แบบทดสอบเรื่องระบบนิเวศ
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 
Like this document? Why not share!

แบบทดสอบเรื่องระบบนิเวศ

on

  • 7,396 views

 

Statistics

Views

Total Views
7,396
Views on SlideShare
6,146
Embed Views
1,250

Actions

Likes
0
Downloads
80
Comments
0

2 Embeds 1,250

http://duriankaw.wordpress.com 1247
http://webcache.googleusercontent.com 3

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

แบบทดสอบเรื่องระบบนิเวศ แบบทดสอบเรื่องระบบนิเวศ Document Transcript

  • แบบทดสอบเรื่องระบบนิเวศ รหัสวิชา ว 33101 รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน โรงเรียนพูลเจริญวิทยาคมระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 คุณครูผ้สอน คุคณครูอารีรตน์ ชูเส้ง เวลา 50 นาที ู ุ ัค าชี้แจง ให้นักเรียนเลือกค าตอบที่ถูกต้องที่สุด1. เพลี้ยกับมดด า มีความสัมพันธ์เทียบได้กับข้อใด ก. กระต่ายกับหญ้า ข. เหาฉลามกับปลาฉลามค. นกเอี้ยงบนหลังควาย ง. กล้วยไม้บนต้นมะม่วง2. กลุ่มสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในที่หนึ่งๆ มีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันหลายแบบ สิ่งมีชีวิตในข้อใดที่มีความสัมพันธ์ซึ่งเทียบได้กับไลเคนก. ดอกไม้กับแมลง ข. พลูด่างเกาะอยู่กับต้นมะม่วงค. นกที่สร้างรังบนต้นไม้ ง. แบคทีเรียปมรากตระกูลถั่ว3. “แหล่งที่อยู่อาศัย” มีความหมายตรงกับข้อความใดต่อไปนี้ก. ปลาช่อนที่ชอบอาศัยอยู่ตามริมบ่อ หนอง บึง ที่มีพืชน้ าขึ้นปกคลุม และมีอาหารอุดมสมบูรณ์ข. กระบองเพชรเป็นพืชทะเลทราย ใบเปลี่ยนแปลงเป็นหนามเพื่อช่วยลดอัตราการคายน้ าค. นกปากห่างอพยพมาอาศัยท ารังอยู่ชั่วคราว (4-6 เดือน) ที่วัดไผ่ล้อม จังหวัดปทุมธานีง. สาหร่ายข้าวเหนียวเป็นพืชน้ าที่มีดอก รากดูดอาหารจากดินโดยตรง ใบเปลี่ยนโครงสร้างส าหรับจับสัตว์น้ าเล็กๆ เป็นอาหาร4. “ในการส ารวจป่าชายเลนแห่งหนึ่ง พบพืชประเภทโกงกาง แสม เสม็ด ล าพู ขึ้นปะปนกัน ส่วนในร่องน้ าและพื้นดิน โคลน มีลูกปลา หอย ปูก้ามดาบ กระจายอยู่ทั่วไป การศึกษาต่อมาพบว่าหอยกินใบไม้ร่วงเป็นอาหาร ส่วนปูก้ามดาบกินหอยและลูกปลา” ข้อมูลนี้ศึกษาเกี่ยวกับอะไรก. กลุ่มสิ่งมีชีวิต ข. แหล่งที่อยู่อาศัย ค. ระบบนิเวศ ง. ห่วงโซ่อาหาร5. ข้อใดจัดเป็นผู้บริโภคทั้งพืชและสัตว์ก. วัว, กระต่าย ข. นก, ไก่ ค. เสือ, แพะ ง.แมว , สิงโต6. จากการสังเกตข้อเท็จจริงในธรรมชาติ เราจะพบว่าหญ้าที่อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ไม่เจริญงอกงาม น่าจะมาจากอิทธิพลของปัจจัยใดมากที่สุดก. อุณหภูมิ ข. แสงสว่าง ค. เกลือแร่ในดิน ง. ถูกทุกข้อ7. ต่อไปนี้ข้อใดถือว่าเป็นปัจจัยทางกายภาพก. จอก แหน สาหร่าย ข. อุณหภูมิ แสงสว่าง ความกดดันค. แร่ธาตุ ดิน จุลินทรีย์ ง. สารอาหาร ออกซิเจน พืชน้ า8. ตู้เลี้ยงปลาแบบปิดสนิท มีสิ่งมีชีวิตในตู้ปลาได้แก่ ปลา หอย กุ้ง โปรโตซัว และพืชน้ า สามารถด ารงชีวิตอยู่ได้เป็นเวลานับเดือนเพราะอะไรก. สิ่งมีชีวิตไม่เจริญเติบโต ข. ไม่มีจุลินทรีย์เข้าไปรบกวนค. สิ่งมีชีวิตไม่รบกวนซึ่งกันและกัน ง. การได้ใช้พลังงานอยู่ในสภาพสมดุล9. ปัจจัยทางกายภาพที่มีอิทธิพลโดยตรงต่อการย้ายถิ่นฐานของนกปากห่าง หรือการออกหากินในเวลากลางคืนของสัตว์ในทะเลทราย คือก. อุณหภูมิ ข. แสงสว่าง ค. ดินและสารเคมี ง.น้ าและความชื้น
  • 10. แบคทีเรียชนิดหนึ่ง ( E.Coli) ที่อยู่ในล าไส้ใหญ่ของคนมีการอยู่ร่วมกันแบบก. ภาวะปรสิต ข. ภาวะพึ่งพาอาศัย ค. ภาวะได้ประโยชน์ร่วมกัน ง. ภาวะอิงอาศัย11. นกเอี้ยงที่หากินบนหลังควาย เป็นการอยู่ร่วมกันแบบใดก. ภาวะปรสิต ข. ภาวะพึ่งพาอาศัย ค. ภาวะได้ประโยชน์ร่วมกัน ง. ภาวะอิงอาศัย12.ระบบนิเวศที่เป็นพื้นที่ป่าเขียวชอุ่ม อยู่ในเขตฝนตกชุก และสัตว์ชุกชุม หมายถึงระบบนิเวศแบบใดก. ทุ่งหญ้า ข. ป่าดิบชื้น ค. ป่าโกงกาง ง. พื้นที่ชุ่มน้ า13. ระบบนิเวศที่เป็นพื้นที่ราบต่ า ชื้น ไม่มีต้นไม้ใหญ่ ช่วยรักษาแนวชายฝั่งทะเล และเป็นที่อยู่อาศัยของปลาและสัตว์น้ า หมายถึงระบบนิเวศแบบใดก. แนวปะการัง ข. ป่าดิบชื้น ค. ป่าโกงกาง ง. พื้นที่ชุ่มน้ า14. ระบบนิเวศป่าตามแนวชายฝั่งทะเล เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของพืช และสัตว์จ านวนมาก เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาและสัตว์น้ ามีเปลือก หมายถึงระบบนิเวศแบบใดก. แนวปะการัง ข. ป่าดิบชื้น ค. ป่าโกงกาง ง. พื้นที่ชุ่มน้ า15. ระบบนิเวศซึ่งเป็นแหล่งอาหาร เป็นที่อยู่อาศัยของพืช สัตว์จ านวนมาก ป้องกันการพังทลายของชายฝั่งทะเลเป็นแหล่งท่องเที่ยว มีความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต มีผลต่อการศึกษาวิจัย หมายถึงระบบนิเวศแบบใดก. แนวปะการัง ข. ป่าดิบชื้น ค. ป่าโกงกาง ง. พื้นที่ชุ่มน้ า16. ข้อใดเป็นการอยู่ร่วมกันแบบพึ่งพาอาศัยก. นกเอี้ยงกับควาย ข. ไลเคน ค. เหาฉลามกับปลาฉลาม ง. มดกับเพลี้ย17. ระบบนิเวศแบบใดที่สัตว์ต้องใช้การปรับตัวมากที่สุดก. ระบบนิเวศป่าชายเลน ข. ระบบนิเวศป่าดิบชื้น ค. ระบบนิเวศบ่อน้ า ง. ระบบนิเวศทุ่งหญ้า18. ข้อใดเป็นห่วงโซ่อาหารที่ถูกต้องก. พืช กบ แมลง นก งู ข. ปลา แมงกะพรุน ปลาดาว หอยเม่นค. พืช เพลี้ย ตัวเต่าทอง ด้วง นก ง. พืช เหยี่ยว สุนัขจิ้งจอก19. ความสัมพันธ์ระหว่างแบคทีเรียพวกแบคทีเรียปมรากพืชตระกูลถั่วเทียบได้กับข้อใดก. +,+ ข. +,0 ค. - ,0 ง.-,-20. ธาตุที่พบในสิ่งมีชีวิตคิดเป็นร้อยละโดยน้ าหนักเรียงล าดับจากมากไปหาน้อย ได้แก่ก. ออกซิเจน คาร์บอน ไฮโดรเจน ไนโตรเจน ข. คาร์บอน ไฮโดรเจน ไนโตรเจน ออกซิเจนค. ไฮโดรเจน ไนโตรเจน ออกวิเจน คาร์บอน ง. ไนโตรเจน ออกซิเจน คาร์บอน ไฮโดรเจน21. สิ่งมีชีวิตกลุ่มแรกที่เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงแทนที่คือข้อใดก. สปอร์ของโปรโตซัว ข. ไลเคน ค. เฟิร์น ง. มอส22. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่สาเหตุของการท าให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแทนที่โดยคนก. การสร้างเขื่อนกั้นน้ า ข.การท าไร่เลื่อนลอยค. การสร้างสถานที่พักผ่อน ง. การเปลี่ยนสภาพของดิน23. เมื่อมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นอยู่ ณ ที่ใด เราจะพบว่าไม่ค่อยมีต้นไม้เล็ก ขึ้นอยู่ใกล้ เพราะ ก. แสง ข. อุณหภูมิ ค. ต้นไม้ใหญ่แย่งอาหารและน้ า ง. สภาพแวดล้อมไม่เหมาะกับต้นไม้เล็ก24. ข้อใดต่อไปนี้อธิบายค าว่า “การเปลี่ยนแปลงแทนที”ได้ถูกต้องที่สุด ่
  • ก. การเปลี่ยนแปลงของสิ่งมีชีวิตในสังคมหนึ่งๆ อย่างช้าๆ ข. กระบวนการเปลี่ยนแปลงในแต่ละขั้นตอนของการเปลี่ยนแปลงแทนที่ ค. ล าดับของการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดจนถึงสังคมขั้นสุดยอด ง. การเปลี่ยนแปลงของสังคมสิ่งมีชีวิตจากแบบหนึ่งไปเป็นอีกแบบหนึ่งอย่างช้าๆ25.ข้อใดแสดงถึงองค์ประกอบของระบบนิเวศ ก. ผู้ผลิต ผู้บริโภค ข. ห่วงโซ่อาหาร สายใยอาหาร ค. กลุ่มสิ่งมีชีวิต แหล่งที่อยู่อาศัย ง. ผู้ผลิต ผู้บริโภค ผู้ย่อยสลาย26. วัฏจักรของสารใดที่ไม่มีการหมุนเวียนสู่บรรยากาศ ก. คาร์บอน ข. แคลเซียม ค. ไนโตรเจน ง. ออกซิเจน27. ถ้าสิ่งมีชีวิตพวก Producer ตายหมด จะเกิดอะไรขึ้นกับระบบนิเวศก. ไม่มีอินทรียสารส าหรับสิ่งมีชีวิตข. สิ่งมีชีวิตที่สร้างอาหารเองไม่ได้จะตายทันทีข. สิ่งมีชีวิตจ าพวกสร้างอาหารเองไม่ได้จะอยู่ได้ตามปกติง. สิ่งมีชีวิตจ าพวกสร้างอาหารเองไม่ได้จะมีชีวิตอยู่ระดับหนึ่ง28. สิ่งมีชีวิตชนิดใดที่มีความส าคัญต่อระบบนิเวศมากที่สุด ก. หญ้า ข. กระต่าย ค. หนู ง. กิ้งกือ29. ข้อใดคือระบบนิเวศที่ใหญ่ที่สุด ก. ระบบนิเวศทางทะเล ข. ระบบนิเวศป่าไม้ ค. โลกของสิ่งมีชีวิต ง. ระบบนิเวศทุ่งหญ้า30.ข้อใดกล่าวผิด ก. ระบบนิเวศขนาดเล็กจะซ้อนอยู่ในระบบนิเวศขนาดใหญ่ ข. ปลาสวยงามชนิดต่างๆ ที่เลี้ยงในตู้ปลาและมีพืชน้ า ไม่จัดเป็นระบบนิเวศ ค. ห่วงโซ่อาหารคือการกินกันเป็นทอดๆง. ระบบความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ร่วมกัน และความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตกับสภาพแวดล้อมเรียกว่าระบบนิเวศ@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@ตอนที่ 2 ให้นักเรียนเติมข้อความลงในช่องว่างให้สมบูรณ์1. ผู้ย่อยสลายคือ2. ความสัมพันธ์แบบพึ่งพากันหมายถึง และจงยกตัวอย่างมา 2 ตัวอย่าง3. ห่วงโซ่อาหารและสายใยอาหารมีความสัมพันธ์กันอย่างไร4. ถ้าผู้ผลิตมีจ านวนน้อยลง จะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างไรบ้าง5. ระบบนิเวศในท้องถิ่นของนักเรียนมีประโยชน์ต่อการด ารงชีวิตของนักเรียนและชุมชนอย่างไรบ้างชื่อ............................................................นามสกุล......................................ห้อง ม. 4/........เลขที.่ ...............กระดาษค าตอบข้อ ก ข ค ง ข้อ ก ข ค ง1 162 17
  • 3 184 195 206 217 228 239 2410 2511 2612 2713 2814 2915 30ชื่อ............................................................นามสกุล......................................ห้อง ม. 4/........เลขที................ ่………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………………………………………………….…………………………...………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………………………………………………….…………………………...………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………………………………………………….…………………………...………………………………………………………………………………………………………………..