0
 
 
พระราชประวัติสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช  <ul><li>เรียกอีกพระนามหนึ่งว่า สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี พระองค์ท่านเป็นบุตรชาวจีนนา...
<ul><li>เจ้าพระยาจักรีได้ขอบุตรชายของนายไหฮองไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม นับตั้งแต่รับบุตรของนายไหฮองมาเลี้ยงไว้ เจ้าพระยาจักร...
<ul><li>พ . ศ .  2309   เมื่อพม่ายกทัพมาล้อมกรุงศรีอยุธยา พระยาตากได้ถูกเรียกเข้ามาช่วยราชการในกรุงศรีอยุธยา ทำการสู้รบกับ...
สภาพทั่วไปก่อนการก่อตั้งกรุงธนบุรี   <ul><li>กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีของไทยอยู่  417  ปี  ( พ . ศ . 1893-2310)  ในระยะเวลา...
<ul><li>ในปีพ . ศ . 2309  พระเจ้าอลองพญากษัตริย์พม่ายกทัพมาล้อมกรุงศรีอยุธยา  แต่ถูกปืนลั่นถอยทัพกลับไป  ต่อมาพระเจ้ามังระ...
เหตุการณ์ตอนต้นสมัยธนบุรี <ul><li>ก่อนพม่าตีกรุงศรีอยุธยาแตก  พระยาตากเข้ามาช่วยราชการ รักษากรุงศรีอยุธยา เห็นว่ารักษากรุง...
แผนที่แสดง การเดินทางของ พระยาตาก
หลังกรุงศรีอยุธยาแตกบรรดาเมืองต่างๆ ตั้งตนเป็นใหญ่  มีกลุ่มที่มี อำนาจ  5   ชุมนุม <ul><li>1  ชุมนุมเจ้าตาก  ตั้งมั่นที่เม...
พระยาตากตีเมืองจันทบุรีได้แล้วใช้เป็นฐาน ที่มั่นรวบรวมกำลังผู้คน อาวุธและเสบียงเพื่อ ยกทัพกลับมากอบกู้เอกราชต่อไป <ul><li>...
ผลดีในการที่พระเจ้าตากสินเดินทางไปตั้งมั่นที่ หัวเมืองชายทะเล <ul><li>1  เป็นเส้นทางที่ปลอดภัยจากกองทัพพม่า </li></ul><ul>...
การกู้เอกราชของพระเจ้าตากสิน <ul><li>พระเจ้าตากสินทรงรวบรวมรี้พลได้  5 , 000  คนเดินทาง </li></ul><ul><li>จากจันทบุรีถึงปา...
พระเจ้าตากสินได้อำนาจปกครองประเทศกลับคืน <ul><li>การกู้เอกราชของพระเจ้าตากสินสามารถทำสำเร็จในเวลารวดเร็วคือใช้เวลาเพียง  7...
การสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี <ul><ul><li>เหตุผลที่ต้องย้ายราชธานี </li></ul></ul><ul><li>1  กรุงศรีอยุธยาถูกทำลายยากแก่ก...
เหตุผลที่เลือกกรุงธนบุรีเป็นราชธานี <ul><li>1.  กรุงธนบุรีเป็นเมืองขนาดเล็กเหมาะแก่การป้องกันรักษา </li></ul><ul><li>2.  ใ...
เหตุผลที่เลือกกรุงธนบุรีเป็นราชธานี ( ต่อ ) <ul><li>5.  กรุงธนบุรีอยู่ใกล้ปากน้ำสะดวกแก่การค้าขายกับต่างประเทศ </li></ul><...
แผนที่กรุงธนบุรีสมัยพระเจ้าตากสิน
การปกครองสมัยกรุงธนบุรี
การปกครองสมัยกรุงธนบุรี ส่วนภูมิภาค ส่วนกลาง สมุหนายก สมุหพระกลาโหม 3  หัวเมืองประเทศราช 2  หัวเมืองชั้นนอกหรือ เมืองพระยา...
<ul><li>การปกครองภายในราชธานี มีกรุงธนบุรีเป็นศูนย์กลางพระมหากษัตริย์ </li></ul><ul><li>มีอำนาจเด็ดขาด  มีตำแหน่งอัครมหาเส...
<ul><li>*** ตำแหน่งรองลงมาจากอัครมหาเสนาบดี  ได้แก่  </li></ul><ul><li>เสนาบดีจตุสดมภ์ มี  4  ตำแหน่ง  คือ   </li></ul><ul...
<ul><li>การปกครองหัวเมือง ( ส่วนภูมิภาค ) </li></ul><ul><li>หัวเมืองชั้นใน   เป็นเมืองที่อยู่รายรอบราชธานี  เป็น  เมืองชั้...
<ul><li>เมืองประเทศราช   หรือ  เมืองขึ้น  ให้ปกครองตนเอง เช่น  </li></ul><ul><li>ลาว  เขมร  นครศรีธรรมราช   ต้องส่งเครื่อง...
<ul><li>กฎหมายในสมัยกรุงธนบุรี </li></ul><ul><li>1.  กฎหมายสักเลก  บังคับให้ไพร่ต้องสักข้อมือเพื่อแสดงสังกัดที่ </li></ul>...
ด้านเศรษฐกิจ <ul><li>เศรษฐกิจ การแก้ไขปัญหาทางด้านเศรษฐกิจในสมัยกรุงธนบุรี 1 .  ปัญหาความอดอยากของราษฎร 2 .  การค้าระหว่าง...
การแก้ไขปัญหาความอดยากของราษฎร <ul><li>ทรงสละพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ในการซื้อข้าวสาร อาหาร เสื้อผ้า แจกราษฎร </li></ul><u...
<ul><li>5.  การส่งเสริมการค้ากับต่างประเทศ มีการส่งเรือสำเภาไปค้าขายยังประเทศจีน อินเดียและประเทศใกล้เคียง สินค้าที่ส่งออก...
<ul><li>หลังจากที่บ้านเมืองเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว รายได้ของรัฐ ที่เก็บจากราษฎรยังคงใช้อย่างอยุธยาตอนปลายดังนี้ จกอบ   หมายถึง...
ด้านสังคมและวัฒนธรรมในสมัยกรุงธนบุรี
ด้านสังคม <ul><li>สภาพสังคม   </li></ul><ul><li>สังคมสมัยธนบุรีคล้ายกับสังคมอยุธยา คือ การแบ่งชนชั้นทางสังคมออกเป็น  </li>...
<ul><li>เจ้านายหมายถึงเชื้อพระวงศ์ของพระมหากษัตริย์เช่นพระโอรส พระราชธิดาหรือพระญาติอื่นๆ </li></ul><ul><li>ยศของเจ้านาย ม...
ไพร่ คือราษฎรสามัญทั่วไปทั้งชายและหญิง <ul><li>1. ไพร่หลวง  คือชายฉกรรจ์ขึ้นทะเบียนสังกัดพระมหากษัตริย์รับราชการปีละ  6  เ...
<ul><li>การควบคุมคนในสมัยธนบุรีใช้ระบบศักดินาสวามิภักดิ์คล้ายกับในสมัยอยุธยาตอนปลาย คือ คนในสังคมตั้งแต่  </li></ul><ul><l...
<ul><li>ทาส มีอยู่  7   ประเภทดังนี้ 1   ทาสสินไถ่  คือ ทาสที่ขายตัวเองหรือถูกผู้อื่นขายให้แก่นายเงินต้องทำงานจนกว่าจะหาเง...
<ul><li>สำหรับกลุ่มชนชั้นพิเศษ ได้แก่ พระภิกษุสงฆ์ทำหน้าที่อบรมสั่งสอนประชาชนทั่วไป  พราหมณ์ทำหน้าที่ </li></ul><ul><li>ด้...
ด้านวัฒนธรรมสมัยกรุงธนบุรี <ul><li>ด้านศาสนา  </li></ul><ul><li>ด้านศิลปะและวรรณกรรม </li></ul><ul><li>ด้านนาฏศิลป์ </li><...
ด้านศาสนา   <ul><li>1     โปรดเกล้าฯแต่งตั้งพระสังฆราชและพระราชาคณะขึ้นเพื่อดูแลพระสงฆ์ </li></ul><ul><li>2     โปรดให้มีก...
วัดบางหว้าใหญ่  ( วัดระฆังโฆสิตาราม ) วัดระฆังโฆสิตาราม หรือ วัดบางว้าใหญ่ เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรมหาวิหาร เป็นวัดโบ...
วัดอรุณราชวราราม ( วัดแจ้ง )   วัดอรุณราชวรารามหรือวัดแจ้ง เดิมชื่อวัดมะกอก เป็นวัดโบราณที่มีมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา  ...
วัดโมลีโลกยาราม  ( วัดท้ายตลาด ) <ul><li>วัดโมลีโลกยารามเป็นวัดโบราณ สร้างในสมัยอยุธยา แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างเมื่อใด ใ...
<ul><li>วัดอินทารามวรวิหาร เป็นวัดโบราณที่มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ชาวบ้านเรียกว่า </li></ul><ul><li>&quot; วัดบางยี่เรือนอก ...
<ul><li>วัดอินทารามเป็นวัดหลวงสำคัญอันดับหนึ่ง ในแผ่นดินกรุงธนบุรี จัดว่าเป็นวัดประจำรัชกาล ของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ซ...
<ul><li>วัดราชคฤห์วรวิหาร ฝ่ายมหานิกาย เป็นวัดที่สร้างโดยนายกองมอญในสมัยอยุธยาตอนปลาย ดังนั้นบางคราวจึงเรียก  &quot; วัดบา...
<ul><li>      วัดอมรินทรารามราชวรวิหาร หรือ วัดบางหว้าน้อย เป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดราชวรวิหารในสมัยกรุงธนบุรี สมเด็จพระ...
พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือ พระแก้วมรกต   <ul><li>พระแก้วมรกตกลับคืนสู่แผ่นดินไทย ครั้งแรกเมื่ออัญเชิญพระแก้วมรกตกลับมาย...
พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือ พระแก้วมรกต   เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกเมื่อชนะศึกเมืองเวียงจันทน์และได้อัญเชิญพระแก้วมรกตกลับ...
ด้านศิลปะและวรรณกรรม <ul><li>*  จิตรกรรม  ที่จัดว่างดงามก็มี สมุดภาพไตรภูมิพระร่วง </li></ul><ul><li>จุดมุ่งหมาย  สอนเรื่อ...
ด้านนาฏศิลป์   <ul><li>*  มีการฟื้นฟูการเล่นฉลองในพิธีสำคัญตามแบบประเพณี </li></ul><ul><li>สมัยอยุธยา  </li></ul><ul><li>*...
ด้านการศึกษา   <ul><li>เด็กชาย   อยู่ที่วัดเหมือนสมัยอยุธยา และเด็กที่จะมีโอกาสเล่าเรียนได้ </li></ul><ul><li>จะเป็นผู้ชาย...
ด้านการศึกษา <ul><li>เด็กหญิง   ถือตามประเพณีโบราณ คือการเรียน </li></ul><ul><li>เย็บปักถักร้อย ทำกับข้าว การจัดบ้านเรือนแ...
อารยธรรมตะวันออกและตะวันตกในสมัยธนบุรี   <ul><li>อารยธรรมตะวันออก </li></ul><ul><li>อารยธรรมตะวันตก   </li></ul>
ศาลเจ้าเกียงอันเกง  ธนบุรี
ที่ประทับสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
มัสยิดต้นสน
โบสถ์ซางตาครู้ส โปรตุเกส
ขนมฝรั่งกุฎีจีน โปรตุเกส
กุฎีฝรั่ง
ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสมัยธนบุรี <ul><li>ความสัมพันธ์กับพม่า  </li></ul><ul><li>เป็นการป้องกันเอกราชจากการโจมตีของพม่า ...
<ul><li>4. ศึกบางแก้ว  พ . ศ .2317  ราชบุรี ทรงใช้ยุทธวิธีปิดล้อมข้าศึกให้ </li></ul><ul><li>อดอาหารจนยอมแพ้ สร้างขวัญกำลั...
<ul><li>ความสัมพันธ์กับเขมรในสมัยธนบุรีเป็นการขยายอำนาจ เขมรซึ่งเป็นเมืองประเทศราชของไทยไม่ยอมรับพระราชอำนาจของพระเจ้าตากส...
<ul><li>ความสัมพันธ์กับลาว </li></ul><ul><li>1.  การตีจำปาศักดิ์ ในปี พ . ศ . 2319  สมเด็จพระเจ้าตากสินได้โปรดให้เจ้าพระยา...
<ul><li>ความสัมพันธ์กับล้านนา </li></ul>ไทยพยายามขับไล่พม่าออกไปจาก ล้านนา สำเร็จ แต่ไม่สามารถรักษาล้านนาไว้ได้ เพราะเมื่อ...
<ul><li>ความสัมพันธ์กับจีน </li></ul>ไทยหวังพึ่งจีนทางเศรษฐกิจและความมั่นคง จีนยอมรับฐานะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชในปีพ . ...
๐ ความสัมพันธ์กับหัวเมืองมลายู <ul><li>  หัวเมืองมลายู ได้แก่ ปัตตานี ไทรบุรี กลันตัน และตรังกานู เคยเป็นเมืองขึ้นของไทยสม...
<ul><li>พ . ศ .2313  มีชาวฮอลันดาจากปัตตาเวีย ( จาการ์ตา ) ถวายปืน </li></ul><ul><li>คาบศิลาจำนวน  2,200  กระบอก และต้นไม้...
<ul><li>ความสัมพันธ์กับชาติตะวันตก   </li></ul>ปืนนกสับ ปืนคาบศิลา กปิตันเหล็ก แขกมัวร์
วิกฤติการณ์ในตอนปลายสมัยธนบุรี   <ul><li>ใน พ . ศ .  ๒๓๒๔ เกิดเหตุการณ์สำคัญคือ นายบุญนาก  บ้านแม่ลาแขวงกรุงเก่ากับขุนสระไ...
<ul><li>เหตุการณ์สำคัญภายหลังจากที่พระยาสรรค์บุรียึดธนบุรีได้แล้ว คือ เกิดสงครามกลางเมืองระหว่างฝ่ายพระยาสรรค์บุรีกับฝ่ายพ...
<ul><li>เมื่อสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกยกทัพกลับมาถึงธนบุรีจึงได้มีการไต่สวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ให้ข้าราชการทั้งปวงปรึ...
<ul><li>ขอให้นักเรียนกลับไปทบทวนเนื้อหาเพิ่มเติมอีกครั้งเพื่อให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น </li></ul><ul><li>จงสนุกกับการเรียน </li...
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

ประวัติศาสตร์ไทยสมัยธนบุรี

26,600

Published on

ประวัติศาสตร์ไทยสมัยธนบุรี สาระประวัติศาสตร์ ม.3

Published in: Education
1 Comment
6 Likes
Statistics
Notes
  • ขอบคุณมากค่ะสำหรับสื่อการสอนดีๆ ขออนุญาตนำไปใช้สอนนักเรียนต่อนะคะ
       Reply 
    Are you sure you want to  Yes  No
    Your message goes here
No Downloads
Views
Total Views
26,600
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1
Actions
Shares
0
Downloads
260
Comments
1
Likes
6
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Transcript of "ประวัติศาสตร์ไทยสมัยธนบุรี"

  1. 3. พระราชประวัติสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช <ul><li>เรียกอีกพระนามหนึ่งว่า สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี พระองค์ท่านเป็นบุตรชาวจีนนายอากรบ่อนเบี้ย ชื่อ นายไหฮอง  แซ่แต้ มารดาชื่อนางนกเอี้ยง ( พระพันปีหลวง กรมพระเทพามาตย์ ) สมเด็จพระเจ้าตากสิน พระราชสมภพเมื่อวันอาทิตย์ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 ปีขาล จ . ศ . 1096 ตรงกับ วันที่ 17   เมษายน   2277 ในสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ </li></ul>
  2. 4. <ul><li>เจ้าพระยาจักรีได้ขอบุตรชายของนายไหฮองไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม นับตั้งแต่รับบุตรของนายไหฮองมาเลี้ยงไว้ เจ้าพระยาจักรี เจ้าพระยาจักรีก็มั่งคั่งสมบูรณ์ด้วยลาภยศเงินทองมากขึ้นกว่าแต่เดิมเป็นอย่างมาก จึงตั้งชื่อบุตรบุญธรรมว่า &quot; สิน &quot; พ . ศ . 2286 เมื่อเด็กชาย สิน อายุได้ 9 ปี เจ้าพระยาจักรีได้นำไปฝากเรียนหนังสือ ในสำนักของพระอาจารย์ทองดี วัดโกษาวาส พ . ศ . 2290 อายุ 13 ปี ก็นำเข้าถวายตัวรับราชการเป็นมหาดเล็ก ในสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ พ . ศ . 2398 อายุ 21 ปี อุปสมบท อยู่ในสมณเพศ 3 พรรษา ได้ลาสิกขาบท ออกมารับราชการ ในตำแหน่งมหาดเล็กรายงาน ครั้นถึงสมัยสมเด็จพระที่นั่งสุริยาสอมรินทร์ ได้รับการแต่งตั้งเป็นหลวงยกบัตรเมืองตาก เมื่อเจ้าเมืองตากถึงแก่กรรม ก็ได้เลื่อนขึ้นเป็นพระยาตากขึ้นครองเมืองตาก ( ระแหง ) </li></ul>พระราชประวัติสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
  3. 5. <ul><li>พ . ศ . 2309 เมื่อพม่ายกทัพมาล้อมกรุงศรีอยุธยา พระยาตากได้ถูกเรียกเข้ามาช่วยราชการในกรุงศรีอยุธยา ทำการสู้รบกับพม่าได้ชัยชนะหลายครั้ง มีความดีความชอบ ได้เลื่อนยศขึ้นเป็น พระยาวชิรปราการ ว่าที่เจ้าเมืองกำแพงเพชร ระหว่างทำหน้าที่ป้องกันรักษาพระนครอยู่นั้น พระยาตากมีความเห็นว่า กรุงศรีอยุธยาคงเสียแก่พม่าแน่ จึงตัดสินใจ พาสมัครพรรคพวก หนีไปตั้งมั่นอยู่ที่เมืองจันทบูรณ์ ( จันทบุรี ) พ . ศ . 2310 ยกทัพกลับมาตีกรุงธนบุรีและค่ายโพธิ์สามต้นได้ สามารถกอบกู้เอกราชได้ เมื่อ 6 พฤศจิกายน 2310 ขณะนั้นมีพระชนมายุได้ 34 พรรษา ครองราชย์นาน 15 ปี มีพระราชโอรสและพระราชธิดารวม 29 พระองค์ สวรรคตเมื่อ 6 เมษายน 2325 รวมพระชนมายุได้ 48 พรรษา </li></ul>พระราชประวัติสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
  4. 6. สภาพทั่วไปก่อนการก่อตั้งกรุงธนบุรี <ul><li>กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีของไทยอยู่ 417 ปี ( พ . ศ . 1893-2310) ในระยะเวลาอันยาวนานนี้กรุงศรีอยุธยาได้ก้าวจากการเป็นอาณาจักรเล็กๆ มาเป็นอาณาจักรใหญ่ที่มีความเจริญรุ่งเรืองในด้านต่างๆ ความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจักรอยุธยาเริ่มเสื่อมลงตามลำดับตั้งแต่ต้นราชวงศ์บ้านพลูหลวง เกิดการแย่งชิงราชสมบัติกันขึ้นระหว่างพระราชวงศ์และขุนนาง เจ้านายและขุนนางชั้นผู้ใหญ่แตกความสามัคคีแย่งชิงอำนาจกันเอง ทำให้กำลังทหารแยกออกเป็นกลุ่มๆ ยิ่งบ้านเมืองว่างศึกสงครามกับประเทศเพื่อนบ้านมาเป็นเวลานาน กองทัพก็ไม่ได้เตรียมพร้อมที่จะสู้รบ พระมหากษัตริย์เองโดยเฉพาะอย่างยิ่งพระเจ้าเอกทัศ ซึ่งเป็นพระมหากษัตริย์องค์สุดท้ายของกรุงศรีอยุธยา ก็ไม่ทรงพระปรีชาสามารถในการบริหารราชการแผ่นดิน ในขณะที่ศัตรูของไทยคือ พม่ามีกำลังและอำนาจมากขึ้นภายใต้พระมหากษัตริย์ในราชวงศ์อลองพญา </li></ul>
  5. 7. <ul><li>ในปีพ . ศ . 2309 พระเจ้าอลองพญากษัตริย์พม่ายกทัพมาล้อมกรุงศรีอยุธยา แต่ถูกปืนลั่นถอยทัพกลับไป ต่อมาพระเจ้ามังระพระราชโอรสบัญชาให้ทหารล้อมอยุธยาบุกเผาทำลายเสียหาย กรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าในเดือนเมษายน พ . ศ . 2310 พม่ากวาดต้อนคนไทยไปยังพม่าจำนวนมาก </li></ul>สภาพทั่วไปก่อนการก่อตั้งกรุงธนบุรี
  6. 8. เหตุการณ์ตอนต้นสมัยธนบุรี <ul><li>ก่อนพม่าตีกรุงศรีอยุธยาแตก พระยาตากเข้ามาช่วยราชการ รักษากรุงศรีอยุธยา เห็นว่ารักษากรุงไว้ไม่ได้ </li></ul><ul><li>จึงนำทหาร 500 คน ตีฝ่าวงล้อมพม่าออกไปในเดือนยี่ </li></ul><ul><li>พ . ศ . 2309 ไปยังหัวเมืองตะวันออก </li></ul><ul><li>กรุงศรีอยุธยา นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา </li></ul><ul><li>ชลบุรี ระยอง ( ตั้งตัวเป็นเจ้า ) แล้วเข้าโจมตี จันทบุรี </li></ul>
  7. 9. แผนที่แสดง การเดินทางของ พระยาตาก
  8. 10. หลังกรุงศรีอยุธยาแตกบรรดาเมืองต่างๆ ตั้งตนเป็นใหญ่ มีกลุ่มที่มี อำนาจ 5 ชุมนุม <ul><li>1 ชุมนุมเจ้าตาก ตั้งมั่นที่เมืองจันทบุรี มีพระเจ้าตากสิน </li></ul><ul><li>เป็นหัวหน้า </li></ul><ul><li>2 ชุมนุมเจ้าพระยาพิษณุโลก ( เรือง ) </li></ul><ul><li>3 ชุมนุมเจ้านครศรีธรรมราช ( หนู ) </li></ul><ul><li>4 ชุมนุมเจ้าพิมาย กรมหมื่นเทพพิพิธ เป็นหัวหน้า </li></ul><ul><li>ชุมนุมเจ้าพระฝาง อยู่ที่เมืองสวางคบุรี ( อุตรดิตถ์ ) </li></ul><ul><li>บรรพชิต ภิกษุเรือนเป็นหัวหน้า </li></ul>
  9. 11. พระยาตากตีเมืองจันทบุรีได้แล้วใช้เป็นฐาน ที่มั่นรวบรวมกำลังผู้คน อาวุธและเสบียงเพื่อ ยกทัพกลับมากอบกู้เอกราชต่อไป <ul><li>อธิบาย เหตุผลพระยาตากให้ทหารทุบหม้อข้าวหม้อแกงก่อนเข้าตีจันทบุรี </li></ul>
  10. 12. ผลดีในการที่พระเจ้าตากสินเดินทางไปตั้งมั่นที่ หัวเมืองชายทะเล <ul><li>1 เป็นเส้นทางที่ปลอดภัยจากกองทัพพม่า </li></ul><ul><li>2 เมืองในเส้นทางที่ผ่านเป็นแหล่งกำลังผู้คนและเสบียงอาหาร </li></ul><ul><li>3 หัวเมืองชายทะเลมีการค้าสำเภาเป็นแหล่งอาวุธ </li></ul><ul><li>ยุทธปัจจัย </li></ul><ul><li>4 จันทบุรีเป็นเมืองท่า มีไม้ดีๆเหมาะแก่การต่อเรือ </li></ul><ul><li>5 ได้กำลังลี้พลที่ชำนาญในการเดินเรือ </li></ul>
  11. 13. การกู้เอกราชของพระเจ้าตากสิน <ul><li>พระเจ้าตากสินทรงรวบรวมรี้พลได้ 5 , 000 คนเดินทาง </li></ul><ul><li>จากจันทบุรีถึงปากน้ำเจ้าพระยาในเดือนพฤศจิกายน 2310 ยึดค่ายโพธิ์สามต้น 6 พฤศจิกายน พ . ศ . 2310 </li></ul><ul><li>ผลดีที่ใช้ทางเรือ คือ </li></ul><ul><li>1. ปลอดภัยจากการโจมตีของพม่า </li></ul><ul><li>2. เข้าถึงกองทัพพม่าโดยพม่าไม่ทันตั้งตัว กองทัพเข้าถึงค่าย </li></ul><ul><li>โพธิ์สามต้นตีทัพพม่าแตก สุกี้นายกองตายในที่รบ ทหารพม่าแตกพ่าย </li></ul>
  12. 14. พระเจ้าตากสินได้อำนาจปกครองประเทศกลับคืน <ul><li>การกู้เอกราชของพระเจ้าตากสินสามารถทำสำเร็จในเวลารวดเร็วคือใช้เวลาเพียง 7 เดือนทรงปราบดาภิเษก </li></ul><ul><li>วันที่ 28 ธันวาคม พ . ศ . 2311 </li></ul><ul><li>( ถือเป็นวันพระเจ้าตากสิน ) </li></ul><ul><li>ทรงพระนามว่า </li></ul><ul><li>สมเด็จพระบรมราชาที่ 4 </li></ul>
  13. 15. การสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี <ul><ul><li>เหตุผลที่ต้องย้ายราชธานี </li></ul></ul><ul><li>1 กรุงศรีอยุธยาถูกทำลายยากแก่การบูรณะ </li></ul><ul><li>2 กรุงศรีอยุธยามีบริเวณกว้างเกินกำลังกองทัพของพระองค์ </li></ul><ul><li>3 ข้าศึกรู้ลู่ทางภูมิประเทศและจุดอ่อนของกรุงศรีอยุธยา </li></ul><ul><li>4 กรุงศรีฯอยู่ห่างทะเลไม่สะดวกในการติดต่อค้าขาย </li></ul>
  14. 16. เหตุผลที่เลือกกรุงธนบุรีเป็นราชธานี <ul><li>1. กรุงธนบุรีเป็นเมืองขนาดเล็กเหมาะแก่การป้องกันรักษา </li></ul><ul><li>2. ในกรณีข้าศึกมีกำลังมาก อาจย้ายไปตั้งมั่นที่จันทบุรีโดยทางเรือ </li></ul><ul><li>3 . กรุงธนบุรีมีป้อมปราการที่สร้างไว้ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ใช้ป้องกันข้าศึกได้ </li></ul><ul><li>4. กรุงธนบุรีตั้งอยู่บนเกาะเหมือนกรุงศรีอยุธยา มีสภาพเป็นที่ลุ่มเป็นเครื่องกีดขวางข้าศึกมิให้โอบล้อมพระนครได้ง่าย </li></ul>
  15. 17. เหตุผลที่เลือกกรุงธนบุรีเป็นราชธานี ( ต่อ ) <ul><li>5. กรุงธนบุรีอยู่ใกล้ปากน้ำสะดวกแก่การค้าขายกับต่างประเทศ </li></ul><ul><li>6. กรุงธนบุรีเป็นเมืองเก่า มีวัดที่สร้างไว้ตั้งแต่สมัยอยุธยาจำนวนมากไม่ต้องสร้างวัดขึ้นมาใหม่ให้สิ้นเปลือง </li></ul><ul><li>7. กรุงธนบุรีเป็นแหล่งเกษตรกรรมเป็นที่ลุ่ม ดินดี มีคลองหลายสาย มีน้ำใช้ตลอดปี เหมาะทำนา ทำสวนผลไม้ </li></ul><ul><li>8. กรุงธนบุรีมีที่ตั้งห่างจากกรุงศรีฯไม่มากนัก พระเจ้าตากจึงมีอำนาจปกครองกรุงศรีอยุธยาด้วย </li></ul>
  16. 18. แผนที่กรุงธนบุรีสมัยพระเจ้าตากสิน
  17. 19. การปกครองสมัยกรุงธนบุรี
  18. 20. การปกครองสมัยกรุงธนบุรี ส่วนภูมิภาค ส่วนกลาง สมุหนายก สมุหพระกลาโหม 3 หัวเมืองประเทศราช 2 หัวเมืองชั้นนอกหรือ เมืองพระยามหานคร 1 หัวเมืองชั้นใน จตุสดมภ์ 1 เวียง 2 วัง 3 คลัง 4 นา ดูแลฝ่ายทหาร ดูแลฝ่ายพลเรือน
  19. 21. <ul><li>การปกครองภายในราชธานี มีกรุงธนบุรีเป็นศูนย์กลางพระมหากษัตริย์ </li></ul><ul><li>มีอำนาจเด็ดขาด มีตำแหน่งอัครมหาเสนาบดี 2 ตำแหน่ง คือ </li></ul><ul><li>สมุหนายก เป็นอัครมหาเสนาบดี ฝ่ายพลเรือน ดูแลด้านพลเรือน แต่ยามมีศึกสงครามก็เป็น แม่ทัพบังคับบัญชาการรบได้ และมีหน้าที่ดูแลบังคับบัญชา หัวเมืองฝ่ายเหนือ ผู้ที่ดำรงตำแหน่งนี้ คือ เจ้าพระยาจักรี </li></ul><ul><li>สมุหพระกลาโหม เป็นอัครมหาเสนาบดี ฝ่ายทหาร ดูแลด้านกิจการทหาร มีหน้าที่ดูแลและบังคับบัญชา หัวเมืองฝ่ายใต้ ผู้ที่ดำรงตำแหน่งนี้ เจ้าพระยากลาโหม </li></ul>
  20. 22. <ul><li>*** ตำแหน่งรองลงมาจากอัครมหาเสนาบดี ได้แก่ </li></ul><ul><li>เสนาบดีจตุสดมภ์ มี 4 ตำแหน่ง คือ </li></ul><ul><li>เสนาบดีกรมเวียง มีหน้าที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ในบ้านเมือง </li></ul><ul><li>เ สนาบดีกรมวัง มีหน้าที่ดูแลภายในวัง จัดการเรื่องราชพิธีต่างๆและ </li></ul><ul><li>พิจารณาคดีต่างพระเนตรพระกรรณ </li></ul><ul><li>เสนาบดีกรมคลัง มีหน้าที่ดูแลพระราชทรัพย์ ติดต่อกับต่างประเทศ </li></ul><ul><li>บังคับบัญชากรมท่า </li></ul><ul><li>เสนาบดีกรมนา มีหน้าที่ดูแลนาหลวง จัดเก็บเสบียงอาหารยามมีศึก </li></ul><ul><li>สงคราม เก็บภาษีหางข้าว ดูแลเรื่องการชลประทาน </li></ul>การปกครองสมัยกรุงธนบุรี
  21. 23. <ul><li>การปกครองหัวเมือง ( ส่วนภูมิภาค ) </li></ul><ul><li>หัวเมืองชั้นใน เป็นเมืองที่อยู่รายรอบราชธานี เป็น เมืองชั้นจัตวา ผู้ปกครองดูแลเรียกผู้รั้ง อยู่ในบังคับบัญชาของเสนาบดีจตุสดมภ์ เช่นราชบุรี สุพรรณบุรี ชลบุรี </li></ul><ul><li>หัวเมืองชั้นนอก เป็นเมืองที่อยู่ห่างไกลราชธานี เรียก </li></ul><ul><li>อีกอย่างว่า เมืองพระยามหานคร มีเจ้าเมืองและกรมการเมือง </li></ul><ul><li>ปกครองดูแล แบ่งเป็นเมืองชั้น เอก โท ตรี เจ้าเมือง </li></ul><ul><li>มีตั้งแต่ระดับพระยาขึ้นไป เช่น พระยาสีหราชเดโช </li></ul><ul><li>เจ้าเมืองพิชัย ( แต่ผู้คนมักเรียกว่า พระยาพิชัย ) เป็นต้น </li></ul>การปกครองสมัยกรุงธนบุรี
  22. 24. <ul><li>เมืองประเทศราช หรือ เมืองขึ้น ให้ปกครองตนเอง เช่น </li></ul><ul><li>ลาว เขมร นครศรีธรรมราช ต้องส่งเครื่องราชบรรณาการ </li></ul><ul><li>มาถวายตามกำหนด ต้องส่งทัพและเสบียงอาหารมาช่วย </li></ul><ul><li>เมืองหลวงยามเกิดศึกสงคราม ในสมัยกรุงธนบุรียกเมือง </li></ul><ul><li>นครศรีธรรมราชขึ้นเป็นประเทศราชอีกเมืองหนึ่งดังนั้น </li></ul><ul><li>เจ้าเมืองนี้จึงมีฐานะเป็นพระเจ้านครศรีธรรมราช พระเจ้าตากสิน </li></ul><ul><li>มีพระบรมราโชบายที่จะให้เมืองนครศรีธรรมราชนี้ </li></ul><ul><li>เป็นที่ตั้งกองกำลัง ส่วนใหญ่ในหัวเมืองฝ่ายใต้ </li></ul>
  23. 25. <ul><li>กฎหมายในสมัยกรุงธนบุรี </li></ul><ul><li>1. กฎหมายสักเลก บังคับให้ไพร่ต้องสักข้อมือเพื่อแสดงสังกัดที่ </li></ul><ul><li>อยู่เพื่อป้องกันการหลบหนีเมื่อยามศึกสงคราม ผู้ใดหลบเลี่ยง </li></ul><ul><li>จะมีโทษหนัก คำว่า เลก หมายถึง ไพร่ </li></ul><ul><li>2. ยกเลิกกฎหมายว่าด้วย การจุกช่องล้อมวง การเข้าเฝ้ากษัตริย์ </li></ul><ul><li>3. ออกกฎหมายบังคับคาดโทษประหารหญิงที่มีสามีเป็นต่างชาติ </li></ul><ul><li>4. มีการแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการพนัน </li></ul>
  24. 26. ด้านเศรษฐกิจ <ul><li>เศรษฐกิจ การแก้ไขปัญหาทางด้านเศรษฐกิจในสมัยกรุงธนบุรี 1 . ปัญหาความอดอยากของราษฎร 2 . การค้าระหว่างประเทศ 3 . การเก็บภาษีอากร </li></ul>
  25. 27. การแก้ไขปัญหาความอดยากของราษฎร <ul><li>ทรงสละพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ในการซื้อข้าวสาร อาหาร เสื้อผ้า แจกราษฎร </li></ul><ul><li>โปรดให้ข้าราชการผู้ใหญ่น้อย ทำนา ปีละ 2 ครั้ง ( นาปีกับนาปรัง ) </li></ul><ul><li>ทรงให้เพิ่มพื้นที่ปลูกข้าวใกล้พระนคร </li></ul><ul><li>ให้ข้าราชการและประชาชนทั้งหลายจับหนูส่งกรมพระนครบาล ( กรมเวียง ) ทุกวันปัญหาหนูจึงสงบลงไป </li></ul><ul><li>ทรงปราบปรามโจรผู้ร้ายที่ปล้นสะดม </li></ul>
  26. 28. <ul><li>5. การส่งเสริมการค้ากับต่างประเทศ มีการส่งเรือสำเภาไปค้าขายยังประเทศจีน อินเดียและประเทศใกล้เคียง สินค้าที่ส่งออก ได้แก่ ดีบุก   พริกไทย   ครั่ง    ไม้หอม ฯลฯ ซึ่งเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจไทยในสมัยนั้น </li></ul>การค้าขายกับต่างประเทศ
  27. 29. <ul><li>หลังจากที่บ้านเมืองเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว รายได้ของรัฐ ที่เก็บจากราษฎรยังคงใช้อย่างอยุธยาตอนปลายดังนี้ จกอบ  หมายถึง ภาษีผ่านด่านเรียกเก็บจากผู้นำสินค้าเข้ามาขาย อากร    หมายถึง ภาษีที่เก็บจากราษฎรที่ประกอบอาชีพทุกชนิดยกเว้นการค้าขาย ฤชา     หมายถึง ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากราษฎรที่ใช้บริการของรัฐเช่นการออกโฉนดที่ดิน ค่าปรับผู้แพ้คดี ส่วย     หมายถึง เงิน หรือ สิ่งของที่เก็บแทนการเกณฑ์แรงงานของราษฎรที่ต้องเข้าเวร </li></ul>การเก็บภาษีอากร
  28. 30. ด้านสังคมและวัฒนธรรมในสมัยกรุงธนบุรี
  29. 31. ด้านสังคม <ul><li>สภาพสังคม </li></ul><ul><li>สังคมสมัยธนบุรีคล้ายกับสังคมอยุธยา คือ การแบ่งชนชั้นทางสังคมออกเป็น </li></ul>กลุ่มชนชั้นผู้ปกครอง ได้แก่ 1. พระมหากษัตริย์ พระราชวงศ์ 2. ขุนนางข้าราชการ กลุ่มชนชั้นที่ถูกปกครอง ได้แก่ 3. ไพร่ ( มีมากที่สุด ) 4. ทาส กลุ่มชนชั้นพิเศษ ได้แก่ นักบวช เช่น พระสงฆ์และพราหมณ์
  30. 32. <ul><li>เจ้านายหมายถึงเชื้อพระวงศ์ของพระมหากษัตริย์เช่นพระโอรส พระราชธิดาหรือพระญาติอื่นๆ </li></ul><ul><li>ยศของเจ้านาย มี 2 ประเภท </li></ul><ul><li>* 1. สกุลยศ เจ้าฟ้า พระองค์เจ้า หม่อมเจ้า ( พระบรมวงศานุวงศ์ ) </li></ul><ul><li>* 2. อิสริยยศ เป็นยศที่เจ้านายได้รับพระราชทานจากการรับราชการช่วยเหลือพระมหากษัตริย์ในการปกครองประเทศเช่นเจ้าพระยา พระยา พระ หลวง ขุน หมื่น พัน </li></ul><ul><li>( ขุนนางข้าราชการ ) ราชทินนามเช่น จักรี ธรรมาธิบดี โกษาธิบดี </li></ul>
  31. 33. ไพร่ คือราษฎรสามัญทั่วไปทั้งชายและหญิง <ul><li>1. ไพร่หลวง คือชายฉกรรจ์ขึ้นทะเบียนสังกัดพระมหากษัตริย์รับราชการปีละ 6 เดือน . เข้าเดือนออกเดือน ยามสงคราม ต้องออกรบให้ราชสำนัก ยามบ้านเมืองสงบมาเป็นแรงงาน รับราชการตั้งแต่อายุ 18 ปี ผู้หญิงก็ต้องขึ้นทะเบียนเป็นไพร่แต่ไม่ต้องถูกเกณฑ์แรงงาน </li></ul><ul><li>2. ไพร่สม คือชายฉกรรจ์ที่สังกัดมูลนาย รับใช้มูลนาย ยามสงครามต้องเป็น </li></ul><ul><li>ทหาร ทำงานให้ราชสำนักปีละ 1 เดือน </li></ul><ul><li>3. ไพร่ส่วย คือไพร่หลวงส่วยที่ส่งเงินหรือสิ่งของแทนการรับราชการ </li></ul>
  32. 34. <ul><li>การควบคุมคนในสมัยธนบุรีใช้ระบบศักดินาสวามิภักดิ์คล้ายกับในสมัยอยุธยาตอนปลาย คือ คนในสังคมตั้งแต่ </li></ul><ul><li>พระมหาอุปราชลงมาจนถึงไพร่และทาส ต่างมีศักดินาลดหลั่นตามลำดับขั้น </li></ul>พระมหาอุปราช มีศักดินา 100 , 000 ไร่ เจ้าพระยา มีศักดินา 10 , 000 ไร่ ไพร่ มีศักดินา 25 ไร่ ทาส มีศักดินา 5 ไร่
  33. 35. <ul><li>ทาส มีอยู่ 7 ประเภทดังนี้ 1 ทาสสินไถ่ คือ ทาสที่ขายตัวเองหรือถูกผู้อื่นขายให้แก่นายเงินต้องทำงานจนกว่าจะหาเงินมาไถ่ค่าตัวได้ จึงจะหลุดพ้นเป็นไท 2 ทาสในเรือนเบี้ย คือ ลูกของทาสที่เกิดมาในเวลาที่พ่อ แม่กำลังเป็นทาสอยู่ 3 ทาสได้มาแต่บิดามารดา คือ ลูกทาสที่ได้จากพ่อหรือแม่ของเด็กที่เป็นทาส 4 ทาสท่านให้ คือ ทาสที่เดิมเป็นของผู้หนึ่งแล้วถูกยกให้เป็นกรรมสิทธิ์ของอีกผู้หนึ่ง 5 ทาสที่ช่วยมาจากทัณฑ์โทษ คือ ผู้ที่ถูกต้องโทษต้องเสียค่าปรับแต่ไม่มีเงินให้ แล้วมีนายเงินเอาเงิน มาใช้แทนให้ ผู้ต้องโทษก็ต้องเป็นทาสของนายเงิน 6 ทาสที่เลี้ยงไว้เมื่อเกิดทุพภิกขภัย คือ ในเวลามีภัยธรรมชาติทำให้ข้าวยากหมากแพง ไพร่บางคน อดอยากไม่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ต้องอาศัยมูลนายกิน ในที่สุดก็ต้องยอมเป็นทาสของมูลนายนั้น 7 ทาสเชลยคือ ทาสที่ได้มาจากการรบทัพจับศึกหรือการทำสงคราม เมื่อได้ชัยชนะจะต้อน ผู้แพ้สงครามมาเป็นทาส </li></ul>
  34. 36. <ul><li>สำหรับกลุ่มชนชั้นพิเศษ ได้แก่ พระภิกษุสงฆ์ทำหน้าที่อบรมสั่งสอนประชาชนทั่วไป พราหมณ์ทำหน้าที่ </li></ul><ul><li>ด้านพิธีกรรมและกฎหมาย เป็นต้น </li></ul><ul><li>ในสมัยธนบุรี การควบคุมกำลังคนไปอย่างเข้มงวด เนื่องจากบ้านเมืองต้องทำสงครามมาโดยตลอด ทั้งนี้จะเห็นได้จาก การสักเลก เพื่อขึ้นบัญชีไพร่พลใน พ . ศ . 2316 และ </li></ul><ul><li>กฎมายที่มีบทลงโทษรุนแรงสำหรับผู้หลบเลี่ยงการทหาร </li></ul>
  35. 37. ด้านวัฒนธรรมสมัยกรุงธนบุรี <ul><li>ด้านศาสนา </li></ul><ul><li>ด้านศิลปะและวรรณกรรม </li></ul><ul><li>ด้านนาฏศิลป์ </li></ul><ul><li>ด้านการศึกษา </li></ul>การฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรม
  36. 38. ด้านศาสนา <ul><li>1    โปรดเกล้าฯแต่งตั้งพระสังฆราชและพระราชาคณะขึ้นเพื่อดูแลพระสงฆ์ </li></ul><ul><li>2    โปรดให้มีการชำระความบริสุทธิ์ของพระสงฆ์ทั้งหมด </li></ul><ul><li>3    ทรงบริจาคพระราชทรัพย์สร้างพระอุโบสถ วิหาร วัดวาอารามต่างๆ </li></ul><ul><li>4    โปรดให้มีการคัดลอกพระไตรปิฎก จากวัดมหาธาตุ จังหวัดนครศรีธรรมราช   เป็นฉบับหลวงไว้ที่กรุงธนบุรี </li></ul><ul><li>5    อันเชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐานที่ </li></ul><ul><li>วัดอรุณราชวราราม ( วัดแจ้ง ) </li></ul>
  37. 39. วัดบางหว้าใหญ่ ( วัดระฆังโฆสิตาราม ) วัดระฆังโฆสิตาราม หรือ วัดบางว้าใหญ่ เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรมหาวิหาร เป็นวัดโบราณที่มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช โปรดให้อาราธนาพระอาจารย์ศรีขึ้นมาจากนครศรีธรรมราช ทรงสถาปนาให้เป็นสมเด็จพระสังฆราช และประจำที่วัดนี้
  38. 40. วัดอรุณราชวราราม ( วัดแจ้ง ) วัดอรุณราชวรารามหรือวัดแจ้ง เดิมชื่อวัดมะกอก เป็นวัดโบราณที่มีมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา &quot; วัดแจ้ง &quot; มีความหมายถึงการที่เสด็จถึงวัดนี้ในตอนรุ่งอรุณตอนพระเจ้าตากสินเสด็จมาเพื่อหาที่ตั้งพระนคร
  39. 41. วัดโมลีโลกยาราม ( วัดท้ายตลาด ) <ul><li>วัดโมลีโลกยารามเป็นวัดโบราณ สร้างในสมัยอยุธยา แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างเมื่อใด ใครเป็นผู้สร้างในสมัยนั้นเรียกว่า วัดท้ายตลาด เพราะอยู่ต่อจากตลาดเมืองธนบุรี แต่เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงตั้งกรุงธนบุรีเป็นราชธานี ได้ทรงรวม อุปจาร วัดแจ้ง ( วัดอรุณราชวราราม ) และวัดท้ายตลาดเข้าไปในพระราชวัง ซึ่งเป็นวัดที่ไม่มีพระสงฆ์มาจำพรรษาตลอดรัชกาล </li></ul>
  40. 42. <ul><li>วัดอินทารามวรวิหาร เป็นวัดโบราณที่มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ชาวบ้านเรียกว่า </li></ul><ul><li>&quot; วัดบางยี่เรือนอก &quot; หรือ &quot; บางยี่เรือไทย &quot; หรือ &quot; วัดสวนพลู &quot; ( ที่เรียกว่าวัดสวนพลู เนื่องจากแต่เดิม ที่ดินใกล้เคียงกับวัดเป็นสวนปลูกพลู ) เพราะหากล่องเรือมาจากอยุธยา จะถึงวัดอินทารามหลังสุดในบรรดาวัดที่ตั้งเรียงกันอยู่ 3 วัด ขณะที่จะเรียกวัดราชคฤห์ว่า &quot; บางยี่เรือใน &quot; และ </li></ul><ul><li>วัดจันทารามว่า &quot; บางยี่เรือกลาง &quot; </li></ul>วัดอินทรารามวรวิหาร ( วัดบางยี่เรือนอก )
  41. 43. <ul><li>วัดอินทารามเป็นวัดหลวงสำคัญอันดับหนึ่ง ในแผ่นดินกรุงธนบุรี จัดว่าเป็นวัดประจำรัชกาล ของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ซึ่งได้ทรงบูรณะเป็นพระอารามหลวงชั้นหนึ่ง มีพระเจดีย์กู้ชาติคู่หนึ่ง ตั้งอยู่หน้าพระอุโบสถหลังเก่า ภายในเชื่อกันว่าบรรจุพระบรมอัฐิ ของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชและพระอัครมเหสี ส่วนพระอุโบสถหลังเก่า มีพระพุทธรูปปางตรัสรู้เป็นพระประธานของพระอุโบสถ บรรจุพระบรมราชสรีรังคาร หรือ เถ้ากระดูกของพระองค์   </li></ul>
  42. 44. <ul><li>วัดราชคฤห์วรวิหาร ฝ่ายมหานิกาย เป็นวัดที่สร้างโดยนายกองมอญในสมัยอยุธยาตอนปลาย ดังนั้นบางคราวจึงเรียก &quot; วัดบางยี่เรือมอญ &quot; หรือ &quot; วัดมอญ &quot; นอกเหนือไปจากชื่อ &quot; บางยี่เรือใน &quot; หรือ &quot; บางยี่เรือเหนือ &quot;        </li></ul>วัดราชคฤห์ ( วัดบางยี่เรือใน )
  43. 45. <ul><li>      วัดอมรินทรารามราชวรวิหาร หรือ วัดบางหว้าน้อย เป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดราชวรวิหารในสมัยกรุงธนบุรี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช โปรดฯให้บูรณะปฏิสังขรณ์ แล้วสถาปนาให้เป็นพระอารามหลวง ต่อมากรมพระราชวังบวรสถานพิมุข ( วังหลัง ) หรือพระยาสุริยอภัยในช่วงกรุงธนบุรีได้เป็นผู้สถาปนาขึ้นใหม่หมด ทั้งพระอาราม และพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ได้พระราชทานนามว่า </li></ul><ul><li>&quot; วัดอมรินทราราม &quot; คู่กับวัดบางว้าใหญ่ ที่เปลี่ยนชื่อเป็นวัดระฆังโฆสิตาราม </li></ul>วัดอมรินทรารามราชวรวิหาร หรือ วัดบางหว้าน้อย
  44. 46. พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือ พระแก้วมรกต <ul><li>พระแก้วมรกตกลับคืนสู่แผ่นดินไทย ครั้งแรกเมื่ออัญเชิญพระแก้วมรกตกลับมายังประเทศไทยในสมัยกรุงธนบุรีได้อัญเชิญประดิษฐานไว้ที่วิหารน้อยวัดอรุณราชวราราม   ประดิษฐานอยู่ที่วัดอรุณฯ เป็นเวลา 5 ปี </li></ul>
  45. 47. พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือ พระแก้วมรกต เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกเมื่อชนะศึกเมืองเวียงจันทน์และได้อัญเชิญพระแก้วมรกตกลับมาก็เกิดความยินดี ดั่งว่าพระแก้วมรกตเป็นพระคู่บารมีคู่บ้านคู่เมือง      ครั้นเมื่อสิ้นกรุงธนบุรีเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกปราบดาภิเษกขึ้นเป็นมหากษัตริย์ได้สำเร็จ และได้ตั้งเมืองขึ้นใหม่มีชื่อว่า กรุงรัตนโกสินทร์ นัยว่าเป็นชื่อที่มีที่มาจากพระแก้วมรกต    กรุง แปลว่า เมือง    รัตน   แปลว่าแก้ว   โกสินทร์   แปลว่าพระอินทร์ ซึ่งพระอินทร์จะมีองค์สีเขียว รวมระยะเวลาที่องค์พระแก้วมรกตประดิษฐานอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่ พ . ศ . 2321 จนถึงปัจจุบันนี้เป็นเวลา 227 ปี
  46. 48. ด้านศิลปะและวรรณกรรม <ul><li>* จิตรกรรม ที่จัดว่างดงามก็มี สมุดภาพไตรภูมิพระร่วง </li></ul><ul><li>จุดมุ่งหมาย สอนเรื่องบุญ - บาป </li></ul><ul><li>* วรรณกรรม มีผลงานสำคัญ คือ รามเกียรติ์ บางตอนเป็นพระราช </li></ul><ul><li>นิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ลิลิตเพชรมงกุฎ โดย </li></ul><ul><li>หลวงสรวิชิต ( หน ) นิราศเมืองกวางตุ้ง โดย พระยามหานุภาพ </li></ul><ul><li>กฤษณาสอนน้องคำฉันท์ โดยพระภิกษุอินทร์ชาวเมือง - </li></ul><ul><li>นครศรีธรรมราช และ โคลงยอพระเกียรติสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี </li></ul><ul><li>โดยนายสวนมหาดเล็ก </li></ul>
  47. 49. ด้านนาฏศิลป์ <ul><li>* มีการฟื้นฟูการเล่นฉลองในพิธีสำคัญตามแบบประเพณี </li></ul><ul><li>สมัยอยุธยา </li></ul><ul><li>* สมโภชพระแก้วมรกตและพระบาง ซึ่งสมเด็จเจ้าพระยา </li></ul><ul><li>มหากษัตริย์ศึกได้อัญเชิญมาจากเวียงจันทน์เพื่อประดิษฐาน </li></ul><ul><li>ที่กรุงธนบุรี ในครั้งนั้นมีการจัดงานเฉลิมฉลองกันอย่างยิ่งใหญ่ใช้เวลา 7 วันมีการประชันแสดงละคร การแสดงโขน การเล่นมโหรี พิณพาทย์ การเล่นบทดอกสร้อยสักวา ฯลฯ </li></ul>
  48. 50. ด้านการศึกษา <ul><li>เด็กชาย อยู่ที่วัดเหมือนสมัยอยุธยา และเด็กที่จะมีโอกาสเล่าเรียนได้ </li></ul><ul><li>จะเป็นผู้ชาย เพราะต้องไปอยู่กับพระที่วัดพระท่านจะสอนหนังสือและ </li></ul><ul><li>อบรมความประพฤติให้ หนังสือแบบเรียนก็ยังคงใช้ แบบเรียนจินดามณี </li></ul><ul><li> สำหรับวิชาชีพพ่อแม่มีอาชีพอะไรก็ถ่ายทอดอาชีพนั้นให้แก </li></ul><ul><li>ลูกหลานสืบทอดกันในตระกูล เช่นวิชาแพทย์แผนโบราณวิชา ช่างปั้น </li></ul><ul><li>ช่างถม ช่างแกะสลัก ช่างปั้นปูน ช่างเหล็ก ช่างเงิน ช่างทอง </li></ul>
  49. 51. ด้านการศึกษา <ul><li>เด็กหญิง ถือตามประเพณีโบราณ คือการเรียน </li></ul><ul><li>เย็บปักถักร้อย ทำกับข้าว การจัดบ้านเรือนและ </li></ul><ul><li>การฝึกอบรมมารยาทของ กุลสตรี สมัยนั้น </li></ul><ul><li>ไม่นิยมให้ผู้หญิงเรียนหนังสือ จึงมีน้อยคนนัก </li></ul><ul><li>ที่อ่านออกเขียนได้ </li></ul>
  50. 52. อารยธรรมตะวันออกและตะวันตกในสมัยธนบุรี <ul><li>อารยธรรมตะวันออก </li></ul><ul><li>อารยธรรมตะวันตก </li></ul>
  51. 53. ศาลเจ้าเกียงอันเกง ธนบุรี
  52. 54. ที่ประทับสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
  53. 55. มัสยิดต้นสน
  54. 56. โบสถ์ซางตาครู้ส โปรตุเกส
  55. 57. ขนมฝรั่งกุฎีจีน โปรตุเกส
  56. 58. กุฎีฝรั่ง
  57. 59. ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสมัยธนบุรี <ul><li>ความสัมพันธ์กับพม่า </li></ul><ul><li>เป็นการป้องกันเอกราชจากการโจมตีของพม่า หลังจากเสียกรุงศรีอยุธยา มีการทำสงครามกับพม่า 10 ครั้ง ที่สำคัญ ได้แก่ </li></ul><ul><li>1. ศึกค่ายโพธิ์สามต้น พ . ศ .2310 เป็นสงครามกอบกู้เอกราช </li></ul><ul><li>2. ศึกบางกุ้ง พ . ศ .2311 สมุทรสงคราม ไทยขับพม่าออกไปได้ </li></ul><ul><li>3. ศึกเชียงใหม่ พ . ศ .2313, พ . ศ .2316-17( เกิดวีกรรมพระยาพิชัยดาบหัก ) ต่อมา พ . ศ .2319 ตีเชียงใหม่คืนจากพม่าทิ้งเป็นเมืองร้าง จนถึง รัชกาลที่ 1 </li></ul>
  58. 60. <ul><li>4. ศึกบางแก้ว พ . ศ .2317 ราชบุรี ทรงใช้ยุทธวิธีปิดล้อมข้าศึกให้ </li></ul><ul><li>อดอาหารจนยอมแพ้ สร้างขวัญกำลังใจให้คนไทยอย่างมาก </li></ul><ul><li>5. ศึกอะแซหวุ่นกี้ พ . ศ .2318 - 2319 เป็นสงครามครั้งใหญ่และสำคัญที่สุด ข้าศึกมีกำลังพลมากที่สุดประมาณ 35,000 คนมีแม่ทัพที่มีความสามารถมากเคยรบชนะจีนมาแล้ว เจ้าพระยาสุรสีห์ เป็นผู้รักษาเมืองพิษณุโลก เจ้าพระยาจักรี </li></ul><ul><li>เป็นแม่ทัพ อะแซหวุ่นกี้ไม่อาจโจมตีให้ได้ชัยชนะจนขอดูตัวแม่ทัพไทยเพื่อ </li></ul><ul><li>ขอเจรจาหยุดรบ เป็นชัยชนะที่สำคัญของไทย ( พระเจ้ามังระสวรรคต </li></ul><ul><li>กษัตริย์องค์ต่อมาคือ พระเจ้าจิงกูจา ) </li></ul>
  59. 61. <ul><li>ความสัมพันธ์กับเขมรในสมัยธนบุรีเป็นการขยายอำนาจ เขมรซึ่งเป็นเมืองประเทศราชของไทยไม่ยอมรับพระราชอำนาจของพระเจ้าตากสิน โดยไม่ยอมส่งเครื่องบรรณาการ พระเจ้าตากสินจึงทรงยกทัพไปปราบ รวม 3 ครั้ง ในการยกทัพไปปราบเขมรครั้งที่ 3 เพราะเกิดกบฏในเขมร พระเจ้าตากสินจึงให้เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกยกทัพไป แต่ เกิดจลาจลในเมืองหลวงก่อน จึง    ยกทัพกลับมาแก้ปัญหาในเมืองหลวง </li></ul>ความสัมพันธ์กับเขมร
  60. 62. <ul><li>ความสัมพันธ์กับลาว </li></ul><ul><li>1. การตีจำปาศักดิ์ ในปี พ . ศ . 2319 สมเด็จพระเจ้าตากสินได้โปรดให้เจ้าพระยาจักรี ยกทัพไปตีลาว ทำให้เมืองจำปาศักดิ์ เมืองอัตตะปือ และดินแดนลาวตอนล่างตกอยู่ในอำนาจของไทย เมื่อเสร็จศึกครั้งนี้ได้แต่งตั้งให้ เจ้าพระยาจักรี เป็นสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก </li></ul><ul><li>2. การตีเวียงจันทน์ ในปี พ . ศ . 2321 สมเด็จพระเจ้าตากสินได้โปรดให้สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก และเจ้าพระยาสุรสีห์ ยกทัพไปตีเวียงจันทน์ เมื่อเสร็จศึกจึงได้อัญเชิญพระแก้วมรกตมาไว้ที่เมืองไทยด้วย </li></ul>
  61. 63. <ul><li>ความสัมพันธ์กับล้านนา </li></ul>ไทยพยายามขับไล่พม่าออกไปจาก ล้านนา สำเร็จ แต่ไม่สามารถรักษาล้านนาไว้ได้ เพราะเมื่อทัพกรุงธนบุรีออกจากล้านนา ทัพพม่าก็เข้ามาคุกคามล้านนาอีก สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช คงทรงพิจารณาเห็นว่าล้านนาเป็นเมืองซึ่ง พม่า ใช้เป็นฐานทัพเสมอ ทุกครั้งที่พม่ายกทัพมาตีเมืองไทย ทุกครั้งที่พม่ามารบไทย ก็ใช้ ล้านนา เป็นคลังเสบียงอาหาร จึงต้องทรงยกทัพไปตี เชียงใหม่ ในปี พ.ศ. 2317 หลังจากนั้นล้านนาก็เป็นอิสระ โดยมีกรุงธนบุรีคุ้มกันอยู่
  62. 64. <ul><li>ความสัมพันธ์กับจีน </li></ul>ไทยหวังพึ่งจีนทางเศรษฐกิจและความมั่นคง จีนยอมรับฐานะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชในปีพ . ศ .2324 ตรงกับจักรพรรดิเฉียนหลง ราชวงศ์ชิง ( แมนจู ) มีการติดต่อค้าขายกัน ชาวไทยจึงชอบทำการค้ากับจีนและแขกมากกว่าชาวยุโรป ดังจะเห็นได้จาก กรมท่า มีตำแหน่งขุนนางจีน ที่ทำหน้าที่ ติดต่อการค้ากับชาวจีนประจำกรมท่าซ้าย ชื่อ พระยาโชฎึกราชเศรษฐี และมีขุนนางแขก ชื่อ พระยาจุฬาราชมนตรี ประจำกรมท่าขวา เพื่อทำหน้าที่ติดต่อการค้ากับชาวแขก มลายู ชวาและอินเดีย
  63. 65. ๐ ความสัมพันธ์กับหัวเมืองมลายู <ul><li> หัวเมืองมลายู ได้แก่ ปัตตานี ไทรบุรี กลันตัน และตรังกานู เคยเป็นเมืองขึ้นของไทยสมัยกรุงศรีอยุธยา แต่มาแยกตัวเป็นอิสระเมื่อหลังกรุงศรีอยุธยาเสียให้แก่พม่าครั้งที่ 2 สมเด็จพระเจ้าตากสินเห็นว่าเกินกำลังที่จะยกไปปราบ จึงปล่อยให้หัวเมืองมลายูเป็นอิสระ </li></ul>
  64. 66. <ul><li>พ . ศ .2313 มีชาวฮอลันดาจากปัตตาเวีย ( จาการ์ตา ) ถวายปืน </li></ul><ul><li>คาบศิลาจำนวน 2,200 กระบอก และต้นไม้เงินต้นไม้ทอง </li></ul><ul><li>พ . ศ .2319 ชาวอังกฤษ ร้อยเอกฟรานซิสไลท์ ( กปิตันเหล็ก ) ขายปืน 1,400 กระบอก ได้รับพระราชทานยศเป็น </li></ul><ul><li>พระยาราชกัปิตัน </li></ul><ul><li>พ . ศ .2322 โปรตุเกส แขกมัวร์จากเมืองสุราต ในประเทศอินเดียนำสินค้ามาขายในกรุงธนบุรีไทยส่งสำเภาไปขายที่อินเดีย </li></ul><ul><li>ความสัมพันธ์กับชาติตะวันตก </li></ul>
  65. 67. <ul><li>ความสัมพันธ์กับชาติตะวันตก </li></ul>ปืนนกสับ ปืนคาบศิลา กปิตันเหล็ก แขกมัวร์
  66. 68. วิกฤติการณ์ในตอนปลายสมัยธนบุรี <ul><li>ใน พ . ศ . ๒๓๒๔ เกิดเหตุการณ์สำคัญคือ นายบุญนาก บ้านแม่ลาแขวงกรุงเก่ากับขุนสระได้พาสมัครพรรคพวกเข้าปล้นจวนและจับผู้รักษาอยุธยา และกรมการเมืองบางคนฆ่าเสีย เหตุการณ์นี้ได้ลุกลามกลายเป็นวิกฤติการณ์ในตอนปลายสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทั้งนี้เพราะพระองค์โปรดเกล้าฯให้พระยาสรรค์บุรีขึ้นไปปราบกบฏ แต่ พระยาสรรค์บุรี กลับเข้ากับฝ่ายกบฏเป็นแม่ทัพยกลงมาโจมตีธนบุรี บังคับให้สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงผนวช ทำให้อำนาจตกอยู่กับพระยาสรรค์บุรีผู้ซึ่งอ้างว่าจะรักษาบ้านเมืองไว้ให้สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก </li></ul>
  67. 69. <ul><li>เหตุการณ์สำคัญภายหลังจากที่พระยาสรรค์บุรียึดธนบุรีได้แล้ว คือ เกิดสงครามกลางเมืองระหว่างฝ่ายพระยาสรรค์บุรีกับฝ่ายพระยาสุริยอภัย ซึ่งสู้รบกันอย่างรุนแรง โดยพระยาสุริยอภัยสามารถล้อมฝ่ายพระยาสรรค์บุรีไว้ได้ สถานการณ์เกิดขึ้นก่อนที่สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกจะยกทัพกลับจากกัมพูชา </li></ul>
  68. 70. <ul><li>เมื่อสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกยกทัพกลับมาถึงธนบุรีจึงได้มีการไต่สวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ให้ข้าราชการทั้งปวงปรึกษาโทษสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เห็นควรให้สำเร็จโทษสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชในวันที่ 7 เมษายน พ . ศ .2325 สวรรคตในวันที่ 10 เมษายน พ . ศ .2310 </li></ul><ul><li>กรุงธนบุรีจึงสิ้นสมัยลงเมื่อสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก </li></ul><ul><li>ขึ้นครองราชย์และทรงสถาปนากรุงเทพมหานครเป็นราชธานี </li></ul><ul><li>แห่งใหม่แทนกรุงธนบุรี </li></ul>
  69. 71. <ul><li>ขอให้นักเรียนกลับไปทบทวนเนื้อหาเพิ่มเติมอีกครั้งเพื่อให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น </li></ul><ul><li>จงสนุกกับการเรียน </li></ul><ul><li>จงพากเพียรในการอ่าน </li></ul><ul><li>อย่าเกียจคร้านทำการบ้าน </li></ul><ul><li>และส่งงานครูให้ทันนะจ๊ะ </li></ul><ul><li>( ประพันธ์โดยครูสังคม ) </li></ul>
  1. A particular slide catching your eye?

    Clipping is a handy way to collect important slides you want to go back to later.

×