โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 2 ตอนที่ 51-100 หนาที่ 1
สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม
เมื่อเสือไดลิ้มรสเลือด (ตอนที่ 51)
ลิ...
โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 2 ตอนที่ 51-100 หนาที่ 2
ประตูพระราชวังเขาไป เพราะสี่ทหารเอกและทหารเหลานั้นเดิมทีลวนเปนทหารอา...
โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 2 ตอนที่ 51-100 หนาที่ 3
เมื่อรูตัววาไดครองอํานาจรัฐอยูในมือฉะนี้แลว ลิฉุย กุยกี จึงคิดกาวต...
โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 2 ตอนที่ 51-100 หนาที่ 4
ครั้นไดรับพระมหากรุณาโปรดเกลาฯ ใหไดรับตําแหนงตามที่ทูล ขอแลว ลิฉุย...
โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 2 ตอนที่ 51-100 หนาที่ 5
การหลอกลวงบิดเบือนถึงขนาดที่แมวาราษฎรไมมีเงินในกระเปา ไมมีจะกินและย...
โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 2 ตอนที่ 51-100 หนาที่ 6
ในดานขุนศึกนั้นมาเทง เจาเมืองเสเหลียงและคูเกลอคือหันซุย เจาเมืองเป...
โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 2 ตอนที่ 51-100 หนาที่ 7
เสียเปรียบในทุกทาง ลิบอง อองหอง ฟงคํากาเซี่ยงแลวไมพอใจจึงวาการยกไป...
โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 2 ตอนที่ 51-100 หนาที่ 8
สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม
กลยุทธสงบสยบความเคลื่อนไหว (ตอนที่ 54...
โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 2 ตอนที่ 51-100 หนาที่ 9
ทั้งเกรงวาในภายหนาหวนเตียวจะคบคิดกับมาเทง หันซุย ทรยศตอตัวเอง สิ้นค...
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Samkok02 (051-100)
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

Samkok02 (051-100)

448 views

Published on

สามก๊กฉบับคนขายชาติ (เรืองวิทยาคม) ชุดที่ 2 ตอนที่ 51-100

Published in: Entertainment & Humor
0 Comments
2 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
448
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
3
Actions
Shares
0
Downloads
0
Comments
0
Likes
2
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Samkok02 (051-100)

  1. 1. โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 2 ตอนที่ 51-100 หนาที่ 1 สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม เมื่อเสือไดลิ้มรสเลือด (ตอนที่ 51) ลิโปยกทหารออกจากเมืองหลวงมารบดวยลิฉุย กุยกี ตองกลยุทธวิธีแหงสงครามจรยุทธ หลอกลอใหรบ พัวพันอยูถึงสามวันสามคืน จึงทั้งออนลาเรี่ยวแรงลง ทั้งคิดถึงยอดหวานใจเตียวเสี้ยน ซึ่งกําลังอยูในชวงขาว ใหมปลามัน จิตใจสูรบจึงไมกลาแกรงเหมือนกับเมื่อครั้งรบดวยกองทัพปฏิวัติ ครั้นไดขาววากองทัพของเตียวเจ และหวนเตียว ยกเขาตีเมือง หลวงจึงคิดหวงใยการขางในพระนคร ซึ่งกลอง ดวงใจเตียวเสี้ยนอยูในที่นั้นดวย และเกรงวาเมืองหลวงจะไดรับอันตรายเพราะรูดีวาระบบและกําลังปองกันพระ นครไมไดเขมแข็งมั่นคง ดังนั้นลิโปจึงตัดสินใจตีฝาทหารของกุยกีที่ปดลอมอยูดานเชิงเขาเพื่อจะกลับไปชวย เมืองหลวง ทหารของลิฉุย กุยกี ไลตามตีลิโปอยางไมลดละ ครั้นลิโปจะหันเขามารบครั้งใดก็ถอยเสีย แตพอลิ โปหันกลับรุดไปเมืองเตียงอัน ทั้งลิฉุย กุยกี ก็ยกทหารเขาตามตีอีก ลิโปรบพลางถอยพลางอยูตลอดทาง ตองสูญเสียทหารไปเปนจํานวนมาก ครั้นมาใกลกําแพงพระนคร ทหารของลิโปเห็นทหารของเตียวเจและหวนเตียวเปนจํานวนมากลอมเมืองหลวง และกําลังโจมตีกําแพงพระนครก็เกิดความรักตัวกลัวตาย จึงพากันไปเขาสวามิภักดิ์กับทหารของเตียวเจและ หวนเตียวเปนจํานวนมาก ลิโปเห็นเชนนั้นก็หมดกําลังใจตอสูอาการที่ลูกนองทิ้งนายแบบลิโปนี้ ดานหนึ่ง เปนไปไดวาทหารของลิโปเหลานั้นเปนคนใชไมได ทอดทิ้งนายในยามยาก แตในอีกดานหนึ่งก็เปนไปไดดวย วาเกิดแตเหตุที่ลิโปเปนนายแตตําแหนงหนาที่ ไมมีน้ําใจตอลูกนอง ดวยคนนั้นมีใจ ครั้นใจไมมีน้ําใจหลอเลี้ยง ผูกพันไวตอกันแลว ยามใดมีโอกาสหรือยามใดเปนยามยาก ความสัมพันธของคนที่อาศัยแตเพียงตําแหนง และหนาที่จึงยอมขาดสะบั้นลงโดยงาย ลิโปเหลือทหารที่ยังคงจงรักภักดีเพียงไมกี่คนจึงเห็นเหลือกําลังที่จะทําการสูรบขับไลกองทัพที่ลอมพระนคร อยูนั้น จึงไดแตพาทหารที่เหลืออยูรวนเรโดยรอบพระนครอยูถึงสองสามวัน คิดไมตกวา จะแกไขสถานการณ ประการใด การณขางในพระนครนั้น ทหารรักษาพระนครยังคงตอสูปองกันเมืองหลวงเปนสามารถ ยิงเกาทัณฑ ทิ้งกอนศิลา และทรายคั่วจากเชิงเทินกําแพง เมืองใสทหารที่ลอมพระนครบาดเจ็บลมตายลงเปนจํานวนมาก ขณะนั้นลูกนองเกาของตั๋งโตะสองคนคือลิบองและอองหอง ซึ่งเอาตัวรอดจากการตามลางบางพรรคพวกตั๋ง โตะของอองอุน โดยอาศัยวิชาจิ้งจกเปลี่ยนสี ทําทีเขาเปนพวกของอองอุน จึงยังคงรักษาตําแหนงขุนนางใน เมืองหลวงเอาไวได ครั้นไดทราบขาวสี่ทหาร เอกของตั๋งโตะเจานายเกายกกองทัพมาโจมตีเมืองหลวงก็มี ความยินดียิ่งนัก เห็นโอกาสที่พวกตัวจะเปนใหญอีกครั้งหนึ่ง ทั้งเห็นเปนโอกาส ที่จะแกแคนเอากับอองอุน ดังนั้นจึงระดมลูกนองเกาของตั๋งโตะที่เคย กินอยูไดเสียในทางผลประโยชนกันมาแตกอนแลวกอการเปนไสศึก ขึ้นในเมือง ครั้นเห็นเปนทีที่ภายในเมืองหลวงกําลังชุลมุนสูรบกับกองทัพของสี่ทหารเอกอยูบนเชิงเทินพระนคร จึงพา พรรคพวกไลฆาฟนทหารฝายเมืองหลวงที่รักษาประตูเมืองอยูนั้น แลวเปดประตูเมืองทั้งสี่ดาน กองทัพของลิ ฉุย กุยกี เตียวเจ และหวนเตียว จึงกรูกันเขาพระนคร ฆาฟนทหารที่รักษาเชิงเทินบาดเจ็บลมตายเปน อันมาก ทหารฝายเมืองหลวงที่เหลืออยูก็ยอมเขาสวามิภักดิ์แตโดยดี ลิโปเห็นเมืองหลวงแตกก็ตกใจ รีบตีฝาทหารของลิฉุย กุยกี เขา ไปในพระราชวัง ไปพบอองอุนที่ตึก บัญชาการแลววา บัดนี้เมืองหลวง ตกอยูในมือขาศึกแลว ใหรีบขึ้นมาตีฝาออกไปดวยกัน อองอุนบัดนี้เห็นทีคับ ขัน ครั้นจะหนีก็คงหนีไมรอดเพราะชราภาพ ทั้งไมตองการใหถูกตราหนาในภายหลังวาทอดทิ้งฮองเตใน ยาม วิกฤติจึงตัดสินใจรักษาชื่อเสียงเกียรติคุณแลววากับลิโปวา "เราจะหนีเอาตัวรอดนั้นไมควร ถึงจะตายก็เอา ความชอบไวภายหนา ทานจะไปก็ไปเถิด แตชวยเอาเนื้อความทั้งนี้ไปแจงแกหัวเมืองทั้งปวงวา เราคํานับไป ดวย บัดนี้เกิดเหตุขึ้นในเมืองหลวงใหหัวเมืองทั้งปวงตั้งใจทํานุบํารุงแผนดิน ยกกองทัพเขามาชวยกําจัดศัตรู ราชสมบัติเสีย" อองอุนในยามเขาตาจนจึงเพิ่งคิดถึงการทํานุบํารุงแผนดิน เพิ่งคิดขอใหหัวเมืองตางๆ ยกทัพ เขามากําจัดศัตรูแผนดิน ซึ่งถาหากไม ตั้งอยูในความประมาทคิดถึงเรื่องนี้และทําในเรื่องนี้เสียกอนก็จะไมตก อยูในสภาพอับจนเยี่ยงนี้ ถึงกระนั้นก็ยังคงคิดไวลายเสือเฒาใหลิโปชวยบอกกลาวบรรดาหัวเมืองตางๆ ถึง เกียรติคุณของตนที่ยอม ตายอยูกับฮองเตเพื่อจะไดมีชื่อเสียงปรากฏไวในประวัติศาสตร All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด ลิโปฟงคําอองอุนแลวยังพยายามชักชวนใหรีบหนีอีกหลายหน แตอองอุนก็ยืนหยัดเจตนาเดิม พอดีขณะนั้น ทหารของลิฉุย กุยกี เตียวเจ และหวนเตียว ยกตามมาและเขาลอมพระราชวังไวทั้งสี่ดาน แตไมกลาบุกรุกผาน
  2. 2. โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 2 ตอนที่ 51-100 หนาที่ 2 ประตูพระราชวังเขาไป เพราะสี่ทหารเอกและทหารเหลานั้นเดิมทีลวนเปนทหารอาชีพ เคารพตอกฎมณเฑียร บาล จึงยังคงเกรงพระบรมเดชานุภาพของฮองเต ตางคนตางก็อออยูแตภายนอกกําแพงพระราชวัง ลิโปเห็นสถานการณคับขัน ทั้งเพลิงก็ลุกไหมขึ้นภายนอกพระราชวังหลายแหง ครั้นจะเขาไปรับเอาเตียวเสี้ยน และครอบครัวออกมาก็ไมทันการ จึงรีบตีฝาออกจากประตูพระราชวังพา ทหารรอยเศษตีฝาหนีออกจากเมือง หลวงตรงไปหาอวนสุด ณ เมืองลําหยง อองอุนครั้นลิโปไปแลวจึงเดินทางเขาไปเฝาพระเจาเหี้ยนเตถึงพระ ตําหนักที่ประทับ กราบบังคมทูลรายงานสถานการณใหทรงทราบ วาบัดนี้สี่ทหารเอกของตั๋งโตะยึดไดเมือง หลวงแลว และยกทหารมาลอมพระราชวังไวทั้งสี่ดาน ดังนั้นจึงขอกราบบังคมทูลอัญเชิญเสด็จออกพระบัญชร สันติภาพ บนชั้นสองของพระที่นั่งเพื่อระงับการจลาจลตอไป พระเจาเหี้ยนเตจึงเสด็จออกพระบัญชรสันติภาพ ประทับบนระเบียงชั้นสองของพระตําหนักพรอมดวยขันที อาลักษณ และอองอุน แลวโปรดใหลิฉุย กุยกี เตียวเจ และหวนเตียว เขาเฝา ณ พื้นเบื้องลางของพระบัญชร นั้น สี่ทหารเอกรับทราบพระราชกระแสแลวก็พากันมาเฝาอยูขางลาง กราบถวายบังคมแลว พระเจาเหี้ยนเตจึง รับสั่งถามวาพวกเจายกทหารมาลอมพระราชวังนี้มีประสงคสิ่งใด สี่ทหารเอกกราบบังคมทูลวาที่กระทําการดังนี้ จะคิดเปนกบฏตอ แผนดินนั้นหามิได เนื่องจากเบื้องกอนนี้ตั๋งโตะเปนผูสําเร็จราชการแผนดิน และอัครมหา เสนาบดี ไดทํานุบํารุงบานเมืองและราษฎรใหเปนสุข แตอองอุนคบคิดกับลิโปสังหารตั๋งโตะเสีย แลวยึด อํานาจไวเสียเองโดยไมชอบดวยกฎหมาย พวกขาพระพุทธเจาปรารถนาจะสรางความ ถูกตองขึ้นในบานเมือง ธํารงบทกฎหมายใหศักดิ์สิทธิ์ เปนหลักและขื่อแปของบานเมืองเพื่อใหเกิดความสงบสุขสืบไป ดังนั้น จึงขอพระราชทานเอาตัวอองอุนมาประหารเสียในฐานะเปนกบฏตอแผนดิน เสร็จการแลว ขาพระพุทธเจาทั้งปวงก็จะ กลับคืนสูที่ตั้งตามเดิม อองอุนไดยินดังนั้นจึงกราบบังคมทูลวาขาพระพุทธเจาเปน ขุนนางรับราชการในพระราชวงศฮั่นดวยความสัตยสุจริตติดตอกันถึง สี่แผนดิน เห็นตั๋งโตะเปนทรราชคิดแยง ชิงราชสมบัติ เบียดเบียนบาน เมืองและราษฎร ขาพระพุทธเจาจึงคิดกําจัดภัยแผนดินเสีย บัดนี้มีความวุนวาย ขึ้นในพระราชวังอันเนื่องมาแตความตองการตัวขาพระพุทธเจา ดังนั้นขาพระพุทธเจาจึงพรอมพลีชีวิตถวาย เปนราชพลี เพื่อใหเหตุการณวุนวายไดสงบลง และขอกราบถวายบังคมลา ณ บัดนี้ วาแลวอองอุนก็กระโดดลงจากระเบียงชั้นสองลงมาที่พื้นขางหนาสี่ทหารเอก ดวยความชราภาพและความสูง จึงทําใหอองอุนแขน ขาหักทรุดอยูกับที่ แตปากนั้นยังกลาอยูและรองขึ้นวา "ไอศัตรูราชสมบัติ กูอยูที่นี่แลว" สี่ทหารเอกอยากรูความถึงเหตุผลและผูคนที่เกี่ยวของในการสังหารตั๋งโตะ จึงถามอองอุนวาตั๋งโตะมีผิดสิ่งใด จึงคบคิดกับลิโปฆาเสีย และมีใครรวมเกี่ยวของดวยบาง อองอุนจึงวาฆาเสียเพราะตั๋งโตะเปนศัตรูราชสมบัติ เปนทรราช ขมเหงและทํารายขุนนางแลราษฎร พวกเจาก็รูอยูแกใจ หามีใครรวมมือดวยกูไม สี่ทหารเอกจึงวา ตอไปวา ครั้นเราทั้งสี่คนมีหนังสือมาสวามิภักดิ์ขอทําราชการดวย เหตุใดตัวจึงจองอาฆาตพยาบาทคิดสังหาร พวกเราสี่คนเลา อองอุนจึงวาเพราะพวกเจาเปนพวกทรราช ขณะนั้นอองอุนบาดเจ็บไดความทรมานนัก จึงยั่วสี่ ทหารเอกวาพวกมึงเปนกบฏ กูอยูในเงื้อมมือพวกมึงแลว จะฆาก็เรงฆาเสียเถิด สี่ทหารเอกไดฟงก็โกรธ ทั้ง เห็นจะซักไซไลเลียงใหอองอุนเปด ปากวามีใครเปนพวกคบคิดสังหารตั๋งโตะไมเปนผลแลว จึงเอาดาบฟน อองอุนถึงแกความตาย แลวสั่งใหทหารไปจับเอาบุตร ภรรยา และญาติพี่นองอองอุนฆาเสียทั้งสิ้น หลังจากอองอุนกระโดดลงไปใหสี่ทหารเอกฆาแลว พระเจาเหี้ยนเตสลดพระทัยอาลัยนักจึงเสด็จเขา สี่ทหาร เอกกราบถวายบังคมลาแลวพากันไปปรึกษาที่ตึกบัญชาการกองกําลังรักษาพระนคร แตคงใหทหารลอม พระราชวังไวอางวาเปนการถวายการอารักขาฮองเต สี่ทหารเอกเมื่อมาถึงกองบัญชาการกองกําลังรักษาพระ นครแลว ก็ใหทหารของตัวเขาประจําการ เปนทหารสังกัดกองกําลังรักษาพระนคร ทหารหนวยตางๆ ในพระ นครที่เขาสวามิภักดิ์เปนจํานวนมากก็ใหทําหนาที่ในหนวยสังกัดเดิม สี่ทหารเอกนั้นแรกเริ่มคิดอานกันแตเพียง เพื่อเสี่ยงตายตอสูเอา ตัวรอดแลวกาวมาถึงขั้นคิดสังหารอองอุนเพื่อแกแคน ครั้นยึดพระนครไดแลวก็เริ่ม สัมผัสวาสถานการณทั้งปวงไดตกอยูภายใตอํานาจการควบคุมของกองกําลังรักษาพระนคร ซึ่งพวกตนเปน คณะผูบัญชาการแลวโดยไมไดคิดฝน มารูตัวอีกทีหนึ่งก็กลายเปนคณะรัฐประหารที่ยึดอํานาจรัฐจากอองอุนมา ไวในกํามือเสียแลว คนหนึ่งประมาทจนอํานาจรัฐหลุดจากมือแลวถูกสังหารอยางทารุณ แตอีกสี่คนเพียงแคเสี่ยงเอาตัวรอดกลับ บังเอิญไดอํานาจรัฐมาครอง ดูประหนึ่งวาฟานั้นไรกฎเกณฑ แตความจริงนี่คือกฎเกณฑ ของฟา เนื่องเพราะ กฎเกณฑของฟานั้นไมขึ้นตอการคํานวณทางคณิตศาสตร ไมขึ้นตอกฎเกณฑของตรรกะ และไมขึ้นตอ เจตจํานงของผูคน แตใครเลาจักเขาถึงกฎเกณฑของฟาได All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  3. 3. โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 2 ตอนที่ 51-100 หนาที่ 3 เมื่อรูตัววาไดครองอํานาจรัฐอยูในมือฉะนี้แลว ลิฉุย กุยกี จึงคิดกาวตอไปถึงขนาดคิดลมราชวงศฮั่น สังหาร ฮองเต ตั้งระบอบการ ปกครองโดยสภารัฐประหาร แตเตียวเจ และหวนเตียว คัดคานวาแผนดินมีธรรมเนียมการ ปกครองในระบอบกษัตริย ราชวงศฮั่นไดสถาปนามารวม 400 ปแลว หัวเมืองจํานวนมากยังคงจงรักภักดีตอ ราชวงศฮั่น เจาเมืองจํานวนมากก็เปนพวก "แซเลา" เชื้อสายของพระเจาฮั่นโกโจเลาปง ทั้งราษฎรก็เคยชินใน ระบอบกษัตริย หากลมฮองเตเสียแลวบรรดาหัวเมืองก็จะยกกองทัพเขามา ราษฎรก็จะกอการจลาจล พวกเราก็ จะคุมสถานการณไวไมได ดีรายอํานาจวาสนา ที่มีอยูในวันนี้ก็จะสูญสิ้นไป กระไรเลยควรคงราชวงศฮั่นและ พระเจาเหี้ยนเตไวดังเดิม แลวพวกเราครองอํานาจรัฐแบบตั๋งโตะ บานเมืองก็จะเปนปกติสุขสืบไป ที่ประชุมสภารัฐประหารเห็นชอบดวยกับความคิดของเตียวเจ และหวนเตียว และตกลงกันตอไปวาตองรีบ สลายตัวสภารัฐประหาร แลวกราบบังคมทูลใหพระเจาเหี้ยนเตโปรดเกลาฯ ใหดํารงตําแหนง ขุนนางตาม ระบอบการปกครองปกติ เพื่อสลายคราบเผด็จการออกไปแลวใชเสื้อคลุมของฮองเตคุมตัวใหไดครองอํานาจ เผด็จการไดโดย ชอบดวยกฎหมาย จากนั้นแลวจึงคอยคิดอานกําจัดศัตรูทางการเมือง อยางเปนขั้นตอน วาง ฐานอํานาจภายใตฮองเตใหมั่นคงยั่งยืน เมื่อปรึกษาพรอมกันแลวจึงพากันไปขอเขาเฝาพระเจาเหี้ยนเต พระ เจาเหี้ยนเตเสด็จขึ้นใหสี่ทหารเอกเขาเฝา แลวรับสั่งถามวาเดิมทีพวกเจายกกองทัพมาอางวาตองการตัว อองอุน บัดนี้อองอุนก็ตายแลว เหตุใดจึงยังไมยกทัพกลับไปอีกเลา สี่ทหารเอกบัดนี้ประดุจดั่งเสือรายที่เพิ่งได สัมผัสรสเลือดจึงยอมเปนวิสัยเสือที่ไหนเลยจะละวางเสียแตเพียงเทานี้ มีแตจะกระทําการตามอําเภอใจของ สัตวเดรัจฉานตอไปเทานั้น สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม เปดตัวตนตํารับลวงโลก (ตอนที่ 52) สี่ทหารเอกฟงรับสั่งของพระเจาเหี้ยนเตแลวกราบบังคมทูลวา พวกขาพระพุทธเจาทําราชการมีความชอบมา แตกอน แตหามีผูใด กราบบังคมทูลเสนอความชอบใหไม บัดนี้พวกขาพระพุทธเจาประสงคจะเปนขุนนางรับ ราชการในเมืองหลวง จึงขอรับพระราชทานพระกรุณา พระเจาเหี้ยนเตฟงคํากราบบังคมทูลก็รูความนัย จึง รับสั่งถามตอไปวา พวกเจาตองการตําแหนงใดขอใหวามา สี่ทหารเอกฟงรับสั่งแลวคิดไมทันวาจะทูลขอรับ พระราชทานตําแหนงใดเพราะไมได เตรียมตัวมากอน ทั้งไมรูสายสนกลในในการบริหารราชการแผนดิน จึงไม สามารถกราบทูลตอไปได ตางคนตางอ้ําอึ้งอยูพักหนึ่งแลวลิฉุย กุยกี จึงกราบทูลวาขาพระพุทธเจาขอเวลา กลับไปปรึกษากันกอนแลว กราบถวายบังคมลา ลาภวาสนาอันไดมาโดยบังเอิญ และบังเอิญเสียจนไมรูวาจะเอา อยางไรกันดี คลายๆ กับยาจกตกเขาไปใน แหลงมหาสมบัติ ไมรูจะหยิบฉวยเอาสิ่งใด ไดแตหูพราตาลาย ไมตางกระไรกับคณะรัฐประหารบางคณะที่ยึด อํานาจแลวไมมีสติปญญาคิดอานวาจะทําการอยางใดสืบไป จนในที่สุดกลับยกเอาอํานาจนั้นใหคนอื่นเสียดื้อๆ แตลิฉุย กุยกี เตียวเจ และหวนเตียวนั้น แมจะเปนทหารบานนอก แตยังคงความเฉลียวฉลาดกวาคณะ รัฐประหารบางคณะ จึงขอเวลาตั้งหลักคิดอานกันใหม ครั้นกราบถวายบังคมลากลับมายังกองบัญชาการกองกําลังรักษาพระนครแลว จึงปรึกษากันวาจะขอรับ พระราชทานตําแหนงใด แตในที่สุดก็ไมรูวาจะขอรับพระราชทานตําแหนงใดจึงจะครองอํานาจ รัฐไวได ตามปกติ ดังนั้นจึงใหไปเชิญเจากรมกําลังพลและนักวิชาการ มาปรึกษาวาตําแหนงใดที่ครองแลวจะมีผลเปน การครองอํานาจรัฐไดสืบไป เมื่อปรึกษาตกลงกันแลว จึงทําเปนหนังสือกราบบังคมทูลขอ รับพระราชทาน ตําแหนงใหลิฉุยเปนผูสําเร็จราชการแผนดิน เปนผูบัญชาการกองทัพภาคกลาง และเปนผูบัญชาการกองกําลัง รักษาพระนคร กุยกีเปนผูบัญชาการทหารสวนหลัง และขุนนางผูใหญมี ตําแหนงเฝา เตียวเจเปนผูบัญชาการ ทหารฝายซาย และหวนเตียว เปนผูบัญชาการทหารฝายขวา พระเจาเหี้ยนเตทอดพระเนตรหนังสือกราบบังคมทูลแลว ทรงโปรดเกลาฯ แตงตั้งใหสี่ทหารเอกดํารงตําแหนง ตามที่เสนอ นี่คือพระบรมราโชบายที่สอดคลองกับวิถีแหงฟา เปนไปตามหลักพิชัยสงครามที่ไมแตกหักเมื่อยัง แตกหักไมได เปนไปตามหลักสุดยอดกลยุทธหนึ่งในสามสิบหกประการ คือ "หนี" เมื่อยังเอาชนะไมไดนั่นเอง นับวาพระเจาเหี้ยนเตซึ่งเปนพระมหากษัตริย เมื่อสองพันปกอนทรงมีพระสติปญญายิ่งกวาพระมหากษัตริย พมาที่แข็งกราวแตกหักกับอังกฤษ ทั้งๆ ที่ไมมีน้ํายาที่จะตอกรดวยกองทัพของอังกฤษ เปนเหตุใหพมาตองตก เปนเมืองขึ้นอังกฤษในที่สุด All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  4. 4. โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 2 ตอนที่ 51-100 หนาที่ 4 ครั้นไดรับพระมหากรุณาโปรดเกลาฯ ใหไดรับตําแหนงตามที่ทูล ขอแลว ลิฉุย กุยกี จึงถอนทหารที่ลอม พระราชวังยกออกมาตั้งที่กองบัญชาการกองกําลังรักษาพระนคร และใหเตียวเจ หวนเตียว คุม ทหารยกไป รักษาเมืองฮองหลง ซึ่งเปนเมืองหนาดานและเปนเมืองยุทธศาสตรสําคัญในการปองกันขาศึก เมื่อไดอํานาจรัฐแลวก็ลงมือเลนพรรคเลนพวกตามวิสัยของนักการเมือง เหตุนี้ลิฉุย กุยกี จึงแตงตั้งใหลิบอง และอองหอง ลูกนองเกาของตั๋งโตะที่เปนพวกเดียวกันและเปนไสศึกเปดประตูเมือง รับกองทัพสี่ทหารเอกให เปนที่ขุนนาง สวนทหารที่มาดวยกันในกองทัพที่เปนตัวนายก็แตงตั้งเปนขุนนาง ระดับรอง ๆ ลงมาก็เลื่อน ยศ ตําแหนงใหทั่วถึงกัน นับวาลิฉุย กุยกี เปนนักการเมืองที่เอาพรรคเอาพวก เพียงขอใหเปนพวกเทานั้นยอม บําเหน็จรางวัลและผลประโยชนให ดังนั้นจึงมีนักวิชาการ บัณฑิต สื่อมวลชน และขุนนางขาราชการอื่น ๆ เขา มาเปนพวกดวยจํานวนมาก ครั้นใครมาเปนพวกแลวก็ใชอํานาจของตัวเขาปกปองประดุจแมไกที่ คอยกางปกปกปองลูกไกฉะนั้น เพราะ เหตุนี้พรรคพวกของลิฉุย กุยกีจึงมีจิตคิดกําเริบกลาทําชั่วชาไดทุกอยางทุกประการ โดยไมหวาดหวั่นยําเกรง กฎหมายบานเมือง เพราะถือดีวามีอํานาจรัฐปกปองคุมครองอยูทุกกรณี ไมวาจะผิดชั่วชาขนาดไหน ประการใด หลังจากใชอํานาจรัฐเกื้อกูลพวกพองแลวก็เผื่อแผถึงคนตายที่เปนนายเกาของตัว ลิฉุย กุยกี จึงสั่งใหตั้ง คณะกรรมการฟนฟูเกียรติยศของตั๋งโตะขึ้นคณะหนึ่ง ใหทําการคนหาซากศพของตั๋งโตะเพื่อทําพิธีศพใหมให สมเกียรติยศ แลวจะไดนําไปฝงตามธรรมเนียมตอไป คณะกรรมการชุดนี้คนหาไดแตเศษเนื้อและกระดูกของตั๋งโตะที่ถูกฝงอยูนอกพระนคร ดังนั้น จึงใหทําพิธีใหญ เอาเศษเนื้อ และกระดูกใสโลงอยางดีสําหรับศพพระบรมราชวงศ แลวใหเอาไมจันทนหอมแกะเปนรูปตั๋งโตะมี ขนาดเทาคนจริงเอามาตั้งในพิธีแลวเซนไหวอยางธรรมเนียม ลิฉุย กุยกี ตองการใหผูคนเห็นวาตั๋งโตะนั้นเปน รัฐบุรุษ มีคน เคารพรักอาลัยเปนอันมาก จึงเกณฑคนมารวมพิธีเซนไหวศพเปน เวลาสิบวันสิบคืน มีคนที่ถูก เกณฑมาเซนไหวศพในครั้งนี้ถึงสองลาน คน หากใครรองไหแบบสุดโศกเศราอาดูรก็จะมอบรางวัลให ดังนั้น จึงมีผูคนมารองไหตอหนาพิธีศพเปนจํานวนมากตลอด ระยะเวลาสิบวัน อาการรองไหนั้นสุดแสนจะโศกเศรา อาลัยรักเปนหนักหนา ยิ่งเสียกวาเปนศพบิดามารดาของตัวเสียอีก และกลายเปนธรรมเนียมรองไหหนาศพ ตอมาอีกนับพันป นี่แหละอานุภาพแหงอํานาจเงินตรา ซึ่งอยาวาแตชั้นรองไหเพียงเทานี้เลย ตอใหเปนชาติ ศาสนา พระมหากษัตริยก็อาจถูกคน ขายตัวขายไดอยางไมอาลัยไยดี เหลาขุนนางขาราชการเห็นบานเมืองเขาสูยุค "ตาหลิ่วก็หลิ่วตาตาม" จํานวนมากที่เคยรวมอยูในเหตุการณสังหารตั๋งโตะ หรือเคยรวมสาปแชงศพตั๋งโตะก็พา กันมาเซนไหวศพตั๋งโตะกันเปนการใหญ พระเจาเหี้ยนเตแมยังทรงพระเยาว แตทรงทราบสถานการณดี วาควร ตองวางพระองคอยางไร ดังนั้นจึงทรงพระราชทานของเซนไหว ศพตั๋งโตะอยางธรรมเนียมเชื้อพระวงศชั้น ผูใหญ ลิฉุย กุยกี เห็นเชนนี้ก็ดีใจยิ่งนัก ภาพที่สรางขึ้นเพื่อลวงโลกกลับมาหลอกตัวเองใหหลงไปวาตั๋งโตะ นั้นมีผูคนเคารพรักนับถือศรัทธาเปนจํานวนมาก ดังนั้นจึงตองประพฤติปฏิบัติตามแบบอยาง ของตั๋งโตะ และ นํานโยบายตางๆ ของตั๋งโตะมาใชในการบริหารราชการแผนดินตอไป การบิดเบือนขอเท็จจริงเพื่อหลอกลวงชาวบานเชนนี้ถือเปนตนฉบับของการลวงโลก และเปนแบบอยางให นักการเมืองในยุคสองพันปตอมานําไปใช โดยไมคํานึงวาสิ่งที่บิดเบือนหลอกลวงนั้นจะสราง ความรูสึกที่เจ็บ แคนชิงชังแกอาณาประชาราษฎรอยางไร ในขณะที่น้ําทวมบานเรือนและทรัพยสินราษฎร และกระแสน้ํา พัด พาผูคนลมตายหายไปเปนจํานวนมาก แทนที่จะยอมรับวาเกิดอุทกภัย และบอกวามีแผนการแกไขอยางไร กลับบิดเบือนหลอกลวง เสียวานี่คือผลงานของรัฐบาลในการปองกันแกไขปญหาภัยแลงอยางไดผล ในบางป ภัยแลงคุกคาม ฝนฟาไมตก อากาศรอนและแลงจัด ดินแตกระแหง สัตวไมมีน้ํากิน พืชผลของเกษตรกร เสียหายทั่วประเทศ แทนที่จะยอมรับวาเกิดภัยแลงและบอกวามีแผนการแกไขอยางไร กลับบิดเบือน หลอกลวงวานี่คือผลงานของรัฐบาลในการแกไข ปญหาน้ําทวมอยางไดผล ครั้นสรางหนี้สินจนบานเมืองมี หนี้สินลนพนตัว ถึงขนาดที่ชาว นาทั้งประเทศตองขายขาวทั้งหมดที่ผลิตไดโดยไมตองเหลือไวกินก็ตองใช เวลาถึง สองรอยหาสิบปจึงจะชดใชหนี้ไดหมด แทนที่จะยอมรับความจริงแลวแกไขความผิดพลาดกลับหลอกลวง บิดเบือนดวยการออกคํานิยามวา "หนี้สาธารณะ" เสียใหม ตัดเอายอดหนี้จํานวนมากออกไปแลวบอกวาหนี้ สาธารณะมีจํานวนนอยนิดเทานั้น หลังจากออกมาตรการบีบบังคับธนาคารและสถาบันการเงินเพื่อ จะยึดมา เปนของรัฐแลวขายใหกับตางชาติซึ่งผิดพลาดมหันต สงผล ใหหนี้เนาเกิดขึ้นทวมทั้งระบบ แทนที่จะยอมรับ ความผิดพลาดกลับเอาหนี้เนาออกจากระบบไปกองไวหลังบาน คือไปใสไวในองคกร อีกองคกรหนึ่งแลว หลอกลวงบิดเบือนวาแกไขปญหาหนี้เนาไดสําเร็จแลว All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  5. 5. โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 2 ตอนที่ 51-100 หนาที่ 5 การหลอกลวงบิดเบือนถึงขนาดที่แมวาราษฎรไมมีเงินในกระเปา ไมมีจะกินและยากไร ซึ่งทุกผูคนสัมผัสความ จริงอยูกับตัว แตยังกลาหลอกลวงวาสามารถแกไขปญหาเศรษฐกิจถูกตอง ถูกทาง แลว ทุกคนมีรายไดมาก ขึ้นแลว มีเงินในกระเปาเพิ่มขึ้นแลว รายไดประชาชาติเพิ่มขึ้นแลว การโกหกหลอกลวงบิดเบือนของ นักการเมืองในยุคหลังดังกลาว นี้ นับไดวาไดพัฒนาวิชาลวงโลกของลิฉุย กุยกี จนกาวหนายิ่งกวาตนฉบับเดิม มากมายนัก ดังนั้นนักการเมืองลวงโลกเชนนี้จึงยอมถือไดวาเปนพวกลูกศิษย หลานศิษยของลิฉุย กุยกี ลูกนองผูซื่อสัตยของจอมทรราชตั๋งโตะ และตองนับวาเปนลูกศิษย หลานศิษยที่ยอด เยี่ยมยิ่งกวาคนรุน ปรมาจารยเทียบกันไมติด ครั้นเสร็จพิธีเซนไหวตามธรรมเนียมแลว จึงใหเชิญศพตั๋งโตะไปทําพิธีฝง ณ สุสานวีรชน แตครั้นจะทําพิธีฝง พระแมธรณีกลับลงทัณฑ สวรรคกลับสาปสงบันดาลใหเกิดพายุพัดแรงกลา ฝน ตกหนักหาใหญ น้ําทวม แผนดินถึงสองศอก เกิดอสุนีบาตผาถูกโลงศพตั๋งโตะแตกกระจัดกระจาย เศษเนื้อและกระดูกกระจายไปสิ้น ลิ ฉุย กุยกี รออยูในพิธีฝงศพตั๋งโตะจนกระทั่งพายุสงบ ฝนสราง ฟากระจางแลว จึงใหทหารไปเก็บรวบรวมเศษ เนื้อ เศษกระดูกมาผสมกันแลวใสไวในโลงใหม กวาจะเสร็จก็ลวงยามเที่ยงคืน ครั้นจะเอาโลงศพนั้นลงฝงอีกก็ เกิดพายุจัด ฝนตก แลวฟาผาลงที่โลงนั้นซ้ําอีก โลงแตกกระจาย เศษเนื้อและกระดูกที่ปนเปนรูปตั๋งโตะก็แตก กระจายแหลกละเอียดสิ้น ลิฉุย กุยกี ยังไมละความพยายาม พอฝนสรางก็สั่งใหเก็บรวมรวมเศษเนื้อและกระดูก ของตั๋งโตะมาผสมเขากันอีกครั้งหนึ่ง แลวนํา ไปใสโลงใบใหมเพื่อเตรียมฝงจนถึงเวลาใกลจะสวาง แตครั้นจะ ฝงอีก ครั้งหนึ่งก็เกิดเหตุการณเชนเดิมคือเกิดลมพายุพัดจัด ฝนกระหน่ําจนน้ําทวมพื้นดินและเกิดฟาผาถูกโลง ที่ใสเศษเนื้อและกระดูกของตั๋งโตะนั้นแหลกละเอียดกระจายจนไมเปนชิ้นดี ไมสามารถจัดเก็บรวบรวมมาฝงได อีกตอไป ตั๋งโตะตายไปแลว ในตอนที่เปนศพก็ถูกทหารเอาไสตะเกียงเจาะใสทองจุดเปนตะเกียงจนซากศพถูกเผาไหม ดวยไฟแหงน้ํามือคน ครั้นเก็บเศษเนื้อและกระดูกมาทําพิธีฝงกลับถูกไฟแหงสวรรคบันดาลทําลายจนไม สามารถฝงไดตามธรรมเนียม นี่หาใชเนื่อง จากเหตุอื่นใดไม หากเนื่องเพราะผลกรรมที่ทําชั่วชาไวกับแผนดิน และราษฎรจนแมแตฟาก็ไมอาจใหอยูใต แมพระธรณีก็ไมอาจใหอยูบน แตกระนั้นพฤติกรรมลวงโลกของลิฉุย กุยกี ที่กระทําใหกับตั๋งโตะนั้นก็ยังพอนับวาเปนลูกนองที่ใชได เพราะไดแสดงออกถึงความจงรักภักดีตอ เจานายตัวจนถึงที่สุด ความดีของลิฉุย กุยกี ถาหากจะยกขึ้นแสดงก็คงมีประการนี้ประการเดียวเทานั้น ครั้นฝงศพตั๋งโตะไมสําเร็จเพราะฟาดินไมยอมรับเปนที่คุมและรองรับคนแบบตั๋งโตะแลว ลิฉุย กุยกี จึง จําเปนตองกลับเขาเมืองหลวง เริ่มกิจกรรมที่ชั่วชาทางการเมืองตอไปดวยการติดสินบนขันทีที่อยูใน พระ ตําหนักของฮองเตใหเปนสายลับคอยรายงานขาวความเคลื่อนไหวของพระเจาเหี้ยนเตใหทราบทุกประการ แต กระนั้นลิฉุย กุยกี ก็ยังคงเปนทหารที่ไมรูการแผนดิน จะสั่งการใดๆ ในการบริหารราชการแผนดินก็ฟนเฟอน วิปริตผันแปร แตยังดีที่รูสึกตัววาเปนการไมถูกตอง จึงใหหาจูฮีอดีตรองแมทัพใหญ ปราบโจรโพกผาเหลืองที่ ลาออกจากราชการเพราะไมสามารถจายเงินคาสวยสินบนแกสิบขันทีใหกลับเขารับราชการอีกครั้งหนึ่ง ตั้งเปน ขุนนางผูใหญในตําแหนงที่ปรึกษาผูสําเร็จราชการแผนดิน สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม สงครามขุนศึกภาคพายัพ (ตอนที่ 53) การสรางภาพลวงโลกที่ลิฉุย กุยกีไดจัดฉากสรางขึ้นในงานพิธี ศพของตั๋งโตะไดกลับมาหลอกลวงแลว ครอบงําความคิดของลิฉุย กุยกีวาพฤติกรรมและการกระทําแบบตั๋งโตะคือแบบอยางอันเปนที่ เคารพรักของ ราษฎร ดังนั้น รัฐบาลของลิฉุย กุยกี จึงสืบทอดเจตนารมณ นโยบาย และพฤติกรรม ตลอดจนการกระทําตางๆ ของตั๋งโตะเอามาใช แตหาไดสังวรและเฉลียวใจถึงเหตุการณในพิธีฝงศพของตั๋งโตะที่แมแตพระแมธรณียังไม ยอมรับเรือนราง และสวรรคก็ไมยอม รับใหอยูภายใตหลา วานั่นเปนผลจากความชั่วชาเลวทรามที่กระทําไวแต ประการใด เหตุนี้รัฐบาลของลิฉุย กุยกีจึงเปนรัฐบาลทรราชยแบบเดียวกับ รัฐบาลของตั๋งโตะเกือบทุกประการ ยกเวนก็แต เพียงสองอยางเทานั้นคือ ไมตั้งตัวเปนบิดาบุญธรรมของฮองเตอยางหนึ่ง และไมถึงกับเอาคนเปนๆ มาทอดใน งานเลี้ยงโตะอีกอยางหนึ่ง เมื่อเปนเชนนี้บรรดาขุนนางขาราชการและราษฎรจึงไดรับความเดือดรอนเหมือนกับ ครั้งตั๋งโตะอีกครั้งหนึ่ง สงผลใหหัวเมืองบางเมืองมีความคิดที่จะลมลางรัฐบาล และในหมูประชาชนหลายพื้น ที่ก็เกิดการเคลื่อนไหวที่จะลุกขึ้นสูอีกครั้งหนึ่ง เชื้อไฟขบวนการกูชาติของโจรโพกผาเหลืองจึงเริ่มปะทุขึ้นอีก ครั้งหนึ่งดวย All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  6. 6. โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 2 ตอนที่ 51-100 หนาที่ 6 ในดานขุนศึกนั้นมาเทง เจาเมืองเสเหลียงและคูเกลอคือหันซุย เจาเมืองเปงจิ๋ว ซึ่งเปนเจาเมืองครองดินแดน ภาคพายัพ ไดรับทราบ ขาวการกอกรรมทําเข็ญของรัฐบาลลิฉุย กุยกีแลว จึงปรึกษากันวาบัดนี้รัฐบาลของลิฉุย กุยกีเปนทรราชยเหมือนกับรัฐบาลของตั๋งโตะ จะปลอยไวอีกไมไดจําเปนตองกําจัดเสีย ดังนั้นจึงตองวางไสศึก ไวใน เมืองหลวงเพื่อจะไดกําจัดลิฉุย กุยกีไดโดยสะดวก สองเกลอปรึกษากันแลว จึงทําหนังสือลับถึง มหาดเล็กในพระเจาเหี้ยนเตสามคน ซึ่งสนิทสนมไววางใจกันมาแตกอนคือ มาฮู, ตงเซียง และเลาเฉีย ใหทํา การเปนไสศึกอยูในเมืองหลวง และใหนําความขึ้นกราบบังคมทูลพระเจาเหี้ยนเตทรงทราบวา เจาเมืองทั้งสอง จะยกกองทัพเขาเมืองหลวงเพื่อลมรัฐบาลของลิฉุย กุยกีเสีย มหาดเล็กทั้งสามคนไดรับหนังสือลับของเจา เมืองทั้งสองแลว มีความเห็นพองตองกันที่จะตองรวมลมลางรัฐบาลของลิฉุย กุยกี จึงพา กันไปเฝาพระเจา เหี้ยนเตเปนการสวนพระองคถึงขางในพระตําหนัก ที่ประทับกราบบังคมทูลใหทรงทราบความตามที่สองเจา เมืองบอกมานั้น พระเจาเหี้ยนเตทรงทราบความแลวมีพระทัยยินดียิ่งนัก จึงมีพระราชหัตถเลขาไปยังสองเจาเมืองวาทรงขอบใจ ที่สองเจาเมืองเปนเดือดแคนดวย แผนดินและราษฎร หากทําการสําเร็จแลวจะโปรดใหเปนขุนนางผูใหญสาม มหาดเล็กรับพระราชทานพระราชหัตถเลขาแลว ก็นําไปมอบแกทหารเดินสารของมาเทง หันซุย เพื่อนําไป มอบแกสองเจาเมืองตอไป ครั้นมาเทง หันซุย ไดรับพระราชหัตถเลขาและทราบพระราชประสงคแลวมีความยินดียิ่งนัก จึงสั่งการใหเตรียม กองทัพจากทั้งสอง เมืองกําลังพลสิบสองหมื่นเคลื่อนทัพจากภาคพายัพสูเมืองหลวง เสนทางเดินทัพจาก เมืองเสเหลียงและเมืองเปงจิ๋ว ไปเมืองเตียงอันเปนระยะทางไกลกวาสามรอยกิโลเมตร เสนทางทุรกันดาร กลางวันรอนจัด กลางคืนหนาวจัด ดังนั้นแมกองทัพทั้งสองเมืองจะเปนกองทัพมาที่เกงกลาสามารถก็ตองหยุด พักเปนระยะๆ ครั้นเดินทัพมาถึงกลางทางหนวยลาดตระเวนของเมืองหลวงก็ไดรับขาวศึกจึงรีบสงใบบอก รายงานใหรัฐบาลทราบ ลิฉุย กุยกี จึงใหหาเตียวเจ และหวนเตียว ซึ่งเปนแกนนําสําคัญของรัฐบาลพรอม ดวย กาเซี่ยงกุนซือคนสําคัญมาประชุมเพื่อเตรียมรับมือกับสงคราม ขุนศึกภาคพายัพ และปรึกษาวาจะคิดอานวาง แผนการสงครามประการใด กาเซี่ยงกุนซือคนสําคัญของรัฐบาลไดเสนอความเห็นวาการศึกครั้งนี้ไมนาหนักใจแตประการใด แลวยก สถานการณของทั้งสองฝายขึ้นแสดงตอที่ประชุมวา ขาศึกเดินทัพมาแตทางไกล และไมมีหัวเมือง ราย ทางเขารวมดวย ดังนั้นยิ่งเดินทัพลึกเขามาทางเมืองหลวงมากเทาใด ไพรพลยอมยากลําบาก และออนลาลง มากขึ้นเทานั้น การลําเลียง เสบียงก็จะไมสามารถลําเลียงสนับสนุนไดทันตอความตองการ ยิ่งใกล เมืองหลวง เทาใดเสบียงอาหารก็จะลําเลียงไดนอยลงเทานั้น ในที่สุดก็จะคงเหลือเพียงเสบียงที่ติดตัวมาซึ่งใชในกอง ทัพไดไมนาน หลังจากแสดงสภาพการณของฝายขาศึกแลว กาเซี่ยงก็ไดแสดง สภาพการณของฝายเมืองหลวงวาฝายเมือง หลวงตั้งมั่นอยูในพระนคร มีกําแพงเชิงเทิน คายคู หอรบพรอมสรรพ ทหารก็พรอม เสบียงก็มาก กําลังของ เมืองหลวงในยามปะทะขาศึกจะมีความสดชื่นยิ่งกวาขาศึกที่ออนลาอิดโรย กาเซี่ยงจึงสรุปวาสถานการณ สงครามของทั้งสองฝายเปนดั่งนี้ ทําใหเวลายิ่งเนิ่นนานไปเพียงใดยอมเปนโทษแกขาศึกเพียงนั้น และเปนคุณ แกฝายเมืองหลวงเพียงนั้น วาแลวจึงถามที่ประชุมวาสภาพการศึกครั้งนี้เปนดั่งนี้ใชหรือไม ที่ประชุมยอมรับ สภาพการสงครามระหวางขาศึกกับฝายเมืองหลวงตามที่กาเซี่ยงไดกลาวมาทั้งนั้น ลิฉุยจึงใหกาเซี่ยงเสนอ แผนยุทธการตอไป กาเซี่ยงจึงวาเมื่อปจจัยพื้นฐานของสงครามระหวางขาศึกกับเรา เปนดั่งนี้แลว ปจจัยพื้นฐานเหลานั้นจึงกําหนด ยุทธการใหฝายเมืองหลวงเปนฝายตั้งรับ และรอคอยโอกาสโจมตี ทั้งกําหนดแผนการยุทธใหขาศึกยกลวง มาถึงชานกําแพงพระนคร ในที่สุดขาศึกก็จะหมด เสบียงแลวตองถอนทัพกลับไป ถึงเวลานั้นฝายเมืองหลวง จึงยกตาม ตียอมจะไดรับชัยชนะเปนมั่นคง ลิบองกับอองหอง สองขุนนางที่ไดรับแตงตั้งใหมเปนบําเหน็จ ความชอบที่เปดประตูเมืองรับทัพลิฉุย กุยกี ไมเห็นดวยกับแผนยุทธการของกาเซี่ยง และเสนอแผนยุทธการ ใหมใหฝายเมืองหลวงยกกองทัพไปโจมตีขาศึก มิใหยกลวงเขามาถึงพระนครได โดยอางวาจะกอใหเกิดความ ตระหนกตกใจแกราษฎร แลววาขาพเจาทั้งสองขอนําทหารเพียงหมื่นคนไปตัดเอาศีรษะมาเทง หันซุย มาให จงได All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด ลิฉุย กุยกี เห็นชอบตามแผนการยุทธของสองขุนนาง แตกาเซี่ยง ทวงติงวาการยกทัพไปครั้งนี้จะเสียทีแก ขาศึกเปนมั่นคง เพราะเมื่อฝายเรายกทัพไปทางไกลก็จะสูญเสียความไดเปรียบที่มีอยูจากการตั้งรับและมี สภาพไมตางกับขาศึก แตเนื่องจากขาศึกมีกําลังพลมากกวาทั้งการยุทธจะเกิดขึ้นในพื้นราบรบกันดวยกําลัง ทหารมายอมมีสภาพเปนรองฝายกองทัพเมืองเสเหลียงที่มีความเชี่ยวชาญการรบบนหลังมา ฝายเมืองหลวงจึง
  7. 7. โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 2 ตอนที่ 51-100 หนาที่ 7 เสียเปรียบในทุกทาง ลิบอง อองหอง ฟงคํากาเซี่ยงแลวไมพอใจจึงวาการยกไปครั้งนี้ถาหากไมไดหัวมาเทง หันซุย กลับมาก็ขอใหเอาหัวของขาพเจา สองคนแทน แตถาขาพเจาไดหัวของสองเจาเมืองมาแลวก็ให กาเซี่ยง มอบศีรษะแกขาพเจา กาเซี่ยงไมรับคําทาของสองขุนนาง ยังคงเสนอตอไปวาถาจะให ลิบอง ออง หอง ยกไปก็จะเสียทีแกขาศึกเปนแมนมั่น แตเพื่อไมใหเสียการขาพเจาขอเสนอใหทานแมทัพเตียวเจ และ หวนเตียว ยกทหาร อีกหมื่นหนึ่งไปตั้งมั่นไวที่เขาเจียวจิด ซึ่งอยูทางทิศตะวันตกหางจาก เมืองหลวงไป ระยะทางสองพันหารอยเสน หรือประมาณหนึ่งรอยกิโลเมตร ณ เขาลูกนี้เปนชัยภูมิสําคัญ เพราะภูมิประเทศมี ทางเดินทัพเฉพาะตามซอกเขาเทานั้น ถึงขาศึกมีกําลังพลมากกวาก็ถูกสภาพ ภูมิประเทศบีบบังคับใหเสมือน นอย หากลิบอง อองหอง เสียทีมาฝายเมืองหลวงก็ยังคงสามารถยันทัพขาศึกไวได ณ ที่นี้ การสงคราม ครั้งนี้ เราก็จะไมเสียทีแกขาศึก ปรากฏวาคณะฝายทหารทั้งหมดในที่ประชุมไมเห็นดวยกับขอเสนอของกาเซี่ยง ดังนั้นลิฉุย จึงสั่งใหจัด กองทัพพลหมื่นหาพันคนใหลิบอง และอองหองยกไปรบดวยมาเทงและหันซุยตามแผนของสอง ขุนนาง ดังกลาว กาเซี่ยงที่ปรึกษาเห็นเชนนั้นก็มิไดวากลาวประการใด คงรําพึง แตในใจวา "แลวจะไดเห็นดีกัน" ลิ บอง อองหอง ยกกองทัพออกจากเมืองหลวง เดินทัพไปไดประมาณสองพันเสนก็เผชิญหนากับกองทัพภาค พายัพของมาเทงและหันซุย ดังนั้นทั้งสองฝายจึงตั้งคายลงในลักษณะประชิดกัน เตรียมการยุทธขั้นแตกหัก ตอไป ครั้นรุงขึ้นทหารของทั้งสองฝายจึงยกออกจากคาย ตั้งขบวนเรียงหนากระดานเขาหากัน เวนพื้นที่เปนลานรบไว ตรงกลาง แมทัพนายกอง ของทั้งสองฝายออกมายืนมาอยูหนาทหารของฝายตน เปนการเตรียม การทําศึก โดยอาศัยฝมือทหารเอก หลังจากเปดฉากดากันตามธรรมเนียมแลว กองทัพภาคพายัพจึงสงมาเฉียวผูเปนบุตร มาเทงและเปนทหารเอกออกรบ มาเฉียวนั้น สามกกฉบับเจาพระยาพระคลัง (หน) วา "อายุสิบแปดป หนาดังสี หยก กิริยาวองไว" แตสามกกฉบับสมบูรณกลาววา เปน "หนุมนอยสีหนาดังหยกขาว ดวงตาดุจดาวตก รางดุจ พยัคฆ แขนคลายวานร ทองเหมือนเสือดาว เอวดั่งสุนัขจิ้งจอก" ซึ่งดูออกจะมีลักษณะพิกล จึงเอาเปนวามา เฉียวนั้นอายุสิบแปดป มีหนาขาวประดุจดังหยก ดวงตาคมวาว แข็งแรง แคลวคลองวองไว มาเฉียวรับคําสั่ง แลวก็ขับมาศึกมือถือทวนยาวออกมากลางลาน รบฝายอองหองเห็นมาเฉียวยังเปนเด็กนักคิดวาจะเอาชัยได โดยงายจึงชักมาออกมากลางลานรบ ทั้งสองฝายขับมาประอาวุธกันเพียง หาเพลง มาเฉียวก็เอาทวนแทงออง หองตกมาตาย แลวชักมาหันหลังจะกลับเขามาในแถวทหารของเมืองเสเหลียง ฝายลิบองเห็นออง หองตายก็ โกรธ ขับมาถืองาวไลตามมาขางหลังมาเฉียว แตมาเฉียวทําเปนไมเห็น ฝายมาเทงผูบิดาเปนหวงมาเฉียวจึง รองตะโกนใหระวังวาขาศึกกําลังไลตามมาขางหลัง พอดีลิบองขับมาเขามาใกลไดจังหวะงาวจึงเงื้องาวขึ้นจะ ฟนมาเฉียวมาเฉียวสังเกตความเคลื่อนไหวของลิบองอยูทุกฝเทา ครั้นเห็น ลิบองเอางาวฟนลงมาก็เอี้ยวตัว หลบพรอมกับชักมาเขาประกบมาของ ลิบอง แลวกระโจนไปบนหลังมาของลิบองจับลิบองไดบนหลังมานั้น แลวเอามาสงแกมาเทงผูบิดา มาเทงเห็นไดทีจึงใหสัญญาณทหารบุกเขาโจมตีกองทัพของลิบอง อองหอง ซึ่งกําลังขวัญเสียเพราะสูญเสีย แมทัพไปทั้งหมด จึงแตกตื่น วิ่งหนีถูกทหารภาคพายัพฆาตายเปนจํานวนมาก และที่ถูกจับเปนก็ไมนอย กองทัพลิบอง อองหอง จึงแตกพายไป มาเทงและหันซุยไดรับชัยชนะในศึกยกแรกแลว จึงเคลื่อนทัพ ภาค พายัพเดินทางเขาเมืองหลวง แลวตั้งคายประชิดกําแพงพระนคร ครั้นตั้งคายเสร็จแลวจึงสั่งใหตัดศีรษะลิบอง และอองหองเสียบประจานไวที่หนาคาย ลิฉุย กุยกี ทราบขาวศึกวาลิบอง อองหอง เสียทีแกขาศึกและกองทัพ ภาคพายัพยกลวงมาประชิดกําแพงพระนคร จึงเรียกประชุมแมทัพนายกอง ณ กองบัญชาการกองกําลังรักษา พระนคร และสั่งให หากาเซี่ยงที่ปรึกษาเขารวมประชุมดวย ลิฉุย เปดประชุมแลวกลาววาเปนความผิดของเรา เองที่ไมฟงคํา กาเซี่ยง การณจึงเสียทีแกขาศึกถึงเพียงนี้ เราไดพิจารณาการณประมาณการศึก และแผน ยุทธการของกาเซี่ยงอีกครั้งหนึ่งแลวเห็นวา เปนแผนการที่จะเอาชนะขาศึกได ดังนั้นจากนี้ไปใหปฏิบัติตาม แผนของ กาเซี่ยง ทุกประการ แลวลิฉุยจึงมีคําสั่งใหทหารทุกหนวยตั้งมั่นรับศึกในพระนครใหระมัดระวังรักษาเชิงเทิน คายคู หอรบตางๆ ให มั่นคงทุกดาน สงครามกับขุนศึกภาคพายัพที่ดําเนินการมาถึงชั้นนี้ ไดใหขอพิสูจนที่ชัดเจนอยางหนึ่งวา ความผิดถูกนั้นหาไดขึ้นอยูกับเสียงขางมากแตประการใดไม หากขึ้นอยูกับสติปญญาและขอมูลขาวสารที่ ถูกตองถองแทตางหาก แมจะเปนเสียงขางนอยแตถาหากมีสติปญญากําหนดแผนการขึ้นบนพื้นฐานของขอมูล ขาวสารที่ถูกตองแลว ยังดีเสีย กวาเสียงขางมากที่ไรสติปญญาและปราศจากขอมูลขาวสารที่ถูกตอง พระผูมี พระภาคเจาทรงตรัสวาการประชุมที่ไมมีบัณฑิตยอมไม ถือวาเปนการประชุม ซึ่งหากจะกลาวโดยสํานวนของ กิมยงก็ตองกลาววาการประชุมที่ไมมีบัณฑิตก็คือการผายลมนั่นเอง All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด
  8. 8. โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 2 ตอนที่ 51-100 หนาที่ 8 สามกกฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม กลยุทธสงบสยบความเคลื่อนไหว (ตอนที่ 54) กองทัพจากแดนไกลตั้งคายประชิดกําแพงพระนครแลวยกทหารออกมาทารบกับฝายเมืองหลวงทุกวัน ตีกลอง ศึกมาลอ โหรองดาทอฝายเมืองหลวงสักเทาใด ฝายเมืองหลวงก็ไมยอมออกรบ มิหนําซ้ํายังยั่วเยาดวยการไป ตั้งโตะจัดเลี้ยงบนกําแพงพระนคร ดื่มกินกันเปนที่สนุกสนานบางวันในขณะที่กองทัพจากภาคพายัพตั้งมั่นอยู ในคายภายในเมืองหลวงก็จัดดนตรีมาเลน เสียงมโหรีดังสนั่นไดยินไปถึงคายของ มาเทงและหันซุย การตั้งมั่น ประกอบเขากับการเลี้ยงโตะบนกําแพงพระนครและการเลนดนตรีภายในพระนครไดสรางความโมโหโกรธา ใหกับฝายมาเทง หันซุยเปนยิ่งนัก แตจะรบก็รบไมได เพราะฝายเมืองหลวงไมยอมรบดวย ยังคงตั้งมั่นรักษา เชิงเทินคายคู หอรบไวอยางเหนียวแนน อาการเชนนี้ดูเหมือนวามิใชการรบ แตแทจริงนี่คือการรบเพราะการตั้ง มั่นในลักษณะนี้เปนยุทธานุภาพชนิดหนึ่งที่ฝายเมือง หลวงกําลังใชทําลายฝายมาเทง หันซุย ใหออนเปลี้ยลง ทุกวี่วัน เปน ผลที่เกิดขึ้นจากแผนการอันไดกําหนดไวเปนอยางดีแลว เปนแผน การที่มีผลคือชัยชนะโดยไม ตองรบ นี่คือการสะทอนถึงสภาพที่กุมชัยชนะอยางแนแทไวในมือ ในขณะที่อีกฝายหนึ่งกลับดิ้นรนเพื่อจะ เอาชนะ และนั่นคืออาการของฝายที่กําลังจะพายแพนั่นเอง ทั้งสองฝายทําการยุทธตอกันในลักษณะเชนนี้จนเวลาผานไปสองเดือน กองทัพจากแดนไกลก็ขาดเสบียงลง ทหารออนลาอิดโรย และเสียขวัญทั้งกองทัพ ในขณะนั้นขาวการเคลื่อนไหวของสามมหาดเล็กที่เปนไสศึกให กับมาเทง หันซุยไดทราบไปถึงหูของลิฉุยวาเหตุที่กองทัพยกมาประชิดเมืองหลวงก็เพราะมาฮู ตงเซียง และ เลาเฉียเปนไสศึก ลิฉุยทราบความก็โกรธ สั่งทหารใหจับตัวสามมหาดเล็กพรอมครอบครัวมาประหาร แลวตัด ศีรษะเสียบไวบนเชิงเทิน ฝายมาเทงและหันซุยทราบขาววาสามมหาดเล็กซึ่งรับทําการเปน ไสศึกในเมืองหลวงถูกประหารเสียแลวก็สิ้น หนทางที่จะทําการศึกตอไป เพราะการณขางในก็มืดมิรูขาวคราวของฝายเมืองหลวง การณขางนอก กองทัพ จากภาคพายัพก็ขาดเสบียง ดังนั้นมาเทงและหันซุยจึงปรึกษากัน และเห็นชอบรวมกันวาใหถอยทัพกลับภาค พายัพ โดยแยกขบวนออกเปนสองกอง คือมาเทงคุมกองทัพเมืองเสเหลียง และหันซุยคุม กองทัพเมืองเปงจิ๋ว แลวแยกกันถอยทัพเปนสองทางกลับเมืองแตละเมืองปรึกษากันเสร็จแลว ครั้นเวลายามสามกองทัพจากภาค พายัพ ทั้งสองกองก็ถอนทัพเคลื่อนออกจากเขตเมืองหลวงคืนสูภาคพายัพ รุงขึ้นลิฉุย กุยกีไดทราบวาขาศึกถอนทัพยกถอยกลับไปตามแผนการความคิดของกาเซี่ยง จึงสั่งใหเตียวเจ และหวนเตียวยกทหาร ไปคนละกองไลตามตีกองทัพจากภาคพายัพ โดยเตียวเจไลตามตีกองทัพของมาเทง และหวนเตียวไลตามตีกองทัพของหันซุย เตียวเจและหวนเตียวรับคําสั่งแลวก็ยกทหารออกจากพระนครไล ตามตีกองทัพของมาเทงและหันซุยตามคําสั่งหวนเตียวยกทหารตามหันซุยมาถึงเขาตันฉอง หันซุยไดยินเสียง กองทหารไลตามมาเห็นธงประจําตัวแมทัพวาหวนเตียวคนบานเดียวกัน จึงชักมามาดานหลังทหารพบกับหวน เตียวแลวจึงกระทําคารวะตามธรรมเนียมแลววา เรายกมาทั้งนี้เพื่อกําจัดศัตรูราชสมบัติเสีย บัดนี้กองทัพของ เราขาดเสบียงจึงตองถอยทัพกลับ ขอใหทานเห็นแกไมตรีที่มีมาแตนอยปลอยเรากลับไปอยาใหตองกระทําศึก ตอกันใหเสียเลือดเนื้อทหารเลย หวนเตียวคารวะตอบหันซุยแลววาการครั้งนี้เปนเรื่องของแผนดินเปนการใหญ เราจะเห็นแกหนาคาตากันไมได ทานจงเตรียมใหพรอมเถิด เราจะเขาโจมตีทาน หันซุยจึงวา "เรายกมาทั้งนี้ก็เพราะหวังจะทํานุบํารุงแผนดินให อยูเย็นเปนสุข ถึงทานจะมิคิดถึงเรา ก็จงคิดถึงพระเจาเหี้ยนเตซึ่งครองราชสมบัตินั้นเถิด" หวนเตียวรูอยูกับอก วารัฐบาลของลิฉุย กุยกีเปนรัฐบาลทรราชย ขมเหงฮองเตกดขี่รังแกขุนนางราษฎร ครั้นไดยินความนี้ ความคิด กตัญูตอราชวงศฮั่นก็ประดังขึ้นในอกเห็นคลอยตามไปกับคําหันซุย มิไดกลาวตอบประการใด คงยืนมาเฉย อยูกับที่เปนทีปลอยใหหันซุย ยกทหารไปได หันซุยเห็นเชนนั้นจึงสั่งทหารใหเคลื่อนกองทัพรีบเดินทางกลับ เมืองเปงจิ๋ว ฝายหวนเตียวเมื่อเห็นกองทัพเมืองเปงจิ๋วยกกลับไปแลวก็ตั้งคายมั่นลง ณ ที่นั้นเพื่อติดตาม สถานการณวากองทัพภาคพายัพจะยกกลับไปจริงหรือวาจะยอนกลับมาใหม ฝายเตียวเจซึ่งยกกองทัพไลตาม ตีกองทัพเมืองเสเหลียงไปทันเขาจึงเขารบพุงกันเปนสามารถ มาเฉียวผูบุตรมาเทงไดเขารบดวยเตียวเจ แต เตียวเจสูกําลังมาเฉียวไมไดจึงถอยทหารกลับมาและมาสมทบดวยหวนเตียวตั้งคายมั่นรักษาการณอยูในที่นั้น All contents copyright (c) 1999-2002 บริษัท ไทยเดย ด็อท คอม จํากัด สามกกฉบับเจาพระยาพระคลัง (หน) วากองทัพของเตียวเจยกไลตามตีกองทัพเมืองเสเหลียงแตไมทันกัน จึง ยกกลับมาตั้งอยูกับหวนเตียว ในขณะที่คอยติดตามสถานการณอยูนั้น หลานของลิฉุยซึ่งมาในกองทัพของ หวนเตียวไดรูเห็นเหตุการณที่หวนเตียวพบหันซุยแลว ปลอยใหหันซุยถอยทัพกลับไปโดยไมโจมตีตามคําสั่ง ของลิฉุย จึงรีบกลับเขาเมืองหลวงนําความไปแจงใหลิฉุยทราบ ลิฉุยทราบความก็โกรธหวนเตียวที่ขัดคําสั่ง
  9. 9. โดย เรืองวิทยาคม ชุดที่ 2 ตอนที่ 51-100 หนาที่ 9 ทั้งเกรงวาในภายหนาหวนเตียวจะคบคิดกับมาเทง หันซุย ทรยศตอตัวเอง สิ้นความวางใจที่จะคบหาหวนเตียว อีกตอไป จึงเรียกกาเซี่ยงมาปรึกษาวาจะใหทหารไปจับตัวหวนเตียวมาฆาเสีย กาเซี่ยงจึงวาในขณะนี้บานเมือง ยังไมสงบสันติ หากทานสงทหารขึ้นไปจับตัวหวนเตียวเกรงวาจะเกิดศึกขึ้นภายในเพราะหวนเตียวนั้นใกลชิด สนิทสนมกับเตียวเจ และคุมทหารอยูนอกพระนคร หากรูวาทานจะเอาตัวมาฆาเสียคงจะไมยอมใหจับแตโดยดี แลวยอม คิดดิ้นรนตอสูจนเกิดเปนสงครามขึ้น ความสูญเสียก็จะติดตามมาโดยไมจําเปน ทั้งขาศึกก็อาจยกทัพ เขาเมืองหลวงซ้ําเติมเอาไดเราก็จะเสียทีไป ลิฉุยจึงปรึกษาวาทําอยางไรจึงจะกําจัดหวนเตียวไดโดยไมเกิดความเสียหายดังคําทาน กาเซี่ยงจึงวาขอให ทานมีหนังสือออกไปถึงเตียวเจและหวนเตียววาบัดนี้กองทัพมาเทง หันซุย ถอยกลับภาคพายัพแลว ไมจําตอง รอคอยฟงสถานการณตอไปใหรีบกลับเขาเมือง หลวงเพื่อรวมงานเลี้ยงฉลองชัยชนะ เมื่อเตียวเจ หวนเตียว กลับเขา มาแลวก็จะกําจัดเสียไดโดยงาย ลิฉุยเห็นดวยกับแผนการนี้ จึงใหทหารถือหนังสือไปบอกใหเตียวเจ และหวนเตียวใหยกกองทัพกลับเมืองหลวงตามคําของกาเซี่ยง สองแมทัพรับหนังสือของลิฉุยแลวมิไดคิด ระแวงสงสัยประการใด จึงยกกองทัพกลับเมืองหลวง แลวเตียวเจ หวนเตียวจึงไปรวมงานเลี้ยงฉลองชัยชนะที่ กองบัญชาการกองกําลังรักษาพระนคร ในขณะที่งานเลี้ยงฉลองชัยชนะดําเนิน฀

×