ประวัติความเป็นมาของ Windows
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

ประวัติความเป็นมาของ Windows

on

  • 766 views

 

Statistics

Views

Total Views
766
Views on SlideShare
681
Embed Views
85

Actions

Likes
0
Downloads
6
Comments
0

2 Embeds 85

http://kaewsumaleerut.blogspot.com 83
http://www.blogger.com 2

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

    ประวัติความเป็นมาของ Windows ประวัติความเป็นมาของ Windows Document Transcript

    • ประวัติความเป็นมาของ Windows เหตุการณ์สาคัญตั้งแต่ 25 ปีแรก 2518–2524: Microsoft ถือกาเนิดขึ้น จุดเริ่มต้น: Paul Allen (ซ้าย) และ Bill Gates ผู้ร่วมก่อตั้ง Microsoft ในช่วงปี 2513 ที่ทางานเราต้องใช้เครื่องพิมพ์ดีด หากจาเป็นต้องทาสาเนาเอกสาร เราก็จะใช้เครื่อง โรเนียวหรือกระดาษคาร์บอน ไม่ค่อยมีใครพูดถึงไมโครคอมพิวเตอร์ แต่เด็กหนุ่มสองคนที่ชื่นชอบ คอมพิวเตอร์อย่าง Bill Gates และ Paul Allen กลับเห็นว่าคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลคือเส้นทางสู่อนาคต ในปี 2518 Gates และ Allen ร่วมกันก่อตั้งบริษัทที่ชื่อ Microsoft Microsoft ก็ไม่ต่างจากบริษัทที่เริ่ม กิจการใหม่ส่วนใหญ่ โดยเริ่มจากจุดเล็กๆ แต่มีวิสัยทัศน์ที่ยิ่งใหญ่ นั่นคือ บนทุกโต๊ะทางานและในทุกบ้าน ต้องมีคอมพิวเตอร์ ในปีต่อๆ มา Microsoft เริ่มเข้ามาเปลี่ยนวิธีการทางานของเรา การมาของ MS-DOS ในเดือนมิถุนายน 2523 Gates และ Allen ได้ว่าจ้าง Steve Ballmer อดีตเพื่อนร่วมชั้นเรียนจากฮาร์ วาร์ดของ Gates ให้มาช่วยพวกเขาดาเนินกิจการของบริษัท ในเดือนต่อมา IBM ได้เข้ามาติดต่อ Microsoft เกี่ยวกับโปรเจ็กต์ที่ชื่อว่า "Chess" ด้วยเหตุนี้ Microsoft จึงได้หันมาให้ความสาคัญกับระบบปฏิบัติการใหม่ ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยจัดการ หรือสั่งงานฮาร์ดแวร์ของคอมพิวเตอร์และยังทาหน้าที่เชื่อมช่องว่างระหว่าง ฮาร์ดแวร์ของคอมพิวเตอร์กับโปรแกรม เช่น โปรแกรมประมวลผลคา และยังเป็นพื้นฐานสาหรับการสั่งงาน โปรแกรมคอมพิวเตอร์ด้วย พวกเขาตั้งชื่อระบบปฏิบัติการใหม่นี้ว่า "MS-DOS"
    • การวางจาหน่ายพีซีของ IBM ที่ใช้ MS-DOS ในปี 2524 ถือเป็นการเปิดตัวภาษาใหม่ให้สาธารณชน ทั่วไปรู้จัก การพิมพ์“C:” และคาสั่งที่เป็นรหัสต่างๆ เริ่มกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในการทางานประจาวัน ผู้คน เริ่มรู้จักปุ่มแบคสแลช () MS-DOS ใช้งานได้ดี แต่ก็ยังเข้าใจได้ยากสาหรับผู้ใช้หลายๆ คน ต้องมีวิธีสร้างระบบปฏิบัติการที่ดีกว่านี้สิ เกร็ดน่าสนใจ: MS-DOS ย่อมาจาก Microsoft Disk Operating System 2525–2528: การเปิดตัว Windows 1.0 Microsoft ยังคงพัฒนาระบบปฏิบัติการใหม่เวอร์ชันแรกต่อไป Interface Manager เป็นชื่อรหัส และได้รับเลือกให้เป็นชื่อสุดท้าย แต่ชื่อ Windows กลับมาชนะไปในที่สุด เพราะอธิบายถึงกล่องหรือ “หน้าต่าง” ของคอมพิวเตอร์ที่เป็นรากฐานของระบบใหม่ได้ดีที่สุด มีการประกาศวันวางจาหน่าย Windows ในปี 2526 แต่สุดท้ายก็เงียบหายไป พวกที่ไม่ปลื้มเรียกว่าระบบนี้ว่า “เวเปอร์แวร์” ชุดโปรแกรมเต็มรูปแบบ Windows 1.0 ในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2528 สองปีหลังจากการประกาศเปิดตัวครั้งแรก Microsoft ก็วางจาหน่าย Windows 1.0 ตอนนี้ แทนที่จะพิมพ์คาสั่ง MS-DOS คุณก็เพียงแค่เลื่อนเมาส์เพื่อชี้และคลิกที่ตาแหน่งต่างๆ บนหน้าจอ หรือ “หน้าต่าง” เท่านั้น Bill Gates พูดว่า “นี่คือซอฟต์แวร์พิเศษที่ออกแบบมาสาหรับผู้ใช้พีซีตัว จริง…” มีเมนูดรอปดาวน์ แถบเลื่อนหน้าจอ ไอคอน และกล่องโต้ตอบที่ช่วยให้เข้าใจการทางานและใช้งาน โปรแกรมได้ง่ายขึ้น คุณสามารถสลับระหว่างโปรแกรมต่างๆ ได้โดยไม่ต้องออกจากอีกโปรแกรมหรือเริ่ม ระบบใหม่ Windows 1.0 มาพร้อมโปรแกรมมากมาย ซึ่งได้แก่ การจัดการไฟล์ MS-DOS, Paint, Windows
    • Writer, Notepad, Calculator รวมถึงปฏิทิน, ไฟล์การ์ด และนาฬิกาที่จะช่วยคุณจัดการกับงานในแต่ละวัน และยังมีเกม Reversi ด้วย เกร็ดน่าสนใจ: จาฟลอปปีดิสก์กับกิโลไบต์ได้ใช่ไหม Windows 1.0 จาเป็นต้องใช้หน่วยความจาอย่างน้อย 256 กิโลไบต์ (KB) ฟลอปปีดิสก์ไดรฟ์แบบสองด้าน และการ์ดจอ มีการแนะนาให้ใช้ฮาร์ดดิสก์และ หน่วยความจา 512 KB สาหรับการเรียกใช้หลายๆ โปรแกรมหรือเมื่อใช้ DOS 3.0 หรือรุ่นที่สูงกว่า 2530–2535: Windows 2.0–2.11—หน้าต่างมากขึ้น ความเร็วเพิ่มขึ้น ในวันที่ 9 ธันวาคม 2530 Microsoft ได้วางจาหน่าย Windows 2.0 ที่มีไอคอนบนเดสก์ท็อปและ หน่วยความจาส่วนขยาย ด้วยการสนับสนุนกราฟิกที่ได้รับการปรับปรุง ตอนนี้คุณสามารถซ้อนทับหน้าต่าง ควบคุมเค้าโครงของหน้าจอ และใช้แป้ นพิมพ์เพื่อให้ทางานได้รวดเร็วขึ้น นักพัฒนาซอฟต์แวร์บางคนเขียน โปรแกรมแรกของตนเองบน Windows รุ่นนี้ Windows 2.0 Windows 2.0 ออกแบบมาสาหรับการใช้งานกับตัวประมวลผล Intel 286 เมื่อมีการวางจาหน่ายตัว ประมวลผล Intel 386 Windows/386 ก็ออกตามมาทันทีเพื่อใช้ประโยชน์จากความสามารถของ หน่วยความจาส่วนขยาย Windows รุ่นต่อมายังคงมีการปรับปรุงความเร็ว ความน่าเชื่อถือ และความสามารถ ในการใช้งานของพีซีอย่างต่อเนื่อง ในปี 2531 Microsoft กลายเป็นบริษัทซอฟต์แวร์สาหรับพีซีรายใหญ่ที่สุดในโลกเมื่อดูจากยอดขาย คอมพิวเตอร์เริ่มกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจาวันสาหรับผู้ที่ทางานในสานักงานบางแห่ง เกร็ดน่าสนใจ: แผงควบคุมเผยโฉมเป็นครั้งแรกใน Windows 2.0
    • 2533–2537: Windows 3.0–Windows NT—เริ่มรองรับกราฟิก ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2533 Microsoft ได้ประกาศเปิดตัว Windows 3.0 และตามมาด้วย Windows 3.1 ในปี 2535 เมื่อนับรวมกัน ทั้งสองรุ่นสามารถขายได้10 ล้านสาเนาในระยะเวลา 2 ปีแรก ทา ให้ระบบปฏิบัติการ Windows เป็นระบบปฏิบัติการที่มีการใช้กันแพร่หลายมากที่สุด ความสาเร็จนี้ทาให้ Microsoft กลับมาคิดทบทวนแผนการก่อนหน้านี้อีกครั้ง หน่วยความจาเสมือนช่วยปรับปรุงกราฟิกการ แสดงผล ในปี 2533 Windows เริ่มมีลักษณะเหมือนกับรุ่นที่ใช้งานกันอยู่ Windows ในตอนนี้ มีพัฒนาการด้านประสิทธิภาพการทางานที่ดีขึ้นมาก มีกราฟิกขั้นสูง 16 สี และ ไอคอนที่ปรับปรุงใหม่ คลื่นลูกใหม่ของพีซี 386 ช่วยให้ Windows 3.0 เป็นที่นิยมมากขึ้น ด้วยตัว ประมวลผล Intel 386 ผู้ใช้จึงสามารถเรียกใช้โปรแกรมได้เร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มีการเพิ่ม Program Manager, File Manager และ Print Manager เข้ามาใน Windows 3.0 Bill Gates โชว์Windows 3.0 รุ่นที่วางจาหน่ายล่าสุด มีการติดตั้งซอฟต์แวร์ Windows โดยใช้ฟลอปปีดิสก์ที่อยู่ในกล่องขนาดใหญ่ซึ่งมาพร้อมคู่มือการ ใช้งานเล่มหนา ความนิยมของ Windows 3.0 เติมโตพร้อมกับการวางจาหน่าย Windows software development kit (SDK) ใหม่ซึ่งช่วยให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์มุ่งเน้นไปที่การเขียนโปรแกรมมากขึ้นและใช้เวลาในการเขียน โปรแกรมควบคุมอุปกรณ์น้อยลง
    • Windows มีการใช้งานในที่ทางานและที่บ้านมากขึ้นเรื่อยๆ และตอนนี้ยังมีเกมต่างๆ เช่น Solitaire, Hearts และ Minesweeper โดยมีการโฆษณาว่า “ตอนนี้คุณสามารถใช้ความสามารถอันน่าทึ่งของ Windows 3.0 เพื่อลดภาระของคุณได้แล้ว” Windows สาหรับ Workgroups 3.11 ได้เพิ่มเวิร์กกรุ๊ปแบบเพียร์ทูเพียร์และการสนับสนุนเครือข่าย โดเมน และเป็นครั้งแรกที่พีซีกลายเป็นส่วนสาคัญของการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ไคลเอ็นต์/เซิร์ฟเวอร์ที่ เกิดใหม่ Windows NT เมื่อ Windows NT ออกวางจาหน่ายในวันที่ 27 กรกฎาคม 2536 Microsoft ได้มาถึงช่วงเวลาที่สาคัญ นั่นคือ โปรเจ็กต์ที่เริ่มมาตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1980 เพื่อสร้างระบบปฏิบัติการใหม่ขั้นสูงตั้งแต่เริ่มต้นเสร็จ สมบูรณ์แล้ว "Windows NT แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงรากฐานของวิธีการที่บริษัทต่างๆ สามารถใช้จัดการ กับความต้องการด้านคอมพิวเตอร์ของธุรกิจได้ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน" Bill Gates กล่าวไว้เมื่อผลิตภัณฑ์ ออกวางจาหน่าย ซึ่งแตกต่างจาก Windows 3.1 อย่างไรก็ตาม Windows NT 3.1 เป็นระบบปฏิบัติการแบบ 32 บิต ซึ่ง เป็นแพลตฟอร์มธุรกิจเชิงกลยุทธ์ที่รองรับโปรแกรมทางวิศวกรรมและวิทยาศาสตร์ระดับสูง เกร็ดน่าสนใจ: แต่เดิมมีการเรียกกลุ่มที่พัฒนา Windows NT ว่าทีม "ระบบพกพา" 2538–2544: Windows 95—พีซีเติบโตเต็มที่ (และที่ลืมไม่ได้เลยคือ อินเทอร์เน็ต) ในวันที่ 24 สิงหาคม 2538 Microsoft ได้ออกวางจาหน่าย Windows 95 ซึ่งสามารถสร้างสถิติทา ยอดขายได้ถึง 7 ล้านสาเนาในช่วงห้าสัปดาห์แรก นับเป็นการเปิดตัวที่ได้รับการกล่าวขานถึงมากที่สุดที่ Microsoft เคยทามา สปอตโฆษณาทางโทรทัศน์ใช้เพลงของ Rolling Stones ที่ชื่อว่า "Start Me Up" ในการ นาเสนอปุ่ม 'เริ่ม' ซึ่งเป็นปุ่มใหม่ ข่าวประชาสัมพันธ์พาดหัวขึ้นต้นว่า: “อยู่นี่ไง”
    • วันเปิดตัว: Bill Gates แนะนา Windows 95 นี่คือยุคของแฟกซ์/โมเด็ม อีเมล โลกออนไลน์แบบใหม่ และเกมมัลติมีเดียที่ละลานตาและ ซอฟต์แวร์ทางการศึกษา Windows 95 มีการสนับสนุนอินเทอร์เน็ตในตัว การเชื่อมต่อเครือข่ายผ่าน สายโทรศัพท์และความสามารถใหม่ Plug and Play ที่ทาให้ติดตั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ ระบบปฏิบัติการแบบ 32 บิตยังมาพร้อมความสามารถด้านมัลติมีเดียขั้นสูง คุณลักษณะสาหรับ คอมพิวเตอร์แบบพกพาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และการเชื่อมต่อเครือข่ายแบบครบวงจร ในช่วงเวลาที่มีการวางจาหน่าย Windows 95 ระบบปฏิบัติการ Windows และ MS-DOS รุ่นก่อน หน้ามีการใช้งานอยู่ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ของพีซีที่มีอยู่ในโลก Windows 95 เป็นการปรับรุ่นให้กับ ระบบปฏิบัติการเหล่านี้ เมื่อต้องการเรียกใช้ Windows 95 คุณจาเป็นต้องมีพีซีที่มีตัวประมวลผล 386DX หรือที่สูงกว่า (ขอแนะนา 486) และมี RAM อย่างน้อย 4 MB (ขอแนะนา RAM 8 MB) เวอร์ชันอัปเกรดมีทั้ง ในรูปแบบฟลอปปีดิสก์และซีดีรอม โดยสามารถใช้งานได้ใน 12 ภาษา Windows 95 เป็นเวอร์ชันแรกที่มีเมนู 'เริ่ม' แถบงาน ปุ่มย่อ ปุ่มขยาย และปุ่มปิดบนแต่ละหน้าต่าง Windows 95
    • การจับกระแสอินเทอร์เน็ต ในช่วงต้นปี 2533 ผู้ที่อยู่ในแวดวงเทคโนโลยีพูดถึงอินเทอร์เน็ตซึ่งเป็นเครือข่ายที่ประกอบขึ้นด้วย เครือข่ายต่างๆ ที่มีความสามารถในการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ทั่วโลก ในปี 2538 Bill Gates ได้ออก บทความที่ชื่อว่า “The Internet Tidal Wave” และประกาศว่าอินเทอร์เน็ตเป็น “การพัฒนาที่สาคัญที่สุดตั้งแต่ พีซีถือกาเนิดขึ้น” ในฤดูร้อน ปี 2538 มีการออก Internet Explorer รุ่นแรก เบราว์เซอร์นี้ออกมาเพื่อร่วมประชันกับ เบราว์เซอร์อื่นๆ ที่มีอยู่บน World Wide Web เกร็ดน่าสนใจ: ในปี 2539 Microsoft วางจาหน่ายโปรแกรมจาลองการบินสาหรับ Windows 95 นับเป็นครั้ง แรกในประวัติศาสตร์ 14 ปี ที่สามารถใช้งานกับ Windows ได้ 2541–2543: Windows 98, Windows 2000, Windows Me Windows 98 Windows 98 ที่วางจาหน่ายเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2541 เป็น Windows เวอร์ชันแรกที่ออกแบบมา เป็นพิเศษสาหรับผู้ใช้ทั่วไป พีซีกลายเป็นอุปกรณ์ที่พบได้ทั่วไปในที่ทางาน ที่บ้าน และร้านอินเทอร์เน็ตที่ คุณสามารถออนไลน์ได้ก็ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด Windows 98 ได้รับการขนานนามว่าเป็นระบบปฏิบัติการที่ “ทางานก็ได้เล่นก็ดี” Windows 98 ช่วยให้คุณสามารถค้นหาข้อมูลบนพีซีของคุณและบนอินเทอร์เน็ตได้ง่ายขึ้น การ ปรับปรุงอื่นๆ ได้แก่ ความสามารถในการเปิดและการปิดโปรแกรมที่รวดเร็วขึ้น และการสนับสนุนการอ่าน แผ่นดีวีดีและอุปกรณ์ Universal Serial Bus (USB) อีกสิ่งหนึ่งที่ปรากฏเป็นครั้งแรกก็คือ แถบ 'เปิดใช้งาน ด่วน' ซึ่งช่วยให้คุณสามารถเปิดโปรแกรมได้โดยไม่ต้องเปิดเมนู 'เริ่ม' หรือค้นหาโปรแกรมบนเดสก์ท็อป เกร็ดน่าสนใจ: Windows 98 เป็นเวอร์ชันสุดท้ายที่สร้างจาก MS-DOS
    • Windows 98 Windows Me Windows Me ที่ออกแบบมาสาหรับการใช้งานภายในบ้านมีการปรับปรุงคุณลักษณะเกี่ยวกับเพลง วิดีโอ และเครือข่ายภายในบ้านจานวนมาก รวมถึงปรับปรุงประสิทธิภาพการทางานให้มีความเสถียรมากขึ้น เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า สิ่งที่ปรากฏเป็นครั้งแรก ได้แก่ System Restore ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่สามารถย้อนการกาหนดค่า ซอฟต์แวร์พีซีของคุณกลับไปยังวันที่หรือเวลาก่อนที่จะเกิดปัญหาได้ Movie Maker ทาให้ผู้ใช้มีเครื่องมือที่ สามารถแก้ไข บันทึกและแบ่งปันวิดีโอภาพครอบครัวในแบบดิจิทัล และด้วยเทคโนโลยี Microsoft Windows Media Player 7 คุณจึงสามารถค้นหา จัดระเบียบ และเล่นสื่อดิจิทัลได้ เกร็ดน่าสนใจ: หากจะพูดกันในเชิงเทคนิค Windows Me ถือเป็นระบบปฏิบัติการสุดท้ายของ Microsoft ที่ ใช้โค้ดของ Windows 95 เป็นพื้นฐาน Microsoft ประกาศว่าผลิตภัณฑ์ระบบปฏิบัติการทั้งหมดในอนาคตจะ ทางานบนเคอร์เนล Windows NT และ Windows 2000
    • Windows 2000 Professional Windows 2000 Professional Windows 2000 Professional ไม่ได้เป็นเพียงแค่การอัปเกรดจาก Windows NT Workstation 4.0 เท่านั้น แต่ยังออกแบบมาเพื่อแทนที่ Windows 95, Windows 98 และ Windows NT Workstation 4.0 ที่อยู่ บนเดสก์ท็อปและแล็ปท็อปสาหรับธุรกิจทั้งหมด Windows 2000 สร้างโดยใช้โค้ด Windows NT Workstation 4.0 ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ายอดเยี่ยมเป็นพื้นฐาน และมีการปรับปรุงด้านความเสถียร ความ สะดวกในการใช้งาน ความสามารถในการใช้งานอินเทอร์เน็ต และรองรับการใช้งานบนคอมพิวเตอร์แบบ พกพา นอกจากจะปรับปรุงการทางานในส่วนต่างๆ แล้ว Windows 2000 Professional ยังรองรับฮาร์ดแวร์ Plug and Play แบบใหม่หลายชนิด รวมถึงผลิตภัณฑ์การเชื่อมต่อเครือข่ายและระบบไร้สายขั้นสูง อุปกรณ์ USB อุปกรณ์ IEEE 1394 และอุปกรณ์อินฟราเรด ซึ่งช่วยให้การติดตั้งฮาร์ดแวร์เป็นเรื่องง่าย เกร็ดน่าสนใจ: การทดสอบที่กดดันทุกคืนของ Windows 2000 ในระหว่างการพัฒนาเทียบได้กับเวลาการ ทางานสามเดือนบนคอมพิวเตอร์ 1,500 เครื่อง 2544–2548: Windows XP—ความเสถียร ความพร้อมใช้งาน และความรวดเร็ว เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2544 มีการวางจาหน่าย Windows XP โฉมใหม่ ซึ่งเน้นไปที่ฟังก์ชันที่สามารถ ใช้งานได้จริงและศูนย์รวมข้อมูลความช่วยเหลือและวิธีใช้แบบครบวงจร โดยสามารถใช้งานได้ใน 25 ภาษา นับแต่ช่วงกลางปี 2513 จนถึงการวางจาหน่าย Windows XP มีพีซีประมาณ 1 พันล้านเครื่องทั่วโลกที่ติดตั้ง โปรแกรมนี้
    • สาหรับ Microsoft ระบบปฏิบัติการ Windows XP กาลังจะกลายเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ขายดีอันดับ หนึ่งในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ ด้วยความรวดเร็วและความเสถียรของระบบ การเข้าออกเมนู 'เริ่ม' แถบงาน และ แผงควบคุมสามารถทางานได้ง่ายขึ้น มีการตื่นตัวเรื่องไวรัสคอมพิวเตอร์และแฮกเกอร์มากขึ้น แต่ก็มีการเปิด ให้ดาวน์โหลดอัปเดตระบบความปลอดภัยทางออนไลน์ซึ่งช่วยลดความกลัวได้ระดับหนึ่ง ผู้ใช้เริ่มเข้าใจถึง คาเตือนเกี่ยวกับเอกสารแนบที่น่าสงสัยและไวรัส และเริ่มเห็นความสาคัญของบริการช่วยเหลือและวิธีใช้ มากขึ้น วางจาหน่าย: มีการวางจาหน่าย Windows XP Professional ในร้านขายปลีก Windows XP Home Edition มีการออกแบบด้านภาพให้ดูสบายตาและเรียบง่าย ทาให้สามารถเข้าถึง คุณลักษณะที่ใช้งานบ่อยได้ง่ายขึ้น Windows XP ที่ออกแบบมาสาหรับการใช้งานภายในบ้านมาพร้อมการ ปรับปรุงในส่วนต่างๆ เช่น Network Setup Wizard Windows Media Player, Windows Movie Maker และ ความสามารถด้านภาพถ่ายดิจิทัลขั้นสูง Windows XP Professional นารากฐานที่แข็งแกร่งของ Windows 2000 มาเพิ่มความเสถียร ความ ปลอดภัย และประสิทธิภาพการทางานให้กับพีซีเดสก์ท็อป นอกเหนือจากรูปลักษณ์ใหม่แล้ว Windows XP Professional ยังมาพร้อมคุณลักษณะต่างๆ สาหรับการใช้งานคอมพิวเตอร์ในธุรกิจและการใช้คอมพิวเตอร์ ขั้นสูงที่บ้าน การสนับสนุนเดสก์ท็อประยะไกล การเข้ารหัสระบบไฟล์ รวมถึงคุณลักษณะการคืนค่าระบบ และการเชื่อมต่อเครือข่ายขั้นสูงด้วย การปรับปรุงที่สาคัญสาหรับผู้ใช้คอมพิวเตอร์แบบพกพา ได้แก่ การ สนับสนุนเครือข่ายไร้สาย 802.1x, Windows Messenger และ Remote Assistance
    • มี Windows XP หลายรุ่นในช่วงปีเหล่านี้  Windows XP รุ่น 64 บิต (2001) เป็นระบบปฏิบัติการรุ่นแรกของ Microsoft สาหรับตัวประมวลผล 64 บิตที่ออกแบบมาสาหรับการทางานกับหน่วยความจาขนาดใหญ่และโปรเจ็กต์ต่างๆ เช่น ลักษณะพิเศษ ของภาพยนตร์ ภาพเคลื่อนไหวสามมิติ โปรแกรมทางวิศวกรรมและวิทยาศาสตร์  Windows XP Media Center Edition (2002) เหมาะสาหรับการใช้งานและการให้ความบันเทิงภายใน บ้าน คุณสามารถท่องอินเทอร์เน็ต ดูรายการสด เพลิดเพลินกับคอลเลกชันเพลงและวิดีโอดิจิทัล และดู ดีวีดีได้  Windows XP Tablet PC Edition (2002) เป็นระบบปฏิบัติการสาหรับคอมพิวเตอร์ที่รับข้อมูลแบบ ลายมือ แท็บเล็ตพีซีจะมีปากกาดิจิทัลที่ใช้ร่วมกับระบบการจดจาลายมือ นอกจากนี้ คุณยังสามารถใช้ เมาส์หรือแป้นพิมพ์ได้ด้วย เกร็ดน่าสนใจ: Windows XP เกิดจากการคอมไพล์โค้ดจานวน 45 ล้านบรรทัดเข้าด้วยกัน 2549–2551: Windows Vista—ประสิทธิภาพที่มาพร้อมความปลอดภัย Windows Vista วางจาหน่ายในปี 2549 พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่งที่สุด โดย User Account Control จะช่วยป้ องกันซอฟต์แวร์ที่อาจเป็นอันตรายไม่ให้เปลี่ยนแปลงข้อมูลใดๆ ในเครื่องของคุณ ใน Windows Vista Ultimate การเข้ารหัสไดรฟ์ด้วย BitLocker สามารถให้การปกป้ องข้อมูลที่ดีกว่าสาหรับ คอมพิวเตอร์ของคุณ เนื่องจากยอดขายแล็ปท็อปและความต้องการด้านความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ Windows Vista ยังปรับปรุงประสิทธิภาพการทางานของ Windows Media Player ให้สอดคล้องกับจานวน ผู้ใช้ที่ใช้พีซีเป็นศูนย์รวมสื่อดิจิทัลที่เพิ่มมากขึ้น คุณจึงสามารถดูทีวี ดูและส่งภาพถ่าย และแก้ไขวิดีโอบน พีซีได้
    • Windows Vista Ultimate การออกแบบเข้ามามีบทบาทสาคัญใน Windows Vista และคุณลักษณะต่างๆ เช่น รูปลักษณ์ใหม่ ของแถบงานและเส้นขอบรอบหน้าต่าง การค้นหากลายเป็นคุณลักษณะใหม่ที่มีความสาคัญและช่วยให้ผู้ใช้ ค้นหาไฟล์บนพีซีของตนได้รวดเร็วขึ้น Windows Vista นาเสนอโปรแกรมรุ่นใหม่ๆ ที่มีการผสมผสานของ คุณลักษณะที่แตกต่างกัน โดยสามารถใช้งานได้ใน 35 ภาษา ปุ่ม 'เริ่ม' ที่ออกแบบใหม่ปรากฏเป็นครั้งแรกใน Windows Vista เกร็ดน่าสนใจ: มีอุปกรณ์กว่า 1.5 ล้านชิ้นที่สามารถใช้งานร่วมกับ Windows Vista เมื่อเปิดตัว 2552: Windows 7 Windows 7 ออกแบบมาสาหรับโลกในระบบไร้สายที่เกิดขึ้นในปลายปี 2543 ในช่วงที่วางจาหน่าย แล็ปท็อปก็มียอดขายดีกว่าเดสก์ท็อปและกลายเป็นอุปกรณ์ที่นิยมใช้สาหรับเชื่อมต่อกับฮอตสปอตไร้สาย สาธารณะตามร้านกาแฟและเครือข่ายส่วนตัวในบ้าน Windows 7 มาพร้อมวิธีการใช้งานหน้าต่างแบบใหม่ เช่น Snap, Peek และ Shake ซึ่งช่วยปรับปรุง ฟังก์ชันการทางานและทาให้ใช้งานอินเทอร์เฟซได้สนุกมากยิ่งขึ้น และยังถือเป็นการเปิดตัว Windows Touch ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้หน้าจอสัมผัสสามารถท่องเว็บ พลิกดูภาพถ่าย รวมถึงเปิดไฟล์และโฟลเดอร์ได้
    • การปรับปรุงแถบงานของ Windows 7 ได้แก่ การแสดงตัวอย่างภาพขนาดย่อแบบทันที เกร็ดน่าสนใจ: Windows 7 รุ่นเบต้าผ่านการทดลองจากผู้ใช้ 8 ล้านคนทั่วโลกก่อนที่จะมีการวางจาหน่าย 2555: Windows 8 Windows 8 คือ Windows รูปแบบใหม่เกาะกล่องที่ปรับปรุงตั้งแต่ระดับชิปเซ็ตไปจนถึงประสบ การณ์การใช้งานของผู้ใช้โดยจะทาหน้าที่เป็นแท็บเล็ตเพื่อความบันเทิงและพีซีที่มีคุณลักษณะครบครัน เพื่อให้การทางานสาเร็จลุล่วง นอกจากนี้ Windows 8 ยังมาพร้อมอินเทอร์เฟซใหม่ที่เข้ากันได้ดีกับระบบ สัมผัส เมาส์ และแป้ นพิมพ์ด้วย คุณจะได้สัมผัสกับเดสก์ท็อป Windows 8 ที่คุ้นเคยพร้อมแถบงานใหม่และ การจัดการไฟล์ที่ดีขึ้นกว่าเดิม Windows 8 มาพร้อมหน้าจอเริ่มต้นที่มีไทล์ซึ่งเชื่อมต่อกับบุคคล ไฟล์ แอพ และเว็บไซต์ แอพต่างๆ จะดูโดดเด่นสะดุดตาและสามารถดาวน์โหลดได้อย่างสะดวกจากสถานที่ใหม่ นั่นก็คือ Windows Store ที่อยู่ บนหน้าจอเริ่มต้น นอกจากนี้ Microsoft ยังเปิดตัว Windows RT ที่ทางานบนแท็บเล็ตและพีซีบางเครื่องพร้อมกับ Windows 8 ด้วย Windows RT ออกแบบมาสาหรับอุปกรณ์พกพาแบบเพรียวบางที่มีแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้
    • ยาวนาน และใช้แอพจาก Windows Store เท่านั้น นอกจากนี้ Windows RT ยังมาพร้อม Office ในตัวที่เหมาะ สาหรับหน้าจอสัมผัสด้วย เกร็ดน่าสนใจ: ผู้ใช้ระดับสูงจะสังเกตเห็นว่าการตรวจจับและแก้ไขข้อผิดพลาดในระบบไฟล์ของ Windows 8 สะดวกรวดเร็วขึ้นและรบกวนผู้ใช้น้อยลง