ฮิตเลอร์กับการเลือกตั้งในเยอรมนี

1,303 views

Published on

0 Comments
2 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
1,303
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
5
Actions
Shares
0
Downloads
10
Comments
0
Likes
2
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

ฮิตเลอร์กับการเลือกตั้งในเยอรมนี

  1. 1. ฮิตเลอร์กบการเลือกตั้งเยอรมนี ั
  2. 2. ลำาดับเหตุการณ์● เยอรมนีก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๑ บิสมาร์ ค การรวมชาติ มีจกรพรรดิเป็ นประมุข ั ่ มีการเลือกตั้ง รัฐสภา Reichstag แต่อานาจสู งสุ ดอยูที่ ำ จักรพรรดิ ความขัดแย้งกับบิสมาร์ค
  3. 3. การสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ ๑● เยอรมันเป็ นฝ่ ายแพ้● มีการปฏิวติภายใน โดยพรรค SPD เป็ นแกนนำา รัฐบาลใหม่เจรจา ั สงบศึก เยอรมันโดนเงื่อนไขหนักสาหัส● ประชาชนส่ วนใหญ่โกรธแค้น มีนกการเมืองฝ่ ายขวาคอยบอกว่า ั “ชาวเยอรมันโดนแทงข้างหลัง”● ก่อเชื้อความเติบโตของพรรคนาซี
  4. 4. สาธารณรัฐไวมาร์● รัฐบาลใหม่ของเยอรมันก่อตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่ที่เป็ น ประชาธิปไตย เป็ นสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีเป็ นประมุข● ่ แต่ภายในเต็มไปด้วยความวุนวาย พรรคการเมืองต่างๆใช้วธีการ ิ รุ นแรงในการต่อสู้● เงื่อนไขของสนธิสญญาแวร์ซายส์นาไปสู่ ความไม่มีเสถียรภาพ ั ำ
  5. 5. สาธารณรัฐไวมาร์● นักการเมืองกระพือความเกลียดชังด้วยการประณามชาวยิวและนักการเมือง ฝ่ ายซ้ายที่ถกกล่าวหาว่า เข้าข้างสนธิสญญา และ “แทงประชาชนข้างหลัง” ู ั● ฮิตเลอร์ข้ ึนมาเป็ นผูนาพรรค DAP (แรงงานเยอรมัน) แล้วเปลี่ยนชื่อเป็ น ้ ำ NSDAP (แรงงานสังคมชาตินิยมเยอรมัน – Nationalsozialistische Deutsche Arbeiterpartei)● ฮิตเลอร์เป็ นนักการเมืองที่มีพรสวรรค์ในการพูดชักจูงใจคนสู งมาก จับเอา ประเด็นที่โหมความรู้สึกคนมาเป็ นประเด็นการเมือง
  6. 6. พรรคนาซีกับพรรคอื่นๆ● บรรยากาศการแข่งขันทางการเมืองในเยอรมนี ยุคสาธารณรัฐไวมาร์ รุ นแรงมาก แต่ละพรรคมีฝ่าย “รุ นแรง” (เมืองไทยเรี ยกว่า “การ์ ด”) เอาไว้ป้องกันตัวกับไประรานฝ่ ายอื่น● มีเรื่ องกระทบกระทั้งถึงตายกันเสมอๆ● ฝ่ ายรุ นแรงของพรรคนาซีเรี ยกว่า SA ของพรรคคอมมิวนิสต์เรี ยกว่า “Red Front” (แนวร่ วมแดง) ของ SPD เรี ยกว่า “Free Corps” (กองพันเสรี )
  7. 7. ปั ญหาเศรษฐกิจ● ช่วงสาธารณรัฐไวมาร์เยอรมันประสบปัญหามากมาย ที่หนักมากๆ ได้แก่ปัญหาเงินเฟ้ อ คนเยอรมันต้องหอบเงินใส่ รถเข็นออกไปซื้ อ ่ กาแฟกิน ราคากาแฟตอนซื้ ออยูที่ 50,000 มาร์ คบนเมนู แต่ตอนกิน เสร็ จแล้วอาจขึ้นไปเป็ น 500,000 มาร์คได้ง่ายๆ● ก่อนเกิดวิกฤตหนึ่งดอลลาร์สหรัฐแลกได้ 4 มาร์ค แต่ระหว่าง เงินเฟ้ อต้องเป็ นหลายๆพันล้านมาร์ค ถึงจะได้มา 1 ดอลลาร์● เกิดจากภาระหนี้ ตามสนธิสญญาแวร์ซายส์ ั
  8. 8. การเลือกตั้ง● ระบบเลือกตั้งของสาธารณรัฐไวมาร์เป็ นแบบสัดส่ วนทั้งหมด พรรคการเมืองเสนอรายชื่อคนจะเป็ น สส. แล้วประชาชนเลือกพรรค พรรคได้จานวน สส. ตามสัดส่ วนคะแนนเสี ยงที่ได้ ำ● ทำาให้เกิดพรรคเล็กพรรคน้อยเต็มไปหมด และก็เป็ นเหตุหนึ่งให้ พรรคนาซีกาวขึ้นมาอยูเ่ วทีระดับชาติได้ ้● พรรคฝ่ ายขวาหลายๆพรรคหาเสี ยงด้วยการโจมตี รธน. ไวมาร์ อย่าง โจ่งแจ้ง
  9. 9. พรรคคอมมิวนิ สต์● อีกหนึ่งหนึ่งที่อาจทำาให้คนเริ่ มหันมาสนใจพรรคนาซี ได้แก่การก่อตัวของพรรค คอมมิวนิสต์ (KPD)● พรรคนี้รับนโยบายจากพรรคคอมฯโซเวียต ซึ่งบอกให้ต่อสู้กบพรรค SPD ั● ็ั ั นอกจากนี้ กยงต่อสู้กบพรรคนาซีอย่างรุ นแรง ผลัดกันยิงอีกฝ่ ายตายหลายรอบ● พรรคนาซีเอาสมาชิกที่โดนแนวร่ วมแดงยิงตายชื่อ Horst Wessel มาเป็ นตัวชูธงใน การต่อสู้● คนเยอรมันจำานวนมากกลัวพรรค KPD เพราะกลัวจะโดนสหภาพโซเวียตครอบงำา
  10. 10. วิธีการหาเสียงกับต่อสู้● พรรคนาซีมี “อัจฉริ ยะ” ในการปลุกระดม ปั่ นกระแส ปลุกจิตวิทยา กลุ่มชน ได้แก่โจเซฟ ก็อบเบล (Joseph Goebbels)● ใช้เพลง ใช้การ์ ดมาเดินตบเท้า มีธงสัญลักษณ์ ข้อความที่หาเสี ยง เข้าใจง่าย ตรงกับจุดอ่อนทางอารมณ์ของคนเยอรมันในสมัยนั้น● ำ ำ ที่สาคัญคือมี “เสื้ อน้าตาล” หรื อหน่วย SA เป็ นฝ่ ายรุ นแรง คอย ก่อกวน ทำาร้ายคู่แข่งทางการเมืองตลอด● ั ทั้งพรรคนาซีกบพรรค KPD ใช้วธีการเดียวกัน ิ
  11. 11. ผลการเลือกตั้ง● พรรคนาซีถูกแบนไปหลายปี เนื่องจากไปพยายามก่อรัฐประหาร Beer Hall Putsch ทำาให้ฮิตเลอร์ถูกขังคุก● พอกลับมาลงสนามเลือกปี ค.ศ. 1928 พรรคได้สดส่ วนเพียง 3% ั พรรคที่ได้สดส่ วนมากที่สุดคือ SPD ได้ 30% พรรคฝ่ ายขวา DNVP ั ได้ 14.2% พรรคคาธอลิค Center Party ได้ 12.1 พรรคคอมฯได้ 10.6%
  12. 12. ผลการเลือกตั้ง 1930● สองปี ถัดมาสภาถูกยุบ เลือกตั้งใหม่ในปี 1930 พรรคนาซีกระโดด ขึ้นมาเป็ นอันดับสอง ได้สดส่ วน 18.25% พรรคอันดับหนึ่งยังเป็ น ั SPD ได้ 24.5% พรรคคอมมิวนิสต์ได้อนดับสาม ที่ 13.13% ั● การที่พรรคนิยมความรุ นแรงได้รับเลือกมามากเป็ นสัญญาณแสดง ว่าการเมืองเยอรมันมีความไม่ปกติเป็ นอย่างมาก
  13. 13. ผลการเลือกตั้ง 1932/1● ผลพวงของวิกฤติเศรษฐกิจ ทำาให้เยอรมนีเต็มไปด้วยความรุ นแรง ทางการเมือง พรรคนาซีเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็ นพรรค ็ั ่ สัดส่ วนสูงสุ ดในสภา แต่กยงไม่ได้เสี ยงข้างมากอยูดี พรรคอื่นๆทุก พรรคในสภาไม่ยอมร่ วมงานกับพรรคนาซี● ผลคือสภาไม่มีบทบาทในการเมืองอีกต่อไป เนื่องจากประธานาธิบดี สามารถออกกฤษฎีกาเพือปกครองประเทศได้โดยไม่ตองพึ่งสภา ่ ้
  14. 14. ผลการเลือกตั้ง 1932/1● พรรคนาซี 37.27%● พรรค SPD 27.58%● พรรค KPD 14.32%● พรรค Center Party 12.44%● ในระยะนี้ประธาธิบดี Paul Hindenburg มีอายุ 85 ปี แล้ว หลงๆลืมๆ ฟังแต่คนรอบข้าง Hindenburg แต่งตั้ง Franz von Papen เป็ นนายก ซึ่งยุบสภาทันที
  15. 15. ผลการเลือกตั้ง 1932/2● การเลือกตั้งครั้งนี้พรรคนาซีได้สดส่ วนลดลงอย่างเห็นได้ชด แต่ยง ั ั ั เป็ นพรรคสัดส่ วนสูงสุ ดอยู่● พรรคนาซีได้ 33% พรรค SPD 20.4% พรรค KPD 16.86% พรรค Center Party 11.93%● ในช่วงนี้มีแรงกดดันประธานาธิบดี Hindenburg ให้แต่งตั้งฮิตเลอร์ เป็ นนายกฯ โดยมี von Papen กับนักธุรกิจอุตสาหกรรมจำานวนหนึ่ง เป็ นแกนนำา พรรคนาซีจบมือกับพรรค DNVP ทำาให้ได้สดส่ วน ั ั ประมาณ 41%
  16. 16. สรุป● การก้าวเข้ามามีอานาจของฮิตเลอร์และพรรคนาซี ไม่ได้มาจากเสี ยงข้างมาก ำ● ฮิตเลอร์ไม่เคยตกลงร่ วมมือทำางานในรัฐบาลผสมกับพรรคอื่น เงื่อนไขที่ฮิตเลอร์มีมา ตลอดคือตนเองต้องเป็ นนายกหรื อผูนาสู งสุ ดเท่านั้น ้ ำ● การที่ฮิตเลอร์ข้ ึนมาเป็ นนายกได้ ก็ดวยแรงสนับสนุนของฝ่ ายขวา ที่ตองการยืมมือฮิตเลอ ้ ้ ร์มากำาจัดพรรคฝ่ ายซ้าย● แต่พอฮิตเลอร์ข้ ึนมามีอานาจ ก็รวบอำานาจไว้แต่เพียงผูเ้ ดียว จนเกิดสงครามโลกครั้งที่ ำ สองขึ้น● ฮิตเลอร์มองกลไกทางกฎหมายเป็ นเพียงเครื่ องมือสู่ อานาจเท่านั้น พอได้อานาจก็โยนทิ้ง ำ ำ ไป

×