกับเพลง นกเขาเถื่อน” “ออ! ผมรูแลวครับ ผมจําไดแลว คุณยายเคยบอกวาเปนเพลงโปรดของกันยา คุณยายตองรองเพลงนี้กลอมกันยาเวลานอนทุกวัน แตถาวันไหนคุณยายไมรองเพลงนี้กลอมกันยาจะ รองไหไมยอมนอน จําไดไหมจอมงอแง” กันยารีบเดินไปหายาย แลวลมตัวลงนอนบนตัก พรอมกับพูดดวยน้ําเสียงออดออนวา“คุณยายขา ชวยรองใหหนูฟงหนอยนะคะ” ยายยิ้มและลูบศีรษะกันยาขึ้นลงเบา ๆ พลางมองไปทีธันวาแลวถามวา “พวกหนูคิดวา ่เพลงกลอมเด็กมีประโยชนไหม” ธันวานิ่งคิดอยูครูหนึ่งจึงตอบวา “มีประโยชนครับ ทําใหเกิดความเพลิดเพลิน และเนื้อหายังทําใหรูสึกวาคุณพอ คุณแม หรือผูใหญรักและหวงใยเรา ไมอยากจะทิ้งใหเหงาอยูคนเดียว”
  • 24. ยายยิ้มอยางภูมิใจในตัวหลานชายที่เห็นคุณคาของเพลงกลอมเด็กซึ่งเปนภูมิปญญาชาวบานและเปนวัฒนธรรมที่ดีงามของคนไทย “การรองเพลงกลอมเวลาเด็กนอนจะชวยสรางสุขภาพจิตที่ดีใหแกเด็กตั้งแตเริ่มแรกดวยนะหลาน” ยายพูดเสริม ธันวาพยักหนาเปนการแสดงความเห็นดวยและบอกยายวา “ผมเคยไดยนคุณครูบอกวา อยากใหเด็กฉลาดและมีอารมณดใหเปดเพลงบรรเลงเบา ิ ีๆ ใหเด็กฟง แตผมคิดวาถาผมเปนเด็กคงอยากฟงเพลงกลอมเด็กจากผูใหญมากกวา เพราะจะไดมีคุณพอ คุณแม หรือคุณยายอยูใกล ๆ ไมใชมีเครื่องเลนแผนเสียงมาคอยกลอม” “ยายอยากใหเด็กสมัยนี้คิดอยางธันวานะที่รูจักวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามที่บรรพบุรษสั่งสมและพยายามถายทอดไวใหแกลูกหลาน แตเด็กสวนใหญกลับเห็นวาเปนสิ่ง ุลาสมัย นิยมวัฒนธรรมตางชาติจนทําใหสิ่งที่มีคุณคาเหลานี้คอย ๆ เลือนหายไป” “คุณยายไมตองหวงหรอกครับ ผมเปนคนหนึ่งที่จะชวยอนุรักษวัฒนธรรมไทยใหคงอยูคู คนไทยตลอดไป” พูดจบธันวาก็เขาไปกอดยาย กันยาที่นอนหลับอยูบนตักเริ่มขยับตัวเล็กนอย ธันวาจึงผละออกมา “เราคงตองกลับบานกันแลวละลูก เพราะฝนใกลจะตกแลว รถคงตองติดมากแน ๆพวกเราจะถึงบานดึก แลวพวกหนูจะตื่นไปเรียนไมไหว” แมพูดขึ้นเมื่อสังเกตเห็นทองฟาเริ่มมืดครึ้ม “แตนองยังหลับอยูเลยนะครับคุณแม” ธันวาพูดพลางมองไปทีกันยา่ เมื่อแมเหลือบไปเห็นกันยานอนหลับอยูบนตักยายก็ยิ้มพลางสายหนาชา ๆ พูดวา “ยังไม ทันไดฟงเพลงกลอมเด็กจากคุณยายเลย หลับเสียแลว พออุมลูกไปนอนตอในรถเถอะคะ”  พอเดินเขาไปอุมกันยาพรอมกลาวลายาย ธันวาวิ่งเขามากอดยายและบอกกับยายเบา ๆวา “อาทิตยหนาผมจะใหคุณพอ คุณแมพามาเยี่ยมคุณยายอีก แลวเรามาคุยเรื่องศิลปวัฒนธรรมของไทยกันอีกนะครับ” พูดจบธันวาก็รีบวิ่งไปขึ้นรถ ยายมองตามจนรถคอย ๆหายลับตาไปเอกสารเสริมที่ ๖ (หนวยการเรียนรูที่ ๒ เยี่ยมคุณยาย)  การอานคําที่มตัวสะกดแมกง ี คําที่มี ง เปนตัวสะกด เปนคําใน แมกง อานออกเสียงเหมือน ง สะกด เชน เพลง ตรงเครื่องราง รองกอง กวางขวางเอกสารเสริมที่ ๗ (หนวยการเรียนรูที่ ๒ เยี่ยมคุณยาย)  ชนิดของคํา (คําวิเศษณ)คําวิเศษณ (คํา-วิ-เสด) คือ คําที่มาขยายคํานามและคํากริยา เพื่อใหใจความของประโยคชัดเจนขึ้น เชน อวน ดี สวย นารัก แนน รอน สีขาว หนัก
  • 25. • นองกินจุ (จุ ขยายคํากริยา) • อากาศรอนตองดื่มน้ําเยอะ ๆ (รอน , เยอะ ขยายคํานาม)เอกสารเสริมที่ ๘ (หนวยการเรียนรูที่ ๒ เยี่ยมคุณยาย)  การคัดลายมือตัวบรรจง การคัดลายมือ คือ การคัดลอกขอความดวยลายมืออยางประณีต สวยงามเปนระเบียบถูกตองตามหลักการคัดอักษรไทย หลักในการลากเสนเปลี่ยนทิศในการคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด และครึ่งบรรทัด มีหลักเกณฑการคัด ดังนี้ ๑. ตัวอักษรทั้งพยัญชนะ สระ วรรณยุกต เขียนตามสัดสวนที่ถูกตองและวางสระ วรรณยุกต ใหถกที่ตามหลักการเขียนภาษาไทย ู ๒. ตัวอักษรไมวาจะเปนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต เครืองหมายตาง ๆ ถามีหัวใหเขียน ่หัวกอน แลวลากเสนตอไปจนสิ้นสุดตัวอักษรโดยไมตองยกมือ ๓. การเขียนตัวบรรจงเต็มบรรทัด ใหเสนพยัญชนะจรดบรรทัดบนและลางการเขียนตัวบรรจงครึ่งบรรทัด ใหเสนพยัญชนะสวนบนจรดครึ่งบรรทัด ๔. เสนตัวอักษรเรียบสม่ําเสมอ ไมหนักบาง เบาบาง ๕. เวนชองไฟระหวางตัวอักษรใหเทากัน ๖. คําในภาษาไทยเขียนติดตอกัน และเวนวรรคตามหลักการเขียนภาษาไทยเอกสารเสริมที่ ๙ (หนวยการเรียนรูที่ ๒ เยี่ยมคุณยาย)  การเขียนแผนภาพความคิด การเขียนแผนภาพความคิด คือ การนํารายละเอียดมาจัดทําเปนแผนภาพความคิดแลวเรียบเรียงแตละประเด็นเปนใจความสําคัญ ตัวอยาง การเขียนแผนภาพความคิด พลังแหงสีกับการบําบัดโรค โดยทั่วไปศาสตรของการรักษาโรคโดยใชสีบําบัด เราสามารถแบงชนิดหรือโทน สีออกเปนสองแบบ คือ สีโทนรอนและสีโทนเย็น ซึ่งโทนสีทั้งสองแบบมีประโยชนตอ การบําบัดโรคทั้งทางกายและทางใจแตกตางกันออกไปดังนี้ กลุมสีโทนรอน เชน สีเหลือง สีสม สีแดง สีมวง จะเปนกลุมสีที่ทําใหเกิด ความรูสึกมีพลัง เรารอน กระตือรือรนและกระฉับกระเฉง ในทางจิตวิทยา ความแรง ของสีโทนรอนจะชวยกระตุนใหเกิดความรูสึกเจริญอาหาร ทําใหเกิดความรูสึกหิว และ  กระตุนใหมีชีวิตชีวาอยูเสมอ กลุมสีโทนเย็น เชน สีเขียว สีน้ําเงิน สีฟา เปนกลุมทีใหความรูสึกสดชื่น สงบ ่ ทําใหรูสกผอนคลาย สบายใจและไมทําใหเครียด สีโทนเย็นจึงเหมาะอยางยิ่งสําหรับคน ึ ที่ตองทํางานหนักและใชความคิดเปนอยางมาก
  • 26. แผนภาพความคิดเรื่อง พลังแหงสีกับการบําบัดโรค บําบัดโรค ความสําคัญ สี ชนิดของสี สีโทนรอน สีโทนเย็น ผลจากการบําบัด ทําใหมีชีวิตชีวา รูสกผอนคลาย ึ ทําใหเจริญอาหาร รูสึกสงบ สดชืน ่ ทําใหเกิดความรูสึกหิวเอกสารเสริมที่ ๑๐ (หนวยการเรียนรูที่ ๓ แมฟาหาแผนดิน)   เนื้อเรื่อง แมฟาหาแผนดิน แสงแดดยามเชา สาดสองลงมากระทบหลังคาบานทีเรียงรายทั้งสองฝงถนนคอนกรีต ่  กวินรีบปนจักรยานอยางรวดเร็วมุงหนาสูบานของธันวา เมื่อถึงประตูบานพบแมของธันวา ยืนรออยู กวินกลาวสวัสดีพรอมยกมือไหว “ธันวาเปนไขตัวรอนมาก ไปโรงเรียนไมไหว ฝากแมใหเอารายงานฉบับนี้ใหหนู” แมพูดพรอมสงรายงานให “ขอบคุณครับ งั้นผมไปโรงเรียนกอนนะครับ เดี๋ยวจะไมทันเขาแถวเคารพธงชาติ ลาละครับ สวัสดีครับ” พูดจบกวินก็ควาจักรยานคูใจปนออกไปอยางรวดเร็ว ชั่วโมงแรกของการเรียนในวันนี้คือ วิชาภาษาไทย ครูน้ําหวานใหนักเรียนกลุมที่ทําหนาที่นําเสนอรายงานวันนี้ออกมาพูดรายงานใหเพื่อนฟง กวินและชานนทเปนตัวแทนกลุม ทั้งสองคนหยิบอุปกรณที่ใชประกอบการพูดรายงานแลวออกไปยืนหนาชั้นเรียน กวินกลาวทักทายครูน้ําหวานและเพื่อน ๆ พรอมกับแนะนําชื่อตัวเองและชื่อสมาชิกในกลุมที่รวมทํารายงานฉบับนี้ เสร็จแลวจึงเริ่มกลาวถึงเนื้อหาของรายงานวา
  • 27. “ผมและชานนทเปนตัวแทนของกลุมที่ ๕ วันนี้ออกมารายงานเรื่อง แมฟาหาแผนดินครับ” สังวาลยเปนพระนามเดิมของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระองคพระราชสมภพเมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๔๓ ไดอภิเษกสมรสกับสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก มีพระราชธิดาและพระราชโอรสรวม ๓ พระองค คือ สมเด็จพระเจาพี่นางเธอเจาฟากัลยาณิ-วัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว อานันทมหิดล (รัชกาลที่ ๘) และพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ ๙)หรือในหลวงของเรา ประชาชนชาวไทยตางพากันเรียกขานพระนามของพระองคอยางสั้น ๆ วา“สมเด็จยา” “สมเด็จยา” ทรงมีพระมหากรุณาธิคณแกประชาชนชาวไทยทั่วทุกถิ่น ทรงจัดตั้ง ุโครงการฟนฟูการปลูกปาและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวเขาที่ดอยตุง จังหวัดเชียงราย เพื่อฟนฟูปาไม ตนน้ําลําธาร และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนใหมความเปนอยูทดี ชาวไทย ี ี่ภาคเหนือจึงเรียกขานพระนามอีกอยางหนึ่งวา “สมเด็จแมฟาหลวง” แตไมวาจะเรียกพระนามใดก็ตาม ก็มิไดเปลี่ยนพระองคทานใหตางไปจากเดิมเลย พระองคยังทรงออกเยี่ยมราษฎรในจังหวัดตาง ๆ ทีหางไกลความเจริญ ทรงริเริ่มโครงการดานการศึกษา การแพทย การสาธารณสุข เชน ่จัดหนวยแพทยเคลื่อนที่ออกรักษาประชาชนในถิ่นทุรกันดารตามชายแดน จนไดรบการเฉลิมพระ ัเกียรติเปนพระมารดาแหงการแพทยชนบท พระมารดาแหงการสังคมสงเคราะห ขณะที่ความปลื้มปติมีมากขึนทุกขณะ ความโศกเศราก็มารออยูเบื้องหนา เมื่อประชาชน ้ชาวไทยไดทราบพระอาการประชวรของพระองคที่มีเปนระยะ ๆ และทรุดหนักมากขึ้นเรื่อย ๆ ในที่สุดพระองคก็สวรรคตโดยสงบ เมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๘ ซึงถือวาพระองคทรงมี ่พระชนมายุถึง ๕ รัชกาล คือ รัชกาลที่ ๕ ถึงรัชกาลที่ ๙ ถึงแมวาพระองคจะจากประชาชนชาวไทยไปแลวก็ตาม แตพระมหากรุณาธิคณมากลนที่ ุทรงกระทําไวตลอดพระชนมายุของพระองคไดเปนที่ปรากฏไปทั่วโลก โดยองคการศึกษาวิทยาศาสตรและวัฒนธรรมแหงสหประชาชาติหรือยูเนสโกไดประกาศเฉลิมพระเกียรติใหทรงเปน“บุคคลสําคัญของโลกที่มผลงานดีเดน เพื่อสวนรวมในดานการศึกษาวิทยาศาสตรประยุกต การ ีพัฒนามนุษย สังคม และสิ่งแวดลอม” ซึงนําความปลื้มปติยินดีมาสูประชาชนชาวไทยโดยทั่วหนา ่  เมื่อรายงานจบ ครูน้ําหวานและเพื่อน ๆ ตางปรบมือใหกวินและชานนท ทั้งสองกลาวขอบคุณกอนกลับไปนั่งรวมกับสมาชิกในกลุม จากนั้นครูน้ําหวานและเพื่อน ๆ ก็ชวยกันวิจารณ การพูดรายงานของกวินและชานนท ครูนาหวานสรุปวา กลุมของกวินและชานนทนําเสนอรายงาน ้ํไดดี ตรงตามจุดประสงค มีภาพประกอบชวยเพิ่มความนาสนใจ กวินและสมาชิกในกลุมลุกขึ้นยืน พรอมกับกลาวขอบคุณ เพื่อน ๆ จึงปรบมือใหอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นครูน้ําหวานไดบอกใหกลุมของกวินนํารายงานไปจัดแสดงที่หนาหองเรียนใหเพื่อน ๆ หองอื่นไดมาศึกษาตอไป หลังเลิกเรียนกวินรีบปนจักรยานไปที่บานของธันวาและเลาเรื่องทั้งหมดใหฟง ธันวาดีใจ  มาก นั่งฟงกวินเลาเรื่องราวในวันนี้ดวยความภาคภูมิใจ
  • 28. เอกสารเสริมที่ ๑๑ (หนวยการเรียนรูที่ ๓ แมฟาหาแผนดิน)   การพูดนําเสนอผลงาน การพูดนําเสนอผลงาน เปนการพูดรายงานผลทีไดจากการศึกษาคนควาเรื่องตาง ๆ ที่ ่ไดรับมอบหมาย การพูดนําเสนอผลงานที่ดี ควรปฏิบัติดังนี้ ๑. กําหนดขอบเขตของเรื่องทีใชในการพูดใหชดเจน ่ ั ๒. เตรียมขอมูลที่ไดจากการศึกษาคนควา เพื่อใชประกอบการพูด ๓. เสนอเนื้อหาสาระที่มประโยชนตอผูฟง โดยแยกเปนหัวขอตาง ๆ ใหชดเจน ี ั ๔. ควรมีอปกรณประกอบการนําเสนอ ซึ่งอาจเปนแผนภูมิ รูปภาพ หรืออุปกรณอื่น ๆ ที่ ุ เกี่ยวของกับขอมูลที่นําเสนอ ๕. ผูพูดตองมีความรู ความเขาใจ ในเรื่องที่นาเสนอเปนอยางดี ํ ๖. พูดใหเปนธรรมชาติ เสียงดังชัดเจน และพูดใหนาสนใจ  ๗. ใชเวลาอยางเหมาะสม ไมสนหรือยาวจนเกินไป ั้ ๘. ควรใชภาษาสุภาพ เปนภาษาระดับกึ่งทางการโดยตองคํานึงถึงบุคคลและสถานการณ ๙.เอกสารเสริมที่ ๑๒ (หนวยการเรียนรูที่ ๔ นักสะสมแสตมป)  เนื้อเรื่อง นักสะสมแสตมป “รับจดหมายดวยครับ” เสียงบุรุษไปรษณียดังขึ้นพรอมกับเสียงเครืองยนตของรถ ่มอเตอรไซคทดบลงและจอดสนิทอยูหนาบาน ี่ ั “ครับ” ธันวาตอบรับขณะชวยพอรดน้ําตนไมอยูหนาบาน จึงรีบวางบัวรดน้ําแลววิ่งไปรับจดหมายจากบุรุษไปรษณีย “ขอบคุณครับ” ธันวายื่นมือไปรับจดหมายพรอมกลาวขอบคุณบุรษไปรษณีย เมื่อพลิก ุหนาซองจดหมายดู รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหนา พอสังเกตเห็นทาทางดีใจของธันวาก็อดที่จะยิ้มตามไมได “ลูกไปอานจดหมายเถอะ เดี๋ยวพอรดน้ําตนไมตอเอง” “ไมเปนไรครับคุณพอ เหลืออีกไมกี่กระถางเองครับ ผมรดเดี๋ยวก็เสร็จแลว” พูดจบธันวาก็เก็บจดหมายใสในกระเปากางเกงและชวยพอรดน้ําตนไมจนเสร็จ แลวจึงกลับไปทีหองนอน ่ธันวาใชกรรไกรคอย ๆ ตัดซองจดหมายและหยิบจดหมายออกมาอาน
  • 29. ๕๙/๘๓ หมูบานไทยธานี   ถ. นอก ต. คลองกระแชง อ. เมือง จ. เพชรบุรี ๗๖๐๐๐ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๔๘ธันวา เพื่อนรัก ฉันคิดถึงเธอมาก อยากจะเขียนจดหมายมาหานานแลว พอสอบเก็บคะแนนกลางภาคเสร็จก็รีบเขียนมาทันที เธอสบายดีหรือเปลา แตฉันไมคอยสบายเทาไร เพราะฉันเครงเครียดกับการอานหนังสือสอบมาก รูสึกปวดหัวและปวดตาเปนพัก ๆ แลวเธอสอบเสร็จหรือ ยัง ถากําลังสอบอยูกอยาเครงเครียดเหมือนฉันนะ ฉันสงแสตมปมาใหดูคลายเครียดเพราะเห็น ็เธอเก็บสะสมอยู ฉันคิดวาเธอคงยังไมมีแสตมปชุดเรือพระที่นงนารายณทรงสุบรรณ เพราะตอนที่ ั่เธอหยิบใหฉนดูมีแสตมปชุดกลวยไมไทย ชุดกีฬาซีเกมส ที่ระลึก ๑๐๐ ป นักเขียนไทย ที่ระลึก ั๓๐ ป ความสัมพันธทางการทูตไทย–จีน สัปดาหแหงการเขียนจดหมาย ๒๕๔๐ หวังวาแสตมปดวงนี้คงถูกใจเธอนะ ตอนนี้ฉันรูสึกปวดตาตองขอจบจดหมายแคนี้กอน แลวจะเขียนมาหาใหม ฝากความระลึกถึงคุณพอ คุณแม และนองกันยาดวยนะ ปดภาคเรียนนี้คุณแมจะพาฉันมากรุงเทพฯ เราคงไดเจอกัน รักและคิดถึง สนั่น ขยันยิ่ง ธันวาเขยาซองจดหมาย แสตมปกหลนออกมา ธันวาคอย ๆ หยิบขึ้นมาอยางเบามือกอน ็จะนําไปใสรวมไวในสมุดสะสมแสตมป “พี่ธันวา ทําอะไรคะ ขยันใหญแลวนะ” กันยาตะโกนถามกอนเดินเขามาชะโงกหนามอง “โอโฮ! พี่ธันวามีแสตมปเยอะจังเลย” “เปนไง สวย ๆ ทั้งนั้นเลยใชไหม แลวกันยารูไหมวา คําเรียกอยางเปนทางการของแสตมปเรียกวาอะไร” ธันวาถาม “ไมรูสิคะ” “เรียกวา ดวงตราไปรษณียากร” กันยายิ้มหวานใหแลวบอกธันวาวา “หนูรแลวละคะ แตแกลงพี่ธันวาเลน” ธันวาจึงจับ ูศีรษะนองสาวกดลงเบา ๆ อยางลอเลน แลวกันยาก็เปดดูสมุดสะสมแสตมปทละหนาอยางชา ๆ ีพรอมกับซักถามไปดวย “มีทั้งที่ใชแลวและยังไมไดใชเลย เอามาจากไหนหรือคะเยอะแยะเลย”
  • 30. “ดวงที่ใชแลว พี่ก็เก็บจากจดหมายที่เพื่อน ๆ สงมา หรือคุณพอคุณแมใหเวลาที่มีจดหมายสงมาถึงทาน สําหรับคนที่เริ่มสะสมแสตมปกตองเก็บแสตมปประเภทนี้เพราะไมตอง ็ สิ้นเปลืองเงินไปหาซื้อ สวนดวงที่ยังไมไดใชก็จะตองไปซื้อที่ททําการไปรษณีย รานที่จําหนาย ี่ไปรษณียากรเพื่อสะสมหรือพิพิธภัณฑตราไปรษณียา-กร ซึ่งแสตมปที่ผลิตในประเทศไทยจะมี ๓ประเภท คือ ดวงที่เปนพระบรมฉายาลักษณของในหลวงที่กันยาเห็นบอย ๆ จะพิมพขายเพื่อใชในงานทั่ว ๆ ไป สวนดวงที่มีรูปภาพสวย ๆ ทางราชการจะจัดพิมพเพื่อเผยแพรประชาสัมพันธ อยางแสตมปชุดสัปดาหการเขียนจดหมาย ๒๕๔๐ และอีกประเภทหนึ่งก็คอ ดวงที่พิมพเพื่อเปนที่ ระลึกในโอกาสสําคัญหรือวาระพิเศษ ือยางดวงนี้ไง” ธันวาอธิบายพรอมชี้ไปทีแสตมปชุดพระที่น่งนารายทรงสุบรรณ ่ ั “โอโฮ! สวยจังเลยคะ”กันยายกขึ้นมาดูเกือบชิดหนา “เพื่อนพี่เพิ่งจะสงมาใหวันนีเอง มีชื่อวา ชุดเรือพระที่นั่งนารายณทรงสุบรรณ” ้ “เอะ! ดูแลวก็เพลินดีนะคะ” “ใชแลว การสะสมแสตมปเปนราชาของงานอดิเรกทั้งปวงเลยนะ” ธันวาบอกดวยความภาคภูมิใจ “แลวงานอดิเรกนี่หมายความวาอะไรกันคะ” กันยาทําคิวขมวดจนธันวาตองรีบอธิบายให ้ฟง “งานอดิเรกก็คือ งานที่ทําเพื่อความเพลิดเพลินจะ” กันยาพยักหนาแสดงถึงความเขาใจแลวพูดตอวา “ถาอยางนั้นหนูจะตองหางานอดิเรกทําบางแลวละคะ แตเอ...จะทําอะไรดีนะ” พูดพลางก็ทําทาคิดและเดินออกไปนอกหอง ธันวาไดแตคดในใจวาวันนี้กันยาคงคิดไมออกแน เพราะพอกลับถึงหองนอนก็ตองเปดดู ิการตูนจนลืมเรื่องนี้ไป ธันวาไดแตมองตามนองสาวกอนจะหันกลับมาจัดเรียงแสตมปอยางประณีตบรรจงตอไปเอกสารเสริมที่ ๑๓ (หนวยการเรียนรูที่ ๔ นักสะสมแสตมป)  การเขียนจดหมายถึงเพื่อน การเขียนจดหมายถึงเพื่อน เปนการเขียนเลาเรื่องราวหรือไตถามสารทุกขสุขดิบ โดยใชภาษาสุภาพและเปนกันเองถูกตองเหมาะสม เขียนถูกตองตามรูปแบบของจดหมาย และจาหนาซองถูกตองครบถวน คําขึ้นตนและคําลงทายในจดหมายที่เขียนถึงเพื่อน • คําขึ้นตน ใช ...เพื่อนรัก • คําลงทาย ใช รักและคิดถึง
  • 31. ตัวอยาง การเขียนจดหมายถึงเพื่อน ๔๓/๒๑ ถนนจรัญสนิทวงศ แขวงบางออ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ ๑๐๗๐๐ ๕ เมษายน ๒๕๕๑ กิ่งไผ เพื่อนรัก ฉันคิดถึงเธอมาก เมื่อสองสามวันกอนฉันไดรับจดหมายเธอแลวนะ ฉันดีใจมาก เธอ บอกวาปดเทอมนี้เธอกับคุณพอคุณแมจะมาเยี่ยมปาสมรที่กรุงเทพฯ ฉันคงไดพบเธออีก ฉันมี หนังสือจะอวดเธอเยอะแยะเลย เปนหนังสือที่ฉันซื้อมาตอนทีไปงานวันหนังสือเด็กแหงชาติ ซึ่ง ่ จัดขึ้นที่ศนยประชุมแหงชาติสิริกิติ์เมื่อตนเดือนนี้เอง มีทงหนังสือนิทาน หนังสือสารคดีสัตว ู ั้ และหนังสือวรรณคดีที่เธอชอบอานดวย ฉันอยากใหถึงวันนั้นเร็ว ๆ เราจะไดอานหนังสือ ดวยกัน สุดทายนี้ฉันหวังวาคงไดพบกันในไมชานี้ และขออวยพรใหเธอมีความสุขมาก ๆ นะจะ รักและคิดถึง ปกปองเอกสารเสริมที่ ๑๔ (หนวยการเรียนรูที่ ๔ นักสะสมแสตมป)  มารยาทในการเขียนจดหมาย จดหมายมีหลายประเภท ทังที่เปนจดหมายสวนตัวและจดหมายกิจธุระ (จดหมายลาปวย ้และลากิจ) ผูเขียนจึงตองคํานึงถึงความถูกตอง เหมาะสม และมารยาทที่ดีในการเขียนจดหมายประเภทตาง ๆ ดังนี้ ๑. เขียนใหถูกตองตามรูปแบบของจดหมายแตละประเภท ๒. ใชคําขึ้นตนสรรพนาม และคําลงทายใหเหมาะสม ๓. เขียนใจความใหชดเจน ั ๔. ใชถอยคําที่สภาพ ุ ๕. ตองสะอาด ไมมีรอยขีดฆา หรือลบเลอะเทอะ ๖. ใชกระดาษและซองสีขาวหรือสีออน แตจดหมายสวนตัวอาจมีสีสันหรือลวดลาย สวยงามได ๗. จาหนาซองถูกตองและครบถวน
  • 32. เอกสารเสริมที่ ๑๕ (หนวยการเรียนรูที่ ๕ พระอภัยมณี ตอน สุดสาครเขาเมืองการะเวก)  เนื้อเรื่อง พระอภัยมณี ตอน สุดสาครเขาเมืองการะเวก ผมเห็นพอคนหนังสือทีทางรานกองไวใหเลือกซื้อไดตามใจชอบ พอจะอานชื่อเรื่องและ ่เปดดูเนื้อหาขางใน เรื่องไหนที่ถูกใจ พอก็จะถือไวในมือ เพราะกลัวจะไปรวมกับของคนอื่น พอกวักมือเรียกผม พอผมเดินไปถึง พอก็พูดวา “ลองดูเลมนี้สิ พอวาธันวาคงชอบ” ผมรับหนังสือมา หนาปกเขียนวา “พระอภัยมณี ตอน สุดสาครเขาเมืองการะเวก” ผมเปดอานหนาคํานํา ในคํานําเขียนใหรูวาเรื่อง พระอภัยมณี เปนนิทานคํากลอน สุนทรภูเปนผูแตง และกลาวถึงประวัติของสุนทรภูอยางสั้น ๆ วา สุนทรภูหรือพระสุนทรโวหาร เกิดเมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ.๒๓๒๙ เปนกวีเอกของไทย แตงกลอนแปดไดไพเราะ มีผลงานแตงกลอนแปดไวมากมาย ไดรับยกยองจากองคการศึกษาวิทยาศาสตรและวัฒนธรรมแหงสหประชาชาติใหเปนบุคคลดีเดนของโลกสาขาภาษาและวัฒนธรรม พอหนาถัดไปก็เปนการบอกเคาความเดิมวา พระอภัยมณีเปนโอรสของทาวสุทัศนและนางปทุมเกสรแหงเมืองรัตนา ตองออกจากเมืองมาพรอมกับศรีสุวรรณพระอนุชา เพราะอับอายที่ถูกพระบิดาตําหนิตอหนาเสนาอํามาตยวาวิชาทีได  ่ไปเลาเรียนมาไมไดเกี่ยวกับการปกครองบานเมือง เมื่อเดินทางออกจากเมืองไดเดือนเศษ ก็มาถึงชายทะเลแหงหนึ่ง ดวยความเหน็ดเหนื่อยทั้งสองพระองคจงนอนพักอยูใตตนไทรริมหาด พราหมณหนุมสามคนซึ่งกําลังแลนเรืออยูเห็นทั้งสอง ึพระองคจงเทียบเรือเขาทักทายและไดพดคุยจนทราบเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น จึงขอใหพระอภัย ึ ูมณีเปาปใหฟง ขณะทีพระอภัยมณีเปาปเพื่อแสดงวิชาอยูนั้น นางผีเสือสมุทรไดยินเกิดหลงใหลใน  ่ ้เสียงป เมื่อไดเห็นพระอภัยมณีก็ยิ่งเกิดความรัก จึงอุมไปไวในถ้ําทีเกาะกลางสมุทร และอยูดวยกัน ่จนมีโอรสองคหนึ่งชื่อ สินสมุทร วันหนึ่งพระอภัยมณีและสินสมุทรไดใหเหลาเงือกชวยพาหนีนางผีเสือสมุทร นางเงือกพา ้พระอภัยมณีหนีไปถึงเกาะแกวพิสดาร พระฤๅษีผูบําเพ็ญบุญบนเกาะแกวพิสดารไดจับยามดูก็รูเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น จึงไดชวยทุกคนใหปลอดภัย นางเงือกและพระอภัยมณีจงอาศัยอยูที่เกาะ ึแกวพิสดาร และมีโอรสดวยกันชื่อ สุดสาคร แตขณะทีนางเงือกคลอดสุดสาครนั้น พระอภัยมณี ่ตองเดินทางกลับไปยังบานเมืองของตน ทําใหพระอภัยมณีและสุดสาครไมเคยเห็นหนากันเลย พระฤๅษีทําหนาที่เปนผูเลี้ยงดูและประสิทธิ์ประสาทวิชาให จนสุดสาครอายุไดสามขวบ พระฤๅษีจึงใหออกตามหาพระอภัยมณีผูเปนพระบิดา โดยใหแตงตัวเปนโยคี กอนออกเดินทางพระฤๅษีไดมอบไมเทาวิเศษไวใชปราบศัตรู แลวสุดสาครก็ขี่มานิลมังกรออกตามหาพระอภัยมณี ระหวางเดินทางพบชีเปลือย เกิดหลงกลอุบายถูกผลักตกเหว แลวชีเปลือยก็ขโมยไมเทาและขี่มานิลมังกรไปยังเมืองการะเวก สุดสาครสลบไปถึง ๓ คืน จึงฟน ฝายมานิลมังกรหนีชีเปลือย มาไดกยนรองเรียกสุดสาครอยูที่ปากถ้า สุดสาครจึงบอกใหมานิลมังกรไปตามพระฤๅษีมาชวย... ็ ื ํ พอเห็นผมอานอยูนาน จึงตัดสินใจซื้อหนังสือเลมนี้ใหผมไปอานตอทีบาน พอถึงบาน ผม ่รีบตรงไปยังหองนอนและอานเรื่องพระอภัยมณีตอทันที บัดเดี๋ยวดังหงังเหงงวังเวงแวว ่ สะดุงแลวเหลียวแลชะแงหาเห็นโยคีขี่รุงพุงออกมา  ประคองพาขึ้นไปจนบนบรรพตแลวสอนวาอยาไวใจมนุษย มันแสนสุดลึกล้ําเหลือกําหนด
  • 33. ถึงเถาวัลยพันเกี่ยวที่เลี้ยวลด ก็ไมคดเหมือนหนึ่งในน้ําใจคนมนุษยนี้ท่รักอยูสองสถาน ี บิดามารดารักมักเปนผลที่พึ่งหนึ่งพึ่งไดแตกายตน เกิดเปนคนคิดเห็นจึงเจรจาแมนใครรักรักมั่งชังชังตอบ ใหรอบคอบคิดอานนะหลานหนารูสิ่งใดไมสูรูวชา ิ รูรักษาตัวรอดเปนยอดดีจงคิดตามไปเอาไมเทาเถิด จะประเสริฐสมรักเปนศักดิศรี ์พอเสร็จคําสําแดงแจงคดี รูปโยคีหายวับไปกับตา พระฤๅษีหายไปแลว สุดสาครรูสึกวาเหวเหมือนอยูเพียงลําพัง เดินไปหามานิลมังกรที่นอนซบเซาอยู แลวก็พากันออกเดินทางเพื่อไปเอาไมเทากลับคืนมา เมื่อถึงเมืองการะเวก ชาวเมืองเห็นสุดสาครตางพากันชื่นชมวา เปนโยคีนอยรูปงามนารัก สุดสาครขอใหชาวเมืองชวยบอกที่อยูของชีเปลือย ดวยความเอ็นดูโยคีนอย พวกขุนนางจึงบอกทางใหเมื่อเดินทางมาถึงศาลาหนาพระลานจึงขอใหทหารพาไปหาชีเปลือยที่มาอาศัยอยูในวัง เมื่อถึงทิมที่อยูของชีเปลือย สุดสาครรีบหยิบไมเทา แลวพูดตวาดจนชีเปลือยสะดุงตื่น ฝายชีแกแลเห็นหนอกษัตริย ถาแมนปถพีแยกจะแทรกหนีดูแผงกันกั้นหองเห็นชองมี ไดทวงทีลุกทะลึ่งขึ้นตึงตังเอาหัวมุดผลุดออกขางนอกได วิ่งหลงใหลแลเตลิดระเสิดระสังพวกหมอฉวยถวยยาละลาละลัง ออกวิ่งมั่งเสียงอึงคะนึงไปฝายเสนาขาเฝาเหลาทหาร อลหมานไมรูวามาแตไหน เสียงอื้ออึงตึงตังทั้งวังใน รองเรียกไหรเอะอะเกะกะกัน พระสุริโยทัยกษัตริยผูครองเมืองไดยินเสียงเอะอะโวยวายก็ชักพระขรรคแลวเสด็จออกมาถามเสนาวาเกิดอะไรขึ้น ยังไมทนที่เสนาจะตอบใหรูความ สุดสาครก็เขามาถึงกลางพระราชวัง ั ฝายพระหนอบพิตรอดิศร สุดสาครไดสมอารมณหวังถือไมเทากาวยางมากลางวัง เห็นคนนั่งแซซองจึงรองไปเรามาเอาไมเทาของเราดอก จะกลับออกไปมหาชลาไหลไมทํารายชายหญิงอยากริ่งใจ แลวจองไมเทาเดินดําเนินมาธิบดินทรผินพระพักตรเห็นนักสิทธิ์ กระจิริดนารักเปนหนักหนาจึงตรัสใชใหอามาตยไปราธนา ํ นิมนตมาพระโรงรัตนชชวาล ัแลวนิมนตใหขึ้นนั่งบัลลังกแกว ชลีแลวตรัสถามตามสงสารเจาประคุณกีพรรษาพระอาจารย ่ สถิตสถานถิ่นที่บุรใด ีเปนพงศเผาทาวพระยาหรือพาณิช กระจิริดรูศรัทธาจะหาไหนพระมุนีมีนามกรใด ธุระอะไรจึงมาถึงธานี พระหนอไทไดฟงรับสั่งถาม จึงตอบความตามจริตกิจฤๅษีอาตมาอายุไดสามป พระชนนีชื่อมัจฉาวิลาวัณยพระบิตุรงคองคอภัยมณีนาถ โอรสราชรัตนามหาสวรรคเมื่อตัวขามากําเนิดเกิดในครรภ พระจากกันจากเกาะแกวพิสดาร
  • 34. ครั้นคลอดขาดาบสทานรักใคร ชวยเลี้ยงไวพนผูกเหมือนลูกหลาน ัชวยสอนฝกศึกษาวิชาการ แลวใหฉานชื่อวาสุดสาครครั้นอําลาดาบสจึงบอกให ประทานไมเทาทรงลงอักษรไดปราบผีขพระยามามังกร ี่ จึงลาจรจากทานมารดามาถึงกุฎีชีเปลือยพอเหนื่อยพัก แวะสํานักนึกวาซื่อถือสิกขามันนั่งหนวงลวงหลอกบอกวิชา แกลงลวงขาขึ้นบนชองริมปลองเปลวสอนใหนั่งตังอารมณประนมหัตถ ้ มันผลักพลัดผลุงลงไปตรงเหวถูกหินผาหักพังทั้งองคเอว เจียนจะเหลงแหลกลงเปนผงคลีมันจึงไดไมกบมาแลวพาเที่ยว ั เวลาเดียวสินธพก็หลบหนีกลับไปหาขาคืนฟนชีวี จึงไดขี่มามาเอาไมเทาคืนมันเห็นขาหนาเกอทําเพอพก ออกวิ่งวกเวียนวนจนคนตื่นพัลวันกันเองเสียงเครงครื้น รูปจึงยืนอยูมิไดทันไคลคลาซึ่งพระองคสงสัยจึงไตถาม รูปแจงความซือสุดไมมุสา ่เพราะรักใครไมเทาจึงเขามา อยาเคืองขายกโทษจงโปรดปราน พระสุริโยทัยไดทราบความจริงทั้งหมด จึงสั่งใหเสนาไปจับตัวชีเปลือยไว ชีเปลือยเมือถูกจับ ดวย ่กลัวจะถูกประหารก็แสรงทําเปนจะตายบาง ทําเปนบาใบบาง จนพระสุริโยทัยทรงพิโรธมากสั่งใหนาตัวชี ํเปลือยไปผาอกเสีย สุดสาครออนจิตคิดสงสาร จึงทัดทานทูลทาวเจากรุงศรีวาขอโทษโปรดอยาใหฆาตี เหตุทั้งนี้เพราะวากรรมกระทําไวไมหุนหันฉันทาพยาบาท นึกวาชาติกอนกรรมจะทําไฉนจะฆาฟนมันก็ซ้ําเปนกรรมไป ตองเวียนวายเวทนาอยูชานานรูปบวชกายหมายใจจะไดตรัส ชวยสงสัตวเสียใหพนวนสงสารจะเขนฆาตาเฒาไมเขาการ ขอประทานโทษไวอยาใหตาย กรุงกษัตริยตรัสวาสาธุสะ  คารวะหวานหูไมรูหายอันโทษมันนั้นก็ถงที่วางวาย ึ จะยกถวายเสียก็ไดเปนไรมีแตฉันรักจักใครไดพระดาบส เปนโอรสรวมบํารุงซึ่งกรุงศรีจะโปรดไดหรือไมเลาแตเทานี้ จะปลอยชีเปลือยใหคณไดบญ ุ ุ กุมาราดาบสพจนารถ แสนฉลาดหนวงเหนี่ยวไมเฉียวฉุนซึ่งทรงเดชเจตนาดวยการุญ ขอบพระคุณควรจะคิดเหมือนบิดรแมนไปปะพระผูบังเกิดเกลา ทั้งพงศเผาภิญโญสโมสรจะกลับมาสาพิภักดิ์พระภูธร ใหถาวรจนชีวนจะบรรลัย ั เมื่อพระสุรโยทัยรูวาไมอาจรั้นสุดสาครไวได จึงขอใหสดสาครพักอยูที่นี่กอน และเมื่อพระองคทรง ิ ุ  สืบขาวของพระอภัยมณีจนทราบเรื่องดีแลว สุดสาครจึงคอยออกเดินทางไป สวนหนอไทไดสดับรับพระโอษฐ ซึ่งทรงโปรดปรานีดีหนักหนาตามพระทัยไมขัดหัทยา แตเกรงวามามังกรจะรอนรนจะตองใหไปชลาแลวมามั่ง ขอโปรดสั่งเสียใหแจงทุกแหงหน
  • 35. ใครเขาจับขับขี่ซุกซี้ซุกซน จะกินคนเคยตัวไมกลัวใคร พระสุริโยทัยจึงตรัสสั่งเสนาใหขับไลชีเปลือยออกไปนอกวัง แลวประกาศใหชาวเมืองทราบโดยทั่วกันวา หากพบมานิลมังกร หามจับหรือทําราย ใหหลีกหนีเสีย สุดสาครรูสกพอใจกับรับสั่งของพระสุริโยทัยจึง  ึกวักพระหัตถเรียกมานิลมังกรมาหา มังกรโผนโจนขามกําแพงบัง เขาในวังวิ่งมาหากุมารพระสั่งมาวานองตองอยูนี่ ดวยภูมชวนไวในราชฐาน ีพี่ไปเลนเย็นแลวมาหนาพระลาน ใหพบพานกันทุกวันเหมือนสัญญามามังกรออนซบเคารพรับ กระโดดกลับขามกําแพงแรงหนักหนาลําพองโผนโจนลงในคงคา เที่ยวกินปลากินน้ําเลนสําราญ ผมอานมาจนถึงตอนทายเลมจึงพบวาเนื้อหาในตอนทายไดบอกถึงประโยชนของวรรณคดีไทยวาวรรณคดี คือ หนังสือทีไดรบยกยองวาแตงดี ใหประโยชนตอผูอานมากมาย ไมวาจะเปนความสุข ความ ่ ัสนุกสนานเพลิดเพลินจากภาษาที่งดงามไพเราะ อีกทั้งยังทําใหทราบถึงวัฒนธรรมและประเพณีตาง ๆที่สอดแทรกอยูในเรื่อง และที่สําคัญที่สุดคือ วรรณคดีเปนมรดกของชาติททุกคนควรจะชวยกันอนุรักษให ี่คงอยูสบไป ซึงพระอภัยมณีก็เปนวรรณคดีไทยเรื่องหนึงที่ทรงคุณคาดังที่กลาวมาขางตน ื ่ ่ โรงเรียนของผมก็คงตองการที่จะชวยสืบสานวรรณคดีมรดกของไทยเหมือนกัน หมวดภาษาไทยจึงไดจดการแขงขันประกวดวาดภาพหัวขอ “ตัวละครในเรื่องพระอภัยมณีที่ฉันชอบ” ผมมีแบบทีจะใชฝกวาด ั ่แลวและคิดวาฝมือของผมก็นาจะสูคนอื่นไดเหมือนกัน แตผลจะเปนยังไงคงตองรอใหถึงวันที่ ๒๖มิถุนายน วันสุนทรภูกอน เพราะวันนั้นจะเปนวันตัดสินผลการประกวดเอกสารเสริมที่ ๑๖ (หนวยการเรียนรูที่ ๕ พระอภัยมณี ตอน สุดสาครเขาเมืองการะเวก)  การอานออกเสียงหนักเบา คําตาง ๆ ในภาษาไทยจะอานออกเสียงหนักเบาไมเทากัน เชน คํา เบา หนัก คํา เบา หนัก ขนม ขะ หนม กะป กะ ป สนุก สะ หนุก ฉลาก ฉะ หลากเอกสารเสริมที่ ๑๗ (หนวยการเรียนรูที่ ๕ พระอภัยมณี ตอน สุดสาครเขาเมืองการะเวก)  การเขียนแผนภาพโครงเรื่อง การเขียนแผนภาพโครงเรือง เปนการเขียนที่ทําใหเห็นโครงเรื่องโดยรวมทั้งหมดของ ่เรื่อง ซึ่งจะทําใหสามารถจับใจความสําคัญของเรื่องที่อานไดดียิ่งขึ้น  การเขียนแผนภาพโครงเรื่องตองอาศัยการตั้งคําถามและตอบคําถามจากเรื่องที อานวาในเรื่องมีตัวละครคือใครบาง สถานที่เกิดเหตุการณคือที่ใด เกิดเหตุการณอะไร ขึ้นบาง และผลของเหตุการณนั้นเปนอยางไร แลวจึงเขียนเปนแผนภาพโครงเรื่อง และ นอกจากเขียนแผนภาพโครงเรื่องแลวจะตองบอกแนวคิดของเรื่องที่อานไดดวย 
  • 36. ตัวอยาง การเขียนแผนภาพโครงเรื่อง ชาวนากับงูเหา ฤดูหนาวชาวนาคนหนึ่งกําลังเดินไปนา ระหวางทางพบงูเหาขดตัวแนนอยูเพราะความหนาวเย็น ชาวนาผูนั้นมีความกรุณา จึงชอนงูขนมากอดไว งูนั้นเมื่อไดรับความอบอุนจึงคอยคลายตัวออก ึ้และดวยนิสัยของงูพิษที่ดุราย คิดวาชาวนาจะทํารายตนจึงกัดชาวนาจนถึงแกความตาย แผนภาพโครงเรื่อง เรื่องชาวนากับงูเหา ตัวละครในเรือง ่ ชาวนากับงูเหา สถานที ในนา เหตุการณทเกิด ี่ ชาวนาคนหนึ่งพบงูเหาขดตัวแนนอยู เพราะความหนาวเย็น จึงชอนงูขึ้นมากอดไว ผลของเหตุการณ งูเหาไดรับความอบอุนจึงคอยคลายตัว ออกและกัดชาวนาจนถึงแกความนิทานเรื่องนี้สอนใหรูวา การใหความเมตตากรุณา แมจะ ยิ่งใหญเพียงใด ก็ไมอาจเปลี่ยนนิสัย อันชั่วรายไดเอกสารเสริมที่ ๑๘ (หนวยการเรียนรูที่ ๖ ดวงแกววิเศษ)  เนื้อเรื่อง ดวงแกววิเศษ ครืน...ครืน เสียงฟารองดังสนั่นไปทั่วบริเวณ ขณะทีทองฟาเริ่มมืดครึม ลมพัดแรงขึ้น ่ ้ครูหนึ่งก็เกิดเสียงเปาะแปะ ๆ ดังขึ้นบนหลังคา เพียงแคคูเดียวก็เปลียนเปนเสียงซู ๆ พอ แม ่และธันวา ซึ่งกําลังนั่งกินขาวกันอยูตางหันไปมองบรรยากาศนอกหนาตางพรอมกัน “อุดหูทําไมกันยา” พอถามเมื่อเห็นลูกสาวมีทาทางหวาดกลัว “หนูเห็นฟาแลบคะ แลวเดียวฟาก็ตองรองเสียงดัง” กันยาตอบ ๋ “กันยารูไหมวาฟาแลบและฟารองเกิดจากอะไร” ธันวาถามโดยที่รูวากันยาตองตอบไมได แนนอน “พี่วากันยาคงไมรูหรอก งันพี่จะเลาใหฟงก็แลวกันนะ” ้  มีพญามังกรตัวหนึ่งนําลูกสาวชื่อ เมขลาไปถวายเปนพระสนมของพระอินทรและมอบดวงแกววิเศษไวใหวันหนึ่งเมขลาหลบหนีจากวิมานออกไปทองเที่ยว และนําดวงแกววิเศษไปโยนเลนเปนเวลาเดียวกับที่ยักษตนหนึ่งชื่อ รามสูร ซึ่งมีขวานเพชรเปนอาวุธ ตองการไปเฝาพระอินทรเพือขอพรใหชวยพระราหูเพื่อนของตน เมื่อรามสูรพบ ่
  • 37. เมขลาซึ่งกําลังโยนดวงแกววิเศษเลนอยูกับเหลานางฟาจึงคิดจับเมขลาพรอมกับนําดวงแกววิเศษไปคืนพระอินทร เพื่อใหพระอินทรเห็นความดีความชอบของตน รามสูรพยายามไลตามเมขลา แตเมขลาคอยหลบหลีกอยางวองไว รามสูรจึงขวางขวานออกไปทําใหเกิดเสียงดังเปรี้ยง ๆ ฝายเมขลาก็แกลงโยนดวงแกววิเศษหลอกลอใหรามสูรไลตามเมื่อแสงสวางวูบวาบเขาตารามสูรยิ่งโกรธ ขวางขวานไปหมายจะฆาเมขลาใหได แตดวยอํานาจของ ดวงแกววิเศษ ขวานเพชรของรามสูรจึงทําอันตรายเมขลาไมได เมขลาก็หลอกลอใหรามสูรติดตามและขวางขวานไปเรื่อย ๆ จนกลายเปนเรื่องเลาสืบตอกันมาวา เวลาฝนตก เกิดฟาแลบเพราะแสงดวงแกววิเศษของเมขลาฉายลอรามสูร สวนเสียงฟารองครืน ๆ เปรียง ๆ เกิดขึ้นเพราะเสียง ้รามสูรขวางขวานนั่นเอง” “นาสงสารเมขลานะคะ ที่ถกรามสูรไลตาม” กันยาบอกธันวา ู “เปนเพียงเรื่องเลานะลูก แมมีหนังสือที่กลาวถึงตํานานในเรื่องนี้ดวยนะ ธันวาลุกไปหยิบหนังสือในตูใหแมหนอยสิลก เดี๋ยวแมจะอานใหฟง”  ู “บทเหกลอมพระบรรทม เหจับระบํา” ธันวาอานหนาปกหนังสือกอนยื่นหนังสือใหแมอาน เหเอยนางเอก มณีเมขลา ลอยเรในเมฆา ถือจินดาดังดวงดาว โยนเลนเห็นแกว สวางแวววามวาว ลอยฟาเวหาหาว รูปราวกับกินรี ทรงเครื่องเรืองจํารัส อรามรัศมีฉวี ชูชวงดวงมณี เลื่อนลอยลีลามา เลียบรอบขอบทวีป อยูกลางกลีบเมฆา เชยชมยมนา เฝารักษาสินธู ครั้นปจฉิมคิมหันต ถึงวสันตฤดู ฟาคํารนฝนฟู เสียงซูซูสาดเซ็น ลอยลองละอองอาบ กระสินธุซาบทรวงเย็น เคยรําระบําเบน ลอเลนกับเทวัญ ชูแกวแววสวาง รําดวยนางสาวสวรรค ลอเลี้ยวเกี่ยวพัน พวกเทวัยกั้นกาง ฉวยฉุดยุดหยอก สัพยอกเยานาง โยนแกวแววสวาง ใหเนตรพรางพรายเอย “คุณแมคะตอนนี้พูดถึงอะไรเหรอคะ” กันยาถาม “ก็กลาวถึงนางเมขลาที่ถือดวงแกวรายรํากับเหลาเทวดาและนางฟาอยูบนทองฟาในชวงฤดูฝนจนทําใหเกิดแสงแปลบปลาบไง” ธันวาอธิบายนองสาวแทนแม แมชมธันวาวาเกงแลวอานตอไปวา
  • 38. เหเอยเหนาม เทพรามสูรมาร มีมือถือขวาน อยูวิมานมณีนิล หนาเขียวเขี้ยวงอก สีเหมือนดอกอินทนิล เมืองสวรรคชั้นอินทร เกรงสิ้นทุกเทวา เลี้ยวรอบขอบพระเมรุ ตรวจตระเวนเวหา เห็นนางเอกเมขลา โยนจินดาดังเปลวเพลิง กับสุรางคนางสวรรค ฝูงเทวัญบันเทิง จับระบําทําเชิง รื่นเริงบันเทิงใจ คิดจะใครไดแกว เลิศแลวแววไว แกวงขวานชาญชัย โลดไลเทวา ตางวิ่งทิ้งกรับ โทนทับรํามะนา กลัวยักษนักหนา หลบหนาหนีไป เมขลากลาแกลว ลอแกวแววไว โยนสวางเหมือนอยางไฟ ปลาบนัยนเนตรขุนมาร หนามืดฮืดฮาด กริ้วกราดโกรธทะยาน แคนนางขวางขวาน เปรี้ยงสะทานโลกา ฤทธิ์แกวแคลวคลาด ยิ่งกริ้วกราดโกรธา โลดไลไขวควา เมขลาลอเวียน ยักษโถมโจมโจน นางก็โยนวิเชียร หลีกลัดฉวัดเฉวียน ลอเวียนวงวน เปรี้ยงเปรี้ยงเสียงขวาน กองสะทานสากล ไลนางกลางฝน มืดมนในเมฆา นวลนางนั้นชางลอ รั้งรอรอนรา เวียนไวไปมา ในจักราศีเอย “เรื่องที่แมและพี่ธันวาเลาเปนเพียงตํานานเทานั้นเอง ความจริงฟาแลบฟารองเปนปรากฏการณธรรมชาติ โดยกอนเมฆที่มประจุไฟฟาตางกัน อาจเปนประจุบวกหรือประจุลบ เมื่อ ีกลุมของประจุที่ตางกันจํานวนมากเคลื่อนที่เขามาใกลกนเกิดการถายเทประจุไฟฟาขึน ทําใหเกิดเปน ั ้ประกายไฟแลบ เราเรียกวา “ฟาแลบ” และขณะถายเทประจุไฟฟาทําใหเกิดแสงและความรอนอากาศบริเวณที่กลุมของประจุเคลื่อนทีผาน ขยายตัวและหดตัวอยางรวดเร็ว ทําใหเกิดเสียงดังมาก ่เราเรียกวา “ฟารอง” พอเสริมตอทันทีเมื่อกันยาเชื่อวาเปนเรื่องจริง “เหมือนที่ผมเรียนมาเลยครับคุณพอ” ธันวาบอก “คุณพอเกงจังเลยนะพีธันวา” กันยาพูดพลางสงยิ้มใหพอ ่ “แหม! ลืมแลวหรือวาคุณพอของเราเปนครูสอนวิทยาศาสตร ถาไมรูเรื่องกระแสไฟฟาจะสอนนักเรียนไดอยางไร” ธันวาพูดอยางภาคภูมิใจพรอม ๆ กับรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของทุก
  • 39. คนดังสงทายคําพูดของธันวา ในขณะที่สายฝนยังโปรยปรายลงมาพรอมแสงฟาแลบและเสียงฟารองที่ดังสนั่นไปทั่วเอกสารเสริมที่ ๑๙ (หนวยการเรียนรูที่ ๖ ดวงแกววิเศษ)  การพูดรายงาน การพูดรายงาน เปนการพูดนําเสนอเรื่องทีทําการศึกษาคนควาและจัดทําเปนรายงาน ่เรียบรอยแลว ซึ่งการพูดรายงานนี้ตองพยายามใชคําพูดดึงดูดใหผฟงสนใจ และมีสวนรวมในการ ู พูดดวย ขอควรปฏิบตในการพูดรายงาน มีดังนี้ ั ิ ๑. แบงเวลาในการพูดแตละหัวขอใหเหมาะสมกับความสําคัญ และใชเวลาในการพูด รายงานทั้งหมดใหเหมาะสม ๒. ควรใชสื่อประกอบการรายงานที่หลากหลายและเหมาะสมกับเรื่องที่รายงาน ๓. ใชภาษาพูดใหถูกตองชัดเจน มีจงหวะวรรคตอน เนนในสิ่งที่ตองการเนน พยายาม ั สรางบรรยากาศที่ดี ไมเครงเครียดจนเกินไป ๔. สรุปสาระความรูที่ไดเมือรายงานจบ ่ ๕. ควรมีเวลาใหผูฟงซักถามในชวงสุดทายของการรายงานเอกสารเสริมที่ ๒๐ (หนวยการเรียนรูที่ ๗ เลนแบบไทย)  เนื้อเรื่อง เลนแบบไทย วันนี้เปนวันแรกของการจัดงานประจําป หลังจากผูวาราชการจังหวัดกลาวเปดงานวันของดีศรีอยุธยาจบ ประธานการจัดงานก็นําคณะของผูวาราชการจังหวัดเดินชมรอบ ๆ งาน ประชาชนทั้งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและจังหวัดใกลเคียงใหความสนใจพาลูกหลานมาเที่ยวชมงานกันอยางมากมาย เนื่องจากตรงกับวันหยุด ในงานมีการออกรานของศูนยศลปาชีพ บางไทร สมาคม ิโรงเรียน ตลอดจนพอคาและแมคาทั่วไป สินคาที่นํามาขายในงานเปนสินคาประเภทหัตถกรรมพื้นบาน ของดีของแตละตําบลหรือที่เรียกกันวา สินคาหนึ่งตําบลหนึ่งผลิตภัณฑ หรืออีกชื่อหนึ่งที่ทุกคนคุนหูกนก็คือ สินคาโอทอป (OTOP) อาหารคาวหวาน ผลไมนานาชนิด ผูคนตางเลือกชม ัและเลือกซื้อกันอยางสนุกสนาน ตกค่ําจะมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยของแตละโรงเรียนที่จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาแสดงใหผูชมทั้งที่เปนคนไทยและคนตางชาติไดดู เพื่อเปนการสงเสริมและเผยแพรศิลปวัฒนธรรมของไทยใหเปนทีรจักและอยูคูกบคนไทยตลอดไป ่ ู ั ธันวา กันยา และยายก็มาเที่ยวงานนี้เชนกัน แตยายเดินชมงานไดไมนานนักก็รสึกปวด ูเมื่อยจึงขอไปนั่งรอธันวาและกันยาอยูในเต็นทอํานวยการ กอนเขาไปในงานยายเตือนธันวากับกันยาใหเดินดวยกัน อยาเดินแยกออกไปเพียงลําพัง เพราะจะทําใหพลัดหลงกันได ทั้งสองรับปากยายกอนจะเดินออกไปจากเต็นทอํานวยการ ครูใหญธันวาและกันยาก็จูงมือกันกลับมาที่เต็นทอํานวยการ ผูคนยังหนาตาแตเย็นมากแลวยายจึงชวนธันวาและกันยากลับบาน ตอนค่ํา ๆ จึงจะออกมาดูการแสดงของนักเรียนอีกครั้ง
  • 40. ตกค่ํากันยาจึงรบเราใหยายและธันวารีบไปเดินเที่ยวงานเพราะกลัววาจะมีเวลาเดินเทียว ่งานไดนอยหากไปชา บรรยากาศของงานตอนกลางคืนสวยงามและอากาศก็เย็นสบายกวาชวงเชามาก มีไฟประดับประดาอยางสวยงาม เสียงพิธีกรประกาศเชิญชวนใหมาชมการแสดงบนเวที กันยารีบวิ่งมาจองที่นั่งติดขอบเวที ธันวาคอย ๆ จูงยายมานั่ง แลวการแสดงบนเวทีชุดแรกก็เริ่มขึ้น เด็กผูหญิง ๗ คน เดินออกมาจากหลังเวที ทั้งหมดออกมายืนเรียงกันเปนแถว ทุกคนมีความสูงไลเลียกัน แตคนทีอยูหัวแถวจะตัวสูงกวาเด็กผูหญิงคนอื่น ๆ สวนคนที่เดินออกมาคน ่ ่สุดทายเปนเด็กผูชาย ความสูงเทากับเด็กผูหญิงที่อยูหัวแถว เด็กผูชายออกมายืนตรงขามกับกลุม  เด็กผูหญิง พิธีกรรอจนเด็กทุกคนยืนนิ่งแลวก็พูดบรรยายวา “ตอไปเปนการแสดงการละเลนของไทยชื่อ งูกนหาง ของโรงเรียนประชาคมวิทยา ิการละเลนชุดนี้ประกอบไปดวยแมงู” เด็กผูหญิงที่อยูหัวแถวยกมือสวัสดีผูชม เสียงปรบมือดัง เกรียวกราว เมื่อเสียงปรบมือแผวลงพิธีกรก็เริ่มประกาศตอวา “มีแมงูแลวก็ตองมีพองู” เด็กผูชายยกมือสวัสดีผูชม เสียงปรบมือก็ดังไมแพเสียงปรบมือของแมงู “และที่จะขาดไมไดกคือ ลูกงูที่นารักของพวกเรา” เสียงประกาศของพิธีกรยังไมทันจบ ็เสียงปรบมือก็ดังกึกกองขึ้นอีกครั้งหนึ่ง พองูและแมงเริ่มถามตอบ พรอมทั้งทําทาทางประกอบ ูดังนี้ งูกินหาง พองู : แมงูเอย แมงู : เอย (ลูกงูชวยตอบ) พองู : กินน้ําบอไหน แมงู : กินน้ําบอทราย ลูกงู : ยายไปก็ยายมา พองู : แมงูเอย แมงู : เอย พองู : กินน้ําบอไหน แมงู : กินน้ําบอโศก ลูกงู : โยกไปก็โยกมา พองู : แมงูเอย แมงู : เอย พองู : กินน้ําบอไหน แมงู : กินน้ําบอกิน ลูกงู : บินไปก็บินมา พองู : แมงูเอย กินหัวหรือกินหาง แมงู : กินกลางตลอดตัว
  • 41. การแสดงชุดนี้จบลงพรอม ๆ กับเสียงปรบมือของผูชม การแสดงชุดใหมยังไมทันจะเริ่มขึ้น ยายก็สังเกตเห็นกันยาอาปากหาวหลายครั้ง ยายกลัวกันยาจะหลับหนาเวทีจงชวนหลานทั้งสอง ึกลับบาน “พรุงนี้ชวนสม แพรว กวาง หมอน และไหม มาเลนงูกินหางกันนะพี่ธันวา ใหพธนวา ี่ ัเปนพองู สวนหนูจะเปนแมงเอง” กันยาพูดขณะทีตาทั้งสองขางคอย ๆ หรี่ลงเรื่อย ๆ ู ่เอกสารเสริมที่ ๒๑ (หนวยการเรียนรูที่ ๗ เลนแบบไทย)  ประโยคขอรอง ประโยคขอรอง คือ ประโยคที่มีใจความขอรองใหผูอื่นทําหรือไมทําสิงใดสิ่งหนึ่ง มักมีคํา ่วา โปรด กรุณา ชวย วาน อยูหนาประโยค เชน • กรุณาถอดรองเทา • โปรดรักษาความสะอาดเอกสารเสริมที่ ๒๒ (หนวยการเรียนรูที่ ๘ รามเกียรติ์ ตอน ทรพีฆาทรพา)  เนื้อเรื่อง รามเกียรติ์ ตอน ทรพีฆาทรพา เย็นวันศุกร หลังจากกินอาหารเย็นเรียบรอยแลว ทุกคนในบานตาง แยกยายกันปฏิบัติภารกิจของตน พอนั่งอานหนังสือพิมพในหองนั่งเลน ธันวา กับกันยานั่งทําการบาน แมนั่งอานหนังสือวรรณคดีสลับกับการดูลูกๆ ทําการบาน ทั่วทั้ งบ านจึ ง ค อ นข างเงี ย บ ไม มี เสี ย งพู ด คุ ย ใดๆ แต ไม นานนั ก บรรยากาศในบ านก็ เริ่ ม เปลี่ ย นเสียงพูดคุยเขามาแทนที่ความเงียบสงบ เมื่อธันวาหันไปเห็นพาดหัวขาวในหนังสือพิมพที่พอกําลังอาน จึงอานขึ้นดัง ๆ “ลูกทรพีทารายพอ” ํ “คุณพอครับ ลูกทรพี คืออะไรครับ” ธันวาหันไปถามพอดวยความสงสัย “ลูกทรพี ก็คือ ลูกอกตัญูไงลูก” พอตอบแลวหันไปอานหนังสือพิมพตอ กันยาไดยินพอพูดกับพี่ชายจึงเสริมขึ้นวา “ไมนาจะใชนะคะ หนูเคยไดยินแมคาในตลาดเขาเรียกลูกเขาวา ไอลูกทรพี” “ใชครับ ผมก็เคยไดยินเหมือนกัน” ธันวาเสริมคําพูดของนองสาว “ใชจะ ลูกทรพี คือ ลูกอกตัญู” แมอธิบายใหทั้งสองคนฟง “ทําไม เขาจึงเรียกลูกทรพีละครับ” ธันวาถามดวยความอยากรู “หนูก็อยากรูเหมือนกันคะ” กันยารีบเสริม “ลูกๆ เคยไดยินหรือเคยอานเรื่อง รามเกียรติ์กันหรือเปลาจะ เรื่องรามเกียรติ์ เปนบทพระราชนิพนธในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ ๑) มีเคาโครงเรื่องเดิมมาจากเรื่อง รามายณะของอินเดีย เนื้อเรื่องในรามเกียรติ์แบงออกเปนหลายตอน สําหรับสํานวนลูกทรพีเปนสํานวนที่มาจากเรื่อง รามเกียรติ์ ตอน ทรพีฆาทรพา ซึ่งเนื้อเรื่องในตอนนี้มีการดําเนินเรื่องที่สนุกสนาน พระองคทรงแทรกขอคิด คติเตือนใจใหรูจักกตัญูตอผูมีพระคุณซึ่งคุณธรรมจริยธรรมขอนี้เปนสิ่งที่เราคนไทยทุกคนควรสํานึก และนําไปปฏิบัติในชีวิตประจําวัน
  • 42. ถาลูกสนใจวาเรื่องราวเปนอยางไร ทําการบานใหเสร็จกอน เดี๋ยวแมจะเลาใหฟง” พอสิ้นเสียงแมทั้งสองคนก็เรงมือทําการบานเพื่อจะไดฟงเรื่องที่แมจะเลา หลังจากทําการบานเสร็จ แมก็เริ่มเลาเรื่อง รามเกียรติ์ ตอน ทรพีฆาทรพา ใหทั้งสองคนฟงวา มียักษตนหนึ่งชื่อ นนทกาล เปนยักษเฝากําแพงชั้นในของพระอิศวร วันหนึ่งนนทกาลเกิดกําเริบไปหยอกเยานางมาลี ซึ่งเปนนางฟาผูทําหนาที่เก็บดอกไมถวายพระอิศวร เมื่อพระอิศวรทราบเรื่องจึงสาปใหนนทกาลเกิดเปนควายปาชื่อ ทรพา มีลําตัวสีเผือก (สีขาว) มีบริวารเปนควายปาตัวเมีย ๕๐๐ ตัว และใหมีลูกชื่อทรพี ซึ่งจะเปนผูฆาทรพาตาย ดวยเหตุน้ีทรพาจึงฆาลูกควายปาทุกตัวที่เกิดมาเปนตัวผู ตอมานางควายปาตัวหนึ่งชื่อ นิลากาสร ซึ่งเปนบริวารของทรพาเกิดตั้งทอง นางรูดีวาถาตกลูกมาเปนตัวผู ทรพาจะตองฆาลูกทิ้งแน นางจึงหนีออกจากฝูงควายปาไปซอนตัวอยูในถ้าแหงํหนึ่ง พอไดเวลานางก็ตกลูกมาเปนควายปาตัวผู มีสีดําปลอดทั้งตัว นางขอใหเทพยดาทั้งหลายชวยดูแลปกปองลูกของนางดวย เทวดาทั้งหลายไดดูแลควายปาตัวนอยโดยรักษาขาทั้งสี่และเขาทั้งสอง ตั้งชื่อใหวาทรพี ดังคํากลอนวา เมื่อนั้น เทวาอยูในคูหาใหญ ฟงนางกาสรก็อาลัย มีใจกรุณาพันทวี จึ่งชวนกันเขารักษา สองเขาบาทาทั้งสี่ อยูทุกทิวาราตรี ใหชื่อทรพีชาญฉกรรจ หลังจากตกลูกแลว นางนิลากาสรไดทิ้งทรพีไวในถ้ํา เหลาเทวดาก็ชวยกันดูแลรักษาจนเติบโตขึ้น ทรพีพยายามวัดรอยเทาของตนกับทรพาผูเปนพออยูเรื่อย ๆ วันหนึ่งเมื่อเห็นวารอยเทาของตนเทากับทรพาแลว ก็คิดจะไปทาสูกับทรพาใหรูแพรูชนะ ใหรูวาใครจะเกงกวากัน จากนั้นก็แอบแฝงกายรอทรพาอยูที่พุมไมดังคํากลอนวา มาจะกลาวบทไป ถึงทรพีใจหาญ เทวารักษามาชานาน ในถ้ําสุรกานตพรายพรรณ เหมือนไดกินนมมารดร มีกําลังฤทธิรอนแข็งขัน จําเริญวัยใหญขึ้นทุกวัน ก็เที่ยวสัญจรออกมา ลองเชิงเริงรองคะนองไพร ไลเลี้ยงเสี่ยวขวิดหินผา ตามสะกดบทจรทรพา วัดรอบบาทาบิดาดู เห็นเทาเติบใหญคลายคลึง ก้ํากึ่งพอจะตอบตอสู หมายเขมนจะเปนศัตรู วันนี้ตัวกูกับบิดา จะไดลองฤทธิ์ขวิดกัน ประจัญดูกําลังใหหนักหนา คิดแลวแอบพุมซุมกายา จับกลิ่นกินหญาอยูรมธาร ิ วันรุงขึ้นทรพีเห็นทรพาพาฝูงควายปาออกหากิน จึงกระโดดออกไปขวางหนาไวแลวรองทาวา
  • 43. “เราคือทรพีลูกของทานที่รอดตายจากการฆาของทาน ที่เรามาขวางหนาทานเพราะคิดวาทานไมสมควรที่จะมีชีวิตอยูตอไป ทานฆาลูกของตนเอง ทานกับเรามาประลองฝมือกันดีกวาวาใครจะเกงกวากัน” บัดนั้น ทรพีฤทธิแรงแข็งกลา โกงคอยอทายยืนประจัญ เสี่ยวขวิดติดพันกระชั้นมา อันเขาตอเขาเขาประหาร เสียงสะทานเปรี้ยงเปรี้ยงดั่งฟาผา ไดทีขวิดถูกทรพา ก็มวยชีวาดวยฤทธี พอแมเลาจบ ธันวาก็ถอนหายใจยาวๆ “โธเอย! ไอลูกทรพี” “ทรพีนิสัยไมดี ฆาไดแมกระทั่งพอของตนเอง” กันยาพึมพํา “ทรพาเปนพอที่ใจรายเหมือนกัน ฆาลูกแทๆของตัวเองไดลงคอ สมแลวละที่ถูกลูกฆาตาย” ธันวาพูดโตแยงนองสาว แมหัวเราะแลวอธิบายวา “ทรพาถูกพระอิศวรสาปใหตายเพราะลูก จึงจําเปนตองฆาลูกตัวผูทุกตัว ในที่สดกรรมตามสนอง ถูกลูกฆาตายดวยเหมือนกัน” ุ “ถึงอยางไรลูกก็ไมควรฆาพอไมใชหรือครับ เพราะเปนการอกตัญู คนอกตัญูเปนคนไมด” ธันวาถามแม ี “ใชจะ การฆาพอแมถือเปนบาปอยางหนัก จะถูกลงโทษและถูกรังเกียจจากคนในสังคมไมมใครอยากคบคนที่เปนลูกอกตัญู” แมอธิบายใหธันวาฟง ี “ครับ ผมจะไมเปนลูกทรพีอยางแนนอน” ธันวาใหสัญญากับแม “ใชคะ หนูกจะไมเปนลูกทรพีเหมือนกัน” กันยาพูด  “อาว! ถาอยางนั้นก็ไมมีสํานวนลูกทรพีนะซิ”พอพูด ทุกคนพากันหัวเราะชอบใจ พอ จึงสอนกันยาและธันวาใหมีความกตัญ ูรูคุณตอ พอ แม และผูมีพระคุณ เพราะความกตัญูถือเปนคุณธรรมอันดีงามที่จะนําความสงบสุขมาสูสังคมและพวกเราทุกคนเอกสารเสริมที่ ๒๓ (หนวยการเรียนรูที่ ๘ รามเกียรติ์ ตอน ทรพีฆาทรพา)  เนื้อเรื่อง การอานในใจ (การอานจับใจความสําคัญ) การอานในใจ คือ การอานเก็บใจความสําคัญและทําความเขาใจเรื่องที่อาน ไมมีการเปลงเสียงออกมาในขณะอาน จึงทําใหผูอานเขาใจเรื่องที่อานไดเร็วกวาการอานออกเสียง การจับใจความสําคัญ คือ การจับประเด็นสําคัญของเรื่อง เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจผูอานจึงควรจับใจความสําคัญของเรื่องใหได วิธีจับใจความสําคัญ มีดังนี้ ๑. พิจารณาขอความทีละยอหนา หาประโยคใจความสําคัญของแตละยอหนา ๒. ตัด สว นที่ เป นรายละเอี ย ดอื่ นๆออกไป เชน ตั ว เลข สถิ ติ ขอ ความ ปรี ย บเทีย บ สํานวนโวหาร หรือคําถามคําพูดของผูเขียนที่เปนสวนขยายใจความสําคัญ ๓. สรุปใจความสําคัญดวยสํานวนภาษาของตนเอง
  • 44. ตัวอยาง การอานจับใจความสําคัญ ผึ้งตาย...เมื่อตอยคน ธรรมชาติของผึ้งไมชอบตอ ยคน แตจ ะตอ ยคนเพื่อ ปอ งกันตัว และรังของมันใหพนจาก อันตราย ผึ้งมีเหล็ก ในสําหรับตอ ยคน เหล็ก ในมีลัก ษณะเปนหลอดยาว เปนโพรงเรีย วแหลมที่ ปลายโผลออกมาตรงกนหรือสวนทายของรางกาย เมี่อผึ้งเอาปลายแหลมนี้แทงลงในผิวหนังของคน พรอมกับปลอยน้ําพิษออกมา เรียกวา ผึ้งตอย ผึ้งตอยไดครั้งเดียว ตัวมันก็ตาย เพราะเวลาที่ตอยจะใชเหล็กในตรงกนแทง ซึ่งการดึง เหลกออกตองใชแรงมาก ตรงปลายจะแตกออก บางครั้งเหล็กในจะฉีกขาดออกจากตัว เพราะผึ้ง จะยอมเสียสละชีวิตออกมาตอยเรา เพื่อปองกันตัวและรังของมัน บานของใคร ใครก็รักก็หวง ผึ้งก็รักและหวงบานของมันเชนกันจับใจความสําคัญไดดังนี้ เรื่อง ผึ้งตาย...เมื่อตอยคน ผึ้งจะตอยก็ตอเมื่อปองกันตัวและรังใหพนจากอันตรายเทานั้น ผึ้งสามารถตอยไดแคครั้ง เดียวแลวมันก็ตาย เพราะผึ้งจะใชเหล็กในตรงกนแทงเขาที่ผิวหนังคน ซึ่งมันตองใชแรงมากในการ ดึงเหล็กในออก บางครั้งปลายจะแตกและฉีกขาดออกจากตัว ทําใหผึ้งตายไดเอกสารเสริมที่ ๒๔ (หนวยการเรียนรูที่ ๘ รามเกียรติ์ ตอน ทรพีฆาทรพา)  การประสมคํา การประสมคํา คือ การนําคําในภาษาไทยมารวมกันตั้งแตสองคําขึ้นไป โดยมีคําหลักเปนตัวตั้งและนําคําอื่นๆ มาตอทายรวมกัน ทําใหเกิดคําและความหมายใหมขึ้นมากมาย เชน แม+น้ํา แมน้ํา หมายถึง ลําน้ําใหญ แม+ยาย แมยาย หมายถึง แมของเมีย แม+นม แมนม หมายถึง ผูหญิงทีใหเด็กอื่นซึ่งไมใช ่ ลูกแทๆกินนมของตน
  • 45. แม+แรง แมแรง หมายถึง เครื่องสําหรับงัดใชเพื่อยก ของหนัก แม+บาน แมบาน หมายถึง ผูหญิงที่ดูแลบานเรือนเอกสารเสริมที่ ๒๕ (หนวยการเรียนรูท่ี ๘ รามเกียรติ์ ตอน ทรพีฆาทรพา)  คําพอง คําพอง คือ คําที่เขียนหรือออกเสียงเหมือนกัน แบงออกเปน ๓ ชนิด คือ คําพองรูป คําพองรูป คือ คําที่เขียนเหมือนกัน แตอานออกเสียงไมเหมือนกัน และมีความหมายตางกัน เชน • เพลาเกวียนหักในเพลาเชา เพลา (เพลา) หมายถึง แกนสําหรับใหลอหรือใบจักรหมุน เพลา (เพ-ลา) หมายถึง เวลา คําพองเสียง คําพองเสียง คือ คําที่ออกเสียงเหมือนกัน แตเขียนตางกัน และมีความหมายตางกัน เชน • ชีวิตขาไมอาจตีคาหาราคาได ขา หมายถึง ฉัน ขาพเจา (แทนตัวผูพูด) คา หมายถึง ราคา คําพองความหมาย คําพองความหมาย คือ คําที่มความหมายเหมือนกัน แตเขียนตางกันและใชในโอกาส ีตางกัน เชน • ดอกไม บุปผา ผกา มาลี • น้ํา นที วารี คงคา