Dr.Orawan Tawaytibhongs Department of Social Medicine,  Ratchaburi Hospital Vision For The Future: Primary Care Experience...
 
หลักประกันสุขภาพของแคนาดา  (Canada Health Act) <ul><li>&quot; to protect, promote and restore the physical and mental well...
Requirements of the CHA <ul><li>เป็นงานของรัฐ  (Public Administration) </li></ul><ul><li>จัดสรรทุกด้าน  (Comprehensive) </...
คำถาม <ul><li>การบริหารจัดการระบบบริการสาธารณสุขเป็นอย่างไร  </li></ul><ul><li>การขึ้นทะเบียนประชากร ทำอย่างไร เหมือนบ้านเ...
การบริหารจัดการ <ul><li>รัฐเป็นผู้จ่ายเงินให้กับแพทย์โดยตรง โดยคิดตามครั้งที่ผู้ป่วยมาพบแพทย์ เรียกว่า  fee for service  ไ...
การบริหารจัดการ <ul><li>ถ้ารักษาแบบผู้ป่วยนอก แพทย์จะคิดเฉพาะค่ารักษา  ( เรียกเก็บจากส่วนกลางของแต่ละมณฑล )  ผู้ป่วยจะต้อง...
ประชากรที่ได้รับความคุ้มครองจาก  CHA <ul><li>all  &quot;insured persons&quot;  (basically, legal residents of Canada,inclu...
การบริหารด้านงบประมาณ <ul><li>70%  ของค่าใช้จ่ายทางด้านสาธารณสุขมาจากรัฐ ที่เหลือมาจากระบบประกันเอกชน และที่ผู้ป่วยจ่ายเอง...
บริการที่ไม่ครอบคลุมด้วย  CHA <ul><li>Outpatient drug coverage and Rehabilitation </li></ul><ul><li>Dental care program </...
Dental, eye care, other services <ul><li>Dental care  แล้วแต่ประกันสุขภาพที่สำนักงานนั้นมีให้ บางคนต้องจ่ายเองทั้งหมด </li...
บริการที่ครอบคลุม <ul><li>การรักษาพยาบาลในโรงพยาบาล </li></ul><ul><li>ค่าตรวจของแพทย์  (doctor’s fee) </li></ul><ul><li>กา...
การจัดการด้านการรักษาพยาบาล <ul><li>ไม่จำเป็นต้องขึ้นกับแพทย์ที่อยู่ในพื้นที่  </li></ul><ul><li>สามารถติดต่อหาแพทย์เวชศาส...
<ul><li>“ [Family physicians] are the doctors closest to people. They heal most of the broken-hearted, repair more of the ...
แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวมีหน้าที่ <ul><li>“ รับมือกับโรคที่ไม่จำเพาะเจาะจง ,  จัดการกับความไม่แน่นอน และช่วยลดการใช้ทรัพยากร...
หลักการแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ( แคนาดา ) <ul><li>ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างแพทย์และคนไข้  and the needs of our patients are ...
ข้อมูลเชิงประจักษ์ <ul><li>ประมาณร้อยละ  80   บอกว่าชอบการเข้าถึงบริการที่ผ่านเเพทย์ประจำครอบครัว  </li></ul><ul><li>ประมา...
ปัญหาการขาดแคลนแพทย์ <ul><li>มหาวิทยาลัยผลิตแพทย์ไม่ทันต่อความต้องการ เพราะเกิด “สมองไหล” </li></ul><ul><li>ระบบการเรียนแพ...
การขาดแคลนแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว <ul><li>มีผู้เรียนน้อยลง </li></ul><ul><li>แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวที่ทำงานแบบ  focused  มา...
ระบบการส่งต่อระหว่างแพทย์ <ul><li>แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวมีหน้าที่ประสานงานให้กับผู้ป่วย หากต้องได้รับการรักษาจากแพทย์เฉพาะ...
ระบบ  Home Health Care <ul><li>ทีมงานประกอบด้วย พยาบาลทั้ง  registered nurse  และ  license practice nurse   นักกายภาพบำบัด...
Long term facilities-based care <ul><li>บ้านพักคนชรา  </li></ul><ul><li>ไม่ใช่หน้าที่หลักของการสาธารณสุข </li></ul><ul><li...
ปัญหาอุปสรรคของ  Primary Care in Canada <ul><li>“ การไม่สามารถเข้าถึงบริการอย่างทันท่วงที  กลายเป็นปัญหาสำคัญของการสาธารณส...
2003 Health Accord <ul><li>&quot;Drawing from this foundation, First Ministers view this Accord as a covenant which will h...
<ul><li>The accord set the following priority areas:  primary health care, home care, catastrophic drug coverage, </li></u...
ปัญหาอุปสรรค <ul><li>Wait time </li></ul><ul><li>Health Human Resource </li></ul><ul><li>Parallel Private Debate </li></ul...
Proposed reforms <ul><li>Increase funding </li></ul><ul><li>User premiums:  people who earn salaries above $20,000 must pa...
Proposed reforms <ul><li>support which combines health care with programs such as collective kitchens, Internet access, an...
การพัฒนาด้านเวชศาสตร์ครอบครัว <ul><li>กำหนดนโยบายระดับชาติที่จะให้ความสำคัญกับแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ลดความแตกต่างระหว่างแ...
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Vision For The Future: Primary Care Experience From Canada

1,741
-1

Published on

Vision For The Future: Primary Care Experience From Canada

By Dr.Orawan Tawaytibhongs , Department of Social Medicine , Ratchaburi Hospital

Published in: Education, Health & Medicine
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
1,741
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2
Actions
Shares
0
Downloads
52
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Vision For The Future: Primary Care Experience From Canada

  1. 1. Dr.Orawan Tawaytibhongs Department of Social Medicine, Ratchaburi Hospital Vision For The Future: Primary Care Experience From Canada
  2. 3. หลักประกันสุขภาพของแคนาดา (Canada Health Act) <ul><li>&quot; to protect, promote and restore the physical and mental well-being of residents of Canada and to facilitate reasonable access to health services without financial or other barriers .&quot; </li></ul>
  3. 4. Requirements of the CHA <ul><li>เป็นงานของรัฐ (Public Administration) </li></ul><ul><li>จัดสรรทุกด้าน (Comprehensive) </li></ul><ul><li>บริการทุกเพศทุกวัย (Universality) </li></ul><ul><li>มั่นใจทั่วประเทศ (Portability) </li></ul><ul><li>เบ็ดเสร็จทุกเวลา (Accessibility) </li></ul>
  4. 5. คำถาม <ul><li>การบริหารจัดการระบบบริการสาธารณสุขเป็นอย่างไร </li></ul><ul><li>การขึ้นทะเบียนประชากร ทำอย่างไร เหมือนบ้านเราหรือเปล่า </li></ul><ul><li>แพทย์เฉพาะทางตรวจคนไข้ทั่วไปหรือไม่ </li></ul><ul><li>ระบบการส่งต่อระหว่างแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวและแพทย์เฉพาะทาง </li></ul><ul><li>ระบบ Home Health Care </li></ul><ul><li>ปัญหาของ Primary Care และ ข้อเสนอแนะ </li></ul>
  5. 6. การบริหารจัดการ <ul><li>รัฐเป็นผู้จ่ายเงินให้กับแพทย์โดยตรง โดยคิดตามครั้งที่ผู้ป่วยมาพบแพทย์ เรียกว่า fee for service ไม่ใช่ได้เป็นเงินเดือน </li></ul><ul><li>แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวมีหน้าที่ดูแลสุขภาพครอบคลุมทุกด้านทั้งการรักษา ส่งเสริม ป้องกัน แก้ไขภาวะทุพพลภาพ กายภาพบำบัด </li></ul><ul><li>แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวสามารถทำงานในโรงพยาบาลทุกขนาดตั้งแต่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป และ โรงพยาบาลชุมชน ซึ่งเป็นของรัฐทั้งหมด หรือ คลินิกส่วนตัว (private practice) ซึ่งแบ่งเป็น solo practice หรือ group practice แม้จะเรียกว่า คลินิกส่วนตัว แต่จะไม่มีการเรียกเก็บเงินจากคนไข้ แต่จะใช้วิธีเรียกเก็บจากต้นสังกัดแทน </li></ul><ul><li>การจ่ายยา จะใช้วิธีเขียนใบสั่งยา แล้วให้คนไข้นำไปที่ร้านขายยา แม้กระทั่งในโรงพยาบาล ก็จะไม่มีห้องจ่ายยาผู้ป่วยนอก </li></ul>
  6. 7. การบริหารจัดการ <ul><li>ถ้ารักษาแบบผู้ป่วยนอก แพทย์จะคิดเฉพาะค่ารักษา ( เรียกเก็บจากส่วนกลางของแต่ละมณฑล ) ผู้ป่วยจะต้องไปจ่ายยาเอง ซึ่งบางแห่งจะครอบคลุมค่ายาบางส่วน แต่ไม่ทั้งหมด ผู้ป่วยจึงต้องจ่ายค่ายาส่วนเกินเอง หรือ ซื้อประกันเพิ่ม </li></ul><ul><li>หากเป็นการรักษาแบบผู้ป่วยใน จะเบิกจากรัฐทั้งหมด ( ซึ่งก็จะมี guideline สำหรับการรักษาที่จำเป็นและเหมาะสม ) </li></ul><ul><li>โรงพยาบาลจะมีการบริหารจัดการโดยคณะกรรมการ ที่ไม่ได้มีเฉพาะแพทย์เท่านั้น แต่จะมีผู้บริหารจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนจากภาคประชาชน และ ผู้แทนจากโรงพยาบาล ร่วมด้วย </li></ul><ul><li>ทีมผู้บริหารจะมีส่วนในการคัดเลือกแพทย์ประจำโรงพยาบาล </li></ul>
  7. 8. ประชากรที่ได้รับความคุ้มครองจาก CHA <ul><li>all &quot;insured persons&quot; (basically, legal residents of Canada,including permanent residents) are entitled to receive &quot;insured services&quot; without copayment </li></ul><ul><li>ประชาชนทุกคน ที่อยู่ในประเทศแคนาดาอย่าง ถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงผู้อพยพอย่างถูกกฎหมาย จะได้รับสิทธิความคุ้มครองเรื่องการรักษาพยาบาลที่กำหนดไว้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย </li></ul>
  8. 9. การบริหารด้านงบประมาณ <ul><li>70% ของค่าใช้จ่ายทางด้านสาธารณสุขมาจากรัฐ ที่เหลือมาจากระบบประกันเอกชน และที่ผู้ป่วยจ่ายเองโดยไม่มีประกัน </li></ul><ul><li>99% ของแพทย์มีรายได้จากรัฐ และ 90% ของรายได้โรงพยาบาลมาจากรัฐเช่นกัน </li></ul><ul><li>แพทย์ไม่ได้ทำงานเป็นลูกจ้างของโรงพยาบาลโดยตรง เพราะรายได้มาจาก fee for service </li></ul><ul><li>โรงพยาบาลส่วนใหญ่ขึ้นกับองค์กรทางศาสนา </li></ul><ul><li>ระบบ Medicare นี้ จึงเป็นลูกผสมระหว่าง Public และ Private </li></ul><ul><li>มีความแตกต่างในรายละเอียดของแต่ละมณฑล </li></ul>
  9. 10. บริการที่ไม่ครอบคลุมด้วย CHA <ul><li>Outpatient drug coverage and Rehabilitation </li></ul><ul><li>Dental care program </li></ul><ul><li>Vision and eye care </li></ul><ul><li>Mental health </li></ul><ul><li>Long term care </li></ul><ul><li>บริการเหล่านี้จะถือเป็น additional program ซึ่งขึ้นกับพื้นที่ โรคที่ได้รับการวินิจฉัย (HIV, cystic fibrosis, cancer) อายุ ( เด็ก , คนชรา ) รายได้ และ การซื้อบริการเพิ่มเติมเอง </li></ul>
  10. 11. Dental, eye care, other services <ul><li>Dental care แล้วแต่ประกันสุขภาพที่สำนักงานนั้นมีให้ บางคนต้องจ่ายเองทั้งหมด </li></ul><ul><li>บางมณฑลจะมีโปรแกรมดูแลเด็กและผู้สูงอายุต่างหาก </li></ul><ul><li>The Canadian Association of Public Health Dentistry track programs สำหรับช่วยเหลือผู้ที่ไม่มีประกันเรื่องรักษาฟัน </li></ul><ul><li>Vision care จะมีการ cover ในส่วนที่เกิดจากความเจ็บป่วย เช่น cataract surgery, diabetic vision care, some laser surgeries required as a result of disease but not the purpose to replace eyeglasses </li></ul><ul><li>การแพทย์ทางเลือกมักจะไม่ได้รับการ cover เช่น Chiropractic ในบางพื้นที่ </li></ul><ul><li>Psychiatric services โดยจิตแพทย์ได้รับการ cover แต่ถ้าเป็นการดูแลในชุมชน จะไม่ได้รับการ cover </li></ul>
  11. 12. บริการที่ครอบคลุม <ul><li>การรักษาพยาบาลในโรงพยาบาล </li></ul><ul><li>ค่าตรวจของแพทย์ (doctor’s fee) </li></ul><ul><li>การบริการโดยบุคลากรทางสาธารณสุขอื่นๆ เช่น กายภาพบำบัด chiropractors อาชีวบำบัด ที่ทำในโรงพยาบาล </li></ul><ul><li>แต่ละมณฑลสามารถบริหารจัดการเพิ่มเติมเองได้ เช่น เรื่องประกันราคายา จ่ายค่ายาผู้ป่วยนอกบางส่วน การตามจ่ายบางส่วนถ้ามีนักกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่องที่บ้าน </li></ul>
  12. 13. การจัดการด้านการรักษาพยาบาล <ul><li>ไม่จำเป็นต้องขึ้นกับแพทย์ที่อยู่ในพื้นที่ </li></ul><ul><li>สามารถติดต่อหาแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวประจำตัวได้เอง </li></ul><ul><li>ส่วนใหญ่ จะแนะนำต่อๆกันไป </li></ul><ul><li>มีข้อจำกัดตรงที่ แพทย์แต่ละคนจะรับคนไข้ได้จำนวนจำกัด เพราะทางรัฐจะมีการตรวจสอบประกันคุณภาพการรักษาพยาบาล </li></ul><ul><li>เกิดปัญหาแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวไม่เพียงพอ </li></ul>
  13. 14. <ul><li>“ [Family physicians] are the doctors closest to people. They heal most of the broken-hearted, repair more of the injured and deprived, and live with the poor and dying who are without hope. Adaptation is the juice of family medicine-the FP adapts to the needs of people, or closes up shop.” </li></ul><ul><li>Dr. William Victor Johnston ( First Executive Director of the CFPC, 1956-1965 ) </li></ul>
  14. 15. แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวมีหน้าที่ <ul><li>“ รับมือกับโรคที่ไม่จำเพาะเจาะจง , จัดการกับความไม่แน่นอน และช่วยลดการใช้ทรัพยากรทางด้านสาธารณสุขอย่างไม่เหมาะสมหรือฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็น ” </li></ul><ul><li>The Future of General Practice. Statement of the Royal College of General Practitioner. London, Engl, Sept 2004 </li></ul>
  15. 16. หลักการแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ( แคนาดา ) <ul><li>ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างแพทย์และคนไข้ and the needs of our patients are central to all we do. </li></ul><ul><li>เป็นแพทย์ที่มีความรู้ความสามารถในทางคลินิก providing and coordinating a broad range of evidence-based health care for individuals and families throughout their lives. </li></ul><ul><li>เป็นแพทย์ที่ทำงานกับชุมชน responding to patient and community needs in our offices, hospitals, patients’ homes, and other community settings. </li></ul><ul><li>เป็น resource person ของกลุ่มประชากรที่ตนเองดูแลอยู่ promoting health to prevent illness, providing and explaining health information, collaborating and facilitating access to other caregivers, and advocating for patients throughout the health care system. </li></ul>
  16. 17. ข้อมูลเชิงประจักษ์ <ul><li>ประมาณร้อยละ 80 บอกว่าชอบการเข้าถึงบริการที่ผ่านเเพทย์ประจำครอบครัว </li></ul><ul><li>ประมาณร้อยละ 88 เห็นด้วยที่การมีเเพทย์ประจำครอบครัวทำให้มีความมั่นใจเกี่ยวกับการเข้าถึงบริการต่างๆ </li></ul><ul><li>มากกว่าร้อยละ 80 เห็นว่าคุณภาพการบริการของเเพทย์ประจำครอบครัวอยู่ในระดับดีถึงดีเยี่ยม </li></ul><ul><li>มากกว่าร้อยละ 66 ระบุว่าเเพทย์ประจำครอบครัวเป็นผู้ดูเเลด้านสุขภาพที่สำคัญที่สุดสำหรับพวกเขาเเละครอบครัว </li></ul>
  17. 18. ปัญหาการขาดแคลนแพทย์ <ul><li>มหาวิทยาลัยผลิตแพทย์ไม่ทันต่อความต้องการ เพราะเกิด “สมองไหล” </li></ul><ul><li>ระบบการเรียนแพทย์ จะต้องจบปริญญาตรีมาก่อน และเข้าเรียนแพทย์เป็นระดับ post-graduate ใช้เวลาเรียนอีก 4 ปี </li></ul><ul><li>เมื่อจบแล้ว จะต้องเลือกเรียนว่า จะเรียนเวชศาสตร์ครอบครัว หรือ เฉพาะทางสาขาอื่นๆ </li></ul><ul><li>มีการกำหนดสัดส่วนของแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวและแพทย์เฉพาะทางไว้ที่ 50:50 </li></ul><ul><li>แต่ระยะหลายปีที่ผ่านมา มีปัญหาการขาดแคลนแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว </li></ul>
  18. 19. การขาดแคลนแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว <ul><li>มีผู้เรียนน้อยลง </li></ul><ul><li>แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวที่ทำงานแบบ focused มากขึ้นในบาง area เช่น การทำเฉพาะด้านสูติ - นรีเวช </li></ul><ul><li>ค่าตอบแทนที่ต่ำกว่าแพทย์เฉพาะทางสาขาอื่น </li></ul>
  19. 20. ระบบการส่งต่อระหว่างแพทย์ <ul><li>แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวมีหน้าที่ประสานงานให้กับผู้ป่วย หากต้องได้รับการรักษาจากแพทย์เฉพาะทาง </li></ul><ul><li>ผู้ป่วยสามารถเข้าไปพบแพทย์เฉพาะทางได้ แต่จะค่อนข้างยุ่งยาก ซับซ้อนหากไม่มีการส่งตัว </li></ul><ul><li>แพทย์เฉพาะทางจะไม่ค่อยอยากตรวจผู้ป่วยทั่วไป เพราะเบิกเงินได้เท่ากับแพทย์ทั่วไป </li></ul><ul><li>การส่งต่อใช้ทั้งทางโทรศัพท์ จดหมาย ระบบ IT และมีการตอบกลับเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการรักษา </li></ul><ul><li>แพทย์ส่วนใหญ่จะทำงานประสานกันในทีม </li></ul>
  20. 21. ระบบ Home Health Care <ul><li>ทีมงานประกอบด้วย พยาบาลทั้ง registered nurse และ license practice nurse นักกายภาพบำบัด นักโภชนาการ นักอาชีวบำบัด นักจิตวิทยา แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว นักสังคมสงเคราะห์ ฯลฯ </li></ul><ul><li>รัฐเป็นผู้ให้บริการทั้งหมด </li></ul>
  21. 22. Long term facilities-based care <ul><li>บ้านพักคนชรา </li></ul><ul><li>ไม่ใช่หน้าที่หลักของการสาธารณสุข </li></ul><ul><li>เป็นการบริหารจัดการของแต่ละมณฑล </li></ul><ul><li>มีค่าใช้จ่ายที่ครอบครัวต้องรับผิดชอบเอง </li></ul>
  22. 23. ปัญหาอุปสรรคของ Primary Care in Canada <ul><li>“ การไม่สามารถเข้าถึงบริการอย่างทันท่วงที กลายเป็นปัญหาสำคัญของการสาธารณสุขแห่งแคนาดา ” </li></ul>
  23. 24. 2003 Health Accord <ul><li>&quot;Drawing from this foundation, First Ministers view this Accord as a covenant which will help to ensure that: </li></ul><ul><li>all Canadians have timely access to health services on the basis of need, not ability to pay, regardless of where they live or move in Canada; </li></ul><ul><li>the health care services available to Canadians are of high quality, effective, patient-centred and safe; and </li></ul><ul><li>our health care system is sustainable and affordable and will be here for Canadians and their children in the future.&quot; </li></ul>
  24. 25. <ul><li>The accord set the following priority areas: primary health care, home care, catastrophic drug coverage, </li></ul><ul><li>access to diagnostic/medical equipment and information technology and an electronic health record. The </li></ul><ul><li>extent of progress in meeting reform goals has varied across these areas. </li></ul>
  25. 26. ปัญหาอุปสรรค <ul><li>Wait time </li></ul><ul><li>Health Human Resource </li></ul><ul><li>Parallel Private Debate </li></ul><ul><li>In 2003, the Government in Canada spent $2,998 USD per capita on healthcare as compared to $5,711 USD per capita in the United States, while almost every Canadian citizen is fully covered </li></ul>
  26. 27. Proposed reforms <ul><li>Increase funding </li></ul><ul><li>User premiums: people who earn salaries above $20,000 must pay an annual health care premium ranging from $300–$900 </li></ul><ul><li>Medical clinics: Ontario has increased the number of 24-hour drop-in medical clinic networks </li></ul><ul><li>Alternatives to fee-for-visit or service: พยายามปรับให้เป็น community health care in the early 1990s helped develop many community health care centres, often in low-income areas, which provide both medical and social </li></ul>
  27. 28. Proposed reforms <ul><li>support which combines health care with programs such as collective kitchens, Internet access, anti-poverty groups and groups to help people quit smoking. </li></ul><ul><li>Midwives and hospital birthing reforms </li></ul><ul><li>Privatization </li></ul><ul><li>International medical graduates </li></ul><ul><li>Provincial insurance plan </li></ul>
  28. 29. การพัฒนาด้านเวชศาสตร์ครอบครัว <ul><li>กำหนดนโยบายระดับชาติที่จะให้ความสำคัญกับแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ลดความแตกต่างระหว่างแพทย์เฉพาะทางและแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว </li></ul><ul><li>กำหนดจำนวนอัตราส่วนการผลิตนักศึกษาแพทย์และแพทย์ประจำบ้านเวชศาสตร์ครอบครัวไว้ล่วงหน้า </li></ul><ul><li>การจัดการเรียนการสอนแพทย์ประจำบ้านหลากหลายรูปแบบโดยวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวแห่งแคนาดา โดยกำหนดให้มีพื้นฐานการเรียนแบบ lifelong learning </li></ul><ul><li>เพิ่ม incentive ในการทำงานในเขตพื้นที่ขาดแคลน </li></ul><ul><li>จัดระบบการให้บริการที่เอื้อต่อการทำงานในพื้นที่ห่างไกล เช่น การใช้ระบบ IT ให้เป็นประโยชน์ </li></ul><ul><li>สร้างทีมงานทำงานในพื้นที่ขาดแคลน </li></ul>
  1. A particular slide catching your eye?

    Clipping is a handy way to collect important slides you want to go back to later.

×