Your SlideShare is downloading. ×
สังเคราะห์งานวิจัยผู้สูงอายุ
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×
Saving this for later? Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime – even offline.
Text the download link to your phone
Standard text messaging rates apply

สังเคราะห์งานวิจัยผู้สูงอายุ

1,482

Published on

โครงการศึกษาวิจัยกระบวนการทางสังคมเพื่อกำหนดมาตรการสร้างเสริมสุขภาวะประชากรสูงวัย …

โครงการศึกษาวิจัยกระบวนการทางสังคมเพื่อกำหนดมาตรการสร้างเสริมสุขภาวะประชากรสูงวัย
:ภาคเหนือ ประสบการณ์จากพะเยา และพิจิตร

Published in: Education
0 Comments
1 Like
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total Views
1,482
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2
Actions
Shares
0
Downloads
15
Comments
0
Likes
1
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. โครงการศึกษาวิจยกระบวนการทางสังคมเพือกาหนดมาตรการสร้างเสริมสุขภาวะประชากรสูงวัย ั ่ :ภาคเหนือ ประสบการณ์จากพะเยา และพิจตร1 ิ รุ่งนภา เทพภาพ วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ การเกิดขึ้นและขยายตัวของสังคมสูงวัยที่สังคมไทยเผชิญอยู่ สร้างให้เกิดการตื่นตั วของภาคส่วนต่างๆเป็นอย่างมาก รัฐบาลเองก็มีนโยบายและมาตรการด้านต่างๆออกมารองรับอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นนโยบายด้านเศรษฐกิจ (เช่นการลดหย่อนภาษี, ระบบบานาญแห่งชาติ, กองทุนสารองเลี้ยงชีพ) ด้านสังคม (เช่น สถานสงเคราะห์และศูนย์บริการผู้สูงอายุทางสังคม, เบี้ยยั งชีพสาหรับผู้สูงอายุ, กองทุนผู้สูงอายุ, กองทุนสวัสดิการผู้สูงอายุ) และด้านสาธารณสุข (เช่นคลินิกผู้สูงอายุในโรงพยาบาล, ศูนย์สุขภาพผู้สูงอายุและโครงการฟื้นฟูผู้สูงอายุ, โครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า, การจัดช่องทางเฉพาะสาหรับผู้สูงอายุ) สะท้อนให้เห็นความไม่เพิกเฉย ละเลยต่อสถานการณ์ดังกล่าวของภาครัฐ แต่อย่างไรก็ตามรัฐบาลเองก็ไม่สามารถรับมือสถานการณ์ทางสังคมดังกล่าวได้โ ดยลาพัง งานศึกษาในครั้งนี้จึงมี สมมติฐานว่า ชุมชน/ท้องถิ่นมีศักยภาพในการรับมือกับสถานการณ์สังคมสูงวัยบนพื้นฐานทุนทางสังคมและวัฒนธรรมที่ชุมชนมี ในขณะเดียวกันทุนทางสังคมอาจเป็นสิ่งที่ต้องสร้างขึ้นเพื่อรองรับสังคมสูงวัย ทุนทางสังคมจึงเป็นทั้งศักยภาพของชุมชน เป็นกระบวนการขับเคลื่อน และเป็นเป้าหมายของการขับเคลื่อนที่จะกลายไปเป็นศักยภาพของชุมชนในการรองรับสังคมสูงวัยในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพผูสงวัยกับอัตลักษณ์ประดิษฐ์ทถกสร้าง ู้ ี่ ู อัตลักษณ์ประดิษฐ์ เป็นอัตลักษณ์ที่สร้างขึ้นจากภายนอก ผ่านกลไกทางอานาจของรัฐ และสังคมมีความเกี่ยวโยงกับการสร้างภาพประทับตายตัว (stereotype) เป็นอัตลักษณ์ที่ถูกแช่แข็ง เปลี่ยนแปลงยาก และถูกทาให้เป็นสถาบันเพื่อประโยชน์ในการจัดการและควบคุม (ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี 2546: 10) ความสูงวัยและผู้สูงวัยก็เช่นกัน เป็นกลุ่มคนที่ถูกมอบอัตลักษณ์ประดิษฐ์จากรัฐและสังคมด้วยเช่นกัน เป็นต้นว่า ความรับรู้ที่สังคมสมัยใหม่มีต่อ “ความชรา” ในแง่ที่ไม่ก่อให้เกิดผลผลิต ไร้ประโยชน์ เป็นภาระ ต้องพึ่ง พิง (สมรักษ์ ชัยสิงห์กานานนท์ 2545: 178) การเกิดขึ้นดารงอยู่ของ“บ้านพักคนชรา” ก็เป็นอีกหนึ่งรูปธรรมที่ทาให้เส้นแบ่งระหว่างผู้สูงวัยและคนวัยอื่นชัดเจนขึ้น และตอกย้าความหมายในเชิงลบที่มีต่อความสูงวัย อย่างไรก็ตามอัตลักษณ์ประดิษฐ์ที่สังคมมอบให้แก่คนชราก็มิได้มีแต่มุมมองเชิงลบ มุมมองในทางบวกก็มีการสร้างขึ้น เช่น ผู้สูงวัยในฐานะผู้มีความรู้ เป็นปราชญ์ เป็นร่มโพธิ์ร่มไทร แต่ประเด็นที่เป็นปัญหาคือ อัตลักษณ์ประดิษฐ์1 เป็นส่วนหนึ่งของผลการศึกษาวิจัยในโครงการโครงการวิจัยกระบวนการทางสังคมเพื่อกาหนดมาตรการสร้างเสริมสุขภาวะประชากรสูงวัย ได้รับการสนับสนุนจากแผนงานเสริมสร้างการเรียนรู้กับสถาบันอุดมศึกษาไทยเพื่อ พัฒนานโยบายสาธารณะที่ดี (TUHPP) ภายใต้การสนับสนุนจากสานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) 1
  • 2. เหล่านี้ทาให้เกิดภาพเหมารวมเกี่ยวกับความสูงวัย (คิดว่าผู้สูงวัยเหมือนกันหมด) รวมถึงการที่มุมมองเชิงลบต่อความสูงวัยเป็นมุมมองหลักที่ครอบงาการรับรู้ของคนในสังคมและตัวผู้สูงวัยเอง ผลการศึกษาในพื้นที่ สะท้อนให้เห็นว่าผู้สูงวัยมีความหลากหลาย มีพลัง และได้พยายามต่อรองความหมายเชิงลบที่สังคมมอบให้อยู่อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งใช้ประโยชน์จากอัตลักษณ์ประดิษฐ์ที่สังคมมอบให้ในการนิยามตัวตน และการขับเคลื่อนผลประโยชน์ของกลุ่ม องค์กรของตนเองอย่างต่อเนื่องกลุม องค์กรของผูสงวัย: เงือนไขการก่อเกิด และการธารงอยู่ ่ ู้ ่ การศึกษาในพื้นที่จังหวัดพะเยา และพิจิตร ผู้ศึกษาได้ทาการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่ม องค์กรของผู้สูงวัยทั้งสิ้น8 กลุ่ม/องค์กร ได้แก่ จังหวัดพะเยา จานวน 4 ชมรม/องค์กร ได้แก่ 1) ชมรมผู้สูงอายุบ้านทราย ตาบลเวียง อาเภอเชียงคา 2) ชมรมผู้สูงอายุตาบลหนองหล่ม อาเภอดอกคาใต้ 3) โฮงเฮียนผู้สูงอายุจังหวัดพะเยา อาเภอแม่ใจ และ 4) โฮงเฮียนผู้สูงอายุเทศบาลเมืองพะเยา จังหวัดพิจิตร จานวน 4 กลุ่ม/องค์กร ได้แก่ 1) ชมรมผู้สูงอายุตาบลโพธิ์ไทรงาม อาเภอบึงราง 2) ชมรมผู้สูงอายุตาบลหนองโสน อาเภอสามง่าม 3) โรงเรียนผู้สูงอายุจังหวัดพะเยา ในพื้นที่ตาบลหัวดง อาเภอเมืองพิจิตร 4) ชมรมผู้สูงอายุเมืองพิจิตร ในภาพรวมเงื่อนไขสาคัญที่ทาให้กลุ่ม องค์กรของผู้สูงวัยเกิดขึ้นและธารงอยู่ได้ เกิดจากเงื่อนไข/ปัจจัยดังนี้ 1) การตระหนักในปัญหาร่วมกันของผู้สูงวัย ได้แก่ 1. ปัญหา ด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์: ผู้สูงวัยขี้หลงขี้ลืมสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง และซึมเศร้า หงอยเหงา 2. ด้านรายได้/เศรษฐกิจ: ผู้สูงอายุยากจน ต้องการเงินทาศพ ไม่อยากทิ้งภาระให้ลูกหลาน 3. ด้านสังคม-จิตวิญญาณ: ผู้สูงวัยถูกละเลย ถูกมองข้ามภูมิปัญญา และความต้องการฝากภูมิปัญญาให้แก่แผ่นดินก่อนจากไป 2) การมีผสงวัย เป็นผูนาการเปลี่ยนแปลง (Change Agent) 3) กระบวนการขับเคลื่อน ได้แก่ ู้ ู ้1. การสื่อสารเพื่ อให้ข้อมูลข่าวสารภายในกลุ่ม เป็นเงื่อนพื้นฐานที่จะทาให้ผู้สูงวสัยตัดสินใจมารวมกลุ่มกัน 2. การสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมจากเพื่อนสมาชิกกลุ่ม สร้างให้เกิดความเป็นเจ้าของกลุ่มร่วมกัน (sense of belonging) เป็นพันธะผูกพันที่ทาให้เกิดความรู้สึกว่า “ละทิ้งกันไม่ได้ขึ้น” 3) การสร้างเครือข่ายการทางาน และ 4) การสร้างกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมโดยการลงมือปฏิบัติจริง เช่น กรณีของชมรมผู้สูงอายุตาบลหนองหล่ม ที่ทางหมออนามัยพาไปศึกษาดูงานในพื้นที่อื่นแล้วเกิด “การระเบิดจากภายใน” มีกาลังใจ มีพลังอยากกลับมาขับเคลื่อนกิจกรรมในชุมชนตนเอง หรือกรณีของชมรมผู้สูงอายุตาบลหนองโสน การศึกษาดูงานของประธานชมรมก็นามาซึ่งพลังขับในการสร้างการรวมกลุ่มของผู้สูงวัยในชุมชน 5) การหนุนเสริมจากสถานีอนามัย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีนอกชุมชน เช่น นักวิชาการ หน่วยงานที่ทางานด้านสวัสดิการสังคม สุขภาพอนามัยและการสาธารณสุข ด้านวัฒนธรรม และการพัฒนาชุมชนการขับเคลือน และพลังของผูสงวัย ่ ู้ 2
  • 3. กลุ่ม/องค์กรของผู้สูงวัยได้แสดงพลังคนตนเองโดยการขับเคลื่อนงานครอบคลุมการดูแลและส่งเสริมศักยภาพของผู้สูงวัย ดังนี้ 1. การส่งเสริมสุขภาพร่างกาย อารมณ์ สัมคม จิต ใจของผู้สูงวัย เช่น การออกกาลังกาย การแลกเปลี่ยนความรู้ในการส่งเสริมสุขภาพ กิจกรรมเชื่อมสัมพันธ์คน 2 วัย เช่น โฮงเฮียนผู้สูงอายุจังหวัดพะเยา อ.แม่ใจ มีกิจกรรมสานฮักสองวัย (ผู้สูงวัย และเด็กเยาวชนในโรงเรียน) เชื่อมใจผูกพัน 4) กิจกรรมนันทนาการ เช่น การเล่นอั งกะลุง ศิลปะบาบัดกิจกรรมไค่หัว (การหัวเราะ) 2. ด้านเศรษฐกิจ เช่น กลุ่มอาชีพ ฌาปนกิจสงเคราะห์ 3. ด้านวัฒนธรรม ภูมิปัญญา เช่นการอนุรักษ์ การสืบทอด และการถ่ายทอดวัฒนธรรมภูมิปัญญาแก่คนรุ่นหลัง 4. การทางานพัฒนาชุมชน กรณีชมรมผู้สูงอายุตาบลโพธิ์ไทรงามขับเคลื่อนกิจกรรมหลากหลายเพื่องานชุมชน เช่น ผ้าป่าสวนครัว เป็นแนวคิดที่กลุ่ม ชมรม ต้องการจะช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้าท่วม โดยกลุ่มชมรมผู้สูงอายุได้นาเอาสิ่งของทั้งอาหารการกิน สิ่งของที่จาเป็นไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่างๆ รวมถึงกิจกรรมกลุ่มออมทรัพย์ผู้สูงอายุที่เปิดโอกาสให้คนทุกเพศทุกวัยในชุมชนกู้ยืม นอกจากนั้นทางชมรมยังมีการสนับสนุนการออมทรัพย์ของเด็กและเยาวชนด้วย โดยให้เด็กที่เป็นสมาชิกทุกคนออมเงินเป็นเดือน เดือนละ30 บาท (วันละบาท) ให้ออมทุกๆเดือนเพื่อเป็นเงินทุนให้เด็กและเยาวชนของหมู่บ้านได้ใช้เมื่อยามขาดโดยไม่อนุญาตให้ผู้ปกครองมากู้ยืมเด็ดขาด หรือกรณีชมรมผู้สูงอายุตาบลหนองหล่ม ร่วมกับกลุ่ม อสม.มีการเคลื่อนกิจกรรมในโครงการเพื่อนช่วยเพื่อน เป็นโครงการที่ผู้สูงอายุเป็นอาสาสมัครออกเยี่ยมและดูแลผู้สูงอายุที่ป่วยติดเตียง หรือที่ไม่สบาย ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ รวมถึงการระดมทุนของผู้สูงอายุบ้านทรายในการสร้างสุขาสาธารณะทุนทางสังคม กับการขับเคลือนกระบวนการทางสังคมรองรับสังคมสูงวัย ่ พลังการขับเคลื่อนของกลุ่ม/องค์กรของผู้สูงวัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่มี “ทุนทางสังคม” เป็นหัวใจสาคัญในการขับเคลื่อนทุนทางสังคม เปรียบเหมือน ทรัพยากรทางสังคมวัฒนธรรมที่กลุ่ม องค์กร ชุมชนมีอยู่ และถูกใช้เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนงานไปสู่จุดมุ่งหมาย ข้อค้นพบจากสนามการศึกษา พบว่า ทุนทางสังคม เป็นทั้งศักยภาพของชุมชน (Input) เป็นยุทธวิธีในการขับเคลื่อนงานของกลุ่ม (Process) และเป็นเป้าหมายของกระบวนการขับเคลื่อน (Ends) ซึ่งจะแปรสภาพเป็นพลัง หรือปัจจัยนาเข้าใหม่ของกระบวนการทางสังคมระลอกใหม่ในการรองรับสังคมสูงวัยอย่างเป็นพลวัตร ทุนทางสังคมที่สะท้อนให้เห็นศักยภาพของกลุ่ม องค์กร ชุมชน ได้แก่ 1) ผู้นาการเปลี่ยนแปลง 2) ความเชื่อถือศรัทธา หรือความไว้วางต่อผู้สูงวัยที่เป็นผู้นาการเปลี่ยนแปลง 3) การเกาะเกี่ยวเหนี่ยวยึดผ่านเครือข่ายเครือญาติ 4) ชุดประสบการณ์เดิมของชุมชน 5) ทุนวัฒนธรรม-ความรู้ภูมิปัญญาของผู้สูงวัย ทุนทางสังคมในฐานะกระบวนการ ได้แก่ 1)การสร้างศรัทธา/ความไว้วางใจซึ่งกันและกันของสมาชิกกลุ่ม/องค์กรผู้สูงวัย 2) การสร้างบรรทัดฐานร่วม 3) การสร้างเครือข่ายทางสังคม 4) การสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม 5) การสร้างทุนทางเศรษฐกิจ 6) การสร้างพื้นที่ทางสังคมผ่านการใช้ทุนทางวัฒนธรรม ทุนทางสังคมในฐานะเป้าหมายของกระบวนการขับเคลื่อน ได่แก่ 1) เครือข่ายทางสังคม 2) ความเป็นชุมชน 3) ประสบการณ์ในการขับเคลื่อนงาน 4) ผู้นาการเปลี่ยนแปลง 5) ทุนสัญลักษณ์ (Symbolic Capital) 3
  • 4. ผูสงวัย-กลุมผูสงวัย กับการนิยามจากภายใน และการโต้กลับอัตลักษณ์ประดิษฐ์ ู้ ่ ู้ ผลการศึกษาสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ผู้สูงวัยและความสูงวัยนั้นไม่ได้มีลักษณะที่แน่นอนตายตัวดังอัตลักษณ์ประดิ ษฐ์ ที่ถู กสร้ างในทางตรงกั นข้ ามกลุ่ ม/องค์ กรของผู้ สู งวั ยพยายามสร้ างนิย ามใหม่ จากภายในให้ แ ก่ต นเอง ผ่ า นกระบวนการดังนี้ 1) การต่อรองกับสังคมด้วยการตอกย้าความหมายเชิงบวกที่สังคมเข้าใจกันอยู่แล้ว เช่น การทากิจกรรมการอนุรักษ์ สืบทอดวัฒนธรรมของเก่าดั้งเดิมต่างๆของกลุ่ม องค์กรผู้สูงวัย 2) การไม่ยอมจานนกับความแก่เฒ่า และความเสื่อมถอยของสังขาร ผ่านกิจกรรมการออกกาลังกายที่หลากหลายสาหรับผู้สูงวัย 3) การนิยามตัวตนเพื่อ โต้กลับภาพประทับตายตัว/ภาพเหมารวมในเชิงลบที่มีต่อผู้สูงวัย ความสูงวัย และสังคมสูงวัย เช่น ผู้สูงวัย คือ ผู้ให้ และผู้ทาประโยชน์แก่สังคม ผู้สูงวัยในฐานะนักเรียนผู้สูงอายุ เป็นการโต้กลับนิยามความสูงอายุด้วยเกณฑ์ว่าด้วยกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางด้านสติปัญญา ว่าผู้สูงอายุ คือ ผู้ที่ความจาเปลี่ยนไป การรับรู้และการเรียนรู้เริ่มถดถอย เนื่องจากให้ภาพที่สะท้อนให้เห็นว่าเป็นวัยแห่งการเรียนรู้ อันเป็นคุณลักษณะของผู้สูงวัยที่กระตือรือร้น (active aging) หรือพฤฒพลัง หรือในกรณีของผู้สูงวัยที่เป็นกลุ่มข้าราชการบานาญ กระบวนการของกลุ่มนาไปสู่การธารงตัวตนเดิม-การเติมความหมายใหม่ในชีวิต เมื่อต้องเผชิญกับวิกฤตที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสถานภาพทางสังคมบทเรียนจากพื้นที่สู่ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการรองรับสังคมสูงวัย การศึกษาครั้งนี้มุ่งเสนอให้ทุกภาคส่วนมอง ผู้สูงวัยในฐานะพลังของสังคม โดยมีข้อเสนอต่อภาคส่วนต่างๆ ดังนี้ รัฐ-หน่วยงานภาครัฐ ควรมีแนวนโยบายและมาตรการการขับเคลื่อนงานรองรับสังคมสูงวัยดังนี้ 1) ไม่เน้นเฉพาะเรื่องสงเคราะห์ เพิ่มนโยบายเชิงรุกที่เห็นผู้สูงวัยเป็นพลังของสังคม 2) สนับสนุนให้ท้องถิ่น -ชุมชนเป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก เช่นรางวัลสาหรับท้องถิ่นที่มีผลงานดีเยี่ยมในการสร้างกระบวนการรองรับสังคมสูงวัย 3) นโยบายส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของผู้สูงวัย เช่น โรงเรียน/ศูนย์การเรียนรู้เพื่อผู้สูงวัย, โรงเรียนผู้นา 4) สนับสนุนกองทุนสาธารณะ โดยส่งเสริมให้มีการจัดตั้งกองทุนผู้สูงวัยในระดับต่างๆ (จังหวัด-ท้องถิ่น-ชุมชน) โดยรัฐให้การสนับสนุนบางส่วน ให้ท้องถิ่น และชุมชนสมทบร่วมด้วย 5) หน่วยงานองค์กรภาครัฐมีบทบาทเป็นองค์กรพี่เลี้ยงที่คอยหนุนเสริมกลุ่ม องค์กรของผู้สูงวัย และ 6) ให้ความสาคัญกับเปิดโอกาสให้ผู้สูงวัยได้แสดงพลังและเผยแพร่พลังดังกล่าวสู่สังคม สื่อมวลชน ควรมีบทบาทสาคัญในการเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงบวกที่สะท้อนให้เห็นพลังของผู้สูงวัย (ทั้งระดับบุคคล-ระดับกลุ่ม) ที่มีต่อสังคม โดยสื่อระดับชาติ-สื่อท้องถิ่น ให้ความสาคัญกับการผลิตรายการที่เป็นการเสริมพลังให้กับผู้สูงวัย และการสร้างความหมายใหม่ของความสูงวัยให้สังคมรับรู้ ตัวอย่างเช่น รายการบานไม่รู้โรย (ช่องThaiPBS) หรือการจัดรายการที่สะท้อนให้เห็นตัวอย่างที่ดีของการขับเคลื่อนงานของกลุ่ม ชมรม องค์กรของผู้สูงวัยในพื้นที่ต่างๆในรายกายวิทยุชมุชน การขับเคลื่อนโดยสื่อในลักษณะเช่นนี้จะนามาซึ่งความภาคภูมิใจของผู้สู งวัย และจะยิ่งสร้างให้ผู้สูงวัยเกิดพลังมากขึ้น 4
  • 5. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท้องถิ่นถือเป็นอีกหนึ่งภาคส่วนหลักที่จะมีบทบาทในการขับเคลื่อนงานของผู้สูงวัยในอนาคต เพราะถือเป็นองค์กรของประชาชน ที่อยู่ใกล้ชิดกับชุมชน โดย 1) ท้องถิ่นต้องมีนโยบายเชิงรุกที่เห็นผู้สู งวัยเป็นพลัง2) ให้การสนับสนุนกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของผู้สูงวัย เพื่อเสริมสร้างพลังของผู้สูงวัยให้มีแรงขับในการทางานเพื่อชุมชน 3) ส่งเสริมให้มีกองทุนสาธารณะในการส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมของผู้สูงวัย 4) เปิดพื้น เปิดโอกาสให้ผู้สูงวัยมีบทบาทที่จะได้ใช้พ ลังของตนเองในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น 5) การจัดทาฐานข้อมูลผู้สูงวัยในท้องถิ่น 6) ส่งเสริมให้ครอบครัวภาคภูมิใจในตัวผู้สูงวัย กลุ่ม-ชมรม/องค์กรผู้สูงวัย ควรมีแนวทางในการขับเคลื่อนกระบวนการดังนี้ 1) ให้ความสาคัญกับกระบวนการกลุ่ม ทาให้ปัญหาของผู้สูงวัยแต่ละคนกลายเป็น “ปัญหาร่วม” ที่คนทุกภาคส่วนต้องเข้ามามีส่วนร่วม โดยผู้สูงวัยเป็นผู้มีบทบาทนา (ต้องลุกขึ้นมาจัดการปัญหาของตนเอง) 2) ให้ความสาคัญกับการสร้างเครือข่ายการทางานทั้งภายในและภายนอก 3) การให้ความสาคัญกับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การมีเวทีในการพูดคุย การแสดงความสามารถ 4) สร้างอานาจต่อรองกับภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะการเข้าไปมีส่วนร่วมทางการเมือง 5) ส่งเสริมให้ผู้สูงวัยที่ช่วยเหลือตนเองได้ พัฒนาเป็นพฤฒพลัง (active aging) เช่น เป็นผู้นา/ผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน สังคม เป็นผู้ที่แสวงหาความรู้ 6) ให้ความสาคัญกับการสร้างผู้นาใหม่ในการขับเคลื่อนกระบวนการของกลุ่มอย่างต่อเนื่อง ครอบครัว ถือเป็นอีกหนึ่งสถาบันทางสังคมที่สาคัญที่ในการเคลื่อนงานรองรับสังคมสูงวัย โดย1) ครอบครัวต้องมีส่วนร่วมในระบวนการขับเคลื่อนงานรองรับสังคมสูงวัยของภาคส่วนต่างๆ 2) มีการสร้างกิจกรรมที่ส่งเสริม ความสัมพันธ์ในครอบครัว และ 3) เน้นย้าให้ครอบครัวเห็นคุณค่า ความสามารถและพลังของผู้สูงวัยผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น การยกย่องเกียรติคุณผู้สูงวัย, การเชิดชูความสามารถของผู้สูงวัย, การเป็นนักเรียนรู้ผู้สูงอายุ, การเป็นแกนนาการขับเคลื่อน เป็นปราชญ์ชาวบ้าน 5

×