Law dem-habermas

1,594 views
1,450 views

Published on

การบรรยายในการอบรมวิชาการ "นิติรัฐ นิติธรรม" จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Published in: Education
0 Comments
3 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
1,594
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
8
Actions
Shares
0
Downloads
7
Comments
0
Likes
3
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Law dem-habermas

  1. 1. กฎหมาย ประชาธิ ป ไตย กั บ ฮาเบอร์ ม ั สการอบรมวิ ช าการ “ นิ ต ิ ร ั ฐ กั บ ปรั ช ญา ”สมาคมปรัชญาและศาสนาแห่งประเทศไทย ๑๐ – ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๕ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  2. 2. โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์ภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย hsoraj@chula.ac.th
  3. 3. โครงร่างเบื้องหลังของความคิดของฮาเบอร์มัสใน Between Facts and Normsภาวะสองขั้วของกฎหมายปัจจุบน ัทฤษฎีเหตุผล “หลังอภิปรัชญา” (Postmetaphysical theory of reason)โครงสร้างด้านการสื่อสารของการประสานงานทาง สังคม
  4. 4. โครงร่างความจำาเป็นที่จะต้องมี positive lawRawls กับ Luhmannกฎหมายที่ชอบธรรมเป็นไปได้อย่างไรสองขั้วระหว่าง Rousseau กับ Locke (อธิปไตย ของปวงชนกับเสรีภาพของปัจเจกบุคคล)ทางออกของฮาเบอร์มัสTheory of Communicative Action
  5. 5. โครงร่างปรัชญากฎหมายของฮาเบอร์มัสLegality (ชอบด้วยกฎหมาย) กับ legitimacy ( ความชอบธรรมของกฎหมาย)กฎหมายกับจริยธรรมTheory of communicative action; discourse ethics as foundation for normativity“สิทธิในการปฏิวัติล้มล้างการปกครอง”
  6. 6. แนวคิดเบืองหลัง ้ที่มาของความชอบธรรมของกฎหมาย วัฒนธรรมประเพณี ความเชื่อ ระบบอภิปรัชญา การปกป้องสิทธิประโยชน์ของปัจเจกชน การใช้อำานาจของรัฐความไม่เพียงพอของที่มาทั้งสาม
  7. 7. สำาหรับ H ที่มาที่ถูกต้องของกฎหมายที่ชอบธรรม ได้แก่การพิจารณาไตร่ตรองอย่างเสรีของแต่ละ คนในชุมชนประชาธิปไตยแบบไตร่ตรอง ↔ การปกครองด้วย กฎหมายH ใช้คำาว่า Rechtsstaat ซึ่งแปลว่า “รัฐที่ปกครอง ด้วยกฎหมายสูงสุด” (constitutional state)
  8. 8. ภาวะสองขั้วของกฎหมายขั้วแรก: ความจริงของสังคม → การที่กฎหมาย เป็นการใช้อำานาจบังคับของผู้มีอำานาจในรัฐขั้วที่สอง: ความชอบธรรม → กฎหมายจำาเป็นต้อบ ได้รับการยอมรับอย่างจริงใจของผู้คนงานของ H ในหนังสือ Between Facts and Norms คือหาทฤษฎีที่จะประสานขั้วทั้งสอง
  9. 9. “หลังอภิปรัชญา”“...for Habermas a postmetaphysical vindication of reason is possible only insofar as philosophy—in an interdisciplinary cooperation with empirical inquiries of various sorts—can show how the use of language and social interaction in general necessarity rely on notions of validity, such as truth, normative rightness, sincerity, and authenticity. This necessitates not only a philosophical
  10. 10. ความจำ า เป็ น ของ positive lawกฎหมายสมัยใหม่เกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาการประสาน กันของสังคมที่เกิดจากการสลายตัวของความ เชื่อตามประเพณีและความจำาเป็นในการประสาน กันของผูคนเพื่อให้แต่ละคนบรรลุเป้าหมายของ ้ ตนองค์ประกอบสามประการของกฎหมาย: (๑) ลักษณะของสังคมสมัยใหม่ (๒) ความแตกต่าง ระหว่าง communicative action กับ strategic action (๓) การอธิบาย communicative action
  11. 11. Rawls กับ LuhmannRawls → social contract, individualismLuhmann → social system theory, autopoiesisHabermas → integration between the two.
  12. 12. ที่มาของกฎหมายLocke – private autonomy; also KantRousseau – public autonomyHabermas argues for the ‘internal relations’ between the two.Discourse Principle – Only those norms are valid to which all affected persons could agree as participants in rationale discourses.
  13. 13. Abstract RightsIn order to ground the Discourse Principle, H proposes a set of abstract rights as necessary conditionsBasic negative liberties, membership rights, due process rights (private autonomy)Rights to political participation (public autonomy)Social welfare rights
  14. 14. These rights must be enforced by the state.Tension between state power and legitimate law.Legitimacy comes through public reason, i.e., “democratic processes of opinion and will formation” in the public sphere.Law “reperesents … the medium for transforming communicative power into administrative power.”
  15. 15. ปรัชญากฎหมายของฮาเบอร์มัสLegality กับ LegitimacyKant/Locke/Rawls → emphasis on individuals and lack of critical dimensionLegitimacy ได้จาก discourse principle, deliberation, democratic process
  16. 16. ปัญหาของการปกครองด้วยกฎหมายในสังคม ไทยพลังของการต่อต้านการเปลี่ยนแปลงการแสวงหาประโยชน์สวนตนจากกรอบปฏิบัติที่รับ ่ มาจากภายนอก สองมาตรฐาน ฯลฯสังคมที่ไม่ได้เกิดความกลมกลืนกันระหว่างกรอบ ปฏิบติกับวิถีชวิต ั ี ผู้คนแปลกแยกกับกฎหมาย กฎหมายกลายเป็นเครื่อง มือแสวงหาผลประโยชน์
  17. 17. ฮาเบอร์มัสการนำาฮาเบอร์มัสมาใช้จะประกอบด้วยการสร้าง “ เวทีสาธารณะ” เพื่อให้เกิดการอภิปรายไตร่ตรอง กันอย่างกว้างขวางโดยผู้มีส่วนร่วมทั้งหมด เพื่อ สร้างเจตจำานงร่วมที่จะพัฒนาเป็นกฎหมายที่มี ความชอบธรรมเราจำาเป็นต้องเข้าใจว่า “อุดมคติ” ของการจัดเวทีนี้ เป็นอย่างไร เพื่อให้มองเห็นว่าสภาพที่เป็นอยู่ยัง ขาดจากอุดมคตินี้หรือไม่อย่างไร

×