Your SlideShare is downloading. ×
Vision For The Future: Primary Care Experience From Canada
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×
Saving this for later? Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime – even offline.
Text the download link to your phone
Standard text messaging rates apply

Vision For The Future: Primary Care Experience From Canada

1,648

Published on

Vision For The Future: Primary Care Experience From Canada …

Vision For The Future: Primary Care Experience From Canada

By Dr.Orawan Tawaytibhongs , Department of Social Medicine , Ratchaburi Hospital

Published in: Education, Health & Medicine
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
1,648
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2
Actions
Shares
0
Downloads
47
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. Dr.Orawan Tawaytibhongs Department of Social Medicine, Ratchaburi Hospital Vision For The Future: Primary Care Experience From Canada
  • 2.  
  • 3. หลักประกันสุขภาพของแคนาดา (Canada Health Act)
    • " to protect, promote and restore the physical and mental well-being of residents of Canada and to facilitate reasonable access to health services without financial or other barriers ."
  • 4. Requirements of the CHA
    • เป็นงานของรัฐ (Public Administration)
    • จัดสรรทุกด้าน (Comprehensive)
    • บริการทุกเพศทุกวัย (Universality)
    • มั่นใจทั่วประเทศ (Portability)
    • เบ็ดเสร็จทุกเวลา (Accessibility)
  • 5. คำถาม
    • การบริหารจัดการระบบบริการสาธารณสุขเป็นอย่างไร
    • การขึ้นทะเบียนประชากร ทำอย่างไร เหมือนบ้านเราหรือเปล่า
    • แพทย์เฉพาะทางตรวจคนไข้ทั่วไปหรือไม่
    • ระบบการส่งต่อระหว่างแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวและแพทย์เฉพาะทาง
    • ระบบ Home Health Care
    • ปัญหาของ Primary Care และ ข้อเสนอแนะ
  • 6. การบริหารจัดการ
    • รัฐเป็นผู้จ่ายเงินให้กับแพทย์โดยตรง โดยคิดตามครั้งที่ผู้ป่วยมาพบแพทย์ เรียกว่า fee for service ไม่ใช่ได้เป็นเงินเดือน
    • แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวมีหน้าที่ดูแลสุขภาพครอบคลุมทุกด้านทั้งการรักษา ส่งเสริม ป้องกัน แก้ไขภาวะทุพพลภาพ กายภาพบำบัด
    • แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวสามารถทำงานในโรงพยาบาลทุกขนาดตั้งแต่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป และ โรงพยาบาลชุมชน ซึ่งเป็นของรัฐทั้งหมด หรือ คลินิกส่วนตัว (private practice) ซึ่งแบ่งเป็น solo practice หรือ group practice แม้จะเรียกว่า คลินิกส่วนตัว แต่จะไม่มีการเรียกเก็บเงินจากคนไข้ แต่จะใช้วิธีเรียกเก็บจากต้นสังกัดแทน
    • การจ่ายยา จะใช้วิธีเขียนใบสั่งยา แล้วให้คนไข้นำไปที่ร้านขายยา แม้กระทั่งในโรงพยาบาล ก็จะไม่มีห้องจ่ายยาผู้ป่วยนอก
  • 7. การบริหารจัดการ
    • ถ้ารักษาแบบผู้ป่วยนอก แพทย์จะคิดเฉพาะค่ารักษา ( เรียกเก็บจากส่วนกลางของแต่ละมณฑล ) ผู้ป่วยจะต้องไปจ่ายยาเอง ซึ่งบางแห่งจะครอบคลุมค่ายาบางส่วน แต่ไม่ทั้งหมด ผู้ป่วยจึงต้องจ่ายค่ายาส่วนเกินเอง หรือ ซื้อประกันเพิ่ม
    • หากเป็นการรักษาแบบผู้ป่วยใน จะเบิกจากรัฐทั้งหมด ( ซึ่งก็จะมี guideline สำหรับการรักษาที่จำเป็นและเหมาะสม )
    • โรงพยาบาลจะมีการบริหารจัดการโดยคณะกรรมการ ที่ไม่ได้มีเฉพาะแพทย์เท่านั้น แต่จะมีผู้บริหารจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนจากภาคประชาชน และ ผู้แทนจากโรงพยาบาล ร่วมด้วย
    • ทีมผู้บริหารจะมีส่วนในการคัดเลือกแพทย์ประจำโรงพยาบาล
  • 8. ประชากรที่ได้รับความคุ้มครองจาก CHA
    • all "insured persons" (basically, legal residents of Canada,including permanent residents) are entitled to receive "insured services" without copayment
    • ประชาชนทุกคน ที่อยู่ในประเทศแคนาดาอย่าง ถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงผู้อพยพอย่างถูกกฎหมาย จะได้รับสิทธิความคุ้มครองเรื่องการรักษาพยาบาลที่กำหนดไว้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
  • 9. การบริหารด้านงบประมาณ
    • 70% ของค่าใช้จ่ายทางด้านสาธารณสุขมาจากรัฐ ที่เหลือมาจากระบบประกันเอกชน และที่ผู้ป่วยจ่ายเองโดยไม่มีประกัน
    • 99% ของแพทย์มีรายได้จากรัฐ และ 90% ของรายได้โรงพยาบาลมาจากรัฐเช่นกัน
    • แพทย์ไม่ได้ทำงานเป็นลูกจ้างของโรงพยาบาลโดยตรง เพราะรายได้มาจาก fee for service
    • โรงพยาบาลส่วนใหญ่ขึ้นกับองค์กรทางศาสนา
    • ระบบ Medicare นี้ จึงเป็นลูกผสมระหว่าง Public และ Private
    • มีความแตกต่างในรายละเอียดของแต่ละมณฑล
  • 10. บริการที่ไม่ครอบคลุมด้วย CHA
    • Outpatient drug coverage and Rehabilitation
    • Dental care program
    • Vision and eye care
    • Mental health
    • Long term care
    • บริการเหล่านี้จะถือเป็น additional program ซึ่งขึ้นกับพื้นที่ โรคที่ได้รับการวินิจฉัย (HIV, cystic fibrosis, cancer) อายุ ( เด็ก , คนชรา ) รายได้ และ การซื้อบริการเพิ่มเติมเอง
  • 11. Dental, eye care, other services
    • Dental care แล้วแต่ประกันสุขภาพที่สำนักงานนั้นมีให้ บางคนต้องจ่ายเองทั้งหมด
    • บางมณฑลจะมีโปรแกรมดูแลเด็กและผู้สูงอายุต่างหาก
    • The Canadian Association of Public Health Dentistry track programs สำหรับช่วยเหลือผู้ที่ไม่มีประกันเรื่องรักษาฟัน
    • Vision care จะมีการ cover ในส่วนที่เกิดจากความเจ็บป่วย เช่น cataract surgery, diabetic vision care, some laser surgeries required as a result of disease but not the purpose to replace eyeglasses
    • การแพทย์ทางเลือกมักจะไม่ได้รับการ cover เช่น Chiropractic ในบางพื้นที่
    • Psychiatric services โดยจิตแพทย์ได้รับการ cover แต่ถ้าเป็นการดูแลในชุมชน จะไม่ได้รับการ cover
  • 12. บริการที่ครอบคลุม
    • การรักษาพยาบาลในโรงพยาบาล
    • ค่าตรวจของแพทย์ (doctor’s fee)
    • การบริการโดยบุคลากรทางสาธารณสุขอื่นๆ เช่น กายภาพบำบัด chiropractors อาชีวบำบัด ที่ทำในโรงพยาบาล
    • แต่ละมณฑลสามารถบริหารจัดการเพิ่มเติมเองได้ เช่น เรื่องประกันราคายา จ่ายค่ายาผู้ป่วยนอกบางส่วน การตามจ่ายบางส่วนถ้ามีนักกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่องที่บ้าน
  • 13. การจัดการด้านการรักษาพยาบาล
    • ไม่จำเป็นต้องขึ้นกับแพทย์ที่อยู่ในพื้นที่
    • สามารถติดต่อหาแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวประจำตัวได้เอง
    • ส่วนใหญ่ จะแนะนำต่อๆกันไป
    • มีข้อจำกัดตรงที่ แพทย์แต่ละคนจะรับคนไข้ได้จำนวนจำกัด เพราะทางรัฐจะมีการตรวจสอบประกันคุณภาพการรักษาพยาบาล
    • เกิดปัญหาแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวไม่เพียงพอ
  • 14.
    • “ [Family physicians] are the doctors closest to people. They heal most of the broken-hearted, repair more of the injured and deprived, and live with the poor and dying who are without hope. Adaptation is the juice of family medicine-the FP adapts to the needs of people, or closes up shop.”
    • Dr. William Victor Johnston ( First Executive Director of the CFPC, 1956-1965 )
  • 15. แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวมีหน้าที่
    • “ รับมือกับโรคที่ไม่จำเพาะเจาะจง , จัดการกับความไม่แน่นอน และช่วยลดการใช้ทรัพยากรทางด้านสาธารณสุขอย่างไม่เหมาะสมหรือฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็น ”
    • The Future of General Practice. Statement of the Royal College of General Practitioner. London, Engl, Sept 2004
  • 16. หลักการแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ( แคนาดา )
    • ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างแพทย์และคนไข้ and the needs of our patients are central to all we do.
    • เป็นแพทย์ที่มีความรู้ความสามารถในทางคลินิก providing and coordinating a broad range of evidence-based health care for individuals and families throughout their lives.
    • เป็นแพทย์ที่ทำงานกับชุมชน responding to patient and community needs in our offices, hospitals, patients’ homes, and other community settings.
    • เป็น resource person ของกลุ่มประชากรที่ตนเองดูแลอยู่ promoting health to prevent illness, providing and explaining health information, collaborating and facilitating access to other caregivers, and advocating for patients throughout the health care system.
  • 17. ข้อมูลเชิงประจักษ์
    • ประมาณร้อยละ 80 บอกว่าชอบการเข้าถึงบริการที่ผ่านเเพทย์ประจำครอบครัว
    • ประมาณร้อยละ 88 เห็นด้วยที่การมีเเพทย์ประจำครอบครัวทำให้มีความมั่นใจเกี่ยวกับการเข้าถึงบริการต่างๆ
    • มากกว่าร้อยละ 80 เห็นว่าคุณภาพการบริการของเเพทย์ประจำครอบครัวอยู่ในระดับดีถึงดีเยี่ยม
    • มากกว่าร้อยละ 66 ระบุว่าเเพทย์ประจำครอบครัวเป็นผู้ดูเเลด้านสุขภาพที่สำคัญที่สุดสำหรับพวกเขาเเละครอบครัว
  • 18. ปัญหาการขาดแคลนแพทย์
    • มหาวิทยาลัยผลิตแพทย์ไม่ทันต่อความต้องการ เพราะเกิด “สมองไหล”
    • ระบบการเรียนแพทย์ จะต้องจบปริญญาตรีมาก่อน และเข้าเรียนแพทย์เป็นระดับ post-graduate ใช้เวลาเรียนอีก 4 ปี
    • เมื่อจบแล้ว จะต้องเลือกเรียนว่า จะเรียนเวชศาสตร์ครอบครัว หรือ เฉพาะทางสาขาอื่นๆ
    • มีการกำหนดสัดส่วนของแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวและแพทย์เฉพาะทางไว้ที่ 50:50
    • แต่ระยะหลายปีที่ผ่านมา มีปัญหาการขาดแคลนแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว
  • 19. การขาดแคลนแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว
    • มีผู้เรียนน้อยลง
    • แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวที่ทำงานแบบ focused มากขึ้นในบาง area เช่น การทำเฉพาะด้านสูติ - นรีเวช
    • ค่าตอบแทนที่ต่ำกว่าแพทย์เฉพาะทางสาขาอื่น
  • 20. ระบบการส่งต่อระหว่างแพทย์
    • แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวมีหน้าที่ประสานงานให้กับผู้ป่วย หากต้องได้รับการรักษาจากแพทย์เฉพาะทาง
    • ผู้ป่วยสามารถเข้าไปพบแพทย์เฉพาะทางได้ แต่จะค่อนข้างยุ่งยาก ซับซ้อนหากไม่มีการส่งตัว
    • แพทย์เฉพาะทางจะไม่ค่อยอยากตรวจผู้ป่วยทั่วไป เพราะเบิกเงินได้เท่ากับแพทย์ทั่วไป
    • การส่งต่อใช้ทั้งทางโทรศัพท์ จดหมาย ระบบ IT และมีการตอบกลับเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการรักษา
    • แพทย์ส่วนใหญ่จะทำงานประสานกันในทีม
  • 21. ระบบ Home Health Care
    • ทีมงานประกอบด้วย พยาบาลทั้ง registered nurse และ license practice nurse นักกายภาพบำบัด นักโภชนาการ นักอาชีวบำบัด นักจิตวิทยา แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว นักสังคมสงเคราะห์ ฯลฯ
    • รัฐเป็นผู้ให้บริการทั้งหมด
  • 22. Long term facilities-based care
    • บ้านพักคนชรา
    • ไม่ใช่หน้าที่หลักของการสาธารณสุข
    • เป็นการบริหารจัดการของแต่ละมณฑล
    • มีค่าใช้จ่ายที่ครอบครัวต้องรับผิดชอบเอง
  • 23. ปัญหาอุปสรรคของ Primary Care in Canada
    • “ การไม่สามารถเข้าถึงบริการอย่างทันท่วงที กลายเป็นปัญหาสำคัญของการสาธารณสุขแห่งแคนาดา ”
  • 24. 2003 Health Accord
    • "Drawing from this foundation, First Ministers view this Accord as a covenant which will help to ensure that:
    • all Canadians have timely access to health services on the basis of need, not ability to pay, regardless of where they live or move in Canada;
    • the health care services available to Canadians are of high quality, effective, patient-centred and safe; and
    • our health care system is sustainable and affordable and will be here for Canadians and their children in the future."
  • 25.
    • The accord set the following priority areas: primary health care, home care, catastrophic drug coverage,
    • access to diagnostic/medical equipment and information technology and an electronic health record. The
    • extent of progress in meeting reform goals has varied across these areas.
  • 26. ปัญหาอุปสรรค
    • Wait time
    • Health Human Resource
    • Parallel Private Debate
    • In 2003, the Government in Canada spent $2,998 USD per capita on healthcare as compared to $5,711 USD per capita in the United States, while almost every Canadian citizen is fully covered
  • 27. Proposed reforms
    • Increase funding
    • User premiums: people who earn salaries above $20,000 must pay an annual health care premium ranging from $300–$900
    • Medical clinics: Ontario has increased the number of 24-hour drop-in medical clinic networks
    • Alternatives to fee-for-visit or service: พยายามปรับให้เป็น community health care in the early 1990s helped develop many community health care centres, often in low-income areas, which provide both medical and social
  • 28. Proposed reforms
    • support which combines health care with programs such as collective kitchens, Internet access, anti-poverty groups and groups to help people quit smoking.
    • Midwives and hospital birthing reforms
    • Privatization
    • International medical graduates
    • Provincial insurance plan
  • 29. การพัฒนาด้านเวชศาสตร์ครอบครัว
    • กำหนดนโยบายระดับชาติที่จะให้ความสำคัญกับแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ลดความแตกต่างระหว่างแพทย์เฉพาะทางและแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว
    • กำหนดจำนวนอัตราส่วนการผลิตนักศึกษาแพทย์และแพทย์ประจำบ้านเวชศาสตร์ครอบครัวไว้ล่วงหน้า
    • การจัดการเรียนการสอนแพทย์ประจำบ้านหลากหลายรูปแบบโดยวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวแห่งแคนาดา โดยกำหนดให้มีพื้นฐานการเรียนแบบ lifelong learning
    • เพิ่ม incentive ในการทำงานในเขตพื้นที่ขาดแคลน
    • จัดระบบการให้บริการที่เอื้อต่อการทำงานในพื้นที่ห่างไกล เช่น การใช้ระบบ IT ให้เป็นประโยชน์
    • สร้างทีมงานทำงานในพื้นที่ขาดแคลน

×