• Share
  • Email
  • Embed
  • Like
  • Save
  • Private Content
การเลี้ยงสุกรขุน4
 

การเลี้ยงสุกรขุน4

on

  • 34,534 views

การเลี้ยงสุกรขุน

การเลี้ยงสุกรขุน

Statistics

Views

Total Views
34,534
Views on SlideShare
34,309
Embed Views
225

Actions

Likes
0
Downloads
38
Comments
0

1 Embed 225

http://somkiatkc.wordpress.com 225

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Microsoft PowerPoint

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

    การเลี้ยงสุกรขุน4 การเลี้ยงสุกรขุน4 Presentation Transcript

    • การเลี้ยงสุกรขุน แหล่งการเรียนรู้ ภูมิปัญญาชาวบ้าน เรื่องสุกรขุน
    • โรงเรือน การทำโรงเรือนพอประมาณ คือ ยาว 5 เมตร กว้าง 3.5 เมตร จะเลี้ยงได้ประมาณคอกละ 20 ตัว แล้วก่ออิฐ 1 ก้อน ล้อมคอกบองสุกร และเราต้องตีไม้ล้อมรอบสูงจากอิฐขึ้นไปประมาณ 1 เมตร บริเวณที่ตั้ง กลางที่โล่งให้อากาศถ่ายเทสะดวก เพราะสุกรจะเย็นทำให้สุกรเลี้ยงง่าย และสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ถ้าเลี้ยงหมูแม่พันธุ์ คอกยาว 3 เมตร กว้าง 1.5 เมตร อาหารจะเป็นรำอ่อน และหัวอาหารชนิดแม่พันธุ์
    • อุปกรณ์การเลี้ยง 1. ถังอาหารประมาณ 2 ถัง 2. ก๊อกน้ำ 3. เครื่องปั้มน้ำ 4. แถ้งน้ำ หรือ ที่เก็บน้ำ 5. สายยาง 6. ไม้กวาด ระบบระบายน้ำ ขุดคลองระบายลงสู่ทุ่งนา
    • อาหารที่ใช้เลี้ยงสุกร 1. อาหารที่ใช้เลี้ยง คือ ท็อปฟิต ชนิดน้ำนม วิธีการใช้อาหารน้ำนม ให้แก่สุกรตอนออกจากแม่ใหม่ๆ 15 วัน วัตถุดิบประสมได้แก่ น้ำนมสัตว์ ปลาป่น และเนื้อ และกระดูกป่น กากถั่วเหลือง ถั่วเหลืองอบ ข้าวโพดป่น แคลเซียม รำละเอียด ไขมันสัตว์ เกลือ วิตามิน กรดอะมิโน สามารถถนอมคุณภาพอาหารสัตว์
    • 2. อาหารเบอร์ 1 ชื่ออาหารแหลมมอง วิธีการใช้อาหารแหลมทองจาก 15 วัน หรือครึ่งเดือน ถึง 1 เดือนครึ่ง น้ำหนักสุกรประมาณ 30-60 กิโลกรัม วัตถุดิบส่วนผสม คือ ปลาป่น และเนื้อ และกระดูกป่น กากถั่วเหลือง หรือถั่วเหลืองอบ ข้าวโพดป่นหรือปลายข้าว และมัน สำปะหลัง รำละเอียด และรำสกัดน้ำมัน ไขมันสัตว์ และน้ำมันพืช แคลเซียมคาร์บอเนต และไดแคลเซียม ฟอสเฟต และโมโนแคลเซียมฟอสเฟต เกลือ วิตามิน กรดอะมิโน สามารถถนอมคุณภาพอาหารสัตว์ คำเตือน ห้ามนำไปใช้เลี้ยงเคี้ยวเอี้ยง
    • 3. อาหารเบอร์ 2 ชื่ออาหารแหลมมอง วิธีการใช้อาหารแหลมทองจาก 15 วัน หรือครึ่งเดือน ถึงอีก 1 เดือนครึ่ง น้ำหนักสุกรประมาณ 30-60 กิโลกรัม วัตถุดิบส่วนผสม คือ ปลาป่น และเนื้อ และกระดูกป่น กากถั่วเหลือง หรือถั่วเหลืองอบ ข้าวโพดป่นหรือปลายข้าว และมัน สำปะหลัง รำละเอียด และรำสกัดน้ำมัน ไขมันสัตว์ และน้ำมันพืช แคลเซียมคาร์บอเนต และไดแคลเซียม ฟอสเฟต และโมโนแคลเซียมฟอสเฟต เกลือ วิตามิน กรดอะมิโน สามารถถนอมคุณภาพอาหารสัตว์ คำเตือน ห้ามนำไปใช้เลี้ยงเคี้ยวเอี้ยง
    • 4. อาหารเบอร์ 3 ชื่ออาหารแหลมมอง อาหารรวม วิธีการใช้อาหารแหลมทองจาก 3-4 เดือน น้ำหนักสุกรประมาณ 70-100 กิโลกรัม วัตถุดิบส่วนผสม คือ ปลาป่น และเนื้อ และกระดูกป่น กากถั่วเหลืองหรือถั่วเหลืองอบ ข้าวโพดป่นหรือปลายข้าว และมันสำปะหลัง รำละเอียด และรำสกัดน้ำมัน ไขมันสัตว์และน้ำมันพืช แคลเซียมคาร์บอเนต และไดแคลเซียมฟอสเฟต และโมโนแคลเซียมฟอสเฟต เกลือ วิตามิน กรดอะมิโน สามารถถนอมคุณภาพอาหารสัตว์ คำเตือน ห้ามนำไปใช้เลี้ยงเคี้ยวเอี้ยง
    • คุณภาพของอาหารสัตว์ทางเคมี โปรตีนไม่น้อยกว่า 16 เปอร์เซ็นต์ ไขมัน ไม่น้อยกว่า 3 เปอร์เซ็นต์ กากไม่มากกว่า 7 เปอร์เซ็นต์ ความชื้นไม่มากกว่า 13 เปอร์เซ็นต์
    • การเลี้ยงสุกรขุน พอเราเอาออกจากแม่ 30 วัน ขั้นตอนที่ 1 ล้างคอกที่เราจะเอาสุกรไปเลี้ยงให้สะอาดและน้ำยาฆ่าเชื้ออโรค
    • ขั้นตอนที่ 2 เราก็เอาสุกรที่เราจะเลี้ยงไปใส่คอกอนุบาลก่อนโดยประมาณ 15 วันเพื่อให้สุกรชินกับอาหารและตอนที่อยู่ในคอกอนุบาลอย่าทำให้สุกรเปียกน้ำ เพราะจะทำให้สุกรป่วยหรือเป็นอันตรายได้
    • ขั้นตอนที่ 3 พอถึง 15 วันแล้วเราก็ต้องฉีดยาฆ่าพยาธิ
    • ขั้นตอนที่ 4 เราก็ต้องนำเอาสุกรลงสู่คอกใหญ่
    • ขั้นตอนที่ 6 พอถึง 2 เดือนเราต้องเปลี่ยนอาหารเป็นเบอร์ 2
    • ขั้นตอนที่ 5 พอสุกรได้ 1 เดือนเราก็เปลี่ยนอาหารจากน้ำนมเป็นอาหารเบอร์ 1
    • ขั้นตอนที่ 7 พอ 2 เดือนผ่านไปพอถึง 3 เดือนเปลี่ยนอาหารรอมจนถึง 4 เดือนเราก็ขายได้
    • ข้อควรปฏิบัติ 1. เราต้องทำความสะอาดคอกทุกวันเพื่อไม่ให้สุกรสกปรกมากจนเกินไป 2. เวลาสุกรป่วยเราต้องไปปรึกษาปตุสัตย์
    • สมาชิกในกลุ่ม 1. นายโกวิทย์ มุละสิวะ เลขที่ 7 2. นายสิรภพ กาหลิบ เลขที่ 5 3. นายศรัญ พสุจันทร์ เลขที่ 10 4. นายศักดิ์ภานุมาส อาจหาญ เลขที่ 11 5. นายภาษิต อินทนาม เลขที่ 4 6. นายปัญจพล เศิกศิริ เลขที่ 8 7. นายศราวุฒิ มุละสิวะ เลขที่ 16 8. นายกฤษณะ เวชกามา เลขที่ 3