Interactive media

6,557 views

Published on

Media review: Internet/interactive

Published in: Business, Technology
1 Comment
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
6,557
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
12
Actions
Shares
0
Downloads
57
Comments
1
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Interactive media

  1. 1. ประวัติ Internet อินเทอร์เน็ต (Internet) มาจากคำว่า Inter และ net อินเทอร์ (Inter) คือ ระหว่าง หรือ ท่ามกลาง เน็ต (Net) คือ เครือข่าย (Network) อินเทอร์เน็ต (Internet) คือ เครือข่ายนานาชาติ ที่เกิดจากเครือข่ายเล็กๆ มากมาย รวมเป็นเครือข่ายเดียวกันทั้งโลก เป็นเครือข่ายสื่อสาร ซึ่งเชื่อมโยงกันระหว่างคอมพิวเตอร์ทั้งหมด ที่ต้องการเข้ามาในเครือข่าย
  2. 2. ประวัติ Internet <ul><li>ลักษณะของระบบอินเตอร์เน็ต เป็นเสมือนใยแมงมุม ที่ครอบคลุมทั่วโลก ในแต่ละจุดที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตนั้น สามารถสื่อสารกันได้หลายเส้นทาง ตามความต้องการ โดยไม่กำหนดตายตัว และไม่จำเป็นต้องไปตามเส้นทางโดยตรง อาจจะผ่านจุดอื่นๆ หรือ เลือกไปเส้นทางอื่นได้หลาย ๆ เส้นทาง การติดต่อสื่อสาร ผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต นั้นอาจเรียกว่า การติดต่อสื่อสารแบบไร้มิติ หรือ Cyberspace </li></ul>
  3. 3. <ul><li>รายงานตัวเลขเม็ดเงินโฆษณาจาก AGB Neilsen Media Research เดือนส . ค .52 พบว่า </li></ul><ul><li>ภาพรวมเม็ดเงินโฆษณามีมูลค่า 7,738 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.84% YoY โดยสื่อที่มีอัตราการ </li></ul><ul><li>เติบโตสูงได้แก่สื่อโรงภาพยนตร์ (+61%) สื่อเคลื่อนที่ (+35%) และสื่ออินเตอร์เน็ท (+22%) ปี ส . ค . 2008 มียอดโฆษณา 18 ล้านบาท ส . ค . 2009 เป็น 22 ล้านบาท </li></ul><ul><li>ขณะที่สื่อหลักอย่างโทรทัศน์ก็เติบโตดีขึ้น (+5%) สำหรับสื่อที่ปรับตัวลงหนักยังได้แก่สื่อนิตยสาร </li></ul><ul><li>(-21%) และสื่อวิทยุ (-8%) </li></ul>
  4. 4. ประเภทของการโฆษณาบนอินเตอร์เน็ต 1. เว็บไซต์ (Web Site) หรือ ที่มักเรียกกันว่า การมี โฮมเพจ (Home Page) ของตนเอง วิธีนี้ผู้ทำการโฆษณาผลิตภัณฑ์สามารถดูแลได้อย่างเต็มที่ในเรื่องเกี่ยวกับข้อมูล , เนื้อหา , คุณภาพ และวิธีการโต้ตอบกับผู้เข้าชมเว็บไซต์
  5. 5. 2. แบนเนอร์ (banners) เป็นการโฆษณาที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของตนเอง แต่ใช้วิธีซื้อพื้นที่และเวลาในเว็บไซต์ที่ดังๆ เช่น yahoo.com, google.com, sanook.com, microsoft.com หรือของผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต เช่น samart.co.th, loxinfo.co.th เป็นต้น โดยลงโฆษณาสินค้าและบริการของตนในเว็บไซต์นั้นลักษณะเป็นแถบภาพหรือข้อความ โดยแบนเนอร์เหล่านั้นจะเชื่อมต่อกับเว็บไซต์หลักของสินค้าที่โฆษณาอยู่
  6. 6. ข้อดี ของการทำธุรกิจเครือข่ายบน Internet <ul><li>ทำง่าย ศึกษาระบบต่างๆบนเว็บไซต์ได้เลย </li></ul><ul><li>ไม่เสียเวลา </li></ul><ul><li>ทำที่บ้านได้ ไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง </li></ul><ul><li>ไม่จำเป็นต้องพูดเก่ง </li></ul><ul><li>ไม่ต้องอธิบาย สาธิตสินค้า และไม่ต้องขายของในจำนวนมากๆ </li></ul><ul><li>ไม่จำเป็นต้องมีความรู้และประสบการณ์ </li></ul><ul><li>ความเสี่ยงในการลงทุนต่ำ </li></ul><ul><li>ผลตอบแทนกลับมาโดยใช้เวลาไม่มากและเป็นผลตอบแทนที่คุ้มค่า </li></ul><ul><li>สามารถตรวจสอบจำนวนครั้ง หรือสถิติต่างๆที่ผู้ชมหรือกลุ่มเป้าหมายคลิ๊กชมวิดีโอโฆษณาได้ </li></ul>
  7. 7. ข้อเสีย ของการทำธุรกิจเครือข่ายบน Internet <ul><li>ข้อเสียที่ใหญ่ที่สุดก็คือ สินค้าขาดความน่าเชื่อถือมากถึงมากที่สุด เพราะว่าคนส่วนใหญ่จะคิดว่า เป็นสินค้าประเภทหลอกลวง </li></ul><ul><li>สร้างทัศนคติที่ไม่ดีกับตัวแบรนด์ที่โฆษณา โดยเฉพาะกับผู้ชมประเภทที่ 3 เช่น ความรำคาญของลูกกะตา เวลาเห็นโฆษณาแฝง ก่อให้เกิดความไม่ชอบในตัวแบรนด์นั้นๆ </li></ul><ul><li>ค่าใช้จ่ายในการลงทุนในช่วงเริ่มต้น ค่อนข้างสูง ( ในกรณีทำเว็บไซต์ใหม่ ) </li></ul><ul><li>ต้องมีการปรับปรุงข้อมูลเว็บไซต์ให้ทันสมัยและเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ </li></ul>
  8. 8. Interactive marketing... บนสื่อออนไลน์ โฆษณาบนอินเทอร์เน็ตเป็นอินเตอร์แอคทีฟ มาร์เก็ตติ้ง ต่างจากทีวี ทำให้เราสามารถเก็บข้อมูลทุกอย่างว่า ลูกค้ามีพฤติกรรม และวิธี communicate กับแบรนด์อย่างไร สามารถรู้ข้อมูลแม้กระทั่งว่า ลูกค้าเห็นโฆษณาตอนกี่โมง เขาอยู่ในเว็บไซต์นานเท่าไหร่ เล่นกับโฆษณานี้อย่างไง กดปิด หรือเข้าไปเล่นต่อ และให้ความสนใจ Product ตัวไหน
  9. 9. ข้อแตกต่างของการทำตลาดบนอินเตอร์เน็ตกับการทำการตลาดแบบทั่วไป <ul><li>ได้แก่ ขั้นตอนการมีปฏิสัมพันธ์ (Interactive) การเก็บข้อมูลของลูกค้า (Database) และการเข้าถึงที่ไม่จำกัดเวลาและสถานที่ตามที่ลูกค้าสะดวก (Anytime-Anywhere Access) </li></ul><ul><li>ตัวอย่าง เว็บไซต์ amazon.com จะมีซอฟต์แวร์ที่ติดตามเก็บข้อมูล ความสนใจของลูกค้าแต่ละรายอย่างละเอียดทั้งสินค้าที่ลูกค้าซื้อ หรือสินค้าที่ลูกค้าเข้าไปดูแต่ไม่ได้ซื้อ แล้วนำข้อมูลนั้นมาใช้ทำโปรโมชันหรือเสนอสินค้าที่มี Value Added ให้กับลูกค้าเพื่อนำไปสู่การขายได้ </li></ul>
  10. 11. <ul><li>สื่ออินเตอร์เน็ตทำให้ amazon.com ทราบถึงความต้องการของลูกค้าและสามารถนำ In-depth Information เหล่านั้นมาทำ Tailor-Made Promotion เพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้าได้ เวลาที่เข้าไปในเว็บ amazon.com เว็บจะ List เพลง Jazz ที่เป็น Top 10 และ List หนังสือ ที่เป็น Recommendation List ในหมวดที่จะซื้อเป็นประจำออกมาเลยว่ามีเล่มใดน่าสนใจ แยกระดับความน่าสนใจด้วยการให้ดาว และสามารถเข้าไปดู Review ของแต่ละ Item ได้เลย หรือถ้าเป็นพวกเพลงก็เข้าไป Download หรือสั่งซื้อทางเมล์ได้เลยทันที </li></ul>
  11. 12. สำหรับข้อดีของ Interactive Media <ul><li>1. ทำให้ข้อจำกัดของพรมแดนทางภูมิศาสตร์หมดไป ขยายจาก Local ไป Global ในไทยมีหลายธุรกิจที่จะได้ประโยชน์จาก Interactive Media อาทิ ธุรกิจส่งออก เครื่องประดับ เพชรพลอย โรงแรม การท่องเที่ยว </li></ul><ul><li>2. ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตส่วนใหญ่มีรายได้ครัวเรือนสูงกว่ามาตรฐาน มีกำลังซื้อสูง มีการศึกษาสูง เหมาะในการทำการตลาดสินค้าที่เป็นไลฟ์สไตล์ และ Sophisticate Product ต่างๆ </li></ul><ul><li>3. อินเตอร์เน็ตเป็นสื่อที่ Exclusive สามารถสื่อสารได้อย่างเฉพาะเจาะจง สามารถระบุ ชื่อ ฐานข้อมูล และนำข้อมูลมากำหนดกิจกรรมการตลาด และโปรโมชันอื่นๆ ที่ตรงกับความสนใจของลูกค้าได้ </li></ul><ul><li>4. เป็นสื่อที่สะดวกสามารถเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา Convenient to Communicate at Anytime Anywhere </li></ul>
  12. 13. <ul><li>5. การทำ Relationship Program ให้กับลูกค้าที่เป็น Existing Customer ตัวอย่าง ซีพีเอ็น มีการทำ Marketing ผ่าน Interactive Media เพื่อเป็นทางเลือกในการให้ข้อมูลกับลูกค้า มีการเก็บข้อมูลลูกค้าจากการทำแคมเปญโปรโมชันต่างๆ หรือจาก Roadshow ตามศูนย์การค้าต่างๆ โดยจะนำข้อมูลที่ได้มานี้มาทำ Promotion พิเศษ Tailor-Made ให้กับลูกค้าแต่ละกลุ่ม เช่นกลุ่มที่ชอบเครื่องสำอาง กลุ่มที่ชอบทานอาหาร กลุ่มที่ชอบแฟชั่น มีการทำ What's New Newsletter ส่งอี - เมล์ให้เป็นประจำเพื่อ Update กิจกรรม โปรโมชันพิเศษ และมีคูปองให้สามารถ Download Online ได้ที่เว็บไซต์ และ Bluetooth Kiosk ของเรา และมีการจัด Workshop พิเศษให้กับลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย เป็นต้น </li></ul>
  13. 14. การโฆษณาทางอินเทอร์เน็ต www.sanook.com Leaderboard คือ พื้นที่โฆษณาทรงสี่เหลี่ยมขนาด 728x90 โฆษณาจะปรากฏบนพื้นที่ หรือส่วนผู้สนับสนับได้ตลอดเวลา หรือปรากฏตามหมวดหมู่
  14. 15. Leaderboard
  15. 16. Full Banner คือพื้นที่โฆษณาทรงสี่เหลี่ยมขนาด 468x60   โฆษณาจปรากฏบนพื้นที่หรือส่วนผู้สนับสนุนได้ตลอดเวลา หรือปรากฏตามหมวดหมู่
  16. 17. Text ( ข้อความโฆษณาพร้อมรูปภาพ ) คือ ข้อความโฆษณาพร้อมภาพประกอบเมื่อนำเม้าส์ไปวางบนข้อความ ภาพจะปรากฏขึ้น เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติม และดึงดูดความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย
  17. 18. Button Ads คือ พื้นที่โฆษณาทรงสี่เหลี่ยมขนาด 50x50, 60x60, 160x120, 174x64, 136x51, และอีกมากมาย
  18. 19. การโฆษณาทางอินเทอร์เน็ต www.sanook.com พื้นที่วางโฆษณา ตำแหน่งบนเว็บไซต์ ขนาด กว้าง x สูง ขนาดไฟล์ สูงสุด รองรับ ประเภทไฟล์ ภาพอนิเมชั่น ( วินาที ) Leaderboard ส่วนบนสุดของเว็บไซต์ 728x90 25K GIF, FLASH ไม่มี Text / Textlink พื้นที่จัดสรรสำหรับผู้สนับสนุน ออนไลน์บนหน้าสารบัญเว็บไซต์ และหน้าค้นหา ลิงค์ข้อความ 40 ตัวอักษรตัวช่องว่าง ไม่มี ตัวอักษร ไม่มี Rich Media (Floating Ads) หน้าสารบัญ / หน้าแรกของเว็บไซต์ 468x250 35K FLASH ไม่มี Streaming Media ( Video & Audio) ก่อนหน้าภาพวิดีโอ หรือไฟล์เสียงออนไลน์ วิดีโอ : 320x240 ออดิโอ : ไม่มี 250K 80K .wmv .wma สูงสุด 30 วิ . สูงสุด 30 วิ . Buttons Ads คอลัมน์ขวา บนหน้าแรก 160x1120 8K GIF, FLASH ไม่มี
  19. 21. Promotion ซื้อระยะยาว ยิ่งนานยิ่งลดมาก !!! ระยะเวลา ( เดือน ) ส่วนลด 3 10% 6 15% 12 20%
  20. 22. การโฆษณาทางอินเทอร์เน็ต การโฆษณาผ่าน Search Engine www.google.com ในรูปแบบของ Pay per Click ( จ่ายเมื่อคลิก ) โดยโฆษณาของท่านจะ ปรากฏตาม Keyword ที่ท่านได้เลือกไว้ การโฆษณาผ่าน Google Adwords นี้ ทางผู้ใช้บริการสามารถกำหนด คีย์เวิร์ด ได้เท่าที่ต้องการ ภายใน 5 นาที เว็บไซต์ของท่านจะแสดงผ่าน Google ซึ่งรวดเร็วและตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ( Target Market) ของท่านได้
  21. 23. การโฆษณาผ่าน Google Adwords เลือก click ที่ โฆษณาที่ปรากฎอยู่ทางขวามือ เพื่อเข้าสู่หน้า website โดยที่ท่านนั้นเอง จะเสียค่าโฆษณา ให้กับ Google ตามจำนวน click ที่เกิดขึ้นจริง
  22. 24. ราคาโปรโมทเว็บไซต์ที่หน้าแรกของ Google.com ภายใน 10 นาที เพียง 300 บาท
  23. 25. ค่าใช้จ่ายในการทำ Google AdWords รายละเอียดการลงโฆษณา 1 เดือน 6 เดือน 12 เดือน ค่าดูแลและจัดการโฆษณา 300 บาท 1,600 บาท 3,000 บาท จำนวน Keyword ไม่จำกัด ไม่จำกัด ไม่จำกัด จำนวน แคมเปญ ไม่จำกัด ไม่จำกัด ไม่จำกัด งบโฆษณาขั้นต่ำต่อเดือน ( จ่ายเป็นรายเดือน เติมเงินเมื่อไรก็ได้ ) 3,000 บาท 2,000 บาท กำหนดได้เอง
  24. 26. ข้อดีของการลงโฆษณาเว็บ Google <ul><li>การลงโฆษณากับ Google Adwords คือมั่นใจได้เลยว่าโฆษณาของเราะปรากฏสู่สายตาผู้ใช้บริการค้นหาทางอินเตอร์เน็ตเหล่านั้นแน่นอน และในประเทศไทยพบว่ามีผู้ใช้บริการถึง 98% ด้วย ดังนั้นไม่ว่าธุรกิจประเภทไหนสามารถมั่นใจได้เลยว่าเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากกว่า 80% แน่นอน </li></ul><ul><li>เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ นอกจากการเจาะจงกลุ่มลูกค้าด้วย Keywords แล้ว ในการทำโฆษณากับทาง Google เราสามารถเลือกภาษา สถานที่ และประเทศในการแสดงโฆษณาได้อีกด้วย ซึ่งจะช่วยให้โฆษณาของเราเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างแม่นยำมากขึ้น </li></ul>
  25. 27. ข้อดีของการลงโฆษณาเว็บ Google ( ต่อ ) <ul><li>มีความยืดหยุ่นสูงมาก ( เปลี่ยนแปลงและแก้ไขง่าย ) เพื่อใช้ข้อความโฆษณาของเรามีประสิทธิภาพมากที่สุด Google ได้อำนวยความสะดวกให้กับผู้ลงโฆษณา ในการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงข้อความโฆษณา หรือ Keywords ได้ตลอดเวลา </li></ul><ul><li>จ่ายค่าโฆษณาเมื่อมีคนคลิกโฆษณาแล้วเท่านั้น เราจะจ่ายเงินโฆษณาให้กับ Google ก็ต่อเมื่อมีผู้คลิกผ่านโฆษณาของเราเข้ามายังเว็บไซต์เท่านั้น </li></ul>
  26. 28. ข้อดีของ Google Adwords <ul><li>ใช้ระยะเวลาในการดำเนินงานเพียง 15 นาที </li></ul><ul><li>เลือก Keyword ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของท่านได้ไม่จำกัด </li></ul><ul><li>กำหนดตำแหน่งของโฆษณาได้แน่นอน ขึ้นอยู่กับราคาประมูล ณ ขณะนั้น </li></ul><ul><li>กำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างชัดเจน </li></ul><ul><li>ไม่ต้องคิดถึงกฎเกณฑ์ของ Search Engine </li></ul><ul><li>คนที่คลิกโฆษณาของท่าน คือผู้ที่สนใจใน บริการหรือสินค้าของท่านจริงๆ </li></ul><ul><li>ถ้าไม่มีคนคลิกโฆษณาของคุณ ก็ไม่ต้องจ่ายค่าโฆษณาให้กับ Google </li></ul><ul><li>กำหนด Title และ Description ของโฆษณาได้ </li></ul>
  27. 29. ข้อเสียของ Google Adwords <ul><li>ต้องจ่ายค่าบริการให้กับ Google ทุกครั้งที่มีคนคลิกโฆษณา </li></ul><ul><li>ราคาของ Keyword มีการขึ้นลงอยู่เสมอ </li></ul>
  28. 30. TARGET <ul><li>กลุ่มเป้าหมาย (Target Group) </li></ul><ul><li>กลุ่มเป้าหมายคือ เพศชายและหญิงวัยทำงาน อายุระหว่าง 15 -40 ปี ตั้งแต่ Gen m ,Gen y, Gen x มีฐานะปานกลางถึงดีเป็นหลัก </li></ul>
  29. 31. กรณีศึกษา PEPTEiN จัดทำ www.soypeptide.org เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์และมีจุดมุ่งหมายหลัก คือ การให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวสินค้า
  30. 32. รวมถึงการทำ www.peptein.com เพื่อเป็นการให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวสินค้าโดยตรง
  31. 33. การใช้เครื่องมือในการสื่อสารทางการตลาด <ul><li>ช่วงแรก ในการให้ความรู้แก่ผู้บริโภคเกี่ยวกับเรื่อง soy peptide ที่ดี และมีประโยชน์ต่อสมองอย่างไร มีการนำ key message ที่อยู่ในประเทศญี่ปุ่นมาเชื่อมโยงในสื่อสาร ผ่านสื่อต่างๆ ดังนี้ </li></ul><ul><ul><li>การจัดการประชุมสัมนาเชิงวิชาการ </li></ul></ul><ul><ul><li>ออกสกู๊ป หรือข่าวประชาสัมพันธ์ </li></ul></ul><ul><ul><li>Advertorial </li></ul></ul><ul><ul><li>จัดทำ Website เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง soy peptide ( www.soypeptide.org ) </li></ul></ul><ul><ul><li>กลุ่มเป้าหมายที่นักการตลาดต้องการสื่อสารในช่วงแรกนี้ คือ </li></ul></ul><ul><ul><li>ผู้นำทางความคิด และสื่อมวลชน </li></ul></ul><ul><ul><li>แพทย์และเภสัชกร </li></ul></ul><ul><ul><li>บุคคลทั่วไป </li></ul></ul>
  32. 34. <ul><li>ช่วงที่สอง ทำการสื่อสารให้ผู้บริโภคทราบว่า PEPTEiN มีส่วนผสมของ soy peptide และมีการวางจำหน่ายแล้วที่ร้าน 7-Eleven โดยในช่วงนี้จำเป็นต้องขายสินค้าให้เร็วกว่ากำหนด เนื่องด้วยปัญหาด้านการเมือง ทำให้โอสถสภาเลือกใช้ 7- Eleven เพราะเป็นช่องทางการจัดจำหน่ายในรูปแบบที่เป็น exclusive แต่ก็ยังต้องเน้นเรื่องราคาเพราะ 7- Eleven เรียก GP ในอัตราที่สูงมาก </li></ul>
  33. 35. <ul><li>ช่วงที่สาม การออกออกแคมเปญในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ผู้บริโภครับรู้ว่า PEPTEiN เป็นเครื่องดื่มที่สนับสนุนการใช้ความคิด โดยทำเหมือนการทิ้งระเบิดเพื่อให้ผู้บริโภคเกิดการรับรู้ให้ได้ โดยใช้สื่อ </li></ul><ul><ul><li>สื่อทางโทรทัศน์ (TVC) </li></ul></ul><ul><ul><li>Print Ads ต่าง ๆ </li></ul></ul><ul><ul><li>บูธแจกสินค้าตัวอย่าง </li></ul></ul><ul><ul><li>การโฆษณา ณ จุดขาย </li></ul></ul><ul><ul><li>โดยกลุ่มเป้าหมายในช่วงนี้ คือ กลุ่มเป้าหมายที่นักการตลาดกำหนดไว้ในวัตถุประสงค์ทางการสื่อสาร </li></ul></ul>
  34. 37. แนวโน้มอินเทอร์เน็ตในอนาคต <ul><li>ปัจจุบันประชากรทั่วโลกจะมีโทรศัพท์มือถือ หรือเครื่อง PDA ที่สามารถเข้าอินเทอร์เน็ตได้ โดยในอนาคตแนวโน้มของอินเทอร์เน็ตอาจจะมีการพัฒนามากขึ้น เช่น </li></ul><ul><li>การเลือกตั้งผ่านอินเทอร์เน็ต โดยผ่านตู้เลือกตั้งคล้ายกับตู้ </li></ul><ul><li>ATM ที่คนสามารถไปลงคะแนนเสียงได้ </li></ul><ul><li>การสั่งจ่ายยา หรือ การออกใบสั่งทางอินเทอร์เน็ต </li></ul><ul><li>การเข้าใจเสียงมนุษย์ของคอมพิวเตอร์ มีการสั่งงานด้วยเสียง </li></ul><ul><li>สามารถตรวจสอบความบกพร่องของตนเองได้ เหมือน </li></ul><ul><li>หุ่นยนต์ </li></ul>
  35. 38. Innovation <ul><li>การโฆษณาแบบ 3 มิติ ( 3D) เมื่อมีการคลิกที่รูปขวดแปบทีน จะมีเครื่องดื่มกระเด็นเข้าไปในปากของผู้เปิดเว็บไซด์ แบบโยนไปโยนมา แล้วให้ผู้เข้าชมเว็บไซด์เอาปากรับเครื่องดื่ม เพื่อเป็นการพัฒนาทักษะทางด้านสมอง </li></ul><ul><li>การโฆษณาผ่านเว็บแคม โดยเมื่อขยับเม้าส์ไปโดนในช่องตัวโฆษณา จะทำให้เกิดเป็น VDO ที่มีคนพูด หรือแนะนำตัวสินค้า และยังสามารถโต้ตอบได้ทันที ( โดยจะเห็นทั้งภาพเคลื่อนไหวและเสียง ) </li></ul>
  36. 39. Innovation <ul><li>สื่อโฆษณาทุกประเภทจะกลับกลายเป็น 3 มิติหรือ 3D ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น สื่อแบนเนอร์ สื่อโฆษณาเคลื่อนที่ สื่อโฆษณาบิวบอร์ด เป็นต้น </li></ul><ul><li>สื่อโฆษณาแบบถึงตัวผู้บริโภค โดยเมื่อเราเดินผ่านจออัตโนมัติของตัวโฆษณา ก็จะมีตัวสินค้าเด้งออกมาหาเหมือนกับกระป๋องเด้งดึ๋ง </li></ul>
  37. 40. ท่านจะสามารถพูดคุยโต้ตอบกับเว็บได้ “ การเข้าชม ” เว็บกำลังจะเปลี่ยนไปในช่วง 5 ปีข้างหน้า ในอนาคต ท่านจะสามารถท่องอินเทอร์เน็ตแบบแฮนด์ฟรีโดยใช้เสียงแทนข้อความโดยไม่ต้องใช้หน้าจอหรือคีย์บอร์ด ทั้งนี้ ในบางประเทศ เช่น อินเดีย ถ้อยคำที่พูดมีความสำคัญมากกว่าภาษาเขียนในระบบการศึกษา การบริหารราชการ และวัฒนธรรม ด้วยเหตุนี้ “ การพูดคุย ” กับเว็บกำลังพัฒนาแซงหน้าอินเทอร์เฟซอื่นๆ ทั้งหมด และโทรศัพท์มือถือก็กำลังเข้ามาแทนที่พีซีด้วยการใช้งาน “ เว็บไซต์เสียง ” (VoiceSite) ซึ่งสะดวกและเป็นประโยชน์สำหรับคนที่ไม่สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ต และผู้ไม่รู้หนังสือได้ และเมื่อเว็บสามารถเข้าใช้งานได้โดยใช้เสียง ทุกๆ คนจะสามารถใช้งานเว็บได้ง่ายขึ้น Innovation
  38. 41. อนาคตของอินเทอร์เน็ต : สัมผัสกับประสบการณ์การใช้งานที่มีภาพมากขึ้นและตัวอักษรน้อยลง ในขณะที่มีการพัฒนาโปรเซสเซอร์ของอินเทลให้มีจำนวนคอร์เพิ่มมากขึ้นในอนาคต ฝ่ายทีมวิจัยจากห้องทดลองของอินเทลเชื่อว่าการเปลี่ยนเข้าสู่เทคโนโลยีการประมวลผลแบบคู่ขนาน (Parallel Computing) อย่างแท้จริง จะนำไปสู่ระบบอินเทอร์เน็ตในอนาคตที่มีการใช้ภาพกราฟฟิกแบบสามมิติเพิ่มมากขึ้น และใช้ตัวอักษรน้อยลง                     ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้งานสัมผัสประสบการณ์การใช้งานอินเทอร์เน็ตแบบสมจริงมากยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยีแสดงผลด้วยภาพ (Visualization) แบบ 3 มิติที่สมจริงเป็นพิเศษ และอินเตอร์เฟซที่เชื่อมต่อระหว่างผู้ใช้งานกับคอมพิวเตอร์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
  39. 42. ลองนึกถึงเว็บไซต์ท่องเที่ยวที่คุณสามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวของคุณ เช่น มหานครนิวยอร์กได้มากกว่าเดิม ก่อนที่คุณจะไปถึงที่นั่นจริงๆ ดังนั้นนอกจากจะสามารถเดินทางไปรอบๆ ห้องพักในโรงแรมแบบเสมือนจริงได้แล้ว ผู้ใช้ยังสามารถเค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เช่น ย่านไทมส์สแควร์ โรงแรม และโรงภาพยนตร์บริเวณใกล้เคียง หรือแม้แต่ลองเดินไปยังเส้นทางแบบเสมือนจริงเพื่อให้ทราบระยะห่างจากโรงแรมได้อีกด้วย

×