สงครามยุทธหัตถี                                                           ทายุทธหั ตถีด้วยกัน ให้ เป็ นเกียรติยศไว้ ในแผ่น...
พระราชประวัติ                                                     พระราชกรณียกิจ                                          ...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

สมเด็จพระนเรศวรมหาราช

499 views

Published on

Published in: Education
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
499
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
18
Actions
Shares
0
Downloads
0
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

สมเด็จพระนเรศวรมหาราช

  1. 1. สงครามยุทธหัตถี ทายุทธหั ตถีด้วยกัน ให้ เป็ นเกียรติยศไว้ ในแผ่นดินเถิด ภายหน้ าไปไม่ มี พระเจ้ าแผ่ นดินที่จะได้ ยทธหั ตถีแล้ ว ุ พระมหาอุปราชาได้ยนดังนั้น จึงไสช้างนามว่า พลายพัทธกอ ิ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เข้าชนเจ้าพระยาไชยานุภาพเสี ยหลัก พระมหาอุปราชาทรงฟันสมเด็จ พระนเรศวรด้วยพระแสงของ้าว แต่สมเด็จพระนเรศวรทรงเบี่ยงหลบ ทัน จึงฟันถูกพระมาลาหนังขาด จากนั้นเจ้าพระยาไชยานุภาพชนพลาย พัทธกอเสี ยหลัก สมเด็จพระนเรศวรทรงฟันด้วยพระแสงของ้าวถูก ่ พระมหาอุปราชาเข้าที่องสะขวา สิ้นพระชนม์อยูบนคอช้าง ั ในปี พ.ศ. 2135 พระเจ้าหงสาวดี นันทบุเรง โปรดให้พระมหา ส่ วนสมเด็จพระเอกาทศรถทรงฟันเจ้าเมืองจาปะโรเสี ยชีวิตอุปราชา นากองทัพทหารสองแสนสี่ หมื่นคน มาตีกรุ งศรี อยุธยาหมาย เช่นกัน ทหารพม่าเห็นว่าแพ้แน่แล้ว จึงใช้ปืนระดมยิงใส่ สมเด็จพระจะชนะศึกในครั้งนี้ สมเด็จพระนเรศวร ทรงทราบว่า พม่าจะยกทัพ นเรศวรได้รับบาดเจ็บ ทันใดนั้น ทัพหลวงไทยตามมาช่วยทัน จึงรับทั้งใหญ่มาตี จึงทรงเตรี ยมไพร่ พล มีกาลังหนึ่งแสนคนเดินทางออกจาก สองพระองค์กลับพระนคร พม่าจึงยกทัพกลับกรุ งหงสาวดีไป นับแต่ ่บ้านป่ าโมกไปสุ พรรณบุรี ข้ามน้ าตรงท่าท้าวอูทอง และตั้งค่ายหลวง นั้นมาก็ไม่มีกองทัพใดกล้ายกมากล้ ากรายกรุ งศรี อยุธยาอีกเป็ นบริ เวณหนองสาหร่ าย ระยะเวลาอีกยาวนาน เช้าของวันจันทร์ แรม 2 ค่า เดือนยี่ ปี มะโรง พ.ศ. 2135 สมเด็จพระนเรศวรและสมเด็จพระเอกาทศรถทรงเครื่ องพิชยยุทธ สมเด็จพระ ันเรศวรทรงช้าง นามว่า เจ้าพระยาไชยานุภาพ ส่วนพระสมเด็จพระ จัดทาโดยเอกาทศรถ ทรงช้างนามว่า เจ้าพระยาปราบไตรจักร ช้างทรงของทั้งสองพระองค์น้ นเป็ นช้างชนะงา คือช้างมีงาที่ได้รับการฝึ กให้รู้จกการ ั ั นายสุ ทธิ สิทธิ์ บัณฑิตชูสกุลต่อสู ้มาแล้วหรื อเคยผ่านสงครามชนช้าง ชนะช้างตัวอื่นมาแล้ว ซึ่ งเป็ นช้างที่กาลังตกมัน ในระหว่างการรบจึงวิงไล่ตามพม่าหลงเข้าไปใน ่ เลขที่ 12 ม.6/3แดนพม่า มีเพียงทหารรักษาพระองค์และจาตุรงค์บาทเท่านั้นที่ติดตามไปทัน เสนอ สมเด็จพระนเรศวรทอดพระเนตรเห็นพระมหาอุปราชาทรง ่ ั ่พระคชสารอยูในร่ มไม้กบเหล่าเท้าพระยา จึงทราบได้วาช้างทรงของ คุณครู สายพิน วงษารัตน์ ่สองพระองค์หลงถลาเข้ามาถึงกลางกองทัพ และตกอยูในวงล้อมข้าศึกแล้ว แต่ดวยพระปฏิภาณไหวพริ บของสมเด็จพระนเรศวร ทรงเห็นว่า ้ โรงเรี ยนจุฬาภรณราชวิทยาลัย เชียงรายเป็ นการเสี ยเปรี ยบข้าศึกจึงไสช้างเข้าไปใกล้ แล้วตรัสถามด้วยคุนเคย ้ ่มาก่อนแต่วยเยาว์วา "พระเจ้ าพี่เราจะยืนอยู่ใยในร่ มไม้ เล่ า เชิญออกมา ั
  2. 2. พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ จึงกราบทูลถึงเรื่ องการคิดร้ายของทางกรุ งหงสาวดี แล้วให้พระยา สมเด็จพระนเรศวรมหาราช หรื อ สมเด็จพระ-สรรเพชญ์ ที่ ั เกียรติกบพระยารามกราบทูลให้ทราบตามความเป็ นจริ ง เมื่อพระองค์ ประกาศอิสรภาพ เมื่อปี พ.ศ. 2126 พระเจ้าอังวะเป็ น๒ มีพระนามเดิ มว่า พระองค์ดา เป็ นพระราชโอรสในสมเด็จพระ ได้ทราบความโดยตลอดแล้ว ก็มีพระราชดาริ เห็นว่าการเป็ นอริ ราชศัตรู ่ กบฎ เนื่องจากไม่พอใจทางกรุ งหงสาวดีอยูหลายประการ จึงแข็งเมืองมหาธรรมราชาและพระวิสุทธิ กษัตริ ย ์ (พระราชธิ ดาของสมเด็จพระ กับกรุ งหงสาวดีน้ น ถึงกาลเวลาที่จะต้องเปิ ดเผยต่อไปแล้ว จึงได้มี ั พร้อมกับเกลี้ยกล่อมเจ้าไทยใหญ่อีกหลายเมืองให้แข็งเมืองด้วย พระศรี สุริโยทัยและสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ) เสด็จพระราชสมภพ รับสังให้เรี ยกประชุมแม่ทพนายกอง กรมการเมือง เจ้าเมืองแครง ่ ั เจ้าหงสาวดีนนทบุเรงจึงยกทัพหลวงไปปราบ ในการณ์น้ ีได้สั่งให้เจ้า ัเมื่อ พ.ศ. 2098 ที่พระราชวังจันทน์ เมืองพิษณุโลกมีพระเชษฐภคินี รวมทั้งพระยาเกียรติพระยารามและทหารมอญมาประชุมพร้อมกัน เมืองแปรเจ้าเมืองตองอูและเจ้าเมืองเชียงใหม่ รวมทั้งทางกรุ งศรี อยุธยาคือ พระสุ พรรณกัลยา มีพระอนุ ชาคือ สมเด็จพระเอกาทศรถ (องค์ แล้วนิมนต์พระมหาเถรคันฉ่องและพระสงฆ์มาเป็ นสักขีพยาน ทรง ด้วย ให้ยกทัพไปช่วยทางไทย สมเด็จพระมหาธรรมราชาโปรดให้ขาว) และเป็ นพระราชนัดดาของสมเด็จพระศรี สุริโยทัย พระนาม แจ้งเรื่ องให้คนทั้งปวงที่มาชุมนุม ณ ที่น้ นทราบว่า พระเจ้าหงสาวดีคิด ั สมเด็จพระนเรศวรยกทัพไปแทน ประทุษร้ายต่อพระองค์ จากนั้นพระองค์ได้ทรงหลังน้ าลงสู่แผ่นดิน ่ของพระองค์ปรากฏในลายลักษณ์อกษรหลายฉบับ เช่น พระนเรศวร ั สมเด็จพระนเรศวรยกทัพออกจากเมืองพิษณุโลก เมื่อวันแรม ด้วยสุ วรรณภิงคาร (พระน้ าเต้าทองคา) ประกาศแก่เทพยดาฟ้ าดินว่า ่ราชาธิ ราช, พระนเรสส, องค์ ดา จึงยังไม่สามารถสรุ ปได้วาพระนาม 6 ค่า เดือน 3 ปี มะแม พ.ศ. 2126 พระองค์ยกทัพไทยไปช้า ๆ เพื่อให้ "ด้ วยพระเจ้ าหงสาวดี มิได้ อยู่ในครองสุจริ ตมิตรภาพขัตติยราชนเรศวรได้มาจากที่ ใด สันนิ ษฐานเบื้ องต้นว่า เพี้ยนมาจาก สมเด็จ การปราบปรามเจ้าอังวะเสร็ จสิ้ นไปก่อน ทาให้พระเจ้าหงสาวดีนนท ั ประเพณี เสี ยสามัคคีรสธรรม ประพฤติพาลทุจริ ต คิดจะทาอันตรายแก่พระนเรศ วรราชาธิ ราช มาเป็ น สมเด็จพระนเรศวร ราชาธิ ราช เสด็จ บุเรงแคลงใจว่า ทางไทยคงจะถูกพระเจ้าอังวะชักชวนให้เข้าด้วย จึงสัง่ เรา ตั้งแต่ นีไป กรุงศรี อยุธยาขาดไมตรี กับกรุงหงสาวดีมิได้ เป็ นมิตร ้ขึ้นครองราชเมื่อวันที่29 กรกฎาคม พ.ศ. 2133 สิ ริรวมการครองราช ให้พระมหาอุปราชาคุมทัพรักษากรุ งหงสาวดีไว้ถาทัพไทยยกมาถึงก็ ้ ร่ วมสุวรรณปฐพีเดียวกันดุจดังแต่ ก่อนสื บไปสมบัติ 15 ปี เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2148 รวมพระ ให้ตอนรับและหาทางกาจัดเสี ย และพระองค์ได้สงให้พระยามอญสอง ้ ั่ชนมพรรษา 50 พรรษา จากนั้นพระองค์ได้ตรัสถามชาวเมืองแครงว่าจะเข้าข้างฝ่ ายใด ่ คน คือ พระยาเกียรติและพระยาราม ซึ่ งมีสมัครพรรคพวกอยูที่เมือง [16] พวกมอญทั้งปวงต่างเข้ากับฝ่ ายไทย สมเด็จพระนเรศวรจึงให้จบเจ้า ั แครงมาก และทานองจะเป็ นผูคนเคยกับสมเด็จพระนเรศวรมาแต่ ้ ุ้ เมืองกรมการพม่าแล้วเอาเมืองแครงเป็ นที่ต้ งประชุมทัพ เมื่อจัดกองทัพ ั ก่อน ลงมาคอยต้อนรับทัพไทยที่เมืองแครง อันเป็ นชายแดนติดต่อกับ เสร็ จก็ทรงยกทัพจากเมืองแครงไปยังเมืองหงสาวดีเมื่อวันแรม 3 ค่า ไทย พระมหาอุปราชาได้ตรัสสังเป็ นความลับว่า เมื่อสมเด็จพระ ่ เดือน 6 นเรศวรยกกองทัพขึ้นไป ถ้าพระมหาอุปราชายกเข้าตีดานหน้าเมื่อใด ้ ให้พระยาเกียรติและพระยารามคุมกาลังเข้าตีกระหนาบทางด้านหลัง ่ ฝ่ ายพระมหาอุปราชาที่อยูรักษาเมืองหงสาวดี เมื่อทราบว่าพระ ั ช่วยกันกาจัดสมเด็จพระนเรศวรเสี ยให้จงได้ พระยาเกียรติกบพระยา ยาเกียรติพระยารามกลับไปเข้ากับสมเด็จพระนเรศวร จึงได้แต่รักษา รามเมื่อไปถึงเมืองแครงแล้วได้ขยายความลับนี้แก่พระมหาเถรคันฉ่อง พระนครมันอยู่ สมเด็จพระนเรศวรเสด็จยกทัพข้ามแม่น้ าสะโตงไป ่ ผูเ้ ป็ นอาจารย์ของตน ทุกคนไม่มีใครเห็นดีดวยกับแผนการของพระเจ้า ้ ใกล้ถึงเมืองหงสาวดี ได้ทราบความว่า พระเจ้ากรุ งหงสาวดีมีชยชนะ ั กรุ งหงสาวดี เพราะมหาเถรคันฉ่องกับสมเด็จพระนเรศวรเคยรู ้จกชอบ ั ได้เมืองอังวะแล้ว กาลังจะยกทัพกลับคืนพระนคร พระองค์เห็นว่า พอกันมาก่อน สถานการณ์ครั้งนี้ไม่สมคะเน เห็นว่าจะตีเอาเมืองหงสาวดีในครั้งนี้ยงั ไม่ได้ จึงให้กองทัพแยกย้ายกันเที่ยวบอกพวกครัวไทยที่พม่ากวาดต้อน กองทัพไทยยกมาถึงเมืองแครง เมื่อวันขึ้น 1 ค่า เดือน 6 ปี วอก ไปแต่ก่อนให้อพยพกลับบ้านเมือง ได้ผคนมาประมาณหมื่นเศษให้ยก ู้ พ.ศ. 2127 โดยใช้เวลาเดินทัพเกือบสองเดือน กองทัพไทยตั้งทัพอยู่ ล่วงหน้าไปก่อน พระองค์ทรงคุมกองทัพยกตามมาข้างหลัง ั นอกเมือง เจ้าเมืองแครงพร้อมทั้งพระยาเกียรติกบพระยารามได้มาเฝ้ าฯ สมเด็จพระนเรศวร จากนั้นสมเด็จพระนเรศวรได้เสด็จไปเยียมพระ ่ มหาเถรคันฉ่องซึ่งคุนเคยกันดีมาก่อน พระมหาเถรคันฉ่องมีใจสงสาร ้

×