พ่อขุนรามคำแหงมหาราช
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

Like this? Share it with your network

Share

พ่อขุนรามคำแหงมหาราช

on

  • 1,564 views

 

Statistics

Views

Total Views
1,564
Views on SlideShare
1,552
Embed Views
12

Actions

Likes
0
Downloads
2
Comments
0

1 Embed 12

http://studenttsuccess.wordpress.com 12

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

พ่อขุนรามคำแหงมหาราช Presentation Transcript

  • 1. ประวัติพ่อขุนรามคาแหง การปกครองบ้ านเมืองสมัยพ่ อขุนรามคาแหง พระราชกรณียกิจสมัยพ่ อขุนรามคาแหง พ่อขุนรามคาแหงมหาราชทรงเป็ นพระโอรสองค์ที่ 3 ด้ านเศรษฐกิจ พระองค์ทรงโปรดให้สร้างทานบกักของพ่อขุน ศรี อินทราทิตย์ กับ พระนางเสื อง เป็ นกษัตริ ยองค์ที่ ์ ั เก็บน้ าที่เรี ยกว่า ทานบพระร่ วง หรื อสรี ดภงค์ เพื่อใช้กกเก็บน้ า3 แห่งราชวงค์พระร่ วง ผูครอง กรุ งสุโขทัย ในปี พ.ศ1822 -1848 ้ ไว้ใช้ในฤดูแล้ง นอกจากนี้ พระองค์ทรงให้เสรี ภาพแก่เป็ นเวลารวม 20 ปี ต่อจาก พ่อขุนบานเมือง ผูเ้ ป็ นพระเชษฐา ใน ่ ประชาชนในการค้าขายอย่างมีอิสระเสรี ไม่มีการเก็บภาษีผานรัชสมัยของพระองค์ บ้านเมืองมีความเจริ ญรุ่ งเรื องยิงกว่ารัชกาล ่ ด่านจาการาษฎร เรี ยกว่า จกอบ ทาให้การค้าขายขยายออกไปใด ๆ ในราชวงศ์ พ ระร่ ว ง ราชอาณาเขตแผ่ ข ยายไปอย่ า ง อย่างกว้างขวาง และทรงโปรดให้สร้างเตาเผาเครื่ องสังคโลกกว้างขวางประชาชนได้รับความร่ มเย็นเป็ นสุ ขทัวหน้า ที่ เรี ยก ่ ในสมัยรัชกาลของพระองค์จึงทรงมีการปกครองแบบใหม่น้ น ั เป็ นจานวนมาก เพื่อผลิตสิ นค้าออกไปขายยังดินแดนใกล้เคียงกันว่า “ไพร่ ฟ้าหน้าใส” ทั้งยังได้ทรงประดิษฐ์ตวอักษรไทยขึ้น ั คื อ พ่อ ปกครองลู ก หรื อ ปิ ตุ รั ก ษ์ หากประชาชนคนใดของ ด้ านศิลปวัฒนธรรม พระองค์ทรงประดิษฐ์ตว ัทาให้ชาติไทยได้สะสมความรู ้ทางศิลปวัฒนธรรม และวิชาการ พระองค์มีเรื่ องทุกข์ร้อน ก็ให้มาสั่นกระดิ่งที่พระองค์ให้แขวน อักษรไทย ที่เรี ยกว่า ลายสื อไทย โดยโปรดให้จารึ กเรื่ องราวต่าง ๆสื บทอดกันมากว่าเจ็ดร้อยปี ไว้ แล้วพระองค์จะทรงออกมาดู แลด้วยพระองค์เอง ยังความ เหตุการณ์ต่าง ๆ สมัยสุโขทัยลงบนศิลา เมื่อ พ.ศ. 1826 เรี ยกว่า พระองค์ทรงมีพระนามเดิมว่า ขุนรามราช และเมื่อมี ปลาบปลื้มให้แก่ประชาชนในเมืองสุโขทัยเป็ นอย่างยิง ด้วยวิธีน้ ี ่ ศิลาจารึ กหลักที่ 1 พ่อขุนรามคาแหงมหาราชทรงเป็ นผูนาใน ้พระชนมายุได้ 19 ปี ทรงเข้าร่ วมรบกับพ่อขุนศรี อินทราทิ ตย์ จึงเป็ นที่มาของประเพณี ที่เรี ยกกันว่า "ตีกลองร้องฎีกา" การสร้างศรัทธาให้ประชาชนเลื่อมใสในพระพุทธศานาเพื่ อ ขับไล่ ขุน สามชน ที่ ห มายจะเข้า มาตี เ มื อ งตาก ในขณะที่ ่ ่ พระองค์ทรงนิมนต์พระสงฆ์นิกายเถรวาท ลัทธิลงกาวงศ์ จาก ั ส่วนบรรดาหัวเมืองที่อยูไกลออกไปและอยูในอานาจ เช่นทหารของพ่อขุนศรี อินทราทิตย์แตกผ่ายถอยร่ นลงมา พระราม เมืองคนที เมืองพระบาง เมืองชัยนาท เมืองแพร่ และเมืองน่าน เมืองนครศรี ธรรมราชที่กลับมาจากลังกา มาเผยแผ่คาสอนทาง ัราชยังคงไม่ยอมแพ้ พระองค์ทรงไสช้างเข้ากระทายุทธหัตถีกบ พระพุทธศาสนาแก่ราษฎร ซึ่งทาให้ชาวสุโขทัยเกิดความ ใช้บงคับปกครองแบบภายในวงศ์ญาติ หรื อที่ เรี ยกว่า ปิ ตุบาล ัขุนสามชน เจ้าเมืองฉอด จนได้รับชัยชนะ โดยพระองค์ได้ทรง คื อกาหนดให้ทุก เมื องถื อว่ากษัตริ ย ์ กรุ งสุ โขทัย เป็ นหัวหน้า เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาและแสดงออกมาในรู ปแบบช้างชื่ อ เบกพล ส่ วนช้างของขุนสามชนนั้น มีชื่อว่า มาสเมือง ศิลปกรรมด้านต่าง ๆ เช่น การสร้างพระพุทธรู ป วัด เจดีย ์ หรื อหัวหมู่กษัตริ ยในราชธานี ถือว่าเป็ นญาติกบประมุขของหัว ์ ัจากเหตุการณ์สาคัญครั้งนี้ พ่อขุนศรี อินทราทิตย์จึงให้พระนาม เมืองลูกหมู่ ประมุขของแคว้นนั้น ๆ มีอานาจปกครองผูคนใน ้ เป็ นต้น ทาให้พระพุทธศาสนาวางรากฐานมันคงในอาณาจักร ่ ่ใหม่แก่พระองค์วา “พระรามคาแหง” ซึ่ งหมายความว่า พระราม สุโขทัย จนกระทังกลายเป็ นศาสนาประจาชาติไทยมาจนถึง ่ หมู่ ข องตนให้ มี ค วามเป็ นอยู่ สุ ข สมบู ร ณ์ แ ละเป็ นระเบี ย บผูเ้ ข้มแข็ง หรื อ เจ้ารามผูเ้ ข้มแข็ง แทนพระนามเดิม เรี ยบร้อย ปั จจุบน ั
  • 2. ศิลาจารึกพ่ อขุนรามคาแหงมหาราช จารึ ก ที่ ค นไทยท าขึ้ น ปรากฏหลัก ฐานในต้น พุ ท ธศตวรรษที่ 19 เมื่อคนไทยก่อตั้งอาณาจักรสุ โขทัยขึ้นในแถบลุ่มแม่น้ ายม พ่อขุนรามคาแหงมหาราช กษัตริ ยพระองค์ที่ 3 แห่ ง ์ราชวงศ์สุ โ ขทัย ได้ประดิ ษ ฐ์ล ายสื อ ไทยขึ้ น ในปี พุท ธศัก ราช1826 ลายสื อไทยในศิลาจารึ กพ่อขุนรามคาแหงมหาราช (ศิลาจารึ กหลักที่ 1) เป็ นจารึ กอักษรไทยที่เก่าที่สุด และไม่มีลกษณะ ั พ่อขุนรามคาแหงมหาราชของรู ป อัก ษรไทยที่ แ ห่ ง ใดจะเก่ า เท่ า แม้ว่ า จะได้พ บจารึ กอักษรไทยจานวนมากในทุกภาคของประเทศไทย แต่หลักฐาน โดยการค้น พบปรากฏว่ า จารึ กเหล่ า นั้ นมี อ ายุ อ ยู่ ร ะหว่ า งพุ ท ธศตวรรษที่ 20 ลงมาทั้งสิ้ น รู ปอักษรไทยสมัยสุ โขทัยได้เป็ น นางสาว กุลธิดา มาแสนแม่แบบของรู ปอักษรไทยทัวไปในสมัยปั จจุบน ่ ั ชั้น ม.6/4 เลขที่ 15 สมัย ของพ่ อ ขุ น รามค าแหงมหาราชเป็ นยุ ค ที่ ก รุ ง สุ โ ขทัย เฟื่ องฟู แ ละเจริ ญ ขึ้ น กว่า เดิ ม เป็ นอัน มาก ระบบการ เสนอ ปกครองภายในก่ อให้ เ กิ ดความสงบเรี ยบร้ อยอย่ า งมี ั ประสิ ทธิ ภาพ มี การติ ดต่อสัมพันธ์กบต่างประเทศทั้งในด้า น ครูสายพิน วงษารัตน์ เศรษฐิ กิจ และการเมื อง ประชาชนอยู่ดี กินดี สภาพบ้า นเมื อ ง ก้าวหน้าทั้งทางเกษตร การชลประทาน การอุตสาหกรรม และ โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย เชียงราย การศาสนา อาณาเขตของกรุ งสุ โขทัยได้ขยายออกไปกว้างใหญ่ ไพศาล