ความสัมพันธ์กับอาณาจักรต่างๆในสมัยสุโขทัย อยุธยา

22,635 views
22,339 views

Published on

ผลงานนักเรียน ชั้นม.6/1 เรื่องความสัมพันธ์กับอาณาจักรต่างๆสมัยสุโขทัย อยุธยาและธนบุรี

Published in: Education
0 Comments
1 Like
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
22,635
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2,377
Actions
Shares
0
Downloads
125
Comments
0
Likes
1
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

ความสัมพันธ์กับอาณาจักรต่างๆในสมัยสุโขทัย อยุธยา

  1. 1. ความสัมพันธ์กับอาณาจักรต่างๆ ในสมัยสุโขทัย อยุธยา ธนบุรี
  2. 2. ความสัมพันธ์กับอาณาจักรต่างๆ ในสมัยสุโขทัยอาณาจักรล้านนา ในปี พ.ศ. 1839 พญามังราย(พ.ศ. 1804 - 1854) ได้มีคาสั่งให้สร้างเมืองใหม่ขึ้นมาโดยใช้ชื่อว่า นภบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ (เชียงใหม่)เพื่อที่จะเป็นเมืองหลวงแห่งใหม่ของอาณาจักรล้านนา ครั้งนั้นพ่อขุนรามคาแหง-มหาราชและพญางาเมือง ได้เสด็จมาช่วยด้วย
  3. 3. อาณาจักรนครศรีธรรมราช สั น นิ ษ ฐานว่ า น่ า จะเริ่ ม ในสมั ย พ่ อ ขุ น รามค าแหงมหาราช ซึ่ ง เป็ นลักษณะขยายอิทธิพลลงไปปกครองในฐานะเมืองประเทศราช และได้โปรดให้นิมนต์พระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา นิกายเถรวารลัทธิลังกาวงศ์จากเมืองนครศรีธรรมราชมาเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่ สุโขทัย ทาให้พระพุทธศาสนานิกายเถรวาท ลัทธิลังกาวงศ์ประดิษฐานอย่างมั่นคงในสุโขทัยนับแต่นั้นมา
  4. 4. อาณาจักรลังกา สมเด็จ พระมหาเถรศรีศรัทธาราชจุฬามุ นีนัดดาของพ่อขุนผาเมืองในศิลาจารึกสุโขทัยกล่าวว่าเคยเสด็จไปลังกา แล้วกลับมาสร้างพระธาตุตามเมืองต่างๆรวมทั้งบูรณะวัดวาอารามต่างๆ ความสัมพันธ์กับลังกาโดยผ่านเมืองสาคัญ คือ นครศรีธรรมราชทาให้เกิดสิ่งก่อสร้างใหญ่ๆ เช่น พระอัฎฐารศ และพระสถูปทรงลังกา รวมถึงการสร้างเจดีย์ช้างล้อม
  5. 5. การสร้างพระบรมธาตุขึ้นกลางเมืองสุโขทัย คงอยู่ราวสมัยของพ่อขุนศรีนาวนาถม เนื่องจากในจารึกหลักที่ 2 ระบุว่า พระองค์ได้สร้างพระธาตุขึ้นที่ สุโขทัย ศรีสัชนาลัย และสระหลวงสองแคว การสร้างพระพุทธบาท เขาพระบาทใหญ่ สมัยพระมหาธรรมราชาลิไทโปรดให้ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทตามเมืองสาคัญ 4 เมือง ที่เขาพระบาทใหญ่ หรือเขาสุมนกูฏ ตามศิลาจารึกกล่าวว่า พระองค์โปรดให้ไปจาลองมาจากเขาสุมนกูฏ เมืองลังกา แต่ที่เห็นชัดเจนคือ มีลักษณะทางศิลปะคล้ายคลึงกับที่พุกาม (รวมถึงสัญลักษณ์มงคล 108) ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าทรงให้ไปคัดลอกจากเมืองพุกาม
  6. 6. จักรวรรดิมองโกล กองทั พ จั ก รวรรดิ ม องโกลแผ่ แ สนยานุ ภ าพโดดเด่ น ที่ สุ ด เป็ น ช่ ว ง เดียวกับการตั้งกรุงสุโขทัย ในปี พ.ศ. 1800 (ค.ศ. 1257) ซึ่งเป็นอาณาจักร ของตนอย่ า งแท้ จ ริ ง เป็ น ครั้ ง แรก หลั ก ฐานส าคั ญ ในมิ ไ ด้ บั ง คั บ ให้ เป็ น ไปตามนี้ ซึ่ ง จะเห็ น ได้ ว่ า พ่ อ ขุ น รามค าแหงก็ มิ ไ ด้ ป ฏิ บั ติ ต ามแต่ ประการใด พงศาวดารหงวนฉบับเก่า เล่มที่ 18 กุบไลข่านได้ส่งคณะทูต ชุ ด ที่ ส า ม ม า สุ โ ข ทั ย โ ด ย ไ ด้ อั ญ เ ชิ ญ พ ร ะ บ ร ม ร า ช โ อ ง ก า ร ใ ห้ พ่อขุนรามคาแหงเสด็จไปเฝ้า หากมีเหตุขัดข้องให้ส่งโอรสหรือพระอนุชา และอามาตย์ผู้ใหญ่เป็นตัวประกัน ซึ่งปรากฏว่าพ่อขุนรามคาแหงก็มิได้ ปฏิบัติตาม แต่ส่งคณะทูตนาเครื่องราชบรรณาการไปแทน
  7. 7. อาณาจักรอยุธยา หลั ง จากมี ก ารก่ อ ตั้ ง กรุ ง ศรี อ ยุ ธ ยา แรกนั้ น สุ โ ขทั ย และอยุ ธ ยา ไม่ ไ ด้ เ ป็ น ไมตรี ต่ อ กั น แต่ ด้ ว ยชั ย ภู มิ ที่ เ หมาะสมกว่ า ท าให้ อ ยุ ธ ยา เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ประกอบกับปัญหาการเมืองภายในของสุโขทัย มิได้เป็นไปโดยสงบ มีการแย่งชิงราชสมบัติกันระหว่าง พระยาบาลเมือง พระยาราม ยั ง ผลให้ อ ยุ ธ ยาสบโอกาสเข้ า แทรกแซงกิ จ การภายใน ในรั ช กาลนี้ มี ก ารรั บ ไมตรี จ ากอยุ ธ ยาโดยการสมรสระหว่ า งราชวงศ์ พระร่วง กับราชวงศ์สุพรรณภูมิโดยมีพระราเมศวร ซึ่งต่อมาคือ สมเด็จ- พระบรมไตรโลกนาถ
  8. 8. จีน เครื่องปั้นดินเผาเคลือบและเครื่องปั้นดินเผาแบบแกร่ง พบตั้งแต่สมัยทวารวดี มีทั้งการนาเข้ามาโดยการแลกเปลี่ยนสินค้ากับทางเมืองจีน และการน าเอาเทคโนโลยี ใ นการท าเครื่ อ งปั้ น ดิ น เผาน าเข้ า มาสร้ า งเตาผลิ ต เองในประเทศ ที่เมืองดงแม่นางเมือง เขตอาเภอบรรพตพิสัย ไม่พบเศษภาชนะดินเผาแต่พบเศษภาชนะเคลือบแบบลพบุรีและจีน แสดงให้เห็นว่า ความเจริญทางเทคโนโลยีในการผลิตเครื่องปั้นดินเผาเคลือบมีมาก่อนการเกิดเตาในสุโขทัยและศรีสัชนาลัย นอกจากนี้ยังมีการติดต่อค้าขายกับจีน เศษภาชนะดินเผาเคลือบที่พบเป็นของจีนสมัยราชวงศ์ซ้องลงมา แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับจีน ซึ่งนาไปสู่การรับเทคโนโลยีในการทาภาชนะมาใช้ในสมัยต่อมา
  9. 9. ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ในสมัยกรุงศรีอยุธยา
  10. 10. ความสัมพันธ์กับสุโขทัย ความสัมพันธ์กับรัฐที่อยู่ใกล้เคียง สุโขทัย มลายู ล้ านนา ญวน พม่า ล้ านช้ าง มอญ เขมร
  11. 11. ในรัชสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1(อู่ทอง) แห่งกรุงศรีอยุธยาได้ยกกองทั พ ไปยึ ด เมื อ งชั ย นาทจากอาณาจั ก รสุ โ ขทั ย ไว้ ไ ด้ ซึ่ ง ตรงกั บ รั ช สมั ยพระมหาธรรมราชาลิไทแห่งสุโขทัยสุโขทัยได้ส่งเครื่องราชบรรณาการมาถวายพระเจ้าอู่ทอง เพื่อขอเมืองชัยนาทคืน พระเจ้าอู่ทองจึงคืนเมืองชัยนาทกลับคืนให้กับสุโขทัยตามเดิมสุโขทัยจึงต้องยอมรับเป็นไมตรีกับกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถอาณาจักรสุโขทัยเกิดการจลาจลเพราะล้ า นนาเข้ า มาตี เ มื อ งพิ ษ ณุ โ ลกแต่ ตี ไ ม่ ไ ด้ จึ ง ไปตี เ มื อ งก าแพงเพชรกรุงศรีอยุธยาจึงมาช่วยป้องกันเมืองไว้ได้และพระบรมไตรโลกนาถจึงมาประทับอยู่ที่พิษณุโลก และให้พระบรมราชาธิราชที่ 2 ราชโอรสปกครองกรุงศรีอยุธยาต่อมาพระบรมไตรโลกนาถเจริญสัมพันธไมตรีกับล้านนาทาให้สงครามยุติและสุโขทัยจึงรวมเป็นอาณาจักรเดียวกับกรุงศรีอยุธยา
  12. 12. ความสัมพันธ์กับอาณาจักรสุโขทัย• ประสานประโยชน์• เผชิญหน้าทางด้านการทหาร• ใช้นโยบายสร้างความสัมพันธ์ทางเครือญาติ• สุโขทัยเคยเป็นเมืองประเทศราชของอยุธยา• สมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ รวมสุโขทัยกับอยุธยาเข้าด้วยกัน
  13. 13. เจดีย์ทรงระฆังคว่าของวัดพระศรีสรรเพชญเป็นเจดีย์ศิลปะแบบสุโขทัย
  14. 14. ความสัมพันธ์กับพม่าพม่ายกทัพมาตีไทยถึง 24 ครั้ง โดยสาเหตุของสงครามส่วนใหญ่มีดังนี้ 1. เกิ ด ปั ญ หาเกี่ ย วกั บ หั ว เมื อ งชายแดนที่ พ ม่ า ต้ อ งการยึ ด ให้ ไ ด้เพื่อขยายอานาจมายังอาณาจักรกรุงศรีอยุธยา 2. ไทยกั บ พม่ า ในสมั ย กรุ ง ศรี อ ยุ ธ ยามี อ านาจเท่ า เที ย มกั นจนกลายเป็ น คู่ แ ข่ ง ทางการเมื อ งและเศรษฐกิ จ โดยมี ค วามสั ม พั น ธ์ ด้ า นสงครามไทยกับพม่าดังนี้ - สงครามครั้ ง แรกก็ คื อ ศึ ก เชี ย งกราน พ .ศ.2081 ในสมั ย พระไชยราชาธิ ร าช กรุ ง ศรี อ ยุ ธ ยาเสี ย เอกราชครั้ ง แรกแก่ พ ม่ า ในปี พ.ศ.2112 ในสมัยพระเจ้ามหินทราธิราช
  15. 15. - สงครามสมเด็ จ พระศรี สุ ริ โ ยทั ย ถู ก พระเจ้ า แปรฟั น คอขาดบนคอช้า ง เนื่องจากพระองค์ไสช้างไปขวางพระเจ้ าแปร ไม่ให้ ตามพระมหาจักรพรรดิทัน - สมเด็ จพระนเรศวรมหาราช ทรงกอบกู้ เ อกราชของไทยได้ ใ นปี พ.ศ.2127 และปี 2135 พระนเรศวรมหาราชทรง ทายุทธหัตถีกับพระมหาอุ ปราชของพม่ าจนได้ ชัย ชนะ-ในปี พ .ศ.2310 ไทยเสี ยกรุ งให้พม่าครั้งที่ 2ในสมัยพระเจ้าเอกทัศ
  16. 16. การทายุทธหัตถีระหว่างสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และพระมหาอุปราชแห่งพม่า
  17. 17. ความสัมพันธ์กับอาณาจักรล้านนา ใน พ.ศ. 1893 กรุงศรีอยุธยาเริ่มขยายอานาจออกไปยังบริเวณที่อยู่รอบนอก เพื่ อ ความมั่ น คงของกรุ ง ศรี อ ยุ ธ ยาและในปี พ .ศ.1929 สมเด็ จพระบรมราชาธิ ร าชที่ 1(ขุ น หลวงพะงั่ ว ) ทรงเป็ น พระมหากษั ต ริ ย์กรุงศรีอยุธยาองค์แรกที่ไปตีเชียงใหม่แต่ไม่สาเร็จ หลังสงคราม พ.ศ.1929 แล้วกรุงศรีอยุธยาได้ทาสงครามกับ ล้านนาอีกหลายครั้ง สงครามได้ดาเนินไประหว่าง พ.ศ.2003- 2017 จึงยุติลงและทั้งสองฝ่ายเป็นไมตรีต่อกันพ.ศ.2050 ล้านนายกทัพไปรุกรานหัวเมืองฝ่ายเหนือของกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 จึงยกทัพไปตีลาปาง
  18. 18. ครั้นสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชพม่าทาสงครามกับจีนล้านนาจึงมาพึ่งกรุงศรีอยุธยา ครั้นพม่าทาสงครามกับจีนเสร็จล้านนาจึงไปเข้ากับพม่าอีก พระนารายณ์มหาราชจึงยกทัพมาตีล้านนาได้ ลาปาง ลาพูน เชียงใหม่ พ.ศ. 2306 พม่ายกทัพมาตีเชียงใหม่ทาให้เชียงใหม่ต้องขอกองทัพจากกรุงศรีอยุธยามาช่วยแต่ไม่ทัน เชียงใหม่จึงตกเป็นเมืองประเทศราชของพม่าจนกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่า
  19. 19. ความสัมพันธ์กับลาว(ล้านช้าง)
  20. 20. ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับลาวเป็นไปได้ด้วยดีกว่าประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ ความสัมพันธ์เป็นไปลักษณะ “บ้านพีเมืองน้อง” ่ จุดมุ่งหมายที่ไทยกับลาวมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันคือเพื่อต่อต้านพม่า พ.ศ.2103 พระมหาจักรพรรดิของไทยและพระไชยเชษฐาธิราชของลาวได้ทรงร่วมสร้าง“พระธาตุศรีสองรัก” (ปัจจุบันอยู่ที่อาเภอด่านซ้ายจังหวัดเลย) เพื่อแสดงความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
  21. 21. พระธาตุศรีสองรัก อ.ด่านซ้าย จ.เลย
  22. 22. ความสัมพันธ์กับอาณาจักรเขมร (ขอม)
  23. 23. ไทยกับเขมรมีความสัมพันธ์กันทั้งด้านวัฒนธรรมและการทาสงครามกัน ด้านการทาสงครามมีความสัมพันธ์กันดังนี้ -ไทยกับเขมร ได้เริ่มทาสงครามตั้งแต่สมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) ทั้งนี้เขมรตกอยู่ภายใต้การปกครองของไทยหลายครั้ง -ในขณะที่ไทยเสียเอกราชหรือมีศึกสงคราม เขมรมักจะตั้งตัวเป็นอิสระทาให้เกิดความยุ่งยากแก่ไทย -การปกครองของเขมรไทยมั ก ให้ เ จ้ า นายของเขมรปกครองกันเอง แต่มักจะเกิดการแย่งชิงราชสมบัติกันอยู่เสมอ
  24. 24. วัฒนธรรมที่อยุธยารับมาจากเขมร• ศิลปกรรม• ศาสนาพราหมณ์ ฮินดู• ภาษา• ขนบธรรมเนียมประเพณี• การปกครองแบบจตุสดมภ์• แนวคิดแบบสมมุติเทพ
  25. 25. พระปรางค์วัดราชบูรณะเป็นสถาปัตยกรรม แบบเขมรที่มาเผยแพร่ในกรุงศรีอยุธยา
  26. 26. ความสัมพันธ์กับญวน• เกิดขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลายเป็นการทาสงครามเพื่อแย่งชิงความเป็น ใหญ่เหนือเขมร• สมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ อยุธยาส่งเสริมหนุนหลังพระธรรม ราชา(ราชวงศ์เขมร) ญวน ส่งเสริมหนุนหลังนักแก้วฟ้าจอก(ราชวงศ์เขมร อีกฝ่ายหนึ่ง)• ความขัดแย้งในเขมรทาให้อยุธยากับญวนต้องสู้รบกัน ผลัดกันแพ้ ผลัดกัน ชนะ จนสิ้นสุดอยุธยา
  27. 27. ความสัมพันธ์กับหัวเมืองมลายู มีความสัมพันธ์เมืองสาคัญ คือ ปัตตานี ไทรบุรี ทางด้านการค้าต่อกัน กลันตัน ตรังกานู มะละกา อยุธยาสัมพันธ์กับมลายู อยุธยาเคยส่งกองทัพ ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น ไปตีมะละกา
  28. 28. ความสัมพันธ์กับจีน• มีความสัมพันธ์กันในลักษณะของรัฐบรรณาการ• ชาวจีนเคยมารับราชการในอยุธยา เป็นแรงงานในสาเภา เป็นผู้คิด บัญชี
  29. 29. ความสัมพันธ์กับญี่ปุ่น• เป็นความสัมพันธ์เพื่อประโยชน์ทาง ด้านการค้า• โชกุน อิเอยาสุ ได้ส่งคณะทูต ดาบซามูไร ชุดเกราะ มาถวาย สมเด็จพระเอกาทศรถ• เรือสาเภาอยุธยาเข้าไปค้าขายในญี่ปุ่นได้• สมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรมเกิด ความบาดหมางกับทหารอาสาญี่ปุ่น
  30. 30. สมเด็จพระเจ้าทรงธรรมยึดราชสมบัติจากสมเด็จพระศรีเสาวภาคย์และจับพวกขุนนางไปสาเร็จโทษ รวมทั้งออกญาพระนายไว(ทหารอาสาญี่ปุ่น) ยามาดา นางามาสา(ออกญาเสนาภิมุข) ช่วยกระชับความสัมพันธ์สมัยพระเจ้าปราสาททอง มีชาวญี่ปุ่นก่อการร้ายในกรุงศรีฯ จึงถูกปราบอย่างเด็ดขาด
  31. 31. ความสัมพันธ์ของเปอร์เซีย(อิหร่าน)• เป็นความสัมพันธ์ด้านการค้า• เข้ามาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระเอกาทศรถถึงสมัยสมเด็จ พระนารายณ์• เปิดโอกาสให้ชาวเปอร์เซียรับราชการในอยุธยาได้• เฉกอะหมัดรัตนธิบดีเป็นกรมท่าขวา• พระยาศรีนวรัตน์ ดูแลการค้าของอยุธยากับเปอร์เซียและ อินเดีย• หลังสมัยสมเด็จพระนารายณ์ไม่มีหลักฐานปรากฏ
  32. 32. ความสัมพันธ์ระหว่างกรุงศรีอยุธยา กับชาติตะวันตก
  33. 33. ชาติตะวันตกที่เข้ามาติดต่อสัมพันธ์กับกรุงศรีอยุธยามีจุดมุ่งหมายที่สาคัญ ได้แก่-ชาวตะวันตกที่มาติดต่อจะเริ่มด้วยการขอมีไมตรีทางการค้าสร้างความเข้าใจและปฏิบัติต่อกันโดยสุจริต อยุธยาจึงได้รบ ัผลประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลประโยชน์ทางด้านการค้า-การมีสัมพันธ์ต่อกันทาให้ไทยมีโอกาสรับวิทยาการและเทคโนโลยีต่างๆ จากชาติตะวันตกและบุคคลที่มีความรู้พัฒนาอาณาจักรกรุงศรีอยุธยาในหลายด้านด้วยกัน ได้แก่ด้านการแพทย์ ด้านการศึกษา ด้านการก่อสร้าง ด้านบุคคลากร
  34. 34. ขบวนแห่พระราชสาส์นของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ไปถวายพระเจ้าหลุยส์ท14แห่งฝรั่งเศส ี่
  35. 35. ความสัมพันธ์กับชาติตะวันตก โปรตุเกสสเปน ฮอลันดา อยุธยา ฝรั่งเศส อังกฤษ
  36. 36. ความสัมพันธ์กับโปรตุเกส• เป็นความสัมพันธ์ด้านการค้า ด้านการเมือง ด้านการทหาร ด้านวัฒนธรรม• เริ่มเข้ามาสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 และให้โปรตุเกสเข้ามาเป็นทหาร อาสา และซื้อปืนมาใช้• มีการทาสัญญาให้ค้าขายและตั้งถิ่นฐานได้
  37. 37. ความสัมพันธ์กับฮอลันดา• เป็นความสัมพันธ์ทางด้านการค้าและการเมือง
  38. 38. ความสัมพันธ์กับอังกฤษ• เป็นความสัมพันธ์ทางด้านการค้าและการเมือง ความสัมพันธ์กับฝรั่งเศส• เริ่มจากความสัมพันธ์ทางการเมืองก่อน และพัฒนาเป็นความสัมพันธ์ทาง การค้าและการเมือง
  39. 39. ความสัมพันธ์กับสเปน• ส่วนใหญ่เป็นความสัมพันธ์ทางการค้า
  40. 40. ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสมัยกรุงธนบุรี1. ความสัมพันธ์กับพม่า ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับพม่าในสมัยกรุงธนบุรี จะปรากฎในรูปของความขัดแย้ง การทาสงคราม โดยไทยเป็น ฝ่ายตั้งรับการรุกรานของพม่าหลังจากได้รักเอกราช ต้องทาสงครามกับพม่าถึง 9 ครั้ง ส่วนใหญ่พม่าเป็นฝ่ายปราชัย ครั้งสาคัญที่สุด คือ ศึกอะแซหวุ่นกี้ตีเมืองเหนือ พ.ศ.2318 ครั้งนั้นเจ้าพระยาจักรี (รัชกาลที่ 1) และเจ้าพระยาสุรสีห์ สองพี่น้องได้ร่วมกันป้องกันเมืองพิษณุโลกอย่างสุดความสามารถ แต่พม่ามีกาลังไพร่พลเหนือกว่าจึงตีหักเอาเมืองได้
  41. 41. 2.ความสัมพันธ์กับกัมพูชา เขมรเคยเป็นประเทศราชของไทยมาแต่สมัยอยุธยา หลังจากกรุงศรีอยุธยาเสี ยแก่พ ม่าในปี พ.ศ.2310แล้ วพระเจ้าตากสิ นกู้เอกราชได้สาเร็ จปราบดาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์เขมรไม่ยอมส่งเครื่องราชบรรณาการมาถวายอ้างว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชไม่ใช่เชื้อพระวงศ์พระเจ้าแผ่นดินกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชโปรดให้พระยาอภัยรณฤทธิ์ (ทองด้วง)และพระยาอนุชิตราชา (บุญมา) นาทัพไปตีเขมรใน พ.ศ.2312 แต่ไม่สาเร็จเพราะเขมรแกล้งปล่อยข่าวว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเสด็จสวรรคตพระยาอภัยรณฤทธิ์และพระยาอนุชิตราชาจึงยกทัพกลับ ต่อมาปี พ.ศ.2314โปรดให้พระยาจักรียกทัพไปตีเขมรอีก และได้เขมรกลับมาเป็นประเทศราชของไทย
  42. 42. 3. ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับลาว ไทยทาสงครามขยายอาณาเขตไปถึงลาว 2 ครั้ง คือ ตีเมืองจาปาศักดิ์และตีเมืองเวียงจันทร์ครั้งหลัง ไทยได้อัญเชิญพระแก้วมรกตและพระบางมายังไทย โดยสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก
  43. 43. ล้านนา ไทยพยายามขับไล่พม่าออกไปจากล้านนาได้สาเร็จ แต่ไม่สามารถรักษาล้านนาไว้ได้ เพราะเมื่อทัพกรุงธนบุรีออกจากล้านนา ทัพพม่าก็เข้ามาคุกคามล้านนาอีก สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชคงทรงพิจารณาเห็นว่าล้านนาเป็นเมืองซึ่งพม่าใช้เป็นฐานทัพเสมอ ทุกครั้งที่พม่ายกทัพมาตีเมืองไทย ทุกครั้งที่พม่ามารบไทย ก็ใช้ล้านนาเป็นคลังเสบียงอาหาร จึงต้องทรงยกทัพไปตีเชียงใหม่ ในปีพ.ศ. 2317 หลังจากนั้นล้านนาก็เป็นอิสระ โดยมีกรุงธนบุรีคุ้มกันอยู่
  44. 44. มลายู หั ว เมื อ งได้ แ ก่ ปั ต ตานี ไทรบุ รี กลั น ตั น และ ตรั ง กานู เคยเป็ นเมืองขึ้นของไทยมาตลอด เพิ่งมาแยกตัวเมื่อกรุงศรีอยุธยาแตก เมื่อปีพ.ศ. 2310 ส่วนเมืองปัตตานี และ ไทรบุรี ในตอนต้นสมัยกรุงธนบุรีนั้น ยังสวามิภักดิ์อยู่ มาแข็งข้อทีหลัง สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงตีได้เมืองนครศรีธรรมราช สงขลา พัทลุง แต่มิได้ยกทัพไปตีเมืองมลายู มีแต่คิดอุบายให้เจ้าพระยานครศรีธรรมราชไปยืมเงินเมืองปัตตานี และไทรบุรี สาหรับที่จะซื้อเครื่องศัตราวุธเมืองละ 1,000 ชั่ง เพื่อหยั่งท่าทีพระยาไทรบุรี และ พระยาปัตตานี ดูว่าจะทาประการใด แต่ทั้งสองเมืองไม่ยอมให้ขอยืม สมเด็จพระเจ้าตากสินก็มิได้ทรงยกทัพไปตี เพราะทรงพิจารณาเห็นว่า ขณะนั้นเป็นการเกินกาลังของพระองค์ที่จะยกทัพไปปราบ จึงปล่อยให้หัวเมืองมลายูเป็นอิสระ
  45. 45. ความสัมพันธ์กับจีน ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการค้าขายกับจีน ในสมัยกรุงธนบุรี ปรากฎว่ามีสาเภาของพ่อค้าจีน เข้ามาติดต่อค้าขายตลอดรัชกาลและทางไทยก็ได้เอาใจใส่ในการทะนุบารุงการค้าขายทางเรือนี้อย่างมาก สมเด็จพระเจ้าตากสินทรงส่งสาเภาหลวงออกไปทาการติดต่อค้าขายกับเมื องจีนอยู่เสมอ จึงนับว่าจีนเป็นชาติ ที่สาคัญที่สุดที่เราติดต่อทางการค้าด้วยในสมัยกรุงธนบุรี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชที่จะให้จีนยอมรับฐานะและเพื่อให้ไทยได้เปิดค้าขายกับจีน เป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจและทาให้ฐานะของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชมั่นคงขึ้นด้วย
  46. 46. การเมืองระหว่างประเทศความสัมพันธ์กับโปรตุเกส การค้าขายกับโปรตุเกส ปรากฏในจดหมายเหตุของบาทหลวงฝรั่งเศสซึ่ง เข้ามาอยู่ในกรุงธนบุรีครั้งนั้น เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2322 มีเรือแขกมัวร์ จากเมืองสุรัต ซึ่งขณะนั้นเป็นเมืองขึ้นของโปรตุเกส เข้ามาค้าขาย ณ กรุงธนบุรี ด้วยและว่าที่ภูเก็ตเวลานั้นมีพวกโปรตุเกสครึ่งชาติอยู่ 2-3 คน อยู่ในความ ปกครองของบาทหลวงฟรังซิสแกงของโปรตุเกส จึงแสดงว่า ในสมัยกรุงธนบุรี นั้นเราได้มีการติดต่อค้าขายสมาคมกับชาวโปรตุเกสอยู่บ้าง โดยทางเราได้เคย ส่งสาเภาหลวงออกไปค้าขายยังประเทศอินเดียจนถึงเขตเมืองกัว เมืองสุรัต อันเป็นอาณานิคมของโปรตุเกสอยู่ในครั้งนั้นด้วยเหมือนกัน
  47. 47. การเมืองระหว่างประเทศความสัมพันธ์กับอังกฤษ ในตอนปลายสมั ย กรุ ง ธนบุ รี บรรดาฝรั่ ง ชาติ ต่ า ง ๆ ที่ เ ดิ น ทางเข้ า มา ค้าขายในเอเชีย มีการแย่งชิงอานาจกัน ทางการค้าเป็นอันมาก ด้วยเหตุนี้ อังกฤษจึงมีความประสงค์ที่จะได้สถานที่ตั้งสาหรับทาการค้าขาย แข่งกับ พวกฮอลั น ดา ทางด้ า นแหลมมลายู สั ก แห่ ง หนึ่ ง อัง กฤษเห็ น ว่ า เกาะหมาก (ปีนัง) มีความเหมาะสม จึงได้พยายามเจรจาเกลี้ยกล่อมกับพระยาไทรบุรี ผู้มี อานาจปกครองเกาะนี้อยู่เพื่อจะขอเช่า ในปี พ.ศ. 2319 กะปิตันเหล็ก (ฟรานซิสไลท์) เจ้าเมืองเกาะหมาก ได้ส่งปืนนกสับเข้ามาถวายสมเด็จพระเจ้า ตากสิน จานวน 1,400 กระบอก พร้อมด้วยสิ่งของเครื่องราชบรรณาการต่างๆ
  48. 48. ความสัมพันธ์กับฮอลันดา ปี พ.ศ. 2313 ชาวฮอลันดาจากเมืองปัตตาเวีย (จาการ์ตา) และ พวกแขก เมืองตรังกานู ได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เพื่อถวายปืนคาบ ศิลาจานวน 2,200 กระบอก และ ต้นไม้เงินต้นไม้ทองความสัมพันธ์กับล้านช้าง การที่ได้ล้านช้างมาเป็นประเทศราชเพราะมีการทาสงครามขยายอาณาเขต ถึง 2 ครั้ง 1. ตีเมืองจาปาศักดิ์ พ.ศ. 2319 พระเจ้าตากสิน จึงโปรดให้เจ้าพระยาจักรี (ทองด้วง) เป็นแม่ทัพยกไปปราบ เจ้าพระยาสุรสีห์ยกทัพไปช่วย สามารถตี เมืองจาปาศักดิ์ได้ พระเจ้าตากสินจึงโปรดให้เจ้าพระยาจักรี(ทองด้วง) เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น "สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก”
  49. 49. 2. พ.ศ. 2321 ไทยตีเมืองเวียงจันทน์ พระเจ้าตากสินเห็นว่า ลาวได้ละเมิดอธิปไตยของไทย จึงโปรดให้สมเด็จ เจ้ า พระยามหากษั ต ริ ย์ ศึ ก ฯ และเจ้ า พระยาสุ ร สี ห์ ฯ ยกทั พ ไป ตี เ มื อ ง เวี ย งจั น ทน์ ตี เ มื อ งเวี ย งจั น ทน์ น าน 4 เดื อ นจึ ง ส าเร็ จ ไทยจึ ง ได้ เ มื อ ง เวียงจ้นทน์และหลวงพระบาง เป็นประเทศราช เสร็จจากสงครามในครั้งนี้ สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกฯ ได้อัญเชิญ พระแก้วมรกต มาประดิษฐาน ณ วัดอรุณราชวราราม (วัดแจ้ง) หรือวัดพระแก้วในสมัยกรุงธนบุรี
  50. 50. พระแก้วมรกต
  51. 51. เอกสารอ้างอิงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสมัยกรุงธนบุรี เอกสารออนไลน์ เข้าถึงได้จาก(9/6/55)http://culture4queen.exteen.com/20080203/entry-1ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสมัยกรุงธนบุรี เอกสารออนไลน์ เข้าถึงได้จาก(9/6/55)http://www.sainampeung.ac.th/chalengsak/units/unit4/chapter4/chaptor4_0/Thonburi_History7.htmสุโขทัย เอกสารออนไลน์ เข้าถึงได้จาก (9/6/55)http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B9%82%E0%B8%82%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A2
  52. 52. เอกสารอ้างอิงอยุธยา เอกสารออนไลน์ เข้าถึงได้จาก (9/6/55)http://historia.exteen.com/20080109/entry-1http://www.thaigoodview.com/node/29909
  53. 53. จัดทาโดยนายรชตะ ศิริกุลชัย เลขที่ 3นางสาวบุศรินทร์ ประทุมโทน เลขที่ 9นางสาวสุธาสินี สายทอง เลขที่ 14นางสาวณัฏฐาพร ศรีชัยคา เลขที่ 16นางสาวพนิตนันท์ โรจนศุภมิตร เลขที่ 19 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 เสนอ ครูสายพิณ วงษารัตน์ โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย เชียงราย

×