บทที่ 4 รวบรวมความตองการ ้(RequirementsGathering)การวิเคราะหและออกแบบระบบ           ์                    (System Analysis ...
วัตถุประสงค์2       เห็ นความสาคัญของการวิเคราะหความตองการ    ์       ้        เพือให้ไดมาซึงความตองการทีแทจริงและถูกตอง ...
บทนา3       การวิเคราะหระบบ เป็ นกระบวนการของการสราง                   ์                             ้        แผนงาน(plan...
ขันตอนการพัฒนาระบบตามแบบ      ้4    แผน SDLC            แสดงขันตอนการพัฒนาระบบตามแบบแผน                    ้SDLC โดยในระยะ...
การวิเคราะหระบบ               ์5       การศึ กษาระบบงานเดิม ประกอบดวย 3 ระยะ                                    ้        ...
การรวบรวมความตองการ                   ้    (Requirements Gathering)6       หน้าทีสาคัญอยางหนึ่งทีนกวิเคราะหระบบจะตอง     ...
หลักการในการค้นหาความต้องการ (5W + 1H)7       Who มีใครเกียวของบาง? บทบาทของแตละคนนั้น                            ่     ้...
การรวบรวมความตองการ                   ้    (Requirements Gathering)8       กิจกรรมการค้นหาความตองการ และการจดบันทึก      ...
คุณสมบัติของผูใช้(user)ที่ดี                  ้9       จะต้องสามารถอธิบายขั้นตอนการทางานของระบบปั จจุบนที่ดาเนิ นงานอยู่ ...
ชนิ ดของความต้องการ (Type of Requirements)10     แบงเป็ น 2 ชนิดดวยกัน คือ        ่             ้      ความตองการทีเป็ นฟ...
ความตองการทีเป็ นฟังกชันการทางาน           ้      ่       ์     (Function Requirements)11        คือ กิจกรรมที่ระบบต้องปฏ...
ตัวอย่าง Functional Requirements12      ระบบเงินเดือน (Payroll System)      กิจกรรมการปฎิบตงานของระบบเงินเดือน          ...
ความตองการทีเป็ นฟังกชันการทางาน           ้      ่       ์     (Function Requirements)13      สรุปไดวา ความตองการทีเป็ น...
ความตองการทีเป็ นฟังกชันการทางาน           ้      ่       ์     (Function Requirements)14        คือ คุณสมบัตหรือคุณภาพขอ...
ชนิ ดของความต้องการ (Type of Requirements)15         Function            Non-Function             บันทึกลงใน           บัน...
Funtional Requirements (FRs)     and Non-Function Requirements (NFRs)16        ตัวอยางเช่น ระบบบัญชี ทาหน้าทีหลักคือ     ...
การวิเคราะห์ความต้องการ (Requirements     Analysis)17        นักวิเคราะหระบบ(SA) นาความตองการทีได้                      ์...
การวิเคราะห์ความต้องการ (Requirements     Analysis)18        วิเคราะหข้อเท็จจริงในขอมูล (Analysis of                   ์ ...
การวิเคราะห์ความต้องการ (Requirements     Analysis)19       Business        Process                                       ...
Requirement Specification20        คือ ขอมูลทีสรางขึนมาระหวางการสื บเสาะ               ้      ่ ้     ้    ่         ขอเท...
หลักการค้นหาความต้องการที่ดี21      คนหาขอมูลความตองการกับบุคคลทีเกียวของ        ้     ้           ้           ่ ่       ...
สเตคโฮลเดอร์: แหล่งทรัพยากรของความต้องการระบบ     (Stakeholders : The Source of System Requirements)22        สเตคโฮลเดอร...
เทคนิ คการรวบรวมความต้องการ (Requirements Gathering     Techniques)23        ในบางครัง อาจเรียกวา การสื บเสาะ            ...
เทคนิ คการรวบรวมความต้องการ (Requirements Gathering     Techniques)24        การรวบรวมเอกสาร (Documentation)          กา...
เทคนิ คการรวบรวมความต้องการ (Requirements Gathering     Techniques)25        การสั งเกตการจากกระบวนการเดินเอกสารใน       ...
เทคนิ คการรวบรวมความต้องการ (Requirements Gathering     Techniques)26     1. ปัจจุบนคุณทางานในตาแหน่ง?                 ั  ...
เทคนิ คการรวบรวมความต้องการ (Requirements Gathering     Techniques)27     1. บริษทของคุณมีจานวนพนักงานเทาไร              ั...
เทคนิ คการรวบรวมความต้องการ (Requirements Gathering     Techniques)28        การวางแผนความตองการรวมกัน (Joint            ...
29
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

การรวบรวมความต้องการ

5,234

Published on

Published in: Education
0 Comments
4 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total Views
5,234
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
80
Comments
0
Likes
4
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

การรวบรวมความต้องการ

  1. 1. บทที่ 4 รวบรวมความตองการ ้(RequirementsGathering)การวิเคราะหและออกแบบระบบ ์ (System Analysis and Design
  2. 2. วัตถุประสงค์2  เห็ นความสาคัญของการวิเคราะหความตองการ ์ ้ เพือให้ไดมาซึงความตองการทีแทจริงและถูกตอง ่ ้ ่ ้ ่ ้ ้  บอกบทบาทหน้าทีของผูใช้ทีด ี ่ ้ ่  สามารถนาความตองการทีรวบรวมมาผานการ ้ ่ ่ วิเคราะห ์ และบันทึกอยูในรูปแบบเอกสารได้ ่  ทราบถึงบทบาทของสเตคโฮลเดอร ์ ซึงเป็ นกลุม ่ ่ บุคคลสาคัญทีเกียวของกับงานระบบสารสนเทศ ่ ่ ้  บอกเทคนิควิธการรวบรวมความตองการ ี ้  สามารถนาขันตอนการทางานของงานใดงานหนึ่ง ้ มาเขียนอยูในรูปของเวิรกโฟลวได้ (Workflow) ่ ์ ์ ได้
  3. 3. บทนา3  การวิเคราะหระบบ เป็ นกระบวนการของการสราง ์ ้ แผนงาน(plan) เพือแสดงให้เห็ นถึงโครงราง ่ ่ กระบวนการทางานของระบบทางานอยางไร ่ (how) สอดคลองกับจุดประสงคและความตองการ ้ ์ ้ หรือไม่  วัตถุประสงคของการวิเคราะหระบบ คือ การทา ์ ์ ความเขาใจในฟังกชันหน้าทีทางธุรกิจ ้ ์ ่ (Business Functions) และพัฒนาออกมาเป็ น ความตองการของระบบ (System ้ Requirements)
  4. 4. ขันตอนการพัฒนาระบบตามแบบ ้4 แผน SDLC แสดงขันตอนการพัฒนาระบบตามแบบแผน ้SDLC โดยในระยะการวิเคราะห ์ จะตองทาความเขาใจกับ ้ ้ระบบงานเดิม การเพิมเติมความต้องการ เพือพัฒนาแนวคิด ่ ่
  5. 5. การวิเคราะหระบบ ์5  การศึ กษาระบบงานเดิม ประกอบดวย 3 ระยะ ้ คือ  ทาความเข้าใจกับระบบงานเดิม (Understand AS- IS System)  เป็ นการศึ กษาขันตอนการทางานของระบบงานเดิมที่ ้ เป็ นอยูในปัจจุบน มีจดออนหรือจุดแข็งอยางไร ่ ั ุ ่ ่  กาหนดสิ่ งทีตองการปรับปรุงเพิมเติม ่ ้ ่ (Identity Improvements)  เป็ นการกาหนดแนวทางในการปรับปรุงระบบให้เป็ นไป ในทิศทางทีดขน ่ ี ึ้  พัฒนาแนวความคิดสาหรับระบบงานใหม่
  6. 6. การรวบรวมความตองการ ้ (Requirements Gathering)6  หน้าทีสาคัญอยางหนึ่งทีนกวิเคราะหระบบจะตอง ่ ่ ่ ั ์ ้ ทา ก็คอ การเขาไปค้นหาความตองการของ ื ้ ้ ผู้ใช้  ซึงขันตอนการค้นหาความตองการและการจด ่ ้ ้ บันทึกความต้องการนั้นมิใช่สิ่ งทีงาย ่ ่  นักวิเคราะหระบบควรจดบันทึกความตองการให้อยู่ ์ ้ ในรูปแบบมาตรฐาน เพือนาไปพัฒนาเป็ น ่ ซอฟตแวรไดตอไป ์ ์ ้ ่  หลักการในการค้นหาความตองการ 5W + 1H ้ คือ
  7. 7. หลักการในการค้นหาความต้องการ (5W + 1H)7  Who มีใครเกียวของบาง? บทบาทของแตละคนนั้น ่ ้ ้ ่ คืออะไร? ใครเป็ นบุคคลแทจริงทีรองขอเพือพัฒนา ้ ่ ้ ่ ระบบใหม? ่  What อะไรคือสิ่ งทีทาให้เกิดปัญหา? ระบบทีต้องการ ่ ่ หรือระบบทีอยากไดคือ ระบบอะไร? มีฟงกชันการ ่ ้ ั ์ ทางานอะไรบาง? ้  When ระบบติดตังไดเมือไร? ผู้สนับสนุ นเงินทุนพรอม ้ ้ ่ ้ ทีจะสนับสนุ นเมือไร? ทดสอบระบบใหมเมือไร? ่ ่ ่ ่  Where บริเวณสถานทีใด ทีระบบใหมสามารถ ่ ่ ่ ดาเนินการไดอยางเหมาะสม ้ ่  Why ทาไมตองแสวงหาระบบใหม? ทาไมผู้ใช้จึงเชือ ้ ่ ่ วาระบบใหมสามารถแกไขปัญหาได? ่ ่ ้ ้
  8. 8. การรวบรวมความตองการ ้ (Requirements Gathering)8  กิจกรรมการค้นหาความตองการ และการจดบันทึก ้ ความตองการนั้น มีหลักการสาคัญ คือ จะต้อง ้ ค้นหาความจริงให้ไดวาผู้ใช้ต้องการสิ่ งใดเป็ น ้ ่ สาคัญ  กอนทีนกวิเคราะหระบบจะเข้าไปค้นหาความ ่ ่ ั ์ ตองการจากผู้ใช้ตามหน่วยงานตางๆ นักวิเคราะห ์ ้ ่ ระบบจาเป็ นตอง ศึ กษารูปแบบองคกร ้ ์  ผู้ใช้ (User) มีบทบาทสาคัญในการวิเคราะหระบบ ์ ในการให้ขอมูลแกนักวิเคราะหระบบ ้ ่ ์
  9. 9. คุณสมบัติของผูใช้(user)ที่ดี ้9  จะต้องสามารถอธิบายขั้นตอนการทางานของระบบปั จจุบนที่ดาเนิ นงานอยู่ ั ได้  จะต้องสามารถชี้ แจงปั ญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้ นในระบบได้  จะต้องสามารถระบุความต้องการในระบบใหม่ได้  ควรจัดเตรียมเอกสาร หรือรายงานที่เกี่ยวข้องให้แก่นักวิเคราะห์ระบบ  ควรให้ความร่วมมือแก่นักวิเคราะห์ระบบ  ควรมีส่วนร่วมต่อโครงการพัฒนาระบบใหม่ รวมทั้งสามารถแนะนาหรือ เสนอแนวทางแก้ไขให้แก่นักวิเคราะห์ระบบ
  10. 10. ชนิ ดของความต้องการ (Type of Requirements)10 แบงเป็ น 2 ชนิดดวยกัน คือ ่ ้  ความตองการทีเป็ นฟังกชันการทางาน ้ ่ ์ (Function Requirements)  ความตองการทีไมไดเป็ นฟังกชันการ ้ ่ ่ ้ ์ ทางาน (Non-Function Requirements)
  11. 11. ความตองการทีเป็ นฟังกชันการทางาน ้ ่ ์ (Function Requirements)11  คือ กิจกรรมที่ระบบต้องปฏิบติ กล่าวคือ เป็ นขั้นตอนการทางานที่ ั ประกอบด้วยกิจกรรมต่างๆ (สิ่งที่ระบบควรต้องทาหรือเป็ นหน้าที่หลัก ของระบบ) ที่ของเกี่ยวกับผูปฎิบติงาน โดยแต่ละกิจกรรมจะก่อให้เกิดผล ้ ้ ั การดาเนิ นงานออกมา  โดยปกติ ความต้องการที่เป็ นฟั งก์ชนการทางานมักเขียนอยูในรูปแบบของ ั ่ กริยา (Verb Phrase)
  12. 12. ตัวอย่าง Functional Requirements12  ระบบเงินเดือน (Payroll System)  กิจกรรมการปฎิบตงานของระบบเงินเดือน ั ิ ประกอบดวยฟังกชันหน้าทีตางๆ คือ ้ ์ ่ ่  คานวณเงินเดือนและคาคอมมิชชัน ่  คานวณภาษี  พิมพสลิปเงินเดือนและพิมพรายงาน ์ ์  สามารถจัดพิมพรายงานภาษีประจาปี แกสรรพากร ์ ่  ระบบใหมตองจัดการกับฟังกชันเหลานี้ได้ ่ ้ ์ ่ ทังหมด ้
  13. 13. ความตองการทีเป็ นฟังกชันการทางาน ้ ่ ์ (Function Requirements)13  สรุปไดวา ความตองการทีเป็ นฟังกชันการ ้ ่ ้ ่ ์ ทางานนั้น ตังอยูบนพืนฐานของขันตอนการ ้ ่ ้ ้ ทางานและกฎเกณฑขององคกรทีใช้สาหรับ ์ ์ ่ ดาเนินธุรกิจเป็ นสาคัญ  ดังนั้น ความตองการทีเป็ นฟังกชันการทางาน ้ ่ ์ จึงเกียวของกับ ่ ้  มีอะไรบ้างทีต้องอินพุตเข้าไปในระบบ ่  มีเอาตพุตอะไรบาง ์ ้ ทีระบบตองดาเนินการ ่ ้  มีขอมูลอะไรบาง ทีระบบตองจัดเก็บ เพือให้ระบบอืนๆ ้ ้ ่ ้ ่ ่ ทีเกียวของ นาขอมูลไปใช้งานได้ ่ ่ ้ ้  การคานวณอะไร ทีระบบตองดาเนินการ ่
  14. 14. ความตองการทีเป็ นฟังกชันการทางาน ้ ่ ์ (Function Requirements)14  คือ คุณสมบัตหรือคุณภาพของซอฟตแวรทีพง ิ ์ ์ ่ ึ มี ไมใช่หน้าทีหลัก เช่น ่ ่  ความสามารถในการใช้งาน (Usability)  ประสิ ทธิภาพของระบบ (Efficiency)  ระบบความปลอดภัย (Security)  ความน่าเชือถือของระบบ (Reliability) ่  เวลาตอบสนอง (Time Response)  ความงายตอการใช้งาน (User Friendliness) ่ ่  ความสะดวกในการเคลือนย้ายไปยังสภาพแวดลอมใหม ่ ่ ้ (Portability)
  15. 15. ชนิ ดของความต้องการ (Type of Requirements)15 Function Non-Function บันทึกลงใน บันทึกลงใน เอกสาร เอกสาร -ทราบขันตอน ้ -บรรยายถึงคุณภาพ -อินเตอรเฟช เทคนิคตางๆ ทีซอฟตแวร ์ ่ ่ ์ ์ พึงมี แนวทางการออกแบบ แนวทางการวิเคราะห ์ (guide design) (guide analysis)
  16. 16. Funtional Requirements (FRs) and Non-Function Requirements (NFRs)16  ตัวอยางเช่น ระบบบัญชี ทาหน้าทีหลักคือ ่ ่ บันทึกข้อมูล Transaction รายวัน ,สรุปยอด บัญชีได้ (สิ่ งทีระบบบัญชีควรทาหรือหน้าที่ ่ หลัก) - - > Functional requirements  ผูใช้ตองใส่รหัสผาน ชือผูใช้ เชือมโยงกับ ้ ้ ่ ่ ้ ่ อินเทอรเน็ ตได้ เชือมโยงระบบบัญชีกบบริษท ์ ่ ั ั อืน (ไมใช่หน้าทีหลัก) - - > Non-Functinal ่ ่ ่ requirements
  17. 17. การวิเคราะห์ความต้องการ (Requirements Analysis)17  นักวิเคราะหระบบ(SA) นาความตองการทีได้ ์ ้ ่ รวบรวมมา ผานกระบวนการวิเคราะหความ ่ ์ ตองการ (Requirements Analysis) เพือให้ ้ ่ ไดมาซึงขอกาหนดความตองการ ้ ่ ้ ้ (Requirement Specification) เพือใช้ในการ ่ พัฒนาซอฟตแวร ์ ์ โดยการวิเคราะหความ ์ ตองการเพือกาหนดเป็ นความตองการของระบบ ้ ่ ้ ใหม่ ประกอบดวย 3 ขันตอน คือ ้ ้
  18. 18. การวิเคราะห์ความต้องการ (Requirements Analysis)18  วิเคราะหข้อเท็จจริงในขอมูล (Analysis of ์ ้ factual Data) พิจารณาวาระบบจะตอง ่ ้ ดาเนินงานอยางไร เพือให้ตรงกับวัตถุประสงค ์ ่ ่ ตามทีตองการ ่ ้  กาหนดสาระสาคัญของความตองการ ้ (Identification of Essential Requirements) คือ คุณสมบัตหรือสาระสาคัญทีระบบใหมพึงมี ิ ่ ่  คัดเลือกความตองการทีตรงกับวัตถุประสงค ์ ้ ่ (Selection of Requirements Fulfillment) ใช้
  19. 19. การวิเคราะห์ความต้องการ (Requirements Analysis)19 Business Process ………………. Requirements ………………. Business ………………. Information Gathering ………………. And Analysis ……………… ……………….. Business Rules Requirements Specification แสดงขันตอนการนาความตองการทีรวบรวมมาผานการ ้ ้ ่ ่วิเคราะห ์ และ สรุปลงในเอกสารข้อกาหนดความตองการ ้ของระบบ (Requirements Specification)
  20. 20. Requirement Specification20  คือ ขอมูลทีสรางขึนมาระหวางการสื บเสาะ ้ ่ ้ ้ ่ ขอเท็จจริงดวยการวิเคราะหความตองการ ้ ้ ์ ้ เพือให้ไดมา ซึงขอกาหนดความตองการทีใช้ ่ ้ ่ ้ ้ ่ อธิบายคุณสมบัตของระบบใหม่ ิ  หรือ ขอกาหนดทีมการอธิบายวาระบบควรมี ้ ่ ี ่ การทางานอยางไรบาง รายละเอียดอะไรบาง ่ ้ ้ ทีตองทาให้สาเร็จ อาจเป็ นขอบังคับเกียวกับ ่ ้ ้ ่ กระบวนการพัฒนาระบบงาน ขอตกลงรวมกัน ้ ่ เกียวกับคุณภาพของซอฟตแวร ์ ่ ์
  21. 21. หลักการค้นหาความต้องการที่ดี21  คนหาขอมูลความตองการกับบุคคลทีเกียวของ ้ ้ ้ ่ ่ ้ โดยตรง และให้ตรงวัตถุประสงคมากทีสุด ์ ่  ระบุความตองการตางๆ ลงในรูปของเอกสาร ้ ่ และมีการทาขอตกลงรวมกันทังสองฝ่าย ้ ่ ้  Requirement ทีดตองตกลงรวมกันทังสองฝ่าย ่ ี ้ ่ ้  คาจากัดความหรือคาอธิบายบนเอกสารทีได้ ่ บันทึกไว้ ควรมีความชัดเจน พยายามอยาใช้ ่ คากากวม
  22. 22. สเตคโฮลเดอร์: แหล่งทรัพยากรของความต้องการระบบ (Stakeholders : The Source of System Requirements)22  สเตคโฮลเดอรหรือ Information Worker คือ ์ บุคคลทีมความสนใจและพรอมให้ความรวมมือ ่ ี ้ ่ กับงานพัฒนาระบบสารสนเทศใหม่ เพือให้ ่ เกิดผลสาเร็จ สามารถแบงออกเป็ น 6 กลุม ่ ่ หลักๆ คือ  เจ้าของระบบ (System Owners) Sponsors  ผู้ใช้ระบบ (System User)  นักออกแบบระบบ (System Designers)  นักพัฒนาระบบ (System Developers) Programmer  นักวิเคราะหระบบ (System Analysts) ์  รานคาจานวนอุปกรณไอทีและทีปรึกษา (IT Vendors ่
  23. 23. เทคนิ คการรวบรวมความต้องการ (Requirements Gathering Techniques)23  ในบางครัง อาจเรียกวา การสื บเสาะ ้ ่ ข้อเท็จจริง (Fact-Finding) โดยมีเทคนิค สาคัญ ดังนี้  การรวบรวมเอกสาร (Documentation)  การสั มภาษณและสนทนากับผู้ใช้ (Conduct ์ Interviews and Discussions with Users)  การสั งเกตการจากกระบวนการเดินเอกสารในธุรกิจ (Observe and Document Business Processes)  การแจกจายและรวบรวมแบบสอบถาม (Distribute ่ and Collect Questionaires)  การวางแผนความตองการรวมกัน (Joint ้ ่ Requirements Planning: JRP)
  24. 24. เทคนิ คการรวบรวมความต้องการ (Requirements Gathering Techniques)24  การรวบรวมเอกสาร (Documentation)  การรวบรวมแบบฟอรม ์ หรือรายงานตางๆ ทีใช้อยู่ ่ ่ หรือการถายสาเนาเอกสาร ่  การสั มภาษณและสนทนากับผูใช้ (Conduct ์ ้ Interviews and Discussions with Users)  การสั มภาษณแบบไมมีโครงสราง ์ ่ ้ (Unstructured Interview) ไมมีการกาหนดคาถามกอนวาจะถาม ่ ่ ่ เกียวกับอะไร มีลกษณะพูดคุยสนทนา ่ ั  การสั มภาษณแบบมีโครงสราง (Structured ์ ้ Interview) มีการกาหนดคาถามเพือการสั มภาษณ ์ ่
  25. 25. เทคนิ คการรวบรวมความต้องการ (Requirements Gathering Techniques)25  การสั งเกตการจากกระบวนการเดินเอกสารใน ธุรกิจ (Observe and Document Business Processes)  สั มผัสจากการทางานทีเป็ นเหตุการณจริงของพนักงาน เช่น ่ ์ กระบวนการทางาน มีขนตอนใดทีตองเข้าไปปรับปรุง ้ั ่ ้ เพือให้ระบบดีขน โดยใช้ไดอะแกรม “เวิรกโฟลว ์ ่ ึ้ ์ (Workflow)”  การแจกจายและรวบรวมแบบสอบถาม ่ (Distribute and Collect Questionaires) โดย ทีแบบสอบถามมีอยู่ 2 ประเภท คือ ่  คาถามปลายเปิ ด สรางขึนเพือให้ผู้ตอบแบบสอบถามมี ้ ้ ่ อิสระในการตอบคาถาม ประโยชนคือ ไดรับคาถามใน ์ ้ ลักษณะความคิดเห็น ขอเสนอแนะ ซึงสามารถใช้เป็ น ้ ่
  26. 26. เทคนิ คการรวบรวมความต้องการ (Requirements Gathering Techniques)26 1. ปัจจุบนคุณทางานในตาแหน่ง? ั 2. คุณทางานในหน่วยงานนี้เป็ นเวลา…..ปี … เดือน 3. ปัจจุบนคุณอายุ ….ปี ั 4. ระบบงานทีคุณใช้อยูนั้น เกิดปัญหาในการ ่ ่ ดาเนิตัวงานดานใดบาง? ้งคาถามปลายเปิ ด น อย่ างแบบสอบถาม ที่ตั ้ ้
  27. 27. เทคนิ คการรวบรวมความต้องการ (Requirements Gathering Techniques)27 1. บริษทของคุณมีจานวนพนักงานเทาไร ั ่ [ ] 1-2 คน [ ] 20-100 คน [ ] 100-200 คน [ ] มากกวา200 คน ่ 2. คุณจบการศึ กษาในระดับใด [ ] มัธยม [ ] ปวช./ปวส. ตัวอย่ างแบบสอบถาม ที่ต้งคาถามปลายปิ ด ั [ ] ปริญญาตรี [ ] สูงกวาปริญาตรี
  28. 28. เทคนิ คการรวบรวมความต้องการ (Requirements Gathering Techniques)28  การวางแผนความตองการรวมกัน (Joint ้ ่ Requirements Planning: JRP) ใช้เทคนิค Brainstorming ในการทา Workshop มีการ แบงงานหรือมอบหมายหน้าที่ และทุกคนตอง ่ ้ รวมมือรวมใจในการประชุมรวมกันเพือ ่ ่ ่ ่ ปรึกษาหารือ จึงสามารถบรรลุผลสาเร็จไดดี้
  29. 29. 29
  1. A particular slide catching your eye?

    Clipping is a handy way to collect important slides you want to go back to later.

×