การเคลื่อนที่

1,220 views

Published on

0 Comments
3 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
1,220
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
11
Actions
Shares
0
Downloads
50
Comments
0
Likes
3
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

การเคลื่อนที่

  1. 1. การเคลือนทีของสิงมีชีวิต
  2. 2. 1.1 การเคลือนไหวโดยอาศัยการไหลของไซโทพลาซึม ภายในไซโทพลาซึมมีไมโครฟิลาเมนต์ เป็นเส้นใยโปรตีน …………และ………….ซึงเป็นโครงสร้างทีทําให้ เอนโดพลาซึมไหลไปมาภายในเซลล์ได้และดันเยือหุ้มเซลล์ให้ โป่ งออกมาเป็น……..…… ทําให้อะมีบาเคลือนไหวได้ เรียกว่า การเคลือนไหวแบบอะมีบา ไซโทพลาซึมในเซลล์ อะมีบาแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ - ชันนอก (ectoplasm) มีลักษณะค่อนข้างแข็งและไหล ไม่ได้ - ชันใน (endoplasm) มีลักษณะเป็นของเหลวและไหลได้ เรือง การเคลือนทีของสิงมีชีวิตเซลล์เดียว
  3. 3. การเคลือนไหวโดยอาศัยแฟลเจลลัมหรือซิเลียซึงเป็น โครงสร้างเล็กๆ ทียืนออกมาจากเซลล์สามารถโบกพัดไปมาได้ ทํา ให้สิงมีชีวิตเคลือนทีไปได้ แฟลเจลลัม (flagellum) มีลักษณะ………………………………. ยาวกว่าซิเลีย แฟลเจลลัมเป็นโครงสร้างทีพบในสิงมีชีวิตเซลล์ เดียวบางชนิด เช่น ………………………………………………. ซิเลีย (cilia) มีลักษณะ………………..ยืนยาวออกจากเซลล์ของพืช หรือสัตว์เซลล์เดียว หรือเซลล์สืบพันธุ์ ใช้โบกพัดเพือให้เกิดการ เคลือนทีภายในนําหรือของเหลว พบใน………………………….. เรือง การเคลือนทีของสิงมีชีวิตเซลล์เดียว(ต่อ) 1.2 การเคลือนไหวโดยอาศัยแฟลเจลลัมหรือซิเลีย
  4. 4. การเคลือนทีของไส้เดือนเกิดจากการ ทํางานร่วมกันของกล้ามเนือ……………. และ กล้ามเนือ………………..หดตัวและคลายตัว เป็นระลอกคลืนจากทางด้านหน้ามาทางด้าน หลังทําให้เกิดการเคลือนทีไปทางด้านหน้า ไส้เดือนมีกล้ามเนือ 2 ชุด คือ กล้ามเนือ วงกลมรอบตัว อยู่……………………… และ กล้ามเนือตามยาว ตลอดลําตัวอยู่…………….. นอกจากนีไส้เดือนยังใช้เดือยซึงเป็นโครงสร้าง เล็ก ๆ ทียืนออกจากผนังลําตัวรอบปล้องช่วยใน การเคลือนทีด้วย เรือง การเคลือนทีของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง 2.1 การเคลือนทีของไส้เดือน
  5. 5. พลานาเรียเป็นสัตว์จําพวกหนอนตัวแบนอาศัยอยู่ในนํามี กล้ามเนือ 3 ชนิด คือ ● …………..…….. อยู่ทางด้านนอก ● ……………….... อยู่ทางด้านใน ● …………..ยึดอยู่ระหว่างส่วนบนและส่วนล่างของลําตัว พลานาเรีย เคลือนทีโดยการลอยไปตามนํา หรือ คืบคลาน ไปตามพืชใต้นําโดยอาศัย……..…....และ…………….. ส่วนกล้ามเนือ…………จะช่วยให้ลําตัวแบนบางและพลิวไป ตามนํา ในขณะทีพลานาเรียเคลือนไปตามผิวนํา ซิเลียทีอยู่ทางด้าน ล่างของลําตัวจะโบกพัดไปมาช่วยเคลือนตัวไปได้ดียิงขึน เรือง การเคลือนทีของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง(ต่อ) 2.2 การเคลือนทีของพลานาเรีย
  6. 6. แมงกะพรุน มีของเหลวที เรียกว่า …...….. แทรกอยู่ระหว่างเนือเยือชันนอกและเนือเยือ ชันใน มีนํา เป็นองค์ประกอบส่วนใหญ่ของลําตัวแมงกะพรุนเคลือนที โดยการ……………………..และทีผนังลําตัว สลับกันทําให้พ่นนําออกมาทางด้านล่างส่วนตัวจะพุ่งไป ในทิศทาง…………….กับทิศทางนําทีพ่นออกมา การหดตัวนีจะเป็นจังหวะทําให้ตัวแมงกะพรุนเคลือนไป เป็นจังหวะด้วย เรือง การเคลือนทีของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง(ต่อ) 2.3 การเคลือนทีของแมงกะพรุน
  7. 7. เรือง การเคลือนทีของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง(ต่อ) 2.4 การเคลือนทีของหมึก เคลือนทีโดยการหดตัวของกล้ามเนือลําตัว พ่นนําออกมาจาก …………. ซึงอยู่ทางส่วนล่างของส่วนหัว ทําให้ตัวพุ่ง ไปข้างหน้าในทิศทาง………….......กับทิศทางของนํา นอกจากนีส่วนของไซฟอนยังสามารถเคลือนไหวได้ ทําให้เกิด การเปลียนแปลงทิศทางของนําทีพ่นออกมา และยังทําให้เกิด การเปลียนแปลงทิศทางของการเคลือนทีด้วย ส่วนความเร็ว นัน ขึนอยู่กับความแรงของ……………………… แล้วพ่นนําออกมา หมึกมีครีบอยู่ทางด้านข้างลําตัว ช่วยใน ……………………………………........ เพิมเติมรายละเอียด
  8. 8. ดาวทะเล มีระบบการเคลือนทีด้วย……………….. ประกอบด้วย ………….. สโตนแคเนล ริงแคแนล เรเดียลแคแนล ……………… ดาวทะเลเคลือนทีโดย นําเข้าสู่ระบบท่อนําดรีโพไรต์และไหลผ่านท่อวงแหวนรอบ ปากเข้าสู่ท่อเรเดียลแคแนลและทิวบ์ฟีท เมือกล้ามเนือที แอมพูลลาหดตัวดันนําไปยังทิวบ์ฟีท ทิวบ์ฟีทจะยืดยาวออก ไปดันกับพืนทีอยู่ด้านล่างทําให้เกิดการเคลือนที เมือเคลือนที ไปแล้วกล้ามเนือของทิวบ์ฟีทจะหดตัวทําให้ทิวบ์ฟีทสันลง ดันนํากลับไปทีแอมพูลลาตามเดิม การยืดหดของ………. หลายๆ ครังต่อเนืองกันทําให้ดาวทะเลเกิดการเคลือนทีไปได้ เรือง การเคลือนทีของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง(ต่อ) 2.5 การเคลือนทีของดาวทะเล
  9. 9. แมลง เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง แต่แมลงมีโครงร่างภายนอก ซึงเป็นสาร พวก…………….. มีลักษณะเป็นโพรง เกาะกันด้วยข้อต่อซึงเป็นเยือทีงอได้ ข้อต่อข้อแรก ของขากับลําตัวเป็นข้อต่อแบบ บอลแอนด์ซอกเก็ต ส่วนข้อต่อแบบอืนๆ เป็นแบบบานพับ การเคลือนไหวเกิดจากทํางานสลับกันของกล้ามเนือ……………..และ………………… ซึงเกาะอยู่โพรงไคทินนี โดย กล้ามเนือ…………………….ทําหน้าทีในการงอขา และ กล้ามเนือ………………..ทําหน้าทีในการเหยียดขา ซึงการทํางานเป็นแบบ……………… เหมือนกับคน เรือง การเคลือนทีของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง(ต่อ) 2.6 การเคลือนทีของแมลง
  10. 10. แมลงมีระบบกล้ามเนือเป็น 2 แบบ คือ - ระบบกล้ามเนือทีติดต่อกับโคนปีกโดยตรง - ระบบกล้ามเนือทีไม่ติดต่อกับปีกโดยตรง เรือง การเคลือนทีของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง(ต่อ) 2.6 การเคลือนทีของแมลง(ต่อ)
  11. 11. • โลมาและวาฬ มีครีบอกช่วยในการว่ายนํา และหางทีแบนขนาดใหญ่ ขนานกับพืน เคลือนทีโดยการตวัดหางและใช้ครีบอกช่วยพยุงตัว ทําให้เคลือนทีไปข้างหน้าได้เป็นอย่างดี 3.1 การเคลือนทีของโลมาและวาฬ เรือง การเคลือนทีของสัตว์มีกระดูกสันหลัง
  12. 12. - ระบบกล้ามเนือทียึดติดอยู่2 ข้างของกระดูก สันหลัง โดยการหดตัวของกล้ามเนือข้างใดข้าง หนึงทังชุด เริมจากหัวไปหางและการพัดโบกของ ครีบหาง ทําให้ปลาเคลือนทีเป็นรูปตัว……….. - ครีบต่างๆ ได้แก่ ครีบเดียว เช่น ………………. …………...จะช่วยพัดโบกให้เคลือนทีไปข้างหน้า และ ครีบคู่ เช่น ……………………………….. ซึงช่วยในการพยุงตัวและเคลือนทีลงในแนวดิง เรือง การเคลือนทีของสัตว์มีกระดูกสันหลัง(ต่อ) 3.2 การเคลือนทีของปลา
  13. 13. เป็ดขณะทีเคลือนไหวในนํา จะใช้โครงสร้างทีมีลักษณะเป็นแผ่นบางๆ ยึดติดอยู่ ระหว่างนิวเท้าช่วยโบกพัดนํา ทําให้ลําตัวเคลือนไปข้างหน้าได้ เรียกว่า………….. ท่ากระโดดของกบจะใช้ขาหลังทังสองในการดีดตัวไปข้างหน้า เรือง การเคลือนทีของสัตว์มีกระดูกสันหลัง(ต่อ) 3.3 การเคลือนทีของกบและเป็ดในนํา
  14. 14. สัตว์กลุ่มนีจะมีขาคู่หน้าทีเปลียนแปลงไปมีลักษณะเป็นพาย เรียกว่า ……………………. ช่วยในการพัดโบกร่วมกับส่วนประกอบอืนของ ร่างกาย ทําให้เคลือนทีในนําได้เป็นอย่างดี เรือง การเคลือนทีของสัตว์มีกระดูกสันหลัง(ต่อ) 3.4 การเคลือนทีของเต่าทะเล แมวนํา และ สิงโตทะเล
  15. 15. เรือง การเคลือนทีของสัตว์มีกระดูกสันหลัง(ต่อ) 3.5 การเคลือนทีของนก นกมีกล้ามเนือทีใช้ในการขยับปีกทีแข็งแรง โดยกล้ามเนือนีจะยึดอยู่ระหว่าง โคนปีกกับกระดูกอก (keel or sternum) กล้ามเนือคู่หนึง ทําหน้าทีเป็น กล้ามเนือยกปีก (levater muscle) คือ กล้ามเนือ……………………………………………………. และ กล้ามเนืออีกคู่มีขนาดใหญ่มาก ทําหน้าที ในการหุบปีกลง (depresser muscle) คือ กล้ามเนือ……………………………………………………………………..
  16. 16. การบินโดยการกระพือปีกพบทัว ๆ ไป คือ จะกางปีกออกกว้างสุด แล้วกระพือไป ข้างหน้าพร้อม ๆ กับกระพือลงข้างล่าง(คล้ายกับการว่ายนําท่าผีเสือ) จากนันจะลู่ ปีกและยกขึนข้างบนพร้อม ๆ กับขยับไปทางหาง เรือง การเคลือนทีของสัตว์มีกระดูกสันหลัง(ต่อ) 3.5 การเคลือนทีของนก(ต่อ)
  17. 17. ระบบโครงกระดูกของคน ระบบโครงกระดูก หมายถึง…………………….. ............................................................................................... รวมถึงสิงต่างๆ ทีมาเกียวพัน ได้แก่ ………………………. ……………………………………….. เรือง การเคลือนทีของคน 4.1 ระบบโครงกระดูกและข้อต่อ
  18. 18. หน้าทีของระบบโครงกระดูก 1. เป็นโครงร่าง ทําให้คนเราคงรูปอยู่ได้ นับเป็นหน้าทีสําคัญทีสุด 2. เป็นทียึดเกาะของกล้ามเนือลาย เป็น รวมทังพังผืด 3. เป็นโครงร่างห่อหุ้มป้ องกันอวัยวะภายใน ไม่ให้เป็นอันตราย เช่น………………… ……………………………………………………………………………………. 4. เป็นแหล่งเก็บ…………………….ทีใหญ่ทีสุด 5. เป็นแหล่งสร้างเม็ดเลือดชนิดต่างๆ 6. ช่วยในการเคลือนไหว โดยเฉพาะกระดูกยาวทําให้เราสามารถเคลือนไหวเป็นมุมที กว้างขึน 7. กระดูกบางชนิดยังช่วยในการนําคลืนเสียง ช่วยในการได้ยิน เช่น………………….. ………………… ซึงอยู่ในหูตอนกลาง จะทําหน้าทีนําคลืนเสียงผ่ายไปยังหูตอนใน เรือง การเคลือนทีของคน(ต่อ) 4.1 ระบบโครงกระดูกและข้อต่อ
  19. 19. กระดูกอ่อน (Cartilage) กระดูกอ่อน จัดเป็นเนือเยือเกียวพันชนิดพิเศษ ทีมีเมทริกซ์แข็งกว่าเนือเยือเกียวพัน ชนิดอืนๆ ยกเว้น ……………………. หน้าทีสําคัญ ของกระดูกอ่อน คือ………………………………... เนืองจากผิวของกระดูกอ่อนเรียบ ทําให้การเคลือนไหวได้สะดวก………………. กระดูกอ่อนจะพบทีปลายหรือหัวของกระดูกทีประกอบเป็นข้อต่อต่างๆ และยังเป็น …………………………………………………….ทัวร่างกาย ความแตกต่างในแง่ของปริมาณและชนิดของ fiber ทีอยู่ภายในmatrix มีผลให้ คุณสมบัติของกระดูกอ่อนแตกต่างกันไป ทําให้สามารถจําแนกชนิดของกระดูกอ่อนได้ เป็น ………. ชนิด 4.1 ระบบโครงกระดูกและข้อต่อ เรือง การเคลือนทีของคน(ต่อ)
  20. 20. กระดูกอ่อน (Cartilage) (ต่อ) กระดูกอ่อนจําแนกชนิดได้เป็น 3 ชนิด 1. กระดูกอ่อนโปร่งใส (Hyaline Cartilage) มีลักษณะใสเหมือนแก้ว เพราะมีเมทริกซ์โปร่งใส เป็น ชนิดทีพบมากทีสุดในร่างกาย เป็นต้นกําเนิดโครง กระดูกส่วนมากในร่างกาย เช่น ……………………… ………………………………………………………. บริเวณส่วนหัวของกระดูกยาว เช่น …………………. ………………………………………………………... 4.1 ระบบโครงกระดูกและข้อต่อ (ต่อ) เรือง การเคลือนทีของคน(ต่อ)
  21. 21. 2. กระดูกอ่อนยืดหยุ่น(Elastic Cartilage) เป็นกระดูกอ่อนทียืดหยุ่นได้ดี มีเมทริกซ์เป็น พวกเส้นใย ยืดหยุ่นมากกว่าเนืองจากมี …………………………………….. พบได้ที ……………………..……………………….. กระดูกอ่อน (Cartilage) (ต่อ) กระดูกอ่อนจําแนกชนิดได้เป็น 3 ชนิด (ต่อ) 4.1 ระบบโครงกระดูกและข้อต่อ (ต่อ) เรือง การเคลือนทีของคน(ต่อ)
  22. 22. 3. กระดูกอ่อนเส้นใย (Fibrous Cartilage) พบในร่างกายน้อยมาก เป็นกระดูก อ่อนทีมีสารพืนน้อยแต่มีเส้นใยมาก พบได้ที ………………………………………………… ………………………………………………… ………………………………………………… กระดูกอ่อน (Cartilage) (ต่อ) กระดูกอ่อนจําแนกชนิดได้เป็น 3 ชนิด (ต่อ) เรือง การเคลือนทีของคน(ต่อ) 4.1 ระบบโครงกระดูกและข้อต่อ (ต่อ)
  23. 23. กระดูก (Bone) เป็นเนือเยือ……………………………. (Supporting tissue) ทีแข็งทีสุด แบ่งตามลักษณะโครงสร้างได้เป็น2 พวกคือ 1. กระดูกฟองนํา(Spongy Bone) เป็นกระดูกทีมี…………………………….…. พบที ส่วนปลายทังสองข้างของกระดูกยาว ส่วนผิวนอกตรงส่วนปลายกระดูก จะมีกระดูกอ่อนหุ้ม อยู่ ส่วนทีเป็นรูพรุนจะมี……………………………………………………………………. 2. กระดูกแข็ง (Compact Bone) หมายถึงกระดูกส่วนทีแข็งแรง จะพบอยู่บริเวณผิวนอก ส่วนกลางๆของกระดูกยาว มีเนือกระดูกมากกว่าช่องว่าง ในภาคตัดขวางจะเห็นเป็นชันๆ ดังนี เรือง การเคลือนทีของคน(ต่อ) 4.1 ระบบโครงกระดูกและข้อต่อ (ต่อ)
  24. 24. 2.1 เยือหุ้มกระดูก(Periosteum) มีลักษณะบางเหนียว เป็นส่วนทีมีหลอดเลือดฝอยเพือนํา อาหารไปเลียงกระดูก และชันในสุดของเยือหุ้มกระดูกจะมีเซลล์ออสทีโอบลาสต์ (Osteoblast) เป็นเซลล์……………………………………………………………. 2.2 เนือกระดูกนับเป็นโครงสร้างที……………………………………………………… 2.3 ช่องว่างในร่างกาย (Medullary Cavity) เป็นช่องว่างทีมี……………………………. 2.4 ไขกระดูก(Bone Marrow) มีสีเหลือง ประกอบด้วยเซลล์ไขมันจํานวนมาก ไขกระดูก 2.4.1 ไขกระดูกแดง เป็น…………………………… เริมสร้างประมาณกลางวัยเด็ก เมือวัยรุ่นจะถูกแทนทีโดยเซลล์ไขมัน กลายเป็นไขกระดูกเหลือง 2.4.2 ไขกระดูกเหลือง เป็น…………………….อาจเปลียนกลับเป็นไขกระดูกแดงได้ เรือง การเคลือนทีของคน(ต่อ) 4.1 ระบบโครงกระดูกและข้อต่อ (ต่อ)
  25. 25. กระดูกชนิดต่างๆ เรือง การเคลือนทีของคน(ต่อ) 4.1 ระบบโครงกระดูกและข้อต่อ (ต่อ)
  26. 26. ข้อต่อและเอ็นเชือมกระดูก เรือง การเคลือนทีของคน(ต่อ) 4.2 ข้อต่อและเอ็นเชือมกระดูก
  27. 27. ข้อต่อ คือ ตําแหน่งทีกระดูกตังแต่ ………….. ชิน ขึนไปมาจรดกันโดยมี…………… ................................. มายึดให้ติดกันเป็นข้อต่ออาจเคลือนไหวได้มาก หรือน้อย หรือไม่ได้เลยก็ได้ ขึนอยู่กับชนิดของข้อต่อนันๆแต่ประโยชน์ทีสําคัญคือ เพือ……………………………....…. และให้กระดูกทีมีความแข็ง อยู่แล้ว สามารถเคลือนไหวหรือปรับผ่อนได้ตามสภาพและหน้าทีของกระดูกทีอยู่ ณ ตําแหน่งนัน ๆ เรือง การเคลือนทีของคน(ต่อ) 4.2 ข้อต่อและเอ็นเชือมกระดูก(ต่อ)
  28. 28. ข้อต่อแบบลูกกลมในเบ้า ……………………… ……………………….. พบที………………….. ………………………... เรือง การเคลือนทีของคน(ต่อ) 4.2 ข้อต่อและเอ็นเชือมกระดูก(ต่อ)
  29. 29. ข้อต่อแบบบานพับ ข้อต่อแบบนี พบได้ที บริเวณ…………………… เคลือนไหวได้แบบ………… ............................................... ............................................... เรือง การเคลือนทีของคน(ต่อ) 4.2 ข้อต่อและเอ็นเชือมกระดูก(ต่อ)
  30. 30. ข้อต่อแบบเลือน - จะมีผิวแบนเรียบ ซึงจะเลือน ……………………………… …………………………..... พบได้ที……………………….. ……………………………… ……………………………… เรือง การเคลือนทีของคน(ต่อ) 4.2 ข้อต่อและเอ็นเชือมกระดูก(ต่อ)
  31. 31. ข้อต่อแบบเดือยหมุน พบใน …………………….…..…………. มีลักษณะ……………………….… …………………………………… …………………………………… เรือง การเคลือนทีของคน(ต่อ) 4.2 ข้อต่อและเอ็นเชือมกระดูก(ต่อ)
  32. 32. มีแต่กระดูกกับข้อต่อ ยัง เคลือนไหวไม่ได้หรอกนะ !! ต้องมีระบบกล้ามเนือด้วย ใช่ไหมคะ!?! 4.3 ระบบกล้ามเนือ เรือง ระบบกล้ามเนือ
  33. 33. กล้ามเนือ(muscle) เป็นตัวทีทําให้เกิดการเคลือนไหวโดยทํางานร่วมกับระบบโครงกระดูก กล้ามเนือแบ่งออกเป็น3 ชนิด คือ 1. กล้ามเนือลาย( skeletal muscle ) เป็นกล้ามเนือชนิดเดียวทียึดเกาะกับกระดูก ประกอบด้วยเซลล์ทีมีลักษณะเป็น ทรงกระบอกยาว เรียกว่า ……………….. …………………………….. ถ้าดูด้วยกล้องจุลทรรศน์จะมองเห็น เป็น …………………………………………………...................................................... การทํางาน…………………………………………………….(voluntary muscle) เช่น ………………………………………………………………………………... เรือง ระบบกล้ามเนือ(ต่อ) 4.3 ระบบกล้ามเนือ(ต่อ)
  34. 34. กล้ามเนือลาย ประกอบด้วยเซลล์ทีมีลักษณะยาวเหมือนเส้นใย เรียกว่า เส้นใยกล้ามเนือ( muscle fiber ) อยู่รวมกันเป็นมัด เซลล์แต่ละเซลล์ในเส้นใยกล้ามเนือจะมีหลายนิวเคลียส ในเส้นใยกล้ามเนือแต่ละเส้นจะประกอบด้วยมัดของ เส้นใยฝอย หรือเส้นใยกล้ามเนือเล็ก( myofibrils ) ทีมีลักษณะเป็นท่อนยาว เรียงตัวตามแนวยาว ภายในเส้นใยฝอยจะประกอบด้วยเส้นใยเล็กๆ เรียกว่า ………………………………………………………………….. เรือง ระบบกล้ามเนือ (ต่อ) 4.3 ระบบกล้ามเนือ(ต่อ)
  35. 35. ไมโอฟิลาเมนต์ ประกอบด้วยโปรตีน 2 ชนิด คือ ไมโอซิน ( myosin ) และแอกทิน ( actin ) ไมโอซินมีลักษณะเป็นเส้นใยหนา ส่วนแอกทินเป็นเส้นใยทีบางกว่า การเรียงตัวของไมโอซิน และแอกทิน อยู่ในแนวขนานกัน ทําให้เห็นกล้ามเนือเป็นลายขาวดํา สลับกัน เรือง ระบบกล้ามเนือ (ต่อ) 4.3 ระบบกล้ามเนือ(ต่อ)
  36. 36. 2. กล้ามเนือเรียบ( smooth muscle ) เป็นกล้ามเนือ………………………….…… ประกอบด้วยเซลล์ทีมีลักษณะ……………………………………………………….…. ทํางาน…………………………………………………………..( involuntary muscle ) เช่น ……………………………………………………………………………………… 3. กล้ามเนือหัวใจ( cardiac muscle ) เป็นกล้ามเนือของหัวใจโดยเฉพาะรูปร่าง เซลล์ จะมี………………………………………..เหมือนกล้ามเนือลายแต่แยกเป็นแขนง และเชือมโยงติดต่อกันกับเซลล์ข้างเคียงการทํางาน…………………………………… เช่นเดียวกับกล้ามเนือเรียบ เรือง ระบบกล้ามเนือ(ต่อ) 4.3 ระบบกล้ามเนือ(ต่อ)
  37. 37. ลักษณะเซลล์ กล้ามเนือชนิดต่างๆ เรือง ระบบกล้ามเนือ (ต่อ) 4.3 ระบบกล้ามเนือ(ต่อ)
  38. 38. กล้ามเนือไบเซพ(biceps) และกล้ามเนือไตรเซพ(triceps) ปลายข้างหนึงของกล้ามเนือทังสองยึดติดกับกระดูกแขนท่อนบน ส่วนปลายอีกด้าน หนึงยึดติดอยู่กับกระดูกแขนท่อนล่าง เมือกล้ามเนือ ………หดตัว ทําให้แขนงอตรง บริเวณข้อศอก ขณะทีแขนงอ กล้ามเนือ…………จะคลายตัว แต่ถ้ากล้ามเนือไบเซพ คลายตัวจะทําให้แขนเหยียดตรงได้ ซึงขณะนันกล้ามเนือไตรเซพจะหดตัว ดังนัน กล้ามเนือไบเซพจึงเป็นกล้ามเนือ……………………………. ส่วนกล้ามเนือไตรเซพ จะเป็นกล้ามเนือ………………………………. การทํางานของกล้ามเนือที เห็นได้ชัดเจน ได้แก่ การ ทํางานของกล้ามเนือแขน เรือง ระบบกล้ามเนือ (ต่อ) 4.3 ระบบกล้ามเนือ(ต่อ)
  39. 39. เรือง ระบบกล้ามเนือ (ต่อ) 4.3 ระบบกล้ามเนือ(ต่อ) รูปภาพแสดงโครงสร้างของ กล้ามเนือ การเรียงตัวของ ไมโอฟิลาเมนต์ โปรตีนแอกทิน และไมโอซิน
  40. 40. เรือง ระบบกล้ามเนือ (ต่อ) 4.3 ระบบกล้ามเนือ(ต่อ)

×